Recommended
PPTX
PDF
DOC
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
PDF
DOCX
PPTX
หน่วยที่ 2 เรื่อง เสื้อผ้าและการแต่งกาย
PDF
PDF
PDF
คู่มือการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
PDF
DOC
PPTX
แนวคิด ทฤษฎีการเรียนรู้ร่วมสมัย
PDF
3 dynamic of behavioural management
PDF
PDF
แบบประเมินงานนำเสนอในรูปแบบออนไลน์
DOC
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน (1)
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)
PPT
PDF
PPT
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีอารมณ์ผิดปกติ โดย อ.วิไลวรรณ บุญเรือง
DOC
ข้อสอบกายวิภาคศาสตร์ (บันทึกอัตโนมัติ)
PDF
เครื่องมือแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 3 มี.ค.56
PDF
PDF
Motivation (แรงจูงใจ) ch.7 สำหรับนิสิตวิชาพฤติกรรมผู้บริโภค
PDF
Chapter 3 พฤติกรรมศาสตร์กับการพัฒนาองค์การ
More Related Content
PPTX
PDF
DOC
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
PDF
DOCX
PPTX
หน่วยที่ 2 เรื่อง เสื้อผ้าและการแต่งกาย
PDF
PDF
What's hot
PDF
คู่มือการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
PDF
DOC
PPTX
แนวคิด ทฤษฎีการเรียนรู้ร่วมสมัย
PDF
3 dynamic of behavioural management
PDF
PDF
แบบประเมินงานนำเสนอในรูปแบบออนไลน์
DOC
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน (1)
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)
PPT
PDF
PPT
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีอารมณ์ผิดปกติ โดย อ.วิไลวรรณ บุญเรือง
DOC
ข้อสอบกายวิภาคศาสตร์ (บันทึกอัตโนมัติ)
PDF
เครื่องมือแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 3 มี.ค.56
PDF
Viewers also liked
PDF
Motivation (แรงจูงใจ) ch.7 สำหรับนิสิตวิชาพฤติกรรมผู้บริโภค
PDF
Chapter 3 พฤติกรรมศาสตร์กับการพัฒนาองค์การ
PPTX
5 behavior theory 15092558 (1)
PDF
ทฤษฎีการจัดการแบบวิทยาศาสตร์
KEY
PDF
PDF
หลักสูตรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สำหรับ พยาบาลผู้จัดการรายกรณี
PDF
Chapter 4 แนวคิดการพัฒนาองค์การ
PPT
บทที่ 2 พัฒนาการของแนวคิดและทฤษฎีการจัดการ
PPT
PDF
DOCX
PDF
DOC
การวินิจฉัยชุมชน อ.สมเกียรติ
PDF
กระบวนการวิเคราะห์พฤติกรรม 1 (DAY 1)
PPTX
PPT
Theory of reasoned action
PPT
หลักการปรับพฤติกรรมให้ได้ผลดี
PPT
ทฤษฎีความต้องการและแรงจูงใจ
PDF
Similar to 7 พฤติกรรมศาสตร์
PPT
PDF
Psychological Development in Pediatrics _ Padkao T
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PDF
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
More from Watcharin Chongkonsatit
PPTX
PDF
PPTX
Sale person's communication
PDF
A Manager's Challenge (2)
PDF
A Manager's Challenge (10)
PDF
A Manager's Challenge (16)
PDF
A Manager's Challenge (14)
PDF
A Manager's Challenge (18)
PDF
A Manager's Challenge (6)
PDF
A Manager's Challenge (17)
PDF
A Manager's Challenge (11)
PDF
A Manager's Challenge (8)
PDF
A Manager's Challenge (7)
PDF
A Manager's Challenge (9)
PDF
A Manager's Challenge (14)
PDF
A Manager's Challenge (3)
PDF
A Manager's Challenge (15)
PDF
A Manager's Challenge (12)
PDF
A Manager's Challenge (1)
PDF
A Manager's Challenge (4)
7 พฤติกรรมศาสตร์ 1. 3. 4. 5. 6. 7. 8. บุคลิกภาพ
Personality
พัฒนาการ
Development
พฤติกรรม
ศาสตร์
การเรียนรู้ การรับรู้
Learning Perception
9. บุคลิกภาพ
Personality
แรงจูงใจ พัฒนาการ
Motivation Development
พฤติกรรม
ศาสตร์
การเรียนรู้ การรับรู้
Learning Perception
11. 12. 13. 14. 15. ทฤษฎีเกี่ยวกับบุคลิกภาพ (Personality theory)
• บุคลิกภาพเป็นกระบวนการจัดการพลวัตรของระบบจิต-สรีรวิทยาภายในตัวบุคคล ซึ่งกําหนดพฤติกรรม และ
แนวความคิดที่บ่งลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
การเจริญและ Chromosomal
พัฒนาการ characteristic
พันธุกรรม
สิ่งแวดล้อม ลักษณะแห่งตน
16. ทฤษฎีเกี่ยวกับบุคลิกภาพ (Personality theory)
• บุคลิกภาพเป็นกระบวนการจัดการพลวัตรของระบบจิต-สรีรวิทยาภายในตัวบุคคล ซึ่งกําหนดพฤติกรรม และ
แนวความคิดที่บ่งลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
การเจริญและ Chromosomal
พัฒนาการ characteristic
พันธุกรรม
สิ่งแวดล้อมทางด้านกายภาพ
สิ่งแวดล้อมทาง
ด้านสังคมและ
วัฒนธรรม
สิ่งแวดล้อม ลักษณะแห่งตน
สิ่งแวดล้อมทาง
ด้านสังคมนาคม
(Socialization)
17. ทฤษฎีเกี่ยวกับบุคลิกภาพ (Personality theory)
• บุคลิกภาพเป็นกระบวนการจัดการพลวัตรของระบบจิต-สรีรวิทยาภายในตัวบุคคล ซึ่งกําหนดพฤติกรรม และ
แนวความคิดที่บ่งลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
การเจริญและ Chromosomal
พัฒนาการ characteristic
พันธุกรรม
สิ่งแวดล้อมทางด้านกายภาพ การรับรู้
สิ่งแวดล้อมทาง คุณค่า
ด้านสังคมและ
ประสิทธิผล
วัฒนธรรม
สิ่งแวดล้อม ลักษณะแห่งตน
ความสําเร็จ
สิ่งแวดล้อมทาง
ด้านสังคมนาคม ประสบการณ์
(Socialization)
19. 20. 21. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เกิดความรู้สึกไว้วางใจตนเองและผู้อื่น พัฒนาแนวคิดที่เหมาะเกี่ยวกับตน เรียนรู้ที่จะให้
ความรักแก่ผู้อื่น รวมกลุ่มกับเพื่อนเพศเดียวกัน มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่ผสมผสาน เรียนรู้
วัยเด็กตอนต้น (0-6 ปี) ในการเป็นสมาชิกของครอบครัว เริ่มเรียนรู้ถึงความจริงทางกายภาพและสังคม เริ่มเรียนรู้
ถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถูกและผิด เคารพในกฎเกณฑ์และอํานาจรับผิดชอบ เรียนรู้การ
ใช้ภาษา และเรียนรู้การดูแลสุขภาพส่วนบุคคล
มีความรู้กว้างขวางขึ้นและเข้าใจโรคทางกายภาพและสังคม สร้างทัศนคติที่ดีต่อตนเอง
เรียนรุ้ถึงบทบาทที่เหมาะสมของเพศหญิงและเพศชาย พัฒนาความรู้สึกกลัวบาป ศีลธรรม
วัยเด็กตอนกลาง (6-12 ปี) และค่านิยม เรียนรู้ในการอ่าน เขียน คิด คํานวณ และทักษะทางสติปัญญาอื่นๆ เรียนรู้ที่จะ
ชนะและให้ตนเองอยู่ในกลุ่มเพื่อน เรียนรู้ที่จะให้และรับ และเกิดการแลกเปลีย่นความรับผิด
ชอบ
พัฒนาความรู้สึกที่ชัดเจนของการเป็นตัวของตัวเอง และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ปรับตัวให้
เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สร้างสัมพันธภาพที่ใหม่และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในเพื่อน
วัยรุ่น (12-18 ปี) วัยเดียวกัน มีอารมณ์ที่เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ขึ้นกับพ่อแม่ เลือกและเตรียมตัวสําหรับงาน
อาชีพ มีค่านิยมที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เตรียมตัวสําหรับ
การแต่งงานและมีครอบครัว สร้างความสนใจในสิ่งอื่นนอกเหนือจากตนเอง
22. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เกิดความรู้สึกไว้วางใจตนเองและผู้อื่น พัฒนาแนวคิดที่เหมาะเกี่ยวกับตน เรียนรู้ที่จะให้
ความรักแก่ผู้อื่น รวมกลุ่มกับเพื่อนเพศเดียวกัน มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่ผสมผสาน เรียนรู้
วัยเด็กตอนต้น (0-6 ปี) ในการเป็นสมาชิกของครอบครัว เริ่มเรียนรู้ถึงความจริงทางกายภาพและสังคม เริ่มเรียนรู้
ถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถูกและผิด เคารพในกฎเกณฑ์และอํานาจรับผิดชอบ เรียนรู้การ
ใช้ภาษา และเรียนรู้การดูแลสุขภาพส่วนบุคคล
มีความรู้กว้างขวางขึ้นและเข้าใจโรคทางกายภาพและสังคม สร้างทัศนคติที่ดีต่อตนเอง
เรียนรุ้ถึงบทบาทที่เหมาะสมของเพศหญิงและเพศชาย พัฒนาความรู้สึกกลัวบาป ศีลธรรม
วัยเด็กตอนกลาง (6-12 ปี) และค่านิยม เรียนรู้ในการอ่าน เขียน คิด คํานวณ และทักษะทางสติปัญญาอื่นๆ เรียนรู้ที่จะ
ชนะและให้ตนเองอยู่ในกลุ่มเพื่อน เรียนรู้ที่จะให้และรับ และเกิดการแลกเปลีย่นความรับผิด
ชอบ
พัฒนาความรู้สึกที่ชัดเจนของการเป็นตัวของตัวเอง และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ปรับตัวให้
เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สร้างสัมพันธภาพที่ใหม่และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในเพื่อน
วัยรุ่น (12-18 ปี) วัยเดียวกัน มีอารมณ์ที่เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ขึ้นกับพ่อแม่ เลือกและเตรียมตัวสําหรับงาน
อาชีพ มีค่านิยมที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เตรียมตัวสําหรับ
การแต่งงานและมีครอบครัว สร้างความสนใจในสิ่งอื่นนอกเหนือจากตนเอง
23. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เกิดความรู้สึกไว้วางใจตนเองและผู้อื่น พัฒนาแนวคิดที่เหมาะเกี่ยวกับตน เรียนรู้ที่จะให้
ความรักแก่ผู้อื่น รวมกลุ่มกับเพื่อนเพศเดียวกัน มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่ผสมผสาน เรียนรู้
วัยเด็กตอนต้น (0-6 ปี) ในการเป็นสมาชิกของครอบครัว เริ่มเรียนรู้ถึงความจริงทางกายภาพและสังคม เริ่มเรียนรู้
ถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถูกและผิด เคารพในกฎเกณฑ์และอํานาจรับผิดชอบ เรียนรู้การ
ใช้ภาษา และเรียนรู้การดูแลสุขภาพส่วนบุคคล
มีความรู้กว้างขวางขึ้นและเข้าใจโรคทางกายภาพและสังคม สร้างทัศนคติที่ดีต่อตนเอง
เรียนรุ้ถึงบทบาทที่เหมาะสมของเพศหญิงและเพศชาย พัฒนาความรู้สึกกลัวบาป ศีลธรรม
วัยเด็กตอนกลาง (6-12 ปี) และค่านิยม เรียนรู้ในการอ่าน เขียน คิด คํานวณ และทักษะทางสติปัญญาอื่นๆ เรียนรู้ที่จะ
ชนะและให้ตนเองอยู่ในกลุ่มเพื่อน เรียนรู้ที่จะให้และรับ และเกิดการแลกเปลีย่นความรับผิด
ชอบ
พัฒนาความรู้สึกที่ชัดเจนของการเป็นตัวของตัวเอง และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ปรับตัวให้
เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สร้างสัมพันธภาพที่ใหม่และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในเพื่อน
วัยรุ่น (12-18 ปี) วัยเดียวกัน มีอารมณ์ที่เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ขึ้นกับพ่อแม่ เลือกและเตรียมตัวสําหรับงาน
อาชีพ มีค่านิยมที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เตรียมตัวสําหรับ
การแต่งงานและมีครอบครัว สร้างความสนใจในสิ่งอื่นนอกเหนือจากตนเอง
24. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เกิดความรู้สึกไว้วางใจตนเองและผู้อื่น พัฒนาแนวคิดที่เหมาะเกี่ยวกับตน เรียนรู้ที่จะให้
ความรักแก่ผู้อื่น รวมกลุ่มกับเพื่อนเพศเดียวกัน มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่ผสมผสาน เรียนรู้
วัยเด็กตอนต้น (0-6 ปี) ในการเป็นสมาชิกของครอบครัว เริ่มเรียนรู้ถึงความจริงทางกายภาพและสังคม เริ่มเรียนรู้
ถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถูกและผิด เคารพในกฎเกณฑ์และอํานาจรับผิดชอบ เรียนรู้การ
ใช้ภาษา และเรียนรู้การดูแลสุขภาพส่วนบุคคล
มีความรู้กว้างขวางขึ้นและเข้าใจโรคทางกายภาพและสังคม สร้างทัศนคติที่ดีต่อตนเอง
เรียนรุ้ถึงบทบาทที่เหมาะสมของเพศหญิงและเพศชาย พัฒนาความรู้สึกกลัวบาป ศีลธรรม
วัยเด็กตอนกลาง (6-12 ปี) และค่านิยม เรียนรู้ในการอ่าน เขียน คิด คํานวณ และทักษะทางสติปัญญาอื่นๆ เรียนรู้ที่จะ
ชนะและให้ตนเองอยู่ในกลุ่มเพื่อน เรียนรู้ที่จะให้และรับ และเกิดการแลกเปลีย่นความรับผิด
ชอบ
พัฒนาความรู้สึกที่ชัดเจนของการเป็นตัวของตัวเอง และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ปรับตัวให้
เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สร้างสัมพันธภาพที่ใหม่และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในเพื่อน
วัยรุ่น (12-18 ปี) วัยเดียวกัน มีอารมณ์ที่เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ขึ้นกับพ่อแม่ เลือกและเตรียมตัวสําหรับงาน
อาชีพ มีค่านิยมที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เตรียมตัวสําหรับ
การแต่งงานและมีครอบครัว สร้างความสนใจในสิ่งอื่นนอกเหนือจากตนเอง
25. 26. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เข้าใจความหมายของคําว่าชีวิต เริ่มต้นงานอาชีพ เลือกและเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับคู่สมรส
เริ่มต้นตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกาย และจิตใจของบุตร บริหาร-จัดการ
วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (18-35 ปี)
ครอบครัว พบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มสังคมที่ถูกคอกัน รับผิดชอบในหน้าที่
พลเมืองที่ดี
รับผิดชอบในหน้าที่พลเมืองที่ดีและหน้าที่ต่อสังคมอย่างเต็มที่ สร้างความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจสําหรับครอบครัวในอนาคต มีกิจกรรมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขยาย
วัยกลางคน (36-60 ปี) ขอบเขตของความสนใจ ช่วยให้วัยรุ่นกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบและมีสุข ปรับตัว
ให้เหมาะสมกับการเป็นบิดามารดาในวัยที่มีอายุมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านร่างกายของคนในวัยนี้
ปรับตัวต่อการลดลงของความแข็งแรงทางด้านร่างกาย ปรับตัวต่อการเกษียณอายุ การลด
วัยสุดท้ายของชีวิต (60 ปีขึ้นไป) ลงของรายได้ การเสียชีวิตของคู่สมรสและเพื่อนฝูง มีบทบาทที่จํากัดในด้านความรับผิดชอบ
ต่อสังคมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล
27. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เข้าใจความหมายของคําว่าชีวิต เริ่มต้นงานอาชีพ เลือกและเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับคู่สมรส
เริ่มต้นตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกาย และจิตใจของบุตร บริหาร-จัดการ
วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (18-35 ปี)
ครอบครัว พบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มสังคมที่ถูกคอกัน รับผิดชอบในหน้าที่
พลเมืองที่ดี
รับผิดชอบในหน้าที่พลเมืองที่ดีและหน้าที่ต่อสังคมอย่างเต็มที่ สร้างความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจสําหรับครอบครัวในอนาคต มีกิจกรรมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขยาย
วัยกลางคน (36-60 ปี) ขอบเขตของความสนใจ ช่วยให้วัยรุ่นกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบและมีสุข ปรับตัว
ให้เหมาะสมกับการเป็นบิดามารดาในวัยที่มีอายุมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านร่างกายของคนในวัยนี้
ปรับตัวต่อการลดลงของความแข็งแรงทางด้านร่างกาย ปรับตัวต่อการเกษียณอายุ การลด
วัยสุดท้ายของชีวิต (60 ปีขึ้นไป) ลงของรายได้ การเสียชีวิตของคู่สมรสและเพื่อนฝูง มีบทบาทที่จํากัดในด้านความรับผิดชอบ
ต่อสังคมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล
28. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เข้าใจความหมายของคําว่าชีวิต เริ่มต้นงานอาชีพ เลือกและเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับคู่สมรส
เริ่มต้นตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกาย และจิตใจของบุตร บริหาร-จัดการ
วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (18-35 ปี)
ครอบครัว พบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มสังคมที่ถูกคอกัน รับผิดชอบในหน้าที่
พลเมืองที่ดี
รับผิดชอบในหน้าที่พลเมืองที่ดีและหน้าที่ต่อสังคมอย่างเต็มที่ สร้างความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจสําหรับครอบครัวในอนาคต มีกิจกรรมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขยาย
วัยกลางคน (36-60 ปี) ขอบเขตของความสนใจ ช่วยให้วัยรุ่นกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบและมีสุข ปรับตัว
ให้เหมาะสมกับการเป็นบิดามารดาในวัยที่มีอายุมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านร่างกายของคนในวัยนี้
ปรับตัวต่อการลดลงของความแข็งแรงทางด้านร่างกาย ปรับตัวต่อการเกษียณอายุ การลด
วัยสุดท้ายของชีวิต (60 ปีขึ้นไป) ลงของรายได้ การเสียชีวิตของคู่สมรสและเพื่อนฝูง มีบทบาทที่จํากัดในด้านความรับผิดชอบ
ต่อสังคมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล
29. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
เข้าใจความหมายของคําว่าชีวิต เริ่มต้นงานอาชีพ เลือกและเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับคู่สมรส
เริ่มต้นตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกาย และจิตใจของบุตร บริหาร-จัดการ
วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (18-35 ปี)
ครอบครัว พบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มสังคมที่ถูกคอกัน รับผิดชอบในหน้าที่
พลเมืองที่ดี
รับผิดชอบในหน้าที่พลเมืองที่ดีและหน้าที่ต่อสังคมอย่างเต็มที่ สร้างความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจสําหรับครอบครัวในอนาคต มีกิจกรรมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขยาย
วัยกลางคน (36-60 ปี) ขอบเขตของความสนใจ ช่วยให้วัยรุ่นกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบและมีสุข ปรับตัว
ให้เหมาะสมกับการเป็นบิดามารดาในวัยที่มีอายุมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านร่างกายของคนในวัยนี้
ปรับตัวต่อการลดลงของความแข็งแรงทางด้านร่างกาย ปรับตัวต่อการเกษียณอายุ การลด
วัยสุดท้ายของชีวิต (60 ปีขึ้นไป) ลงของรายได้ การเสียชีวิตของคู่สมรสและเพื่อนฝูง มีบทบาทที่จํากัดในด้านความรับผิดชอบ
ต่อสังคมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล
30. 31. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
พัฒนาและใช้ความสามารถของตนเอง ยอมรับตนเอง และพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง
ยอมรับความเป็นจริง และเสริมสร้างทัศนคติ และค่านิยมที่ถูกต้องและมีคุณค่า มีส่วนร่วม
ทุกวัย
อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อครอบครัวและต่อกลุ่มอื่น สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคล
อื่นในสังคม
James C.Coleman,
32. ทฤษฎีพัฒนาการ (Development theory)
วัย ภาระ
พัฒนาและใช้ความสามารถของตนเอง ยอมรับตนเอง และพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง
ยอมรับความเป็นจริง และเสริมสร้างทัศนคติ และค่านิยมที่ถูกต้องและมีคุณค่า มีส่วนร่วม
ทุกวัย
อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อครอบครัวและต่อกลุ่มอื่น สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคล
อื่นในสังคม
James C.Coleman,
33. 37. 38. 42. 43. 44. 45. 46. ทฤษฎีการจูงใจ (Motivation theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสมดุลยภาพและแรงขับ (Homeostasis and drive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับความจําเป็นและแรงขับ (Theory of needs and drives)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับเหตุกระตุ้นใจ (Incentive theory)
47. ทฤษฎีการจูงใจ (Motivation theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสมดุลยภาพและแรงขับ (Homeostasis and drive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับความจําเป็นและแรงขับ (Theory of needs and drives)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับเหตุกระตุ้นใจ (Incentive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสัญชาตญาณ (Instinct theory)
48. ทฤษฎีการจูงใจ (Motivation theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสมดุลยภาพและแรงขับ (Homeostasis and drive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับความจําเป็นและแรงขับ (Theory of needs and drives)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับเหตุกระตุ้นใจ (Incentive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสัญชาตญาณ (Instinct theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับจิตไร้สํานึก (Theory of unconscious motivation)
49. ทฤษฎีการจูงใจ (Motivation theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสมดุลยภาพและแรงขับ (Homeostasis and drive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับความจําเป็นและแรงขับ (Theory of needs and drives)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับเหตุกระตุ้นใจ (Incentive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสัญชาตญาณ (Instinct theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับจิตไร้สํานึก (Theory of unconscious motivation)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับการรับรู้ (Cognitive theory)
50. ทฤษฎีการจูงใจ (Motivation theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสมดุลยภาพและแรงขับ (Homeostasis and drive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับความจําเป็นและแรงขับ (Theory of needs and drives)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับเหตุกระตุ้นใจ (Incentive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับสัญชาตญาณ (Instinct theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับจิตไร้สํานึก (Theory of unconscious motivation)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับการรับรู้ (Cognitive theory)
• ทฤษฎีเกี่ยวกับจิตวิญญาณ (Spiritual theory)
52. 54. 55. Bloom’s learning theory
ทักษะพิสัย (Psychomotor
พุทธิพิสัย (Cognitive domain) เจตพิสัย (Affective domain)
domain)
ความรู้ (Knowledge) การให้ความสนใจ (Receiving) การเลียนแบบ (Imitation)
ความเข้าใจ (Comprehensive) การตอบสนอง (Responding) การทําตามแบบ (Manipulation)
การประยุกต์ (Application) การสร้างคุณค่าและค่านิยม (Values) การมีความถูกต้อง (Precision)
การวิเคราะห์ (Analysis) การจัดกลุ่มค่า (Organising) การกระทําอย่างต่อเนื่อง (Articulation)
การกระทําโดยธรรมชาติ
การสังเคราะห์ (Synthesis) การแสดงลักษณะค่านิยมที่ยึดถือ
(Naturalisation)
การประเมินผล (Evaluation)
61. 62. แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์
Received benefits
ประชาสังคม
Socio-demographic การรับรู้อุปสรรค/ปัญหา
การรับรู้โอกาสเสี่ยง Received barriers
Received susceptibility
การรับรู้ถึงอันตราย วิธีการปฏิบัติ
Received threat Action
การรับรู้ความรุนแรงของโรค แรงจูงใจด้านสุขภาพ
Received seriousness Health motivation
แนวทางในการปฏิบัติ
Cues to action
ปัจจัยร่วม
Modifying factors
http://www.med.usf.edu
64. เนื้อหา (Concepts) ความหมาย (Definition) การประยุกต์ใช้ (Applications)
ศึกษาประชากรที่อยู่ในภาวะเสี่ยง ระดับความเสี่ยง
ความเสี่ยงของบุคคลโดยยึดตามฐาน
การรับรู้โอกาสเสี่ยง จะต้องมีโอกาสรับรู้ถึงภาวะเสี่ยงต่อโรคนั้น ๆ
บุคลิกลักษณะ หรือพฤติกรรมของบุคคลที่
แสดงออกในการรับรู้ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรค
จะต้องรับรู้ถึงความรุนแรงและผลที่จะได้รับจาก ระบุผลของการเป็นโรคตลอดจนเงื่อนไขต่างๆ ที่จะ
การรับรู้ต่อความรุนแรงของโรค
การเป็นโรคนั้นๆ ได้รับจากการเป็นโรค
จะต้องรับรู้ถึงผลประโยชน์และประสิทธิผลใน
หาวิธีการปฏิบัติว่าควรทําอย่างไร ทําเมื่อไหร่
การรับรู้ประโยชน์ที่จะได้รับ การปฏิบัติเพื่อป้องกันและรักษาเกี่ยวกับโร
ที่ไหน และประสิทธิผลที่คาดว่าจะได้รับ
คนั้นๆ
วิเคราะห์ถึงปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นและคาดว่าจะ
จะต้องรับรู้อุปสรรคตลอดจนปัญหาต่างๆ ที่
การรับรู้อุปสรรค/ปัญหา เกิดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและลดการเกิด
เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ
ปัญหาตลอดจนวิธีการให้ความช่วยเหลือ
แนวทางในการปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงจากการ มีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องชัดเจน
แนวทางในการปฏิบัติ เป็นโรคจะขึ้นอยู่กับการรับรู้ถึงภาวะเสี่ยงและ เกี่ยวข้องกับการป้องกัน การรักษา ตลอดจนการ
ความรุนแรงของโรค แก้ไขปัญหาต่างๆ แก่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง
มีการให้ความรู้ การฝึกอบรม การให้สุขศึกษาเกี่ยว
ผู้ปฏิบัติมีความมั่นใจในการปฏิบัติตามขั้นตอน
ความสามารถในการเปลี่ยนพฤติกรรม กับการปฏิบัติตนเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อ
ของตนเอง (Self-efficacy) ของตนเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง
มั่นในการปฏิบัติดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
65. 66. 67. แนวคิดแรงสนับสนุนทางสังคม
• การตัดสินใจส่วนใหญ่ของบุคคลจะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของบุคคลผู้ซึ่งมีความสําคัญ
และมีอํานาจเหนือกว่าตัวเราเอง
• การจัดโปรแกรมสุขศึกษา
68. แนวคิดแรงสนับสนุนทางสังคม
• การตัดสินใจส่วนใหญ่ของบุคคลจะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของบุคคลผู้ซึ่งมีความสําคัญ
และมีอํานาจเหนือกว่าตัวเราเอง
• การจัดโปรแกรมสุขศึกษา
• การสนับสนุนทางด้านอารมณ์ (Emotional support) เช่น การให้ความสนใจ การ
ยอมรับนับถือ ความห่วงใย การกระตุ้นเตือน การถามไถ่
69. แนวคิดแรงสนับสนุนทางสังคม
• การตัดสินใจส่วนใหญ่ของบุคคลจะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของบุคคลผู้ซึ่งมีความสําคัญ
และมีอํานาจเหนือกว่าตัวเราเอง
• การจัดโปรแกรมสุขศึกษา
• การสนับสนุนทางด้านอารมณ์ (Emotional support) เช่น การให้ความสนใจ การ
ยอมรับนับถือ ความห่วงใย การกระตุ้นเตือน การถามไถ่
• การสนับสนุนโดยการให้การประเมิน (Appraisal support) เช่น การให้ข้อมูลย้อน
กลับ การเห็นพ้อง การให้การรับรอง หรือการยอมรับในสิ่งที่คนอื่นแสดงออกมา
หรือการช่วยเหลือโดยทางตรงหรือทางอ้อม
70. แนวคิดแรงสนับสนุนทางสังคม
• การตัดสินใจส่วนใหญ่ของบุคคลจะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของบุคคลผู้ซึ่งมีความสําคัญ
และมีอํานาจเหนือกว่าตัวเราเอง
• การจัดโปรแกรมสุขศึกษา
• การสนับสนุนทางด้านอารมณ์ (Emotional support) เช่น การให้ความสนใจ การ
ยอมรับนับถือ ความห่วงใย การกระตุ้นเตือน การถามไถ่
• การสนับสนุนโดยการให้การประเมิน (Appraisal support) เช่น การให้ข้อมูลย้อน
กลับ การเห็นพ้อง การให้การรับรอง หรือการยอมรับในสิ่งที่คนอื่นแสดงออกมา
หรือการช่วยเหลือโดยทางตรงหรือทางอ้อม
• การให้ข้อมูลข่าวสาร (Information support) เช่น การให้คําปรึกษาแนะนํา การ
ตักเตือน การให้ความรู้
71. 72. ทฤษฎีความสามารถของตนเอง
บุคคล พฤติกรรม ผลลัพธ์
Person Behavior Outcome
ความคาดหวังในความสามารถ ความคาดหวังในผลของการกระทําที่จะเกิดขึ้น
Efficacy expectations Outcome expectations
73. ทฤษฎีความสามารถของตนเอง
บุคคล พฤติกรรม ผลลัพธ์
Person Behavior Outcome
ความคาดหวังในความสามารถ ความคาดหวังในผลของการกระทําที่จะเกิดขึ้น
Efficacy expectations Outcome expectations
ความคาดหวังในผลของการกระทําที่จะเกิดขึ้น
สูง ต่ํา
ความคาดหวังเกี่ยวกับ สูง มีแนวโน้มที่จะทําแน่นอน มีแนวโน้มที่จะไม่ทํา
ความสามารถของตนเอง ต่ํา มีแนวโน้มที่จะไม่ทํา มีแนวโน้มที่จะไม่ทําแน่นอน
74. 75. 76. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความคาดหวังความสามารถของบุคคล
• Performance accomplishment คือ ความสามารถจากการกระทํา ซึ่งเป็นปัจจัยที่มี
อิทธิพลต่อความคาดหวังเกี่ยวกับความสามารถของบุคคลมากที่สุด
• Vicarious experience คือ การได้เห็นประสบการณ์ของผู้อื่นประสบความสําเร็จ
77. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความคาดหวังความสามารถของบุคคล
• Performance accomplishment คือ ความสามารถจากการกระทํา ซึ่งเป็นปัจจัยที่มี
อิทธิพลต่อความคาดหวังเกี่ยวกับความสามารถของบุคคลมากที่สุด
• Vicarious experience คือ การได้เห็นประสบการณ์ของผู้อื่นประสบความสําเร็จ
• Verbs persuasion คือ การที่ผู้อื่นใช้ความพยายามในการพูดกับบุคคลเพื่อให้เขา
เชื่อว่าเข้ามีความสามารถที่จะกระทําพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งให้ประสบความ
สําเร็จได้
78. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความคาดหวังความสามารถของบุคคล
• Performance accomplishment คือ ความสามารถจากการกระทํา ซึ่งเป็นปัจจัยที่มี
อิทธิพลต่อความคาดหวังเกี่ยวกับความสามารถของบุคคลมากที่สุด
• Vicarious experience คือ การได้เห็นประสบการณ์ของผู้อื่นประสบความสําเร็จ
• Verbs persuasion คือ การที่ผู้อื่นใช้ความพยายามในการพูดกับบุคคลเพื่อให้เขา
เชื่อว่าเข้ามีความสามารถที่จะกระทําพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งให้ประสบความ
สําเร็จได้
• Emotion arousal คือ สภาวะทางอารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ตื่น
เต้น มีอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า จะส่งผลต่อความคาดหวังต่อพฤติกรรมของ
ตนเอง
79. 80. 82. แนวความคิดเกี่ยวกับความเชื่ออํานาจแห่งตน
ความคาดหวังพฤติกรรม ผลตอบแทนจากพฤติกรรม
พฤติกรรม ผลตอบแทน
ใหม่ ใหม่
ย้อนกลับไปสู่ความคาด ความเชื่อเกี่ยวกับอํานาจ ควาคาดหวังขยายออก
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
หวังอื่นๆ ภายใน/ภายนอกของตน ครอบคลุมพฤติกรรมทั่วไป
อํานาจภายนอกตนเอง (External locus of control) อํานาจภายในตนเอง (Internal locus of control)
บุคคลเชื่อหรือรับรู้ต่อเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ บุคคลเชื่อหรือรับรู้ต่อเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ
ตนนั้นขึ้นอยู่กับอิทธิพลภายนอกตนเองที่ไม่สามารถ ตนนั้นเป็นผลมาจากการกระทําหรือจากความสามารถ
ควบคุมได้ เช่น โชค เคราะห์ ความบังเอิญ หรืออิทธิพลที่ ของตน
ผู้อื่นบันดาลให้เป็นไป
•มีความกระตือรือร้นต่อความเป็นไปของสิ่งแวดล้อม ซึ่ง
เป็นประโยชน์สําหรับพฤติกรรมในอนาคต
•พยายามปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามขั้น
•เห็นคุณค่าของทักษะหรือผลสัมฤทธิ์จากความพยายาม
เป็นสําคัญและคํานึงถึงความสามารถของตนเองอยู่เสมอ
83. 84. PRECEDE framework model
ขั้นตอนที่ 6 ขั้นตอนที่ 4-5 ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนที่ 1-2
การวิเคราะห์ทางการ การวิเคราะห์ทางการ การวิเคราะห์ทาง การวิเคราะห์ทางการ
ปัญหา
บริหาร ศึกษา พฤติกรรม ระบาดวิทยาและสังคม
อื่น
ปัจจัยนํา
•ความรู้
•เจตคติ สาเหตุอื่นๆ คุณภาพชีวิต
•ค่านิยม
•การรับรู้
ปัจจัยเอื้อ
องค์ประกอบปัญหา สาเหตุพฤติกรรมทาง
•ทรัพยากรที่มีอยู่ ปัญหาสุขภาพ
สุขภาพ สุขภาพ
•การเข้าถึงทรัพยากร
•ทักษะ
ปัจจัยเสริม
เจตคติและพฤติกรรมของ
บุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เช่น กลุ่มเพื่อน พ่อแม่
พนักงาน ฯลฯ Lawrence W.Green, et. al. , 1980
87. 88. PRECEDE PROCEED model
• ใช้อธิบายพฤติกรรมของชุมชนหรือกลุ่มบุคคล
• ใช้วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ และหาสาเหตุเพื่อวางแผนงานส่งเสริมสุขภาพ
• วิเคราะห์ในหลายประเด็น
• สาเหตุทางสังคม
• สาเหตุทางชีวภาพการแพทย์
• สาเหตุทางพฤติกรรมศาสตร์
• สาเหตุทางด้านการบริหาร
89. 90. 91. 92. หลักการของ PRECEDE PROCEED model
PRECEDE
PROCEED Model
1 การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
2 ปัจจัยสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกําหนดสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ
93. 94. The behavioral matrix
ความสําคัญ/ความสามารถ
มีสําคัญมาก มีสําคัญน้อย
ในการเปลี่ยนแปลง
มีความสําคัญมากและ มีความสําคัญน้อยแต่
สามารถเปลี่ยนแปลงได้มาก
เปลี่ยนแปลงได้มาก เปลี่ยนแปลงได้มาก
มีความสําคัญมากแต่ มีความสําคัญน้อยและ
สามารถเปลี่ยนแปลงได้น้อย
เปลี่ยนแปลงได้น้อย เปลี่ยนแปลงได้น้อย
95. 96. 97. Empowerment education model
การศึกษาเพื่อสร้างพลัง การสร้างพลัง
•การเรียนการสอนเน้นการสร้างพลังให้แก่บุคคล เป็นการสนับสนุนให้บุคคลเล็งเห็นความสัมพันธ์ของตนกับสิ่ง
แวดล้อม และเชื่อว่าตนสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเอง ชุมชน และสังคมได้
•การเรียนรู้ที่จะเริ่มจากประสบการณ์ของผู้เรียน แล้วให้ผู้เรียนวิทเคราะห์ โยงใยปัญหาต่างๆ ของบุคคลเข้ากับ
ปัจจัยทางสังคมที่เป็นเหตุนําไปสู่การปรับพฤติกรรม
•การเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การ
เลือกปัญหา การวางแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมินผลตนเอง และการประเมินผลโครงการ
•การเรียนรู้ร่วมกันเป้นกลุ่ม ให้โอกาสผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดซึ่งกันและกัน
•การเรียนรู้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งความรู้ ทัศนคติ และทักษะซึ่งอาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหรือภาย
หลังการลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในการเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม
•การเรียนการสอนที่มีความยืดหยุ่นและมีความต่อเนื่องในกระบวนการเรียนการสอน
•การเรียนการสอนที่สนุกสนานไม่น่าเบื่อ และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
Paulo Freire , 1975
98. 99. กระบวนการของ Empowerment
ประสบการณ์ (Experience)
การนําประสบการณ์ที่ผู้เรียนหรือบุคคล การระบุประสบการณ์ (Naming)
กระทํา รู้สึก มองเห็น หรือได้ยิน การ การแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกต่อ
จําลองประสบการณ์เป็นจุดเริ่มต้นของ ประสบการณ์โดยผู้เรียน
กระบวนการเรียนรู้
การวิเคราะห์ (Analysis)
การให้ผู้เรียนแต่ละคนและกลุ่มเกิดความ
เข้าใจในอิทธิพลและความสัมพันธ์กับสิง่
ต่างๆ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุกา
รณ์นั้นๆ
การปฎิบัติ (Doing)
การวางแผน (Planning)
การกระทําเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงและการ
ผู้เรียนได้หาแนวทางหรือกลวิธีเพื่อการ
ปฏิบัติ โดยการปฏิบัติจะกลายเป็น
เปลี่ยนแปลงโดยกําหนดว่าจะทําอะไร
ประสบการณ์ใหม่ที่จะทําไปสู่การเรียนรู้ที่
และอย่างไรต่อไปจากประสบการณ์นั้น
ต่อเนื่องต่อไป
100. 101. การวางแผนเพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
• การวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ/ปัญหาสาธารณสุข
• การวิเคราะห์สาเหตุของพฤติกรรม
• ปัจจัยนํา (Predisposing factors) คือ ปัจจัยที่เป็นฐานและก่อให้เกิดแรงจูงใจในการแสดงพฤติกรรมของ
บุคคล ได้แก่ ความรู้ ความเชื่อ ค่านิยม การรับรู้ และทักษะดั้งเดิม
• ปัจจัยเอื้อ (Enabling factors) คือ สิ่งที่เป็นแหล่งทรัพยากรที่จําเป็นในการแสดงพฤติกรรมของบุคคล ชุมชน
และทักษะใหม่
• ปัจจัยเสริม (Reinforcing factors) คือ ปัจจัยที่เป็นผลสะท้อนที่บุคคลจะได้รับหรือคาดว่าจะได้รับจากการ
แสดงพฤติกรรมนั้น เช่น รางวัล ผลตอบแทน การลงโทษ
• การวิเคราะห์พฤติกรรมเป้าหมาย
• การวางแผนดําเนินงาน
• การดําเนินงานตามแผนพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่วางไว้
• การประเมินผลการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
102. 103.