หนังสือเล่มเล็กประกอบการศึกษาเรียนรู้ด้านโครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ของ
พืชดอกตัวอย่างจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ชบา กุหลาบ และชวนชม
นำเสนอครูผู้สอน
นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
ตำแหน่งครู คศ.1 สาขาชีววิทยา
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
คณะผู้จัดทำ กลุ่มที่ 4
1.น.ส.กฤติกา แพงไทย เลขที่ 1
2.น.ส.นฤนาท เข้มแข็ง เลขที่ 6
3.น.ส.ปาลิดา ยิ่งวัชระ เลขที่ 8
4.น.ส.สาธิตา เอื้อไพโรจน์กิจ เลขที่ 17
ระดับชั้น ม.5 ห้อง 656 แผนการเรียน วิทย์-คอม
ชิ้นงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาชีววิทยา 4 (ว 30244)
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561
คำนำ
หนังสือเล่มเล็กประกอบการศึกษาเรียนรู้ด้านโครงสร้างอวัยวะ
สืบพันธุ์ของพืชดอก วิชาชีววิทยา 4 (ว 30244) จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้จัดทำ
ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องโครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ของพืชดอกและได้
ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์ในการเรียนโดยในหนังสือเล่มเล็กนี้
จะศึกษาพืชดอกตัวอย่าง 3 ชนิด ได้แก่ ชบา กุหลาบ และชวนชม
ผู้จัดทำหวังว่า หนังสือเล่มเล็กนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน หรือ
นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อเสนอแนะหรือ
ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำข้อน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
คณะผู้จัดทำ
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561
Link slide share:
สารบัญ
หัวข้อนำเสนอ หน้า
1.การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 1 คือ ชวนชม
1.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ 1
1.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 2
1.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้าง 3
สำคัญของดอก
2.การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 2 คือ ชบา
2.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ 4
2.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 5
2.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้าง 6
สำคัญของดอก
3.การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 3 คือ กุหลาบ
3.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ 7
3.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 8
3.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้าง 9
สำคัญของดอก
4.ภาคผนวก 10
5.Clip VDO ประกอบการศึกษา 11
การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 1 คือ ชวนชม
1.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Adenium obesum (Forssk.)
Roemer & Schultes
ชื่อถิ่น : ลั่นทมยะวา
วงศ์ : APOCYNACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ไมพุมขนาดเล็ก ลําตนมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลํา
ต้นอวบน้ำผิวเปลือกสีเขียวปนขาว ผิวเรียบเป็นมัน
ลําตนมียาง ลำตนบิดงอไปตามจังหวะแตกกิ่งกานสาขา
รูปทรงโปรง ใบ แตกออกบริเวณปลายของกิ่งก้าน
ใบ เปนใบเดี่ยว มนรีปลายใบมน โคนใบสอบเรียว
กลางใบมีเสนสีขาวมองได้ชัด แผนใบแข็ง ผิวใบเปน
มนเรียบสีเขียว
ดอก ดอกออกตรงปลายยอด ดอกรูปแตร มีกลีบดอก
5 กลีบ มีสีชมพูโคนกลีบดอกมีฐานรอง ดอกเปนแฉก
เล็กๆ สีเขียว ดอกบานมีความกวางประมาณ 3-4
เซนติเมตรยาวประมาณ 5 เซนติเมตร
ผล ผลแหง ผลเป็นฝักคู่รูปยาวรีเมื่อแกแตกได้
1.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก
กลีบเลี้ยง (sepal)
ฐานรองดอก (receptacle)
ยอดเกสรตัวเมีย (stigma)
ก้านชูเกสรตัวเมีย (style)
ละอองเรณู (pollen)
รังไข่ (ovary)
ยอดเกสรตัวผู้ (anther)
ก้านชูเกสรตัวผู้
(filament)
เกสรตัวเมีย
(carpel)
เกสรตัวผู้ (stamens)
หลอดกลีบดอก
(corolla tube)
แฉกกลีบดอก
(corolla lobe)
กลีบดอก
(petal)
1	 2
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus rosa sinensis.
ชื่อสามัญ : Hibicus
วงศ์ : Malvaceae
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ใบ ใบค่อนข้างมนรี มีปลายแหลม ขอบของใบเป็นจัก
เล็กน้อย
และมีสีเขียวเข้มเมื่อขยี้ใบจะเป็นเมือกเหนียว
ดอก มีทั้งกลีบชั้นเดียวและหลายชั้น หากเป็นชั้นเดียวปกติ
จะมีกลีบดอก 5 กลีบ มีก้านเกสรอยู่ตรงกลางดอกหนึ่งก้าน
ลักษณะของกลีบดอกชบาจะมีขนาดใหญ่ มีหลายสีไม่ว่าจะ
เป็น ขาว แดง แสด เหลือง ม่วง ชมพู และสีอื่นๆ
ลำต้น เป็นไม้พุ่ม เปลือกสีเทาปนน้ำตาล สูง 2-4 เมตร
การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 2 คือ ดอกชบา
2.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
	
2.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก
4	 5
การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 3 คือ กุหลาบ
3.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa hybrida
ชื่อสามัญ : Rose
วงศ์ : ROSACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
กุหลาบเป็นพรรณไม้ยืนต้น เป็นพุ่มขนาดเล็ก
ลำต้นมีความยาวประมาณ 30-200 เซนติเมตร ลำต้น
เตี้ยและสูง มีหนามหรือไม่มีแล้วแต่ชนิดพันธุ์ลำต้นสี
เขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลแตกกิ่งก้านมารอบต้น
ใบ: ใบเป็นใบรวมแตกออกจากกิ่งก้านก้านใบจะมีหู
ใบติดอยู่ด้วยลักษณะใบโคนใบมนปลายใบแหลมขอบ
ใบมีหยักเล็กน้อยตัวใบนิ่มมีสีเขียวใบจะออกจากก้านใบ
เป็นคู่ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2- 4 เซนติเมตร
ยาวประมาณ3 - 5เซนติเมตร
ดอก: เป็นดอกเดี่ยวมีก้านดอกยาวแตกออกจากปลาย
กิ่งหรือง่ามใบที่กิ่ง ลักษณะดอกเป็นกลีบเรียงซ้อนกัน
เป็นชั้นๆประมาณ4-6 ชั้นดอกมีกลีบ 5-15 กลีบขอบ
ดอกเรียบตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมีย
อยู่รวมกันดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกบานมี ความ
กว้างประมาณ 2-6 เซนติเมตร
ผล: ผลแบบ (hip) เป็นผลกลุ่มค่อนข้างกลมหรือกลม
แป้นอยู่บนฐานรองดอก ภายในมีเมล็ดหลายสิบเมล็ด
ผลสุกสีส้ม แดง น้ำตาล ผิวมัน ผลแก่แห้ง เมล็ดล่อน
เกสรตัวผู้ (stamens)
ละอองเรณู (pollen)
ยอดเกสรตัวผู้ (anther)
ก้านชูเกสรตัวผู้
(filament)
3.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก
ยอดเกสรตัวเมีย (stigma)
ก้านชูเกสรตัวเมีย (style)
รังไข่ (ovary)
เกสรตัวเมีย
(carpel)
กลีบเลี้ยง (sepal)
ฐานรองดอก (receptacle)
กลีบดอก
(petal)
7	 8
3	
1.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 2.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก
9	 10	
3.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก ภาคผนวก
11	 12	
ครูผู้สอน
นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
ตำแหน่งครู คศ.1
สาขาชีววิทยา
กลุ่มสาระเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
	
	
	
คณะผู้จัดทำ
Clip ประกอบการศึกษา:
https://youtu.be/koVCvxzW0J4
	
บรรณานุกรรม
ศิรประภา ทิพวันนา. (2557). การจำแนกประเภทดอกไม้. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก : https://jeepsrp.wordpress.com/การจำแนกประเภทดอกไม้/.
(วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561).
ชวนชม. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://panmai.com/DesertRose/
DesertRose_1.shtml. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561).
ส่วนประกอบของดอกกุหลาบ. (2557). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://sites.google.com/site/sitedxkkuhlab1111/dxk-kuhlab.
(วันที่ค้นข้อมูล : 19 พฤศจิกายน 2561).
ชบา ประโยชน์ และสรรพคุณชบา. (2561). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://puechkaset.com/ชบา/. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561).
Musiał K, et al. Protoplasma. (2013). [ออนไลน์]. Anatomy of ovary and ovule in dandelions
เข้าถึงได้จาก : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/23001751/.
(วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561).
Anatomy Of A Flower. (2561). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://www.daniellesrockawayflorist.com/2018/03/01/flower-anatomy/.
(วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561).
ภาริณี ประเสริฐกุล. (2558). องค์ประกอบของดอกไม้. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/phaencadkarkarreiynru/1-kar-subphanthu-laea-kar-
khyay-phanthu-phuch-dxk/-phuch-dxk. (วันที่ค้นข้อมูล : 21 พฤศจิกายน 2561).

Bio 656 group4

  • 1.
    หนังสือเล่มเล็กประกอบการศึกษาเรียนรู้ด้านโครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ของ พืชดอกตัวอย่างจำนวน 3 ชนิดได้แก่ ชบา กุหลาบ และชวนชม นำเสนอครูผู้สอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์ ตำแหน่งครู คศ.1 สาขาชีววิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณะผู้จัดทำ กลุ่มที่ 4 1.น.ส.กฤติกา แพงไทย เลขที่ 1 2.น.ส.นฤนาท เข้มแข็ง เลขที่ 6 3.น.ส.ปาลิดา ยิ่งวัชระ เลขที่ 8 4.น.ส.สาธิตา เอื้อไพโรจน์กิจ เลขที่ 17 ระดับชั้น ม.5 ห้อง 656 แผนการเรียน วิทย์-คอม ชิ้นงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาชีววิทยา 4 (ว 30244) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561
  • 2.
    คำนำ หนังสือเล่มเล็กประกอบการศึกษาเรียนรู้ด้านโครงสร้างอวัยวะ สืบพันธุ์ของพืชดอก วิชาชีววิทยา 4(ว 30244) จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้จัดทำ ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องโครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ของพืชดอกและได้ ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์ในการเรียนโดยในหนังสือเล่มเล็กนี้ จะศึกษาพืชดอกตัวอย่าง 3 ชนิด ได้แก่ ชบา กุหลาบ และชวนชม ผู้จัดทำหวังว่า หนังสือเล่มเล็กนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน หรือ นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อเสนอแนะหรือ ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำข้อน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 Link slide share:
  • 3.
    สารบัญ หัวข้อนำเสนอ หน้า 1.การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 1คือ ชวนชม 1.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ 1 1.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 2 1.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้าง 3 สำคัญของดอก 2.การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 2 คือ ชบา 2.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ 4 2.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 5 2.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้าง 6 สำคัญของดอก 3.การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 3 คือ กุหลาบ 3.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ 7 3.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 8 3.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้าง 9 สำคัญของดอก 4.ภาคผนวก 10 5.Clip VDO ประกอบการศึกษา 11
  • 4.
    การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 1 คือชวนชม 1.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Adenium obesum (Forssk.) Roemer & Schultes ชื่อถิ่น : ลั่นทมยะวา วงศ์ : APOCYNACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไมพุมขนาดเล็ก ลําตนมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลํา ต้นอวบน้ำผิวเปลือกสีเขียวปนขาว ผิวเรียบเป็นมัน ลําตนมียาง ลำตนบิดงอไปตามจังหวะแตกกิ่งกานสาขา รูปทรงโปรง ใบ แตกออกบริเวณปลายของกิ่งก้าน ใบ เปนใบเดี่ยว มนรีปลายใบมน โคนใบสอบเรียว กลางใบมีเสนสีขาวมองได้ชัด แผนใบแข็ง ผิวใบเปน มนเรียบสีเขียว ดอก ดอกออกตรงปลายยอด ดอกรูปแตร มีกลีบดอก 5 กลีบ มีสีชมพูโคนกลีบดอกมีฐานรอง ดอกเปนแฉก เล็กๆ สีเขียว ดอกบานมีความกวางประมาณ 3-4 เซนติเมตรยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ผล ผลแหง ผลเป็นฝักคู่รูปยาวรีเมื่อแกแตกได้ 1.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก กลีบเลี้ยง (sepal) ฐานรองดอก (receptacle) ยอดเกสรตัวเมีย (stigma) ก้านชูเกสรตัวเมีย (style) ละอองเรณู (pollen) รังไข่ (ovary) ยอดเกสรตัวผู้ (anther) ก้านชูเกสรตัวผู้ (filament) เกสรตัวเมีย (carpel) เกสรตัวผู้ (stamens) หลอดกลีบดอก (corolla tube) แฉกกลีบดอก (corolla lobe) กลีบดอก (petal) 1 2
  • 5.
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscusrosa sinensis. ชื่อสามัญ : Hibicus วงศ์ : Malvaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ใบ ใบค่อนข้างมนรี มีปลายแหลม ขอบของใบเป็นจัก เล็กน้อย และมีสีเขียวเข้มเมื่อขยี้ใบจะเป็นเมือกเหนียว ดอก มีทั้งกลีบชั้นเดียวและหลายชั้น หากเป็นชั้นเดียวปกติ จะมีกลีบดอก 5 กลีบ มีก้านเกสรอยู่ตรงกลางดอกหนึ่งก้าน ลักษณะของกลีบดอกชบาจะมีขนาดใหญ่ มีหลายสีไม่ว่าจะ เป็น ขาว แดง แสด เหลือง ม่วง ชมพู และสีอื่นๆ ลำต้น เป็นไม้พุ่ม เปลือกสีเทาปนน้ำตาล สูง 2-4 เมตร การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 2 คือ ดอกชบา 2.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ 2.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 4 5
  • 6.
    การศึกษาโครงสร้างดอกชนิดที่ 3 คือกุหลาบ 3.1 ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa hybrida ชื่อสามัญ : Rose วงศ์ : ROSACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : กุหลาบเป็นพรรณไม้ยืนต้น เป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นมีความยาวประมาณ 30-200 เซนติเมตร ลำต้น เตี้ยและสูง มีหนามหรือไม่มีแล้วแต่ชนิดพันธุ์ลำต้นสี เขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลแตกกิ่งก้านมารอบต้น ใบ: ใบเป็นใบรวมแตกออกจากกิ่งก้านก้านใบจะมีหู ใบติดอยู่ด้วยลักษณะใบโคนใบมนปลายใบแหลมขอบ ใบมีหยักเล็กน้อยตัวใบนิ่มมีสีเขียวใบจะออกจากก้านใบ เป็นคู่ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2- 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ3 - 5เซนติเมตร ดอก: เป็นดอกเดี่ยวมีก้านดอกยาวแตกออกจากปลาย กิ่งหรือง่ามใบที่กิ่ง ลักษณะดอกเป็นกลีบเรียงซ้อนกัน เป็นชั้นๆประมาณ4-6 ชั้นดอกมีกลีบ 5-15 กลีบขอบ ดอกเรียบตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมีย อยู่รวมกันดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกบานมี ความ กว้างประมาณ 2-6 เซนติเมตร ผล: ผลแบบ (hip) เป็นผลกลุ่มค่อนข้างกลมหรือกลม แป้นอยู่บนฐานรองดอก ภายในมีเมล็ดหลายสิบเมล็ด ผลสุกสีส้ม แดง น้ำตาล ผิวมัน ผลแก่แห้ง เมล็ดล่อน เกสรตัวผู้ (stamens) ละอองเรณู (pollen) ยอดเกสรตัวผู้ (anther) ก้านชูเกสรตัวผู้ (filament) 3.2 องค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก ยอดเกสรตัวเมีย (stigma) ก้านชูเกสรตัวเมีย (style) รังไข่ (ovary) เกสรตัวเมีย (carpel) กลีบเลี้ยง (sepal) ฐานรองดอก (receptacle) กลีบดอก (petal) 7 8
  • 7.
    3 1.3 ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก 2.3ตัวอย่างแห้งแสดงองค์ประกอบโครงสร้างสำคัญของดอก
  • 8.
  • 9.
    11 12 ครูผู้สอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์ ตำแหน่งครูคศ.1 สาขาชีววิทยา กลุ่มสาระเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คณะผู้จัดทำ Clip ประกอบการศึกษา: https://youtu.be/koVCvxzW0J4 บรรณานุกรรม ศิรประภา ทิพวันนา. (2557). การจำแนกประเภทดอกไม้. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://jeepsrp.wordpress.com/การจำแนกประเภทดอกไม้/. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561). ชวนชม. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://panmai.com/DesertRose/ DesertRose_1.shtml. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561). ส่วนประกอบของดอกกุหลาบ. (2557). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/sitedxkkuhlab1111/dxk-kuhlab. (วันที่ค้นข้อมูล : 19 พฤศจิกายน 2561). ชบา ประโยชน์ และสรรพคุณชบา. (2561). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://puechkaset.com/ชบา/. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561). Musiał K, et al. Protoplasma. (2013). [ออนไลน์]. Anatomy of ovary and ovule in dandelions เข้าถึงได้จาก : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/23001751/. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561). Anatomy Of A Flower. (2561). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.daniellesrockawayflorist.com/2018/03/01/flower-anatomy/. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 พฤศจิกายน 2561). ภาริณี ประเสริฐกุล. (2558). องค์ประกอบของดอกไม้. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/phaencadkarkarreiynru/1-kar-subphanthu-laea-kar- khyay-phanthu-phuch-dxk/-phuch-dxk. (วันที่ค้นข้อมูล : 21 พฤศจิกายน 2561).