บทที่ ๗ หลักการปกครอง หลักการบริหารและหลักธรรมมาภิบาล
บทนํา
หลักการปกครองที่ดีนั้น อันที่จริงหัวใจอยูที่การมีสวนรวมของประชาชน ที่
สามารถเขาไปมีสวนรวมทางการบริหารจัดการตอผูนําไดในทุกระดับ ซึ่งประชาชน
สามารถตรวจสอบการบริหารงานของผูนําได เนื่องจากอํานาจที่แทจริงอยูที่ประชาชน
และผูนําเองตองรับผิดชอบตอการกระทําของตนเองดวย
พระสูตรที่เกี่ยวกับหลักการปกครอง
สําหรับนักปกครองทั้งหลาย ปญหาสําคัญของผูปกครองในการพัฒนาประเทศ
ก็คือ การทําใหประชาชนอยูดีกินดี อันเปนเปาหมายสําคัญของการพัฒนาประเทศ
อนึ่งหากประชาชนแตละคนมีการอยูดีกินดี ก็ยอมจะทําใหสังคมมีความมั่นคง แตถา
แตละคนซึ่งเปนสมาชิกของประเทศสวนใหญมีความเดือดรอนในเรื่องการเปนอยู ก็
ยอมมีสาเหตุนําความออนแอมาสูสังคมและประเทศชาติ สังคมก็ยอมจะมีแตความ
เดือดรอน เปนหนี้เปนสินกันมาก มีการทําผิดกฎหมายบานเมือง มีโจรผูรายมากขึ้น
ประชาชนมีการศึกษาต่ํา และปญหาสังคมอื่นๆ อีกมากมายก็จะเกิดขึ้นตามมา ซึ่ง
ปรากฏการณทางสังคมเชนนี้ที่เกิดขึ้นก็เนื่องมาจากสาเหตุสําคัญ คือ ปญหาเศรษฐกิจ
ของประเทศหรือ ปญหาการเปนอยูของประชาชนนั่นเอง
ดังนั้นหลักการเบื้องแรกของการพัฒนาประเทศของรัฐบาลหรือนักปกครอง
ทั้งหลายใหไดผลดี จะตองแกปญหาทางเศรษฐกิจใหประชาชนอยูดีกินดีเสียกอน
โดยเฉพาะจะตองแกปญหาตั้งแตระดับรากเหงาของประเทศ คือ ชาวไรชาวนาเปน
หลักสําคัญ อันเปนตนแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบยั่งยืน เมื่อนั้น
ปญหาสังคมอื่นๆก็จะหมดไป และหลักการดังกลาวนี้ก็ปรากฏในพระสุตตันตปฎก ทีฆ
นิกาย สีลขันธวรรค ในเรื่องกูฏทันตสูตร
กูฏทันตสูตร
กูฏทันตสูตร0
๑ แปลวา พระสูตรที่วาดวยกูฏทันตพราหมณ (กูฏทันตะ แปลวา
ฟนเขยิน) ที่ชื่ออยางนี้ เพราะเนื้อหาสําคัญของพระสูตรนี้ เปนขอสนทนาระหวางพระ
ผูมีพระภาคเจา (ผูตรัสตอบ) กับกูฏทันตพราหมณ (ผูทูลถาม)
ขณะนั้น พระผูมีพระภาคเจาประทับอยูในสวนอัมพลัฏฐิกา ใกลหมูบาน
พราหมณชื่อขาณุมัต แควนมคธ ซึ่งมีกูฏทันตพราหมณเปนผูปกครอง ขณะนั้นกูฏทันต
พราหมณกําลังเตรียมการจัดทําพิธีบูชามหายัญ เพื่อความสุข ความเจริญของตนเอง
และประชาชนในหมูบานของเขา โดยเตรียมฆาสัตวเพื่อบูชายัญถึงอยางละ ๗๐๐ ตัว
๑
ที. สี. (ไทย) ๙ / [๓๔] – [๓๗] และ ๙ / ๓๒๓ – ๓๕๘ / ๑๒๕ – ๑๕๐
๑๔๒
วิชาพุทธรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
แตเนื่องจากวาตนไมทราบวาจะทําพิธีอยางไรกันแน และทราบวาพระผูมีพระภาคเจา
ทรงทราบดี จึงไดไปเขาเฝาเพื่อทูลถามพระพุทธองค
พระผูมีพระภาคจึงไดตรัสเลาถึงการทําพิธีบูชามหายัญของพระเจาวิชิตราชมา
ประกอบเปนตัวอยาง ที่เรียกวา ยัญ ๓ บริขาร ๑๖ วา ในขั้นแรกจะตองเริ่มตน
พัฒนาเศรษฐกิจของประชาชนแบบยั่งยืน ตอจากนั้นก็พัฒนาบุคลากรในประเทศใหมี
ทาน ศีลและปญญาอันเปนยัญขั้นสุดทาย
ตอจากนั้นกูฏทันตพราหมณจึงทูลถามวา ยังมียัญอื่นที่มีการริเริ่มนอย แตมีผล
มากกวายัญ ๓ บริขาร ๑๖ พระผูมีพระภาคจึงตรัสถึงยัญที่มีการริเริมนอยแตมีผลมาก
ตามลําดับจากนอยไปมากที่สุดดังนี้ การใหทานเปนนิตย การสรางวิหารอุทิศสงฆ
การถึงพระรัตนตรัยเปนสรณ ะ การสมาทานศีล ๕ การออกบ วชป ระพฤติ
พรหมจรรย
กูฏทันตพราหมณจึงมีความเลื่อมใสในพระธรรมเทศนา ประกาศตนเปน
อุบาสกถึงพระรัตนตรัยเปนสรณะตลอดชีวิต และยกเลิกการฆาสัตวบูชายัญตั้งแตนั้น
เปนตนมา
หลักการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืนจากกูฏทันตสูตร
พระสูตรนี้ใหขอคิดหลายประการ อันเปนประโยชนอยางยิ่งในทางรัฐศาสตร
และเศรษฐศาสตร โดยเฉพาะหลักการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน สําหรับนักปกครอง
(รัฐบาล) ทั้งหลาย จะเห็นวา กูฏทันตพราหมณ เตรียมการบูชายัญ สั่งใหเตรียมการ
เอาสัตวตาง ๆ ผูกไวกับเสาถึง ๓,๔๐๐ ตัว พระพุทธเจาคงจะทรงทราบกิติศัพทเรื่อง
นี้ จึงเสด็จไปแวะพัก ณ หมูบานพราหมณ ซึ่งกูฏทันตพราหมณเปนผูปกครอง
เมื่อพระพุทธเจา ผูทรงเปนที่เคารพนับถือของมหากษัตริยแควนนั้น (มคธ)
เสด็จไปถึง ณ ที่ใด ก็มักจะมีประชาชนสนใจไปสดับพระพุทธโอวาท เพราะพระองค
เปนผูนําทางจิตใจ แมของพระมหากษัตริย คือ พระเจาพิมพิสาร ยิ่งกูฏทันตพราหมณ
ยิ่งสนใจมาก จะไดหาโอกาสกราบทูลถามถึงการเตรียมการบูชายัญของตนวา ถูกตอง
สมบูรณหรือไม แทนที่พระพุทธเจาจะรีบตรัสตอบเรื่องการบูชายัญ กลับทรงชี้ใหเห็น
วา ควรบริหารประเทศหรือเขตปกครองของตนใหรมเย็นเปนสุข ปราศจากโจรผูราย
เสียกอน จึงคอยคิดบูชายัญ
วิธีการป กครองป ระเท ศใหเกิด ความรมเย็น เปน สุขนั้น จําเปน จะตอง
ปราบปรามโจรผูรายใหสงบราบคาบเสียกอน และการทําใหโจรผูรายสงบราบคาบ ก็
ไมใชโดยการลงโทษ ประหารชีวิต จองจําหรือเนรเทศ (ไมใชความรุนแรงแกปญหา)
แตจะตองจัดการพัฒนาประเทศใน ๒ ดานที่สําคัญ คือ
๑. ดานการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ คือ การพัฒนาใหประชาชนอยูดี
กินดี มีความสงบสุข ประกอบอาชีพสุจริต ดวยหลักการ ๓ ประการ ดังนี้
๑.๑ สงเสริมเกษตรกรรมและการเลี้ยงปศุสัตว โดยการแจกพันธุพืช
และอาหารใหแกพลเมืองผูขะมักเขมน (มีอุตสาหะวิริยะ) ในเกษตรกรรมและการ
๑๔๓
วิชาพุทธรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
เลี้ยงปศุสัตวในบานเมือง1
๒ ในความหมายนี้อรรถกถาใหความหมายวา เมื่อประชาชน
มีอยูหรือไดรับแจกแลวไมเพียงพอ ก็ใหแจกพืชพันธธัญญาหารตางๆ รวมทั้งสิ่งของที่
เปนเครื่องมือในการกสิกรรมและการปศุสัตวตางๆ แมอยางอื่นทุกอยางอีกที่
เกี่ยวของกับการเกษตรกรรมนั้นๆ การสงเสริมเกษตรกรรมนี้ นับวาเปนหลักการ
พัฒนาเศรษฐกิจระดับรากหญาของประเทศ แมประชาชนในพระสูตรนี้จะเปนคนใน
สังคมอินเดียสมัยเมื่อ ๒๕๐๐ กวาปมาแลวก็ตาม ก็สามารถเขาไดกับหลักการพัฒนา
ประเทศไทยในปจจุบันได เพราะสังคมไทยนับตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ประชาชนสวน
ใหญของประเทศก็ยังเปนประชาชนในภาคเกษตรกรรม ไดแก ประชาชนที่ประกอบ
อาชีพเกี่ยวกับการใชที่ดินเพาะปลูกพืชพันธุตางๆ คือ ชาวไร ชาวนา ชาวสวน รวมทั้ง
การเลี้ยงสัตว การประมง และการปาไม2
๓
๑.๒ สงเสริมการพาณิชยกรรม โดยการใหตนทุนแกพลเมือง ผู
ขะมักเขมนในพาณิชยกรรมในบานเมือง ในอรรถกถาไดอธิบายวา หมายถึง การแจก
สิ่งของอันเปนตนทุนดวยอํานาจตัดขาดเงินตน ไมตองทําพยานหลักฐาน ไมตอง
ลงบัญ ชี การใหตนทุนแกพอคานี้ ทานอาจารยสุชีพ ปุญญ านุภาพ กลาววา มี
ความหมายรวมถึง การสงเสริมอุตสาหกรรมและการพาณิชยกรรม (คาขาย) ใน
ปจจุบันอีกดวย3
๔ เพราะในสมัยกอน พอคากับนักอุตสาหกรรมเปนประเภทเดียวกัน
ถาจะใหการคาเจริญ การอุตสาหกรรมรุงเรืองอยางเชนในปจจุบัน ก็ตองใหยืมทุน
หรือสงเคราะหในเรื่องทุน ตลอดจนตนทุนการคาอื่น ๆ อีกดวย จึงจะสามารถขยาย
กิจการงานการคาได ยิ่งในปจจุบันการพาณิชยกรรมและการอุตสาหกรรมมิใชจํากัด
อยูเฉพาะภายในประเทศเทานั้น แตยังขยายออกไปสูประเทศตาง ๆ อีกมากมาย การ
สงเสริมพาณิชยกรรมนี้จึงขยายความหมายครอบคลุมถึงประเด็นนี้อีกดวย
๑.๓ สงเสริมขาราชการที่ดี ขยัน ซื่อสัตยสุจริตในบานเมือง โดยการให
อาหารและเงินเดือนแกขาราชการที่ขยันขันแข็งในหนาที่ ในอรรถกถาอธิบายวา
ไดแกการใหเบี้ยเลี้ยงรายวันและคาจาง คือ คาอาหารประจําวัน และทรัพยสินมีเงิน
มาก เปนตน พรอมกับมอบฐานันดร บานและนิคม เปนตน โดยสมควรแกตระกูล
การงาน ความกลาหาญ และซื่อสัตยสุจริตของเขากลาวโดยรวมก็คือ การสงเสริม
สวัสดิภาพและรายไดของขาราชการ
มีขอสังเกตอยางหนึ่งคือ การใหอาหารและเงินเดือน (คาจาง) แก
ขาราชการในสมัยกอนนั้น ทานมิไดใหเงินเดือนหรือคาจางแตเพียงอยางเดียว แตแจก
อาหารเชนขาวเปลือกและขาวสารอีกดวย นับวาเปนสวัสดิการอื่นๆ ที่ทางราชการจัด
ใหในสมัยนั้น หากเปนสมัยปจจุบันก็คงเปนสวัสดิการตาง ๆ เชน คารักษาพยาบาล
คาเลาเรียนบุตรธิดา เปนตน
๒
ที. สี. (ไทย) ๙ / ๓๓๘ / ๑๓๑.
๓
ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๔๖). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ : นานมีบุคส
พับลิเคชันส.
๔
สุชีพ ปุญญานุภาพ. (๒๕๔๓) สารัตถะแหงศาสนธรรม. กรุงเทพฯ : มหามกุฏราชวิทยาลัย.
๑๔๔
วิชาพุทธรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
๒. ดานการพัฒนาคนในประเทศ หมายถึง การพัฒนาบุคลากรในดานตาง ๆ
ของประเทศ ใหเปนบุคลากรที่มีประสิทธิภาพในดานตางๆ ไมวาในดานการศึกษา
และดานคุณธรรม โดยเฉพาะในพระสูตรนี้จะเนนในดานคุณธรรมเปนหลัก เปนไป
ตามสูตรการพัฒนาคนที่วา “เปนคนเกง คนดี มีคุณธรรม” นั่นเอง โดยยึดหลักการ
พัฒนาใหเปนคนที่สามารถสรุปไดเปน ๓ ประการ คือ4
๕
๒.๑ ใหนิตยทาน คือ ใหทานเปนประจํา
๒.๒ ใหตั้งมั่นอยูในศีลในธรรม
๒.๓ ใหมีสติปญญา
หลักการพัฒนาประเทศทั้ง ๓ ดานนี้ เปนหลักการปกครอง (รัฐศาสตร) หรือ
หลักการพัฒนาประเทศใหเจริญกาวหนาแบบยั่งยืนที่สมบูรณแบบ ซึ่งพระผูมีพระภาค
เจาไดทรงแสดงเอาไว ไดครอบคลุมหลักการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในประเทศ และ
หลักการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นับวาเปนความคิดที่ทันสมัยเพียงไร จะเห็นได
วาแมบัดนี้ลวงมาแลว ๒๕๐๐ ปเศษแลว ก็ยังเปนปญหาเฉพาะหนาที่รัฐบาลในทุกยุค
ทุกสมัย ยังคงดําเนินการกันอยู
5
๕
ที. สี. (ไทย) ๙ / ๓๔๙ / ๑๔๖.
๖
ที. สี. (ไทย) ๙ /๓๒๓–๓๕๘/ ๑๒๕–๑๕๐.

7.0

  • 1.
    บทที่ ๗ หลักการปกครองหลักการบริหารและหลักธรรมมาภิบาล บทนํา หลักการปกครองที่ดีนั้น อันที่จริงหัวใจอยูที่การมีสวนรวมของประชาชน ที่ สามารถเขาไปมีสวนรวมทางการบริหารจัดการตอผูนําไดในทุกระดับ ซึ่งประชาชน สามารถตรวจสอบการบริหารงานของผูนําได เนื่องจากอํานาจที่แทจริงอยูที่ประชาชน และผูนําเองตองรับผิดชอบตอการกระทําของตนเองดวย พระสูตรที่เกี่ยวกับหลักการปกครอง สําหรับนักปกครองทั้งหลาย ปญหาสําคัญของผูปกครองในการพัฒนาประเทศ ก็คือ การทําใหประชาชนอยูดีกินดี อันเปนเปาหมายสําคัญของการพัฒนาประเทศ อนึ่งหากประชาชนแตละคนมีการอยูดีกินดี ก็ยอมจะทําใหสังคมมีความมั่นคง แตถา แตละคนซึ่งเปนสมาชิกของประเทศสวนใหญมีความเดือดรอนในเรื่องการเปนอยู ก็ ยอมมีสาเหตุนําความออนแอมาสูสังคมและประเทศชาติ สังคมก็ยอมจะมีแตความ เดือดรอน เปนหนี้เปนสินกันมาก มีการทําผิดกฎหมายบานเมือง มีโจรผูรายมากขึ้น ประชาชนมีการศึกษาต่ํา และปญหาสังคมอื่นๆ อีกมากมายก็จะเกิดขึ้นตามมา ซึ่ง ปรากฏการณทางสังคมเชนนี้ที่เกิดขึ้นก็เนื่องมาจากสาเหตุสําคัญ คือ ปญหาเศรษฐกิจ ของประเทศหรือ ปญหาการเปนอยูของประชาชนนั่นเอง ดังนั้นหลักการเบื้องแรกของการพัฒนาประเทศของรัฐบาลหรือนักปกครอง ทั้งหลายใหไดผลดี จะตองแกปญหาทางเศรษฐกิจใหประชาชนอยูดีกินดีเสียกอน โดยเฉพาะจะตองแกปญหาตั้งแตระดับรากเหงาของประเทศ คือ ชาวไรชาวนาเปน หลักสําคัญ อันเปนตนแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบยั่งยืน เมื่อนั้น ปญหาสังคมอื่นๆก็จะหมดไป และหลักการดังกลาวนี้ก็ปรากฏในพระสุตตันตปฎก ทีฆ นิกาย สีลขันธวรรค ในเรื่องกูฏทันตสูตร กูฏทันตสูตร กูฏทันตสูตร0 ๑ แปลวา พระสูตรที่วาดวยกูฏทันตพราหมณ (กูฏทันตะ แปลวา ฟนเขยิน) ที่ชื่ออยางนี้ เพราะเนื้อหาสําคัญของพระสูตรนี้ เปนขอสนทนาระหวางพระ ผูมีพระภาคเจา (ผูตรัสตอบ) กับกูฏทันตพราหมณ (ผูทูลถาม) ขณะนั้น พระผูมีพระภาคเจาประทับอยูในสวนอัมพลัฏฐิกา ใกลหมูบาน พราหมณชื่อขาณุมัต แควนมคธ ซึ่งมีกูฏทันตพราหมณเปนผูปกครอง ขณะนั้นกูฏทันต พราหมณกําลังเตรียมการจัดทําพิธีบูชามหายัญ เพื่อความสุข ความเจริญของตนเอง และประชาชนในหมูบานของเขา โดยเตรียมฆาสัตวเพื่อบูชายัญถึงอยางละ ๗๐๐ ตัว ๑ ที. สี. (ไทย) ๙ / [๓๔] – [๓๗] และ ๙ / ๓๒๓ – ๓๕๘ / ๑๒๕ – ๑๕๐
  • 2.
    ๑๔๒ วิชาพุทธรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา แตเนื่องจากวาตนไมทราบวาจะทําพิธีอยางไรกันแน และทราบวาพระผูมีพระภาคเจา ทรงทราบดีจึงไดไปเขาเฝาเพื่อทูลถามพระพุทธองค พระผูมีพระภาคจึงไดตรัสเลาถึงการทําพิธีบูชามหายัญของพระเจาวิชิตราชมา ประกอบเปนตัวอยาง ที่เรียกวา ยัญ ๓ บริขาร ๑๖ วา ในขั้นแรกจะตองเริ่มตน พัฒนาเศรษฐกิจของประชาชนแบบยั่งยืน ตอจากนั้นก็พัฒนาบุคลากรในประเทศใหมี ทาน ศีลและปญญาอันเปนยัญขั้นสุดทาย ตอจากนั้นกูฏทันตพราหมณจึงทูลถามวา ยังมียัญอื่นที่มีการริเริ่มนอย แตมีผล มากกวายัญ ๓ บริขาร ๑๖ พระผูมีพระภาคจึงตรัสถึงยัญที่มีการริเริมนอยแตมีผลมาก ตามลําดับจากนอยไปมากที่สุดดังนี้ การใหทานเปนนิตย การสรางวิหารอุทิศสงฆ การถึงพระรัตนตรัยเปนสรณ ะ การสมาทานศีล ๕ การออกบ วชป ระพฤติ พรหมจรรย กูฏทันตพราหมณจึงมีความเลื่อมใสในพระธรรมเทศนา ประกาศตนเปน อุบาสกถึงพระรัตนตรัยเปนสรณะตลอดชีวิต และยกเลิกการฆาสัตวบูชายัญตั้งแตนั้น เปนตนมา หลักการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืนจากกูฏทันตสูตร พระสูตรนี้ใหขอคิดหลายประการ อันเปนประโยชนอยางยิ่งในทางรัฐศาสตร และเศรษฐศาสตร โดยเฉพาะหลักการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน สําหรับนักปกครอง (รัฐบาล) ทั้งหลาย จะเห็นวา กูฏทันตพราหมณ เตรียมการบูชายัญ สั่งใหเตรียมการ เอาสัตวตาง ๆ ผูกไวกับเสาถึง ๓,๔๐๐ ตัว พระพุทธเจาคงจะทรงทราบกิติศัพทเรื่อง นี้ จึงเสด็จไปแวะพัก ณ หมูบานพราหมณ ซึ่งกูฏทันตพราหมณเปนผูปกครอง เมื่อพระพุทธเจา ผูทรงเปนที่เคารพนับถือของมหากษัตริยแควนนั้น (มคธ) เสด็จไปถึง ณ ที่ใด ก็มักจะมีประชาชนสนใจไปสดับพระพุทธโอวาท เพราะพระองค เปนผูนําทางจิตใจ แมของพระมหากษัตริย คือ พระเจาพิมพิสาร ยิ่งกูฏทันตพราหมณ ยิ่งสนใจมาก จะไดหาโอกาสกราบทูลถามถึงการเตรียมการบูชายัญของตนวา ถูกตอง สมบูรณหรือไม แทนที่พระพุทธเจาจะรีบตรัสตอบเรื่องการบูชายัญ กลับทรงชี้ใหเห็น วา ควรบริหารประเทศหรือเขตปกครองของตนใหรมเย็นเปนสุข ปราศจากโจรผูราย เสียกอน จึงคอยคิดบูชายัญ วิธีการป กครองป ระเท ศใหเกิด ความรมเย็น เปน สุขนั้น จําเปน จะตอง ปราบปรามโจรผูรายใหสงบราบคาบเสียกอน และการทําใหโจรผูรายสงบราบคาบ ก็ ไมใชโดยการลงโทษ ประหารชีวิต จองจําหรือเนรเทศ (ไมใชความรุนแรงแกปญหา) แตจะตองจัดการพัฒนาประเทศใน ๒ ดานที่สําคัญ คือ ๑. ดานการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ คือ การพัฒนาใหประชาชนอยูดี กินดี มีความสงบสุข ประกอบอาชีพสุจริต ดวยหลักการ ๓ ประการ ดังนี้ ๑.๑ สงเสริมเกษตรกรรมและการเลี้ยงปศุสัตว โดยการแจกพันธุพืช และอาหารใหแกพลเมืองผูขะมักเขมน (มีอุตสาหะวิริยะ) ในเกษตรกรรมและการ
  • 3.
    ๑๔๓ วิชาพุทธรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เลี้ยงปศุสัตวในบานเมือง1 ๒ ในความหมายนี้อรรถกถาใหความหมายวาเมื่อประชาชน มีอยูหรือไดรับแจกแลวไมเพียงพอ ก็ใหแจกพืชพันธธัญญาหารตางๆ รวมทั้งสิ่งของที่ เปนเครื่องมือในการกสิกรรมและการปศุสัตวตางๆ แมอยางอื่นทุกอยางอีกที่ เกี่ยวของกับการเกษตรกรรมนั้นๆ การสงเสริมเกษตรกรรมนี้ นับวาเปนหลักการ พัฒนาเศรษฐกิจระดับรากหญาของประเทศ แมประชาชนในพระสูตรนี้จะเปนคนใน สังคมอินเดียสมัยเมื่อ ๒๕๐๐ กวาปมาแลวก็ตาม ก็สามารถเขาไดกับหลักการพัฒนา ประเทศไทยในปจจุบันได เพราะสังคมไทยนับตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ประชาชนสวน ใหญของประเทศก็ยังเปนประชาชนในภาคเกษตรกรรม ไดแก ประชาชนที่ประกอบ อาชีพเกี่ยวกับการใชที่ดินเพาะปลูกพืชพันธุตางๆ คือ ชาวไร ชาวนา ชาวสวน รวมทั้ง การเลี้ยงสัตว การประมง และการปาไม2 ๓ ๑.๒ สงเสริมการพาณิชยกรรม โดยการใหตนทุนแกพลเมือง ผู ขะมักเขมนในพาณิชยกรรมในบานเมือง ในอรรถกถาไดอธิบายวา หมายถึง การแจก สิ่งของอันเปนตนทุนดวยอํานาจตัดขาดเงินตน ไมตองทําพยานหลักฐาน ไมตอง ลงบัญ ชี การใหตนทุนแกพอคานี้ ทานอาจารยสุชีพ ปุญญ านุภาพ กลาววา มี ความหมายรวมถึง การสงเสริมอุตสาหกรรมและการพาณิชยกรรม (คาขาย) ใน ปจจุบันอีกดวย3 ๔ เพราะในสมัยกอน พอคากับนักอุตสาหกรรมเปนประเภทเดียวกัน ถาจะใหการคาเจริญ การอุตสาหกรรมรุงเรืองอยางเชนในปจจุบัน ก็ตองใหยืมทุน หรือสงเคราะหในเรื่องทุน ตลอดจนตนทุนการคาอื่น ๆ อีกดวย จึงจะสามารถขยาย กิจการงานการคาได ยิ่งในปจจุบันการพาณิชยกรรมและการอุตสาหกรรมมิใชจํากัด อยูเฉพาะภายในประเทศเทานั้น แตยังขยายออกไปสูประเทศตาง ๆ อีกมากมาย การ สงเสริมพาณิชยกรรมนี้จึงขยายความหมายครอบคลุมถึงประเด็นนี้อีกดวย ๑.๓ สงเสริมขาราชการที่ดี ขยัน ซื่อสัตยสุจริตในบานเมือง โดยการให อาหารและเงินเดือนแกขาราชการที่ขยันขันแข็งในหนาที่ ในอรรถกถาอธิบายวา ไดแกการใหเบี้ยเลี้ยงรายวันและคาจาง คือ คาอาหารประจําวัน และทรัพยสินมีเงิน มาก เปนตน พรอมกับมอบฐานันดร บานและนิคม เปนตน โดยสมควรแกตระกูล การงาน ความกลาหาญ และซื่อสัตยสุจริตของเขากลาวโดยรวมก็คือ การสงเสริม สวัสดิภาพและรายไดของขาราชการ มีขอสังเกตอยางหนึ่งคือ การใหอาหารและเงินเดือน (คาจาง) แก ขาราชการในสมัยกอนนั้น ทานมิไดใหเงินเดือนหรือคาจางแตเพียงอยางเดียว แตแจก อาหารเชนขาวเปลือกและขาวสารอีกดวย นับวาเปนสวัสดิการอื่นๆ ที่ทางราชการจัด ใหในสมัยนั้น หากเปนสมัยปจจุบันก็คงเปนสวัสดิการตาง ๆ เชน คารักษาพยาบาล คาเลาเรียนบุตรธิดา เปนตน ๒ ที. สี. (ไทย) ๙ / ๓๓๘ / ๑๓๑. ๓ ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๔๖). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ : นานมีบุคส พับลิเคชันส. ๔ สุชีพ ปุญญานุภาพ. (๒๕๔๓) สารัตถะแหงศาสนธรรม. กรุงเทพฯ : มหามกุฏราชวิทยาลัย.
  • 4.
    ๑๔๔ วิชาพุทธรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ๒. ดานการพัฒนาคนในประเทศหมายถึง การพัฒนาบุคลากรในดานตาง ๆ ของประเทศ ใหเปนบุคลากรที่มีประสิทธิภาพในดานตางๆ ไมวาในดานการศึกษา และดานคุณธรรม โดยเฉพาะในพระสูตรนี้จะเนนในดานคุณธรรมเปนหลัก เปนไป ตามสูตรการพัฒนาคนที่วา “เปนคนเกง คนดี มีคุณธรรม” นั่นเอง โดยยึดหลักการ พัฒนาใหเปนคนที่สามารถสรุปไดเปน ๓ ประการ คือ4 ๕ ๒.๑ ใหนิตยทาน คือ ใหทานเปนประจํา ๒.๒ ใหตั้งมั่นอยูในศีลในธรรม ๒.๓ ใหมีสติปญญา หลักการพัฒนาประเทศทั้ง ๓ ดานนี้ เปนหลักการปกครอง (รัฐศาสตร) หรือ หลักการพัฒนาประเทศใหเจริญกาวหนาแบบยั่งยืนที่สมบูรณแบบ ซึ่งพระผูมีพระภาค เจาไดทรงแสดงเอาไว ไดครอบคลุมหลักการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในประเทศ และ หลักการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นับวาเปนความคิดที่ทันสมัยเพียงไร จะเห็นได วาแมบัดนี้ลวงมาแลว ๒๕๐๐ ปเศษแลว ก็ยังเปนปญหาเฉพาะหนาที่รัฐบาลในทุกยุค ทุกสมัย ยังคงดําเนินการกันอยู 5 ๕ ที. สี. (ไทย) ๙ / ๓๔๙ / ๑๔๖. ๖ ที. สี. (ไทย) ๙ /๓๒๓–๓๕๘/ ๑๒๕–๑๕๐.