โดย พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ
ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล
สถาบันพระปกเกล้า
www.elifesara.com ekkachais@hotmail.com
สงครามโลก
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• เป็นสงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นเฉพาะในทวีปยุโรปเป็น
สาคัญเท่านั้น ระหว่าง ค.ศ. 1914 ถึง 1918 มี
ศูนย์กลางอยู่ในทวีปยุโรป
• เป็นความขัดแย้งทางทหารในระดับโลกตั้งแต่
ค.ศ. 1939 ถึง 1945 เป็นสงครามที่ลุกลามไปทั่วโลก
อย่างแท้จริง
โดยครอบคลุมอาณาบริเวณทั้งในยุโรป แอฟริกา
เหนือ เอเชียตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิก
• สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นการระดมคนจานวนมาก
เข้ามาสู่สงครามประหัตประหารกัน ที่เรียกว่า
"สงครามของคนหมู่มาก" (War of the Masses)
• สงครามโลกครั้งที่สอง ประชาชนทุกคนล้วน
เกี่ยวข้องกับสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอาจกล่าว
ได้ว่า สงครามโลกครั้งที่สองนั้นเป็น "สงครามของ
ประชาชนทุกคน“
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
ฝ่ายมหาอานาจกลาง หรือไตรพันธมิตร ศูนย์กลางอยู่ที่
ไตรพันธมิตร ได้แก่เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการีและอิตาลี
จักรวรรดิออตโตมัน เข้าสู่สงครามใน ค.ศ. 1914 อิตาลี
และบัลแกเรียใน ค.ศ. 1915 และโรมาเนียใน ค.ศ. 1916
ฝ่ายอักษะ ได้แก่
เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น
กับ กับ
ฝ่ายมหาอานาจไตรภาคี หรือฝ่ายสัมพันธมิตร
ศูนย์กลางอยู่ที่ไตรภาคี คืออังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
ค.ศ. 1918 กองทัพสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงคราม
จักรวรรดิรัสเซียล่มสลายใน ค.ศ. 1917 และรัสเซียถอน
ตัวจากสงครามหลังการปฏิวัติเดือนตุลาคมในปีเดียวกัน
ฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
เมื่อเริ่มสงคราม สหรัฐอเมริกาวางตัวเป็นกลาง แต่
เมื่อญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลซึ่งเป็นฐานทัพของ
สหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิก จึงเข้าร่วมใน
สงครามโลกครั้งที่ 2
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
1. ลัทธิชาตินิยม
2. การแข่งขันกันแสวงหาอาณานิคม
3. การรวมกลุ่มพันธมิตรทางทหาร
4. ความไม่มั่นคงทางการเมืองในคาบสมุทรบอล
ข่าน
1. ลัทธิชาตินิยมในประเทศเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น
2. ลัทธิจักรวรรดินิยม
3. ลัทธินิยมทางทหาร การสะสมอาวุธเพื่อ
ประสิทธิภาพของกองทัพ
4. ความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมือง
ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการ
5. ความอ่อนแอขององค์การสันนิบาตชาติ
6. สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะ
สนธิสัญญาแวร์ซายส์
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• การลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุก -
ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย
รัชทายาทแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ 28
มิถุนายน ค.ศ. 1914 โดยกัฟรีโล ปรินซีปนักศึกษา
ชาวบอสเนียเซิร์บและสมาชิกบอสเนียหนุ่ม เป็น
ชนวนเหตุใกล้ชิดของสงคราม
• กองทัพเยอรมนีบุกโปแลนด์แบบสายฟ้ าแลบ เมื่อ
1 กันยายน 1939 ด้วยโปแลนด์ปฏิเสธที่จะยกเมืองท่า
ดานซิกและฉนวนโปแลนด์ในเยอรมนี อังกฤษและ
ฝรั่งเศส ซึ่งมีสัญญาค้าประกันเอกราชของโปแลนด์
ได้ยื่นคาขาดให้เยอรมนี ถอนทหารออกจากโปแลนด์
แต่ฮิตเลอร์ปฏิเสธ อังกฤษและฝรั่งเศสจึงประกาศ
สงครามกับเยอรมนี
• และญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล ฐานทัพเรือฝั่งแปซิฟิก
ของสหรัฐอเมริกา
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• สงครามเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2457( ค.ศ. 1914 ) ในรัชสมัย
รัชกาลที่ 6
• สยามตั้งตัวเป็นกลาง จนสงครามได้รุนแรงขึ้นเป็นลาดับ
รัชกาลที่ 6 ทรงเห็นว่าฝ่ายเยอรมนีเป็นฝ่ายรุกราน จนกระทั่ง
22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 จึงทรงตัดสินพระทัยประกาศ
สงครามกับเยอรมันนีและออสเตรีย-ฮังการี และได้ส่งทหาร
อาสาสมัครไปช่วยรบ
• สงครามเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2482( ค.ศ. 1939 ) ในรัชสมัย
ของรัชกาลที่ 8 (ขณะนั้นเสด็จประทับอยู่ในประเทศ
สวิตเซอร์แลนด์) หลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป.พิบูล
สงคราม) เป็นนายกรัฐมนตรี
• เมื่อเริ่มสงครามนั้นไทยประกาศตนเป็นกลาง แต่เพราะ
ไทยมีกาลังน้อย เมื่อญี่ปุ่นบุกจึงไม่สามารถต่อต้านได้ และ
เพื่อป้องกันมิให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของญี่ปุ่นในด้านเศรษฐกิจ
และการเมือง รัฐบาลต้องยอมให้ญี่ปุ่นผ่าน
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียง
ประเทศเดียวในทวีปเอเชียและแปซิฟิกไม่นับรวม
ญี่ปุ่น ที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ สาเหตุการเข้าร่วม
เนื่องมาจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกใน
สมัยรัชกาลที่ 5 ทุกประเทศในฝั่งทะเลแปซิฟิกและ
ทะเลอันดามัน ถูกเป็นเมืองขึ้นกันหมดเหลือแต่ไทย
และญี่ปุ่นเท่านั้น
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• ปืนกลยิงรัว ยังเป็นแบบติดฐานบังเกอร์ • ใช้ Assault Rifle หรือ Sub Machine Gun
ให้ทหารพกพา
• ทหารม้ายังขี่ม้าออกรบ โดยรถถังยังไม่มีบทบาท • รถถังถูกใช้กันแพร่หลาย และทหารม้าเปลี่ยนจากขี่ม้ามาขับ
รถถังออกรบแทน
• เครื่องบินรบยังเน้นใช้ยิงกันบนฟ้ าเป็นหลักและบินได้ไม่ไกล • เครื่องบินถูกใช้ทั้งยิงกันบนฟ้ า ทิ้งระเบิด และบินได้ไกลข้าม
ทวีป
• รูปแบบการรบภาคพื้นดินเป็นแนวรบอยู่กับที่ • รูปแบบการรบภาคพื้นดินมีรูปแบบการรบที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• ระเบิดก๊าซพิษแตกต่างกันราว 30 ชนิดถูก
นามาใช้ ทาให้ผู้ได้รับแก๊สพิษเสียชีวิตอย่างช้า
ๆ และทรมาน ซึ่งหลังสงครามครั้งที่ 1 หลาย
ประเทศได้มีการลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วย
การห้ามใช้ก๊าซพิษเหล่านี้อีก
• เทคโนโลยีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบ
เรดาร์ จรวดพิสัยไกล เรือดาน้า รถถัง ปืน
ไรเฟิลประจากายทหารที่ยิงรัวต่อเนื่องได้
เครื่องบินไอพ่น ระเบิดนิวเคลียร์
• ไม่มีการนาก๊าซพิษมาใช้อีก
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม
• ส่วนรัฐจักรวรรดิใหญ่ 4 รัฐ อันได้แก่ จักรวรรดิเยอรมัน
ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซียและออตโตมัน พ่ายแพ้ทั้งทาง
การเมือง และทางทหาร จนได้สิ้นสภาพไป เยอรมนีและ
รัสเซียสูญเสียดินแดนไปมหาศาล ส่วนอีก 2 รัฐที่เหลือนั้นล่ม
สลายลงอย่างสิ้นเชิง
• แผนที่ยุโรปกลางได้ถูกเขียนใหม่โดยมีประเทศขนาดเล็ก
เกิดใหม่หลายประเทศ
• ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม
• เกิดมหาอานาจของโลกใหม่ คือสหรัฐอเมริกา และสหภาพ
โซเวียต จนนาไปสู่เกิดสงครามเย็น ที่ดาเนินต่อมาอีก 45 ปี
• การเกิดประเทศเอกราชใหม่ๆ
กลุ่มประเทศ G8
กลุ่มประเทศกาลังพัฒนา
กลุ่มประเทศเกิดใหม่และรัฐเอกราช
กลุ่มประเทศอักษะแห่งความชั่วร้าย
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• ทหารที่เข้าร่วมสงครามทั้งฝ่ายมหาอานาจกลางและฝ่าย
สัมพันธมิตร ประมาณ 70 ล้านคน เสียชีวิต 8 ล้านคน
บาดเจ็บมากกว่า 20 ล้านคน พิการตลอดชีวิตประมาณ 7
ล้านคน
• ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าสงครามโลก
ครั้งที่ 1 โดยมีผู้เสียชีวิตไปไม่น้อยกว่า 68 ล้านคน จากการ
นาอาวุธที่ทันสมัยและระเบิดปรมาณูมาใช้
• สันนิบาตชาติถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหวังว่าจะป้องกันความ
ขัดแย้งเช่นนี้มิให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
• สหประชาชาติถูกสถาปนาขึ้น เพื่อส่งเสริมความ
ร่วมมือระหว่างประเทศและเพื่อป้องกันความขัดแย้งใน
อนาคต
สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)
• สงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงเมื่อเยอรมนี
เซ็นสัญญาสงบศึก ในวันที่ 11 พฤศจิกายน
1918 กินเวลานาน 4 ปี 5 เดือน จึงยุติลงอย่าง
เป็นรูปธรรม ตามด้วยการลงนามในสนธิสัญญา
แวร์ซายส์ ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1919
• เป็นสงครามที่เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลก
ครั้งที่ 1 เพียง 20 ปี มีระยะเวลายาวนาน ถึง
6 ปี จึงยุติสงคราม
สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2
(1939-1945)
สงครามโลกครั้งที่ 3
(จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด)
• สงครามใหญ่
• เฉพาะในทวีปยุโรป
• พื้นที่สงครามอยู่ในทวีปยุโรป
• สงครามลุกลามไปทั่วโลกทั้งใน
ยุโรป แอฟริกาเหนือ เอเชีย
ตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิก
• สงครามกระจายไปทั่วแต่ละ
ประเทศในทุกทวีป ทั้งอเมริกา
แอฟริกา เอเชียแปซิฟิค ยุโรป
และมหาสมุทรแปซิฟิคฯลฯ
•"สงครามของคนหมู่มาก"
(War of the Masses)
•"สงครามของประชาชนทุก
คน“
•สงครามไร้ตัวตน(นิรนาม)
สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2
(1939-1945)
สงครามโลกครั้งที่ 3
(จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด)
ฝ่ายไตรพันธมิตร เยอรมนี ออสเตรีย-
ฮังการีและอิตาลี ออตโตมัน อิตาลี
บัลแกเรียและโรมาเนียเข้ามาภายหลัง
ฝ่ายอักษะ ได้แก่
เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น
กลุ่มประเทศสังคมนิยมเก่า
กลุ่มประเทศมุสลิม
กับ กับ
ฝ่ายสัมพันธมิตร
อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมภายหลังรัสเซียล่ม
สลาย
ฝ่ายสัมพันธมิตร
อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
เริ่มสงครามสหรัฐอเมริกาเป็นกลาง เมื่อ
ญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลจึงเข้าร่วมในสงคราม
ฝ่ายสัมพันธมิตร
สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส
ออสเตเลีย และกลุ่มประเทศ NATO
สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2
(1939-1945)
สงครามโลกครั้งที่ 3
(จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด)
ลัทธิชาตินิยม แข่งขันกัน
แสวงหาอาณานิคม การ
รวมกลุ่มพันธมิตรทางทหาร
ความไม่มั่นคงทางการเมือใน
คาบสมุทรบอลข่าน
ลัทธิชาตินิยม ลัทธิจักรวรรดิ
นิยม ลัทธินิยมทางทหาร
การสะสมอาวุธ อุดมการณ์
ทางการเมือง ความอ่อนแอ
ขององค์การสันนิบาตชาติ
สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็น
ธรรม
ลัทธิชาตินิยม องค์การ
สหประชาชาติที่ไม่เป็นธรรม
สังคม วัฒนธรรม เชื้อชาติ
เผ่าพันธ์ ศาสนาที่แตกต่างกัน
(Crash Civilization, Megatrend
Asia, Americanization,
Islamization )
 ความเปลี่ยนแปลงเริ่มจากศตวรรษที่ 7 กลุ่มประเทศมุสลิมเพิ่มมากขึ้นจากบริเวณตะวันออกกลาง สู่ยุโรป
 หลังการล่มสลายของระบบสังคมนิยม 1990 มีบอสเนีย และเอเซียกลางแยกจากรัสเซีย รวมเป็น Islamic
Conference Organization(ICO)
 ไม่มีเอกภาพในรูปแบบการปกครองในประเทศ มีนโยบายต่างประเทศที่แตกต่างกัน
 มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีปัจเจกชนนิยมสูง เป็นไปตามประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และยุทธศาสตร์ของที่ตั้งประเทศตามภูมิ
รัฐศาสตร์(Geopolitics)
 มีการนาของประมุขที่มีกรอบแนวความคิด บุคลิก ประสบการณ์ส่วนตัวต่างกันไป
 ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ
 ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่
 ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย
 ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ
 ประเทศมุสลิมสายเคร่ง
 ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ
 ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ(โมร็อกโก
จอร์แดน ซาอุดิอารเบีย บรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย)
 ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี)
 ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน)
 ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้นาในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการ)
 ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอานาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic
Fundamentalism ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าในทศวรรษ ๑๙๘๐)
 ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชียกลางและคอเคซัสที่
เคยรวมอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซักสถาน ทิกิร์เซีย และ
อาเซอร์ไบจาน)
 ประเทศหรือกลุ่มมุสลิมสายเคร่ง เช่นอัฟกานิสถาน อิหร่าน
 ขบวนการชาวปาเลสไตน์บางกลุ่มเช่น “ฮามาส” และ “ฮิซโบเลาะห์
 มุสลิมแนวปฏิวัติอิรักและลิเบีย ก่อการร้ายต่ออเมริกาและกลุ่มตะวันตก
 ผู้นาเอากฎแบบเคร่งครัดของอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” ต่อต้าน “การครองโลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา
 อารยธรรมชนผิวขาวคริสเตียน” เป็นศัตรูที่เกิดขึ้นระหว่าง “ฝรั่ง” กับ “มุสลิม”(ฮันติงตันเรียกว่า“The Clash of
Civilizations” )
 ผู้นามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน โมอามาร์ กัดดาฟี
 “กฎโลก” ที่ใช้ในองค์การระหว่างประเทศเช่น UN , IMF, World Bank , WTO องค์การกาหนดมาตรฐานระหว่าง
ประเทศ ฯลฯ เหล่านี้ มักมีสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอยู่เบื้องหลัง
อิยิปต์
โมร็อกโก
จอร์แดน
ซาอุดิอาระเบีย
ตูนิเซีย
•ปากีสถาน
•รัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย
•อินโดนีเซีย
•บูรไน
สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2
(1939-1945)
สงครามโลกครั้งที่ 3
(จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด)
• ลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุก-
ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่ง
ออสเตรีย โดยนักศึกษาชาว
บอสเนียเซิร์บและสมาชิกบอสเนีย
หนุ่ม
• เยอรมนีบุกโปแลนด์แบบสายฟ้ า
แลบ ด้วยโปแลนด์ปฏิเสธที่จะยก
เมืองท่าดานซิกและฉนวน
โปแลนด์ในเยอรมนี อังกฤษและ
ฝรั่งเศส ยื่นคาขาดให้เยอรมนี
ถอนทหารออกจากโปแลนด์ แต่ฮิต
เลอร์ปฏิเสธ และญี่ปุ่นโจมตีอ่าว
เพิร์ล ของสหรัฐอเมริกา
• สงครามการโจมตีกลุ่ม ISIS ใน
อิรักและซีเรีย
• การแย่งชิงหมู่เกาะพาราเซล/
สเเปรตลีย์ การท้าทายของอิหร่าน
และเกาหลีเหนือต่อสหรัฐอเมริกา
• พื้นที่ Eurasia (Russia /CIS)
and China
www.kpi.ac.th
Military Power
Politics Power
Economics Power
Sociological Power
Religion , Culture
Media Power : Facebook, Twitter, Vdolink,
Mobile Phone, TVonline, Radio online, Cyber War
National
Power
 Globalisation & Localisation
 Hard Power & Soft Power
 Americanization & Islamization
 Capitalism & Socialism
 High Technology & Low Technology
 Tangible & Intangible
 Physical & Mental or Spiritual
 National Resource
รูปแบบการทาสงคราม
หนึ่งประเทศสองระบบ
สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
มุสลิม/ท้องถิ่นนิยม
กาลังอานาจทางทหารทางบก เรือ อากาศ
กาลังอานาจทางการเมือง :
ระบอบประชาธิปไตย
กาลังทางเศรษฐกิจ : ทุนนิยมเสรี กาลังอานาจทางสังคมจิตวิทยา : ศาสนา/วัฒนธรรม
 Soft Power กาลังอานาจที่จับต้องไม่ได้คือความสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่น โดยใช้วิธีการ กาหนด
กรอบ กาหนดเป้าหมายร่วมกัน ใช้การโน้มน้าวและสร้างให้เกิดความต้องการสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้เป็นไปตาม
ความต้องการของผู้ใช้อานาจ
 ทรัพายากรของ กาลังอานาจแบบ Soft Power เช่น ขนบธรรมเนียม ความคิด คุณค่า วัฒนธรรม
และความเข้าใจในนโยบายอย่างถูกต้อง
 กาลังอานาจ Smart Power คือ การผสมผสานระหว่าง กาลังอานาจแบบ Hard Power
และ กาลังอานาจแบบ Soft Power ลงไปในยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ
 มีลักษณะ 4 ประการได้แก่
1. การต่อสู้และการทาลายล้าง
2. การสนับสนุนด้วยวิธีทางการทูต
3. ให้ความคุ้มครองรักษาสันติภาพ
4. ให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ
 การใช้อานาจทางทหาร สามารถทาให้เกิดได้ทั้ง อานาจแบบ Hard Power และ อานาจแบบ Soft Power ได้
 ยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานทั้ง อานาจแบบ Hard Power และอานาจแบบ Soft Power อย่างมีประสิทธิภาพ จะ
นาไปสู่ อานาจทางทหารอย่าง Smart Military Power ในที่สุด
กาลังอานาจแบบ Soft Power เกิดจากปัจจัยพื้นฐาน 3 ประการคือ
1. วัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อที่น่าสนใจ และดึงดูดผู้อื่น
2. คุณค่าในทางการเมือง คือ ระบบบริหารที่มีความรับผิดชอบและตอบสนองต่อความต้องการ
ของประชาชน
3. นโยบายระหว่างประเทศ ที่ผู้อื่นเห็นถึงความสาคัญ และความถูกต้อง
1. กาหนดหลักการ สร้างความดึงดูดใจ และโน้มน้าว
 ยกตัวอย่าง การรณรงค์งดสูบบุหรี่ การใช้อานาจแบบ Hard Power : จับและปรับผู้ที่สูบบุหรี่ถ้าใช้
อานาจแบบ Soft Power : จะใช้การรณรงค์ พูดคุย เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ที่สูบ
เปลี่ยนแปลงความคิด เกี่ยวกับการสูบบุหรี่
 อานาจแบบ Hard Power : ยกเลิกการขายบุหรี่ อานาจแบบ Soft Power : ใช้การโฆษณา เพื่อให้ผู้ที่
สูบเห็นถึง พิษภัยของการสูบบุหรี่ และเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม
2. การทางานของ อานาจแบบ Soft Power : ความตั้งใจโดยตรงผู้นา อาจได้รับรับจูงใจจาก ผู้นาอื่นๆ และ
นาไปสู่นโยบายที่ดีที่สุด ส่วนความตั้งใจทางอ้อม
ผู้นา ได้รับแรงจูงใจจาก จากความต้องการของสังคมที่ชอบหรือ มีแรงจูงใจในเรื่องเดียวกัน อันนาไปสู่
นโยบายที่ดีที่สุด
SEA POWER 21
34A Publication by www.knowtheprophet.com
สงครามในอัฟกานิสถาน ต้องการใช้พื้นที่ปากีสถานเป็นฐานทัพหน้าและส่งกาลังบารุง รัฐบาล
ปากีสถานอนุญาตให้สิทธิแค่การบินผ่าน
สงครามอิรัก ขอใช้พื้นที่ประเทศตุรกีเป็นฐานทัพหน้า ได้รับการปฏิเสธจากสภาฯ
การใช้พื้นที่ประเทศอื่นเป็นฐานทัพหน้า ต้องเสี่ยงกับการใช้ งป.มหาศาล และเกิดความสูญ
เปล่าในอนาคต
การลงทุนสร้างฐานทัพที่อ่าวซูบิคในฟิลิปปินส์ ต่อมาไม่ต่อสัญญาเช่า
ต้องหันกลับมาใช้อาณานิคมของตนเอง คือเกาะกวมเป็นศูนย์กลางของกองกาลังสหรัฐฯ ในเขต
ภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก
พัฒนาฐานทัพอากาศ และฐานทัพเรือ
ใช้งบประมาณ ๑,๐๔๘ ล้านยูเอสดอลล่าร์
มีประชากร ๑๗๐,๐๐๐ คน
มีโรงกลั่นน้ามัน และอู่ซ่อมเรือ
ห่างจากฟิลิปปินส์ ไปทางตะวันออก ๒๒๔๐ กม.
มีพื้นที่ ๕๔๑ ตร.กม.
(บทความนิติภูมิ ไทยรัฐ หน้า ๒ วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒)
กวมเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะมาเรียนา
มีเมืองหลวงคือ อากาญา
ชื่อ“ดินแดนกวมของสหรัฐอเมริกา (U.S. Territory of Guam)” เป็นเกาะ
หนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก
เป็นดินแดนที่ยังไม่ได้ปกครองตนเองของสหรัฐอเมริกา
ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชามอร์โรซึ่งอพยพมาอยู่ที่เกาะเป็นครั้งแรกเมื่อ 3,500 ปีมาแล้ว
รายได้หลักของเกาะมาจากการท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น
 Strategic Defense Mobile
Forces
 Bases Places
 Hard Power Soft Power
Smart Power
ปรับวางกาลังของกองทัพเรือสหรัฐฯโดยทบทวนยุทธศาสตร์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบ จานวนและ
สถานที่ที่กาลังทหารของสหรัฐฯประจาการอยู่ทั่วโลก
กาหนดภัยคุกคามและยุทธศาสตร์ขึ้นใหม่ทั้งหมด มีการลงนามร่วมระหว่าง ผบ.ทร. และ
ผบ.นย.และให้กห.สหรัฐฯ อนุมัติแล้ว
กาหนดเป็นยุทธศาสตร์แบบ ๔-๒-๑
สามารถยับยั้งภัยคุกคามได้ ๔ ภูมิภาค
เอาชนะได้อย่างรวดเร็ว ๒ ภัยคุกคาม
เอาชนะได้อย่างเด็ดขาด อย่างน้อย ๑ ใน ๒ ภัยคุกคาม
EURASIA
ให้ความสาคัญกับภูมิภาค
East Asia,
Northeast Asia
South East Asia
Europe
Northeast
East Asia
South East Asia
Europe
ปรับกองเรือจาก ๑๙ กองเรือ เป็น ๓๗ กองเรือ มีขีดความสามารถในการทาการรบในทุก
ภูมิภาคทั่วโลก
ให้ความสาคัญกับขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Special Force)
มีการปรับปรุงเรือดาน้า Nuclear ชั้น Ohio Class ซึ่งจากเดิมมีการติดตั้ง
ขีปนาวุธ Nuclear มาเป็นติดตั้งอาวุธปล่อยแบบ Tomahawk และสามารถส่ง
หน่วย Special Force ขึ้นปฏิบัติการบนฝั่งได้
สร้างฐานทัพหน้าในแผ่นดินตนเอง ใช้กาลังเคลื่อนที่เร็วลดการพึ่งพาชาติอื่น
วางกาลังและฐานทัพ ฐานส่งกาลังบารุงต่าง ๆ ไว้ทั่วโลก
วางกาลังใหม่ของ ทร.สหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ลดกาลังทหารประจาการใน
เกาหลีใต้ จานวน ๑ ใน ๓ เหลือ ๑๒,๕๐๐ คน จากเดิม ๓๗,๕๐๐ คน
ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ยากที่จะประเมินทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน
ยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯเน้นการสร้างความร่วมมือจากชาติพันธมิตร ในการเข้าจัดการกับภัย
คุกคามตามภูมิภาคต่าง ๆ
Sea Shield การป้องกันจากทะเล ปกป้องแผ่นดินแม่ มีการป้องกัน Air Missile Theater,
Air Missile Defense และการป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ
Sea Strike การโจมตีจากทะเล
Sea Basing ฐานปฏิบัติการจากทะเลที่ใช้ในการบัญชาการรบ
Sea Trial คือจะต้องมีการฝึกและทดสอบจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และวางแนวความคิดในการปฎิบัติ
การ
Sea Warrior การอบรมและพัฒนาคุณภาพของกาลังพลทางเรือ
Sea Enterprise การตรวจสอบเพื่อปรับปรุงการปฎิบัติภารกิจของกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Maritime Prepositioning Force (Future) MPF(F) / Sea b
 เป็นหน่วยงานของ UN รับรองมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลที่เรียกว่า The International Ship and
Port Facility Code (ISPS CODE) เมื่อปี 2545
 มาตรการที่กาหนดให้ประเทศสมาชิก IMO ที่รับรองมาตรการนี้จานวน 146 ประเทศ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือเพื่อ
ป้องกันการก่อการร้าย
 กาหนดให้เรือที่มีระวางตั้งแต่ 300-50,000 ตัน ต้องติดตั้งระบบ Automatic Information System ภายใน
31 ธันวาคม 2547
 กาหนดให้เรือทุกลาต้องติดตั้งระบบเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่บนฝั่งทราบถึงชื่อเรือ สถานที่ตั้ง และปัญหาด้านความปลอดภัย
 กาหนดให้ท่าเรือมีการประเมินความปลอดภัยของท่าเรือ และจัดทาแผนรักษาความปลอดภัยสถานที่
 เรือที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบจะไม่ได้รับใบประกาศความปลอดภัยการเดินเรือระหว่างประเทศ(International Ship
Security Certificate) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถจอดเข้าท่าเทียบเรือของประเทศสมาชิก IMO ได้
Raw Material
Product & Container
Money
Man
บิดาแห่งกาลังอานาจทางทะเล
เป็นผู้บรรยายในวิทยาลัยการทัพเรือ
เขียนหนังสือเกี่ยวกับทฤษฏีของการใช้กาลังอานาจทางเรือ
เสนอแนวคิดกาลังอานาจทางทะเล(Sea Power Strategy) ครองเจ้าทะเล คุมเส้นทางเดินเรือ
และแสวงหาทรัพยากรโพ้นทะเล
ซึ่งได้รับการยอมรับในผลงานยุทธศาสตร์ทางเรือ (Naval Strategy)
56A Publication by www.knowtheprophet.com
57A Publication by www.knowtheprophet.com
 ประชากรไอร์แลนด์ มีการอพยพจานวนสูง ไปยังเฉพาะสหรัฐอเมริกา สองในห้าของชาวไอร์แลนด์ที่เกิดมีถิ่น
ฐานอยู่ในต่างประเทศในศตวรรษที่ 21 มีราว 80 ล้านคนจากทั่วโลกที่อ้างว่าสืบเชื้อสายมาจากชาวไอริช ใน
จานวนนี้เป็นชาวอเมริกัน 45 ล้านคนอ้างว่าเชื้อสายไอริช
 วอชิงตัน โพสต์ อ้างข้อมูลสามะโนประชากรสหรัฐว่า มีชาวอเมริกันอย่างน้อย 34.5 ล้านคนที่ระบุว่าตัวเองมี
เชื้อสายไอริช ซึ่งมากกว่าตัวเลขประชากรในไอร์แลนด์ 4.68 ล้านคน ราว 7 เท่า คนไอริชอยู่ในสหรัฐมากที่สุด
เป็นอันดับสองรองจากคนเยอรมัน นิวยอร์กเป็นมลรัฐที่มีคนเชื้อสายไอริชหนาแน่นที่สุด คือ 12.9% เทียบ
กับค่าเฉลี่ยทั้งประเทศที่ 11.1% แต่ถ้าเจาะลึกเป็นเมือง ๆ จะพบว่าบอสตัน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ
แมสซาชูเซตส์ มีประชากรเชื้อสายไอริชสูงถึง 20.4%
 ประเทศสหรัฐอเมริกาประชากรมีบรรพบุรุษเป็นชาวอังกฤษ แต่น้อยกว่าเยอรมัน
 รัสเซีย จีน กลุ่ม BRIC China + Russia มีการค้าขายกันอย่างมาก และร่วมปฏิบัติในตะวันออกกลางโจมตีกลุ่ม
ISIS
 North Korea, Iran, Germany
 Russia ค้ากับ Germany อันดับ 10 มี 6000 โรงงาน แรงงาน 300,000 คน
 Russia เป็น Strategic Partner กับ Germany ส่งน้ามันให้Germany 36%
 UK ถอนตัวจาก EU และ NATO ไม่ร่วม EU Dollars
 Germany France ตั้ง EU
 คนอังกฤษอพยพ IRISH, ISRAEL, UK เข้าไปใน Canada, USA
 China ค้ากับ USA อย่างมาก
 อานาจกาลังรบที่มีตัวตน เช่น กาลังพล ยานพาหนะ ยุทธภัณฑ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ต่างๆ ฯลฯ
 อานาจกาลังรบที่ไม่มีตัวตน ( Intangible ) เช่น ขวัญ กาลังใจ ความกล้าหาญ ความเสียสละ
ความรักชาติ รักแผ่นดิน ความฮึกเหิม ความมุมานะอดทน รวมถึงการฝึกซ้อมต่างๆ ฯลฯ
 ภูมิศาสตร์
 ภาวะประชากร
 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 รัฐบาล
 วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
 การพลังงาน
 การศึกษา
 การเศรษฐกิจ
 กาลังทหาร
 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต
ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาตินามธรรม
 ลักษณะและเอกลักษณ์ประจาชาติ
 อุดมการณ์ของชาติ
 แบบแผนของชาติ
 ภาวะผู้นา
 ความเชื่อ
 ศาสนา จริยธรรม
 ความจงรักภักดี
America has stood down enemies before, and we will do so this
time.
Bush September, 11, 2001
 Globalization
 Technology
 Mobility
 Beliefs
 Economy
เป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุด ในด้านเศรษฐกิจ การเมืองและการทหาร
มีศักยภาพในการชี้นาและการกาหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ในโลก
มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก (จัดอันดับโดย The
Economist)
มีบทบาทสูงในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น UN, NATO, IMF,
World Bank, WTO, G8, OECD, APEC และ
UNCTAD
 มองวิถีชีวิตแบบอเมริกันตะวันตก จะเต็มไปด้วยความเลวทราม อุจาด ลามก ทุจริต คดโกง เห็นแก่ตัว
กีดกัน โค่นล้มเท่าที่จะสามารถทาได้ทั้งโดยวิธีสงบและวิธีรุนแรง
 ยึดมั่นในคาสั่งสอนของศาสนาอิสลามอยางเคร่งครัด และต้องการนาเอากฎหลักของศาสนามาใช้เป็น
กฎหลักของสังคมอย่างเคร่งครัด
 สังคมมุสลิม ผู้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เพื่อ
ต่อต้าน“การครองโลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา และอารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน”
 ความเป็นศัตรูเกิดขึ้นระหว่าง“ตะวันตก” กับ “มุสลิม” (“The Clash of
Civilizations”
 ผู้นาจานวนนี้มักเป็นผู้นาที่มีความนับถือตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน ในอิรัก
หรือโมอามาร์ กัดดาฟี ในลิเบีย
1. ขยายสมาชิกของสหภาพยุโรปไปยังยุโรปตะวันออกเพื่อรวมยุโรปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใหญ่ใหญ่ขึ้น
2. เดินหน้าสร้างอิสราเอลที่ใหญ่ขึ้น (Greater Israel) ผ่านการก่อสงคราม กับอิรัก ซีเรีย ลิเบีย เลบานอน ซูดาน โซมาเลีย
และอิหร่าน สงครามในตะวันออกกลางเป็นการลดประชากรและจะทาให้ประเทศในภูมิภาคนั้น รวมทั้งแอฟริกาเหนืออ่อนแอ
กลายเป็นรัฐบริวารของอิสราเอลในที่สุด แบ่งแยกและปกครองเป็นนโยบายที่ใช้มาตลอด
3. ปิดล้อมรัสเซียผ่านองค์กรนาโต้ด้วยการเพิ่มกาลังทหารในยุโรป และทาลายแผนการของรัสเซียที่จะผงาดขึ้นมาใหม่ผ่านเขต
เศรษฐกิจร่วมยูเรเซีย (Eurasian Economic Union) สร้างวิกฤติยูเครน และสร้างปฏิวัติสีในรัสเซียเพื่อโค่นล้ม
ปูติน
4. ปิดท้ายด้วยการสกัดจีน เพื่อล้มคู่แข่งทางการเงิน และเศรษฐกิจในเอเซีย
Anglo-America คือ ดินแดนที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้าริโอแกรนด์ ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวอังกฤษ
1. การสร้างรัฐบาลโลกเดียวผ่านยูเอ็น
2. การสร้างธนาคารกลางโลกเดียวผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือBank for International
Settlements
3. การสร้างเงินสกุลโลกเดียวผ่านเงินดิจิตัล special drawing rights ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
4. การสร้างศาสนาโลกเดียว โดยจะมีการรวมเอาศาสนาจูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลามเข้าด้วยกัน
5. การสถาปนาให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของโลก
 แองโกลอเมริกันเดินหน้าสร้าง Greater Israel อย่างเร่งด่วน ด้วยการสร้าง ISIS เพื่อล้มอิรัก ซีเรีย และ
อิหร่านในท้ายที่สุดในตะวันออกกลาง
 พยายามยันรัสเซีย รวมทั้งจีนไม่ให้ผงาด แล้วเตรียมตัวก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 ในอีก 3-5 ปี โดยมั่นใจว่าเวลานั้น
จะสามารถสยบทุกประเทศได้
 แต่ รัสเซีย จีนละอิหร่านจับมือกันชิงก่อสงครามก่อนในซีเรีย เพื่อเปิดเผยว่าใครอยู่เบื้องหลัง ISIS เตรียมการยึด
ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือและจะทาลาย Greater Israel ให้พังพินาศ
 แกนของโลกอยู่ที่ตะวันออกกลางเวลานี้ เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงาน แหล่งประวัติศาสตร์ และอารยะธรรมโบราณ
หลักของโลก ใครเป็นผู้นาในตะวันออกกลางได้ผู้นั้นจะเป็นผู้ครองโลก
76
1. สหรัฐอเมริกาแทรกแซงทางทหารในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 1946 มีเพียงปี 1955
และ 1957 เท่านั้นที่ไม่มีหลักฐานการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐอเมริกา (Uppsala
Conflict Data Program, 2011: Grossman ,2012): Global Policy Forum, 2005)
2. สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดในโลก (Stockholm International Peace
Research Institute, 2011)
สงคราม กับ เศรษฐกิจ โดย นางสาวกมลนัทธ์ มีถาวร นิสิตปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 กันยายน พ.ศ. 2556
ภาพที่ 2 มูลค่าการส่งออกอาวุธของสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดในโลก
77
0
5,000
10,000
15,000
20,000
25,000
30,000
35,000
40,000
45,000
50,000
USA World
ที่มา: Stockholm International Peace Research Institute (2011)
สงคราม กับ เศรษฐกิจ โดย นางสาวกมลนัทธ์ มีถาวร นิสิตปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 กันยายน พ.ศ. 2556
ภาพที่ 3 ส่วนแบ่งตลาดอาวุธของสหรัฐอเมริกา
78
ที่มา: Stockholm International Peace Research Institute (2011)
per cent
-
10
20
30
40
50
60
70
สงคราม กับ เศรษฐกิจ โดย นางสาวกมลนัทธ์ มีถาวร นิสิตปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 กันยายน พ.ศ. 2556
ภาพที่ 4 สัดส่วนผู้นาเข้าอาวุธ ปี 1989-2010
79
ที่มา: Stockholm International Peace Research Institute (2011)
Western Europe,
13.46
Eastern Europe, 8.50
Middle East, 23.10Asia, 38.89
Africa, 4.58
North America, 4.02
Central and South
America, 4.92
Others, 2.53
80
ที่มา: The Hanscom Family Weblog (2013)
81
เริ่มต้น-สิ้นสุด การปฏิบัติการ ผลที่เกิดขึ้นหลังจากสงคราม
ม.ค. 1990-
ธ.ค. 2011
1. ปฏิบัติการทางทหารในสงครามอ่าวเปอร์เซีย
(สงครามคูเวต)
2. ปฏิบัติการยึดครองอีรัก (สหรัฐเรียนกว่า
ปฏิบัติการเสรีภาพอิรัก)
3. ล้มล้างรัฐบาลและประหารชีวิตอดีต
ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน
(สหรัฐอเมริกาได้รับเงินและกาลังสนับสนุนจาก
36 ประเทศ)
1. มูลค่าการค้าน้ามันระหว่างอิรักกับสหรัฐอเมริกา
เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย
2. ยอดขายอาวุธของสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นในปี 1991-
1993
3. วัตถุโบราณของอีรักถูกโจรกรรมหลังจาก
สหรัฐอเมริกาบุกเข้ายึดอิรัก
82
ที่มา: Stockholm International Peace Research Institute, Yearbook 2008
Ranking Name Country Arms Sales ($ million USD)
1 Boeing USA 30,690
2 Lockheed Martin USA 28,120
3 BAE Systems UK 24,060
4 Northrop Grumman USA 23,060
5 Raytheon USA 19,530
6 General Dynamics USA 18,770
7 EADS West Europe 12,600
8 L-3 Communications USA 9,980
9 Finmeccanica Italy 8,990
10 Thales France 8,240
จานวนผู้เสียชีวิตจากสงคราม ปี 2006 (คน) 17,398
จานวนผู้เสียชีวิตจากสงคราม ปี 2006-2010 (คน) 111,916
 ปัญหาความขัดแย้ง แย่งชิงทรัพยากรในน่านน้าทะเลจีนใต้ถือเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่รอวันระเบิดตูมตามมานาน และนักวิเคราะห์มองว่า การ
แข่งขันด้านอาวุธในช่วงหลังของบรรดาประเทศคู่กรณี อาจเป็นตัวเร่งสถานการณ์ให้ลุกลาม กลายเป็นสงครามสู้รบ ทั้งขนาดย่อยและขนาดใหญ่ได้
ไม่ยาก
คู่กรณีที่ว่านี้หมายถึง จีน ไต้หวัน และ 4 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งต่างก็อ้างกรรมสิทธิ์
เหนือดินแดนหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ที่โดดเด่นคือ หมู่เกาะสแปรตลีย์ และหมู่เกาะพาราเซล ส่วนที่เหลือเป็นเกาะแก่งหินโสโครกขนาดเล็ก เช่น
เกาะสการ์โบโรจ์ ที่จีนเรียกเกาะหวงหยาน และกาลังเป็นปัญหากับฟิลิปปินส์
 จีนอ้างอธิปไตยเหนือเกาะแก่งเหล่านี้ เกือบทั่วน่านน้าทะเลจีนใต้ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่เหลืออ้างแค่บางส่วน ที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งของตน
ปัญหานี้ทาให้กลุ่มอาเซียน ที่กาลังเตรียมตัวเข้าสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปี พ.ศ. 2558 เกิดความขัดแย้งกันอย่างหนัก ดังจะเห็นได้
จากการประชุมประจาปี รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (เอเอ็มเอ็ม) ครั้งที่ 45 ครั้งล่าสุด ที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงกัมพูชา ระหว่างวันที่ 9–13
ก.ค. ที่ผ่านมา
 ซึ่งการประชุมปิดฉากลงโดยไม่มีแถลงการณ์ร่วม ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 45 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรระหว่างประเทศหลักของภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา
การประชุมแต่ละปีที่ผ่านมา แถลงการณ์ ร่วมซึ่งจะมีการปรุงไว้ล่วงหน้า ถือเป็นข้อสรุปข้อตกลงที่บรรลุ ในรอบปีก่อนหน้านั้น และบันทึกประเด็น
ต่าง ๆ ที่ยังจาเป็นต้องแก้ไขให้ลุล่วง
ประเด็นที่ยังเป็นปัญหา ไม่มีการเอ่ยถึงหรือบรรจุไว้ในแถลงการณ์ปิดการประชุม ตรงจุดนี้ตามสายตานักการทูตวงนอกมองว่า เป็นส่วนหนึ่งของ
วัฒนธรรมทางสังคมของอาเซียน ซึ่งเชื่อว่าปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตามกาหนดเวลา สุดท้ายก็จะหาทางแก้ได้เองโดยธรรมชาติ
นี่คือ “วิถีอาเซียน” วัฒนธรรมแบบสบาย ๆ เป็นกันเอง ไม่ซีเรียส ซึ่งต้องมาพังทลายลง จากความขัดแย้งในที่ประชุมเอเอ็มเอ็ม หนล่าสุดที่
พนมเปญ
เท่ากับว่าเอเอ็มเอ็มจะไม่มีบันทึกประเด็น และข้อเสนอต่าง ๆ ให้ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนได้พิจารณาและตัดสินใจ ระหว่างการประชุมปลายปีนี้
 ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีการต่างประเทศของไทย ปัจจุบันเป็นเลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างการประชุมครั้งนี้ว่า “คาดไม่ถึง” และ “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และว่า
อาเซียนจาเป็นต้องเรียนรู้วิธีรวบรวมและประสานจุดยืน ไม่งั้นก็ไม่มีทางสู้กับประชาคมอื่น ๆ ได้
นักสังเกตการณ์ส่วนใหญ่มองผลลงเอยการประชุมครั้งนี้ว่า แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกรุนแรงในกลุ่มอาเซียน เกี่ยวกับกรณีพิพาทเหนือทะเลจีนใต้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถของกลุ่ม
ในการต่อกรกับคู่แข่งมหาอานาจเกิดใหม่ในภูมิภาค กระทบต่อความสามัคคีเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน รวมทั้งบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างมวลหมู่ชาติสมาชิก
เท่าที่จับกระแสรายงานข่าว ทั้งช่วงก่อนและระหว่างการประชุมเอเอ็มเอ็มที่พนมเปญ ปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้กลายเป็นเรื่องหลักของการประชุม แทนที่จะเป็นเรื่องที่สาคัญกว่า อย่างเช่น
เศรษฐกิจ หรือเรื่องความร่วมมือในอาเซียน และเป็นความขัดแย้งแบบเปิดเผย ระหว่าง 3 ชาติสมาชิก คือกัมพูชา ประเทศเจ้าภาพ ในฐานะชาติประธานหมุนเวียนของอาเซียนในปีนี้ กับฟิลิปปินส์
และเวียดนาม
ฟิลิปปินส์กับเวียดนามต้องการให้อ้างอิง เหตุการณ์เผชิญหน้าในทะเลจีนใต้เมื่อไม่นานมานี้ ระหว่างเรือรบ-เรือประมง ของจีนกับสองประเทศ ในแถลงการณ์ร่วมปิดการประชุม แต่กัมพูชาคัดค้าน
บอกว่าไม่เหมาะสมที่จะระบุความขัดแย้งทวิภาคีลงในแถลงการณ์
นายอัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ถึงกับจวก นายฮอร์ นัมฮอง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาตรง ๆ ว่า ยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์จีน แต่นายฮอร์บอกว่า กัมพูชาไม่ได้
สนับสนุนใครที่เป็นคู่กรณีพิพาทในทะเลจีนใต้และการที่ไม่มีแถลงการณ์ร่วมปิดท้าย ต้องโทษสมาชิกอาเซียนทุกชาติ จะโทษกัมพูชาประเทศเดียวไม่ได้
ประชุมหนนี้รัฐมนตรีต่างประเทศจีนและสหรัฐ เข้าร่วมการหารือด้วย ในฐานะประเทศคู่เจรจา จีนยังยืนยันไม่เห็นด้วยกับความพยายามที่จะนาปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ เข้าสู่การหารือใน
เวทีระหว่างประเทศ ไม่ว่าเวทีใดโดยบอกว่าปัญหานี้ควรแก้ไขด้วยการเจรจาตัวต่อตัว ระหว่างจีนกับประเทศคู่กรณีเป็นราย ๆ ไป
 ฟิลิปปินส์และเวียดนามเลือกข้างสหรัฐ เห็นเด่นชัดมากขึ้น หลังการประกาศปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของอเมริกา พญาอินทรี ซึ่งเพิ่ม
สรรพกาลังทางทะเลในเอเชียตะวันออก-แปซิฟิก เป็น 60% และแอตแลนติก-ยุโรป เหลือ 40% จากที่เคยอยู่ที่ประมาณ
50:50
 รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ(นายลีออน พาเนตตา) ประกาศปรับกาลังทางทะเลใหม่ ที่ประเทศสิงคโปร์ หลังจากนั้นก็เดินทางเยือนฟิลิปปินส์
และเวียดนาม และออกข่าวว่าสหรัฐอาจจะรื้อฟื้นฐานทัพเรือขนาดใหญ่ในประเทศทั้งสอง ขึ้นมาใช้งานอีกครั้งส่วนกัมพูชาเลือกข้างจีน
ชัดเจน
 พิพาททะเลจีนใต้เกี่ยวพัน 4 ประเทศสมาชิกอาเซียน กับจีน และไต้หวัน ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างอาเซียนกับจีน
 ซาบาม เซียเกียน ประธานชมรมอดีตเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย บอกว่าหากอาเซียนปล่อยให้ภูมิภาคเป็นสนามรบ “สงครามกองโจร
ทางการทูต” ของสหรัฐกับจีนต่อไป โดยไม่มีการควบคุมหรือห้ามปราม ก็จะเป็นจุดเริ่มไปสู่ความหายนะของกลุ่มในอีกไม่นาน
 นิยามทางกฎหมาย ถือเอาการประกาศสงครามเป็นสิ่งที่ถูกต้องและรวมถึงระยะเวลาตั้งแต่
การประกาศสงคราม ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการเริ่มต้นสู้รบกัน
 ตั้งแต่ ค.ศ.๑๙๖๔ ไม่มีประเทศใดประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นข้อห้าม
ของสหประชาชาติ เช่นสงครามเวียดนาม สงครามอิรัก/อิหร่าน สงครามฟอล์กแลนด์ และ
สงครามอ่าว
 การรับรู้ของสงคราม ในเดือนเมษายน ค.ศ.๑๙๘๒ คนอังกฤษเชื่อว่าพวกเขากาลังอยู่ใน
ภาวะสงครามกับอาร์เจนตินา ในขณะที่ฝ่ายอาร์เจนตินาเห็นว่าพวกเขาได้บรรลุความสาเร็จ
ในการยึดคืนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์จากอังกฤษ
“สงครามเป็นการกระทาโดยใช้กาลังเพื่อบีบบังคับให้ข้าศึกทาตามความประสงค์ของเรา”
“สงครามหาใช่การกระทาแบบหน้ามืดตามัว แต่ต้องตั้งอยู่บนขอบเขตของวัตถุประสงค์ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้คุณค่า
ของวัตถุประสงค์นั่นเองจะเป็นตัวกาหนดว่าควรจะเสี่ยงซื้อด้วยราคาเท่าใด หากราคาที่ต้องซื้อนั้นแพงเกินกว่าคุณค่าของ
วัตถุประสงค์ทางการเมืองแล้ว ก็จะต้องล้มเลิกความพยายามที่จะให้ได้มาซึ่งวัตถุประสงค์นั้น และสงครามก็จะต้องยุติลง”
“สงครามเป็นเครื่องมือของนโยบายที่ใช้เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชาติ หลังจากที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่ประสบ
ผลสาเร็จ” by other means
 ประการแรก การดิ้นรนเสาะหาความร่ารวยทรัพยากรเพื่อการผลิตของประเทศรวมทั้งการหาตลาดการค้า
เป็นต้น
 ประการที่สอง มาจากสาเหตุของการขยายธรรมจักรโดยเฉพาะศาสนาคริสต์ และอิสลาม
 ประการสุดท้าย คือ การรักษาสถานะเดิมของตนหรือดุลยภาพแห่งอานาจ แต่ในยุคร่วมสมัย สาเหตุของ
สงครามตามที่ Thucydides กล่าวไว้ในสมัยโบราณว่าเกิดจากเหตุสามประการ คือ “ความกลัว
เกียรติยศ และผลประโยชน์” กลับดูจะมีน้าหนักมากขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์
“War is the continuation of business by other means”
๑. สงครามเบ็ดเสร็จ (Total War) หมายถึง คู่สงครามใช้ทรัพยากรทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ ชาติจะถูกคุกคามให้
ยอมแพ้โดยปราศจากเงื่อนไข
๒. สงครามทั่วไป (General War) คล้ายคลึงกับสงครามเบ็ดเสร็จ ต่างกันที่สงครามทั่วไปเน้นการใช้กาลังทหาร
อย่างเบ็ดเสร็จ ส่วนมากจะหมายถึงสงครามที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ เคมี หรือชีวะ นอกจากนั้นยังหมายถึงการทา
สงครามตามแบบอย่างไม่จากัด (Unrestricted Convention War)
๓. สงครามจากัด (Limited War) วัตถุประสงค์ของคู่สงครามจะถูกจากัด คู่สงครามจะจากัดการใช้เครื่องมือทาง
การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม (ตรงข้ามกับสงครามเบ็ดเสร็จ) และยังจากัดการใช้กาลังทหารด้วย (ต่างจาก
สงครามทั่วไป)
๔. สงครามตามแบบ (Conventional War) เป็นการสู้รบกันโดยปราศจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ เคมี และชีวะ
แม้ว่าฝ่ายที่มีอาวุธดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อเป้าหมายสงครามยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีของคู่ต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด
 สงครามกลางเมืองในซีเรียเป็นชนวนสงคราม หากมีบินรบของชาติใดตก อาจทาให้เกิดความเข้าใจผิด และเป็น
ตัวจุดชนวนสงคราม สหรัฐฯ และรัสเซีย มีชาติพันธมิตรเป็นพวกชัดเจน จีนก็ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมา
 จากสถานการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย หลายประเทศได้เข้ามายุ่งเกี่ยวและแยกออกเป็นสองฝ่าย
ชัดเจน คือ ฝ่ายสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร 11 ชาติ ที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด
แห่งซีเรีย กับฝ่ายรัสเซีย และพันธมิตร ที่สนับสนุนประธานาธิบดีอัล อัสซาด มีอยู่ 4 ชาติ คือ อิหร่าน จีน
เลบานอน และอิรัก
 จากการที่มีเครื่องบินรบของสหรัฐฯ และพันธมิตรหลายลาบินเข้ามาโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม
หรือไอซิส ในประเทศซีเรีย ทาให้เกิดความกังวลว่าหากมีเครื่องบินลาใดลาหนึ่งประสบเหตุตก จะก่อให้เกิด
ความเข้าใจผิดว่า เป็นฝีมือของชาติฝ่ายตรงข้าม และเป็นชนวนให้เกิดการสู้รบระหว่างสองฝ่าย
ขอบคุณครับ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือถามคาถามเพิ่มเติมได้ที่
www.facebook.com/ekkachai.srivilas
www.elifesara.com
99www.elifesara.com
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้าไทย
โดย พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ
ekkachais@hotmail.com
ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล
สถาบันพระปกเกล้า
CONCEPT
100A Publication by www.knowtheprophet.com
 ภูมิศาสตร์
 ภาวะประชากร
 ทรัพยากรธรรมชาติ
 ความเชื่อ ศาสนา ความจงรักภักดี
 ลักษณะประจาชาติ
 กาลังทหาร
 วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีฯ
 เศรษฐกิจ
 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
 การศึกษา
 อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา
NationalPowers
ภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics)
ภูมิศาสตร์การเมือง ประวัติศาสตร์
National Security
Strategy
Personal,
Social,
National,
Regional,
International
ประชาชน ดินแดน
รัฐบาล อานาจอธิปไตย
Value and
National Style
National Interest
Vital, Important, Peripheral
Model National Security Assessment : EKMODEL
Defense of homeland
Economic well-being
Favorable world order
Promotion of value
Global
State
Non State Actors
Leaders
• การทาสงครามจะต้องเผด็จศึกในเร็ววันไม่ควรให้เนิ่นช้า
• ประเทศจะไม่ได้รับประโยชน์อันใดเลยถ้าปล่อยให้ การรบยืดเยื้อ
• ค่าใช้จ่ายในการดาเนินการสงครามจะสูง การคลังของประเทศจะมีปัญหา
• กองทัพต้องติดศึกอยู่นานวัน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ จะลดความคมกล้า
ขวัญทหารนับวันจะเสื่อม กาลังพลก็จะอ่อนเปลี้ย
“ไม่มีที่ใดมีสันติภาพ
หากปราศจากความยุติธรรม”
ความไม่เป็นธรรมนามาซึ่งความขัดแย้ง คนเรามักจะลุกขึ้นมาทาอะไรสัก
อย่างเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หากไม่ได้รับการแก้ไข ความคับข้องใจจะ
กลายเป็นความรุนแรง
www.kpi.ac.th
GEOPOLITICS
FUTURE STUDIES
NATIONAL POWER
NATIONAL
STRATEGY
FUTURE STUDIES METHOD
Anticipatory thinking Assessments Environmental
scanning
Back casting (eco-history)
Back-view mirror analysis
Bottom Up
Cross-impact analysis
Conducting Technology
Checklists
Delphi technique
Future history
Futures workshops
Failure mode and effects analysis
 วัฒนธรรม
 จารีตประเพณี
 ปทัสฐาน
 ศาสนา
 ความกระตือรือร้นของคนในชาติ
 ทัศนคติต่อการทางาน
 Globalization & Localization
 Hard Power & Soft Power
 Americanization & Islamization
 Capitalism & Socialism
 High Technology & Low Technology
 Tangible & Intangible
 Physical & Mental or Spiritual
 National Resource
STRATEGY
108A Publication by www.knowtheprophet.com
http://www.tortaharn.net/contents/index.php?option=com_content&task=view&id=63&Itemid=75&ccdate=6-2008
เป็นทฤษฎีทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
ประเทศใดถ้ามีภูมิประเทศ หรือ สามารถยึดบริเวณจุดสาคัญ (Pivot Area) หรือใจ
โลก (Heartland) แล้ว ประเทศนั้นก็จะเป็นผู้ครองอานาจอันสูงสุด
ดินแดนที่เป็นใจโลกตามแนวความคิดของแมคคินเดอร์คือ ดินแดนแถบทะเลบอลติค ทุ่งหญ้า
สะเต็บตอนกลางของโซเวียต ปัจจุบันเป็นบริเวณที่เป็นทะเลน้าแข็งตลอดปี ด้านเหนือเป็น
มหาสมุทรอาร์คติคกับขั้วโลกเหนือ เป็นชัยภูมิเหมาะเพราะเรือเข้าไม่ถึง แม่น้าดานูบดนีเปอร์ เอเซีย
ไมเนอร์ จีน ทิเบต และมองโกเลียจดเอเซียใต้
Sir Halford Mackinder
Geopoliitika:Geopolitics
จานวนพลเมือง ทรัพยากร การเดินเรือ
Rimland Eurasia World
แนวคิด“ยุทธศาสตร์ขอบโลก”(Rimland Strategy)จะโต้แย้งกับ“ ยุทธศาสตร์ใจโลก ”
ใครสามารถครองบริเวณใจโลกได้ จะต้องครอบครองบริเวณดินแดนโดยรอบให้ได้ก่อน
การใช้กาลังอานาจทางเรือที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก ตามแนวคิดของ
มาฮานเรื่องสมุทธานุภาพ
แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง พันธมิตรจัดตั้งกองกาลังในบริเวณพื้นที่ต่างๆ ของโลกอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการ
เข้าครอบครองใจโลกของฝ่ ายคอมมิวนิสต์
กาหนด ยุทธศาสตร์ใจโลก (Heartland Strategy)
“ ใครครองยุโรปตะวันออกได้จะเข้าควบคุมใจกลางของพื้นโลกได้
ผู้ใดครองใจกลางของพื้นโลกได้ จะสามารถควบคุมพื้นที่ส่วนต่างๆของโลกได้
และผู้ใดครองพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของโลกได้ ก็จะควบคุมโลกได้ในที่สุด”
สามารถควบคุมทรัพยากรทั้ง คน และวัตถุ ของโลกได้อย่างสมบูรณ์
EURASIA
EURASIA
ให้ความสาคัญกับภูมิภาค
East Asia,
Northeast Asia
South East Asia
Europe
EURASIA
รูปแบบการทาสงคราม
สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
หนึ่งประเทศสองระบบ
มุสลิม/ท้องถิ่นนิยม
รูปแบบของการใช้กาลังอานาจแต่ละยุคสมัย
www.kpi.ac.th
Military Power
Politics Power
Economics Power
Sociological Power
Media Power
National
Power
Military Power
Politics Power
Economics Power
Sociological Power(Religion, Culture)
Media Power
Facebook, Twitter, VDOlink, Mobile Phone,
TV, Radio
National
Power
Globalisation & Localisation
Hard Power & Soft Power
Americanization & Islamization
Capitalism & Socialism
High Technology & Low Technology
Tangible & Intangible
Physical & Mental or Spiritual
National Resource
 ขาดความรู้ ความคิด และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
 ใช้การต่อสู้แบบตาต่อตา / ฟันต่อฟัน
 การใช้กาลังอานาจทางทหารไม่สามารถหยุดยั้ง Soft Power ได้
 ภาคใต้มีการใช้แนวคิดตะวันตกมาใช้
 กรณีการเผยแพร่ฆ่าตัดคอผ่านสื่อ Internet ของตะวันตก
 การถอนกาลังของพันธมิตรในอิรัก
 จิตสานึก ISLAM สากลกระทบต่อความมั่นคงโลก
 ครูสอนศาสนามีการเผยแพร่แนวคิด ไปทุกเขตที่มีมุสลิมทั่วโลก
 มุสลิมในประเทศต่างๆ เรียกร้องเอกลักษณ์ และลัทธิทางศาสนา วัฒนธรรมของตนเอง
 เรียกร้องแยกตัวเองเป็นรัฐอิสระ
 ประเทศที่ด้อยทางการจัดการปัญหาเชิงประวัติศาสตร์
125A Publication by www.knowtheprophet.com
126A Publication by www.elifesara.com
 เหตุจลาจลประท้วงการเสียชีวิตของ เฟรดดี้ เกรย์ ชายผิวสี วัย 25 ปีในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ บานปลายเป็นปัญหา
ระดับชาติ
 ประชาชนในเมืองใหญ่เช่นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นครนิวยอร์ก ถือป้ายประท้วงหน้าทาเนียบขาว ตะโกนถามเจ้าหน้าที่ถึง
ระบบประชาธิปไตยของประเทศ เจ้าหน้าที่ตารวจดาเนินการจับกุมผู้ประท้วงที่จตุรัสยูเนียน เกาะแมนฮัตตัน
 นายโจเซฟ เคนท์ แกนนาการประท้วงกรณีการเสียชีวิตของวัยรุ่นผิวสี ถูกเจ้าหน้าที่ตารวจอุ้มหายต่อหน้าสื่อมวลชน
 การประท้วงครั้งนี้รุนแรงที่สุด ตั้งแต่มีการประท้วงการกระทาเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตารวจครั้งแรกที่ เมืองเฟอร์กูสัน รัฐ
มิสซูรี ที่สถานการณ์บานปลายเช่นกัน จนรัฐต้องส่งเนชั่นแนล การ์ดเข้าประจาการ.
127A Publication by www.elifesara.com
128A Publication by www.knowtheprophet.com
129
 แนวโน้มจะใช้กระบวนการทางการเมืองแก้ไขปัญหาแทนการสู้รบด้วยอาวุธ
 ความขัดแย้งในรูปแบบใหม่ที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่นความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมที่ปะทุขึ้น ต้องมีมาตรการแก้ไขที่
ไม่ให้ขยายขอบเขตกว้างขวาง
 มีมาตราการป้องกันกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทาให้เกิดความขัดแย้งในระดับปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองที่อาจขยายตัว
เป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ ที่มีผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของประเทศต่างๆ
 การเคลื่อนย้ายข้อมูลข่าวสาร เงินทุน ทาให้โลกเล็กลง
รัฐและพรมแดนลดความสาคัญ
 เกิดปัญหาลักษณะข้ามรัฐและความสลับซับซ้อน
 โลกจะมีประชาธิปไตยสูงขึ้น
 ความโดดเด่นอานาจเดียวจะลดความสาคัญ
 การต่อสู้ทางวัฒนธรรมและศาสนาจะเพิ่มมากขึ้นระหว่าง
อิสลาม คริสต์ และขงจื๊อ
 สถานการณ์ด้านความมั่นคงมีความเปราะบาง
 ความขัดแย้งระหว่างรัฐและภายในรัฐขยายวงกว้างในทุกภูมิภาค
 ผลจากโลกาภิวัฒน์เกิดความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
 การกอบโกยแย่งชิงทรัพยากรของรัฐต่างๆ
 ภัยคุกความจากเครือข่ายก่อการร้าย อาวุธทาลายล้างสูง
 ภัยคุกความจากภัยพิบัติขนาดใหญ่
หมวดที่ ๘ ของกฏบัตรสหประชาชาติ
หนทางที่ ๑ ตามบทบัญญัติที่กาหนดในกฎบัตรสหประชาชาติหมวดที่ ๑ Article 2 ข้อ
7
การแก้ปัญหาภายในโดยรัฐใช้กระบวนการสมานฉันท์สองฝ่าย
พยายามป้ องกันไม่ให้ปัญหาถูกยกระดับขึ้นสู่สากล
หัวใจสาคัญคือไม่ยอมให้กลุ่มกองกาลังได้รับการยอมรับสถานภาพจากประชาคม
โลก
ควบคุมการละเมิดสิทธิมนุษยชน ถ้าสามารถควบคุมได้ก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธความ
พยายามในการแทรกแซงด้วยบทบาทการรักษาสันติภาพจากประชาคมโลกได้
www.kpi.ac.th
“Nothing contained in the present charter shall
authorize the UN to intervene in matters which
are essentially within the domestic jurisdiction
of any state or shall require the member to
submit such matters to settlement under the
present charter; But this principle shall not
prejudice the application of enforcement
measures under chapter 7”
www.kpi.ac.th
www.kpi.ac.th
ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติใดชาติหนึ่ง
อาจมีสาเหตุจากเงื่อนไขหนึ่งหรือหลายประการประกอบกัน
• ความไม่เป็นธรรมในสังคม
• ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์
• การรักษาการปกครองของรัฐ
• กฎหมายหรือองค์กรบังคับใช้กฎหมาย อ่อนแอ
• ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เอื้ออานวยให้อานาจการปกครองของรัฐบาลกลางสถาปนา
ครอบคลุมพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“Nothing contained in the present charter shall
authorize the UN to intervene in matters which
are essentially within the domestic jurisdiction
of any state or shall require the member to
submit such matters to settlement under the
present charter; But this principle shall not
prejudice the application of enforcement
measures under chapter 7”
www.kpi.ac.th
หนทางที่ ๑ ตามบทบัญญัติที่กาหนดในกฎบัตรสหประชาชาติหมวดที่ ๑ Article 2 ข้อ 7
 การแก้ปัญหาภายในโดยรัฐใช้กระบวนการสมานฉันท์(Reconciliation Process) สองฝ่าย
 พยายามป้องกันไม่ให้ปัญหาถูกยกระดับขึ้นสู่สากล
 หัวใจสาคัญคือไม่ยอมให้กลุ่มกองกาลังได้รับการยอมรับสถานภาพจากประชาคมโลก
 ควบคุมการละเมิดสิทธิมนุษยชน ถ้าสามารถควบคุมได้ก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธความพยายามในการแทรกแซงด้วยบทบาทการ
รักษาสันติภาพจากประชาคมโลกได้
www.kpi.ac.th
www.kpi.ac.th
ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติใดชาติหนึ่งอาจมีสาเหตุ
จากเงื่อนไขหนึ่งหรือหลายประการประกอบกัน
• ความไม่เป็นธรรมในสังคม
• ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์
• การรักษาการปกครองของรัฐ
• กฎหมายหรือองค์กรบังคับใช้กฎหมาย อ่อนแอ
• ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เอื้ออานวยให้อานาจการปกครองของรัฐบาลกลางสถาปนา
ครอบคลุมพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
 กรณีรัฐคู่กรณีไม่ยินยอม และสหประชาชาติพิจารณาว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคง
นานาชาติ
 การละเมิดสันติภาพ (Breaches of Peace)
 การกระทาในลักษณะรุกราน (Acts of Aggression)
 จะพิจารณาใช้มาตรการบังคับให้เกิดสันติภาพภายใต้กฎบัตรฯ หมวดที่ ๗ โดยสหประชาชาติอาจเข้าดาเนินการเอง หรืออนุมัติอานาจให้
องค์กรภูมิภาคเข้าดาเนินการตามกฎบัตรฯ หมวดที่ ๘ Article 53 ข้อ 1
• ผลประโยชน์ของชาติทับซ้อน
• ปัญหาเขตแดน
• อิทธิพลจากภายนอก
• ความแตกต่างของการปกครอง
• ความขัดแย้งของปัจเจกบุคคลที่ถูกยกระดับโดยภาวะโลกาภิวัตน์
เวลาเจรจา สาเหตุขัดแย้ง การจัดการ คณก.หาความจริง
South Korea 10 เรียกร้อง ปชต. ปขข.กดดัน ตั้งคณะกรรมการ
South Africa 10 ไม่เป็นธรรม สร้างภาพอนาคตร่วมกัน ตั้งคณะกรรมการ
Aceh Indonesia 7 ไม่เป็นธรรม เจรจา/ตปท. ตั้งคณะกรรมการ
North Ireland 26 ไม่เป็นธรรม เจรจา/ตปท. ตั้งคณะกรรมการ
Rwanda 8 ไม่เป็นธรรม/กดขี่ คณก.ปรองดอง ตั้งศาล กาชาชา
Chili 17 อุดมการณ์แตกต่าง เลือกตั้ง ตั้งคณะกรรมการ
Columbia 22 อุดมการณ์แตกต่าง ปรับปรุงกฎหมาย คณก ฟื้ นฟู
POPULATION
141A Publication by www.knowtheprophet.com
World 6,372,797,742
China 1,306,313,812 1
India 1,080,264,388 2
EU 456,285,839 3
USA 295,734,134 4
Indonesia 241,973,879 5
Brasil 186,112,794 6
Pakistan 162,419,946 7
Bangladesh 144,319,628 8
Russia 143,420,309 9
Nigeria 128,771,988 10
Japan 127,417,244 11
Mexico 106,202,903 12
Philippines 87,857,473 13
Vietnam 83,535,576 14
15
Germany 82,431,390 16
Egypt 77,505,756 17
Ethiopia 73,053,286 18
Turkey 69,660,559 19
Iran 68,017,860 20
Thailand 65,444,371 21
France 60,656,178 22
United Kingdom 60,441,457 23
Congo 58,317,930 24
Italy 58,103,033 25
Korea 48,422,644 26
Ukraine 47,425,336 27
South Africa 44,344,136 28
Colombia 42,954,279 29
Burma 42,909,464 30
ประชากร 1300 เศษ
ประชากร 1200 เศษ
MUSLIM
146A Publication by www.knowtheprophet.com
Continent Population in 2003 Muslim Population in
2003
Muslim Percentage
Africa 861.20 461.77 53.62
Asia 3830.10 1178.89 30.78
Europe 727.40 52.92 7.28
North America 323.10 6.78 2.10
South America 539.75 3.07 0.57
Oceania 32.23 0.60 1.86
Total 6313.78 1704.03 26.99
Muslim Population is increasing at the rate of 2.9%**
We are taking the rate of natural increase as 2% around the world. The Muslim population in 2003 was
1704.03 million.
**US Center For World Mission 1997 Report
 ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ(โมร็อกโก จอร์แดน
ซาอุดิอารเบีย บรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย)
 ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี)
 ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน)
 ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้นาในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการ)
 ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอานาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic Fundamentalism
ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าในทศวรรษ ๑๙๘๐)
 ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชียกลางและคอเคซัสที่เคยรวมอยู่ใน
อดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซักสถาน ทิกิร์เซีย และอาเซอร์ไบจาน)
 อิยิปต์
 โมร็อกโก
 จอร์แดน
 ซาอุดิอาระเบีย
 ตูนิเซีย
 ปากีสถาน
 รัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย
 ประเทศมุสลิมในเอเซียคืออินโดนีเซีย และบูรไน
ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือ
กึ่งๆ
ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่
ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย
ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ
ประเทศมุสลิมสายเคร่ง
ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ
 ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ
(โมร็อกโก จอร์แดน ซาอุดิอารเบีย บรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย)
 ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี)
 ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน)
 ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้นาในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการ)
 ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอานาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic
Fundamentalism ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าในทศวรรษ ๑๙๘๐)
 ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชียกลางและคอเคซัสที่
เคยรวมอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซักสถาน ทิกิร์เซีย และอาเซอร์ไบจาน)
 เป็นประเทศหรือกลุ่มมุสลิมสายเคร่ง เช่นอัฟกานิสถาน อิหร่าน
 ขบวนการของชาวปาเลสไตน์บางกลุ่มเช่น “ฮามาส” (Hamas) และ “ฮิซโบเลาะห์ (Hezbollah)
 มุสลิมแนวปฏิวัติ เช่น อิรักและลิเบีย ก่อการร้ายต่อสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศตะวันตก เกิดจาก
สาเหตุหลายสาเหตุ
 ผู้นาได้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เพื่อต่อต้าน
“การครองโลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา
 อารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน” เป็นสัตรูที่เกิดขึ้นระหว่าง “ฝรั่ง” กับ “มุสลิม” (ฮันติงตัน
เรียกว่า “The Clash of Civilizations” )
 ผู้นามีความนับถือตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน โมอามาร์ กัดดาฟี
 กฎระเบียบที่มีลักษณะเป็น “กฎโลก” ที่ใช้ในองค์การระหว่างประเทศหลายองค์การเช่น สหประชาชาติ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลก องค์การการค้าระหว่างประเทศองค์การกาหนดมาตรฐาน
ระหว่างประเทศ ฯลฯ เหล่านี้ มักมีสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอยู่เบื้องหลัง
 มักจะมาจากประเทศหรือกลุ่มมุสลิมสายเคร่ง เช่นอัฟกานิสถาน อิหร่าน ขบวนการของชาวปาเลสไตน์
บางกลุ่มเช่น “ฮามาส” และ“ฮิซโบเลาะห์ รวมทั้งมุสลิมแนวปฏิวัติ เช่น อิรักและลิเบีย ก่อการร้าย
ต่อสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศตะวันตก เกิดจากสาเหตุหลายสาเหตุ
 ยึดมั่นในคาสั่งสอนของศาสนาอิสลามอยางเคร่งครัด และต้องการนาเอากฎหลักของศาสนามาใช้เป็น
กฎหลักของสังคมอย่างเคร่งครัด
 วิถีชีวิตแบบตะวันตกโดยเฉพาะแบบอเมริกัน จะเต็มไปด้วยความเลวทราม อุจาด ลามก ทุจริต
คดโกง เห็นแก่ตัว จะพยายามทาลายขจัดกีดกัน โค่นล้ม เท่าที่จะสามารถทาได้ทั้งโดยวิธีสงบและ
วิธีรุนแรง
 สังคมมุสลิมผู้นาได้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
เพื่อต่อต้านสหรัฐอเมริกา และอารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน” ในลักษณะเช่นนี้ความเป็น
สัตรูที่เกิดขึ้นระหว่าง “ฝรั่ง” กับ “มุสลิม” จะปรากาออกมาในแนวทางที่ แซมวล ฮันติงตัน
เรียกว่า “The Clash of Civilizations”
 ความเปลี่ยนแปลงเริ่มจากศตวรรษที่ 7
 กลุ่มประเทศมุสลิมเพิ่มมากขึ้นจากบริเวณตะวันออกกลาง สู่ยุโรป
 หลังการล่มสลายของระบบสังคมนิยม 1990 มีบอสเนีย และเอเซียกลางแยกจากรัสเซีย รวมเป็น Islamic Conference
Organization(ICO)
 ไม่มีเอกภาพในรูปแบบการปกครองในประเทศ มีนโยบายต่างประเทศที่แตกต่างกัน
 มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีปัจเจกชนนิยมสูง เป็นไปตามประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และยุทธศาสตร์ของที่ตั้งประเทศตาม
ภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics)
 มีการนาของประมุขที่มีกรอบแนวความคิด บุคลิก ประสบการณ์ส่วนตัวต่างกันไป
กลุ่มแอฟริกา ประชากรมุสลิม
294 ล้านคน
กลุ่มประเทศแถบเอเชียใต้ ประชากรมุสลิม
326.9 ล้านคน
กลุ่มตะวันออกกลาง
ประชากรมุสลิม 194.4 ล้านคน
กลุ่มประเทศอาเซียน ประชากรมุสลิม 192.5
ล้านคน
กลุ่มยุโรปตะวันออก ประชากรมุสลิม 72.7
ล้านคน
ไทย
Kyrgyzstan
Tunisia
Yemen
Egypt
Syria
Algeria
Jordan
Bahrain
Libya
Morocco
Bangladesh
Italy
Indonesia
Ukrain
A Publication by www.elifesara.com 158
 คาเรียกร้องการช่วยเหลือของผู้นาเยเมน ต่อซาอุฯ ทาให้ถูกดึง
เข้าไปสู่สถานการณ์เยเมนอย่างเต็มตัว จนเป็น “สงคราม
ตัวแทน”
 อิหร่านซึ่งหนุนหลังผู้นากบฏฮูตีที่นับถือนิกายชีอะห์ ในขณะที่
ซาอุฯ สนับสนุนนิกายสุหนี่
 ซาอุฯ โจมตีทางอากาศถล่ม “กบฏฮูตี” ในเยเมน
159A Publication by www.knowtheprophet.com
America has stood down enemies before, and we will do so this time.
Bush September, 11, 2001
 เหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 เป็นจุดพลิกผันที่ทาให้
สหรัฐฯ หันมาให้ความสนใจกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้ง
ไทยเพิ่มมากขึ้น
สหรัฐฯ กับความมั่นคงของไทยหลัง 9/11
กลุ่มประเทศ G7
กลุ่มประเทศกาลังพัฒนา
กลุ่มประเทศเกิดใหม่และรัฐเอกราช
กลุ่มประเทศอักษะแห่งความชั่วร้าย
การเมืองของประเทศมหาอานาจ / ขาดหลักนิติธรรม
Terrorist Movements
โลกาภิบาล: Global Governance
• UN
• G 8
• World Bank
• WTO
• OECD
• IMF
•NATO
•UNCTAD
รากเหง้าของปัญหา(ตัวสหรัฐเองมากกว่ามุสลิม)
ความร่วมมือระหว่างประเทศ(ให้ความสาคัญ UN และประชาคมโลกระหว่างประเทศ)
จิตใจและจิตวิญญานของมุสลิม
ลัทธิครองความเป็นเจ้า(นโยบายฝ่ายเดียว การใช้กาลังและนโยบายสุดขั้ว)
USA ใช้Hard Power ทาให้ขาดศรัทธา ชอบธรรม
ยุทธศาสตร์ตะวันออกกลาง(คงทหารไว้ สนับสนุน Israel)
การปะทะกันระหว่างอารยธรรม Crash Civilization
 มีความมั่นใจในกาลังอานาจของตนทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร
 โน้มน้าวประเทศอื่นให้คล้อยตามด้วยเงินช่วยเหลือ ผลประโยชน์และอานาจความรู้
 การแบ่งกลุ่มประเทศ ๔ กลุ่ม G8,กาลังพัฒนา,New State,Rogue State
 ประเทศเอกราช ๑๙๓ ประเทศ มีการรวมกลุ่มกันทางเศรษฐกิจ การเมือง เชื้อชาติ วัฒนธรรม พื้นที่ตามภูมิศาสตร์
 พรมแดน ความเป็นเชื้อชาติเลือนหาย
 เครือข่าย ข่าวสาร มีการถ่วงดุลกันมากขึ้น
 เศรษฐกิจจะกระจายตัวไป จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อินเดีย กระจายไปสู่ยุโรปตะวันออก ประเทศมุสลิมใหม่(รัฐเอกราชแยกจาก
รัสเซีย)
 แผนที่รัฐเอกราช
การครอบงาโลกทางวัฒนธรรม Americanization
ประเทศสาคัญ 2 - 15 รวมกันไม่เท่าสหรัฐ
ด้านเศรษฐกิจ จีน+เยอรมัน+อังกฤษ = สหรัฐ
มีประชากร 5 % ของโลก
ผลผลิตสู่ตลาดโลก 43%
มีเทคโนโลยีสูง
RD ใช้งบประมาณ 50 % ของ งป.RD ของโลก
จุดแข็ง วัฒธรรม การศึกษา แนวคิด ผู้นา วิถีชีวิตอเมริกัน ยืดหยุ่น
เศรษฐกิจกสหรัฐเป็นพลวัตร
 Globalization
 Technology
 Mobility
 Beliefs
 Economy
เป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุด ในด้านเศรษฐกิจ การเมืองและการทหาร
มีศักยภาพในการชี้นาและการกาหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ในโลก
มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก (จัดอันดับโดย The Economist)
มีบทบาทสูงในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น IMF, World Bank, WTO, G-8, OECD และ APEC
 มองวิถีชีวิตแบบอเมริกันตะวันตก จะเต็มไปด้วยความเลวทราม อุจาด ลามก ทุจริต คดโกง เห็นแก่ตัว กีดกัน โค่นล้ม
เท่าที่จะสามารถทาได้ทั้งโดยวิธีสงบและวิธีรุนแรง
 ยึดมั่นในคาสั่งสอนของศาสนาอิสลามอยางเคร่งครัด และต้องการนาเอากฎหลักของศาสนามาใช้เป็นกฎหลักของสังคม
อย่างเคร่งครัด
 สังคมมุสลิม ผู้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เพื่อต่อต้าน“การครอง
โลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา และอารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน”
 ความเป็นศัตรูเกิดขึ้นระหว่าง“ตะวันตก” กับ “มุสลิม”
(“The Clash of Civilizations”)
 ผู้นาจานวนนี้มักเป็นผู้นาที่มีความนับถือตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน ในอิรัก หรือโมอามาร์ กัด
ดาฟี ในลิเบีย
AMERICAN
171A Publication by www.knowtheprophet.com
 ภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด
 อาหารจานด่วนเช่น KFC กับเป๊ปซี่ แมคโดแนล กับโคคาโคล่า
 ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันแทรกเข้าไปในภาษาอื่น
 ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในธุรกิจ ในวิชาการ และในอินเตอร์เนต มิได้มาจากอังกฤษแต่มาจากอเมริกา
 เรื่องที่ผู้ต่อต้านสหรัฐอเมริกาหลังจากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ใช้มากที่สุดคือ เรื่องอาหาร
และเรื่องภาพยนตร์
ผู้ที่อพยพเข้ามาในสหรัฐอเมริกา ต้องเรียนภาษาอังกฤษ และเรียนประวัติศาสตร์
อเมริกัน
มีการสอนให้ปรับตัวกับความเป็นอยู่แบบอเมริกัน แต่ว่าคนเหล่านี้ก็ต้องการรักษา
วัฒนธรรมของตนไว้ด้วย
นักเรียนทั่วโลกไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอเมริกามาตั้งมหาวิทยาลัยและ
โรงเรียนระดับต่างๆ ในต่างประเทศ
โคคาโคลา ถือว่าเป็นโลกาภิวัตน์ที่เป็นผลที่สุด
Americanization โดยเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอมพิวเตอร์
Americanization โดยการช่วยเหลือ
 ศัตรูแบบใหม่ “มิใช่รัฐ” (non – state actor) ไม่มีตัวตน (anonymous) และไม่อยู่ประจาถาวรเป็นที่ (mobile)
 คุณสมบัติ“ศัตรู” และ “เป้า” ยากที่จากาหนดว่าสหรัฐอเมริกาจะใช้ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีโจมตีอย่างใดเมื่อใด
 การใช้ความสะดวกของผืนดินและน่านฟ้ าของประเทศต่างๆเช่นปากีสถาน และบางประเทศมุสลิม
 ศัตรูตัวจริงเป็นเพียง “เงา” เท่านั้น เคยมีคากล่าว “เวียดนาม เป็น quagmire (หล่มดัก) ของสหรัฐอเมริกา”
และ “อัฟกานิสถาน เป็น quagmire ของอดีตสหภาพโซเวียต”
 สหรัฐถอนทหารจากอิรัค และปิดคุกกวนตานาโม นาโต้จะถอนทหารจากอัฟกานิสถาน
 สงครามอัฟกานิสถาน ต้องการใช้พื้นที่ปากีสถานเป็นฐานทัพหน้าและส่งกาลังบารุง รัฐบาลปากีสถานอนุญาตให้สิทธิแค่การบินผ่าน
 สงครามอิรัก ขอใช้พื้นที่ตุรกีเป็นฐานทัพหน้า ถูกปฏิเสธจากสภาฯ
 การใช้พื้นที่ประเทศอื่นเป็นฐานทัพหน้า ต้องเสี่ยงกับการใช้ งป.มหาศาล และเกิดความสูญเปล่าในอนาคต
 การลงทุนสร้างฐานทัพที่อ่าวซูบิคในฟิลิปปินส์ ต่อมาไม่ต่อสัญญาเช่า
 ต้องหันกลับมาใช้อาณานิคมของตนเอง คือเกาะกวมเป็นศูนย์กลางของกองกาลังสหรัฐฯ ในเขตภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก
SEA POWER 21
177A Publication by www.knowtheprophet.com
 สงครามในอัฟกานิสถาน ต้องการใช้พื้นที่ปากีสถานเป็นฐานทัพหน้าและส่งกาลังบารุง รัฐบาลปากีสถาน
อนุญาตให้สิทธิแค่การบินผ่าน
 สงครามอิรัก ขอใช้พื้นที่ประเทศตุรกีเป็นฐานทัพหน้า ได้รับการปฏิเสธจากสภาฯ
 การใช้พื้นที่ประเทศอื่นเป็นฐานทัพหน้า ต้องเสี่ยงกับการใช้ งป.มหาศาล และเกิดความสูญเปล่าใน
อนาคต
 การลงทุนสร้างฐานทัพที่อ่าวซูบิคในฟิลิปปินส์ ต่อมาไม่ต่อสัญญาเช่า
 ต้องหันกลับมาใช้อาณานิคมของตนเอง คือเกาะกวมเป็นศูนย์กลางของกองกาลังสหรัฐฯ ในเขตภูมิภาค
เอเชีย-แปซิฟิก
พัฒนาฐานทัพอากาศ และฐานทัพเรือ
ใช้งบประมาณ ๑,๐๔๘ ล้านยูเอสดอลล่าร์
มีประชากร ๑๗๐,๐๐๐ คน
มีโรงกลั่นน้ามัน และอู่ซ่อมเรือ
ห่างจากฟิลิปปินส์ ไปทางตะวันออก ๒๒๔๐ กม.
มีพื้นที่ ๕๔๑ ตร.กม.
(บทความนิติภูมิ ไทยรัฐ หน้า ๒ วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒)
 กวมเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะมาเรียนา
 มีเมืองหลวงคือ อากาญา
 ชื่อ“ดินแดนกวมของสหรัฐอเมริกา (U.S. Territory of Guam)” เป็นเกาะหนึ่งในมหาสมุทร
แปซิฟิก
 เป็นดินแดนที่ยังไม่ได้ปกครองตนเองของสหรัฐอเมริกา
 ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชามอร์โรซึ่งอพยพมาอยู่ที่เกาะเป็นครั้งแรกเมื่อ 3,500 ปีมาแล้ว
 รายได้หลักของเกาะมาจากการท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น
 Strategic Defense Mobile Forces
 Bases Places
 Hard Power Soft Power Smart Power
ปรับวางกาลังของกองทัพเรือสหรัฐฯโดยทบทวนยุทธศาสตร์ ปรับเปลี่ยน
รูปแบบ จานวนและสถานที่ที่กาลังทหารของสหรัฐฯประจาการอยู่ทั่วโลก
กาหนดภัยคุกคามและยุทธศาสตร์ขึ้นใหม่ทั้งหมด มีการลงนามร่วมระหว่าง
ผบ.ทร. และ ผบ.นย.และให้กห.สหรัฐฯ อนุมัติแล้ว
กาหนดเป็นยุทธศาสตร์แบบ ๔-๒-๑
สามารถยับยั้งภัยคุกคามได้ ๔ ภูมิภาค
เอาชนะได้อย่างรวดเร็ว ๒ ภัยคุกคาม
เอาชนะได้อย่างเด็ดขาด อย่างน้อย ๑
ใน ๒ ภัยคุกคาม
 ปรับกองเรือจาก ๑๙ กองเรือ เป็น ๓๗ กองเรือ มีขีดความสามารถในการทาการรบในทุกภูมิภาคทั่วโลก
 ให้ความสาคัญกับขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Special Force)
 มีการปรับปรุงเรือดาน้า Nuclear ชั้น Ohio Class ซึ่งจากเดิมมีการติดตั้งขีปนาวุธ Nuclear มาเป็นติดตั้งอาวุธปล่อยแบบ
Tomahawk และสามารถส่งหน่วย Special Force ขึ้นปฏิบัติการบนฝั่งได้
สร้างฐานทัพหน้าในแผ่นดินตนเอง ใช้กาลังเคลื่อนที่เร็ว ลดการพึ่งพาชาติอื่น
วางกาลังและฐานทัพ ฐานส่งกาลังบารุงต่าง ๆ ไว้ทั่วโลก
วางกาลังใหม่ของ ทร.สหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ลดกาลังทหารประจาการใน
เกาหลีใต้ จานวน ๑ ใน ๓ เหลือ ๑๒,๕๐๐ คน จากเดิม ๓๗,๕๐๐ คน
ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ยากที่จะประเมินทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน
ยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯเน้นการสร้างความร่วมมือจากชาติพันธมิตร ในการเข้าจัดการกับภัย
คุกคามตามภูมิภาคต่าง ๆ
ปรับวางกาลังของกองทัพเรือสหรัฐฯโดยทบทวนยุทธศาสตร์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบ
จานวนและสถานที่ที่กาลังทหารของสหรัฐฯประจาการอยู่ทั่วโลก
กาหนดภัยคุกคามและยุทธศาสตร์ขึ้นใหม่ทั้งหมด มีการลงนามร่วมระหว่าง ผบ.ทร.
และ ผบ.นย.และให้กระทรวงกลาโหมฯ อนุมัติ
Sea Shield การป้องกันจากทะเล ปกป้องแผ่นดินแม่ มีการป้องกัน Air Missile Theater, Air Missile
Defense และการป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ
Sea Strikeการโจมตีจากทะเล
Sea Basing ฐานปฏิบัติการจากทะเลที่ใช้ในการบัญชาการรบ
Sea Trial คือ จะต้องมีการฝึกและทดสอบจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และวางแนวความคิดในการ
ปฎิบัติการ
Sea Warrior การอบรมและพัฒนาคุณภาพของกาลังพลทางเรือ
Sea Enterprise การตรวจสอบเพื่อปรับปรุงการปฎิบัติภารกิจของกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Maritime Prepositioning Force (Future) MPF(F) / Sea base
 เป็นหน่วยงานของ UN รับรองมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลที่เรียกว่า The International Ship and Port Facility
Code (ISPS CODE) เมื่อปี 2545
 มาตรการที่กาหนดให้ประเทศสมาชิก IMO ที่รับรองมาตรการนี้จานวน 146 ประเทศ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือเพื่อ
ป้องกันการก่อการร้าย
 กาหนดให้เรือที่มีระวางตั้งแต่ 300-50,000 ตัน ต้องติดตั้งระบบ Automatic Information System ภายใน 31 ธันวาคม
2547
 กาหนดให้เรือทุกลาต้องติดตั้งระบบเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่บนฝั่งทราบถึงชื่อเรือ สถานที่ตั้ง และปัญหาด้านความปลอดภัย
 กาหนดให้ท่าเรือมีการประเมินความปลอดภัยของท่าเรือ และจัดทาแผนรักษาความปลอดภัยสถานที่
 เรือที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบจะไม่ได้รับใบประกาศความปลอดภัยการเดินเรือระหว่างประเทศ(International Ship Security
Certificate) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถจอดเข้าท่าเทียบเรือของประเทศสมาชิก IMO ได้
Raw Material
Product & Container
Money
Man
Northeast
East Asia
South East Asia
Europe
 บิดาแห่งกาลังอานาจทางทะเล
 เป็นผู้บรรยายในวิทยาลัยการทัพเรือ
 เขียนหนังสือเกี่ยวกับทฤษฏีของการใช้กาลังอานาจทางเรือ
 เสนอแนวคิดกาลังอานาจทางทะเล(Sea Power Strategy) ครองเจ้าทะเล คุมเส้นทาง
เดินเรือ และแสวงหาทรัพยากรโพ้นทะเล
ซึ่งได้รับการยอมรับในผลงานยุทธศาสตร์ทางเรือ (Naval Strategy)
Sea Shield การป้องกันจากทะเล ปกป้องแผ่นดินแม่ มีการป้องกัน Air Missile Theater, Air Missile
Defense และการป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ
Sea Strikeการโจมตีจากทะเล
Sea Basing ฐานปฏิบัติการจากทะเลที่ใช้ในการบัญชาการรบ
Sea Trial คือ จะต้องมีการฝึกและทดสอบจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และวางแนวความคิดในการ
ปฎิบัติการ
Sea Warrior การอบรมและพัฒนาคุณภาพของกาลังพลทางเรือ
Sea Enterprise การตรวจสอบเพื่อปรับปรุงการปฎิบัติภารกิจของกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
200A Publication by www.knowtheprophet.com
201A Publication by www.knowtheprophet.com
 ปรับกองเรือจาก 19 กองเรือ เป็น 37 กองเรือ มีขีดความสามารถในการทาการรบในทุกภูมิภาคทั่วโลก
 ให้ความสาคัญกับขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Special Force)
 มีการปรับปรุงเรือดาน้า Nuclear ชั้น Ohio Class ซึ่งจากเดิมมีการติดตั้งขีปนาวุธ Nuclear มาเป็นติดตั้งอาวุธปล่อยแบบ
Tomahawk และสามารถส่งหน่วย Special Force ขึ้นปฏิบัติการบนฝั่งได้
 การซ้อมรบระหว่าง สหรัฐอเมริกากับ เกาหลีใต้
 การที่เรือรบสหรัฐฯรุกล้าเข้าไปในน่านน้าจีน
 หน่วย IRA โจมตีหน่วยทหารอังกฤษ เสียชีวิตไปสองคน
 ประธานธนาคารสหรัฐออกมาเรียกร้องให้ทุกประเทศปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ออกกฏระเบียบการเงินให้เข้มงวด
 เป็นหน่วยงานของ UN รับรองมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลที่เรียกว่า The International Ship and Port
Facility Code (ISPS CODE) เมื่อปี ๒๕๔๕
 มาตรการกาหนดให้ประเทศสมาชิกจานวน ๑๔๖ ประเทศ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือเพื่อป้องกันการก่อการร้าย
 กาหนดให้เรือที่มีระวาง ๓๐๐-๕๐,๐๐๐ ตันต้องติดตั้งระบบ Automatic Information System ภายใน ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๗
 ให้เรือทุกลาต้องติดตั้งระบบเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่บนฝั่งทราบชื่อเรือ สถานที่ตั้งและปัญหาด้านความปลอดภัย
 ให้มีการประเมินความปลอดภัยของท่าเรือ และจัดทาแผนรักษาความปลอดภัยสถานที่
 เรือลาใดที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้จะไม่ได้รับใบประกาศความปลอดภัยการเดินเรือระหว่างประเทศ(International Ship
Security Certificate) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถจอดเข้าท่าเทียบเรือของประเทศสมาชิก IMO ได้
มาตรการรักษาความมั่นคงบริเวณเขตแดน:
ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ
และสันติภาพระหว่างประเทศ
www.elifesara.com
 การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ไปไม่ได้ถ้าไม่เรียนรู้รากฐานชีวิตคือประชาคม
สังคมและวัฒนธรรม
 การปรับตัวเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน – ด้านสังคมและวัฒนธรรม
 กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม
 เรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียน
www.elifesara.com
 ภูมิรัฐศาสตร์
 การปกครองในอาเซียนมีอย่างน้อย 5 รูปแบบ
 การนับถือศาสนา อิสลาม คริสต์ และพุทธ
 เชื้อชาติ เผ่าพันธ์ที่หลากหลาย
 ภาษาที่ใช้มีมากมาย
 การศึกษาที่แตกต่าง
 จานวนประชากร
 ศาสนา
www.elifesara.com
A Publication by www.elifesara.com
ความแตกต่างในระดับการพัฒนา
พึ่งพิงภายนอกภูมิภาคมาก
ขีดความสามารถแตกต่างกัน
ความหลากหลายทางระบบการเมือง
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ความรู้สึกชาตินิยม
208
มองภาพอาเซียนเพียงมิติเศรษฐกิจอย่างเดียว
คิดทุกอย่างเพื่อเอาเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน
ไม่เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม
มองเส้นเขตแดนเป็นปัญหาของประเทศ
ขาดมุมมองด้านความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน และมนุษยธรรม
A Publication by www.elifesara.com
Thailand
210A Publication by www.knowtheprophet.com
สถานการณ์ภายในประเทศ
กระแสโลกาภิวัฒน์
• การรุกรานด้านประเพณีวัฒนธรรม
• การเปิดเสรีด้านทุน การค้า การเงิน
• สภาวะโลกไร้พรมแดน
•กระแสประชาธิปไตย
•สิทธิมนุษย์ชน
•การค้าเสรี
•การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
•การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง
•สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
•ปัญหาการล่มสลายของสังคมชนบท
•ยิ่งพัฒนายิ่งต้องพึงต่างชาติมากขึ้น
•เกิดความเสื่อมโทรมของสังคม
•ปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม
•ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคเอดส์
การจัดระเบียบโลกใหม่ของมหาอานาจ
ปัญหาในประเทศ
• การก่อการร้ายสากล/ในประเทศ
• อาชญากรรมที่เป็นขบวนการ
• การปะทะทางทหารบริเวณชายแดน
• ภัยจากโจรสลัดและกาลังทางเรือต่างชาติ
• ปัญหาเส้นเขตแดนที่ยังไม่แน่นอน
• ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
National Securities Issues
• การเมืองที่ขาดการมองผลประโยชน์ของชาติ
• การปกครองยึดรูปแบบเก่าๆ
• ระบบราชการขาดการปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อม
ปัญหาการพัฒนาประเทศแบบไม่ยั่งยืน
ปัญหาระบบการศึกษาล้าหลัง
• ขาดจิตสานึกและชาตินิยมความเป็นไทย
• ถูกครอบงาทางความคิด
• ละทิ้งคุณค่าภูมิปัญญาไทย
ปัญหาการเมือง การปกครอง ระบบราชการ
 ทานายความเจริญของโลกจะไหลกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอาเซียน
 ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าปี ๒๐๒๕ จีนจะเป็นมหาอานาจทางเศรษฐกิจอันดับ ๑ ของโลก ตามด้วยสหรัฐฯ อินเดีย และเยอรมนี
 สหรัฐฯร่วมมือกับสหภาพยุโรปสกัดกั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน
 ใช้มาตรการระเบียบโลกใหม่เข้ามากดดันคือ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ การค้าเสรี
 จีนต่อสู้ไม่ยอมอ่อนข้อ ทั้งเงินสกุลหยวนของจีนยังไม่อยู่ในระบบการเงินสากล สหรัฐฯ จึงโจมตีเครือข่ายจีนเป็นประเทศที่เวลาตรงกับจีน
เช่น ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์และ อินโดนีเซีย
www.kpi.ac.th
GERMANY : Engineering Culture1
FRANCE : Chic Culture2
ITALY: Sexy Culture3
AMERICA : Youth Culture4
JAPAN : IT Culture5
6 THAILAND : Human Touch Culture
รักสงบ เคารพอาวุโส เชื่อโชคลางของขลัง เชื่อกฎแห่งกรรม ยอมตามผู้มีอานาจ
รักเอกราช สุกเอาเผากิน ไม่ยอมให้ใครดูหมิ่น รักถิ่นและครอบครัว อ่อนน้อมถ่อม
ตัว ชอบผู้นา ทาสารวย ชอบบันเทิง(สนุก) เมตตากรุณา ผักชีโรยหน้า ไม่
กระตือรือร้น เป็นคนใจกว้าง ช่างอดช่างทน กตัญญูกตเวที ชอบมีอภิสิทธิ์ จิตใจ
เอื้ออารี โอนอ่อนผ่อนตาม มีความเกรงใจ ให้อภัยเสมอ ตามใจต่างชาติ ฉลาด
เลือกงาน ทาการมักเบ่ง เคร่งครัดเคารพแด่พระมหากษัตริย์
•สภาวิจัยแห่งชาติได้ประมวลไว้เป็นร้อยกรองโดยสมบูรณ์
1www.kpi.ac.th,www.thaipoliticsgovernment.org
 Internal Peace 60%
 External Peace 40%
 การรับรู้จากความผิดทางอาญาในสังคม 4
 จานวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในและตารวจต่อ 100,000 คน 3
 จานวนคดีฆาตกรรมต่อ 100,000 คน 4
 จานวนประชากรตะรางต่อ 100,000 คน 3
 ความง่ายดายในการเข้าถึงอาวุธทาลายล้างน้อย 3
 ระดับของความขัดแย้งที่จัด (ภายใน) 5
 โอกาสในการสาธิตการใช้ความรุนแรง 3
 ระดับของอาชญากรรมรุนแรง 4
 ความไม่แน่นอนทางการเมือง 4
 ระดับของการทาลายสิทธิมนุษยชน (หวาดกลัวการเมือง) 4
 ปริมาณของการถ่ายโอนจากอาวุธธรรมดาที่สาคัญเป็นผู้รับ (นาเข้า) ต่อ 100,000 คน
1
 ที่มีศักยภาพสาหรับการก่อการร้าย 1
 จานวนผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้ง (ภายใน) 5
 ค่าใช้จ่ายทางทหารเป็นร้อยละ 2 ของ GDP
 เงินทุนสาหรับการสหประชาชาติ 2 ภารกิจรักษาสันติภาพ
 จานวนรวมของอาวุธหนักต่อ 100,000 คน 3
 ปริมาณการเคลื่อนย้ายอาวุธในการจัดจาหน่าย ต่อ 100,000 คน 3
 ความสามารถในการทหาร / 2 ความซับซ้อน
 จานวนคนพลัดถิ่นเป็นเปอร์เซ็นต์ของประชากร 4
 ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน 5
 จานวนของความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกต่อสู้: 2003-08 5
 จานวนโดยประมาณของการเสียชีวิตจากความขัดแย้งที่จัด (ภายนอก) 5
1
Rank Country Score
1 Iceland 1.148
2 New Zealand 1.279
3 Japan 1.287
4 Denmark 1.289
5 Czech Republic 1.320
6 Austria 1.337
7 Finland 1.352
8 Canada 1.355
9 Norway 1.356
10 Slovenia 1.358
11 Ireland 1.370
12 Qatar 1.398
13 Sweden 1.401
14 Belgium 1.413
15 Germany 1.416
16 Switzerland 1.421
17 Portugal 1.453
18 Australia 1.455
19 Malaysia 1.467
20 Hungary 1.495
21 Uruguay 1.521
22 Poland 1.545
23 Slovakia 1.576
24 Singapore 1.585
25 Netherlands 1.628
1
Rank Country Score
26 United Kingdom 1.631
27 Taiwan 1.638
28 Spain 1.641
29 Kuwait 1.667
30 Vietnam 1.670
31 Costa Rica 1.681
32 Laos 1.687
33 United Arab Emirates 1.690
34 Bhutan 1.693
35 Botswana 1.695
36 France 1.697
37 Croatia 1.699
38 Chile 1.710
39 Malawi 1.740
40 Romania 1.742
41 Oman 1.743
42 Ghana 1.752
43 Lithuania 1.760
44 Tunisia 1.765
45 Italy 1.775
46 Latvia 1.793
47 Estonia 1.798
48 Mozambique 1.809
49 Panama 1.812
50 South Korea 1.829
51 Burkina Faso 1.832
52 Zambia 1.833
Rank Country Score
53 Bulgaria 1.845
54 Namibia 1.850
55 Argentina 1.852
56 Tanzania 1.858
57 Mongolia 1.880
58 Morocco 1.887
59 Moldova 1.892
60 Bosnia and Hercegovina 1.893
61 Sierra Leone 1.904
62 The Gambia 1.910
63 Albania 1.912
64 Jordan 1.918
65 Greece 1.947
66 Paraguay 1.954
67 Cuba 1.964
68 Indonesia 1.979
69 Ukraine 1.995
69 Swaziland 1.995
71 Cyprus 2.013
72 Nicaragua 2.021
73 Egypt 2.023
74 Brazil 2.040
75 Equatorial Guinea 2.041
76 Bolivia 2.045
77 Senegal 2.047
78 Macedonia 2.048
79 Trinidad and Tobago 2.051
80 China 2.054
81 Gabon 2.059
82 United States of America 2.063
Rank Country Score
83 Bangladesh 2.070
84 Serbia 2.071
85 Peru 2.077
86 Cameroon 2.104
87 Angola 2.109
88 Guyana 2.112
89 Montenegro 2 .113
90 Ecuador 2.116
91 Dominican Republic 2.125
92 Guinea 2.126
93 Kazakhstan 2.137
94 Papua New Guinea 2.139
95 Nepal 2.152
96 Liberia 2.159
96 Uganda 2.159
98 Congo (Brazzaville) 2.165
99 Rwanda 2.185
100 Mali 2.188
101 Saudi Arabia 2.192
102 El Salvador 2.215
103 Tajikistan 2.225
104 Eritrea 2.227
105 Madagascar 2.239
106 Jamaica 2.244
107 Thailand 2.247
1
Rank Country Score
108 Turkmenistan 2.248
109 Armenia 2.260
109 Uzbekistan 2.260
111 Kenya 2.276
112 Belarus 2.283
113 Haiti 2.288
114 Kyrgyz Republic 2.296
115 Cambodia 2.301
116 Syria 2.322
117 Honduras 2.327
119 Iran 2.356
119 Niger 2.356
121 Mexico 2.362
122 Azerbaijan 2.379
123 Bahrain 2.398
124 Venezuela 2.403
125 Guatemala 2.405
126 Sri Lanka 2.407
127 Turkey 2.411
128 Cote d’ Ivoire 2.417
129 Algeria 2.423
130 Mauritania 2.425
131 Ethiopia 2.468
132 Burundi 2.532
133 Myanmar 2.538
134 Georgia 2.558
135 India 2.570
Rank Country Score
136 Philippines 2.574
137 Lebanon 2.597
138 Yemen 2.670
139 Colombia 2.700
140 Zimbabwe 2.722
141 Chad 2.740
142 Nigeria 2.743
143 Libya 2.816
144 Central African Republic 2.869
145 Israel 2.901
146 Pakistan 2.905
147 Russia 2.966
148 Democratic Republic of Congo 3.016
149 North Korea 3.092
150 Afghanistan 3.212
151 Sudan 3.223
152 Iraq 3.296
153 Somalia 3.379
 การให้การต้อนรับชาวต่างชาติ(Hospitality to foreigners)
 การรวมกลุ่มในภูมิภาคอย่างลุ่มลึก(Depth of regional integration)
 การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน
 (Relations with neighbors)
1www.kpi.ac.th,www.thaipoliticsgovernment.org
ประเทศไทยเป็นอับดับ 1 ในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประเทศตะวันตกถูกระบุมีความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายมากที่สุดในปีนี้ คือ กรีซ
อันดับที่ 27 สหราชอาณาจักร อันดับที่ 38 ฝรั่งเศส อันดับที่ 45 สหรัฐอเมริกา
อันดับที่ 61
นอร์เวย์เพิ่งเกิดเหตุสังหารโหด 77 ศพถูกจัดให้มีความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายใน
อันดับที่ 112 ของโลกจากทั้งหมด 198 ประเทศ เนื่องจากคณะผู้จัดทายังไม่ได้นา
เหตุดังกล่าวมาพิจารณาในปีนี้
 ผลการจัดอันดับ 198 ประเทศทั่วโลกต่อความเสี่ยงด้านการก่อการร้าย ประจาปี 2011
๑. โซมาเลีย
๒. ปากีสถาน
๓. อิรัก
๔. อัฟกานิสถาน
๕. ซูดานใต้
๖. เยเมน
๗. ปาเลสไตน์
๘. สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
๙. สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
๑๐. โคลอมเบีย
๑๑. แอลจีเรีย
๑๒. ไทย
๑๓ .ฟิลิปปินส์
1 United 12 Iran 23 Philippines 34 Switzerland
2 Russia 13 Germany 24 Australia 35 Syria
3 China 14 Taiwan 25 Canada 36 Iraq
4 India 15 Pakistan 26 Saudi Arabia 37 Finland
5 United Kingdom 16 Egypt 27 Malaysia 38 Algeria
6 Turkey 17 Italy 28 Sweden 39 Libya
7 South Korea 18 Indonesia 29 Spain 40 Norway
8 France 19 Thailand 30 Mexico 41 Singapore
9 Japan 20 Ukraine 31 South Africa 42 Denmark
10 Israel 21 Poland 32 Argentina 43 Jordan
11 Brazil 22 North Korea 33 Greece 44 Ethiopia
Personnel:
• Total Population
• Available Military Manpower
• Active Military Manpower
• Active Reserve Manpower
• Manpower Fit for Service
• Reaching Military Age Annually
• Labor Forces
Weapon Systems:
• Total Aircraft
• Helicopters
• Land Systems (ALL)
• Tanks
• Armored Personnel Carriers / Infantry Fighting
Vehicles
• Towed Artillery Pieces
• Self-Propelled Guns
• Rocket Artillery (MLRS)
• Infantry Mortar Systems
• Anti-Tank Weaponry
• Anti-Aircraft Weaponry
• Logistical Vehicles
Naval Power:
• Total Navy Ships
• Aircraft Carriers
• Submarines
• Destroyers
• Frigates
• Mine Warfare Craft
• Patrol Craft
• Amphibious Assault Vessels
Logistical:
• Total Airports
• Merchant Marine Strength
• Major Ports and Terminals
• Roadway Coverage
• Railway Coverage
Resources:
• Oil Production
• Oil Consumption
• Oil Proven Reserves
Geographic:
• Coastlines
• Waterway Coverage
• Shared Borders
• Square Land Area
Miscellaneous:
• Compare Two Countries
• Countries List
Financial:
• Defense Spending
• Purchasing Power Parity
• Reserves of Foreign Exchange and Gold
228A Publication by www.elifesara.com
• การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475
จะเห็นภาครัฐมักจะพูดอยู่เสมอว่าทาถูกต้องตามขั้นตอน ตามกฎหมาย ตามกฎ ระเบียบ
ข้อบังคับ ถ้าทุกคนทาถูกต้อง ทุกหน่วยงานทาถูกต้อง แล้วทาไมวันนี้จึงยังมีปัญหาอยู่
ตกลงความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย นาไปสู่ความยุติธรรมทางสังคมจริงหรือไม่ ความถูกต้อง
ตามกฎหมาย สร้างให้สังคมเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมจริยธรรมหรือไม่ ทั้งที่ในหลักการแล้ว
กฎหมายที่ดีก็ควรนาไปสู่ความยุติธรรมและความมีคุณธรรมจริยธรรมในสังคม ไม่ควรแยกหรือ
แปลกแยกออกจากกัน
“ให้ความยุติธรรมมาก่อนและอยู่เหนือกฎหมาย”
พระบรมราโชวาท
ทุนทางวัฒนธรรม
www.kpi.ac.th 230
A Publication by www.knowtheprophet.com 231
 การบินเกิดขึ้นในโลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๖ ประเทศไทยส่ง
นายทหารไปเรียนวิชาการบิน ตามหลังประเทศสหรัฐอเมริกา
เพียง ๙ ปี เท่านั้น อเมริกาจัดตั้งหน่วยบินในปี พ.ศ. ๒๔๕๐
กองบินของอิตาลี พ.ศ. ๒๔๕๔กองบินหลวงอังกฤษ พ.ศ.
๒๔๕๕
 หลังจากเกิดการบินขึ้นในโลกเพียง ๑๒ ปี ประเทศไทยก็
สามารถสร้างเครื่องบินขึ้นตามแบบต่างประเทศ และนามาใช้
ในงานราชการได้
A Publication by www.knowtheprophet.com 232
 ปี ๒๔๗๐ กรมอากาศยานสร้างเครื่องบินขับไล่แบบ 5 ประชาธิปกขึ้นแบบหนึ่ง
A Publication by www.knowtheprophet.com 233
 เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔ พันโท พระ
พิเศษสุรฤทธิ ผู้อานวยการโรงงานกรมอากาศยาน
ได้สร้างเครื่องบิน นิเออปอรต์ แบบ ๘๑ เป็น
เครื่องบินขับไล่แบบ๘๑ (Nieuport)
A Publication by www.knowtheprophet.com 234
235
“วางเฉย” “ตีกัน”
• เศรษฐกิจล่มสลาย
• ต่างชาติเข้าครอบครองเศรษฐกิจไทย
• เป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ
• แตกแยกระหว่างภาค
• แย่งชิงอานาจการปกครองในท้องถิ่น
• เกิดสงครามกลางเมืองมิคสัญญี
• แนวคิดแบ่งแยกดินแดน
• เปลี่ยนแปลงสถาบันหลัก
• แบ่งแยกชนชั้น
• ต่างคนต่างอยู่
• สงครามแย่งชิงมวลชน
• ชาติพันธ์/ภูมิภาคนิยม
• ไม่ยอมรับกฎหมาย
• อนาธิปไตย
• เข้าถึงข่าวสารมากยิ่งขึ้น
• เกิดวิกฤตรอบ ๓
• สังคมเกษตรล่มสลาย
• ท่องเที่ยวตกต่า
• คอรัปชั่นเชิงนโยบายมากขึ้น
• ธุรกิจอยู่ในมือทุนต่างชาติ
สังคม
สังคม
เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ
 ๔ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลประเมินค่าไม่ได้
 เสียรัฐธรรมนูญไป ๒ ฉบับ
 เสียนายกรัฐมนตรีไป ๔ คน
 เสียนายตารวจ นายทหาร ข้าราชการ ตลอดจนอาจารย์ที่ดีๆไปหลายคน
 เสียชีวิตคนไปนับร้อยคน
๑. ความชอบธรรมของทุกสถาบัน ถูกต่อต้านท้าทายกว้างขวางทั้งรัฐบาล รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองคมนตรี
๒. วิกฤตทางกฎหมาย มุ่งใช้กฎหมายทาลายฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมือง
๓. วิกฤตหลักนิติธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายถูกท้าทายโดยทุกฝ่าย
๔. วิกฤตในการรวมเป็นสังคมเดียว เกิดการปะทะของกลุ่มต่างๆ อาจถึงการสูญเสียมิตรประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะเป็นจุดแห่งความล่ม
สลายของอาเซียนก็ได้ ถ้าไม่ระวังและจากัดวงความขัดแย้งให้ดี
เป็นประเทศกาลังพัฒนา มีการคอรัปชั่น ประชาชน
ยากจน อัตราการศึกษาของคนในชาติต่า การ
จัดสรรทรัพยากรไม่เป็นธรรม สังคมขาดความ
ยุติธรรม ความขัดแย้งจึงมีขึ้นเป็นระยะ
วิทยุ ซึ่งเป็นสื่อสาคัญของรัฐที่ชาวฮูตู โหมกระพือความขัดแย้ง
"ความเกลียดชัง" และ "ความมัวเมาอานาจ"
 การฟังก็ต้องใส่ใจที่จะฟังในทุกรายละเอียด ไม่ใช่ฟังเพื่อตัดสินว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ต้องพยายามสร้างความเข้าใจว่าทาไม
ถึงคิดแบบนั้น
241www.kpi.ac.th
ทักษะที่ขาดหาย
242www.kpi.ac.th
ด้วยการกรีดเลือดและดื่มน้าสาบาน ว่าจะเลิกแล้วต่อกันร่วม
สร้างเมืองไว้เป็นอนุสรณ์
จึงเกิดอาณาจักรกุมกาม
(นครเชียงใหม่ในปัจจุบัน)
เวียงกุมกาม สัญลักษณ์แห่งความปรองดอง
กษัตริย์ 3 พระองค์ ตกลงร่วมกัน
ที่จะไม่ทาศึกสงครามระหว่างกัน
หันหน้ามาให้สัตย์บันต่อกัน
243www.kpi.ac.th
แตงโมสมานฉันท์
244www.kpi.ac.th
เวลาเจรจา ชดเชยเยียวยา การจัดการ ทัศนคติเปลี่ยนแปลง
South Korea 10 เยียวยา ปขข.กดดัน ทหารให้คามั่นจะไม่เกิดอีก
South Africa 10 เยียวยา สร้างภาพอนาคตร่วมกัน มองอนาคตร่วมกัน
Aceh Indonesia 7 เยียวยา เจรจา/ตปท. ความรุนแรงไม่แก้ปัญหา
North Ireland 26 เยียวยา เจรจา/ตปท. ความรุนแรงไม่แก้ปัญหา
Rwanda 8 เยียวยา คณก.ปรองดอง อยู่ร่วมกัน
Chili 17 เยียวยา เลือกตั้ง หวงแหน ปชต.
Columbia 22 เยียวยา ปรับปรุงกฎหมาย การเจรจา
ปัจจัยแห่งความสาเร็จ
South Korea ภาคประชาชนเข้มแข็งผลักดันให้เปลี่ยนแปลง
South Africa มีเจตจานงทางการเมือง/สร้างภาพอนาคตร่วมกัน
Aceh Indonesia มีเจตจานงทางการเมือง/เจรจากับศัตรู
North Ireland มีเจตจานงทางการเมือง/มีส่วนร่วม/ได้รับแก้ไขปัญหาโครงสร้าง/สร้างบรรยากาศ
Rwanda สร้างความร่วมมือ
Chili ตปท.กดดัน
Columbia ภาคประชาชนเข้มแข็ง/มีเจตจานงทางการเมือง/ปรับปรุงกฎหมาย
Morocco สร้างประชาธิปไตย/การมีส่วนร่วม
Bolivia ปฎิรูปกฎหมาย/ยอมรับความแตกต่าง
Germany สร้างอนาคตร่วม/ลดความเหลือมล้า
รัฐธรรมนูญ
247A Publication by www.knowtheprophet.com
249
250A Publication by www.knowtheprophet.com
ขอบคุณครับ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือถามคาถามเพิ่มเติมได้ที่
www.facebook.com/ekkachai.srivilas
www.elifesara.com
“ . ประวัติศาสตร ์ได้แสดงให้ปรากฏตลอดมาว่า ชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับ
อับปางไป ก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเป็ นหมู่คณะ เป็ น
พรรคเป็ นพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัสประหารซึ่งกันและกัน บางพรรค
บางพวก ถึงกับเป็ นไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทาลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึง
ขอชักชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่ง
ได้กอบกู้รักษาบ้านเกิดเมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอา
ความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของ
ประเทศชาติ เป็ นคุณธรรมประจาใจอยู่เนืองนิจ จึงขอให้พี่น้องชาวไทย
ทั้งหลาย จงบาเพ็ญกรณีกิจของตนแต่ละคนด้วยซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหมั่นเพียร อดทนและกล้าหาญ แล้วอุทิศความเสียสละส่วนตัว
ความเหน็ดเหนื่อยลาบากยากแค้น เป็ นพลีบูชาบรรพบุรุษ ผู้ซึ่งได้
ก่อสร้างชาติเป็ นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราชาวไทยจนบัดนี้”www.elifesara.com
ภาครัฐจะพูดอยู่เสมอว่าทาถูกต้องตามขั้นตอน ตาม
กฎหมาย ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ถ้าทุกคนทา
ถูกต้อง ทุกหน่วยงานทาถูกต้อง แล้วทาไมวันนี้จึงยังมี
ปัญหาอยู่
ตกลงความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย นาไปสู่ความ
ยุติธรรมทางสังคมจริงหรือไม่ ความถูกต้องตามกฎหมาย
สร้างให้สังคมเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมจริยธรรมหรือไม่
ทั้งที่ในหลักการแล้วกฎหมายที่ดีก็ควรนาไปสู่ความ
ยุติธรรมและความมีคุณธรรมจริยธรรมในสังคม ไม่ควร
แยกหรือแปลกแยกออกจากกันwww.elifesara.com
“ให้ความยุติธรรมมาก่อนและอยู่เหนือกฎหมาย”
พระบรมราโชวาท
www.elifesara.com
www.elifesara.com
ประชาชน หรือองค์กรที่มีความสนใจและสมัครใจที่จะ
แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และประสานความร่วมมือในการ
ป้ องกันและเฝ้ าระวังปัญหาอาชญากรรมและการส่งเสริมการ
ใช ้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในการระงับข้อพิพาทภายใน
ชุมชน ตลอดจนเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในกิจกรรม
ต่างๆของกระทรวงยุติธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการและ
เสริมสร ้างความยุติธรรมและความสงบสุขในชุมชน โดยเป็ นผู้
ผ่านการฝึกอบรม
“หลักสูตรเครือข่ายยุติธรรมชุมชน กระทรวงยุติธรรม”
www.elifesara.com
www.elifesara.com
258
www.elifesara.com
259A Publication by www.knowtheprophet.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com
ทุนทางวัฒนธรรม
www.elifesara.com 261
262www.elifesara.com
263www.elifesara.com
ด้วยการกรีดเลือดและดื่มน้าสาบาน ว่าจะ
เลิกแล้วต่อกันร่วมสร ้างเมืองไว้เป็นอนุสรณ์
จึงเกิดอาณาจักรกุมกาม
(นครเชียงใหม่ในปัจจุบัน)
เวียงกุมกาม สัญลักษณ์แห่งความปรองดอง
กษัตริย์3 พระองค์ตกลงร่วมกัน
ที่จะไม่ทาศึกสงครามระหว่างกัน
หันหน้ามาให้สัตย์บันต่อกัน
เจ้าโคตร ระบบเจ้าโคตร แก่วัด แก่ฝาย แก่บ้าน
การอยู่ร่วมกันเป็ นครอบครัวขยาย การทานอาหารร่วมกัน
การลงแขกลงขันในการทางานร่วมกัน
การไกล่เกลี่ยชุนชน บ้านบอเกาะ อาเภอสุไหงปาดี จังหวัด
นราธิวาส
อนุญาโตตุลาการหมู่บ้าน ตาบลบ้านกลาง อาเภออ่าวลึก
จังหวัดกระบี่
สภาสมานฉันท์ ประเทศอิหร่าน
ระบบ Barangay ในฟิ ลิปปิ นส์
www.elifesara.com
265
แตงโมสมานฉันท์
www.elifesara.com
266
www.elifesara.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com
www.elifesara.com

สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส7

  • 1.
    โดย พลเอก เอกชัยศรีวิลาศ ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า www.elifesara.com ekkachais@hotmail.com สงครามโลก
  • 3.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • เป็นสงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นเฉพาะในทวีปยุโรปเป็น สาคัญเท่านั้น ระหว่าง ค.ศ. 1914 ถึง 1918 มี ศูนย์กลางอยู่ในทวีปยุโรป • เป็นความขัดแย้งทางทหารในระดับโลกตั้งแต่ ค.ศ. 1939 ถึง 1945 เป็นสงครามที่ลุกลามไปทั่วโลก อย่างแท้จริง โดยครอบคลุมอาณาบริเวณทั้งในยุโรป แอฟริกา เหนือ เอเชียตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิก • สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นการระดมคนจานวนมาก เข้ามาสู่สงครามประหัตประหารกัน ที่เรียกว่า "สงครามของคนหมู่มาก" (War of the Masses) • สงครามโลกครั้งที่สอง ประชาชนทุกคนล้วน เกี่ยวข้องกับสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอาจกล่าว ได้ว่า สงครามโลกครั้งที่สองนั้นเป็น "สงครามของ ประชาชนทุกคน“
  • 4.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) ฝ่ายมหาอานาจกลาง หรือไตรพันธมิตร ศูนย์กลางอยู่ที่ ไตรพันธมิตร ได้แก่เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการีและอิตาลี จักรวรรดิออตโตมัน เข้าสู่สงครามใน ค.ศ. 1914 อิตาลี และบัลแกเรียใน ค.ศ. 1915 และโรมาเนียใน ค.ศ. 1916 ฝ่ายอักษะ ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น กับ กับ ฝ่ายมหาอานาจไตรภาคี หรือฝ่ายสัมพันธมิตร ศูนย์กลางอยู่ที่ไตรภาคี คืออังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ค.ศ. 1918 กองทัพสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงคราม จักรวรรดิรัสเซียล่มสลายใน ค.ศ. 1917 และรัสเซียถอน ตัวจากสงครามหลังการปฏิวัติเดือนตุลาคมในปีเดียวกัน ฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เมื่อเริ่มสงคราม สหรัฐอเมริกาวางตัวเป็นกลาง แต่ เมื่อญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลซึ่งเป็นฐานทัพของ สหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิก จึงเข้าร่วมใน สงครามโลกครั้งที่ 2
  • 5.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) 1. ลัทธิชาตินิยม 2. การแข่งขันกันแสวงหาอาณานิคม 3. การรวมกลุ่มพันธมิตรทางทหาร 4. ความไม่มั่นคงทางการเมืองในคาบสมุทรบอล ข่าน 1. ลัทธิชาตินิยมในประเทศเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น 2. ลัทธิจักรวรรดินิยม 3. ลัทธินิยมทางทหาร การสะสมอาวุธเพื่อ ประสิทธิภาพของกองทัพ 4. ความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมือง ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการ 5. ความอ่อนแอขององค์การสันนิบาตชาติ 6. สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะ สนธิสัญญาแวร์ซายส์
  • 6.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • การลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุก - ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย รัชทายาทแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 โดยกัฟรีโล ปรินซีปนักศึกษา ชาวบอสเนียเซิร์บและสมาชิกบอสเนียหนุ่ม เป็น ชนวนเหตุใกล้ชิดของสงคราม • กองทัพเยอรมนีบุกโปแลนด์แบบสายฟ้ าแลบ เมื่อ 1 กันยายน 1939 ด้วยโปแลนด์ปฏิเสธที่จะยกเมืองท่า ดานซิกและฉนวนโปแลนด์ในเยอรมนี อังกฤษและ ฝรั่งเศส ซึ่งมีสัญญาค้าประกันเอกราชของโปแลนด์ ได้ยื่นคาขาดให้เยอรมนี ถอนทหารออกจากโปแลนด์ แต่ฮิตเลอร์ปฏิเสธ อังกฤษและฝรั่งเศสจึงประกาศ สงครามกับเยอรมนี • และญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล ฐานทัพเรือฝั่งแปซิฟิก ของสหรัฐอเมริกา
  • 7.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • สงครามเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2457( ค.ศ. 1914 ) ในรัชสมัย รัชกาลที่ 6 • สยามตั้งตัวเป็นกลาง จนสงครามได้รุนแรงขึ้นเป็นลาดับ รัชกาลที่ 6 ทรงเห็นว่าฝ่ายเยอรมนีเป็นฝ่ายรุกราน จนกระทั่ง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 จึงทรงตัดสินพระทัยประกาศ สงครามกับเยอรมันนีและออสเตรีย-ฮังการี และได้ส่งทหาร อาสาสมัครไปช่วยรบ • สงครามเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2482( ค.ศ. 1939 ) ในรัชสมัย ของรัชกาลที่ 8 (ขณะนั้นเสด็จประทับอยู่ในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์) หลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป.พิบูล สงคราม) เป็นนายกรัฐมนตรี • เมื่อเริ่มสงครามนั้นไทยประกาศตนเป็นกลาง แต่เพราะ ไทยมีกาลังน้อย เมื่อญี่ปุ่นบุกจึงไม่สามารถต่อต้านได้ และ เพื่อป้องกันมิให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของญี่ปุ่นในด้านเศรษฐกิจ และการเมือง รัฐบาลต้องยอมให้ญี่ปุ่นผ่าน
  • 8.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียง ประเทศเดียวในทวีปเอเชียและแปซิฟิกไม่นับรวม ญี่ปุ่น ที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ สาเหตุการเข้าร่วม เนื่องมาจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกใน สมัยรัชกาลที่ 5 ทุกประเทศในฝั่งทะเลแปซิฟิกและ ทะเลอันดามัน ถูกเป็นเมืองขึ้นกันหมดเหลือแต่ไทย และญี่ปุ่นเท่านั้น
  • 9.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ปืนกลยิงรัว ยังเป็นแบบติดฐานบังเกอร์ • ใช้ Assault Rifle หรือ Sub Machine Gun ให้ทหารพกพา • ทหารม้ายังขี่ม้าออกรบ โดยรถถังยังไม่มีบทบาท • รถถังถูกใช้กันแพร่หลาย และทหารม้าเปลี่ยนจากขี่ม้ามาขับ รถถังออกรบแทน • เครื่องบินรบยังเน้นใช้ยิงกันบนฟ้ าเป็นหลักและบินได้ไม่ไกล • เครื่องบินถูกใช้ทั้งยิงกันบนฟ้ า ทิ้งระเบิด และบินได้ไกลข้าม ทวีป • รูปแบบการรบภาคพื้นดินเป็นแนวรบอยู่กับที่ • รูปแบบการรบภาคพื้นดินมีรูปแบบการรบที่มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • 10.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ระเบิดก๊าซพิษแตกต่างกันราว 30 ชนิดถูก นามาใช้ ทาให้ผู้ได้รับแก๊สพิษเสียชีวิตอย่างช้า ๆ และทรมาน ซึ่งหลังสงครามครั้งที่ 1 หลาย ประเทศได้มีการลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วย การห้ามใช้ก๊าซพิษเหล่านี้อีก • เทคโนโลยีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบ เรดาร์ จรวดพิสัยไกล เรือดาน้า รถถัง ปืน ไรเฟิลประจากายทหารที่ยิงรัวต่อเนื่องได้ เครื่องบินไอพ่น ระเบิดนิวเคลียร์ • ไม่มีการนาก๊าซพิษมาใช้อีก
  • 11.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม • ส่วนรัฐจักรวรรดิใหญ่ 4 รัฐ อันได้แก่ จักรวรรดิเยอรมัน ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซียและออตโตมัน พ่ายแพ้ทั้งทาง การเมือง และทางทหาร จนได้สิ้นสภาพไป เยอรมนีและ รัสเซียสูญเสียดินแดนไปมหาศาล ส่วนอีก 2 รัฐที่เหลือนั้นล่ม สลายลงอย่างสิ้นเชิง • แผนที่ยุโรปกลางได้ถูกเขียนใหม่โดยมีประเทศขนาดเล็ก เกิดใหม่หลายประเทศ • ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม • เกิดมหาอานาจของโลกใหม่ คือสหรัฐอเมริกา และสหภาพ โซเวียต จนนาไปสู่เกิดสงครามเย็น ที่ดาเนินต่อมาอีก 45 ปี • การเกิดประเทศเอกราชใหม่ๆ
  • 12.
  • 13.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ทหารที่เข้าร่วมสงครามทั้งฝ่ายมหาอานาจกลางและฝ่าย สัมพันธมิตร ประมาณ 70 ล้านคน เสียชีวิต 8 ล้านคน บาดเจ็บมากกว่า 20 ล้านคน พิการตลอดชีวิตประมาณ 7 ล้านคน • ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าสงครามโลก ครั้งที่ 1 โดยมีผู้เสียชีวิตไปไม่น้อยกว่า 68 ล้านคน จากการ นาอาวุธที่ทันสมัยและระเบิดปรมาณูมาใช้ • สันนิบาตชาติถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหวังว่าจะป้องกันความ ขัดแย้งเช่นนี้มิให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต • สหประชาชาติถูกสถาปนาขึ้น เพื่อส่งเสริมความ ร่วมมือระหว่างประเทศและเพื่อป้องกันความขัดแย้งใน อนาคต
  • 14.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • สงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงเมื่อเยอรมนี เซ็นสัญญาสงบศึก ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 1918 กินเวลานาน 4 ปี 5 เดือน จึงยุติลงอย่าง เป็นรูปธรรม ตามด้วยการลงนามในสนธิสัญญา แวร์ซายส์ ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1919 • เป็นสงครามที่เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 เพียง 20 ปี มีระยะเวลายาวนาน ถึง 6 ปี จึงยุติสงคราม
  • 16.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) • สงครามใหญ่ • เฉพาะในทวีปยุโรป • พื้นที่สงครามอยู่ในทวีปยุโรป • สงครามลุกลามไปทั่วโลกทั้งใน ยุโรป แอฟริกาเหนือ เอเชีย ตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิก • สงครามกระจายไปทั่วแต่ละ ประเทศในทุกทวีป ทั้งอเมริกา แอฟริกา เอเชียแปซิฟิค ยุโรป และมหาสมุทรแปซิฟิคฯลฯ •"สงครามของคนหมู่มาก" (War of the Masses) •"สงครามของประชาชนทุก คน“ •สงครามไร้ตัวตน(นิรนาม)
  • 17.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) ฝ่ายไตรพันธมิตร เยอรมนี ออสเตรีย- ฮังการีและอิตาลี ออตโตมัน อิตาลี บัลแกเรียและโรมาเนียเข้ามาภายหลัง ฝ่ายอักษะ ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศสังคมนิยมเก่า กลุ่มประเทศมุสลิม กับ กับ ฝ่ายสัมพันธมิตร อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมภายหลังรัสเซียล่ม สลาย ฝ่ายสัมพันธมิตร อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เริ่มสงครามสหรัฐอเมริกาเป็นกลาง เมื่อ ญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลจึงเข้าร่วมในสงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตเลีย และกลุ่มประเทศ NATO
  • 18.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) ลัทธิชาตินิยม แข่งขันกัน แสวงหาอาณานิคม การ รวมกลุ่มพันธมิตรทางทหาร ความไม่มั่นคงทางการเมือใน คาบสมุทรบอลข่าน ลัทธิชาตินิยม ลัทธิจักรวรรดิ นิยม ลัทธินิยมทางทหาร การสะสมอาวุธ อุดมการณ์ ทางการเมือง ความอ่อนแอ ขององค์การสันนิบาตชาติ สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็น ธรรม ลัทธิชาตินิยม องค์การ สหประชาชาติที่ไม่เป็นธรรม สังคม วัฒนธรรม เชื้อชาติ เผ่าพันธ์ ศาสนาที่แตกต่างกัน (Crash Civilization, Megatrend Asia, Americanization, Islamization )
  • 19.
     ความเปลี่ยนแปลงเริ่มจากศตวรรษที่ 7กลุ่มประเทศมุสลิมเพิ่มมากขึ้นจากบริเวณตะวันออกกลาง สู่ยุโรป  หลังการล่มสลายของระบบสังคมนิยม 1990 มีบอสเนีย และเอเซียกลางแยกจากรัสเซีย รวมเป็น Islamic Conference Organization(ICO)  ไม่มีเอกภาพในรูปแบบการปกครองในประเทศ มีนโยบายต่างประเทศที่แตกต่างกัน  มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีปัจเจกชนนิยมสูง เป็นไปตามประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และยุทธศาสตร์ของที่ตั้งประเทศตามภูมิ รัฐศาสตร์(Geopolitics)  มีการนาของประมุขที่มีกรอบแนวความคิด บุคลิก ประสบการณ์ส่วนตัวต่างกันไป
  • 20.
     ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ  ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่ ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย  ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ  ประเทศมุสลิมสายเคร่ง  ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ
  • 21.
     ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ(โมร็อกโก จอร์แดน ซาอุดิอารเบียบรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย)  ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี)  ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน)  ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้นาในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการ)  ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอานาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic Fundamentalism ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าในทศวรรษ ๑๙๘๐)  ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชียกลางและคอเคซัสที่ เคยรวมอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซักสถาน ทิกิร์เซีย และ อาเซอร์ไบจาน)
  • 22.
     ประเทศหรือกลุ่มมุสลิมสายเคร่ง เช่นอัฟกานิสถานอิหร่าน  ขบวนการชาวปาเลสไตน์บางกลุ่มเช่น “ฮามาส” และ “ฮิซโบเลาะห์  มุสลิมแนวปฏิวัติอิรักและลิเบีย ก่อการร้ายต่ออเมริกาและกลุ่มตะวันตก  ผู้นาเอากฎแบบเคร่งครัดของอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” ต่อต้าน “การครองโลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา  อารยธรรมชนผิวขาวคริสเตียน” เป็นศัตรูที่เกิดขึ้นระหว่าง “ฝรั่ง” กับ “มุสลิม”(ฮันติงตันเรียกว่า“The Clash of Civilizations” )  ผู้นามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน โมอามาร์ กัดดาฟี  “กฎโลก” ที่ใช้ในองค์การระหว่างประเทศเช่น UN , IMF, World Bank , WTO องค์การกาหนดมาตรฐานระหว่าง ประเทศ ฯลฯ เหล่านี้ มักมีสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอยู่เบื้องหลัง
  • 23.
  • 24.
    สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) • ลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุก- ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่ง ออสเตรีย โดยนักศึกษาชาว บอสเนียเซิร์บและสมาชิกบอสเนีย หนุ่ม • เยอรมนีบุกโปแลนด์แบบสายฟ้ า แลบ ด้วยโปแลนด์ปฏิเสธที่จะยก เมืองท่าดานซิกและฉนวน โปแลนด์ในเยอรมนี อังกฤษและ ฝรั่งเศส ยื่นคาขาดให้เยอรมนี ถอนทหารออกจากโปแลนด์ แต่ฮิต เลอร์ปฏิเสธ และญี่ปุ่นโจมตีอ่าว เพิร์ล ของสหรัฐอเมริกา • สงครามการโจมตีกลุ่ม ISIS ใน อิรักและซีเรีย • การแย่งชิงหมู่เกาะพาราเซล/ สเเปรตลีย์ การท้าทายของอิหร่าน และเกาหลีเหนือต่อสหรัฐอเมริกา • พื้นที่ Eurasia (Russia /CIS) and China
  • 27.
    www.kpi.ac.th Military Power Politics Power EconomicsPower Sociological Power Religion , Culture Media Power : Facebook, Twitter, Vdolink, Mobile Phone, TVonline, Radio online, Cyber War National Power
  • 28.
     Globalisation &Localisation  Hard Power & Soft Power  Americanization & Islamization  Capitalism & Socialism  High Technology & Low Technology  Tangible & Intangible  Physical & Mental or Spiritual  National Resource
  • 29.
    รูปแบบการทาสงคราม หนึ่งประเทศสองระบบ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ มุสลิม/ท้องถิ่นนิยม กาลังอานาจทางทหารทางบก เรือ อากาศ กาลังอานาจทางการเมือง: ระบอบประชาธิปไตย กาลังทางเศรษฐกิจ : ทุนนิยมเสรี กาลังอานาจทางสังคมจิตวิทยา : ศาสนา/วัฒนธรรม
  • 30.
     Soft Powerกาลังอานาจที่จับต้องไม่ได้คือความสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่น โดยใช้วิธีการ กาหนด กรอบ กาหนดเป้าหมายร่วมกัน ใช้การโน้มน้าวและสร้างให้เกิดความต้องการสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้เป็นไปตาม ความต้องการของผู้ใช้อานาจ  ทรัพายากรของ กาลังอานาจแบบ Soft Power เช่น ขนบธรรมเนียม ความคิด คุณค่า วัฒนธรรม และความเข้าใจในนโยบายอย่างถูกต้อง  กาลังอานาจ Smart Power คือ การผสมผสานระหว่าง กาลังอานาจแบบ Hard Power และ กาลังอานาจแบบ Soft Power ลงไปในยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ
  • 31.
     มีลักษณะ 4ประการได้แก่ 1. การต่อสู้และการทาลายล้าง 2. การสนับสนุนด้วยวิธีทางการทูต 3. ให้ความคุ้มครองรักษาสันติภาพ 4. ให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ  การใช้อานาจทางทหาร สามารถทาให้เกิดได้ทั้ง อานาจแบบ Hard Power และ อานาจแบบ Soft Power ได้  ยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานทั้ง อานาจแบบ Hard Power และอานาจแบบ Soft Power อย่างมีประสิทธิภาพ จะ นาไปสู่ อานาจทางทหารอย่าง Smart Military Power ในที่สุด
  • 32.
    กาลังอานาจแบบ Soft Powerเกิดจากปัจจัยพื้นฐาน 3 ประการคือ 1. วัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อที่น่าสนใจ และดึงดูดผู้อื่น 2. คุณค่าในทางการเมือง คือ ระบบบริหารที่มีความรับผิดชอบและตอบสนองต่อความต้องการ ของประชาชน 3. นโยบายระหว่างประเทศ ที่ผู้อื่นเห็นถึงความสาคัญ และความถูกต้อง
  • 33.
    1. กาหนดหลักการ สร้างความดึงดูดใจและโน้มน้าว  ยกตัวอย่าง การรณรงค์งดสูบบุหรี่ การใช้อานาจแบบ Hard Power : จับและปรับผู้ที่สูบบุหรี่ถ้าใช้ อานาจแบบ Soft Power : จะใช้การรณรงค์ พูดคุย เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ที่สูบ เปลี่ยนแปลงความคิด เกี่ยวกับการสูบบุหรี่  อานาจแบบ Hard Power : ยกเลิกการขายบุหรี่ อานาจแบบ Soft Power : ใช้การโฆษณา เพื่อให้ผู้ที่ สูบเห็นถึง พิษภัยของการสูบบุหรี่ และเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม 2. การทางานของ อานาจแบบ Soft Power : ความตั้งใจโดยตรงผู้นา อาจได้รับรับจูงใจจาก ผู้นาอื่นๆ และ นาไปสู่นโยบายที่ดีที่สุด ส่วนความตั้งใจทางอ้อม ผู้นา ได้รับแรงจูงใจจาก จากความต้องการของสังคมที่ชอบหรือ มีแรงจูงใจในเรื่องเดียวกัน อันนาไปสู่ นโยบายที่ดีที่สุด
  • 34.
    SEA POWER 21 34APublication by www.knowtheprophet.com
  • 35.
    สงครามในอัฟกานิสถาน ต้องการใช้พื้นที่ปากีสถานเป็นฐานทัพหน้าและส่งกาลังบารุง รัฐบาล ปากีสถานอนุญาตให้สิทธิแค่การบินผ่าน สงครามอิรักขอใช้พื้นที่ประเทศตุรกีเป็นฐานทัพหน้า ได้รับการปฏิเสธจากสภาฯ การใช้พื้นที่ประเทศอื่นเป็นฐานทัพหน้า ต้องเสี่ยงกับการใช้ งป.มหาศาล และเกิดความสูญ เปล่าในอนาคต การลงทุนสร้างฐานทัพที่อ่าวซูบิคในฟิลิปปินส์ ต่อมาไม่ต่อสัญญาเช่า ต้องหันกลับมาใช้อาณานิคมของตนเอง คือเกาะกวมเป็นศูนย์กลางของกองกาลังสหรัฐฯ ในเขต ภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก
  • 36.
    พัฒนาฐานทัพอากาศ และฐานทัพเรือ ใช้งบประมาณ ๑,๐๔๘ล้านยูเอสดอลล่าร์ มีประชากร ๑๗๐,๐๐๐ คน มีโรงกลั่นน้ามัน และอู่ซ่อมเรือ ห่างจากฟิลิปปินส์ ไปทางตะวันออก ๒๒๔๐ กม. มีพื้นที่ ๕๔๑ ตร.กม. (บทความนิติภูมิ ไทยรัฐ หน้า ๒ วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒)
  • 37.
    กวมเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะมาเรียนา มีเมืองหลวงคือ อากาญา ชื่อ“ดินแดนกวมของสหรัฐอเมริกา (U.S.Territory of Guam)” เป็นเกาะ หนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นดินแดนที่ยังไม่ได้ปกครองตนเองของสหรัฐอเมริกา ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชามอร์โรซึ่งอพยพมาอยู่ที่เกาะเป็นครั้งแรกเมื่อ 3,500 ปีมาแล้ว รายได้หลักของเกาะมาจากการท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น
  • 38.
     Strategic DefenseMobile Forces  Bases Places  Hard Power Soft Power Smart Power
  • 40.
  • 41.
    กาหนดเป็นยุทธศาสตร์แบบ ๔-๒-๑ สามารถยับยั้งภัยคุกคามได้ ๔ภูมิภาค เอาชนะได้อย่างรวดเร็ว ๒ ภัยคุกคาม เอาชนะได้อย่างเด็ดขาด อย่างน้อย ๑ ใน ๒ ภัยคุกคาม
  • 42.
  • 43.
  • 45.
    ปรับกองเรือจาก ๑๙ กองเรือเป็น ๓๗ กองเรือ มีขีดความสามารถในการทาการรบในทุก ภูมิภาคทั่วโลก ให้ความสาคัญกับขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Special Force) มีการปรับปรุงเรือดาน้า Nuclear ชั้น Ohio Class ซึ่งจากเดิมมีการติดตั้ง ขีปนาวุธ Nuclear มาเป็นติดตั้งอาวุธปล่อยแบบ Tomahawk และสามารถส่ง หน่วย Special Force ขึ้นปฏิบัติการบนฝั่งได้
  • 46.
    สร้างฐานทัพหน้าในแผ่นดินตนเอง ใช้กาลังเคลื่อนที่เร็วลดการพึ่งพาชาติอื่น วางกาลังและฐานทัพ ฐานส่งกาลังบารุงต่างๆ ไว้ทั่วโลก วางกาลังใหม่ของ ทร.สหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ลดกาลังทหารประจาการใน เกาหลีใต้ จานวน ๑ ใน ๓ เหลือ ๑๒,๕๐๐ คน จากเดิม ๓๗,๕๐๐ คน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ยากที่จะประเมินทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน ยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯเน้นการสร้างความร่วมมือจากชาติพันธมิตร ในการเข้าจัดการกับภัย คุกคามตามภูมิภาคต่าง ๆ
  • 48.
    Sea Shield การป้องกันจากทะเลปกป้องแผ่นดินแม่ มีการป้องกัน Air Missile Theater, Air Missile Defense และการป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ Sea Strike การโจมตีจากทะเล Sea Basing ฐานปฏิบัติการจากทะเลที่ใช้ในการบัญชาการรบ Sea Trial คือจะต้องมีการฝึกและทดสอบจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และวางแนวความคิดในการปฎิบัติ การ Sea Warrior การอบรมและพัฒนาคุณภาพของกาลังพลทางเรือ Sea Enterprise การตรวจสอบเพื่อปรับปรุงการปฎิบัติภารกิจของกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • 51.
    Maritime Prepositioning Force(Future) MPF(F) / Sea b
  • 52.
     เป็นหน่วยงานของ UNรับรองมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลที่เรียกว่า The International Ship and Port Facility Code (ISPS CODE) เมื่อปี 2545  มาตรการที่กาหนดให้ประเทศสมาชิก IMO ที่รับรองมาตรการนี้จานวน 146 ประเทศ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือเพื่อ ป้องกันการก่อการร้าย  กาหนดให้เรือที่มีระวางตั้งแต่ 300-50,000 ตัน ต้องติดตั้งระบบ Automatic Information System ภายใน 31 ธันวาคม 2547  กาหนดให้เรือทุกลาต้องติดตั้งระบบเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่บนฝั่งทราบถึงชื่อเรือ สถานที่ตั้ง และปัญหาด้านความปลอดภัย  กาหนดให้ท่าเรือมีการประเมินความปลอดภัยของท่าเรือ และจัดทาแผนรักษาความปลอดภัยสถานที่  เรือที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบจะไม่ได้รับใบประกาศความปลอดภัยการเดินเรือระหว่างประเทศ(International Ship Security Certificate) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถจอดเข้าท่าเทียบเรือของประเทศสมาชิก IMO ได้
  • 53.
    Raw Material Product &Container Money Man
  • 54.
    บิดาแห่งกาลังอานาจทางทะเล เป็นผู้บรรยายในวิทยาลัยการทัพเรือ เขียนหนังสือเกี่ยวกับทฤษฏีของการใช้กาลังอานาจทางเรือ เสนอแนวคิดกาลังอานาจทางทะเล(Sea Power Strategy)ครองเจ้าทะเล คุมเส้นทางเดินเรือ และแสวงหาทรัพยากรโพ้นทะเล ซึ่งได้รับการยอมรับในผลงานยุทธศาสตร์ทางเรือ (Naval Strategy)
  • 56.
    56A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 57.
    57A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 58.
     ประชากรไอร์แลนด์ มีการอพยพจานวนสูงไปยังเฉพาะสหรัฐอเมริกา สองในห้าของชาวไอร์แลนด์ที่เกิดมีถิ่น ฐานอยู่ในต่างประเทศในศตวรรษที่ 21 มีราว 80 ล้านคนจากทั่วโลกที่อ้างว่าสืบเชื้อสายมาจากชาวไอริช ใน จานวนนี้เป็นชาวอเมริกัน 45 ล้านคนอ้างว่าเชื้อสายไอริช  วอชิงตัน โพสต์ อ้างข้อมูลสามะโนประชากรสหรัฐว่า มีชาวอเมริกันอย่างน้อย 34.5 ล้านคนที่ระบุว่าตัวเองมี เชื้อสายไอริช ซึ่งมากกว่าตัวเลขประชากรในไอร์แลนด์ 4.68 ล้านคน ราว 7 เท่า คนไอริชอยู่ในสหรัฐมากที่สุด เป็นอันดับสองรองจากคนเยอรมัน นิวยอร์กเป็นมลรัฐที่มีคนเชื้อสายไอริชหนาแน่นที่สุด คือ 12.9% เทียบ กับค่าเฉลี่ยทั้งประเทศที่ 11.1% แต่ถ้าเจาะลึกเป็นเมือง ๆ จะพบว่าบอสตัน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ แมสซาชูเซตส์ มีประชากรเชื้อสายไอริชสูงถึง 20.4%  ประเทศสหรัฐอเมริกาประชากรมีบรรพบุรุษเป็นชาวอังกฤษ แต่น้อยกว่าเยอรมัน
  • 59.
     รัสเซีย จีนกลุ่ม BRIC China + Russia มีการค้าขายกันอย่างมาก และร่วมปฏิบัติในตะวันออกกลางโจมตีกลุ่ม ISIS  North Korea, Iran, Germany  Russia ค้ากับ Germany อันดับ 10 มี 6000 โรงงาน แรงงาน 300,000 คน  Russia เป็น Strategic Partner กับ Germany ส่งน้ามันให้Germany 36%  UK ถอนตัวจาก EU และ NATO ไม่ร่วม EU Dollars  Germany France ตั้ง EU  คนอังกฤษอพยพ IRISH, ISRAEL, UK เข้าไปใน Canada, USA  China ค้ากับ USA อย่างมาก
  • 60.
     อานาจกาลังรบที่มีตัวตน เช่นกาลังพล ยานพาหนะ ยุทธภัณฑ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ต่างๆ ฯลฯ  อานาจกาลังรบที่ไม่มีตัวตน ( Intangible ) เช่น ขวัญ กาลังใจ ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความรักชาติ รักแผ่นดิน ความฮึกเหิม ความมุมานะอดทน รวมถึงการฝึกซ้อมต่างๆ ฯลฯ
  • 64.
     ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  รัฐบาล  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  การพลังงาน  การศึกษา  การเศรษฐกิจ  กาลังทหาร  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต
  • 65.
    ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาตินามธรรม  ลักษณะและเอกลักษณ์ประจาชาติ  อุดมการณ์ของชาติ แบบแผนของชาติ  ภาวะผู้นา  ความเชื่อ  ศาสนา จริยธรรม  ความจงรักภักดี
  • 66.
    America has stooddown enemies before, and we will do so this time. Bush September, 11, 2001
  • 70.
     Globalization  Technology Mobility  Beliefs  Economy
  • 71.
    เป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุด ในด้านเศรษฐกิจ การเมืองและการทหาร มีศักยภาพในการชี้นาและการกาหนดกฎเกณฑ์ต่างๆในโลก มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก (จัดอันดับโดย The Economist) มีบทบาทสูงในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น UN, NATO, IMF, World Bank, WTO, G8, OECD, APEC และ UNCTAD
  • 72.
     มองวิถีชีวิตแบบอเมริกันตะวันตก จะเต็มไปด้วยความเลวทรามอุจาด ลามก ทุจริต คดโกง เห็นแก่ตัว กีดกัน โค่นล้มเท่าที่จะสามารถทาได้ทั้งโดยวิธีสงบและวิธีรุนแรง  ยึดมั่นในคาสั่งสอนของศาสนาอิสลามอยางเคร่งครัด และต้องการนาเอากฎหลักของศาสนามาใช้เป็น กฎหลักของสังคมอย่างเคร่งครัด  สังคมมุสลิม ผู้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เพื่อ ต่อต้าน“การครองโลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา และอารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน”  ความเป็นศัตรูเกิดขึ้นระหว่าง“ตะวันตก” กับ “มุสลิม” (“The Clash of Civilizations”  ผู้นาจานวนนี้มักเป็นผู้นาที่มีความนับถือตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน ในอิรัก หรือโมอามาร์ กัดดาฟี ในลิเบีย
  • 73.
    1. ขยายสมาชิกของสหภาพยุโรปไปยังยุโรปตะวันออกเพื่อรวมยุโรปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใหญ่ใหญ่ขึ้น 2. เดินหน้าสร้างอิสราเอลที่ใหญ่ขึ้น(Greater Israel) ผ่านการก่อสงคราม กับอิรัก ซีเรีย ลิเบีย เลบานอน ซูดาน โซมาเลีย และอิหร่าน สงครามในตะวันออกกลางเป็นการลดประชากรและจะทาให้ประเทศในภูมิภาคนั้น รวมทั้งแอฟริกาเหนืออ่อนแอ กลายเป็นรัฐบริวารของอิสราเอลในที่สุด แบ่งแยกและปกครองเป็นนโยบายที่ใช้มาตลอด 3. ปิดล้อมรัสเซียผ่านองค์กรนาโต้ด้วยการเพิ่มกาลังทหารในยุโรป และทาลายแผนการของรัสเซียที่จะผงาดขึ้นมาใหม่ผ่านเขต เศรษฐกิจร่วมยูเรเซีย (Eurasian Economic Union) สร้างวิกฤติยูเครน และสร้างปฏิวัติสีในรัสเซียเพื่อโค่นล้ม ปูติน 4. ปิดท้ายด้วยการสกัดจีน เพื่อล้มคู่แข่งทางการเงิน และเศรษฐกิจในเอเซีย Anglo-America คือ ดินแดนที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้าริโอแกรนด์ ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวอังกฤษ
  • 74.
    1. การสร้างรัฐบาลโลกเดียวผ่านยูเอ็น 2. การสร้างธนาคารกลางโลกเดียวผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือBank for International Settlements 3. การสร้างเงินสกุลโลกเดียวผ่านเงินดิจิตัล special drawing rights ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 4. การสร้างศาสนาโลกเดียว โดยจะมีการรวมเอาศาสนาจูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลามเข้าด้วยกัน 5. การสถาปนาให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของโลก
  • 75.
     แองโกลอเมริกันเดินหน้าสร้าง GreaterIsrael อย่างเร่งด่วน ด้วยการสร้าง ISIS เพื่อล้มอิรัก ซีเรีย และ อิหร่านในท้ายที่สุดในตะวันออกกลาง  พยายามยันรัสเซีย รวมทั้งจีนไม่ให้ผงาด แล้วเตรียมตัวก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 ในอีก 3-5 ปี โดยมั่นใจว่าเวลานั้น จะสามารถสยบทุกประเทศได้  แต่ รัสเซีย จีนละอิหร่านจับมือกันชิงก่อสงครามก่อนในซีเรีย เพื่อเปิดเผยว่าใครอยู่เบื้องหลัง ISIS เตรียมการยึด ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือและจะทาลาย Greater Israel ให้พังพินาศ  แกนของโลกอยู่ที่ตะวันออกกลางเวลานี้ เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงาน แหล่งประวัติศาสตร์ และอารยะธรรมโบราณ หลักของโลก ใครเป็นผู้นาในตะวันออกกลางได้ผู้นั้นจะเป็นผู้ครองโลก
  • 76.
    76 1. สหรัฐอเมริกาแทรกแซงทางทหารในประเทศต่าง ๆทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 1946 มีเพียงปี 1955 และ 1957 เท่านั้นที่ไม่มีหลักฐานการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐอเมริกา (Uppsala Conflict Data Program, 2011: Grossman ,2012): Global Policy Forum, 2005) 2. สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดในโลก (Stockholm International Peace Research Institute, 2011) สงคราม กับ เศรษฐกิจ โดย นางสาวกมลนัทธ์ มีถาวร นิสิตปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 กันยายน พ.ศ. 2556
  • 77.
    ภาพที่ 2 มูลค่าการส่งออกอาวุธของสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดในโลก 77 0 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 35,000 40,000 45,000 50,000 USA World ที่มา: Stockholm International Peace Research Institute (2011) สงคราม กับ เศรษฐกิจ โดย นางสาวกมลนัทธ์ มีถาวร นิสิตปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 กันยายน พ.ศ. 2556
  • 78.
    ภาพที่ 3 ส่วนแบ่งตลาดอาวุธของสหรัฐอเมริกา 78 ที่มา:Stockholm International Peace Research Institute (2011) per cent - 10 20 30 40 50 60 70 สงคราม กับ เศรษฐกิจ โดย นางสาวกมลนัทธ์ มีถาวร นิสิตปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 กันยายน พ.ศ. 2556
  • 79.
    ภาพที่ 4 สัดส่วนผู้นาเข้าอาวุธปี 1989-2010 79 ที่มา: Stockholm International Peace Research Institute (2011) Western Europe, 13.46 Eastern Europe, 8.50 Middle East, 23.10Asia, 38.89 Africa, 4.58 North America, 4.02 Central and South America, 4.92 Others, 2.53
  • 80.
    80 ที่มา: The HanscomFamily Weblog (2013)
  • 81.
    81 เริ่มต้น-สิ้นสุด การปฏิบัติการ ผลที่เกิดขึ้นหลังจากสงคราม ม.ค.1990- ธ.ค. 2011 1. ปฏิบัติการทางทหารในสงครามอ่าวเปอร์เซีย (สงครามคูเวต) 2. ปฏิบัติการยึดครองอีรัก (สหรัฐเรียนกว่า ปฏิบัติการเสรีภาพอิรัก) 3. ล้มล้างรัฐบาลและประหารชีวิตอดีต ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน (สหรัฐอเมริกาได้รับเงินและกาลังสนับสนุนจาก 36 ประเทศ) 1. มูลค่าการค้าน้ามันระหว่างอิรักกับสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย 2. ยอดขายอาวุธของสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นในปี 1991- 1993 3. วัตถุโบราณของอีรักถูกโจรกรรมหลังจาก สหรัฐอเมริกาบุกเข้ายึดอิรัก
  • 82.
    82 ที่มา: Stockholm InternationalPeace Research Institute, Yearbook 2008 Ranking Name Country Arms Sales ($ million USD) 1 Boeing USA 30,690 2 Lockheed Martin USA 28,120 3 BAE Systems UK 24,060 4 Northrop Grumman USA 23,060 5 Raytheon USA 19,530 6 General Dynamics USA 18,770 7 EADS West Europe 12,600 8 L-3 Communications USA 9,980 9 Finmeccanica Italy 8,990 10 Thales France 8,240 จานวนผู้เสียชีวิตจากสงคราม ปี 2006 (คน) 17,398 จานวนผู้เสียชีวิตจากสงคราม ปี 2006-2010 (คน) 111,916
  • 83.
     ปัญหาความขัดแย้ง แย่งชิงทรัพยากรในน่านน้าทะเลจีนใต้ถือเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่รอวันระเบิดตูมตามมานาน และนักวิเคราะห์มองว่า การ แข่งขันด้านอาวุธในช่วงหลังของบรรดาประเทศคู่กรณี อาจเป็นตัวเร่งสถานการณ์ให้ลุกลาม กลายเป็นสงครามสู้รบ ทั้งขนาดย่อยและขนาดใหญ่ได้ ไม่ยาก คู่กรณีที่ว่านี้หมายถึง จีน ไต้หวัน และ 4 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งต่างก็อ้างกรรมสิทธิ์ เหนือดินแดนหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ที่โดดเด่นคือ หมู่เกาะสแปรตลีย์ และหมู่เกาะพาราเซล ส่วนที่เหลือเป็นเกาะแก่งหินโสโครกขนาดเล็ก เช่น เกาะสการ์โบโรจ์ ที่จีนเรียกเกาะหวงหยาน และกาลังเป็นปัญหากับฟิลิปปินส์  จีนอ้างอธิปไตยเหนือเกาะแก่งเหล่านี้ เกือบทั่วน่านน้าทะเลจีนใต้ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่เหลืออ้างแค่บางส่วน ที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งของตน ปัญหานี้ทาให้กลุ่มอาเซียน ที่กาลังเตรียมตัวเข้าสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปี พ.ศ. 2558 เกิดความขัดแย้งกันอย่างหนัก ดังจะเห็นได้ จากการประชุมประจาปี รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (เอเอ็มเอ็ม) ครั้งที่ 45 ครั้งล่าสุด ที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงกัมพูชา ระหว่างวันที่ 9–13 ก.ค. ที่ผ่านมา
  • 84.
     ซึ่งการประชุมปิดฉากลงโดยไม่มีแถลงการณ์ร่วม ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์45 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรระหว่างประเทศหลักของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา การประชุมแต่ละปีที่ผ่านมา แถลงการณ์ ร่วมซึ่งจะมีการปรุงไว้ล่วงหน้า ถือเป็นข้อสรุปข้อตกลงที่บรรลุ ในรอบปีก่อนหน้านั้น และบันทึกประเด็น ต่าง ๆ ที่ยังจาเป็นต้องแก้ไขให้ลุล่วง ประเด็นที่ยังเป็นปัญหา ไม่มีการเอ่ยถึงหรือบรรจุไว้ในแถลงการณ์ปิดการประชุม ตรงจุดนี้ตามสายตานักการทูตวงนอกมองว่า เป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมทางสังคมของอาเซียน ซึ่งเชื่อว่าปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตามกาหนดเวลา สุดท้ายก็จะหาทางแก้ได้เองโดยธรรมชาติ นี่คือ “วิถีอาเซียน” วัฒนธรรมแบบสบาย ๆ เป็นกันเอง ไม่ซีเรียส ซึ่งต้องมาพังทลายลง จากความขัดแย้งในที่ประชุมเอเอ็มเอ็ม หนล่าสุดที่ พนมเปญ เท่ากับว่าเอเอ็มเอ็มจะไม่มีบันทึกประเด็น และข้อเสนอต่าง ๆ ให้ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนได้พิจารณาและตัดสินใจ ระหว่างการประชุมปลายปีนี้
  • 85.
     ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณอดีตรัฐมนตรีการต่างประเทศของไทย ปัจจุบันเป็นเลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างการประชุมครั้งนี้ว่า “คาดไม่ถึง” และ “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และว่า อาเซียนจาเป็นต้องเรียนรู้วิธีรวบรวมและประสานจุดยืน ไม่งั้นก็ไม่มีทางสู้กับประชาคมอื่น ๆ ได้ นักสังเกตการณ์ส่วนใหญ่มองผลลงเอยการประชุมครั้งนี้ว่า แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกรุนแรงในกลุ่มอาเซียน เกี่ยวกับกรณีพิพาทเหนือทะเลจีนใต้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถของกลุ่ม ในการต่อกรกับคู่แข่งมหาอานาจเกิดใหม่ในภูมิภาค กระทบต่อความสามัคคีเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน รวมทั้งบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างมวลหมู่ชาติสมาชิก เท่าที่จับกระแสรายงานข่าว ทั้งช่วงก่อนและระหว่างการประชุมเอเอ็มเอ็มที่พนมเปญ ปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้กลายเป็นเรื่องหลักของการประชุม แทนที่จะเป็นเรื่องที่สาคัญกว่า อย่างเช่น เศรษฐกิจ หรือเรื่องความร่วมมือในอาเซียน และเป็นความขัดแย้งแบบเปิดเผย ระหว่าง 3 ชาติสมาชิก คือกัมพูชา ประเทศเจ้าภาพ ในฐานะชาติประธานหมุนเวียนของอาเซียนในปีนี้ กับฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ฟิลิปปินส์กับเวียดนามต้องการให้อ้างอิง เหตุการณ์เผชิญหน้าในทะเลจีนใต้เมื่อไม่นานมานี้ ระหว่างเรือรบ-เรือประมง ของจีนกับสองประเทศ ในแถลงการณ์ร่วมปิดการประชุม แต่กัมพูชาคัดค้าน บอกว่าไม่เหมาะสมที่จะระบุความขัดแย้งทวิภาคีลงในแถลงการณ์ นายอัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ถึงกับจวก นายฮอร์ นัมฮอง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาตรง ๆ ว่า ยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์จีน แต่นายฮอร์บอกว่า กัมพูชาไม่ได้ สนับสนุนใครที่เป็นคู่กรณีพิพาทในทะเลจีนใต้และการที่ไม่มีแถลงการณ์ร่วมปิดท้าย ต้องโทษสมาชิกอาเซียนทุกชาติ จะโทษกัมพูชาประเทศเดียวไม่ได้ ประชุมหนนี้รัฐมนตรีต่างประเทศจีนและสหรัฐ เข้าร่วมการหารือด้วย ในฐานะประเทศคู่เจรจา จีนยังยืนยันไม่เห็นด้วยกับความพยายามที่จะนาปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ เข้าสู่การหารือใน เวทีระหว่างประเทศ ไม่ว่าเวทีใดโดยบอกว่าปัญหานี้ควรแก้ไขด้วยการเจรจาตัวต่อตัว ระหว่างจีนกับประเทศคู่กรณีเป็นราย ๆ ไป
  • 86.
     ฟิลิปปินส์และเวียดนามเลือกข้างสหรัฐ เห็นเด่นชัดมากขึ้นหลังการประกาศปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของอเมริกา พญาอินทรี ซึ่งเพิ่ม สรรพกาลังทางทะเลในเอเชียตะวันออก-แปซิฟิก เป็น 60% และแอตแลนติก-ยุโรป เหลือ 40% จากที่เคยอยู่ที่ประมาณ 50:50  รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ(นายลีออน พาเนตตา) ประกาศปรับกาลังทางทะเลใหม่ ที่ประเทศสิงคโปร์ หลังจากนั้นก็เดินทางเยือนฟิลิปปินส์ และเวียดนาม และออกข่าวว่าสหรัฐอาจจะรื้อฟื้นฐานทัพเรือขนาดใหญ่ในประเทศทั้งสอง ขึ้นมาใช้งานอีกครั้งส่วนกัมพูชาเลือกข้างจีน ชัดเจน  พิพาททะเลจีนใต้เกี่ยวพัน 4 ประเทศสมาชิกอาเซียน กับจีน และไต้หวัน ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างอาเซียนกับจีน  ซาบาม เซียเกียน ประธานชมรมอดีตเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย บอกว่าหากอาเซียนปล่อยให้ภูมิภาคเป็นสนามรบ “สงครามกองโจร ทางการทูต” ของสหรัฐกับจีนต่อไป โดยไม่มีการควบคุมหรือห้ามปราม ก็จะเป็นจุดเริ่มไปสู่ความหายนะของกลุ่มในอีกไม่นาน
  • 88.
     นิยามทางกฎหมาย ถือเอาการประกาศสงครามเป็นสิ่งที่ถูกต้องและรวมถึงระยะเวลาตั้งแต่ การประกาศสงครามซึ่งเกิดขึ้นก่อนการเริ่มต้นสู้รบกัน  ตั้งแต่ ค.ศ.๑๙๖๔ ไม่มีประเทศใดประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นข้อห้าม ของสหประชาชาติ เช่นสงครามเวียดนาม สงครามอิรัก/อิหร่าน สงครามฟอล์กแลนด์ และ สงครามอ่าว  การรับรู้ของสงคราม ในเดือนเมษายน ค.ศ.๑๙๘๒ คนอังกฤษเชื่อว่าพวกเขากาลังอยู่ใน ภาวะสงครามกับอาร์เจนตินา ในขณะที่ฝ่ายอาร์เจนตินาเห็นว่าพวกเขาได้บรรลุความสาเร็จ ในการยึดคืนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์จากอังกฤษ
  • 89.
    “สงครามเป็นการกระทาโดยใช้กาลังเพื่อบีบบังคับให้ข้าศึกทาตามความประสงค์ของเรา” “สงครามหาใช่การกระทาแบบหน้ามืดตามัว แต่ต้องตั้งอยู่บนขอบเขตของวัตถุประสงค์ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้คุณค่า ของวัตถุประสงค์นั่นเองจะเป็นตัวกาหนดว่าควรจะเสี่ยงซื้อด้วยราคาเท่าใดหากราคาที่ต้องซื้อนั้นแพงเกินกว่าคุณค่าของ วัตถุประสงค์ทางการเมืองแล้ว ก็จะต้องล้มเลิกความพยายามที่จะให้ได้มาซึ่งวัตถุประสงค์นั้น และสงครามก็จะต้องยุติลง” “สงครามเป็นเครื่องมือของนโยบายที่ใช้เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชาติ หลังจากที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่ประสบ ผลสาเร็จ” by other means
  • 90.
     ประการแรก การดิ้นรนเสาะหาความร่ารวยทรัพยากรเพื่อการผลิตของประเทศรวมทั้งการหาตลาดการค้า เป็นต้น ประการที่สอง มาจากสาเหตุของการขยายธรรมจักรโดยเฉพาะศาสนาคริสต์ และอิสลาม  ประการสุดท้าย คือ การรักษาสถานะเดิมของตนหรือดุลยภาพแห่งอานาจ แต่ในยุคร่วมสมัย สาเหตุของ สงครามตามที่ Thucydides กล่าวไว้ในสมัยโบราณว่าเกิดจากเหตุสามประการ คือ “ความกลัว เกียรติยศ และผลประโยชน์” กลับดูจะมีน้าหนักมากขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ “War is the continuation of business by other means”
  • 91.
    ๑. สงครามเบ็ดเสร็จ (TotalWar) หมายถึง คู่สงครามใช้ทรัพยากรทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ ชาติจะถูกคุกคามให้ ยอมแพ้โดยปราศจากเงื่อนไข ๒. สงครามทั่วไป (General War) คล้ายคลึงกับสงครามเบ็ดเสร็จ ต่างกันที่สงครามทั่วไปเน้นการใช้กาลังทหาร อย่างเบ็ดเสร็จ ส่วนมากจะหมายถึงสงครามที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ เคมี หรือชีวะ นอกจากนั้นยังหมายถึงการทา สงครามตามแบบอย่างไม่จากัด (Unrestricted Convention War) ๓. สงครามจากัด (Limited War) วัตถุประสงค์ของคู่สงครามจะถูกจากัด คู่สงครามจะจากัดการใช้เครื่องมือทาง การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม (ตรงข้ามกับสงครามเบ็ดเสร็จ) และยังจากัดการใช้กาลังทหารด้วย (ต่างจาก สงครามทั่วไป) ๔. สงครามตามแบบ (Conventional War) เป็นการสู้รบกันโดยปราศจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ เคมี และชีวะ แม้ว่าฝ่ายที่มีอาวุธดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อเป้าหมายสงครามยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีของคู่ต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด
  • 95.
     สงครามกลางเมืองในซีเรียเป็นชนวนสงคราม หากมีบินรบของชาติใดตกอาจทาให้เกิดความเข้าใจผิด และเป็น ตัวจุดชนวนสงคราม สหรัฐฯ และรัสเซีย มีชาติพันธมิตรเป็นพวกชัดเจน จีนก็ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมา  จากสถานการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย หลายประเทศได้เข้ามายุ่งเกี่ยวและแยกออกเป็นสองฝ่าย ชัดเจน คือ ฝ่ายสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร 11 ชาติ ที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย กับฝ่ายรัสเซีย และพันธมิตร ที่สนับสนุนประธานาธิบดีอัล อัสซาด มีอยู่ 4 ชาติ คือ อิหร่าน จีน เลบานอน และอิรัก  จากการที่มีเครื่องบินรบของสหรัฐฯ และพันธมิตรหลายลาบินเข้ามาโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส ในประเทศซีเรีย ทาให้เกิดความกังวลว่าหากมีเครื่องบินลาใดลาหนึ่งประสบเหตุตก จะก่อให้เกิด ความเข้าใจผิดว่า เป็นฝีมือของชาติฝ่ายตรงข้าม และเป็นชนวนให้เกิดการสู้รบระหว่างสองฝ่าย
  • 98.
  • 99.
    99www.elifesara.com สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้าไทย โดย พลเอก เอกชัยศรีวิลาศ ekkachais@hotmail.com ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
  • 100.
    CONCEPT 100A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 101.
     ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ  ความเชื่อ ศาสนา ความจงรักภักดี  ลักษณะประจาชาติ  กาลังทหาร  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีฯ  เศรษฐกิจ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  การศึกษา  อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา NationalPowers ภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics) ภูมิศาสตร์การเมือง ประวัติศาสตร์ National Security Strategy Personal, Social, National, Regional, International ประชาชน ดินแดน รัฐบาล อานาจอธิปไตย Value and National Style National Interest Vital, Important, Peripheral Model National Security Assessment : EKMODEL Defense of homeland Economic well-being Favorable world order Promotion of value Global State Non State Actors Leaders
  • 102.
    • การทาสงครามจะต้องเผด็จศึกในเร็ววันไม่ควรให้เนิ่นช้า • ประเทศจะไม่ได้รับประโยชน์อันใดเลยถ้าปล่อยให้การรบยืดเยื้อ • ค่าใช้จ่ายในการดาเนินการสงครามจะสูง การคลังของประเทศจะมีปัญหา • กองทัพต้องติดศึกอยู่นานวัน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ จะลดความคมกล้า ขวัญทหารนับวันจะเสื่อม กาลังพลก็จะอ่อนเปลี้ย
  • 103.
  • 104.
  • 105.
    FUTURE STUDIES METHOD Anticipatorythinking Assessments Environmental scanning Back casting (eco-history) Back-view mirror analysis Bottom Up Cross-impact analysis Conducting Technology Checklists Delphi technique Future history Futures workshops Failure mode and effects analysis
  • 106.
     วัฒนธรรม  จารีตประเพณี ปทัสฐาน  ศาสนา  ความกระตือรือร้นของคนในชาติ  ทัศนคติต่อการทางาน
  • 107.
     Globalization &Localization  Hard Power & Soft Power  Americanization & Islamization  Capitalism & Socialism  High Technology & Low Technology  Tangible & Intangible  Physical & Mental or Spiritual  National Resource
  • 108.
    STRATEGY 108A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 109.
  • 111.
    เป็นทฤษฎีทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ประเทศใดถ้ามีภูมิประเทศ หรือสามารถยึดบริเวณจุดสาคัญ (Pivot Area) หรือใจ โลก (Heartland) แล้ว ประเทศนั้นก็จะเป็นผู้ครองอานาจอันสูงสุด ดินแดนที่เป็นใจโลกตามแนวความคิดของแมคคินเดอร์คือ ดินแดนแถบทะเลบอลติค ทุ่งหญ้า สะเต็บตอนกลางของโซเวียต ปัจจุบันเป็นบริเวณที่เป็นทะเลน้าแข็งตลอดปี ด้านเหนือเป็น มหาสมุทรอาร์คติคกับขั้วโลกเหนือ เป็นชัยภูมิเหมาะเพราะเรือเข้าไม่ถึง แม่น้าดานูบดนีเปอร์ เอเซีย ไมเนอร์ จีน ทิเบต และมองโกเลียจดเอเซียใต้
  • 112.
  • 113.
    จานวนพลเมือง ทรัพยากร การเดินเรือ RimlandEurasia World แนวคิด“ยุทธศาสตร์ขอบโลก”(Rimland Strategy)จะโต้แย้งกับ“ ยุทธศาสตร์ใจโลก ” ใครสามารถครองบริเวณใจโลกได้ จะต้องครอบครองบริเวณดินแดนโดยรอบให้ได้ก่อน การใช้กาลังอานาจทางเรือที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก ตามแนวคิดของ มาฮานเรื่องสมุทธานุภาพ แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง พันธมิตรจัดตั้งกองกาลังในบริเวณพื้นที่ต่างๆ ของโลกอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการ เข้าครอบครองใจโลกของฝ่ ายคอมมิวนิสต์
  • 114.
    กาหนด ยุทธศาสตร์ใจโลก (HeartlandStrategy) “ ใครครองยุโรปตะวันออกได้จะเข้าควบคุมใจกลางของพื้นโลกได้ ผู้ใดครองใจกลางของพื้นโลกได้ จะสามารถควบคุมพื้นที่ส่วนต่างๆของโลกได้ และผู้ใดครองพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของโลกได้ ก็จะควบคุมโลกได้ในที่สุด” สามารถควบคุมทรัพยากรทั้ง คน และวัตถุ ของโลกได้อย่างสมบูรณ์
  • 116.
  • 117.
  • 118.
  • 119.
  • 120.
    www.kpi.ac.th Military Power Politics Power EconomicsPower Sociological Power Media Power National Power
  • 121.
    Military Power Politics Power EconomicsPower Sociological Power(Religion, Culture) Media Power Facebook, Twitter, VDOlink, Mobile Phone, TV, Radio National Power
  • 122.
    Globalisation & Localisation HardPower & Soft Power Americanization & Islamization Capitalism & Socialism High Technology & Low Technology Tangible & Intangible Physical & Mental or Spiritual National Resource
  • 123.
     ขาดความรู้ ความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  ใช้การต่อสู้แบบตาต่อตา / ฟันต่อฟัน  การใช้กาลังอานาจทางทหารไม่สามารถหยุดยั้ง Soft Power ได้  ภาคใต้มีการใช้แนวคิดตะวันตกมาใช้
  • 124.
     กรณีการเผยแพร่ฆ่าตัดคอผ่านสื่อ Internetของตะวันตก  การถอนกาลังของพันธมิตรในอิรัก  จิตสานึก ISLAM สากลกระทบต่อความมั่นคงโลก  ครูสอนศาสนามีการเผยแพร่แนวคิด ไปทุกเขตที่มีมุสลิมทั่วโลก  มุสลิมในประเทศต่างๆ เรียกร้องเอกลักษณ์ และลัทธิทางศาสนา วัฒนธรรมของตนเอง  เรียกร้องแยกตัวเองเป็นรัฐอิสระ  ประเทศที่ด้อยทางการจัดการปัญหาเชิงประวัติศาสตร์
  • 125.
    125A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 126.
    126A Publication bywww.elifesara.com
  • 127.
     เหตุจลาจลประท้วงการเสียชีวิตของ เฟรดดี้เกรย์ ชายผิวสี วัย 25 ปีในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ บานปลายเป็นปัญหา ระดับชาติ  ประชาชนในเมืองใหญ่เช่นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นครนิวยอร์ก ถือป้ายประท้วงหน้าทาเนียบขาว ตะโกนถามเจ้าหน้าที่ถึง ระบบประชาธิปไตยของประเทศ เจ้าหน้าที่ตารวจดาเนินการจับกุมผู้ประท้วงที่จตุรัสยูเนียน เกาะแมนฮัตตัน  นายโจเซฟ เคนท์ แกนนาการประท้วงกรณีการเสียชีวิตของวัยรุ่นผิวสี ถูกเจ้าหน้าที่ตารวจอุ้มหายต่อหน้าสื่อมวลชน  การประท้วงครั้งนี้รุนแรงที่สุด ตั้งแต่มีการประท้วงการกระทาเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตารวจครั้งแรกที่ เมืองเฟอร์กูสัน รัฐ มิสซูรี ที่สถานการณ์บานปลายเช่นกัน จนรัฐต้องส่งเนชั่นแนล การ์ดเข้าประจาการ. 127A Publication by www.elifesara.com
  • 128.
    128A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 129.
  • 130.
     แนวโน้มจะใช้กระบวนการทางการเมืองแก้ไขปัญหาแทนการสู้รบด้วยอาวุธ  ความขัดแย้งในรูปแบบใหม่ที่เกิดจากหลายปัจจัยเช่นความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมที่ปะทุขึ้น ต้องมีมาตรการแก้ไขที่ ไม่ให้ขยายขอบเขตกว้างขวาง  มีมาตราการป้องกันกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทาให้เกิดความขัดแย้งในระดับปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองที่อาจขยายตัว เป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ ที่มีผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของประเทศต่างๆ
  • 131.
     การเคลื่อนย้ายข้อมูลข่าวสาร เงินทุนทาให้โลกเล็กลง รัฐและพรมแดนลดความสาคัญ  เกิดปัญหาลักษณะข้ามรัฐและความสลับซับซ้อน  โลกจะมีประชาธิปไตยสูงขึ้น  ความโดดเด่นอานาจเดียวจะลดความสาคัญ  การต่อสู้ทางวัฒนธรรมและศาสนาจะเพิ่มมากขึ้นระหว่าง อิสลาม คริสต์ และขงจื๊อ
  • 132.
     สถานการณ์ด้านความมั่นคงมีความเปราะบาง  ความขัดแย้งระหว่างรัฐและภายในรัฐขยายวงกว้างในทุกภูมิภาค ผลจากโลกาภิวัฒน์เกิดความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว  การกอบโกยแย่งชิงทรัพยากรของรัฐต่างๆ  ภัยคุกความจากเครือข่ายก่อการร้าย อาวุธทาลายล้างสูง  ภัยคุกความจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ หมวดที่ ๘ ของกฏบัตรสหประชาชาติ
  • 133.
    หนทางที่ ๑ ตามบทบัญญัติที่กาหนดในกฎบัตรสหประชาชาติหมวดที่๑ Article 2 ข้อ 7 การแก้ปัญหาภายในโดยรัฐใช้กระบวนการสมานฉันท์สองฝ่าย พยายามป้ องกันไม่ให้ปัญหาถูกยกระดับขึ้นสู่สากล หัวใจสาคัญคือไม่ยอมให้กลุ่มกองกาลังได้รับการยอมรับสถานภาพจากประชาคม โลก ควบคุมการละเมิดสิทธิมนุษยชน ถ้าสามารถควบคุมได้ก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธความ พยายามในการแทรกแซงด้วยบทบาทการรักษาสันติภาพจากประชาคมโลกได้ www.kpi.ac.th
  • 134.
    “Nothing contained inthe present charter shall authorize the UN to intervene in matters which are essentially within the domestic jurisdiction of any state or shall require the member to submit such matters to settlement under the present charter; But this principle shall not prejudice the application of enforcement measures under chapter 7” www.kpi.ac.th
  • 135.
    www.kpi.ac.th ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติใดชาติหนึ่ง อาจมีสาเหตุจากเงื่อนไขหนึ่งหรือหลายประการประกอบกัน • ความไม่เป็นธรรมในสังคม • ความแตกต่างทางเชื้อชาติศาสนา เผ่าพันธุ์ • การรักษาการปกครองของรัฐ • กฎหมายหรือองค์กรบังคับใช้กฎหมาย อ่อนแอ • ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เอื้ออานวยให้อานาจการปกครองของรัฐบาลกลางสถาปนา ครอบคลุมพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • 136.
    “Nothing contained inthe present charter shall authorize the UN to intervene in matters which are essentially within the domestic jurisdiction of any state or shall require the member to submit such matters to settlement under the present charter; But this principle shall not prejudice the application of enforcement measures under chapter 7” www.kpi.ac.th
  • 137.
    หนทางที่ ๑ ตามบทบัญญัติที่กาหนดในกฎบัตรสหประชาชาติหมวดที่๑ Article 2 ข้อ 7  การแก้ปัญหาภายในโดยรัฐใช้กระบวนการสมานฉันท์(Reconciliation Process) สองฝ่าย  พยายามป้องกันไม่ให้ปัญหาถูกยกระดับขึ้นสู่สากล  หัวใจสาคัญคือไม่ยอมให้กลุ่มกองกาลังได้รับการยอมรับสถานภาพจากประชาคมโลก  ควบคุมการละเมิดสิทธิมนุษยชน ถ้าสามารถควบคุมได้ก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธความพยายามในการแทรกแซงด้วยบทบาทการ รักษาสันติภาพจากประชาคมโลกได้ www.kpi.ac.th
  • 138.
    www.kpi.ac.th ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติใดชาติหนึ่งอาจมีสาเหตุ จากเงื่อนไขหนึ่งหรือหลายประการประกอบกัน • ความไม่เป็นธรรมในสังคม • ความแตกต่างทางเชื้อชาติศาสนา เผ่าพันธุ์ • การรักษาการปกครองของรัฐ • กฎหมายหรือองค์กรบังคับใช้กฎหมาย อ่อนแอ • ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เอื้ออานวยให้อานาจการปกครองของรัฐบาลกลางสถาปนา ครอบคลุมพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • 139.
     กรณีรัฐคู่กรณีไม่ยินยอม และสหประชาชาติพิจารณาว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคง นานาชาติ การละเมิดสันติภาพ (Breaches of Peace)  การกระทาในลักษณะรุกราน (Acts of Aggression)  จะพิจารณาใช้มาตรการบังคับให้เกิดสันติภาพภายใต้กฎบัตรฯ หมวดที่ ๗ โดยสหประชาชาติอาจเข้าดาเนินการเอง หรืออนุมัติอานาจให้ องค์กรภูมิภาคเข้าดาเนินการตามกฎบัตรฯ หมวดที่ ๘ Article 53 ข้อ 1 • ผลประโยชน์ของชาติทับซ้อน • ปัญหาเขตแดน • อิทธิพลจากภายนอก • ความแตกต่างของการปกครอง • ความขัดแย้งของปัจเจกบุคคลที่ถูกยกระดับโดยภาวะโลกาภิวัตน์
  • 140.
    เวลาเจรจา สาเหตุขัดแย้ง การจัดการคณก.หาความจริง South Korea 10 เรียกร้อง ปชต. ปขข.กดดัน ตั้งคณะกรรมการ South Africa 10 ไม่เป็นธรรม สร้างภาพอนาคตร่วมกัน ตั้งคณะกรรมการ Aceh Indonesia 7 ไม่เป็นธรรม เจรจา/ตปท. ตั้งคณะกรรมการ North Ireland 26 ไม่เป็นธรรม เจรจา/ตปท. ตั้งคณะกรรมการ Rwanda 8 ไม่เป็นธรรม/กดขี่ คณก.ปรองดอง ตั้งศาล กาชาชา Chili 17 อุดมการณ์แตกต่าง เลือกตั้ง ตั้งคณะกรรมการ Columbia 22 อุดมการณ์แตกต่าง ปรับปรุงกฎหมาย คณก ฟื้ นฟู
  • 141.
    POPULATION 141A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 142.
    World 6,372,797,742 China 1,306,313,8121 India 1,080,264,388 2 EU 456,285,839 3 USA 295,734,134 4 Indonesia 241,973,879 5 Brasil 186,112,794 6 Pakistan 162,419,946 7 Bangladesh 144,319,628 8 Russia 143,420,309 9 Nigeria 128,771,988 10 Japan 127,417,244 11 Mexico 106,202,903 12 Philippines 87,857,473 13 Vietnam 83,535,576 14 15 Germany 82,431,390 16 Egypt 77,505,756 17 Ethiopia 73,053,286 18 Turkey 69,660,559 19 Iran 68,017,860 20 Thailand 65,444,371 21 France 60,656,178 22 United Kingdom 60,441,457 23 Congo 58,317,930 24 Italy 58,103,033 25 Korea 48,422,644 26 Ukraine 47,425,336 27 South Africa 44,344,136 28 Colombia 42,954,279 29 Burma 42,909,464 30
  • 143.
  • 146.
    MUSLIM 146A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 147.
    Continent Population in2003 Muslim Population in 2003 Muslim Percentage Africa 861.20 461.77 53.62 Asia 3830.10 1178.89 30.78 Europe 727.40 52.92 7.28 North America 323.10 6.78 2.10 South America 539.75 3.07 0.57 Oceania 32.23 0.60 1.86 Total 6313.78 1704.03 26.99 Muslim Population is increasing at the rate of 2.9%** We are taking the rate of natural increase as 2% around the world. The Muslim population in 2003 was 1704.03 million. **US Center For World Mission 1997 Report
  • 148.
     ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ(โมร็อกโก จอร์แดน ซาอุดิอารเบียบรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย)  ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี)  ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน)  ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้นาในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการ)  ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอานาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic Fundamentalism ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าในทศวรรษ ๑๙๘๐)  ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชียกลางและคอเคซัสที่เคยรวมอยู่ใน อดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซักสถาน ทิกิร์เซีย และอาเซอร์ไบจาน)
  • 149.
     อิยิปต์  โมร็อกโก จอร์แดน  ซาอุดิอาระเบีย  ตูนิเซีย  ปากีสถาน  รัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย  ประเทศมุสลิมในเอเซียคืออินโดนีเซีย และบูรไน
  • 150.
  • 151.
     ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ (โมร็อกโก จอร์แดนซาอุดิอารเบีย บรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย)  ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี)  ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน)  ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้นาในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการ)  ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอานาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic Fundamentalism ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าในทศวรรษ ๑๙๘๐)  ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชียกลางและคอเคซัสที่ เคยรวมอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซักสถาน ทิกิร์เซีย และอาเซอร์ไบจาน)
  • 152.
     เป็นประเทศหรือกลุ่มมุสลิมสายเคร่ง เช่นอัฟกานิสถานอิหร่าน  ขบวนการของชาวปาเลสไตน์บางกลุ่มเช่น “ฮามาส” (Hamas) และ “ฮิซโบเลาะห์ (Hezbollah)  มุสลิมแนวปฏิวัติ เช่น อิรักและลิเบีย ก่อการร้ายต่อสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศตะวันตก เกิดจาก สาเหตุหลายสาเหตุ  ผู้นาได้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เพื่อต่อต้าน “การครองโลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา  อารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน” เป็นสัตรูที่เกิดขึ้นระหว่าง “ฝรั่ง” กับ “มุสลิม” (ฮันติงตัน เรียกว่า “The Clash of Civilizations” )  ผู้นามีความนับถือตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน โมอามาร์ กัดดาฟี  กฎระเบียบที่มีลักษณะเป็น “กฎโลก” ที่ใช้ในองค์การระหว่างประเทศหลายองค์การเช่น สหประชาชาติ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลก องค์การการค้าระหว่างประเทศองค์การกาหนดมาตรฐาน ระหว่างประเทศ ฯลฯ เหล่านี้ มักมีสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอยู่เบื้องหลัง
  • 153.
     มักจะมาจากประเทศหรือกลุ่มมุสลิมสายเคร่ง เช่นอัฟกานิสถานอิหร่าน ขบวนการของชาวปาเลสไตน์ บางกลุ่มเช่น “ฮามาส” และ“ฮิซโบเลาะห์ รวมทั้งมุสลิมแนวปฏิวัติ เช่น อิรักและลิเบีย ก่อการร้าย ต่อสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศตะวันตก เกิดจากสาเหตุหลายสาเหตุ  ยึดมั่นในคาสั่งสอนของศาสนาอิสลามอยางเคร่งครัด และต้องการนาเอากฎหลักของศาสนามาใช้เป็น กฎหลักของสังคมอย่างเคร่งครัด  วิถีชีวิตแบบตะวันตกโดยเฉพาะแบบอเมริกัน จะเต็มไปด้วยความเลวทราม อุจาด ลามก ทุจริต คดโกง เห็นแก่ตัว จะพยายามทาลายขจัดกีดกัน โค่นล้ม เท่าที่จะสามารถทาได้ทั้งโดยวิธีสงบและ วิธีรุนแรง  สังคมมุสลิมผู้นาได้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อต่อต้านสหรัฐอเมริกา และอารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน” ในลักษณะเช่นนี้ความเป็น สัตรูที่เกิดขึ้นระหว่าง “ฝรั่ง” กับ “มุสลิม” จะปรากาออกมาในแนวทางที่ แซมวล ฮันติงตัน เรียกว่า “The Clash of Civilizations”
  • 154.
     ความเปลี่ยนแปลงเริ่มจากศตวรรษที่ 7 กลุ่มประเทศมุสลิมเพิ่มมากขึ้นจากบริเวณตะวันออกกลาง สู่ยุโรป  หลังการล่มสลายของระบบสังคมนิยม 1990 มีบอสเนีย และเอเซียกลางแยกจากรัสเซีย รวมเป็น Islamic Conference Organization(ICO)  ไม่มีเอกภาพในรูปแบบการปกครองในประเทศ มีนโยบายต่างประเทศที่แตกต่างกัน  มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีปัจเจกชนนิยมสูง เป็นไปตามประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และยุทธศาสตร์ของที่ตั้งประเทศตาม ภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics)  มีการนาของประมุขที่มีกรอบแนวความคิด บุคลิก ประสบการณ์ส่วนตัวต่างกันไป
  • 155.
    กลุ่มแอฟริกา ประชากรมุสลิม 294 ล้านคน กลุ่มประเทศแถบเอเชียใต้ประชากรมุสลิม 326.9 ล้านคน กลุ่มตะวันออกกลาง ประชากรมุสลิม 194.4 ล้านคน กลุ่มประเทศอาเซียน ประชากรมุสลิม 192.5 ล้านคน กลุ่มยุโรปตะวันออก ประชากรมุสลิม 72.7 ล้านคน ไทย
  • 156.
  • 158.
    A Publication bywww.elifesara.com 158  คาเรียกร้องการช่วยเหลือของผู้นาเยเมน ต่อซาอุฯ ทาให้ถูกดึง เข้าไปสู่สถานการณ์เยเมนอย่างเต็มตัว จนเป็น “สงคราม ตัวแทน”  อิหร่านซึ่งหนุนหลังผู้นากบฏฮูตีที่นับถือนิกายชีอะห์ ในขณะที่ ซาอุฯ สนับสนุนนิกายสุหนี่  ซาอุฯ โจมตีทางอากาศถล่ม “กบฏฮูตี” ในเยเมน
  • 159.
    159A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 160.
    America has stooddown enemies before, and we will do so this time. Bush September, 11, 2001
  • 161.
     เหตุการณ์เมื่อวันที่ 11กันยายน 2544 เป็นจุดพลิกผันที่ทาให้ สหรัฐฯ หันมาให้ความสนใจกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้ง ไทยเพิ่มมากขึ้น สหรัฐฯ กับความมั่นคงของไทยหลัง 9/11
  • 163.
  • 164.
    การเมืองของประเทศมหาอานาจ / ขาดหลักนิติธรรม TerroristMovements โลกาภิบาล: Global Governance • UN • G 8 • World Bank • WTO • OECD • IMF •NATO •UNCTAD
  • 165.
    รากเหง้าของปัญหา(ตัวสหรัฐเองมากกว่ามุสลิม) ความร่วมมือระหว่างประเทศ(ให้ความสาคัญ UN และประชาคมโลกระหว่างประเทศ) จิตใจและจิตวิญญานของมุสลิม ลัทธิครองความเป็นเจ้า(นโยบายฝ่ายเดียวการใช้กาลังและนโยบายสุดขั้ว) USA ใช้Hard Power ทาให้ขาดศรัทธา ชอบธรรม ยุทธศาสตร์ตะวันออกกลาง(คงทหารไว้ สนับสนุน Israel) การปะทะกันระหว่างอารยธรรม Crash Civilization
  • 166.
     มีความมั่นใจในกาลังอานาจของตนทั้งการเมือง เศรษฐกิจและการทหาร  โน้มน้าวประเทศอื่นให้คล้อยตามด้วยเงินช่วยเหลือ ผลประโยชน์และอานาจความรู้  การแบ่งกลุ่มประเทศ ๔ กลุ่ม G8,กาลังพัฒนา,New State,Rogue State  ประเทศเอกราช ๑๙๓ ประเทศ มีการรวมกลุ่มกันทางเศรษฐกิจ การเมือง เชื้อชาติ วัฒนธรรม พื้นที่ตามภูมิศาสตร์  พรมแดน ความเป็นเชื้อชาติเลือนหาย  เครือข่าย ข่าวสาร มีการถ่วงดุลกันมากขึ้น  เศรษฐกิจจะกระจายตัวไป จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อินเดีย กระจายไปสู่ยุโรปตะวันออก ประเทศมุสลิมใหม่(รัฐเอกราชแยกจาก รัสเซีย)  แผนที่รัฐเอกราช
  • 167.
    การครอบงาโลกทางวัฒนธรรม Americanization ประเทศสาคัญ 2- 15 รวมกันไม่เท่าสหรัฐ ด้านเศรษฐกิจ จีน+เยอรมัน+อังกฤษ = สหรัฐ มีประชากร 5 % ของโลก ผลผลิตสู่ตลาดโลก 43% มีเทคโนโลยีสูง RD ใช้งบประมาณ 50 % ของ งป.RD ของโลก จุดแข็ง วัฒธรรม การศึกษา แนวคิด ผู้นา วิถีชีวิตอเมริกัน ยืดหยุ่น เศรษฐกิจกสหรัฐเป็นพลวัตร
  • 168.
     Globalization  Technology Mobility  Beliefs  Economy
  • 169.
    เป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุด ในด้านเศรษฐกิจ การเมืองและการทหาร มีศักยภาพในการชี้นาและการกาหนดกฎเกณฑ์ต่างๆในโลก มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก (จัดอันดับโดย The Economist) มีบทบาทสูงในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น IMF, World Bank, WTO, G-8, OECD และ APEC
  • 170.
     มองวิถีชีวิตแบบอเมริกันตะวันตก จะเต็มไปด้วยความเลวทรามอุจาด ลามก ทุจริต คดโกง เห็นแก่ตัว กีดกัน โค่นล้ม เท่าที่จะสามารถทาได้ทั้งโดยวิธีสงบและวิธีรุนแรง  ยึดมั่นในคาสั่งสอนของศาสนาอิสลามอยางเคร่งครัด และต้องการนาเอากฎหลักของศาสนามาใช้เป็นกฎหลักของสังคม อย่างเคร่งครัด  สังคมมุสลิม ผู้นาเอากฎหลักแบบเคร่งครัดของศาสนาอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เพื่อต่อต้าน“การครอง โลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา และอารยธรรมของชนผิวขาวชาวคริสเตียน”  ความเป็นศัตรูเกิดขึ้นระหว่าง“ตะวันตก” กับ “มุสลิม” (“The Clash of Civilizations”)  ผู้นาจานวนนี้มักเป็นผู้นาที่มีความนับถือตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน ในอิรัก หรือโมอามาร์ กัด ดาฟี ในลิเบีย
  • 171.
    AMERICAN 171A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 172.
     ภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด อาหารจานด่วนเช่น KFC กับเป๊ปซี่ แมคโดแนล กับโคคาโคล่า  ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันแทรกเข้าไปในภาษาอื่น  ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในธุรกิจ ในวิชาการ และในอินเตอร์เนต มิได้มาจากอังกฤษแต่มาจากอเมริกา  เรื่องที่ผู้ต่อต้านสหรัฐอเมริกาหลังจากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ใช้มากที่สุดคือ เรื่องอาหาร และเรื่องภาพยนตร์
  • 173.
    ผู้ที่อพยพเข้ามาในสหรัฐอเมริกา ต้องเรียนภาษาอังกฤษ และเรียนประวัติศาสตร์ อเมริกัน มีการสอนให้ปรับตัวกับความเป็นอยู่แบบอเมริกันแต่ว่าคนเหล่านี้ก็ต้องการรักษา วัฒนธรรมของตนไว้ด้วย นักเรียนทั่วโลกไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอเมริกามาตั้งมหาวิทยาลัยและ โรงเรียนระดับต่างๆ ในต่างประเทศ
  • 174.
  • 175.
     ศัตรูแบบใหม่ “มิใช่รัฐ”(non – state actor) ไม่มีตัวตน (anonymous) และไม่อยู่ประจาถาวรเป็นที่ (mobile)  คุณสมบัติ“ศัตรู” และ “เป้า” ยากที่จากาหนดว่าสหรัฐอเมริกาจะใช้ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีโจมตีอย่างใดเมื่อใด  การใช้ความสะดวกของผืนดินและน่านฟ้ าของประเทศต่างๆเช่นปากีสถาน และบางประเทศมุสลิม  ศัตรูตัวจริงเป็นเพียง “เงา” เท่านั้น เคยมีคากล่าว “เวียดนาม เป็น quagmire (หล่มดัก) ของสหรัฐอเมริกา” และ “อัฟกานิสถาน เป็น quagmire ของอดีตสหภาพโซเวียต”  สหรัฐถอนทหารจากอิรัค และปิดคุกกวนตานาโม นาโต้จะถอนทหารจากอัฟกานิสถาน
  • 176.
     สงครามอัฟกานิสถาน ต้องการใช้พื้นที่ปากีสถานเป็นฐานทัพหน้าและส่งกาลังบารุงรัฐบาลปากีสถานอนุญาตให้สิทธิแค่การบินผ่าน  สงครามอิรัก ขอใช้พื้นที่ตุรกีเป็นฐานทัพหน้า ถูกปฏิเสธจากสภาฯ  การใช้พื้นที่ประเทศอื่นเป็นฐานทัพหน้า ต้องเสี่ยงกับการใช้ งป.มหาศาล และเกิดความสูญเปล่าในอนาคต  การลงทุนสร้างฐานทัพที่อ่าวซูบิคในฟิลิปปินส์ ต่อมาไม่ต่อสัญญาเช่า  ต้องหันกลับมาใช้อาณานิคมของตนเอง คือเกาะกวมเป็นศูนย์กลางของกองกาลังสหรัฐฯ ในเขตภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก
  • 177.
    SEA POWER 21 177APublication by www.knowtheprophet.com
  • 178.
     สงครามในอัฟกานิสถาน ต้องการใช้พื้นที่ปากีสถานเป็นฐานทัพหน้าและส่งกาลังบารุงรัฐบาลปากีสถาน อนุญาตให้สิทธิแค่การบินผ่าน  สงครามอิรัก ขอใช้พื้นที่ประเทศตุรกีเป็นฐานทัพหน้า ได้รับการปฏิเสธจากสภาฯ  การใช้พื้นที่ประเทศอื่นเป็นฐานทัพหน้า ต้องเสี่ยงกับการใช้ งป.มหาศาล และเกิดความสูญเปล่าใน อนาคต  การลงทุนสร้างฐานทัพที่อ่าวซูบิคในฟิลิปปินส์ ต่อมาไม่ต่อสัญญาเช่า  ต้องหันกลับมาใช้อาณานิคมของตนเอง คือเกาะกวมเป็นศูนย์กลางของกองกาลังสหรัฐฯ ในเขตภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก
  • 179.
    พัฒนาฐานทัพอากาศ และฐานทัพเรือ ใช้งบประมาณ ๑,๐๔๘ล้านยูเอสดอลล่าร์ มีประชากร ๑๗๐,๐๐๐ คน มีโรงกลั่นน้ามัน และอู่ซ่อมเรือ ห่างจากฟิลิปปินส์ ไปทางตะวันออก ๒๒๔๐ กม. มีพื้นที่ ๕๔๑ ตร.กม. (บทความนิติภูมิ ไทยรัฐ หน้า ๒ วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒)
  • 180.
     กวมเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะมาเรียนา  มีเมืองหลวงคืออากาญา  ชื่อ“ดินแดนกวมของสหรัฐอเมริกา (U.S. Territory of Guam)” เป็นเกาะหนึ่งในมหาสมุทร แปซิฟิก  เป็นดินแดนที่ยังไม่ได้ปกครองตนเองของสหรัฐอเมริกา  ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชามอร์โรซึ่งอพยพมาอยู่ที่เกาะเป็นครั้งแรกเมื่อ 3,500 ปีมาแล้ว  รายได้หลักของเกาะมาจากการท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น
  • 181.
     Strategic DefenseMobile Forces  Bases Places  Hard Power Soft Power Smart Power
  • 183.
  • 184.
    กาหนดเป็นยุทธศาสตร์แบบ ๔-๒-๑ สามารถยับยั้งภัยคุกคามได้ ๔ภูมิภาค เอาชนะได้อย่างรวดเร็ว ๒ ภัยคุกคาม เอาชนะได้อย่างเด็ดขาด อย่างน้อย ๑ ใน ๒ ภัยคุกคาม
  • 185.
     ปรับกองเรือจาก ๑๙กองเรือ เป็น ๓๗ กองเรือ มีขีดความสามารถในการทาการรบในทุกภูมิภาคทั่วโลก  ให้ความสาคัญกับขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Special Force)  มีการปรับปรุงเรือดาน้า Nuclear ชั้น Ohio Class ซึ่งจากเดิมมีการติดตั้งขีปนาวุธ Nuclear มาเป็นติดตั้งอาวุธปล่อยแบบ Tomahawk และสามารถส่งหน่วย Special Force ขึ้นปฏิบัติการบนฝั่งได้
  • 186.
    สร้างฐานทัพหน้าในแผ่นดินตนเอง ใช้กาลังเคลื่อนที่เร็ว ลดการพึ่งพาชาติอื่น วางกาลังและฐานทัพฐานส่งกาลังบารุงต่าง ๆ ไว้ทั่วโลก วางกาลังใหม่ของ ทร.สหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ลดกาลังทหารประจาการใน เกาหลีใต้ จานวน ๑ ใน ๓ เหลือ ๑๒,๕๐๐ คน จากเดิม ๓๗,๕๐๐ คน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ยากที่จะประเมินทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน ยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯเน้นการสร้างความร่วมมือจากชาติพันธมิตร ในการเข้าจัดการกับภัย คุกคามตามภูมิภาคต่าง ๆ
  • 187.
  • 189.
    Sea Shield การป้องกันจากทะเลปกป้องแผ่นดินแม่ มีการป้องกัน Air Missile Theater, Air Missile Defense และการป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ Sea Strikeการโจมตีจากทะเล Sea Basing ฐานปฏิบัติการจากทะเลที่ใช้ในการบัญชาการรบ Sea Trial คือ จะต้องมีการฝึกและทดสอบจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และวางแนวความคิดในการ ปฎิบัติการ Sea Warrior การอบรมและพัฒนาคุณภาพของกาลังพลทางเรือ Sea Enterprise การตรวจสอบเพื่อปรับปรุงการปฎิบัติภารกิจของกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • 192.
    Maritime Prepositioning Force(Future) MPF(F) / Sea base
  • 193.
     เป็นหน่วยงานของ UNรับรองมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลที่เรียกว่า The International Ship and Port Facility Code (ISPS CODE) เมื่อปี 2545  มาตรการที่กาหนดให้ประเทศสมาชิก IMO ที่รับรองมาตรการนี้จานวน 146 ประเทศ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือเพื่อ ป้องกันการก่อการร้าย  กาหนดให้เรือที่มีระวางตั้งแต่ 300-50,000 ตัน ต้องติดตั้งระบบ Automatic Information System ภายใน 31 ธันวาคม 2547  กาหนดให้เรือทุกลาต้องติดตั้งระบบเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่บนฝั่งทราบถึงชื่อเรือ สถานที่ตั้ง และปัญหาด้านความปลอดภัย  กาหนดให้ท่าเรือมีการประเมินความปลอดภัยของท่าเรือ และจัดทาแผนรักษาความปลอดภัยสถานที่  เรือที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบจะไม่ได้รับใบประกาศความปลอดภัยการเดินเรือระหว่างประเทศ(International Ship Security Certificate) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถจอดเข้าท่าเทียบเรือของประเทศสมาชิก IMO ได้
  • 194.
    Raw Material Product &Container Money Man
  • 195.
  • 197.
     บิดาแห่งกาลังอานาจทางทะเล  เป็นผู้บรรยายในวิทยาลัยการทัพเรือ เขียนหนังสือเกี่ยวกับทฤษฏีของการใช้กาลังอานาจทางเรือ  เสนอแนวคิดกาลังอานาจทางทะเล(Sea Power Strategy) ครองเจ้าทะเล คุมเส้นทาง เดินเรือ และแสวงหาทรัพยากรโพ้นทะเล ซึ่งได้รับการยอมรับในผลงานยุทธศาสตร์ทางเรือ (Naval Strategy)
  • 198.
    Sea Shield การป้องกันจากทะเลปกป้องแผ่นดินแม่ มีการป้องกัน Air Missile Theater, Air Missile Defense และการป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ Sea Strikeการโจมตีจากทะเล Sea Basing ฐานปฏิบัติการจากทะเลที่ใช้ในการบัญชาการรบ Sea Trial คือ จะต้องมีการฝึกและทดสอบจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และวางแนวความคิดในการ ปฎิบัติการ Sea Warrior การอบรมและพัฒนาคุณภาพของกาลังพลทางเรือ Sea Enterprise การตรวจสอบเพื่อปรับปรุงการปฎิบัติภารกิจของกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • 200.
    200A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 201.
    201A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 202.
     ปรับกองเรือจาก 19กองเรือ เป็น 37 กองเรือ มีขีดความสามารถในการทาการรบในทุกภูมิภาคทั่วโลก  ให้ความสาคัญกับขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Special Force)  มีการปรับปรุงเรือดาน้า Nuclear ชั้น Ohio Class ซึ่งจากเดิมมีการติดตั้งขีปนาวุธ Nuclear มาเป็นติดตั้งอาวุธปล่อยแบบ Tomahawk และสามารถส่งหน่วย Special Force ขึ้นปฏิบัติการบนฝั่งได้
  • 203.
     การซ้อมรบระหว่าง สหรัฐอเมริกากับเกาหลีใต้  การที่เรือรบสหรัฐฯรุกล้าเข้าไปในน่านน้าจีน  หน่วย IRA โจมตีหน่วยทหารอังกฤษ เสียชีวิตไปสองคน  ประธานธนาคารสหรัฐออกมาเรียกร้องให้ทุกประเทศปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ออกกฏระเบียบการเงินให้เข้มงวด
  • 204.
     เป็นหน่วยงานของ UNรับรองมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลที่เรียกว่า The International Ship and Port Facility Code (ISPS CODE) เมื่อปี ๒๕๔๕  มาตรการกาหนดให้ประเทศสมาชิกจานวน ๑๔๖ ประเทศ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือเพื่อป้องกันการก่อการร้าย  กาหนดให้เรือที่มีระวาง ๓๐๐-๕๐,๐๐๐ ตันต้องติดตั้งระบบ Automatic Information System ภายใน ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๗  ให้เรือทุกลาต้องติดตั้งระบบเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่บนฝั่งทราบชื่อเรือ สถานที่ตั้งและปัญหาด้านความปลอดภัย  ให้มีการประเมินความปลอดภัยของท่าเรือ และจัดทาแผนรักษาความปลอดภัยสถานที่  เรือลาใดที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้จะไม่ได้รับใบประกาศความปลอดภัยการเดินเรือระหว่างประเทศ(International Ship Security Certificate) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถจอดเข้าท่าเทียบเรือของประเทศสมาชิก IMO ได้
  • 205.
  • 206.
     การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)ไปไม่ได้ถ้าไม่เรียนรู้รากฐานชีวิตคือประชาคม สังคมและวัฒนธรรม  การปรับตัวเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน – ด้านสังคมและวัฒนธรรม  กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม  เรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียน www.elifesara.com
  • 207.
     ภูมิรัฐศาสตร์  การปกครองในอาเซียนมีอย่างน้อย5 รูปแบบ  การนับถือศาสนา อิสลาม คริสต์ และพุทธ  เชื้อชาติ เผ่าพันธ์ที่หลากหลาย  ภาษาที่ใช้มีมากมาย  การศึกษาที่แตกต่าง  จานวนประชากร  ศาสนา www.elifesara.com
  • 208.
    A Publication bywww.elifesara.com ความแตกต่างในระดับการพัฒนา พึ่งพิงภายนอกภูมิภาคมาก ขีดความสามารถแตกต่างกัน ความหลากหลายทางระบบการเมือง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความรู้สึกชาตินิยม 208
  • 209.
  • 210.
    Thailand 210A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 211.
    สถานการณ์ภายในประเทศ กระแสโลกาภิวัฒน์ • การรุกรานด้านประเพณีวัฒนธรรม • การเปิดเสรีด้านทุนการค้า การเงิน • สภาวะโลกไร้พรมแดน •กระแสประชาธิปไตย •สิทธิมนุษย์ชน •การค้าเสรี •การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ •การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง •สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ •ปัญหาการล่มสลายของสังคมชนบท •ยิ่งพัฒนายิ่งต้องพึงต่างชาติมากขึ้น •เกิดความเสื่อมโทรมของสังคม •ปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม •ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ การจัดระเบียบโลกใหม่ของมหาอานาจ ปัญหาในประเทศ • การก่อการร้ายสากล/ในประเทศ • อาชญากรรมที่เป็นขบวนการ • การปะทะทางทหารบริเวณชายแดน • ภัยจากโจรสลัดและกาลังทางเรือต่างชาติ • ปัญหาเส้นเขตแดนที่ยังไม่แน่นอน • ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย National Securities Issues • การเมืองที่ขาดการมองผลประโยชน์ของชาติ • การปกครองยึดรูปแบบเก่าๆ • ระบบราชการขาดการปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อม ปัญหาการพัฒนาประเทศแบบไม่ยั่งยืน ปัญหาระบบการศึกษาล้าหลัง • ขาดจิตสานึกและชาตินิยมความเป็นไทย • ถูกครอบงาทางความคิด • ละทิ้งคุณค่าภูมิปัญญาไทย ปัญหาการเมือง การปกครอง ระบบราชการ
  • 214.
     ทานายความเจริญของโลกจะไหลกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น จีนเกาหลี และอาเซียน  ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าปี ๒๐๒๕ จีนจะเป็นมหาอานาจทางเศรษฐกิจอันดับ ๑ ของโลก ตามด้วยสหรัฐฯ อินเดีย และเยอรมนี  สหรัฐฯร่วมมือกับสหภาพยุโรปสกัดกั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน  ใช้มาตรการระเบียบโลกใหม่เข้ามากดดันคือ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ การค้าเสรี  จีนต่อสู้ไม่ยอมอ่อนข้อ ทั้งเงินสกุลหยวนของจีนยังไม่อยู่ในระบบการเงินสากล สหรัฐฯ จึงโจมตีเครือข่ายจีนเป็นประเทศที่เวลาตรงกับจีน เช่น ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์และ อินโดนีเซีย
  • 215.
    www.kpi.ac.th GERMANY : EngineeringCulture1 FRANCE : Chic Culture2 ITALY: Sexy Culture3 AMERICA : Youth Culture4 JAPAN : IT Culture5 6 THAILAND : Human Touch Culture
  • 216.
    รักสงบ เคารพอาวุโส เชื่อโชคลางของขลังเชื่อกฎแห่งกรรม ยอมตามผู้มีอานาจ รักเอกราช สุกเอาเผากิน ไม่ยอมให้ใครดูหมิ่น รักถิ่นและครอบครัว อ่อนน้อมถ่อม ตัว ชอบผู้นา ทาสารวย ชอบบันเทิง(สนุก) เมตตากรุณา ผักชีโรยหน้า ไม่ กระตือรือร้น เป็นคนใจกว้าง ช่างอดช่างทน กตัญญูกตเวที ชอบมีอภิสิทธิ์ จิตใจ เอื้ออารี โอนอ่อนผ่อนตาม มีความเกรงใจ ให้อภัยเสมอ ตามใจต่างชาติ ฉลาด เลือกงาน ทาการมักเบ่ง เคร่งครัดเคารพแด่พระมหากษัตริย์ •สภาวิจัยแห่งชาติได้ประมวลไว้เป็นร้อยกรองโดยสมบูรณ์
  • 217.
  • 218.
     Internal Peace60%  External Peace 40%  การรับรู้จากความผิดทางอาญาในสังคม 4  จานวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในและตารวจต่อ 100,000 คน 3  จานวนคดีฆาตกรรมต่อ 100,000 คน 4  จานวนประชากรตะรางต่อ 100,000 คน 3  ความง่ายดายในการเข้าถึงอาวุธทาลายล้างน้อย 3  ระดับของความขัดแย้งที่จัด (ภายใน) 5  โอกาสในการสาธิตการใช้ความรุนแรง 3  ระดับของอาชญากรรมรุนแรง 4  ความไม่แน่นอนทางการเมือง 4  ระดับของการทาลายสิทธิมนุษยชน (หวาดกลัวการเมือง) 4  ปริมาณของการถ่ายโอนจากอาวุธธรรมดาที่สาคัญเป็นผู้รับ (นาเข้า) ต่อ 100,000 คน 1
  • 219.
     ที่มีศักยภาพสาหรับการก่อการร้าย 1 จานวนผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้ง (ภายใน) 5  ค่าใช้จ่ายทางทหารเป็นร้อยละ 2 ของ GDP  เงินทุนสาหรับการสหประชาชาติ 2 ภารกิจรักษาสันติภาพ  จานวนรวมของอาวุธหนักต่อ 100,000 คน 3  ปริมาณการเคลื่อนย้ายอาวุธในการจัดจาหน่าย ต่อ 100,000 คน 3  ความสามารถในการทหาร / 2 ความซับซ้อน  จานวนคนพลัดถิ่นเป็นเปอร์เซ็นต์ของประชากร 4  ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน 5  จานวนของความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกต่อสู้: 2003-08 5  จานวนโดยประมาณของการเสียชีวิตจากความขัดแย้งที่จัด (ภายนอก) 5 1
  • 220.
    Rank Country Score 1Iceland 1.148 2 New Zealand 1.279 3 Japan 1.287 4 Denmark 1.289 5 Czech Republic 1.320 6 Austria 1.337 7 Finland 1.352 8 Canada 1.355 9 Norway 1.356 10 Slovenia 1.358 11 Ireland 1.370 12 Qatar 1.398 13 Sweden 1.401 14 Belgium 1.413 15 Germany 1.416 16 Switzerland 1.421 17 Portugal 1.453 18 Australia 1.455 19 Malaysia 1.467 20 Hungary 1.495 21 Uruguay 1.521 22 Poland 1.545 23 Slovakia 1.576 24 Singapore 1.585 25 Netherlands 1.628 1 Rank Country Score 26 United Kingdom 1.631 27 Taiwan 1.638 28 Spain 1.641 29 Kuwait 1.667 30 Vietnam 1.670 31 Costa Rica 1.681 32 Laos 1.687 33 United Arab Emirates 1.690 34 Bhutan 1.693 35 Botswana 1.695 36 France 1.697 37 Croatia 1.699 38 Chile 1.710 39 Malawi 1.740 40 Romania 1.742 41 Oman 1.743 42 Ghana 1.752 43 Lithuania 1.760 44 Tunisia 1.765 45 Italy 1.775 46 Latvia 1.793 47 Estonia 1.798 48 Mozambique 1.809 49 Panama 1.812 50 South Korea 1.829 51 Burkina Faso 1.832 52 Zambia 1.833 Rank Country Score 53 Bulgaria 1.845 54 Namibia 1.850 55 Argentina 1.852 56 Tanzania 1.858 57 Mongolia 1.880 58 Morocco 1.887 59 Moldova 1.892 60 Bosnia and Hercegovina 1.893 61 Sierra Leone 1.904 62 The Gambia 1.910 63 Albania 1.912 64 Jordan 1.918 65 Greece 1.947 66 Paraguay 1.954 67 Cuba 1.964 68 Indonesia 1.979 69 Ukraine 1.995 69 Swaziland 1.995 71 Cyprus 2.013 72 Nicaragua 2.021 73 Egypt 2.023 74 Brazil 2.040 75 Equatorial Guinea 2.041 76 Bolivia 2.045 77 Senegal 2.047 78 Macedonia 2.048 79 Trinidad and Tobago 2.051 80 China 2.054 81 Gabon 2.059 82 United States of America 2.063
  • 221.
    Rank Country Score 83Bangladesh 2.070 84 Serbia 2.071 85 Peru 2.077 86 Cameroon 2.104 87 Angola 2.109 88 Guyana 2.112 89 Montenegro 2 .113 90 Ecuador 2.116 91 Dominican Republic 2.125 92 Guinea 2.126 93 Kazakhstan 2.137 94 Papua New Guinea 2.139 95 Nepal 2.152 96 Liberia 2.159 96 Uganda 2.159 98 Congo (Brazzaville) 2.165 99 Rwanda 2.185 100 Mali 2.188 101 Saudi Arabia 2.192 102 El Salvador 2.215 103 Tajikistan 2.225 104 Eritrea 2.227 105 Madagascar 2.239 106 Jamaica 2.244 107 Thailand 2.247 1 Rank Country Score 108 Turkmenistan 2.248 109 Armenia 2.260 109 Uzbekistan 2.260 111 Kenya 2.276 112 Belarus 2.283 113 Haiti 2.288 114 Kyrgyz Republic 2.296 115 Cambodia 2.301 116 Syria 2.322 117 Honduras 2.327 119 Iran 2.356 119 Niger 2.356 121 Mexico 2.362 122 Azerbaijan 2.379 123 Bahrain 2.398 124 Venezuela 2.403 125 Guatemala 2.405 126 Sri Lanka 2.407 127 Turkey 2.411 128 Cote d’ Ivoire 2.417 129 Algeria 2.423 130 Mauritania 2.425 131 Ethiopia 2.468 132 Burundi 2.532 133 Myanmar 2.538 134 Georgia 2.558 135 India 2.570 Rank Country Score 136 Philippines 2.574 137 Lebanon 2.597 138 Yemen 2.670 139 Colombia 2.700 140 Zimbabwe 2.722 141 Chad 2.740 142 Nigeria 2.743 143 Libya 2.816 144 Central African Republic 2.869 145 Israel 2.901 146 Pakistan 2.905 147 Russia 2.966 148 Democratic Republic of Congo 3.016 149 North Korea 3.092 150 Afghanistan 3.212 151 Sudan 3.223 152 Iraq 3.296 153 Somalia 3.379
  • 222.
     การให้การต้อนรับชาวต่างชาติ(Hospitality toforeigners)  การรวมกลุ่มในภูมิภาคอย่างลุ่มลึก(Depth of regional integration)  การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน  (Relations with neighbors) 1www.kpi.ac.th,www.thaipoliticsgovernment.org
  • 223.
    ประเทศไทยเป็นอับดับ 1 ในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศตะวันตกถูกระบุมีความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายมากที่สุดในปีนี้คือ กรีซ อันดับที่ 27 สหราชอาณาจักร อันดับที่ 38 ฝรั่งเศส อันดับที่ 45 สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 61 นอร์เวย์เพิ่งเกิดเหตุสังหารโหด 77 ศพถูกจัดให้มีความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายใน อันดับที่ 112 ของโลกจากทั้งหมด 198 ประเทศ เนื่องจากคณะผู้จัดทายังไม่ได้นา เหตุดังกล่าวมาพิจารณาในปีนี้
  • 224.
     ผลการจัดอันดับ 198ประเทศทั่วโลกต่อความเสี่ยงด้านการก่อการร้าย ประจาปี 2011 ๑. โซมาเลีย ๒. ปากีสถาน ๓. อิรัก ๔. อัฟกานิสถาน ๕. ซูดานใต้ ๖. เยเมน ๗. ปาเลสไตน์ ๘. สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ๙. สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ๑๐. โคลอมเบีย ๑๑. แอลจีเรีย ๑๒. ไทย ๑๓ .ฟิลิปปินส์
  • 225.
    1 United 12Iran 23 Philippines 34 Switzerland 2 Russia 13 Germany 24 Australia 35 Syria 3 China 14 Taiwan 25 Canada 36 Iraq 4 India 15 Pakistan 26 Saudi Arabia 37 Finland 5 United Kingdom 16 Egypt 27 Malaysia 38 Algeria 6 Turkey 17 Italy 28 Sweden 39 Libya 7 South Korea 18 Indonesia 29 Spain 40 Norway 8 France 19 Thailand 30 Mexico 41 Singapore 9 Japan 20 Ukraine 31 South Africa 42 Denmark 10 Israel 21 Poland 32 Argentina 43 Jordan 11 Brazil 22 North Korea 33 Greece 44 Ethiopia
  • 226.
    Personnel: • Total Population •Available Military Manpower • Active Military Manpower • Active Reserve Manpower • Manpower Fit for Service • Reaching Military Age Annually • Labor Forces Weapon Systems: • Total Aircraft • Helicopters • Land Systems (ALL) • Tanks • Armored Personnel Carriers / Infantry Fighting Vehicles • Towed Artillery Pieces • Self-Propelled Guns • Rocket Artillery (MLRS) • Infantry Mortar Systems • Anti-Tank Weaponry • Anti-Aircraft Weaponry • Logistical Vehicles Naval Power: • Total Navy Ships • Aircraft Carriers • Submarines • Destroyers • Frigates • Mine Warfare Craft • Patrol Craft • Amphibious Assault Vessels
  • 227.
    Logistical: • Total Airports •Merchant Marine Strength • Major Ports and Terminals • Roadway Coverage • Railway Coverage Resources: • Oil Production • Oil Consumption • Oil Proven Reserves Geographic: • Coastlines • Waterway Coverage • Shared Borders • Square Land Area Miscellaneous: • Compare Two Countries • Countries List Financial: • Defense Spending • Purchasing Power Parity • Reserves of Foreign Exchange and Gold
  • 228.
    228A Publication bywww.elifesara.com • การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475
  • 229.
    จะเห็นภาครัฐมักจะพูดอยู่เสมอว่าทาถูกต้องตามขั้นตอน ตามกฎหมาย ตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ถ้าทุกคนทาถูกต้อง ทุกหน่วยงานทาถูกต้อง แล้วทาไมวันนี้จึงยังมีปัญหาอยู่ ตกลงความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย นาไปสู่ความยุติธรรมทางสังคมจริงหรือไม่ ความถูกต้อง ตามกฎหมาย สร้างให้สังคมเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมจริยธรรมหรือไม่ ทั้งที่ในหลักการแล้ว กฎหมายที่ดีก็ควรนาไปสู่ความยุติธรรมและความมีคุณธรรมจริยธรรมในสังคม ไม่ควรแยกหรือ แปลกแยกออกจากกัน “ให้ความยุติธรรมมาก่อนและอยู่เหนือกฎหมาย” พระบรมราโชวาท
  • 230.
  • 231.
    A Publication bywww.knowtheprophet.com 231  การบินเกิดขึ้นในโลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๖ ประเทศไทยส่ง นายทหารไปเรียนวิชาการบิน ตามหลังประเทศสหรัฐอเมริกา เพียง ๙ ปี เท่านั้น อเมริกาจัดตั้งหน่วยบินในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ กองบินของอิตาลี พ.ศ. ๒๔๕๔กองบินหลวงอังกฤษ พ.ศ. ๒๔๕๕  หลังจากเกิดการบินขึ้นในโลกเพียง ๑๒ ปี ประเทศไทยก็ สามารถสร้างเครื่องบินขึ้นตามแบบต่างประเทศ และนามาใช้ ในงานราชการได้
  • 232.
    A Publication bywww.knowtheprophet.com 232  ปี ๒๔๗๐ กรมอากาศยานสร้างเครื่องบินขับไล่แบบ 5 ประชาธิปกขึ้นแบบหนึ่ง
  • 233.
    A Publication bywww.knowtheprophet.com 233  เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔ พันโท พระ พิเศษสุรฤทธิ ผู้อานวยการโรงงานกรมอากาศยาน ได้สร้างเครื่องบิน นิเออปอรต์ แบบ ๘๑ เป็น เครื่องบินขับไล่แบบ๘๑ (Nieuport)
  • 234.
    A Publication bywww.knowtheprophet.com 234
  • 235.
    235 “วางเฉย” “ตีกัน” • เศรษฐกิจล่มสลาย •ต่างชาติเข้าครอบครองเศรษฐกิจไทย • เป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ • แตกแยกระหว่างภาค • แย่งชิงอานาจการปกครองในท้องถิ่น • เกิดสงครามกลางเมืองมิคสัญญี • แนวคิดแบ่งแยกดินแดน • เปลี่ยนแปลงสถาบันหลัก • แบ่งแยกชนชั้น • ต่างคนต่างอยู่ • สงครามแย่งชิงมวลชน • ชาติพันธ์/ภูมิภาคนิยม • ไม่ยอมรับกฎหมาย • อนาธิปไตย • เข้าถึงข่าวสารมากยิ่งขึ้น • เกิดวิกฤตรอบ ๓ • สังคมเกษตรล่มสลาย • ท่องเที่ยวตกต่า • คอรัปชั่นเชิงนโยบายมากขึ้น • ธุรกิจอยู่ในมือทุนต่างชาติ สังคม สังคม เศรษฐกิจ เศรษฐกิจ
  • 237.
     ๔ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลประเมินค่าไม่ได้ เสียรัฐธรรมนูญไป ๒ ฉบับ  เสียนายกรัฐมนตรีไป ๔ คน  เสียนายตารวจ นายทหาร ข้าราชการ ตลอดจนอาจารย์ที่ดีๆไปหลายคน  เสียชีวิตคนไปนับร้อยคน
  • 238.
    ๑. ความชอบธรรมของทุกสถาบัน ถูกต่อต้านท้าทายกว้างขวางทั้งรัฐบาลรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองคมนตรี ๒. วิกฤตทางกฎหมาย มุ่งใช้กฎหมายทาลายฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมือง ๓. วิกฤตหลักนิติธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายถูกท้าทายโดยทุกฝ่าย ๔. วิกฤตในการรวมเป็นสังคมเดียว เกิดการปะทะของกลุ่มต่างๆ อาจถึงการสูญเสียมิตรประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะเป็นจุดแห่งความล่ม สลายของอาเซียนก็ได้ ถ้าไม่ระวังและจากัดวงความขัดแย้งให้ดี
  • 240.
    เป็นประเทศกาลังพัฒนา มีการคอรัปชั่น ประชาชน ยากจนอัตราการศึกษาของคนในชาติต่า การ จัดสรรทรัพยากรไม่เป็นธรรม สังคมขาดความ ยุติธรรม ความขัดแย้งจึงมีขึ้นเป็นระยะ วิทยุ ซึ่งเป็นสื่อสาคัญของรัฐที่ชาวฮูตู โหมกระพือความขัดแย้ง "ความเกลียดชัง" และ "ความมัวเมาอานาจ"
  • 241.
     การฟังก็ต้องใส่ใจที่จะฟังในทุกรายละเอียด ไม่ใช่ฟังเพื่อตัดสินว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแต่ต้องพยายามสร้างความเข้าใจว่าทาไม ถึงคิดแบบนั้น 241www.kpi.ac.th ทักษะที่ขาดหาย
  • 242.
  • 243.
  • 244.
  • 245.
    เวลาเจรจา ชดเชยเยียวยา การจัดการทัศนคติเปลี่ยนแปลง South Korea 10 เยียวยา ปขข.กดดัน ทหารให้คามั่นจะไม่เกิดอีก South Africa 10 เยียวยา สร้างภาพอนาคตร่วมกัน มองอนาคตร่วมกัน Aceh Indonesia 7 เยียวยา เจรจา/ตปท. ความรุนแรงไม่แก้ปัญหา North Ireland 26 เยียวยา เจรจา/ตปท. ความรุนแรงไม่แก้ปัญหา Rwanda 8 เยียวยา คณก.ปรองดอง อยู่ร่วมกัน Chili 17 เยียวยา เลือกตั้ง หวงแหน ปชต. Columbia 22 เยียวยา ปรับปรุงกฎหมาย การเจรจา
  • 246.
    ปัจจัยแห่งความสาเร็จ South Korea ภาคประชาชนเข้มแข็งผลักดันให้เปลี่ยนแปลง SouthAfrica มีเจตจานงทางการเมือง/สร้างภาพอนาคตร่วมกัน Aceh Indonesia มีเจตจานงทางการเมือง/เจรจากับศัตรู North Ireland มีเจตจานงทางการเมือง/มีส่วนร่วม/ได้รับแก้ไขปัญหาโครงสร้าง/สร้างบรรยากาศ Rwanda สร้างความร่วมมือ Chili ตปท.กดดัน Columbia ภาคประชาชนเข้มแข็ง/มีเจตจานงทางการเมือง/ปรับปรุงกฎหมาย Morocco สร้างประชาธิปไตย/การมีส่วนร่วม Bolivia ปฎิรูปกฎหมาย/ยอมรับความแตกต่าง Germany สร้างอนาคตร่วม/ลดความเหลือมล้า
  • 247.
  • 249.
  • 250.
    250A Publication bywww.knowtheprophet.com
  • 251.
  • 252.
    “ . ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้ปรากฏตลอดมาว่า ชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับ อับปางไป ก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเป็ นหมู่คณะ เป็ น พรรคเป็ นพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัสประหารซึ่งกันและกัน บางพรรค บางพวก ถึงกับเป็ นไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทาลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึง ขอชักชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่ง ได้กอบกู้รักษาบ้านเกิดเมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอา ความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของ ประเทศชาติ เป็ นคุณธรรมประจาใจอยู่เนืองนิจ จึงขอให้พี่น้องชาวไทย ทั้งหลาย จงบาเพ็ญกรณีกิจของตนแต่ละคนด้วยซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทนและกล้าหาญ แล้วอุทิศความเสียสละส่วนตัว ความเหน็ดเหนื่อยลาบากยากแค้น เป็ นพลีบูชาบรรพบุรุษ ผู้ซึ่งได้ ก่อสร้างชาติเป็ นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราชาวไทยจนบัดนี้”www.elifesara.com
  • 253.
    ภาครัฐจะพูดอยู่เสมอว่าทาถูกต้องตามขั้นตอน ตาม กฎหมาย ตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ถ้าทุกคนทา ถูกต้อง ทุกหน่วยงานทาถูกต้อง แล้วทาไมวันนี้จึงยังมี ปัญหาอยู่ ตกลงความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย นาไปสู่ความ ยุติธรรมทางสังคมจริงหรือไม่ ความถูกต้องตามกฎหมาย สร้างให้สังคมเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมจริยธรรมหรือไม่ ทั้งที่ในหลักการแล้วกฎหมายที่ดีก็ควรนาไปสู่ความ ยุติธรรมและความมีคุณธรรมจริยธรรมในสังคม ไม่ควร แยกหรือแปลกแยกออกจากกันwww.elifesara.com “ให้ความยุติธรรมมาก่อนและอยู่เหนือกฎหมาย” พระบรมราโชวาท
  • 254.
  • 255.
    www.elifesara.com ประชาชน หรือองค์กรที่มีความสนใจและสมัครใจที่จะ แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและประสานความร่วมมือในการ ป้ องกันและเฝ้ าระวังปัญหาอาชญากรรมและการส่งเสริมการ ใช ้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในการระงับข้อพิพาทภายใน ชุมชน ตลอดจนเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในกิจกรรม ต่างๆของกระทรวงยุติธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการและ เสริมสร ้างความยุติธรรมและความสงบสุขในชุมชน โดยเป็ นผู้ ผ่านการฝึกอบรม “หลักสูตรเครือข่ายยุติธรรมชุมชน กระทรวงยุติธรรม”
  • 256.
  • 257.
  • 258.
  • 259.
    259A Publication bywww.knowtheprophet.com www.elifesara.com
  • 260.
  • 261.
  • 262.
  • 263.
    263www.elifesara.com ด้วยการกรีดเลือดและดื่มน้าสาบาน ว่าจะ เลิกแล้วต่อกันร่วมสร ้างเมืองไว้เป็นอนุสรณ์ จึงเกิดอาณาจักรกุมกาม (นครเชียงใหม่ในปัจจุบัน) เวียงกุมกามสัญลักษณ์แห่งความปรองดอง กษัตริย์3 พระองค์ตกลงร่วมกัน ที่จะไม่ทาศึกสงครามระหว่างกัน หันหน้ามาให้สัตย์บันต่อกัน
  • 264.
    เจ้าโคตร ระบบเจ้าโคตร แก่วัดแก่ฝาย แก่บ้าน การอยู่ร่วมกันเป็ นครอบครัวขยาย การทานอาหารร่วมกัน การลงแขกลงขันในการทางานร่วมกัน การไกล่เกลี่ยชุนชน บ้านบอเกาะ อาเภอสุไหงปาดี จังหวัด นราธิวาส อนุญาโตตุลาการหมู่บ้าน ตาบลบ้านกลาง อาเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ สภาสมานฉันท์ ประเทศอิหร่าน ระบบ Barangay ในฟิ ลิปปิ นส์ www.elifesara.com
  • 265.
  • 266.
  • 267.
  • 268.
  • 269.
  • 270.
  • 271.
  • 272.
  • 273.
  • 274.