WORLD OF WAR I
สงครามโลกครั้งที่ ๑
สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ถึง
พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอานาจกลาง
ในสมัยบิสมาร์คเป็นผู้นาในการสร้างจักรวรรดินิยมเยอรมัน เมื่อบิสมาร์ค รบชนะฝรั่งเศส
และประกาศจักรวรรดิเยอรมันแล้วจึงดาเนินการตั้ง The Three Emperor's League ซึ่งแสดงความ
เป็นสัมพันธมิตรระหว่าง เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และรัสเซีย ด้วยเจตนาสาคัญประการแรกคือ
“ป้ องกันการแก้แค้นของฝรั่งเศส”
ต่อมาภายหลังเมื่อออสเตรีย-ฮังการี และรัสเซีย ขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กัน จนมิอาจ
เป็นพันธมิตรต่อกันได้ บิสมาร์คจึงชักชวนอิตาลีเข้าแทนที่รัสเซีย จึงเกิด ฝ่ายไตรพันธมิตร
(Triple Alliance) ซึ่งประกอบไปด้วย ออสเตรีย เยอรมนี และอิตาลี ขึ้น ฝ่ายรัสเซียก็ตั้งกลุ่มเพื่อ
ต่อต้านออสเตรียชื่อ Triple Ententeประกอบไปด้วย บริเตนใหญ่ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 เมื่อ อาร์คดยุค ฟรานซิส เฟอร์
ดินัลด์ (Archduke Francis Ferdinand) มงกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการีและพระชายาถูก
ลอบปลงพระชนม์ที่เมืองซาราเจโวในแคว้นบอสเนีย โดยนักศึกษาชาตินิยมชาวเซอร์เบีย ชื่อ
กาวริลโล ปรินซิป (Gavrilo Princip)
รัฐบาลออสเตรีย-ฮังการี จึงตัดสินใจจะทาลายล้างเซอร์เบียให้ราบ
คาบ และเมื่อได้รับแรงสนับสนุนจากเยอรมนี จึงยื่นข้อเรียกร้องที่เซอร์เบียยอมรับ
ไม่ได้ ออสเตรีย-ฮังการีจึงประกาศสงครามกับเซอร์เบีย
แต่ !!! รัสเซียได้เข้าสนับสนุนเซอร์เบียและระดมพลเตรียมต่อสู้ เยอรมนีจึงได้เรียกร้อง
ไม่ให้รัสเซียและฝรั่งเศสเข้ามาแทรกแซง เมื่อรัสเซียและฝรั่งเศสไม่ปฏิบัติตาม เยอรมนีจึงประกาศสงคราม
สงครามกับรัสเซียในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1914 และฝรั่งเศสในวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1914
หลังจากเยอรมนีประกาศสงครามกับรัสเซียและฝรั่งเศสแล้ว ได้เคลื่อนกาลังพลเข้า
ละเมิดความเป็นกลางของประเทศเบลเยียมเพื่อขอเป็นทางผ่านในการบุกฝรั่งเศส อังกฤษซึ่ง
เป็นมหาอานาจของโลกจึงประกาศสงครามกับเยอรมนีในวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1914
ฝ่ายเยอรมนี ออสเตรีย-อังการี และอิตาลี ได้ตุรกีและบัลแกเรีย เป็นพันธมิตร ซึ่ง
ต่อมาถูกเรียกโดยรวมว่า ฝ่ายมหาอานาจกลาง (Central Powers)
ส่วนอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ต่อมารู้จักกันในนาม ฝ่ายพันธมิตร (the Allies) ได้
ประเทศต่าง ๆ อีกหลายประเทศเข้าร่วม รวมทั้งประเทศในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น
จนในปี ค.ศ. 1917 รัสเซียได้ถอนตัวออกจากสงครามครั้งนี้เนื่องจากเลนิน
ผู้นากลุ่มบอลเชวิคส์ทาการปฏิวัติทางการเมืองขึ้นในรัสเซีย และสหรัฐอเมริกาก็ได้เข้า
มาแทนที่รัสเซีย
สาเหตุที่อเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑
อเมริกาเคยตั้งตนเป็นกลางตั้งแต่ช่วงแรก ก็เกิดประสบปัญหาทางทะเลอย่างหนักเมื่ออังกฤษปิด
ล้อมอ่าวของประเทศเยอรมันเพื่อป้ องกันการขนส่งอาวุธ เยอรมันจึงเปลี่ยนมาเป็นใช้เรือดาน้า
U-Boat ในการโจมตีเรือฝ่ายพันธมิตร รวมทั้งเรือทุกประเทศที่ผ่านเข้าน่านน้าที่เป็นเขตสงคราม สุดท้ายเรื่อง
ก็เกิดขึ้นเมื่อเรือเดินสมุทรของประเทศอังกฤษถูกเรือดาน้าของเยอรมันโจมตี ภายในเรือมีชาวโดยสาร
อเมริกาไปด้วยก็ถูกเรือดาน้าของเยอรมันโจมตีจนตกลงไปในที่สุด ทาให้เกิดผู้เสียชีวิต 128 คน
อเมริกาจึงเข้าเจรจากับฝ่ายเยอรมันเรื่องยุติความรุนแรง ครั้งแรกการเจรจาผ่านไปได้ด้วยดี แต่
ด้วยความที่เยอรมันทนความกดดันไม่ไหว จึงได้ก่อสงครามทางทะเลอีกจนได้ ทาให้อเมริกาไม่พอใจ จึงเข้า
ร่วมสงครามในที่สุด
ในช่วงแรกของสงคราม มหาอานาจกลางเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่หลังจากที่อเมริกาเข้า
ร่วมกับฝ่ายพันธมิตร พร้อมกับส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และกาลังพลเกือบ 5 ล้านคน ทาให้พันธมิตร
กลับมาได้เปรียบและสามารถเอาชนะฝ่ายมหาอานาจกลางได้อย่างเด็ดขาด ในที่สุดฝ่ายมหาอานาจ
กลางยอมแพ้และเซ็นต์สัญญาสงบศึก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่ง
กินระยะเวลายาวนาน 4 ปี 5 เดือนจึงยุติลงอย่างเป็นรูปธรรม
การรุกร้อยวัน เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1918
ในยุทธการแห่งอเมนส์ กองทัพพันธมิตรสามารถรุกเข้าไปใน
แนวรบเยอรมันได้ 12 กิโลเมตรในเวลาเพียง 7 ชั่วโมง
*นายพลอิริค ลูเดนดอร์ฟ ได้กล่าวถึงวันนี้ว่าเป็น
"วันอันมืดมนของกองทัพเยอรมัน"
ชัยชนะของฝ่ายพันธมิตร
*อีริค ลูเดนดอร์ฟฟ์ (Erich Ludendorff) เป็น
นายพลที่ได้เข้าไปช่วยเหลือนายพลพอล วอน ฮินเดนเบิร์ก
ในสงครามโลกครั้งที่ 1
ฝ่ายประเทศมหาอานาจกลาง ที่เป็นพันธมิตรกับประเทศเยอรมนี มักประสบ
ความพ่ายแพ้ ส่งผลกระทบต่อแนวรบเยอรมนี เยอรมนีจึงอ่อนล้า และเกิดการจลาจลทั่ว
ประเทศ
 วันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 คิงไกเซอร์ วิลเลียมที่ 2 ลี้ภัยไปอยู่ฮอลแลนด์
 วันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 เยอรมนีจึงยอมยุติสงครามเพื่อขอเจรจาทา
สนธิสัญญาสงบศึกกับฝ่ายพันธมิตร
สาเหตุของการสิ้นสุดสงคราม
สมาชิกทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายมหาอานาจกลาง ฝ่ายสัมพันธมิตร
• ออสเตรีย – ฮังการี
• เยอรมัน
• ตุรกี
• บัลกาเรีย
• เซอร์เบีย
• รัสเซีย
• ฝรั่งเศส
• อังกฤษ
• ญี่ปุ่น
• อิตาลี
• โปรตุเกส
• โรมาเนีย
• ไทย
• จีน
• อเมริกา
ฝ่ายมหาอานาจกลาง (Central Powers)
ฝ่ายพันธมิตร (the Allies)
ด้านสังคม : สงครามโลกครั้งที่ 1 ทาให้มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน ผู้บาดเจ็บและ
ทุพพลภาพจานวนมาก หลายคนเป็นโรคจิตที่เกิดจากการกลัวภัยสงครามอีกทั้งเกิดปัญหาชน
พลัดถิ่น
ด้านการเมือง : ประเทศมหาอานาจเดิม ได้แก่เยอรมนี ออสเตรีย –ฮังการี และตุรกี
เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต้องทาสนธิสัญญาสันติภาพที่ประเทศผู้ชนะร่างขึ้น 5 ฉบับ คือ
• สนธิสัญญาแวร์ซายส์ทากับเยอรมนี
• สนธิสัญญาแซงต์แยร์แมงทากับออสเตรีย
• สนธิสัญญาเนยยี ทากับบัลแกเรีย
• สนธิสัญญาตริอานองทากับฮังการี
• สนธิสัญญาแซฟส์ทากับตุรกี
ด้านเศรษฐกิจ : สงครามครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลในการผลิตอาวุธใหม่ ๆ
ที่มีอานาจทาลายล้างสูงกว่าการทาสงครามในอดีต เช่น รถถัง เรือดาน้า แก๊สพิษระเบิด เป็นต้น
เพื่อหวังชัยชนะหลังสงครามสิ้นสุดฝ่ายแพ้ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม ส่วนฝ่ายชนะรับผิดชอบ
เลี้ยงดูผู้ประสบภัยและบูรณะประเทศ จนทาให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่าทั่วโลก
ผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1
1. ฝ่ายมหาอานาจกลางต้อง
เสียค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจานวนเงิน
5,000 ล้านดอลลาร์
2. ห้ ามเยอรมนีมีทหาร
ประจาการเกิน 100,000 คน
3. ฝ่ายมหาอานาจกลางต้อง
ถอนทหารออกจากชายแดนทั่วประเทศ
4. เยอรมันต้องส่งมอบถ่าน
หินให้ฝรั่งเศสฟรี เป็นเวลา 10 ปี
รายละเอียด “สนธิสัญญาแวร์ซายส์”
ภาพการเซ็นสนธิสัญญาในห้องกระจกของพระราชวังแวร์ซายส์
1. ฝ่ายสัมพันธมิตร ชนะ ฝ่ายมหาอานาจกลาง เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จักรวรรดิที่
ยิ่งใหญ่ล่มสลายไปถึง 4 จักรวรรดิอันได้แก่
• จักรวรรดิรัสเซีย (ราชวงศ์โรมานอฟถูกสังหารทั้งราชวงศ์ที่เมืองเยคาเตรินบูร์ก)
• จักรวรรดิเยอรมัน
• จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี
• จักรวรรดิออตโตมัน
2. ประเทศในยุโรปทั้งที่เป็นฝ่ายผู้แพ้ (มหาอานาจกลาง) และฝ่ายชนะ (พันธมิตร) รวมถึงประเทศ
ต่าง ๆ ทั่วโลกต่างได้รับผลกกระทบทางเศรษฐกิจซึ่งเป็ นผลมาจากสงคราม ระบบการเงินทั่วโลก
กระทบกระเทือน
3. แยกฮังการี ออกจาก ออสเตรีย
4. ประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และตูรกี เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบบสาธารณรัฐ
5. เกิดประเทศขึ้นใหม่เช่น ยูโกสลาเวีย เชคโกสโลวาเกีย โปแลนด์ ลัทเวีย ลิโทเนีย
6. มีทหารเสียชีวิตไปประมาน 8 ล้านคน บาดเจ็บประมาน 20 ล้านคน
7. มีการจัดตั้งองค์กรสันนิบาตชาติ (League Of Nations)
ผลของสงครามโลกครั้งที่ 1
THAILAND
AND WORLD WAR I
ประเทศไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 1
เหตุผลที่ไทยต้องเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1
สงครามโลกครั้งที่1 ตรงกับรัชสมัยของ
รัชกาลที่ 6 โดยไทยต้องเข้าร่วมฝ่ายสัมพันธมิตร
เพราะต้องการแก้ไขความไม่เป็นธรรมของ
สนธิสัญญาเบาร์ริ่ง สมัยรัชกาลที่ 4
• ไทยเข้าร่วมสงคราม อยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร
• ได้รับการยกเลิกสนธิสัญญาบาวริ่ง จากการช่วยเหลือของ ดร.ฟรานซิส บี
แซร์
• ไทยได้รับเงินค่าปฏิกรรมสงครามมาจานวน 2,000,000 บาท
• ไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสันนิบาต
ผลของการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1ของประเทศไทย
อนุสาวรีย์ทหารอาสา
สถานที่สาหรับบรรจุอัฐทหารอาสาซึ่งเสียชีวิตระหว่างการรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ฝรั่งเศส
ตั้งอยู่ที่ถนนสามเหลี่ยมตรงมุมสนามหลวงด้านทิศเหนือ ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
วงเวียน 22 กรกฎาคม
สร้างขึ้นเพื่อราลึกถึงวันที่รัชกาลที่ 6 ทรงตัดสินพระทัยนาประเทศไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 โดยประกาศสงครามกับกลุ่มประเทศฝ่ายอักษะ ส่งผลให้เมื่อสิ้นสุดสงคราม
ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และการทหาร รวมทั้งสามารถเรียกร้อง
แก้ไขและยกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ของชาติมหาอานาจที่เคยทาไว้กับประเทศไทย
สมาชิกกลุ่ม “สงครามโลกครั้งที่ ๑”
นางสาวกนกพร สุวรรณวัฒน์
ม.5/3 เลขที่ 12
นางสาวนิชธาวัลย์ เขียวเล่ง
ม.5/3 เลขที่ 13
นายสมโภชน์ โคตภักดี
ม.5/3 เลขที่ 31

สงครามโลกครั้งที่ 1