วิชา ส33102 
เรื่อง สงครามเย็น 
เสนอ 
อ.ปรางค์สุวรรณ ศักดิ์โสภณกุล 
จัดทาโดย 
นางสาวพิชญา ชนะกิจเสรี ม.6.1 เลขที่ 18 
นางสาวอภิรดี อิทธิกมลเลิศ ม.6.1 เลขที่38 
ปีการศึกษา 2557 
โรงเรียนสตรีวิทยา
ความหมายของสงครามเย็น
สงครามเย็น หมายถึง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมือง 
ระหว่างสองอภิมหาอานาจ คือ อุดมการณ์ทางการเมืองแบบ 
ประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกากับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบ 
คอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต ซึ่งเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่2 
สงครามเย็นเป็นการช่วงชิงกันในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ 
การโฆษณาชวนเชื่อ โดยไม่ได้ใช้กาลังทหารและอาวุธมา 
ประหัตประหารกัน
สาเหตุของสงครามเย็น
1.การเปลี่ยนแปลงดุลทางอานาจของโลก 
สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทาลายสถานะทางอานาจของ 
มหาอานาจเดิมคือ เยอรมนีและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้แพ้สงคราม 
ส่วนอังกฤษกับฝรั่งเศสเป็นชาติพันธมิตรที่ชนะสงคราม แต่ 
อังกฤษก็ได้รับความบอบช้าทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ 
ตกต่า ส่วนฝรั่งเศสถูกเยอรมนียึดครองประเทศเป็นเวลานาน 
4ปี
ช่วงหลังสงครามสหรัฐอเมริกาจึงกลายเป็นชาติ 
มหาอานาจที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ส่วนสหภาพโซเวียตถึงแม้จะ 
ได้รับความบอบช้าแต่ก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สหภาพโซเวียต 
จึงก้าวขึ้นมาเป็นชาติมหาอานาจคู่กับสหรัฐอเมริกาแทนชาติ 
ยุโรปตะวันตกและญี่ปุ่น
2.อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน 
สหรัฐอเมริกา ยึดหลักลัทธิเสรีประชาธิปไตย การเมือง 
แบบเสรีนิยม ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบระบบทุนนิยม ให้สิทธิ 
เสรีภาพในการดาเนินชีวิตของประชาชน 
สหภาพโซเวียต ยึดถืออุดมการณ์สังคมนิยมมาร์กซิสต์ 
ระบอบการปกครองแบบเผด็จการ หลักการสังคมนิยม เน้นใน 
วัฒนธรรมชนชั้นกรรมาชีพหรือผลประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน
3.ความขัดแย้งของผู้นาของชาติอภิมหาอานาจ 
ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 
คือ แฮร์รี่ เอส. ทรูแมน นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์ของ 
อังกฤษ ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรชนะสงครามที่สาคัญก็มีท่าทีต่อต้าน 
สหภาพโซเวียตด้วยเช่นกัน
ผู้นาของสหภาพโซเวียต ได้แก่ จอม 
พล โจเซฟ สตาลินเป็นผู้นาเผด็จการ 
สตาลินมีความหวาดระแวงในท่าทีของ 
ฝ่ายพันธมิตรตะวันตกในด้านต่างๆ ทาให้ 
สหภาพโซเวียตไม่ไว้วางใจประเทศ 
ตะวันตก เห็นว่าประเทศตะวันตกจ้องจะ 
ทาลายลัทธิคอมมิวนิสต์
การเกิดสงครามเย็นเริ่มต้นตั้งแต่ ค.ศ. 1945 
- สหภาพโซเวียตได้จัดตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ 
- ฝ่ายสหรัฐอเมริกากับอังกฤษก็ได้จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยขึ้นใน 
ประเทศที่อยู่ในอารักขาของตนที่มีพรมแดนติดต่อกับเขตยึดครอง 
ของสหภาพโซเวียต 
- ช่วงเวลานั้น สหรัฐอเมริกาได้เข้าไปช่วยเหลือรัฐบาลกรีซและ 
รัฐบาลตุรกีต่อต้านอานาจลัทธิคอมมิวนิสต์
ประธานาธิบดีทรูแมนได้ 
ประกาศหลักทรูแมน (Truman 
Doctrine) 
มีสาระสาคัญว่า “สหรัฐอเมริกา 
จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลใน 
ระบอบเสรีประชาธิปไตยและ 
ต่อต้านการขยายตัวของลัทธิ 
คอมมิวนิสต์”
ความจริงแล้วสหภาพโซเวียตต้องการที่จะเป็นผู้นาของ 
ยุโรปตะวันออก และยังต้องการเผยแพร่อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ 
ไปทั่วโลกด้วย สหรัฐอเมริกาก็ได้ประกาศใช้แผนมาร์แชลล์ 
(Marshall Plan) เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูประเทศต่างๆที่ 
ประสบภัยจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทาให้ประเทศเหล่านั้นต้อง 
อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย
ปัญหาความขัดแย้งในสงครามเย็น
ในช่วงที่เกิดสงครามเย็นระหว่าง ค.ศ. 1945-1991 ประเทศต่างๆ 
แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย 
- ฝ่ายเสรีประชาธิปไตยภายใต้การนาของสหรัฐอเมริกา 
- ฝ่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ภายใต้การนาของสหภาพโซเวียต 
ซึ่งทั้งสองฝ่ายตั้งตนเป็นศัตรูแข่งขันกันทั้งในด้านการเมือง 
เศรษฐกิจ ทหาร และอุดมการณ์ สงครามในระยะนี้ไม่ใช่การต่อสู้ 
ระหว่างชาติมหาอานาจ แต่เป็นสงครามตัวแทน(proxy war)
กรณีความขัดแย้งของชาติมหาอานาจ
1.กรณีความขัดแย้งในยุโรป 
1.1)กรณีปัญหาในยุโรปตะวันออก 
เมื่อตอนปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 สหภาพโซเวียตเข้ามา 
ปลดปล่อยประเทศต่างๆในยุโรปตะวันออกจากการยึดครองของกองทัพ 
เยอรมัน เมื่อสิ้นสุดสงครามกองทัพสหภาพโซเวียตยังคงประจาการและ 
สนับสนุนกลุ่มนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ ทาการยึดอานาจการปกครอง 
ประเทศ และเปลี่ยนแปลงกลายเป็นประเทศที่ปกครองในระบบสังคม 
นิยมคอมมิวนิสต์ ทาให้บางประเทศเกิดข้อขัดแย้งระหว่างชาติตะวันตก 
กับสหภาพโซเวียต
1.2)กรณีปัญหาเรื่องเยอรมนี 
หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 
ประเทศเยอรมนีได้ถูกยึดครองแบ่งออกเป็น 4 ส่วนภายใต้การ 
ปกครองของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหภาพโซเวียต 
ส่วนกรุงเบอร์ลินก็ถูกแบ่งแยกด้วยเช่นกัน 
สหภาพโซเวียตพยายามเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามจาก 
เยอรมนีเป็นจานวนมาก แต่สหรัฐอเมริกาพยายามบ่ายเบี่ยงทาให้ 
สหภาพโซเวียตไม่พอใจ
รูปแสดงพื้นที่ในเยอรมนีที่ 
ถูกครอบครองเมื่อ ค.ศ. 1945 
เยอรมนีตะวันตก ซึ่งอยู่ภายใต้ 
การปกครองของสหรัฐอเมริกา 
สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส 
แ ล ะ เ ย อ ร ม นีต ะ วัน อ อ ก ที่ 
ปกครองโดยสหภาพโซเวียต
ความขัดแย้งในเยอรมนีมาถึงจุดสูงสุดในกลาง 
ค.ศ.1948 สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศสปฏิรูป 
เงินตราในเขตยึดครองของตนเพื่อฟื้นฟูระบบ 
เศรษฐกิจให้มั่นคง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายให้ 
สหภาพโซเวียตมาก สหภาพโซเวียตจึงปิดล้อมกรุง 
เบอร์ลิน บีบคั้นมหาอานาจตะวันตกให้ละทิ้งเบอร์ลิน 
ตะวันตก 
ชาติตะวันตกได้เสนอปัญหานี้ต่อประชาชาติและ 
แก้ปัญหาด้วยการส่งเสบียงอาหารทางอากาศ 
ให้กับชาวเบอร์ลินตะวันตก ทาให้การปิดล้อมไม่ 
ได้ผล สหภาพโซเวียตได้ยกเลิกการปิดล้อม แต่ 
ความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายก็ไม่ได้ยุติ
ปัญหาเยอรมนีนามาซึ่งการแบ่งแยก 
เยอรมนีในค.ศ.1949 
ชาติตะวันตกอันมีสหรัฐอเมริกา 
อังกฤษ ฝรั่งเศส ได้รวมเขตยึดครอง 
ข อ ง ต น จัด ตั้ง ป ร ะ เ ท ศ ส ห พัน ธ์ 
สาธารณรัฐเยอรมันหรือ เยอรมนี 
ตะวันตก 
ฝ่ายสหภาพโซเวียต จึงจัดตั้งเขต 
ยึด ค ร อ ง ข อ ง ต น เ ป็น ส า ธ า ร ณ รัฐ 
ประชาธิปไตยเยอรมันหรือเยอรมนี 
ตะวันออก
เยอรมนีตะวันตกได้พัฒนาเศรษฐกิจจนกลายเป็นประเทศที่ 
มั่งคั่ง ทาให้ประชาชนเยอรมนีตะวันออกพยายามหลบหนีมา 
เยอรมนีตะวันตกเป็นจานวนมาก รัฐบาลเยอรมนีตะวันออกได้สร้าง 
กาแพงเบอร์ลินใน ค.ศ. 1961 เพื่อสกัดกั้นชาวเยอรมันตะวันออก 
หลบหนีมายังเยอรมนีตะวันตก
กาแพงเบอร์ลินจึงเป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้งทางการเมือง 
ในช่วงสงครามเย็น ในช่วงค.ศ. 1989 รัฐบาลใหม่มีแนวนโยบายเป็น 
เสรีนิยมเปิดเส้นพรมแดนกับเยอรมนีตะวันตก ประชาชนและรัฐบาล 
ของเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกจึงทาลายกาแพงเบอร์ลินลงเมื่อ 
ค.ศ. 1990 รวมประเทศเป็นผลสาเร็จเมื่อ ค.ศ. 1991
ความขัดแย้งทางการเมืองทาให้ประเทศยุโรปตะวันตกและ 
สหรัฐอเมริกาจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ 
องค์การนาโตขึ้นเพื่อต่อต้านสหภาพโซเวียตใน ค.ศ. 1949 
ต่อมาใน ค.ศ. 1955 สหภาพโซเวียตกับประเทศคอมมิวนิสต์ 
ยุโรปตะวันตกได้รวมกลุ่มจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอขึ้น 
เผชิญหน้ากับองค์การนาโต ทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากันตลอดมาใน 
ยุคสงครามเย็น
2)กรณีปัญหาในทวีปเอเชีย 
ปัญหาเรื่องการยึดครองญี่ปุ่น มี 2 กรณี 
กรณีแรก คือ ค่าปฏิกรรมสงครามซึ่งสหภาพโซเวียตพยายาม 
เรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจานวนมากจากญี่ปุ่น แต่สหรัฐอเมริกา 
พยายามบ่ายเบี่ยง 
กรณีที่ 2 คือ การทาสนธิสัญญาสันติภาพกับญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายต่าง 
มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน สหภาพโซเวียตยังโจมตีสหรัฐอเมริกาเรื่องการ 
ปกครองญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาก็โจมตีสหภาพโซเวียตในกรณีที่ 
สหภาพโซเวียตกักตัวเชลยศึกชาวญี่ปุ่นไม่ให้กลับประเทศ
ภาวะสงครามเย็น 
จุดเริ่มต้นของสงครามเย็นคือกรณีความขัดแย้งระหว่างชาติ 
มหาอานาจในช่วง ค.ศ.1945-1948 หลังจาก ค.ศ. 1948 โลกเข้าสู่ 
ภาวะสงครามเย็นอย่างแท้จริงทุกภูมิภาคถูกครอบงาโดยการแข่งขัน 
ทางด้านอุดมการณ์ทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจระหว่าง 
สหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกา ทั้งสองสนับสนุนให้กลุ่มการเมทอง 
ภายในประเทศจงรักภักดีต่อตนและสูกับรัฐบาลตนเอง จนถึงให้ 
ประเทศบริวารสู้รบกันเองเพื่อขยายอิทธิพลของตน
ภูมิภาคยุโรป 
ยุโรปถูกแบ่งออกเป็น2ฝ่ายอย่างชัดเจนโดยยุโรปตะวันออก 
กลายเป็นปีะเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์โดยการควบคุมของสหภาพโซ 
เวียต ยกเว้นประเทศยูโกสลาเวียที่เป็นคอมมิวนิสต์ที่ต่อต้านสหภาพ 
โซเวียต 
ต่อมายุโรปตะวันตกพยายามแทรกซึมเข้าไปในยุโรป 
ตะวันออกโดยการให้ข่าวสารเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิ 
เสรีภาพของประชาชน ก่อให้เกิดการต่อสู้เพื่อเสรีภาพในยุโรป 
ตะวันออกต่อมา
ภูมิภาคเอเชีย 
• สงครามเกาหลี(ค.ศ.1950-1953) ญี่ปุ่น 
ครอบครองคาบสมุทรเกาหลีแต่ต่อมาญี่ปุ่น 
กลายเป็นผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่2 ทาให้ 
มหาอานาจครอบครองคาบสมุทรเกาหลีไว้ โดย 
องค์การสหประชาชาติกาหนดให้เส้นขนานที่38 
องศาเหนือเป็นแนวแบ่ง ดินแดนส่วนเหนือเส้น 
เป็นเขตปลอดอาวุธทหารญี่ปุ่น อยู่ในความดูแล 
ของสหภาพโซเวียต มีรัฐบาลปกครองด้วยแบบ 
สังคมนิยมคอมมิวนิสต์และดินแดนส่วนล่างอยู่ใน 
ความดูแลของสหรัฐอเมริกา ปกครองด้วยระบอบ 
ประชาธิปไตย
ในปี ค.ศ.1948มีการจัดการเลือกตั้งที่ไม่ได้รับการยินยอมจาก 
สหภาพโซเวียตในการรวมเกาหลี และพรรคการเมืองที่นิยม 
สหรัฐอเมริกาชนะจึงถือเป็นการปิดหนทางรวมเกาหลีแบบถาวร 
ในวันที่25 มิถุนายน ค.ศ.1950, กองทัพเกาหลีเหนือที่ได้รับ 
การสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตได้บุกผ่านเส้นขนานที่38มาใน 
ดินแดนของเกาหลีใต้ ทาให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 
เรียกประชุมฉุกเฉินแต่สหภาพโซเวียตไม่เข้าประชุมและจีนคัดค้าน 
ประธานาธิบดีทรูแมนแห่งสหรัฐอเมริกาจึงเคลื่อนพลของตนเข้าช่วย 
เกาหลีใต้และขอความช่วยเหลือจากชาติพันธมิตร
สหรัฐอเมริกาไล่เกาหลีเหนือออกไปและยึดดินแดนบริเวณแม่ 
น้ายาลูของเกาหลีเหนือไว้แต่จีนให้ถอนกาลัง นายพลดักลาส แมกอาร์ 
เทอร์ไม่ปฏิบัติตาม จีนจึงส่งกาลังมาแต่ไม่สามารถสู้กองทัพ 
สหรัฐอเมริกาและพัยธมิตรไหวจึงถอยกลับไป
แต่นายพลแมกอาร์เทอร์ต้องการกาจัดจีนออกจากสงครามจึง 
ปิดล้อมชายฝั่งจีนและถล่มฐานทัพรัสเซียในแมนยจูเรีย แต่ประธา 
นาธบดรทรูแมนไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าสหภาพโซเวียตจะเข้าสู่ 
สงครามจึงแต่งตั้งแมทธิว ริดจ์เวย์มาเป็นแทน จนกระทั่งนายพลดไวต์ 
ดี. ไอเซนฮาวร์ ได้เป็นประธานาธบดีคนต่อมาจึงได้ดาเนินนโยบาย 
ประนีประนอมมากขึ้น สหประชาชาติไกล่เกลี่ยคู่สงคราม จนในปี 
ค.ศ.1953สงครามจึงยุติลง
• กรณีขัดแย้งเรื่องเกาะไต้หวัน (ค.ศ.1950- 
ปัจจุบัน) 
ใน ค.ศ.1949 เหมาเจ๋อตุง กองทัพ 
คอมมิวนิสต์จีนได้จัดตั้งสาธารณรัฐ 
ประชาชนจีน และจอมพลเจียง ไคเชก 
และพรรคชาตินิยมกับปรพชาชนบางส่วน 
อพยพไปตั้งสาธารณรัฐจีนบนเกาไต้หวัน
ค.ศ.1954 รัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์มีนโยบายรวมเกาะไต้หวันกับจีน 
สหรัฐอเมริกาจึงส่งกองทัพเรือที่7มาลาดตระเวนที่ช่องแคบไต้หวัน จีนจึง 
ระดมยิงเกาะคีมอยและเกาะมัทสุนอกชายฝั่งจีน ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาลง 
นามสนธิสัญญาพันธะมิตรทางทหารกับไต้หวัน และออกกฎหมายคุ้มครอง 
เกาะคีมอยและเกาะมัทสุ จีนจึงยอมยุติการโจมตี
• สงครามเวียดนาม (ค.ศ.1965-1975) 
เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2 ฝรั่งเศสพยายามที่จะยึดอานาจ 
การปกครองในเวียตนาม จึงเกิดขบวนการคอมมิวนิสต์เวียดมินห์ 
ภายใต้การนาของ โฮ จิ มินห์ ต่อต้านฝรั่งเศส โดยการสนับสนุนจาก 
กลุ่มชาตินิยมทางเหนือของประเทศ ทาให้เกิดสงครามตั้งแต่ 
ค.ศ.1946 จนกระทั่ง ค.ศ. 1954 ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ที่เดียนเบียนฟู โดย 
ชาติมหาอานาจอื่นๆรวมถึงชาติต่างๆในเอเชียและยุโรปจักให้มีการ 
เจรจาสงบศึกที่นครเจนีวา ฝรั่งเศสจึงต้องให้เอกราชแก่เวียดนาม
เวียดนามแบ่งเป็น2ส่วนตามเส้น 
ขนานที่17องศาเหนือ โดยเวียดนามเหนืออยู่ 
ภายใต้การปกครองของโฮ จิ มินห์ และ 
เวียดนามใต้อยู่ภายใต้การปกครองของ 
จักรพรรดิ บ๋าว ได่ การแบ่งอาณาเขตครั้งนี้ 
เป็นการแบ่งชั่วคราว กาหนดให้รวมหลังการ 
เลือกตั้งปี ค.ศ.1956 แต่ก็ไม่ได้จัดการ 
เลือกตั้ง
ในเวียดนามใต้มีการเคลื่อนไหวของแนวร่วมปลดแอกแห่งชาติหรือ 
เวียงกง เมื่อ โง ดินห์ เสี่ยม ดารงตาแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ปราบเวียดกงโดย 
อาศัยการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ต่อมา โง ดินห์ เสี่ยม โดนโค่นการเมือง 
ในเวียดนามใต้ไร้เสถียรภาพ มีรัฐบาลทหารผลัดเปลี่ยนมาปกครอง โดยได้ 
สหรัฐอเมริกาสนับสนุนการสู้รบกับเสียดนามเหนือและเวียดกง
สงครามครั้งนี้ทาให้สหรัฐอเมริกาต้องกลายเป็นผู้แพ้สงคราม 
มีทหารเสียชีวิตถึง2ล้านกว่าคน ราษฎรเสียชีวิตกว่าล้านคน และยัง 
เป็นสาเหตุให้เวียดนามใต้ต้องอพยพหนีออกนอกประเทศเป็นจานวน 
มาก
กลุ่มประเทศละตินอเมริกา 
วิกฤตการณ์คิวบา ถือเป็นการเผชิญหน้า 
ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตที่ 
รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเกือบนาไปสู่ 
สงครามนิวเคลียร์ระหว่าง2ชาติมหาอานาจ 
คิวบาได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบ 
คอมมิวนิสต์รัฐบาลเผด็จการของนายพลฟูล 
เกนเซียว บาติสตา โดยการสนับสนุนจาก 
สหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี ค.ศ.1959 ได้ถูกฟิ 
เดล คัสโตรที่มีสหภาพโซเวียตเป็นผู้สนับสนุน 
โค่นล้ม โดยได้ดาเนินนโยบายการปกครอง 
แบบสังคมนิยม
สหรัฐอเมริกาพยายามจะโค่นล้มรัฐบาลฟิเดล คัสโตร โดยการส่ง 
กองกาลังคิวบาที่ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาเข้าโจมตีโดยการยกพลขึ้นบกที่ 
อ่าวพิกซ์ ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1961 แต่ก็ถูกปราบปรามได้ 
ต่อมาในเดือนตุลาคม ค.ศ.1962 สหภาพโซเวียตได้สร้างฐาน 
ขีปนาวุธในคิวบาซึ่งถือเป็นการคุกคามสหรัฐอเมริกาอย่างยิ่ง 
ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ทาการปิดล้อม 
คิวบาและแจ้งเตือนสหภาพโซเวียตว่าพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยอาวุธ 
นิวเคลียร์ นีกีตา ครุชชอฟ ผู้นาสหภาพโซเวียคุตยอมประนีประนอมโดย 
การถอนกาลังขีปนาวุธออกจากคิวบาแลกกับการที่สหรัฐอเมริกาไม่บุก 
คิวบา วิกฤตการณ์คิวบาจึงสิ้นสุดลง แต่การแข่งขันสะสมอาวุธทางยุธ 
ศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตยังดาเนินต่อไป
การผ่อนคลายความตึงเครียด 
การเปลี่ยนแปลงของสภาวะ 
สงครามเย็นเกิดจากความเปลี่ยนแปลง 
ทางการเมืองของประเทศมหาอานาจ 
เมื่อนีกีตา ครุชชอฟ ผู้นาของสหภาพโซ 
เวียตประกาศนโยบายอยู่ร่วมกันโดยสันติ 
ใน ค.ศ.1956 โดยมีหลักการให้ทั้งสิงฝ่าย 
อยู่ร่วมกันโดยไม่แข่งขันด้านสงครามแต่ 
อข่งขันกันในด้านอื่นแทน
นโยบายนี้ทาให้สหภาพโซเวียตได้ขยายความสัมพันธ์กับ 
ประเทศต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะประเทศกาลังพัฒนาและผ่อนความ 
เข้มงวดกับกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกมากขึ้น ถือเป็นการขยาย 
อิทธิพลแทนการขยายอานาจ 
ส่วนสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนนโยบายทางการทหารมาเป็นการ 
ทูตแทนเพราะหวั่นเกรงต่อภัยสงครามนิวเคลียร์ นโยบายปิดล้อม 
ประเทศคอมมิวนิสต์ใช้ไม่ได้ผลและชาวอเมริกันรู้เกี่ยวกับประเทศ 
สังคมนิยมมากขึ้น เช่นการให้การสนับสนุนทางการทหารและ 
เศรษฐกิจต่อประเทศกาลังพัฒนา
แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างชาติมหาอานาจทั้ง 
สองเสื่อมลงเมื่อสหภาพโซเวียตขยายอิทธิพลไปในแองโกลา 
เอธิโอเปียและแทรงแซงทางการเมืองในอัฟกานิสถานใน ค.ศ.1979 
ซึ่งทาให้สหนัฐอเมริการทาการคว่าบาตรทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ๆ 
เทคโนโลยีระดับสูง และไม่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิคที่สหภาพโซ 
เวียตเป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ.1980 จึงทาให้ความสัมพันธ์ของทั้งสอง 
ประเทศกลับมาตรึงเครียดอีกครั้ง
การสิ้นสุดสงครามเย็น
สภาวะสงครามเย็นเริ่มคลี่คลายลง เมื่อ 
มีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ เลขานุการพรรค 
คอมมิวนิสต์และผู้นาสหภาพโซเวียต ใน ค.ศ. 
1985 กอร์บาชอฟได้ประกาศนโยบายเปิด- 
ปรับ หรือกลาสนอสต์-เปเรสตรอยกา 
(Glasnost-Perestroika) ปฏิรูปการเมือง 
เศรษฐกิจ ให้เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยมาก 
ขึ้น สร้างความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ ถอน 
กาลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน เจรจากับ 
สหรัฐอเมริกาและจีนเพื่อแก้ไขปัญหา 
ชายแดนร่วมกัน
นโยบายกลาสนอสต์-เปเรสตรอยกา 
ทาให้สภาวะสงครามเย็นยุติเร็วขึ้น 
รัฐบาลสหภาพโซเวียตประกาศว่า 
จะไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับกิจการภายใน 
ของกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ใน 
ภูมิภาคยุโรปตะวันออก
จุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดสภาวะ 
สงครามเย็น เริ่มต้นจากประชาชนชาว 
เยอรมนีตะวันออกเรียกร้องเสรีภาพ 
ทางการเมือง กาแพงเบอร์ลินซึ่งเป็น 
สัญลักษณ์ของการแบ่งแยกฝ่ายเสรี 
ประชาธิปไตยกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้ถูก 
ประชาชนทาลายลงใน ค.ศ. 1990 
เหตุการณ์ทาลายกาแพงเบอร์ลินนับว่า 
เป็นเหตุการณ์สาคัญอันมีความหมายว่า 
สภาวะสงครามเย็นใกล้ถึงกาลอวสาน 
แล้ว
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุโรปตะวันออกทาให้ 
ประเทศในค่ายยุโรปตะวันออกต่างถอนตัวจากสมาชิกกลุ่ม 
กติกาสนธิสัญญาวอร์ซอ และการถอนทหารออกจากภูมิภาคนี้ 
ทาให้องค์การกลุ่มกติกาสนธิสัญญาวอร์ซอต้องล่มสลายลง 
สหภาพโซเวียตต้องเผชิญกลับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและ 
การเมืองอย่างรุนแรง ต้องขอความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก อีกทั้ง 
ยังประสบกับปัญหาการเมืองภายใน พวกอนุรักษนิยมได้ทาการ 
รัฐประหารโค่นล้มกอร์บาชอฟ แต่ประชาชนต่อต้าน จึงทาให้ 
ล้มเหลวลง
ผลจากการรัฐประหารคือ พรรคคอมมิวนิสต์ในสหภาพโซเวียต 
ล่มสลายลง และสาธารณรัฐต่างๆในสหภาพโซเวียตร่วมกันจัดตั้ง 
เครือรัฐเอกราช ประเทศสหภาพโซเวียตจึงล่มสลายลง สงครามเย็นที่ 
ดาเนินมานานถึง 45ปี ยุติลงในที่สุด
นางสาวพิชญา ชนะกิจเสรี ม.6.1 เลขที่18 
นางสาวอภิรดี อิทธิกมลเลิศ ม.6.1 เลขที่ 38 
สมาชิก

สงครามเย็น [ Cold War ]