1.สงครามโลกครั้งที่1(WorldWarI ค.ศ.1914-1918) เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมค. ศ . 1914
และสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายนค.ศ . 1918 เป็นเวลา
นานถึง4 ปี 3 เดือน เกิดจากความขัดแย้งของประเทศในทวีปยุโรปและลุกลามไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกมากกว่า 30
ประเทศ สร้างความเสียหายให้แก่ มนุษยชาติอย่างรุนแรงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามหาสงคราม(GreatWar)
สงครามโลกครั้งที่1( WorldWar I ค.ศ.1914 - 1918)
2. ลัทธิชาตินิยม(Nationalism)
ขณะเดียวกันก็ทาให้การปกครองในระบบจักรวรรดิฝรั่งเศสต้องสิ้นสุดลงและเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐ
รวม ทั้งยังส่งผลให้อิตาลีรวมชาติได้สาเร็จทาให้เกิดลัทธิชาตินิยมในฝรั่งเศสเยอรมันและอิตาลีในเวลาใกล้เคียงกันก็
เกิดลัทธิชาตินิยมในคาบสมุทรบอลข่านที่ประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวสลาฟต้องการเป็นอิสระต่างก็พยายามที่สร้าง
ชาติของตนให้เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ หลังสงครามฝรั่งเศส -ปรัสเซียเกิดจากการแย่งชิงอานาจทางการเมืองระหว่าง
ฝรั่งเศสกับปรัสเซียปรัสเซียสามารถเอาชนะฝรั่งเศสได้ ฝรั่งเศสจึงต้องเสียแคว้นอัลซาซ -ลอเรนให้แก่เยอรมนีทาให้
รัฐเยอรมนีสามารถรวมตัวกันและสถาปนาเป็นจักรวรรดิเยอรมันเป็นมหาอานาจในยุโรปสาเหตุของสงคราม
การแข่งขันกันแสวงหาอาณานิคมมหาอานาจตะวันตกแสวงหาอาณานิคมในแอฟริกาและเอเชียเพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบ
โดยใช้กาลังทหารเข้ายึดครองดินแดนที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
จึงเป็นเหตุให้เกิดสงครามหลายครั้งเพื่อแย่งชิงดินแดนใน2ทวีปการขัดแย้งนาไปสู่การสะสมกาลังทหาร
กาลังอาวุธยุทโธปกรณ์และมีความหวาดระแวงต่อกันมากขึ้นประเทศจักรวรรดินิยมหรือมหาอานาจตะวันตกได้แก่
อังกฤษฝรั่งเศสสหรัฐอเมริกาเยอรมนีอิตาลี เบลเยียมสาเหตุของสงคราม
3.ความขัดแย้งระหว่างออสเตรีย -ฮังการีกับสหภาพโซเวียตออสเตรีย-
ฮังการีแข่งขันกันขยายอิทธิพลในดินแดนยุโรปตะวันออกและคาบสมุทรบอลข่านในคริสต์ศตวรรษที่ 15
คาบสมุทรบอลข่านได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมันแต่ต่อมาจักรวรรดิออตโตมันอ่อนแอลง
ทาให้สูญเสียดินแดนในครอบครองให้กับชาติอื่นเช่น สาเหตุของสงคราม
4.ตามสนธิสัญญาคาร์โลวิทซ์(Treatyof Karlowitz: ค . ศ . 1699) ออสเตรียได้ครอบครองฮังการี ทรานซิลเวเนีย
โครเอเชียและสลาโวเนียในคริสต์ศตวรรษที่18จักรวรรดิออตโตมันทาสนธิสัญญากูชุกไกนาร์จี(Treatyof Kuchuk
Kainarji :ค .ศ . 1774) ทาให้สหภาพโซเวียตได้ดินแดน
ชายฝั่งตอนเหนือของทะเลดาและสิทธิในการคุ้มครองคริสต์ศาสนิกชนนิกายกรีกออร์ธ
อดอกซ์ในดินแดนของจักรวรรดิออตโตมันนอกจากนี้สหภาพโซเวียตยังดาเนินนโยบายต่างประเทศที่เรียกว่า
อุดมการณ์รวมกลุ่มสลาฟและเข้าแทรกแซงทางการเมือง
ทาให้ชนชาติสลาฟในคาบสมุทรบอลข่านหวังให้สหภาพโซเวียตช่วยให้ ตนเองได้ตั้งรัฐอิสระและปกครองตนเอง
ภายหลังสนธิสัญญาบูคาเรสต์(Treatyof Bucharest: ค . ศ . 1812) สหภาพโซเวียตได้เป็นผู้ค้าประกันเซอร์เบีย
สาเหตุของสงคราม
5.ใน ค . ศ . 1875 พวกสลาฟในบอสเนียได้ก่อกบฏเพื่อแยกตนเป็นอิสระและหวัง
ผลประโยชน์ในการใช้คาบสมุทรบอลข่านเป็นทางออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจึงประกาศสงครามกับจักรวรรดิออตโตมัน
ค.ศ. 1877 สงครามยุติลงสหภาพโซเวียตเป็นฝ่ายชนะจึงสนับสนุนเซอร์เบียในการรวมชาวสลาฟเมื่อออสเตรีย -
ฮังการีใช้เหตุการณ์ที่พวกเติร์กก่อการปฏิวัติผนวกดินแดนที่มีชาวสลาฟ2แคว้น คือ
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเป็นของตนเพื่อป้องกันมิให้ขบวนการรวมกลุ่ม
สลาฟซึ่งมีเซอร์เบียเป็นผู้นาดาเนินการเคลื่อนไหวกับพวกสลาฟในบอสเนีย
เซอร์เบียและสหภาพโซเวียตจึงยุยงพวกสลาฟให้ก่อกบฏขึ้นสาเหตุของสงคราม
6.ความขัดแย้งระหว่างอังกฤษกับเยอรมนีอังกฤษไม่พอใจเยอรมนีที่เสริมสร้างความเข้มแข็งทางทหารเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
รวมทั้งการแข่งขันด้านการค้าทาให้อังกฤษเห็นว่าความเข้มแข็งของเยอรมนีเป็นภัยคุกคามอังกฤษสาเหตุของสงคราม
7. มหาอานาจในยุโรปแตกแยกออกเป็น2ฝ่ายเริ่มเมื่อเยอรมนี ออสเตรีย - ฮังการี ลงนามใน
สนธิสัญญาพันธไมตรีทวิภาคีเพราะออสเตรีย -ฮังการีไม่ไว้ใจสหภาพโซ
เวียตจากการแข่งกันขยายอานาจในคาบสมุทรบอลข่านส่วนเยอรมนีต้องการหา
พันธมิตรหากเกิดสงครามกับฝรั่งเศสหรือสหภาพโซเวียตโดยทั้งคู่สัญญาว่าจะช่วยเหลือกันและกัน
ถ้าถูกสหภาพโซเวียตโจมตีต่อมาสัญญาฉบับนี้ได้ขยายเป็นสนธิสัญญาพันธไมตรีไตรภาคี(Triple Alliances:ค . ศ .
1882) โดยรวมอิตาลีเข้ามาด้วยเพราะอิตาลีเกรงว่าจะถูกฝรั่งเศสโจมตีสาเหตุของสงคราม
8.ชนวนของสงครามโลกครั้งที่1วันที่ 28 มิถุนายนค . ศ . 1914 อาร์คดุ๊กฟรานซิสเฟอร์ดินานด์รัชทายาทของออสเตรีย
- ฮังการี พร้อมเจ้าหญิงโซฟี พระชายาขณะเสด็จประพาสเมืองซาราเยโวนครหลวงของบอสเนียได้ถูกนายกัฟริโล
ปรินซิป ชาวบอสเนียเชื้อสายเซิร์บลอบปลงพระชนม์เพื่อแก้แค้นที่จักรวรรดิออสเตรีย -ฮังการีเข้ายึดครองบอสเนีย-
เฮอร์เซโกวินาและขัดขวางการรวมตัวของชาวสลาฟกับเซอร์เบียออสเตรีย -ฮังการีจึง
ประกาศสงครามกับเซอร์เบียเมื่อวันที่28กรกฎาคมค . ศ . 1914 อาร์คดุ๊กฟรานซิสเฟอร์ดินานด์และเจ้าหญิงโซฟี
วิกฤตการณ์ซาราเยโวหรือวิกฤตการณ์เดือนกรกฎาคมชนวนของสงครามโลกครั้งที่1
9.ปลายสงครามเยอรมนีเริ่มพ่ายแพ้ในการรบทหารและประชาชนชาวเยอรมันได้ก่อการปฏิวัติคณะรัฐบาลถูกยุบ
กษัตริย์เยอรมันทรงสละราชสมบัติแล้วเสด็จไปประทับที่เนเธอร์แลนด์
จักรวรรดิเยอรมนีล่มสลายลงและเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนค.ศ 1918
ผู้นาคณะรัฐบาลชุดใหม่ขอสงบศึกกับฝ่ายสัมพันธมิตรและลงนามในสัญญาสงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 1จึงยุติลง(
เมื่อใน ค . ศ . 1918) พระเจ้าไกเซอร์วิลเลียมที่2
10.แนวรบด้านตะวันตกกองทัพเยอรมันบุกประเทศเบลเยียมตามแผนชลีฟเฟินเพื่อโจมตีฝรั่งเศส
โดยยึดเบลเยียมได้เกือบทั้งประเทศรวมถึงภาคเหนือของฝรั่งเศส
แต่ได้รับการต่อต้านจากฝ่ายมหาอานาจสัมพันธมิตรจนไม่สามารถรุกต่อไปยังกรุงปารีสได้ 11
ทหารเยอรมันในตู้รถไฟขนสินค้าขณะไปยังแนวหน้าในค.ศ.1914 ข้อความบนตู้เขียนว่า"ทริปไปปารีส"ในช่วงต้นของ
สงครามคาดกันว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะกินเวลาสั้นๆเท่านั้น สถานการณ์ของสงคราม
11.เกิดประเทศใหม่ อาหรับเดิมกลายเป็นประเทศตุรกี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี แตกออกเป็นประเทศเอกราชใหม่
ได้แก่ ออสเตรียฮังการี เชโกสโลวาเกียยูโกสลาเวียจักรวรรดิออตโตมันล่มสลาย
แผ่นดินเดิมของจักรวรรดินอกจากที่ราบสูงอนาโตเลียได้ถูกแบ่งให้กลายเป็นอาณานิคมของผู้ชนะสงคราม
สหภาพโซเวียตซึ่งได้ถอนตัวจากสงครามในปี 1917 ได้สูญเสียดินแดนของ
ตนเป็นจานวนมากทางชายแดนด้านตะวันตกกลายเป็นประเทศใหม่ได้แก่ เอสโตเนียฟินแลนด์ลัตเวียลิทัวเนียและ
โปแลนด์ ผลของสงครามโลกครั้งที่1
12. จัดทาโดยนายอดิเทพ นามย่วก ม.5.2 เลขที่8
นายธนัต หล้านามวงค์ ม.5.2 เลขที่ 17
นายจตุพล เลาดี ม. 5.2 เลขที่35
ครูที่ปรึกษาคุณครู เตือนใจไชยศิลป์

สงครามโลกครั้งที่ 1

  • 1.
    1.สงครามโลกครั้งที่1(WorldWarI ค.ศ.1914-1918) เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมค.ศ . 1914 และสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายนค.ศ . 1918 เป็นเวลา นานถึง4 ปี 3 เดือน เกิดจากความขัดแย้งของประเทศในทวีปยุโรปและลุกลามไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกมากกว่า 30 ประเทศ สร้างความเสียหายให้แก่ มนุษยชาติอย่างรุนแรงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามหาสงคราม(GreatWar) สงครามโลกครั้งที่1( WorldWar I ค.ศ.1914 - 1918) 2. ลัทธิชาตินิยม(Nationalism) ขณะเดียวกันก็ทาให้การปกครองในระบบจักรวรรดิฝรั่งเศสต้องสิ้นสุดลงและเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐ รวม ทั้งยังส่งผลให้อิตาลีรวมชาติได้สาเร็จทาให้เกิดลัทธิชาตินิยมในฝรั่งเศสเยอรมันและอิตาลีในเวลาใกล้เคียงกันก็ เกิดลัทธิชาตินิยมในคาบสมุทรบอลข่านที่ประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวสลาฟต้องการเป็นอิสระต่างก็พยายามที่สร้าง ชาติของตนให้เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ หลังสงครามฝรั่งเศส -ปรัสเซียเกิดจากการแย่งชิงอานาจทางการเมืองระหว่าง ฝรั่งเศสกับปรัสเซียปรัสเซียสามารถเอาชนะฝรั่งเศสได้ ฝรั่งเศสจึงต้องเสียแคว้นอัลซาซ -ลอเรนให้แก่เยอรมนีทาให้ รัฐเยอรมนีสามารถรวมตัวกันและสถาปนาเป็นจักรวรรดิเยอรมันเป็นมหาอานาจในยุโรปสาเหตุของสงคราม การแข่งขันกันแสวงหาอาณานิคมมหาอานาจตะวันตกแสวงหาอาณานิคมในแอฟริกาและเอเชียเพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบ โดยใช้กาลังทหารเข้ายึดครองดินแดนที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นเหตุให้เกิดสงครามหลายครั้งเพื่อแย่งชิงดินแดนใน2ทวีปการขัดแย้งนาไปสู่การสะสมกาลังทหาร กาลังอาวุธยุทโธปกรณ์และมีความหวาดระแวงต่อกันมากขึ้นประเทศจักรวรรดินิยมหรือมหาอานาจตะวันตกได้แก่ อังกฤษฝรั่งเศสสหรัฐอเมริกาเยอรมนีอิตาลี เบลเยียมสาเหตุของสงคราม 3.ความขัดแย้งระหว่างออสเตรีย -ฮังการีกับสหภาพโซเวียตออสเตรีย- ฮังการีแข่งขันกันขยายอิทธิพลในดินแดนยุโรปตะวันออกและคาบสมุทรบอลข่านในคริสต์ศตวรรษที่ 15 คาบสมุทรบอลข่านได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมันแต่ต่อมาจักรวรรดิออตโตมันอ่อนแอลง ทาให้สูญเสียดินแดนในครอบครองให้กับชาติอื่นเช่น สาเหตุของสงคราม 4.ตามสนธิสัญญาคาร์โลวิทซ์(Treatyof Karlowitz: ค . ศ . 1699) ออสเตรียได้ครอบครองฮังการี ทรานซิลเวเนีย โครเอเชียและสลาโวเนียในคริสต์ศตวรรษที่18จักรวรรดิออตโตมันทาสนธิสัญญากูชุกไกนาร์จี(Treatyof Kuchuk Kainarji :ค .ศ . 1774) ทาให้สหภาพโซเวียตได้ดินแดน ชายฝั่งตอนเหนือของทะเลดาและสิทธิในการคุ้มครองคริสต์ศาสนิกชนนิกายกรีกออร์ธ อดอกซ์ในดินแดนของจักรวรรดิออตโตมันนอกจากนี้สหภาพโซเวียตยังดาเนินนโยบายต่างประเทศที่เรียกว่า อุดมการณ์รวมกลุ่มสลาฟและเข้าแทรกแซงทางการเมือง ทาให้ชนชาติสลาฟในคาบสมุทรบอลข่านหวังให้สหภาพโซเวียตช่วยให้ ตนเองได้ตั้งรัฐอิสระและปกครองตนเอง
  • 2.
    ภายหลังสนธิสัญญาบูคาเรสต์(Treatyof Bucharest: ค. ศ . 1812) สหภาพโซเวียตได้เป็นผู้ค้าประกันเซอร์เบีย สาเหตุของสงคราม 5.ใน ค . ศ . 1875 พวกสลาฟในบอสเนียได้ก่อกบฏเพื่อแยกตนเป็นอิสระและหวัง ผลประโยชน์ในการใช้คาบสมุทรบอลข่านเป็นทางออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจึงประกาศสงครามกับจักรวรรดิออตโตมัน ค.ศ. 1877 สงครามยุติลงสหภาพโซเวียตเป็นฝ่ายชนะจึงสนับสนุนเซอร์เบียในการรวมชาวสลาฟเมื่อออสเตรีย - ฮังการีใช้เหตุการณ์ที่พวกเติร์กก่อการปฏิวัติผนวกดินแดนที่มีชาวสลาฟ2แคว้น คือ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเป็นของตนเพื่อป้องกันมิให้ขบวนการรวมกลุ่ม สลาฟซึ่งมีเซอร์เบียเป็นผู้นาดาเนินการเคลื่อนไหวกับพวกสลาฟในบอสเนีย เซอร์เบียและสหภาพโซเวียตจึงยุยงพวกสลาฟให้ก่อกบฏขึ้นสาเหตุของสงคราม 6.ความขัดแย้งระหว่างอังกฤษกับเยอรมนีอังกฤษไม่พอใจเยอรมนีที่เสริมสร้างความเข้มแข็งทางทหารเพิ่มขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งการแข่งขันด้านการค้าทาให้อังกฤษเห็นว่าความเข้มแข็งของเยอรมนีเป็นภัยคุกคามอังกฤษสาเหตุของสงคราม 7. มหาอานาจในยุโรปแตกแยกออกเป็น2ฝ่ายเริ่มเมื่อเยอรมนี ออสเตรีย - ฮังการี ลงนามใน สนธิสัญญาพันธไมตรีทวิภาคีเพราะออสเตรีย -ฮังการีไม่ไว้ใจสหภาพโซ เวียตจากการแข่งกันขยายอานาจในคาบสมุทรบอลข่านส่วนเยอรมนีต้องการหา พันธมิตรหากเกิดสงครามกับฝรั่งเศสหรือสหภาพโซเวียตโดยทั้งคู่สัญญาว่าจะช่วยเหลือกันและกัน ถ้าถูกสหภาพโซเวียตโจมตีต่อมาสัญญาฉบับนี้ได้ขยายเป็นสนธิสัญญาพันธไมตรีไตรภาคี(Triple Alliances:ค . ศ . 1882) โดยรวมอิตาลีเข้ามาด้วยเพราะอิตาลีเกรงว่าจะถูกฝรั่งเศสโจมตีสาเหตุของสงคราม 8.ชนวนของสงครามโลกครั้งที่1วันที่ 28 มิถุนายนค . ศ . 1914 อาร์คดุ๊กฟรานซิสเฟอร์ดินานด์รัชทายาทของออสเตรีย - ฮังการี พร้อมเจ้าหญิงโซฟี พระชายาขณะเสด็จประพาสเมืองซาราเยโวนครหลวงของบอสเนียได้ถูกนายกัฟริโล ปรินซิป ชาวบอสเนียเชื้อสายเซิร์บลอบปลงพระชนม์เพื่อแก้แค้นที่จักรวรรดิออสเตรีย -ฮังการีเข้ายึดครองบอสเนีย- เฮอร์เซโกวินาและขัดขวางการรวมตัวของชาวสลาฟกับเซอร์เบียออสเตรีย -ฮังการีจึง ประกาศสงครามกับเซอร์เบียเมื่อวันที่28กรกฎาคมค . ศ . 1914 อาร์คดุ๊กฟรานซิสเฟอร์ดินานด์และเจ้าหญิงโซฟี วิกฤตการณ์ซาราเยโวหรือวิกฤตการณ์เดือนกรกฎาคมชนวนของสงครามโลกครั้งที่1 9.ปลายสงครามเยอรมนีเริ่มพ่ายแพ้ในการรบทหารและประชาชนชาวเยอรมันได้ก่อการปฏิวัติคณะรัฐบาลถูกยุบ กษัตริย์เยอรมันทรงสละราชสมบัติแล้วเสด็จไปประทับที่เนเธอร์แลนด์ จักรวรรดิเยอรมนีล่มสลายลงและเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนค.ศ 1918 ผู้นาคณะรัฐบาลชุดใหม่ขอสงบศึกกับฝ่ายสัมพันธมิตรและลงนามในสัญญาสงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 1จึงยุติลง( เมื่อใน ค . ศ . 1918) พระเจ้าไกเซอร์วิลเลียมที่2
  • 3.
    10.แนวรบด้านตะวันตกกองทัพเยอรมันบุกประเทศเบลเยียมตามแผนชลีฟเฟินเพื่อโจมตีฝรั่งเศส โดยยึดเบลเยียมได้เกือบทั้งประเทศรวมถึงภาคเหนือของฝรั่งเศส แต่ได้รับการต่อต้านจากฝ่ายมหาอานาจสัมพันธมิตรจนไม่สามารถรุกต่อไปยังกรุงปารีสได้ 11 ทหารเยอรมันในตู้รถไฟขนสินค้าขณะไปยังแนวหน้าในค.ศ.1914 ข้อความบนตู้เขียนว่า"ทริปไปปารีส"ในช่วงต้นของ สงครามคาดกันว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะกินเวลาสั้นๆเท่านั้นสถานการณ์ของสงคราม 11.เกิดประเทศใหม่ อาหรับเดิมกลายเป็นประเทศตุรกี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี แตกออกเป็นประเทศเอกราชใหม่ ได้แก่ ออสเตรียฮังการี เชโกสโลวาเกียยูโกสลาเวียจักรวรรดิออตโตมันล่มสลาย แผ่นดินเดิมของจักรวรรดินอกจากที่ราบสูงอนาโตเลียได้ถูกแบ่งให้กลายเป็นอาณานิคมของผู้ชนะสงคราม สหภาพโซเวียตซึ่งได้ถอนตัวจากสงครามในปี 1917 ได้สูญเสียดินแดนของ ตนเป็นจานวนมากทางชายแดนด้านตะวันตกกลายเป็นประเทศใหม่ได้แก่ เอสโตเนียฟินแลนด์ลัตเวียลิทัวเนียและ โปแลนด์ ผลของสงครามโลกครั้งที่1 12. จัดทาโดยนายอดิเทพ นามย่วก ม.5.2 เลขที่8 นายธนัต หล้านามวงค์ ม.5.2 เลขที่ 17 นายจตุพล เลาดี ม. 5.2 เลขที่35 ครูที่ปรึกษาคุณครู เตือนใจไชยศิลป์