คํานํา

          ร า งพระราชบั ญ ญั ติ คุ ม ครองผู เ สี ย หายจากการรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข ที่ กํ า ลั ง เข า สู ก าร
พิจารณาของสภาฉบับนี้ เปนรางพระราชบัญญัติที่เปนประโยชนตอแพทยและบุคลากรทางการ
แพทย อีกทั้งประชาชนผูรับบริการทางแพทย กลาวคือ เมื่อผูรับบริการหรือประชาชนที่มาใชบริการ
ทางการแพทยไดรับความเสียหายตามกฎหมายยอมมีสิทธิไดรับการชดเชยกวางขวางกวากฎหมาย
ที่มีอยูในปจจุบันกลาวคือ มีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือในเบื้องตนเชนเดียวกับในปจจุบัน ที่ไดรับเงิน
ชวยเหลือในเบื้องตน ตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2545
โดยมีความแตกตางกันก็คือในเรื่องของการกําหนดเงินชดเชย ตามพระราชบัญญัติดังกลาว ไมได
กํ า หนดให มี เ งิ น ชดเชยสํ า หรั บ ผู รั บ บริ ก ารทางการแพทย หรื อ กล า วอี ก นั ย หนึ่ ง ผู เ สี ย หายทาง
การแพทยจะตองไปฟองรองแพทยที่ศาลเอาเอง แตตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไดกําหนด
วิธีการเพื่อสรางความสัมพันธอันดีระหวาง คนไขกับแพทยฯ กลาวคือ ผูเสียหายทางการแพทย
สามารถยื่นขอเรียกรอง คาชดเชยความเสียหาย ตอกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเปนหนวยงาน
ราชการผูรับผิดชอบ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะตองสงใหคณะอนุกรรมการพิจารณาแลว
เสร็จภายใน 30 วัน หรือขยายระยะเวลาอันสั้นเทานั้น ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกําหนดคาชดเชย
ไดพิจารณากําหนดคาชดเชย และผูรับบริการพอใจก็จะมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ
อันมีผลตามกฎหมาย ใหมูลกรณีพิพาทระหวางแพทยกับคนไขเปนที่ยุติในทางแพง สําหรับในดาน
คดีอาญานั้นแมศาลไดพิจารณาแลวเห็นวา แพทยหรือผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิด
ศาลอาจจะไมลงโทษเลยก็ได ซึ่งแตกตางจากปจจุบันที่หากศาลพิจารณาแลวเห็นวาแพทยหรือ
ผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิดคดีอาญา ศาลจะตองลงโทษเทานั้น


                                                      กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
-๒-

                                             (ราง)
           พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ....

      มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการ
สาธารณสุข พ.ศ. .... ”

       คําอธิบาย      :      เพื่อคุมครองผูที่ไดรับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข

            มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแต
วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป

               คําอธิบาย      :     กําหนดวันที่กฎหมายฉบับนีมีผลใชบังคับ คือเมื่อพนกําหนดหนึ่ง
                                                              ้
รอยแปดสิบวันนับแตวนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป เพือใหมีการเตรียมความพรอมในดานตางๆ
                    ั                                       ่


            มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
            “ผูเสียหาย” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับความเสียหายจากการรับบริการ
สาธารณสุขจากสถานพยาบาล


              คําอธิบาย      :     คําวา “ผูเสียหาย” หมายถึงบุคคลที่อยูในประเทศไทยทีมารับบริการ
                                                                                       ่
       กรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้
              (1) จากการรับบริการสาธารณสุข
              (2) จากสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน


           “สถานพยาบาล” หมายความวา สถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล
สถานพยาบาลของรัฐ และของสภากาชาดไทย ทังนี้ ใหรวมถึงสถานบริการสาธารณสุขตามที่
                                          ้
คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขประกาศกําหนด


            คําอธิบาย       :     กําหนดคํานิยามคําวา “สถานพยาบาล” เพื่อใหครอบคลุม
สถานพยาบาลทุกแหง ไมวาจะเปนสถานพยาบาลของรัฐทุกสังกัด และสถานพยาบาลเอกชน
                      




                                                                      ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๓-


                     “บริการสาธารณสุข” หมายความวา บริการดานการแพทยและสาธารณสุขซึ่งไดแก
การประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภตาม
กฎหมายวาดวยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ การประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมาย
ว า ด ว ยวิ ช าชี พ ทั น ตกรรม การประกอบวิ ช าชี พ กายภาพบํ า บั ด ตามกฎหมายว า ด ว ยวิ ช าชี พ
กายภาพบําบัด การประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทยตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเทคนิคการแพทย
การประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเภสัชกรรม หรือการประกอบวิชาชีพ
ทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่
เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

              คําอธิบาย      :          กําหนดความหมายใหมีความครอบคลุมทุกองคกรวิชาชีพทางดาน
การสาธารณสุข และเปดชองไปถึงการประกอบวิชาชีพทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศ
กําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง


               “กองทุน” หมายความวา กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการ
สาธารณสุข
            “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธทดี  ี่
ในระบบบริการสาธารณสุข
            “สํานักงาน” หมายความวา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
            “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


              มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
              กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวให
ใชบังคับได




                                                                      ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๔-
                                               หมวด ๑
                           การคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
                                             …………..

      มาตรา ๕ ผูเสียหายมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยจากกองทุนตาม
พระราชบัญญัตินี้ โดยไมตองพิสูจนความรับผิด

         อธิบาย :        เปนการกําหนดสิทธิของผูเสียหายที่จะไดรับความคุมครองในการรับเงินชวยเหลือ
เบื้องตนและเงินชดเชยตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยไมตองพิสูจนหาผูกระทําผิด (No-fault compensation)
และไมอยูภายใตเงื่อนไขตามมาตรา 6
         หมายเหตุ เงิ น ช ว ยเหลื อ ในส ว นนี้ เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ ป จ จุ บั น เป น การกํ า หนดเงิ น ช ว ยเหลื อ
เชนเดียวกับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ มาตรา 41 โดยมีความแตกตางตาม มาตรา 6 มาตรา
33 ซึ่งเปนการกําหนดคาชดเชย และการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อเปนการยุติคดีที่ตองฟองรอง
ในทางแพง ซึ่งในปจจุบันนี้ไมมีการกําหนดคาชดเชยดังกลาว หากผูเสียหายตองการคาชดเชยความเสียหาย
จะตองไปฟองรองคดีแพงที่ศาล



         มาตรา ๖ บทบัญญัติในมาตรา ๕ มิใหใชบังคับในกรณีดังตอไปนี้

       คําอธิบาย       :      เปนการกําหนดขอยกเวนกรณีที่ผูเสียหายไมมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตน
และเงินชดเชย เพื่อเปนการกําหนดขอบเขตวาความเสียหายอันใดที่ไมควรไดรับการชวยเหลือเยียวยาตาม
พระราชบัญญัตินี้ โดยแบงเปนกรณีดังตอไปนี้


     (๑) ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติธรรมดาของโรคนั้น แมมีการใหบริการสาธารณสุขตาม
มาตรฐานวิชาชีพ

        คําอธิบาย         :    เปนความเสียหายทีดําเนินไปตามปกติของโรค ตัวอยาง เชน ผูปวยมะเร็งระยะ
สุดทาย ซึ่งเสียชีวิตในสถานพยาบาล




                                                                                       ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๕-
       มาตรา ๖ (๒) ความเสียหายซึ่งหลีกเลี่ยงมิไดจากการใหบริการสาธารณสุขตามมาตรฐาน
สภาวิชาชีพ
         อธิบาย :        เปนกรณีความเสียหายที่หลีกเลี่ยงไมไดจากการใหบริการสาธารณสุขถึงแมวาผูปวยจะ
ไดรับการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพแลวก็ตาม ตัวอยางเชน กรณีการผาตัดเนื้องอกสมองที่เนื้องอกอยูใกล
เสนประสาทหรือเสนเลือดที่สําคัญ ซึ่งก็ยอมมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบกระเทือนตอระบบประสาทหรืออาจทํา
ใหเสียชีวิตไดจากการผาตัด หรือแมไมเสียชีวิตแตผูปวยอาจพิการชั่วคราวหรือตลอดชีวิตได



     มาตรา ๖ (๓) ความเสี ย หายที่ เ มื่ อ สิ้ น สุ ด กระบวนการให บ ริ ก ารสาธารณสุ ข แล ว ไม มี
ผลกระทบตอการดํารงชีวิตตามปกติ

       คําอธิบาย        : เปนกรณีความเสียหายเล็กนอย เชน ผื่นแพยา ไมกี่วันห0าย และไมมีผลกระทบ
ตอการดํารงชีวิต



        ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกําหนดรายละเอียดเพิ่มเติมภายใตหลักเกณฑดังกลาว
ขางตนได

           คําอธิบาย       :       เปนการเปดชองไวเพื่อใหมีการปรับปรุงไดตามความเหมาะสมในอนาคต ทั้งนี้
เพื่อใหกฎหมายนี้มีความยืดหยุน เหมาะสมกับสถานการณและวิธีการรักษาที่พัฒนาตอไปเรื่อย ๆ ในอนาคต
ทั้งนี้ตองอยูภายใตหลักเกณฑทั้ง 3 ขอดังกลาว



                                           หมวด ๒
              คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข
                                  ................................

      มาตรา ๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่
ดีในระบบบริการสาธารณสุข” ประกอบดวย
            (๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธานกรรมการ


                                                                          ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๖-
               (๒) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย อธิบดีกรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ เลขาธิการคณะกรรมการ
คุมครองผูบริโภค และผูอํานวยการสํานักงบประมาณ
               (๓) ผูแทนสถานพยาบาล จํานวนสามคน
               (๔) ผูแทนองคกรพัฒนาเอกชนที่ทํางานดานคุมครองสิทธิผบริโภคดานบริการ
                                                                         ู
สุขภาพ จํานวนสามคน
               (๕) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหาคนซึ่งรัฐมนตรีแตงตังจากผูท่มีความเชี่ยวชาญดาน
                                                             ้        ี
เศรษฐศาสตร สังคมศาสตร สื่อสารมวลชน สิทธิมนุษยชน และการเจรจาไกลเกลี่ยสาธารณสุข ดาน
ละหนึ่งคน
               การคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ(๕) ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด
               ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ และใหอธิบดี
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพแตงตั้งเจาหนาที่ของสํานักงานจํานวนไมเกินสองคนเปน
ผูชวยเลขานุการ

                      คําอธิบาย       :      กําหนดองคประกอบของคณะกรรมการเสริมสรางความสัมพันธที่ดี
ในระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทในการกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อ
คุ ม ครองผู เ สี ย หายจากรรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข พั ฒ นาระบบความปลอดภั ย การสนั บ สนุ น การสร า งเสริ ม
ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข กําหนดระเบียบหลักเกณฑเกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน และ
หลักเกณฑตางๆ ที่เกี่ยวของตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ องคประกอบของคณะกรรมการจึงประกอบดวยตัวแทน
หนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของซึ่งเปนกรรมการโดยตําแหนง และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของโดยมีสัดสวนที่เทากัน
ระหวางผูรับบริการ(จํานวน ๓ คน) และผูใหบริการ (จํานวน ๓ คน) และผูทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเปนกลางและ
เปนผูที่มีความรูความเชี่ยวชาญในดานตางๆ โดยมีรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธาน และมี
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการชุดนี้มีจํานวนรวมทั้งหมดไมเกิน
๑๙ คน


              มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) มีวาระการดํารง
ตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกหรือแตงตั้งใหมอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินกวาสอง
วาระติดตอกันไมได  
              เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการคัดเลือกหรือแตงตั้ง
กรรมการขึ้นใหม ใหกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนั้นอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบติหนาที่
                                                                                 ั

                                                                           ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๗-
ตอไปจนกวากรรมการซึ่งไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งเขารับหนาที่ แตตองไมเกินเกาสิบวัน
นับแตวันที่กรรมการพนจากตําแหนงตามวาระนั้น
                ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหดําเนินการ
คัดเลือกหรือแตงตังกรรมการประเภทเดียวกันแทนภายในสามสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงกรรมการ
                    ้
นั้นวางลงและใหผูไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเทากับวาระ
ที่เหลืออยูของกรรมการซึ่งตนแทน
                ในกรณีที่วาระของกรรมการที่พนจากตําแหนงกอนครบวาระเหลืออยูไมถงเกาสิบวัน
                                                                                       ึ
จะไมดําเนินการคัดเลือกหรือแตงตั้งกรรมการแทนตําแหนงที่วางนั้นก็ได และในการนี้ให
คณะกรรมการประกอบดวยกรรมการเทาที่เหลืออยู
       คําอธิบาย     :       เปนการกําหนดวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการ

               มาตรา ๙ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง
กรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) พนจากตําแหนงเมื่อ
               (๑) ตาย
               (๒) ลาออก
               (๓) เปนบุคคลลมละลาย
               (๔) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ
               (๕) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตโทษสําหรับความผิด
ที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
               (๖) รัฐมนตรีใหออกเพราะบกพรองหรือไมสุจริตตอหนาที่ หรือหยอน
ความสามารถ

       คําอธิบาย     :       กําหนดการพนจากตําแหนงของกรรมการผูทรงคุณวุฒิ



             มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้
             (๑) กําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบ
ความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย และการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการสรางเสริม
ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข
             (๒) กําหนดระเบียบการจายเงินสมทบกองทุนตามมาตรา ๒๑
             (๓) กําหนดระเบียบการรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน
ตามมาตรา ๒๓ รวมทั้งระเบียบเกี่ยวกับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และคาปวยการตามมาตรา ๑๘
วรรคสอง
                                                                   ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๘-
               (๔) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕
ระเบียบการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๙ และระเบียบการจายเงินชดเชยตาม
มาตรา ๓๒
               (๕) กําหนดหลักเกณฑและวิธีการอุทธรณและวิธีพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ
ตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑
               (๖) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการทําสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓
และการดําเนินการไกลเกลี่ย สัญญาประนีประนอมยอมความ และคาตอบแทนของผูไกลเกลี่ยตาม
                                                                              
มาตรา ๓๙
               (๗) จัดประชุมรับฟงความเห็นของสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุข
เพื่อรับทราบปญหาขอเสนอแนะในการสงเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกัน
ความเสียหาย รวมทั้งการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข
                                                                  ี่
               (๘) กําหนดนโยบายการบริหารงาน และใหความเห็นชอบแผนการดําเนินงานของ
สํานักงาน
               (๙) จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ยตามมาตรา ๓๙ โดยคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู
ความเขาใจ หรือมีประสบการณเหมาะสมกับการทําหนาที่ไกลเกลี่ยขอพิพาทสาธารณสุข
               (๑๐) กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการ
สรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขและพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจาย
ในการสนับสนุนกิจกรรมตามมาตรา ๔๓
               (๑๑) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอืนกําหนดใหเปน
                                                                        ่
อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
               ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจมอบหมายหรือมอบอํานาจ
ใหสํานักงานเปนผูดําเนินการแทนได

         คําอธิบาย      :       กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการโดยคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ใน
การกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย
และการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ตลอดจนกําหนด
ระเบียบเกี่ยวกับการรับ การบริหารจัดการเงินกองทุน การยื่นคําขอรับเงินคาเสียหาย กําหนดหลักเกณฑและ
วิธีการอุทธรณ การทําสัญญาประนีประนอมยอมความและการไกลเกลี่ย จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ย กําหนด
นโยบายในการบริหารงาน และกําหนดหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยตลอดจน
พิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจายในการสนับสนุนกิจกรรมดานการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกัน
ความเสียหายของสถานพยาบาล



                                                                      ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๙-


                มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการ ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวา      
กึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุม
                ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานกรรมการไมมาประชุม
หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุม
                การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่ง
ในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปน
เสียงชี้ขาด
                ในการประชุม ถามีการพิจารณาเรื่องที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูใดมีสวน
ไดเสีย ประธานกรรมการหรือกรรมการผูนั้นมีหนาที่แจงใหคณะกรรมการทราบและมีสิทธิเขาชี้แจง
ขอเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นแตไมมีสิทธิเขารวมประชุมและลงคะแนนเสียง
                วิธีการประชุมและการมีสวนไดเสียซึ่งประธานกรรมการหรือกรรมการมีหนาที่ตอง
แจง ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด
              คําอธิบาย     :      กําหนดเรื่องการประชุม



                มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อใหปฏิบัติหนาที่
ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ดังนี้
                (๑) คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗
ประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและสาธารณสุข และดานการคุมครอง
ผูบริโภค ดานละหนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน
                (๒) คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยตามมาตรา ๓๐ ประกอบดวย
ผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานสังคมสงเคราะห ดานการแพทยและสาธารณสุข ดานการฟนฟู
สมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละหนึ่งคน
                (๓) คณะอนุกรรมการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
                หลักเกณฑและวิธีการการไดมา วาระการดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนง และ
เขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ใหเปนไปตามที่
คณะกรรมการกําหนด
                ประธานคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามที่คณะอนุกรรมการแตละ
คณะเลือกกันเอง


                                                                  ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๐-


               ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดที่อธิบดี
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพมอบหมายแตงตั้งเจาหนาที่ในสํานักงานหรือเจาหนาที่ในสํานักงาน
สาธารณสุขจังหวัด แลวแตกรณี เปนฝายเลขานุการ
              ในการแตงตั้งคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจแตงตั้งมากกวา
หนึ่งคณะก็ได
              ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของ
คณะอนุกรรมการและอนุกรรมการโดยอนุโลม

                  คําอธิบาย  :     กําหนดใหคณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการ โดย
องคประกอบของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๑๒ (๑) มีสัดสวนของผูที่
เกี่ยวของ และผูแทนสถานพยาบาล และผูแทนผูรับบริการที่เทาๆกัน และองคประกอบของคณะอนุกรรมการ
ประเมินเงินชดเชย ตามมาตรา ๑๒ (๒) ประกอบดวยผูที่มีความรูที่เกี่ยวกับการพิจารณาประเมินเงินชดเชย


               มาตรา ๑๓ ใหมีคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณซงรัฐมนตรีแตงตั้ง ประกอบดวย
                                                            ึ่
ประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นซึ่งเปนผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและ
สาธารณสุข ดานสังคมสงเคราะห ดานการฟนฟูสมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละ
หนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน
               การแตงตั้งฝายเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ใหนํามาตรา ๑๒ วรรคสี่
มาใชบังคับโดยอนุโลม
               หลักเกณฑและวิธีการการไดมาและเขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะกรรมการวินิจฉัย
อุทธรณ ใหเปนไปตามทีรัฐมนตรีประกาศกําหนด
                        ่
               ในการแตงตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ รัฐมนตรีอาจแตงตั้งมากกวาหนึ่งคณะ
ก็ได
               ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของ
คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและกรรมการวินิจฉัยอุทธรณโดยอนุโลม

               คําอธิบาย       :       กํ า ห น ด อ ง ค ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร วิ นิ จ ฉั ย อุ ท ธ ร ณ
ซึ่งประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานตางๆ และผูแทนสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุขในสัดสวนที่เทากัน



                                                                                    ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๑-
            มาตรา ๑๔ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีอํานาจหนาที่พิจารณาและวินิจฉัย
อุทธรณตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑

               คําอธิบาย       :      กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ โดยมีอํานาจ
หนาที่พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินจฉัยไมรับคํา
                                                                                         ิ
ขอของผูเสียหาย และกรณีทผูเสียหายไมพอใจจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยกําหนด
                           ี่



                มาตรา ๑๕ ใหกรรมการวินิจฉัยอุทธรณอยูในตําแหนงคราวละสามป
                กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกไดแตจะแตงตั้งติดตอกันเกิน
สองวาระไมได
                ใหนํามาตรา ๙ มาใชบังคับกับคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณดวยโดยอนุโลม

                คําอธิบาย      :       กําหนดวาระในการดํารงตําแหนงของกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ



                  มาตรา ๑๖ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ
กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรืออนุกรรมการ ไดรับเบี้ยประชุม คาพาหนะ
คาเบี้ยเลี้ยง คาเชาที่พัก และประโยชนตอบแทนอื่นในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

             คําอธิบาย   :             กําหนดเรื่องเบี้ยประชุมของคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัย
อุทธรณ และคณะอนุกรรมการ

            มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหประธานกรรมการ
กรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรือ
อนุกรรมการ เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

                มาตรา ๑๘ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือ
คณะอนุกรรมการ มีอํานาจสั่งใหสถานพยาบาล ผูเสียหายหรือทายาท บุคคล หนวยงาน หรือ
องคกรที่เกี่ยวของ ทําหนังสือชี้แจงขอเท็จจริง หรือมาใหถอยคําดวยตนเอง หรือสงขอมูลหรือ
เอกสารหลักฐานตามกําหนดเวลาที่เห็นสมควร
                                                                        ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๒-
               ใหบุคคลที่มาใหถอยคําดวยตนเองตามวรรคหนึ่งไดรับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และ
คาปวยการ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

               คําอธิบาย    :     กําหนดคําสั่งใหผูเกี่ยวของมาชี้แจงขอมูล เพื่อใหคณะกรรมการ
คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ สามารถไดขอเท็จจริงจากแหลงตางๆ อันเปนประโยชน
ตอการดําเนินการได

               มาตรา ๑๙ ใหกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนสํานักงานเลขานุการของ
คณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและคณะอนุกรรมการ และมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้
               (๑) รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณตามพระราชบัญญัตินี้
               (๒) ประสานงานกับสถานพยาบาลเพื่อใหสงเวชระเบียนของผูเสียหายหรือขอมูล
เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวของ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณหรือ
คณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๘
               (๓) ประสานงานกับหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลใด ๆ เพื่อขอทราบ
ขอเท็จจริงหรือความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
               (๔) รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนเพื่อปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตินี้
               (๕) เก็บ รวบรวม วิเคราะหขอมูลการจายเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้และ
วิธีปองกันความเสียหายเพื่อเผยแพรตอสาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ
               (๖) สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและ
ปองกันความเสียหาย รวมทั้งการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข
                                                       ี่
               (๗) มอบใหหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลอื่นทํากิจการที่อยูภายในอํานาจ
หนาที่ของสํานักงานตามพระราชบัญญัตินี้
               (๘) จัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดําเนินงานของ
คณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ คณะอนุกรรมการ และสํานักงาน เพื่อเผยแพรตอ
สาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ
               (๙ ) ประชาสัมพันธและแจงผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อความเขาใจหลักการ
และเหตุผล ขั้นตอน วิธีการ และเงื่อนไขการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้
               (๑๐) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย




                                                                     ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๓-
                 คําอธิบาย :             กํ า หนดให ก รมสนั บ สนุ น บริ ก ารสุ ข ภาพทํ า หน า ที่ เ ป น สํ า นั ก งาน
เลขานุการ โดยมีอํานาจหนาที่รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณ ประสานงานกับหนวยงาน
หรือบุคคลใด ๆ เพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลหรือขอเท็จจริง ทําหนาที่รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุน
สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย จัดทํารายงาน
ประจําป ตลอดจนประชาสัมพันธและแจงใหผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อเขาใจในขั้นตอนและสิทธิตาม
พระราชบัญญัตินี้



                                           หมวด ๓
                    กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข



               มาตรา ๒๐ ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสํานักงาน เรียกวา “กองทุนสราง
เสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข” โดยมีวัตถุประสงค ดังตอไปนี้
                    ี่
               (๑) เพื่อจายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท
               (๒) เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาตามมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕
               (๓) เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบ
ความปลอดภัยและปองกันความเสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และ
               (๔) เปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและการสรางเสริม
ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข
               คณะกรรมการอาจจัดสรรเงินจากกองทุนที่ไดรับจากเงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ
และเงินที่รัฐบาลอุดหนุน เพื่อเปนคาใชจายตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ และเปนคาใชจายใน
การบริหารของสํานักงานในสวนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ ตามความจําเปนได
แตไมเกินรอยละสิบตอปของจํานวนเงินดังกลาว

                 คําอธิบาย      :       กําหนดวัตถุประสงคของกองทุน โดยใหกองทุนมีวัตถุประสงคเพื่อ
จายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคํา
พิพากษา เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความ
เสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และเปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและสรางเสริม
ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข



                                                                                    ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๔-
                 การกําหนดใหคณะกรรมการจัดสรรเงินจากกองทุนไมเกินรอยละสิบตอป ตามมาตรา ๒๐ วรรค
สอง เพื่อเปนคาใชจายของคณะกรรมการ/อนุกรรมการ หรือเปนคาพาหนะ คาเชาที่พักและคาปวยการของผูมา
                    
ใหขอมูลกับคณะกรรมการ/อนุกรรมการ


                 มาตรา ๒๑ สถานพยาบาลตองจายเงินสมทบเขากองทุนตามหลักเกณฑ วิธีการ
และอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงขนาดของสถานพยาบาล จํานวน
ผูรับบริการสาธารณสุข ความถี่หรือความรุนแรงของการเกิดความเสียหาย การประชาสัมพันธและ
การแจงใหผูรับบริการสาธารณสุขทราบเกี่ยวกับการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ การประสานงาน
เพื่อใหผูเสียหายหรือทายาทยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ การสนับสนุนการไกล
เกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข และการพัฒนาระบบความ
ปลอดภัยและปองกันความเสียหาย
                 หากสถานพยาบาลไมสงเงินสมทบเขากองทุนหรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนด หรือ
สงเงินไมครบตามจํานวนที่ตองสง ใหเสียเงินเพิ่มในอัตรารอยละสองตอเดือนของจํานวนเงินที่ไมสง
หรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนดหรือจํานวนเงินที่สงขาดไป แลวแตกรณี นับแตวันครบกําหนดสง
จนถึงวันที่สงเงินสมทบเขากองทุน
                 การคํานวณเงินเพิ่มตามวรรคสอง เศษของเดือนใหคํานวณเปนรายวัน
                 สถานพยาบาลใดไมจายเงินสมทบตามวรรคหนึ่งหรือไมเสียเงินเพิ่มตามวรรคสอง
ใหนําบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายวาดวยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
มาใชบังคับ และในกรณีที่ไมมีเจาหนาที่ดําเนินการบังคับ ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมี
อํานาจฟองคดีตอศาลปกครองเพื่อบังคับชําระเงินดังกลาว ในการนี้ถาศาลปกครองเห็นวาการให
ชําระเงินนั้นชอบดวยกฎหมาย ก็ใหศาลปกครองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาและบังคับคดีใหมีการ
ยึดหรืออายัดทรัพยสินเพื่อใหชําระเงินนั้นได

             คําอธิบาย         :       มาตรา ๒๑ วรรคสอง เปนมาตรการเชิงบังคับทางกฎหมาย เพื่อให
สถานพยาบาลต อ งจ า ยเงิ น สมทบเข า กองทุ น หากไม กํ า หนดไว จ ะทํ า ให ก ฎหมายไม มี ส ภาพใช บั ง คั บ ได
สถานพยาบาลก็จะไมจายเงินสมทบเขากองทุน ซึ่งเปนการทําใหกองทุนนี้ไมสามารถเกิดขึ้นได




                                                                               ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๕-


              มาตรา ๒๒ กองทุนประกอบดวย
              (๑) เงินที่โอนมาจากเงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ
แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ
              (๒) เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ
              (๓) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
              (๔) เงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง
              (๕) เงินหรือทรัพยสินทีมีผูบริจาคหรือมอบใหกองทุน
                                     ่
              (๖) ดอกผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน
              เงินและทรัพยสินตามวรรคหนึ่งไมตองสงคลังเปนรายไดแผนดิน
              ในการเสนอขอรับเงินอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง (๓) ใหรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของ
คณะกรรมการจัดทําคําขอตอคณะรัฐมนตรี

               คําอธิบาย        :     กํ า หนดที่ มาของเงิ นกองทุ น โดยประกอบไปด วยเงิ นที่ โอนมาจาก
เงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ
เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินเพิ่มตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคหรือมอบให รวมทั้งดอก
ผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน



              มาตรา ๒๓ ใหสํานักงานเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนและดําเนินการ
เบิกจายเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
              การรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ใหเปนไปตาม
ระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

               คําอธิบาย    :      เรื่องการบริหารจัดการกองทุนไดกําหนดใหสํานักงานเก็บรักษาเงิน
และทรั พยสินของกองทุนและดําเนินการเบิกจายเงินกองทุน ตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนดโดยความ
เห็นชอบของกระทรวงการคลัง




                                                                        ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๖-

                 มาตรา ๒๔ ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวย
วิธีการงบประมาณ ใหคณะกรรมการเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนในป
ที่ลวงมาซึ่งสํานักงานการตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแตงตั้งดวย
ความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินตรวจสอบและรับรองแลวตอคณะรัฐมนตรีเพื่อ
ทราบ
                 งบการเงินและรายงานการรับจายเงินดังกลาว ใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรี
เพื่อนําเสนอตอสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

              คําอธิบาย       :      กําหนดเรื่องการควบคุมตรวจสอบการดําเนินการของกองทุน โดย
คณะกรรมการจะตองเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนซึ่งผานความเห็นชอบของสํานักงาน
การตรวจเงินแผนดินตอคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวย
วิธีการงบประมาณ โดยงบการเงินและรายงานดังกลาวใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรีเพื่อนําเสนอตอสภา
ผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา



                                         หมวด ๔
                     การพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชย



                 มาตรา ๒๕ ผูเสียหายอาจยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้
ตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด ภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความ
เสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแต
วันที่รูถึงความเสียหาย
                 ในกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิต เปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวย
ตนเองได บิดามารดา คูสมรส ทายาท หรือผูอนุบาล หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งไดรบมอบหมายั
เปนหนังสือจากผูเสียหาย แลวแตกรณี อาจยื่นคําขอตามวรรคหนึ่งได
                 การยื่นคําขอตามมาตรานีจะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ทังนี้ ตามวิธีการ
                                          ้                                      ้
รูปแบบ และรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ



                                                                    ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๗-
                คําอธิบาย        :        กําหนดระยะเวลา ขั้นตอนและวิธีการในการยื่นคําขอ ดังนี้
                                 ๑) ผูมีสิทธิยื่นคําขอ ไดกําหนดใหผูเสียหาย หรือกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิต
เปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวยตนเองได ก็ใหบิดามารดา คูสมรส ทายาทหรือผูอนุบาล หรือ
บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ไดรับมอบหมายเปนหนังสือจากผูเสียหาย อาจยื่นคําขอได
                                 ๒) วิธีการยื่นคําขอ จะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ตามระเบียบที่
คณะกรรมการกําหนด โดยยื่นตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด
                                 ๓) ระยะเวลาในการยื่นคําขอ อาจยื่นคําขอภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความ
เสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความ
เสียหาย
                เจตนา เพื่อใหระยะเวลาเทียบเทากับอายุความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค เพื่อ
ตองการใหผูปวยมาใชชองทางในพระราชบัญญัตินี้แทนที่ จะไปยื่นฟองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี
ผูบริโภค



               มาตรา ๒๖ เมื่อมีการยื่นคําขอตามมาตรา ๒๕ ภายในอายุความทางแพงในมูล
ละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนบในระหวาง
                                                                              ั
นั้นจนกวาการพิจารณาคําขอเงินชดเชยนั้นจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอตามมาตรา
๓๔ วรรคหนึ่ง

                คําอธิบาย     :         กําหนดเรื่องผลของการยื่นคําขอ หากมีการยื่นคําขอภายในอายุความ
ทางแพงในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนับในระหวาง
นั้นจนกวาการพิจารณาคําขอจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอ ทั้งนี้ เพื่อไมใหผูยื่นคํารองมีความกังวล
วาจะหมดอายุความ



                มาตรา ๒๗ ใหสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด แลวแตกรณี
สงคําขอตามมาตรา ๒๕ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนภายในเจ็ดวันนับแต
วันที่ไดรับคําขอ และใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จ
ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเห็น
วาเปนผูเสียหายตามมาตรา ๕ และไมอยูในบังคับตามมาตรา ๖ ใหวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือ
เบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท
                ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตน
ออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยาย

                                                                              ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๘-
ระยะเวลาทุกครั้งไวดวย หากการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาว ใหถือ
วาคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตน
และใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท
               คําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนที่วินิจฉัยจายเงิน
ชวยเหลือเบื้องตนใหเปนที่สุด

                   คําอธิบาย     :       เปนเรื่องการพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน โดยกําหนดให
คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเปนผูพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน หากมีการพิสูจน
ไดวาเปนผูเสียหายตามรางมาตรา ๕ และไมเขาขอยกเวนตามรางมาตรา ๖ ก็จะมีการพิจารณาจายเงินกอนแรก
ซึ่งอาจจะเปนจํานวนที่ไมมากนักโดยมุงเนนใหผูเสียหายไดรับการเยียวยาความเสียหายในเบื้องตนโดยเร็ว
ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ และในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาไปไดไมเกิน
สองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน ถาการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาวใหถือวา
คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและใหจายเงินชวยเหลือ
เบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ซึ่งกระบวนการพิจารณาดังกลาวจะเปนการทําใหผูเสียหายเกิดความมั่นใจ
วาจะไดรับการพิจารณาในกรอบเวลาที่เหมาะสม ไมยืดเยื้อจนทําใหรูสึกวามีการดึงหรือชะลอเรื่องไว


                มาตรา ๒๘ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัย
ไมรับคําขอ ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและแจงใหผูยื่นคําขอทราบโดยเร็ว ในการนี้
ผูยื่นคําขออาจเสนอขอมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัย
อุทธรณก็ได
                ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่
ไดรับเรื่องอุทธรณ ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอกไมเกินสามสิบวัน
                                                                        ี
                เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณวินิจฉัยรับคําขอ ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ
พิจารณากําหนดจํานวนเงินชวยเหลือเบื้องตนดวย
                คําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนที่สุด

                  คําอธิบาย        :        เปนเรื่องการอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงิน
ชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย โดยกําหนดใหในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาให
เงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณา
ในทันที ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตองพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จให
ขยายระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวันใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาในทันที ซึ่ง
คณะกรรมการวิ นิ จฉั ยอุ ทธรณ ต องพิ จารณาให แล วเสร็จภายในสามสิ บวั น ถ ายั งพิ จารณาไมแล วเสร็จ ใหข ยาย
ระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวัน
                                                                               ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๑๙-
                การกําหนดใหคณะอนุกรรมการพิจารณาชวยเหลือเบื้องตน/สงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัย
อุทธรณเลย เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกตอผูเสียหาย รวมทั้ งใหมีการสอบสวนในการพิจารณาในชั้น
อุทธรณอีกครั้ง

               มาตรา ๒๙ การพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนของคณะอนุกรรมการพิจารณา
ใหเงินชวยเหลือเบื้องตนและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ
เงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ

                 มาตรา ๓๐ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือ
คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ แลวแตกรณี สงคําขอใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยภายใน
เจ็ดวันนับแตวันที่มีคําวินิจฉัยหรือถือวามีคําวินิจฉัยใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗
หรือนับแตวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีคาวินิจฉัยใหรับคําขอ
                                                    ํ
ตามมาตรา ๒๘
                 ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาจายเงินชดเชยโดยคํานึงถึงหลักการ
เกี่ยวกับการชดใชคาสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
                 ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จภายในหกสิบวันนับ
แตวันที่ไดรับเรื่องจากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือคณะกรรมการวินิจฉัย
อุทธรณ แลวแตกรณี ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกิน
สิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไวดวย

                 คําอธิบาย     :        มาตรานี้เปนการกําหนดเรื่องการพิจารณาจายเงินชดเชย ซึ่งมีการ
กําหนดกรอบเวลาแลวเสร็จ เพื่อใหเกิดความมั่นใจ รวมทั้งกําหนดใหพิจารณาจายโดยคํานึงถึงหลักการเกี่ยวกับ
การชดใชคาสินไหมทดแทน เพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย เพื่อใหการพิจารณาจายเงิน
ชดเชยมีความเหมาะสมและไดสัดสวนกับความเสียหายที่ไดรับจริง โดยใชหลักการเดียวกับศาล ทั้งนี้เพื่อเปนการ
ดึงใหผูเสียหายมาใชชองกฎหมายนี้แทนที่จะไปฟองรองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย

                มาตรา ๓๑ หากผูยื่นคําขอไมเห็นดวยกับจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการ
ประเมินเงินชดเชยไดวินิจฉัย ผูยื่นคําขอมีสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในสามสิบ
วันนับแตวันที่ไดรับแจงคําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชย โดยยื่นอุทธรณตอ
สํานักงาน และใหสํานักงานสงคําอุทธรณใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในเจ็ดวันนับแตวันที่
ไดรับคําอุทธรณ


                                                                        ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๐-
               ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่
ไดรับคําอุทธรณ ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอกไมเกินสามสิบวัน คํา
                                                                  ี
วินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนที่สุด

               คําอธิบาย     :       เปนเรื่องการอุทธรณในกรณีที่ผูเสียหายไมพอใจในจํานวนเงินชดเชย
ที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยกําหนด โดยกําหนดใหสามารถอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ
ภายในสามสิบวัน โดยยื่นอุทธรณตอสํานักงาน และใหสํานักงานสงคําอุทธรณใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ
ภายในเจ็ดวัน ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน ถาพิจารณาไมแลวเสร็จ
ใหขยายระยะเวลาออกไปไดไมเกินสามสิบวัน


             มาตรา ๓๒ การพิจารณาและการจายเงินชดเชยตามคําวินิจฉัยของ
คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหแกผูเสียหายหรือทายาท
ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ

               คําอธิบาย       :      ใหมีความคลองตัวและมีความยึดหยุนไปตามกาลสมัย


              มาตรา ๓๓ เมื่อผูเสียหายหรือทายาทตกลงยินยอมรับเงินชดเชย ใหผูใหบริการ
สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายและผูเสียหายจัดทําสัญญาประนีประนอม
ยอมความ ทังนี้ ตามวิธีการ รูปแบบ และรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ
          ้


                คําอธิบาย        :        กําหนดใหเมื่อผูเสียหายยินยอมรับเงินชดเชย ใหผูใหบริการ
สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายและผูเสียหายทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อเปนการ
ยุติการฟองคดีทางแพง เนื่องจากผลของสัญญายอมทําใหขอเรียกรองในทางแพงเดิมระงับไป ตามประมวล
กฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๘๕๐ ประนีประนอมยอมความ คือสัญญาซึ่งผูเปนคูสัญญาทั้งสองฝายระงับ
ขอพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยูหรือจะมีขึ้นนั้นใหเสร็จไปดวยตางยอมผอนผันใหแกกัน มาตรา ๘๕๑ สัญญา
ประนีประนอมยอมความ ถามิไดมีหลักฐานเปนหนังสืออยางใดอยางหนึ่งลงลายมือชื่อฝายที่ตองรับผิด หรือ
ลายมือชื่อตัวแทนของฝายนั้นเปนสําคัญ จะฟองรองใหบังคับคดีหาไดไม และมาตรา ๘๕๒ ผลของสัญญา
ประนีประนอมยอมความ ยอมทําใหการเรียกรองซึ่งแตละฝายไดยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทําใหแตละฝาย
ไดสิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นวาเปนของตน


                                                                      ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๑-
             หากไมมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ผูเสียหายจะไดเฉพาะเงินชวยเหลือเบื้องตน ตามมาตรา ๔๑
แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ แตกรณีพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อผูเสียหาย
พอใจหรือยินยอมรับเงินชดเชยกฎหมายไดกําหนดใหมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อยุติการฟอง
คดีทางแพงตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย



                มาตรา ๓๔ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยหรือคณะกรรมการ
วินิจฉัยอุทธรณไดกําหนดจํานวนเงินชดเชยแลว หากผูเสียหายหรือทายาทไมตกลงยินยอมรับ
เงินชดเชยและไดฟองผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายเปนคดี
                    
ตอศาล ใหสํานักงานยุติการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ และผูเสียหายหรือทายาทไมมีสิทธิ
ที่จะยื่นคําขอตามพระราชบัญญัตินี้อก ี
                หากศาลไดมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่
เกี่ยวของกับความเสียหายชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงิน
ชดเชยพิจารณาวาจะจายเงินจากกองทุนเพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใด
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
                หากศาลไดมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดยกฟองโดยไมไดวินิจฉัยวาผูใหบริการ
สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายไมตองรับผิด คณะกรรมการอาจพิจารณาจาย
คาเสียหายใหแกผูเสียหายหรือไมก็ได ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด

         คําอธิบาย         :      เปนกรณีที่ผูเสียหายหรือทายาทไมตกลงยินยอมรับเงินชดเชยและฟองคดีตอ
ศาล กฎหมายฉบั บ นี้ ไ ด กํ า หนดให มี ผ ลคื อ ๑)ให สํ า นั กงานยุ ติ การดํ าเนิ นการตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ๒)
ผูเสียหายหรือทายาทไมมีสิทธิยื่นคําขอตามพระราชบัญญัตินี้อีก ๓) หากศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดใหผูใหบริการ
สาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาวาจะจายเงินจาก
กองทุนเพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใดโดยเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
ซึ่งมาตรานี้จะทําใหผูเสียหายตองพิจารณาวา จะเลือกเขาสูกระบวนการใดระหวางกระบวนการเยียวยาตาม
กฎหมายนี้ กับกระบวนการทางศาล
         กรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย กฎหมาย
ฉบับนี้เปดชองใหเปนอํานาจของคณะอนุกรรมการ ที่จะพิจารณาวาจะจายเงินจากกองทุนเพื่อชําระคาสินไหม
ทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด โดยคณะกรรมการอาจจะออก
ระเบียบกําหนดหลักเกณฑวากรณีใดที่กองทุนควรจะจายคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาแทนผูใหบริการ
สาธารณสุขหรือไม จํานวนเทาใด
         แตถาเปนกรณีที่ศาลยกฟองโดยไมไดวินิจฉัยวาผูใหบริการสาธารณสุขไมตองรับผิด ซึ่งอาจเปนการยก
ฟ องเพราะเหตุ ขาดอายุ ความ ฟ องเคลื อ บคลุ ม ซึ่ งเป นความผิ ด พลาด เชิ งระบบ กฎหมายได เป ด ช อ งให
คณะกรรมการอาจพิจารณาจายคาเสียหายใหแกผูเสียหายหรือไมก็ได ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
                                                                               ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๒-


               มาตรา ๓๕ ในกรณีที่ผูเสียหายหรือทายาทไดนําเหตุแหงความเสียหายฟองคดีตอ
ศาลเพื่อเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความ
เสียหาย โดยไดขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ดวย ทังนี้ ไมวาจะขอรับเงินคาเสียหายกอน
                                                           ้
หรือหลังฟองคดี ใหดําเนินการใหมีการพิจารณาเฉพาะการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแก
ผูเสียหายหรือทายาทเทานั้น และเมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สดแลว ใหนําความในมาตรา
                                                                     ุ
๓๔ วรรคสองและวรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม

                 คําอธิบาย     :        กรณีที่ผูเสียหายฟองคดีตอศาล โดยขอรับเงินคาเสียหายตาม
พระราชบัญญัตินดวย ไมวาจะขอรับเงินคาเสียหายกอนหรือหลังฟองคดี ผลของกฎหมายฉบับนีไดกําหนดใหมี
              ี้                                                                          ้
การพิจารณาเฉพาะเงินชวยเหลือเบืองตนใหแกผูเสียหายหรือทายาทเทานัน
                               ้                                     ้

              มาตรา ๓๖ ในกรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายแลว หากศาล
มีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหาย
ชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหหักเงินชวยเหลือเบื้องตนออกจากคาสินไหมทดแทนดวย

                  คําอธิบาย      :      กรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายแลว หากตอมา
ศาลมีคาพิพากษาถึงที่สดใหผูใหบริการสาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย กฎหมายไดกําหนดใหหัก
        ํ               ุ
เงินชวยเหลือเบื้องตนออกจากคาสินไหมทดแทนดวย


               มาตรา ๓๗ ในกรณีที่มความเสียหายปรากฏขึ้นภายหลังการทําสัญญา
                                        ี
ประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ โดยผลของสารที่สะสมอยูในรางกายของผูเสียหายหรือ
เปนกรณีที่ตองใชเวลาในการแสดงอาการ ใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยตาม
พระราชบัญญัตินี้ภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่ง
กอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลัง
ในกรณีเชนวานี้ ใหสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด แลวแตกรณี สงคําขอ
ดังกลาวใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ
โดยใหนํามาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ มาใชบังคับโดยอนุโลม

                คําอธิบาย      :       เปนการกําหนดใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยไดอีก
ในกรณีที่เปนความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลังการทําสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ โดย
                ๑) ผลของสารที่สะสมอยูในรางกาย หรือ
                                                                            ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๓-
                 ๒) เปนกรณีที่ตองใชเวลาในการแสดงอาการ
โดยใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยไดอีกภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการ
สาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลัง ซึ่ง
เปนการกําหนดอายุความเพื่อใหสอดคลองกับ พรบ.วิธีพิจารณาคดีผูบริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ เพื่อให
ผูเสียหายเขามาใชพระราชบัญญัตินี้แทนที่จะไปฟองรองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค



                                          หมวด ๕
            การไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข


               มาตรา ๓๘ หากผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ
กับความเสียหายตกลงใหใชวิธีการไกลเกลี่ย ใหสํานักงานดําเนินการใหมีการไกลเกลี่ยเพื่อให
เกิดความสัมพันธอันดีระหวางกันหรือเพื่อใหไดขอตกลงรวมกันในเรื่องอื่นนอกเหนือจาก
                                               
เงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้
               การไกลเกลี่ยตามวรรคหนึ่งจะดําเนินการกอนหรือภายหลังผูเสียหายไดยื่น
คําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ หรือหลังจากการพิจารณาคําขอรับเงินคาเสียหายเสร็จแลวก็ได

                คําอธิบาย        :       กําหนดการตกลงใหใชวิธีไกลเกลี่ย



                มาตรา ๓๙ ในการไกลเกลี่ย ผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่
เกี่ยวของกับความเสียหายมีสิทธิรวมกันเลือกผูทาหนาที่ไกลเกลี่ยคนเดียวหรือหลายคนตามที่ตกลง
                                                    ํ
กันจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการหรือหนวยงานหรือองคกรเอกชนอื่นไดจัดทําไวหรือบุคคลอื่น
ใดที่ผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายเห็นสมควร
รวมกัน เปนผูไกลเกลี่ย และใหสํานักงานแตงตั้งเจาหนาที่ของสํานักงานเพืออํานวยความสะดวก
                                                                            ่
และใหขอมูลในการไกลเกลี่ยดวย
                การไกลเกลี่ยใหดําเนินการใหแลวเสร็จโดยเร็วซึ่งอยางชาตองไมเกินสามสิบวันนับ
แตวันที่มีการแตงตั้งผูไกลเกลี่ย หากมีเหตุจําเปนไมอาจไกลเกลี่ยใหแลวเสร็จภายในกําหนดเวลา
ดังกลาว อาจขยายระยะเวลาไดอีกไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสามสิบวัน แตทั้งนี้ ผูเสียหายหรือผู
ใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายมีสิทธิที่จะยุติการไกลเกลี่ยเสีย
เมื่อใดก็ได
                                                                             ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๔-
               หากผูเสียหายกับผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหาย
สามารถตกลงรวมกันในเรื่องอื่นนอกเหนือจากเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ ใหบุคคล
ดังกลาวรวมกันทําสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อใหมีผลผูกพันทั้งสองฝายในเรื่องดังกลาว
               หลักเกณฑ วิธีการ และรูปแบบของการไกลเกลี่ย สัญญาประนีประนอมยอมความ
และคาตอบแทนของผูไกลเกลี่ย ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด

                   คําอธิบาย          :        กําหนดขั้นตอนการไกลเกลี่ย โดยผูเสียหายและผูใหบริการ
สาธารณสุขมีสิทธิรวมกันเลือกผูทําหนาที่ไกลเกลี่ยคนเดียวหรือหลายคนได และดําเนินการไกลเกลี่ยใหแลวเสร็จ
โดยเร็วอยางชาตองไมเกินสามสิบวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งผูไกลเกลี่ย โดยขยายระยะเวลาไดไมเกินสองครัง ครัง
                                                                                                         ้ ้
ละไมเกินสามสิบวัน ทั้งนี้ คูกรณีสามารถยุติการไกลเกลี่ยเสียเมื่อใดก็ได
                   ซึ่งหลักการของการไกลเกลี่ย จะตองเปนความสมัครใจของทั้ง ๒ ฝาย และวัตถุประสงคของการ
ไกลเกลี่ยเพื่อใหมีไกลเกลี่ยในเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากเงินคาเสียหาย เชน การดูแลรักษาตอเนื่อง


              มาตรา ๔๐ เมื่อมีการไกลเกลี่ยตามมาตรา ๓๘ ใหอายุความฟองรองคดีแพงสะดุด
หยุดอยูไมนบในระหวางนั้นจนกวามีการยุติการไกลเกลี่ย
            ั

                คําอธิบาย      :       กําหนดผลของการไกลเกลี่ย โดยเมื่อมีการไกลเกลี่ยใหอายุความ
ฟองรองคดีแพงสะดุดหยุดอยูจนกวามีการยุติการไกลเกลี่ย


                มาตรา ๔๑ หามมิใหบุคคลซึ่งเกี่ยวของกับการไกลเกลี่ยใชขอมูลดังตอไปนี้ในการ
                                                                            
ดําเนินคดีทางศาล
                (๑) ขอเท็จจริงใด ๆ เกี่ยวกับการดําเนินการเพื่อการไกลเกลี่ย
                (๒) ความเห็นหรือขอเสนอใด ๆ ซึ่งไดเสนอโดยผูเกี่ยวของในการไกลเกลี่ย
ในกระบวนการไกลเกลี่ย
                (๓) ขอเท็จจริงที่ผูเกี่ยวของในการไกลเกลี่ยไดยอมรับหรือปฏิเสธขอเสนอในการ
ไกลเกลี่ยเพือยังใหเกิดการตกลงซึงไดเสนอโดยผูทําหนาที่ไกลเกลี่ย
             ่                     ่              

        คําอธิบาย       :      กําหนดหามนําขอมูลจากการไกลเกลี่ยมาใชดําเนินคดี เพื่อใหมีการปกปอง
ขอมูล และใหมีการเปดเผยขอมูลโดยไมตองกลัววาถูกเอาใชในทางอื่น



                                                                              ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๕-
                                       หมวด ๖
                   การพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย
                                .......................

              มาตรา ๔๒ ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยวิเคราะหสาเหตุแหงความ
เสียหายเพื่อแจงใหสถานพยาบาลที่เกี่ยวของกับความเสียหายพิจารณาหาแนวทางพัฒนาระบบ
ความปลอดภัยและปองกันความเสียหายรวมทั้งการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการ
สาธารณสุข แลวใหสถานพยาบาลนั้นทํารายงานการปรับปรุงแกไขและสงใหสํานักงานภายในหก
เดือน
              เมื่อสถานพยาบาลไดดําเนินการปรับปรุงแกไขตามแนวทางในวรรคหนึ่งแลว
คณะกรรมการอาจนํามาประกอบการพิจารณากําหนดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุนตามมาตรา
๒๑ ในทางทีเปนคุณใหแกสถานพยาบาลนั้นก็ได
            ่

                คําอธิบาย        :     กําหนดการวิเคราะหสาเหตุแหงความเสียหาย เพื่อพัฒนาระบบความ
ปลอดภัย และเปนแรงจูงใจใหสถานพยาบาลพยายามปรับปรุงแกไขสาเหตุแหงความเสียหาย
                 การที่กําหนดใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยเปนผูวิเคราะหสาเหตุแหงความเสียหาย
ก็เพื่อใหเกิดความเปนกลาง หากกําหนดใหโรงพยาบาลที่กอใหเกิดความเสียหายเปนผูคนหาและวิเคราะห
สาเหตุแหงความเสียหายอาจเกิดความไมเปนกลางได แตถาโรงพยาบาลประสงคจะวิเคราะหสาเหตุแหงความ
เสียหาย ในทางปฏิบัติก็สามารถกระทําไดแลวสงขอมูลดังกลาวใหคณะอนุกรรมการฯ เพื่อประกอบการพิจารณา
ได


               มาตรา ๔๓ ใหสํานักงานสนับสนุนสถานพยาบาล หนวยงาน หรือองคกรที่ดําเนิน
กิจกรรมดานการสงเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายของผูรับบริการ
สาธารณสุข เพื่อดําเนินกิจกรรมดานการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายของ
ผูรับบริการสาธารณสุข และกิจกรรมดานการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข
                                                                  ี่
โดยเสนอแผนงานตอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนสําหรับใชจายในการสนับสนุน
กิจกรรมดังกลาว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด

              คําอธิบาย     :      กําหนดใหสํานักงานสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาระบบความปลอดภัย
โดยใหการสนับสนุนทั้งสถานพยาบาล,หนวยงานและองคกรตางๆ ซึ่งหมายรวมถึงสภาวิชาชีพตางๆ



                                                                     ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๖-



              มาตรา ๔๔ สถานพยาบาลใดที่มีการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความ
เสียหายตามที่คณะกรรมการกําหนด คณะกรรมการอาจสั่งใหลดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุน
ตามมาตรา ๒๑ ได

               คําอธิบาย     :     กําหนดเรื่องการลดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุน เพื่อเปน
แรงจูงใจใหกับสถานพยาบาลที่จะพยาบาล พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย

                                           หมวด ๗
                               การฟองคดีอาญาและบทกําหนดโทษ
                                    …………………

              มาตรา ๔๕ ในกรณีที่ผูใหบริการสาธารณสุขถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐาน
กระทําการโดยประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หากศาลเห็นวาจําเลยกระทําผิด
ใหศาลนําขอเท็จจริงตางๆ ของจําเลยเกี่ยวกับประวัติ พฤติการณแหงคดี มาตรฐานทางวิชาชีพ
การบรรเทาผลรายแหงคดี การรูสํานึกในความผิด การที่ไดมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ
ตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๙ การชดใชเยียวยาความเสียหาย และการที่ผูเสียหายไมติดใจให
จําเลยไดรับโทษ ตลอดจนเหตุผลอื่นอันสมควร มาพิจารณาประกอบดวยในการนี้ ศาลจะลงโทษ
นอยกวาที่กฎหมายกําหนดไวสําหรับความผิดนั้นเพียงใด หรือจะไมลงโทษเลยก็ได

                  คําอธิบาย       :      เปนการกําหนดเพื่อคุมครองผูใหบริการสาธารณสุข ในกรณีที่
ผูใหบริการถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐานกระทําโดยประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หาก
ศาลเห็นวาจําเลยกระทําความผิด ใหศาลนําขอเท็จจริงตางๆ มาประกอบการพิจารณา โดยศาลอาจลงโทษนอย
กวาหรือไมลงโทษก็ได ซึ่งเปนประโยชนตอผูใหบริการสาธารณสุข
                  กรณีที่ไมมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ หากผูใหบริการถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐานกระทําโดย
ประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หากมีการพิสูจนไดวาผูใหบริการกระทําความผิดก็จะตองถูก
                                                                    
ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา


               มาตรา ๔๖ ผูใดฝาฝนไมปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการ คณะกรรมการ
วินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ ตามมาตรา ๑๘ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือนหรือ
ปรับไมเกินหาหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
                                                                         ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๗-
               คําอธิบาย        :     เจตนารมณ เปนการกําหนดโทษกรณีที่คณะกรรมการ,
คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ,อนุกรรมการมีคําสั่งใหสถานพยาบาลหรือผูเสียหาย หนวยงานทําหนังสือชี้แจง
หรือมาใหถอยคําหรือสงขอมูลเอกสารตามเวลาที่สมควร



                                          บทเฉพาะกาล



                 มาตรา ๔๗ ใหโอนภารกิจเกี่ยวกับการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชวยเหลือ
เบื้องตนที่ไดมีการกันไวตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ.
๒๕๔๕ มาเปนของสํานักงานหรือกองทุน แลวแตกรณี ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ

      คําอธิบาย       :       เจตนารมณ เพื่อใหมีระบบเยียวยาผูเสียหาย เปนระบบเดียวกันอยูภายใต
พระราชบัญญัตินี้



                  มาตรา ๔๘ ในกรณีที่มีการยื่นคํารองขอรับเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๔๑
แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ และยังไมไดมีการจายเงินดังกลาว
ใหแกผูยื่นคํารอง ใหถือวาเปนคําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ แหงพระราชบัญญัตินี้

       คําอธิบาย    :        เจตนารมณ เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกใหกับผูทไดยื่นคํารองไวกับ
                                                                            ี่
มาตรา ๔๑ และเปนความตอเนื่องของระบบเยียวยาผูเสียหาย


             มาตรา ๔๙ ในกรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๔๑ แหง
พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ใหแกผูยื่นคํารองไปแลว ผูเสียหายหรือ
                                                                             
ทายาทยังคงมีสิทธิที่จะยืนคําขอตามพระราชบัญญัตินี้ไดอก หากยังไมพนกําหนดระยะเวลาตาม
                        ่                            ี           
มาตรา ๒๕ โดยใหหักเงินชวยเหลือเบื้องตนดังกลาวออกจากเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้
ดวย



                                                                       ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๘-
                 คําอธิบาย         :        เจตนารมณ เพื่อใหผูเสียหายไมเสียสิทธิในการที่จะไดรบเงินกอน
                                                                                                  ั
ที่สองคือ เงินชดเชยแตทั้งนี้ ตองอยูในชวงเวลา ภายในสามปนบแตวันที่รูถึงความเสียหาย และรูตัวผูใหบริการ
                                                              ั
สาธารณสุข แตทั้งนี้ตองไมเกิน ๑๐ ป ตามมาตรา ๒๕


              มาตรา ๕๐ ใหรัฐมนตรีดําเนินการใหมีการคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการตาม
มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) เพื่อใหไดคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ภายใน
หนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใชบังคับ
              ในระหวางที่ยังไมมกรรมการตามวรรคหนึ่งใหรัฐมนตรีแตงตังผูทรงคุณวุฒิจํานวน
                                 ี                                   ้
สิบเอ็ดคน โดยในจํานวนนี้ตองเปนผูทํางานในองคกรพัฒนาเอกชนที่ทํางานดานคุมครองสิทธิ
ผูบริโภคดานบริการสุขภาพจํานวนหกคน เปนผูมีความเชี่ยวชาญดานเศรษฐศาสตร สื่อสารมวลชน
และการเจรจาไกลเกลี่ยสาธารณสุข อยางนอยดานละหนึ่งคน เปนกรรมการตามมาตรา ๗ วรรค
หนึ่ง (๓) (๔)และ (๕)

               คําอธิบาย      :       ในระหวางที่ไมมีกรรมตามมาตรา ๗ (๓) ไดแกผูแทนสถานพยาบาล
จํานวน๓ คน กรรมการตามมาตรา ๗ (๔) ผูแทนองคกรพัฒนาเอกชน จํานวน ๓ คน กรรมการตามมาตรา ๗
(๕) ผูทรงคุณวุฒิหาคน ใหรัฐมนตรีแตงตั้งผูทรงคุณวุฒิ ๑๑ คน จากภาคสวนตางๆ มาเพื่อชวยดําเนินการ
ตางๆ ไปกอน




ผูรับสนองพระบรมราชโองการ

  .................................
         นายกรัฐมนตรี




                                                                             ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
-๒๙-
                  หมายเหตุ            :      เนื่องจากหลักการตามรางพระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการ
รับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... เปนการโอนเงินชวยเหลือเบื้องตนที่ไดมีการกันไวและภารกิจเกี่ยวกับการจายเงิน
ชวยเหลือเบื้องตน ตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาเปนของกองทุน
ตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้น จึงไดมีการแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติฯ โดยมี
สาระสําคัญ ดังนี้
                  (๑) ยกเลิกมาตรา ๑๘ (๗) ตัดอํานาจของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแหงชาติในการกําหนด
หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการจายเงินชวยเหลือเบื้องตน ในกรณีที่ผูรับบริการสาธารณสุขไดรับความเสียหาย
ที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลโดยหาผูกระทําผิดมิได หรือหาผูกระทําผิดไดแตผูรับบริการสาธารณสุขไมไดรับ
คาเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร
                  (๒) ยกเลิกมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ตัดหลักการในการกันเงินชวยเหลือเบื้องตนและภารกิจในการ
จายเงินชวยเหลือเบื้องตน ใหแกผูรับบริการที่ไดรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของหนวยบริการ
                  (๓) ยกเลิกมาตรา ๕๐ (๘) ตัดอํานาจของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ในการ
จายเงินชวยเหลือเบื้องตน ในกรณีที่ผูรับบริการไดรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลโดยหาผูกระทําผิด
มิได หรือหาผูกระทําผิดไดแตผูรับบริการไมไดรับคาเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร ตามหลักเกณฑ วิธีการ และ
เงื่อนไขที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแหงชาติกําหนด




                                                                             ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554

ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข

  • 1.
    คํานํา ร า งพระราชบั ญ ญั ติ คุ ม ครองผู เ สี ย หายจากการรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข ที่ กํ า ลั ง เข า สู ก าร พิจารณาของสภาฉบับนี้ เปนรางพระราชบัญญัติที่เปนประโยชนตอแพทยและบุคลากรทางการ แพทย อีกทั้งประชาชนผูรับบริการทางแพทย กลาวคือ เมื่อผูรับบริการหรือประชาชนที่มาใชบริการ ทางการแพทยไดรับความเสียหายตามกฎหมายยอมมีสิทธิไดรับการชดเชยกวางขวางกวากฎหมาย ที่มีอยูในปจจุบันกลาวคือ มีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือในเบื้องตนเชนเดียวกับในปจจุบัน ที่ไดรับเงิน ชวยเหลือในเบื้องตน ตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2545 โดยมีความแตกตางกันก็คือในเรื่องของการกําหนดเงินชดเชย ตามพระราชบัญญัติดังกลาว ไมได กํ า หนดให มี เ งิ น ชดเชยสํ า หรั บ ผู รั บ บริ ก ารทางการแพทย หรื อ กล า วอี ก นั ย หนึ่ ง ผู เ สี ย หายทาง การแพทยจะตองไปฟองรองแพทยที่ศาลเอาเอง แตตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไดกําหนด วิธีการเพื่อสรางความสัมพันธอันดีระหวาง คนไขกับแพทยฯ กลาวคือ ผูเสียหายทางการแพทย สามารถยื่นขอเรียกรอง คาชดเชยความเสียหาย ตอกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเปนหนวยงาน ราชการผูรับผิดชอบ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะตองสงใหคณะอนุกรรมการพิจารณาแลว เสร็จภายใน 30 วัน หรือขยายระยะเวลาอันสั้นเทานั้น ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกําหนดคาชดเชย ไดพิจารณากําหนดคาชดเชย และผูรับบริการพอใจก็จะมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลตามกฎหมาย ใหมูลกรณีพิพาทระหวางแพทยกับคนไขเปนที่ยุติในทางแพง สําหรับในดาน คดีอาญานั้นแมศาลไดพิจารณาแลวเห็นวา แพทยหรือผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิด ศาลอาจจะไมลงโทษเลยก็ได ซึ่งแตกตางจากปจจุบันที่หากศาลพิจารณาแลวเห็นวาแพทยหรือ ผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิดคดีอาญา ศาลจะตองลงโทษเทานั้น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • 2.
    -๒- (ราง) พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ. .... ” คําอธิบาย : เพื่อคุมครองผูที่ไดรับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแต วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป คําอธิบาย : กําหนดวันที่กฎหมายฉบับนีมีผลใชบังคับ คือเมื่อพนกําหนดหนึ่ง ้ รอยแปดสิบวันนับแตวนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป เพือใหมีการเตรียมความพรอมในดานตางๆ ั ่ มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ผูเสียหาย” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับความเสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุขจากสถานพยาบาล คําอธิบาย : คําวา “ผูเสียหาย” หมายถึงบุคคลที่อยูในประเทศไทยทีมารับบริการ ่ กรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ (1) จากการรับบริการสาธารณสุข (2) จากสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน “สถานพยาบาล” หมายความวา สถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล สถานพยาบาลของรัฐ และของสภากาชาดไทย ทังนี้ ใหรวมถึงสถานบริการสาธารณสุขตามที่ ้ คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขประกาศกําหนด คําอธิบาย : กําหนดคํานิยามคําวา “สถานพยาบาล” เพื่อใหครอบคลุม สถานพยาบาลทุกแหง ไมวาจะเปนสถานพยาบาลของรัฐทุกสังกัด และสถานพยาบาลเอกชน  ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 3.
    -๓- “บริการสาธารณสุข” หมายความวา บริการดานการแพทยและสาธารณสุขซึ่งไดแก การประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภตาม กฎหมายวาดวยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ การประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมาย ว า ด ว ยวิ ช าชี พ ทั น ตกรรม การประกอบวิ ช าชี พ กายภาพบํ า บั ด ตามกฎหมายว า ด ว ยวิ ช าชี พ กายภาพบําบัด การประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทยตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเทคนิคการแพทย การประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเภสัชกรรม หรือการประกอบวิชาชีพ ทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่ เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง คําอธิบาย : กําหนดความหมายใหมีความครอบคลุมทุกองคกรวิชาชีพทางดาน การสาธารณสุข และเปดชองไปถึงการประกอบวิชาชีพทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศ กําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง “กองทุน” หมายความวา กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการ สาธารณสุข “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธทดี ี่ ในระบบบริการสาธารณสุข “สํานักงาน” หมายความวา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวให ใชบังคับได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 4.
    -๔- หมวด ๑ การคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ………….. มาตรา ๕ ผูเสียหายมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยจากกองทุนตาม พระราชบัญญัตินี้ โดยไมตองพิสูจนความรับผิด อธิบาย : เปนการกําหนดสิทธิของผูเสียหายที่จะไดรับความคุมครองในการรับเงินชวยเหลือ เบื้องตนและเงินชดเชยตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยไมตองพิสูจนหาผูกระทําผิด (No-fault compensation) และไมอยูภายใตเงื่อนไขตามมาตรา 6 หมายเหตุ เงิ น ช ว ยเหลื อ ในส ว นนี้ เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ ป จ จุ บั น เป น การกํ า หนดเงิ น ช ว ยเหลื อ เชนเดียวกับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ มาตรา 41 โดยมีความแตกตางตาม มาตรา 6 มาตรา 33 ซึ่งเปนการกําหนดคาชดเชย และการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อเปนการยุติคดีที่ตองฟองรอง ในทางแพง ซึ่งในปจจุบันนี้ไมมีการกําหนดคาชดเชยดังกลาว หากผูเสียหายตองการคาชดเชยความเสียหาย จะตองไปฟองรองคดีแพงที่ศาล มาตรา ๖ บทบัญญัติในมาตรา ๕ มิใหใชบังคับในกรณีดังตอไปนี้ คําอธิบาย : เปนการกําหนดขอยกเวนกรณีที่ผูเสียหายไมมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตน และเงินชดเชย เพื่อเปนการกําหนดขอบเขตวาความเสียหายอันใดที่ไมควรไดรับการชวยเหลือเยียวยาตาม พระราชบัญญัตินี้ โดยแบงเปนกรณีดังตอไปนี้ (๑) ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติธรรมดาของโรคนั้น แมมีการใหบริการสาธารณสุขตาม มาตรฐานวิชาชีพ คําอธิบาย : เปนความเสียหายทีดําเนินไปตามปกติของโรค ตัวอยาง เชน ผูปวยมะเร็งระยะ สุดทาย ซึ่งเสียชีวิตในสถานพยาบาล ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 5.
    -๕- มาตรา ๖ (๒) ความเสียหายซึ่งหลีกเลี่ยงมิไดจากการใหบริการสาธารณสุขตามมาตรฐาน สภาวิชาชีพ อธิบาย : เปนกรณีความเสียหายที่หลีกเลี่ยงไมไดจากการใหบริการสาธารณสุขถึงแมวาผูปวยจะ ไดรับการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพแลวก็ตาม ตัวอยางเชน กรณีการผาตัดเนื้องอกสมองที่เนื้องอกอยูใกล เสนประสาทหรือเสนเลือดที่สําคัญ ซึ่งก็ยอมมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบกระเทือนตอระบบประสาทหรืออาจทํา ใหเสียชีวิตไดจากการผาตัด หรือแมไมเสียชีวิตแตผูปวยอาจพิการชั่วคราวหรือตลอดชีวิตได มาตรา ๖ (๓) ความเสี ย หายที่ เ มื่ อ สิ้ น สุ ด กระบวนการให บ ริ ก ารสาธารณสุ ข แล ว ไม มี ผลกระทบตอการดํารงชีวิตตามปกติ คําอธิบาย : เปนกรณีความเสียหายเล็กนอย เชน ผื่นแพยา ไมกี่วันห0าย และไมมีผลกระทบ ตอการดํารงชีวิต ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกําหนดรายละเอียดเพิ่มเติมภายใตหลักเกณฑดังกลาว ขางตนได คําอธิบาย : เปนการเปดชองไวเพื่อใหมีการปรับปรุงไดตามความเหมาะสมในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อใหกฎหมายนี้มีความยืดหยุน เหมาะสมกับสถานการณและวิธีการรักษาที่พัฒนาตอไปเรื่อย ๆ ในอนาคต ทั้งนี้ตองอยูภายใตหลักเกณฑทั้ง 3 ขอดังกลาว หมวด ๒ คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ................................ มาตรา ๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ ดีในระบบบริการสาธารณสุข” ประกอบดวย (๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธานกรรมการ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 6.
    -๖- (๒) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย อธิบดีกรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ เลขาธิการคณะกรรมการ คุมครองผูบริโภค และผูอํานวยการสํานักงบประมาณ (๓) ผูแทนสถานพยาบาล จํานวนสามคน (๔) ผูแทนองคกรพัฒนาเอกชนที่ทํางานดานคุมครองสิทธิผบริโภคดานบริการ ู สุขภาพ จํานวนสามคน (๕) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหาคนซึ่งรัฐมนตรีแตงตังจากผูท่มีความเชี่ยวชาญดาน ้ ี เศรษฐศาสตร สังคมศาสตร สื่อสารมวลชน สิทธิมนุษยชน และการเจรจาไกลเกลี่ยสาธารณสุข ดาน ละหนึ่งคน การคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ(๕) ใหเปนไปตาม หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ และใหอธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพแตงตั้งเจาหนาที่ของสํานักงานจํานวนไมเกินสองคนเปน ผูชวยเลขานุการ คําอธิบาย : กําหนดองคประกอบของคณะกรรมการเสริมสรางความสัมพันธที่ดี ในระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทในการกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อ คุ ม ครองผู เ สี ย หายจากรรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข พั ฒ นาระบบความปลอดภั ย การสนั บ สนุ น การสร า งเสริ ม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข กําหนดระเบียบหลักเกณฑเกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน และ หลักเกณฑตางๆ ที่เกี่ยวของตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ องคประกอบของคณะกรรมการจึงประกอบดวยตัวแทน หนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของซึ่งเปนกรรมการโดยตําแหนง และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของโดยมีสัดสวนที่เทากัน ระหวางผูรับบริการ(จํานวน ๓ คน) และผูใหบริการ (จํานวน ๓ คน) และผูทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเปนกลางและ เปนผูที่มีความรูความเชี่ยวชาญในดานตางๆ โดยมีรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธาน และมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการชุดนี้มีจํานวนรวมทั้งหมดไมเกิน ๑๙ คน มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) มีวาระการดํารง ตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกหรือแตงตั้งใหมอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินกวาสอง วาระติดตอกันไมได   เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการคัดเลือกหรือแตงตั้ง กรรมการขึ้นใหม ใหกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนั้นอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบติหนาที่ ั ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 7.
    -๗- ตอไปจนกวากรรมการซึ่งไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งเขารับหนาที่ แตตองไมเกินเกาสิบวัน นับแตวันที่กรรมการพนจากตําแหนงตามวาระนั้น ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหดําเนินการ คัดเลือกหรือแตงตังกรรมการประเภทเดียวกันแทนภายในสามสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงกรรมการ ้ นั้นวางลงและใหผูไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเทากับวาระ ที่เหลืออยูของกรรมการซึ่งตนแทน ในกรณีที่วาระของกรรมการที่พนจากตําแหนงกอนครบวาระเหลืออยูไมถงเกาสิบวัน ึ จะไมดําเนินการคัดเลือกหรือแตงตั้งกรรมการแทนตําแหนงที่วางนั้นก็ได และในการนี้ให คณะกรรมการประกอบดวยกรรมการเทาที่เหลืออยู คําอธิบาย : เปนการกําหนดวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการ มาตรา ๙ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง กรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) พนจากตําแหนงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เปนบุคคลลมละลาย (๔) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๕) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตโทษสําหรับความผิด ที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) รัฐมนตรีใหออกเพราะบกพรองหรือไมสุจริตตอหนาที่ หรือหยอน ความสามารถ คําอธิบาย : กําหนดการพนจากตําแหนงของกรรมการผูทรงคุณวุฒิ มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบ ความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย และการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการสรางเสริม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข (๒) กําหนดระเบียบการจายเงินสมทบกองทุนตามมาตรา ๒๑ (๓) กําหนดระเบียบการรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ตามมาตรา ๒๓ รวมทั้งระเบียบเกี่ยวกับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และคาปวยการตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 8.
    -๘- (๔) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ ระเบียบการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๙ และระเบียบการจายเงินชดเชยตาม มาตรา ๓๒ (๕) กําหนดหลักเกณฑและวิธีการอุทธรณและวิธีพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ ตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑ (๖) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการทําสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ และการดําเนินการไกลเกลี่ย สัญญาประนีประนอมยอมความ และคาตอบแทนของผูไกลเกลี่ยตาม  มาตรา ๓๙ (๗) จัดประชุมรับฟงความเห็นของสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุข เพื่อรับทราบปญหาขอเสนอแนะในการสงเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกัน ความเสียหาย รวมทั้งการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ (๘) กําหนดนโยบายการบริหารงาน และใหความเห็นชอบแผนการดําเนินงานของ สํานักงาน (๙) จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ยตามมาตรา ๓๙ โดยคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู ความเขาใจ หรือมีประสบการณเหมาะสมกับการทําหนาที่ไกลเกลี่ยขอพิพาทสาธารณสุข (๑๐) กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการ สรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขและพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจาย ในการสนับสนุนกิจกรรมตามมาตรา ๔๓ (๑๑) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอืนกําหนดใหเปน ่ อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจมอบหมายหรือมอบอํานาจ ใหสํานักงานเปนผูดําเนินการแทนได คําอธิบาย : กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการโดยคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ใน การกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย และการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ตลอดจนกําหนด ระเบียบเกี่ยวกับการรับ การบริหารจัดการเงินกองทุน การยื่นคําขอรับเงินคาเสียหาย กําหนดหลักเกณฑและ วิธีการอุทธรณ การทําสัญญาประนีประนอมยอมความและการไกลเกลี่ย จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ย กําหนด นโยบายในการบริหารงาน และกําหนดหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยตลอดจน พิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจายในการสนับสนุนกิจกรรมดานการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกัน ความเสียหายของสถานพยาบาล ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 9.
    -๙- มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการ ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวา  กึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานกรรมการไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่ง ในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปน เสียงชี้ขาด ในการประชุม ถามีการพิจารณาเรื่องที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูใดมีสวน ไดเสีย ประธานกรรมการหรือกรรมการผูนั้นมีหนาที่แจงใหคณะกรรมการทราบและมีสิทธิเขาชี้แจง ขอเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นแตไมมีสิทธิเขารวมประชุมและลงคะแนนเสียง วิธีการประชุมและการมีสวนไดเสียซึ่งประธานกรรมการหรือกรรมการมีหนาที่ตอง แจง ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการประชุม มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อใหปฏิบัติหนาที่ ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ดังนี้ (๑) คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗ ประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและสาธารณสุข และดานการคุมครอง ผูบริโภค ดานละหนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน (๒) คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยตามมาตรา ๓๐ ประกอบดวย ผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานสังคมสงเคราะห ดานการแพทยและสาธารณสุข ดานการฟนฟู สมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละหนึ่งคน (๓) คณะอนุกรรมการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร หลักเกณฑและวิธีการการไดมา วาระการดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนง และ เขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการกําหนด ประธานคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามที่คณะอนุกรรมการแตละ คณะเลือกกันเอง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 10.
    -๑๐- ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดที่อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพมอบหมายแตงตั้งเจาหนาที่ในสํานักงานหรือเจาหนาที่ในสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัด แลวแตกรณี เปนฝายเลขานุการ ในการแตงตั้งคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจแตงตั้งมากกวา หนึ่งคณะก็ได ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของ คณะอนุกรรมการและอนุกรรมการโดยอนุโลม คําอธิบาย : กําหนดใหคณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการ โดย องคประกอบของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๑๒ (๑) มีสัดสวนของผูที่ เกี่ยวของ และผูแทนสถานพยาบาล และผูแทนผูรับบริการที่เทาๆกัน และองคประกอบของคณะอนุกรรมการ ประเมินเงินชดเชย ตามมาตรา ๑๒ (๒) ประกอบดวยผูที่มีความรูที่เกี่ยวกับการพิจารณาประเมินเงินชดเชย มาตรา ๑๓ ใหมีคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณซงรัฐมนตรีแตงตั้ง ประกอบดวย ึ่ ประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นซึ่งเปนผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและ สาธารณสุข ดานสังคมสงเคราะห ดานการฟนฟูสมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละ หนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน การแตงตั้งฝายเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ใหนํามาตรา ๑๒ วรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม หลักเกณฑและวิธีการการไดมาและเขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณ ใหเปนไปตามทีรัฐมนตรีประกาศกําหนด ่ ในการแตงตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ รัฐมนตรีอาจแตงตั้งมากกวาหนึ่งคณะ ก็ได ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและกรรมการวินิจฉัยอุทธรณโดยอนุโลม คําอธิบาย : กํ า ห น ด อ ง ค ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร วิ นิ จ ฉั ย อุ ท ธ ร ณ ซึ่งประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานตางๆ และผูแทนสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุขในสัดสวนที่เทากัน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 11.
    -๑๑- มาตรา ๑๔ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีอํานาจหนาที่พิจารณาและวินิจฉัย อุทธรณตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑ คําอธิบาย : กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ โดยมีอํานาจ หนาที่พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินจฉัยไมรับคํา ิ ขอของผูเสียหาย และกรณีทผูเสียหายไมพอใจจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยกําหนด ี่ มาตรา ๑๕ ใหกรรมการวินิจฉัยอุทธรณอยูในตําแหนงคราวละสามป กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกไดแตจะแตงตั้งติดตอกันเกิน สองวาระไมได ใหนํามาตรา ๙ มาใชบังคับกับคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณดวยโดยอนุโลม คําอธิบาย : กําหนดวาระในการดํารงตําแหนงของกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ มาตรา ๑๖ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรืออนุกรรมการ ไดรับเบี้ยประชุม คาพาหนะ คาเบี้ยเลี้ยง คาเชาที่พัก และประโยชนตอบแทนอื่นในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : กําหนดเรื่องเบี้ยประชุมของคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณ และคณะอนุกรรมการ มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรือ อนุกรรมการ เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือ คณะอนุกรรมการ มีอํานาจสั่งใหสถานพยาบาล ผูเสียหายหรือทายาท บุคคล หนวยงาน หรือ องคกรที่เกี่ยวของ ทําหนังสือชี้แจงขอเท็จจริง หรือมาใหถอยคําดวยตนเอง หรือสงขอมูลหรือ เอกสารหลักฐานตามกําหนดเวลาที่เห็นสมควร ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 12.
    -๑๒- ใหบุคคลที่มาใหถอยคําดวยตนเองตามวรรคหนึ่งไดรับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และ คาปวยการ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : กําหนดคําสั่งใหผูเกี่ยวของมาชี้แจงขอมูล เพื่อใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ สามารถไดขอเท็จจริงจากแหลงตางๆ อันเปนประโยชน ตอการดําเนินการได มาตรา ๑๙ ใหกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนสํานักงานเลขานุการของ คณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและคณะอนุกรรมการ และมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ประสานงานกับสถานพยาบาลเพื่อใหสงเวชระเบียนของผูเสียหายหรือขอมูล เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวของ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณหรือ คณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๘ (๓) ประสานงานกับหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลใด ๆ เพื่อขอทราบ ขอเท็จจริงหรือความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ (๕) เก็บ รวบรวม วิเคราะหขอมูลการจายเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้และ วิธีปองกันความเสียหายเพื่อเผยแพรตอสาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ (๖) สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและ ปองกันความเสียหาย รวมทั้งการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ (๗) มอบใหหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลอื่นทํากิจการที่อยูภายในอํานาจ หนาที่ของสํานักงานตามพระราชบัญญัตินี้ (๘) จัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดําเนินงานของ คณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ คณะอนุกรรมการ และสํานักงาน เพื่อเผยแพรตอ สาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ (๙ ) ประชาสัมพันธและแจงผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อความเขาใจหลักการ และเหตุผล ขั้นตอน วิธีการ และเงื่อนไขการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๐) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 13.
    -๑๓- คําอธิบาย : กํ า หนดให ก รมสนั บ สนุ น บริ ก ารสุ ข ภาพทํ า หน า ที่ เ ป น สํ า นั ก งาน เลขานุการ โดยมีอํานาจหนาที่รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณ ประสานงานกับหนวยงาน หรือบุคคลใด ๆ เพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลหรือขอเท็จจริง ทําหนาที่รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุน สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย จัดทํารายงาน ประจําป ตลอดจนประชาสัมพันธและแจงใหผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อเขาใจในขั้นตอนและสิทธิตาม พระราชบัญญัตินี้ หมวด ๓ กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข มาตรา ๒๐ ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสํานักงาน เรียกวา “กองทุนสราง เสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข” โดยมีวัตถุประสงค ดังตอไปนี้ ี่ (๑) เพื่อจายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท (๒) เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาตามมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ (๓) เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบ ความปลอดภัยและปองกันความเสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และ (๔) เปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและการสรางเสริม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข คณะกรรมการอาจจัดสรรเงินจากกองทุนที่ไดรับจากเงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ และเงินที่รัฐบาลอุดหนุน เพื่อเปนคาใชจายตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ และเปนคาใชจายใน การบริหารของสํานักงานในสวนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ ตามความจําเปนได แตไมเกินรอยละสิบตอปของจํานวนเงินดังกลาว คําอธิบาย : กําหนดวัตถุประสงคของกองทุน โดยใหกองทุนมีวัตถุประสงคเพื่อ จายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคํา พิพากษา เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความ เสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และเปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและสรางเสริม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 14.
    -๑๔- การกําหนดใหคณะกรรมการจัดสรรเงินจากกองทุนไมเกินรอยละสิบตอป ตามมาตรา ๒๐ วรรค สอง เพื่อเปนคาใชจายของคณะกรรมการ/อนุกรรมการ หรือเปนคาพาหนะ คาเชาที่พักและคาปวยการของผูมา  ใหขอมูลกับคณะกรรมการ/อนุกรรมการ มาตรา ๒๑ สถานพยาบาลตองจายเงินสมทบเขากองทุนตามหลักเกณฑ วิธีการ และอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงขนาดของสถานพยาบาล จํานวน ผูรับบริการสาธารณสุข ความถี่หรือความรุนแรงของการเกิดความเสียหาย การประชาสัมพันธและ การแจงใหผูรับบริการสาธารณสุขทราบเกี่ยวกับการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ การประสานงาน เพื่อใหผูเสียหายหรือทายาทยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ การสนับสนุนการไกล เกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข และการพัฒนาระบบความ ปลอดภัยและปองกันความเสียหาย หากสถานพยาบาลไมสงเงินสมทบเขากองทุนหรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนด หรือ สงเงินไมครบตามจํานวนที่ตองสง ใหเสียเงินเพิ่มในอัตรารอยละสองตอเดือนของจํานวนเงินที่ไมสง หรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนดหรือจํานวนเงินที่สงขาดไป แลวแตกรณี นับแตวันครบกําหนดสง จนถึงวันที่สงเงินสมทบเขากองทุน การคํานวณเงินเพิ่มตามวรรคสอง เศษของเดือนใหคํานวณเปนรายวัน สถานพยาบาลใดไมจายเงินสมทบตามวรรคหนึ่งหรือไมเสียเงินเพิ่มตามวรรคสอง ใหนําบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายวาดวยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาใชบังคับ และในกรณีที่ไมมีเจาหนาที่ดําเนินการบังคับ ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมี อํานาจฟองคดีตอศาลปกครองเพื่อบังคับชําระเงินดังกลาว ในการนี้ถาศาลปกครองเห็นวาการให ชําระเงินนั้นชอบดวยกฎหมาย ก็ใหศาลปกครองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาและบังคับคดีใหมีการ ยึดหรืออายัดทรัพยสินเพื่อใหชําระเงินนั้นได คําอธิบาย : มาตรา ๒๑ วรรคสอง เปนมาตรการเชิงบังคับทางกฎหมาย เพื่อให สถานพยาบาลต อ งจ า ยเงิ น สมทบเข า กองทุ น หากไม กํ า หนดไว จ ะทํ า ให ก ฎหมายไม มี ส ภาพใช บั ง คั บ ได สถานพยาบาลก็จะไมจายเงินสมทบเขากองทุน ซึ่งเปนการทําใหกองทุนนี้ไมสามารถเกิดขึ้นได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 15.
    -๑๕- มาตรา ๒๒ กองทุนประกอบดวย (๑) เงินที่โอนมาจากเงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ (๓) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล (๔) เงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง (๕) เงินหรือทรัพยสินทีมีผูบริจาคหรือมอบใหกองทุน ่ (๖) ดอกผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน เงินและทรัพยสินตามวรรคหนึ่งไมตองสงคลังเปนรายไดแผนดิน ในการเสนอขอรับเงินอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง (๓) ใหรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการจัดทําคําขอตอคณะรัฐมนตรี คําอธิบาย : กํ า หนดที่ มาของเงิ นกองทุ น โดยประกอบไปด วยเงิ นที่ โอนมาจาก เงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินเพิ่มตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคหรือมอบให รวมทั้งดอก ผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน มาตรา ๒๓ ใหสํานักงานเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนและดําเนินการ เบิกจายเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ การรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ใหเปนไปตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : เรื่องการบริหารจัดการกองทุนไดกําหนดใหสํานักงานเก็บรักษาเงิน และทรั พยสินของกองทุนและดําเนินการเบิกจายเงินกองทุน ตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนดโดยความ เห็นชอบของกระทรวงการคลัง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 16.
    -๑๖- มาตรา ๒๔ ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวย วิธีการงบประมาณ ใหคณะกรรมการเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนในป ที่ลวงมาซึ่งสํานักงานการตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแตงตั้งดวย ความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินตรวจสอบและรับรองแลวตอคณะรัฐมนตรีเพื่อ ทราบ งบการเงินและรายงานการรับจายเงินดังกลาว ใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรี เพื่อนําเสนอตอสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการควบคุมตรวจสอบการดําเนินการของกองทุน โดย คณะกรรมการจะตองเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนซึ่งผานความเห็นชอบของสํานักงาน การตรวจเงินแผนดินตอคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวย วิธีการงบประมาณ โดยงบการเงินและรายงานดังกลาวใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรีเพื่อนําเสนอตอสภา ผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมวด ๔ การพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชย มาตรา ๒๕ ผูเสียหายอาจยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ ตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด ภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความ เสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแต วันที่รูถึงความเสียหาย ในกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิต เปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวย ตนเองได บิดามารดา คูสมรส ทายาท หรือผูอนุบาล หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งไดรบมอบหมายั เปนหนังสือจากผูเสียหาย แลวแตกรณี อาจยื่นคําขอตามวรรคหนึ่งได การยื่นคําขอตามมาตรานีจะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ทังนี้ ตามวิธีการ ้ ้ รูปแบบ และรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 17.
    -๑๗- คําอธิบาย : กําหนดระยะเวลา ขั้นตอนและวิธีการในการยื่นคําขอ ดังนี้ ๑) ผูมีสิทธิยื่นคําขอ ไดกําหนดใหผูเสียหาย หรือกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิต เปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวยตนเองได ก็ใหบิดามารดา คูสมรส ทายาทหรือผูอนุบาล หรือ บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ไดรับมอบหมายเปนหนังสือจากผูเสียหาย อาจยื่นคําขอได ๒) วิธีการยื่นคําขอ จะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนด โดยยื่นตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด ๓) ระยะเวลาในการยื่นคําขอ อาจยื่นคําขอภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความ เสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความ เสียหาย เจตนา เพื่อใหระยะเวลาเทียบเทากับอายุความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค เพื่อ ตองการใหผูปวยมาใชชองทางในพระราชบัญญัตินี้แทนที่ จะไปยื่นฟองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ผูบริโภค มาตรา ๒๖ เมื่อมีการยื่นคําขอตามมาตรา ๒๕ ภายในอายุความทางแพงในมูล ละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนบในระหวาง ั นั้นจนกวาการพิจารณาคําขอเงินชดเชยนั้นจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง คําอธิบาย : กําหนดเรื่องผลของการยื่นคําขอ หากมีการยื่นคําขอภายในอายุความ ทางแพงในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนับในระหวาง นั้นจนกวาการพิจารณาคําขอจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอ ทั้งนี้ เพื่อไมใหผูยื่นคํารองมีความกังวล วาจะหมดอายุความ มาตรา ๒๗ ใหสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด แลวแตกรณี สงคําขอตามมาตรา ๒๕ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนภายในเจ็ดวันนับแต วันที่ไดรับคําขอ และใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเห็น วาเปนผูเสียหายตามมาตรา ๕ และไมอยูในบังคับตามมาตรา ๖ ใหวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือ เบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตน ออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยาย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 18.
    -๑๘- ระยะเวลาทุกครั้งไวดวย หากการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาว ใหถือ วาคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตน และใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท คําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนที่วินิจฉัยจายเงิน ชวยเหลือเบื้องตนใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน โดยกําหนดให คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเปนผูพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน หากมีการพิสูจน ไดวาเปนผูเสียหายตามรางมาตรา ๕ และไมเขาขอยกเวนตามรางมาตรา ๖ ก็จะมีการพิจารณาจายเงินกอนแรก ซึ่งอาจจะเปนจํานวนที่ไมมากนักโดยมุงเนนใหผูเสียหายไดรับการเยียวยาความเสียหายในเบื้องตนโดยเร็ว ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ และในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาไปไดไมเกิน สองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน ถาการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาวใหถือวา คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและใหจายเงินชวยเหลือ เบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ซึ่งกระบวนการพิจารณาดังกลาวจะเปนการทําใหผูเสียหายเกิดความมั่นใจ วาจะไดรับการพิจารณาในกรอบเวลาที่เหมาะสม ไมยืดเยื้อจนทําใหรูสึกวามีการดึงหรือชะลอเรื่องไว มาตรา ๒๘ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัย ไมรับคําขอ ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและแจงใหผูยื่นคําขอทราบโดยเร็ว ในการนี้ ผูยื่นคําขออาจเสนอขอมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณก็ได ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ ไดรับเรื่องอุทธรณ ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอกไมเกินสามสิบวัน ี เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณวินิจฉัยรับคําขอ ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ พิจารณากําหนดจํานวนเงินชวยเหลือเบื้องตนดวย คําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงิน ชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย โดยกําหนดใหในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาให เงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณา ในทันที ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตองพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จให ขยายระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวันใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาในทันที ซึ่ง คณะกรรมการวิ นิ จฉั ยอุ ทธรณ ต องพิ จารณาให แล วเสร็จภายในสามสิ บวั น ถ ายั งพิ จารณาไมแล วเสร็จ ใหข ยาย ระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวัน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 19.
    -๑๙- การกําหนดใหคณะอนุกรรมการพิจารณาชวยเหลือเบื้องตน/สงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณเลย เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกตอผูเสียหาย รวมทั้ งใหมีการสอบสวนในการพิจารณาในชั้น อุทธรณอีกครั้ง มาตรา ๒๙ การพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนของคณะอนุกรรมการพิจารณา ใหเงินชวยเหลือเบื้องตนและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ มาตรา ๓๐ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ แลวแตกรณี สงคําขอใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยภายใน เจ็ดวันนับแตวันที่มีคําวินิจฉัยหรือถือวามีคําวินิจฉัยใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗ หรือนับแตวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีคาวินิจฉัยใหรับคําขอ ํ ตามมาตรา ๒๘ ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาจายเงินชดเชยโดยคํานึงถึงหลักการ เกี่ยวกับการชดใชคาสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จภายในหกสิบวันนับ แตวันที่ไดรับเรื่องจากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณ แลวแตกรณี ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกิน สิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไวดวย คําอธิบาย : มาตรานี้เปนการกําหนดเรื่องการพิจารณาจายเงินชดเชย ซึ่งมีการ กําหนดกรอบเวลาแลวเสร็จ เพื่อใหเกิดความมั่นใจ รวมทั้งกําหนดใหพิจารณาจายโดยคํานึงถึงหลักการเกี่ยวกับ การชดใชคาสินไหมทดแทน เพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย เพื่อใหการพิจารณาจายเงิน ชดเชยมีความเหมาะสมและไดสัดสวนกับความเสียหายที่ไดรับจริง โดยใชหลักการเดียวกับศาล ทั้งนี้เพื่อเปนการ ดึงใหผูเสียหายมาใชชองกฎหมายนี้แทนที่จะไปฟองรองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๓๑ หากผูยื่นคําขอไมเห็นดวยกับจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการ ประเมินเงินชดเชยไดวินิจฉัย ผูยื่นคําขอมีสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในสามสิบ วันนับแตวันที่ไดรับแจงคําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชย โดยยื่นอุทธรณตอ สํานักงาน และใหสํานักงานสงคําอุทธรณใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ ไดรับคําอุทธรณ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 20.
    -๒๐- ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ ไดรับคําอุทธรณ ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอกไมเกินสามสิบวัน คํา ี วินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการอุทธรณในกรณีที่ผูเสียหายไมพอใจในจํานวนเงินชดเชย ที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยกําหนด โดยกําหนดใหสามารถอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ภายในสามสิบวัน โดยยื่นอุทธรณตอสํานักงาน และใหสํานักงานสงคําอุทธรณใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ภายในเจ็ดวัน ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน ถาพิจารณาไมแลวเสร็จ ใหขยายระยะเวลาออกไปไดไมเกินสามสิบวัน มาตรา ๓๒ การพิจารณาและการจายเงินชดเชยตามคําวินิจฉัยของ คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหแกผูเสียหายหรือทายาท ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ คําอธิบาย : ใหมีความคลองตัวและมีความยึดหยุนไปตามกาลสมัย มาตรา ๓๓ เมื่อผูเสียหายหรือทายาทตกลงยินยอมรับเงินชดเชย ใหผูใหบริการ สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายและผูเสียหายจัดทําสัญญาประนีประนอม ยอมความ ทังนี้ ตามวิธีการ รูปแบบ และรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ ้ คําอธิบาย : กําหนดใหเมื่อผูเสียหายยินยอมรับเงินชดเชย ใหผูใหบริการ สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายและผูเสียหายทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อเปนการ ยุติการฟองคดีทางแพง เนื่องจากผลของสัญญายอมทําใหขอเรียกรองในทางแพงเดิมระงับไป ตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๘๕๐ ประนีประนอมยอมความ คือสัญญาซึ่งผูเปนคูสัญญาทั้งสองฝายระงับ ขอพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยูหรือจะมีขึ้นนั้นใหเสร็จไปดวยตางยอมผอนผันใหแกกัน มาตรา ๘๕๑ สัญญา ประนีประนอมยอมความ ถามิไดมีหลักฐานเปนหนังสืออยางใดอยางหนึ่งลงลายมือชื่อฝายที่ตองรับผิด หรือ ลายมือชื่อตัวแทนของฝายนั้นเปนสําคัญ จะฟองรองใหบังคับคดีหาไดไม และมาตรา ๘๕๒ ผลของสัญญา ประนีประนอมยอมความ ยอมทําใหการเรียกรองซึ่งแตละฝายไดยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทําใหแตละฝาย ไดสิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นวาเปนของตน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 21.
    -๒๑- หากไมมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ผูเสียหายจะไดเฉพาะเงินชวยเหลือเบื้องตน ตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ แตกรณีพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อผูเสียหาย พอใจหรือยินยอมรับเงินชดเชยกฎหมายไดกําหนดใหมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อยุติการฟอง คดีทางแพงตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๓๔ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยหรือคณะกรรมการ วินิจฉัยอุทธรณไดกําหนดจํานวนเงินชดเชยแลว หากผูเสียหายหรือทายาทไมตกลงยินยอมรับ เงินชดเชยและไดฟองผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายเปนคดี  ตอศาล ใหสํานักงานยุติการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ และผูเสียหายหรือทายาทไมมีสิทธิ ที่จะยื่นคําขอตามพระราชบัญญัตินี้อก ี หากศาลไดมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่ เกี่ยวของกับความเสียหายชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงิน ชดเชยพิจารณาวาจะจายเงินจากกองทุนเพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด หากศาลไดมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดยกฟองโดยไมไดวินิจฉัยวาผูใหบริการ สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายไมตองรับผิด คณะกรรมการอาจพิจารณาจาย คาเสียหายใหแกผูเสียหายหรือไมก็ได ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : เปนกรณีที่ผูเสียหายหรือทายาทไมตกลงยินยอมรับเงินชดเชยและฟองคดีตอ ศาล กฎหมายฉบั บ นี้ ไ ด กํ า หนดให มี ผ ลคื อ ๑)ให สํ า นั กงานยุ ติ การดํ าเนิ นการตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ๒) ผูเสียหายหรือทายาทไมมีสิทธิยื่นคําขอตามพระราชบัญญัตินี้อีก ๓) หากศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดใหผูใหบริการ สาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาวาจะจายเงินจาก กองทุนเพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใดโดยเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งมาตรานี้จะทําใหผูเสียหายตองพิจารณาวา จะเลือกเขาสูกระบวนการใดระหวางกระบวนการเยียวยาตาม กฎหมายนี้ กับกระบวนการทางศาล กรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย กฎหมาย ฉบับนี้เปดชองใหเปนอํานาจของคณะอนุกรรมการ ที่จะพิจารณาวาจะจายเงินจากกองทุนเพื่อชําระคาสินไหม ทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด โดยคณะกรรมการอาจจะออก ระเบียบกําหนดหลักเกณฑวากรณีใดที่กองทุนควรจะจายคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาแทนผูใหบริการ สาธารณสุขหรือไม จํานวนเทาใด แตถาเปนกรณีที่ศาลยกฟองโดยไมไดวินิจฉัยวาผูใหบริการสาธารณสุขไมตองรับผิด ซึ่งอาจเปนการยก ฟ องเพราะเหตุ ขาดอายุ ความ ฟ องเคลื อ บคลุ ม ซึ่ งเป นความผิ ด พลาด เชิ งระบบ กฎหมายได เป ด ช อ งให คณะกรรมการอาจพิจารณาจายคาเสียหายใหแกผูเสียหายหรือไมก็ได ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 22.
    -๒๒- มาตรา ๓๕ ในกรณีที่ผูเสียหายหรือทายาทไดนําเหตุแหงความเสียหายฟองคดีตอ ศาลเพื่อเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความ เสียหาย โดยไดขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ดวย ทังนี้ ไมวาจะขอรับเงินคาเสียหายกอน ้ หรือหลังฟองคดี ใหดําเนินการใหมีการพิจารณาเฉพาะการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแก ผูเสียหายหรือทายาทเทานั้น และเมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สดแลว ใหนําความในมาตรา ุ ๓๔ วรรคสองและวรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม คําอธิบาย : กรณีที่ผูเสียหายฟองคดีตอศาล โดยขอรับเงินคาเสียหายตาม พระราชบัญญัตินดวย ไมวาจะขอรับเงินคาเสียหายกอนหรือหลังฟองคดี ผลของกฎหมายฉบับนีไดกําหนดใหมี ี้ ้ การพิจารณาเฉพาะเงินชวยเหลือเบืองตนใหแกผูเสียหายหรือทายาทเทานัน ้ ้ มาตรา ๓๖ ในกรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายแลว หากศาล มีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหาย ชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหหักเงินชวยเหลือเบื้องตนออกจากคาสินไหมทดแทนดวย คําอธิบาย : กรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายแลว หากตอมา ศาลมีคาพิพากษาถึงที่สดใหผูใหบริการสาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย กฎหมายไดกําหนดใหหัก ํ ุ เงินชวยเหลือเบื้องตนออกจากคาสินไหมทดแทนดวย มาตรา ๓๗ ในกรณีที่มความเสียหายปรากฏขึ้นภายหลังการทําสัญญา ี ประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ โดยผลของสารที่สะสมอยูในรางกายของผูเสียหายหรือ เปนกรณีที่ตองใชเวลาในการแสดงอาการ ใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยตาม พระราชบัญญัตินี้ภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่ง กอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลัง ในกรณีเชนวานี้ ใหสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด แลวแตกรณี สงคําขอ ดังกลาวใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ โดยใหนํามาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ มาใชบังคับโดยอนุโลม คําอธิบาย : เปนการกําหนดใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยไดอีก ในกรณีที่เปนความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลังการทําสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ โดย ๑) ผลของสารที่สะสมอยูในรางกาย หรือ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 23.
    -๒๓- ๒) เปนกรณีที่ตองใชเวลาในการแสดงอาการ โดยใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยไดอีกภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการ สาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลัง ซึ่ง เปนการกําหนดอายุความเพื่อใหสอดคลองกับ พรบ.วิธีพิจารณาคดีผูบริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ เพื่อให ผูเสียหายเขามาใชพระราชบัญญัตินี้แทนที่จะไปฟองรองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค หมวด ๕ การไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข มาตรา ๓๘ หากผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ กับความเสียหายตกลงใหใชวิธีการไกลเกลี่ย ใหสํานักงานดําเนินการใหมีการไกลเกลี่ยเพื่อให เกิดความสัมพันธอันดีระหวางกันหรือเพื่อใหไดขอตกลงรวมกันในเรื่องอื่นนอกเหนือจาก  เงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ การไกลเกลี่ยตามวรรคหนึ่งจะดําเนินการกอนหรือภายหลังผูเสียหายไดยื่น คําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ หรือหลังจากการพิจารณาคําขอรับเงินคาเสียหายเสร็จแลวก็ได คําอธิบาย : กําหนดการตกลงใหใชวิธีไกลเกลี่ย มาตรา ๓๙ ในการไกลเกลี่ย ผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่ เกี่ยวของกับความเสียหายมีสิทธิรวมกันเลือกผูทาหนาที่ไกลเกลี่ยคนเดียวหรือหลายคนตามที่ตกลง ํ กันจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการหรือหนวยงานหรือองคกรเอกชนอื่นไดจัดทําไวหรือบุคคลอื่น ใดที่ผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายเห็นสมควร รวมกัน เปนผูไกลเกลี่ย และใหสํานักงานแตงตั้งเจาหนาที่ของสํานักงานเพืออํานวยความสะดวก ่ และใหขอมูลในการไกลเกลี่ยดวย การไกลเกลี่ยใหดําเนินการใหแลวเสร็จโดยเร็วซึ่งอยางชาตองไมเกินสามสิบวันนับ แตวันที่มีการแตงตั้งผูไกลเกลี่ย หากมีเหตุจําเปนไมอาจไกลเกลี่ยใหแลวเสร็จภายในกําหนดเวลา ดังกลาว อาจขยายระยะเวลาไดอีกไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสามสิบวัน แตทั้งนี้ ผูเสียหายหรือผู ใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายมีสิทธิที่จะยุติการไกลเกลี่ยเสีย เมื่อใดก็ได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 24.
    -๒๔- หากผูเสียหายกับผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหาย สามารถตกลงรวมกันในเรื่องอื่นนอกเหนือจากเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ ใหบุคคล ดังกลาวรวมกันทําสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อใหมีผลผูกพันทั้งสองฝายในเรื่องดังกลาว หลักเกณฑ วิธีการ และรูปแบบของการไกลเกลี่ย สัญญาประนีประนอมยอมความ และคาตอบแทนของผูไกลเกลี่ย ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : กําหนดขั้นตอนการไกลเกลี่ย โดยผูเสียหายและผูใหบริการ สาธารณสุขมีสิทธิรวมกันเลือกผูทําหนาที่ไกลเกลี่ยคนเดียวหรือหลายคนได และดําเนินการไกลเกลี่ยใหแลวเสร็จ โดยเร็วอยางชาตองไมเกินสามสิบวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งผูไกลเกลี่ย โดยขยายระยะเวลาไดไมเกินสองครัง ครัง ้ ้ ละไมเกินสามสิบวัน ทั้งนี้ คูกรณีสามารถยุติการไกลเกลี่ยเสียเมื่อใดก็ได ซึ่งหลักการของการไกลเกลี่ย จะตองเปนความสมัครใจของทั้ง ๒ ฝาย และวัตถุประสงคของการ ไกลเกลี่ยเพื่อใหมีไกลเกลี่ยในเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากเงินคาเสียหาย เชน การดูแลรักษาตอเนื่อง มาตรา ๔๐ เมื่อมีการไกลเกลี่ยตามมาตรา ๓๘ ใหอายุความฟองรองคดีแพงสะดุด หยุดอยูไมนบในระหวางนั้นจนกวามีการยุติการไกลเกลี่ย ั คําอธิบาย : กําหนดผลของการไกลเกลี่ย โดยเมื่อมีการไกลเกลี่ยใหอายุความ ฟองรองคดีแพงสะดุดหยุดอยูจนกวามีการยุติการไกลเกลี่ย มาตรา ๔๑ หามมิใหบุคคลซึ่งเกี่ยวของกับการไกลเกลี่ยใชขอมูลดังตอไปนี้ในการ  ดําเนินคดีทางศาล (๑) ขอเท็จจริงใด ๆ เกี่ยวกับการดําเนินการเพื่อการไกลเกลี่ย (๒) ความเห็นหรือขอเสนอใด ๆ ซึ่งไดเสนอโดยผูเกี่ยวของในการไกลเกลี่ย ในกระบวนการไกลเกลี่ย (๓) ขอเท็จจริงที่ผูเกี่ยวของในการไกลเกลี่ยไดยอมรับหรือปฏิเสธขอเสนอในการ ไกลเกลี่ยเพือยังใหเกิดการตกลงซึงไดเสนอโดยผูทําหนาที่ไกลเกลี่ย ่ ่  คําอธิบาย : กําหนดหามนําขอมูลจากการไกลเกลี่ยมาใชดําเนินคดี เพื่อใหมีการปกปอง ขอมูล และใหมีการเปดเผยขอมูลโดยไมตองกลัววาถูกเอาใชในทางอื่น ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 25.
    -๒๕- หมวด ๖ การพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย ....................... มาตรา ๔๒ ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยวิเคราะหสาเหตุแหงความ เสียหายเพื่อแจงใหสถานพยาบาลที่เกี่ยวของกับความเสียหายพิจารณาหาแนวทางพัฒนาระบบ ความปลอดภัยและปองกันความเสียหายรวมทั้งการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการ สาธารณสุข แลวใหสถานพยาบาลนั้นทํารายงานการปรับปรุงแกไขและสงใหสํานักงานภายในหก เดือน เมื่อสถานพยาบาลไดดําเนินการปรับปรุงแกไขตามแนวทางในวรรคหนึ่งแลว คณะกรรมการอาจนํามาประกอบการพิจารณากําหนดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุนตามมาตรา ๒๑ ในทางทีเปนคุณใหแกสถานพยาบาลนั้นก็ได ่ คําอธิบาย : กําหนดการวิเคราะหสาเหตุแหงความเสียหาย เพื่อพัฒนาระบบความ ปลอดภัย และเปนแรงจูงใจใหสถานพยาบาลพยายามปรับปรุงแกไขสาเหตุแหงความเสียหาย การที่กําหนดใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยเปนผูวิเคราะหสาเหตุแหงความเสียหาย ก็เพื่อใหเกิดความเปนกลาง หากกําหนดใหโรงพยาบาลที่กอใหเกิดความเสียหายเปนผูคนหาและวิเคราะห สาเหตุแหงความเสียหายอาจเกิดความไมเปนกลางได แตถาโรงพยาบาลประสงคจะวิเคราะหสาเหตุแหงความ เสียหาย ในทางปฏิบัติก็สามารถกระทําไดแลวสงขอมูลดังกลาวใหคณะอนุกรรมการฯ เพื่อประกอบการพิจารณา ได มาตรา ๔๓ ใหสํานักงานสนับสนุนสถานพยาบาล หนวยงาน หรือองคกรที่ดําเนิน กิจกรรมดานการสงเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายของผูรับบริการ สาธารณสุข เพื่อดําเนินกิจกรรมดานการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายของ ผูรับบริการสาธารณสุข และกิจกรรมดานการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ โดยเสนอแผนงานตอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนสําหรับใชจายในการสนับสนุน กิจกรรมดังกลาว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : กําหนดใหสํานักงานสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาระบบความปลอดภัย โดยใหการสนับสนุนทั้งสถานพยาบาล,หนวยงานและองคกรตางๆ ซึ่งหมายรวมถึงสภาวิชาชีพตางๆ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 26.
    -๒๖- มาตรา ๔๔ สถานพยาบาลใดที่มีการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความ เสียหายตามที่คณะกรรมการกําหนด คณะกรรมการอาจสั่งใหลดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุน ตามมาตรา ๒๑ ได คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการลดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุน เพื่อเปน แรงจูงใจใหกับสถานพยาบาลที่จะพยาบาล พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย หมวด ๗ การฟองคดีอาญาและบทกําหนดโทษ ………………… มาตรา ๔๕ ในกรณีที่ผูใหบริการสาธารณสุขถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐาน กระทําการโดยประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หากศาลเห็นวาจําเลยกระทําผิด ใหศาลนําขอเท็จจริงตางๆ ของจําเลยเกี่ยวกับประวัติ พฤติการณแหงคดี มาตรฐานทางวิชาชีพ การบรรเทาผลรายแหงคดี การรูสํานึกในความผิด การที่ไดมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๙ การชดใชเยียวยาความเสียหาย และการที่ผูเสียหายไมติดใจให จําเลยไดรับโทษ ตลอดจนเหตุผลอื่นอันสมควร มาพิจารณาประกอบดวยในการนี้ ศาลจะลงโทษ นอยกวาที่กฎหมายกําหนดไวสําหรับความผิดนั้นเพียงใด หรือจะไมลงโทษเลยก็ได คําอธิบาย : เปนการกําหนดเพื่อคุมครองผูใหบริการสาธารณสุข ในกรณีที่ ผูใหบริการถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐานกระทําโดยประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หาก ศาลเห็นวาจําเลยกระทําความผิด ใหศาลนําขอเท็จจริงตางๆ มาประกอบการพิจารณา โดยศาลอาจลงโทษนอย กวาหรือไมลงโทษก็ได ซึ่งเปนประโยชนตอผูใหบริการสาธารณสุข กรณีที่ไมมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ หากผูใหบริการถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐานกระทําโดย ประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หากมีการพิสูจนไดวาผูใหบริการกระทําความผิดก็จะตองถูก  ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๖ ผูใดฝาฝนไมปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการ คณะกรรมการ วินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ ตามมาตรา ๑๘ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือนหรือ ปรับไมเกินหาหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 27.
    -๒๗- คําอธิบาย : เจตนารมณ เปนการกําหนดโทษกรณีที่คณะกรรมการ, คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ,อนุกรรมการมีคําสั่งใหสถานพยาบาลหรือผูเสียหาย หนวยงานทําหนังสือชี้แจง หรือมาใหถอยคําหรือสงขอมูลเอกสารตามเวลาที่สมควร บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๗ ใหโอนภารกิจเกี่ยวกับการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชวยเหลือ เบื้องตนที่ไดมีการกันไวตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาเปนของสํานักงานหรือกองทุน แลวแตกรณี ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ คําอธิบาย : เจตนารมณ เพื่อใหมีระบบเยียวยาผูเสียหาย เปนระบบเดียวกันอยูภายใต พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๘ ในกรณีที่มีการยื่นคํารองขอรับเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ และยังไมไดมีการจายเงินดังกลาว ใหแกผูยื่นคํารอง ใหถือวาเปนคําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ แหงพระราชบัญญัตินี้ คําอธิบาย : เจตนารมณ เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกใหกับผูทไดยื่นคํารองไวกับ ี่ มาตรา ๔๑ และเปนความตอเนื่องของระบบเยียวยาผูเสียหาย มาตรา ๔๙ ในกรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๔๑ แหง พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ใหแกผูยื่นคํารองไปแลว ผูเสียหายหรือ  ทายาทยังคงมีสิทธิที่จะยืนคําขอตามพระราชบัญญัตินี้ไดอก หากยังไมพนกําหนดระยะเวลาตาม ่ ี  มาตรา ๒๕ โดยใหหักเงินชวยเหลือเบื้องตนดังกลาวออกจากเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ ดวย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 28.
    -๒๘- คําอธิบาย : เจตนารมณ เพื่อใหผูเสียหายไมเสียสิทธิในการที่จะไดรบเงินกอน ั ที่สองคือ เงินชดเชยแตทั้งนี้ ตองอยูในชวงเวลา ภายในสามปนบแตวันที่รูถึงความเสียหาย และรูตัวผูใหบริการ ั สาธารณสุข แตทั้งนี้ตองไมเกิน ๑๐ ป ตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๕๐ ใหรัฐมนตรีดําเนินการใหมีการคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการตาม มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) เพื่อใหไดคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ภายใน หนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใชบังคับ ในระหวางที่ยังไมมกรรมการตามวรรคหนึ่งใหรัฐมนตรีแตงตังผูทรงคุณวุฒิจํานวน ี ้ สิบเอ็ดคน โดยในจํานวนนี้ตองเปนผูทํางานในองคกรพัฒนาเอกชนที่ทํางานดานคุมครองสิทธิ ผูบริโภคดานบริการสุขภาพจํานวนหกคน เปนผูมีความเชี่ยวชาญดานเศรษฐศาสตร สื่อสารมวลชน และการเจรจาไกลเกลี่ยสาธารณสุข อยางนอยดานละหนึ่งคน เปนกรรมการตามมาตรา ๗ วรรค หนึ่ง (๓) (๔)และ (๕) คําอธิบาย : ในระหวางที่ไมมีกรรมตามมาตรา ๗ (๓) ไดแกผูแทนสถานพยาบาล จํานวน๓ คน กรรมการตามมาตรา ๗ (๔) ผูแทนองคกรพัฒนาเอกชน จํานวน ๓ คน กรรมการตามมาตรา ๗ (๕) ผูทรงคุณวุฒิหาคน ใหรัฐมนตรีแตงตั้งผูทรงคุณวุฒิ ๑๑ คน จากภาคสวนตางๆ มาเพื่อชวยดําเนินการ ตางๆ ไปกอน ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ................................. นายกรัฐมนตรี ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  • 29.
    -๒๙- หมายเหตุ : เนื่องจากหลักการตามรางพระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการ รับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... เปนการโอนเงินชวยเหลือเบื้องตนที่ไดมีการกันไวและภารกิจเกี่ยวกับการจายเงิน ชวยเหลือเบื้องตน ตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาเปนของกองทุน ตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้น จึงไดมีการแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติฯ โดยมี สาระสําคัญ ดังนี้ (๑) ยกเลิกมาตรา ๑๘ (๗) ตัดอํานาจของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแหงชาติในการกําหนด หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการจายเงินชวยเหลือเบื้องตน ในกรณีที่ผูรับบริการสาธารณสุขไดรับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลโดยหาผูกระทําผิดมิได หรือหาผูกระทําผิดไดแตผูรับบริการสาธารณสุขไมไดรับ คาเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร (๒) ยกเลิกมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ตัดหลักการในการกันเงินชวยเหลือเบื้องตนและภารกิจในการ จายเงินชวยเหลือเบื้องตน ใหแกผูรับบริการที่ไดรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของหนวยบริการ (๓) ยกเลิกมาตรา ๕๐ (๘) ตัดอํานาจของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ในการ จายเงินชวยเหลือเบื้องตน ในกรณีที่ผูรับบริการไดรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลโดยหาผูกระทําผิด มิได หรือหาผูกระทําผิดไดแตผูรับบริการไมไดรับคาเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร ตามหลักเกณฑ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแหงชาติกําหนด ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554