Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
dentyomaraj
451 views
ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข
ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข ขอขอบคุณ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข
Health & Medicine
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 11 times
1
/ 29
2
/ 29
3
/ 29
4
/ 29
5
/ 29
6
/ 29
7
/ 29
8
/ 29
9
/ 29
10
/ 29
11
/ 29
12
/ 29
13
/ 29
14
/ 29
15
/ 29
16
/ 29
17
/ 29
18
/ 29
19
/ 29
20
/ 29
21
/ 29
22
/ 29
23
/ 29
24
/ 29
25
/ 29
26
/ 29
27
/ 29
28
/ 29
29
/ 29
More Related Content
PDF
8 ร่างพรบ.ฉบับหมอต้านพรบ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PDF
ร่วมแสดงความเห็นใน 12 ประเด็น ที่เกี่ยวกับร่าง พรบ.697
by
dentyomaraj
PPT
พรบ คุ้มครอง มองรอบด้าน
by
thaitrl
DOCX
ตารางปรียบเทียบร่างพรบ.ฉบับเดิมกับฉบับสธ.(ปรับปรุง)
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PDF
สิทธิการตาย
by
yim2009
PDF
ได้อะไรจากร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย 1/2
by
patientrightsth
PDF
White paper on_no_fault
by
Parun Rutjanathamrong
PPT
Medical Law
by
Narenthorn EMS Center
8 ร่างพรบ.ฉบับหมอต้านพรบ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
ร่วมแสดงความเห็นใน 12 ประเด็น ที่เกี่ยวกับร่าง พรบ.697
by
dentyomaraj
พรบ คุ้มครอง มองรอบด้าน
by
thaitrl
ตารางปรียบเทียบร่างพรบ.ฉบับเดิมกับฉบับสธ.(ปรับปรุง)
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
สิทธิการตาย
by
yim2009
ได้อะไรจากร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย 1/2
by
patientrightsth
White paper on_no_fault
by
Parun Rutjanathamrong
Medical Law
by
Narenthorn EMS Center
What's hot
DOCX
ร่างพระราชบัญญัติกองทุนคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข พ.ศ. ......
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PDF
ร่างพรบ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบฯ ฉบับสธ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PPT
ทำอย่างไร ไม่ถูกฟ้อง อ.ไพศาล ลิ้มสถิตย์
by
taem
PDF
ชาวฉุกเฉินสบายใจ...ไม่ถูกฟ้อง อ.ไพศาล ลิ้มสถิตย์
by
taem
PDF
การป้องกันการฟ้องร้อง..อ.ไพศาล ลิ้มสถิตย์
by
taem
PPTX
57 03หลักการขึ้นทะเบียน ขจีรัตน์
by
หมอปอ ขจีรัตน์
PPT
Ethics in Emergency Medicine
by
Narenthorn EMS Center
PDF
ไตรมาส2 54
by
สปสช นครสวรรค์
PPT
พยาบาลกับกฎหมาย สุริน
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
PDF
คู่มือการปฏิบัติของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในกรณีเกิดข้อพิพาทในการให้บร...
by
Utai Sukviwatsirikul
PDF
22 medical guide_government officer_cgd_2553
by
JantongDiamond1
PDF
คู่มือกฎหมายและคดีทางการแพทย์
by
Utai Sukviwatsirikul
PDF
พระราชบัญญัติ การสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550
by
อลงกรณ์ อารามกูล
PDF
ข้อดีหรือเสีย ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PDF
พรบ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PPTX
การบริหารการพยาบาล
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
PPT
what
by
pawinitann
ร่างพระราชบัญญัติกองทุนคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข พ.ศ. ......
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
ร่างพรบ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบฯ ฉบับสธ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
ทำอย่างไร ไม่ถูกฟ้อง อ.ไพศาล ลิ้มสถิตย์
by
taem
ชาวฉุกเฉินสบายใจ...ไม่ถูกฟ้อง อ.ไพศาล ลิ้มสถิตย์
by
taem
การป้องกันการฟ้องร้อง..อ.ไพศาล ลิ้มสถิตย์
by
taem
57 03หลักการขึ้นทะเบียน ขจีรัตน์
by
หมอปอ ขจีรัตน์
Ethics in Emergency Medicine
by
Narenthorn EMS Center
ไตรมาส2 54
by
สปสช นครสวรรค์
พยาบาลกับกฎหมาย สุริน
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
คู่มือการปฏิบัติของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในกรณีเกิดข้อพิพาทในการให้บร...
by
Utai Sukviwatsirikul
22 medical guide_government officer_cgd_2553
by
JantongDiamond1
คู่มือกฎหมายและคดีทางการแพทย์
by
Utai Sukviwatsirikul
พระราชบัญญัติ การสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550
by
อลงกรณ์ อารามกูล
ข้อดีหรือเสีย ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
พรบ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
การบริหารการพยาบาล
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
what
by
pawinitann
Viewers also liked
PPTX
วันเด็ก
by
dentyomaraj
PDF
หนังสือ สำหรับงานพระราชทานเพลิงสังขาร หลวงตามหาบัว
by
dentyomaraj
DOC
แผ่นพับการติดเชื้อ
by
dentyomaraj
PPTX
Photo albumDental ImplantationDay10012011
by
dentyomaraj
PPS
Are you happy
by
dentyomaraj
PDF
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๓
by
dentyomaraj
DOCX
สามสิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา
by
dentyomaraj
PDF
ต้นฉบับ โครงการ..ฟันยิ้ม..รากฟันเทียมพระราชทาน สัมมนาปฏิบัติการฝังรากเทียม จั...
by
dentyomaraj
วันเด็ก
by
dentyomaraj
หนังสือ สำหรับงานพระราชทานเพลิงสังขาร หลวงตามหาบัว
by
dentyomaraj
แผ่นพับการติดเชื้อ
by
dentyomaraj
Photo albumDental ImplantationDay10012011
by
dentyomaraj
Are you happy
by
dentyomaraj
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๓
by
dentyomaraj
สามสิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา
by
dentyomaraj
ต้นฉบับ โครงการ..ฟันยิ้ม..รากฟันเทียมพระราชทาน สัมมนาปฏิบัติการฝังรากเทียม จั...
by
dentyomaraj
Similar to ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข
PDF
8 ร่างพรบ.ฉบับหมอต้านพรบ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PPTX
Powerpoint ประชาพิจารณ์ของกระทรวงสธ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PPTX
เหลียวหลัง แลหน้า พัฒนาบริการ
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
PDF
ได้อะไรจากร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย 2/2
by
patientrightsth
PDF
3 ข้อดีหรือเสีย ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ-ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PDF
พรบรักษาพยาบาล
by
patty_sb
DOC
ความเป็นมาพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PDF
ระบบสุขภาพกับสังคมไทยไม่ทิ้งกัน
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
PPT
Financing for Emergency patients
by
Narenthorn EMS Center
PDF
พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน 2556
by
อินทนนท์ อินทนพ
PDF
Thailaw3 48
by
skwtngps
PDF
Thailaw3 48
by
skwtngps
PDF
Thailaw3 48
by
skwtngps
PDF
หนังสือรวมคำพิพากษาคดีทางการแพทย์ (พศ 2539-2560) เล่ม 1
by
larnpho
PDF
2.พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
by
สังวาลย์ มั่งจิ๋ว
PDF
แนวปฏิบัติกรณีทุพพลภาพ
by
Nithimar Or
PDF
สิทธิผู้ป่วย
by
Preeda Limnontakul
PDF
คำประกาศสิทธิผู้ป่วย
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
PDF
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 ...
by
ประพันธ์ เวารัมย์
DOCX
ทำไมต้องมีพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
8 ร่างพรบ.ฉบับหมอต้านพรบ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
Powerpoint ประชาพิจารณ์ของกระทรวงสธ.
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
เหลียวหลัง แลหน้า พัฒนาบริการ
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
ได้อะไรจากร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย 2/2
by
patientrightsth
3 ข้อดีหรือเสีย ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ-ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
พรบรักษาพยาบาล
by
patty_sb
ความเป็นมาพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
ระบบสุขภาพกับสังคมไทยไม่ทิ้งกัน
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
Financing for Emergency patients
by
Narenthorn EMS Center
พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน 2556
by
อินทนนท์ อินทนพ
Thailaw3 48
by
skwtngps
Thailaw3 48
by
skwtngps
Thailaw3 48
by
skwtngps
หนังสือรวมคำพิพากษาคดีทางการแพทย์ (พศ 2539-2560) เล่ม 1
by
larnpho
2.พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
by
สังวาลย์ มั่งจิ๋ว
แนวปฏิบัติกรณีทุพพลภาพ
by
Nithimar Or
สิทธิผู้ป่วย
by
Preeda Limnontakul
คำประกาศสิทธิผู้ป่วย
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 ...
by
ประพันธ์ เวารัมย์
ทำไมต้องมีพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
by
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
More from dentyomaraj
PDF
ค่าตอบแทนภาระงานP 4 P
by
dentyomaraj
PDF
Competition brochure snake game 55
by
dentyomaraj
PDF
Kid yoga,Thai language
by
dentyomaraj
PDF
Ortho price list 2012
by
dentyomaraj
PDF
หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2547
by
dentyomaraj
PDF
Danzenตอบโดย ภญ. ศยามล สุขขา 2284
by
dentyomaraj
PDF
บทที่ 10 serratiopeptidase
by
dentyomaraj
PDF
ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น
by
dentyomaraj
PPTX
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
by
dentyomaraj
PDF
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
by
dentyomaraj
PDF
วัยซน วัยใส ใส่ใจมื้อหลัก
by
dentyomaraj
PDF
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๑
by
dentyomaraj
PDF
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
by
dentyomaraj
PDF
Chaipattana tsunami
by
dentyomaraj
PDF
Endodontic or root canal treatment knowledge, panpub
by
dentyomaraj
DOCX
โยคะหัวเราะ
by
dentyomaraj
PPS
การพูดที่อบอุ่น Warm Speech
by
dentyomaraj
DOCX
หลวงตาบัว
by
dentyomaraj
PDF
Poster preprosthetic surgery
by
dentyomaraj
PDF
Poster ฟันเทียมถอดได้ rooj
by
dentyomaraj
ค่าตอบแทนภาระงานP 4 P
by
dentyomaraj
Competition brochure snake game 55
by
dentyomaraj
Kid yoga,Thai language
by
dentyomaraj
Ortho price list 2012
by
dentyomaraj
หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2547
by
dentyomaraj
Danzenตอบโดย ภญ. ศยามล สุขขา 2284
by
dentyomaraj
บทที่ 10 serratiopeptidase
by
dentyomaraj
ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น
by
dentyomaraj
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
by
dentyomaraj
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
by
dentyomaraj
วัยซน วัยใส ใส่ใจมื้อหลัก
by
dentyomaraj
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๑
by
dentyomaraj
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
by
dentyomaraj
Chaipattana tsunami
by
dentyomaraj
Endodontic or root canal treatment knowledge, panpub
by
dentyomaraj
โยคะหัวเราะ
by
dentyomaraj
การพูดที่อบอุ่น Warm Speech
by
dentyomaraj
หลวงตาบัว
by
dentyomaraj
Poster preprosthetic surgery
by
dentyomaraj
Poster ฟันเทียมถอดได้ rooj
by
dentyomaraj
ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข
1.
คํานํา
ร า งพระราชบั ญ ญั ติ คุ ม ครองผู เ สี ย หายจากการรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข ที่ กํ า ลั ง เข า สู ก าร พิจารณาของสภาฉบับนี้ เปนรางพระราชบัญญัติที่เปนประโยชนตอแพทยและบุคลากรทางการ แพทย อีกทั้งประชาชนผูรับบริการทางแพทย กลาวคือ เมื่อผูรับบริการหรือประชาชนที่มาใชบริการ ทางการแพทยไดรับความเสียหายตามกฎหมายยอมมีสิทธิไดรับการชดเชยกวางขวางกวากฎหมาย ที่มีอยูในปจจุบันกลาวคือ มีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือในเบื้องตนเชนเดียวกับในปจจุบัน ที่ไดรับเงิน ชวยเหลือในเบื้องตน ตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2545 โดยมีความแตกตางกันก็คือในเรื่องของการกําหนดเงินชดเชย ตามพระราชบัญญัติดังกลาว ไมได กํ า หนดให มี เ งิ น ชดเชยสํ า หรั บ ผู รั บ บริ ก ารทางการแพทย หรื อ กล า วอี ก นั ย หนึ่ ง ผู เ สี ย หายทาง การแพทยจะตองไปฟองรองแพทยที่ศาลเอาเอง แตตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไดกําหนด วิธีการเพื่อสรางความสัมพันธอันดีระหวาง คนไขกับแพทยฯ กลาวคือ ผูเสียหายทางการแพทย สามารถยื่นขอเรียกรอง คาชดเชยความเสียหาย ตอกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเปนหนวยงาน ราชการผูรับผิดชอบ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะตองสงใหคณะอนุกรรมการพิจารณาแลว เสร็จภายใน 30 วัน หรือขยายระยะเวลาอันสั้นเทานั้น ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกําหนดคาชดเชย ไดพิจารณากําหนดคาชดเชย และผูรับบริการพอใจก็จะมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลตามกฎหมาย ใหมูลกรณีพิพาทระหวางแพทยกับคนไขเปนที่ยุติในทางแพง สําหรับในดาน คดีอาญานั้นแมศาลไดพิจารณาแลวเห็นวา แพทยหรือผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิด ศาลอาจจะไมลงโทษเลยก็ได ซึ่งแตกตางจากปจจุบันที่หากศาลพิจารณาแลวเห็นวาแพทยหรือ ผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิดคดีอาญา ศาลจะตองลงโทษเทานั้น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
2.
-๒-
(ราง) พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ. .... ” คําอธิบาย : เพื่อคุมครองผูที่ไดรับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแต วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป คําอธิบาย : กําหนดวันที่กฎหมายฉบับนีมีผลใชบังคับ คือเมื่อพนกําหนดหนึ่ง ้ รอยแปดสิบวันนับแตวนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป เพือใหมีการเตรียมความพรอมในดานตางๆ ั ่ มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ผูเสียหาย” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับความเสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุขจากสถานพยาบาล คําอธิบาย : คําวา “ผูเสียหาย” หมายถึงบุคคลที่อยูในประเทศไทยทีมารับบริการ ่ กรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ (1) จากการรับบริการสาธารณสุข (2) จากสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน “สถานพยาบาล” หมายความวา สถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล สถานพยาบาลของรัฐ และของสภากาชาดไทย ทังนี้ ใหรวมถึงสถานบริการสาธารณสุขตามที่ ้ คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขประกาศกําหนด คําอธิบาย : กําหนดคํานิยามคําวา “สถานพยาบาล” เพื่อใหครอบคลุม สถานพยาบาลทุกแหง ไมวาจะเปนสถานพยาบาลของรัฐทุกสังกัด และสถานพยาบาลเอกชน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
3.
-๓-
“บริการสาธารณสุข” หมายความวา บริการดานการแพทยและสาธารณสุขซึ่งไดแก การประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภตาม กฎหมายวาดวยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ การประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมาย ว า ด ว ยวิ ช าชี พ ทั น ตกรรม การประกอบวิ ช าชี พ กายภาพบํ า บั ด ตามกฎหมายว า ด ว ยวิ ช าชี พ กายภาพบําบัด การประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทยตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเทคนิคการแพทย การประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเภสัชกรรม หรือการประกอบวิชาชีพ ทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่ เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง คําอธิบาย : กําหนดความหมายใหมีความครอบคลุมทุกองคกรวิชาชีพทางดาน การสาธารณสุข และเปดชองไปถึงการประกอบวิชาชีพทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศ กําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง “กองทุน” หมายความวา กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการ สาธารณสุข “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธทดี ี่ ในระบบบริการสาธารณสุข “สํานักงาน” หมายความวา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวให ใชบังคับได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
4.
-๔-
หมวด ๑ การคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ………….. มาตรา ๕ ผูเสียหายมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยจากกองทุนตาม พระราชบัญญัตินี้ โดยไมตองพิสูจนความรับผิด อธิบาย : เปนการกําหนดสิทธิของผูเสียหายที่จะไดรับความคุมครองในการรับเงินชวยเหลือ เบื้องตนและเงินชดเชยตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยไมตองพิสูจนหาผูกระทําผิด (No-fault compensation) และไมอยูภายใตเงื่อนไขตามมาตรา 6 หมายเหตุ เงิ น ช ว ยเหลื อ ในส ว นนี้ เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ ป จ จุ บั น เป น การกํ า หนดเงิ น ช ว ยเหลื อ เชนเดียวกับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ มาตรา 41 โดยมีความแตกตางตาม มาตรา 6 มาตรา 33 ซึ่งเปนการกําหนดคาชดเชย และการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อเปนการยุติคดีที่ตองฟองรอง ในทางแพง ซึ่งในปจจุบันนี้ไมมีการกําหนดคาชดเชยดังกลาว หากผูเสียหายตองการคาชดเชยความเสียหาย จะตองไปฟองรองคดีแพงที่ศาล มาตรา ๖ บทบัญญัติในมาตรา ๕ มิใหใชบังคับในกรณีดังตอไปนี้ คําอธิบาย : เปนการกําหนดขอยกเวนกรณีที่ผูเสียหายไมมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตน และเงินชดเชย เพื่อเปนการกําหนดขอบเขตวาความเสียหายอันใดที่ไมควรไดรับการชวยเหลือเยียวยาตาม พระราชบัญญัตินี้ โดยแบงเปนกรณีดังตอไปนี้ (๑) ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติธรรมดาของโรคนั้น แมมีการใหบริการสาธารณสุขตาม มาตรฐานวิชาชีพ คําอธิบาย : เปนความเสียหายทีดําเนินไปตามปกติของโรค ตัวอยาง เชน ผูปวยมะเร็งระยะ สุดทาย ซึ่งเสียชีวิตในสถานพยาบาล ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
5.
-๕-
มาตรา ๖ (๒) ความเสียหายซึ่งหลีกเลี่ยงมิไดจากการใหบริการสาธารณสุขตามมาตรฐาน สภาวิชาชีพ อธิบาย : เปนกรณีความเสียหายที่หลีกเลี่ยงไมไดจากการใหบริการสาธารณสุขถึงแมวาผูปวยจะ ไดรับการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพแลวก็ตาม ตัวอยางเชน กรณีการผาตัดเนื้องอกสมองที่เนื้องอกอยูใกล เสนประสาทหรือเสนเลือดที่สําคัญ ซึ่งก็ยอมมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบกระเทือนตอระบบประสาทหรืออาจทํา ใหเสียชีวิตไดจากการผาตัด หรือแมไมเสียชีวิตแตผูปวยอาจพิการชั่วคราวหรือตลอดชีวิตได มาตรา ๖ (๓) ความเสี ย หายที่ เ มื่ อ สิ้ น สุ ด กระบวนการให บ ริ ก ารสาธารณสุ ข แล ว ไม มี ผลกระทบตอการดํารงชีวิตตามปกติ คําอธิบาย : เปนกรณีความเสียหายเล็กนอย เชน ผื่นแพยา ไมกี่วันห0าย และไมมีผลกระทบ ตอการดํารงชีวิต ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกําหนดรายละเอียดเพิ่มเติมภายใตหลักเกณฑดังกลาว ขางตนได คําอธิบาย : เปนการเปดชองไวเพื่อใหมีการปรับปรุงไดตามความเหมาะสมในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อใหกฎหมายนี้มีความยืดหยุน เหมาะสมกับสถานการณและวิธีการรักษาที่พัฒนาตอไปเรื่อย ๆ ในอนาคต ทั้งนี้ตองอยูภายใตหลักเกณฑทั้ง 3 ขอดังกลาว หมวด ๒ คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ................................ มาตรา ๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ ดีในระบบบริการสาธารณสุข” ประกอบดวย (๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธานกรรมการ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
6.
-๖-
(๒) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย อธิบดีกรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ เลขาธิการคณะกรรมการ คุมครองผูบริโภค และผูอํานวยการสํานักงบประมาณ (๓) ผูแทนสถานพยาบาล จํานวนสามคน (๔) ผูแทนองคกรพัฒนาเอกชนที่ทํางานดานคุมครองสิทธิผบริโภคดานบริการ ู สุขภาพ จํานวนสามคน (๕) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหาคนซึ่งรัฐมนตรีแตงตังจากผูท่มีความเชี่ยวชาญดาน ้ ี เศรษฐศาสตร สังคมศาสตร สื่อสารมวลชน สิทธิมนุษยชน และการเจรจาไกลเกลี่ยสาธารณสุข ดาน ละหนึ่งคน การคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ(๕) ใหเปนไปตาม หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ และใหอธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพแตงตั้งเจาหนาที่ของสํานักงานจํานวนไมเกินสองคนเปน ผูชวยเลขานุการ คําอธิบาย : กําหนดองคประกอบของคณะกรรมการเสริมสรางความสัมพันธที่ดี ในระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทในการกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อ คุ ม ครองผู เ สี ย หายจากรรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข พั ฒ นาระบบความปลอดภั ย การสนั บ สนุ น การสร า งเสริ ม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข กําหนดระเบียบหลักเกณฑเกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน และ หลักเกณฑตางๆ ที่เกี่ยวของตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ องคประกอบของคณะกรรมการจึงประกอบดวยตัวแทน หนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของซึ่งเปนกรรมการโดยตําแหนง และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของโดยมีสัดสวนที่เทากัน ระหวางผูรับบริการ(จํานวน ๓ คน) และผูใหบริการ (จํานวน ๓ คน) และผูทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเปนกลางและ เปนผูที่มีความรูความเชี่ยวชาญในดานตางๆ โดยมีรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธาน และมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการชุดนี้มีจํานวนรวมทั้งหมดไมเกิน ๑๙ คน มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) มีวาระการดํารง ตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกหรือแตงตั้งใหมอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินกวาสอง วาระติดตอกันไมได เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการคัดเลือกหรือแตงตั้ง กรรมการขึ้นใหม ใหกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนั้นอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบติหนาที่ ั ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
7.
-๗- ตอไปจนกวากรรมการซึ่งไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งเขารับหนาที่ แตตองไมเกินเกาสิบวัน นับแตวันที่กรรมการพนจากตําแหนงตามวาระนั้น
ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหดําเนินการ คัดเลือกหรือแตงตังกรรมการประเภทเดียวกันแทนภายในสามสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงกรรมการ ้ นั้นวางลงและใหผูไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเทากับวาระ ที่เหลืออยูของกรรมการซึ่งตนแทน ในกรณีที่วาระของกรรมการที่พนจากตําแหนงกอนครบวาระเหลืออยูไมถงเกาสิบวัน ึ จะไมดําเนินการคัดเลือกหรือแตงตั้งกรรมการแทนตําแหนงที่วางนั้นก็ได และในการนี้ให คณะกรรมการประกอบดวยกรรมการเทาที่เหลืออยู คําอธิบาย : เปนการกําหนดวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการ มาตรา ๙ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง กรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) พนจากตําแหนงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เปนบุคคลลมละลาย (๔) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๕) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตโทษสําหรับความผิด ที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) รัฐมนตรีใหออกเพราะบกพรองหรือไมสุจริตตอหนาที่ หรือหยอน ความสามารถ คําอธิบาย : กําหนดการพนจากตําแหนงของกรรมการผูทรงคุณวุฒิ มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบ ความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย และการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการสรางเสริม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข (๒) กําหนดระเบียบการจายเงินสมทบกองทุนตามมาตรา ๒๑ (๓) กําหนดระเบียบการรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ตามมาตรา ๒๓ รวมทั้งระเบียบเกี่ยวกับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และคาปวยการตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
8.
-๘-
(๔) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ ระเบียบการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๙ และระเบียบการจายเงินชดเชยตาม มาตรา ๓๒ (๕) กําหนดหลักเกณฑและวิธีการอุทธรณและวิธีพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ ตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑ (๖) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการทําสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ และการดําเนินการไกลเกลี่ย สัญญาประนีประนอมยอมความ และคาตอบแทนของผูไกลเกลี่ยตาม มาตรา ๓๙ (๗) จัดประชุมรับฟงความเห็นของสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุข เพื่อรับทราบปญหาขอเสนอแนะในการสงเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกัน ความเสียหาย รวมทั้งการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ (๘) กําหนดนโยบายการบริหารงาน และใหความเห็นชอบแผนการดําเนินงานของ สํานักงาน (๙) จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ยตามมาตรา ๓๙ โดยคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู ความเขาใจ หรือมีประสบการณเหมาะสมกับการทําหนาที่ไกลเกลี่ยขอพิพาทสาธารณสุข (๑๐) กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการ สรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขและพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจาย ในการสนับสนุนกิจกรรมตามมาตรา ๔๓ (๑๑) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอืนกําหนดใหเปน ่ อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจมอบหมายหรือมอบอํานาจ ใหสํานักงานเปนผูดําเนินการแทนได คําอธิบาย : กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการโดยคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ใน การกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย และการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ตลอดจนกําหนด ระเบียบเกี่ยวกับการรับ การบริหารจัดการเงินกองทุน การยื่นคําขอรับเงินคาเสียหาย กําหนดหลักเกณฑและ วิธีการอุทธรณ การทําสัญญาประนีประนอมยอมความและการไกลเกลี่ย จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ย กําหนด นโยบายในการบริหารงาน และกําหนดหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยตลอดจน พิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจายในการสนับสนุนกิจกรรมดานการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกัน ความเสียหายของสถานพยาบาล ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
9.
-๙-
มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการ ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวา กึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานกรรมการไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่ง ในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปน เสียงชี้ขาด ในการประชุม ถามีการพิจารณาเรื่องที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูใดมีสวน ไดเสีย ประธานกรรมการหรือกรรมการผูนั้นมีหนาที่แจงใหคณะกรรมการทราบและมีสิทธิเขาชี้แจง ขอเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นแตไมมีสิทธิเขารวมประชุมและลงคะแนนเสียง วิธีการประชุมและการมีสวนไดเสียซึ่งประธานกรรมการหรือกรรมการมีหนาที่ตอง แจง ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการประชุม มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อใหปฏิบัติหนาที่ ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ดังนี้ (๑) คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗ ประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและสาธารณสุข และดานการคุมครอง ผูบริโภค ดานละหนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน (๒) คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยตามมาตรา ๓๐ ประกอบดวย ผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานสังคมสงเคราะห ดานการแพทยและสาธารณสุข ดานการฟนฟู สมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละหนึ่งคน (๓) คณะอนุกรรมการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร หลักเกณฑและวิธีการการไดมา วาระการดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนง และ เขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการกําหนด ประธานคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามที่คณะอนุกรรมการแตละ คณะเลือกกันเอง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
10.
-๑๐-
ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดที่อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพมอบหมายแตงตั้งเจาหนาที่ในสํานักงานหรือเจาหนาที่ในสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัด แลวแตกรณี เปนฝายเลขานุการ ในการแตงตั้งคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจแตงตั้งมากกวา หนึ่งคณะก็ได ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของ คณะอนุกรรมการและอนุกรรมการโดยอนุโลม คําอธิบาย : กําหนดใหคณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการ โดย องคประกอบของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๑๒ (๑) มีสัดสวนของผูที่ เกี่ยวของ และผูแทนสถานพยาบาล และผูแทนผูรับบริการที่เทาๆกัน และองคประกอบของคณะอนุกรรมการ ประเมินเงินชดเชย ตามมาตรา ๑๒ (๒) ประกอบดวยผูที่มีความรูที่เกี่ยวกับการพิจารณาประเมินเงินชดเชย มาตรา ๑๓ ใหมีคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณซงรัฐมนตรีแตงตั้ง ประกอบดวย ึ่ ประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นซึ่งเปนผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและ สาธารณสุข ดานสังคมสงเคราะห ดานการฟนฟูสมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละ หนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน การแตงตั้งฝายเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ใหนํามาตรา ๑๒ วรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม หลักเกณฑและวิธีการการไดมาและเขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณ ใหเปนไปตามทีรัฐมนตรีประกาศกําหนด ่ ในการแตงตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ รัฐมนตรีอาจแตงตั้งมากกวาหนึ่งคณะ ก็ได ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและกรรมการวินิจฉัยอุทธรณโดยอนุโลม คําอธิบาย : กํ า ห น ด อ ง ค ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร วิ นิ จ ฉั ย อุ ท ธ ร ณ ซึ่งประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานตางๆ และผูแทนสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุขในสัดสวนที่เทากัน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
11.
-๑๑-
มาตรา ๑๔ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีอํานาจหนาที่พิจารณาและวินิจฉัย อุทธรณตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑ คําอธิบาย : กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ โดยมีอํานาจ หนาที่พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินจฉัยไมรับคํา ิ ขอของผูเสียหาย และกรณีทผูเสียหายไมพอใจจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยกําหนด ี่ มาตรา ๑๕ ใหกรรมการวินิจฉัยอุทธรณอยูในตําแหนงคราวละสามป กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกไดแตจะแตงตั้งติดตอกันเกิน สองวาระไมได ใหนํามาตรา ๙ มาใชบังคับกับคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณดวยโดยอนุโลม คําอธิบาย : กําหนดวาระในการดํารงตําแหนงของกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ มาตรา ๑๖ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรืออนุกรรมการ ไดรับเบี้ยประชุม คาพาหนะ คาเบี้ยเลี้ยง คาเชาที่พัก และประโยชนตอบแทนอื่นในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : กําหนดเรื่องเบี้ยประชุมของคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณ และคณะอนุกรรมการ มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรือ อนุกรรมการ เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือ คณะอนุกรรมการ มีอํานาจสั่งใหสถานพยาบาล ผูเสียหายหรือทายาท บุคคล หนวยงาน หรือ องคกรที่เกี่ยวของ ทําหนังสือชี้แจงขอเท็จจริง หรือมาใหถอยคําดวยตนเอง หรือสงขอมูลหรือ เอกสารหลักฐานตามกําหนดเวลาที่เห็นสมควร ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
12.
-๑๒-
ใหบุคคลที่มาใหถอยคําดวยตนเองตามวรรคหนึ่งไดรับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และ คาปวยการ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : กําหนดคําสั่งใหผูเกี่ยวของมาชี้แจงขอมูล เพื่อใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ สามารถไดขอเท็จจริงจากแหลงตางๆ อันเปนประโยชน ตอการดําเนินการได มาตรา ๑๙ ใหกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนสํานักงานเลขานุการของ คณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและคณะอนุกรรมการ และมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ประสานงานกับสถานพยาบาลเพื่อใหสงเวชระเบียนของผูเสียหายหรือขอมูล เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวของ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณหรือ คณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๘ (๓) ประสานงานกับหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลใด ๆ เพื่อขอทราบ ขอเท็จจริงหรือความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ (๕) เก็บ รวบรวม วิเคราะหขอมูลการจายเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้และ วิธีปองกันความเสียหายเพื่อเผยแพรตอสาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ (๖) สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและ ปองกันความเสียหาย รวมทั้งการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ (๗) มอบใหหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลอื่นทํากิจการที่อยูภายในอํานาจ หนาที่ของสํานักงานตามพระราชบัญญัตินี้ (๘) จัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดําเนินงานของ คณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ คณะอนุกรรมการ และสํานักงาน เพื่อเผยแพรตอ สาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ (๙ ) ประชาสัมพันธและแจงผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อความเขาใจหลักการ และเหตุผล ขั้นตอน วิธีการ และเงื่อนไขการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๐) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
13.
-๑๓-
คําอธิบาย : กํ า หนดให ก รมสนั บ สนุ น บริ ก ารสุ ข ภาพทํ า หน า ที่ เ ป น สํ า นั ก งาน เลขานุการ โดยมีอํานาจหนาที่รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณ ประสานงานกับหนวยงาน หรือบุคคลใด ๆ เพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลหรือขอเท็จจริง ทําหนาที่รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุน สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย จัดทํารายงาน ประจําป ตลอดจนประชาสัมพันธและแจงใหผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อเขาใจในขั้นตอนและสิทธิตาม พระราชบัญญัตินี้ หมวด ๓ กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข มาตรา ๒๐ ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสํานักงาน เรียกวา “กองทุนสราง เสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข” โดยมีวัตถุประสงค ดังตอไปนี้ ี่ (๑) เพื่อจายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท (๒) เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาตามมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ (๓) เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบ ความปลอดภัยและปองกันความเสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และ (๔) เปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและการสรางเสริม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข คณะกรรมการอาจจัดสรรเงินจากกองทุนที่ไดรับจากเงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ และเงินที่รัฐบาลอุดหนุน เพื่อเปนคาใชจายตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ และเปนคาใชจายใน การบริหารของสํานักงานในสวนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ ตามความจําเปนได แตไมเกินรอยละสิบตอปของจํานวนเงินดังกลาว คําอธิบาย : กําหนดวัตถุประสงคของกองทุน โดยใหกองทุนมีวัตถุประสงคเพื่อ จายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคํา พิพากษา เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความ เสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และเปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและสรางเสริม ความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
14.
-๑๔-
การกําหนดใหคณะกรรมการจัดสรรเงินจากกองทุนไมเกินรอยละสิบตอป ตามมาตรา ๒๐ วรรค สอง เพื่อเปนคาใชจายของคณะกรรมการ/อนุกรรมการ หรือเปนคาพาหนะ คาเชาที่พักและคาปวยการของผูมา ใหขอมูลกับคณะกรรมการ/อนุกรรมการ มาตรา ๒๑ สถานพยาบาลตองจายเงินสมทบเขากองทุนตามหลักเกณฑ วิธีการ และอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงขนาดของสถานพยาบาล จํานวน ผูรับบริการสาธารณสุข ความถี่หรือความรุนแรงของการเกิดความเสียหาย การประชาสัมพันธและ การแจงใหผูรับบริการสาธารณสุขทราบเกี่ยวกับการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ การประสานงาน เพื่อใหผูเสียหายหรือทายาทยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ การสนับสนุนการไกล เกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข และการพัฒนาระบบความ ปลอดภัยและปองกันความเสียหาย หากสถานพยาบาลไมสงเงินสมทบเขากองทุนหรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนด หรือ สงเงินไมครบตามจํานวนที่ตองสง ใหเสียเงินเพิ่มในอัตรารอยละสองตอเดือนของจํานวนเงินที่ไมสง หรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนดหรือจํานวนเงินที่สงขาดไป แลวแตกรณี นับแตวันครบกําหนดสง จนถึงวันที่สงเงินสมทบเขากองทุน การคํานวณเงินเพิ่มตามวรรคสอง เศษของเดือนใหคํานวณเปนรายวัน สถานพยาบาลใดไมจายเงินสมทบตามวรรคหนึ่งหรือไมเสียเงินเพิ่มตามวรรคสอง ใหนําบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายวาดวยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาใชบังคับ และในกรณีที่ไมมีเจาหนาที่ดําเนินการบังคับ ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมี อํานาจฟองคดีตอศาลปกครองเพื่อบังคับชําระเงินดังกลาว ในการนี้ถาศาลปกครองเห็นวาการให ชําระเงินนั้นชอบดวยกฎหมาย ก็ใหศาลปกครองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาและบังคับคดีใหมีการ ยึดหรืออายัดทรัพยสินเพื่อใหชําระเงินนั้นได คําอธิบาย : มาตรา ๒๑ วรรคสอง เปนมาตรการเชิงบังคับทางกฎหมาย เพื่อให สถานพยาบาลต อ งจ า ยเงิ น สมทบเข า กองทุ น หากไม กํ า หนดไว จ ะทํ า ให ก ฎหมายไม มี ส ภาพใช บั ง คั บ ได สถานพยาบาลก็จะไมจายเงินสมทบเขากองทุน ซึ่งเปนการทําใหกองทุนนี้ไมสามารถเกิดขึ้นได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
15.
-๑๕-
มาตรา ๒๒ กองทุนประกอบดวย (๑) เงินที่โอนมาจากเงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ (๓) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล (๔) เงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง (๕) เงินหรือทรัพยสินทีมีผูบริจาคหรือมอบใหกองทุน ่ (๖) ดอกผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน เงินและทรัพยสินตามวรรคหนึ่งไมตองสงคลังเปนรายไดแผนดิน ในการเสนอขอรับเงินอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง (๓) ใหรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการจัดทําคําขอตอคณะรัฐมนตรี คําอธิบาย : กํ า หนดที่ มาของเงิ นกองทุ น โดยประกอบไปด วยเงิ นที่ โอนมาจาก เงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินเพิ่มตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคหรือมอบให รวมทั้งดอก ผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน มาตรา ๒๓ ใหสํานักงานเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนและดําเนินการ เบิกจายเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ การรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ใหเปนไปตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : เรื่องการบริหารจัดการกองทุนไดกําหนดใหสํานักงานเก็บรักษาเงิน และทรั พยสินของกองทุนและดําเนินการเบิกจายเงินกองทุน ตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนดโดยความ เห็นชอบของกระทรวงการคลัง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
16.
-๑๖-
มาตรา ๒๔ ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวย วิธีการงบประมาณ ใหคณะกรรมการเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนในป ที่ลวงมาซึ่งสํานักงานการตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแตงตั้งดวย ความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินตรวจสอบและรับรองแลวตอคณะรัฐมนตรีเพื่อ ทราบ งบการเงินและรายงานการรับจายเงินดังกลาว ใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรี เพื่อนําเสนอตอสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการควบคุมตรวจสอบการดําเนินการของกองทุน โดย คณะกรรมการจะตองเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนซึ่งผานความเห็นชอบของสํานักงาน การตรวจเงินแผนดินตอคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวย วิธีการงบประมาณ โดยงบการเงินและรายงานดังกลาวใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรีเพื่อนําเสนอตอสภา ผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมวด ๔ การพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชย มาตรา ๒๕ ผูเสียหายอาจยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ ตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด ภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความ เสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแต วันที่รูถึงความเสียหาย ในกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิต เปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวย ตนเองได บิดามารดา คูสมรส ทายาท หรือผูอนุบาล หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งไดรบมอบหมายั เปนหนังสือจากผูเสียหาย แลวแตกรณี อาจยื่นคําขอตามวรรคหนึ่งได การยื่นคําขอตามมาตรานีจะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ทังนี้ ตามวิธีการ ้ ้ รูปแบบ และรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
17.
-๑๗-
คําอธิบาย : กําหนดระยะเวลา ขั้นตอนและวิธีการในการยื่นคําขอ ดังนี้ ๑) ผูมีสิทธิยื่นคําขอ ไดกําหนดใหผูเสียหาย หรือกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิต เปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวยตนเองได ก็ใหบิดามารดา คูสมรส ทายาทหรือผูอนุบาล หรือ บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ไดรับมอบหมายเปนหนังสือจากผูเสียหาย อาจยื่นคําขอได ๒) วิธีการยื่นคําขอ จะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนด โดยยื่นตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด ๓) ระยะเวลาในการยื่นคําขอ อาจยื่นคําขอภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความ เสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความ เสียหาย เจตนา เพื่อใหระยะเวลาเทียบเทากับอายุความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค เพื่อ ตองการใหผูปวยมาใชชองทางในพระราชบัญญัตินี้แทนที่ จะไปยื่นฟองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ผูบริโภค มาตรา ๒๖ เมื่อมีการยื่นคําขอตามมาตรา ๒๕ ภายในอายุความทางแพงในมูล ละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนบในระหวาง ั นั้นจนกวาการพิจารณาคําขอเงินชดเชยนั้นจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง คําอธิบาย : กําหนดเรื่องผลของการยื่นคําขอ หากมีการยื่นคําขอภายในอายุความ ทางแพงในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนับในระหวาง นั้นจนกวาการพิจารณาคําขอจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอ ทั้งนี้ เพื่อไมใหผูยื่นคํารองมีความกังวล วาจะหมดอายุความ มาตรา ๒๗ ใหสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด แลวแตกรณี สงคําขอตามมาตรา ๒๕ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนภายในเจ็ดวันนับแต วันที่ไดรับคําขอ และใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเห็น วาเปนผูเสียหายตามมาตรา ๕ และไมอยูในบังคับตามมาตรา ๖ ใหวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือ เบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตน ออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยาย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
18.
-๑๘- ระยะเวลาทุกครั้งไวดวย หากการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาว ใหถือ วาคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตน และใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท
คําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนที่วินิจฉัยจายเงิน ชวยเหลือเบื้องตนใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน โดยกําหนดให คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเปนผูพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน หากมีการพิสูจน ไดวาเปนผูเสียหายตามรางมาตรา ๕ และไมเขาขอยกเวนตามรางมาตรา ๖ ก็จะมีการพิจารณาจายเงินกอนแรก ซึ่งอาจจะเปนจํานวนที่ไมมากนักโดยมุงเนนใหผูเสียหายไดรับการเยียวยาความเสียหายในเบื้องตนโดยเร็ว ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ และในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาไปไดไมเกิน สองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน ถาการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาวใหถือวา คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและใหจายเงินชวยเหลือ เบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ซึ่งกระบวนการพิจารณาดังกลาวจะเปนการทําใหผูเสียหายเกิดความมั่นใจ วาจะไดรับการพิจารณาในกรอบเวลาที่เหมาะสม ไมยืดเยื้อจนทําใหรูสึกวามีการดึงหรือชะลอเรื่องไว มาตรา ๒๘ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัย ไมรับคําขอ ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและแจงใหผูยื่นคําขอทราบโดยเร็ว ในการนี้ ผูยื่นคําขออาจเสนอขอมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณก็ได ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ ไดรับเรื่องอุทธรณ ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอกไมเกินสามสิบวัน ี เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณวินิจฉัยรับคําขอ ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ พิจารณากําหนดจํานวนเงินชวยเหลือเบื้องตนดวย คําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงิน ชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย โดยกําหนดใหในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาให เงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณา ในทันที ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตองพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จให ขยายระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวันใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาในทันที ซึ่ง คณะกรรมการวิ นิ จฉั ยอุ ทธรณ ต องพิ จารณาให แล วเสร็จภายในสามสิ บวั น ถ ายั งพิ จารณาไมแล วเสร็จ ใหข ยาย ระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวัน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
19.
-๑๙-
การกําหนดใหคณะอนุกรรมการพิจารณาชวยเหลือเบื้องตน/สงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณเลย เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกตอผูเสียหาย รวมทั้ งใหมีการสอบสวนในการพิจารณาในชั้น อุทธรณอีกครั้ง มาตรา ๒๙ การพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนของคณะอนุกรรมการพิจารณา ใหเงินชวยเหลือเบื้องตนและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ มาตรา ๓๐ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ แลวแตกรณี สงคําขอใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยภายใน เจ็ดวันนับแตวันที่มีคําวินิจฉัยหรือถือวามีคําวินิจฉัยใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗ หรือนับแตวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีคาวินิจฉัยใหรับคําขอ ํ ตามมาตรา ๒๘ ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาจายเงินชดเชยโดยคํานึงถึงหลักการ เกี่ยวกับการชดใชคาสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จภายในหกสิบวันนับ แตวันที่ไดรับเรื่องจากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือคณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณ แลวแตกรณี ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกิน สิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไวดวย คําอธิบาย : มาตรานี้เปนการกําหนดเรื่องการพิจารณาจายเงินชดเชย ซึ่งมีการ กําหนดกรอบเวลาแลวเสร็จ เพื่อใหเกิดความมั่นใจ รวมทั้งกําหนดใหพิจารณาจายโดยคํานึงถึงหลักการเกี่ยวกับ การชดใชคาสินไหมทดแทน เพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย เพื่อใหการพิจารณาจายเงิน ชดเชยมีความเหมาะสมและไดสัดสวนกับความเสียหายที่ไดรับจริง โดยใชหลักการเดียวกับศาล ทั้งนี้เพื่อเปนการ ดึงใหผูเสียหายมาใชชองกฎหมายนี้แทนที่จะไปฟองรองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๓๑ หากผูยื่นคําขอไมเห็นดวยกับจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการ ประเมินเงินชดเชยไดวินิจฉัย ผูยื่นคําขอมีสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในสามสิบ วันนับแตวันที่ไดรับแจงคําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชย โดยยื่นอุทธรณตอ สํานักงาน และใหสํานักงานสงคําอุทธรณใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ ไดรับคําอุทธรณ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
20.
-๒๐-
ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ ไดรับคําอุทธรณ ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอกไมเกินสามสิบวัน คํา ี วินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการอุทธรณในกรณีที่ผูเสียหายไมพอใจในจํานวนเงินชดเชย ที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยกําหนด โดยกําหนดใหสามารถอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ภายในสามสิบวัน โดยยื่นอุทธรณตอสํานักงาน และใหสํานักงานสงคําอุทธรณใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ภายในเจ็ดวัน ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน ถาพิจารณาไมแลวเสร็จ ใหขยายระยะเวลาออกไปไดไมเกินสามสิบวัน มาตรา ๓๒ การพิจารณาและการจายเงินชดเชยตามคําวินิจฉัยของ คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหแกผูเสียหายหรือทายาท ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ คําอธิบาย : ใหมีความคลองตัวและมีความยึดหยุนไปตามกาลสมัย มาตรา ๓๓ เมื่อผูเสียหายหรือทายาทตกลงยินยอมรับเงินชดเชย ใหผูใหบริการ สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายและผูเสียหายจัดทําสัญญาประนีประนอม ยอมความ ทังนี้ ตามวิธีการ รูปแบบ และรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ ้ คําอธิบาย : กําหนดใหเมื่อผูเสียหายยินยอมรับเงินชดเชย ใหผูใหบริการ สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายและผูเสียหายทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อเปนการ ยุติการฟองคดีทางแพง เนื่องจากผลของสัญญายอมทําใหขอเรียกรองในทางแพงเดิมระงับไป ตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๘๕๐ ประนีประนอมยอมความ คือสัญญาซึ่งผูเปนคูสัญญาทั้งสองฝายระงับ ขอพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยูหรือจะมีขึ้นนั้นใหเสร็จไปดวยตางยอมผอนผันใหแกกัน มาตรา ๘๕๑ สัญญา ประนีประนอมยอมความ ถามิไดมีหลักฐานเปนหนังสืออยางใดอยางหนึ่งลงลายมือชื่อฝายที่ตองรับผิด หรือ ลายมือชื่อตัวแทนของฝายนั้นเปนสําคัญ จะฟองรองใหบังคับคดีหาไดไม และมาตรา ๘๕๒ ผลของสัญญา ประนีประนอมยอมความ ยอมทําใหการเรียกรองซึ่งแตละฝายไดยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทําใหแตละฝาย ไดสิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นวาเปนของตน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
21.
-๒๑-
หากไมมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ผูเสียหายจะไดเฉพาะเงินชวยเหลือเบื้องตน ตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ แตกรณีพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อผูเสียหาย พอใจหรือยินยอมรับเงินชดเชยกฎหมายไดกําหนดใหมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อยุติการฟอง คดีทางแพงตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๓๔ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยหรือคณะกรรมการ วินิจฉัยอุทธรณไดกําหนดจํานวนเงินชดเชยแลว หากผูเสียหายหรือทายาทไมตกลงยินยอมรับ เงินชดเชยและไดฟองผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายเปนคดี ตอศาล ใหสํานักงานยุติการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ และผูเสียหายหรือทายาทไมมีสิทธิ ที่จะยื่นคําขอตามพระราชบัญญัตินี้อก ี หากศาลไดมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่ เกี่ยวของกับความเสียหายชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงิน ชดเชยพิจารณาวาจะจายเงินจากกองทุนเพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด หากศาลไดมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดยกฟองโดยไมไดวินิจฉัยวาผูใหบริการ สาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายไมตองรับผิด คณะกรรมการอาจพิจารณาจาย คาเสียหายใหแกผูเสียหายหรือไมก็ได ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : เปนกรณีที่ผูเสียหายหรือทายาทไมตกลงยินยอมรับเงินชดเชยและฟองคดีตอ ศาล กฎหมายฉบั บ นี้ ไ ด กํ า หนดให มี ผ ลคื อ ๑)ให สํ า นั กงานยุ ติ การดํ าเนิ นการตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ๒) ผูเสียหายหรือทายาทไมมีสิทธิยื่นคําขอตามพระราชบัญญัตินี้อีก ๓) หากศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดใหผูใหบริการ สาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาวาจะจายเงินจาก กองทุนเพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใดโดยเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งมาตรานี้จะทําใหผูเสียหายตองพิจารณาวา จะเลือกเขาสูกระบวนการใดระหวางกระบวนการเยียวยาตาม กฎหมายนี้ กับกระบวนการทางศาล กรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย กฎหมาย ฉบับนี้เปดชองใหเปนอํานาจของคณะอนุกรรมการ ที่จะพิจารณาวาจะจายเงินจากกองทุนเพื่อชําระคาสินไหม ทดแทนตามคําพิพากษาหรือไมเพียงใด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด โดยคณะกรรมการอาจจะออก ระเบียบกําหนดหลักเกณฑวากรณีใดที่กองทุนควรจะจายคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาแทนผูใหบริการ สาธารณสุขหรือไม จํานวนเทาใด แตถาเปนกรณีที่ศาลยกฟองโดยไมไดวินิจฉัยวาผูใหบริการสาธารณสุขไมตองรับผิด ซึ่งอาจเปนการยก ฟ องเพราะเหตุ ขาดอายุ ความ ฟ องเคลื อ บคลุ ม ซึ่ งเป นความผิ ด พลาด เชิ งระบบ กฎหมายได เป ด ช อ งให คณะกรรมการอาจพิจารณาจายคาเสียหายใหแกผูเสียหายหรือไมก็ได ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
22.
-๒๒-
มาตรา ๓๕ ในกรณีที่ผูเสียหายหรือทายาทไดนําเหตุแหงความเสียหายฟองคดีตอ ศาลเพื่อเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความ เสียหาย โดยไดขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ดวย ทังนี้ ไมวาจะขอรับเงินคาเสียหายกอน ้ หรือหลังฟองคดี ใหดําเนินการใหมีการพิจารณาเฉพาะการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแก ผูเสียหายหรือทายาทเทานั้น และเมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สดแลว ใหนําความในมาตรา ุ ๓๔ วรรคสองและวรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม คําอธิบาย : กรณีที่ผูเสียหายฟองคดีตอศาล โดยขอรับเงินคาเสียหายตาม พระราชบัญญัตินดวย ไมวาจะขอรับเงินคาเสียหายกอนหรือหลังฟองคดี ผลของกฎหมายฉบับนีไดกําหนดใหมี ี้ ้ การพิจารณาเฉพาะเงินชวยเหลือเบืองตนใหแกผูเสียหายหรือทายาทเทานัน ้ ้ มาตรา ๓๖ ในกรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายแลว หากศาล มีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหาย ชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย ใหหักเงินชวยเหลือเบื้องตนออกจากคาสินไหมทดแทนดวย คําอธิบาย : กรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายแลว หากตอมา ศาลมีคาพิพากษาถึงที่สดใหผูใหบริการสาธารณสุขชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย กฎหมายไดกําหนดใหหัก ํ ุ เงินชวยเหลือเบื้องตนออกจากคาสินไหมทดแทนดวย มาตรา ๓๗ ในกรณีที่มความเสียหายปรากฏขึ้นภายหลังการทําสัญญา ี ประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ โดยผลของสารที่สะสมอยูในรางกายของผูเสียหายหรือ เปนกรณีที่ตองใชเวลาในการแสดงอาการ ใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยตาม พระราชบัญญัตินี้ภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่ง กอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลัง ในกรณีเชนวานี้ ใหสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด แลวแตกรณี สงคําขอ ดังกลาวใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ โดยใหนํามาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ มาใชบังคับโดยอนุโลม คําอธิบาย : เปนการกําหนดใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยไดอีก ในกรณีที่เปนความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลังการทําสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓ โดย ๑) ผลของสารที่สะสมอยูในรางกาย หรือ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
23.
-๒๓-
๒) เปนกรณีที่ตองใชเวลาในการแสดงอาการ โดยใหผูเสียหายมีสิทธิยื่นคําขอรับเงินชดเชยไดอีกภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการ สาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายที่ปรากฏขึ้นภายหลัง ซึ่ง เปนการกําหนดอายุความเพื่อใหสอดคลองกับ พรบ.วิธีพิจารณาคดีผูบริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ เพื่อให ผูเสียหายเขามาใชพระราชบัญญัตินี้แทนที่จะไปฟองรองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค หมวด ๕ การไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข มาตรา ๓๘ หากผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ กับความเสียหายตกลงใหใชวิธีการไกลเกลี่ย ใหสํานักงานดําเนินการใหมีการไกลเกลี่ยเพื่อให เกิดความสัมพันธอันดีระหวางกันหรือเพื่อใหไดขอตกลงรวมกันในเรื่องอื่นนอกเหนือจาก เงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ การไกลเกลี่ยตามวรรคหนึ่งจะดําเนินการกอนหรือภายหลังผูเสียหายไดยื่น คําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ หรือหลังจากการพิจารณาคําขอรับเงินคาเสียหายเสร็จแลวก็ได คําอธิบาย : กําหนดการตกลงใหใชวิธีไกลเกลี่ย มาตรา ๓๙ ในการไกลเกลี่ย ผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่ เกี่ยวของกับความเสียหายมีสิทธิรวมกันเลือกผูทาหนาที่ไกลเกลี่ยคนเดียวหรือหลายคนตามที่ตกลง ํ กันจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการหรือหนวยงานหรือองคกรเอกชนอื่นไดจัดทําไวหรือบุคคลอื่น ใดที่ผูเสียหายและผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายเห็นสมควร รวมกัน เปนผูไกลเกลี่ย และใหสํานักงานแตงตั้งเจาหนาที่ของสํานักงานเพืออํานวยความสะดวก ่ และใหขอมูลในการไกลเกลี่ยดวย การไกลเกลี่ยใหดําเนินการใหแลวเสร็จโดยเร็วซึ่งอยางชาตองไมเกินสามสิบวันนับ แตวันที่มีการแตงตั้งผูไกลเกลี่ย หากมีเหตุจําเปนไมอาจไกลเกลี่ยใหแลวเสร็จภายในกําหนดเวลา ดังกลาว อาจขยายระยะเวลาไดอีกไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสามสิบวัน แตทั้งนี้ ผูเสียหายหรือผู ใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหายมีสิทธิที่จะยุติการไกลเกลี่ยเสีย เมื่อใดก็ได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
24.
-๒๔-
หากผูเสียหายกับผูใหบริการสาธารณสุขหรือหนวยงานที่เกี่ยวของกับความเสียหาย สามารถตกลงรวมกันในเรื่องอื่นนอกเหนือจากเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ ใหบุคคล ดังกลาวรวมกันทําสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อใหมีผลผูกพันทั้งสองฝายในเรื่องดังกลาว หลักเกณฑ วิธีการ และรูปแบบของการไกลเกลี่ย สัญญาประนีประนอมยอมความ และคาตอบแทนของผูไกลเกลี่ย ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : กําหนดขั้นตอนการไกลเกลี่ย โดยผูเสียหายและผูใหบริการ สาธารณสุขมีสิทธิรวมกันเลือกผูทําหนาที่ไกลเกลี่ยคนเดียวหรือหลายคนได และดําเนินการไกลเกลี่ยใหแลวเสร็จ โดยเร็วอยางชาตองไมเกินสามสิบวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งผูไกลเกลี่ย โดยขยายระยะเวลาไดไมเกินสองครัง ครัง ้ ้ ละไมเกินสามสิบวัน ทั้งนี้ คูกรณีสามารถยุติการไกลเกลี่ยเสียเมื่อใดก็ได ซึ่งหลักการของการไกลเกลี่ย จะตองเปนความสมัครใจของทั้ง ๒ ฝาย และวัตถุประสงคของการ ไกลเกลี่ยเพื่อใหมีไกลเกลี่ยในเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากเงินคาเสียหาย เชน การดูแลรักษาตอเนื่อง มาตรา ๔๐ เมื่อมีการไกลเกลี่ยตามมาตรา ๓๘ ใหอายุความฟองรองคดีแพงสะดุด หยุดอยูไมนบในระหวางนั้นจนกวามีการยุติการไกลเกลี่ย ั คําอธิบาย : กําหนดผลของการไกลเกลี่ย โดยเมื่อมีการไกลเกลี่ยใหอายุความ ฟองรองคดีแพงสะดุดหยุดอยูจนกวามีการยุติการไกลเกลี่ย มาตรา ๔๑ หามมิใหบุคคลซึ่งเกี่ยวของกับการไกลเกลี่ยใชขอมูลดังตอไปนี้ในการ ดําเนินคดีทางศาล (๑) ขอเท็จจริงใด ๆ เกี่ยวกับการดําเนินการเพื่อการไกลเกลี่ย (๒) ความเห็นหรือขอเสนอใด ๆ ซึ่งไดเสนอโดยผูเกี่ยวของในการไกลเกลี่ย ในกระบวนการไกลเกลี่ย (๓) ขอเท็จจริงที่ผูเกี่ยวของในการไกลเกลี่ยไดยอมรับหรือปฏิเสธขอเสนอในการ ไกลเกลี่ยเพือยังใหเกิดการตกลงซึงไดเสนอโดยผูทําหนาที่ไกลเกลี่ย ่ ่ คําอธิบาย : กําหนดหามนําขอมูลจากการไกลเกลี่ยมาใชดําเนินคดี เพื่อใหมีการปกปอง ขอมูล และใหมีการเปดเผยขอมูลโดยไมตองกลัววาถูกเอาใชในทางอื่น ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
25.
-๒๕-
หมวด ๖ การพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย ....................... มาตรา ๔๒ ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยวิเคราะหสาเหตุแหงความ เสียหายเพื่อแจงใหสถานพยาบาลที่เกี่ยวของกับความเสียหายพิจารณาหาแนวทางพัฒนาระบบ ความปลอดภัยและปองกันความเสียหายรวมทั้งการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการ สาธารณสุข แลวใหสถานพยาบาลนั้นทํารายงานการปรับปรุงแกไขและสงใหสํานักงานภายในหก เดือน เมื่อสถานพยาบาลไดดําเนินการปรับปรุงแกไขตามแนวทางในวรรคหนึ่งแลว คณะกรรมการอาจนํามาประกอบการพิจารณากําหนดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุนตามมาตรา ๒๑ ในทางทีเปนคุณใหแกสถานพยาบาลนั้นก็ได ่ คําอธิบาย : กําหนดการวิเคราะหสาเหตุแหงความเสียหาย เพื่อพัฒนาระบบความ ปลอดภัย และเปนแรงจูงใจใหสถานพยาบาลพยายามปรับปรุงแกไขสาเหตุแหงความเสียหาย การที่กําหนดใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยเปนผูวิเคราะหสาเหตุแหงความเสียหาย ก็เพื่อใหเกิดความเปนกลาง หากกําหนดใหโรงพยาบาลที่กอใหเกิดความเสียหายเปนผูคนหาและวิเคราะห สาเหตุแหงความเสียหายอาจเกิดความไมเปนกลางได แตถาโรงพยาบาลประสงคจะวิเคราะหสาเหตุแหงความ เสียหาย ในทางปฏิบัติก็สามารถกระทําไดแลวสงขอมูลดังกลาวใหคณะอนุกรรมการฯ เพื่อประกอบการพิจารณา ได มาตรา ๔๓ ใหสํานักงานสนับสนุนสถานพยาบาล หนวยงาน หรือองคกรที่ดําเนิน กิจกรรมดานการสงเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายของผูรับบริการ สาธารณสุข เพื่อดําเนินกิจกรรมดานการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายของ ผูรับบริการสาธารณสุข และกิจกรรมดานการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ โดยเสนอแผนงานตอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนสําหรับใชจายในการสนับสนุน กิจกรรมดังกลาว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : กําหนดใหสํานักงานสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาระบบความปลอดภัย โดยใหการสนับสนุนทั้งสถานพยาบาล,หนวยงานและองคกรตางๆ ซึ่งหมายรวมถึงสภาวิชาชีพตางๆ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
26.
-๒๖-
มาตรา ๔๔ สถานพยาบาลใดที่มีการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความ เสียหายตามที่คณะกรรมการกําหนด คณะกรรมการอาจสั่งใหลดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุน ตามมาตรา ๒๑ ได คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการลดอัตราการจายเงินสมทบเขากองทุน เพื่อเปน แรงจูงใจใหกับสถานพยาบาลที่จะพยาบาล พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย หมวด ๗ การฟองคดีอาญาและบทกําหนดโทษ ………………… มาตรา ๔๕ ในกรณีที่ผูใหบริการสาธารณสุขถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐาน กระทําการโดยประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หากศาลเห็นวาจําเลยกระทําผิด ใหศาลนําขอเท็จจริงตางๆ ของจําเลยเกี่ยวกับประวัติ พฤติการณแหงคดี มาตรฐานทางวิชาชีพ การบรรเทาผลรายแหงคดี การรูสํานึกในความผิด การที่ไดมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๙ การชดใชเยียวยาความเสียหาย และการที่ผูเสียหายไมติดใจให จําเลยไดรับโทษ ตลอดจนเหตุผลอื่นอันสมควร มาพิจารณาประกอบดวยในการนี้ ศาลจะลงโทษ นอยกวาที่กฎหมายกําหนดไวสําหรับความผิดนั้นเพียงใด หรือจะไมลงโทษเลยก็ได คําอธิบาย : เปนการกําหนดเพื่อคุมครองผูใหบริการสาธารณสุข ในกรณีที่ ผูใหบริการถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐานกระทําโดยประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หาก ศาลเห็นวาจําเลยกระทําความผิด ใหศาลนําขอเท็จจริงตางๆ มาประกอบการพิจารณา โดยศาลอาจลงโทษนอย กวาหรือไมลงโทษก็ได ซึ่งเปนประโยชนตอผูใหบริการสาธารณสุข กรณีที่ไมมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ หากผูใหบริการถูกฟองเปนจําเลยในคดีอาญาฐานกระทําโดย ประมาทเกี่ยวเนื่องกับการใหบริการสาธารณสุข หากมีการพิสูจนไดวาผูใหบริการกระทําความผิดก็จะตองถูก ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๖ ผูใดฝาฝนไมปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการ คณะกรรมการ วินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ ตามมาตรา ๑๘ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือนหรือ ปรับไมเกินหาหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
27.
-๒๗-
คําอธิบาย : เจตนารมณ เปนการกําหนดโทษกรณีที่คณะกรรมการ, คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ,อนุกรรมการมีคําสั่งใหสถานพยาบาลหรือผูเสียหาย หนวยงานทําหนังสือชี้แจง หรือมาใหถอยคําหรือสงขอมูลเอกสารตามเวลาที่สมควร บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๗ ใหโอนภารกิจเกี่ยวกับการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชวยเหลือ เบื้องตนที่ไดมีการกันไวตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาเปนของสํานักงานหรือกองทุน แลวแตกรณี ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ คําอธิบาย : เจตนารมณ เพื่อใหมีระบบเยียวยาผูเสียหาย เปนระบบเดียวกันอยูภายใต พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๘ ในกรณีที่มีการยื่นคํารองขอรับเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ และยังไมไดมีการจายเงินดังกลาว ใหแกผูยื่นคํารอง ใหถือวาเปนคําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ แหงพระราชบัญญัตินี้ คําอธิบาย : เจตนารมณ เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกใหกับผูทไดยื่นคํารองไวกับ ี่ มาตรา ๔๑ และเปนความตอเนื่องของระบบเยียวยาผูเสียหาย มาตรา ๔๙ ในกรณีที่มีการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๔๑ แหง พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ใหแกผูยื่นคํารองไปแลว ผูเสียหายหรือ ทายาทยังคงมีสิทธิที่จะยืนคําขอตามพระราชบัญญัตินี้ไดอก หากยังไมพนกําหนดระยะเวลาตาม ่ ี มาตรา ๒๕ โดยใหหักเงินชวยเหลือเบื้องตนดังกลาวออกจากเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ ดวย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
28.
-๒๘-
คําอธิบาย : เจตนารมณ เพื่อใหผูเสียหายไมเสียสิทธิในการที่จะไดรบเงินกอน ั ที่สองคือ เงินชดเชยแตทั้งนี้ ตองอยูในชวงเวลา ภายในสามปนบแตวันที่รูถึงความเสียหาย และรูตัวผูใหบริการ ั สาธารณสุข แตทั้งนี้ตองไมเกิน ๑๐ ป ตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๕๐ ใหรัฐมนตรีดําเนินการใหมีการคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการตาม มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) เพื่อใหไดคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ภายใน หนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใชบังคับ ในระหวางที่ยังไมมกรรมการตามวรรคหนึ่งใหรัฐมนตรีแตงตังผูทรงคุณวุฒิจํานวน ี ้ สิบเอ็ดคน โดยในจํานวนนี้ตองเปนผูทํางานในองคกรพัฒนาเอกชนที่ทํางานดานคุมครองสิทธิ ผูบริโภคดานบริการสุขภาพจํานวนหกคน เปนผูมีความเชี่ยวชาญดานเศรษฐศาสตร สื่อสารมวลชน และการเจรจาไกลเกลี่ยสาธารณสุข อยางนอยดานละหนึ่งคน เปนกรรมการตามมาตรา ๗ วรรค หนึ่ง (๓) (๔)และ (๕) คําอธิบาย : ในระหวางที่ไมมีกรรมตามมาตรา ๗ (๓) ไดแกผูแทนสถานพยาบาล จํานวน๓ คน กรรมการตามมาตรา ๗ (๔) ผูแทนองคกรพัฒนาเอกชน จํานวน ๓ คน กรรมการตามมาตรา ๗ (๕) ผูทรงคุณวุฒิหาคน ใหรัฐมนตรีแตงตั้งผูทรงคุณวุฒิ ๑๑ คน จากภาคสวนตางๆ มาเพื่อชวยดําเนินการ ตางๆ ไปกอน ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ................................. นายกรัฐมนตรี ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
29.
-๒๙-
หมายเหตุ : เนื่องจากหลักการตามรางพระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการ รับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... เปนการโอนเงินชวยเหลือเบื้องตนที่ไดมีการกันไวและภารกิจเกี่ยวกับการจายเงิน ชวยเหลือเบื้องตน ตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาเปนของกองทุน ตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้น จึงไดมีการแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติฯ โดยมี สาระสําคัญ ดังนี้ (๑) ยกเลิกมาตรา ๑๘ (๗) ตัดอํานาจของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแหงชาติในการกําหนด หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการจายเงินชวยเหลือเบื้องตน ในกรณีที่ผูรับบริการสาธารณสุขไดรับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลโดยหาผูกระทําผิดมิได หรือหาผูกระทําผิดไดแตผูรับบริการสาธารณสุขไมไดรับ คาเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร (๒) ยกเลิกมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ตัดหลักการในการกันเงินชวยเหลือเบื้องตนและภารกิจในการ จายเงินชวยเหลือเบื้องตน ใหแกผูรับบริการที่ไดรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของหนวยบริการ (๓) ยกเลิกมาตรา ๕๐ (๘) ตัดอํานาจของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ในการ จายเงินชวยเหลือเบื้องตน ในกรณีที่ผูรับบริการไดรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลโดยหาผูกระทําผิด มิได หรือหาผูกระทําผิดไดแตผูรับบริการไมไดรับคาเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร ตามหลักเกณฑ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแหงชาติกําหนด ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
Download