กฎหมายที่เกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์ น . อ .  น . พ . วันชัย  ศิริเสรีวรรณ
กฎหมาย   กฎที่สถาบันหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ ตราขึ้น  หรือที่เกิดขึ้นจาก จารีตประเพณี อันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อ ใช้บังคับ บุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ
กฎหมาย VS ศีลธรรม
สิทธิ อำนาจที่จะกระทำการใดๆ ได้อย่างอิสระโดยไดัรับการ รับรองจากกฎหมาย   เช่น สิทธิบัตร  สิทธิมนุษยชน
ละเมิด  จงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขา เสียหาย ถึงแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิ
ประมาท  กระทำโดยปราศจาก ความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมี ตามวิสัยและพฤติการณ์   และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
กระแสของโลก สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ทุนนิยมเสรี กระแสโลกาภิวัฒน์
ศักดิ์ของกฎหมาย  ก . ม . ระหว่างประเทศ ก . ม . รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ก . ม . แพ่งและพาณิชย์  ก . ม . อาญา พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง
รัฐธรรมนูญ  2550 หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ ๑ บททั่วไป มาตรา ๒๖  การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
รัฐธรรมนูญ  2550 มาตรา ๒๘ บุคคลย่อม อ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้  สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาล หรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้ .......
รัฐธรรมนูญ  2550 ส่วนที่ ๙ สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ มาตรา ๕๑ บุคคลย่อมมี สิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุข ที่เหมาะสมและได้มาตรฐานและผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บุคคลย่อมมี สิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขจากรัฐ ซึ่งต้องเป็นไปอย่าง ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐอย่างเหมาะสมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทันต่อเหตุการณ์
รัฐธรรมนูญ  2550 มาตรา ๖๐ บุคคลย่อมมี สิทธิที่จะฟ้องหน่วยราชการ  หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ให้รับผิดเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานนั้น
สิทธิผู้ป่วย ความชอบธรรมที่ผู้ป่วยจะพึงได้รับเพื่อคุ้มครอง   หรือรักษาผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของตนเอง โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
สิทธิผู้ป่วย 1.  ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะ ได้รับบริการด้านสุขภาพ  ตามที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ 2.  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดย ไม่มีการเลือก ปฏิบัติ  เนื่องจากความแตกต่าง ด้านฐานะ  เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และลักษณะของความเจ็บป่วย 3.  ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมี สิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอและชัดเจน  จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอม หรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือ รีบด่วนหรือจำเป็น 4.  ผู้ป่วยที่อยู่ใน ภาวะฉุกเฉินเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต  มีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือ รีบด่วน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่ 5.  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้ รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพ ที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
สิทธิผู้ป่วย 6.  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่นที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน และมี สิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการและสถานบริการ 7.  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะ ได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง  จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย 8.  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินใจเข้าร่วม หรือถอนตัวจากการเป็น ผู้ถูกทดลองในการทำวิจัย ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 9.  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้ รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียน เมื่อร้องขอ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น   10.  บิดา มารดา หรือ ผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็ก อายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์  ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถ ใช้สิทธิด้วยตนเอง
ก.ม.แพ่ง VS ก.ม.อาญา
พยานหลักฐาน พยานบุคคล  พยานวัตถุ พยานเอกสาร
ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  420  ผู้ใด จงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขา เสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี  แก่ร่างกายก็ดี  อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี  ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด  จำต้อง ใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อการนั้น
มาตรา  438  ค่าสินไหมทดแทน จะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ ศาลวินิจฉัยตามควร แก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด   .................
พ . ร . บ .  ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ  2539 ที่มา เจตนารมณ์
พ . ร . บ .  ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ . 2539  มาตรา  4  ในพระราชบัญญัตินี้  เจ้าหน้าที่ หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือ ผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะ อื่นใด   หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และ ให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็น หน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
พ . ร . บ .  ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ . 2539 มาตรา  5  หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิด ที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้อง หน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง  แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้   ถ้าการละเมิดเกิดจาก เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด ให้ถือว่ากระทรวงการคลังเป็นหน่วยงาน ของรัฐที่ต้องรับผิดตามวรรคหนึ่ง
พ . ร . บ .  ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ . 2539 มาตรา  8  ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้  เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง   .................. ( การไล่เบี้ยกับเจ้าหน้าที่ฯ )
อายุความคดีละเมิด ไม่เกิน  1  ปี นับแต่รู้เหตุหรือรู้ตัวผู้กระทำละเมิด หรือไม่เกิน  10  ปี
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค  2551 เริ่มบังคับใช้  23  สิงหาคม  2551 ปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย เจ้าพนักงานคดี เน้นวิธีพิจารณาคดีที่ง่าย  รวดเร็ว ผู้เสียหายไม่ต้องชำระเงินค่าวางศาล
โครงสร้างการรับผิดทางอาญา   จะต้องมี การกระทำ การกระทำ ครบองค์ประกอบภายนอก  ( ผู้กระทำ  การกระทำ วัตถุแห่งการกระทำ ) การกระทำ ครบองค์ประกอบภายใน  ( เจตนา ไม่เจตนา ประมาท พลาด ) ผลของการกระทำสัมพันธ์กับการกระทำ   ตามหลักในเรื่องของความสัมพันธ์ของการกระทำและผล
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  59  บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำความโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา   กระทำ โดยเจตนา  ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น   ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด   จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้   กระทำโดย ประมาท  ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่   การกระทำ  ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้น โดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย
ประมวลกฎหมายอาญา ม . 291:  ผู้ใดกระทำโดย ประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ ความตาย  ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน  10  ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  300  ผู้ใดกระทำโดย ประมาท  และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ ผู้อื่นรับ อันตรายสาหัส  ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี  หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  มาตรา  390  ผู้ใดกระทำโดย ประมาท  และการกระทำนั้นเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นรับ อันตรายแก่กายหรือจิตใจ  ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อายุความ คดีอาญา มาตรา  95  ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิด มายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิดเป็นอัน ขาดอายุความ (1)  ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุก ตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี (2)  สิบห้าปี  สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า เจ็ดปีแต่ ยังไม่ถึงยี่สิบปี (3)  สิบปี  สำหรับความผิดต้องระวางโทษ จำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี (4)  ห้าปี  สำหรับความผิดต้องระวางโทษ จำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึง หนึ่งปี (5)  หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือน ลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอื่น
สถิติจากแพทยสภา แพทย์ไทยมี  36000 แพทย์จบใหม่ปีละ  1500 ผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพ  40  ล้าน OPD   180  ล้านครั้ง / ปี  IPD 7  ล้านครั้ง / ปี วันละ  500,000  ครั้ง  ( รพ . รัฐ  900  แห่ง  เอกชน  300  แห่ง  คลีนิค  8,000  แห่ง ) ร้องเรียน  279  ( 2548 )  180  ( 2549 )
สาเหตุและปัจจัยสนับสนุนการฟ้องร้อง กระแสโลกาภิวัฒน์  (  ทุนนิยมเสรีหรือวัตถุนิยม  สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย  สิ่งแวดล้อม ) สังคมไทยเปลี่ยนจากสังคมไพร่ฟ้าเป็นสังคมแบบมีส่วนร่วมมากขึ้น หลักเกณฑ์ของสังคมยังไม่ตกผลึก สถาบันต่างๆในสังคมเช่น สื่อมวลชน  องค์กรอิสระ มีมากขึ้นและซับซ้อนขึ้น กฎหมายรัฐธรรมนูญ องค์กรกลางของแพทย์ยังไม่เป็นที่เชื่อถือของสังคม
สรุปช่องทางก . ม . แพ่ง  รพ . รัฐฯ  พรบ . ความรับผิดฯ   มาตรา  41  ( สปสช .) เอกชน  มาตรา  41 อาญา  รพ . รัฐฯ  ไม่มีก . ม . คุ้มครอง เอกชน  ไม่มีก . ม . คุ้มครอง
Agenda 1. Agenda Item   2. Agenda Item   3. Agenda Item   4. Agenda Item
 
Cycle Diagram Text Text Text Text Text Cycle name Add Your Text
Progress Diagram Phase 1 Phase 2 Phase 3
Progress Diagram Phase 1 Phase 2 Phase 3
Block Diagram TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT
Table Title  D Title  C Title  F Title  E Title  B Title  A TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT
3-D Pie Chart TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT
Marketing Diagram Title TEXT TEXT TEXT TEXT
 
กฎหมาย  ( กฎ )  น .  กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกําหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ . ( โบ )  ก .  จดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เช่น สั่งให้นายอินกฎหมายผู้มีชื่อทั้งนี้ไว้ . ( พงศ .  อยุธยา ) ,  ทําหนังสือเป็นหลักฐาน เช่น อนึ่ง มีผู้ทําหนังสือร้องเรียนกฎหมายว่า .... ( พระราชกําหนดเก่า ) ;  ออกหมายกําหนด เช่น ให้มหาดไทยกลาโหมกฎหมายบอกแก่ตระลาการ ถ้ากฎหมายมิทั่วจะเอาตัวผู้กฎหมายลงโทษ . ( พระราชกําหนดเก่า ) ;  กฎหมายงานพระบรมศพครั้งกรุงเก่า ;  ตราสั่ง เช่น จึ่งกฎหมายให้สามไป เดือนหนึ่งจอมไตร ดํารัสให้เร่งคืนมา . ( พากย์ ) ;  กําหนดขีดขั้น เช่น ให้ปลูกโรงรจนาใน นอกหน้าศาลชัย ให้ตั้งพิกัดกฎหมาย . ( พากย์ ).
ศีลธรรม  [ สีนทํา ,  สีนละทํา ]  น .  ความประพฤติที่ดีที่ชอบ ,  ศีลและธรรม ,  ธรรมในระดับศีล .

Medical Law

  • 1.
  • 2.
    กฎหมาย กฎที่สถาบันหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ ตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจาก จารีตประเพณี อันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อ ใช้บังคับ บุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ
  • 3.
  • 4.
    สิทธิ อำนาจที่จะกระทำการใดๆ ได้อย่างอิสระโดยไดัรับการรับรองจากกฎหมาย เช่น สิทธิบัตร สิทธิมนุษยชน
  • 5.
    ละเมิด จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขา เสียหาย ถึงแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิ
  • 6.
    ประมาท กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมี ตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
  • 7.
    กระแสของโลก สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตยสิทธิมนุษยชน ทุนนิยมเสรี กระแสโลกาภิวัฒน์
  • 8.
    ศักดิ์ของกฎหมาย ก. ม . ระหว่างประเทศ ก . ม . รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ก . ม . แพ่งและพาณิชย์ ก . ม . อาญา พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง
  • 9.
    รัฐธรรมนูญ 2550หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ ๑ บททั่วไป มาตรา ๒๖ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
  • 10.
    รัฐธรรมนูญ 2550มาตรา ๒๘ บุคคลย่อม อ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาล หรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้ .......
  • 11.
    รัฐธรรมนูญ 2550ส่วนที่ ๙ สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ มาตรา ๕๑ บุคคลย่อมมี สิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุข ที่เหมาะสมและได้มาตรฐานและผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บุคคลย่อมมี สิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขจากรัฐ ซึ่งต้องเป็นไปอย่าง ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐอย่างเหมาะสมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทันต่อเหตุการณ์
  • 12.
    รัฐธรรมนูญ 2550มาตรา ๖๐ บุคคลย่อมมี สิทธิที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ให้รับผิดเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานนั้น
  • 13.
    สิทธิผู้ป่วย ความชอบธรรมที่ผู้ป่วยจะพึงได้รับเพื่อคุ้มครอง หรือรักษาผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของตนเอง โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
  • 14.
    สิทธิผู้ป่วย 1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะ ได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ 2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดย ไม่มีการเลือก ปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่าง ด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และลักษณะของความเจ็บป่วย 3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมี สิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอและชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอม หรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือ รีบด่วนหรือจำเป็น 4. ผู้ป่วยที่อยู่ใน ภาวะฉุกเฉินเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือ รีบด่วน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่ 5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้ รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพ ที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
  • 15.
    สิทธิผู้ป่วย 6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่นที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน และมี สิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการและสถานบริการ 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะ ได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย 8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินใจเข้าร่วม หรือถอนตัวจากการเป็น ผู้ถูกทดลองในการทำวิจัย ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้ รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียน เมื่อร้องขอ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น 10. บิดา มารดา หรือ ผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็ก อายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถ ใช้สิทธิด้วยตนเอง
  • 16.
  • 17.
    พยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุ พยานเอกสาร
  • 18.
    ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ผู้ใด จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขา เสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้อง ใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อการนั้น
  • 19.
    มาตรา 438 ค่าสินไหมทดแทน จะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ ศาลวินิจฉัยตามควร แก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด .................
  • 20.
    พ . ร. บ . ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ 2539 ที่มา เจตนารมณ์
  • 21.
    พ . ร. บ . ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ . 2539 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ เจ้าหน้าที่ หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือ ผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะ อื่นใด หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และ ให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็น หน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
  • 22.
    พ . ร. บ . ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ . 2539 มาตรา 5 หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิด ที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้อง หน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ถ้าการละเมิดเกิดจาก เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด ให้ถือว่ากระทรวงการคลังเป็นหน่วยงาน ของรัฐที่ต้องรับผิดตามวรรคหนึ่ง
  • 23.
    พ . ร. บ . ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ . ศ . 2539 มาตรา 8 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้ เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง .................. ( การไล่เบี้ยกับเจ้าหน้าที่ฯ )
  • 24.
    อายุความคดีละเมิด ไม่เกิน 1 ปี นับแต่รู้เหตุหรือรู้ตัวผู้กระทำละเมิด หรือไม่เกิน 10 ปี
  • 25.
    พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551เริ่มบังคับใช้ 23 สิงหาคม 2551 ปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย เจ้าพนักงานคดี เน้นวิธีพิจารณาคดีที่ง่าย รวดเร็ว ผู้เสียหายไม่ต้องชำระเงินค่าวางศาล
  • 26.
    โครงสร้างการรับผิดทางอาญา จะต้องมี การกระทำ การกระทำ ครบองค์ประกอบภายนอก ( ผู้กระทำ การกระทำ วัตถุแห่งการกระทำ ) การกระทำ ครบองค์ประกอบภายใน ( เจตนา ไม่เจตนา ประมาท พลาด ) ผลของการกระทำสัมพันธ์กับการกระทำ ตามหลักในเรื่องของความสัมพันธ์ของการกระทำและผล
  • 27.
    ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำความโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา กระทำ โดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้ กระทำโดย ประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้น โดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย
  • 28.
    ประมวลกฎหมายอาญา ม .291: ผู้ใดกระทำโดย ประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ ความตาย ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
  • 29.
    ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดย ประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ ผู้อื่นรับ อันตรายสาหัส ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 390 ผู้ใดกระทำโดย ประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นรับ อันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • 30.
    อายุความ คดีอาญา มาตรา 95 ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิด มายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิดเป็นอัน ขาดอายุความ (1) ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุก ตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี (2) สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า เจ็ดปีแต่ ยังไม่ถึงยี่สิบปี (3) สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษ จำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี (4) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษ จำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึง หนึ่งปี (5) หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือน ลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอื่น
  • 31.
    สถิติจากแพทยสภา แพทย์ไทยมี 36000 แพทย์จบใหม่ปีละ 1500 ผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพ 40 ล้าน OPD 180 ล้านครั้ง / ปี IPD 7 ล้านครั้ง / ปี วันละ 500,000 ครั้ง ( รพ . รัฐ 900 แห่ง เอกชน 300 แห่ง คลีนิค 8,000 แห่ง ) ร้องเรียน 279 ( 2548 ) 180 ( 2549 )
  • 32.
    สาเหตุและปัจจัยสนับสนุนการฟ้องร้อง กระแสโลกาภิวัฒน์ ( ทุนนิยมเสรีหรือวัตถุนิยม สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม ) สังคมไทยเปลี่ยนจากสังคมไพร่ฟ้าเป็นสังคมแบบมีส่วนร่วมมากขึ้น หลักเกณฑ์ของสังคมยังไม่ตกผลึก สถาบันต่างๆในสังคมเช่น สื่อมวลชน องค์กรอิสระ มีมากขึ้นและซับซ้อนขึ้น กฎหมายรัฐธรรมนูญ องค์กรกลางของแพทย์ยังไม่เป็นที่เชื่อถือของสังคม
  • 33.
    สรุปช่องทางก . ม. แพ่ง รพ . รัฐฯ พรบ . ความรับผิดฯ มาตรา 41 ( สปสช .) เอกชน มาตรา 41 อาญา รพ . รัฐฯ ไม่มีก . ม . คุ้มครอง เอกชน ไม่มีก . ม . คุ้มครอง
  • 34.
    Agenda 1. AgendaItem 2. Agenda Item 3. Agenda Item 4. Agenda Item
  • 35.
  • 36.
    Cycle Diagram TextText Text Text Text Cycle name Add Your Text
  • 37.
    Progress Diagram Phase1 Phase 2 Phase 3
  • 38.
    Progress Diagram Phase1 Phase 2 Phase 3
  • 39.
    Block Diagram TEXTTEXT TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT
  • 40.
    Table Title D Title C Title F Title E Title B Title A TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT
  • 41.
    3-D Pie ChartTEXT TEXT TEXT TEXT TEXT TEXT
  • 42.
    Marketing Diagram TitleTEXT TEXT TEXT TEXT
  • 43.
  • 44.
    กฎหมาย (กฎ ) น . กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกําหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ . ( โบ ) ก . จดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เช่น สั่งให้นายอินกฎหมายผู้มีชื่อทั้งนี้ไว้ . ( พงศ . อยุธยา ) , ทําหนังสือเป็นหลักฐาน เช่น อนึ่ง มีผู้ทําหนังสือร้องเรียนกฎหมายว่า .... ( พระราชกําหนดเก่า ) ; ออกหมายกําหนด เช่น ให้มหาดไทยกลาโหมกฎหมายบอกแก่ตระลาการ ถ้ากฎหมายมิทั่วจะเอาตัวผู้กฎหมายลงโทษ . ( พระราชกําหนดเก่า ) ; กฎหมายงานพระบรมศพครั้งกรุงเก่า ; ตราสั่ง เช่น จึ่งกฎหมายให้สามไป เดือนหนึ่งจอมไตร ดํารัสให้เร่งคืนมา . ( พากย์ ) ; กําหนดขีดขั้น เช่น ให้ปลูกโรงรจนาใน นอกหน้าศาลชัย ให้ตั้งพิกัดกฎหมาย . ( พากย์ ).
  • 45.
    ศีลธรรม [สีนทํา , สีนละทํา ] น . ความประพฤติที่ดีที่ชอบ , ศีลและธรรม , ธรรมในระดับศีล .