สามัคคีเภทคาฉันท์
โตฎกฉันท์ ๑๒
จัดทำโดย
  นำงสำวลลิตำ บัวผัน เลขที่ ๒๒
นำงสำวอนัสติตำ ชุมทองโค เลขที่ ๒๓
     ชันมัธยมศึกษำปี ที ๖/๒
       ้
ประลุฤกษมุหต
                            ุ       ทินอุตตมไกร
              รณรงควิชยั               ยะดิถศภยาม
                                            ีุ
              ทิชพฤฒิปโร ุ          หิตโกวิทพราหมณ์
              ก็ประกอบกิจตาม        ติไสยพิธี

      ้
   ครันถึงเวลาอันเป็ นฤกษ์ดีงามแก่การมีชยในการรบ
                                        ั
พราหมณ์ผูเ้ จริญที่ปรึกษาแห่งกษัตริยกประกอบพิธีทางไสย
                                    ์็
ศาสตร์
ทะนุ เพืออภิมง คลสงเคราะห์ทวี
                               ่
                  สิรวฒนกรี
                     ิั                ธเผด็จดัสกร
                  บุรพัณหัสมัย          ลุอทยรวิวร
                                           ุ ั
                  นฤนาทอดิศร           ธเสด็จสระสนาน


เวลาเช้าขณะตะวันเริ่มขึ้นพระมหากษัตริยกเ็ สด็จไปเพื่อให้เกิด
                                      ์
มงคลยิ่งและเพือความมีชยในการยกทัพเสด็จไปปราบข้าศึก
             ่           ั
สรงน้ า
วรองค์อภิมณฑ์
                      ั      ศุภสรรพประการ
          ดุจขัตติยบราณ
                   ์ุ         รณยุทธนิ ยม
          พระเสด็จรัถยา      บทคลาอนุ กรม
          ฐิตเกยชยชม           พลพฤนทนิ กร

พระวรกายประดับด้วยเครื่องทรงอันงดงามตามแบบฉบับกษัตริย ์
โบราณคราวออกศึกพระองค์เสด็จไปตามทางโดยลาดับประทับบน
เกยชัยเพื่อทอดพระเนตรกองทัพอันยิ่งใหญ่
กำพย์ฉ บัง ๑๖
             เนมิตก์เชษฐวิทยุตดร   รอพอบวร
        มุหตอุดมดีดล
           ุ
             ให้ฆาตฆ้องชัยมงคล     คารบสามหน
        เฉลิมพระฤกษ์เบิกธง

           ้                       ็ ี ้             ้
พราหมณ์ผูใหญ่รอจนถึงฤกษ์งามยามดีกให้ตฆองชัยมงคล ๓ ครังแล้วก็
โบกธงเป็ นการเอาฤกษ์เอาชัย ระดมตีกลองใหญ่ให้ครบถ้วน
ทุ่มอินทเภรีเร่งคง        คาบลาถ้วนลง
         มโหระทึกครึกโครม
            ดุรยางค์ดนตรีม่ประโคม
                ิ            ี        สังข์แตรแซ่โหม
         กระหึ่มสนันบรรสาน
                   ่

แล้ วตีกลองโลหะอย่ างครึกโครม ดนตรีบรรเลงพร้ อม
เป่ าแตรสังข์ ผสมผสานเสียงดังกึกก้ อง
ราชามาคธภูบาล             เถลิงหลังคชาธาร
                 ประเสริฐสง่างามทรง
                      ควรขัตติยยานยรรยง          เพียงพาหนาสน์องค์
                 สหัสนัยน์ใดปาน
                                       ้
                      ครบเต็มเครื่องตังหลังสาร   กูบแพรแลลาน
                 ละล้วนบรรเจิดเฉิ ดฉัน
                      โอภาสอาภรณ์อครภัณฑ์
                                     ั           คชลักษณ์ปิลนธน์
                                                            ั
                 ก็ลวนก็ล้าลายอง
                    ้
กษัตริยแห่งมคธเสด็จขึ้นเหนื อพระคชาธารอันสง่างามคู่ควรกับกษัตริย ์ ราวกับ
       ์
พาหนะทรงของพระอินทร์กไม่ปานพร้อมสรรพด้วยเครื่องประดับหลังช้าง ประทุน
                         ็
ประดับแพรลานตาดูงดงามเครื่องประดับช้างงามยิ่งนัก
แพร้วแพร้วพรายพรายข่ายกรอง ก่องสกาวดาวทอง
                   ้ ุ่
                 ทังพูสพรรณสรรถกล
                          สองพลุกสุกวลัยเลอยล     ลาดพัสตร์รตคน
                                                              ั
                 และปกขนองซองหาง
                          งวงเสยเงยเศียรส่ายพลาง   เทิดทันต์ท่าทาง
                 สง่าบ่ลากาลัง
                        ้
                          ขุนคอคชคุมกุมอัง         กุสกรายท้ายยัง
                 ขุนควาญประจาดารี
                                                                           ้
ข่ายถักที่คลุมศีรษะแพรวพราวเป็ นดาวทองปลัง่ สุกใส พูทองประดับไว้งดงาม งาทังคู่มีปลอก
                                                    ่
สวมเป็ นเครื่องประดับ มีผาคลุมหลังผูกสายรัดประคน และสวมเครื่องคล้องใต้โคนหาง ยก
                         ้
งวงเงยศีรษะส่ายไปมา ชูงาด้วยท่าทางสง่าไม่ออนล้า ท้ายช้างถือขอบังคับช้าง ส่วนควาญ
                                            ่
ช้างก็เข้าประจาที่
เครื่องสูงครบสรรพ์อนมี
                                           ั            ตามบุรพประเพณี
                   พยูหบาตรยาตรา
                         จาตุรงคิกแสนย์เสนา              เนื่ องสุดสายตา
                   ตลอดตะลึงแลลาน
                         ขุนคชขึ้นคชชินชาญ               คุมพลคชสาร
                   ละตัวกาแหงแข็งขัน
                         เคยเศิกเข้าศึกฮึกครัน           เสียงเพรียกเรียกมัน
                   คารนประดุจเดือดดาล
เครื่องประดับเกียรติยศพร้อมสรรพตามอย่างโบราณราชประเพณี ในเวลายกทัพ พลทหาร ๔
เหล่ามากมายละลานตา พลช้างขึ้นขี่ชาง แต่ละตัวล้วนมีกาลังมาก เคยทาศึกสงครามอย่าง
                                   ้
ฮึกเหิม กาลังตกมัน ส่งเสียงคารณร้องราวกับโกรธแค้น
อร่ามเรืองด้วยเครื่องอลังการ   นายขอหมอควาญ
               ก็ข่ีกรีดาเนิ น
                      พลหัยพิศเห็นเช่นเหิน          หาวเหาะเหยาะเดิน
               เดาะเตือนก็เต้นตีนซอย
                      ต่างตัวดีดโลดโดดลอย           เริงเล่นเผ่นคอย
               จะควบประกวดอวดพล

 เครื่องประดับตกแต่งอย่างงดงาม ควาญช้างก็ข่ีชางเดินมา พลม้ามองดูราวกับ
                                             ้
จะเหาะเหินไปในท้องฟ้ า พอเดาะเตือนก็ซอยเท้า แต่ละตัวกระโดดอย่างร่าเริง
คอยแข่งขันกัน
สีกายฝ้ ายแซมแกมขน       ดาบ้างด่างปน
กระเลียวเหล่าเหลืองแดงพรรณ
    โสภาอัศวาภรณ์สรรพ์       ตาบหน้าพร่าวรร
ณเด่นดากลกาญจน์มณี
       ยาบย้อยห้อยพูดูดี
                    ่        ขลุมสวมกรวมสี
สะคาดกนกแนมเกลา
     สายถือสายง่องถ่องเพรา   คล้องสอดสายเหา
     ้
งามทังพนังโกลนอาน
    ขุนอัศว์อาตม์โอ่โอฬาร    ราทวนเทิดปาน
ประหนึ่ งจะโถมโจมแทง
้ั
มีทงม้าสีขาวแซมดา ม้าสีด่าง ม้าที่มสนหลังดาเป็ นทาง ม้าสีเหลือง และสี
                                   ี ั
                       ้
แดง เครื่องประดับม้าทังหมดงดงามยิ่ง แผ่นใบโพทองและเงินที่ตด      ิ
ข้างหน้าส่องแสงแลแวววาวดูงามเด่น พูหอยย้อยชวนชม เชือกถักสวมหัว
                                         ่ ้
                     ้                 ้                           ้ ้
ดัง่ ทอง สายถือ สายรังใต้คางม้า สายรังหลัง แผ่นหนังสาหรับปิ ดสีขางทัง
สอง ห่วงที่หอยลงมาจากอานและอานม้างามยิ่งนัก ทหารม้าสง่างามร่ายรา
            ้
เพลงทวนเหมือนหนึ่ งจะเข้าจูโจม
                           ่
ต่างขับและขี่เข้มแขง     ควงแส้สาแดง
ดุรงควิธีโรมรณ
    ดาษดาคลาคลาสาพล่ ่       บทจรอนนต์
อเนกคะแนนคัณนา
     ปลุกเสกเลขยันต์ว่านยา   อาคมคาถา
               ้
ประสิทธิขลังทังกาย
    เสื้อผ้าสารพัดจัดหลาย    หมู่หมวดมากมาย
ก็หมายละอย่างต่างกัน
ต่างคนขับขี่มาอย่างเข้มแข็ง ถือแส้บงคับม้าตามวิธีสูรบ กองทัพ
             ้                     ั               ้
มากมายลานตาไปหมด เดินกันมามากมายเหลือจะนับได้ สักยันต์
ปลุกเสกของขลังและคาถาอาคมทังร่างกาย เสื้อผ้าจัดเป็ นหลาย
                                ้
หมวดหมู่แตกต่างกัน
แรงหัตถ์กวัดแกว่งซึ่งสรรพ์ ศัสตราวุธอัน
                   วะวาบวะวาวขาวคม
                         พลรถแหล่ลวนควรชม
                                       ้              แอกงอนอ่อนสม
                   สง่าประกอบดุมกง
                        เล็งสูงลิ่วสวยชวยธง           ชายโบกชวนบง
                   สะบัดระริ้วปลิวปลาย
                        ปื นไฟใส่ลอเลื่อนราย
                                     ้             หามลากมากหลาย
                   และลูกกระสุนดินดา

                                                     ้
ในมือกวัดแกว่งอาวุธต่าง ๆ ล้วนแต่มีคมอันแวววาว พลรถทังหลายก็น่าชม แอกงาม
อ่อนช้อยสง่ารับกับดุมและกง มองเบื้องบนเห็นธง ชายธงโบกสะบัดพลิ้วน่ ามอง ปื น
ไฟเอาใส่ลอเลือนลากบ้าง หามมาบ้าง มากมายพร้อมด้วยกระสุนปื นและดินระเบิด
         ้ ่
พร้อมสรรพกองทัพโดยลา      ดับล้วนควรยา
              ระย่อสยองเยงยล
                   เคลื่อนคลายพลนิ กายสกล   เต็มสองฟากสถล
              อุคโฆสผสานศัพท์ฟง ั
                  เสียงสารแสะร้องก้องดัง    เสียงโกลนเตือนพนัง
              และเสียงพยู่หโยธี
                           ์

กองทัพพร้อมเพรียงโดยลาดับดูน่าเกรงขาม กองทัพเคลื่อนมาเต็ม
       ้
หนทางทังสองฟาก เสียงดังกึกก้องประสานกัน เสียงช้าง เสียงม้า
เสียงแซ่สงคีตดีดสี
                                   ั            พาทย์กลองฆ้องตี
                    สิกมปนาทหวาดไหว
                       ั
                          ผงคลีมืดคลุมกลุมไป
                                      ้ ้       ปานพื้นแผ่นไผท
                    ทาลายถล่มจมเอียง
                          ออกจากราชคฤห์เขตเวียง มุ่งแคว้นแดนเชียง
                    วัชชีประชิดชิงชัยฯ

เสียงโกลน เสียงโห่รองของกองทัพ เสียงดนตรีดงเซ็งแซ่ ปี่ พาทย์ ฆ้อง กลอง เสียง
                    ้                     ั
                           ้
อึกทึกครึกโครม ฝุ่ นตลบไปทังแผ่นดินเหมือนแผ่นดินจะถล่มทลาย ออกจากเมือง
ราชคฤห์ม่งตรงไปเอาชัยชนะแก่เมืองวัชชี
          ุ
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑. การสรรคา เป็ นการเลือกใช้คาที่สอความคิดและอารมณ์ได้
                                    ่ื
อย่างงดงาม ดังนี้
    ๑.๑)การเลือกใช้คาได้ถกต้องตรงตามความหมายที่ตองการ
                            ู                             ้
    มีการใช้คาที่ประณี ตเป็ นพิเศษ เมื่อกล่าวถึงสิงศักดิ์
                                                 ่
    พระมหากษัตริย ์ ครู อาจารย์ จะใช้คาศัพท์ภาษาบาลี
    สันสกฤตซึ่งถือว่าเป็ นภาษาสูงต้องแปลความทุกคา
    ๑.๒)การเลือกใช้คาศัพท์เหมาะแก่เนื้ อเรื่องและฐานะของ
    บุคคลในเรื่อง
๑.๓) การเลือกใช้คาโดยคานึ งถึงเสียง กวีได้แปลงฉันท์บางชนิ ดให้มี
     ความแตกต่างไปจากเดิม ทาให้มีความไพเราะมากขึ้น สามัคคีเภทคา
     ฉันท์มีการใช้คาที่มีเสียงเสนาะ ดังนี้
(๑.) การใช้คาที่เล่นเสียงหนักเบา ในบทร้อยกรองประเภทฉันท์ กาหนด
เสียงหนัก เบา (คาครุ และคาลหุ) ไว้แน่ นอนเป็ นแบบแผนที่ยดถือกัน ถ้า
                                                          ึ
อ่านเป็ นทานองเสนาะ ก็จะทาให้รูสกถึงรสไพเราะของเนื้ อความได้
                                     ้ึ
                                                       ้ั
(๒.)การเล่นเสียงสัมผัส ในฉันท์ของของนายชิต บุรทัต มีทงสัมผัสนอกและ
                                  ้ั
สัมผัสใน โดยเฉพาะสัมผัสในมีทงสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะแพรว
พราว คล้ายกับความไพเราะของกลอน
(๓.) การเล่นสัมผัสชุดคาและชุดเสียง เช่น

  ทุ่มอินทเภรีเร่งคง       คาบลาถ้วนลง
มโหระทุกครึกโครม

มีการเล่นเสียงสัมผัสชุดคา ได้แก่ ครึก – โครม
โอภาสอาภรณ์อครภัณฑ์ คชลักษณ์ปิลนธ์
                    ั                      ั
ก็เลิศก็ล้าลายอง
   แพร้วแพร้วพรายพรายข่ายกรอง ก่องสกาวดาวทอง
  ้ ุ่
ทังพูสพรรณสรรถกล
      มีการเล่นสัมผัสชุดเสียงคล้ายกลบท คือ
โอภาศ – อาภรณ์ – อัครภัณฑ์
แพร้ว- แพร้ว
พราย – พราย
(๔.) มีการเล่นคา
๒. การใช้โวหาร สามัคคีเภทคาฉันท์มีความไพเราะงดงามอันเกิดจากสาร
ที่กวีใช้ศิลปะในการถ่ายทอดความหมายของเนื้ อหา โดยการใช้สานวน
โวหาร และการใช้ภาพพจน์ เพือให้ผูอานจินตนาการเห็นภาพชัดเจน
                                  ่ ้่
เข้าใจและเกิดอารมณ์คล้อยตาม ดังนี้
      ๒.๑ บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับเหตุการณ์
      รวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อ เข้าใจง่าย
      ๒.๒พรรณนาโวหาร เป็ นการสร้างมโนภาพให้ผูอานเกิดภาพขึ้นในใจ
                                               ้่
      หรือมองเห็นภาพบรรยากาศตามที่กวีตองการ เช่น ตอนที่กวี
                                       ้
      พรรณนาชมความงามของม้าศึกที่มีความโอ่อาน่ าชม
                                            ่
สีกายฝ้ายแซมแกมขน ดำบ้างด่างปน
   กระเลียวเหล่าเหลืองแดงพรรณ
        โสภาอัศวาภรณ์สรรพ์     ตาบหน้า
พร่าวรร
   ณเด่นดำกลกาญจน์มณี
        ยาบย้อยห้อยพู่ดูดี    ขลุมสวม
กรวมสี
   สะคาดกนกแนมเกลา
๒.๓ อุปมาโวหาร เป็ นการกล่าวเปรียบเทียบเพื่อให้
ผูอานเข้าใจและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
  ้่
จบการนาเสนอ
     ค่ะ

งานนำเสนอไทยหมิว23256bbb

  • 1.
  • 2.
    จัดทำโดย นำงสำวลลิตำบัวผัน เลขที่ ๒๒ นำงสำวอนัสติตำ ชุมทองโค เลขที่ ๒๓ ชันมัธยมศึกษำปี ที ๖/๒ ้
  • 3.
    ประลุฤกษมุหต ุ ทินอุตตมไกร รณรงควิชยั ยะดิถศภยาม ีุ ทิชพฤฒิปโร ุ หิตโกวิทพราหมณ์ ก็ประกอบกิจตาม ติไสยพิธี ้ ครันถึงเวลาอันเป็ นฤกษ์ดีงามแก่การมีชยในการรบ ั พราหมณ์ผูเ้ จริญที่ปรึกษาแห่งกษัตริยกประกอบพิธีทางไสย ์็ ศาสตร์
  • 4.
    ทะนุ เพืออภิมง คลสงเคราะห์ทวี ่ สิรวฒนกรี ิั ธเผด็จดัสกร บุรพัณหัสมัย ลุอทยรวิวร ุ ั นฤนาทอดิศร ธเสด็จสระสนาน เวลาเช้าขณะตะวันเริ่มขึ้นพระมหากษัตริยกเ็ สด็จไปเพื่อให้เกิด ์ มงคลยิ่งและเพือความมีชยในการยกทัพเสด็จไปปราบข้าศึก ่ ั สรงน้ า
  • 5.
    วรองค์อภิมณฑ์ ั ศุภสรรพประการ ดุจขัตติยบราณ ์ุ รณยุทธนิ ยม พระเสด็จรัถยา บทคลาอนุ กรม ฐิตเกยชยชม พลพฤนทนิ กร พระวรกายประดับด้วยเครื่องทรงอันงดงามตามแบบฉบับกษัตริย ์ โบราณคราวออกศึกพระองค์เสด็จไปตามทางโดยลาดับประทับบน เกยชัยเพื่อทอดพระเนตรกองทัพอันยิ่งใหญ่
  • 6.
    กำพย์ฉ บัง ๑๖ เนมิตก์เชษฐวิทยุตดร รอพอบวร มุหตอุดมดีดล ุ ให้ฆาตฆ้องชัยมงคล คารบสามหน เฉลิมพระฤกษ์เบิกธง ้ ็ ี ้ ้ พราหมณ์ผูใหญ่รอจนถึงฤกษ์งามยามดีกให้ตฆองชัยมงคล ๓ ครังแล้วก็ โบกธงเป็ นการเอาฤกษ์เอาชัย ระดมตีกลองใหญ่ให้ครบถ้วน
  • 7.
    ทุ่มอินทเภรีเร่งคง คาบลาถ้วนลง มโหระทึกครึกโครม ดุรยางค์ดนตรีม่ประโคม ิ ี สังข์แตรแซ่โหม กระหึ่มสนันบรรสาน ่ แล้ วตีกลองโลหะอย่ างครึกโครม ดนตรีบรรเลงพร้ อม เป่ าแตรสังข์ ผสมผสานเสียงดังกึกก้ อง
  • 8.
    ราชามาคธภูบาล เถลิงหลังคชาธาร ประเสริฐสง่างามทรง ควรขัตติยยานยรรยง เพียงพาหนาสน์องค์ สหัสนัยน์ใดปาน ้ ครบเต็มเครื่องตังหลังสาร กูบแพรแลลาน ละล้วนบรรเจิดเฉิ ดฉัน โอภาสอาภรณ์อครภัณฑ์ ั คชลักษณ์ปิลนธน์ ั ก็ลวนก็ล้าลายอง ้ กษัตริยแห่งมคธเสด็จขึ้นเหนื อพระคชาธารอันสง่างามคู่ควรกับกษัตริย ์ ราวกับ ์ พาหนะทรงของพระอินทร์กไม่ปานพร้อมสรรพด้วยเครื่องประดับหลังช้าง ประทุน ็ ประดับแพรลานตาดูงดงามเครื่องประดับช้างงามยิ่งนัก
  • 9.
    แพร้วแพร้วพรายพรายข่ายกรอง ก่องสกาวดาวทอง ้ ุ่ ทังพูสพรรณสรรถกล สองพลุกสุกวลัยเลอยล ลาดพัสตร์รตคน ั และปกขนองซองหาง งวงเสยเงยเศียรส่ายพลาง เทิดทันต์ท่าทาง สง่าบ่ลากาลัง ้ ขุนคอคชคุมกุมอัง กุสกรายท้ายยัง ขุนควาญประจาดารี ้ ข่ายถักที่คลุมศีรษะแพรวพราวเป็ นดาวทองปลัง่ สุกใส พูทองประดับไว้งดงาม งาทังคู่มีปลอก ่ สวมเป็ นเครื่องประดับ มีผาคลุมหลังผูกสายรัดประคน และสวมเครื่องคล้องใต้โคนหาง ยก ้ งวงเงยศีรษะส่ายไปมา ชูงาด้วยท่าทางสง่าไม่ออนล้า ท้ายช้างถือขอบังคับช้าง ส่วนควาญ ่ ช้างก็เข้าประจาที่
  • 10.
    เครื่องสูงครบสรรพ์อนมี ั ตามบุรพประเพณี พยูหบาตรยาตรา จาตุรงคิกแสนย์เสนา เนื่ องสุดสายตา ตลอดตะลึงแลลาน ขุนคชขึ้นคชชินชาญ คุมพลคชสาร ละตัวกาแหงแข็งขัน เคยเศิกเข้าศึกฮึกครัน เสียงเพรียกเรียกมัน คารนประดุจเดือดดาล เครื่องประดับเกียรติยศพร้อมสรรพตามอย่างโบราณราชประเพณี ในเวลายกทัพ พลทหาร ๔ เหล่ามากมายละลานตา พลช้างขึ้นขี่ชาง แต่ละตัวล้วนมีกาลังมาก เคยทาศึกสงครามอย่าง ้ ฮึกเหิม กาลังตกมัน ส่งเสียงคารณร้องราวกับโกรธแค้น
  • 11.
    อร่ามเรืองด้วยเครื่องอลังการ นายขอหมอควาญ ก็ข่ีกรีดาเนิ น พลหัยพิศเห็นเช่นเหิน หาวเหาะเหยาะเดิน เดาะเตือนก็เต้นตีนซอย ต่างตัวดีดโลดโดดลอย เริงเล่นเผ่นคอย จะควบประกวดอวดพล เครื่องประดับตกแต่งอย่างงดงาม ควาญช้างก็ข่ีชางเดินมา พลม้ามองดูราวกับ ้ จะเหาะเหินไปในท้องฟ้ า พอเดาะเตือนก็ซอยเท้า แต่ละตัวกระโดดอย่างร่าเริง คอยแข่งขันกัน
  • 12.
    สีกายฝ้ ายแซมแกมขน ดาบ้างด่างปน กระเลียวเหล่าเหลืองแดงพรรณ โสภาอัศวาภรณ์สรรพ์ ตาบหน้าพร่าวรร ณเด่นดากลกาญจน์มณี ยาบย้อยห้อยพูดูดี ่ ขลุมสวมกรวมสี สะคาดกนกแนมเกลา สายถือสายง่องถ่องเพรา คล้องสอดสายเหา ้ งามทังพนังโกลนอาน ขุนอัศว์อาตม์โอ่โอฬาร ราทวนเทิดปาน ประหนึ่ งจะโถมโจมแทง
  • 13.
    ้ั มีทงม้าสีขาวแซมดา ม้าสีด่าง ม้าที่มสนหลังดาเป็นทาง ม้าสีเหลือง และสี ี ั ้ แดง เครื่องประดับม้าทังหมดงดงามยิ่ง แผ่นใบโพทองและเงินที่ตด ิ ข้างหน้าส่องแสงแลแวววาวดูงามเด่น พูหอยย้อยชวนชม เชือกถักสวมหัว ่ ้ ้ ้ ้ ้ ดัง่ ทอง สายถือ สายรังใต้คางม้า สายรังหลัง แผ่นหนังสาหรับปิ ดสีขางทัง สอง ห่วงที่หอยลงมาจากอานและอานม้างามยิ่งนัก ทหารม้าสง่างามร่ายรา ้ เพลงทวนเหมือนหนึ่ งจะเข้าจูโจม ่
  • 14.
    ต่างขับและขี่เข้มแขง ควงแส้สาแดง ดุรงควิธีโรมรณ ดาษดาคลาคลาสาพล่ ่ บทจรอนนต์ อเนกคะแนนคัณนา ปลุกเสกเลขยันต์ว่านยา อาคมคาถา ้ ประสิทธิขลังทังกาย เสื้อผ้าสารพัดจัดหลาย หมู่หมวดมากมาย ก็หมายละอย่างต่างกัน
  • 15.
    ต่างคนขับขี่มาอย่างเข้มแข็ง ถือแส้บงคับม้าตามวิธีสูรบ กองทัพ ้ ั ้ มากมายลานตาไปหมด เดินกันมามากมายเหลือจะนับได้ สักยันต์ ปลุกเสกของขลังและคาถาอาคมทังร่างกาย เสื้อผ้าจัดเป็ นหลาย ้ หมวดหมู่แตกต่างกัน
  • 16.
    แรงหัตถ์กวัดแกว่งซึ่งสรรพ์ ศัสตราวุธอัน วะวาบวะวาวขาวคม พลรถแหล่ลวนควรชม ้ แอกงอนอ่อนสม สง่าประกอบดุมกง เล็งสูงลิ่วสวยชวยธง ชายโบกชวนบง สะบัดระริ้วปลิวปลาย ปื นไฟใส่ลอเลื่อนราย ้ หามลากมากหลาย และลูกกระสุนดินดา ้ ในมือกวัดแกว่งอาวุธต่าง ๆ ล้วนแต่มีคมอันแวววาว พลรถทังหลายก็น่าชม แอกงาม อ่อนช้อยสง่ารับกับดุมและกง มองเบื้องบนเห็นธง ชายธงโบกสะบัดพลิ้วน่ ามอง ปื น ไฟเอาใส่ลอเลือนลากบ้าง หามมาบ้าง มากมายพร้อมด้วยกระสุนปื นและดินระเบิด ้ ่
  • 17.
    พร้อมสรรพกองทัพโดยลา ดับล้วนควรยา ระย่อสยองเยงยล เคลื่อนคลายพลนิ กายสกล เต็มสองฟากสถล อุคโฆสผสานศัพท์ฟง ั เสียงสารแสะร้องก้องดัง เสียงโกลนเตือนพนัง และเสียงพยู่หโยธี ์ กองทัพพร้อมเพรียงโดยลาดับดูน่าเกรงขาม กองทัพเคลื่อนมาเต็ม ้ หนทางทังสองฟาก เสียงดังกึกก้องประสานกัน เสียงช้าง เสียงม้า
  • 18.
    เสียงแซ่สงคีตดีดสี ั พาทย์กลองฆ้องตี สิกมปนาทหวาดไหว ั ผงคลีมืดคลุมกลุมไป ้ ้ ปานพื้นแผ่นไผท ทาลายถล่มจมเอียง ออกจากราชคฤห์เขตเวียง มุ่งแคว้นแดนเชียง วัชชีประชิดชิงชัยฯ เสียงโกลน เสียงโห่รองของกองทัพ เสียงดนตรีดงเซ็งแซ่ ปี่ พาทย์ ฆ้อง กลอง เสียง ้ ั ้ อึกทึกครึกโครม ฝุ่ นตลบไปทังแผ่นดินเหมือนแผ่นดินจะถล่มทลาย ออกจากเมือง ราชคฤห์ม่งตรงไปเอาชัยชนะแก่เมืองวัชชี ุ
  • 19.
  • 20.
    ๑. การสรรคา เป็นการเลือกใช้คาที่สอความคิดและอารมณ์ได้ ่ื อย่างงดงาม ดังนี้ ๑.๑)การเลือกใช้คาได้ถกต้องตรงตามความหมายที่ตองการ ู ้ มีการใช้คาที่ประณี ตเป็ นพิเศษ เมื่อกล่าวถึงสิงศักดิ์ ่ พระมหากษัตริย ์ ครู อาจารย์ จะใช้คาศัพท์ภาษาบาลี สันสกฤตซึ่งถือว่าเป็ นภาษาสูงต้องแปลความทุกคา ๑.๒)การเลือกใช้คาศัพท์เหมาะแก่เนื้ อเรื่องและฐานะของ บุคคลในเรื่อง
  • 21.
    ๑.๓) การเลือกใช้คาโดยคานึ งถึงเสียงกวีได้แปลงฉันท์บางชนิ ดให้มี ความแตกต่างไปจากเดิม ทาให้มีความไพเราะมากขึ้น สามัคคีเภทคา ฉันท์มีการใช้คาที่มีเสียงเสนาะ ดังนี้ (๑.) การใช้คาที่เล่นเสียงหนักเบา ในบทร้อยกรองประเภทฉันท์ กาหนด เสียงหนัก เบา (คาครุ และคาลหุ) ไว้แน่ นอนเป็ นแบบแผนที่ยดถือกัน ถ้า ึ อ่านเป็ นทานองเสนาะ ก็จะทาให้รูสกถึงรสไพเราะของเนื้ อความได้ ้ึ ้ั (๒.)การเล่นเสียงสัมผัส ในฉันท์ของของนายชิต บุรทัต มีทงสัมผัสนอกและ ้ั สัมผัสใน โดยเฉพาะสัมผัสในมีทงสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะแพรว พราว คล้ายกับความไพเราะของกลอน
  • 22.
    (๓.) การเล่นสัมผัสชุดคาและชุดเสียง เช่น ทุ่มอินทเภรีเร่งคง คาบลาถ้วนลง มโหระทุกครึกโครม มีการเล่นเสียงสัมผัสชุดคา ได้แก่ ครึก – โครม
  • 23.
    โอภาสอาภรณ์อครภัณฑ์ คชลักษณ์ปิลนธ์ ั ั ก็เลิศก็ล้าลายอง แพร้วแพร้วพรายพรายข่ายกรอง ก่องสกาวดาวทอง ้ ุ่ ทังพูสพรรณสรรถกล มีการเล่นสัมผัสชุดเสียงคล้ายกลบท คือ โอภาศ – อาภรณ์ – อัครภัณฑ์ แพร้ว- แพร้ว พราย – พราย (๔.) มีการเล่นคา
  • 24.
    ๒. การใช้โวหาร สามัคคีเภทคาฉันท์มีความไพเราะงดงามอันเกิดจากสาร ที่กวีใช้ศิลปะในการถ่ายทอดความหมายของเนื้อหา โดยการใช้สานวน โวหาร และการใช้ภาพพจน์ เพือให้ผูอานจินตนาการเห็นภาพชัดเจน ่ ้่ เข้าใจและเกิดอารมณ์คล้อยตาม ดังนี้ ๒.๑ บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับเหตุการณ์ รวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อ เข้าใจง่าย ๒.๒พรรณนาโวหาร เป็ นการสร้างมโนภาพให้ผูอานเกิดภาพขึ้นในใจ ้่ หรือมองเห็นภาพบรรยากาศตามที่กวีตองการ เช่น ตอนที่กวี ้ พรรณนาชมความงามของม้าศึกที่มีความโอ่อาน่ าชม ่
  • 25.
    สีกายฝ้ายแซมแกมขน ดำบ้างด่างปน กระเลียวเหล่าเหลืองแดงพรรณ โสภาอัศวาภรณ์สรรพ์ ตาบหน้า พร่าวรร ณเด่นดำกลกาญจน์มณี ยาบย้อยห้อยพู่ดูดี ขลุมสวม กรวมสี สะคาดกนกแนมเกลา
  • 26.
    ๒.๓ อุปมาโวหาร เป็นการกล่าวเปรียบเทียบเพื่อให้ ผูอานเข้าใจและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ้่
  • 27.