การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์
           ด้วยตัวชี้วดฯ
                      ั



1
     นพพร เทพสิทธา
    13 พฤศจิกายน 2555
่       ่
        กระบวนการที่เกียวกับเรือง การพัฒนา
 การปรั บปรุ ง (Improvement)
  คือ การเปลียนแปลงให้ ดขน
                ่           ี ึ้
 การพัฒนา (Development)
  คือ การเปลียนแปลงให้ ดขนอย่ างก้ าวกระโดด
                  ่          ี ึ้
 การเปลียนแปลงอย่ างถาวร (Transformation)
            ่
  คือ การพัฒนาที่เมื่อเปลียนแปลงแล้ ว ไม่ กลับมาเหมือนเดิม
                          ่
 วิวฒนาการ (Evolution)
     ั
  คือ การเปลียนแปลงอย่ างถาวร ทีเ่ กิดขึนหลายๆครั้ง
                    ่                   ้
  อย่ างต่ อเนื่องกันไปตลอดเวลา ไม่ หยุดอยู่กบที่
                                             ั
        Source: From http://en.wikipedia.org/wiki/Butterfly
                                                              2
การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์
คือ การเปลียนแปลงการบริหารจัดการด้ านโลจิสติกส์ ที่ให้ ผลอย่ างก้าวกระโดด
              ่
อย่ างใดอย่ างหนึ่ง ดังต่ อไปนี้
 ลดเวลา ในกระบวนการโลจิสติกส์ โดยคุณภาพ/คุณค่ า เท่ าเดิมหรื อเพิมขึน  ่ ้
 ลดต้ นทุน ในการกระบวนการโลจิสติกส์ โดยคุณภาพ/คุณค่ า เท่ าเดิม/เพิมขึน   ่ ้
 เพิมคุณภาพ การบริการด้ านโลจิสติกส์ โดยต้ นทุน/เวลา เท่ าเดิมหรือลดลง
       ่
 เพิมคุณค่ า จากกระบวนการโลจิสติกส์ ให้ แก่ ผ้ ูเกียวข้ องทางธุรกิจ โดยต้ นทุน/
         ่                                          ่
     เวลา เท่ าเดิมหรือลดลง เช่ น การรักษาสิ่ งแวดล้อม, การเพิมความปลอดภัย,
                                                              ่
    การสร้ างเครือข่ ายพันธมิตร และ การขยาย/สร้ างธุรกิจ เป็ นต้ น
 ลดเวลา ลดต้ นทุน เพิมคุณภาพ และ เพิมคุณค่ า ไปพร้ อมๆกัน
                      ่              ่
                                                                           3
วัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์
 เพือความอยู่รอดของธุรกิจ
     ่
 เพือเพิมขีดความสามารถในตอบสนองความต้ องการของลูกค้ า
     ่ ่
  ทาให้ ลูกค้ าพึงพอใจ หรือ เหนือความคาดหมายของลูกค้ า
 เพือเพิมขีดความสามารถในการแข่ งขัน เพิมส่ วนแบ่ งตลาด
      ่ ่                                      ่
  เป็ นผู้นาธุรกิจในธุรกิจ
 เพือเพิมความเข้ าใจ/ความร่ วมมือ/ความเข้ มแข็ง ภายในองค์ กร
       ่ ่
 และ เครือข่ าย
 เพือสร้ างการพัฒนาอย่ างยังยืน
        ่                    ่
                                                             4
 เพือสร้ างคุณค่ าเพิมทางธุรกิจในโซ่ คุณค่ า เพือขยายธุรกิจ
          ่           ่                          ่
5
อะไรบ้างที่ตองพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ?
             ้
 กระบวนการทางาน
 เทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ และ เทคโนโลยี
  สารสนเทศ
 คนและโครงสร้ างองค์ กร
 เครือข่ าย
 วัฒนธรรมองค์ กร
                                             6
พัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯอย่างไร ?
                              ้        ั
 รู้ เรารู้ เขา    SWOT      ตัวชี้วดปัจจุบัน เรา/คู่แข่ ง/
                                       ั
                                Best Practice
 กาหนดทิศทาง/เปาหมาย/กลยุทธ์  ตัวชี้วดอนาคต/Benchmark
                ้                        ั

 กาหนดแผนดาเนินงาน              ตัวชี้วดความสาเร็จของแผนงาน
                                         ั
                                  เชื่อมโยงกับ เปาหมาย
                                                 ้
 ประเมินผล/ปรั บปรุ งแก้ ไข     ตัวชี้วดจริง เทียบกับ เปาหมาย
                                           ั              ้

 กาหนดมาตรฐานการทางาน           ตัวชี้วดมาตรฐาน
                                         ั                  7
สิงที่จาเป็ นเบื้องต้น
                ่
   ในการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯ
                                     ้      ั
 Mindset ในการใช้ ข้อมูลในแก้ ไขปัญหา       > การใช้ ความรู้สึก/การคาดเดา
  Use Fact & Avoid Gut Feeling & Intuition
 การวิเคราะห์ และแก้ ไขปัญหาอย่ างเป็ นระบบ
  PDCA (Plan-Do-Check-Action) + SDCA(Standard-Do-Check-Action)
 ทักษะการหา    การจาแนก และ การจัดเก็บข้ อมูล
  Stratification – Classification - Segmentation
 ทักษะการใช้ เครื่องมือในการวิเคราะห์ และแก้ ไขปัญหา

  - QC 7 Tools : Check Sheet, Graph, Histogram, Pareto, Control Chart,
                   Scatter Diagram, Cause & Effect Diagram                   8
  - QC New 7 Tools
9
่
       เครืองมือคุณภาพ 7 ชนิด ( 7 QC TOOLS)
1.   แผ่ นตรวจสอบ (Check Sheet) คือ แบบฟอร์ มที่มีการออกแบบช่ องว่างต่างๆ ไว้เพือใช้ บันทึก
                                                                                ่
     ข้ อมูลได้ ง่าย และสะดวก
2.   กราฟ (Graphs) คือ ภาพลายเส้ น แท่ ง วงกลม หรือจุดเพือใช้ แสดงค่าของข้อมูล,ความสัมพันธ์
                                                         ่
     ระหว่างข้ อมูล หรือ แสดงองค์ประกอบต่ าง ๆ
3.   ฮีสโตแกรม (Histogram) เป็ นกราฟแท่ งที่ใช้ สรุปการอนุมาน (Inference) และ การแจกแจงข้ อมูล
     เพือที่จะใช้ สรุปสถานภาพของกลุ่มข้ อมูลนั้น
        ่
4.   แผนภูมพาเรโต (Pareto Diagram) เป็ นแผนภูมที่ใช้ แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างสาเหตุของ
           ิ                                  ิ
     ความบกพร่ องกับปริมาณความสู ญเสียทีเ่ กิดขึน เรียงลาดับจากมากไปน้ อย
                                                ้
5.   ผังการกระจาย (Scatter Diagram) คือ ผังที่ใช้ แสดงค่าของข้อมูลที่เกิดจากความสัมพันธ์ ของ
     ตัวแปรสองตัวว่ามีแนวโน้ มไปในทางใด เพือที่จะใช้ หาความสัมพันธ์ ที่แท้ จริง
                                           ่
6.   แผนภูมควบคุม (Control Chart) คือแผนภูมิที่มีการเขียนขอบเขตที่ยอมรับได้ ของคุณลักษณะ
           ิ
     ตามข้ อกาหนดทางเทคนิค (Specification) เพือนาไปเป็ นแนวทางในการควบคุมกระบวนการผลิต โดย
                                              ่
     การติดตามและตรวจจับข้ อมูลที่ออกนอกขอบเขต (Control limit)
7.   ผังแสดงเหตุและผล (Cause-and-Effect Diagram) หรือผังก้างปลา (Fishbone Diagram)
     บางครั้งเรียกว่า Ishikawa Diagram ซึ่งเรียกตามชื่อของ Dr.Kaoru Ishikawa ผู้ซึ่งเริ่มนาผังนีมาใช้ ใน
                                                                                                 ้         10
     ปี ค.ศ. 1953 เป็ นผังที่แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างคุณลักษณะ ทางคุณภาพกับปัจจัยต่ าง ๆ ที่เกียวข้ อง
                                                                                               ่
่
                         เครืองมือคุณภาพใหม่ 7 อย่าง
                          (THE 7 NEW QC TOOLS)
1.   แผนภูมการจัดกลุ่มความคิด (Affinity Diagram) ใช้ เพือรวบรวมข้ อมูลที่เป็ นคาพูด ความรู้สึกจาก
           ิ                                            ่
     ผู้บริหารที่เกียวข้ อง นามาจัดเป็ นหมวดหมู่ เพือแยกกลุ่มของข้ อมูลไว้สาหรับการนามาวิเคราะห์ ในขั้นต่ อไป
                    ่                               ่
     โดยตั้งคาถามว่า “ทาไม” “เพราะอะไร” จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึนในองค์กร (ทาไมถึงไม่ บรรลุวตถุประสงค์ /
                                                                   ้                           ั
     เป้ าหมาย?)
2.   แผนภูมแสดงความสั มพันธ์ (Relation Diagram) หลังจากจัดกลุ่มข้อมูล (Affinity Diagram) แล้ว
           ิ
     ผู้บริหารควรมุ่งเน้ นไปที่ปัญหาที่ต้องการจะแก้ไข/ป้ องกันเพือใช้ ในการวางแผนเชิงรุก และเชื่อมโยงกลุ่มข้ อมูล
                                                                 ่
     ที่ได้ จากการจัดกลุ่มความคิด (Affinity Diagram) แต่ ละกลุ่มแต่ ละความคิด แสดงข้ อมูลที่เป็ นเหตุ-ข้ อมูลที่เป็ น
     ผลและเชื่อมโยงจนกระทั่งทราบถึงต้ นตอหรือสาเหตุที่แท้ จริงของปัญหา (Root Causes) เพือนาไปหาแผนงาน
                                                                                                ่
     แนวทางหรือวิธีการป้ องกันปัญหาให้ สามารถบรรลุวตถุประสงค์ /เป้ าหมายต่ อไป
                                                         ั
3.   แผนภูมต้นไม้ ตัดสิ นใจ (Tree Diagram) ใช้ เพือหาแนวทางแก้ไข/ป้ องกัน ในรูปของแผนงาน/แนวทาง
           ิ                                      ่
     หรือวิธีการ โดยตอบคาถามว่า “ทาอย่างไร” เพือมุ่งสู่ วตถุประสงค์ /เป้ าหมายที่อยากเป็ น โดยการมุ่งเน้ นไปที่ต้น
                                               ่         ั
     ตอหรือสาเหตุที่แท้ จริงของปัญหา จากแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ (Relation Diagram)
4.   แผนภูมเิ มตริกซ์ (Matrix Diagram) เป็ นเครื่องมือที่ช่วยหาความสัมพันธ์ ของวัตถุประสงค์/เป้ าหมาย
     และแผนงาน/มาตรการ/วิธีการ ที่ได้ จากการเสนอแนะขึนว่าแนวทางใดน่ าจะมีความเป็ นไปได้ มีความคุ้มค่ า
                                                           ้                                                            11
     และส่ งผลกระทบให้ บรรลุถงเป้ าหมายได้ ก่อน โดยใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จากัด อย่ างเต็มประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล
                             ึ
่
                     เครืองมือคุณภาพใหม่ 7 อย่าง
                               (THE 7 NEW QC TOOLS)

5.   แผนภาพการวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงเมตริกซ์ (Matrix Data Analysis Chart) เป็ นเครื่องมือที่ใช้
     เปรียบเทียบสมรรถนะ (Benchmark) จากมุมมองของลูกค้าและเทียบกับคู่แข่ งที่เป็ นผู้นาในด้ านสินค้า หรือ
     บริการคล้ายๆกับองค์กรของเรา วิธีนีจะทาให้ เห็นภาพว่าองค์กรเราอยู่ในตาแหน่ งใด (Positioning) เพือมองกล
                                       ้                                                            ่
     ยุทธ์ ในการบริหารจัดการที่เหมาะสมต่ อไปอย่ างถูกทิศทาง
6.   แผนภาพทางเลือกตัดสิ นใจเพือบริหารความเสี่ ยง(Process Decision Program Chart,
                                       ่
     PDPC) เป็ นเครื่องมือที่ใช้ ช่วยหาแนวทางซึ่งอาจเป็ นแผนงาน/มาตรการ/วิธีการ โดยมุ่งเน้ นไปยังอุปสรรคที่
     น่ าจะมีโอกาสเกิดขึนในกระบวนการทางาน เพือบรรลุวตถุประสงค์ /เป้ าหมายที่กาหนดไว้ เมื่อทราบถึงทุก
                        ้                         ่    ั
     อุปสรรคในกระบวนการก็สามารถหาแนวทางในการขจัดอุปสรรคทุกประเภทที่อาจเกิดขึนได้ ในอนาคต คล้าย
                                                                                 ้
     กับการมีแผนปฏิบตการฉุกเฉินรองรับไว้เผือสาหรับการเปลียนแปลงหรือความไม่ แน่ นอนที่จะเกิดขึนได้
                       ั ิ                  ่            ่                                   ้
     ตลอดเวลา ทาให้ องค์กรมีความมั่นใจต่ อการเผชิญกับ
7.   แผนภูมลูกศร (Arrow Diagram) เป็ นการวางแผนงานที่มีการกาหนดกิจกรรม ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา
           ิ
     และลาดับก่อนหลังของแต่ ละกิจกรรม ว่ากิจกรรมใดควรทาก่อน-หลัง เพือที่จะบริหารโครงการหรือแผนงานให้
                                                                          ่
     บรรลุเป้ าหมายได้ ในระยะเวลาที่กาหนดไว้ และใช้ ทรัพยากรอย่ างคุ้มค่า
                                                                                                              12
หัวใจในการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯ
                                     ้        ั
 Core Business - Core Process - Critical KPI
 Integrated Logistics – SPM – VCM  Value Delivery
 Sub-process & Sub-KPI
 Leading KPI & Lagging KPI
 Cross-function KPI
 KPI Linkage
   : Target - Strategic - Tactic – Operation
 KPI Driver  Manage Driver
 Ownership : Controllable & Uncontrollable
 Process-oriented VS. Result-oriented
 Measurement System : Corporate & Functional,
   Source & Verification of Information
 Communication Understanding  Awareness
                                                    13
 Reward & Recognition
14
อัตราความสามารถในการจัดส่งส่นค้า
            DELIVERY IN FULL ON TIME (DIFOT)
เป็ นตัวชี้วดประสิ ทธิภาพด้ านความน่ าเชื่อถือ เพือแสดงถึงความน่ าเชื่อถือใน
            ั                                     ่
การบริการลูกค้ า โดยวัดความครบถ้ วน (Perfect order) ทุกขั้นตอนในการ
บริการลูกค้ า
• การจัดส่ งให้ ครบถ้ วนตามชนิดและปริมาณทีลูกค้ าต้ องการหรือสั่ งไป ไม่ มี
                                                    ่
     ชารุดเสี ยหาย (Dispatch In Full - All items & quantity requested)
• การจัดส่ งให้ ลูกค้ าอย่ างถูกต้ องตรงตามเวลานัดหมาย (Delivered On
     Time – According to customer’s definition of On-Time Delivery)
• การจัดส่ งถูกต้ องตามเงื่อนไขและไม่ มีความผิดพลาด เช่ น เรื่องเอกสาร
     (Error-Free)
        การวัด DIFOT (Perfect Order ) ต้ องนาผลการดาเนินงานทุกด้ าน15
คูณกัน เพือแสดงผลสุ ดท้ าย เช่ น DIFOT 45% = 0.48 x 0.99 x 0.95
              ่
่
 การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดานความน่าเชือถือ
                               ้
                DIFOT & ON TIME DELIVERY
 Distribution and Logistics Strategy & Policy
 Service Level Agreement : Cut - off Time, Urgent Order, Order Size &
  Consolidated Order, Multi-drop, Unloading Condition etc.
 Demand Planning & Supply Planning : Accuracy VS. Service Level

 Order Management & Customer Service  CRM
 Loading & Unloading Management  Window Time
 Fleet & Contractor Management  SRM
 Controlling & Monitoring System  Stratification & Segmentation
 Transportation Technology & IT                                16
 Capacity Building
่              ่
       ระยะเวลาเฉลียการตอบสนองคาสังซื้อจากลูกค้า
                   AVERAGE ORDER CYCLE TIME
• เป็ นตัวชี้วดประสิ ทธิภาพด้ านเวลา เพือแสดงถึงความรวดเร็วในการ
              ั                           ่
  ตอบสนองคาสั่ งซื้อและการบริการลูกค้ า โดยนับตั้งแต่ บริษทยืนยันคาสั่ งซื้อ
                                                                 ั
  ของลูกค้ า ผลิต และ ส่ งมอบสิ นค้ าให้ แก่ลูกค้ า ซึ่งแยกเป็ นส่ วนย่ อยๆ ดังนี้
• ระยะเวลาในการแจ้ งการผลิต และ วางแผนการผลิต
• ระยะเวลาในการผลิต
• ระยะเวลาในการแจ้ งให้ จัดส่ ง
• ระยะเวลาในการวางแผนการจัดส่ ง และ แจ้ งหน่ วยจัดส่ ง หรือ ผู้ขนส่ ง
• ระยะเวลาในการเตรียมกาลังขนส่ ง และ นาพาหนะเข้ ามารับสิ นค้ า
• ระยะเวลาในการจัดสิ นค้ าขึนบนยานพาหนะ
                              ้
• ระยะเวลาในการขนส่ งสิ นค้ าไปยังสถานทีทลูกค้ ากาหนด
                                               ่ ี่                            17


• ระยะเวลาในการขนลงสิ นค้ าและจัดวางไว้ ในทีทลูกค้ ากาหนด (ถ้ ามี)
                                                    ่ ี่
การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดานระยะเวลา
                                   ้
      ORDER CYCLE TIME & DELIVERY CYCLE TIME
 เช่ นเดียวกับ การพัฒนาประสิ ทธิภาพโลจิสติกส์
                                            ด้ านความน่ าเชื่อถือ
 ระยะเวลารวมจะขึนกับจานวนขั้นตอนการทางานทั้งหมด
                     ้
 ขั้นตอนการทางาน มี 3 ประเภท คือ ขั้นตอนการทางานหลัก – ขั้นตอนการ
  ประกันคุณภาพ - ขั้นตอนการควบคุมภายใน
 Cycle Time VS. Cost & Competition
 Site Selection - Distribution Network
 Mode of Transportation
 Standardization
 Postponement – Preloading – VMI                                 18
 Mechanization & Automation : Palletization , Contianerization
ต้นทุนโลจิสติกส์ (L   OGISTICS   COST)


• เป็ นตัวชี้วดประสิ ทธิภาพการใช้ ทรัพยากร ในการบริหารจัดการ
              ั
   โลจิสติกส์ เพือตอบสนองคาสั่ งซื้อและการบริการลูกค้ า โดยวัด
                 ่
   ต้ นทุนของแต่ ละกระบวนการ รวมกับ ต้ นทุนการจัดการ เป็ น
   ต้ นทุนโลจิสติกส์ โดยรวม
• ต้ นทุนโลจิสติกส์ หลัก มีดงนี้
                             ั
1. ต้ นทุนการบริหารคลังสิ นค้ า ( Warehouse Management Cost)
2. ต้ นทุนการเก็บรักษาสิ นค้ าคงคลัง (Inventory Carrying Cost)
3. ต้ นทุนค่ าขนส่ ง (Transportation Cost)
4. ต้ นทุนการจัดการโลจิสติกส์ (Logistics Administration Cost)19
การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดานต้นทุน
                              ้




                                         20
TRANSPORTATION COST ELEMENT
 Variable Cost
     - Oil cost
     - Tire cost
     - Maintenance cost
 Fixed Cost
     - Truck cost
     - Truck license plate fee
     - Insurance fee
     - Driver salary
     - Administration cost       21
TRANSPORTATION COST DRIVER
    Product
     - Type, Value, Weight, Size, Shelf life, Damage rate
    Mode of Transportation & Vehicle Type
     - Truck, Railways, Waterways, Airways, Pipeline
   Equipment installed or provided
     - Dump, Crane, Container
    Route & Distance
    Trip Time
     - Loading + Traveling + Unloading + Waiting Time
    Utilization
     - 1 way or 2 ways
     - Maintenance, Accident
    Seasonality (Demand & Supply)                       22
    Service provided
    - Unloading service
ACTIVITY-BASED COSTING
   More accurate Costing Methodology than
    Traditional Costing

   Focus on “Indirect” Expenses & make “Direct”

   Trace actual expenses rather than allocate each
    expense category to the particular Cost Objects

   Cost Objects consume Activities

   Activities consume Resources

   The Consumption of Resources drives Cost

   Understanding Relationship is critical in
    successfully managing cost                        23
24
25
่
 การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ด้านความน่าเชือถือ
 อัตราความแม่นยาการพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า
 อัตราความแม่ นยา มีผลต่ อ ประสิ ทธิภาพโลจิสติกส์ อย่ างมาก
 การบริหารโลจิสติกส์ /โซ่ อุปทาน ให้ ความสาคัญทีการวางแผนอันดับแรก
                                                   ่
 การวางแผนทีดี ต้ องให้ ความสาคัญ เรื่อง อัตราความแม่ นยาและเชื่ อมโยงการ
                 ่
 พยากรณ์ ตั้งแต่ End User จนถึง การวางแผนด้ านอุปทาน ต้ นนา     ้
 ยากทีจะพยากรณ์ ได้ แม่ นยา 100 % แต่ จาเป็ นต้ องทา และ พัฒนาต่ อเนื่อง
         ่
  โดยเข้ าใจ Driver ทีมีผลต่ อความแม่ นยา & บริหาร Driver ภายใน/ภายนอก
                      ่
 ต้ องเข้ าใจ Demand Pattern และ ระวัง Bullwhip Effect
 ต้ องแยกการพยากรณ์ ให้ เหมาะสม ตามสิ นค้ า พืนที่ ลูกค้ า ประเภทจัดส่ ง
                                                 ้
   และ พยากรณ์ เป็ นรายปี รายไตรมาส รายเดือน รายสั ปดาห์
 ควรมีการพยากรณ์ แบบ Best /Worse/ Most Likely และ เตรียมแผนสารอง 26
 มีเครื่องมือ IT มากมาย ทีช่วยสนับสนุนการพยากรณ์ แต่ สุดท้ ายอยู่ทคน
                            ่                                        ี่
27
การพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารสินค้าคงคลัง
ต้นทุนการเก็บสินค้าคงคลัง - ระยะเวลาเฉลียการเก็บสินค้าสาเร็จรูป
                                        ่
 การบริหารโลจิสติกส์ ของสิ นค้ าแต่ ละประเภท ดูได้ จาก
  ต้ นทุนโลจิสติกส์ ต่อราคาขาย  การขนส่ ง VS การบริหารสิ นค้ าคงคลัง
  เช่ น สิ นค้ าเกษตร/วัสดุก่อสร้ าง กับ สิ นค้ าอุปโภคบริโภค เครื่องไฟฟา้
 สิ นค้ าคงคลังวัตถุดบ/สิ นค้ ากึงสาเร็จรู ป/สาเร็จรู ป สาคัญต่ างกันตามธุรกิจ
                       ิ           ่
  บางธุรกิจ มีความสาคัญระดับ ความเป็ นความตายของบริษท              ั
 ต้ องแบ่ งสิ นค้ าคงคลังออกเป็ นกลุ่ม หลายประเภท เพือให้ เหมาะสมกับการจัดการ
                                                           ่
 ต้ องใช้ ประสบการณ์ ควบคู่กบ สู ตรคานวณการบริหารสิ นค้ าคงคลัง และ IT
                                 ั
  โดยปรับใช้ ให้ เหมาะสมกับธุรกิจ/สถานการณ์ เสมอ ทุกคนทีเ่ กึยวข้ องต้ องเข้ าใจ
                                                                     ่
 การลดสิ นค้ าคงคลัง ให้ ถงจุดทีเหมาะสมทีสุด ต้ องเริ่มต้ นจากการวางแผนทีดี
                             ึ       ่           ่                              ่
  การพยากรณ์ ทแม่ นยา ต้ องใช้ ประสบการณ์ และความร่ วมมืออย่ างเต็มทีจากทุก
                    ี่                                                        ่ 28
  หน่ วยงาน ตั้งแต่ จัดหา ผลิต โลจิสติกส์ ตลาด มาร่ วมกันคิดร่ วมกันทาอะไรใหม่ ๆ
สรุป การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯ
                                   ้        ั
รู้ เรา รู้ เขา และ ชนะโดยไม่ ต้องรบ สร้ างมาตรฐานของตนเอง
 Integrated Logistics  SC Planning : S & OP
 Trust  SC Collaboration & Partnership
 Logistics & SC Standard
 Information Sharing  Best Practice &
  Benchmarking
 Cost + Time VS. Reliability  SC Flexibility
 Logistics  Supply Chain  Value Chain
    Value Creation for all Stakeholders
 SD : Green Logistics & Supply Chain
 Business Transformation & People
  Transformation
 Business Growth & Sustainability             29
 Success & Happiness

Presentation 2012-11-13 การพัฒนาประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ด้วยตัวชี้วัด

  • 1.
    การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ด้วยตัวชี้วดฯ ั 1 นพพร เทพสิทธา 13 พฤศจิกายน 2555
  • 2.
    ่ กระบวนการที่เกียวกับเรือง การพัฒนา  การปรั บปรุ ง (Improvement) คือ การเปลียนแปลงให้ ดขน ่ ี ึ้  การพัฒนา (Development) คือ การเปลียนแปลงให้ ดขนอย่ างก้ าวกระโดด ่ ี ึ้  การเปลียนแปลงอย่ างถาวร (Transformation) ่ คือ การพัฒนาที่เมื่อเปลียนแปลงแล้ ว ไม่ กลับมาเหมือนเดิม ่  วิวฒนาการ (Evolution) ั คือ การเปลียนแปลงอย่ างถาวร ทีเ่ กิดขึนหลายๆครั้ง ่ ้ อย่ างต่ อเนื่องกันไปตลอดเวลา ไม่ หยุดอยู่กบที่ ั Source: From http://en.wikipedia.org/wiki/Butterfly 2
  • 3.
    การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ คือ การเปลียนแปลงการบริหารจัดการด้ านโลจิสติกส์ที่ให้ ผลอย่ างก้าวกระโดด ่ อย่ างใดอย่ างหนึ่ง ดังต่ อไปนี้  ลดเวลา ในกระบวนการโลจิสติกส์ โดยคุณภาพ/คุณค่ า เท่ าเดิมหรื อเพิมขึน ่ ้  ลดต้ นทุน ในการกระบวนการโลจิสติกส์ โดยคุณภาพ/คุณค่ า เท่ าเดิม/เพิมขึน ่ ้  เพิมคุณภาพ การบริการด้ านโลจิสติกส์ โดยต้ นทุน/เวลา เท่ าเดิมหรือลดลง ่  เพิมคุณค่ า จากกระบวนการโลจิสติกส์ ให้ แก่ ผ้ ูเกียวข้ องทางธุรกิจ โดยต้ นทุน/ ่ ่ เวลา เท่ าเดิมหรือลดลง เช่ น การรักษาสิ่ งแวดล้อม, การเพิมความปลอดภัย, ่ การสร้ างเครือข่ ายพันธมิตร และ การขยาย/สร้ างธุรกิจ เป็ นต้ น  ลดเวลา ลดต้ นทุน เพิมคุณภาพ และ เพิมคุณค่ า ไปพร้ อมๆกัน ่ ่ 3
  • 4.
    วัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์  เพือความอยู่รอดของธุรกิจ ่  เพือเพิมขีดความสามารถในตอบสนองความต้ องการของลูกค้ า ่ ่ ทาให้ ลูกค้ าพึงพอใจ หรือ เหนือความคาดหมายของลูกค้ า  เพือเพิมขีดความสามารถในการแข่ งขัน เพิมส่ วนแบ่ งตลาด ่ ่ ่ เป็ นผู้นาธุรกิจในธุรกิจ  เพือเพิมความเข้ าใจ/ความร่ วมมือ/ความเข้ มแข็ง ภายในองค์ กร ่ ่ และ เครือข่ าย  เพือสร้ างการพัฒนาอย่ างยังยืน ่ ่ 4  เพือสร้ างคุณค่ าเพิมทางธุรกิจในโซ่ คุณค่ า เพือขยายธุรกิจ ่ ่ ่
  • 5.
  • 6.
    อะไรบ้างที่ตองพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ? ้  กระบวนการทางาน  เทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ และ เทคโนโลยี สารสนเทศ  คนและโครงสร้ างองค์ กร  เครือข่ าย  วัฒนธรรมองค์ กร 6
  • 7.
    พัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯอย่างไร ? ้ ั  รู้ เรารู้ เขา  SWOT  ตัวชี้วดปัจจุบัน เรา/คู่แข่ ง/ ั Best Practice  กาหนดทิศทาง/เปาหมาย/กลยุทธ์  ตัวชี้วดอนาคต/Benchmark ้ ั  กาหนดแผนดาเนินงาน  ตัวชี้วดความสาเร็จของแผนงาน ั เชื่อมโยงกับ เปาหมาย ้  ประเมินผล/ปรั บปรุ งแก้ ไข  ตัวชี้วดจริง เทียบกับ เปาหมาย ั ้  กาหนดมาตรฐานการทางาน  ตัวชี้วดมาตรฐาน ั 7
  • 8.
    สิงที่จาเป็ นเบื้องต้น ่ ในการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯ ้ ั  Mindset ในการใช้ ข้อมูลในแก้ ไขปัญหา > การใช้ ความรู้สึก/การคาดเดา Use Fact & Avoid Gut Feeling & Intuition  การวิเคราะห์ และแก้ ไขปัญหาอย่ างเป็ นระบบ PDCA (Plan-Do-Check-Action) + SDCA(Standard-Do-Check-Action)  ทักษะการหา การจาแนก และ การจัดเก็บข้ อมูล Stratification – Classification - Segmentation  ทักษะการใช้ เครื่องมือในการวิเคราะห์ และแก้ ไขปัญหา - QC 7 Tools : Check Sheet, Graph, Histogram, Pareto, Control Chart, Scatter Diagram, Cause & Effect Diagram 8 - QC New 7 Tools
  • 9.
  • 10.
    เครืองมือคุณภาพ 7 ชนิด ( 7 QC TOOLS) 1. แผ่ นตรวจสอบ (Check Sheet) คือ แบบฟอร์ มที่มีการออกแบบช่ องว่างต่างๆ ไว้เพือใช้ บันทึก ่ ข้ อมูลได้ ง่าย และสะดวก 2. กราฟ (Graphs) คือ ภาพลายเส้ น แท่ ง วงกลม หรือจุดเพือใช้ แสดงค่าของข้อมูล,ความสัมพันธ์ ่ ระหว่างข้ อมูล หรือ แสดงองค์ประกอบต่ าง ๆ 3. ฮีสโตแกรม (Histogram) เป็ นกราฟแท่ งที่ใช้ สรุปการอนุมาน (Inference) และ การแจกแจงข้ อมูล เพือที่จะใช้ สรุปสถานภาพของกลุ่มข้ อมูลนั้น ่ 4. แผนภูมพาเรโต (Pareto Diagram) เป็ นแผนภูมที่ใช้ แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างสาเหตุของ ิ ิ ความบกพร่ องกับปริมาณความสู ญเสียทีเ่ กิดขึน เรียงลาดับจากมากไปน้ อย ้ 5. ผังการกระจาย (Scatter Diagram) คือ ผังที่ใช้ แสดงค่าของข้อมูลที่เกิดจากความสัมพันธ์ ของ ตัวแปรสองตัวว่ามีแนวโน้ มไปในทางใด เพือที่จะใช้ หาความสัมพันธ์ ที่แท้ จริง ่ 6. แผนภูมควบคุม (Control Chart) คือแผนภูมิที่มีการเขียนขอบเขตที่ยอมรับได้ ของคุณลักษณะ ิ ตามข้ อกาหนดทางเทคนิค (Specification) เพือนาไปเป็ นแนวทางในการควบคุมกระบวนการผลิต โดย ่ การติดตามและตรวจจับข้ อมูลที่ออกนอกขอบเขต (Control limit) 7. ผังแสดงเหตุและผล (Cause-and-Effect Diagram) หรือผังก้างปลา (Fishbone Diagram) บางครั้งเรียกว่า Ishikawa Diagram ซึ่งเรียกตามชื่อของ Dr.Kaoru Ishikawa ผู้ซึ่งเริ่มนาผังนีมาใช้ ใน ้ 10 ปี ค.ศ. 1953 เป็ นผังที่แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างคุณลักษณะ ทางคุณภาพกับปัจจัยต่ าง ๆ ที่เกียวข้ อง ่
  • 11.
    เครืองมือคุณภาพใหม่ 7 อย่าง (THE 7 NEW QC TOOLS) 1. แผนภูมการจัดกลุ่มความคิด (Affinity Diagram) ใช้ เพือรวบรวมข้ อมูลที่เป็ นคาพูด ความรู้สึกจาก ิ ่ ผู้บริหารที่เกียวข้ อง นามาจัดเป็ นหมวดหมู่ เพือแยกกลุ่มของข้ อมูลไว้สาหรับการนามาวิเคราะห์ ในขั้นต่ อไป ่ ่ โดยตั้งคาถามว่า “ทาไม” “เพราะอะไร” จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึนในองค์กร (ทาไมถึงไม่ บรรลุวตถุประสงค์ / ้ ั เป้ าหมาย?) 2. แผนภูมแสดงความสั มพันธ์ (Relation Diagram) หลังจากจัดกลุ่มข้อมูล (Affinity Diagram) แล้ว ิ ผู้บริหารควรมุ่งเน้ นไปที่ปัญหาที่ต้องการจะแก้ไข/ป้ องกันเพือใช้ ในการวางแผนเชิงรุก และเชื่อมโยงกลุ่มข้ อมูล ่ ที่ได้ จากการจัดกลุ่มความคิด (Affinity Diagram) แต่ ละกลุ่มแต่ ละความคิด แสดงข้ อมูลที่เป็ นเหตุ-ข้ อมูลที่เป็ น ผลและเชื่อมโยงจนกระทั่งทราบถึงต้ นตอหรือสาเหตุที่แท้ จริงของปัญหา (Root Causes) เพือนาไปหาแผนงาน ่ แนวทางหรือวิธีการป้ องกันปัญหาให้ สามารถบรรลุวตถุประสงค์ /เป้ าหมายต่ อไป ั 3. แผนภูมต้นไม้ ตัดสิ นใจ (Tree Diagram) ใช้ เพือหาแนวทางแก้ไข/ป้ องกัน ในรูปของแผนงาน/แนวทาง ิ ่ หรือวิธีการ โดยตอบคาถามว่า “ทาอย่างไร” เพือมุ่งสู่ วตถุประสงค์ /เป้ าหมายที่อยากเป็ น โดยการมุ่งเน้ นไปที่ต้น ่ ั ตอหรือสาเหตุที่แท้ จริงของปัญหา จากแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ (Relation Diagram) 4. แผนภูมเิ มตริกซ์ (Matrix Diagram) เป็ นเครื่องมือที่ช่วยหาความสัมพันธ์ ของวัตถุประสงค์/เป้ าหมาย และแผนงาน/มาตรการ/วิธีการ ที่ได้ จากการเสนอแนะขึนว่าแนวทางใดน่ าจะมีความเป็ นไปได้ มีความคุ้มค่ า ้ 11 และส่ งผลกระทบให้ บรรลุถงเป้ าหมายได้ ก่อน โดยใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จากัด อย่ างเต็มประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล ึ
  • 12.
    เครืองมือคุณภาพใหม่ 7 อย่าง (THE 7 NEW QC TOOLS) 5. แผนภาพการวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงเมตริกซ์ (Matrix Data Analysis Chart) เป็ นเครื่องมือที่ใช้ เปรียบเทียบสมรรถนะ (Benchmark) จากมุมมองของลูกค้าและเทียบกับคู่แข่ งที่เป็ นผู้นาในด้ านสินค้า หรือ บริการคล้ายๆกับองค์กรของเรา วิธีนีจะทาให้ เห็นภาพว่าองค์กรเราอยู่ในตาแหน่ งใด (Positioning) เพือมองกล ้ ่ ยุทธ์ ในการบริหารจัดการที่เหมาะสมต่ อไปอย่ างถูกทิศทาง 6. แผนภาพทางเลือกตัดสิ นใจเพือบริหารความเสี่ ยง(Process Decision Program Chart, ่ PDPC) เป็ นเครื่องมือที่ใช้ ช่วยหาแนวทางซึ่งอาจเป็ นแผนงาน/มาตรการ/วิธีการ โดยมุ่งเน้ นไปยังอุปสรรคที่ น่ าจะมีโอกาสเกิดขึนในกระบวนการทางาน เพือบรรลุวตถุประสงค์ /เป้ าหมายที่กาหนดไว้ เมื่อทราบถึงทุก ้ ่ ั อุปสรรคในกระบวนการก็สามารถหาแนวทางในการขจัดอุปสรรคทุกประเภทที่อาจเกิดขึนได้ ในอนาคต คล้าย ้ กับการมีแผนปฏิบตการฉุกเฉินรองรับไว้เผือสาหรับการเปลียนแปลงหรือความไม่ แน่ นอนที่จะเกิดขึนได้ ั ิ ่ ่ ้ ตลอดเวลา ทาให้ องค์กรมีความมั่นใจต่ อการเผชิญกับ 7. แผนภูมลูกศร (Arrow Diagram) เป็ นการวางแผนงานที่มีการกาหนดกิจกรรม ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา ิ และลาดับก่อนหลังของแต่ ละกิจกรรม ว่ากิจกรรมใดควรทาก่อน-หลัง เพือที่จะบริหารโครงการหรือแผนงานให้ ่ บรรลุเป้ าหมายได้ ในระยะเวลาที่กาหนดไว้ และใช้ ทรัพยากรอย่ างคุ้มค่า 12
  • 13.
    หัวใจในการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯ ้ ั  Core Business - Core Process - Critical KPI  Integrated Logistics – SPM – VCM  Value Delivery  Sub-process & Sub-KPI  Leading KPI & Lagging KPI  Cross-function KPI  KPI Linkage : Target - Strategic - Tactic – Operation  KPI Driver  Manage Driver  Ownership : Controllable & Uncontrollable  Process-oriented VS. Result-oriented  Measurement System : Corporate & Functional, Source & Verification of Information  Communication Understanding  Awareness 13  Reward & Recognition
  • 14.
  • 15.
    อัตราความสามารถในการจัดส่งส่นค้า DELIVERY IN FULL ON TIME (DIFOT) เป็ นตัวชี้วดประสิ ทธิภาพด้ านความน่ าเชื่อถือ เพือแสดงถึงความน่ าเชื่อถือใน ั ่ การบริการลูกค้ า โดยวัดความครบถ้ วน (Perfect order) ทุกขั้นตอนในการ บริการลูกค้ า • การจัดส่ งให้ ครบถ้ วนตามชนิดและปริมาณทีลูกค้ าต้ องการหรือสั่ งไป ไม่ มี ่ ชารุดเสี ยหาย (Dispatch In Full - All items & quantity requested) • การจัดส่ งให้ ลูกค้ าอย่ างถูกต้ องตรงตามเวลานัดหมาย (Delivered On Time – According to customer’s definition of On-Time Delivery) • การจัดส่ งถูกต้ องตามเงื่อนไขและไม่ มีความผิดพลาด เช่ น เรื่องเอกสาร (Error-Free) การวัด DIFOT (Perfect Order ) ต้ องนาผลการดาเนินงานทุกด้ าน15 คูณกัน เพือแสดงผลสุ ดท้ าย เช่ น DIFOT 45% = 0.48 x 0.99 x 0.95 ่
  • 16.
    ่ การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดานความน่าเชือถือ ้ DIFOT & ON TIME DELIVERY  Distribution and Logistics Strategy & Policy  Service Level Agreement : Cut - off Time, Urgent Order, Order Size & Consolidated Order, Multi-drop, Unloading Condition etc.  Demand Planning & Supply Planning : Accuracy VS. Service Level  Order Management & Customer Service  CRM  Loading & Unloading Management  Window Time  Fleet & Contractor Management  SRM  Controlling & Monitoring System  Stratification & Segmentation  Transportation Technology & IT 16  Capacity Building
  • 17.
    ่ ระยะเวลาเฉลียการตอบสนองคาสังซื้อจากลูกค้า AVERAGE ORDER CYCLE TIME • เป็ นตัวชี้วดประสิ ทธิภาพด้ านเวลา เพือแสดงถึงความรวดเร็วในการ ั ่ ตอบสนองคาสั่ งซื้อและการบริการลูกค้ า โดยนับตั้งแต่ บริษทยืนยันคาสั่ งซื้อ ั ของลูกค้ า ผลิต และ ส่ งมอบสิ นค้ าให้ แก่ลูกค้ า ซึ่งแยกเป็ นส่ วนย่ อยๆ ดังนี้ • ระยะเวลาในการแจ้ งการผลิต และ วางแผนการผลิต • ระยะเวลาในการผลิต • ระยะเวลาในการแจ้ งให้ จัดส่ ง • ระยะเวลาในการวางแผนการจัดส่ ง และ แจ้ งหน่ วยจัดส่ ง หรือ ผู้ขนส่ ง • ระยะเวลาในการเตรียมกาลังขนส่ ง และ นาพาหนะเข้ ามารับสิ นค้ า • ระยะเวลาในการจัดสิ นค้ าขึนบนยานพาหนะ ้ • ระยะเวลาในการขนส่ งสิ นค้ าไปยังสถานทีทลูกค้ ากาหนด ่ ี่ 17 • ระยะเวลาในการขนลงสิ นค้ าและจัดวางไว้ ในทีทลูกค้ ากาหนด (ถ้ ามี) ่ ี่
  • 18.
    การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดานระยะเวลา ้ ORDER CYCLE TIME & DELIVERY CYCLE TIME  เช่ นเดียวกับ การพัฒนาประสิ ทธิภาพโลจิสติกส์ ด้ านความน่ าเชื่อถือ  ระยะเวลารวมจะขึนกับจานวนขั้นตอนการทางานทั้งหมด ้  ขั้นตอนการทางาน มี 3 ประเภท คือ ขั้นตอนการทางานหลัก – ขั้นตอนการ ประกันคุณภาพ - ขั้นตอนการควบคุมภายใน  Cycle Time VS. Cost & Competition  Site Selection - Distribution Network  Mode of Transportation  Standardization  Postponement – Preloading – VMI 18  Mechanization & Automation : Palletization , Contianerization
  • 19.
    ต้นทุนโลจิสติกส์ (L OGISTICS COST) • เป็ นตัวชี้วดประสิ ทธิภาพการใช้ ทรัพยากร ในการบริหารจัดการ ั โลจิสติกส์ เพือตอบสนองคาสั่ งซื้อและการบริการลูกค้ า โดยวัด ่ ต้ นทุนของแต่ ละกระบวนการ รวมกับ ต้ นทุนการจัดการ เป็ น ต้ นทุนโลจิสติกส์ โดยรวม • ต้ นทุนโลจิสติกส์ หลัก มีดงนี้ ั 1. ต้ นทุนการบริหารคลังสิ นค้ า ( Warehouse Management Cost) 2. ต้ นทุนการเก็บรักษาสิ นค้ าคงคลัง (Inventory Carrying Cost) 3. ต้ นทุนค่ าขนส่ ง (Transportation Cost) 4. ต้ นทุนการจัดการโลจิสติกส์ (Logistics Administration Cost)19
  • 20.
  • 21.
    TRANSPORTATION COST ELEMENT Variable Cost - Oil cost - Tire cost - Maintenance cost  Fixed Cost - Truck cost - Truck license plate fee - Insurance fee - Driver salary - Administration cost 21
  • 22.
    TRANSPORTATION COST DRIVER  Product - Type, Value, Weight, Size, Shelf life, Damage rate  Mode of Transportation & Vehicle Type - Truck, Railways, Waterways, Airways, Pipeline  Equipment installed or provided - Dump, Crane, Container  Route & Distance  Trip Time - Loading + Traveling + Unloading + Waiting Time  Utilization - 1 way or 2 ways - Maintenance, Accident  Seasonality (Demand & Supply) 22  Service provided - Unloading service
  • 23.
    ACTIVITY-BASED COSTING  More accurate Costing Methodology than Traditional Costing  Focus on “Indirect” Expenses & make “Direct”  Trace actual expenses rather than allocate each expense category to the particular Cost Objects  Cost Objects consume Activities  Activities consume Resources  The Consumption of Resources drives Cost  Understanding Relationship is critical in successfully managing cost 23
  • 24.
  • 25.
  • 26.
    ่ การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ด้านความน่าเชือถือ อัตราความแม่นยาการพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า  อัตราความแม่ นยา มีผลต่ อ ประสิ ทธิภาพโลจิสติกส์ อย่ างมาก  การบริหารโลจิสติกส์ /โซ่ อุปทาน ให้ ความสาคัญทีการวางแผนอันดับแรก ่  การวางแผนทีดี ต้ องให้ ความสาคัญ เรื่อง อัตราความแม่ นยาและเชื่ อมโยงการ ่ พยากรณ์ ตั้งแต่ End User จนถึง การวางแผนด้ านอุปทาน ต้ นนา ้  ยากทีจะพยากรณ์ ได้ แม่ นยา 100 % แต่ จาเป็ นต้ องทา และ พัฒนาต่ อเนื่อง ่ โดยเข้ าใจ Driver ทีมีผลต่ อความแม่ นยา & บริหาร Driver ภายใน/ภายนอก ่  ต้ องเข้ าใจ Demand Pattern และ ระวัง Bullwhip Effect  ต้ องแยกการพยากรณ์ ให้ เหมาะสม ตามสิ นค้ า พืนที่ ลูกค้ า ประเภทจัดส่ ง ้ และ พยากรณ์ เป็ นรายปี รายไตรมาส รายเดือน รายสั ปดาห์  ควรมีการพยากรณ์ แบบ Best /Worse/ Most Likely และ เตรียมแผนสารอง 26  มีเครื่องมือ IT มากมาย ทีช่วยสนับสนุนการพยากรณ์ แต่ สุดท้ ายอยู่ทคน ่ ี่
  • 27.
  • 28.
    การพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารสินค้าคงคลัง ต้นทุนการเก็บสินค้าคงคลัง - ระยะเวลาเฉลียการเก็บสินค้าสาเร็จรูป ่  การบริหารโลจิสติกส์ ของสิ นค้ าแต่ ละประเภท ดูได้ จาก ต้ นทุนโลจิสติกส์ ต่อราคาขาย  การขนส่ ง VS การบริหารสิ นค้ าคงคลัง เช่ น สิ นค้ าเกษตร/วัสดุก่อสร้ าง กับ สิ นค้ าอุปโภคบริโภค เครื่องไฟฟา้  สิ นค้ าคงคลังวัตถุดบ/สิ นค้ ากึงสาเร็จรู ป/สาเร็จรู ป สาคัญต่ างกันตามธุรกิจ ิ ่ บางธุรกิจ มีความสาคัญระดับ ความเป็ นความตายของบริษท ั  ต้ องแบ่ งสิ นค้ าคงคลังออกเป็ นกลุ่ม หลายประเภท เพือให้ เหมาะสมกับการจัดการ ่  ต้ องใช้ ประสบการณ์ ควบคู่กบ สู ตรคานวณการบริหารสิ นค้ าคงคลัง และ IT ั โดยปรับใช้ ให้ เหมาะสมกับธุรกิจ/สถานการณ์ เสมอ ทุกคนทีเ่ กึยวข้ องต้ องเข้ าใจ ่  การลดสิ นค้ าคงคลัง ให้ ถงจุดทีเหมาะสมทีสุด ต้ องเริ่มต้ นจากการวางแผนทีดี ึ ่ ่ ่ การพยากรณ์ ทแม่ นยา ต้ องใช้ ประสบการณ์ และความร่ วมมืออย่ างเต็มทีจากทุก ี่ ่ 28 หน่ วยงาน ตั้งแต่ จัดหา ผลิต โลจิสติกส์ ตลาด มาร่ วมกันคิดร่ วมกันทาอะไรใหม่ ๆ
  • 29.
    สรุป การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ดวยตัวชี้วดฯ ้ ั รู้ เรา รู้ เขา และ ชนะโดยไม่ ต้องรบ สร้ างมาตรฐานของตนเอง  Integrated Logistics  SC Planning : S & OP  Trust  SC Collaboration & Partnership  Logistics & SC Standard  Information Sharing  Best Practice & Benchmarking  Cost + Time VS. Reliability  SC Flexibility  Logistics  Supply Chain  Value Chain Value Creation for all Stakeholders  SD : Green Logistics & Supply Chain  Business Transformation & People Transformation  Business Growth & Sustainability 29  Success & Happiness