~ 1 ~
ตารางวิเคราะห์แบบทดสอบมาตรฐานชั้นปี
วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ชุดที่ 1
ข้อ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1
1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3
1 
2 
3 
4 
5 
6 
7 
8 
9 
10 
11 
12 
13 
14 
15 
16 
17 
18 
19 
20 
21 
22 
23 
24 
25 
26 
~ 2 ~
ข้อ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1
1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3
27 
28 
29 
30 
31 
32 
33 
34 
35 
36 
37 
38 
39 
40 
41 
42 
43 
44 
45 
46 
47 
48 
49 
50 
51 
52 
53 
54 
~ 3 ~
ข้อ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1
1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3
55 
56 
57 
58 
59 
60 

~ 4 ~
ให้วง ⃝ ล้อมรอบตัวเลขหน้าคาตอบที่ถูกต้อง
1. ข้อใดเป็นหลักการทางานด้วยความยุติธรรม
1. ไมํทําให๎ผู๎อื่นเดือดร๎อน 2. ปราศจากอคติสํวนตัว
3. ตัดสินด๎วยเสียงข๎างมาก 4. ทํางานด๎วยความจริงใจ
2. ข้อใด ไม่ใช่ ความสาคัญของการติดต่อสื่อสาร
1. ชํวยสร๎างสัมพันธภาพที่ดีให๎เกิดขึ้น
2. เป็นการแจ๎งข๎อมูลขําวสารตํางๆ ให๎ได๎รับทราบ
3. สามารถใช๎ตรวจสอบความก๎าวหน๎าในการทํางานได๎
4. ทําให๎ทราบถึงความสามารถในด๎านตํางๆ ของคูํสนทนา
3. เมื่อนักเรียนลงมือแก้ปัญหาในการทางานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการประเมินผลการแก้ปัญหานั้น
ซึ่งส่งผลดีอย่างไร
1. ชํวยให๎รู๎ถึงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น
2. ชํวยให๎พบเจอวิธีการแก๎ปัญหาที่ดีที่สุด
3. ชํวยให๎ทราบวําต๎องเริ่มทําจากขั้นตอนใดกํอน
4. ชํวยให๎เข๎าใจสถานการณ๑หรือปัญหาที่เกิดขึ้น
4. การเลือกวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการปฏิบัติงาน ส่งผลดีอย่างไรมากที่สุด
1. ชํวยลดต๎นทุนคําใช๎จําย 2. ชํวยให๎การปฏิบัติงานสะดวกขึ้น
3. ชํวยลดผลกระทบทางด๎านสิ่งแวดล๎อม 4. ชํวยเพิ่มความแปลกใหมํให๎แกํผลงาน
5. บุคคลในข้อใดใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานได้คุ้มค่ามากที่สุด
1. เดํน ตัดต๎นไม๎รอบบ๎านเพื่อให๎บ๎านดูสวําง
2. ดาว ใช๎หลอดไฟแบบตะเกียบแทนหลอดไส๎
3. เดือน นํากระดาษที่ใช๎หน๎าเดียวไปชั่งกิโลขาย
4. แดง นําเสื้อผ๎าที่ใสํจนเบื่อแล๎วไปทิ้งถังขยะ
4 60
1การงานอาชีพฯ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ชุดที่ 1
~ 5 ~
6. บุคคลในข้อใดจัดและตกแต่งห้องต่างๆ ในบ้านได้อย่างถูกต้อง
1. จิ๊บ นําชั้นหนังสือเข๎าไปวางไว๎ในห๎องนอน
2. แจ๐ว สร๎างห๎องครัวปิดทึบไมํให๎แสงแดดสํองถึง
3. จิ๋ว นําแจกันดอกไม๎เล็กๆ ไปวางไว๎ในห๎องรับแขก
4. จุ๐ม ขัดล๎างห๎องน้ําด๎วยผงซักฟอกเดือนละ 1 ครั้ง
7. ข้อใดเป็นข้อดีของเครื่องเรือนแบบ built-in
1. เคลื่อนย๎ายสะดวก
2. ใช๎ต๎นทุนการผลิตต่ํา
3. ซํอมแซมบํารุงรักษางําย
4. มีความแข็งแรงทนทาน
8. หากบ้านของนักเรียนมีพื้นที่ใช้สอยจากัด ควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง ไม่แคบ
1. ทาสีฝาผนังและเพดานด๎วยสีฟ้า
2. จัดวางเครื่องเรือนให๎กระจายรอบบ๎าน
3. ใช๎เครื่องเรือนที่มีขนาดใหญํและมีสีดําหรือเทา
4. ทําพื้นผิวของผนังห๎องให๎เป็นลวดลายที่สวยงาม
9. เพราะเหตุใดการจัดและตกแต่งสวนในบริเวณบ้าน จึงควรปลูกพืชคลุมดินด้วย
1. เพื่อให๎อากาศรอบบ๎านเย็นสบาย 2. เพื่อป้องกันไมํให๎ดินในสวนยุบตัว
3. เพื่อรักษาความชุํมชื้นของหน๎าดิน 4. เพื่อให๎เป็นอาหารของไม๎ยืนต๎นที่ปลูก
10. การจัดและตกแต่งบ้านในลักษณะใดช่วยประหยัดการใช้พลังงานมากที่สุด
1. เลือกใช๎สีโทนอํอนทาฝาผนังบ๎าน 2. ปลูกต๎นไม๎ใหญํรอบๆ บริเวณบ๎าน
3. ใช๎เครื่องเรือนที่ทําจากวัสดุธรรมชาติ 4. จัดวางสิ่งของในบ๎านให๎เป็นระเบียบ
11. เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่อัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป ใช้ผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
บางชนิด หรือปรุงผสมกับเครื่องดื่มประเภทอื่นเพื่อให้มีรสซาบซ่า หมายถึงเครื่องดื่มประเภทใด
1. โซดา 2. พั้นซ๑
3. น้ําแรํ 4. น้ําอัดลม
12. น้าประเภทใดเหมาะสมสาหรับการนามาใช้ผสมในเครื่องดื่ม
1. น้ําฝน 2. น้ําบาดาล
3. น้ําประปา 4. น้ํากรองต๎มสุก
13. ในช่วงสอบ นักเรียนต้องใช้สายตาอย่างหนักเพื่ออ่านหนังสือ จึงควรเลือกบริโภคเครื่องดื่มประเภทใด
เพื่อบารุงสายตา
1. น้ําฝรั่ง 2. น้ํามะนาว
3. น้ําแครอต 4. น้ํามะพร๎าว
~ 6 ~
14. หากมีอาการไอและมีเสมหะ ควรดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรประเภทใดเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว
1. น้ําทับทิม 2. น้ํามะขาม
3. น้ําชาเขียว 4. น้ําลูกตาล
15. การจัดและตกแต่งเครื่องดื่มมีผลดีและมีความสาคัญอย่างไร
1. ชํวยให๎ผู๎บริโภคประทับใจ
2. ชํวยรักษาโรคตํางๆ ได๎ดีขึ้น
3. ชํวยให๎เครื่องดื่มมีรสชาติดีขึ้น
4. ชํวยให๎เครื่องดื่มนํารับประทานขึ้น
16. ข้อใดกล่าวถึงผลดีของการมีความสามารถในการปฏิบัติงานช่างในบ้านได้ถูกต้องที่สุด
1. ประหยัดการใช๎ทรัพยากร
2. เกิดความภาคภูมิใจในผลงาน
3. สิ่งของมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น
4. สิ่งของอยูํในสภาพสมบูรณ๑ตลอดเวลา
17. หากพบว่าประตูไม้ห้องนอนตก ทาให้ปิดได้ไม่สนิท ควรดาเนินการซ่อมแซมอย่างไร
1. นําน้ํามันก๏าดมาหยอดที่บานพับ
2. ถากหรือไสสํวนที่ปิดไมํสนิทออก
3. ติดบานพับเพิ่มขึ้น 2-3 บานพับ
4. เปลี่ยนลูกบิดประตูใหมํให๎เล็กกวําเดิม
18. วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องนามาใช้เป็นอันดับแรกในการซ่อมแซมอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าคืออะไร
1. คีมปอกสายไฟ 2. ไขควงปากแบน
3. คีมจับปากแบน 4. ไขควงลองไฟฟ้า
19. การเคลือบผิวชิ้นงานด้วยแล็กเกอร์มีประโยชน์อย่างไร
1. ทําให๎สวยงามและคงทน
2. ทําให๎ใช๎งานได๎สะดวกยิ่งขึ้น
3. ทําให๎มีกลิ่นหอมและดูนําใช๎งาน
4. ทําให๎เกิดความปลอดภัยขณะใช๎งาน
20. ข้อใดเป็นหลักการใช้เครื่องมือช่างที่ ไม่ ถูกต้อง
1. เรียนรู๎วิธีการใช๎เครื่องมืออยํางถูกต๎อง
2. ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูํมือการใช๎อยํางเครํงครัด
3. แตํงกายตามสบายขณะทํางาน เพื่อความคลํองตัว
4. เมื่อพบข๎อบกพรํองของเครื่องมือขณะทํางานต๎องหยุดใช๎ทันที
~ 7 ~
ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 21. - 22.
A B
C D
E F
21. วัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการนามาใช้ประดิษฐ์ตะกร้าใส่ผ้าจากกระดาษนิตยสาร คือข้อใด
1. A - B - E 2. A - E - F
3. B - C - D - E 4. B - C - D - F
22. ข้อใดลาดับวัสดุและอุปกรณ์ที่นามาใช้ก่อน-หลัง ได้ถูกต้องตามขั้นตอนการทาเชือกกระดาษเพื่อใช้ยึด
ขอบตะกร้า
1. A  B  E 2. E  F  B
3. C  B  F  D 4. D  C  E  B
23. บุคคลในข้อใด ปฏิบัติตนถูกต้องเมื่อจาเป็นต้องใช้เลื่อยหรือพ่นสีในการประดิษฐ์ของใช้และของตกแต่ง
1. หนึ่ง สวมหน๎ากากอนามัย และยืนอยูํใต๎ลม
2. สอง ใช๎ผ๎าปิดจมูกและปาก และยืนอยูํเหนือลม
3. สาม ปฏิบัติงานในห๎องที่อับลม และมีแสงสวํางน๎อย
4. สี่ ปฏิบัติงานในที่โลํงแจ๎ง และไมํสวมหน๎ากากอนามัย
24. ณเดชประดิษฐ์ของใช้และของตกแต่งจากวัสดุเหลือใช้และนาไปขายในตลาดนัด แต่พบว่ามีคู่แข่ง
จานวนมาก ณเดชควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร
1. เน๎นความสวยงามและความพิถีพิถันของสินค๎าให๎มากขึ้น
2. ปิดประกาศทั่วทั้งตลาดวําสินค๎าของร๎านอื่นๆ ไมํมีคุณภาพ
3. ใช๎กลยุทธ๑ทางการตลาดด๎วยวิธีลด แลก แจก แถม ไมํเอากําไร
4. เลิกขายสิ่งประดิษฐ๑จากวัสดุเหลือใช๎ แล๎วไปขายปลาสวยงามแทน
ไม้บรรทัด
ไขควง กรรไกร
มีด กาวลาเท็กซ์
ลวด
~ 8 ~
25. ข้อใดคือวิธีจัดการกับขวดน้าอัดลมพลาสติกเพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อนและสร้างรายได้ระหว่างเรียน
ที่เหมาะสมที่สุด
1. นําไปเผาทําลาย 2. นําไปใสํน้ําสะอาดไว๎ดื่ม
3. นําไปทิ้งในถังขยะสีเขียว 4. นําไปประดิษฐ๑เป็นดอกไม๎และแจกัน
26. สิ่งประดิษฐ์ตามภาพที่กาหนดให้ สอดคล้องกับสัญลักษณ์ใดมากที่สุด
รถตุ๊กตุ๊ก จากกระป๋องน้าอัดลม
1. 2.
3. 4.
27. สัตว์เลี้ยงในกลุ่มใด มีวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงแตกต่างจากข้ออื่น
1. ปลาทับทิม เป็ดไลํทุํง ไกํไขํ โคเนื้อ
2. นกแก๎ว ปลาคาร๑ป กระรอก ม๎าแคระ
3. นกหงส๑หยก ปลาทอง เมํนแคระ หนูแฮมเตอร๑
4. สุนัขหลังอาน แมวสีสวาด กระตํายไทย ปลากัด
28. หากเปิดฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ จะมีวิธีสังเกตอย่างไรเพื่อให้ทราบว่าไก่ภายในฟาร์มเป็นไก่ที่สมบูรณ์หรือไม่
1. 2.
3. 4.
29. “โรคครีบและหางเน่า เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นบ่อยกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเกิดจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง แต่สามารถ
รักษาได้ด้วยการนาสัตว์เลี้ยงที่ป่วยไปแช่ลงในน้าผสมกับสารฆ่าเชื้อ ในอัตราส่วน 1-2 กรัม ต่อ
น้า 100 ลิตร เป็นระยะเวลา 2 วัน” ข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายถึงข้อใด
1. นกกรงหัวจุก - เชื้อรา - ยาบํารุง
2. นกกรงหัวจุก - เชื้อไวรัส - วิตามินซี
3. ปลาสวยงาม - เชื้อปรสิต - ยาแก๎ปวด
4. ปลาสวยงาม - เชื้อแบคทีเรีย - ยาปฏิชีวนะ
ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์
ตา เซื่องซึม กลม วาว สุกใส
ปาก ซีดขาว เหลือง
ขน แห้ง ขาด เป็นมันเงา
หงอน เล็กซีด ใหญ่แดง
ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์
ตา กลม วาว สุกใส เซื่องซึม
ปาก เหลือง ซีดขาว
ขน เป็นมันเงา แห้ง ขาด
หงอน ใหญ่แดง เล็กซีด
ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์
ตา เหม่อลอย เซื่องซึม
ปาก สีคล้้า ซีดขาว
ขน ไม่เรียบร้อย แห้ง ขาด
หงอน เป็นสะเก็ด เล็กซีด
ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์
ตา เซื่องซึม เหม่อลอย
ปาก ซีดขาว สีคล้้า
ขน แห้ง ขาด ไม่เรียบร้อย
หงอน เล็กซีด เป็นสะเก็ด
~ 9 ~
30. เกษตรกรคนใดให้อาหารไก่ไข่ตามสภาพอากาศได้อย่างถูกต้อง
1. ตาปอ ให๎อาหารไกํลดลงในชํวงหน๎าหนาว
2. ยายแล ให๎อาหารไกํมากขึ้นในชํวงหน๎าร๎อน
3. ลุงสันต๑ ให๎อาหารไกํมากขึ้นในชํวงหน๎าหนาว
4. ป้าลํายอง งดให๎อาหารไกํทุกประเภทในชํวงหน๎าฝน
31. การเลี้ยงสัตว์ของบุคคลใด ก่อให้เกิดการสูญพันธุ์
1. เกํง เลี้ยงลูกชะนีที่ถูกจับมาจากป่าเขาใหญํ
2. แก๎ว เลี้ยงทั้งไกํไขํและไกํเนื้อในฟาร๑มเดียวกัน
3. ก๎อย เลี้ยงลูกแมวที่ถูกนํามาปลํอยไว๎หน๎าบ๎าน
4. ก๎อง เลี้ยงปลาคาร๑ปที่นําเข๎ามาจากประเทศญี่ปุ่น
32. การจัดการผลผลิตของไก่ไข่ในข้อใด คานึงถึงสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค
1. รีบเก็บไขํไกํตั้งแตํเช๎าตรูํ แล๎วนําไปจําหนํายทันที
2. นําไขํไกํที่เก็บมาแชํในยาฆําเชื้อ แล๎วบรรจุถุงเพื่อสํงจําหนําย
3. ไมํทําความสะอาดไขํไกํที่เก็บมา เพราะจะทําให๎สูญเสียโปรตีน
4. ทําความสะอาดไขํไกํจากสิ่งปนเปื้อน แล๎วนําใสํบรรจุภัณฑ๑ที่เหมาะสม
33. หากต้องการสร้างโต๊ะอ่านหนังสือตามกระบวนการเทคโนโลยี ต้องดาเนินงานตามขั้นตอนในข้อใด
1. กําหนดปัญหา  รวบรวมข๎อมูล  ลงมือปฏิบัติ  ประเมินผลผลิต
2. ประเมินผลผลิต  ลงมือปฏิบัติ  รวบรวมข๎อมูล  กําหนดปัญหา
3. รวบรวมข๎อมูล  ตรวจสอบผลการปฏิบัติ  เลือกวิธีปฏิบัติ  ปรับปรุงแก๎ไข
4. ปรับปรุงแก๎ไข  เลือกวิธีปฏิบัติ  ตรวจสอบผลการปฏิบัติ  รวบรวมข๎อมูล
34. ผลิตภัณฑ์ตามภาพที่กาหนดให้ ใช้รูปทรงใดเป็นพื้นฐานในการออกแบบมากที่สุด
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
1. 2.
3. 4.
~ 10 ~
35. ชิ้นงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะเด่นอย่างไร
1. หาซื้องําย ราคาถูก
2. มีอายุการใช๎งานสั้น
3. แปลกใหมํไมํซ้ําใคร
4. ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี
36. บุคคลที่สามารถสร้างชิ้นงานด้วยกระบวนการเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ มักมีคุณสมบัติเด่น
ในข้อใด
1. มีน้ําใจไมตรี มีความกล๎าหาญ มีสัมมาคารวะ
2. มีฐานะดี มีชีวิตครอบครัวมั่นคง มีความสุขกายสบายใจ
3. มีความกตัญ๒ูรู๎คุณ มีความสุภาพเรียบร๎อย มีความยุติธรรม
4. มีความคิดริเริ่ม มีความยืดหยุํนในการคิด มีความคิดละเอียดลออ
37. เพราะเหตุใดการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ จึงมีส่วนในการสร้างโลกให้น่าอยู่
1. เพราะสํงเสริมการอยูํรํวมกันอยํางสันติระหวํางมนุษย๑กับธรรมชาติ
2. เพราะทําให๎มนุษย๑สามารถคิดเทคโนโลยีใหมํๆ มาเอาชนะธรรมชาติได๎
3. เพราะสอนให๎มนุษย๑ใช๎แตํเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้องกันภัยจากธรรมชาติ
4. เพราะปลูกฝังให๎มนุษย๑รักษาสิ่งแวดล๎อม ด๎วยการเลิกใช๎เทคโนโลยีทุกประเภท
38. บุคคลในข้อใด รู้จักเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพให้กับตนเองอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด
1. แสงระวี ต๎องการเป็นพยาบาล จึงสอบเข๎าเรียนตํอ ม.4 ในสายศิลป์-ภาษา
2. สายสวรรค๑ ต๎องการเป็นผู๎ประกาศขําว จึงสอบเข๎าเรียนคณะสื่อสารมวลชน
3. สุภาพร ต๎องการเป็นชํางเสริมสวย จึงเลือกเข๎ากิจกรรมชุมนุมศิลปะและดนตรี
4. สรวงสุดา ต๎องการเป็นมัคคุเทศก๑ จึงเข๎ารํวมฝึกอบรมทักษะการปลูกพืชสมุนไพร
39. การสมัครงานในรูปแบบใด ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
1. สํงจดหมายสมัครงาน
2. สมัครงานผํานบริษัทจัดหางาน
3. เดินทางไปสมัครงานด๎วยตนเอง
4. สมัครงานผํานทางเว็บไซต๑การหางาน
40. “บุคคลที่จะสามารถก้าวสู่โลกของอาชีพได้อย่างมั่นคงและสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ จาเป็นต้องมี
ทักษะพื้นฐานที่จาเป็นต่อการประกอบอาชีพ” ข้อความที่ขีดเส้นใต้ตรงกับข้อใด
1. การแขํงขัน การออกคําสั่ง การตรงตํอเวลา
2. การทํางานเป็นทีม การแก๎ปัญหา การแสวงหาความรู๎
3. การรู๎จักตนเอง การเอาเปรียบผู๎อื่น การวางแผนที่รอบคอบ
4. การรู๎จักกาลเทศะ การมีสุขภาพกายดี การยึดความเห็นของตนเป็นใหญํ
~ 11 ~
41. ข้อใดเกี่ยวข้องกับการทางานของซอฟต์แวร์
1. นักเรียนใช๎ปากกาวาดภาพในคอมพิวเตอร๑
2. เลขานุการใช๎เครื่องแอลซีดีนําเสนอรายงาน
3. ครูใช๎คําสั่งแทรกตารางในเครื่องคอมพิวเตอร๑
4. พนักงานบัญชีใช๎เครื่องคิดเลขคํานวณภาษีในคอมพิวเตอร๑
42. ระบบปฏิบัติการใดที่ได้รับความนิยมสูงมากในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
1. ระบบปฏิบัติการซิมเบียน 2. ระบบปฏิบัติการแมคอินทอช
3. ระบบปฏิบัติการวินโดวส๑เซิร๑ฟเวอร๑ 4. ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต๑วินโดวส๑
43. โปรแกรม Microsoft Word จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด
1. ซอฟต๑แวร๑ประมวลผลคํา 2. ซอฟต๑แวร๑นําเสนอข๎อมูล
3. ซอฟต๑แวร๑ด๎านการคํานวณ 4. ซอฟต๑แวร๑การจัดการด๎านฐานข๎อมูล
44. ข้อใดคือคุณสมบัติของโปรแกรมอรรถประโยชน์
1. พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร๑ให๎มีเสถียรภาพ
2. ตรวจสอบและซํอมแซมระบบคอมพิวเตอร๑
3. ดูแลระบบคอมพิวเตอร๑ให๎มีประสิทธิภาพสูง
4. บํารุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของคอมพิวเตอร๑
45. ประภาจัดทารูปเล่มรายงานวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร โดยต้องวิเคราะห์ข้อมูลพร้อม
ทั้งสร้างแผนภูมิจากข้อมูลที่ได้มา และนาเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน ประภาควรเลือกใช้โปรแกรม
สาเร็จรูปใดเพื่อให้เหมาะสมกับงาน
1. Microsoft Excel และ Microsoft Word
2. Microsoft Excel และ Microsoft Access
3. Microsoft Word และ Microsoft Outlook
4. Microsoft Word และ Microsoft PowerPoint
46. “ส่งข้อมูลข่าวสารออกไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ” ข้อความนี้หมายถึงข้อใด
1. ผู๎สํงข๎อมูล 2. ผู๎รับข๎อมูล
3. โพรโทคอล 4. สื่อนําข๎อมูล
47. การพูดโทรศัพท์ เป็นการสื่อสารแบบใด
1. การสื่อสารข๎อมูลทิศทางเดียว
2. การสื่อสารข๎อมูลสองทิศทางสลับกัน
3. การสื่อสารข๎อมูลสองทิศทางพร๎อมกัน
4. การสื่อสารแบบทิศทางเดียวหรือซิมเพล็กซ๑
~ 12 ~
48. การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใด
1. เครือขํายวงกว๎าง 2. เครือขํายเฉพาะที่
3. เครือขํายนครหลวง 4. เครือขํายสํวนบุคคล
49. “คอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากรต่างๆ” ข้อความนี้หมายถึงข้อใด
1. แมํขํายคอมพิวเตอร๑ 2. คอมพิวเตอร๑แมํขําย
3. คอมพิวเตอร๑เครือขําย 4. เครือขํายคอมพิวเตอร๑
50. ระบบเครือข่ายรูปแบบใดที่มี Host Computer เป็นเครื่องศูนย์กลาง
1. แบบบัส 2. แบบดาว
3. แบบผสม 4. แบบวงแหวน
51. ประเทศไทยเริ่มมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์เมื่อใด
1. พ.ศ. 2530 2. พ.ศ. 2533
3. พ.ศ. 2535 4. พ.ศ. 2537
52. ข้อใดเลือกใช้โปรแกรมทางอินเทอร์เน็ตได้เหมาะสมกับการใช้งาน
1. สํงข๎อความหาเพื่อนด๎วย FTP
2. แสดงไฟล๑นามสกุล html ด๎วย Web browser
3. อํานไปรษณีย๑อิเล็กทรอนิกส๑ด๎วย Bit Torrent
4. สั่งงานคอมพิวเตอร๑ที่หํางไกลด๎วย lnstant messaging
53. หากนักเรียนต้องการเขียนไดอารี และแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ กับเพื่อน นักเรียนควรเขียนในรูปแบบใด
1. ยูสเน็ต 2. เว็บบล็อก
3. ห๎องสนทนากลุํมผู๎สนทนา 4. การสนทนาระหวํางผู๎ใช๎โดยตรง
54. ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบทางบวกของอินเทอร์เน็ตต่อสังคม
1. พัฒนาคุณภาพการศึกษา
2. พัฒนาประสิทธิภาพการทํางาน
3. เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหวํางสังคม
4. สะดวกในการติดตํอสื่อสารในเครือขํายขนาดใหญํ
55. สายชลแอบเข้ามาในรีสอร์ตของเพชรลัดดา เพื่อขโมยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรีสอร์ตในฝันที่อยู่ใน
เครื่องคอมพิวเตอร์ของเพชรลัดดาไปเป็นของตน การกระทาของสายชลถือว่าผิดข้อบังคับในการใช้
คอมพิวเตอร์อย่างไร
1. ใช๎คอมพิวเตอร๑เพื่อรบกวนการทํางานของผู๎อื่น
2. ใช๎คอมพิวเตอร๑นําเอาผลงานของผู๎อื่นมาเป็นของตน
3. ใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎ายและสร๎างความเสื่อมเสียแกํผู๎อื่น
4. ใช๎คอมพิวเตอร๑เพื่อกํออาชญากรรม ทําให๎ผู๎อื่นเดือดร๎อน
~ 13 ~
56. ข้อใดจัดเป็นขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลในกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. การสํงแบบสอบถามทางไปรษณีย๑
2. การคัดลอกข๎อมูลจากแฟ้มต๎นฉบับ
3. การป้อนข๎อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร๑
4. การคํานวณ เปรียบเทียบ เรียงลําดับข๎อมูล
57. ข้อใดเป็นเครื่องมือสาคัญในการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. ดรรชนี 2. หนังสือ
3. คอมพิวเตอร๑ 4. โทรศัพท๑เคลื่อนที่
58. ข้อใดเป็นการประมวลผลข้อมูลในกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. วินัยรวบรวมข๎อมูลเป็นแฟ้มข๎อมูล
2. นิรุตใช๎เทคโนโลยีในการจัดเก็บงาน
3. ไพรประมวลผลข๎อมูลสารสนเทศด๎วยมือถือ
4. ก๏อตจิใช๎คอมพิวเตอร๑ทําการเผยแพรํสารสนเทศ
59. ข้อใดไม่ใช่การเผยแพร่ข้อมูลด้วยการใช้เทคโนโลยี
1. แพนสํงรายงานให๎อาจารย๑ทางเฟซบุ๏ก
2. เพชรสํงรูปภาพที่วาดในกระดาษให๎เพื่อนทางไลน๑
3. แพรวาแจ๎งขําวสารให๎เพื่อนรู๎ผํานกระดานข๎อความ
4. พีและแพทเขียนเรียงความวันพํอในกระดาษรายงานสํงครูประจําวิชา
60. สัญลักษณ์ในข้อใดใช้แทนการแสดงผลข้อมูลออกทางเครื่องพิมพ์
1.
2.
3.
4.

~ 14 ~
ตารางวิเคราะห์แบบทดสอบมาตรฐานชั้นปี
วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 2
ข้อ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1
1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3
1 
2 
3 
4 
5 
6 
7 
8 
9 
10 
11 
12 
13 
14 
15 
16 
17 
18 
19 
20 
21 
22 
23 
24 
25 
26 
~ 15 ~
ข้อ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1
1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3
27 
28 
29 
30 
31 
32 
33 
34 
35 
36 
37 
38 
39 
40 
41 
42 
43 
44 
45 
46 
47 
48 
49 
50 
51 
52 
53 
54 
~ 16 ~
ข้อ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1
1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3
55 
56 
57 
58 
59 
60 

~ 17 ~
ให้วง ล้อมรอบตัวเลขหน้าค้าตอบที่ถูกต้อง
ให้วง ⃝ ล้อมรอบตัวเลขหน้าคาตอบที่ถูกต้อง
1. การแสวงหาความรู้ด้วยการฟัง ควรปฏิบัติตนดังต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
1. รับฟังด๎วยใจที่เปิดกว๎าง ไมํมีอคติ
2. ใช๎วิจารณญาณในการรับฟังให๎มาก
3. รับฟังเฉพาะผู๎ที่สําเร็จการศึกษาระดับสูง
4. ฟังแล๎วต๎องนําข๎อมูลมาวิเคราะห๑ให๎ถี่ถ๎วน
2. การกระทาในข้อใด ทาให้การติดต่อสื่อสารเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
1. พูดคําหยาบคายบ๎างเพื่อความเป็นกันเอง
2. ใช๎ภาษาที่เป็นทางการเพื่อให๎เกิดความเข๎าใจที่ตรงกัน
3. แสดงอาการไมํพอใจทันทีเมื่อคูํสนทนาพูดจาไมํถูกใจ
4. พูดเนื้อหาหลากหลายประเด็นเพื่อให๎ผู๎ฟังรับสารได๎มากที่สุด
3. ทุกข้อเป็นหลักคุณธรรมในการทางานร่วมกับผู้อื่น ยกเว้น ข้อใด
1. ตรงตํอเวลา 2. แตํงกายสะอาด
3. เป็นตัวของตัวเอง 4. มีความเป็นกลาง
ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 4.
A. ประเมินทางเลือก D. สํารวจปัญหา
B. วิเคราะห๑ปัญหา E. สร๎างทางเลือก
C. ประเมินผลการแก๎ปัญหา F. วางแผนปฏิบัติ
4. ข้อใดคือลาดับกระบวนการแก้ปัญหาในการทางานที่ถูกต้อง
1. C - D - E - B - A - F
2. B - A - D - C - F – E
3. A - F - C - B - E - D
4. D - B - E - A - F - C
4 60
2การงานอาชีพฯ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ชุดที่ 2
~ 18 ~
5. ข้อใดใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานได้คุ้มค่าน้อยที่สุด
1. ใช๎กลํองโฟมแทนใบตอง
2. ใช๎กระดาษให๎ครบทั้ง 2 หน๎า
3. นําเสื้อผ๎าเกํามาตกแตํงใหมํ
4. ซํอมเก๎าอี้ที่เสียแล๎วนํากลับมาใช๎ใหมํ
6. บุคคลในข้อใด จัดตกแต่งบ้านได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
1. นนท๑ ลงแว็กซ๑ที่บันไดบ๎านจนเงางาม
2. นุช นํากระถางต๎นไม๎ไปไว๎ในห๎องนอน
3. น้ํา ติดสวิตช๑ไฟใกล๎ประตูห๎องเก็บของ
4. นก เปลี่ยนน้ําในแจกันดอกไม๎เดือนละครั้ง
7. หากต้องการป้องกันหรือกาจัดสัตว์ที่เป็นพาหะนาโรค เช่น หนู แมลงสาบ ยุง ควรปฏิบัติตามข้อใด
1. เลือกใช๎สีทาบ๎านโทนเข๎ม
2. ปลูกไม๎ดอก-ไม๎ประดับเพิ่มขึ้น
3. ติดตั้งหลอดไฟฟ้าให๎แสงสวํางทั่วบ๎าน
4. กําจัดแหลํงน้ําขังและรักษาความสะอาด
8. การปลูกต้นไม้มากๆ ภายในบริเวณบ้าน ส่งผลดีอย่างไรมากที่สุด
1. ชํวยให๎เกิดความรํมรื่น 2. ชํวยให๎บ๎านดูโปรํงโลํง
3. ชํวยป้องกันโจรขโมยขึ้นบ๎าน 4. ชํวยให๎เกิดความเป็นสิริมงคล
9. บุคคลในข้อใด ดูแลรักษาสวนในบริเวณบ้านได้อย่างถูกต้อง
1. เอก ปลํอยให๎ต๎นไม๎โตไปเรื่อยๆ โดยไมํตัดแตํงกิ่ง
2. อ๎วน ไมํใสํปุ๋ยบํารุงสนามหญ๎าเลย เพราะกลัวหญ๎าตาย
3. อ๎อม เห็นวําต๎นไม๎ในกระถางโตมาก จึงนําไปปลูกลงดิน
4. โอม รดน้ําสนามหญ๎าจนขังแฉะทุกครั้ง เพื่อให๎หญ๎าโตเร็ว
10. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของการจัดสวนในบริเวณบ้าน
1. ทําให๎เกิดความสวยงาม 2. สํงเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ
3. ลดมลพิษตํางๆ โดยเฉพาะฝุ่นละออง 4. ชํวยให๎มีมุมผํอนคลายพักผํอนหยํอนใจ
11. การใช้หม้อทองเหลืองต้มเครื่องดื่มที่ทาจากผักผลไม้มีผลเสียอย่างไร
1. มีคราบฝังแนํนล๎างออกยาก 2. กรดทําปฏิกิริยากับหม๎อทองเหลือง
3. สูญเสียวิตามินที่มีประโยชน๑บางชนิด 4. หม๎อทองเหลืองมีเชื้อโรคอันตรายบางชนิด
12. หลักการสาคัญในการเลือกซื้อผักผลไม้มาทาเป็นเครื่องดื่มคืออะไร
1. เลือกผักผลไม๎ที่มีขนาดใหญํ 2. เลือกผักผลไม๎ที่มีราคาไมํแพง
3. เลือกผักผลไม๎นําเข๎าจากตํางประเทศ 4. เลือกผักผลไม๎ที่มีรอยแมลงแทะเล็กน๎อย
~ 19 ~
13. หากต้องการให้ร่างกายได้รับวิตามินซีสูง ควรเลือกดื่มเครื่องดื่มในข้อใด
1. น้ําใบเตย น้ําฝรั่ง 2. น้ําแครอต น้ําบีตรูต
3. น้ํามะนาว น้ํามะขาม 4. น้ําฟักทอง น้ําสับปะรด
14. หากมีอาการร้อนใน ควรดื่มเครื่องดื่มชนิดใดเพื่อแก้อาการดังกล่าว
1. น้ําเฉาก๏วย 2. น้ําตะไคร๎
3. น้ําแอปเปิล 4. น้ํามะเขือเทศ
15. การจัดและตกแต่งเครื่องดื่มควรยึดหลักการต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
1. นําสิ่งที่รับประทานได๎มาตกแตํง
2. นําสิ่งที่มีรสชาติไมํขัดกับเครื่องดื่มมาตกแตํง
3. นําผักผลไม๎ที่มีขนาดเล็กและสวยงามมาใช๎ตกแตํง
4. นําผักผลไม๎มาตกแตํงให๎มากที่สุดเพื่อให๎เกิดความสวยงาม
16. การที่บุคคลสามารถปฏิบัติงานช่างในบ้านได้ ก่อให้เกิดผลดีอย่างไร
1. เป็นที่ชื่นชมของผู๎พบเห็น 2. ลดคําใช๎จํายในบ๎านได๎
3. สร๎างเครื่องมือเครื่องใช๎ได๎มากมาย 4. ของใช๎ในบ๎านอยูํในสภาพใหมํเสมอ
17. เพราะเหตุใดเมื่อใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไประยะหนึ่งจึงต้องมีการบารุงรักษาโดยการล้างทาความสะอาด
1. เพื่อยืดอายุการใช๎งานให๎นานขึ้น
2. เพื่อให๎ได๎ราคาดีเมื่อนําไปขายตํอ
3. เพื่อให๎อยูํในสภาพใหมํตลอดเวลา
4. เพื่อเป็นการใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน๑
18. การปฏิบัติตนในข้อใด ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายขณะทาการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า
1. ใช๎เสื่อยางปูพื้น 2. สับสะพานไฟลง
3. สวมรองเท๎ายาง 4. ใช๎มือเปลําจับสายไฟ
19. บุคคลในข้อใดปฏิบัติตนได้ถูกต้องที่สุดขณะใช้เครื่องมือช่างซ่อมแซมสิ่งของในบ้าน
1. แต๎ว ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูํมืออยํางเครํงครัด
2. เต๎ ศึกษาคูํมือการใช๎เครื่องมืออยํางละเอียดถี่ถ๎วน
3. ต๏ะ จัดวางเครื่องมืออยํางเป็นระเบียบ ไมํให๎เกะกะ
4. ตุ๎ม แตํงกายอยํางรัดกุมเพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
20. ข้อใดเป็นการปฏิบัติงานช่างในบ้านตามหลัก 5 ส ได้ถูกต้องที่สุด
1. เก็บเครื่องมือทุกประเภทรวมไว๎ในกลํองเดียวกัน
2. สวมเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นเมื่อพํนสีสเปรย๑โต๏ะ
3. ทําความสะอาดบริเวณสถานที่ปฏิบัติงานทุกครั้ง
4. ใช๎คีมเหล็กจับสายไฟเปลือยเมื่อซํอมแซมแผงสวิตช๑ไฟในบ๎าน
~ 20 ~
ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 21. - 22.
A B
C D
E F
21. วัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการนามาใช้ประดิษฐ์แจกันขวดพลาสติก คือข้อใด
1. A - B - D 2. B - D – F
3. A - B - C - E 4. B - C - E - F
22. ข้อใดลาดับวัสดุและอุปกรณ์ที่นามาใช้ก่อน-หลังได้ถูกต้องตามขั้นตอนการประดิษฐ์แจกัน
ขวดพลาสติก
1. A  B  D 2. B  D  F
3. B  C  E  F 4. A  E  C  B
23. การประดิษฐ์ตะกร้าสานจากใบเตยให้มีความทนทานและสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ควรปฏิบัติ
อย่างไร
1. นําตะกร๎าที่สานเสร็จแล๎วมาทาแล็กเกอร๑เคลือบผิว
2. นําตะกร๎าที่สานเสร็จแล๎วมาแชํในน้ําผสมกาวลาเท็กซ๑
3. นําใบเตยไปตากให๎แห๎งกํอนที่จะนํามาสานเป็นตะกร๎า
4. นําใบเตยไปย๎อมด๎วยสีย๎อมผ๎ากํอนที่จะนํามาสานตะกร๎า
24. การประดิษฐ์ของใช้เพื่อจาหน่ายของบุคคลใด เสี่ยงต่อการขาดทุนน้อยที่สุด
1. หนึ่ง ประดิษฐ๑ของใช๎ที่มีต๎นทุนสูงแตํขายในราคาถูก
2. สอง สํารวจความต๎องการของผู๎ซื้อกํอนประดิษฐ๑ของใช๎
3. สาม ดึงดูดความสนใจของลูกค๎าด๎วยการลด แลก แจก แถม
4. สี่ ตั้งราคาสินค๎าให๎สูงกวําร๎านอื่นเล็กน๎อย เพื่อให๎ได๎กําไรมากขึ้น
กรรไกรหัวแร้ง
สีเมจิก
กระดาษ A4
สว่านไฟฟ้า
แปรงทาสี
~ 21 ~
25. สิ่งประดิษฐ์จากมะพร้าวในข้อใด เหมาะแก่การนามาเป็นของขวัญให้แก่เพื่อนในงานวันเกิดมากที่สุด
1. ไม๎กวาดจากทางมะพร๎าว
2. กระถางต๎นไม๎จากเปลือกมะพร๎าว
3. โคมไฟอํานหนังสือจากกะลามะพร๎าว
4. สีย๎อมผ๎าและเชื้อเพลิงจากรากมะพร๎าว
26. การนาเปลือกหอยมาประดิษฐ์เป็นกรอบรูปเพื่อจาหน่าย ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร
1. ชํวยเพิ่มปริมาณเปลือกบนหาดให๎มากลง
2. ทําให๎เกษตรกรหันมาเพาะเลี้ยงหอยกันมากขึ้น
3. เป็นการสร๎างรายได๎เสริมให๎แกํชาวประมงริมชายฝั่ง
4. ชํวยลดการใช๎พลาสติก ลดการใช๎พลังงาน และลดปริมาณขยะ
27. สัตว์เลี้ยงตามภาพที่กาหนดให้ เหมาะต่อการเลี้ยงในสถานที่ใดมากที่สุด
1. 2.
3. 4.
28. สัตว์เลี้ยงในข้อที่ 27. มีความสาคัญต่อผู้เลี้ยงและครอบครัวอย่างไร
1. ให๎ความสวยงามและความอบอุํน
2. เป็นแหลํงโปรตีนและสร๎างรายได๎
3. สร๎างความรู๎สึกสดชื่นและเพลิดเพลิน
4. ชํวยกําจัดเชื้อโรคและป้องกันการเจ็บป่วย
เป็ดไข่
~ 22 ~
29. “ลุงบุญมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ แต่พบปัญหาไก่เป็นโรค มีลักษณะอาการ คือ ถ่ายเป็นมูกและ
มีเลือดปนออกมา ไม่กินอาหาร มีอาการหนาวสั่น และปีกตก” แสดงว่าไก่ของลุงบุญมาเป็นโรคใด
และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร
1. โรคบิด รักษาโดยการละลายยาซัลเมทในน้ําให๎ไกํกิน
2. โรคมาเร็กซ๑ รักษาโดยการละลายวัคซีนในน้ําให๎ไกํกิน
3. โรคนิวคาสเซิล รักษาโดยการฉีดวัคซีนเข๎าใต๎ผิวหนังไกํ
4. โรคอหิวาต๑ไกํ รักษาโดยการฉีดวัคซีนฆําเชื้อเข๎าทางปีกไกํ
30. การกระทาใดของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม ส่งผลให้เกิดโรคระบาดกับปลาสวยงามได้มากที่สุด
1. นําปลาไปเลี้ยงในบํอซีเมนต๑
2. นําเครื่องกรองน้ําไปติดตั้งในตู๎เลี้ยงปลา
3. ให๎อาหารมากกวําความต๎องการของปลา
4. นําปลาที่ติดเชื้อราไปแชํในน้ําละลายเกลือแกง
31. ข้อใดมีความสาคัญที่สุดในการเลี้ยงสัตว์เพื่อไว้ดูเล่นและเพื่อความสวยงาม
1. ให๎อาหารตรงเวลา 2. สอนให๎สัตว๑เชื่อฟัง
3. ให๎ความรักความอบอุํน 4. ทําความสะอาดให๎ทุกวัน
32. การเลี้ยงสัตว์น้าเพื่อจาหน่ายของบุคคลใด ทาลายระบบนิเวศน้อยที่สุด
1. เทพ ปลํอยน้ําเสียจากบํอเลี้ยงกุ๎งลงสูํทะเล
2. ทอง ใช๎ลอบจับลูกปูม๎าเพื่อนําไปเลี้ยงในกระชัง
3. ทิพย๑ ถางป่าชายเลนเพื่อขุดบํอเลี้ยงปลากะพงขาว
4. แทน นําน้ําเสียจากบํอเลี้ยงปลานิลไปบําบัดกํอนปลํอยลงสูํลําคลอง
33. ในการผลิตชิ้นงานตามกระบวนการเทคโนโลยี เมื่อลงมือออกแบบและปฏิบัติการแก้ปัญหาแล้ว
ควรดาเนินงานในขั้นตอนใดต่อไป
1. กําหนดปัญหา  รวบรวมข๎อมูล  ประเมินผล
2. ทดสอบผลงาน  ปรับปรุงแก๎ไข  ประเมินผล
3. รวบรวมข๎อมูล  ประเมินผล  เลือกวิธีแก๎ปัญหา
4. เลือกวิธีแก๎ปัญหา  รวบรวมข๎อมูล  กําหนดปัญหา
ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 34.
1. ตีกรอบลงบนกระดาษเขียนแบบโดยใช๎ไม๎ทีหรือไม๎ฉาก
2. นํากระดาษเขียนแบบวางลงบนโต๏ะเขียนแบบ จัดกระดาษให๎ชิดทางด๎านซ๎ายมือ
3. เตรียมกระดาษปอนด๑ ดินสอเขียนแบบ ไม๎ที ไม๎ฉาก และวงเวียน
4. ลงมือเขียนแบบบนกระดาษที่ตีกรอบเรียบร๎อยแล๎ว
~ 23 ~
34. ข้อใดคือขั้นตอนการเขียนแบบเบื้องต้นที่ถูกต้อง
1. 1 - 2 - 3 - 4 2. 2 - 3 - 4 - 1
3. 3 - 2 - 1 - 4 4. 4 - 3 - 2 - 1
35. บุคคลในข้อใด มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายเพื่อการจาหน่าย
1. แป้ง ออกแบบลายเสื้อที่แปลกใหมํไมํซ้ําใคร
2. ป้าง ออกแบบรูปทรงกางเกงตามนักออกแบบชื่อดัง
3. ปอง ออกแบบรูปทรงรองเท๎าให๎เหมือนรองเท๎าคนดัง
4. เปรม ออกแบบหมวกไหมพรมสีสันสดใสต๎อนรับฤดูร๎อน
36. “ต้นกล้าตัดสินใจเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งมาสร้างชั้นวางของในห้องครัว เพราะสามารถตัดแต่งได้ง่ายและ
มีความทนทานกว่าวัสดุพวกโลหะ ซึ่งมีโอกาสขึ้นสนิมสูงเมื่ออยู่ในห้องครัว” การเลือกวิธีแก้ปัญหา
ของต้นกล้า แสดงให้เห็นถึงการมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร
1. มีความคิดริเริ่มในการสร๎างชิ้นงาน
2. มีความคิดแปลกใหมํไมํเหมือนใคร
3. มีความซื่อสัตย๑และความคลํองในการคิด
4. มีความรอบคอบและละเอียดลออในการคิด
37. ข้อใดจัดเป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
1. เลือกออกแบบชิ้นงานที่ใช๎เทคโนโลยีระดับสูงเทํานั้น
2. เลือกใช๎แตํเทคโนโลยีที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล๎อม
3. เลือกสร๎างชิ้นงานที่มีอายุการใช๎งานสั้นและมีราคาถูก
4. เลือกใช๎เทคโนโลยีนําเข๎าในการสร๎างชิ้นงานทุกประเภท
38. การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพ มีความสาคัญต่อนักเรียนอย่างไร
1. ทําให๎นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น
2. สร๎างทักษะการแขํงขันกับผู๎อื่นเมื่อออกไปทํางานจริง
3. กระตุ๎นให๎นักเรียนสนใจด๎านอาชีพมากกวําด๎านการเรียน
4. เปิดโอกาสให๎ได๎รู๎จักและเรียนรู๎เกี่ยวกับงานอาชีพที่ตนเองสนใจ
39. หากต้องการไปสมัครงาน เอกสารสาคัญที่ต้องเตรียมไปและจะขาดไม่ได้ คือข้อใด
1. สําเนาบัตรประชาชน สําเนาทะเบียนบ๎าน ใบรับรองผลการศึกษา
2. สําเนาบัตรประชาชน สําเนาสูติบัตร สําเนาใบรับรองความประพฤติ
3. สําเนาทะเบียนบ๎าน สําเนาสมุดบัญชีธนาคาร สําเนาบัตรประกันสังคม
4. สําเนาบัตรประกันสังคม สําเนาบัตรประจําตัวผู๎เสียภาษี สําเนาใบขับขี่
~ 24 ~
40. ทักษะการแสวงหาความรู้ในการประกอบอาชีพ มีความสาคัญต่อผู้ประกอบอาชีพอย่างไร
1. ทําให๎นายจ๎างรักมากขึ้น
2. ทําให๎มีเพื่อนรํวมงานมากขึ้น
3. ชํวยพัฒนาการทํางานให๎ดียิ่งขึ้น
4. ชํวยพัฒนานิสัยเพื่อนรํวมงานให๎ดีขึ้น
41. ซอฟต์แวร์ประยุกต์พัฒนาขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด
1. เพื่อตอบสนองความต๎องการของผู๎ใช๎เฉพาะกลุํม
2. เพื่อให๎สามารถใช๎งานคอมพิวเตอร๑ได๎รวดเร็วมากขึ้น
3. เพื่อตอบสนองความต๎องการขององค๑กรใดองค๑กรหนึ่ง
4. เพื่อชํวยให๎คอมพิวเตอร๑สามารถทํางานได๎ตรงตามความต๎องการของผู๎ใช๎
42. ระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Symbian OS) มีประโยชน์ต่อเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างไร
1. รองรับกับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร๎สาย
2. ตอบสนองความต๎องการของผู๎ใช๎เทคโนโลยี
3. รองรับกับโปรแกรมการสื่อสารสารสนเทศแบบไร๎สาย
4. อํานวยความสะดวกในการใช๎งานคอมพิวเตอร๑ทุกรูปแบบ
43. โปรแกรม Microsoft Excel จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด
1. ซอฟต๑แวร๑ตารางทํางาน 2. ซอฟต๑แวร๑ประมวลผลคํา
3. ซอฟต๑แวร๑ด๎านการคํานวณ 4. ซอฟต๑แวร๑การจัดการด๎านฐานข๎อมูล
44. ข้อใดจัดเป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์
1. WordPad และ Calculator
2. Disk Cleanup และ Excel
3. Sound Recorder และ FoxPro
4. WinZip และ Disk Defragmenter
45. แพรวาได้รับมอบหมายให้สร้างและออกแบบพัฒนาเว็บไซต์ด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อนาเสนอหน้าชั้นเรียน
ดังนั้น แพรวาควรใช้โปรแกรมใดในการสร้างงาน
1. Word 2. Excel
3. PowerPoint 4. Dreamweaver
46. การส่งข้อมูลทิศทางเดียวมีลักษณะอย่างไร
1. สํงและรับข๎อมูลโดยไมํมีการตอบกลับ
2. สํงและรับข๎อมูลโดยจะโต๎ตอบกันทางโทรศัพท๑
3. สํงและรับข๎อมูลโดยสามารถโต๎ตอบกันได๎ทันที
4. สํงและรับข๎อมูลโดยไมํสามารถโต๎ตอบกันได๎ในเวลาเดียวกัน
~ 25 ~
47. ถ้านักเรียนต้องการติดตั้งเครือข่ายเพื่อใช้ร่วมกันภายในอาคารหรือบริเวณเดียวกัน
ควรใช้เครือข่ายแบบใด
1. PAN 2. LAN
3. MAN 4. WAN
48. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1. มีความรวดเร็วในการทํางาน
2. ประหยัดต๎นทุนในการทํางาน
3. มีความสะดวกในการจัดเก็บข๎อมูล
4. สามารถเก็บข๎อมูลไว๎ในคอมพิวเตอร๑เครื่องใดเครื่องหนึ่งก็ได๎
49. สายนาสัญญาณที่ประกอบด้วยแกนทองแดงเส้นเดียว หุ้มด้วยฉนวนและสายดิน แล้วหุ้มด้วย
ฉนวนบางอีกชั้นหนึ่ง เป็นลักษณะของสายนาสัญญาณชนิดใด
1. สายโคแอกซ๑ 2. สายตีเกลียวคูํ
3. สายใยแก๎วนําแสง 4. สายตีเกลียวคูํแบบป้องกันสัญญาณ
50. โมเด็มเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณใดไปเป็นสัญญาณใด
1. แอนะล็อกไปเป็นดิจิทัล 2. ดิจิทัลไปเป็นอินฟราเรด
3. อินฟราเรดไปเป็นดิจิทัล 4. แอนะล็อกไปเป็นอินฟราเรด
51. โดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .ac.th ใช้สาหรับหน่วยงานใด
1. สําหรับบุคคลทั่วไป 2. สําหรับสถานศึกษาในประเทศไทย
3. สําหรับหนํวยงานตํางๆ ของรัฐบาล 4. สําหรับหนํวยงานที่ไมํแสวงหาผลกําไร
52. Facebook เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นในรูปแบบใด
1. ยูสเน็ต 2. เว็บบล็อก
3. ห๎องสนทนากลุํมผู๎สนทนา 4. การสนทนาระหวํางผู๎ใช๎โดยตรง
53. ปรีชากับอรอุมาเป็นเพื่อนกัน ทั้งคู่ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง วันหนึ่งทั้ง 2 คน
เกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน อรอุมาจึงได้โพสต์ข้อความว่าร้ายปรีชาใน Facebook เพื่อให้เพื่อนคนอื่นๆ
ได้อ่าน การกระทาของอรอุมาถือว่าผิดมารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ตหรือไม่ เพราะเหตุใด
1. ไมํผิด เพราะถือเป็นสิทธิสํวนบุคคล
2. ไมํผิด เพราะไมํได๎เป็นการทําร๎ายใคร
3. ผิด เพราะเป็นการสร๎างหลักฐานที่เป็นเท็จ
4. ผิด เพราะเป็นการใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎าย หรือละเมิดสิทธิผู๎อื่น
~ 26 ~
54. ข้อใดเป็นผลกระทบทางลบของอินเทอร์เน็ตต่อสังคม
1. เกิดชํองวํางระหวํางคนในสังคม 2. นําพาไปสูํการเป็นสังคมผู๎สูงอายุ
3. ทําให๎คุณภาพในการศึกษาด๎อยลง 4. กํอให๎เกิดความเครียดของคนในสังคม
55. ข้อใดไม่ใช่มารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต
1. ไมํแก๎ไขแฟ้มข๎อมูลของผู๎อื่น 2. ไมํคัดลอกโปรแกรมของผู๎อื่น
3. ไมํเผยแพรํผลงานที่ได๎รับรางวัลของตน 4. ไมํนําเอาผลงานของผู๎อื่นมาเป็นของตน
56. ข้อใดไม่ใช่วิธีการรวบรวมข้อมูล
1. การสัมภาษณ๑ 2. การสังเกตการณ๑
3. การอํานสื่อสิ่งพิมพ๑ 4. การรวบรวมแบบสอบถาม
57. ข้อใดเป็นการตรวจสอบข้อมูล
1. การตรวจสอบวําป้อนข๎อมูลในระบบครบถ๎วนหรือไมํ
2. การตรวจสอบวําข๎อมูลในระบบมีความถูกต๎องหรือไมํ
3. การตรวจสอบวําทําการบันทึกข๎อมูลในระบบแล๎วหรือไมํ
4. การตรวจสอบวํามีการรวบรวมข๎อมูลเป็นแฟ้มข๎อมูลแล๎วหรือไมํ
58. วิธีการเผยแพร่ข้อมูลในข้อใดที่มีความครอบคลุมมากที่สุด
1. การพูด 2. การใช๎สื่อสิ่งพิมพ๑
3. การใช๎เทคโนโลยี 4. การบรรยายในที่สาธารณะ
59. ข้อใดเรียงลาดับขั้นตอนของการวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียดของปัญหาได้ถูกต้อง
A. การระบุผลลัพธ์ B. การระบุข้อมูลเข้า
C. การระบุข้อมูลออก D. การระบุวิธีประมวลผล
1. A  B  D 2. B  A  D
3. C  D  A 4. D  C  B
60. สัญลักษณ์ในข้อใดใช้แทนจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของผังงาน
1.
2.
3.
4.

~ 27 ~
เฉลยข้อสอบมาตรฐานชั้นปี มัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 2
1. 3 2. 2 3. 3 4. 4 5. 1
6. 3 7. 4 8. 1 9. 3 10. 2
11. 2 12. 4 13. 3 14. 1 15. 4
16. 2 17. 1 18. 4 19. 4 20. 3
21. 3 22. 4 23. 1 24. 2 25. 3
26. 4 27. 1 28. 2 29. 1 30. 3
31. 3 32. 4 33. 2 34. 3 35. 1
36. 4 37. 2 38. 4 39. 1 40. 3
41. 4 42. 1 43. 1 44. 4 45. 4
46. 1 47. 2 48. 4 49. 1 50. 1
51. 2 52. 4 53. 4 54. 1 55. 3
56. 3 57. 2 58. 3 59. 1 60. 1
เฉลยข้อสอบมาตรฐานชั้นปี มัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 1
1. 2 2. 4 3. 1 4. 3 5. 2
6. 3 7. 4 8. 1 9. 3 10. 2
11. 1 12. 4 13. 3 14. 2 15. 4
16. 1 17. 2 18. 4 19. 1 20. 3
21. 4 22. 3 23. 2 24. 1 25. 4
26. 2 27. 1 28. 2 29. 4 30. 3
31. 1 32. 4 33. 1 34. 2 35. 3
36. 4 37. 1 38. 2 39. 4 40. 2
41. 3 42. 4 43. 1 44. 4 45. 4
46. 1 47. 3 48. 4 49. 2 50. 2
51. 1 52. 2 53. 2 54. 3 55. 2
56. 1 57. 3 58. 1 59. 4 60. 2

~ 28 ~
เฉลยแบบทดสอบมาตรฐานชั้นปี ชุดที่ 1
เฉลยอย่างละเอียด
1. ตอบ ข้อ 2. คุณธรรมจริยธรรมที่สําคัญประการหนึ่งในการทํางาน คือ ความยุติธรรม ซึ่งในการทํางาน
เราจะต๎องไมํลําเอียงหรือยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามที่เราเชื่อ ต๎องมีความเป็นกลาง ยึดถือ
ความถูกต๎องเป็นหลัก ไมํมีอคติกับเรื่องตํางๆ ที่ได๎ยินหรือได๎รับฟัง
2. ตอบ ข้อ 4. การติดตํอสื่อสารมีความสําคัญกับบุคคลทุกกลุํม ทุกเพศ ทุกวัย และกับหนํวยงานตํางๆ คือ
1. การติดตํอสื่อสารระหวํางบุคคล เป็นการชํวยสร๎างสัมพันธภาพที่ดีให๎เกิดขึ้น
2. การติดตํอสื่อสารในหนํวยงานหรือองค๑กรตํางๆ เป็นการแจ๎งข๎อมูลขําวสารของ
องค๑กรตํอพนักงาน เป็นการสร๎างความสัมพันธ๑ในองค๑กร สามารถใช๎ตรวจสอบ
ข๎อบกพรํอง ตรวจสอบความก๎าวหน๎าในการทํางาน และสามารถใช๎การวินิจฉัย
สั่งการกับกลุํมบุคคลในองค๑กร
3. การติดตํอสื่อสารสําหรับนักเรียน เป็นการติดตํอสื่อสารกับเพื่อน ครูอาจารย๑
ผู๎ปกครอง และบุคคลตํางๆ ที่ต๎องติดตํอประสานงานด๎วย เชํน ติดตํอกับฝ่ายธุรการ
ฝ่ายวัดผล เพื่อนโรงเรียนอื่น หนํวยงานราชการ องค๑กรเอกชนตํางๆ เป็นต๎น
3. ตอบ ข้อ 1. ขั้นตอนสุดท๎ายของกระบวนการแก๎ปัญหา คือ การประเมินผลการแก๎ปัญหา เป็น
การติดตามการแก๎ปัญหาตามแนวทางที่ปฏิบัติ เพื่อให๎ทราบถึงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการ
ดําเนินการ และใช๎เป็นข๎อมูลในการกําหนดแนวทางแก๎ปัญหาในครั้งตํอไป
4. ตอบ ข้อ 3. การเลือกวัสดุที่ไมํสํงผลเสียตํอสิ่งแวดล๎อมมาใช๎ในการปฏิบัติงาน เป็นการชํวยอนุรักษ๑
ทรัพยากรธรรมชาติและไมํทําลายสิ่งแวดล๎อม เชํน ลดปัญหาภาวะโลกร๎อน ปัญหาภาวะ
เรือนกระจก ปัญหามลพิษทางน้ํา ดิน อากาศ เป็นต๎น
5. ตอบข้อ 2. หลอดไฟแบบตะเกียบหรือหลอดไฟคอมแพกต๑ฟลูออเรสเซนต๑ มีขนาดกะทัดรัด มีระดับ
ความสวํางมาก และมีอายุการใช๎งานนาน จึงชํวยประหยัดพลังงานและประหยัดคําไฟได๎
มากเป็นการใช๎ทรัพยากรในการปฏิบัติงานได๎คุ๎มคํามากที่สุด แตํการใช๎หลอดไส๎จะ
สิ้นเปลืองมากกวํา เพราะใช๎พลังงานคํอนข๎างมากและเสื่อมสภาพเร็ว
6. ตอบ ข้อ 3. การนําแจกันดอกไม๎ไปวางไว๎ในห๎องรับแขก ถือเป็นการจัดและตกแตํงบ๎านได๎ถูกต๎อง
เพราะดอกไม๎จะทําให๎ห๎องรับแขกดูสวยงามขึ้น และสร๎างความประทับใจแกํแขกผู๎มาเยือน
7. ตอบ ข้อ 4. เครื่องเรือนแบบ built-in หรือเครื่องใช๎ประเภทที่ติดกับอาคาร มีข๎อดี คือ มีโครงสร๎าง
อุปกรณ๑ที่แข็งแรง เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะใช๎ติดตั้ง และทําให๎บ๎านมีพื้นที่ใช๎สอยเพิ่มขึ้น
เพราะสามารถตั้งกับพื้นชิดผนังและแขวนหรือติดตั้งกับเพดานของบ๎านได๎ จึงเหลือพื้นที่ใช๎
สอยเพิ่มขึ้น รวมทั้งประหยัดวัสดุ เพราะโครงสร๎างอุปกรณ๑บางสํวนสามารถอาศัย
โครงสร๎างของอาคารได๎
~ 29 ~
8. ตอบ ข้อ 1. หากบ๎านที่อยูํอาศัยมีขนาดเล็ก มีพื้นที่ใช๎สอยน๎อย การจัดตกแตํงบ๎านให๎ดูโปรํงโลํง ไมํแคบ
สามารถทําได๎ ดังนี้
1. จัดพื้นที่ใช๎สอยให๎ใช๎งานได๎อยํางอเนกประสงค๑
2. ตกแตํงพื้นที่ใช๎สอยให๎ดูเรียบโลํง โปรํง อากาศถํายเทได๎สะดวก ไมํวางตู๎หรือสิ่งของ
ปิดประตู หน๎าตําง และไมํควรกั้นผนังทึบ เพราะจะทําให๎ห๎องดูแคบ
3. แบํงพื้นที่ใช๎สอยในห๎องให๎เหมาะสม ถ๎าต๎องการกั้นพื้นที่ ควรกั้นด๎วยฉากหรือมําน
ที่เลื่อนเปิด-ปิดได๎ หรือกั้นโดยใช๎ชั้นวางของเตี้ยๆ เพื่อชํวยให๎ห๎องดูไมํทึบ
หรืออึดอัด
4. เลือกใช๎เครื่องเรือนอเนกประสงค๑ที่ชิ้นหนึ่งสามารถใช๎งานได๎หลายอยํางแทนการใช๎
เครื่องเรือนหลายชิ้น และใช๎เครื่องเรือนขนาดกะทัดรัด มีผิวเรียบมัน สะท๎อนแสง
มีสีโทนอํอน เพราะจะชํวยให๎ห๎องดูกว๎างขึ้น
5. ตกแตํงผนัง พื้น และเพดานห๎องแบบเรียบๆ และใช๎สีโทนสวําง เชํน สีฟ้า สีขาว
เป็นต๎น เพื่อชํวยให๎ห๎องดูกว๎างขึ้น
9. ตอบ ข้อ 3. ในการจัดและตกแตํงสวนในบริเวณบ๎านนั้น ควรปลูกพืชคลุมดินด๎วย เนื่องจากพืชคลุมดิน
จะชํวยรักษาความชุํมชื้นของหน๎าดิน เมื่อรดน้ําดินจะไมํกระเด็น โดยพืชคลุมดินที่ควร
นํามาปลูก เชํน เดหลี ถั่วบราซิล บลูฮาวาย แววมยุรา เฟิร๑นมะขาม เป็นต๎น
10. ตอบ ข้อ 2. การปลูกต๎นไม๎ใหญํรอบๆ บริเวณบ๎าน จะชํวยให๎เกิดรํมเงาแกํบ๎าน ป้องกันไมํให๎บ๎าน
สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงและชํวยระบายอากาศได๎เป็นอยํางดี รวมทั้งชํวยเพิ่มความเย็น
ให๎แกํบ๎านด๎วย จึงสามารถลดการใช๎เครื่องปรับอากาศลงได๎ ซึ่งเป็นการชํวยประหยัด การ
ใช๎ พลังงานอยํางมาก
11. ตอบข้อ 1. โซดาเป็นเครื่องดื่มที่ไมํมีแอลกอฮอล๑ชนิดอัดแก๏สคาร๑บอนไดออกไซด๑ สําหรับใช๎ดื่มใน
บางโอกาสและนิยมปรุงผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล๑บางชนิด ในบางครั้งอาจนํา
มาปรุงผสมเครื่องดื่มประเภทอื่น เพื่อให๎มีรสซาบซํา ชวนดื่ม
12. ตอบ ข้อ 4. น้ําที่ใช๎ในการผสมเครื่องดื่ม ไมํควรใช๎น้ําบาดาลหรือน้ําประปาจากก๏อกโดยตรง เพราะ
น้ําบาดาลมีรสฝาดและในน้ําประปาจะมีคลอรีนผสมอยูํ ทําให๎เมื่อนํามาใช๎ผสมในเครื่องดื่ม
แล๎ว จะทําให๎รสชาติของเครื่องดื่มเปลี่ยนไป จึงควรใช๎น้ํากรองที่ผํานการฆําเชื้อโรคด๎วย
การต๎มสุกและทิ้งไว๎ให๎เย็นมาผสมในเครื่องดื่ม เพื่อที่รสชาติของเครื่องดื่มจะได๎
ไมํเปลี่ยนไป
13. ตอบ ข้อ 3. ในชํวงสอบ นักเรียนต๎องใช๎สายตาอยํางหนักเพื่ออํานหนังสือ จึงควรเลือกรับประทาน
น้ําแครอต เพราะมีวิตามินเอสูง ซึ่งชํวยบํารุงสายตาและเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น
โดยพืชผักที่มีวิตามินเอสูง ได๎แกํ ผักที่มีสีส๎ม สีแดง หรือสีเขียวเข๎ม เชํน แครอต มะเขือเทศ
มะละกอสุก ฟักทอง ตําลึง เป็นต๎น
~ 30 ~
14. ตอบ ข้อ 2. หากมีอาการไอและมีเสมหะ ควรดื่มน้ํามะขาม เพราะมีสรรพคุณชํวยบรรเทาอาการไอและ
ชํวยขับเสมหะ
15. ตอบ ข้อ 4. การจัดและตกแตํงเครื่องดื่มเป็นศิลปะอยํางหนึ่ง ซึ่งจะชํวยให๎ดูนํารับประทานมากขึ้น
หากไมํมีการจัดและตกแตํงเครื่องดื่ม ก็จะทําให๎ไมํนํารับประทาน แม๎วําเครื่องดื่มนั้นจะมี
รสชาติอรํอยเพียงใดก็ตาม ดังนั้น เพื่อเพิ่มคุณคําให๎เครื่องดื่ม ควรเลือกภาชนะที่เหมาะสม
และพิถีพิถันในการจัดและตกแตํงภาชนะเครื่องดื่ม
16. ตอบ ข้อ 1. การมีความสามารถในการปฏิบัติงานชํางในบ๎าน จะชํวยสํงเสริมการอนุรักษ๑
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม โดยลดการใช๎ทรัพยากรด๎วยการซํอมแซมและ
ประกอบของใช๎ที่มีอยูํแล๎วให๎มีสภาพดี ทดแทนการซื้อใหมํ
17. ตอบ ข้อ 2. ถ๎าประตูไม๎ห๎องนอนตก ปิดไมํสนิท ควรซํอมแซมโดยการถากหรือไสสํวนที่ปิด
ไมํสนิทออก ซึ่งจะชํวยแก๎ปัญหาดังกลําวได๎
18. ตอบ ข้อ 4. ไขควงลองไฟฟ้า เป็นวัสดุอุปกรณ๑ที่ต๎องนํามาใช๎เป็นอันดับแรกในการซํอมแซมอุปกรณ๑
และเครื่องใช๎ไฟฟ้า เพื่อใช๎ตรวจสอบวํามีกระแสไฟรั่วออกมาหรือไมํ ถ๎ามีกระแสไฟฟ้ารั่ว
หลอดไฟฟ้าเรืองแสงที่ด๎ามไขควง จะปรากฏแสงสวํางทันที
19. ตอบ ข้อ 1. การเคลือบผิวด๎วยแล็กเกอร๑ จะทําให๎ชิ้นงานมีความสวยงาม คงทน มีคุณคํา และเหมาะกับ
การใช๎สอย ดังนั้น งานชํางในบ๎านเกือบทุกสาขาจําเป็นต๎องใช๎การเคลือบผิวเป็นตัวชํวย
สุดท๎าย เพื่อให๎ชิ้นงานมีคุณภาพและสวยงามตามวัตถุประสงค๑ที่ตั้งไว๎ได๎อยํางแท๎จริง
20. ตอบ ข้อ 3. หลักการใช๎เครื่องมือชํางที่ถูกต๎อง คือ ทุกครั้งที่ใช๎ ต๎องเรียนรู๎วิธีการใช๎เครื่องมืออยําง
ถูกต๎อง ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูํมือการใช๎อยํางเครํงครัด เมื่อพบข๎อบกพรํองของเครื่องมือ
ขณะทํางานต๎องหยุดใช๎ทันที และตัวผู๎ปฏิบัติงานจะต๎องแตํงกายให๎รัดกุม เพื่อให๎เกิดความ
ปลอดภัยในการทํางาน เชํน สวมรองเท๎าหุ๎มส๎นที่เป็นผ๎าใบพื้นยาง สวมถุงมือ แตํงกายให๎
มิดชิด เป็นต๎น
21. ตอบ ข้อ 4. วัสดุ อุปกรณ๑ที่ใช๎ในการประดิษฐ๑ตะกร๎าใสํผ๎าจากกระดาษนิตยสาร ได๎แกํ กระดาษ
นิตยสาร กาวลาเท็กซ๑ เชือก ลวด คัตเตอร๑ กรรไกร ไม๎บรรทัด และเทปใส ดังนั้น คําตอบใน
ข๎อนี้ จึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 4.
22. ตอบ ข้อ 3. ขั้นตอนการทําเชือกกระดาษเพื่อใช๎ยึดขอบตะกร๎า มีดังนี้
1. นําไม้บรรทัดมาวัดกระดาษนิตยสารให๎มีความกว๎างประมาณ 1 เซนติเมตร
แล๎วขีดเส๎น
2. ใช๎คัตเตอร๑หรือกรรไกรตัดกระดาษตามเส๎นที่ขีดไว๎ ให๎ได๎จํานวนประมาณ 10 เส๎น
นํากระดาษที่ตัดไปชุบน้ําให๎อํอนตัว กํอนจะนํามาบิดให๎ไปทางเดียวกัน
ใช๎ กาวลาเท็กซ์ ตํอกระดาษให๎ติดกันเพื่อให๎ได๎ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
~ 31 ~
3. นําลวดมาโค๎งเป็นหํวงกลมแล๎วใช๎เทปใสพันปลายตํอลวดเข๎าด๎วยกันให๎แนํน
เมื่อทําเสร็จทั้ง 2 หํวง แล๎วจึงเริ่มขั้นตอนทําตัวตะกร๎าตํอไป
ดังนั้น ลําดับการใช๎วัสดุและอุปกรณ๑ที่ถูกต๎อง จึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 3.
23. ตอบ ข้อ 2. ในการปฏิบัติงานประดิษฐ๑ที่จําเป็นต๎องใช๎เลื่อยหรือพํนสี ทาสี หรือใช๎สารเคมีตํางๆ
ผู๎ปฏิบัติงานควรคํานึงถึงความปลอดภัยของสุขภาพรํางกาย โดยควรยืนอยูํเหนือลม และ
ใช๎ผ๎าหรือหน๎ากากอนามัยปิดปาก และจมูกให๎มิดชิด เพื่อป้องกันสารเคมีหรือฝุ่นละออง
เข๎าสูํรํางกาย
24. ตอบ ข้อ 1. หากประสบปัญหามีคูํแขํงมากในการประดิษฐ๑ชิ้นงานเพื่อจําหนําย แนวทางการแก๎ปัญหา
ที่เหมาะสมแนวทางหนึ่ง คือ การทําให๎ชิ้นงานนั้นมีความสวยงาม และความพิถีพิถัน
มากขึ้น เพื่อให๎เอาชนะคูํแขํงได๎ เพราะงานประดิษฐ๑หรือผลิตภัณฑ๑ที่สวยงามและประณีต
กวํายํอมเป็นที่นําสนใจและได๎เปรียบมากกวํา
25. ตอบ ข้อ 4. การนําขวดน้ําอัดลมพลาสติกไปประดิษฐ๑เป็นดอกไม๎และแจกัน เพื่อใช๎ตกแตํงบ๎าน
ที่ทํางานหรือสถานที่ตํางๆ นับเป็นวิธีการจัดการขยะหรือสิ่งของเหลือใช๎อยํางสร๎างสรรค๑
เพราะนอกจากจะชํวยลดปริมาณขยะและปัญหาสิ่งแวดล๎อมได๎แล๎ว ยังชํวยสร๎างรายได๎
ให๎แกํผู๎ประดิษฐ๑อีกทางหนึ่ง
26. ตอบ ข้อ 2. รถตุ๏กตุ๏กประดิษฐ๑จากกระป๋องน้ําอัดลม เป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่สอดคล๎องกับหลักใน
การอนุรักษ๑ และการใช๎ทรัพยากรให๎เกิดประโยชน๑สูงสุด 4R ได๎แกํ
1. Reuse คือ การดัดแปลงของที่ใช๎แล๎วเพื่อนํากลับมาใช๎ใหมํ
2. Reduce คือ การใช๎สิ่งของตํางๆ ให๎คุ๎มคํา จะชํวยลดปริมาณความต๎องการทรัพยากร
โดยไมํต๎องจัดหาสิ่งใหมํมาใช๎
3. Repair คือ การซํอมแซมสิ่งของเครื่องใช๎เกําหรือชํารุดให๎สามารถนํากลับมา
ใช๎ใหมํได๎อีกครั้ง
4. Recycle คือ การนําของที่ใช๎แล๎วไปผํานกระบวนการผลิตเป็นวัตถุตั้งต๎นใหมํซึ่ง
สัญลักษณ๑ในตัวเลือกข๎อที่ 2. เป็นสัญลักษณ๑ที่มักปรากฏอยูํบนผลิตภัณฑ๑หรือบรรจุ
ภัณฑ๑ตํางๆ เพื่อแสดงให๎เห็นวํา สามารถนําเอาผลิตภัณฑ๑ หรือบรรจุภัณฑ๑นั้นๆ
ไปดัดแปลงหรือผลิตใหมํ เพื่อนํากลับมาใช๎งานได๎อีกครั้ง
27. ตอบ ข้อ 1. ปลาทับทิม เป็ดไลํทุํง ไกํไขํ โคเนื้อ เป็นสัตว๑เลี้ยงที่มีวัตถุประสงค๑ในการเลี้ยงเพื่อใช๎
บริโภคเป็นอาหาร ซึ่งแตกตํางจากกลุํมสัตว๑เลี้ยงในตัวเลือกข๎ออื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค๑ใน
การเลี้ยงเพื่อความสวยงามและดูเลํน
~ 32 ~
28. ตอบ ข้อ 2. วิธีสังเกตลักษณะของไกํไขํที่สมบูรณ๑และไกํไขํที่ไมํสมบูรณ๑ มีดังนี้
ลักษณะ ไก่ไข่ที่สมบูรณ์ ไก่ไข่ที่ไม่สมบูรณ์
ตา กลม วาว สุกใส เซื่องซึม
ขอบตา เหลือง บาง ขอบขาว
ปาก เหลือง ซีดแกมขาว
ขน เป็นมันเงางาม แห๎ง ขาด ไมํเงางาม
หงอน ใหญํแดง โตเต็มที่ เล็กซีด เป็นขุย มีสะเก็ด
แข๎ง เหลืองกลมเกลี้ยง ขาวและแบน
กระดูกเชิงกราน แคบกวํา 2 นิ้วมือ กว๎าง 2-3 นิ้วมือ
ดังนั้น คําตอบที่ถูกต๎องจึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 2.
29. ตอบข้อ 4. โรคครีบและหางเนํา เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นบํอยกับปลาสวยงาม ลักษณะอาการ คือ ปลายหาง
และครีบของปลาจะมีสีขาว ปลายครีบและหางจะขาดหายไป และมีสีขาวคํอยๆ ลุกลามลึก
เข๎าไปเรื่อยๆ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากความสกปรกของน้ํา สามารถรักษาได๎ด๎วย
การนําสัตว๑เลี้ยงที่ป่วยไปแชํลงในน้ําผสมกับยาปฏิชีวนะ ในอัตราสํวนยา 1-2 กรัม
ตํอ น้ํา 100 ลิตร เป็นระยะเวลา 2 วัน
30. ตอบ ข้อ 3. หลักสําคัญในการให๎อาหารไกํไขํประการหนึ่ง คือ การให๎อาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับ
สภาพอากาศในแตํละฤดูกาล โดยในฤดูร๎อน ควรให๎อาหารไกํไขํลดลง เพราะอากาศร๎อน
ทําให๎ไกํออกไขํน๎อย แตํในฤดูหนาว ควรให๎อาหารไกํมาก เพราะจะชํวยให๎ไกํไขํมีไขมันมา
สร๎างความอบอุํนและเพิ่มพลังงานให๎เพียงพอตํอความต๎องการของรํางกาย
31. ตอบ ข้อ 1. การเลี้ยงชะนีที่ถูกจับมาจากป่า ถือเป็นการกระทําที่ไมํเหมาะสม เพราะจะทําให๎จํานวน
ชะนีในป่าซึ่งเป็นสัตว๑ป่าคุ๎มครองลดจํานวนลงและอาจสูญพันธุ๑ไปในที่สุด นอกจากนั้นใน
บางครั้งจําเป็นต๎องฆําพํอหรือแมํของชะนีเพื่อให๎จับลูกมาได๎ ดังนั้น การนําสัตว๑ป่าทุกชนิด
มาเป็นสัตว๑เลี้ยงจึงถือเป็นการกระทําที่ไมํเหมาะสมและผิดกฎหมาย
32. ตอบ ข้อ 4. การจัดการผลผลิตของไกํไขํ นับเป็นกระบวนการสําคัญสําหรับเกษตรกรผู๎เลี้ยงไกํไขํเพื่อ
การจําหนําย เพราะการจัดการไขํไกํเพื่อรักษาคุณภาพให๎มีความสมบูรณ๑ ถูกหลักสุขอนามัย
และคํานึงถึงความปลอดภัยของผู๎บริโภค จะชํวยให๎สินค๎าเป็นที่ต๎องการของตลาดและได๎
ราคาดี ดังนั้น การจัดการไขํไกํที่เหมาะสมและดีตํอสุขภาพของผู๎บริโภค คือ นําไขํไกํที่เก็บ
มาไปทําความสะอาดให๎ปราศจากสิ่งปนเปื้อน แล๎วนําไปใสํบรรจุภัณฑ๑ที่เหมาะสม
กํอนสํงไปจําหนํายตํอไป
~ 33 ~
33. ตอบ ข้อ 1. กระบวนการเทคโนโลยี หมายถึง การใช๎กระบวนการบริหารจัดการมาสร๎างหรือ
ผลิตชิ้นงานและซํอมแซมปรับปรุงแก๎ไขชิ้นงานให๎มีสภาพใช๎งานได๎อยํางดี
ซึ่งมี 7 องค๑ประกอบตามลําดับขั้นตอน ดังนี้
1. การกําหนดปัญหาหรือความต๎องการ 2. การรวบรวมข๎อมูล
3. การเลือกวิธีการแก๎ปัญหา 4. การออกแบบและปฏิบัติการ
5. การทดสอบ 6. การปรับปรุงแก๎ไข
7. การประเมินผล
ดังนั้น การดําเนินงานสร๎างสิ่งประดิษฐ๑ตามกระบวนเทคโนโลยีในตัวเลือกข๎อที่ 1.
จึงถูกต๎องมากที่สุด
34. ตอบ ข้อ 2. พิจารณาจากภาพคอมพิวเตอร๑โน๎ตบุ๏กที่กําหนดให๎ ซึ่งมีลักษณะของสํวนประกอบตํางๆ
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ๎าและรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตรงกับรูปทรงพื้นฐานที่ใช๎ในการออกแบบ
ผลิตภัณฑ๑ในตัวเลือกข๎อที่ 2.
35. ตอบ ข้อ 3. ลักษณะของความคิดที่เรียกวํา “ความคิดสร๎างสรรค๑” ประกอบด๎วย
1. ความคิดริเริ่ม คือ ความคิดที่แปลกใหมํ ไมํซ้ําของเดิม
2. ความคล่องในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือแก๎ปัญหาได๎อยํางคลํองแคลํว
รวดเร็วในเวลาจํากัด
3. ความยืดหยุ่นในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือวิธีแก๎ปัญหาได๎หลายอยําง
และหลายวิธี
4. ความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยายความคิด
หลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น
ดังนั้น ชิ้นงานที่เกิดจากความคิดสร๎างสรรค๑จึงมีลักษณะเดํน คือ แปลกใหมํไมํซ้ําใคร
มีความหลากหลายในการใช๎งาน เป็นต๎น
36. ตอบ ข้อ 4. ลักษณะเดํนของบุคคลที่มีความคิดสร๎างสรรค๑ คือ
1. มีความคิดริเริ่ม คือ มีความคิดที่แปลกใหมํ ไมํซ้ําของเดิม
2. มีความคล่องในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือแก๎ปัญหาได๎อยํางคลํองแคลํว
รวดเร็วในเวลาจํากัด
3. มีความยืดหยุ่นในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือวิธีแก๎ปัญหาได๎หลายอยําง
และหลายวิธี
4. มีความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยายความคิด
หลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น
~ 34 ~
37. ตอบ ข้อ 1. การเลือกใช๎เทคโนโลยีได๎อยํางสร๎างสรรค๑ คือ การใช๎เทคโนโลยีเพื่อสร๎างความสุข
ความพึงพอใจให๎กับตนเอง สังคม สิ่งแวดล๎อม ตามความจําเป็นหรือความเหมาะสมกับ
อัตภาพในการดํารงชีวิตประจําวัน นอกจากนั้น ยังต๎องเป็นเทคโนโลยีที่ไมํสํงผลกระทบตํอ
ธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม สังคม วัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจ เป็นต๎น ดังนั้น การเลือกใช๎
เทคโนโลยีอยํางสร๎างสรรค๑ จึงมีสํวนในการสร๎างโลกให๎นําอยูํ เพราะชํวยสํงเสริมให๎มนุษย๑
กับธรรมชาติอยูํรํวมกันอยํางสันติและยั่งยืน
38. ตอบ ข้อ 2. การเสริมสร๎างประสบการณ๑อาชีพ คือ การเตรียมพร๎อมตนเองกํอนเข๎าสูํอาชีพที่ตนเอง
สนใจโดยวิธีการเสริมสร๎างประสบการณ๑อาชีพให๎กับตนเองอยํางมีประสิทธิภาพนั้น
สามารถทําได๎โดยการเข๎ารํวมกิจกรรมเข๎าศึกษา หรือเข๎าอบรมตํางๆ ที่เกี่ยวข๎องกับอาชีพที่
ตนเองสนใจ เป็นต๎น
39. ตอบ ข้อ 4. การสมัครงานผํานเว็บไซต๑จัดหางาน ถือเป็นชํองทางการสมัครงานที่ได๎รับความนิยมมาก
ที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีความสะดวก มีขั้นตอนไมํยุํงยาก อีกทั้งยังประหยัดเวลาและ
คําใช๎จํายในการเดินทางไปสมัครด๎วยตนเอง หรือการสํงจดหมายไปสมัครงาน
40. ตอบ ข้อ 2. ทักษะพื้นฐานที่จําเป็นตํอการประกอบอาชีพ ได๎แกํ
1. ทักษะกระบวนการทางาน เป็นการเรียนรู๎กระบวนการทํางานและลงมือปฏิบัติงาน
ด๎วยตนเอง จนเกิดความเชี่ยวชาญในงานนั้นๆ
2. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการจัดการปัญหาได๎อยํางมี
ประสิทธิภาพและทันทํวงที
3. ทักษะการทางานร่วมกัน เป็นการฝึกลักษณะนิสัยให๎มีความยืดหยุํน ประนีประนอม
สามารถเข๎ากับคนได๎ทุกประเภท มีความจริงใจตํอกัน เป็นต๎น
4. ทักษะการแสวงหาความรู้ เป็นการแสวงหาความรู๎เพิ่มเติมอยูํเสมอ เพื่อนํามา
พัฒนาการทํางานของตนเองให๎สําเร็จไปด๎วยดี
5. ทักษะการจัดการ เป็นความพยายามในการจัดระบบการทํางานทั้งระบบงานและ
ระบบบุคลากร เพื่อให๎การทํางานสําเร็จตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ
41. ตอบ ข้อ 3. การทําหน๎าที่ของซอฟต๑แวร๑ คือ ผู๎ใช๎สามารถใช๎ชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่สั่งการให๎เครื่อง
คอมพิวเตอร๑ทํางานตามที่ผู๎ใช๎ต๎องการ หรือเป็นตัวกลางเพื่อให๎คอมพิวเตอร๑สามารถสื่อสาร
กับฮาร๑ดแวร๑คอมพิวเตอร๑ได๎
42. ตอบ ข้อ 4. ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต๑วินโดวส๑ เป็นระบบปฏิบัติการที่ได๎รับความนิยมสูงมากใน
เครื่องไมโครคอมพิวเตอร๑ เพราะใช๎งานได๎งําย และมีซอฟต๑แวร๑ประยุกต๑ที่สามารถใช๎งาน
ได๎บนระบบปฏิบัติการหลายประเภท ซึ่งสามารถชํวยอํานวยความสะดวกในการทํางาน
ของผู๎ใช๎ทุกๆ ด๎าน
~ 35 ~
43. ตอบ ข้อ 1. โปรแกรม Microsoft Word จัดเป็นซอฟต๑แวร๑ประมวลผลคํา ซึ่งเป็นซอฟต๑แวร๑ที่ใช๎ใน
การจัดทําเอกสารทุกชนิด เชํน รายงาน จดหมายเวียน หนังสือ ใบปลิว สื่อสิ่งพิมพ๑ตํางๆ
ซึ่งปัจจุบันโปรแกรมประมวลผลคํา แบํงออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. เวิร๑ดโพรเซสเซอร๑ (Word Processor) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช๎สร๎าง เพิ่มเติม หรือแก๎ไข
ข๎อความในเอกสาร
2. เทกซ๑อิดิเตอร๑ (Text Editors) ซึ่งเป็นโปรแกรมประมวลผลคําที่มีขนาดเล็ก เหมาะ
สําหรับการพิมพ๑และแก๎ไขเอกสารแบบธรรมดา
44. ตอบ ข้อ 4. โปรแกรมอรรถประโยชน๑ (utility program/software) หรือโปรแกรมยูทิลิตี (utility) เป็น
โปรแกรมประเภทหนึ่งที่ทํางานบนระบบปฏิบัติการ สํวนมากใช๎เพื่อบํารุงรักษาและเพิ่ม
ประสิทธิภาพการทํางานของคอมพิวเตอร๑ ยูทิลิตีแบํงออกเป็น 2 ชนิดคือ โปรแกรม
ยูทิลิตีสําหรับระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมยูทิลิตีอื่นๆ
45. ตอบ ข้อ 4. ประภาควรใช๎โปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทํารูปเลํมรายงานและสร๎างแผนภูมิจาก
ข๎อมูลที่ได๎และใช๎โปรแกรม Microsoft PowerPoint ในการนําเสนอรายงานหน๎าชั้นเรียน
46. ตอบ ข้อ 1. การโอนถํายข๎อมูลหรือการแลกเปลี่ยนข๎อมูลระหวํางผู๎สํงต๎นทางกับผู๎รับปลายทาง
ทั้งข๎อมูลประเภทข๎อความ รูปภาพ เสียง หรือข๎อมูลสื่อผสม ผู๎สํงต๎นทางจะต๎องสํงข๎อมูล
ผํานอุปกรณ๑อิเล็กทรอนิกส๑หรือคอมพิวเตอร๑ ซึ่งมีหน๎าที่แปลงข๎อมูลเหลํานั้นให๎อยูํใน
รูปสัญญาณทางไฟฟ้า จากนั้นจึงสํงไปยังอุปกรณ๑หรือคอมพิวเตอร๑ปลายทางได๎ ซึ่งผู๎สํง
ต๎นทางจะทําหน๎าที่สํงข๎อมูลขําวสารออกไปยังจุดหมายปลายทางที่ต๎องการ ซึ่งอาจเป็น
บุคคลหรืออุปกรณ๑ เชํน เครื่องคอมพิวเตอร๑ โทรศัพท๑ เป็นต๎น
47. ตอบ ข้อ 3. การพูดโทรศัพท๑ เป็นการสื่อสารข๎อมูลสองทิศทางพร๎อมกัน ซึ่งสามารถสํงข๎อมูลในเวลาใด
เวลาหนึ่งได๎ทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งฝ่ายสํงและฝ่ายรับ หรืออีกอยํางหนึ่ง คือ ผู๎สํงและผู๎รับสามารถ
โต๎ตอบสวนทางกันได๎ในเวลาเดียวกัน เชํน การสํงสัญญาณโทรศัพท๑ การสนทนา Line
หรือ Facebook เป็นต๎น
48. ตอบ ข้อ 4. เครือขํายคอมพิวเตอร๑แบํงออกตามการเชื่อมโยงได๎เป็น 4 ชนิด ดังนี้
1. เครือขํายสํวนบุคคล หรือแพน (Personal Area Network : PAN) เป็นเครือขํายที่ใช๎
สํวนบุคคล ซึ่งเป็นการเชื่อมตํอแบบไร๎สายในระยะใกล๎ เชํน การเชื่อมตํอ
คอมพิวเตอร๑กับโทรศัพท๑มือถือ เป็นต๎น
2. เครือขํายเฉพาะที่ หรือแลน (Local Area Network : LAN) เป็นเครือขํายขนาดเล็ก ซึ่ง
เชื่อมโยงคอมพิวเตอร๑และอุปกรณ๑สื่อสารที่อยูํในท๎องที่บริเวณเดียวกันเข๎าด๎วยกัน
เชํน ภายในอาคารที่มีระยะทางไมํไกลนัก เป็นต๎น
3. เครือขํายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network : MAN) เป็นเครือขํายที่
เชื่อมโยงแลนที่อยูํหํางกัน เชํน ระหวํางสํานักงานที่อยูํคนละอาคาร เป็นต๎น
~ 36 ~
4. เครือขํายวงกว๎าง หรือแวน (Wide Area Network : WAN) เป็นเครือขํายคอมพิวเตอร๑
ขนาดใหญํที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร๑ในระยะหํางไกล เชํน เชื่อมโยงระหวําง
ประเทศ เป็นต๎น
49. ตอบ ข้อ 2. คอมพิวเตอร๑แมํขําย หมายถึง คอมพิวเตอร๑ที่ทําหน๎าที่เป็นผู๎ให๎บริการทรัพยากรตํางๆ
ได๎แกํ ฐานข๎อมูล หนํวยประมวลผล หนํวยความจํา หนํวยความจําสํารอง และ
โปรแกรมตํางๆ เป็นต๎น
50. ตอบ ข้อ 2. ระบบเครือขํายแบบดาว เป็นวิธีการที่นิยมใช๎เชื่อมตํอคอมพิวเตอร๑ขนาดเล็กเข๎ากับ
คอมพิวเตอร๑ขนาดใหญํ (Host Computer) ซึ่งจะใช๎เป็นเครื่องศูนย๑กลาง และตํอสายไปยัง
คอมพิวเตอร๑เทอร๑มินัลตามจุดตํางๆ
51. ตอบ ข้อ 1. ประเทศไทยเริ่มมีการเชื่อมตํออินเทอร๑เน็ตกับเครื่องมินิคอมพิวเตอร๑ในปี พ.ศ. 2530
โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร๑ และสถาบันเทคโนโลยีแหํงเอเชีย (AIT) ได๎เชื่อมตํอ
เครื่องมินิคอมพิวเตอร๑ของมหาวิทยาลัยและสถาบันไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร๑น
ประเทศออสเตรเลีย โดยมีการเชื่อมตํอผํานโทรศัพท๑ซึ่งสํงข๎อมูลได๎ช๎า และเป็น
การเชื่อมตํอแบบชั่วคราว
52. ตอบ ข้อ 2. FTP เป็นการโอนย๎ายไฟล๑ข๎อมูล จึงไมํเหมาะสําหรับใช๎สํงข๎อความ การอํานไปรษณีย๑
อิเล็กทรอนิกส๑สามารถเปิดอํานด๎วยการใช๎ Web mail หรือ POP mail ซึ่ง Bit Torrent ไมํใชํ
ทั้ง Web mail และ POP mail สํวน lnstant messaging เป็นโปรแกรมสนทนา ไมํใชํ
โปรแกรมสําหรับสั่งงานคอมพิวเตอร๑ ดังนั้น โปรแกรมที่เหมาะสมกับการใช๎งานทาง
อินเทอร๑เน็ตมากที่สุด คือ การแสดงนามสกุล html ด๎วย Web browser
53. ตอบ ข้อ 2. บล็อก (blog) หรือเว็บบล็อก (weblog) เป็นเว็บไซต๑ที่ใช๎เขียนบันทึกเรื่องราวของตนเองลง
ในเว็บไซต๑ได๎ตลอดเวลา การสร๎างเว็บบล็อกสามารถทําได๎ด๎วยตนเอง ภายในเว็บบล็อกจะ
มีระบบบริหารจัดการเว็บไซต๑พื้นฐานในการสร๎างเครื่องมือสําหรับเขียนเรื่อง โพสต๑รูป
จัดหมวดหมูํ และลูกเลํนอื่นๆ ที่ผู๎จัดทําพยายามสร๎างเพื่อดึงดูดผู๎คนให๎เข๎าไป ซึ่งผู๎ใช๎คน
อื่นๆ สามารถเข๎ามาแสดงความคิดเห็นรํวมกันได๎
~ 37 ~
54. ตอบ ข้อ 3. อินเทอร๑เน็ตมีผลกระทบทางบวกตํอสังคม ดังนี้
1. ทําให๎มีความสะดวกในการติดตํอสื่อสารในเครือขํานขนาดใหญํ คือ ทําให๎คนใน
สังคมติดตํอสื่อสารได๎ทุกสถานที่ ทุกเวลา
2. ชํวยพัฒนาประสิทธิภาพการทํางาน เชํน การประชุมทางไกลผํานเครือขําย เป็นต๎น
3. ชํวยพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทําให๎เกิดการศึกษารูปแบบใหมํที่กระตุ๎นความสนใจ
ของผู๎เรียน เชํน ระบบการเรียนทางไกลผํานอินเทอร๑เน็ต เป็นต๎น
55. ตอบ ข้อ 2. การกระทําของสายชลถือวําเป็นการกระทําผิดข๎อบังคับในการใช๎คอมพิวเตอร๑ โดยการใช๎
คอมพิวเตอร๑ทําร๎ายและสร๎างความเสื่อมเสียแกํผู๎อื่น คือ ใช๎คอมพิวเตอร๑นําเอาผลงานของ
ผู๎อื่นมาเป็นของตน
56. ตอบ ข้อ 1. การรวบรวมข๎อมูล เป็นการเสาะหาข๎อมูลหรือข๎อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมารวมกัน ซึ่ง
การรวบรวมข๎อมูลสามารถทําได๎โดยการเก็บรวบรวมข๎อมูลด๎วยตนเอง หรือจากแหลํงที่มี
ผู๎รวบรวมไว๎แล๎ว ซึ่งการเก็บรวบรวมข๎อมูลด๎วยตนเองทําได๎ 2 วิธี คือ การเก็บรวบรวม
ข๎อมูลด๎วยการสังเกต และการเก็บรวบรวมข๎อมูลด๎วยการสอบถาม ซึ่งทําได๎ ดังนี้
การสัมภาษณ๑ตามแบบสอบถามเป็นการสํวนตัว และการสํงแบบสอบถามทางไปรษณีย๑
57. ตอบ ข้อ 3. การแก๎ปัญหาด๎วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการแก๎ปัญหาอยํางมีขั้นตอน
โดยใช๎กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ๑คอมพิวเตอร๑เพื่อให๎การปฏิบัติงาน
สะดวก ถูกต๎อง และแมํนยํา ซึ่งการใช๎คอมพิวเตอร๑ในการแก๎ปัญหารํวมกับกระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถทําได๎โดยใช๎ซอฟต๑แวร๑ประยุกต๑และการเขียนโปรแกรม
58. ตอบ ข้อ 1. การประมวลผลข๎อมูล เป็นกระบวนการคิดหรือการจัดระเบียบแบบแผนของข๎อมูล เพื่อให๎
ได๎ผลลัพธ๑ตามที่ต๎องการ ซึ่งทําได๎โดยการคํานวณ การเปรียบเทียบ การเคลื่อนย๎ายข๎อมูล
การรวบรวมเป็นแฟ้มข๎อมูล การเรียงลําดับ และการวิเคราะห๑ข๎อมูลโดยใช๎ทฤษฎี
ทางคณิตศาสตร๑ วิทยาศาสตร๑ หรือวิทยาการตํางๆ ในการประมวลผล
59. ตอบ ข้อ 4. การเผยแพรํสารสนเทศ เป็นขั้นตอนสุดท๎ายที่นําสารสนเทศไปใช๎ประโยชน๑กับผู๎ใช๎ ซึ่งอยูํ
หํางไกล ปัจจุบันนิยมสํงผํานทางอินเทอร๑เน็ต เนื่องจากเป็นเครือขํายคอมพิวเตอร๑ที่
ครอบคลุมทั่วโลก เชํน การสํงผํานทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส๑ การสํงข๎อมูลผํานโปรแกรม
การสนทนา การเผยแพรํข๎อมูลผํานเว็บไซต๑ การเผยแพรํข๎อมูลผํานสังคมออนไลน๑ เป็นต๎น
60. ตอบ ข้อ 2. สัญลักษณ๑ที่ใช๎แทนการแสดงผลข๎อมูลออกทางเครื่องพิมพ๑ คือ

~ 38 ~
เฉลยแบบทดสอบมาตรฐานชั้นปี ชุดที่ 2
เฉลยอย่างละเอียด
1. ตอบ ข้อ 3. การแสวงหาความรู๎ด๎วยการฟัง ควรรับฟังผู๎อื่นด๎วยใจที่เปิดกว๎าง ไมํมีอคติ แล๎วนําข๎อมูลนั้น
มาประมวลเป็นความคิดของตนเอง รับฟังข๎อมูลที่หลากหลาย และใช๎วิจารณญาณใน
การฟัง รวมทั้งเมื่อฟังแล๎วต๎องนําข๎อมูลมาวิเคราะห๑ สังเคราะห๑ และแยกแยะเพื่อให๎ได๎
ข๎อมูลที่ถูกต๎องที่สุด ตลอดจนรับฟังจากบุคคลตํางๆ โดยไมํจํากัดวําต๎องเป็นผู๎ที่สําเร็จ
การศึกษาระดับสูงเทํานั้น เพราะบางคนที่ไมํได๎เรียนสูงมากนักแตํมีความรู๎ตํางๆ เป็นอยํางดี
2. ตอบ ข้อ 2. การติดตํอสื่อสารให๎มีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติ ดังนี้
1. พูดจาสุภาพ ไพเราะ อํอนโยน ใช๎น้ําเสียงที่นุํมนวล
2. มีความรอบคอบในการใช๎ภาษาถิ่นในการสนทนา หากไมํแนํใจควรใช๎ภาษาทางการ
เพื่อจะได๎เข๎าใจความหมายได๎ตรงกัน และพูดแตํประเด็นสําคัญ เพื่อคูํสนทนาจะได๎
เข๎าใจตรงกับสิ่งที่เราต๎องการ จะได๎ไมํเกิดความเข๎าใจผิดในการติดตํอสื่อสาร
ระหวํางกัน
3. เมื่อสนทนากับผู๎อื่นจะต๎องควบคุมอารมณ๑ของตนให๎อยูํในสภาพปกติ ไมํแสดงกิริยา
เกรี้ยวกราดตํอผู๎ที่กําลังสนทนาด๎วย
4. หากต๎องไปติดตํอหรือใช๎บริการหนํวยงานตํางๆ ควรแตํงกายให๎สุภาพเรียบร๎อย
เพื่อเป็นการให๎เกียรติบุคคลหรือหนํวยงานที่ไปใช๎บริการ
3. ตอบ ข้อ 3. การเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป ไมํใชํหลักคุณธรรมในการทํางานรํวมกับผู๎อื่น เนื่องจาก
การทํางานรํวมกับผู๎อื่นนั้น จะต๎องรู๎จักปรับตัวเองให๎เข๎ากับระเบียบ กฎเกณฑ๑ของกลุํมหรือ
สังคม ลดความเป็นตัวของตัวเองลงเพื่อไมํให๎เกิดการขัดแย๎งกับผู๎อื่นในการทํางาน
4. ตอบ ข้อ 4. กระบวนการแก๎ปัญหาในการทํางาน มี 6 ขั้นตอน ดังนี้
1. สํารวจปัญหา 2. วิเคราะห๑ปัญหา
3. สร๎างทางเลือก 4. ประเมินทางเลือก
5. วางแผนปฏิบัติ 6. ประเมินผลการแก๎ปัญหา
5. ตอบ ข้อ 1. การใช๎ทรัพยากรในการปฏิบัติงานให๎คุ๎มคําและเกิดประโยชน๑สูงสุด ไมํควรใช๎วัสดุที่
สํงผลเสียตํอสภาพแวดล๎อม ซึ่งโฟมถือเป็นวัสดุที่กํอให๎เกิดปัญหาสิ่งแวดล๎อมอยํางมาก
เพราะยํอยสลายยาก หรือหากนําไปเผาก็จะกํอให๎เกิดมลพิษทางอากาศและเป็นอันตราย
ตํอรํางกาย
6. ตอบ ข้อ 3. บริเวณห๎องเก็บของ ห๎องนอน ห๎องน้ํา หรือบริเวณอื่นๆ ที่สําคัญของบ๎าน ควรติดตั้งหลอด
ไฟฟ้าให๎แสงสวํางอยํางทั่วถึง และควรติดตั้งสวิตช๑ไฟให๎อยูํใกล๎กับประตูเข๎าออกเพื่อ
สะดวกในการเปิด-ปิดไฟเมื่อใช๎งาน
~ 39 ~
7. ตอบ ข้อ 4. หนู แมลงสาบ และยุง เป็นสัตว๑ที่เป็นพาหะนําโรคหลายชนิด เชํน ไข๎เลือดออก ไข๎รากสาด
เป็นต๎น วิธีการป้องกันหรือกําจัดสัตว๑เหลํานี้ เชํน กําจัดแหลํงน้ําขังไมํให๎เป็นแหลํง
เพาะพันธุ๑ยุง รักษาความสะอาดของบ๎านเรือน อยําให๎มีเศษอาหารเหลือตกค๎างในถังขยะ
8. ตอบ ข้อ 1. การปลูกต๎นไม๎มากๆ ภายในบริเวณบ๎าน จะชํวยให๎เกิดความรํมรื่น มีเงาไม๎บังแสงแดด
ชํวยให๎อากาศเย็นสบาย สดชื่น
9. ตอบ ข้อ 3. ในการดูแลรักษาและตกแตํงสวนในบริเวณบ๎าน หากพบวําต๎นไม๎ที่ปลูกในกระถางโตเกิน
กวําจะอยูํในกระถางได๎ ควรเปลี่ยนกระถางให๎ใหญํขึ้น หรือนําไปปลูกลงดิน เพื่อป้องกัน
มิให๎ต๎นไม๎แคระแกร็นหรือเจริญเติบโตได๎ไมํเต็มที่
10. ตอบ ข้อ 2. การจัดสวนภายในบริเวณบ๎าน มีความสําคัญ คือ ทําให๎บ๎านเกิดความสวยงาม สะอาด
เป็นระเบียบ และลดมลพิษตํางๆ โดยเฉพาะสนามหญ๎า เพราะหญ๎าสามารถกรองฝุ่นละออง
ได๎ดีที่สุด รวมทั้งยังทําให๎มีพื้นที่ที่เป็นสัดสํวน และมีมุมพักผํอนสํวนตัว ทําให๎สมาชิกใน
ครอบครัวอาศัยอยูํอยํางมีความสุข
11. ตอบ ข้อ 2. การต๎มเครื่องดื่มที่ทําจากผักผลไม๎ ไมํควรใช๎หม๎อทองเหลือง เพราะกรดในผักผลไม๎จะทํา
ปฏิกิริยากัดกรํอนหม๎อทองเหลือง ซึ่งอาจทําให๎สีและรสชาติเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้ง
อาจกํอให๎เกิดอันตรายตํอผู๎บริโภคได๎
12. ตอบ ข้อ 4. การเลือกซื้อผักผลไม๎ที่มีรอยแมลงกัดแทะเล็กน๎อย จะมีความปลอดภัย เพราะแสดงวํา
ผักผลไม๎นั้นได๎รับปริมาณสารเคมีกําจัดแมลงไมํมากนัก จึงเหมาะที่จะนํามาบริโภค
13. ตอบ ข้อ 3. น้ํามะนาว น้ํามะขาม เป็นผลไม๎ที่มีวิตามินซีสูง ชํวยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
ตํอต๎านสารกํอมะเร็ง เพิ่มภูมิคุ๎มกันให๎แกํรํางกาย เป็นต๎น
14. ตอบ ข้อ 1. น้ําเฉาก๏วย มีสรรพคุณแก๎อาการร๎อนใน แก๎อาการกระหายน้ํา แก๎ไข๎หวัด ความดันโลหิตสูง
เบาหวาน ตับอักเสบ เป็นต๎น
15. ตอบ ข้อ 4. หลักการสําคัญในการจัดและตกแตํงเครื่องดื่ม คือ นําสิ่งที่รับประทานได๎มาตกแตํง นําสิ่งที่
มีรสชาติไมํขัดกับเครื่องดื่มมาตกแตํง นําผักผลไม๎ที่มีขนาดเล็ก สวยงาม และเป็นที่นิยมมา
ใช๎ตกแตํง เชํน ส๎ม สับปะรด กีวี แตงกวา สะระแหนํ เป็นต๎น และไมํควรนําผักผลไม๎มา
ตกแตํงมากเกินไป เพราะจะทําให๎ดูรุงรัง ไมํสวยงาม
16. ตอบ ข้อ 2. การที่บุคคลสามารถปฏิบัติงานชํางในบ๎านได๎ เชํน ซํอมก๏อกน้ํา ประกอบตู๎ โต๏ะ จะชํวย
ประหยัดคําใช๎จํายได๎มาก เพราะไมํต๎องจ๎างชํางหรือผู๎เชี่ยวชาญมาทําให๎
17. ตอบ ข้อ 1. เมื่อใช๎งานอุปกรณ๑ไฟฟ้าไประยะหนึ่ง ควรถอดชิ้นสํวนตํางๆ ออกมาทําความสะอาด
เพื่อยืดอายุการใช๎งาน เชํน พัดลม แผํนกรองอากาศของเครื่องทําความเย็น ควรถอดออกมา
ล๎างทําความสะอาดสัปดาห๑ละ 1 ครั้ง เป็นต๎น
~ 40 ~
18. ตอบ ข้อ 4. ขณะซํอมแซมอุปกรณ๑ไฟฟ้า ไมํควรจับสายไฟฟ้าด๎วยมือเปลํา เพราะอาจกํอให๎เกิดอันตราย
กับรํางกายจากการถูกไฟดูดหรือไฟช็อต ดังนั้น ควรสวมถุงมือยาง ซึ่งเป็นฉนวนไฟฟ้า
เพื่อป้องกันอันตรายดังกลําว
19. ตอบ ข้อ 4. ขณะใช๎เครื่องมือหรืออุปกรณ๑ตํางๆ ซํอมแซมสิ่งของในบ๎าน ผู๎ใช๎ควรแตํงกายให๎รัดกุม
ไมํใสํเครื่องประดับที่อาจกํอให๎เกิดอันตรายในการทํางาน ทั้งนี้ เพื่อให๎เกิดความปลอดภัย
ในชีวิตและทรัพย๑สินของผู๎ใช๎เครื่องมือนั้นๆ
20. ตอบ ข้อ 3. การปฏิบัติตามหลัก 5 ส เป็นวิธีการหนึ่งที่ชํวยจัดระบบการทํางานชํางให๎มีความเป็น
ระเบียบเรียบร๎อย และสร๎างความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานชํางได๎เป็นอยํางดี ซึ่ง
ประกอบด๎วย 1. สะสาง 2. สะดวก 3. สะอาด 4. สุขลักษณะ และ 5. สร๎างนิสัย ดังนั้น
ตัวเลือกข๎อที่ 3. จึงเป็นคําตอบที่ถูกต๎องที่สุด เพราะตรงกับ 5 ส ข๎อที่ 3. สะอาด
21. ตอบ ข้อ 3. วัสดุ อุปกรณ๑ที่ใช๎ในการประดิษฐ๑แจกันขวดพลาสติก ได๎แกํ ขวดน้ําพลาสติก หัวแร๎ง
กระดาษ A4 ดินสอ สีเมจิก ลวดเย็บกระดาษ และกรรไกร ดังนั้น คําตอบที่ถูกต๎องจึงตรงกับ
ตัวเลือกข๎อที่ 3.
22. ตอบ ข้อ 4. ขั้นตอนการประดิษฐ๑แจกันขวดพลาสติก มีดังนี้
1. นําขวดพลาสติกที่ทําความสะอาดแล๎วมาตัดหัวขวดออกด๎วยหัวแร้ง
2. นํากระดาษ A4 มา 1 แผํน แล๎วใช๎ดินสอ และสีเมจิกออกแบบตกแตํงลวดลายให๎
สวยงาม
3. นําแบบที่ตกแตํงเสร็จแล๎วใสํด๎านในขวด แล๎วใช๎ลวดเย็บกระดาษเย็บให๎ติดกัน
กํอนนําหัวแร๎งมาตัดขวดตามลวดลายบนแบบที่ติดไว๎
4. เสร็จแล๎วให๎แกะแบบกระดาษและเศษพลาสติกออกจากขวด กํอนจะใช๎กรรไกร
ตกแตํงให๎สวยงาม
ดังนั้น ลําดับการใช๎วัสดุและอุปกรณ๑ที่ถูกต๎อง จึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 4.
23. ตอบ ข้อ 1. หลักในการประดิษฐ๑ตะกร๎าสานจากใบเตย ซึ่งเป็นวัสดุท๎องถิ่นที่มีความอํอนตัวสูง ทําให๎มี
ความทนทานในการใช๎งานน๎อย ดังนั้น หากต๎องการทําให๎ตะกร๎าสานจากใบเตยมีความ
ทนทานและสามารถใช๎งานได๎นานขึ้น ผู๎ประดิษฐ๑ควรทาเชลแล็กหรือแล็กเกอร๑เคลือบผิว
ไว๎ทั้งด๎านนอกและด๎านในตะกร๎า เพื่อทําให๎พื้นผิวของตะกร๎ามีความคงทนมากขึ้น
24. ตอบ ข้อ 2. การสํารวจความต๎องการและความนิยมของผู๎ซื้อ รวมทั้งสํารวจราคาของงานประดิษฐ๑นั้นๆ
ถือวํามีความสําคัญอยํางยิ่งตํอการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนในการประดิษฐ๑ของใช๎เพื่อ
จําหนําย เพราะการสํารวจความต๎องการของผู๎ซื้อและราคาของงานประดิษฐ๑นั้นๆ จะทําให๎
ทราบข๎อมูลวํา ควรผลิตออกมาจํานวนเทําไร และตั้งราคาขายเทําไร ทั้งนี้ เพื่อมิให๎ขาดทุน
และได๎รับกําไรสูงสุดภายใต๎ขอบเขตของราคาขายในท๎องตลาด
~ 41 ~
25. ตอบ ข้อ 3. โคมไฟอํานหนังสือจากกะลามะพร๎าว ถือเป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่เหมาะแกํการนํามามอบเป็น
ของขวัญให๎แกํเพื่อนมากที่สุด เพราะเป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่เกิดจากการนําวัสดุธรรมชาติที่มีใน
ท๎องถิ่นมาสร๎างสรรค๑ให๎เกิดประโยชน๑ ดูมีความแปลกใหมํไมํซ้ําของเดิม อีกทั้งยังสามารถ
นําไปใช๎งานได๎หลากหลาย เชํน ใช๎ตกแตํงห๎องนอน ใช๎เปิดอํานหนังสือ เป็นต๎น
สํวนไม๎กวาด กระถางต๎นไม๎ สีย๎อมผ๎าและเชื้อเพลิง ไมํเหมาะตํอการนํามาใช๎เป็นของขวัญ
26. ตอบ ข้อ 4. เปลือกหอย สามารถนํามาประดิษฐ๑เป็นของใช๎และของตกแตํงได๎หลากหลาย เชํน ตุ๏กตา
โมบายแขวน กรอบรูป เป็นต๎น ถือเป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล๎อม เพราะ
เป็นวัสดุธรรมชาติ ไมํใช๎พลังงานเชื้อเพลิงในการประดิษฐ๑ เป็นการนําวัสดุเหลือใช๎มา
สร๎างประโยชน๑ แสดงให๎เห็นถึงการใช๎ทรัพยากรอยํางคุ๎มคํา และชํวยลดปริมาณขยะ
27. ตอบ ข้อ 1. เป็ดไขํ เป็นสัตว๑เลี้ยงที่มีวัตถุประสงค๑ในการเลี้ยงเพื่อนําไขํเป็ดไปบริโภคและจําหนําย
การเลี้ยงเป็ดไขํจึงจําเป็นต๎องสร๎างเป็นโรงเรือนขนาดใหญํ ซึ่งต๎องใช๎พื้นที่ในการสร๎าง
คํอนข๎างกว๎าง และไมํควรเป็นที่ชุมชน เพราะจะทําให๎คนในชุมชนได๎รับผลกระทบจาก
เสียงและกลิ่นของเสียจากการเลี้ยงเป็ดไขํ สถานที่ที่เหมาะสมตํอการเลี้ยงเป็ดไขํ จึงควรเป็น
บริเวณทุํงนาหรือที่ราบกว๎างและหํางจากแหลํงชุมชนพอสมควร
28. ตอบ ข้อ 2. ไขํเป็ดและเนื้อของเป็ดไขํ ถือเป็นอาหารที่มีคุณคําทางโภชนาการ เพราะอุดมไปด๎วย
โปรตีนที่ชํวยเสริมสร๎างรํางกายให๎แข็งแรง ดังนั้น การเลี้ยงเป็ดไขํจึงสํงผลดีตํอผู๎เลี้ยงและ
ครอบครัว คือ สามารถนํามาบริโภคในครัวเรือนและเป็นการประกอบอาชีพสร๎างรายได๎
ให๎แกํครอบครัว
29. ตอบ ข้อ 1. โรคบิด มักพบมากในลูกไกํอายุต่ํากวํา 2 เดือน โดยมีลักษณะของอาการ คือ ถํายเป็นมูก
และมีเลือดปนออกมา ไมํกินอาหาร หนาวสั่น ปีกตก เป็นต๎น ซึ่งสามารถดูแลรักษาได๎ด๎วย
การใช๎ยาซัลฟาหรือยาซัลเมท ละลายน้ําให๎ไกํกินตามคําแนะนําของสัตวแพทย๑
30. ตอบ ข้อ 3. การให๎อาหารปลาสวยงามมากกวําความต๎องการของปลา สํงผลให๎เกิดโรคระบาดใน
การเลี้ยงปลาสวยงามได๎ เพราะเศษอาหารที่เหลือจะไปตกค๎างอยูํในระบบกรองน้ําและเกิด
การบูดเนํา สํงผลให๎น้ําเนําเสีย ซึ่งเป็นตัวการสําคัญที่ทําให๎เกิดโรคระบาดได๎งําย
31. ตอบ ข้อ 3. ในการเลี้ยงสัตว๑ทุกประเภท ทั้งที่มีวัตถุประสงค๑ในการเลี้ยงเพื่อความสวยงาม
ความเพลิดเพลิน หรือเพื่อไว๎บริโภค สิ่งสําคัญที่ผู๎เลี้ยงควรคํานึงถึงมากที่สุด คือ การให๎
ความรัก ความอบอุํน และการดูแลเอาใจใสํสัตว๑เลี้ยงอยํางเต็มที่เสมือนสัตว๑เลี้ยงนั้นๆ
เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อให๎สัตว๑เลี้ยงรู๎สึกมีความสุข อบอุํน และ
ปลอดภัย ซึ่งจะทําให๎สัตว๑เลี้ยงให๎ความรักและความซื่อสัตย๑ตํอผู๎เลี้ยงตอบแทนกลับมา
32. ตอบ ข้อ 4. การบําบัดน้ําเสีย หมายถึง การกําจัดหรือทําลายสิ่งปนเปื้อนในน้ําเสียให๎หมดไป หรือทํา
ให๎เหลือน๎อยที่สุด เพื่อให๎คุณภาพน้ําได๎มาตรฐาน ไมํกํอให๎เกิดมลพิษตํอสิ่งแวดล๎อม และ
ชํวยรักษาระบบนิเวศ ดังนั้น ตัวเลือก ข๎อที่ 4. จึงถูกต๎องมากที่สุด
~ 42 ~
33. ตอบ ข้อ 2. กระบวนการเทคโนโลยี หมายถึง การใช๎กระบวนการบริหารจัดการมาสร๎างหรือผลิต
ชิ้นงาน และซํอมแซมปรับปรุงแก๎ไขชิ้นงานให๎มีสภาพใช๎งานได๎อยํางดี ซึ่งมี
7 องค๑ประกอบตามลําดับขั้นตอน ดังนี้
1. การกําหนดปัญหาหรือความต๎องการ
2. การรวบรวมข๎อมูล
3. การเลือกวิธีการแก๎ปัญหา
4. การออกแบบและปฏิบัติการ
5. การทดสอบ
6. การปรับปรุงแก๎ไข
7. การประเมินผล
ดังนั้น หลังจากออกแบบและปฏิบัติการแก๎ปัญหาแล๎ว การดําเนินงานในขั้นตํอไป คือ
ทดสอบผลงาน ปรับปรุงแก๎ไข และประเมินผลตามลําดับ
34. ตอบ ข้อ 3. ขั้นตอนในการเขียนแบบเบื้องต๎นที่ถูกต๎อง คือ
1. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการเขียนแบบ เชํน กระดาษปอนด๑ ดินสอเขียนแบบ ไม๎ที
ไม๎ฉาก วงเวียน เป็นต๎น
2. ติดกระดาษบนโต๊ะเขียนแบบ โดยนํากระดาษเขียนแบบวางลงบนโต๏ะเขียนแบบ
จัดกระดาษให๎ชิดทางด๎านซ๎ายมือ ปรับกระดาษให๎ได๎ระดับแล๎วใช๎เทปกาวติดมุม
กระดาษทั้งสี่มุม
3. ตีกรอบลงบนกระดาษเขียนแบบ โดยใช๎ไม๎ทีลากเส๎นแนวนอนทั้งด๎านบนและ
ด๎านลําง แล๎วใช๎ไม๎ฉาก ลากเส๎นแนวดิ่งด๎านซ๎ายและขวา
4. ลงมือเขียนแบบ โดยใช๎เครื่องมือให๎ถูกต๎องตามหลักการเขียนแบบ
35. ตอบ ข้อ 1. ลักษณะของความคิดที่เรียกวํา “ความคิดสร๎างสรรค๑” ประกอบด๎วย
1. ความคิดริเริ่ม คือ ความคิดที่แปลกใหมํ ไมํซ้ําของเดิม
2. ความคล่องในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือแก๎ปัญหาได๎อยํางคลํองแคลํว
รวดเร็วในเวลาจํากัด
3. ความยืดหยุ่นในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือวิธีแก๎ปัญหาได๎หลายอยํางและ
หลายวิธี
4. ความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยายความคิด
หลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น
ดังนั้น การออกแบบลายเสื้อที่แปลกใหมํไมํซ้ําใคร จึงสะท๎อนให๎เห็นความคิดริเริ่ม
สร๎างสรรค๑ของผู๎ออกแบบ
~ 43 ~
36. ตอบ ข้อ 4. ความคิดรอบคอบ คือ การคิดที่ครอบคลุมถึงสิ่งที่เกี่ยวข๎องกับเรื่องที่คิดในทุกด๎าน ทุกแงํ
ทุกมุม สํวนความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยาย
ความคิดหลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น ดังนั้น การคิดเลือกใช๎ไม๎เนื้อแข็งมาสร๎างชั้นวาง
ของในห๎องครัวแทนโลหะ เพราะเห็นวําไม๎เนื้อแข็งสะดวกตํอการตัดแตํงและการประกอบ
กวําโลหะ อีกทั้งยังมีอายุการใช๎งานนานกวําเพราะไมํขึ้นสนิม จึงแสดงให๎เห็นวําผู๎คิดมี
ความรอบคอบและความละเอียดลออในการคิด
37. ตอบ ข้อ 2. การเลือกใช๎เทคโนโลยีอยํางสร๎างสรรค๑ คือ การใช๎เทคโนโลยีเพื่อสร๎างความสุข ความพึง
พอใจให๎กับตนเอง สังคม สิ่งแวดล๎อม ตามความจําเป็นหรือความเหมาะสมกับอัตภาพใน
การดํารงชีวิตประจําวัน นอกจากนั้น ยังต๎องเป็นเทคโนโลยีที่ไมํสํงผลกระทบตํอ
สิ่งแวดล๎อม สังคม วัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจ เป็นต๎น ทั้งนี้ เพื่อสํงเสริมการอยูํรํวมกัน
ระหวํางมนุษย๑กับสิ่งแวดล๎อมอยํางยั่งยืน
38. ตอบ ข้อ 4. การเข๎ารํวมกิจกรรมเสริมสร๎างประสบการณ๑อาชีพมีความสําคัญตํอนักเรียนอยํางยิ่ง เพราะ
เป็นการเปิดโอกาสให๎นักเรียนได๎รู๎จักและเรียนรู๎เกี่ยวกับงานอาชีพตํางๆ ที่ตนเองสนใจ
พร๎อมกับได๎พัฒนาทักษะที่จําเป็นตํอการประกอบอาชีพ เชํน ทักษะกระบวนการทํางาน
ทักษะกระบวนการแก๎ปัญหา ทักษะการทํางานรํวมกัน เป็นต๎น
39. ตอบ ข้อ 1. เอกสารสําคัญที่ต๎องเตรียมไปและจะขาดไมํได๎ เมื่อไปสมัครงาน คือ สําเนาบัตรประชาชน
สําเนาทะเบียนบ๎าน ใบรับรองผลการศึกษา และรูปถําย เพราะเป็นเอกสารสําคัญที่ใช๎ยืนยัน
ตัวบุคคลได๎เป็นอยํางดี
40. ตอบ ข้อ 3. ในการทํางานทุกประเภท ผู๎ทํางานจะต๎องแสวงหาความรู๎เพิ่มเติมอยูํเสมอ เพื่อจะได๎นํามา
พัฒนาการทํางานของตนเองให๎สําเร็จไปได๎ด๎วยดีอยํางมีคุณภาพ และเพื่อให๎สามารถ
แขํงขันกับผู๎อื่นได๎อยํางมีประสิทธิภาพในโลกยุคโลกาภิวัตน๑
41. ตอบ ข้อ 4. ซอฟต๑แวร๑ประยุกต๑พัฒนาขึ้นเพื่อชํวยให๎คอมพิวเตอร๑สามารถทํางานได๎ตรงตาม
ความต๎องการของผู๎ใช๎ ซึ่งปัจจุบันมีอยูํหลายชนิด เชํน ซอฟต๑แวร๑ประมวลคํา ซอฟต๑แวร๑
ตารางทํางาน เป็นต๎น
42. ตอบ ข้อ 1. ระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Symbian OS) ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกับเทคโนโลยี
การสื่อสารแบบไร๎สาย (Wireless) โดยเฉพาะโทรศัพท๑มือถือแบบสมาร๑ตโฟน นอกจากนี้
ยังสนับสนุนการทํางานหลายๆ งานในเวลาเดียวกัน เชํน การบันทึกการนัดหมาย
เข๎าเว็บไซต๑ รับสํงอีเมล รวมถึงรับสํงแฟกซ๑ได๎ในเวลาเดียวกัน
~ 44 ~
43. ตอบ ข้อ 1. โปรแกรม Microsoft Excel จัดเป็นซอฟต๑แวร๑ตารางทํางาน ซึ่งเป็นซอฟต๑แวร๑ที่ชํวยใน
การคํานวณ วิเคราะห๑ตัวเลข เพื่อใช๎งานในด๎านการเงิน บัญชี สถิติ คณิตศาสตร๑ หรือ
วิทยาศาสตร๑ การทํางานของซอฟต๑แวร๑ตารางทํางานประกอบด๎วยตารางขนาดใหญํสําหรับ
ตัวเลข ข๎อความ สูตรการคํานวณ ซึ่งมีเครื่องคํานวณเตรียมไว๎สําเร็จ สามารถสั่งให๎คํานวณ
ตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กําหนดได๎
44. ตอบ ข้อ 4. โปรแกรมอรรถประโยชน๑ หรือเรียกวํา ยูทิลิตี (utility) แบํงออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
1. ประเภทการอรรถประโยชน๑ไฟล๑ (File manager)
2. ประเภทการยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม (Uninstaller)
3. ประเภทการอรรถประโยชน๑สแกนดิสก๑ (Disk Scanner)
4. ประเภทการจัดเรียงพื้นที่เก็บข๎อมูลของฮาร๑ดดิสก๑ (Disk Defragmenter)
5. ประเภทรักษาหน๎าจอ (Screen Saver)
โปรแกรม WinZip จัดเป็นโปรแกรมอรรถประโยชน๑ประเภทการอรรถประโยชน๑ไฟล๑ และ
โปรแกรม Disk Defragmenter จัดเป็นโปรแกรมอรรถประโยชน๑ ประเภทการจัดเรียงพื้นที่
เก็บข๎อมูลของฮาร๑ดดิสก๑
45. ตอบ ข้อ 4. การสร๎างและออกแบบพัฒนาเว็บไซต๑ เป็นการจัดการงานทางด๎านกราฟิก และมัลติมีเดีย
และการออกแบบชิ้นงานเกี่ยวกับการตกแตํงภาพ วาดภาพ ปรับแตํงเสียง
ตัดตํอภาพเคลื่อนไหว ซึ่งซอฟต๑แวร๑ที่เหมาะสมกับงานด๎านนี้ เชํน Adobe lnDesign,
Adobe lllustrator, Adobe Photoshop, Macromedia, Dreamweaver เป็นต๎น
46. ตอบ ข้อ 1. การสื่อสารข๎อมูลทิศทางเดียว เป็นการติดตํอสื่อสารเพียงทิศทางเดียว คือ ผู๎สํงจะสํงข๎อมูล
เพียงฝั่งเดียวโดยฝั่งผู๎รับไมํมีการตอบกลับ เชํน การกระจายเสียงของสถานีวิทยุ
47. ตอบ ข้อ 2. เครือขํายเฉพาะที่ หรือ LAN เป็นเครือขํายขนาดเล็กซึ่งเชื่อมโยงคอมพิวเตอร๑และอุปกรณ๑
สื่อสารที่อยูํในท๎องที่บริเวณเดียวกันเข๎าด๎วยกัน เชํน ภายในอาคาร หรือภายในองค๑กรที่มี
ระยะทางไมํไกลมากนัก เป็นต๎น
48. ตอบ ข้อ 4. ประโยชน๑ของการสื่อสารข๎อมูลผํานเครือขํายคอมพิวเตอร๑มีหลายประการ ดังนี้
1. มีความสะดวกในการจัดเก็บข๎อมูล
2. มีความถูกต๎องของข๎อมูล
3. มีความรวดเร็วในการทํางาน
4. ประหยัดต๎นทุนในการสื่อสารข๎อมูล
5. สามารถเก็บข๎อมูลเป็นศูนย๑กลาง
6. สามารถใช๎ทรัพยากรของระบบรํวมกันได๎
7. มีการทํางานแบบกลุํม
~ 45 ~
49. ตอบ ข้อ 1. สายโคแอกซ๑ ประกอบด๎วยลวดทองแดงที่เป็นแกนหุ๎มด๎วยฉนวนชั้นหนึ่ง ป้องกัน
กระแสไฟฟ้ารั่ว จากนั้นจะหุ๎มด๎วยตัวนําซึ่งทําจากลวดทองแดงถักเป็นเปีย เพื่อป้องกัน
การรบกวนของคลื่นแมํเหล็กไฟฟ้าและสัญญาณรบกวนอื่นๆ กํอนจะหุ๎มชั้นนอกสุดด๎วย
ฉนวนพลาสติก สัญญาณไฟฟ้าสามารถผํานได๎สูงมาก นิยมใช๎เป็นชํองสื่อสารเชื่อมโยง
ผํานใต๎ทะเล และใต๎ดิน เป็นต๎น
50. ตอบ ข้อ 1. โมเด็มเป็นอุปกรณ๑ที่ทําหน๎าที่แปลงสัญญาณกลับไปกลับมาระหวํางสัญญาณแอนะล็อกกับ
สัญญาณดิจิทัล ซึ่งจะใช๎เมื่อมีการติดตํอระหวํางคอมพิวเตอร๑กับอุปกรณ๑รอบข๎างที่อยูํใน
ระยะไกล เชํน เครื่องพิมพ๑และคอมพิวเตอร๑ เป็นต๎น
51. ตอบ ข้อ 2. โดเมนเนมที่ลงท๎ายด๎วย .ac.th ซึ่งยํอมาจาก Academic Thailand เป็นโดเมนเนมสําหรับ
สถานศึกษาในประเทศไทย เชํน www.tsn.ac.th/ www.chula.ac.th/‎เป็นต๎น
52. ตอบ ข้อ 4. Facebook เป็นการแลกเปลี่ยนขําวสารหรือแสดงความคิดเห็นในรูปแบบการสนทนา
ระหวํางผู๎ใช๎โดยตรง ซึ่งการสนทนาระหวํางผู๎ใช๎โดยตรงเป็นการสนทนาที่มีเซิร๑ฟเวอร๑บอก
ตําแหนํงของโปรแกรมสนทนาของคูํสนทนา ทําให๎ผู๎ใช๎สามารถสนทนากับผู๎อื่นได๎
โดยตรง และสามารถสํงลูกเลํนตํางๆ ให๎ผู๎อื่นได๎
53. ตอบ ข้อ 4. การกระทําของอรอุมาถือเป็นการกระทําผิดมารยาท ระเบียบ และข๎อบังคับในการใช๎
อินเทอร๑เน็ต ซึ่งเป็นการใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎าย และละเมิดสิทธิผู๎อื่น
54. ตอบ ข้อ 1. ผลกระทบของอินเทอร๑เน็ตที่มีตํอสังคมประการหนึ่ง คือ ทําให๎เกิดชํองวํางระหวํางคน
ในสังคม เชํน ครอบครัวที่สมาชิกใช๎เวลาสํวนใหญํในการเลํนอินเทอร๑เน็ตก็จะทําให๎
สมาชิกครอบครัวพูดคุยกันน๎อยลงไมํพบปะ หรือทํากิจกรรมรํวมกัน ความอบอุํนใน
ครอบครัวก็ลดลง
55. ตอบ ข้อ 3. มารยาท ระเบียบ และข๎อบังคับในการใช๎อินเทอร๑เน็ต มีดังนี้
1. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎าย หรือละเมิดผู๎อื่น
2. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑รบกวนการทํางานของผู๎อื่น
3. ต๎องไมํสอดแนม แก๎ไข หรือเปิดดูแฟ้มข๎อมูลของผู๎อื่นกํอนได๎รับอนุญาต
4. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑เพื่อการโจรกรรมข๎อมูลขําวสาร
5. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑สร๎างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑คัดลอกหรือใช๎โปรแกรมของผู๎อื่นที่มีลิขสิทธิ์โดยไมํได๎รับ
อนุญาต
7. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑ละเมิดการใช๎ทรัพยากรคอมพิวเตอร๑โดยที่ตนเองไมํมีสิทธิ์
8. ต๎องไมํนําเอาผลงานของผู๎อื่นมาเป็นของตน
9. ต๎องคํานึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทําของตน
10.ต๎องใช๎คอมพิวเตอร๑โดยเคารพกฎ ระเบียบ กติกา และมีมารยาท เป็นต๎น
~ 46 ~
56. ตอบ ข้อ 3. การรวบรวมข๎อมูล หมายถึง วิธีการดําเนินการตํางๆ เพื่อทําให๎ได๎มาซึ่งข๎อมูล ซึ่ง
การรวบรวมข๎อมูลนั้นควรจะพิจารณาเลือกใช๎วิธีการที่มีคําใช๎จํายน๎อยที่สุด และหากยังได๎
ข๎อมูลที่ต๎องการไมํเพียงพอก็ต๎องใช๎วิธีการรวบรวมข๎อมูลแบบอื่นตํอไป เชํน การรวบรวม
ข๎อมูลด๎วยการสังเกต และการเก็บข๎อมูลด๎วยการสอบถาม เป็นต๎น
57. ตอบ ข้อ 2. การตรวจสอบข๎อมูล เป็นการตรวจสอบความถูกต๎องของข๎อมูล ไมํให๎มีข๎อผิดพลาด และ
หากพบข๎อผิดพลาดจะต๎องตรวจสอบหรือแก๎ไขข๎อมูลดังกลําวให๎ถูกต๎อง ข๎อมูลที่จะจัดเก็บ
ต๎องถูกต๎องและเชื่อถือได๎ เพราะหากข๎อมูลที่ใช๎ไมํมีความนําเชื่อถือ ระบบสารสนเทศหรือ
การสื่อความที่อ๎างอิงจากข๎อมูลนั้นก็จะไมํเชื่อถือตามไปด๎วย
58. ตอบ ข้อ 3. การเผยแพรํสารสนเทศ เป็นขั้นตอนสุดท๎ายที่นําสารสนเทศไปใช๎ประโยชน๑กับผู๎อื่น ซึ่งอยูํ
หํางไกลได๎อยํางทันทํวงที ซึ่งปัจจุบันสํงผํานทางอินเทอร๑เน็ต เนื่องจากเป็นเครือขําย
คอมพิวเตอร๑ที่ครอบคลุมทั่วโลก เชํน การสํงผํานทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส๑ การสํงข๎อมูล
ผํานโปรแกรมการสนทนา การเผยแพรํข๎อมูลผํานอินเทอร๑เน็ต เป็นต๎น
59. ตอบ ข้อ 1. การวิเคราะห๑และกําหนดรายละเอียดของปัญหามีลําดับของการวิเคราะห๑ ดังนี้
1. การระบุผลลัพธ๑ ได๎แกํ การระบุสิ่งที่โจทย๑ต๎องการ รวมถึงการกําหนดตัวแปรที่เป็น
ผลลัพธ๑
2. การระบุข๎อมูลเข๎า ได๎แกํ การระบุข๎อมูลที่ต๎องป้อนเข๎ามา เพื่อทําการประมวลผลให๎
ได๎ผลลัพธ๑ที่ต๎องการ รวมถึงการกําหนดตัวแปรที่เป็นข๎อมูลนําเข๎าด๎วย
3. การกําหนดวิธีประมวลผล ได๎แกํ การพิจารณาขั้นตอนวิธีการที่จะได๎มาซึ่งคําตอบ
หรือข๎อมูลออก
60. ตอบ ข้อ 1. เป็นสัญลักษณ๑แสดงจุดเริ่มต๎นและจุดสิ้นสุดของผังงาน


แบบทดสอบ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.2

  • 1.
    ~ 1 ~ ตารางวิเคราะห์แบบทดสอบมาตรฐานชั้นปี วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ชุดที่ 1 ข้อ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26 
  • 2.
    ~ 2 ~ ข้อ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ง1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54 
  • 3.
    ~ 3 ~ ข้อ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ง1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 55  56  57  58  59  60  
  • 4.
    ~ 4 ~ ให้วง⃝ ล้อมรอบตัวเลขหน้าคาตอบที่ถูกต้อง 1. ข้อใดเป็นหลักการทางานด้วยความยุติธรรม 1. ไมํทําให๎ผู๎อื่นเดือดร๎อน 2. ปราศจากอคติสํวนตัว 3. ตัดสินด๎วยเสียงข๎างมาก 4. ทํางานด๎วยความจริงใจ 2. ข้อใด ไม่ใช่ ความสาคัญของการติดต่อสื่อสาร 1. ชํวยสร๎างสัมพันธภาพที่ดีให๎เกิดขึ้น 2. เป็นการแจ๎งข๎อมูลขําวสารตํางๆ ให๎ได๎รับทราบ 3. สามารถใช๎ตรวจสอบความก๎าวหน๎าในการทํางานได๎ 4. ทําให๎ทราบถึงความสามารถในด๎านตํางๆ ของคูํสนทนา 3. เมื่อนักเรียนลงมือแก้ปัญหาในการทางานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการประเมินผลการแก้ปัญหานั้น ซึ่งส่งผลดีอย่างไร 1. ชํวยให๎รู๎ถึงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น 2. ชํวยให๎พบเจอวิธีการแก๎ปัญหาที่ดีที่สุด 3. ชํวยให๎ทราบวําต๎องเริ่มทําจากขั้นตอนใดกํอน 4. ชํวยให๎เข๎าใจสถานการณ๑หรือปัญหาที่เกิดขึ้น 4. การเลือกวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการปฏิบัติงาน ส่งผลดีอย่างไรมากที่สุด 1. ชํวยลดต๎นทุนคําใช๎จําย 2. ชํวยให๎การปฏิบัติงานสะดวกขึ้น 3. ชํวยลดผลกระทบทางด๎านสิ่งแวดล๎อม 4. ชํวยเพิ่มความแปลกใหมํให๎แกํผลงาน 5. บุคคลในข้อใดใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานได้คุ้มค่ามากที่สุด 1. เดํน ตัดต๎นไม๎รอบบ๎านเพื่อให๎บ๎านดูสวําง 2. ดาว ใช๎หลอดไฟแบบตะเกียบแทนหลอดไส๎ 3. เดือน นํากระดาษที่ใช๎หน๎าเดียวไปชั่งกิโลขาย 4. แดง นําเสื้อผ๎าที่ใสํจนเบื่อแล๎วไปทิ้งถังขยะ 4 60 1การงานอาชีพฯ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 1
  • 5.
    ~ 5 ~ 6.บุคคลในข้อใดจัดและตกแต่งห้องต่างๆ ในบ้านได้อย่างถูกต้อง 1. จิ๊บ นําชั้นหนังสือเข๎าไปวางไว๎ในห๎องนอน 2. แจ๐ว สร๎างห๎องครัวปิดทึบไมํให๎แสงแดดสํองถึง 3. จิ๋ว นําแจกันดอกไม๎เล็กๆ ไปวางไว๎ในห๎องรับแขก 4. จุ๐ม ขัดล๎างห๎องน้ําด๎วยผงซักฟอกเดือนละ 1 ครั้ง 7. ข้อใดเป็นข้อดีของเครื่องเรือนแบบ built-in 1. เคลื่อนย๎ายสะดวก 2. ใช๎ต๎นทุนการผลิตต่ํา 3. ซํอมแซมบํารุงรักษางําย 4. มีความแข็งแรงทนทาน 8. หากบ้านของนักเรียนมีพื้นที่ใช้สอยจากัด ควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง ไม่แคบ 1. ทาสีฝาผนังและเพดานด๎วยสีฟ้า 2. จัดวางเครื่องเรือนให๎กระจายรอบบ๎าน 3. ใช๎เครื่องเรือนที่มีขนาดใหญํและมีสีดําหรือเทา 4. ทําพื้นผิวของผนังห๎องให๎เป็นลวดลายที่สวยงาม 9. เพราะเหตุใดการจัดและตกแต่งสวนในบริเวณบ้าน จึงควรปลูกพืชคลุมดินด้วย 1. เพื่อให๎อากาศรอบบ๎านเย็นสบาย 2. เพื่อป้องกันไมํให๎ดินในสวนยุบตัว 3. เพื่อรักษาความชุํมชื้นของหน๎าดิน 4. เพื่อให๎เป็นอาหารของไม๎ยืนต๎นที่ปลูก 10. การจัดและตกแต่งบ้านในลักษณะใดช่วยประหยัดการใช้พลังงานมากที่สุด 1. เลือกใช๎สีโทนอํอนทาฝาผนังบ๎าน 2. ปลูกต๎นไม๎ใหญํรอบๆ บริเวณบ๎าน 3. ใช๎เครื่องเรือนที่ทําจากวัสดุธรรมชาติ 4. จัดวางสิ่งของในบ๎านให๎เป็นระเบียบ 11. เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่อัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป ใช้ผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บางชนิด หรือปรุงผสมกับเครื่องดื่มประเภทอื่นเพื่อให้มีรสซาบซ่า หมายถึงเครื่องดื่มประเภทใด 1. โซดา 2. พั้นซ๑ 3. น้ําแรํ 4. น้ําอัดลม 12. น้าประเภทใดเหมาะสมสาหรับการนามาใช้ผสมในเครื่องดื่ม 1. น้ําฝน 2. น้ําบาดาล 3. น้ําประปา 4. น้ํากรองต๎มสุก 13. ในช่วงสอบ นักเรียนต้องใช้สายตาอย่างหนักเพื่ออ่านหนังสือ จึงควรเลือกบริโภคเครื่องดื่มประเภทใด เพื่อบารุงสายตา 1. น้ําฝรั่ง 2. น้ํามะนาว 3. น้ําแครอต 4. น้ํามะพร๎าว
  • 6.
    ~ 6 ~ 14.หากมีอาการไอและมีเสมหะ ควรดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรประเภทใดเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว 1. น้ําทับทิม 2. น้ํามะขาม 3. น้ําชาเขียว 4. น้ําลูกตาล 15. การจัดและตกแต่งเครื่องดื่มมีผลดีและมีความสาคัญอย่างไร 1. ชํวยให๎ผู๎บริโภคประทับใจ 2. ชํวยรักษาโรคตํางๆ ได๎ดีขึ้น 3. ชํวยให๎เครื่องดื่มมีรสชาติดีขึ้น 4. ชํวยให๎เครื่องดื่มนํารับประทานขึ้น 16. ข้อใดกล่าวถึงผลดีของการมีความสามารถในการปฏิบัติงานช่างในบ้านได้ถูกต้องที่สุด 1. ประหยัดการใช๎ทรัพยากร 2. เกิดความภาคภูมิใจในผลงาน 3. สิ่งของมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น 4. สิ่งของอยูํในสภาพสมบูรณ๑ตลอดเวลา 17. หากพบว่าประตูไม้ห้องนอนตก ทาให้ปิดได้ไม่สนิท ควรดาเนินการซ่อมแซมอย่างไร 1. นําน้ํามันก๏าดมาหยอดที่บานพับ 2. ถากหรือไสสํวนที่ปิดไมํสนิทออก 3. ติดบานพับเพิ่มขึ้น 2-3 บานพับ 4. เปลี่ยนลูกบิดประตูใหมํให๎เล็กกวําเดิม 18. วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องนามาใช้เป็นอันดับแรกในการซ่อมแซมอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าคืออะไร 1. คีมปอกสายไฟ 2. ไขควงปากแบน 3. คีมจับปากแบน 4. ไขควงลองไฟฟ้า 19. การเคลือบผิวชิ้นงานด้วยแล็กเกอร์มีประโยชน์อย่างไร 1. ทําให๎สวยงามและคงทน 2. ทําให๎ใช๎งานได๎สะดวกยิ่งขึ้น 3. ทําให๎มีกลิ่นหอมและดูนําใช๎งาน 4. ทําให๎เกิดความปลอดภัยขณะใช๎งาน 20. ข้อใดเป็นหลักการใช้เครื่องมือช่างที่ ไม่ ถูกต้อง 1. เรียนรู๎วิธีการใช๎เครื่องมืออยํางถูกต๎อง 2. ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูํมือการใช๎อยํางเครํงครัด 3. แตํงกายตามสบายขณะทํางาน เพื่อความคลํองตัว 4. เมื่อพบข๎อบกพรํองของเครื่องมือขณะทํางานต๎องหยุดใช๎ทันที
  • 7.
    ~ 7 ~ ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ21. - 22. A B C D E F 21. วัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการนามาใช้ประดิษฐ์ตะกร้าใส่ผ้าจากกระดาษนิตยสาร คือข้อใด 1. A - B - E 2. A - E - F 3. B - C - D - E 4. B - C - D - F 22. ข้อใดลาดับวัสดุและอุปกรณ์ที่นามาใช้ก่อน-หลัง ได้ถูกต้องตามขั้นตอนการทาเชือกกระดาษเพื่อใช้ยึด ขอบตะกร้า 1. A  B  E 2. E  F  B 3. C  B  F  D 4. D  C  E  B 23. บุคคลในข้อใด ปฏิบัติตนถูกต้องเมื่อจาเป็นต้องใช้เลื่อยหรือพ่นสีในการประดิษฐ์ของใช้และของตกแต่ง 1. หนึ่ง สวมหน๎ากากอนามัย และยืนอยูํใต๎ลม 2. สอง ใช๎ผ๎าปิดจมูกและปาก และยืนอยูํเหนือลม 3. สาม ปฏิบัติงานในห๎องที่อับลม และมีแสงสวํางน๎อย 4. สี่ ปฏิบัติงานในที่โลํงแจ๎ง และไมํสวมหน๎ากากอนามัย 24. ณเดชประดิษฐ์ของใช้และของตกแต่งจากวัสดุเหลือใช้และนาไปขายในตลาดนัด แต่พบว่ามีคู่แข่ง จานวนมาก ณเดชควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร 1. เน๎นความสวยงามและความพิถีพิถันของสินค๎าให๎มากขึ้น 2. ปิดประกาศทั่วทั้งตลาดวําสินค๎าของร๎านอื่นๆ ไมํมีคุณภาพ 3. ใช๎กลยุทธ๑ทางการตลาดด๎วยวิธีลด แลก แจก แถม ไมํเอากําไร 4. เลิกขายสิ่งประดิษฐ๑จากวัสดุเหลือใช๎ แล๎วไปขายปลาสวยงามแทน ไม้บรรทัด ไขควง กรรไกร มีด กาวลาเท็กซ์ ลวด
  • 8.
    ~ 8 ~ 25.ข้อใดคือวิธีจัดการกับขวดน้าอัดลมพลาสติกเพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อนและสร้างรายได้ระหว่างเรียน ที่เหมาะสมที่สุด 1. นําไปเผาทําลาย 2. นําไปใสํน้ําสะอาดไว๎ดื่ม 3. นําไปทิ้งในถังขยะสีเขียว 4. นําไปประดิษฐ๑เป็นดอกไม๎และแจกัน 26. สิ่งประดิษฐ์ตามภาพที่กาหนดให้ สอดคล้องกับสัญลักษณ์ใดมากที่สุด รถตุ๊กตุ๊ก จากกระป๋องน้าอัดลม 1. 2. 3. 4. 27. สัตว์เลี้ยงในกลุ่มใด มีวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงแตกต่างจากข้ออื่น 1. ปลาทับทิม เป็ดไลํทุํง ไกํไขํ โคเนื้อ 2. นกแก๎ว ปลาคาร๑ป กระรอก ม๎าแคระ 3. นกหงส๑หยก ปลาทอง เมํนแคระ หนูแฮมเตอร๑ 4. สุนัขหลังอาน แมวสีสวาด กระตํายไทย ปลากัด 28. หากเปิดฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ จะมีวิธีสังเกตอย่างไรเพื่อให้ทราบว่าไก่ภายในฟาร์มเป็นไก่ที่สมบูรณ์หรือไม่ 1. 2. 3. 4. 29. “โรคครีบและหางเน่า เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นบ่อยกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเกิดจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง แต่สามารถ รักษาได้ด้วยการนาสัตว์เลี้ยงที่ป่วยไปแช่ลงในน้าผสมกับสารฆ่าเชื้อ ในอัตราส่วน 1-2 กรัม ต่อ น้า 100 ลิตร เป็นระยะเวลา 2 วัน” ข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายถึงข้อใด 1. นกกรงหัวจุก - เชื้อรา - ยาบํารุง 2. นกกรงหัวจุก - เชื้อไวรัส - วิตามินซี 3. ปลาสวยงาม - เชื้อปรสิต - ยาแก๎ปวด 4. ปลาสวยงาม - เชื้อแบคทีเรีย - ยาปฏิชีวนะ ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์ ตา เซื่องซึม กลม วาว สุกใส ปาก ซีดขาว เหลือง ขน แห้ง ขาด เป็นมันเงา หงอน เล็กซีด ใหญ่แดง ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์ ตา กลม วาว สุกใส เซื่องซึม ปาก เหลือง ซีดขาว ขน เป็นมันเงา แห้ง ขาด หงอน ใหญ่แดง เล็กซีด ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์ ตา เหม่อลอย เซื่องซึม ปาก สีคล้้า ซีดขาว ขน ไม่เรียบร้อย แห้ง ขาด หงอน เป็นสะเก็ด เล็กซีด ลักษณะ ไก่ที่สมบูรณ์ ไก่ที่ไม่สมบูรณ์ ตา เซื่องซึม เหม่อลอย ปาก ซีดขาว สีคล้้า ขน แห้ง ขาด ไม่เรียบร้อย หงอน เล็กซีด เป็นสะเก็ด
  • 9.
    ~ 9 ~ 30.เกษตรกรคนใดให้อาหารไก่ไข่ตามสภาพอากาศได้อย่างถูกต้อง 1. ตาปอ ให๎อาหารไกํลดลงในชํวงหน๎าหนาว 2. ยายแล ให๎อาหารไกํมากขึ้นในชํวงหน๎าร๎อน 3. ลุงสันต๑ ให๎อาหารไกํมากขึ้นในชํวงหน๎าหนาว 4. ป้าลํายอง งดให๎อาหารไกํทุกประเภทในชํวงหน๎าฝน 31. การเลี้ยงสัตว์ของบุคคลใด ก่อให้เกิดการสูญพันธุ์ 1. เกํง เลี้ยงลูกชะนีที่ถูกจับมาจากป่าเขาใหญํ 2. แก๎ว เลี้ยงทั้งไกํไขํและไกํเนื้อในฟาร๑มเดียวกัน 3. ก๎อย เลี้ยงลูกแมวที่ถูกนํามาปลํอยไว๎หน๎าบ๎าน 4. ก๎อง เลี้ยงปลาคาร๑ปที่นําเข๎ามาจากประเทศญี่ปุ่น 32. การจัดการผลผลิตของไก่ไข่ในข้อใด คานึงถึงสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค 1. รีบเก็บไขํไกํตั้งแตํเช๎าตรูํ แล๎วนําไปจําหนํายทันที 2. นําไขํไกํที่เก็บมาแชํในยาฆําเชื้อ แล๎วบรรจุถุงเพื่อสํงจําหนําย 3. ไมํทําความสะอาดไขํไกํที่เก็บมา เพราะจะทําให๎สูญเสียโปรตีน 4. ทําความสะอาดไขํไกํจากสิ่งปนเปื้อน แล๎วนําใสํบรรจุภัณฑ๑ที่เหมาะสม 33. หากต้องการสร้างโต๊ะอ่านหนังสือตามกระบวนการเทคโนโลยี ต้องดาเนินงานตามขั้นตอนในข้อใด 1. กําหนดปัญหา  รวบรวมข๎อมูล  ลงมือปฏิบัติ  ประเมินผลผลิต 2. ประเมินผลผลิต  ลงมือปฏิบัติ  รวบรวมข๎อมูล  กําหนดปัญหา 3. รวบรวมข๎อมูล  ตรวจสอบผลการปฏิบัติ  เลือกวิธีปฏิบัติ  ปรับปรุงแก๎ไข 4. ปรับปรุงแก๎ไข  เลือกวิธีปฏิบัติ  ตรวจสอบผลการปฏิบัติ  รวบรวมข๎อมูล 34. ผลิตภัณฑ์ตามภาพที่กาหนดให้ ใช้รูปทรงใดเป็นพื้นฐานในการออกแบบมากที่สุด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1. 2. 3. 4.
  • 10.
    ~ 10 ~ 35.ชิ้นงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะเด่นอย่างไร 1. หาซื้องําย ราคาถูก 2. มีอายุการใช๎งานสั้น 3. แปลกใหมํไมํซ้ําใคร 4. ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี 36. บุคคลที่สามารถสร้างชิ้นงานด้วยกระบวนการเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ มักมีคุณสมบัติเด่น ในข้อใด 1. มีน้ําใจไมตรี มีความกล๎าหาญ มีสัมมาคารวะ 2. มีฐานะดี มีชีวิตครอบครัวมั่นคง มีความสุขกายสบายใจ 3. มีความกตัญ๒ูรู๎คุณ มีความสุภาพเรียบร๎อย มีความยุติธรรม 4. มีความคิดริเริ่ม มีความยืดหยุํนในการคิด มีความคิดละเอียดลออ 37. เพราะเหตุใดการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ จึงมีส่วนในการสร้างโลกให้น่าอยู่ 1. เพราะสํงเสริมการอยูํรํวมกันอยํางสันติระหวํางมนุษย๑กับธรรมชาติ 2. เพราะทําให๎มนุษย๑สามารถคิดเทคโนโลยีใหมํๆ มาเอาชนะธรรมชาติได๎ 3. เพราะสอนให๎มนุษย๑ใช๎แตํเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้องกันภัยจากธรรมชาติ 4. เพราะปลูกฝังให๎มนุษย๑รักษาสิ่งแวดล๎อม ด๎วยการเลิกใช๎เทคโนโลยีทุกประเภท 38. บุคคลในข้อใด รู้จักเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพให้กับตนเองอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด 1. แสงระวี ต๎องการเป็นพยาบาล จึงสอบเข๎าเรียนตํอ ม.4 ในสายศิลป์-ภาษา 2. สายสวรรค๑ ต๎องการเป็นผู๎ประกาศขําว จึงสอบเข๎าเรียนคณะสื่อสารมวลชน 3. สุภาพร ต๎องการเป็นชํางเสริมสวย จึงเลือกเข๎ากิจกรรมชุมนุมศิลปะและดนตรี 4. สรวงสุดา ต๎องการเป็นมัคคุเทศก๑ จึงเข๎ารํวมฝึกอบรมทักษะการปลูกพืชสมุนไพร 39. การสมัครงานในรูปแบบใด ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย 1. สํงจดหมายสมัครงาน 2. สมัครงานผํานบริษัทจัดหางาน 3. เดินทางไปสมัครงานด๎วยตนเอง 4. สมัครงานผํานทางเว็บไซต๑การหางาน 40. “บุคคลที่จะสามารถก้าวสู่โลกของอาชีพได้อย่างมั่นคงและสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ จาเป็นต้องมี ทักษะพื้นฐานที่จาเป็นต่อการประกอบอาชีพ” ข้อความที่ขีดเส้นใต้ตรงกับข้อใด 1. การแขํงขัน การออกคําสั่ง การตรงตํอเวลา 2. การทํางานเป็นทีม การแก๎ปัญหา การแสวงหาความรู๎ 3. การรู๎จักตนเอง การเอาเปรียบผู๎อื่น การวางแผนที่รอบคอบ 4. การรู๎จักกาลเทศะ การมีสุขภาพกายดี การยึดความเห็นของตนเป็นใหญํ
  • 11.
    ~ 11 ~ 41.ข้อใดเกี่ยวข้องกับการทางานของซอฟต์แวร์ 1. นักเรียนใช๎ปากกาวาดภาพในคอมพิวเตอร๑ 2. เลขานุการใช๎เครื่องแอลซีดีนําเสนอรายงาน 3. ครูใช๎คําสั่งแทรกตารางในเครื่องคอมพิวเตอร๑ 4. พนักงานบัญชีใช๎เครื่องคิดเลขคํานวณภาษีในคอมพิวเตอร๑ 42. ระบบปฏิบัติการใดที่ได้รับความนิยมสูงมากในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 1. ระบบปฏิบัติการซิมเบียน 2. ระบบปฏิบัติการแมคอินทอช 3. ระบบปฏิบัติการวินโดวส๑เซิร๑ฟเวอร๑ 4. ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต๑วินโดวส๑ 43. โปรแกรม Microsoft Word จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด 1. ซอฟต๑แวร๑ประมวลผลคํา 2. ซอฟต๑แวร๑นําเสนอข๎อมูล 3. ซอฟต๑แวร๑ด๎านการคํานวณ 4. ซอฟต๑แวร๑การจัดการด๎านฐานข๎อมูล 44. ข้อใดคือคุณสมบัติของโปรแกรมอรรถประโยชน์ 1. พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร๑ให๎มีเสถียรภาพ 2. ตรวจสอบและซํอมแซมระบบคอมพิวเตอร๑ 3. ดูแลระบบคอมพิวเตอร๑ให๎มีประสิทธิภาพสูง 4. บํารุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของคอมพิวเตอร๑ 45. ประภาจัดทารูปเล่มรายงานวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร โดยต้องวิเคราะห์ข้อมูลพร้อม ทั้งสร้างแผนภูมิจากข้อมูลที่ได้มา และนาเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน ประภาควรเลือกใช้โปรแกรม สาเร็จรูปใดเพื่อให้เหมาะสมกับงาน 1. Microsoft Excel และ Microsoft Word 2. Microsoft Excel และ Microsoft Access 3. Microsoft Word และ Microsoft Outlook 4. Microsoft Word และ Microsoft PowerPoint 46. “ส่งข้อมูลข่าวสารออกไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ” ข้อความนี้หมายถึงข้อใด 1. ผู๎สํงข๎อมูล 2. ผู๎รับข๎อมูล 3. โพรโทคอล 4. สื่อนําข๎อมูล 47. การพูดโทรศัพท์ เป็นการสื่อสารแบบใด 1. การสื่อสารข๎อมูลทิศทางเดียว 2. การสื่อสารข๎อมูลสองทิศทางสลับกัน 3. การสื่อสารข๎อมูลสองทิศทางพร๎อมกัน 4. การสื่อสารแบบทิศทางเดียวหรือซิมเพล็กซ๑
  • 12.
    ~ 12 ~ 48.การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใด 1. เครือขํายวงกว๎าง 2. เครือขํายเฉพาะที่ 3. เครือขํายนครหลวง 4. เครือขํายสํวนบุคคล 49. “คอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากรต่างๆ” ข้อความนี้หมายถึงข้อใด 1. แมํขํายคอมพิวเตอร๑ 2. คอมพิวเตอร๑แมํขําย 3. คอมพิวเตอร๑เครือขําย 4. เครือขํายคอมพิวเตอร๑ 50. ระบบเครือข่ายรูปแบบใดที่มี Host Computer เป็นเครื่องศูนย์กลาง 1. แบบบัส 2. แบบดาว 3. แบบผสม 4. แบบวงแหวน 51. ประเทศไทยเริ่มมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์เมื่อใด 1. พ.ศ. 2530 2. พ.ศ. 2533 3. พ.ศ. 2535 4. พ.ศ. 2537 52. ข้อใดเลือกใช้โปรแกรมทางอินเทอร์เน็ตได้เหมาะสมกับการใช้งาน 1. สํงข๎อความหาเพื่อนด๎วย FTP 2. แสดงไฟล๑นามสกุล html ด๎วย Web browser 3. อํานไปรษณีย๑อิเล็กทรอนิกส๑ด๎วย Bit Torrent 4. สั่งงานคอมพิวเตอร๑ที่หํางไกลด๎วย lnstant messaging 53. หากนักเรียนต้องการเขียนไดอารี และแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ กับเพื่อน นักเรียนควรเขียนในรูปแบบใด 1. ยูสเน็ต 2. เว็บบล็อก 3. ห๎องสนทนากลุํมผู๎สนทนา 4. การสนทนาระหวํางผู๎ใช๎โดยตรง 54. ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบทางบวกของอินเทอร์เน็ตต่อสังคม 1. พัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. พัฒนาประสิทธิภาพการทํางาน 3. เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหวํางสังคม 4. สะดวกในการติดตํอสื่อสารในเครือขํายขนาดใหญํ 55. สายชลแอบเข้ามาในรีสอร์ตของเพชรลัดดา เพื่อขโมยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรีสอร์ตในฝันที่อยู่ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ของเพชรลัดดาไปเป็นของตน การกระทาของสายชลถือว่าผิดข้อบังคับในการใช้ คอมพิวเตอร์อย่างไร 1. ใช๎คอมพิวเตอร๑เพื่อรบกวนการทํางานของผู๎อื่น 2. ใช๎คอมพิวเตอร๑นําเอาผลงานของผู๎อื่นมาเป็นของตน 3. ใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎ายและสร๎างความเสื่อมเสียแกํผู๎อื่น 4. ใช๎คอมพิวเตอร๑เพื่อกํออาชญากรรม ทําให๎ผู๎อื่นเดือดร๎อน
  • 13.
    ~ 13 ~ 56.ข้อใดจัดเป็นขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลในกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. การสํงแบบสอบถามทางไปรษณีย๑ 2. การคัดลอกข๎อมูลจากแฟ้มต๎นฉบับ 3. การป้อนข๎อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร๑ 4. การคํานวณ เปรียบเทียบ เรียงลําดับข๎อมูล 57. ข้อใดเป็นเครื่องมือสาคัญในการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. ดรรชนี 2. หนังสือ 3. คอมพิวเตอร๑ 4. โทรศัพท๑เคลื่อนที่ 58. ข้อใดเป็นการประมวลผลข้อมูลในกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. วินัยรวบรวมข๎อมูลเป็นแฟ้มข๎อมูล 2. นิรุตใช๎เทคโนโลยีในการจัดเก็บงาน 3. ไพรประมวลผลข๎อมูลสารสนเทศด๎วยมือถือ 4. ก๏อตจิใช๎คอมพิวเตอร๑ทําการเผยแพรํสารสนเทศ 59. ข้อใดไม่ใช่การเผยแพร่ข้อมูลด้วยการใช้เทคโนโลยี 1. แพนสํงรายงานให๎อาจารย๑ทางเฟซบุ๏ก 2. เพชรสํงรูปภาพที่วาดในกระดาษให๎เพื่อนทางไลน๑ 3. แพรวาแจ๎งขําวสารให๎เพื่อนรู๎ผํานกระดานข๎อความ 4. พีและแพทเขียนเรียงความวันพํอในกระดาษรายงานสํงครูประจําวิชา 60. สัญลักษณ์ในข้อใดใช้แทนการแสดงผลข้อมูลออกทางเครื่องพิมพ์ 1. 2. 3. 4. 
  • 14.
    ~ 14 ~ ตารางวิเคราะห์แบบทดสอบมาตรฐานชั้นปี วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 2 ข้อ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26 
  • 15.
    ~ 15 ~ ข้อ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ง1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54 
  • 16.
    ~ 16 ~ ข้อ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ง1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 1 2 3 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 55  56  57  58  59  60  
  • 17.
    ~ 17 ~ ให้วงล้อมรอบตัวเลขหน้าค้าตอบที่ถูกต้อง ให้วง ⃝ ล้อมรอบตัวเลขหน้าคาตอบที่ถูกต้อง 1. การแสวงหาความรู้ด้วยการฟัง ควรปฏิบัติตนดังต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด 1. รับฟังด๎วยใจที่เปิดกว๎าง ไมํมีอคติ 2. ใช๎วิจารณญาณในการรับฟังให๎มาก 3. รับฟังเฉพาะผู๎ที่สําเร็จการศึกษาระดับสูง 4. ฟังแล๎วต๎องนําข๎อมูลมาวิเคราะห๑ให๎ถี่ถ๎วน 2. การกระทาในข้อใด ทาให้การติดต่อสื่อสารเกิดประสิทธิภาพสูงสุด 1. พูดคําหยาบคายบ๎างเพื่อความเป็นกันเอง 2. ใช๎ภาษาที่เป็นทางการเพื่อให๎เกิดความเข๎าใจที่ตรงกัน 3. แสดงอาการไมํพอใจทันทีเมื่อคูํสนทนาพูดจาไมํถูกใจ 4. พูดเนื้อหาหลากหลายประเด็นเพื่อให๎ผู๎ฟังรับสารได๎มากที่สุด 3. ทุกข้อเป็นหลักคุณธรรมในการทางานร่วมกับผู้อื่น ยกเว้น ข้อใด 1. ตรงตํอเวลา 2. แตํงกายสะอาด 3. เป็นตัวของตัวเอง 4. มีความเป็นกลาง ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 4. A. ประเมินทางเลือก D. สํารวจปัญหา B. วิเคราะห๑ปัญหา E. สร๎างทางเลือก C. ประเมินผลการแก๎ปัญหา F. วางแผนปฏิบัติ 4. ข้อใดคือลาดับกระบวนการแก้ปัญหาในการทางานที่ถูกต้อง 1. C - D - E - B - A - F 2. B - A - D - C - F – E 3. A - F - C - B - E - D 4. D - B - E - A - F - C 4 60 2การงานอาชีพฯ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 2
  • 18.
    ~ 18 ~ 5.ข้อใดใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานได้คุ้มค่าน้อยที่สุด 1. ใช๎กลํองโฟมแทนใบตอง 2. ใช๎กระดาษให๎ครบทั้ง 2 หน๎า 3. นําเสื้อผ๎าเกํามาตกแตํงใหมํ 4. ซํอมเก๎าอี้ที่เสียแล๎วนํากลับมาใช๎ใหมํ 6. บุคคลในข้อใด จัดตกแต่งบ้านได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด 1. นนท๑ ลงแว็กซ๑ที่บันไดบ๎านจนเงางาม 2. นุช นํากระถางต๎นไม๎ไปไว๎ในห๎องนอน 3. น้ํา ติดสวิตช๑ไฟใกล๎ประตูห๎องเก็บของ 4. นก เปลี่ยนน้ําในแจกันดอกไม๎เดือนละครั้ง 7. หากต้องการป้องกันหรือกาจัดสัตว์ที่เป็นพาหะนาโรค เช่น หนู แมลงสาบ ยุง ควรปฏิบัติตามข้อใด 1. เลือกใช๎สีทาบ๎านโทนเข๎ม 2. ปลูกไม๎ดอก-ไม๎ประดับเพิ่มขึ้น 3. ติดตั้งหลอดไฟฟ้าให๎แสงสวํางทั่วบ๎าน 4. กําจัดแหลํงน้ําขังและรักษาความสะอาด 8. การปลูกต้นไม้มากๆ ภายในบริเวณบ้าน ส่งผลดีอย่างไรมากที่สุด 1. ชํวยให๎เกิดความรํมรื่น 2. ชํวยให๎บ๎านดูโปรํงโลํง 3. ชํวยป้องกันโจรขโมยขึ้นบ๎าน 4. ชํวยให๎เกิดความเป็นสิริมงคล 9. บุคคลในข้อใด ดูแลรักษาสวนในบริเวณบ้านได้อย่างถูกต้อง 1. เอก ปลํอยให๎ต๎นไม๎โตไปเรื่อยๆ โดยไมํตัดแตํงกิ่ง 2. อ๎วน ไมํใสํปุ๋ยบํารุงสนามหญ๎าเลย เพราะกลัวหญ๎าตาย 3. อ๎อม เห็นวําต๎นไม๎ในกระถางโตมาก จึงนําไปปลูกลงดิน 4. โอม รดน้ําสนามหญ๎าจนขังแฉะทุกครั้ง เพื่อให๎หญ๎าโตเร็ว 10. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของการจัดสวนในบริเวณบ้าน 1. ทําให๎เกิดความสวยงาม 2. สํงเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ 3. ลดมลพิษตํางๆ โดยเฉพาะฝุ่นละออง 4. ชํวยให๎มีมุมผํอนคลายพักผํอนหยํอนใจ 11. การใช้หม้อทองเหลืองต้มเครื่องดื่มที่ทาจากผักผลไม้มีผลเสียอย่างไร 1. มีคราบฝังแนํนล๎างออกยาก 2. กรดทําปฏิกิริยากับหม๎อทองเหลือง 3. สูญเสียวิตามินที่มีประโยชน๑บางชนิด 4. หม๎อทองเหลืองมีเชื้อโรคอันตรายบางชนิด 12. หลักการสาคัญในการเลือกซื้อผักผลไม้มาทาเป็นเครื่องดื่มคืออะไร 1. เลือกผักผลไม๎ที่มีขนาดใหญํ 2. เลือกผักผลไม๎ที่มีราคาไมํแพง 3. เลือกผักผลไม๎นําเข๎าจากตํางประเทศ 4. เลือกผักผลไม๎ที่มีรอยแมลงแทะเล็กน๎อย
  • 19.
    ~ 19 ~ 13.หากต้องการให้ร่างกายได้รับวิตามินซีสูง ควรเลือกดื่มเครื่องดื่มในข้อใด 1. น้ําใบเตย น้ําฝรั่ง 2. น้ําแครอต น้ําบีตรูต 3. น้ํามะนาว น้ํามะขาม 4. น้ําฟักทอง น้ําสับปะรด 14. หากมีอาการร้อนใน ควรดื่มเครื่องดื่มชนิดใดเพื่อแก้อาการดังกล่าว 1. น้ําเฉาก๏วย 2. น้ําตะไคร๎ 3. น้ําแอปเปิล 4. น้ํามะเขือเทศ 15. การจัดและตกแต่งเครื่องดื่มควรยึดหลักการต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด 1. นําสิ่งที่รับประทานได๎มาตกแตํง 2. นําสิ่งที่มีรสชาติไมํขัดกับเครื่องดื่มมาตกแตํง 3. นําผักผลไม๎ที่มีขนาดเล็กและสวยงามมาใช๎ตกแตํง 4. นําผักผลไม๎มาตกแตํงให๎มากที่สุดเพื่อให๎เกิดความสวยงาม 16. การที่บุคคลสามารถปฏิบัติงานช่างในบ้านได้ ก่อให้เกิดผลดีอย่างไร 1. เป็นที่ชื่นชมของผู๎พบเห็น 2. ลดคําใช๎จํายในบ๎านได๎ 3. สร๎างเครื่องมือเครื่องใช๎ได๎มากมาย 4. ของใช๎ในบ๎านอยูํในสภาพใหมํเสมอ 17. เพราะเหตุใดเมื่อใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไประยะหนึ่งจึงต้องมีการบารุงรักษาโดยการล้างทาความสะอาด 1. เพื่อยืดอายุการใช๎งานให๎นานขึ้น 2. เพื่อให๎ได๎ราคาดีเมื่อนําไปขายตํอ 3. เพื่อให๎อยูํในสภาพใหมํตลอดเวลา 4. เพื่อเป็นการใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน๑ 18. การปฏิบัติตนในข้อใด ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายขณะทาการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า 1. ใช๎เสื่อยางปูพื้น 2. สับสะพานไฟลง 3. สวมรองเท๎ายาง 4. ใช๎มือเปลําจับสายไฟ 19. บุคคลในข้อใดปฏิบัติตนได้ถูกต้องที่สุดขณะใช้เครื่องมือช่างซ่อมแซมสิ่งของในบ้าน 1. แต๎ว ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูํมืออยํางเครํงครัด 2. เต๎ ศึกษาคูํมือการใช๎เครื่องมืออยํางละเอียดถี่ถ๎วน 3. ต๏ะ จัดวางเครื่องมืออยํางเป็นระเบียบ ไมํให๎เกะกะ 4. ตุ๎ม แตํงกายอยํางรัดกุมเพื่อความปลอดภัยในการทํางาน 20. ข้อใดเป็นการปฏิบัติงานช่างในบ้านตามหลัก 5 ส ได้ถูกต้องที่สุด 1. เก็บเครื่องมือทุกประเภทรวมไว๎ในกลํองเดียวกัน 2. สวมเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นเมื่อพํนสีสเปรย๑โต๏ะ 3. ทําความสะอาดบริเวณสถานที่ปฏิบัติงานทุกครั้ง 4. ใช๎คีมเหล็กจับสายไฟเปลือยเมื่อซํอมแซมแผงสวิตช๑ไฟในบ๎าน
  • 20.
    ~ 20 ~ ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ21. - 22. A B C D E F 21. วัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการนามาใช้ประดิษฐ์แจกันขวดพลาสติก คือข้อใด 1. A - B - D 2. B - D – F 3. A - B - C - E 4. B - C - E - F 22. ข้อใดลาดับวัสดุและอุปกรณ์ที่นามาใช้ก่อน-หลังได้ถูกต้องตามขั้นตอนการประดิษฐ์แจกัน ขวดพลาสติก 1. A  B  D 2. B  D  F 3. B  C  E  F 4. A  E  C  B 23. การประดิษฐ์ตะกร้าสานจากใบเตยให้มีความทนทานและสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ควรปฏิบัติ อย่างไร 1. นําตะกร๎าที่สานเสร็จแล๎วมาทาแล็กเกอร๑เคลือบผิว 2. นําตะกร๎าที่สานเสร็จแล๎วมาแชํในน้ําผสมกาวลาเท็กซ๑ 3. นําใบเตยไปตากให๎แห๎งกํอนที่จะนํามาสานเป็นตะกร๎า 4. นําใบเตยไปย๎อมด๎วยสีย๎อมผ๎ากํอนที่จะนํามาสานตะกร๎า 24. การประดิษฐ์ของใช้เพื่อจาหน่ายของบุคคลใด เสี่ยงต่อการขาดทุนน้อยที่สุด 1. หนึ่ง ประดิษฐ๑ของใช๎ที่มีต๎นทุนสูงแตํขายในราคาถูก 2. สอง สํารวจความต๎องการของผู๎ซื้อกํอนประดิษฐ๑ของใช๎ 3. สาม ดึงดูดความสนใจของลูกค๎าด๎วยการลด แลก แจก แถม 4. สี่ ตั้งราคาสินค๎าให๎สูงกวําร๎านอื่นเล็กน๎อย เพื่อให๎ได๎กําไรมากขึ้น กรรไกรหัวแร้ง สีเมจิก กระดาษ A4 สว่านไฟฟ้า แปรงทาสี
  • 21.
    ~ 21 ~ 25.สิ่งประดิษฐ์จากมะพร้าวในข้อใด เหมาะแก่การนามาเป็นของขวัญให้แก่เพื่อนในงานวันเกิดมากที่สุด 1. ไม๎กวาดจากทางมะพร๎าว 2. กระถางต๎นไม๎จากเปลือกมะพร๎าว 3. โคมไฟอํานหนังสือจากกะลามะพร๎าว 4. สีย๎อมผ๎าและเชื้อเพลิงจากรากมะพร๎าว 26. การนาเปลือกหอยมาประดิษฐ์เป็นกรอบรูปเพื่อจาหน่าย ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร 1. ชํวยเพิ่มปริมาณเปลือกบนหาดให๎มากลง 2. ทําให๎เกษตรกรหันมาเพาะเลี้ยงหอยกันมากขึ้น 3. เป็นการสร๎างรายได๎เสริมให๎แกํชาวประมงริมชายฝั่ง 4. ชํวยลดการใช๎พลาสติก ลดการใช๎พลังงาน และลดปริมาณขยะ 27. สัตว์เลี้ยงตามภาพที่กาหนดให้ เหมาะต่อการเลี้ยงในสถานที่ใดมากที่สุด 1. 2. 3. 4. 28. สัตว์เลี้ยงในข้อที่ 27. มีความสาคัญต่อผู้เลี้ยงและครอบครัวอย่างไร 1. ให๎ความสวยงามและความอบอุํน 2. เป็นแหลํงโปรตีนและสร๎างรายได๎ 3. สร๎างความรู๎สึกสดชื่นและเพลิดเพลิน 4. ชํวยกําจัดเชื้อโรคและป้องกันการเจ็บป่วย เป็ดไข่
  • 22.
    ~ 22 ~ 29.“ลุงบุญมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ แต่พบปัญหาไก่เป็นโรค มีลักษณะอาการ คือ ถ่ายเป็นมูกและ มีเลือดปนออกมา ไม่กินอาหาร มีอาการหนาวสั่น และปีกตก” แสดงว่าไก่ของลุงบุญมาเป็นโรคใด และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร 1. โรคบิด รักษาโดยการละลายยาซัลเมทในน้ําให๎ไกํกิน 2. โรคมาเร็กซ๑ รักษาโดยการละลายวัคซีนในน้ําให๎ไกํกิน 3. โรคนิวคาสเซิล รักษาโดยการฉีดวัคซีนเข๎าใต๎ผิวหนังไกํ 4. โรคอหิวาต๑ไกํ รักษาโดยการฉีดวัคซีนฆําเชื้อเข๎าทางปีกไกํ 30. การกระทาใดของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม ส่งผลให้เกิดโรคระบาดกับปลาสวยงามได้มากที่สุด 1. นําปลาไปเลี้ยงในบํอซีเมนต๑ 2. นําเครื่องกรองน้ําไปติดตั้งในตู๎เลี้ยงปลา 3. ให๎อาหารมากกวําความต๎องการของปลา 4. นําปลาที่ติดเชื้อราไปแชํในน้ําละลายเกลือแกง 31. ข้อใดมีความสาคัญที่สุดในการเลี้ยงสัตว์เพื่อไว้ดูเล่นและเพื่อความสวยงาม 1. ให๎อาหารตรงเวลา 2. สอนให๎สัตว๑เชื่อฟัง 3. ให๎ความรักความอบอุํน 4. ทําความสะอาดให๎ทุกวัน 32. การเลี้ยงสัตว์น้าเพื่อจาหน่ายของบุคคลใด ทาลายระบบนิเวศน้อยที่สุด 1. เทพ ปลํอยน้ําเสียจากบํอเลี้ยงกุ๎งลงสูํทะเล 2. ทอง ใช๎ลอบจับลูกปูม๎าเพื่อนําไปเลี้ยงในกระชัง 3. ทิพย๑ ถางป่าชายเลนเพื่อขุดบํอเลี้ยงปลากะพงขาว 4. แทน นําน้ําเสียจากบํอเลี้ยงปลานิลไปบําบัดกํอนปลํอยลงสูํลําคลอง 33. ในการผลิตชิ้นงานตามกระบวนการเทคโนโลยี เมื่อลงมือออกแบบและปฏิบัติการแก้ปัญหาแล้ว ควรดาเนินงานในขั้นตอนใดต่อไป 1. กําหนดปัญหา  รวบรวมข๎อมูล  ประเมินผล 2. ทดสอบผลงาน  ปรับปรุงแก๎ไข  ประเมินผล 3. รวบรวมข๎อมูล  ประเมินผล  เลือกวิธีแก๎ปัญหา 4. เลือกวิธีแก๎ปัญหา  รวบรวมข๎อมูล  กําหนดปัญหา ข้อมูลนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 34. 1. ตีกรอบลงบนกระดาษเขียนแบบโดยใช๎ไม๎ทีหรือไม๎ฉาก 2. นํากระดาษเขียนแบบวางลงบนโต๏ะเขียนแบบ จัดกระดาษให๎ชิดทางด๎านซ๎ายมือ 3. เตรียมกระดาษปอนด๑ ดินสอเขียนแบบ ไม๎ที ไม๎ฉาก และวงเวียน 4. ลงมือเขียนแบบบนกระดาษที่ตีกรอบเรียบร๎อยแล๎ว
  • 23.
    ~ 23 ~ 34.ข้อใดคือขั้นตอนการเขียนแบบเบื้องต้นที่ถูกต้อง 1. 1 - 2 - 3 - 4 2. 2 - 3 - 4 - 1 3. 3 - 2 - 1 - 4 4. 4 - 3 - 2 - 1 35. บุคคลในข้อใด มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายเพื่อการจาหน่าย 1. แป้ง ออกแบบลายเสื้อที่แปลกใหมํไมํซ้ําใคร 2. ป้าง ออกแบบรูปทรงกางเกงตามนักออกแบบชื่อดัง 3. ปอง ออกแบบรูปทรงรองเท๎าให๎เหมือนรองเท๎าคนดัง 4. เปรม ออกแบบหมวกไหมพรมสีสันสดใสต๎อนรับฤดูร๎อน 36. “ต้นกล้าตัดสินใจเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งมาสร้างชั้นวางของในห้องครัว เพราะสามารถตัดแต่งได้ง่ายและ มีความทนทานกว่าวัสดุพวกโลหะ ซึ่งมีโอกาสขึ้นสนิมสูงเมื่ออยู่ในห้องครัว” การเลือกวิธีแก้ปัญหา ของต้นกล้า แสดงให้เห็นถึงการมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร 1. มีความคิดริเริ่มในการสร๎างชิ้นงาน 2. มีความคิดแปลกใหมํไมํเหมือนใคร 3. มีความซื่อสัตย๑และความคลํองในการคิด 4. มีความรอบคอบและละเอียดลออในการคิด 37. ข้อใดจัดเป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ 1. เลือกออกแบบชิ้นงานที่ใช๎เทคโนโลยีระดับสูงเทํานั้น 2. เลือกใช๎แตํเทคโนโลยีที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล๎อม 3. เลือกสร๎างชิ้นงานที่มีอายุการใช๎งานสั้นและมีราคาถูก 4. เลือกใช๎เทคโนโลยีนําเข๎าในการสร๎างชิ้นงานทุกประเภท 38. การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพ มีความสาคัญต่อนักเรียนอย่างไร 1. ทําให๎นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น 2. สร๎างทักษะการแขํงขันกับผู๎อื่นเมื่อออกไปทํางานจริง 3. กระตุ๎นให๎นักเรียนสนใจด๎านอาชีพมากกวําด๎านการเรียน 4. เปิดโอกาสให๎ได๎รู๎จักและเรียนรู๎เกี่ยวกับงานอาชีพที่ตนเองสนใจ 39. หากต้องการไปสมัครงาน เอกสารสาคัญที่ต้องเตรียมไปและจะขาดไม่ได้ คือข้อใด 1. สําเนาบัตรประชาชน สําเนาทะเบียนบ๎าน ใบรับรองผลการศึกษา 2. สําเนาบัตรประชาชน สําเนาสูติบัตร สําเนาใบรับรองความประพฤติ 3. สําเนาทะเบียนบ๎าน สําเนาสมุดบัญชีธนาคาร สําเนาบัตรประกันสังคม 4. สําเนาบัตรประกันสังคม สําเนาบัตรประจําตัวผู๎เสียภาษี สําเนาใบขับขี่
  • 24.
    ~ 24 ~ 40.ทักษะการแสวงหาความรู้ในการประกอบอาชีพ มีความสาคัญต่อผู้ประกอบอาชีพอย่างไร 1. ทําให๎นายจ๎างรักมากขึ้น 2. ทําให๎มีเพื่อนรํวมงานมากขึ้น 3. ชํวยพัฒนาการทํางานให๎ดียิ่งขึ้น 4. ชํวยพัฒนานิสัยเพื่อนรํวมงานให๎ดีขึ้น 41. ซอฟต์แวร์ประยุกต์พัฒนาขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด 1. เพื่อตอบสนองความต๎องการของผู๎ใช๎เฉพาะกลุํม 2. เพื่อให๎สามารถใช๎งานคอมพิวเตอร๑ได๎รวดเร็วมากขึ้น 3. เพื่อตอบสนองความต๎องการขององค๑กรใดองค๑กรหนึ่ง 4. เพื่อชํวยให๎คอมพิวเตอร๑สามารถทํางานได๎ตรงตามความต๎องการของผู๎ใช๎ 42. ระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Symbian OS) มีประโยชน์ต่อเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างไร 1. รองรับกับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร๎สาย 2. ตอบสนองความต๎องการของผู๎ใช๎เทคโนโลยี 3. รองรับกับโปรแกรมการสื่อสารสารสนเทศแบบไร๎สาย 4. อํานวยความสะดวกในการใช๎งานคอมพิวเตอร๑ทุกรูปแบบ 43. โปรแกรม Microsoft Excel จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด 1. ซอฟต๑แวร๑ตารางทํางาน 2. ซอฟต๑แวร๑ประมวลผลคํา 3. ซอฟต๑แวร๑ด๎านการคํานวณ 4. ซอฟต๑แวร๑การจัดการด๎านฐานข๎อมูล 44. ข้อใดจัดเป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์ 1. WordPad และ Calculator 2. Disk Cleanup และ Excel 3. Sound Recorder และ FoxPro 4. WinZip และ Disk Defragmenter 45. แพรวาได้รับมอบหมายให้สร้างและออกแบบพัฒนาเว็บไซต์ด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อนาเสนอหน้าชั้นเรียน ดังนั้น แพรวาควรใช้โปรแกรมใดในการสร้างงาน 1. Word 2. Excel 3. PowerPoint 4. Dreamweaver 46. การส่งข้อมูลทิศทางเดียวมีลักษณะอย่างไร 1. สํงและรับข๎อมูลโดยไมํมีการตอบกลับ 2. สํงและรับข๎อมูลโดยจะโต๎ตอบกันทางโทรศัพท๑ 3. สํงและรับข๎อมูลโดยสามารถโต๎ตอบกันได๎ทันที 4. สํงและรับข๎อมูลโดยไมํสามารถโต๎ตอบกันได๎ในเวลาเดียวกัน
  • 25.
    ~ 25 ~ 47.ถ้านักเรียนต้องการติดตั้งเครือข่ายเพื่อใช้ร่วมกันภายในอาคารหรือบริเวณเดียวกัน ควรใช้เครือข่ายแบบใด 1. PAN 2. LAN 3. MAN 4. WAN 48. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 1. มีความรวดเร็วในการทํางาน 2. ประหยัดต๎นทุนในการทํางาน 3. มีความสะดวกในการจัดเก็บข๎อมูล 4. สามารถเก็บข๎อมูลไว๎ในคอมพิวเตอร๑เครื่องใดเครื่องหนึ่งก็ได๎ 49. สายนาสัญญาณที่ประกอบด้วยแกนทองแดงเส้นเดียว หุ้มด้วยฉนวนและสายดิน แล้วหุ้มด้วย ฉนวนบางอีกชั้นหนึ่ง เป็นลักษณะของสายนาสัญญาณชนิดใด 1. สายโคแอกซ๑ 2. สายตีเกลียวคูํ 3. สายใยแก๎วนําแสง 4. สายตีเกลียวคูํแบบป้องกันสัญญาณ 50. โมเด็มเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณใดไปเป็นสัญญาณใด 1. แอนะล็อกไปเป็นดิจิทัล 2. ดิจิทัลไปเป็นอินฟราเรด 3. อินฟราเรดไปเป็นดิจิทัล 4. แอนะล็อกไปเป็นอินฟราเรด 51. โดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .ac.th ใช้สาหรับหน่วยงานใด 1. สําหรับบุคคลทั่วไป 2. สําหรับสถานศึกษาในประเทศไทย 3. สําหรับหนํวยงานตํางๆ ของรัฐบาล 4. สําหรับหนํวยงานที่ไมํแสวงหาผลกําไร 52. Facebook เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นในรูปแบบใด 1. ยูสเน็ต 2. เว็บบล็อก 3. ห๎องสนทนากลุํมผู๎สนทนา 4. การสนทนาระหวํางผู๎ใช๎โดยตรง 53. ปรีชากับอรอุมาเป็นเพื่อนกัน ทั้งคู่ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง วันหนึ่งทั้ง 2 คน เกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน อรอุมาจึงได้โพสต์ข้อความว่าร้ายปรีชาใน Facebook เพื่อให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้อ่าน การกระทาของอรอุมาถือว่าผิดมารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ตหรือไม่ เพราะเหตุใด 1. ไมํผิด เพราะถือเป็นสิทธิสํวนบุคคล 2. ไมํผิด เพราะไมํได๎เป็นการทําร๎ายใคร 3. ผิด เพราะเป็นการสร๎างหลักฐานที่เป็นเท็จ 4. ผิด เพราะเป็นการใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎าย หรือละเมิดสิทธิผู๎อื่น
  • 26.
    ~ 26 ~ 54.ข้อใดเป็นผลกระทบทางลบของอินเทอร์เน็ตต่อสังคม 1. เกิดชํองวํางระหวํางคนในสังคม 2. นําพาไปสูํการเป็นสังคมผู๎สูงอายุ 3. ทําให๎คุณภาพในการศึกษาด๎อยลง 4. กํอให๎เกิดความเครียดของคนในสังคม 55. ข้อใดไม่ใช่มารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต 1. ไมํแก๎ไขแฟ้มข๎อมูลของผู๎อื่น 2. ไมํคัดลอกโปรแกรมของผู๎อื่น 3. ไมํเผยแพรํผลงานที่ได๎รับรางวัลของตน 4. ไมํนําเอาผลงานของผู๎อื่นมาเป็นของตน 56. ข้อใดไม่ใช่วิธีการรวบรวมข้อมูล 1. การสัมภาษณ๑ 2. การสังเกตการณ๑ 3. การอํานสื่อสิ่งพิมพ๑ 4. การรวบรวมแบบสอบถาม 57. ข้อใดเป็นการตรวจสอบข้อมูล 1. การตรวจสอบวําป้อนข๎อมูลในระบบครบถ๎วนหรือไมํ 2. การตรวจสอบวําข๎อมูลในระบบมีความถูกต๎องหรือไมํ 3. การตรวจสอบวําทําการบันทึกข๎อมูลในระบบแล๎วหรือไมํ 4. การตรวจสอบวํามีการรวบรวมข๎อมูลเป็นแฟ้มข๎อมูลแล๎วหรือไมํ 58. วิธีการเผยแพร่ข้อมูลในข้อใดที่มีความครอบคลุมมากที่สุด 1. การพูด 2. การใช๎สื่อสิ่งพิมพ๑ 3. การใช๎เทคโนโลยี 4. การบรรยายในที่สาธารณะ 59. ข้อใดเรียงลาดับขั้นตอนของการวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียดของปัญหาได้ถูกต้อง A. การระบุผลลัพธ์ B. การระบุข้อมูลเข้า C. การระบุข้อมูลออก D. การระบุวิธีประมวลผล 1. A  B  D 2. B  A  D 3. C  D  A 4. D  C  B 60. สัญลักษณ์ในข้อใดใช้แทนจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของผังงาน 1. 2. 3. 4. 
  • 27.
    ~ 27 ~ เฉลยข้อสอบมาตรฐานชั้นปีมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 2 1. 3 2. 2 3. 3 4. 4 5. 1 6. 3 7. 4 8. 1 9. 3 10. 2 11. 2 12. 4 13. 3 14. 1 15. 4 16. 2 17. 1 18. 4 19. 4 20. 3 21. 3 22. 4 23. 1 24. 2 25. 3 26. 4 27. 1 28. 2 29. 1 30. 3 31. 3 32. 4 33. 2 34. 3 35. 1 36. 4 37. 2 38. 4 39. 1 40. 3 41. 4 42. 1 43. 1 44. 4 45. 4 46. 1 47. 2 48. 4 49. 1 50. 1 51. 2 52. 4 53. 4 54. 1 55. 3 56. 3 57. 2 58. 3 59. 1 60. 1 เฉลยข้อสอบมาตรฐานชั้นปี มัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดที่ 1 1. 2 2. 4 3. 1 4. 3 5. 2 6. 3 7. 4 8. 1 9. 3 10. 2 11. 1 12. 4 13. 3 14. 2 15. 4 16. 1 17. 2 18. 4 19. 1 20. 3 21. 4 22. 3 23. 2 24. 1 25. 4 26. 2 27. 1 28. 2 29. 4 30. 3 31. 1 32. 4 33. 1 34. 2 35. 3 36. 4 37. 1 38. 2 39. 4 40. 2 41. 3 42. 4 43. 1 44. 4 45. 4 46. 1 47. 3 48. 4 49. 2 50. 2 51. 1 52. 2 53. 2 54. 3 55. 2 56. 1 57. 3 58. 1 59. 4 60. 2 
  • 28.
    ~ 28 ~ เฉลยแบบทดสอบมาตรฐานชั้นปีชุดที่ 1 เฉลยอย่างละเอียด 1. ตอบ ข้อ 2. คุณธรรมจริยธรรมที่สําคัญประการหนึ่งในการทํางาน คือ ความยุติธรรม ซึ่งในการทํางาน เราจะต๎องไมํลําเอียงหรือยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามที่เราเชื่อ ต๎องมีความเป็นกลาง ยึดถือ ความถูกต๎องเป็นหลัก ไมํมีอคติกับเรื่องตํางๆ ที่ได๎ยินหรือได๎รับฟัง 2. ตอบ ข้อ 4. การติดตํอสื่อสารมีความสําคัญกับบุคคลทุกกลุํม ทุกเพศ ทุกวัย และกับหนํวยงานตํางๆ คือ 1. การติดตํอสื่อสารระหวํางบุคคล เป็นการชํวยสร๎างสัมพันธภาพที่ดีให๎เกิดขึ้น 2. การติดตํอสื่อสารในหนํวยงานหรือองค๑กรตํางๆ เป็นการแจ๎งข๎อมูลขําวสารของ องค๑กรตํอพนักงาน เป็นการสร๎างความสัมพันธ๑ในองค๑กร สามารถใช๎ตรวจสอบ ข๎อบกพรํอง ตรวจสอบความก๎าวหน๎าในการทํางาน และสามารถใช๎การวินิจฉัย สั่งการกับกลุํมบุคคลในองค๑กร 3. การติดตํอสื่อสารสําหรับนักเรียน เป็นการติดตํอสื่อสารกับเพื่อน ครูอาจารย๑ ผู๎ปกครอง และบุคคลตํางๆ ที่ต๎องติดตํอประสานงานด๎วย เชํน ติดตํอกับฝ่ายธุรการ ฝ่ายวัดผล เพื่อนโรงเรียนอื่น หนํวยงานราชการ องค๑กรเอกชนตํางๆ เป็นต๎น 3. ตอบ ข้อ 1. ขั้นตอนสุดท๎ายของกระบวนการแก๎ปัญหา คือ การประเมินผลการแก๎ปัญหา เป็น การติดตามการแก๎ปัญหาตามแนวทางที่ปฏิบัติ เพื่อให๎ทราบถึงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการ ดําเนินการ และใช๎เป็นข๎อมูลในการกําหนดแนวทางแก๎ปัญหาในครั้งตํอไป 4. ตอบ ข้อ 3. การเลือกวัสดุที่ไมํสํงผลเสียตํอสิ่งแวดล๎อมมาใช๎ในการปฏิบัติงาน เป็นการชํวยอนุรักษ๑ ทรัพยากรธรรมชาติและไมํทําลายสิ่งแวดล๎อม เชํน ลดปัญหาภาวะโลกร๎อน ปัญหาภาวะ เรือนกระจก ปัญหามลพิษทางน้ํา ดิน อากาศ เป็นต๎น 5. ตอบข้อ 2. หลอดไฟแบบตะเกียบหรือหลอดไฟคอมแพกต๑ฟลูออเรสเซนต๑ มีขนาดกะทัดรัด มีระดับ ความสวํางมาก และมีอายุการใช๎งานนาน จึงชํวยประหยัดพลังงานและประหยัดคําไฟได๎ มากเป็นการใช๎ทรัพยากรในการปฏิบัติงานได๎คุ๎มคํามากที่สุด แตํการใช๎หลอดไส๎จะ สิ้นเปลืองมากกวํา เพราะใช๎พลังงานคํอนข๎างมากและเสื่อมสภาพเร็ว 6. ตอบ ข้อ 3. การนําแจกันดอกไม๎ไปวางไว๎ในห๎องรับแขก ถือเป็นการจัดและตกแตํงบ๎านได๎ถูกต๎อง เพราะดอกไม๎จะทําให๎ห๎องรับแขกดูสวยงามขึ้น และสร๎างความประทับใจแกํแขกผู๎มาเยือน 7. ตอบ ข้อ 4. เครื่องเรือนแบบ built-in หรือเครื่องใช๎ประเภทที่ติดกับอาคาร มีข๎อดี คือ มีโครงสร๎าง อุปกรณ๑ที่แข็งแรง เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะใช๎ติดตั้ง และทําให๎บ๎านมีพื้นที่ใช๎สอยเพิ่มขึ้น เพราะสามารถตั้งกับพื้นชิดผนังและแขวนหรือติดตั้งกับเพดานของบ๎านได๎ จึงเหลือพื้นที่ใช๎ สอยเพิ่มขึ้น รวมทั้งประหยัดวัสดุ เพราะโครงสร๎างอุปกรณ๑บางสํวนสามารถอาศัย โครงสร๎างของอาคารได๎
  • 29.
    ~ 29 ~ 8.ตอบ ข้อ 1. หากบ๎านที่อยูํอาศัยมีขนาดเล็ก มีพื้นที่ใช๎สอยน๎อย การจัดตกแตํงบ๎านให๎ดูโปรํงโลํง ไมํแคบ สามารถทําได๎ ดังนี้ 1. จัดพื้นที่ใช๎สอยให๎ใช๎งานได๎อยํางอเนกประสงค๑ 2. ตกแตํงพื้นที่ใช๎สอยให๎ดูเรียบโลํง โปรํง อากาศถํายเทได๎สะดวก ไมํวางตู๎หรือสิ่งของ ปิดประตู หน๎าตําง และไมํควรกั้นผนังทึบ เพราะจะทําให๎ห๎องดูแคบ 3. แบํงพื้นที่ใช๎สอยในห๎องให๎เหมาะสม ถ๎าต๎องการกั้นพื้นที่ ควรกั้นด๎วยฉากหรือมําน ที่เลื่อนเปิด-ปิดได๎ หรือกั้นโดยใช๎ชั้นวางของเตี้ยๆ เพื่อชํวยให๎ห๎องดูไมํทึบ หรืออึดอัด 4. เลือกใช๎เครื่องเรือนอเนกประสงค๑ที่ชิ้นหนึ่งสามารถใช๎งานได๎หลายอยํางแทนการใช๎ เครื่องเรือนหลายชิ้น และใช๎เครื่องเรือนขนาดกะทัดรัด มีผิวเรียบมัน สะท๎อนแสง มีสีโทนอํอน เพราะจะชํวยให๎ห๎องดูกว๎างขึ้น 5. ตกแตํงผนัง พื้น และเพดานห๎องแบบเรียบๆ และใช๎สีโทนสวําง เชํน สีฟ้า สีขาว เป็นต๎น เพื่อชํวยให๎ห๎องดูกว๎างขึ้น 9. ตอบ ข้อ 3. ในการจัดและตกแตํงสวนในบริเวณบ๎านนั้น ควรปลูกพืชคลุมดินด๎วย เนื่องจากพืชคลุมดิน จะชํวยรักษาความชุํมชื้นของหน๎าดิน เมื่อรดน้ําดินจะไมํกระเด็น โดยพืชคลุมดินที่ควร นํามาปลูก เชํน เดหลี ถั่วบราซิล บลูฮาวาย แววมยุรา เฟิร๑นมะขาม เป็นต๎น 10. ตอบ ข้อ 2. การปลูกต๎นไม๎ใหญํรอบๆ บริเวณบ๎าน จะชํวยให๎เกิดรํมเงาแกํบ๎าน ป้องกันไมํให๎บ๎าน สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงและชํวยระบายอากาศได๎เป็นอยํางดี รวมทั้งชํวยเพิ่มความเย็น ให๎แกํบ๎านด๎วย จึงสามารถลดการใช๎เครื่องปรับอากาศลงได๎ ซึ่งเป็นการชํวยประหยัด การ ใช๎ พลังงานอยํางมาก 11. ตอบข้อ 1. โซดาเป็นเครื่องดื่มที่ไมํมีแอลกอฮอล๑ชนิดอัดแก๏สคาร๑บอนไดออกไซด๑ สําหรับใช๎ดื่มใน บางโอกาสและนิยมปรุงผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล๑บางชนิด ในบางครั้งอาจนํา มาปรุงผสมเครื่องดื่มประเภทอื่น เพื่อให๎มีรสซาบซํา ชวนดื่ม 12. ตอบ ข้อ 4. น้ําที่ใช๎ในการผสมเครื่องดื่ม ไมํควรใช๎น้ําบาดาลหรือน้ําประปาจากก๏อกโดยตรง เพราะ น้ําบาดาลมีรสฝาดและในน้ําประปาจะมีคลอรีนผสมอยูํ ทําให๎เมื่อนํามาใช๎ผสมในเครื่องดื่ม แล๎ว จะทําให๎รสชาติของเครื่องดื่มเปลี่ยนไป จึงควรใช๎น้ํากรองที่ผํานการฆําเชื้อโรคด๎วย การต๎มสุกและทิ้งไว๎ให๎เย็นมาผสมในเครื่องดื่ม เพื่อที่รสชาติของเครื่องดื่มจะได๎ ไมํเปลี่ยนไป 13. ตอบ ข้อ 3. ในชํวงสอบ นักเรียนต๎องใช๎สายตาอยํางหนักเพื่ออํานหนังสือ จึงควรเลือกรับประทาน น้ําแครอต เพราะมีวิตามินเอสูง ซึ่งชํวยบํารุงสายตาและเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น โดยพืชผักที่มีวิตามินเอสูง ได๎แกํ ผักที่มีสีส๎ม สีแดง หรือสีเขียวเข๎ม เชํน แครอต มะเขือเทศ มะละกอสุก ฟักทอง ตําลึง เป็นต๎น
  • 30.
    ~ 30 ~ 14.ตอบ ข้อ 2. หากมีอาการไอและมีเสมหะ ควรดื่มน้ํามะขาม เพราะมีสรรพคุณชํวยบรรเทาอาการไอและ ชํวยขับเสมหะ 15. ตอบ ข้อ 4. การจัดและตกแตํงเครื่องดื่มเป็นศิลปะอยํางหนึ่ง ซึ่งจะชํวยให๎ดูนํารับประทานมากขึ้น หากไมํมีการจัดและตกแตํงเครื่องดื่ม ก็จะทําให๎ไมํนํารับประทาน แม๎วําเครื่องดื่มนั้นจะมี รสชาติอรํอยเพียงใดก็ตาม ดังนั้น เพื่อเพิ่มคุณคําให๎เครื่องดื่ม ควรเลือกภาชนะที่เหมาะสม และพิถีพิถันในการจัดและตกแตํงภาชนะเครื่องดื่ม 16. ตอบ ข้อ 1. การมีความสามารถในการปฏิบัติงานชํางในบ๎าน จะชํวยสํงเสริมการอนุรักษ๑ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม โดยลดการใช๎ทรัพยากรด๎วยการซํอมแซมและ ประกอบของใช๎ที่มีอยูํแล๎วให๎มีสภาพดี ทดแทนการซื้อใหมํ 17. ตอบ ข้อ 2. ถ๎าประตูไม๎ห๎องนอนตก ปิดไมํสนิท ควรซํอมแซมโดยการถากหรือไสสํวนที่ปิด ไมํสนิทออก ซึ่งจะชํวยแก๎ปัญหาดังกลําวได๎ 18. ตอบ ข้อ 4. ไขควงลองไฟฟ้า เป็นวัสดุอุปกรณ๑ที่ต๎องนํามาใช๎เป็นอันดับแรกในการซํอมแซมอุปกรณ๑ และเครื่องใช๎ไฟฟ้า เพื่อใช๎ตรวจสอบวํามีกระแสไฟรั่วออกมาหรือไมํ ถ๎ามีกระแสไฟฟ้ารั่ว หลอดไฟฟ้าเรืองแสงที่ด๎ามไขควง จะปรากฏแสงสวํางทันที 19. ตอบ ข้อ 1. การเคลือบผิวด๎วยแล็กเกอร๑ จะทําให๎ชิ้นงานมีความสวยงาม คงทน มีคุณคํา และเหมาะกับ การใช๎สอย ดังนั้น งานชํางในบ๎านเกือบทุกสาขาจําเป็นต๎องใช๎การเคลือบผิวเป็นตัวชํวย สุดท๎าย เพื่อให๎ชิ้นงานมีคุณภาพและสวยงามตามวัตถุประสงค๑ที่ตั้งไว๎ได๎อยํางแท๎จริง 20. ตอบ ข้อ 3. หลักการใช๎เครื่องมือชํางที่ถูกต๎อง คือ ทุกครั้งที่ใช๎ ต๎องเรียนรู๎วิธีการใช๎เครื่องมืออยําง ถูกต๎อง ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูํมือการใช๎อยํางเครํงครัด เมื่อพบข๎อบกพรํองของเครื่องมือ ขณะทํางานต๎องหยุดใช๎ทันที และตัวผู๎ปฏิบัติงานจะต๎องแตํงกายให๎รัดกุม เพื่อให๎เกิดความ ปลอดภัยในการทํางาน เชํน สวมรองเท๎าหุ๎มส๎นที่เป็นผ๎าใบพื้นยาง สวมถุงมือ แตํงกายให๎ มิดชิด เป็นต๎น 21. ตอบ ข้อ 4. วัสดุ อุปกรณ๑ที่ใช๎ในการประดิษฐ๑ตะกร๎าใสํผ๎าจากกระดาษนิตยสาร ได๎แกํ กระดาษ นิตยสาร กาวลาเท็กซ๑ เชือก ลวด คัตเตอร๑ กรรไกร ไม๎บรรทัด และเทปใส ดังนั้น คําตอบใน ข๎อนี้ จึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 4. 22. ตอบ ข้อ 3. ขั้นตอนการทําเชือกกระดาษเพื่อใช๎ยึดขอบตะกร๎า มีดังนี้ 1. นําไม้บรรทัดมาวัดกระดาษนิตยสารให๎มีความกว๎างประมาณ 1 เซนติเมตร แล๎วขีดเส๎น 2. ใช๎คัตเตอร๑หรือกรรไกรตัดกระดาษตามเส๎นที่ขีดไว๎ ให๎ได๎จํานวนประมาณ 10 เส๎น นํากระดาษที่ตัดไปชุบน้ําให๎อํอนตัว กํอนจะนํามาบิดให๎ไปทางเดียวกัน ใช๎ กาวลาเท็กซ์ ตํอกระดาษให๎ติดกันเพื่อให๎ได๎ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
  • 31.
    ~ 31 ~ 3.นําลวดมาโค๎งเป็นหํวงกลมแล๎วใช๎เทปใสพันปลายตํอลวดเข๎าด๎วยกันให๎แนํน เมื่อทําเสร็จทั้ง 2 หํวง แล๎วจึงเริ่มขั้นตอนทําตัวตะกร๎าตํอไป ดังนั้น ลําดับการใช๎วัสดุและอุปกรณ๑ที่ถูกต๎อง จึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 3. 23. ตอบ ข้อ 2. ในการปฏิบัติงานประดิษฐ๑ที่จําเป็นต๎องใช๎เลื่อยหรือพํนสี ทาสี หรือใช๎สารเคมีตํางๆ ผู๎ปฏิบัติงานควรคํานึงถึงความปลอดภัยของสุขภาพรํางกาย โดยควรยืนอยูํเหนือลม และ ใช๎ผ๎าหรือหน๎ากากอนามัยปิดปาก และจมูกให๎มิดชิด เพื่อป้องกันสารเคมีหรือฝุ่นละออง เข๎าสูํรํางกาย 24. ตอบ ข้อ 1. หากประสบปัญหามีคูํแขํงมากในการประดิษฐ๑ชิ้นงานเพื่อจําหนําย แนวทางการแก๎ปัญหา ที่เหมาะสมแนวทางหนึ่ง คือ การทําให๎ชิ้นงานนั้นมีความสวยงาม และความพิถีพิถัน มากขึ้น เพื่อให๎เอาชนะคูํแขํงได๎ เพราะงานประดิษฐ๑หรือผลิตภัณฑ๑ที่สวยงามและประณีต กวํายํอมเป็นที่นําสนใจและได๎เปรียบมากกวํา 25. ตอบ ข้อ 4. การนําขวดน้ําอัดลมพลาสติกไปประดิษฐ๑เป็นดอกไม๎และแจกัน เพื่อใช๎ตกแตํงบ๎าน ที่ทํางานหรือสถานที่ตํางๆ นับเป็นวิธีการจัดการขยะหรือสิ่งของเหลือใช๎อยํางสร๎างสรรค๑ เพราะนอกจากจะชํวยลดปริมาณขยะและปัญหาสิ่งแวดล๎อมได๎แล๎ว ยังชํวยสร๎างรายได๎ ให๎แกํผู๎ประดิษฐ๑อีกทางหนึ่ง 26. ตอบ ข้อ 2. รถตุ๏กตุ๏กประดิษฐ๑จากกระป๋องน้ําอัดลม เป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่สอดคล๎องกับหลักใน การอนุรักษ๑ และการใช๎ทรัพยากรให๎เกิดประโยชน๑สูงสุด 4R ได๎แกํ 1. Reuse คือ การดัดแปลงของที่ใช๎แล๎วเพื่อนํากลับมาใช๎ใหมํ 2. Reduce คือ การใช๎สิ่งของตํางๆ ให๎คุ๎มคํา จะชํวยลดปริมาณความต๎องการทรัพยากร โดยไมํต๎องจัดหาสิ่งใหมํมาใช๎ 3. Repair คือ การซํอมแซมสิ่งของเครื่องใช๎เกําหรือชํารุดให๎สามารถนํากลับมา ใช๎ใหมํได๎อีกครั้ง 4. Recycle คือ การนําของที่ใช๎แล๎วไปผํานกระบวนการผลิตเป็นวัตถุตั้งต๎นใหมํซึ่ง สัญลักษณ๑ในตัวเลือกข๎อที่ 2. เป็นสัญลักษณ๑ที่มักปรากฏอยูํบนผลิตภัณฑ๑หรือบรรจุ ภัณฑ๑ตํางๆ เพื่อแสดงให๎เห็นวํา สามารถนําเอาผลิตภัณฑ๑ หรือบรรจุภัณฑ๑นั้นๆ ไปดัดแปลงหรือผลิตใหมํ เพื่อนํากลับมาใช๎งานได๎อีกครั้ง 27. ตอบ ข้อ 1. ปลาทับทิม เป็ดไลํทุํง ไกํไขํ โคเนื้อ เป็นสัตว๑เลี้ยงที่มีวัตถุประสงค๑ในการเลี้ยงเพื่อใช๎ บริโภคเป็นอาหาร ซึ่งแตกตํางจากกลุํมสัตว๑เลี้ยงในตัวเลือกข๎ออื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค๑ใน การเลี้ยงเพื่อความสวยงามและดูเลํน
  • 32.
    ~ 32 ~ 28.ตอบ ข้อ 2. วิธีสังเกตลักษณะของไกํไขํที่สมบูรณ๑และไกํไขํที่ไมํสมบูรณ๑ มีดังนี้ ลักษณะ ไก่ไข่ที่สมบูรณ์ ไก่ไข่ที่ไม่สมบูรณ์ ตา กลม วาว สุกใส เซื่องซึม ขอบตา เหลือง บาง ขอบขาว ปาก เหลือง ซีดแกมขาว ขน เป็นมันเงางาม แห๎ง ขาด ไมํเงางาม หงอน ใหญํแดง โตเต็มที่ เล็กซีด เป็นขุย มีสะเก็ด แข๎ง เหลืองกลมเกลี้ยง ขาวและแบน กระดูกเชิงกราน แคบกวํา 2 นิ้วมือ กว๎าง 2-3 นิ้วมือ ดังนั้น คําตอบที่ถูกต๎องจึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 2. 29. ตอบข้อ 4. โรคครีบและหางเนํา เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นบํอยกับปลาสวยงาม ลักษณะอาการ คือ ปลายหาง และครีบของปลาจะมีสีขาว ปลายครีบและหางจะขาดหายไป และมีสีขาวคํอยๆ ลุกลามลึก เข๎าไปเรื่อยๆ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากความสกปรกของน้ํา สามารถรักษาได๎ด๎วย การนําสัตว๑เลี้ยงที่ป่วยไปแชํลงในน้ําผสมกับยาปฏิชีวนะ ในอัตราสํวนยา 1-2 กรัม ตํอ น้ํา 100 ลิตร เป็นระยะเวลา 2 วัน 30. ตอบ ข้อ 3. หลักสําคัญในการให๎อาหารไกํไขํประการหนึ่ง คือ การให๎อาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับ สภาพอากาศในแตํละฤดูกาล โดยในฤดูร๎อน ควรให๎อาหารไกํไขํลดลง เพราะอากาศร๎อน ทําให๎ไกํออกไขํน๎อย แตํในฤดูหนาว ควรให๎อาหารไกํมาก เพราะจะชํวยให๎ไกํไขํมีไขมันมา สร๎างความอบอุํนและเพิ่มพลังงานให๎เพียงพอตํอความต๎องการของรํางกาย 31. ตอบ ข้อ 1. การเลี้ยงชะนีที่ถูกจับมาจากป่า ถือเป็นการกระทําที่ไมํเหมาะสม เพราะจะทําให๎จํานวน ชะนีในป่าซึ่งเป็นสัตว๑ป่าคุ๎มครองลดจํานวนลงและอาจสูญพันธุ๑ไปในที่สุด นอกจากนั้นใน บางครั้งจําเป็นต๎องฆําพํอหรือแมํของชะนีเพื่อให๎จับลูกมาได๎ ดังนั้น การนําสัตว๑ป่าทุกชนิด มาเป็นสัตว๑เลี้ยงจึงถือเป็นการกระทําที่ไมํเหมาะสมและผิดกฎหมาย 32. ตอบ ข้อ 4. การจัดการผลผลิตของไกํไขํ นับเป็นกระบวนการสําคัญสําหรับเกษตรกรผู๎เลี้ยงไกํไขํเพื่อ การจําหนําย เพราะการจัดการไขํไกํเพื่อรักษาคุณภาพให๎มีความสมบูรณ๑ ถูกหลักสุขอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของผู๎บริโภค จะชํวยให๎สินค๎าเป็นที่ต๎องการของตลาดและได๎ ราคาดี ดังนั้น การจัดการไขํไกํที่เหมาะสมและดีตํอสุขภาพของผู๎บริโภค คือ นําไขํไกํที่เก็บ มาไปทําความสะอาดให๎ปราศจากสิ่งปนเปื้อน แล๎วนําไปใสํบรรจุภัณฑ๑ที่เหมาะสม กํอนสํงไปจําหนํายตํอไป
  • 33.
    ~ 33 ~ 33.ตอบ ข้อ 1. กระบวนการเทคโนโลยี หมายถึง การใช๎กระบวนการบริหารจัดการมาสร๎างหรือ ผลิตชิ้นงานและซํอมแซมปรับปรุงแก๎ไขชิ้นงานให๎มีสภาพใช๎งานได๎อยํางดี ซึ่งมี 7 องค๑ประกอบตามลําดับขั้นตอน ดังนี้ 1. การกําหนดปัญหาหรือความต๎องการ 2. การรวบรวมข๎อมูล 3. การเลือกวิธีการแก๎ปัญหา 4. การออกแบบและปฏิบัติการ 5. การทดสอบ 6. การปรับปรุงแก๎ไข 7. การประเมินผล ดังนั้น การดําเนินงานสร๎างสิ่งประดิษฐ๑ตามกระบวนเทคโนโลยีในตัวเลือกข๎อที่ 1. จึงถูกต๎องมากที่สุด 34. ตอบ ข้อ 2. พิจารณาจากภาพคอมพิวเตอร๑โน๎ตบุ๏กที่กําหนดให๎ ซึ่งมีลักษณะของสํวนประกอบตํางๆ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ๎าและรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตรงกับรูปทรงพื้นฐานที่ใช๎ในการออกแบบ ผลิตภัณฑ๑ในตัวเลือกข๎อที่ 2. 35. ตอบ ข้อ 3. ลักษณะของความคิดที่เรียกวํา “ความคิดสร๎างสรรค๑” ประกอบด๎วย 1. ความคิดริเริ่ม คือ ความคิดที่แปลกใหมํ ไมํซ้ําของเดิม 2. ความคล่องในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือแก๎ปัญหาได๎อยํางคลํองแคลํว รวดเร็วในเวลาจํากัด 3. ความยืดหยุ่นในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือวิธีแก๎ปัญหาได๎หลายอยําง และหลายวิธี 4. ความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยายความคิด หลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ชิ้นงานที่เกิดจากความคิดสร๎างสรรค๑จึงมีลักษณะเดํน คือ แปลกใหมํไมํซ้ําใคร มีความหลากหลายในการใช๎งาน เป็นต๎น 36. ตอบ ข้อ 4. ลักษณะเดํนของบุคคลที่มีความคิดสร๎างสรรค๑ คือ 1. มีความคิดริเริ่ม คือ มีความคิดที่แปลกใหมํ ไมํซ้ําของเดิม 2. มีความคล่องในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือแก๎ปัญหาได๎อยํางคลํองแคลํว รวดเร็วในเวลาจํากัด 3. มีความยืดหยุ่นในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือวิธีแก๎ปัญหาได๎หลายอยําง และหลายวิธี 4. มีความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยายความคิด หลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น
  • 34.
    ~ 34 ~ 37.ตอบ ข้อ 1. การเลือกใช๎เทคโนโลยีได๎อยํางสร๎างสรรค๑ คือ การใช๎เทคโนโลยีเพื่อสร๎างความสุข ความพึงพอใจให๎กับตนเอง สังคม สิ่งแวดล๎อม ตามความจําเป็นหรือความเหมาะสมกับ อัตภาพในการดํารงชีวิตประจําวัน นอกจากนั้น ยังต๎องเป็นเทคโนโลยีที่ไมํสํงผลกระทบตํอ ธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม สังคม วัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจ เป็นต๎น ดังนั้น การเลือกใช๎ เทคโนโลยีอยํางสร๎างสรรค๑ จึงมีสํวนในการสร๎างโลกให๎นําอยูํ เพราะชํวยสํงเสริมให๎มนุษย๑ กับธรรมชาติอยูํรํวมกันอยํางสันติและยั่งยืน 38. ตอบ ข้อ 2. การเสริมสร๎างประสบการณ๑อาชีพ คือ การเตรียมพร๎อมตนเองกํอนเข๎าสูํอาชีพที่ตนเอง สนใจโดยวิธีการเสริมสร๎างประสบการณ๑อาชีพให๎กับตนเองอยํางมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทําได๎โดยการเข๎ารํวมกิจกรรมเข๎าศึกษา หรือเข๎าอบรมตํางๆ ที่เกี่ยวข๎องกับอาชีพที่ ตนเองสนใจ เป็นต๎น 39. ตอบ ข้อ 4. การสมัครงานผํานเว็บไซต๑จัดหางาน ถือเป็นชํองทางการสมัครงานที่ได๎รับความนิยมมาก ที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีความสะดวก มีขั้นตอนไมํยุํงยาก อีกทั้งยังประหยัดเวลาและ คําใช๎จํายในการเดินทางไปสมัครด๎วยตนเอง หรือการสํงจดหมายไปสมัครงาน 40. ตอบ ข้อ 2. ทักษะพื้นฐานที่จําเป็นตํอการประกอบอาชีพ ได๎แกํ 1. ทักษะกระบวนการทางาน เป็นการเรียนรู๎กระบวนการทํางานและลงมือปฏิบัติงาน ด๎วยตนเอง จนเกิดความเชี่ยวชาญในงานนั้นๆ 2. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการจัดการปัญหาได๎อยํางมี ประสิทธิภาพและทันทํวงที 3. ทักษะการทางานร่วมกัน เป็นการฝึกลักษณะนิสัยให๎มีความยืดหยุํน ประนีประนอม สามารถเข๎ากับคนได๎ทุกประเภท มีความจริงใจตํอกัน เป็นต๎น 4. ทักษะการแสวงหาความรู้ เป็นการแสวงหาความรู๎เพิ่มเติมอยูํเสมอ เพื่อนํามา พัฒนาการทํางานของตนเองให๎สําเร็จไปด๎วยดี 5. ทักษะการจัดการ เป็นความพยายามในการจัดระบบการทํางานทั้งระบบงานและ ระบบบุคลากร เพื่อให๎การทํางานสําเร็จตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ 41. ตอบ ข้อ 3. การทําหน๎าที่ของซอฟต๑แวร๑ คือ ผู๎ใช๎สามารถใช๎ชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่สั่งการให๎เครื่อง คอมพิวเตอร๑ทํางานตามที่ผู๎ใช๎ต๎องการ หรือเป็นตัวกลางเพื่อให๎คอมพิวเตอร๑สามารถสื่อสาร กับฮาร๑ดแวร๑คอมพิวเตอร๑ได๎ 42. ตอบ ข้อ 4. ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต๑วินโดวส๑ เป็นระบบปฏิบัติการที่ได๎รับความนิยมสูงมากใน เครื่องไมโครคอมพิวเตอร๑ เพราะใช๎งานได๎งําย และมีซอฟต๑แวร๑ประยุกต๑ที่สามารถใช๎งาน ได๎บนระบบปฏิบัติการหลายประเภท ซึ่งสามารถชํวยอํานวยความสะดวกในการทํางาน ของผู๎ใช๎ทุกๆ ด๎าน
  • 35.
    ~ 35 ~ 43.ตอบ ข้อ 1. โปรแกรม Microsoft Word จัดเป็นซอฟต๑แวร๑ประมวลผลคํา ซึ่งเป็นซอฟต๑แวร๑ที่ใช๎ใน การจัดทําเอกสารทุกชนิด เชํน รายงาน จดหมายเวียน หนังสือ ใบปลิว สื่อสิ่งพิมพ๑ตํางๆ ซึ่งปัจจุบันโปรแกรมประมวลผลคํา แบํงออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. เวิร๑ดโพรเซสเซอร๑ (Word Processor) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช๎สร๎าง เพิ่มเติม หรือแก๎ไข ข๎อความในเอกสาร 2. เทกซ๑อิดิเตอร๑ (Text Editors) ซึ่งเป็นโปรแกรมประมวลผลคําที่มีขนาดเล็ก เหมาะ สําหรับการพิมพ๑และแก๎ไขเอกสารแบบธรรมดา 44. ตอบ ข้อ 4. โปรแกรมอรรถประโยชน๑ (utility program/software) หรือโปรแกรมยูทิลิตี (utility) เป็น โปรแกรมประเภทหนึ่งที่ทํางานบนระบบปฏิบัติการ สํวนมากใช๎เพื่อบํารุงรักษาและเพิ่ม ประสิทธิภาพการทํางานของคอมพิวเตอร๑ ยูทิลิตีแบํงออกเป็น 2 ชนิดคือ โปรแกรม ยูทิลิตีสําหรับระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมยูทิลิตีอื่นๆ 45. ตอบ ข้อ 4. ประภาควรใช๎โปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทํารูปเลํมรายงานและสร๎างแผนภูมิจาก ข๎อมูลที่ได๎และใช๎โปรแกรม Microsoft PowerPoint ในการนําเสนอรายงานหน๎าชั้นเรียน 46. ตอบ ข้อ 1. การโอนถํายข๎อมูลหรือการแลกเปลี่ยนข๎อมูลระหวํางผู๎สํงต๎นทางกับผู๎รับปลายทาง ทั้งข๎อมูลประเภทข๎อความ รูปภาพ เสียง หรือข๎อมูลสื่อผสม ผู๎สํงต๎นทางจะต๎องสํงข๎อมูล ผํานอุปกรณ๑อิเล็กทรอนิกส๑หรือคอมพิวเตอร๑ ซึ่งมีหน๎าที่แปลงข๎อมูลเหลํานั้นให๎อยูํใน รูปสัญญาณทางไฟฟ้า จากนั้นจึงสํงไปยังอุปกรณ๑หรือคอมพิวเตอร๑ปลายทางได๎ ซึ่งผู๎สํง ต๎นทางจะทําหน๎าที่สํงข๎อมูลขําวสารออกไปยังจุดหมายปลายทางที่ต๎องการ ซึ่งอาจเป็น บุคคลหรืออุปกรณ๑ เชํน เครื่องคอมพิวเตอร๑ โทรศัพท๑ เป็นต๎น 47. ตอบ ข้อ 3. การพูดโทรศัพท๑ เป็นการสื่อสารข๎อมูลสองทิศทางพร๎อมกัน ซึ่งสามารถสํงข๎อมูลในเวลาใด เวลาหนึ่งได๎ทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งฝ่ายสํงและฝ่ายรับ หรืออีกอยํางหนึ่ง คือ ผู๎สํงและผู๎รับสามารถ โต๎ตอบสวนทางกันได๎ในเวลาเดียวกัน เชํน การสํงสัญญาณโทรศัพท๑ การสนทนา Line หรือ Facebook เป็นต๎น 48. ตอบ ข้อ 4. เครือขํายคอมพิวเตอร๑แบํงออกตามการเชื่อมโยงได๎เป็น 4 ชนิด ดังนี้ 1. เครือขํายสํวนบุคคล หรือแพน (Personal Area Network : PAN) เป็นเครือขํายที่ใช๎ สํวนบุคคล ซึ่งเป็นการเชื่อมตํอแบบไร๎สายในระยะใกล๎ เชํน การเชื่อมตํอ คอมพิวเตอร๑กับโทรศัพท๑มือถือ เป็นต๎น 2. เครือขํายเฉพาะที่ หรือแลน (Local Area Network : LAN) เป็นเครือขํายขนาดเล็ก ซึ่ง เชื่อมโยงคอมพิวเตอร๑และอุปกรณ๑สื่อสารที่อยูํในท๎องที่บริเวณเดียวกันเข๎าด๎วยกัน เชํน ภายในอาคารที่มีระยะทางไมํไกลนัก เป็นต๎น 3. เครือขํายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network : MAN) เป็นเครือขํายที่ เชื่อมโยงแลนที่อยูํหํางกัน เชํน ระหวํางสํานักงานที่อยูํคนละอาคาร เป็นต๎น
  • 36.
    ~ 36 ~ 4.เครือขํายวงกว๎าง หรือแวน (Wide Area Network : WAN) เป็นเครือขํายคอมพิวเตอร๑ ขนาดใหญํที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร๑ในระยะหํางไกล เชํน เชื่อมโยงระหวําง ประเทศ เป็นต๎น 49. ตอบ ข้อ 2. คอมพิวเตอร๑แมํขําย หมายถึง คอมพิวเตอร๑ที่ทําหน๎าที่เป็นผู๎ให๎บริการทรัพยากรตํางๆ ได๎แกํ ฐานข๎อมูล หนํวยประมวลผล หนํวยความจํา หนํวยความจําสํารอง และ โปรแกรมตํางๆ เป็นต๎น 50. ตอบ ข้อ 2. ระบบเครือขํายแบบดาว เป็นวิธีการที่นิยมใช๎เชื่อมตํอคอมพิวเตอร๑ขนาดเล็กเข๎ากับ คอมพิวเตอร๑ขนาดใหญํ (Host Computer) ซึ่งจะใช๎เป็นเครื่องศูนย๑กลาง และตํอสายไปยัง คอมพิวเตอร๑เทอร๑มินัลตามจุดตํางๆ 51. ตอบ ข้อ 1. ประเทศไทยเริ่มมีการเชื่อมตํออินเทอร๑เน็ตกับเครื่องมินิคอมพิวเตอร๑ในปี พ.ศ. 2530 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร๑ และสถาบันเทคโนโลยีแหํงเอเชีย (AIT) ได๎เชื่อมตํอ เครื่องมินิคอมพิวเตอร๑ของมหาวิทยาลัยและสถาบันไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร๑น ประเทศออสเตรเลีย โดยมีการเชื่อมตํอผํานโทรศัพท๑ซึ่งสํงข๎อมูลได๎ช๎า และเป็น การเชื่อมตํอแบบชั่วคราว 52. ตอบ ข้อ 2. FTP เป็นการโอนย๎ายไฟล๑ข๎อมูล จึงไมํเหมาะสําหรับใช๎สํงข๎อความ การอํานไปรษณีย๑ อิเล็กทรอนิกส๑สามารถเปิดอํานด๎วยการใช๎ Web mail หรือ POP mail ซึ่ง Bit Torrent ไมํใชํ ทั้ง Web mail และ POP mail สํวน lnstant messaging เป็นโปรแกรมสนทนา ไมํใชํ โปรแกรมสําหรับสั่งงานคอมพิวเตอร๑ ดังนั้น โปรแกรมที่เหมาะสมกับการใช๎งานทาง อินเทอร๑เน็ตมากที่สุด คือ การแสดงนามสกุล html ด๎วย Web browser 53. ตอบ ข้อ 2. บล็อก (blog) หรือเว็บบล็อก (weblog) เป็นเว็บไซต๑ที่ใช๎เขียนบันทึกเรื่องราวของตนเองลง ในเว็บไซต๑ได๎ตลอดเวลา การสร๎างเว็บบล็อกสามารถทําได๎ด๎วยตนเอง ภายในเว็บบล็อกจะ มีระบบบริหารจัดการเว็บไซต๑พื้นฐานในการสร๎างเครื่องมือสําหรับเขียนเรื่อง โพสต๑รูป จัดหมวดหมูํ และลูกเลํนอื่นๆ ที่ผู๎จัดทําพยายามสร๎างเพื่อดึงดูดผู๎คนให๎เข๎าไป ซึ่งผู๎ใช๎คน อื่นๆ สามารถเข๎ามาแสดงความคิดเห็นรํวมกันได๎
  • 37.
    ~ 37 ~ 54.ตอบ ข้อ 3. อินเทอร๑เน็ตมีผลกระทบทางบวกตํอสังคม ดังนี้ 1. ทําให๎มีความสะดวกในการติดตํอสื่อสารในเครือขํานขนาดใหญํ คือ ทําให๎คนใน สังคมติดตํอสื่อสารได๎ทุกสถานที่ ทุกเวลา 2. ชํวยพัฒนาประสิทธิภาพการทํางาน เชํน การประชุมทางไกลผํานเครือขําย เป็นต๎น 3. ชํวยพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทําให๎เกิดการศึกษารูปแบบใหมํที่กระตุ๎นความสนใจ ของผู๎เรียน เชํน ระบบการเรียนทางไกลผํานอินเทอร๑เน็ต เป็นต๎น 55. ตอบ ข้อ 2. การกระทําของสายชลถือวําเป็นการกระทําผิดข๎อบังคับในการใช๎คอมพิวเตอร๑ โดยการใช๎ คอมพิวเตอร๑ทําร๎ายและสร๎างความเสื่อมเสียแกํผู๎อื่น คือ ใช๎คอมพิวเตอร๑นําเอาผลงานของ ผู๎อื่นมาเป็นของตน 56. ตอบ ข้อ 1. การรวบรวมข๎อมูล เป็นการเสาะหาข๎อมูลหรือข๎อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมารวมกัน ซึ่ง การรวบรวมข๎อมูลสามารถทําได๎โดยการเก็บรวบรวมข๎อมูลด๎วยตนเอง หรือจากแหลํงที่มี ผู๎รวบรวมไว๎แล๎ว ซึ่งการเก็บรวบรวมข๎อมูลด๎วยตนเองทําได๎ 2 วิธี คือ การเก็บรวบรวม ข๎อมูลด๎วยการสังเกต และการเก็บรวบรวมข๎อมูลด๎วยการสอบถาม ซึ่งทําได๎ ดังนี้ การสัมภาษณ๑ตามแบบสอบถามเป็นการสํวนตัว และการสํงแบบสอบถามทางไปรษณีย๑ 57. ตอบ ข้อ 3. การแก๎ปัญหาด๎วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการแก๎ปัญหาอยํางมีขั้นตอน โดยใช๎กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ๑คอมพิวเตอร๑เพื่อให๎การปฏิบัติงาน สะดวก ถูกต๎อง และแมํนยํา ซึ่งการใช๎คอมพิวเตอร๑ในการแก๎ปัญหารํวมกับกระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถทําได๎โดยใช๎ซอฟต๑แวร๑ประยุกต๑และการเขียนโปรแกรม 58. ตอบ ข้อ 1. การประมวลผลข๎อมูล เป็นกระบวนการคิดหรือการจัดระเบียบแบบแผนของข๎อมูล เพื่อให๎ ได๎ผลลัพธ๑ตามที่ต๎องการ ซึ่งทําได๎โดยการคํานวณ การเปรียบเทียบ การเคลื่อนย๎ายข๎อมูล การรวบรวมเป็นแฟ้มข๎อมูล การเรียงลําดับ และการวิเคราะห๑ข๎อมูลโดยใช๎ทฤษฎี ทางคณิตศาสตร๑ วิทยาศาสตร๑ หรือวิทยาการตํางๆ ในการประมวลผล 59. ตอบ ข้อ 4. การเผยแพรํสารสนเทศ เป็นขั้นตอนสุดท๎ายที่นําสารสนเทศไปใช๎ประโยชน๑กับผู๎ใช๎ ซึ่งอยูํ หํางไกล ปัจจุบันนิยมสํงผํานทางอินเทอร๑เน็ต เนื่องจากเป็นเครือขํายคอมพิวเตอร๑ที่ ครอบคลุมทั่วโลก เชํน การสํงผํานทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส๑ การสํงข๎อมูลผํานโปรแกรม การสนทนา การเผยแพรํข๎อมูลผํานเว็บไซต๑ การเผยแพรํข๎อมูลผํานสังคมออนไลน๑ เป็นต๎น 60. ตอบ ข้อ 2. สัญลักษณ๑ที่ใช๎แทนการแสดงผลข๎อมูลออกทางเครื่องพิมพ๑ คือ 
  • 38.
    ~ 38 ~ เฉลยแบบทดสอบมาตรฐานชั้นปีชุดที่ 2 เฉลยอย่างละเอียด 1. ตอบ ข้อ 3. การแสวงหาความรู๎ด๎วยการฟัง ควรรับฟังผู๎อื่นด๎วยใจที่เปิดกว๎าง ไมํมีอคติ แล๎วนําข๎อมูลนั้น มาประมวลเป็นความคิดของตนเอง รับฟังข๎อมูลที่หลากหลาย และใช๎วิจารณญาณใน การฟัง รวมทั้งเมื่อฟังแล๎วต๎องนําข๎อมูลมาวิเคราะห๑ สังเคราะห๑ และแยกแยะเพื่อให๎ได๎ ข๎อมูลที่ถูกต๎องที่สุด ตลอดจนรับฟังจากบุคคลตํางๆ โดยไมํจํากัดวําต๎องเป็นผู๎ที่สําเร็จ การศึกษาระดับสูงเทํานั้น เพราะบางคนที่ไมํได๎เรียนสูงมากนักแตํมีความรู๎ตํางๆ เป็นอยํางดี 2. ตอบ ข้อ 2. การติดตํอสื่อสารให๎มีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. พูดจาสุภาพ ไพเราะ อํอนโยน ใช๎น้ําเสียงที่นุํมนวล 2. มีความรอบคอบในการใช๎ภาษาถิ่นในการสนทนา หากไมํแนํใจควรใช๎ภาษาทางการ เพื่อจะได๎เข๎าใจความหมายได๎ตรงกัน และพูดแตํประเด็นสําคัญ เพื่อคูํสนทนาจะได๎ เข๎าใจตรงกับสิ่งที่เราต๎องการ จะได๎ไมํเกิดความเข๎าใจผิดในการติดตํอสื่อสาร ระหวํางกัน 3. เมื่อสนทนากับผู๎อื่นจะต๎องควบคุมอารมณ๑ของตนให๎อยูํในสภาพปกติ ไมํแสดงกิริยา เกรี้ยวกราดตํอผู๎ที่กําลังสนทนาด๎วย 4. หากต๎องไปติดตํอหรือใช๎บริการหนํวยงานตํางๆ ควรแตํงกายให๎สุภาพเรียบร๎อย เพื่อเป็นการให๎เกียรติบุคคลหรือหนํวยงานที่ไปใช๎บริการ 3. ตอบ ข้อ 3. การเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป ไมํใชํหลักคุณธรรมในการทํางานรํวมกับผู๎อื่น เนื่องจาก การทํางานรํวมกับผู๎อื่นนั้น จะต๎องรู๎จักปรับตัวเองให๎เข๎ากับระเบียบ กฎเกณฑ๑ของกลุํมหรือ สังคม ลดความเป็นตัวของตัวเองลงเพื่อไมํให๎เกิดการขัดแย๎งกับผู๎อื่นในการทํางาน 4. ตอบ ข้อ 4. กระบวนการแก๎ปัญหาในการทํางาน มี 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. สํารวจปัญหา 2. วิเคราะห๑ปัญหา 3. สร๎างทางเลือก 4. ประเมินทางเลือก 5. วางแผนปฏิบัติ 6. ประเมินผลการแก๎ปัญหา 5. ตอบ ข้อ 1. การใช๎ทรัพยากรในการปฏิบัติงานให๎คุ๎มคําและเกิดประโยชน๑สูงสุด ไมํควรใช๎วัสดุที่ สํงผลเสียตํอสภาพแวดล๎อม ซึ่งโฟมถือเป็นวัสดุที่กํอให๎เกิดปัญหาสิ่งแวดล๎อมอยํางมาก เพราะยํอยสลายยาก หรือหากนําไปเผาก็จะกํอให๎เกิดมลพิษทางอากาศและเป็นอันตราย ตํอรํางกาย 6. ตอบ ข้อ 3. บริเวณห๎องเก็บของ ห๎องนอน ห๎องน้ํา หรือบริเวณอื่นๆ ที่สําคัญของบ๎าน ควรติดตั้งหลอด ไฟฟ้าให๎แสงสวํางอยํางทั่วถึง และควรติดตั้งสวิตช๑ไฟให๎อยูํใกล๎กับประตูเข๎าออกเพื่อ สะดวกในการเปิด-ปิดไฟเมื่อใช๎งาน
  • 39.
    ~ 39 ~ 7.ตอบ ข้อ 4. หนู แมลงสาบ และยุง เป็นสัตว๑ที่เป็นพาหะนําโรคหลายชนิด เชํน ไข๎เลือดออก ไข๎รากสาด เป็นต๎น วิธีการป้องกันหรือกําจัดสัตว๑เหลํานี้ เชํน กําจัดแหลํงน้ําขังไมํให๎เป็นแหลํง เพาะพันธุ๑ยุง รักษาความสะอาดของบ๎านเรือน อยําให๎มีเศษอาหารเหลือตกค๎างในถังขยะ 8. ตอบ ข้อ 1. การปลูกต๎นไม๎มากๆ ภายในบริเวณบ๎าน จะชํวยให๎เกิดความรํมรื่น มีเงาไม๎บังแสงแดด ชํวยให๎อากาศเย็นสบาย สดชื่น 9. ตอบ ข้อ 3. ในการดูแลรักษาและตกแตํงสวนในบริเวณบ๎าน หากพบวําต๎นไม๎ที่ปลูกในกระถางโตเกิน กวําจะอยูํในกระถางได๎ ควรเปลี่ยนกระถางให๎ใหญํขึ้น หรือนําไปปลูกลงดิน เพื่อป้องกัน มิให๎ต๎นไม๎แคระแกร็นหรือเจริญเติบโตได๎ไมํเต็มที่ 10. ตอบ ข้อ 2. การจัดสวนภายในบริเวณบ๎าน มีความสําคัญ คือ ทําให๎บ๎านเกิดความสวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ และลดมลพิษตํางๆ โดยเฉพาะสนามหญ๎า เพราะหญ๎าสามารถกรองฝุ่นละออง ได๎ดีที่สุด รวมทั้งยังทําให๎มีพื้นที่ที่เป็นสัดสํวน และมีมุมพักผํอนสํวนตัว ทําให๎สมาชิกใน ครอบครัวอาศัยอยูํอยํางมีความสุข 11. ตอบ ข้อ 2. การต๎มเครื่องดื่มที่ทําจากผักผลไม๎ ไมํควรใช๎หม๎อทองเหลือง เพราะกรดในผักผลไม๎จะทํา ปฏิกิริยากัดกรํอนหม๎อทองเหลือง ซึ่งอาจทําให๎สีและรสชาติเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้ง อาจกํอให๎เกิดอันตรายตํอผู๎บริโภคได๎ 12. ตอบ ข้อ 4. การเลือกซื้อผักผลไม๎ที่มีรอยแมลงกัดแทะเล็กน๎อย จะมีความปลอดภัย เพราะแสดงวํา ผักผลไม๎นั้นได๎รับปริมาณสารเคมีกําจัดแมลงไมํมากนัก จึงเหมาะที่จะนํามาบริโภค 13. ตอบ ข้อ 3. น้ํามะนาว น้ํามะขาม เป็นผลไม๎ที่มีวิตามินซีสูง ชํวยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ตํอต๎านสารกํอมะเร็ง เพิ่มภูมิคุ๎มกันให๎แกํรํางกาย เป็นต๎น 14. ตอบ ข้อ 1. น้ําเฉาก๏วย มีสรรพคุณแก๎อาการร๎อนใน แก๎อาการกระหายน้ํา แก๎ไข๎หวัด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ตับอักเสบ เป็นต๎น 15. ตอบ ข้อ 4. หลักการสําคัญในการจัดและตกแตํงเครื่องดื่ม คือ นําสิ่งที่รับประทานได๎มาตกแตํง นําสิ่งที่ มีรสชาติไมํขัดกับเครื่องดื่มมาตกแตํง นําผักผลไม๎ที่มีขนาดเล็ก สวยงาม และเป็นที่นิยมมา ใช๎ตกแตํง เชํน ส๎ม สับปะรด กีวี แตงกวา สะระแหนํ เป็นต๎น และไมํควรนําผักผลไม๎มา ตกแตํงมากเกินไป เพราะจะทําให๎ดูรุงรัง ไมํสวยงาม 16. ตอบ ข้อ 2. การที่บุคคลสามารถปฏิบัติงานชํางในบ๎านได๎ เชํน ซํอมก๏อกน้ํา ประกอบตู๎ โต๏ะ จะชํวย ประหยัดคําใช๎จํายได๎มาก เพราะไมํต๎องจ๎างชํางหรือผู๎เชี่ยวชาญมาทําให๎ 17. ตอบ ข้อ 1. เมื่อใช๎งานอุปกรณ๑ไฟฟ้าไประยะหนึ่ง ควรถอดชิ้นสํวนตํางๆ ออกมาทําความสะอาด เพื่อยืดอายุการใช๎งาน เชํน พัดลม แผํนกรองอากาศของเครื่องทําความเย็น ควรถอดออกมา ล๎างทําความสะอาดสัปดาห๑ละ 1 ครั้ง เป็นต๎น
  • 40.
    ~ 40 ~ 18.ตอบ ข้อ 4. ขณะซํอมแซมอุปกรณ๑ไฟฟ้า ไมํควรจับสายไฟฟ้าด๎วยมือเปลํา เพราะอาจกํอให๎เกิดอันตราย กับรํางกายจากการถูกไฟดูดหรือไฟช็อต ดังนั้น ควรสวมถุงมือยาง ซึ่งเป็นฉนวนไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายดังกลําว 19. ตอบ ข้อ 4. ขณะใช๎เครื่องมือหรืออุปกรณ๑ตํางๆ ซํอมแซมสิ่งของในบ๎าน ผู๎ใช๎ควรแตํงกายให๎รัดกุม ไมํใสํเครื่องประดับที่อาจกํอให๎เกิดอันตรายในการทํางาน ทั้งนี้ เพื่อให๎เกิดความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย๑สินของผู๎ใช๎เครื่องมือนั้นๆ 20. ตอบ ข้อ 3. การปฏิบัติตามหลัก 5 ส เป็นวิธีการหนึ่งที่ชํวยจัดระบบการทํางานชํางให๎มีความเป็น ระเบียบเรียบร๎อย และสร๎างความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานชํางได๎เป็นอยํางดี ซึ่ง ประกอบด๎วย 1. สะสาง 2. สะดวก 3. สะอาด 4. สุขลักษณะ และ 5. สร๎างนิสัย ดังนั้น ตัวเลือกข๎อที่ 3. จึงเป็นคําตอบที่ถูกต๎องที่สุด เพราะตรงกับ 5 ส ข๎อที่ 3. สะอาด 21. ตอบ ข้อ 3. วัสดุ อุปกรณ๑ที่ใช๎ในการประดิษฐ๑แจกันขวดพลาสติก ได๎แกํ ขวดน้ําพลาสติก หัวแร๎ง กระดาษ A4 ดินสอ สีเมจิก ลวดเย็บกระดาษ และกรรไกร ดังนั้น คําตอบที่ถูกต๎องจึงตรงกับ ตัวเลือกข๎อที่ 3. 22. ตอบ ข้อ 4. ขั้นตอนการประดิษฐ๑แจกันขวดพลาสติก มีดังนี้ 1. นําขวดพลาสติกที่ทําความสะอาดแล๎วมาตัดหัวขวดออกด๎วยหัวแร้ง 2. นํากระดาษ A4 มา 1 แผํน แล๎วใช๎ดินสอ และสีเมจิกออกแบบตกแตํงลวดลายให๎ สวยงาม 3. นําแบบที่ตกแตํงเสร็จแล๎วใสํด๎านในขวด แล๎วใช๎ลวดเย็บกระดาษเย็บให๎ติดกัน กํอนนําหัวแร๎งมาตัดขวดตามลวดลายบนแบบที่ติดไว๎ 4. เสร็จแล๎วให๎แกะแบบกระดาษและเศษพลาสติกออกจากขวด กํอนจะใช๎กรรไกร ตกแตํงให๎สวยงาม ดังนั้น ลําดับการใช๎วัสดุและอุปกรณ๑ที่ถูกต๎อง จึงตรงกับตัวเลือกข๎อที่ 4. 23. ตอบ ข้อ 1. หลักในการประดิษฐ๑ตะกร๎าสานจากใบเตย ซึ่งเป็นวัสดุท๎องถิ่นที่มีความอํอนตัวสูง ทําให๎มี ความทนทานในการใช๎งานน๎อย ดังนั้น หากต๎องการทําให๎ตะกร๎าสานจากใบเตยมีความ ทนทานและสามารถใช๎งานได๎นานขึ้น ผู๎ประดิษฐ๑ควรทาเชลแล็กหรือแล็กเกอร๑เคลือบผิว ไว๎ทั้งด๎านนอกและด๎านในตะกร๎า เพื่อทําให๎พื้นผิวของตะกร๎ามีความคงทนมากขึ้น 24. ตอบ ข้อ 2. การสํารวจความต๎องการและความนิยมของผู๎ซื้อ รวมทั้งสํารวจราคาของงานประดิษฐ๑นั้นๆ ถือวํามีความสําคัญอยํางยิ่งตํอการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนในการประดิษฐ๑ของใช๎เพื่อ จําหนําย เพราะการสํารวจความต๎องการของผู๎ซื้อและราคาของงานประดิษฐ๑นั้นๆ จะทําให๎ ทราบข๎อมูลวํา ควรผลิตออกมาจํานวนเทําไร และตั้งราคาขายเทําไร ทั้งนี้ เพื่อมิให๎ขาดทุน และได๎รับกําไรสูงสุดภายใต๎ขอบเขตของราคาขายในท๎องตลาด
  • 41.
    ~ 41 ~ 25.ตอบ ข้อ 3. โคมไฟอํานหนังสือจากกะลามะพร๎าว ถือเป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่เหมาะแกํการนํามามอบเป็น ของขวัญให๎แกํเพื่อนมากที่สุด เพราะเป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่เกิดจากการนําวัสดุธรรมชาติที่มีใน ท๎องถิ่นมาสร๎างสรรค๑ให๎เกิดประโยชน๑ ดูมีความแปลกใหมํไมํซ้ําของเดิม อีกทั้งยังสามารถ นําไปใช๎งานได๎หลากหลาย เชํน ใช๎ตกแตํงห๎องนอน ใช๎เปิดอํานหนังสือ เป็นต๎น สํวนไม๎กวาด กระถางต๎นไม๎ สีย๎อมผ๎าและเชื้อเพลิง ไมํเหมาะตํอการนํามาใช๎เป็นของขวัญ 26. ตอบ ข้อ 4. เปลือกหอย สามารถนํามาประดิษฐ๑เป็นของใช๎และของตกแตํงได๎หลากหลาย เชํน ตุ๏กตา โมบายแขวน กรอบรูป เป็นต๎น ถือเป็นสิ่งประดิษฐ๑ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล๎อม เพราะ เป็นวัสดุธรรมชาติ ไมํใช๎พลังงานเชื้อเพลิงในการประดิษฐ๑ เป็นการนําวัสดุเหลือใช๎มา สร๎างประโยชน๑ แสดงให๎เห็นถึงการใช๎ทรัพยากรอยํางคุ๎มคํา และชํวยลดปริมาณขยะ 27. ตอบ ข้อ 1. เป็ดไขํ เป็นสัตว๑เลี้ยงที่มีวัตถุประสงค๑ในการเลี้ยงเพื่อนําไขํเป็ดไปบริโภคและจําหนําย การเลี้ยงเป็ดไขํจึงจําเป็นต๎องสร๎างเป็นโรงเรือนขนาดใหญํ ซึ่งต๎องใช๎พื้นที่ในการสร๎าง คํอนข๎างกว๎าง และไมํควรเป็นที่ชุมชน เพราะจะทําให๎คนในชุมชนได๎รับผลกระทบจาก เสียงและกลิ่นของเสียจากการเลี้ยงเป็ดไขํ สถานที่ที่เหมาะสมตํอการเลี้ยงเป็ดไขํ จึงควรเป็น บริเวณทุํงนาหรือที่ราบกว๎างและหํางจากแหลํงชุมชนพอสมควร 28. ตอบ ข้อ 2. ไขํเป็ดและเนื้อของเป็ดไขํ ถือเป็นอาหารที่มีคุณคําทางโภชนาการ เพราะอุดมไปด๎วย โปรตีนที่ชํวยเสริมสร๎างรํางกายให๎แข็งแรง ดังนั้น การเลี้ยงเป็ดไขํจึงสํงผลดีตํอผู๎เลี้ยงและ ครอบครัว คือ สามารถนํามาบริโภคในครัวเรือนและเป็นการประกอบอาชีพสร๎างรายได๎ ให๎แกํครอบครัว 29. ตอบ ข้อ 1. โรคบิด มักพบมากในลูกไกํอายุต่ํากวํา 2 เดือน โดยมีลักษณะของอาการ คือ ถํายเป็นมูก และมีเลือดปนออกมา ไมํกินอาหาร หนาวสั่น ปีกตก เป็นต๎น ซึ่งสามารถดูแลรักษาได๎ด๎วย การใช๎ยาซัลฟาหรือยาซัลเมท ละลายน้ําให๎ไกํกินตามคําแนะนําของสัตวแพทย๑ 30. ตอบ ข้อ 3. การให๎อาหารปลาสวยงามมากกวําความต๎องการของปลา สํงผลให๎เกิดโรคระบาดใน การเลี้ยงปลาสวยงามได๎ เพราะเศษอาหารที่เหลือจะไปตกค๎างอยูํในระบบกรองน้ําและเกิด การบูดเนํา สํงผลให๎น้ําเนําเสีย ซึ่งเป็นตัวการสําคัญที่ทําให๎เกิดโรคระบาดได๎งําย 31. ตอบ ข้อ 3. ในการเลี้ยงสัตว๑ทุกประเภท ทั้งที่มีวัตถุประสงค๑ในการเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ความเพลิดเพลิน หรือเพื่อไว๎บริโภค สิ่งสําคัญที่ผู๎เลี้ยงควรคํานึงถึงมากที่สุด คือ การให๎ ความรัก ความอบอุํน และการดูแลเอาใจใสํสัตว๑เลี้ยงอยํางเต็มที่เสมือนสัตว๑เลี้ยงนั้นๆ เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อให๎สัตว๑เลี้ยงรู๎สึกมีความสุข อบอุํน และ ปลอดภัย ซึ่งจะทําให๎สัตว๑เลี้ยงให๎ความรักและความซื่อสัตย๑ตํอผู๎เลี้ยงตอบแทนกลับมา 32. ตอบ ข้อ 4. การบําบัดน้ําเสีย หมายถึง การกําจัดหรือทําลายสิ่งปนเปื้อนในน้ําเสียให๎หมดไป หรือทํา ให๎เหลือน๎อยที่สุด เพื่อให๎คุณภาพน้ําได๎มาตรฐาน ไมํกํอให๎เกิดมลพิษตํอสิ่งแวดล๎อม และ ชํวยรักษาระบบนิเวศ ดังนั้น ตัวเลือก ข๎อที่ 4. จึงถูกต๎องมากที่สุด
  • 42.
    ~ 42 ~ 33.ตอบ ข้อ 2. กระบวนการเทคโนโลยี หมายถึง การใช๎กระบวนการบริหารจัดการมาสร๎างหรือผลิต ชิ้นงาน และซํอมแซมปรับปรุงแก๎ไขชิ้นงานให๎มีสภาพใช๎งานได๎อยํางดี ซึ่งมี 7 องค๑ประกอบตามลําดับขั้นตอน ดังนี้ 1. การกําหนดปัญหาหรือความต๎องการ 2. การรวบรวมข๎อมูล 3. การเลือกวิธีการแก๎ปัญหา 4. การออกแบบและปฏิบัติการ 5. การทดสอบ 6. การปรับปรุงแก๎ไข 7. การประเมินผล ดังนั้น หลังจากออกแบบและปฏิบัติการแก๎ปัญหาแล๎ว การดําเนินงานในขั้นตํอไป คือ ทดสอบผลงาน ปรับปรุงแก๎ไข และประเมินผลตามลําดับ 34. ตอบ ข้อ 3. ขั้นตอนในการเขียนแบบเบื้องต๎นที่ถูกต๎อง คือ 1. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการเขียนแบบ เชํน กระดาษปอนด๑ ดินสอเขียนแบบ ไม๎ที ไม๎ฉาก วงเวียน เป็นต๎น 2. ติดกระดาษบนโต๊ะเขียนแบบ โดยนํากระดาษเขียนแบบวางลงบนโต๏ะเขียนแบบ จัดกระดาษให๎ชิดทางด๎านซ๎ายมือ ปรับกระดาษให๎ได๎ระดับแล๎วใช๎เทปกาวติดมุม กระดาษทั้งสี่มุม 3. ตีกรอบลงบนกระดาษเขียนแบบ โดยใช๎ไม๎ทีลากเส๎นแนวนอนทั้งด๎านบนและ ด๎านลําง แล๎วใช๎ไม๎ฉาก ลากเส๎นแนวดิ่งด๎านซ๎ายและขวา 4. ลงมือเขียนแบบ โดยใช๎เครื่องมือให๎ถูกต๎องตามหลักการเขียนแบบ 35. ตอบ ข้อ 1. ลักษณะของความคิดที่เรียกวํา “ความคิดสร๎างสรรค๑” ประกอบด๎วย 1. ความคิดริเริ่ม คือ ความคิดที่แปลกใหมํ ไมํซ้ําของเดิม 2. ความคล่องในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือแก๎ปัญหาได๎อยํางคลํองแคลํว รวดเร็วในเวลาจํากัด 3. ความยืดหยุ่นในการคิด คือ สามารถคิดหาคําตอบหรือวิธีแก๎ปัญหาได๎หลายอยํางและ หลายวิธี 4. ความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยายความคิด หลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น ดังนั้น การออกแบบลายเสื้อที่แปลกใหมํไมํซ้ําใคร จึงสะท๎อนให๎เห็นความคิดริเริ่ม สร๎างสรรค๑ของผู๎ออกแบบ
  • 43.
    ~ 43 ~ 36.ตอบ ข้อ 4. ความคิดรอบคอบ คือ การคิดที่ครอบคลุมถึงสิ่งที่เกี่ยวข๎องกับเรื่องที่คิดในทุกด๎าน ทุกแงํ ทุกมุม สํวนความคิดละเอียดลออ คือ ความคิดในรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ ที่นํามาขยาย ความคิดหลักให๎มีความสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น ดังนั้น การคิดเลือกใช๎ไม๎เนื้อแข็งมาสร๎างชั้นวาง ของในห๎องครัวแทนโลหะ เพราะเห็นวําไม๎เนื้อแข็งสะดวกตํอการตัดแตํงและการประกอบ กวําโลหะ อีกทั้งยังมีอายุการใช๎งานนานกวําเพราะไมํขึ้นสนิม จึงแสดงให๎เห็นวําผู๎คิดมี ความรอบคอบและความละเอียดลออในการคิด 37. ตอบ ข้อ 2. การเลือกใช๎เทคโนโลยีอยํางสร๎างสรรค๑ คือ การใช๎เทคโนโลยีเพื่อสร๎างความสุข ความพึง พอใจให๎กับตนเอง สังคม สิ่งแวดล๎อม ตามความจําเป็นหรือความเหมาะสมกับอัตภาพใน การดํารงชีวิตประจําวัน นอกจากนั้น ยังต๎องเป็นเทคโนโลยีที่ไมํสํงผลกระทบตํอ สิ่งแวดล๎อม สังคม วัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจ เป็นต๎น ทั้งนี้ เพื่อสํงเสริมการอยูํรํวมกัน ระหวํางมนุษย๑กับสิ่งแวดล๎อมอยํางยั่งยืน 38. ตอบ ข้อ 4. การเข๎ารํวมกิจกรรมเสริมสร๎างประสบการณ๑อาชีพมีความสําคัญตํอนักเรียนอยํางยิ่ง เพราะ เป็นการเปิดโอกาสให๎นักเรียนได๎รู๎จักและเรียนรู๎เกี่ยวกับงานอาชีพตํางๆ ที่ตนเองสนใจ พร๎อมกับได๎พัฒนาทักษะที่จําเป็นตํอการประกอบอาชีพ เชํน ทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะกระบวนการแก๎ปัญหา ทักษะการทํางานรํวมกัน เป็นต๎น 39. ตอบ ข้อ 1. เอกสารสําคัญที่ต๎องเตรียมไปและจะขาดไมํได๎ เมื่อไปสมัครงาน คือ สําเนาบัตรประชาชน สําเนาทะเบียนบ๎าน ใบรับรองผลการศึกษา และรูปถําย เพราะเป็นเอกสารสําคัญที่ใช๎ยืนยัน ตัวบุคคลได๎เป็นอยํางดี 40. ตอบ ข้อ 3. ในการทํางานทุกประเภท ผู๎ทํางานจะต๎องแสวงหาความรู๎เพิ่มเติมอยูํเสมอ เพื่อจะได๎นํามา พัฒนาการทํางานของตนเองให๎สําเร็จไปได๎ด๎วยดีอยํางมีคุณภาพ และเพื่อให๎สามารถ แขํงขันกับผู๎อื่นได๎อยํางมีประสิทธิภาพในโลกยุคโลกาภิวัตน๑ 41. ตอบ ข้อ 4. ซอฟต๑แวร๑ประยุกต๑พัฒนาขึ้นเพื่อชํวยให๎คอมพิวเตอร๑สามารถทํางานได๎ตรงตาม ความต๎องการของผู๎ใช๎ ซึ่งปัจจุบันมีอยูํหลายชนิด เชํน ซอฟต๑แวร๑ประมวลคํา ซอฟต๑แวร๑ ตารางทํางาน เป็นต๎น 42. ตอบ ข้อ 1. ระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Symbian OS) ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกับเทคโนโลยี การสื่อสารแบบไร๎สาย (Wireless) โดยเฉพาะโทรศัพท๑มือถือแบบสมาร๑ตโฟน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการทํางานหลายๆ งานในเวลาเดียวกัน เชํน การบันทึกการนัดหมาย เข๎าเว็บไซต๑ รับสํงอีเมล รวมถึงรับสํงแฟกซ๑ได๎ในเวลาเดียวกัน
  • 44.
    ~ 44 ~ 43.ตอบ ข้อ 1. โปรแกรม Microsoft Excel จัดเป็นซอฟต๑แวร๑ตารางทํางาน ซึ่งเป็นซอฟต๑แวร๑ที่ชํวยใน การคํานวณ วิเคราะห๑ตัวเลข เพื่อใช๎งานในด๎านการเงิน บัญชี สถิติ คณิตศาสตร๑ หรือ วิทยาศาสตร๑ การทํางานของซอฟต๑แวร๑ตารางทํางานประกอบด๎วยตารางขนาดใหญํสําหรับ ตัวเลข ข๎อความ สูตรการคํานวณ ซึ่งมีเครื่องคํานวณเตรียมไว๎สําเร็จ สามารถสั่งให๎คํานวณ ตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กําหนดได๎ 44. ตอบ ข้อ 4. โปรแกรมอรรถประโยชน๑ หรือเรียกวํา ยูทิลิตี (utility) แบํงออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1. ประเภทการอรรถประโยชน๑ไฟล๑ (File manager) 2. ประเภทการยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม (Uninstaller) 3. ประเภทการอรรถประโยชน๑สแกนดิสก๑ (Disk Scanner) 4. ประเภทการจัดเรียงพื้นที่เก็บข๎อมูลของฮาร๑ดดิสก๑ (Disk Defragmenter) 5. ประเภทรักษาหน๎าจอ (Screen Saver) โปรแกรม WinZip จัดเป็นโปรแกรมอรรถประโยชน๑ประเภทการอรรถประโยชน๑ไฟล๑ และ โปรแกรม Disk Defragmenter จัดเป็นโปรแกรมอรรถประโยชน๑ ประเภทการจัดเรียงพื้นที่ เก็บข๎อมูลของฮาร๑ดดิสก๑ 45. ตอบ ข้อ 4. การสร๎างและออกแบบพัฒนาเว็บไซต๑ เป็นการจัดการงานทางด๎านกราฟิก และมัลติมีเดีย และการออกแบบชิ้นงานเกี่ยวกับการตกแตํงภาพ วาดภาพ ปรับแตํงเสียง ตัดตํอภาพเคลื่อนไหว ซึ่งซอฟต๑แวร๑ที่เหมาะสมกับงานด๎านนี้ เชํน Adobe lnDesign, Adobe lllustrator, Adobe Photoshop, Macromedia, Dreamweaver เป็นต๎น 46. ตอบ ข้อ 1. การสื่อสารข๎อมูลทิศทางเดียว เป็นการติดตํอสื่อสารเพียงทิศทางเดียว คือ ผู๎สํงจะสํงข๎อมูล เพียงฝั่งเดียวโดยฝั่งผู๎รับไมํมีการตอบกลับ เชํน การกระจายเสียงของสถานีวิทยุ 47. ตอบ ข้อ 2. เครือขํายเฉพาะที่ หรือ LAN เป็นเครือขํายขนาดเล็กซึ่งเชื่อมโยงคอมพิวเตอร๑และอุปกรณ๑ สื่อสารที่อยูํในท๎องที่บริเวณเดียวกันเข๎าด๎วยกัน เชํน ภายในอาคาร หรือภายในองค๑กรที่มี ระยะทางไมํไกลมากนัก เป็นต๎น 48. ตอบ ข้อ 4. ประโยชน๑ของการสื่อสารข๎อมูลผํานเครือขํายคอมพิวเตอร๑มีหลายประการ ดังนี้ 1. มีความสะดวกในการจัดเก็บข๎อมูล 2. มีความถูกต๎องของข๎อมูล 3. มีความรวดเร็วในการทํางาน 4. ประหยัดต๎นทุนในการสื่อสารข๎อมูล 5. สามารถเก็บข๎อมูลเป็นศูนย๑กลาง 6. สามารถใช๎ทรัพยากรของระบบรํวมกันได๎ 7. มีการทํางานแบบกลุํม
  • 45.
    ~ 45 ~ 49.ตอบ ข้อ 1. สายโคแอกซ๑ ประกอบด๎วยลวดทองแดงที่เป็นแกนหุ๎มด๎วยฉนวนชั้นหนึ่ง ป้องกัน กระแสไฟฟ้ารั่ว จากนั้นจะหุ๎มด๎วยตัวนําซึ่งทําจากลวดทองแดงถักเป็นเปีย เพื่อป้องกัน การรบกวนของคลื่นแมํเหล็กไฟฟ้าและสัญญาณรบกวนอื่นๆ กํอนจะหุ๎มชั้นนอกสุดด๎วย ฉนวนพลาสติก สัญญาณไฟฟ้าสามารถผํานได๎สูงมาก นิยมใช๎เป็นชํองสื่อสารเชื่อมโยง ผํานใต๎ทะเล และใต๎ดิน เป็นต๎น 50. ตอบ ข้อ 1. โมเด็มเป็นอุปกรณ๑ที่ทําหน๎าที่แปลงสัญญาณกลับไปกลับมาระหวํางสัญญาณแอนะล็อกกับ สัญญาณดิจิทัล ซึ่งจะใช๎เมื่อมีการติดตํอระหวํางคอมพิวเตอร๑กับอุปกรณ๑รอบข๎างที่อยูํใน ระยะไกล เชํน เครื่องพิมพ๑และคอมพิวเตอร๑ เป็นต๎น 51. ตอบ ข้อ 2. โดเมนเนมที่ลงท๎ายด๎วย .ac.th ซึ่งยํอมาจาก Academic Thailand เป็นโดเมนเนมสําหรับ สถานศึกษาในประเทศไทย เชํน www.tsn.ac.th/ www.chula.ac.th/‎เป็นต๎น 52. ตอบ ข้อ 4. Facebook เป็นการแลกเปลี่ยนขําวสารหรือแสดงความคิดเห็นในรูปแบบการสนทนา ระหวํางผู๎ใช๎โดยตรง ซึ่งการสนทนาระหวํางผู๎ใช๎โดยตรงเป็นการสนทนาที่มีเซิร๑ฟเวอร๑บอก ตําแหนํงของโปรแกรมสนทนาของคูํสนทนา ทําให๎ผู๎ใช๎สามารถสนทนากับผู๎อื่นได๎ โดยตรง และสามารถสํงลูกเลํนตํางๆ ให๎ผู๎อื่นได๎ 53. ตอบ ข้อ 4. การกระทําของอรอุมาถือเป็นการกระทําผิดมารยาท ระเบียบ และข๎อบังคับในการใช๎ อินเทอร๑เน็ต ซึ่งเป็นการใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎าย และละเมิดสิทธิผู๎อื่น 54. ตอบ ข้อ 1. ผลกระทบของอินเทอร๑เน็ตที่มีตํอสังคมประการหนึ่ง คือ ทําให๎เกิดชํองวํางระหวํางคน ในสังคม เชํน ครอบครัวที่สมาชิกใช๎เวลาสํวนใหญํในการเลํนอินเทอร๑เน็ตก็จะทําให๎ สมาชิกครอบครัวพูดคุยกันน๎อยลงไมํพบปะ หรือทํากิจกรรมรํวมกัน ความอบอุํนใน ครอบครัวก็ลดลง 55. ตอบ ข้อ 3. มารยาท ระเบียบ และข๎อบังคับในการใช๎อินเทอร๑เน็ต มีดังนี้ 1. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑ทําร๎าย หรือละเมิดผู๎อื่น 2. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑รบกวนการทํางานของผู๎อื่น 3. ต๎องไมํสอดแนม แก๎ไข หรือเปิดดูแฟ้มข๎อมูลของผู๎อื่นกํอนได๎รับอนุญาต 4. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑เพื่อการโจรกรรมข๎อมูลขําวสาร 5. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑สร๎างหลักฐานที่เป็นเท็จ 6. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑คัดลอกหรือใช๎โปรแกรมของผู๎อื่นที่มีลิขสิทธิ์โดยไมํได๎รับ อนุญาต 7. ต๎องไมํใช๎คอมพิวเตอร๑ละเมิดการใช๎ทรัพยากรคอมพิวเตอร๑โดยที่ตนเองไมํมีสิทธิ์ 8. ต๎องไมํนําเอาผลงานของผู๎อื่นมาเป็นของตน 9. ต๎องคํานึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทําของตน 10.ต๎องใช๎คอมพิวเตอร๑โดยเคารพกฎ ระเบียบ กติกา และมีมารยาท เป็นต๎น
  • 46.
    ~ 46 ~ 56.ตอบ ข้อ 3. การรวบรวมข๎อมูล หมายถึง วิธีการดําเนินการตํางๆ เพื่อทําให๎ได๎มาซึ่งข๎อมูล ซึ่ง การรวบรวมข๎อมูลนั้นควรจะพิจารณาเลือกใช๎วิธีการที่มีคําใช๎จํายน๎อยที่สุด และหากยังได๎ ข๎อมูลที่ต๎องการไมํเพียงพอก็ต๎องใช๎วิธีการรวบรวมข๎อมูลแบบอื่นตํอไป เชํน การรวบรวม ข๎อมูลด๎วยการสังเกต และการเก็บข๎อมูลด๎วยการสอบถาม เป็นต๎น 57. ตอบ ข้อ 2. การตรวจสอบข๎อมูล เป็นการตรวจสอบความถูกต๎องของข๎อมูล ไมํให๎มีข๎อผิดพลาด และ หากพบข๎อผิดพลาดจะต๎องตรวจสอบหรือแก๎ไขข๎อมูลดังกลําวให๎ถูกต๎อง ข๎อมูลที่จะจัดเก็บ ต๎องถูกต๎องและเชื่อถือได๎ เพราะหากข๎อมูลที่ใช๎ไมํมีความนําเชื่อถือ ระบบสารสนเทศหรือ การสื่อความที่อ๎างอิงจากข๎อมูลนั้นก็จะไมํเชื่อถือตามไปด๎วย 58. ตอบ ข้อ 3. การเผยแพรํสารสนเทศ เป็นขั้นตอนสุดท๎ายที่นําสารสนเทศไปใช๎ประโยชน๑กับผู๎อื่น ซึ่งอยูํ หํางไกลได๎อยํางทันทํวงที ซึ่งปัจจุบันสํงผํานทางอินเทอร๑เน็ต เนื่องจากเป็นเครือขําย คอมพิวเตอร๑ที่ครอบคลุมทั่วโลก เชํน การสํงผํานทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส๑ การสํงข๎อมูล ผํานโปรแกรมการสนทนา การเผยแพรํข๎อมูลผํานอินเทอร๑เน็ต เป็นต๎น 59. ตอบ ข้อ 1. การวิเคราะห๑และกําหนดรายละเอียดของปัญหามีลําดับของการวิเคราะห๑ ดังนี้ 1. การระบุผลลัพธ๑ ได๎แกํ การระบุสิ่งที่โจทย๑ต๎องการ รวมถึงการกําหนดตัวแปรที่เป็น ผลลัพธ๑ 2. การระบุข๎อมูลเข๎า ได๎แกํ การระบุข๎อมูลที่ต๎องป้อนเข๎ามา เพื่อทําการประมวลผลให๎ ได๎ผลลัพธ๑ที่ต๎องการ รวมถึงการกําหนดตัวแปรที่เป็นข๎อมูลนําเข๎าด๎วย 3. การกําหนดวิธีประมวลผล ได๎แกํ การพิจารณาขั้นตอนวิธีการที่จะได๎มาซึ่งคําตอบ หรือข๎อมูลออก 60. ตอบ ข้อ 1. เป็นสัญลักษณ๑แสดงจุดเริ่มต๎นและจุดสิ้นสุดของผังงาน 