Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Kanjana Pothinam
19,711 views
บทที่ 2วิจัยการอ่าน
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 161 times
1
/ 10
2
/ 10
3
/ 10
4
/ 10
5
/ 10
6
/ 10
7
/ 10
8
/ 10
9
/ 10
10
/ 10
More Related Content
PDF
บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎีของนักการศึกษา 55
by
Decode Ac
PDF
ทักษะการอ่าน
by
0872191189
PDF
การเขียนสารคดี ขนมจีน
by
Maii's II
PDF
ใบความรู้ สังคม ป.1-3 ภาคเรียนที่ 2+443+dltvsocp3+T2 p1 3-sheet
by
Prachoom Rangkasikorn
PDF
พิธีมอบตัวเป็นศิษย์
by
niralai
PDF
การปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นครู
by
khon Kaen University
PDF
เด็กพิการซ้ำซ็อน
by
Darika Roopdee
PDF
บทที่ 3 หลักการอ่าน
by
Aj.Mallika Phongphaew
บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎีของนักการศึกษา 55
by
Decode Ac
ทักษะการอ่าน
by
0872191189
การเขียนสารคดี ขนมจีน
by
Maii's II
ใบความรู้ สังคม ป.1-3 ภาคเรียนที่ 2+443+dltvsocp3+T2 p1 3-sheet
by
Prachoom Rangkasikorn
พิธีมอบตัวเป็นศิษย์
by
niralai
การปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นครู
by
khon Kaen University
เด็กพิการซ้ำซ็อน
by
Darika Roopdee
บทที่ 3 หลักการอ่าน
by
Aj.Mallika Phongphaew
What's hot
PDF
เฉลยแบบฝึกหัดงานเกษตร ม.1 new
by
juckit009
PPTX
การวิเคราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม
by
Watcharapol Wiboolyasarin
PDF
เฉลยฝึกหัดการแต่งโคลงสี่สุภาพ
by
กึม จันทิภา
PDF
การเย็บผ้าขั้นพื้นฐาน
by
ssuserd0b7c2
PDF
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน
by
SAKANAN ANANTASOOK
PDF
การอ่านแปลความ ตีความและขยายความ
by
Surapong Klamboot
PDF
หลักการทรงงาน 23 ข้อกับการประยุกต์ใช้
by
Sutthiluck Kaewboonrurn
PDF
แนวทางการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม "หน้าที่พลเมือง"
by
Jaru O-not
PPT
พัฒนาการของมนุษย์
by
khuwawa2513
PDF
บทอาขยาน ภาษาไทย ม.๓
by
kruthai40
PDF
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
PDF
PPT รามเกียรติ์ตอนนารายณ์ปราบนนทก
by
KruBowbaro
PDF
12. บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
by
ไม่โกรธ แต่ ไม่ลืม
PDF
๔. สำนวน สุภาษิต คำพังเพย[1]
by
จุฑารัตน์ ใจบุญ
PDF
วัฏจักรน้ำ
by
savokclash
DOCX
วิจัยเรื่องการอ่านภาษาอังกฤษ
by
Kritsadin Khemtong
PDF
เศรษฐกิจพอเพียงPpt
by
pronprom11
PDF
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Sivagon Soontong
PPTX
บทวิเคราะห์ร่ายยาวเวสสันดรมหาชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Blackrab Chiba
PDF
มารยาทไทย1
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
เฉลยแบบฝึกหัดงานเกษตร ม.1 new
by
juckit009
การวิเคราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม
by
Watcharapol Wiboolyasarin
เฉลยฝึกหัดการแต่งโคลงสี่สุภาพ
by
กึม จันทิภา
การเย็บผ้าขั้นพื้นฐาน
by
ssuserd0b7c2
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน
by
SAKANAN ANANTASOOK
การอ่านแปลความ ตีความและขยายความ
by
Surapong Klamboot
หลักการทรงงาน 23 ข้อกับการประยุกต์ใช้
by
Sutthiluck Kaewboonrurn
แนวทางการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม "หน้าที่พลเมือง"
by
Jaru O-not
พัฒนาการของมนุษย์
by
khuwawa2513
บทอาขยาน ภาษาไทย ม.๓
by
kruthai40
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
PPT รามเกียรติ์ตอนนารายณ์ปราบนนทก
by
KruBowbaro
12. บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
by
ไม่โกรธ แต่ ไม่ลืม
๔. สำนวน สุภาษิต คำพังเพย[1]
by
จุฑารัตน์ ใจบุญ
วัฏจักรน้ำ
by
savokclash
วิจัยเรื่องการอ่านภาษาอังกฤษ
by
Kritsadin Khemtong
เศรษฐกิจพอเพียงPpt
by
pronprom11
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Sivagon Soontong
บทวิเคราะห์ร่ายยาวเวสสันดรมหาชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Blackrab Chiba
มารยาทไทย1
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
Similar to บทที่ 2วิจัยการอ่าน
PDF
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Beeby Bicky
DOC
บทที่ ๓ เพื่อนกัน
by
noi1
PDF
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Piyatida Prayoonprom
PDF
ครูผู้ช่วย
by
Piyatida Prayoonprom
PDF
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
by
ยุทธกิจ สัตยาวุธ
PDF
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdoc
by
krupornpana55
DOCX
E0b881e0b8b2e0b8a3e0b8a7e0b8b1e0b894e0b981e0b8a5e0b8b0e0b89be0b8a3e0b8b0e0b98...
by
Tuyty Harsiri
PDF
การพัฒนาชุดการเรียนเรื่อง เสียงในภาษาไทย
by
โรงเรียนประชาบำรุง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
PDF
เล่มที่ 1 สืบค้น วิเคราะห์ เจาะข่าว
by
นิตยา ทองดียิ่ง
PDF
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Vs'veity Sirvcn
PDF
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Vs'veity Sirvcn
PDF
ครูผู้ช่วย
by
Sana T
PDF
NT'55 Nationnal Test
by
เมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม ชุมพร
PDF
ระดับครผู้ช่วย
by
tyehh
PDF
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
mickyindbsk
PDF
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
Benz_benz2534
PDF
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
Benz_benz2534
PDF
ระดับครูผู้ช่วย
by
ณัฐธีรา มะโพธิ์ศรี
PDF
ครูผู้ช่วย
by
ศิริลักษณ์ ภิวัฒน์
DOC
01 หน่วย 1
by
กชนุช คำเวียง
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Beeby Bicky
บทที่ ๓ เพื่อนกัน
by
noi1
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Piyatida Prayoonprom
ครูผู้ช่วย
by
Piyatida Prayoonprom
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
by
ยุทธกิจ สัตยาวุธ
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdoc
by
krupornpana55
E0b881e0b8b2e0b8a3e0b8a7e0b8b1e0b894e0b981e0b8a5e0b8b0e0b89be0b8a3e0b8b0e0b98...
by
Tuyty Harsiri
การพัฒนาชุดการเรียนเรื่อง เสียงในภาษาไทย
by
โรงเรียนประชาบำรุง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
เล่มที่ 1 สืบค้น วิเคราะห์ เจาะข่าว
by
นิตยา ทองดียิ่ง
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Vs'veity Sirvcn
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย
by
Vs'veity Sirvcn
ครูผู้ช่วย
by
Sana T
NT'55 Nationnal Test
by
เมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม ชุมพร
ระดับครผู้ช่วย
by
tyehh
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
mickyindbsk
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
Benz_benz2534
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
Benz_benz2534
ระดับครูผู้ช่วย
by
ณัฐธีรา มะโพธิ์ศรี
ครูผู้ช่วย
by
ศิริลักษณ์ ภิวัฒน์
01 หน่วย 1
by
กชนุช คำเวียง
บทที่ 2วิจัยการอ่าน
1.
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ในการศึกษาคนควาครั้งนี้ ผูศึกษาไดศึกษาคนควาการจัดกิจกรรมการเรียนรู เรอง การอาน ่ื จับใจความ โดยการใชคําถามตามแนวคิดของบลูม (Bloom) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ผูศึกษาคนควาไดศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ตามลําดับดังนี้ 1. หลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย 2. การอาน 3. การอานจับใจความ 4. เทคนิคการใชคําถาม 5. การวัดผลประเมินผล 6. แผนการจดกจกรรมการเรยนรู ั ิ ี 7. ดัชนีประสิทธิผล 8. การคิดวิเคราะห 9. งานวิจัยที่เกี่ยวของ หลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดสาระการเรียนรูและมาตรฐานการเรียนรูเปนเกณฑ ในการกําหนดคุณภาพของผูเรียนเมื่อเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งกําหนดไวเฉพาะสวนที่จําเปน สําหรับเปนพื้นฐานในการดํารงชีวิตใหมีคุณภาพ สําหรับสาระและมาตรฐานการเรียนรูตาม ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน สถานศึกษาสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได สําหรับ สาระการเรียนรูภาษาไทยมี 5 สาระ ดงน้ี ั 1. สาระการเรยนรู ี สาระที่ 1 : การอาน สาระท่ี 2 : การเขียน สาระที่ 3 : การฟง การดู และการพูด สาระที่ 4 : หลักการใชภาษา สาระที่ 5 : วรรณคดี และวรรณกรรม ในการศึกษาคนควาครั้งนี้ มุงศึกษาในสวนที่เกี่ยวของกับสาระการอาน โดยมีมาตรฐาน การเรียนรูดังนี้ สาระที่ 1 การอาน
2.
มาตรฐาน ท 1.1
: ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดไปใชตัดสินใจ แกปญหาและสรางวิสัยทัศนในการดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน 1. สามารถอานไดคลองและอานไดเร็วขึ้น เขาใจความหมายของคํา สานวน ํ โวหาร การบรรยาย การพรรณนา การเปรียบเทียบ การใชบริบท เขาใจความหมายของถอยคํา สานวน และเนอเรอง และใชแหลงเรียนรูพัฒนาความสามารถการอาน ํ ้ื ่ื 2. สามารถแยกแยะขอเท็จจริงและขอคิดเห็น วิเคราะหความ ตีความ สรุปความหาคําสําคัญในเรื่องที่อานและใชแผนภาพโครงเรื่องหรือแผนภาพความคิดพัฒนา ความสามารถการอาน นําความรูความคิดจากการอานไปใชแกปญหา ตัดสิน คาดการณ และใช การอานเปนเครื่องมือในการพัฒนาตน การตรวจสอบความรูและคนหาเพิ่มเติม 3. สามารถอานในใจและอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดคลอง และรวดเร็วถูกตองตามลักษณะคําประพันธและอักขรวิธีและจําบทรอยกรองที่มีคุณคาทางความคิด และความงดงามทางภาษา สามารถอธิบายความหมายและคุณคา นําไปใชอางอิง เลือกอานหนังสือ สารสนเทศทั้งสื่อสิ่งพิมพและสื่ออิเล็กทรอนิกสตามจุดประสงคอยางกวางขวาง มีมารยาทการอาน และนิสัยรักการอาน 2. คุณภาพผูเรียนชวงชั้นที่ 2 ผูเรียนชวงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 – 6 ผูเรียนตองมีความรู ความสามารถ และคณธรรม จรยธรรม และคานิยมในสาระการเรียนรูภาษาไทยดังนี้ (กรมวิชาการ. 2545 ข : ุ ิ 10-11) 1. อานไดคลองและอานไดเร็วขึ้น 2. เขาใจความหมายของคํา สานวน โวหาร การเปรียบเทียบ อานจับประเด็น ํ สําคัญ แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น วิเคราะหความ ตีความ สรุปความ 3. นําความรูที่ไดจากการอานไปใชแกปญหา ตดสนใจ คาดการณ และการอาน ั ิ เปนเครื่องมือในการพัฒนาตน 4. เลือกอานหนังสือและสื่อสารสนเทศจากแหลงเรียนรูไดตามจุดประสงค 5. เขียนเรียงความ ยอความ จดหมาย เขียนอธิบาย เขียนชี้แจงการปฏิบัติงาน และรายงาน เขียนเรื่องราวจากจินตนาการและเรื่องราวที่สัมพันธกับชีวิตจริง จดบันทึกความรู ประสบการณ เหตุการณ และการสังเกตอยางเปนระบบ 6. สรุปความ วิเคราะหเรื่องที่ฟงที่ดู และเปรียบเทียบกับประสบการณในชีวิต จรง ิ 7. สนทนา โตตอบ พดแสดงความรู ความคิด ความตองการ พดวเิ คราะห ู ู เรองราว พูดตอหนาชุมชน และพูดรายงาน ่ื 8. ใชทักษะภาษาเปนเครื่องมือการเรียน การดํารงชีวต และการอยูรวมกัน ิ
3.
ในสังคม รวมทั้งใชไดถูกตองเหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ
9. เขาใจลักษณะของคําไทย คําภาษาถิ่น และคําภาษาตางประเทศที่ปรากฏ ในภาษาไทย 10. ใชทักษะทางภาษาเพื่อประโยชนไดตามจุดประสงค 11. ใชหลักการพิจารณาหนังสือ พิจารณาวรรณคดีและวรรณกรรมใหเห็นคุณคา และนําประโยชนไปใชในชีวิต 12. ทองจําบทรอยกรองที่ไพเราะและมีคุณคาทางความคิด และนําไปใชใน การพูดและการเขียน 13. แตงกาพยและกลอนงาย ๆ 14. เลานิทานพื้นบานและตํานานพื้นบานในทองถิ่น 15. มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด 16. มีนิสัยรักการอานและการเขียน การอาน 1. ความหมายของการอาน การอาน หมายถึง กระบวนการที่ผูอานแปลความ คํา สัญลักษณที่เปน ตัวอักษร พิมพหรือเขียนออกมาใหเขาใจ ซึ่งเปนผลของกระบวนการสรางความหมายโดยผสมผสาน กนระหวาง ความมุงหมายของผูเขียนและประสบการณเดิมของผูอาน ั 2. จุดมุงหมายการอาน จุดมุงหมายของการอาน ยอมแตกตางกันไปในทุกครั้งที่อาน ซึ่งการอานครั้งหนึ่ง ๆ อาจมีจุดมุงหมายอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางดังนี้ 1. อานเพื่อตองการศึกษาหาความรู 2. อานเพื่อหาคําตอบในสิ่งที่ตองการ 3. อานเพื่อทดสอบความเขาใจ 4. อานเพอแสดงความคดเหน ่ื ิ ็ 5. อานเพื่อปฏิบัติตามคําแนะนํา 6. อานเพื่อวิจารณ 7. อานเพื่อความบันเทิง การอานจับใจความ 1. ความหมายการอานจับใจความ การอานจับใจความหมายถึง การที่ผูอานแปลความ ตีความ ขยายความ ทํา ความเขาใจเนื้อเรื่องที่อาน จุดมุงหมายของผูเขียน จบใจความสาคญและแนวคดดวยกระบวนการคด ั ํ ั ิ ิ วเิ คราะห และนําความรูความคิดที่ไดจากการอานไปประยุกตใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
4.
เทคนิคการใชคําถาม (Questioning Method)
1. ความสําคัญของการใชคําถาม การใชคําถามในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีความสําคัญและจําเปนตอการพัฒนา ความคิดของผูเรียนอยางยิ่ง และเปนสวนสําคัญที่ทําใหผูเรียนคิดเปน ทําเปนและแกปญหาเปน ตามเจตนารมณของหลักสูตร การใชคําถามเปนเทคนิคการสอนที่มีประสิทธิภาพในการเรียนการสอนที่มุง ใหผูเรียนสามารถหาความรู แกปญหา และสรปแนวคดหลกไดดวยตนเอง และไมวาครจะสอนดวยวธใด ุ ิ ั ู ิี การใชคําถามก็ยังมีบทบาทสําคัญในการเรียนทุกครั้ง ทิศนา แขมมณี (2548 : 407) ใหขอเสนอแนะเกยวกับขอควรคํานึงและพึงระวัง ่ี ในการใชคําถามดังนี้ 1. ถามคําถามทีละคําถาม ไมควรถามหลายคําถามติดตอกัน 2. คําถามแตละคําถาม ไมควรมีประเด็นมากเกินไป 3. คําถามควรชัดเจน ถาคําถามกวางเกินไป ผูเรียนตอบไมตรงประเด็น ควร ปรับคําถามใหเฉพาะเจาะจงมากขึ้น 4. คําถามไมควรยาวเกินไป ผูเรียนหรือผูตอบจะจําประเด็นไมได หรออาจจะ ื หลงประเดนไปได ็ 5. ควรใชน้ําเสียงและทาทางที่เหมาะสมประกอบการถาม 6. เมื่อถามคําถามแลวควรใหเวลาผูเรียนคิด (Wait Time) พอสมควร จากการ วิจัยของ Cruickshank (ทิศนา แขมมณี. 2548 : 407 ; อางอิงมาจาก Cruickshank. 1995 : 346) พบวา ถาผูสอนใหเวลาแกผูเรียนคิดประมาณ 3- 5 นาที ผูเรียนจะสามารถตอบคําถามไดยาว ขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น 7. ไมควรทวนคําถาม และไมควรทวนคําตอบของผูเรียนบอย ๆ 8. ผูสอนควรใหคําชมแกผูเรียนบาง แตไมบอยเกนไป ควรเปนไปตามความ ิ ตองการของผูเรียนแตละคน และควรพยายามคอย ๆ เปลี่ยนการเสริมแรงจากภายนอกไปสูการ เสริมแรงภายใน 9. หลีกเลี่ยงการชมประเภท ดี ........แต........ 10. การชมตองมีฐานจากความเปนจริง และความจริงใจ 11. ถามผูเรียนและใหโอกาสผูเรียนในการตอบอยางทั่วถึงใหความเสมอภาคแก ผูเรียนทั้งชายและหญิง ทั้งเกงและออน ทั้งที่สนใจและไมสนใจ 12. เมื่อถามคําถามแลว ผูสอนควรเรียกใหผูเรียนตอบเปนรายบุคคล ไมควรให ผูเรียนตอบพรอมกัน 13. เมื่อถามแลวไมมีผูใดตอบได ควรตั้งคําถามใหม โดยใชคําถามที่งายขึ้นหรืออธิบาย ขยายความ หรือใหแนวทางในการตอบการใชคําถามเปนเทคนิคอยางหนึ่งที่ชวยใหนักเรียนคนหาแนวคิดได
5.
คําถามมีหลายประเภท คําถามบางประเภทกระตุนใหนักเรียนคิด บางคําถามปลุกใหตื่น
หรือเราใหนักเรียน เกิดความสนใจเพื่ออานสารตามที่ครูไดแนะนาหรอมอบหมาย ํ ื 2. ประเภทของคําถาม การใชคําถามสามารถแบงออกไดหลายประเภท ขึ้นอยูกับหลักเกณฑที่ใชในการแบง ประเภท ซึ่งมีผูแบงประเภทการใชคําถามแตกตางกันไว นักการศึกษาไดแบงคําถามออกเปน 3 ประเภท ดงน้ีั 1. คําถามเพื่อหาคําตอบพื้นฐาน คําตอบนั้นเปนขอมูลที่ไดจากการอาน ดังนั้น คําถามประเภทนี้มักจะถามเกี่ยวกับความจํา ความเขาใจ การนําไปใช คําตอบจึงมักจะเกี่ยวกับความ จริงที่ปรากฏในสารที่อาน 2. คําถามเพื่อคิดวิจารณญาณ คําถามประเภทนี้มักตองการคําตอบ โดยใชเ นอหา้ื จากการอาน 3. คําถามเพื่อคิดสรางสรรค คําถามประเภทนี้ตองการคําตอบที่เปนไปในทางการ พัฒนาเพื่อสรางสรรคในสิ่งที่ดีงาม ทําใหจิตใจมีความสุข คําถามจึงมักเปดกวางใหผูตอบสามารถ ตอบไดอยางเสรี ไมกาหนดตายตว ํ ั การวัดผลประเมินผล 1. การวัดและประเมินผลการเรียนภาษาไทย 1. หลักการของการประเมินผลในชั้นเรียนที่มีประสิทธิภาพดังนี้ ประการแรก : การประเมินผลในชั้นเรียนที่มีประสิทธิภาพจะตองสงเสริมการ เรียนรูของผูเรียน หมายความวา ผูสอนตองประเมินการเรียนรูของผูเรียนตั้งแตเริ่มบทเรียน และ ประเมินอยางสม่ําเสมอตลอดการสอนแตละหนวย เพื่อใหไดขอมูลมาปรับปรุงการสอน ผูสอนตอง ตั้งเกณฑไวลวงหนาเพื่อรองรับการสอนและการประเมิน และตองอธิบายเกณฑที่ตองการใหนักเรียน ทราบ แจงผลการประเมินใหผูเรียนทราบอยางสม่ําเสมอ เพื่อผูเรียนจะไดพัฒนาตนเองไปสูเปาหมาย ตามเกณฑในการประเมินตนเอง ประการที่สอง : การประเมินจะตองใชขอมูลจากแหลงขอมูลที่หลากหลาย หมายความวา การประเมินผลในชั้นเรียนที่ดีตองไดจากการสังเคราะหขอมูลจากแหลงตาง ๆ ประการที่สาม : การประเมินจะตองมีความเที่ยงตรง เชอถอได และยตธรรม ่ื ื ุิ หมายความวา ความเที่ยงตรง และความเชื่อมั่นหรือความคงเสนคงวาในการประเมิน เปนคุณสมบัติ สําคัญของเครื่องมือที่ใชในการวัดผลการเรียนรูของผูเรียน สิ่งที่ผูสอน เชน กจกรรมการเรยนรท่ี ิ ี ู สอนดวยวธการอานในใจ จะประเมินผลการตอบคําถามจากเรื่องที่อาน การสรปสาระสําคัญจากเรื่องที่อาน ิี ุ การประเมินการเรียนรูที่สอน
6.
2 การประเมินผลการสอนอานจับใจความ
การอานจับใจความมีวิธีการสอนหลากหลายวิธี การประเมินจึงประเมินผล ตามลักษณะของกิจกรรมการเรียนรู ครูควรเนนการประเมินผลตามสภาพจริงที่มีประสิทธิภาพ ประกอบดวยการประเมินดานภาษาใหครบสามประการที่กลาวมาขางตนไดแก 1) การประเมินผล อยางสม่ําเสมอในขณะที่ทําการสอนแตละหนวย 2) การประเมินจากแหลงขอมูลที่หลากหลายหรือ ไดจากการสังเคราะหขอมูล 3) การประเมินจากแบบทดสอบที่มีความเที่ยงตรง และความเชื่อมั่น สิ่งที่พึงระวังก็คือ ความรูสึกสวนตนของผูสอนที่มีตอผูเรียนควรประเมินดวยความยุติธรรม กลาวโดยสรป การประเมินผลการสอนอานจับใจความเปนกระบวนการ ุ ที่จะตรวจสอบคุณภาพของการเรียนการสอนวา ไดชวยใหนักเรียนบรรลุผลตามจุดประสงคที่วางไว หรอไม ถาการวัดผลพบวา ยังไมเปนไปตามที่วางไว ครูก็ตองหันมาพิจารณาวา กระบวนการใน ื ขั้นตอนใดที่ยังบกพรองจะแกไขปรับปรุงอยางไร จะเหนไดวา การวัดผลประเมินผลการอานจับ ็ ใจความเปนสิ่งที่จะตองทําตลอดเวลาควบคูไปกับการเรียนการสอน ไมใชเปนกระบวนการขั้น สุดทายของการเรียนการสอน แผนการจัดกิจกรรมการเรยนรู ี 1. ความหมายของแผนการจัดกิจกรมการเรียนรู แผนการจดกจกรรมการเรยนรู หมายถึง การเตรียมการสอนอยางมี ั ิ ี ระบบเปนลายลักษณอักษรลวงหนา และเปนเครื่องมืออันสําคัญที่จะชวยใหผูเรียนไปสูจุดหมาย ปลายทางที่หลักสูตรกําหนดไดอยางมีประสิทธิภาพ ดัชนีประสิทธิผล บุญชม ศรีสะอาด (2546 : 157-159) กลาวถึงการวิเคราะหหาประสิทธิผลของสื่อ วิธีสอน หรอนวตกรรมไววา เพื่อที่จะทราบวาสื่อการเรียนการสอน วิธีสอน หรือนวัตกรรมที่ผู ื ั ศึกษาคนควาพัฒนาขึ้นมามีประสิทธิผล (Effectiveness) เพียงใด ก็จะนําสื่อที่พัฒนาขนนนไปทดลอง ้ึ ้ั ใชกับผูเรียนที่อยูในระดับที่เหมาะสมกับที่ไดออกแบบมา แลวนําผลการทดลองมาวิเคราะหหา ประสิทธิผล หมายถึง ความสามารถในการใหผลอยางชัดเจน แนนอน ซึ่งนิยมวิเคราะหและแปลผล 2 วธี ิ วิธีที่ 1 จากการพิจารณาผลของการพัฒนา วิธีนี้เปนการเปรียบเทียบระหวางจุดเริ่มตนกับจุดสุดทาย เชน ระหวางกอนเรยนกบ ี ั หลังเรียน เพื่อเห็นพัฒนาการหรือความงอกงาม ผูศึกษาคนควาจะตองสรางเครื่องมือวัดในตัวแปรที่ สนใจศึกษา เชน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เปนเครื่องมือที่สรางเพื่อวัดผลการเรยนรู ี
7.
หลังจากเรียนเรื่องนั้น หรือหลังการทดลองเรื่องนั้น ซึ่งจะตองสรางใหครอบคลุมจุดประสงค
เนอหา ้ื สาระที่เรียน หรือคุณลักษณะที่มุงวัด สรางไวลวงหนาเมื่อกอนจะเริ่มสอนหรือทดลอง ก็จะนํา แบบทดสอบหรือเครื่องมือดังกลาวมาวัดกับผูเรียน เรียกวาการทดสอบกอนเรยนหรอกอนทดลอง ี ื (Pre-test) และหลังจากเรียนจบเรื่องนั้นแลว ก็นําแบบทดสอบชุดเดิมมาทดสอบกับผูเรียนกลุมเดิม (Post-test) นําผลการทดสอบทั้งสองครั้งมาเปรียบเทียบกัน โดยเขยนคะแนนหลงเรยนไวกอนเรยน ี ั ี ี จาแนกเปน 2 กลุม 1) การพิจารณารายบุคคล 2) การพจารณารายกลุม ํ ิ วิธีที่ 2 จากการหาดัชนีประสิทธิผล การหาดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index) กรณีรายบุคคลตามแนวคิดของ Hofland จะใหสารสนเทศที่ชัดเจนโดยใชสูตร ดงน้ี ั ดัชนีประสิทธิผล = คะแนนหลงเรยน – คะแนนกอนเรยน ั ี ี คะแนนเตม – คะแนนกอนเรยน ็ ี โดยทั่วไปการหาดัชนีประสิทธิผลมักหาโดยใชคะแนนของกลุม ซึ่งทําใหมีสูตร เปลี่ยนไป ดงน้ี ั ดัชนีประสิทธิผล = ผลรวมของคะแนนหลังเรียนของทุกคน–ผลรวมของคะแนนกอนเรียนของทุกคน (จานวนนกเรยน X คะแนนเตม) – ผลรวมของคะแนนกอนเรยนของทุกคน ํ ั ี ็ ี เผชิญ กิจระการ และสมนก ภัททิยธนี (2545 : 31) ไดกลาววาการหาพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น ึ ของผูเรียนโดยอาศัยคาดัชนีประสิทธิผล โดยใช (Effectiveness Index : E.I.) มีสูตร ดงน้ี ั ดัชนีประสิทธิผล = ผลรวมของคะแนนหลังเรียนของทุกคน–ผลรวมของคะแนนกอนเรียนของทุกคน (จานวนนกเรยน X คะแนนเตม) – ผลรวมของคะแนนกอนเรียนของทุกคน ํ ั ี ็ หรอื E.I. = P2 –P1 Total -P1 เมื่อ P1 แทน ผลรวมของคะแนนกอนเรยนทกคน ี ุ P2 แทน ผลรวมของคะแนนหลงเรยนทกคน ั ี ุ Total แทน ผลคณของจานวนนกเรยนกบคะแนนเตม ู ํ ั ี ั ็ การหาคา E.I. เปนการพิจารณาพัฒนาการในลักษณะที่วาเพิ่มขึ้นเทาไร ไมไดทดสอบ
8.
วาเพิ่มขึ้นอยางเชื่อถือไดหรือไม ซึ่งคาที่แสดงคะแนนที่เพิ่มขึ้นนั้น เรียกวา
หาคาดัชนีประสิทธิผล (E.I.) และเพื่อใหสื่อความหมายกันงายขึ้นจึงแปลงคะแนนใหอยูในรูปของรอยละ เชน จากคาดัชนี ประสิทธิผล (E.I.) 0.6240 คิดเปนรอยละ 62.40 ดัชนีประสิทธิผล = รอยละของผลรวมของคะแนนหลังเรียน–รอยละของผลรวมของคะแนนกอนเรียน 100 – รอยละของผลรวมของคะแนนกอนเรียน หรอ E.I. = P2 % - P1% ื 100 - P1% งานวิจัยที่เกี่ยวของ 1. งานวิจัยในประเทศ เนาวรตน แตงยิ้ม (2541 : 60) ไดศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการอานจับใจความ ั ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 จงหวดเพชรบรี ปการศึกษา 2540 พบวา นักเรียนที่เรียนโดยใช ั ั ุ แบบฝกจากแผนการสอน “เทคนิค 9 คําถาม” มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนเรียนและ หลังเรียน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมคะแนนหลงเรยนสงกวากอนเรยน ี ั ี ู ี และนักเรียนที่เปนกลุมทดลองมีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวากลุมควบคุม ยภาวดี ขันธุลา (2546 : บทคัดยอ) ไดทําการวิจัยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และเจตคติ ุ ตอการอานจับใจความภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ปการศึกษา 2546 อาเภอ ํ หนองกุงศรี จงหวดกาฬสนธุ ผลการวิจัยพบวา หลังการทดลองนักเรียนที่เรียนแบบรวมมือกัน ั ั ิ เรยนรโดยใชโปรแกรม CIRC มีผลสัมฤทธิ์การอานจับใจความภาษาไทยสูงกวานักเรียนที่เรียน ี ู ตามคูมือครู อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ศุภิสรา วงศคําจันทร (2547 : 78) ไดศึกษาการพัฒนาแผนการเรียนรูและบทเรียน สําเรจรปประกอบการตน เพื่อฝกทักษะการอานจับใจความ วิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ็ ู ู ผลการศึกษาพบวา แผนการเรียนรูและบทเรียนสําเร็จรูปประกอบการอานเพื่อจับใจความ วชา ิ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพเทากับ 81.44/87.80 ซึ่งเปนไปตามเกณฑ 80/80 ที่ตั้งไว และแผนการเรียนรูภาษาไทย การอานจับใจความชั้นประถมศึกษาปที่ 4 มีดัชนีประสิทธิผล เทากับ 0.7010 หมายถึงนักเรียนมีความรูเพิ่มขึ้นรอยละ 70.10 วารุณี พิมพวงศทอง (2547 : 72) ไดศึกษาผลการสอนแบบสืบเสาะหาความรูโดยการ ใชคําถามตามรูปแบบของบลูม ที่มีตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลสัมฤทธิ์ดานทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 กลุมตัวอยางไดแก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรยนบานศรไกรลาส สํานักงานการประถมศึกษาอําเภอลาดยาว จงหวดนครสวรรค จานวน 304 ี ี ั ั ํ คน เครื่องมือที่ใช แผนการสอนวิทยาศาสตร (ว305) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ แบบทดสอบวักผลสัมฤทธิ์ดานกระบวนการทางวิทยาศาสตร สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลไดแก
9.
คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คาไค-สแคร
ผลการวิวิจัยพบวา นักเรียนที่เรียนโดยวิธีสืบเสาะหา ความรูโดยการใชคําถามตามแนวคิดของบลูมหลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวากอนเรียน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2. งานวิจัยตางประเทศ ดาหลเกรน (Dahlgren. 2003 : 1954-A) ไดศึกษาการแกไขความผิดพลาดทาง อักขรวิธีในการเขียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตน มีความมุงหมายเพื่ออธิบายประสิทธิภาพของโปรแกรม การแทรกแซงคือ การอานและการเขียนจากความรูสึกสัมผัสหลายทาง การมุงเนนอยูที่ขั้นตอนของ การสะกดคําเชิงพัฒนา และการเพิ่มความสามารถในการสะกดคําในบทเรียงความที่เขียนขึ้น การ ประเมินการเขียนของนักเรียนกระทําเพื่อคุณภาพและปริมาณ การแสดงออกทางการเขียนเปนการ มุงเนนรองลงของการศึกษาครั้งนี้ กลุมตัวอยางเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตนจํานวน 16 คน ที่เขาเรียนโปรแกรมโรงเรียนภาคฤดูรอนในกลุมในเมืองชั้นในกลุมหนึ่ง การศึกษาเปนการออกแบบ เชิงคุณภาพที่ใชวิธีการเชิงเปรียบเทียบอยางสม่ําเสมอเพื่อสรางทฤษฎีเบื้องตน ทฤษฎีเบื้องตนนี้ซึ่ง รูจักกันวาเปนวิธีการเปรียบเทียบกับขอมูลที่เก็บรวบรวมมาและตีความขอมูลวาเปนการลําเอียงเขาขาง การเกิดขึ้นของทฤษฎี วิธีการนี้มาทางโตเหตุผลพิสูจนสมมุติฐานที่เกิดขึ้นตลอดการศึกษาครั้งนี้ ผลการศึกษาพบวา การวิเคราะหเชิงคุณภาพเกี่ยวกับการสะกดคําชี้ใหเห็นการเติบโตในขั้นตอนการ สะกดคํา จําแนกประเภทที่ไดจากขั้นตอนการสะกดความเชิงพัฒนาในการเขียนของนักเรียน ผูให คะแนน 2 คน ใหคะแนนการประเมินการเขียนเปนรายบุคคลแลวประชุมปรึกษากันเรื่องการเขียน ไมมีการเปลี่ยนแปลงในดานคุณภาพและปริมาณการเขียน นาคะแนนของผใหคะแนนมาวเิ คราะห ํ ู โดยใชสัมประสิทธิสหสัมพันธของ Spearman Rho พบวามีสหสัมพันธภายในผูใหคะแนนระหวาง คะแนนทใหอสระ (r) เทากับ .83 , p เทากับ .01 สําหรับคะแนนคุณภาพ ความแตกตางใด ๆ ่ี ิ ระหวางผใหคะแนนไดนามาอภปรายและประนประนอมกนใหไดความเหนสอดคลองกน 100% ู ํ ิ ี ั ็ ั ในการวิเคราะหสุดทาย ขอคนพบทางทฤษฎีในการศึกษาชี้แนะวา ความตองการของนักเรียนที่จะ เพิ่มการยืนมาตรฐานทางวิชาการมีความสําคัญ เมอใหโอกาสมสวนรวมในการแทรกแซง ซึ่งใหการ ่ื ี สอนทเ่ี ปนแบบมีโครงสรางและมีความรูสึกสัมผัสไดหลายทาง นักเรียนก็เพิ่มระดับการปฏิบัติขึ้น เวลา 6 สัปดาหไมเพียงพอที่จะไดเห็นการเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสําคัญ คิม (Kim. 2004 : 2753-A) ไดศึกษาหนาที่ของภาษาเขียนในการพัฒนาภาษาพูด สําหรับนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมปที่ 2 ที่เรียนภาษาอังกฤษเปนภาษาที่สอง ผูวิจัยการรูหนังสือ หลายคนสนับสนุนการปฏิบัติการสอนทักษะทั้ง 4 ทักษะ และโตแยงวานักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษ เปนภาษาที่สอง สามารถเรียนอานไดกอน สามารถแสดงใหเ หนขนตอนความกาวหนาในความ ็ ้ั คลองแคลวทางภาษาพูดภาษาอังกฤษ อยางไรก็ตามทัศนะที่นิยมเกี่ยวกับการอานภาษาอังกฤษเปน ภาษาที่สอง ในกจกรรมการอานและการเขยนนนควรจะเลอนออกไปจนกวาภาษาพดของนกเรยน ิ ี ้ั ่ื ู ั ี เขาที่ดีแลวเสียกอน
10.
เนื่องจากมีทัศนะที่โตแยงกันมาก การศึกษาครั้งนี้จึงมีความมุงหมาย เพอหาคาตอบ
่ื ํ ของคําถามที่วาการอานและการเขียนที่อาศัยโรงเรียนเปนฐานนั้นสามารถจะนําไปใชอยางมี ประสิทธิผล เพื่อพัฒนาทักษะภาษาพูดภาษาอังกฤษกับเด็กที่อายุยังนอย ที่เรียนภาษาอังกฤษเปน ภาษาที่สองไดอยางไร เมื่อนําเอากรณีศึกษา 7 กรณี และการศึกษาแบบเขาแทรกแซง 1 กรณี โดยใชการศึกษาเชิงทดลองกับเด็กเพียงคนเดียว พบวา สามารถอธิบายหนาที่ของการอานและการ เขียนภาษาอังกฤษในการพัฒนาทักษะภาษาพูดของนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษเปนภาษาที่สองได จากงานวิจัยและการศึกษาคนควาอิสระทั้งภายในประเทศและตางประเทศ สรุปไดวา การจดกจกรรมการเรยนเรยนรู โดยการใชคําถาม เปนกิจกรรมการเรียนรูที่สามารถสงผลใหผูเรียนมี ั ิ ี ี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น มีเจตคติที่ดีตอการเรียนและยังทําใหผูเรียนเกิดการคิดวิเคราะหอีก ดวย ดังนั้น ผูศึกษาคนควาจึงมีความสนใจที่จะศึกษาคนควาการจัดกิจกรรมการเรียนรู เรอง การ ่ื อานจับใจความ โดยการใชคําถามตามแนวคิดดานพุทธิพิสัยของบลูม (Bloom) มาใชในการจัด กจกรรมการเรยนรู เพื่อฝกทักษะการตอบคําถามจากเรื่องที่อาน สามารถประเมินผลไดครอบคลุม ิ ี ผลการเรียนรูที่คาดหวังของหลักสูตรและเปนประโยชนในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู ในกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทยใหมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชนสูงสุดตอผูเรียนตอไป
Download