ครู บุญมี เป็ นครู สอนวิชาภาษาไทย ในการสอนแต่ ละชั่วโมงครู จะ
ใช้ วธีการบรรยาย ส่ วนไหนทีสาคัญก็จะเน้ นยาให้ นักเรียนจด
     ิ                       ่               ้
บันทึกและท่ องซ้า หลายครั้ง ทุกวันครู จะให้ นักเรียน ท่ อง
คาศัพท์ วนละ 5 คา พร้ อมทั้ง คัดลายมือมาส่ ง สื่ อทีครู ใช้ ประจา
          ั                                         ่
คือ บทเรียนโปรแกรมและชุดการสอนนอกจากนีเ้ มื่อเรียนจบแต่
ละบทครู บุญมีกจะทาการสอบเก็บคะแนน ถ้ านักเรียนสอบตกก็
                   ็
จะให้ สอบใหม่ จนกว่ าจะผ่ านตามเกณฑ์
ครูบุญช่ วย เป็ นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ในการสอนแต่ ละ ครั้งครูจะนาเข้ าสู่
บทเรียนโดยเชื่อมโยงเนือหาทีเ่ รียนกับ ประสบการณ์ เดิมของผู้เรียน เช่ น การ
                            ้
ใช้ คาถาม การยกตัวอย่ างเหตุการณ์ ในชีวตประจาวัน ข่ าวสารต่ าง ๆ เป็ นต้ น
                                                  ิ
หลักจากนั้นครูจะแบ่ งนักเรียนออกเป็ นกลุ่มแล้วมอบสถานการณ์ ปัญหาหรือ
ภารกิจการเรียนรู้ให้ ผู้เรียนทุก ๆ กลุ่ม นอกจากนีครูยงเตรียมแหล่งการเรียนรู้
                                                        ้ ั
ต่ าง ๆ เช่ น หนังสื อ วีดิทศน์ เว็บไซต์ ทเี่ กียวข้ อง ฯลฯเพือให้ ผู้เรียนค้ นหา
                              ั                 ่             ่
คาตอบ และร่ วมมือกันเรียนรู้มีการแลกเปลียน          ่
ประสบการณ์ การลงมือทดลองเพือทดสอบแนวคิดของกลุ่ม โดยมีครู
                                      ่
เป็ นผู้ให้ คาแนะนา หากพบว่ามีผู้เรียนคนใดหรือกลุ่มใดเข้ าคลาดเคลือน          ่
ครูกจะเข้ าไปอธิบายและกระตุ้นให้ คด หลังจากได้ คาตอบแล้ว
      ็                                 ิ
ทุกกลุ่มก็จะนาเสนอแนวคิดความ และร่ วมกับสรุปบทเรียนเป็ น
ความเข้ าใจของตนเอง
ครูบุญชู สามารถสอนให้ นักเรียนจาคาศัพท์ ภาษาอังกฤษได้ โดยไม่ ลม ื
ซึ่งครูมีเทคนิคดังนี้ การแต่ งเป็ นบทเพลง การใช้ คาคล้องจอง
การใช้ แผนภูมรูปภาพประกอบเนือหาทีต้องการให้ ผู้เรียนเข้ าใจ
               ิ                    ้   ่
ถึงความสั มพันธ์ ระหว่ างองค์ ประกอบ เช่ น แผนผังแสดงความสั มพันธ์
ของคนในครอบครัว และทีน่าสนใจคือ การให้ ผู้เรียนจาคาศัพท์
                             ่
โดยใช้ การออกเสี ยงภาษาอังกฤษทีเ่ หมือนกับภาษาไทย เช่ น
pic กับ พริก และ bear กับ แบมือ พร้ อมมีรูปประกอบซึ่งเป็ นการ
เชื่อมโยงประสบการณ์ เดิมทีผู้เรียนรู้จักมาช่ วยในการจดจาคาศัพท์
                               ่
กระบวนทัศน์ ทใช้ คอ เน้ นครู เป็ นจุดศูนย์ กลาง ทีให้
                    ี่ ื                               ่
นักเรียนรอรับอย่ างเดียว โดยวิธีการสอนที่ให้ นักเรียนมี
การจดบันทึก ใช้ วธีการท่ องจา และท่ องจาหลายๆครั้งซึ่ง
                  ิ
มีพนฐานมาจากทฤษฎีพฤติกรรมนิยม ทีม่ ุงทีเ่ น้ นศึกษา
     ื้                                     ่
เกียวกับความสัมพันธ์ ระหว่ างสิ่ งเร้ ากับการตอบสนอง
   ่
ซึ่งให้ ความสนใจกับพฤติกรรมทีสามารถวัดและสั งเกต
                                   ่
จากภายนอกได้ และเชื่อว่ าสิ่ งแวดล้ อมจะเป็ นตัวที่
กาหนดพฤติกรรม
กระบวนทัศน์ ทใช้ คอ เป็ นการสอนทีเ่ น้ นผู้เรียนเป็ น
                       ี่ ื
ศูนย์ กลาง โดยทีครู ให้ นักเรียนทางานเป็ นกลุ่มและลงมือ
                     ่
ปฏิบัตด้วยตนเอง โดยครูไม่ ไปก้ าวก่ าย และมีรูปแบบการ
          ิ
สอนทีมการเชื่อมโยงความรู้ จากประสบการณ์ เดิมเข้ ากับ
         ่ ี
เนือกาใหม่ ๆ ซึ่งมีพนฐานมาจากทฤษฎีคอนสตรัคติวสต์
    ้                    ื้                              ิ
เชื่อว่ าความรู้ เกิดจากประสบการณ์ และกระบวนการใน
การสร้ างความรู้ โดยทีผ้ ูเรียนสร้ างเสริมความรู้ ผ่าน
                            ่
กระบวนการทางจิตวิทยาด้ วยตนเอง ครู สามารถช่ วยให้
ผู้เรียนปรับขยายโครงสร้ างทางปัญญาได้
กระบวนทัศน์ ทใช้ คอ เป็ นการสอนที่ใช้ สิ่งต่ าง ๆ มา
                        ี่ ื
ช่ วยเพือให้ นักเรียนจดจา แต่ เป็ นการจดจาในระยะยาว
          ่
ซึ่งมีพนฐานมาจากทฤษฎีการเรียนรู้ ตามแนวพุทธิ
       ื้
ปัญญา คือ การเปลียนแปลง ความรู้ ของผู้เรียนทั้ง
                          ่
ทางด้ านปริมาณและด้ านคุณภาพ สามารถจัดรวบรวม
เรียบเรียงสิ่ งทีเ่ รียนรู้ เหล่ านั้นให้ เป็ นระเบียบ และ
สามารถถ่ ายโยงความรู้ และทักษะเดิม ไปสู่ บริบทและ
ปัญหาใหม่
ข้ อดี                              ข้ อเด่ น
ครูบญมี
    ุ       เน้ นการจดจา                              ผู้เรี ยนจดจาได้ อย่างรวดเร็ ว
            ครูให้ ความรู้ได้ ตามต้ องการ
ครูบญช่วย
    ุ       ผู้เรี ยนได้ เรี ยนรู้ด้วยตนเอง            เน้ นผู้เรี ยนเป็ นศูนย์กลาง
            ผู้เรี ยนเข้ าใจเนื ้อหาได้ อย่างแท้ จริ ง
            ผู้เรี ยนได้ ฝึกกระการคิด
            ผู้เรี ยนได้ ฝึกกระบวนการแก้ ปัญหา
            ผู้เรี ยนได้ แสดงความคิดเห็น
ครูบญชู
    ุ       เน้ นการจา                                 ผู้เรี ยนจดจาได้ นานขึ ้น
            ผู้เรี ยนมีเทคนิคในการท่องจา
ตอบ สาหรับวิธีการจัดการเรียนรู้ ทสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ
                                    ี่
  การศึกษาแห่ งชาติ พ.ศ.2542 มากทีสุด คือ วิธีการจัดการเรียนรู้ ของ
                                       ่
  ครู บุญช่ วยเพราะเป็ นการจัดการเรียนรู้ โดยเน้ นผู้เรียน เป็ น
  ศูนย์ กลางโดยมีการให้ นักเรียนได้ เรียนรู้ ด้วยตนเอง ได้ ลงมือทดลอง
  แนวคิดของกลุ่ม นักเรียนได้ ลงมือแก้ปัญหา มีการเรียนรู้ จาก
  ประสบการณ์ ตรง ได้ ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา ได้ ฝึกกระบวนการ
  คิด ได้ ฝึกกระบวนการทางานเป็ นกลุ่ม รวมทั้งมีการนาเสนอ
  แลกเปลียนเรียนรู้ ร่วมกับกลุ่มอืน โดยมีครู ผู้สอนคอยชี้แนะ
            ่                     ่
  แนวทางและกระตุ้นความคิดของนักเรียน
ตอบ วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ได้ดงนี้
                                              ั

                            ไม่ทราบจุดประสงค์ของเนื้อหาสาระว่าสามารถนาความรู ้
                            เรื่ องนั้นไปใช้ในชีวิตในประจาวันได้อย่างไร
ครู ผสอน
     ู้            สาเหตุ
                            ไม่ช้ ีแจงผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวังให้ผเู ้ รี ยนรับทราบ ซึ่ งในนั้น
                            จะกาหนดแนวทางและประโยชน์ที่จะได้อย่างชัดเจน



                            ไม่ทราบว่าในการเรี ยนเรื่ องต่างๆนั้น สามารถนาเรื่ องที่
                            เรี ยนรู ้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร
 ผูเ้ รี ยน        สาเหตุ
                            ไม่ทราบผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง ทาให้ไม่รู้จกแนวทางและ
                                                                         ั
                            ประโยชน์ที่จะได้รับที่สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
2.วิเคราะห์ หาทฤษฎีการเรียนรู้และการออกแบบการ
สอนที่สามารถแก้ ปัญหาได้
ตอบ สาหรับทฤษฎีการเรียนรู้ และการออกแบบการสอน ที่
  สามารถแก้ ปัญหาได้ คือ การออกแบบการสอนบนพืนฐาน        ้
  ทฤษฎีกลุ่มคอนสตรัคติวสต์ เพราะเป็ นการสร้ างความรู้
                              ิ
  ความเข้ าใจโดยการจาลองสถานการณ์ ปัญหา โดยผู้เรียนเป็ น
  ผู้ลงมือปฏิบตผ่านกระบวนการคิด การแลกเปลียนแนวคิด
              ั ิ                                   ่
  ระหว่ างกัน ซึ่งทาให้ ผู้เรียนเห็นความสั มพันธ์ ว่าการเรียนรู้
  สามารถนาไปใช้ ได้ จริงได้ อย่ างไร
Ex คาถาม ให้ นักเรียนแบ่งกลุ่มๆละ 5 คน จงหาว่าการเดินทางจากบ้ านไปโรงเรียนมีกวธีและวิธี
                                                                             ี่ ิ
                                ใดทีดีทสุด เพราะเหตุใด
                                    ่ ี่

                                         6
    บ้ าน                                                                   วัด
       [[บ
                                                                        1
                      2
                                                             ร.พ.
                                             3                                4
   3
                               ตลาด

                  2                                            2
                                                                                  โรงเรียน
                                             6
   สนามเด็กเล่น
ตอบ เน้ นการจัดการเรียนรู้ ทเี่ น้ นผู้เรียนเป็ นศูนย์ กลาง
  โดยดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ คาถามปลายเปิ ด
  จาลองปัญหาจากสถานการณ์ ทคล้ ายกับปัญหาในชีวตจริง
                                    ี่                      ิ
  แล้ วให้ ผ้ ูเรียนลงมือแก้ ปัญหา ผู้เรียนจะได้ มีการศึกษา
  ค้ นคว้ า มีการแสดงความคิดเห็นและลงมือทดลองทาให้ เกิด
  ความตืนตัวเพือหาคาตอบทีแท้ จริง ซึ่งจะทาให้ ผู้เรียนเกิด
           ่          ่          ่
  กระบวนการเรียนรู้ ด้วยตนเองและยังสามารถนาความรู้ ที่
  ได้ ไปใช้ ในชีวตประจาวันของตนเองอีกด้ วย
                    ิ
Exคาถาม ให้ นักเรียนแบ่งกลุ่มๆละ5 คน จงหาว่าการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนมีกวธีและ วิธี
                                                                          ี่ ิ
                                  ใดทีดีทสุด เพราะเหตุใด
                                      ่ ี่

                                   6
                                                                          วัด
     บ้าน[
      [บ

                   2                                                  1
                                                           ร.พ.
                                            3                                   4
 3
                           ตลาด

               2                                                  2
                                                                                โรงเรี ยน


สนามเด็กเล่น                        6
1. นางสาวกุสุมาลย์ กวยทอง 543050007-6
2. นางสาวศิริลักษณ์ ภิวัฒน์  543050317-1
3. นางสาวสุรีย์นิภา บุตรไธสง 543050371-5

ครูผู้ช่วย

  • 2.
    ครู บุญมี เป็นครู สอนวิชาภาษาไทย ในการสอนแต่ ละชั่วโมงครู จะ ใช้ วธีการบรรยาย ส่ วนไหนทีสาคัญก็จะเน้ นยาให้ นักเรียนจด ิ ่ ้ บันทึกและท่ องซ้า หลายครั้ง ทุกวันครู จะให้ นักเรียน ท่ อง คาศัพท์ วนละ 5 คา พร้ อมทั้ง คัดลายมือมาส่ ง สื่ อทีครู ใช้ ประจา ั ่ คือ บทเรียนโปรแกรมและชุดการสอนนอกจากนีเ้ มื่อเรียนจบแต่ ละบทครู บุญมีกจะทาการสอบเก็บคะแนน ถ้ านักเรียนสอบตกก็ ็ จะให้ สอบใหม่ จนกว่ าจะผ่ านตามเกณฑ์
  • 3.
    ครูบุญช่ วย เป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ในการสอนแต่ ละ ครั้งครูจะนาเข้ าสู่ บทเรียนโดยเชื่อมโยงเนือหาทีเ่ รียนกับ ประสบการณ์ เดิมของผู้เรียน เช่ น การ ้ ใช้ คาถาม การยกตัวอย่ างเหตุการณ์ ในชีวตประจาวัน ข่ าวสารต่ าง ๆ เป็ นต้ น ิ หลักจากนั้นครูจะแบ่ งนักเรียนออกเป็ นกลุ่มแล้วมอบสถานการณ์ ปัญหาหรือ ภารกิจการเรียนรู้ให้ ผู้เรียนทุก ๆ กลุ่ม นอกจากนีครูยงเตรียมแหล่งการเรียนรู้ ้ ั ต่ าง ๆ เช่ น หนังสื อ วีดิทศน์ เว็บไซต์ ทเี่ กียวข้ อง ฯลฯเพือให้ ผู้เรียนค้ นหา ั ่ ่ คาตอบ และร่ วมมือกันเรียนรู้มีการแลกเปลียน ่ ประสบการณ์ การลงมือทดลองเพือทดสอบแนวคิดของกลุ่ม โดยมีครู ่ เป็ นผู้ให้ คาแนะนา หากพบว่ามีผู้เรียนคนใดหรือกลุ่มใดเข้ าคลาดเคลือน ่ ครูกจะเข้ าไปอธิบายและกระตุ้นให้ คด หลังจากได้ คาตอบแล้ว ็ ิ ทุกกลุ่มก็จะนาเสนอแนวคิดความ และร่ วมกับสรุปบทเรียนเป็ น ความเข้ าใจของตนเอง
  • 4.
    ครูบุญชู สามารถสอนให้ นักเรียนจาคาศัพท์ภาษาอังกฤษได้ โดยไม่ ลม ื ซึ่งครูมีเทคนิคดังนี้ การแต่ งเป็ นบทเพลง การใช้ คาคล้องจอง การใช้ แผนภูมรูปภาพประกอบเนือหาทีต้องการให้ ผู้เรียนเข้ าใจ ิ ้ ่ ถึงความสั มพันธ์ ระหว่ างองค์ ประกอบ เช่ น แผนผังแสดงความสั มพันธ์ ของคนในครอบครัว และทีน่าสนใจคือ การให้ ผู้เรียนจาคาศัพท์ ่ โดยใช้ การออกเสี ยงภาษาอังกฤษทีเ่ หมือนกับภาษาไทย เช่ น pic กับ พริก และ bear กับ แบมือ พร้ อมมีรูปประกอบซึ่งเป็ นการ เชื่อมโยงประสบการณ์ เดิมทีผู้เรียนรู้จักมาช่ วยในการจดจาคาศัพท์ ่
  • 7.
    กระบวนทัศน์ ทใช้ คอเน้ นครู เป็ นจุดศูนย์ กลาง ทีให้ ี่ ื ่ นักเรียนรอรับอย่ างเดียว โดยวิธีการสอนที่ให้ นักเรียนมี การจดบันทึก ใช้ วธีการท่ องจา และท่ องจาหลายๆครั้งซึ่ง ิ มีพนฐานมาจากทฤษฎีพฤติกรรมนิยม ทีม่ ุงทีเ่ น้ นศึกษา ื้ ่ เกียวกับความสัมพันธ์ ระหว่ างสิ่ งเร้ ากับการตอบสนอง ่ ซึ่งให้ ความสนใจกับพฤติกรรมทีสามารถวัดและสั งเกต ่ จากภายนอกได้ และเชื่อว่ าสิ่ งแวดล้ อมจะเป็ นตัวที่ กาหนดพฤติกรรม
  • 8.
    กระบวนทัศน์ ทใช้ คอเป็ นการสอนทีเ่ น้ นผู้เรียนเป็ น ี่ ื ศูนย์ กลาง โดยทีครู ให้ นักเรียนทางานเป็ นกลุ่มและลงมือ ่ ปฏิบัตด้วยตนเอง โดยครูไม่ ไปก้ าวก่ าย และมีรูปแบบการ ิ สอนทีมการเชื่อมโยงความรู้ จากประสบการณ์ เดิมเข้ ากับ ่ ี เนือกาใหม่ ๆ ซึ่งมีพนฐานมาจากทฤษฎีคอนสตรัคติวสต์ ้ ื้ ิ เชื่อว่ าความรู้ เกิดจากประสบการณ์ และกระบวนการใน การสร้ างความรู้ โดยทีผ้ ูเรียนสร้ างเสริมความรู้ ผ่าน ่ กระบวนการทางจิตวิทยาด้ วยตนเอง ครู สามารถช่ วยให้ ผู้เรียนปรับขยายโครงสร้ างทางปัญญาได้
  • 9.
    กระบวนทัศน์ ทใช้ คอเป็ นการสอนที่ใช้ สิ่งต่ าง ๆ มา ี่ ื ช่ วยเพือให้ นักเรียนจดจา แต่ เป็ นการจดจาในระยะยาว ่ ซึ่งมีพนฐานมาจากทฤษฎีการเรียนรู้ ตามแนวพุทธิ ื้ ปัญญา คือ การเปลียนแปลง ความรู้ ของผู้เรียนทั้ง ่ ทางด้ านปริมาณและด้ านคุณภาพ สามารถจัดรวบรวม เรียบเรียงสิ่ งทีเ่ รียนรู้ เหล่ านั้นให้ เป็ นระเบียบ และ สามารถถ่ ายโยงความรู้ และทักษะเดิม ไปสู่ บริบทและ ปัญหาใหม่
  • 10.
    ข้ อดี ข้ อเด่ น ครูบญมี ุ เน้ นการจดจา ผู้เรี ยนจดจาได้ อย่างรวดเร็ ว ครูให้ ความรู้ได้ ตามต้ องการ ครูบญช่วย ุ ผู้เรี ยนได้ เรี ยนรู้ด้วยตนเอง เน้ นผู้เรี ยนเป็ นศูนย์กลาง ผู้เรี ยนเข้ าใจเนื ้อหาได้ อย่างแท้ จริ ง ผู้เรี ยนได้ ฝึกกระการคิด ผู้เรี ยนได้ ฝึกกระบวนการแก้ ปัญหา ผู้เรี ยนได้ แสดงความคิดเห็น ครูบญชู ุ เน้ นการจา ผู้เรี ยนจดจาได้ นานขึ ้น ผู้เรี ยนมีเทคนิคในการท่องจา
  • 12.
    ตอบ สาหรับวิธีการจัดการเรียนรู้ ทสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ ี่ การศึกษาแห่ งชาติ พ.ศ.2542 มากทีสุด คือ วิธีการจัดการเรียนรู้ ของ ่ ครู บุญช่ วยเพราะเป็ นการจัดการเรียนรู้ โดยเน้ นผู้เรียน เป็ น ศูนย์ กลางโดยมีการให้ นักเรียนได้ เรียนรู้ ด้วยตนเอง ได้ ลงมือทดลอง แนวคิดของกลุ่ม นักเรียนได้ ลงมือแก้ปัญหา มีการเรียนรู้ จาก ประสบการณ์ ตรง ได้ ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา ได้ ฝึกกระบวนการ คิด ได้ ฝึกกระบวนการทางานเป็ นกลุ่ม รวมทั้งมีการนาเสนอ แลกเปลียนเรียนรู้ ร่วมกับกลุ่มอืน โดยมีครู ผู้สอนคอยชี้แนะ ่ ่ แนวทางและกระตุ้นความคิดของนักเรียน
  • 17.
    ตอบ วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ได้ดงนี้ ั ไม่ทราบจุดประสงค์ของเนื้อหาสาระว่าสามารถนาความรู ้ เรื่ องนั้นไปใช้ในชีวิตในประจาวันได้อย่างไร ครู ผสอน ู้ สาเหตุ ไม่ช้ ีแจงผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวังให้ผเู ้ รี ยนรับทราบ ซึ่ งในนั้น จะกาหนดแนวทางและประโยชน์ที่จะได้อย่างชัดเจน ไม่ทราบว่าในการเรี ยนเรื่ องต่างๆนั้น สามารถนาเรื่ องที่ เรี ยนรู ้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร ผูเ้ รี ยน สาเหตุ ไม่ทราบผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง ทาให้ไม่รู้จกแนวทางและ ั ประโยชน์ที่จะได้รับที่สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
  • 18.
  • 19.
    ตอบ สาหรับทฤษฎีการเรียนรู้ และการออกแบบการสอนที่ สามารถแก้ ปัญหาได้ คือ การออกแบบการสอนบนพืนฐาน ้ ทฤษฎีกลุ่มคอนสตรัคติวสต์ เพราะเป็ นการสร้ างความรู้ ิ ความเข้ าใจโดยการจาลองสถานการณ์ ปัญหา โดยผู้เรียนเป็ น ผู้ลงมือปฏิบตผ่านกระบวนการคิด การแลกเปลียนแนวคิด ั ิ ่ ระหว่ างกัน ซึ่งทาให้ ผู้เรียนเห็นความสั มพันธ์ ว่าการเรียนรู้ สามารถนาไปใช้ ได้ จริงได้ อย่ างไร
  • 20.
    Ex คาถาม ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มๆละ 5 คน จงหาว่าการเดินทางจากบ้ านไปโรงเรียนมีกวธีและวิธี ี่ ิ ใดทีดีทสุด เพราะเหตุใด ่ ี่ 6 บ้ าน วัด [[บ 1 2 ร.พ. 3 4 3 ตลาด 2 2 โรงเรียน 6 สนามเด็กเล่น
  • 22.
    ตอบ เน้ นการจัดการเรียนรู้ทเี่ น้ นผู้เรียนเป็ นศูนย์ กลาง โดยดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ คาถามปลายเปิ ด จาลองปัญหาจากสถานการณ์ ทคล้ ายกับปัญหาในชีวตจริง ี่ ิ แล้ วให้ ผ้ ูเรียนลงมือแก้ ปัญหา ผู้เรียนจะได้ มีการศึกษา ค้ นคว้ า มีการแสดงความคิดเห็นและลงมือทดลองทาให้ เกิด ความตืนตัวเพือหาคาตอบทีแท้ จริง ซึ่งจะทาให้ ผู้เรียนเกิด ่ ่ ่ กระบวนการเรียนรู้ ด้วยตนเองและยังสามารถนาความรู้ ที่ ได้ ไปใช้ ในชีวตประจาวันของตนเองอีกด้ วย ิ
  • 23.
    Exคาถาม ให้ นักเรียนแบ่งกลุ่มๆละ5คน จงหาว่าการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนมีกวธีและ วิธี ี่ ิ ใดทีดีทสุด เพราะเหตุใด ่ ี่ 6 วัด บ้าน[ [บ 2 1 ร.พ. 3 4 3 ตลาด 2 2 โรงเรี ยน สนามเด็กเล่น 6
  • 24.
    1. นางสาวกุสุมาลย์ กวยทอง543050007-6 2. นางสาวศิริลักษณ์ ภิวัฒน์ 543050317-1 3. นางสาวสุรีย์นิภา บุตรไธสง 543050371-5