การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ในระดับอุดมศึกษา รศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขนแก่น อบรมสายผู้สอนหลักสูตรแกน 2-3  วันที่  21  กันยายน  2544
หมายถึงอะไร  ? รูปแบบการเรียนการสอน การพัฒนา
รูปแบบการเรียนการสอน องค์ประกอบ รูปแบบการสอนพื้นฐาน รูปแบบที่เป็นระบบ
รศ .  ดร . กิ่งฟ้า  สินธุวงษ์ เวลาที่ใช้และ สื่อการเรียนการสอน เนื้อหาวิชา หรือเนื้อเรื่อง ที่จะสอน วิธีและเทคนิค ต่าง ๆ ในการเรียน การสอน ลักษณะของผู้เรียน การเตรียมหรือ การวางแผน การเรียนการสอน กระบวนการ เรียนการสอน ผลที่ได้จากการ ประเมินการสอน ประเมินการเรียน พฤติกรรม  ที่คาดหวัง จุดประสงค์ของ การเรียนการสอน สมรรถภาพ ของผู้สอน
รูปแบบการสอนพื้นฐาน รศ .  ดร . กิ่งฟ้า  สินธุวงษ์ การกำหนด วัตถุประสงค์ ของการเรียน การสอน การประเมิน พฤติกรรมของ ผู้เรียนก่อนเริ่ม การจัดกิจกรรม กระบวนการ การเรียนการสอน การประเมินผล การเรียนการสอน ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับปรุง
ขั้นเตรียมการ ขั้นดำเนินการ ขั้นประเมินผล รศ .  ดร . กิ่งฟ้า  สินธุวงษ์ การกำหนด วัตถุประสงค์ ของการเรียน การสอน การประเมิน พฤติกรรมของ ผู้เรียนก่อนเริ่ม การจัดกิจกรรม กระบวนการ การเรียนการสอน การประเมินผล การเรียนการสอน ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับปรุง รูปแบบการสอนที่เป็นระบบ
ลักษณะของวิชา / ความรู้เป็นอย่างไร ลักษณะ  /  ธรรมชาติของความรู้ การได้มาซึ่งความรู้
หรือ ลักษณะของสาระความรู้ ความสามารถที่สอนได้เป็นอย่างไร
Declative Knowledge  -  What Procedural Knowledge  -  How Condition Knowledge  -  When + Why ( อ้างถึงใน   Woolfolk 1995 ) Kinds of Knowledge 3
เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ ตามแนวคิดของ  Gagne and Briggs หมายถึง  ความสามารถในการรับรู้เข้าใจที่เป็นเบื้องต้นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม  เริ่มจากทักษะในการเขียน  การอ่านและทางคณิตศาสตร์ จนถึงความรู้ที่ลึกซึ้งในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มีลักษณะ  ดังนี้ ก .  ความสามารถในการจำแนกหรือแยกสิ่งเร้า ข .  ความคิดรวบยอดรูปธรรม  ค .  ความคิดรวบยอดนิยาม ง .  การเรียนรู้กฎ เป็นความสามารถเบื้องต้นที่จะช่วยในการเรียนรู้ เป็นการจำแนกโดยใช้สมบัติหรือลักษณะเป็นเกณฑ์ สามารถแสดงความเข้าใจความหมายของประเภทของสิ่งของ บอกคำนิยามและสามารถชี้ได้ถูกต้อง สามารถเรียนรู้กฎและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่น ๆ ได้ จ .  การแก้ปัญหา เป็นการนำความรู้ทั้งมวลหรือความสามารถที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหา รศ .  ดร . กิ่งฟ้า  สินธุวงษ์ 1.  ทักษะทางสติปัญญา
หมายถึง  ความสามารถของบุคคลในการวางแผนตัดสินใจ  ควบคุมดำเนินการ  โดยใช้ความสนใจความตั้งใจ  การเรียนรู้และการคิดประกอบกัน หมายถึง  ความสามารถที่จะรู้เรื่องและจดจำสิ่งของหรือเหตุการณ์ได้  แล้วเก็บไว้เป็นความรู้ แบ่งเป็น  3  ประเภท คือ รศ .  ดร . กิ่งฟ้า  สินธุวงษ์ การเรียนรู้ชื่อ การเรียนรู้ข้อเท็จจริง การเรียนรู้กลุ่มของความรู้หรือมโนมติ ยุทธศาสตร์การคิด   (Cognitive Strategics) 2 เรื่องราวและความรู้   (Information and Knowledge) 3
เป็นเรื่องซับซ้อนและมีความรู้สึกด้านอารมณ์เกี่ยวข้องด้วย  แต่เป็นตัวกำหนดให้บุคคล มีการกระทำต่าง ๆ กัน ตามความเชื่อ  ค่านิยมและความรู้สึก หมายถึง  ความสามารถในการกระทำกิจกรรมและความชำนาญในการใช้กล้ามเนื้อ เพื่อการเคลื่อนไหวเบื้องต้น รศ .  ดร . กิ่งฟ้า  สินธุวงษ์ ทักษะทางกล้ามเนื้อ   (Motor Skill) 5 เจตคติ  (Attitude) 4
การได้มาซึ่งความรู้  เป็นกระบวนการ ที่ต้องคำนึงถึง memory  model กระบวนการเรียนรู้และ กระบวนการสอน 1.  การกำหนดเป้าหมายของการเรียนรู้ 2.  ความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน
การกำหนดเป้าหมายของการเรียนรู้ ต้องคำนึงถึง ความสามารถ คิดเชิงวิเคราะห์ ความสามารถ คิดอย่างสร้างสรรค์ ความสามารถ แก้ปัญหาได้ อย่างเป็นรูปธรรม เรียนรู้วิธีที่จะ เรียนรู้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ความมีวินัย ในตนเอง การคิดเป็น เขียนเป็น พูดเป็น ตอบสนองอย่างเหมาะสม การสื่อความหมายกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ การให้เหตุผลอย่างเหมาะสม การสร้างคุณธรรมประจำใจ การใช้ปัญญาและอารมณ์อย่างชาญฉลาด โดย
การเรียนรู้ ของผู้เรียน ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
Working Memory permanent  storage Tempory  storage (derived  from Atkinson & Shiffrin   อ้างถึงใน   Woolfolk, 1995  หน้า  244.) กระบวนการควบคุมเพื่อให้เกิดการทำงาน สิ่งเร้าที่สัมผัส จากภายนอก การรับรู้ ความจำ ระยะสั้น การเก็บกำความรู้ ความจำ ระยะยาว การเรียกใช้ The Information Processing System การทบทวน การฝึกหัด การสูญเสีย
กระบวนการเรียนรู้ การจูงใจ ความคาดหวัง   (EXPECTATION) การจับใจความ  (Apprehending  Phase) การใส่ใจและเลือกรับรู้ ATTENTION SELECTION RECEPTION การทำให้เกิดความเข้าใจ  (Acquisition Phase) การลงรหัสและเก็บข้อมูล (CODING STORAGE ENTRY)
การคงไว้ซึ่งความเข้าใจ  (Retention Phase) การเก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำ  (MEMORY STORAGE) การระลึกได้  (Recall Phase) การดึงข้อมูลมาใช้  (RETRIEVAL) การประยุกต์ใช้  /  การแผ่ขยาย  (Generalization Phase) การถ่ายโยง  (TRANSFER) การกระทำ  /  การแสดงพฤติกรรม  (Performance Phase) การตอบสนอง  (RESPONDING) การให้ข้อมูลย้อนกลับ  (Feedback Phase) การเสริมแรง  (REINFORCEMENT)
กระบวนการสอน การเร้าความสนใจ การบอกจุดประสงค์ การชี้แนะ  /  การนำทาง การให้ระลึกถึงสิ่งที่เรียนมาแล้ว การให้ข้อเสนอแนะ  /  ชี้แนะการเรียนรู้ การช่วยให้คงไว้ซึ่งความเข้าใจ การช่วยให้เกิดการถ่ายโยงการเรียนรู้ การให้แสดงพฤติกรรม การฝึกหัด และการให้ข้อมูลย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7
กิจกรรมการเรียนการสอนที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไป ตาม พรบ . 42 ( หมวด  1  มาตรา  7  และ หมวด  4) ( โปรดศึกษา พรบ . 42) จะทำได้อย่างไร
กระบวนการเรียนการสอน ผู้เรียนเป็นหลักสำคัญ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และ ต่อเนื่อง ยาวนาน ตลอดชีวิต   โดยใช้แรงจูงใจเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ผู้เรียนต้องเกิด ศรัทธา  ในจุดเริ่มต้น และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากการ สัมพันธ์ & สัมผัส ประสบการณ์ และ ความรู้เดิม  กับประสบการณ์และ ความรู้ใหม่ กระบวนการคิด  ทั้งยุทธศาสตร์ และวิธีการ เพื่อพัฒนา ที่เชื่อมโยง โดย การเรียนรู้ตามสภาพจริง เพื่อพัฒนา ต้องเน้น
-  อบอุ่นในการเรียนรู้กับ  ผู้สอน กลุ่มเพื่อนและสังคม -  มีวินัย -  มีความรับผิดชอบ -  มีคุณธรรมและจริยธรรม มีความสุข เก่ง -  ตามศักยภาพ ความถนัด -  และความสามารถทุกด้าน ผู้เรียน ดี
ผู้สอนจะต้องจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ที่ทำให้ผู้เรียนมีทักษะ  10  ประการต่อไปนี้ ( เป็นอย่างน้อย )
อย่างน้อยผู้เรียนต้องมี  10  ทักษะ ในโลกยุคปัจจุบัน ภาษาและคณิตศาสตร์ การเข้าถึงข้อมูล  +  ICT ความคิดวิเคราะห์  วิพากษ์   วิจารณ์ ความสามารถในการสื่อสาร
ทักษะ  10  ประการของผู้เรียน 5.  ความตระหนักในความเป็นสังคมโลก  +  ปรับตัว ความสามารถในการรักษาสุขภาพ  +  ความเป็นอยู่   ที่ดี 7.  ความมีคุณธรรม  จริยธรรม   8.  ความมีสุนทรียภาพ 9.  การรักษาดุลยภาพของสังคม  +  สิ่งแวดล้อม 10.  การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
ผู้สอนย้อนมองตนเองว่า ท่านจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในอดีตและปัจจุบันอย่างไรและต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น
-  เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ -  ซักถามบ้าง -  ศูนย์กลาง  ผู้พูด  /  บรรยาย -  สอนหน้าชั้น -  ผู้ป้อนความรู้ -  ผู้ให้  ผู้มีความรู้ -  ผู้สอน  ผู้ถ่ายทอด ผู้ชี้แนะ  พูดน้อยลง ใช้สื่อมากขึ้น  /  หลากหลาย มอบงาน  ทำงานกลุ่ม อภิปราย  สนับสนุน ชี้แนะ อำนวยการ ให้คำปรึกษา เดิม ใหม่ บทบาทผู้สอน ( อ้างถึงข้อตกลงจากการอภิปรายและนำเสนอของผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมของฝ่ายพัฒนาบุคคล  12  ก . ย . 44)
-  เป็นผู้รับ  -  นั่งฟัง -  ไม่กระตือรือร้น -  รอจด -  ไม่ตอบคำถาม -  ฟังอย่างเดียว -  รอความรู้จากอาจารย์ ค้นคว้ามากขึ้น เรียนอย่างมีส่วนร่วม บอกความต้องการการเรียนรู้ บอกความคาดหวังจากวิชา แสดงความคิดเห็น เปลี่ยนบทบาท เดิม ใหม่ บทบาทผู้เรียน
-  บรรยาย -  ให้งาน -  สาธิต -  พูดหน้าชั้น -  เน้นถ่ายทอด -  จัดประสบการณ์  /  สถานการณ์จริง แบ่งกลุ่มให้นักศึกษามีกิจกรรม ซักถามมาก การเรียนรู้นอกห้อง กลุ่มย่อยเรียนรู้เอง ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจากความรู้ที่ได้รับ เรียนอย่างมีส่วนร่วม เดิม ใหม่ กิจกรรม
เงียบ  ไม่น่าเรียน อาจมีพูดบ้างเป็นทางการ กดดัน  หลับ ห่างเหินระหว่างผู้เรียนและผู้สอน คงที่ในห้องสี่เหลี่ยม passive  สงบมีปฏิสัมพันธ์น้อย สนุกสนาน  เป็นกันเอง  ใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ตื่นเต้น อาจมีเครียดบ้างระยะแรก โต้ตอบ มีส่วนร่วม มีกิจกรรม เปลี่ยนสถานที่ แบ่งกลุ่ม เกี่ยวข้องกับสภาพเป็นจริง active ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นให้เกิดการคิดและเข้าร่วมปฏิสัมพันธ์ เดิม ใหม่ บรรยากาศ
แผ่นใส กระดาน slide  video เอกสาร  หนังสือ power point ผู้สอนเป็นสื่อ สื่อเน้นให้ดูเท่านั้น IT multimedia เอกสารกรณีศึกษา CAI module  และ  homepage  รายวิชา สื่อเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกเวลาทุกสถานที่ เดิม ใหม่ สื่อ
ทางเดียว ห่างเหิน สองทาง รอบด้าน เดิม ใหม่ ปฏิสัมพันธ์
ครูประเมิน ข้อสอบเน้นความรู้ความจำ ประเมินตามเนื้อหา ครูและนักศึกษาประเมินร่วมกัน เพิ่มการวิเคราะห์ สังเคราะห์ การนำไปใช้ ประเมินจากสภาพจริง ประเมินเนื้อหา พฤติกรรมและความก้าวหน้าในการเรียนรู้ วัดความสามารถในการคิด เดิม ใหม่ การประเมินผล
ผู้สอนพิจารณาจากสภาพที่เป็นอยู่ แล้วจะพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างไร
การออกแบบและพัฒนาระบบการเรียนการสอน การกำหนดเป้าหมาย จะสอนอะไร  สอนใคร ที่ไหน สอนอย่างไร การสร้างรูปแบบและ กระบวนการเรียนการสอน การนำไปใช้ การประเมินผล ประเมินผล ผู้เรียน  ผู้สอนและระบบ การจัดการเรียนการสอน
ผู้สอน ถูกกำหนดให้สอนวิชาต่าง   ๆ   โดยใช้ขนาดของกลุ่มผู้เรียน ใหญ่   (50  คนขึ้นไป ) กลาง   (20-50  คน ) เล็ก / ย่อย   ( น้อยกว่า   20  คน ) โดยเลือกและตัดสินใจใช้วิธีสอนแบบต่าง   ๆ บรรยาย อภิปราย กิจกรรมกลุ่ม การศึกษาอิสระ โดยต้องศึกษา
หลักสูตรและรายวิชา ผู้เรียน   ( ศักยภาพและแบบการเรียน ) รูปแบบ   เทคนิค   กลยุทธของการสอน เป้าหมายของการเรียนรู้ ความสามารถและความพร้อมของผู้เรียน ประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม การวางแผนกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบ เพื่อ เพื่อกำหนด
ท่านต้องคิดถึงอะไรบ้าง  ในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
การวิเคราะห์ หลักสูตร   และ รายวิชา ในหลักสูตร การวิเคราะห์ผู้เรียน   และการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้ การวิเคราะห์บริบทของการจัดการเรียนการสอนและแนว พ . ร . บ .  โดยเฉพาะหมวด   4 การศึกษารูปแบบและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน   ( ที่เน้น ผู้เรียนและอื่น   ๆ ) การตัดสินใจเลือกรูปแบบและวิธีการรวมทั้งเทคนิควิธีในการสอน บทบาทผู้เรียน การวัดและ ประเมินผล บทบาทผู้สอน บรรยากาศ สื่อ ลักษณะของกิจกรรมและกระบวนการเรียนการสอนที่มีขั้นตอนและสะท้อนถึงการวิเคราะห์และการศึกษาจาก   1, 2, 3  และ   4 1. 2. 3. 4. 5. การทบทวนและการเตรียมความพร้อม การแสดงจุดเน้นของประเด็นที่จะสอน การนำเสนอประเด็นที่มีความเป็นรูปธรรมโดย   กิจกรรมที่ สอดคล้องกับผู้เรียน ใช้สื่อหลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทุกด้าน ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติและการใช้สภาพจริง การให้ข้อมูลย้อนกลับ การวิเคราะห์กระบวนการคิด การสรุปบทเรียน   และการวัดประเมินผล กระบวนการที่ประกอบด้วย
ถ้าต้องสอนตามแนว พรบ . 42 โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ท่านจะต้องศึกษาจนเข้าใจและนำไปใช้ได้ ( ขอให้ศึกษาในเรื่องดังกล่าวและอาจอภิปรายเพิ่มเติม )
ข้อสรุปของ การเรียนการสอนที่มีลักษณะผู้เรียนเป็นศูนย์กลางตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ ยึดมาตรฐาน มีตัวบ่งชี้ความสำเร็จ เน้นเป้าหมายพัฒนาผู้เรียน มีการบูรณาการภายในและระหว่างสาระการเรียนรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ เน้นการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ในทุกสาระการเรียนรู้ จัดบรรยากาศด้านกายภาพและจิตใจที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ  เพื่อให้เรียนรู้โดยการสร้างความเข้าใจ รู้วิธีที่จะเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ  วางแผน  คิดไตร่ตรองอย่างหลากหลาย  วิเคราะห์และมีความสุข เข้ากับผู้อื่นได้  โดยใช้ ความรู้ คุณธรรมและอารมณ์ ได้อย่างชายฉลาด
ใช้รูปแบบ กลวิธี เทคนิคอย่างหลากหลาย  โดยผนวกสื่อและ  IT   ที่เหมาะสม ทันสมัยมาช่วยเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ ให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  เพื่อช่วยฝึก การใช้ความคิดอย่างหลากหลาย สร้างสรรค์และวิเคราะห์วิจารณ์และ การนำเสนออย่างได้ใจความสำคัญที่เป็นแก่นของความรู้ มีการวัดและประเมินความก้าวหน้าการเรียนรู้อย่างเหมาะสมทุกด้าน ตามมาตรฐานที่กำหนด 9. ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน  สม่ำเสมอ  ต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสังคมของ การเรียนรู้  โดยผู้สอนต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครูที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีลักษณะเดียวกัน
ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ต้องการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้อง กับหลักการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ( จากตัวอย่างที่เสนอจากแผนที่เขียน  12  ก . ย . 44) จะเติมความสมบูรณ์ของรูปแบบได้อย่างไร
Instructional Approaches Cooperative  Direct Inst. CIPPA Const
1.  การปฐมนิเทศ 3.  การฝึกปฏิบัติตามแบบ 2.  การนำเสนอ 4.  การฝึกตามคำแนะนำ 5.  การฝึกด้วยตนเอง Direct Instruction
กระบวนการสอนตามรูปแบบ  CIPPA MODEL เป็นการดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน  เพื่อให้เกิดความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่ กับความรู้เดิม เป็นการแสวงหาข้อมูล  ความรู้ใหม่จากแหล่งข้อมูล  ซึ่งครูเตรียมไว้ให้หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล  ให้ผู้เรียนไปแสวงหาก็ได้ ขั้นการทบทวนความรู้เดิม 1 ขั้นการแสวงหาความรู้ใหม่ 2.
ผู้เรียนต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูล  /  ความรู้ที่ได้มา โดยการสร้างความหมายของข้อมูล  โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ ด้วยตนเอง ผู้เรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของตน  รวมทั้งขยายความรู้ความเข้าใจ ของตนให้กว้างขึ้น ขั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม ขั้นการศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล / ความรู้ใหม่และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม 3 4
เป็นการสรุปความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งความรู้เดิม ความรู้ใหม่  และจัดระเบียบสิ่งที่ได้เรียนรู้เพื่อช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตน ให้ผู้อื่นรับรู้ เพื่อให้ผู้เรียนตอกย้ำและตรวจสอบ ความเข้าใจของตนเอง ขั้นการสรุปและจัดระเบียบความรู้ 5 ขั้นการแสดงผลงาน 6 ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ 7
รูปแบบการเตรียมการสอน ตามแนวคิดของ Constructivism
การสะท้อนผลการปฏิบัติ การเข้าใจ ผู้เรียน การฝึกหัดหรือ การปฏิบัติ   การสอนโดยการใช้การสะท้อนผลการปฏิบัติโดยเน้นกระบวนการในบริบทนั้น   ๆ กระบวนการแสวงหาความรู้ การเข้าใจในเรื่องการเรียนรู้ 1. 2. 3.
Constructivism Approach Guidelines the need for a Constructivist approach provide complex learning environment provide social negotiation provide multiple representations of content promote understanding the knowledge  constructions process f. promote student-centered instruction By /  โดย
ให้ผู้เรียนมีอิสระและมีส่วนร่วมในการเสนอความคิด ผู้สอนใช้ข้อมูลจากแหล่งตำราและสื่อประกอบ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนคิด  จำแนก  วิเคราะห์  ทำนายและ สรรค์สร้างความคิด ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนกลวิธีการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนสร้างความเข้าใจในความรู้และ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ให้ผู้เรียนมีการสนทนาแลกเปลี่ยน  อภิปรายขยายความ คิดกับผู้อื่น กระตุ้นให้ถามคำถามซึ่งกันและกัน กระตุ้นให้คิดถึงทางเลือกอื่น ๆ ในการแก้ปัญหาที่จะก่อให้ เกิดการอภิปรายแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ให้เวลาผู้เรียนคิดหาคำตอบอย่างรอบคอบ หลังจาก ถามคำถาม ให้เวลาผู้เรียนคิดเพื่อหาทางเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจและ ความคิดเพื่อการนำเสนอผลงานที่อาจออกมาในรูปแบบต่าง ๆ
อาจจัดเป็น  5  ขั้น  ดังนี้ การทบทวน ครูให้โอกาสนักเรียนสะท้อนตนเอง ว่าแนวความคิดของตนเอง ได้เปลี่ยนไปอย่างไรโดยเปรียบเทียบ แนวความคิดของตนตอนเริ่มเรียน กับตอนสิ้นสุดการเรียนในบทเรียนนั้น รูปแบบการสอนแบบการสรรค์สร้างความรู้ ให้โอกาสนักเรียนสร้างจุดมุ่งหมายและแรงจูงใจ ในการเรียนรู้เนื้อหาที่กำหนด ขั้นปฐมนิเทศ ให้นักเรียนปรับแนวคิดปัจจุบัน ในหัวข้อของบทเรียนให้ชัดเจน  โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย  เช่น การอภิปราย  การเขียน ขั้นทำความเข้าใจ เป็นหัวใจสำคัญของการสอนแบบสรรค์สร้างความรู้  ประกอบด้วยขั้นตอนย่อย ดังนี้ ขั้นจัดโครงสร้างแนวคิดใหม่    ทำแนวความคิดให้กระจ่างชัดและแลกเปลี่ยนกัน    สร้างแนวความคิดขึ้นใหม่   ประเมินแนวความคิดใหม่ ให้โอกาสนักเรียนนำแนวความคิดของตนเอง ที่สร้างขึ้นไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ  ที่หลากหลาย ทั้งที่คุ้นเคยและแปลกใหม่ ขั้นนำแนวความคิดไปใช้
Project – Based Learning Approach มี  group  investigation   (Cooperative learning + inquiry) มี  group  process มีการสร้างและนำเสนอชิ้นงาน (www.  )
ผู้เรียนจะมีโอกาส ถามและถกปัญหา โต้แย้งความคิดและประเด็นต่าง ๆ ทำนายเหตุการณ์ วางแผนการทดลอง  /  การศึกษาอื่น ๆ เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล นำเสนอ แลกเปลี่ยน ถามเพิ่มเติม อภิปราย สร้างชิ้นงาน
Meaningful Learning  Strategies ทบทวนความรู้เพื่อเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ นำเสนอข้อสรุปล่วงหน้าหรือ  Advance Organizer  ( เป็นนามธรรมและครอบคลุม ) เสนอสื่อและกิจกรรมที่จะสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้เรียน  ( เป็น   รูปธรรมและหลากหลาย )  ในลักษณะที่ค่อย ๆ ทำให้กระจ่างชัดขึ้น  (progressive differentiation) รวบรวมความเข้าใจให้เป็นหนึ่งเดียว  (integrative reconcilation) ทำให้ความเข้าใจแน่นแฟ้นโดยมีตัวอย่างเพิ่มเติมและมีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้   (strengthening cognitive structure)
รูปแบบการเตรียมการสอนแบบ Cooperative
Grouping Planning Investigating Organizing Presenting Evaluating Grouping Investigation
ผู้เรียนช่วยกันอภิปรายหัวข้อที่จะศึกษา   แบ่งหัวข้อใหญ่เป็นหัวข้อย่อย   (Subtopic)  จัดผู้เรียนเข้ากลุ่มตามความสามารถที่แตกต่างกัน   กลุ่มเลือกหัวข้อที่จะศึกษาตามความสนใจของกลุ่ม   กลุ่มแบ่งหัวข้อย่อยเป็นหัวข้อเล็กๆ   (Minitopics)  เพื่อผู้เรียนแต่ละคนจะได้เลือกไปศึกษา   ผู้เรียนศึกษาเรื่องที่ตนเลือก   ผู้เรียนเสนอผลงานต่อกลุ่ม   กลุ่มรวบรวมหัวข้อต่างๆ   จากผู้เรียนในกลุ่ม   แต่ละกลุ่มรายงานต่อชั้น   วัดผลจากการรายงาน   Co-op Co-op
  มอบหมายงาน ให้กลุ่มเริ่มต้น 2.  จับกลุ่มเรียนรู้จนเชี่ยวชาญเตรียมเสนอข้อความรู้ 3.  กลับมาสอนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เตรียมนำเสนอต่อชั้นเรียน   Jigsaw Arrange Cooperative Groups & Assign Material Expert groups study and prepare presentations Return to cooperative groups for teaching and checking Individual and group accountability ขั้นตอน 4 .   ผู้เรียนทุกคนมีส่วนรับผิดชอบของตนเองและของกลุ่ม
  Think-Pair-Share คิด  –  คู่  -  ร่วม คิด อภิปราย แลกเปลี่ยน Individual Thinking Pair Discuss Individual Share
Recipocal Teaching  for Reading Comprehension Summarizing (the content of the passage) Asking a question (about the key point) Clarifying (the different parts) Predicting  (what will come next)
ผู้สอนปฐมนิเทศวิธีสอนข้างต้นและให้ทุกคนอ่านเรื่องที่เรียน ให้ผู้เรียนสลับสับเปลี่ยนบทบาทอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยให้เหมาะสมกับความสามารถและมีการสะท้อนความเข้าใจ ผู้สอนช่วยเกื้อกูล  เสนอแนะ  ประคับประคองและเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วม
V – Heuristic Mapping Approach Thinking Side Doing Side แนวคิด ทฤษฎี หลักการ กฎ และข้อสรุปที่เรียนมาแล้ว กับที่จะเรียนต่อไป คุณค่าของข้อความรู้ ข้อความรู้ แปลผล  สรุปผล บันทึกผล คำถามสำคัญ (Focus Question) สถานการณ์ปัญหา (Problem Situation) ปฏิบัติการและข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา (Answer to the Problem)
สรุป ขั้นเตรียมการ I วิเคราะห์เนื้อหา  ผู้เรียน  กำหนดจุดประสงค์  (80%) ทดสอบเตรียมความพร้อม เตรียมสร้างข้อสอบ กำหนดวิธีประเมิน ตรวจสอบตัวบ่งชี้ ผู้เรียนและผู้สอน
II ขั้นดำเนินการ สอนโดยเชื่อมโยง  /  ทบทวน  /  มีจุดประสงค์ชัดเจน ใช้แผนผังมโนมติ  /  บทสรุปล่วงหน้า จัดกิจกรรมและใช้สื่อเพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจแจ่มชัดคงทน ให้มีการแสวงหาความรู้ สร้างความเข้าใจในความรู้และอภิปราย สรุปผล ใช้  group discussion , cooperative learning  project – based , problem - based  recipocal teaching , v-mapping , etc.
II ขั้นดำเนินการ   ( ต่อ ) มีการใช้สื่อ เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีกิจกรรมหลากหลาย จัดประสบการณ์ที่ท้าทายความคิดและการแสวงหาความรู้ ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ระบบความคิด ให้ข้อมูลย้อนกลับสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ มีบรรยากาศร่วมมือ อบอุ่น เป็นกันเอง
III การประเมินผล 1. ประเมินผู้เรียน 2. ประเมินผู้สอน ประเมินรูปแบบและกระบวนการ หรือผลของการนำรูปแบบไปใช้ โดยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับองค์ประกอบของการเรียนการสอน
การพัฒนารูปแบบการสอนพื้นฐาน การกำหนด วัตถุประสงค์ ของการเรียน การสอน การประเมิน พฤติกรรมของ ผู้เรียนก่อนเริ่ม การจัดกิจกรรม กระบวนการ การเรียนการสอน การนำไปทดลองใช้ เก็บข้อมูล การทดลองใช้ การประเมินและ ปรับปรุงรูปแบบ ได้ผลของการใช้รูปแบบ ที่มีการวิจัยเป็นพื้นฐาน
ต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุม  เมื่อ  12  ก . ย . 44  เกี่ยวกับกิจกรรม  / ประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่ง จัดให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ท่านช่วยพิจารณาและอภิปราย
กิจกรรมที่มีลักษณะเป็น  SDL การศึกษา   Case การวางแผนการพยาบาล มีการประชุมในหลายลักษณะ  Pre-conference ,  Individual conference , Post conference โดย นศ .  เป็นผู้ดำเนินการ  มีอาจารย์เข้าร่วม 4. กิจกรรมประเมินตนเอง  (Self evaluation)
กิจกรรมที่มีลักษณะเป็น  SDL  ( ต่อ ) autonomous learning นักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาด้วยตนเอง โดยเข้าไปศึกษา  อ่าน  ฟัง  ในห้อง  self-access learning  แล้วทำแฟ้มสะสมงานของตนเอง PSL  (Problem Stimulating Learning)  ผู้สอนกำหนดปัญหา ให้ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายและวิเคราะห์  ค้นคว้าด้วยตนเอง  โดยแจ้งแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า การอภิปรายโดยแบ่งกลุ่มผู้เรียน ดูงานนอกสถานที่
กิจกรรมที่มีลักษณะเป็น  SDL  ( ต่อ ) การเรียนแบบร่วมมือแบบ  Jig Saw Role Play ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติ ผู้เรียนสร้างกิจกรรมการเรียนรู้

Instdev

  • 1.
    การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ในระดับอุดมศึกษารศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขนแก่น อบรมสายผู้สอนหลักสูตรแกน 2-3 วันที่ 21 กันยายน 2544
  • 2.
    หมายถึงอะไร ?รูปแบบการเรียนการสอน การพัฒนา
  • 3.
  • 4.
    รศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ เวลาที่ใช้และ สื่อการเรียนการสอน เนื้อหาวิชา หรือเนื้อเรื่อง ที่จะสอน วิธีและเทคนิค ต่าง ๆ ในการเรียน การสอน ลักษณะของผู้เรียน การเตรียมหรือ การวางแผน การเรียนการสอน กระบวนการ เรียนการสอน ผลที่ได้จากการ ประเมินการสอน ประเมินการเรียน พฤติกรรม ที่คาดหวัง จุดประสงค์ของ การเรียนการสอน สมรรถภาพ ของผู้สอน
  • 5.
    รูปแบบการสอนพื้นฐาน รศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ การกำหนด วัตถุประสงค์ ของการเรียน การสอน การประเมิน พฤติกรรมของ ผู้เรียนก่อนเริ่ม การจัดกิจกรรม กระบวนการ การเรียนการสอน การประเมินผล การเรียนการสอน ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับปรุง
  • 6.
    ขั้นเตรียมการ ขั้นดำเนินการ ขั้นประเมินผลรศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ การกำหนด วัตถุประสงค์ ของการเรียน การสอน การประเมิน พฤติกรรมของ ผู้เรียนก่อนเริ่ม การจัดกิจกรรม กระบวนการ การเรียนการสอน การประเมินผล การเรียนการสอน ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับปรุง รูปแบบการสอนที่เป็นระบบ
  • 7.
    ลักษณะของวิชา / ความรู้เป็นอย่างไรลักษณะ / ธรรมชาติของความรู้ การได้มาซึ่งความรู้
  • 8.
  • 9.
    Declative Knowledge - What Procedural Knowledge - How Condition Knowledge - When + Why ( อ้างถึงใน Woolfolk 1995 ) Kinds of Knowledge 3
  • 10.
    เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ ตามแนวคิดของ Gagne and Briggs หมายถึง ความสามารถในการรับรู้เข้าใจที่เป็นเบื้องต้นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เริ่มจากทักษะในการเขียน การอ่านและทางคณิตศาสตร์ จนถึงความรู้ที่ลึกซึ้งในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มีลักษณะ ดังนี้ ก . ความสามารถในการจำแนกหรือแยกสิ่งเร้า ข . ความคิดรวบยอดรูปธรรม ค . ความคิดรวบยอดนิยาม ง . การเรียนรู้กฎ เป็นความสามารถเบื้องต้นที่จะช่วยในการเรียนรู้ เป็นการจำแนกโดยใช้สมบัติหรือลักษณะเป็นเกณฑ์ สามารถแสดงความเข้าใจความหมายของประเภทของสิ่งของ บอกคำนิยามและสามารถชี้ได้ถูกต้อง สามารถเรียนรู้กฎและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่น ๆ ได้ จ . การแก้ปัญหา เป็นการนำความรู้ทั้งมวลหรือความสามารถที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหา รศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ 1. ทักษะทางสติปัญญา
  • 11.
    หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการวางแผนตัดสินใจ ควบคุมดำเนินการ โดยใช้ความสนใจความตั้งใจ การเรียนรู้และการคิดประกอบกัน หมายถึง ความสามารถที่จะรู้เรื่องและจดจำสิ่งของหรือเหตุการณ์ได้ แล้วเก็บไว้เป็นความรู้ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ รศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ การเรียนรู้ชื่อ การเรียนรู้ข้อเท็จจริง การเรียนรู้กลุ่มของความรู้หรือมโนมติ ยุทธศาสตร์การคิด (Cognitive Strategics) 2 เรื่องราวและความรู้ (Information and Knowledge) 3
  • 12.
    เป็นเรื่องซับซ้อนและมีความรู้สึกด้านอารมณ์เกี่ยวข้องด้วย แต่เป็นตัวกำหนดให้บุคคลมีการกระทำต่าง ๆ กัน ตามความเชื่อ ค่านิยมและความรู้สึก หมายถึง ความสามารถในการกระทำกิจกรรมและความชำนาญในการใช้กล้ามเนื้อ เพื่อการเคลื่อนไหวเบื้องต้น รศ . ดร . กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ ทักษะทางกล้ามเนื้อ (Motor Skill) 5 เจตคติ (Attitude) 4
  • 13.
    การได้มาซึ่งความรู้ เป็นกระบวนการที่ต้องคำนึงถึง memory model กระบวนการเรียนรู้และ กระบวนการสอน 1. การกำหนดเป้าหมายของการเรียนรู้ 2. ความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน
  • 14.
    การกำหนดเป้าหมายของการเรียนรู้ ต้องคำนึงถึง ความสามารถคิดเชิงวิเคราะห์ ความสามารถ คิดอย่างสร้างสรรค์ ความสามารถ แก้ปัญหาได้ อย่างเป็นรูปธรรม เรียนรู้วิธีที่จะ เรียนรู้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ความมีวินัย ในตนเอง การคิดเป็น เขียนเป็น พูดเป็น ตอบสนองอย่างเหมาะสม การสื่อความหมายกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ การให้เหตุผลอย่างเหมาะสม การสร้างคุณธรรมประจำใจ การใช้ปัญญาและอารมณ์อย่างชาญฉลาด โดย
  • 15.
  • 16.
    Working Memory permanent storage Tempory storage (derived from Atkinson & Shiffrin อ้างถึงใน Woolfolk, 1995 หน้า 244.) กระบวนการควบคุมเพื่อให้เกิดการทำงาน สิ่งเร้าที่สัมผัส จากภายนอก การรับรู้ ความจำ ระยะสั้น การเก็บกำความรู้ ความจำ ระยะยาว การเรียกใช้ The Information Processing System การทบทวน การฝึกหัด การสูญเสีย
  • 17.
    กระบวนการเรียนรู้ การจูงใจ ความคาดหวัง (EXPECTATION) การจับใจความ (Apprehending Phase) การใส่ใจและเลือกรับรู้ ATTENTION SELECTION RECEPTION การทำให้เกิดความเข้าใจ (Acquisition Phase) การลงรหัสและเก็บข้อมูล (CODING STORAGE ENTRY)
  • 18.
    การคงไว้ซึ่งความเข้าใจ (RetentionPhase) การเก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำ (MEMORY STORAGE) การระลึกได้ (Recall Phase) การดึงข้อมูลมาใช้ (RETRIEVAL) การประยุกต์ใช้ / การแผ่ขยาย (Generalization Phase) การถ่ายโยง (TRANSFER) การกระทำ / การแสดงพฤติกรรม (Performance Phase) การตอบสนอง (RESPONDING) การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback Phase) การเสริมแรง (REINFORCEMENT)
  • 19.
    กระบวนการสอน การเร้าความสนใจ การบอกจุดประสงค์การชี้แนะ / การนำทาง การให้ระลึกถึงสิ่งที่เรียนมาแล้ว การให้ข้อเสนอแนะ / ชี้แนะการเรียนรู้ การช่วยให้คงไว้ซึ่งความเข้าใจ การช่วยให้เกิดการถ่ายโยงการเรียนรู้ การให้แสดงพฤติกรรม การฝึกหัด และการให้ข้อมูลย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7
  • 20.
    กิจกรรมการเรียนการสอนที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไป ตาม พรบ. 42 ( หมวด 1 มาตรา 7 และ หมวด 4) ( โปรดศึกษา พรบ . 42) จะทำได้อย่างไร
  • 21.
    กระบวนการเรียนการสอน ผู้เรียนเป็นหลักสำคัญ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและ ต่อเนื่อง ยาวนาน ตลอดชีวิต โดยใช้แรงจูงใจเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ผู้เรียนต้องเกิด ศรัทธา ในจุดเริ่มต้น และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากการ สัมพันธ์ & สัมผัส ประสบการณ์ และ ความรู้เดิม กับประสบการณ์และ ความรู้ใหม่ กระบวนการคิด ทั้งยุทธศาสตร์ และวิธีการ เพื่อพัฒนา ที่เชื่อมโยง โดย การเรียนรู้ตามสภาพจริง เพื่อพัฒนา ต้องเน้น
  • 22.
    - อบอุ่นในการเรียนรู้กับ ผู้สอน กลุ่มเพื่อนและสังคม - มีวินัย - มีความรับผิดชอบ - มีคุณธรรมและจริยธรรม มีความสุข เก่ง - ตามศักยภาพ ความถนัด - และความสามารถทุกด้าน ผู้เรียน ดี
  • 23.
  • 24.
    อย่างน้อยผู้เรียนต้องมี 10 ทักษะ ในโลกยุคปัจจุบัน ภาษาและคณิตศาสตร์ การเข้าถึงข้อมูล + ICT ความคิดวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ ความสามารถในการสื่อสาร
  • 25.
    ทักษะ 10 ประการของผู้เรียน 5. ความตระหนักในความเป็นสังคมโลก + ปรับตัว ความสามารถในการรักษาสุขภาพ + ความเป็นอยู่ ที่ดี 7. ความมีคุณธรรม จริยธรรม 8. ความมีสุนทรียภาพ 9. การรักษาดุลยภาพของสังคม + สิ่งแวดล้อม 10. การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
  • 26.
  • 27.
    - เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้- ซักถามบ้าง - ศูนย์กลาง ผู้พูด / บรรยาย - สอนหน้าชั้น - ผู้ป้อนความรู้ - ผู้ให้ ผู้มีความรู้ - ผู้สอน ผู้ถ่ายทอด ผู้ชี้แนะ พูดน้อยลง ใช้สื่อมากขึ้น / หลากหลาย มอบงาน ทำงานกลุ่ม อภิปราย สนับสนุน ชี้แนะ อำนวยการ ให้คำปรึกษา เดิม ใหม่ บทบาทผู้สอน ( อ้างถึงข้อตกลงจากการอภิปรายและนำเสนอของผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมของฝ่ายพัฒนาบุคคล 12 ก . ย . 44)
  • 28.
    - เป็นผู้รับ - นั่งฟัง - ไม่กระตือรือร้น - รอจด - ไม่ตอบคำถาม - ฟังอย่างเดียว - รอความรู้จากอาจารย์ ค้นคว้ามากขึ้น เรียนอย่างมีส่วนร่วม บอกความต้องการการเรียนรู้ บอกความคาดหวังจากวิชา แสดงความคิดเห็น เปลี่ยนบทบาท เดิม ใหม่ บทบาทผู้เรียน
  • 29.
    - บรรยาย- ให้งาน - สาธิต - พูดหน้าชั้น - เน้นถ่ายทอด - จัดประสบการณ์ / สถานการณ์จริง แบ่งกลุ่มให้นักศึกษามีกิจกรรม ซักถามมาก การเรียนรู้นอกห้อง กลุ่มย่อยเรียนรู้เอง ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจากความรู้ที่ได้รับ เรียนอย่างมีส่วนร่วม เดิม ใหม่ กิจกรรม
  • 30.
    เงียบ ไม่น่าเรียนอาจมีพูดบ้างเป็นทางการ กดดัน หลับ ห่างเหินระหว่างผู้เรียนและผู้สอน คงที่ในห้องสี่เหลี่ยม passive สงบมีปฏิสัมพันธ์น้อย สนุกสนาน เป็นกันเอง ใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ตื่นเต้น อาจมีเครียดบ้างระยะแรก โต้ตอบ มีส่วนร่วม มีกิจกรรม เปลี่ยนสถานที่ แบ่งกลุ่ม เกี่ยวข้องกับสภาพเป็นจริง active ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นให้เกิดการคิดและเข้าร่วมปฏิสัมพันธ์ เดิม ใหม่ บรรยากาศ
  • 31.
    แผ่นใส กระดาน slide video เอกสาร หนังสือ power point ผู้สอนเป็นสื่อ สื่อเน้นให้ดูเท่านั้น IT multimedia เอกสารกรณีศึกษา CAI module และ homepage รายวิชา สื่อเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกเวลาทุกสถานที่ เดิม ใหม่ สื่อ
  • 32.
    ทางเดียว ห่างเหิน สองทางรอบด้าน เดิม ใหม่ ปฏิสัมพันธ์
  • 33.
    ครูประเมิน ข้อสอบเน้นความรู้ความจำ ประเมินตามเนื้อหาครูและนักศึกษาประเมินร่วมกัน เพิ่มการวิเคราะห์ สังเคราะห์ การนำไปใช้ ประเมินจากสภาพจริง ประเมินเนื้อหา พฤติกรรมและความก้าวหน้าในการเรียนรู้ วัดความสามารถในการคิด เดิม ใหม่ การประเมินผล
  • 34.
  • 35.
    การออกแบบและพัฒนาระบบการเรียนการสอน การกำหนดเป้าหมาย จะสอนอะไร สอนใคร ที่ไหน สอนอย่างไร การสร้างรูปแบบและ กระบวนการเรียนการสอน การนำไปใช้ การประเมินผล ประเมินผล ผู้เรียน ผู้สอนและระบบ การจัดการเรียนการสอน
  • 36.
    ผู้สอน ถูกกำหนดให้สอนวิชาต่าง ๆ โดยใช้ขนาดของกลุ่มผู้เรียน ใหญ่ (50 คนขึ้นไป ) กลาง (20-50 คน ) เล็ก / ย่อย ( น้อยกว่า 20 คน ) โดยเลือกและตัดสินใจใช้วิธีสอนแบบต่าง ๆ บรรยาย อภิปราย กิจกรรมกลุ่ม การศึกษาอิสระ โดยต้องศึกษา
  • 37.
    หลักสูตรและรายวิชา ผู้เรียน ( ศักยภาพและแบบการเรียน ) รูปแบบ เทคนิค กลยุทธของการสอน เป้าหมายของการเรียนรู้ ความสามารถและความพร้อมของผู้เรียน ประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม การวางแผนกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบ เพื่อ เพื่อกำหนด
  • 38.
  • 39.
    การวิเคราะห์ หลักสูตร และ รายวิชา ในหลักสูตร การวิเคราะห์ผู้เรียน และการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้ การวิเคราะห์บริบทของการจัดการเรียนการสอนและแนว พ . ร . บ . โดยเฉพาะหมวด 4 การศึกษารูปแบบและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ( ที่เน้น ผู้เรียนและอื่น ๆ ) การตัดสินใจเลือกรูปแบบและวิธีการรวมทั้งเทคนิควิธีในการสอน บทบาทผู้เรียน การวัดและ ประเมินผล บทบาทผู้สอน บรรยากาศ สื่อ ลักษณะของกิจกรรมและกระบวนการเรียนการสอนที่มีขั้นตอนและสะท้อนถึงการวิเคราะห์และการศึกษาจาก 1, 2, 3 และ 4 1. 2. 3. 4. 5. การทบทวนและการเตรียมความพร้อม การแสดงจุดเน้นของประเด็นที่จะสอน การนำเสนอประเด็นที่มีความเป็นรูปธรรมโดย กิจกรรมที่ สอดคล้องกับผู้เรียน ใช้สื่อหลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทุกด้าน ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติและการใช้สภาพจริง การให้ข้อมูลย้อนกลับ การวิเคราะห์กระบวนการคิด การสรุปบทเรียน และการวัดประเมินผล กระบวนการที่ประกอบด้วย
  • 40.
    ถ้าต้องสอนตามแนว พรบ .42 โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ท่านจะต้องศึกษาจนเข้าใจและนำไปใช้ได้ ( ขอให้ศึกษาในเรื่องดังกล่าวและอาจอภิปรายเพิ่มเติม )
  • 41.
    ข้อสรุปของ การเรียนการสอนที่มีลักษณะผู้เรียนเป็นศูนย์กลางตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ ยึดมาตรฐานมีตัวบ่งชี้ความสำเร็จ เน้นเป้าหมายพัฒนาผู้เรียน มีการบูรณาการภายในและระหว่างสาระการเรียนรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ เน้นการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ในทุกสาระการเรียนรู้ จัดบรรยากาศด้านกายภาพและจิตใจที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ เพื่อให้เรียนรู้โดยการสร้างความเข้าใจ รู้วิธีที่จะเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ วางแผน คิดไตร่ตรองอย่างหลากหลาย วิเคราะห์และมีความสุข เข้ากับผู้อื่นได้ โดยใช้ ความรู้ คุณธรรมและอารมณ์ ได้อย่างชายฉลาด
  • 42.
    ใช้รูปแบบ กลวิธี เทคนิคอย่างหลากหลาย โดยผนวกสื่อและ IT ที่เหมาะสม ทันสมัยมาช่วยเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ ให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อช่วยฝึก การใช้ความคิดอย่างหลากหลาย สร้างสรรค์และวิเคราะห์วิจารณ์และ การนำเสนออย่างได้ใจความสำคัญที่เป็นแก่นของความรู้ มีการวัดและประเมินความก้าวหน้าการเรียนรู้อย่างเหมาะสมทุกด้าน ตามมาตรฐานที่กำหนด 9. ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน สม่ำเสมอ ต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสังคมของ การเรียนรู้ โดยผู้สอนต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครูที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีลักษณะเดียวกัน
  • 43.
    ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ต้องการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้อง กับหลักการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง( จากตัวอย่างที่เสนอจากแผนที่เขียน 12 ก . ย . 44) จะเติมความสมบูรณ์ของรูปแบบได้อย่างไร
  • 44.
    Instructional Approaches Cooperative Direct Inst. CIPPA Const
  • 45.
    1. การปฐมนิเทศ3. การฝึกปฏิบัติตามแบบ 2. การนำเสนอ 4. การฝึกตามคำแนะนำ 5. การฝึกด้วยตนเอง Direct Instruction
  • 46.
    กระบวนการสอนตามรูปแบบ CIPPAMODEL เป็นการดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อให้เกิดความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่ กับความรู้เดิม เป็นการแสวงหาข้อมูล ความรู้ใหม่จากแหล่งข้อมูล ซึ่งครูเตรียมไว้ให้หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล ให้ผู้เรียนไปแสวงหาก็ได้ ขั้นการทบทวนความรู้เดิม 1 ขั้นการแสวงหาความรู้ใหม่ 2.
  • 47.
    ผู้เรียนต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูล / ความรู้ที่ได้มา โดยการสร้างความหมายของข้อมูล โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ ด้วยตนเอง ผู้เรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของตน รวมทั้งขยายความรู้ความเข้าใจ ของตนให้กว้างขึ้น ขั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม ขั้นการศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล / ความรู้ใหม่และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม 3 4
  • 48.
    เป็นการสรุปความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งความรู้เดิม ความรู้ใหม่ และจัดระเบียบสิ่งที่ได้เรียนรู้เพื่อช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตน ให้ผู้อื่นรับรู้ เพื่อให้ผู้เรียนตอกย้ำและตรวจสอบ ความเข้าใจของตนเอง ขั้นการสรุปและจัดระเบียบความรู้ 5 ขั้นการแสดงผลงาน 6 ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ 7
  • 49.
  • 50.
    การสะท้อนผลการปฏิบัติ การเข้าใจ ผู้เรียนการฝึกหัดหรือ การปฏิบัติ การสอนโดยการใช้การสะท้อนผลการปฏิบัติโดยเน้นกระบวนการในบริบทนั้น ๆ กระบวนการแสวงหาความรู้ การเข้าใจในเรื่องการเรียนรู้ 1. 2. 3.
  • 51.
    Constructivism Approach Guidelinesthe need for a Constructivist approach provide complex learning environment provide social negotiation provide multiple representations of content promote understanding the knowledge constructions process f. promote student-centered instruction By / โดย
  • 52.
    ให้ผู้เรียนมีอิสระและมีส่วนร่วมในการเสนอความคิด ผู้สอนใช้ข้อมูลจากแหล่งตำราและสื่อประกอบ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนให้ผู้เรียนคิด จำแนก วิเคราะห์ ทำนายและ สรรค์สร้างความคิด ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนกลวิธีการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนสร้างความเข้าใจในความรู้และ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
  • 53.
    ให้ผู้เรียนมีการสนทนาแลกเปลี่ยน อภิปรายขยายความคิดกับผู้อื่น กระตุ้นให้ถามคำถามซึ่งกันและกัน กระตุ้นให้คิดถึงทางเลือกอื่น ๆ ในการแก้ปัญหาที่จะก่อให้ เกิดการอภิปรายแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ให้เวลาผู้เรียนคิดหาคำตอบอย่างรอบคอบ หลังจาก ถามคำถาม ให้เวลาผู้เรียนคิดเพื่อหาทางเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจและ ความคิดเพื่อการนำเสนอผลงานที่อาจออกมาในรูปแบบต่าง ๆ
  • 54.
    อาจจัดเป็น 5 ขั้น ดังนี้ การทบทวน ครูให้โอกาสนักเรียนสะท้อนตนเอง ว่าแนวความคิดของตนเอง ได้เปลี่ยนไปอย่างไรโดยเปรียบเทียบ แนวความคิดของตนตอนเริ่มเรียน กับตอนสิ้นสุดการเรียนในบทเรียนนั้น รูปแบบการสอนแบบการสรรค์สร้างความรู้ ให้โอกาสนักเรียนสร้างจุดมุ่งหมายและแรงจูงใจ ในการเรียนรู้เนื้อหาที่กำหนด ขั้นปฐมนิเทศ ให้นักเรียนปรับแนวคิดปัจจุบัน ในหัวข้อของบทเรียนให้ชัดเจน โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การอภิปราย การเขียน ขั้นทำความเข้าใจ เป็นหัวใจสำคัญของการสอนแบบสรรค์สร้างความรู้ ประกอบด้วยขั้นตอนย่อย ดังนี้ ขั้นจัดโครงสร้างแนวคิดใหม่  ทำแนวความคิดให้กระจ่างชัดและแลกเปลี่ยนกัน  สร้างแนวความคิดขึ้นใหม่   ประเมินแนวความคิดใหม่ ให้โอกาสนักเรียนนำแนวความคิดของตนเอง ที่สร้างขึ้นไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้งที่คุ้นเคยและแปลกใหม่ ขั้นนำแนวความคิดไปใช้
  • 55.
    Project – BasedLearning Approach มี group investigation (Cooperative learning + inquiry) มี group process มีการสร้างและนำเสนอชิ้นงาน (www. )
  • 56.
    ผู้เรียนจะมีโอกาส ถามและถกปัญหา โต้แย้งความคิดและประเด็นต่างๆ ทำนายเหตุการณ์ วางแผนการทดลอง / การศึกษาอื่น ๆ เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล นำเสนอ แลกเปลี่ยน ถามเพิ่มเติม อภิปราย สร้างชิ้นงาน
  • 57.
    Meaningful Learning Strategies ทบทวนความรู้เพื่อเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ นำเสนอข้อสรุปล่วงหน้าหรือ Advance Organizer ( เป็นนามธรรมและครอบคลุม ) เสนอสื่อและกิจกรรมที่จะสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้เรียน ( เป็น รูปธรรมและหลากหลาย ) ในลักษณะที่ค่อย ๆ ทำให้กระจ่างชัดขึ้น (progressive differentiation) รวบรวมความเข้าใจให้เป็นหนึ่งเดียว (integrative reconcilation) ทำให้ความเข้าใจแน่นแฟ้นโดยมีตัวอย่างเพิ่มเติมและมีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (strengthening cognitive structure)
  • 58.
  • 59.
    Grouping Planning InvestigatingOrganizing Presenting Evaluating Grouping Investigation
  • 60.
    ผู้เรียนช่วยกันอภิปรายหัวข้อที่จะศึกษา แบ่งหัวข้อใหญ่เป็นหัวข้อย่อย (Subtopic) จัดผู้เรียนเข้ากลุ่มตามความสามารถที่แตกต่างกัน กลุ่มเลือกหัวข้อที่จะศึกษาตามความสนใจของกลุ่ม กลุ่มแบ่งหัวข้อย่อยเป็นหัวข้อเล็กๆ (Minitopics) เพื่อผู้เรียนแต่ละคนจะได้เลือกไปศึกษา ผู้เรียนศึกษาเรื่องที่ตนเลือก ผู้เรียนเสนอผลงานต่อกลุ่ม กลุ่มรวบรวมหัวข้อต่างๆ จากผู้เรียนในกลุ่ม แต่ละกลุ่มรายงานต่อชั้น วัดผลจากการรายงาน Co-op Co-op
  • 61.
      มอบหมายงาน ให้กลุ่มเริ่มต้น2. จับกลุ่มเรียนรู้จนเชี่ยวชาญเตรียมเสนอข้อความรู้ 3. กลับมาสอนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เตรียมนำเสนอต่อชั้นเรียน   Jigsaw Arrange Cooperative Groups & Assign Material Expert groups study and prepare presentations Return to cooperative groups for teaching and checking Individual and group accountability ขั้นตอน 4 . ผู้เรียนทุกคนมีส่วนรับผิดชอบของตนเองและของกลุ่ม
  • 62.
      Think-Pair-Share คิด – คู่ - ร่วม คิด อภิปราย แลกเปลี่ยน Individual Thinking Pair Discuss Individual Share
  • 63.
    Recipocal Teaching for Reading Comprehension Summarizing (the content of the passage) Asking a question (about the key point) Clarifying (the different parts) Predicting (what will come next)
  • 64.
  • 65.
    V – HeuristicMapping Approach Thinking Side Doing Side แนวคิด ทฤษฎี หลักการ กฎ และข้อสรุปที่เรียนมาแล้ว กับที่จะเรียนต่อไป คุณค่าของข้อความรู้ ข้อความรู้ แปลผล สรุปผล บันทึกผล คำถามสำคัญ (Focus Question) สถานการณ์ปัญหา (Problem Situation) ปฏิบัติการและข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา (Answer to the Problem)
  • 66.
    สรุป ขั้นเตรียมการ Iวิเคราะห์เนื้อหา ผู้เรียน กำหนดจุดประสงค์ (80%) ทดสอบเตรียมความพร้อม เตรียมสร้างข้อสอบ กำหนดวิธีประเมิน ตรวจสอบตัวบ่งชี้ ผู้เรียนและผู้สอน
  • 67.
    II ขั้นดำเนินการ สอนโดยเชื่อมโยง / ทบทวน / มีจุดประสงค์ชัดเจน ใช้แผนผังมโนมติ / บทสรุปล่วงหน้า จัดกิจกรรมและใช้สื่อเพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจแจ่มชัดคงทน ให้มีการแสวงหาความรู้ สร้างความเข้าใจในความรู้และอภิปราย สรุปผล ใช้ group discussion , cooperative learning project – based , problem - based recipocal teaching , v-mapping , etc.
  • 68.
    II ขั้นดำเนินการ ( ต่อ ) มีการใช้สื่อ เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีกิจกรรมหลากหลาย จัดประสบการณ์ที่ท้าทายความคิดและการแสวงหาความรู้ ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ระบบความคิด ให้ข้อมูลย้อนกลับสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ มีบรรยากาศร่วมมือ อบอุ่น เป็นกันเอง
  • 69.
    III การประเมินผล 1.ประเมินผู้เรียน 2. ประเมินผู้สอน ประเมินรูปแบบและกระบวนการ หรือผลของการนำรูปแบบไปใช้ โดยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับองค์ประกอบของการเรียนการสอน
  • 70.
    การพัฒนารูปแบบการสอนพื้นฐาน การกำหนด วัตถุประสงค์ของการเรียน การสอน การประเมิน พฤติกรรมของ ผู้เรียนก่อนเริ่ม การจัดกิจกรรม กระบวนการ การเรียนการสอน การนำไปทดลองใช้ เก็บข้อมูล การทดลองใช้ การประเมินและ ปรับปรุงรูปแบบ ได้ผลของการใช้รูปแบบ ที่มีการวิจัยเป็นพื้นฐาน
  • 71.
    ต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุม เมื่อ 12 ก . ย . 44 เกี่ยวกับกิจกรรม / ประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่ง จัดให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ท่านช่วยพิจารณาและอภิปราย
  • 72.
    กิจกรรมที่มีลักษณะเป็น SDLการศึกษา Case การวางแผนการพยาบาล มีการประชุมในหลายลักษณะ Pre-conference , Individual conference , Post conference โดย นศ . เป็นผู้ดำเนินการ มีอาจารย์เข้าร่วม 4. กิจกรรมประเมินตนเอง (Self evaluation)
  • 73.
    กิจกรรมที่มีลักษณะเป็น SDL ( ต่อ ) autonomous learning นักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาด้วยตนเอง โดยเข้าไปศึกษา อ่าน ฟัง ในห้อง self-access learning แล้วทำแฟ้มสะสมงานของตนเอง PSL (Problem Stimulating Learning) ผู้สอนกำหนดปัญหา ให้ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายและวิเคราะห์ ค้นคว้าด้วยตนเอง โดยแจ้งแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า การอภิปรายโดยแบ่งกลุ่มผู้เรียน ดูงานนอกสถานที่
  • 74.
    กิจกรรมที่มีลักษณะเป็น SDL ( ต่อ ) การเรียนแบบร่วมมือแบบ Jig Saw Role Play ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติ ผู้เรียนสร้างกิจกรรมการเรียนรู้