315 102 General Physics I                          อ. ดร. ศรีประจักร์ ครองสุ ข

                            เวกเตอร์ (Vectors)
                                      Vectors)

                       •    บทนํา
                       •    การรวมเวกเตอร์
                       •    เวกเตอร์ หนึงหน่วย
                       •    การแยกเวกเตอร์
                       •    ผลคูณสเกลาร์ และเวกเตอร์
                       •    ผลคูณสเกลาร์ ของสามเวกเตอร์

 1                                                                   6/4/2008
บทนํา (Introduction)
    ปริ มาณทีวัดในทางฟิ สิ กส์แบ่งออกเป็ น 2 ประเภทคือ
    • ปริ มาณสเกลาร์ (scalar quantity) คือ ปริ มาณทีระบุขนาดเพียงอย่างเดียว เช่น อุณหภูมิ,
      ปริ มาตร, มวล, เวลา เป็ นต้น
    • ปริ มาณเวกเตอร์ (vectors) คือ ปริ มาณทีต้องระบุทงขนาดและทิศทางพร้อมกัน เช่น
                                                       ั
      การกระจัด, ความเร็ ว, ความเร่ ง, แรง, สนามแม่ไฟฟ้ าและสนามแม่เหล็ก เป็ นต้น

                 A                                    B        θB
                                                                    N
                                                                             A
                                                                        θA

               อุณหภูมิ                                                          E
                    B
           ปริ มาณสเกลาร์                                 ปริ มาณเวกเตอร์
2                                                                                    6/4/2008
การรวมเวกเตอร์
สมบัติของเวกเตอร์
(1) การเท่ากันของสองเวกเตอร์
    ถ้าเวกเตอร์ A และเวกเตอร์ B เท่ากัน จะต้องมีขนาดเท่ากัน (A = B) และมีทิศทางเดียว
    กันด้วย
    A                                         A
    B                                         B
                A=B                                        A≠B
    A                                         A
    B                                         B
            A ≠ B แต่ A = -B                               A≠B                6/4/2008
3
การรวมเวกเตอร์ (ต่อ)
(2) การบวกเวกเตอร์ โดยใช้วธีเรขาคณิ ต (geometric method)
                          ิ
    • การบวกสองเวกเตอร์

                     A              R=A+B                          R
                                                                                 B
                 B                                             θ
                                                                   A
    • การบวกเวกเตอร์ ทีมีมากกว่าสองเวกเตอร์ ขึนไป

                                   R=A+B+C                             C
        C       120°     B                                 R
                             60°                                           B
                                                           θ
            A                                                  A
4                                                                              6/4/2008
การรวมเวกเตอร์ (ต่อ)
การบวกของสองเวกเตอร์ สามารถเขียนในอีกแบบหนึ ง ซึ งเรี ยกว่าการบวกเวกเตอร์
แบบสร้างรู ปสี เหลียมด้านขนาน (parallelogram)
          B
                                              B            R
              A                                        A
(3) การสลับทีของการบวก (commutative law of addition)
                                          A
      A+B=B+A                            R             B
                                B
                                          A
5                                                                           6/4/2008
การรวมเวกเตอร์ (ต่อ)
(4) การเปลียนกลุ่มของการบวก (associative law of addition)
                         A + (B + C) = (A+ B) + C
                         C                                     C
                B+C                                    A+B
                             B                                     B
                A                                     A
(5) เวกเตอร์ ทีติดลบ (Negative of a vector)
     A + (-A) = 0                เวกเตอร์ A และ –A มีขนาดเท่ากันแต่มีทิศตรงข้าม
(6) การคูณปริ มาณสเกลาร์ (m) กับเวกเตอร์
     B = mA             เวกเตอร์ B ยาวเป็ นจํานวน m เท่าของเวกเตอร์ A
6                                                                        6/4/2008
การรวมเวกเตอร์ (ต่อ)
(7) การลบเวกเตอร์   A – B = A + (– B )


                           B                    R=A-B
                     A                    B
                          -B                    A
      R=A-B




7                                                       6/4/2008
คําถาม (question)?
                               จงหาเวกเตอร์ลพธ์
                                            ั
                C
                               R = A+B+C+D+E
            D
                                        D     C
    E
                   B                E
                              R               B
        A
                                    A
8                                                 6/4/2008
การหาขนาดและทิศทางของเวกเตอร์ลพธ์
                                            ั
                                       ขนาดของเวกเตอร์ ลพธ์
                                                        ั
                              β
                  R                    R 2 = ( A + B cos θ ) 2 + ( B sin θ ) 2
                              B        R 2 = A2 + 2 AB cos θ + B 2 cos 2 θ + B 2 sin 2 θ

              α              γ θ       R = A2 + B 2 + 2 AB cos θ                 (1.2)
               A
     ทิศของเวกเตอร์ ลพธ์
                     ั                 สมการที 1.2 และ 1.3 เรี ยกว่า กฎของโคไซน์
                                       (cosine’s law) นอกจากนียังสามารถหาค่าเหล่านี
             B sin θ                   ได้โดยใช้กฎของไซน์ (sine’s law)
    tan α =
         A + B cos θ
            B sin θ 
α = tan −1                   (1.3)       R
                                              =
                                                 A
                                                    =
                                                       B
                                                                                 (1.4)
            A + B cos θ                sin γ sin β sin α

9                                                                                        6/4/2008
เวกเตอร์หนึงหน่วย
 เวกเตอร์ หนึงหน่ วย (unit vectors) คือ เวกเตอร์ ทีมีขนาดเท่ากับ 1 หน่วย ซึ งถูกกําหนดโดย

                     A
                eA =                  (1.1)                 A                A = Ae A
                     A
                                                    eA
            ั
ในระบบพิกดแบบคาทีเซี ยน (cartesian coordinates system) เวกเตอร์ หนึ งหน่วยในแนวแกน
x, y, และ z แทนด้วยสัญลักษณ์ i, j, k ตามลําดับ
                                  z
                                  k j
                                                      y
                                    i
10                                            x                                   6/4/2008
การแตกเวกเตอร์
                                                                 ั                     ่
     เวกเตอร์ใดสามารถแตกเป็ นองค์ประกอบทีตังฉากกัน สําหรับระบบพิกดแบบคาร์ทีเซี ยนจะได้วา
                                             A = Ax + Ay + Az = Axi + Ayj + Azk
                    z
                                            จากรู ปจะเห็นว่า    Ax = A sin θ cos φ
                                                                Ay = A sin θ sin φ
                Az
                            A                                   Az = A cos θ

                        θ    eA A            ดังนันขนาดของเวกเตอร์ A
                    k       j    y
         Ax     i                    y             A = Ax2 + Ay + Az2
                                                              2

                    φ
     x
                                              และมีเวกเตอร์ หน่วย eA
                                           e A = sin θ cos φ i + sinθsinφ j + cosθ k


11                                                                                   6/4/2008
การแตกเวกเตอร์ (ต่อ)
ในกรณี ทีแตกเวกเตอร์ บนระนาบ (2 มิติ) จะได้
                                                A = Ax + Ay = Ax i + Ay j
        y
                                        โดยที
                                                   Ax = A cos θ
       Ay A                                        Ay = A sin θ
         j eA θ
        o i Ax                 x       ดังนันขนาดของเวกเตอร์ A และ เวกเตอร์ หน่วย

                                                A = Ax2 + Ay ,
                                                           2


                                                e A = cos θ i + sinθ j




12                                                                          6/4/2008
การรวมเวกเตอร์ดวยวิธีแยกองค์ประกอบ
                     ้
               y               จากรู ปจะเห็นว่า
                                                  A1 = A1x i + A1y j
                   A1                             A2 = -A2x i + A2y j
          A2                                      A3 = -A3x i - A3y j
                                      x
     A3                     ดังนันเวกเตอร์ ลพธ์ของสามเวกเตอร์ คือ
                                            ั
                             R = A1 + A 2 + A 3
                             R = ( A1x − A2 x − A3 x )i + ( A1 y + A2 y − A3 y ) j
                             R = Rx i + R y j
             y
                            ขนาดและทิศทางของ R คือ
           R Ry                    R = Rx + R y
                                        2     2
          θ             x
          Rx                                  Ry 
13
                                   θ = tan −1 
                                                 
                                                                        6/4/2008
                                              Rx 
การรวมเวกเตอร์ดวยวิธีแยกองค์ประกอบ
                          ้
ถ้ามีเวกเตอร์ จานวนมาก การรวมเวกเตอร์ ในแต่ละองค์ประกอบจะเป็ นดังนี
               ํ

     Rx = ∑ Rix              ผลบวกแบบพีชคณิ ตของเวกเตอร์ องค์ประกอบตามแกน x
           i =1


     R y = ∑ Riy             ผลบวกแบบพีชคณิ ตของเวกเตอร์ องค์ประกอบตามแกน y
            i

     R = Rx i + R y j




14                                                                    6/4/2008
ตัวอย่าง 1
 กําหนดให้      A1 = 3i + 5 j − k          จงหา    (1) R = A1 + A 2
                A 2 = i − 4 j + 3k                 (2) R = A1 − A 2


      วิธีทา
           ํ
     (1)                                     (2)
 R = (3 + 1)i + (5 − 4) j + (−1 + 3)k         R = (3 − 1)i + (5 − (−4)) j + (−1 − 3)k
 R = 4i + j + 2k                              R = 2i + 9j - 4k
     R = 4 2 + 12 + 2 2 = 21                  R = 2 2 + 9 2 + (−4) 2 = 101




15                                                                              6/4/2008
ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์
     การคูณเวกเตอร์มี 2 แบบ คือ
     • การคูณแบบสเกลาร์ (scalar product)          ปริ มาณสเกลาร์
     • การคูณแบบเวกเตอร์ (vector product)         ปริ มาณเวกเตอร์
     ผลคูณแบบสเกลาร์
                                A.B = AB cos θ             (1.2)
                               โดยที
        B
         θ                         0 ≤ θ ≤ 180o
                  A
16                                                                  6/4/2008
ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์ (ต่อ)
 สมบัติการคูณแบบสเกลาร์
               (1) A.B = B.A
               (2) A.(B + C) = A.B + A.C
               (3) m(A.B) = (mA).B = A.( mB) = (A.B)m
               (4) i.i = j.j = k.k = 1
                   i.j = j.k = k.i = 0
               (5) A = Ax i + Ay j + Az k , B = Bx i + B y j + Bz k
                   A.B = Ax Bx + Ay B y + Az Bz
                   A.A = A2 = Ax + Ay + Az2
                               2    2


                   B.B = B 2 = Bx2 + B y + Bz2
                                       2


               (6) A.B = 0 if A ≠ 0, B ≠ 0 then A ⊥ B


17                                                                    6/4/2008
ตัวอย่าง 2
     จงแสดงให้เห็นว่า i.i = j.j = k.k = 1 และ i.j = j.k = k.i = 0
     วิธีทา
          ํ
              จากนิยามของการคูณแบบสเกลาร์ A.B = AB cosθ
              เนืองจากเวกเตอร์ หนึ งหน่วย i, j และ k ทํามุมตังฉากกันคือ θ = 90°
              ดังนัน i.j = ij cos 90 = 0, j.k = jk cos 90 = 0, k.i = ki cos 90 = 0
              ส่ วน i.i = j.j = k.k = 1       เนืองจากเวกเตอร์ มีทิศเดียวกัน




18                                                                                   6/4/2008
ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์ (ต่อ)
     ผลคูณแบบเวกเตอร์
                                   A×B      อ่านว่า “A cross B”
            A×B
                                   โดยมีขนาดเป็ น
                                    A × B = AB sin θ      (1.3)
                        θ   B     จากรู ปแสดงให้เห็นว่า
                        A          A × B = −B × A

            B× A


19                                                          6/4/2008
ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์ (ต่อ)
สมบัติการคูณแบบเวกเตอร์
              (1) A × B = - B × A
              (2) A × (B + C) = A × B + A × C
              (3) m (A × B) = ( mA) × B = A × ( mB) = (A × B) m
              (4) i × i = j × j = k × k = 0
                  i× j =k
                  j× k = i
                  k ×i = j
              (5) A = Ax i + Ay j + Az k
                   B = Bx i + B y j + Bz k
                              i     j      k
                   A × B = Ax      Ay    Az
                           Bx      By    Bz
                          = ( Ay Bz − Az B y )i + ( Az Bx − Ax Bz ) j + ( Ax B y − Ay Bx )k

20                                                                                            6/4/2008
การคูณของสามเวกเตอร์
     การคูณของสามเวกเตอร์ มี 2 แบบ คือ
     • การคูณสามชันแบบสเกลาร์ (scalar triple product)
     • การคูณสามชันแบบเวกเตอร์ (vector triple product)
     การคูณสามชันแบบสเกลาร์ ได้ผลลัพธ์เป็ นปริ มาณสเกลาร์ ซึงมีนิยามดังนี
                             Ax   Ay   Az
                 A.(B × C) = Bx   By   Bz        (1.4)
                            Cx    Cy   Cz

     การคูณสามชันแบบเวกเตอร์ ได้ผลลัพธ์เป็ นปริ มาณเวกเตอร์ ซึงมีนิยามดังนี
                  A × B × C = ( A.C)B − (A.B)C           (1.5)


21                                                                            6/4/2008
คําถาม?
     กําหนดให้   A = 2i + j − 3k
                 B = i − 2j + k
                 C = −i + j − 4k
     จงหา
                 (1) A.B
                 (2) A × B
                 (3) A.(B × C)
                 (4) A × (B × C)



22                                    6/4/2008

1vectors

  • 1.
    315 102 GeneralPhysics I อ. ดร. ศรีประจักร์ ครองสุ ข เวกเตอร์ (Vectors) Vectors) • บทนํา • การรวมเวกเตอร์ • เวกเตอร์ หนึงหน่วย • การแยกเวกเตอร์ • ผลคูณสเกลาร์ และเวกเตอร์ • ผลคูณสเกลาร์ ของสามเวกเตอร์ 1 6/4/2008
  • 2.
    บทนํา (Introduction) ปริ มาณทีวัดในทางฟิ สิ กส์แบ่งออกเป็ น 2 ประเภทคือ • ปริ มาณสเกลาร์ (scalar quantity) คือ ปริ มาณทีระบุขนาดเพียงอย่างเดียว เช่น อุณหภูมิ, ปริ มาตร, มวล, เวลา เป็ นต้น • ปริ มาณเวกเตอร์ (vectors) คือ ปริ มาณทีต้องระบุทงขนาดและทิศทางพร้อมกัน เช่น ั การกระจัด, ความเร็ ว, ความเร่ ง, แรง, สนามแม่ไฟฟ้ าและสนามแม่เหล็ก เป็ นต้น A B θB N A θA อุณหภูมิ E B ปริ มาณสเกลาร์ ปริ มาณเวกเตอร์ 2 6/4/2008
  • 3.
    การรวมเวกเตอร์ สมบัติของเวกเตอร์ (1) การเท่ากันของสองเวกเตอร์ ถ้าเวกเตอร์ A และเวกเตอร์ B เท่ากัน จะต้องมีขนาดเท่ากัน (A = B) และมีทิศทางเดียว กันด้วย A A B B A=B A≠B A A B B A ≠ B แต่ A = -B A≠B 6/4/2008 3
  • 4.
    การรวมเวกเตอร์ (ต่อ) (2) การบวกเวกเตอร์โดยใช้วธีเรขาคณิ ต (geometric method) ิ • การบวกสองเวกเตอร์ A R=A+B R B B θ A • การบวกเวกเตอร์ ทีมีมากกว่าสองเวกเตอร์ ขึนไป R=A+B+C C C 120° B R 60° B θ A A 4 6/4/2008
  • 5.
    การรวมเวกเตอร์ (ต่อ) การบวกของสองเวกเตอร์ สามารถเขียนในอีกแบบหนึง ซึ งเรี ยกว่าการบวกเวกเตอร์ แบบสร้างรู ปสี เหลียมด้านขนาน (parallelogram) B B R A A (3) การสลับทีของการบวก (commutative law of addition) A A+B=B+A R B B A 5 6/4/2008
  • 6.
    การรวมเวกเตอร์ (ต่อ) (4) การเปลียนกลุ่มของการบวก(associative law of addition) A + (B + C) = (A+ B) + C C C B+C A+B B B A A (5) เวกเตอร์ ทีติดลบ (Negative of a vector) A + (-A) = 0 เวกเตอร์ A และ –A มีขนาดเท่ากันแต่มีทิศตรงข้าม (6) การคูณปริ มาณสเกลาร์ (m) กับเวกเตอร์ B = mA เวกเตอร์ B ยาวเป็ นจํานวน m เท่าของเวกเตอร์ A 6 6/4/2008
  • 7.
  • 8.
    คําถาม (question)? จงหาเวกเตอร์ลพธ์ ั C R = A+B+C+D+E D D C E B E R B A A 8 6/4/2008
  • 9.
    การหาขนาดและทิศทางของเวกเตอร์ลพธ์ ั ขนาดของเวกเตอร์ ลพธ์ ั β R R 2 = ( A + B cos θ ) 2 + ( B sin θ ) 2 B R 2 = A2 + 2 AB cos θ + B 2 cos 2 θ + B 2 sin 2 θ α γ θ R = A2 + B 2 + 2 AB cos θ (1.2) A ทิศของเวกเตอร์ ลพธ์ ั สมการที 1.2 และ 1.3 เรี ยกว่า กฎของโคไซน์ (cosine’s law) นอกจากนียังสามารถหาค่าเหล่านี B sin θ ได้โดยใช้กฎของไซน์ (sine’s law) tan α = A + B cos θ  B sin θ  α = tan −1   (1.3) R = A = B (1.4)  A + B cos θ  sin γ sin β sin α 9 6/4/2008
  • 10.
    เวกเตอร์หนึงหน่วย เวกเตอร์ หนึงหน่วย (unit vectors) คือ เวกเตอร์ ทีมีขนาดเท่ากับ 1 หน่วย ซึ งถูกกําหนดโดย A eA = (1.1) A A = Ae A A eA ั ในระบบพิกดแบบคาทีเซี ยน (cartesian coordinates system) เวกเตอร์ หนึ งหน่วยในแนวแกน x, y, และ z แทนด้วยสัญลักษณ์ i, j, k ตามลําดับ z k j y i 10 x 6/4/2008
  • 11.
    การแตกเวกเตอร์ ั ่ เวกเตอร์ใดสามารถแตกเป็ นองค์ประกอบทีตังฉากกัน สําหรับระบบพิกดแบบคาร์ทีเซี ยนจะได้วา A = Ax + Ay + Az = Axi + Ayj + Azk z จากรู ปจะเห็นว่า Ax = A sin θ cos φ Ay = A sin θ sin φ Az A Az = A cos θ θ eA A ดังนันขนาดของเวกเตอร์ A k j y Ax i y A = Ax2 + Ay + Az2 2 φ x และมีเวกเตอร์ หน่วย eA e A = sin θ cos φ i + sinθsinφ j + cosθ k 11 6/4/2008
  • 12.
    การแตกเวกเตอร์ (ต่อ) ในกรณี ทีแตกเวกเตอร์บนระนาบ (2 มิติ) จะได้ A = Ax + Ay = Ax i + Ay j y โดยที Ax = A cos θ Ay A Ay = A sin θ j eA θ o i Ax x ดังนันขนาดของเวกเตอร์ A และ เวกเตอร์ หน่วย A = Ax2 + Ay , 2 e A = cos θ i + sinθ j 12 6/4/2008
  • 13.
    การรวมเวกเตอร์ดวยวิธีแยกองค์ประกอบ ้ y จากรู ปจะเห็นว่า A1 = A1x i + A1y j A1 A2 = -A2x i + A2y j A2 A3 = -A3x i - A3y j x A3 ดังนันเวกเตอร์ ลพธ์ของสามเวกเตอร์ คือ ั R = A1 + A 2 + A 3 R = ( A1x − A2 x − A3 x )i + ( A1 y + A2 y − A3 y ) j R = Rx i + R y j y ขนาดและทิศทางของ R คือ R Ry R = Rx + R y 2 2 θ x Rx  Ry  13 θ = tan −1     6/4/2008  Rx 
  • 14.
    การรวมเวกเตอร์ดวยวิธีแยกองค์ประกอบ ้ ถ้ามีเวกเตอร์ จานวนมาก การรวมเวกเตอร์ ในแต่ละองค์ประกอบจะเป็ นดังนี ํ Rx = ∑ Rix ผลบวกแบบพีชคณิ ตของเวกเตอร์ องค์ประกอบตามแกน x i =1 R y = ∑ Riy ผลบวกแบบพีชคณิ ตของเวกเตอร์ องค์ประกอบตามแกน y i R = Rx i + R y j 14 6/4/2008
  • 15.
    ตัวอย่าง 1 กําหนดให้ A1 = 3i + 5 j − k จงหา (1) R = A1 + A 2 A 2 = i − 4 j + 3k (2) R = A1 − A 2 วิธีทา ํ (1) (2) R = (3 + 1)i + (5 − 4) j + (−1 + 3)k R = (3 − 1)i + (5 − (−4)) j + (−1 − 3)k R = 4i + j + 2k R = 2i + 9j - 4k R = 4 2 + 12 + 2 2 = 21 R = 2 2 + 9 2 + (−4) 2 = 101 15 6/4/2008
  • 16.
    ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์ การคูณเวกเตอร์มี 2 แบบ คือ • การคูณแบบสเกลาร์ (scalar product) ปริ มาณสเกลาร์ • การคูณแบบเวกเตอร์ (vector product) ปริ มาณเวกเตอร์ ผลคูณแบบสเกลาร์ A.B = AB cos θ (1.2) โดยที B θ 0 ≤ θ ≤ 180o A 16 6/4/2008
  • 17.
    ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์ (ต่อ) สมบัติการคูณแบบสเกลาร์ (1) A.B = B.A (2) A.(B + C) = A.B + A.C (3) m(A.B) = (mA).B = A.( mB) = (A.B)m (4) i.i = j.j = k.k = 1 i.j = j.k = k.i = 0 (5) A = Ax i + Ay j + Az k , B = Bx i + B y j + Bz k A.B = Ax Bx + Ay B y + Az Bz A.A = A2 = Ax + Ay + Az2 2 2 B.B = B 2 = Bx2 + B y + Bz2 2 (6) A.B = 0 if A ≠ 0, B ≠ 0 then A ⊥ B 17 6/4/2008
  • 18.
    ตัวอย่าง 2 จงแสดงให้เห็นว่า i.i = j.j = k.k = 1 และ i.j = j.k = k.i = 0 วิธีทา ํ จากนิยามของการคูณแบบสเกลาร์ A.B = AB cosθ เนืองจากเวกเตอร์ หนึ งหน่วย i, j และ k ทํามุมตังฉากกันคือ θ = 90° ดังนัน i.j = ij cos 90 = 0, j.k = jk cos 90 = 0, k.i = ki cos 90 = 0 ส่ วน i.i = j.j = k.k = 1 เนืองจากเวกเตอร์ มีทิศเดียวกัน 18 6/4/2008
  • 19.
    ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์ (ต่อ) ผลคูณแบบเวกเตอร์ A×B อ่านว่า “A cross B” A×B โดยมีขนาดเป็ น A × B = AB sin θ (1.3) θ B จากรู ปแสดงให้เห็นว่า A A × B = −B × A B× A 19 6/4/2008
  • 20.
    ผลคูณสเกลาร์และเวกเตอร์ (ต่อ) สมบัติการคูณแบบเวกเตอร์ (1) A × B = - B × A (2) A × (B + C) = A × B + A × C (3) m (A × B) = ( mA) × B = A × ( mB) = (A × B) m (4) i × i = j × j = k × k = 0 i× j =k j× k = i k ×i = j (5) A = Ax i + Ay j + Az k B = Bx i + B y j + Bz k i j k A × B = Ax Ay Az Bx By Bz = ( Ay Bz − Az B y )i + ( Az Bx − Ax Bz ) j + ( Ax B y − Ay Bx )k 20 6/4/2008
  • 21.
    การคูณของสามเวกเตอร์ การคูณของสามเวกเตอร์ มี 2 แบบ คือ • การคูณสามชันแบบสเกลาร์ (scalar triple product) • การคูณสามชันแบบเวกเตอร์ (vector triple product) การคูณสามชันแบบสเกลาร์ ได้ผลลัพธ์เป็ นปริ มาณสเกลาร์ ซึงมีนิยามดังนี Ax Ay Az A.(B × C) = Bx By Bz (1.4) Cx Cy Cz การคูณสามชันแบบเวกเตอร์ ได้ผลลัพธ์เป็ นปริ มาณเวกเตอร์ ซึงมีนิยามดังนี A × B × C = ( A.C)B − (A.B)C (1.5) 21 6/4/2008
  • 22.
    คําถาม? กําหนดให้ A = 2i + j − 3k B = i − 2j + k C = −i + j − 4k จงหา (1) A.B (2) A × B (3) A.(B × C) (4) A × (B × C) 22 6/4/2008