ริมาณสารสัมพันธ
Stoichiometry
ปริมาณสัมพันธ ์
มวลโมเลกุล
โมล
มวลอะตอม
จานวนโมลกับ
อนุภาคของสาร
จานวนโมลกับ
มวลของสาร
ปริมาตรต่อโมล
ของแก๊ส
สมการเคมีและความ
สัมพันธ ์ระหว่างปริมาณ
สารในปฏิกิริยาเคมี
มวลเป็ นร้อยละ
จากสูตร
สูตรเอมพิริคัลและ
สูตรโมเลกุล
สารละลาย
การเตรียมสารละลา
ความเข้มข้นของ
สารละลาย
สมบัติขอ
สารละลา
การคานวณเกี่ยว
กับสูตรเคมี
การคานวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมี
ปริมาตรของแก๊ส
ผลได้ร้อยละ
จานวนอนุภาคของสาร
มวลของสาร
สารกาหนดปริมาณ
Stoichiometry มาจากคาผ
Stoichion แปลว่า ธาต
metron แปลว่า การ
ใช้ระบุความสัมพันธ ์เชิง
ปริมาณขององค์ประกอบของ
สารและปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง
ปริมาณสารสัมพันธ์หมายถึง เรื่องราวของ
วิชาเคมี(ธาตุ) ที่เกี่ยวข้องกับปริมาณของสารตั้งต้น
และสารผลิตภัณฑ์ตลอดจนปริมาณของพลังงานของ
สารที่เปลี่ยนแปลงไปในปฏิกิริยาเคมี
ความสาคัญและประ
1.สามารถใช้คาดคะเนปริมาณ
ของสารที่จะต้องใช้เป็ นสารตั้ง
ต้น เพื่อที่จะได้ผลิตผลที่มี
ปริมาณ
ตามต้องการ
2. สามารถนาไปตีความหรือ
อธิบายผลจากเคมีวิเคราะห์
3. สามารถนาไปใช้ประกอบการ
เลือกปฏิกิริยาที่
ประหยัดที่สุดในทาง
อุตสาหกรรมและทางการค้า
4.สามารถบอกได้ว่าตัวทา
ปฏิกิริยาใดทาปฏิกิริยา
จนหมดหรือตัวทาปฏิกิริยาใด
จะเหลือ เป็ นต้น
1.1 อะตอม
โมเลกุล
ไอออน
และ
อนุ ภาคที่เล็กที่สุดของธาตุไม่
สามารถชั่งหามวลได้โดยตรง
อะตอม (atom)
ก า ร ห า ม ว ล อ ะ ต อ ม จึงใ ช้
วิธีการเปรียบเทียบกับมวลของ
ธาตุที่กาหนดเป็ นมาตรฐาน
• พบว่ามวลของธาตุ 1 อะตอมมีค่าน้อยมาก ไม่
สะดวกในการนาไปคานวณหาปริมาณสาร จึง
กาหนดมวลที่ใช ้เปรียบเทียบค่ามาตรฐาน
เริ่มต้นใช ้มวลของธาตุ H ซึ่งเป็น
ธาตุที่เบาที่สุด
ใช้มวล 1/16 ของมวลออกซิเจน
ตกลงใช ้มวล 1/12 ของมวลธาตุ
คาร ์บอน-12 เป็นค่า มาตรฐาน
มวลอะตอม (atomic mass) คือ ตัวเลขที่ได้จา
จริงของธาตุ 1 อะตอมกับมวลมาตรฐานคือ มวล 1/1
1 อะตอม หรือ 1.66 x 10-24 g
มวลอะตอมของธาตุ = มวลของธาตุ 1 อะตอม
1.66 x 10-2
= มวลของธาตุ 1 อะ
1 amu
ธาตุ C-12 1 อะตอม มีมวลเท่ากับ 12 หน่วยมวล
มาตรฐาน (amu) atomic mass unit
ดังนั้น 12 amu = มวลของ C-12 1
อะตอม
1 amu = 1/12 มวลของ C-12
1 อะตอม
= 1.66 x 10-24 g
ตัวอย่าง
โจทย์
• ธาตุ X 3 อะตอมมีมวลเป็น 2 เท่าของธาตุ C 5
อะตอม จงหามวลอะตอมของ X และมวลของ X 1
อะตอม ถ้า C มีมวลอะตอม = 12
ธาตุ C 1 อะตอมมีมวล = 12 amu
ธาตุ C 5 อะตอมมีมวล = 5 x 12 = 60
amu
แล้วธาตุ X 3 อะตอม มีมวลเป็น 2 เท่าของ C =
2 x 60 = 120 amu
ดังนั้น X 1 อะตอมมีมวล = 120/3 = 40
amu
มวลอะตอมเฉลี่ย
ธาตุส่วนใหญ่ในธรรมชาติมีหลายไอโซโทป แต่ละ
ไอโซโทปมีปริมาณมากน้อยต่างกัน ดังนั้นค่ามวล
อะตอมของธาตุใดๆในตารางธาตุจึงเป็นค่ามวลอะตอม
เฉลี่ย ซึ่งขึ้นอยู่กับค่ามวลอะตอมและปริมาณของแต่ละ
ไอโซโทปที่พบอยู่ในธรรมชาติ
นักวิทยาศาสตร ์จึงหามวลอะตอมและปริมาณของ
ไอโซโทปของแต่ละธาตุ โดยใช ้เครื่องมือเรียกว่า
“แมสสเปกโตรมิเตอร ์” ทาให้ได้ค่าที่มีความถูกต้อง
แน่นอนสูง
มวลอะตอมเฉลี่ย = ( มวลอะตอมของธาตุ x %

100
หน่วยโครงสร้างที่เล็กที่สุดของ
ธาตุหรือสารประกอบที่สามารถอยู่
ได้โดยอิสระและยังคงมีสมบัติของ
ธาตุหรือสารประกอบนั้น ๆ โดย
สมบูรณ์
โมเลกุล (molecule
เช่น ก๊าซมีตระกูลหรือก๊าซ
เฉื่อย (noble or inert gas)
ได้แก่ He, Ne, Kr, Xe และ Rn
โมเลกุลอะตอมเดี่ยว
(monoatomic molecule)
โมเลกุลอะตอมคู่
(diatomic molecule)
 homonuclear molecule
เช่น H2 , O2 และ N2
 heteronuclear molecule
 homonuclear molecule
เช่น P4 และ S8
 heteronuclear molecule
เช่น H2O และ
C6H12O6
โมเลกุลที่มีมากกว่า
สองอะตอม
(polyatomic
molecule)
มวลโมเลกุล
• เมื่อธาตุต่างกันอย่างน้อย 2 ชนิดมารวมกันจะได้
สารประกอบ(สูตรเคมี) เราสามารถคานวณมวลของ
สารประกอบได้ เรียกว่า “มวลโมเลกุล”
• การคานวณหามวลโมเลกุลหาจาก ผลรวมของมวล
อะตอม x จานวนอะตอม(หรือ ผลรวมของมวลอะตอม
ของแต่ละธาตุในสารประกอบ)
เช่น CO2 1 โมเลกุล ประกอบด้วย C 1อะตอม
O 2 อะตอม
• มวลโมเลกุลของเกลือผลึก เกลือผลึกจะมีน้า
เกาะติดกับเกลือผลึก(สารประกอบไอออนิก) สูตร
ทั่วไปของเกลือผลึก M.nH2O
การคานวณมวลโมเลกุล M.nH2O
= มวลโมเลกุล M + n(
มวลโมเลกุลของH2O)
คาถามทิ้งท้าย
สารประกอบชนิดหนึ่ง 100 โมเลกุล หนัก X กรัม และ
หนัก Y กรัม จงหามวลโมเลกุลของสารประกอบนี้
ถ้ามวลสูตร KMnO4 = 158 จงคานวณหา
มวลอะตอมของ Mn
อะตอมหรือกลุ่มอะตอมที่มี
ประจุไฟฟ
้ า เกิดจากโครงสร้าง
ภายในของอะตอมหรือกลุ่มอะตอมมี
จานวนอิเล็กตรอนมากหรือน้อย
กว่าจานวนโปรตอน
 ไอออนลบ (negative ion
หรือ anion)
ไอออน (ion)
เนื่องจากไอออนเกิดจากการเปลี่ยนแปลง
อิเล็กตรอนในอะตอมหรือกลุ่มอะตอม ซึ่ง
อิเล็กตรอนเป็นอนุภาคที่มีมวลน้อยมาก ไม่มี
ผลต่อมวลของอะตอมที่เป็นองค์ประกอบ
ดังนั้นมวลของไอออนจึงคานวณจากมวล
อะตอมของธาตุองค์ประกอบในไอออนนั้นๆ
NH4
+ มีมวลไอออน = 14 + (4x1)
= 18
CO 2- มีมวลไอออน = 12 +
K+ มีมวล 1 ไอออนเท่าไร39 x 1.66 x 10-24 g
ตัวอย่าง KNO3 1.01 g จะประกอบด้วย K+
ละกี่กรัม
มวลโมเลกุลของ KNO3 = 101
มวล K+ ไอออน = มวลอะตอม K = 39
มวล NO3
- ไอออน = 62
ดังนั้น KNO3 101 กรัม ประกอบด้วย K+ ไอออน 39
ถ้า 1.01 กรัม ประกอบด้วย K+ ไอออน 0.39 ก
KNO3 101 กรัม ประกอบด้วย NO3
-
62 กรัม
ถ้า 1.01 กรัม ประกอบด้วย NO3
-
0.62 กรัม
กลุ่มสัญลักษณ์ของธาตุหรือ
สารประกอบ เช่น H2O2
เป็ นสูตรเคมีของสารประกอบ
ซึ่ง 1 โมเลกุลประกอบด้วย H
และ O อย่างละ 2 อะตอม
สูตรเคมี (chemical
 สูตรอย่างง่าย
(empirical formula)
 สูตรโมเลกุล
(molecular formula)
 สูตรโครงสร้าง
(structural formula)
สูตรเคมีจาแนกออกเป็ น 3
สูตรที่บอกถึงอัตราส่วนของ
อะตอมของธาตุต่าง ๆ ในสูตร
เช่น NaCl, H2O และ
Na2CO3
สูตรอย่างง่ายหาได้จาก
การทดลอง
สูตรอย่างง่าย (empirical
บอกถึงจานวนอะตอมที่
แท้จริงในโมเลกุลนั้น
เช่น H2O เป็ นสูตรโมเลกุล
เพราะน้า 1 โมเลกุล
ประกอบด้วย
H 2 อะตอม และ O 1
สูตรโมเลกุล
(molecular formula)
รโครงสร้าง (structural form
สูตรซึ่งบอกรายละเอียดว่า
อะตอมต่าง ๆ ในโมเลกุลจับกัน
อย่างไรหรือเกิดพันธะอย่างไร
เช่น CH4
H
H C H
H
การคานวณหา
สูตรเอมพิริกัล
และสูต
ต้องทราบว่าสารประกอบนั้น
ป ร ะ ก อ บ ด้ว ย ธ า ตุ อ ะ ไ ร บ้า ง
อัตราส่วนโดยน้าหนักของธาตุ
ทั้งหมดที่
มีอยู่เป็ นอย่างไรและน้ าหนัก
อะตอมของแต่ละธาตุด้วย
การคานวณหาสูตรเอ
การหาสูตรเอมพิริกล
1. ต้องรู ้มวลของธาตุที่รวมพอดีกัน
2. หาอัตราส่วนโดยโมลอะตอมของธาตุที่รวมพอดี
กัน โดยนามวลอะตอมไปหารรวมมวลธาตุ
3. ทาให้เป็ นอัตราส่วนต่าสุดและจานวนเต็ม
= อัตราส่วนโดยโมลที่ธาตุ
รวมพอดีกัน
= อัตราส่วนโดยจานวน
อะตอม
4. เขียนสัญลักษณ์ของแต่ละธาตุ แล้วนา
จานวนอะตอมในข้อ 3 มาใส่ที่มุม ขวาล่าง
เมื่อได้สูตรเอมพิริกัลแล้วจะ
คานวณหาสูตรโมเลกุลได้ เมื่อ
ทราบน้าหนักโมเลกุลของ
สารประกอบนั้น ๆ
มวลโมเลกุล = (มวลสูตร
เอมพิริกัล)n
การคานวณหาสูตรเอม
Ex จากการวิเคราะห์สารประกอบ
ชนิดหนึ่ง พบว่าประกอบด้วย
กามะถันและออกซิเจนมีร้อยละ
โดยน้าหนักของกามะถันเป็ น
50.05 และออกซิเจน 49.95 ถ้า
น้าหนักโมเลกุลของสารประกอบ
นี้เท่ากับ 64 จงคานวณหาสูตร
การคานวณหาสูตรเอม
วิธีทา อัตราส่วนโดย
น้าหนักของ
S : O =
50.05 : 49.95
อัตราส่วนโดยจานวน
ของอะตอม
S : O =
= 1.56 :
3.12
50.05
49.95
32
16
:
1.56
3.12
1.56
1.56
:
สูตรเอมพิริกัล
คือ SO2
สูตรโมเลกุล เป็ น
(SO2) n
(SO2) n =
64
(32 + 16 x 2) =
การคานวณหาสูตรเอม
โมล (mole)
เป็ นหน่วยบอกจานวนอนุภาค/
ป ริมาณของสาร ซึ่งหมายถึง
อะตอมของคาร ์บอน-12 ที่มีมวล
12 ก รัม ป ริม า ณ ข อ ง ส า ร ที่มี
จานวนอนุภาคเท่ากับจานวนโดย
1 โมล มีค่าเท่ากับ 6.02 x 1023
อนุภาค เลขจานวนนี้เรียกว่าเลข
สาร 1 โมล คือ ปริมาณ
สารที่มีจานวนอนุ ภาคเท่ากับ
จานวนอะตอมของ C-12 ที่มีมวล
12 กรัมอนุภาคนี้ได้แก่ อะตอม
โมเลกุล ไอออน เป็ นต้น
โมล
หรือ มวลของสารที่มีจานวน
อนุภาคเท่ากับ
6.02 x 1023 อนุภาค คือ เลขอา
C-12 หนัก 12 x 1.66 x 10-24 กรัม จะมีจานวนอะตอ
C-12 หนัก 12 กรัม จะมีจานวนอะตอม = 12 x 1
ดังนั้น C-12 12 กรัม จะมี C-12 จานวน = 1/1.
=
การนาโมลไปใช้
ถ้าอนุภาค คือ โมเลกุล เรียกว่า โมลโม
ถ้าอนุภาค คือ อะตอม เรียกว่า โมลอะ
ถ้าอนุภาค คือ ไอออน เรียกว่า โมลไอ
ถ้าอนุภาค คือ อิเล็กตรอน เรียกว่า โมลอ
เช่น Zn 1 โมลอะตอมมีจานวนอะตอม = 6.02
H2 1 โมลโมเลกุล มีจานวนโมเลกุล = 6.0
สาร 2 โมล มี 6.02 x 1023 x 2
สาร 0.5 โมล มี 6.02 x 1023 x 0.5
ก๊าซออกซิเจน(O2) 1 โมล หมายถึง 1 โมลโมเ
6.02 x 1023 โมเลกุล
โซเดียม(Na) 1 โมล หมายถึง 1 โมลอะตอม
6.02 x 1023 อะตอม
จานวนโมลกับมวลของสาร
• สารใดๆ 1 โมล(อะตอม) มีมวลเท่ากับ มวลอะตอม (กร
• สารใดๆ 1 โมล(โมเลกุล) มีมวลเท่ากับ มวลโมเลกุล(กร
• ธาตุ Na มีมวลอะตอม 23
ดังนั้น จานวนโมลของ Na 1 โมล(อะตอม) มีมว
• ก๊าซ O2 มีมวลโมเลกุลเท่ากับ 16 x 2 = 32
ดังนั้นจานวนโมลของ O2 1 โมล(โมเลกุล) ม
• ซัลเฟตไอออน(SO4
2-) 1 โมล มีมวล = 32 + (16
1 โมลอะตอม
มีจานวนอะตอม = 6.02 x 102
ถ้านาไปชั่งจะหนัก = มวลอะตอม (ห
Ex. Al 40.5 กรัม จะมีกี่โมล และมีกี่อะต
หาจานวนโมลของ Al 40.5 g
จาก Al = 27
แสดงว่า Al มวล 27 g คิดเป็น
1 โมล
ถ้า Al มวล 40.5 g = 40.5
x 1 = 1.5 โมล
27
จานวนโมล Al = มวลของ
หาจานวนอะตอมของ Al มี Al =
1.5 โมลอะตอม
Al 1 โมลอะตอมมี = 6.02
x 1023 อะตอม
ถ้า Al 1.5 โมลอะตอมมี =
1.5x 6.02 x 1023
= 9.03x1023 อะตอม
จานวนอะตอม = จานวนโมลอะตอม x 6.02 x 10
คาถามชวนคิด
1. ธาตุ S จานวน 1.2 x 1024 อะตอม จะมีกี่โมล และมีมวลเท
2. ต้องชั่ง Fe มากี่กรัม จึงจะมีจานวนอะตอมเท่ากับ C 45 ก
3. ก๊าซคาร ์บอนไดออกไซด์(CO2) 5 โมล จะมีมวลกี่กรัม
4. จงคานวณหาจานวนโมลของสารต่อไปนี้
ก. ธาตุโพแทสเซียม(K) จานวน 7.77 x 1022 อะตอม
ข. ไอโอดีนโมเลกุล(I2) จานวน 5.34 x 1025 โมเลกุล
ค. โพแทสเซียมไอโอไดด์(KI) จานวน 1.25 x 1021 โมเลก
จานวนโมล (mol) = น้าหนักของ
(กรัม)
น้าหนักอะตอมหรือ
น้าหนักโมเลกุล
• คาว่าโมลอาจใช ้ได้กับสารหลายๆ อย่างแล้วแต่สิ่งที่อ้าง
ถึง เป็นต้นว่า อะตอม และโมเลกุล หรือไอออน
อิเล็กตรอน ## ต้องระวังเป็นพิเศษที่จะต้องบอกถึงสิ่งที่
อ้างถึง
• เช่น ออกซิเจน 1 โมลอะตอมจะมี 6.02 x 1023 อะตอม
และมีน้าหนัก 16 g
ส่วนออกซิเจน 1 โมลโมเลกุล จะมี 6.02 x 1023 โมเลกุล
และมีน้าหนัก 32 g
• สารประกอบไอออนิก 1 โมล มีปริมาณเท่ากับ 6.02 x
1023 หน่วย เช่น CaCl2 1 โมล จะมี CaCl2 จานวน
Ex ถ้ามีก๊าซคาร ์บอนไดออกไซด์
(CO2) หนัก 9.24 g จงคานวณหา
ก. จานวนโมล CO2
ข. จานวนโมเลกุล CO2
ค. จานวนโมลของแต่ละธาตุใน
คาร ์บอนไดออกไซด์จานวนนี้
ง. จานวนอะตอมของแต่ละธาตุ
( C = 12.0 O = 16.0 )
วิธีทา
ก.น้าหนักโมเลกุลของ CO2
= 12.0 + ( 2 x 16.0 )
= 44.0
จานวนโมลของ CO2 =
9.24
ข. CO2 1 mol มี 6.02 x 1023
CO2 0.210 mol มี 0.210 x 6.02
= 1.26 x 1023 โมเ
ค. ใน 1 โมเลกุลของ CO2
มี
C 1 อะตอม และ O 2
อะตอม ดังนั้น CO2 1 mol
จึงประกอบด้วย
C 1 mol และ O
2 mol
ง. CO2 1 โมเลกุล ประกอบด้วย C 1 อะต
ถ้า CO2 1.26 x 1023 โมเลกุลจะมี C =1
CO2 1 โมเลกุล ประกอบด้วย O 2
ถ้า CO2 1.26 x 1023 โมเลกุล จะมี O
= 2.52 x 1
โมล
โมลโมเลกุล เช่น H2 1โมลโม
มีจานวนโมเลกุล = 6.02 x 1
โมลอะตอม เช่น Na 1โมลอะตอม
มีจานวนอะตอม = 6.02 x 1023
โมลไอออน เช่น Ca2+ 1โมลไอออน
มีจานวนไอออน = 6.02 x 1023
สาร จานวนโมล มวลอะตอม/
มวลโมเลกุล
จานวนอนุภาค
N2 1 28 6.02x1023โมเลกุล
H2SO4 2 98 2 x 6.02x1023
โมเลกุล
Mg 3 24.3 3 x 6.02x1023
อะตอม
NH4
+ 0.1 18 0.1 x 6.02x1023
ไอออน
HCO3
- 1.5 61 1.5x 6.02x1023
ไอออน
1โมลโมเลกุล
(1mol)
จานวน6.02x102
3โมเลกุล
มวลของสาร = มวลโมเลกุลมีหน่วยเ
ปริมาตรของก๊าซ 22.4 dm3 ที่ STP
การคานวณโมล – กรัม
จานวนโมล = น้าหนักสาร
(กรัม)
น้าหนักอะตอมหรือ
น้าหนักโมเลกุล
การคานวณ
เกี่ยวกับโมล
การคานวณโมลของ
แก๊ส
จานวนโมลของแก๊ส = ปริมาตรแก๊สที่ STP
22.4 ลิตร (dm3)
(STP = ความดัน 1 atm อุณหภูมิ 273
Ex. มวลโมเลกุล SO2=64, CCl4=154,
SO2 1 โมล มี 6.02x1023 โมเลกุลมีมวล 64 g มีปริม
CCl4 1 โมล มี 6.02x1023 โมเลกุลมีมวล 154 g ปริมา
NaOH 1 โมล มี 6.02x1023 โมเลกุลมีมวล 40 g ปริม
จงคานวณน้าตาลกลูโคส 3x1024 โมเลก
น้าตาลกลูโคส 6.02x1023 โมเลกุล คิดเป็ น
= 1 โมล
ถ้า ”------------” 3.01x1024 โมเลกุล ”-
----” = 1x 3.01x1024
6.02x1023
ดังนั้นน้าตาลกลูโคส 3.01x1024 โมเลกุล
= 5 โมล
ดังนั้น จานวนโมล =
จานวนโมเลกุล
H2SO4 มวล 196 g มีกี่โมล (H=1
หามวลโมเลกุล H2SO4 = (1x2 + 32 +
H2SO4 98 g คิดเป็ น
H2SO4 196 g ” =
ดังนั้น จานวนโมล = มวลของ
สารเป็นกรัม
ก๊าซออกซิเจน ปริมาตร 38 dm3 ที่ 0oC ความ
มีจานวนโมลเท่าไร
ก๊าซ O2 22.4 dm3 คิด
เป็ น 1 mol
” 38 dm3 ”----
-----” = 1x38
22.4
=
ดังนั้น จานวนโมล =
ปริมาตรที่ STP
ตัวอย่าง จงหามวลของแก๊ส
cyclopropane (C3H6) ปริมาตร
1.00 L ที่ STP
(น้าหนักอะตอม : C = 12.0, H = 1.0)
จานวนโมลของ C3H6 =
ปริมาตรแก๊สที่ STP
22.4
L.mol-1
= 1.00 L
การคานวณโม
ลของแก๊ส
จานวนโมลของแก๊ส = น้าหนัก
แก๊ส (g)
น้าหนักโมเลกุล
น้าหนักแก๊ส (g) = โมลของแก๊ส 
น้าหนักโมเลกุล =
0.045 [(12 3)+(16)]
การคานวณโม
ลของแก๊ส
ตัวอย่าง จงหาจานวนโมลของแก๊สโอโซน(O3)
ปริมาตร 10 ลูกบาศก์เดซิเมตร ที่
STP
O3 22.4 dm3 คิดเป็น 1
mol
ถ้า O3 10 dm3 คิดเป็น 1 x
10 = 0.45 mol
22.4
ไอน้า 2.25 โมล มีปริมาตรกี่ลูกบาศก์เดซิเมตร ที่STP
50.4 dm3
ความสัมพันธ์ระหว่างจานวนโมล มวล
อนุภาค และปริมาตรที่ STP ของแก๊ส
สามารถสรุปได้ดังนี้
• ธาตุในสภาพอะตอม
จานวนโมล = มวล(g) = จานวน
อะตอม
มวลอะตอม 6.02x1023
• ธาตุหรือสารประกอบในสภาพโมเลกุล
จานวนโมล = มวล(g) = จานวนโมเลกุล
= ปริมาตรแก๊สSTP
มวลโมเลกุล 6.02x1023
22.4 dm3
โจทย์ท้าทาย
ความคิด
• ก๊าซชนิดหนึ่งมีสูตรโมเลกุล C3H8 ถ ้าก๊าซ
นี้หนัก 2 กรัม จะมีปริมาตรเท่าใดที่ STP
(C=12, H=1)
• ก๊าซชนิดหนึ่งเราใช ้เครื่องมือตรวจนับ
จานวนโมเลกุลได ้เท่ากับ 9.03 x 1023
โมเลกุล อยากทราบว่ามีปริมาตรกี่ลิตรที่
STP
• สารประกอบหนึ่งประกอบด ้วย H 1 อะตอม
N 1 อะตอม O 3 อะตอมสารนี้หนัก
• ก๊าซอาร์กอน 1500 cm3 ที่STP หนักกี่
กรัม (Ar = 39.95)
• ก๊าซออกซิเจน 71.45 g จะมีปริมาตรกี่
dm3 ที่ STP
• ก๊าซชนิดหนึ่งมีปริมาณ 448 cm3 ที่STP
มีมวล 0.60 กรัม ก๊าซนี้น่าจะได ้แก่ ก.
NH3 ข.CH4 ค.C2H6 ง.CO2
• แก๊ส X 67.2 ลิตร ที่ STP มีกี่อะตอม ถ ้า
โจทย์ท้าทาย
ความคิด
• S8 กี่กรัมจึงจะมีจานวนโมเลกุลเท่ากับ SO2
6.4 กรัม
• แก๊สอีเทน (C2H6) ในข ้อใดมีจานวนโมเลกุล
มากที่สุด
ก.อีเทน 6 กรัม ข. อีเทน 0.4
โมล
ค. อีเทน 1.83 x 1023 โมเลกุล ง. อีเทน
112 ลูกบาศก์เดซิเมตรที่ STP
โจทย์ท้าทาย
ความคิด
• ก๊าซ G 2.5 dm3 ที่ STP มีกี่โมเลกุล
• CaHPO4 13.6 g มีออกซิเจนอยู่กี่อะตอม
(Ca=40, H=1, P=31, O=16)
• ก๊าซ NO2 5.6 dm3 ที่ STP มีออกซิเจน
ประกอบอยู่กี่กรัม
• ก๊าซ B มีความหนาแน่นที่ STP = 0.75
g/dm3 จานวน 2.408 x 1023 โมเลกุล จะมี
มวลเท่าใด
• ก๊าซ A มีความหนาแน่นที่ STP = 0.45
สมการเคมี
สมการเคมีเป็ นสิ่งที่เขียนแทน
ปฏิกิริยาเคมีบอกให้ทราบชนิด
ของสารที่เข้าทาปฏิกิริยากัน
(reactants) และชนิดของสารที่
เ ป็ น ผ ล ผ ลิ ต ข อ ง ป ฏิ กิ ริย า
(products) โดยเขียนสารที่เข้า
ทาปฏิกิริยากันไว้ทางซ้ายมือและ
ก.สมการแบบโมเลกุล แสดง
ปฏิกิริยาระหว่างโมเลกุลของ
สาร สมการโมเลกุลที่ดุลแล้ว
จะต้องมีจานวนอะตอมของแต่
ละธาตุทั้งสองข้างลูกศรเท่ากัน
สมการเคมีเขียนได้ 2 แบบ คือ

CH4 (g) +2O2 (g) CO2 (g
สมการเคมี
ข. สมการไอออนิก
นิยมใช้สาหรับปฏิกิริยาที่มี
สารประกอบไอออนิกเข้ามา
เกี่ยวข้อง จะเขียนเฉพาะไอออน
และโมเลกุลที่จาเป็ นและ
เกิดปฏิกิริยาเท่านั้น
เช่น สมการแบบโมเลกุล
NaCrO2 + NaClO +NaOH Na2CrO
เนื่องจากเป็ นสารประกอบไอออนิก เ
จะแตกตัวให้ไอออน
O
H
CI
Na
CrO
Na
2
OH
Na
ClO
Na
CrO
Na 2
2
4
2 +
+
+
+

+
+
+
+
+ 
+

+

+

+

+
Na+ ปรากฏอยู่ทั้งซ้ายมือและ
ขวามือของสมการแสดงว่าไม่ได้
เข้าร่วมในการทาปฏิกิริยา ดังนั้น
ส ม ก า รไ อ อ อ นิ ก ที่เ ขีย น จึงไ ม่
จาเป็ นต้องเขียน Na+ ไว้ด้วย ดังนี้



+
+ OH
ClO
CrO2 O
H
Cl
CrO 2
2
4 +
+ 




+
+ OH
2
ClO
3
CrO
2 2 O
H
Cl
3
CrO
2 2
2
4 +
+ 

การดุลสมการอย่าง
ง่าย
1. เริ่มจากโมเลกุลใหญ่สุด หรือโมเลกุล
ที่ประกอบด้วย ธาตุมากสุด
2. ดุลโลหะ
3. ดุลอโลหะ (ยกเว้น H และ O)
4. ดุล H และ O
5. ตรวจจานวนทุกธาตุในสมการ
การดุล
สมการเคมี
ตัวอย่าง
Na2O2 + H2O  NaOH
+ O2
ข้อ 1,2 Na2O2 + H2O  2 NaOH
+ O2
ข้อ 3 ไม่ต้องใช้
ข้อ 4 Na2O2 + 2H2O  2 NaOH
+ O2
การดุลสมการ
เคมี
จงดุลสมการต่อไปนี้
1. H3PO4 + CaO  Ca3(PO4)2 +
H2O
2. NH4NO3  N2 + H2O + O2
หลักในการเขียน
สมการเคมี
• ต ้องเขียนสูตรเคมีของสารตั้งต ้นแต่ละชนิดได ้
• ต ้องทราบว่าในปฏิกิริยาเคมีหนึ่งเกิดสาร
ผลิตภัณฑ์ใดขึ้นบ ้าง และเขียนสูตรเคมีของสาร
ผลิตภัณฑ์ได ้
• เมื่อเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาแล ้วให ้ทาสมการ
เคมีให ้สมดุลด ้วย คือทาให ้จานวนอะตอมของ
ธาตุทุกชนิดทางซ ้ายเท่ากับทางขวา โดยการ
เติมตัวเลขข ้างหน้าสูตรเคมีของสารนั้นๆ เช่น
N2 + H2 NH3 ยัง
ไม่ได ้ดุล
• ในการเขียนสมการเคมี ถ ้าให ้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ควรบอกสถานะของสารแต่ละชนิดด ้วย คือ ก๊าซ
(gas) , เป็นสารละลายในน้า(aqueous) ,เป็น
ของแข็ง(solid) , เป็นของเหลว(liquid)
เช่น CaC2(s) +2H2O(g)
Ca(OH)2(aq) + C2H2(g)
• การเขียนสมการเคมีบางครั้งจะแสดงพลังงาน
ของปฏิกิริยาเคมีด ้วย เช่น
2NH3(g) + 93kJ N2(g) +
สมการเคมีที่
ควรทราบ
1. โลหะ + กรด เกลือ + แก๊ส
ไฮโดรเจน เช่น
Zn + 2HCl ZnCl2 + H2
Fe + HCl FeCl2 +
H2
** โลหะส่วนหนึ่งที่ทากับปฏิกิริยากับกรดแล ้วให ้
ก๊าซ H2 เช่น Li, Fe, K, Na, Sr, Ca, Mg, Zn,
Cr, Ni ฯลฯ
## โลหะบางชนิดไม่ทาปฏิกิริยากับกรดไม่ให ้แก๊ส
2. กรด + สารประกอบคาร์บอเนต
เกลือ + น้า + CO2
เช่น 2HCl + Na2CO3 2NaCl +
H2O + CO2
3. กรด + สารประกอบซัลไฟด์ เกลือ +
แก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์
เช่น 2HCl + FeS FeCl2 +
H2S
4. สารประกอบคาร์บอเนต สารประกอบ
การคานวณที่เกี่ยวข้องกับสม
ส ม ก า ร เ ค มี บ อ ก ถึ ง ส า ร ที่
เ กี่ย ว ข้อ งใ น ป ฏิกิ ริย า เ ค มี
ความสัมพันธ ์เชิงปริมาณของ
สารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องใน
ปฏิกิริยาและสามารถคานวณ
ปริมาณของผลิตผลที่ได้จาก
ปฏิกิริยาเคมี
• ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณสารใน
สมการเคมี
2H2(g) + O2(g)
2H2O(g)
บอกอัตราส่วนจานวนโมล
บอกจานวนโมเลกุล
จานวนปริมาตร (เป็นแก๊ส)
สมการที่ดุลแล้ว บอกให้ทราบ 
ความสัมพันธ ์เชิงปริมาณ
ของสารที่
เกี่ยวข้องในปฏิกิริยา
SiCl4(s) + 2H2O(l)  SiO2(s)
+ 4HCl(g)
โมเลกุล 1 2 1 4
โมล 1 2 1 4
จานวนโมเลกุล 6.021023 2(6.021023)
ปริมาณสาร
สัมพันธ ์
CaC2(s) + 2H2O(l) Ca(OH)2(aq) + C
1 2 1 1
1 2 1 1
6.02 x 1023 2(6.02 x 1023) 6.02 x 1023
64.1 2(18.0) 74.1 2
22.4
Ex จากสมการ (1) ถ้าใช้
CaC2 2.5 mol
ทาปฏิกิริยากับน้าที่มี
ปริมาณมากเกินพอ
ก. ได้ C2H2(g) เกิดขึ้นกี่
โมล
ข. ได้ C2H2(g) เกิดขึ้นกี่
2.5 สมการเคมี
วิธีทา
ก. จากสมการ 1 จะเห็นว่า
CaC2 1 mol ให้
C2H2 1 mol
CaC2 2.5 mol ให้
C2H2 2.5 mol ด้วย
2.5 สมการเคมี
ข. น้าหนักโมเลกุลของ C2H2 =
26.0
หมายความว่า C2H2 1
mol หนัก 26.0 g
 C2H2 2.5 mol หนัก
= ( 2.5 mol) (26.0 g)
(1 mol)
ค. C2H2(g) 1 mol มีปริมาตร
22.4 l ที่ STP
 C2H2(g) 2.5 mol มี
ปริมาตร
= (2.5 mol) (22.4
l) ที่ STP
ง. จากสมการ
CaC2 1 mol ทาปฏิกิริยาพอดี
กับ H2O 2 mol
CaC2 2.5 mol ทาปฏิกิริยากับ
H2O (2 x 2.5) mol
= 5.0
mol
้
การคานวณเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ
ของสารในสมการเคมี
• เทียบบัญญัติไตรยางศ์
- ดุลสมการ
- แสดงจานวนโมลโมเลกุลของสารที่เกี่ยวข ้องกับใน
การคานวณ
- เปลี่ยนจากโมลโมเลกุลเป็นเทอมหรือปริมาณอื่นที่
ต ้องการทราบหรือเกี่ยวข ้องในการคานวณ
- เทียบบัญญัติไตรยางศ์หาปริมาณสารที่ต ้องการ
• ใช ้สูตรเทียบอัตราส่วนโมล
aA + bB cC + dD
nA = a nB = b เมื่อ nA,nB,nC
คือจานวนโมลของสาร
nB b nC c
• การคานวณโดยใช ้สูตรมีวิธีการดังนี้
- ดุลสมการ
- ใช ้สูตรเทียบอัตราส่วนโมล
- เปลี่ยนเทอมของโมลเป็นเทอมอื่นหรือปริมาณ
อื่นโดยใช ้สูตร
n = g หรือ n = N หรือ n = Vที่
STP
M 6.02 x 1023 22.4
dm3
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณสารต่างๆ
ในสมการเคมี
สมการเคมีสามารถบอกถึงปริมาณการใช ้สารตั้งต ้น
และปริมาณสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นได ้ซึ่งหมายถึงปริมาณ
โมล จานวนอะตอม น้าหนัก หรือปริมาตรแก๊สที่ STP
เช่น
CH4 + 2O2 CO2 +
2H2O
จากสมการได ้ความสัมพันธ์ดังนี้
- CH4 1 โมล รวมกับ O2 2 โมล จะได ้ผลิตภัณฑ์
CO2 1 โมล และ H2O
2โมล
- CH 1 x 6.02 x 1023โมลโมเลกุล รวมกับ O 2 x
• CH4 5โมลอะตอม รวมกับ O2 4โมลอะตอม จะ
ได ้ผลิตภัณฑ์ CO2 3โมลอะตอม และ H2O 6
โมลอะตอม
• CH4 5 x 6.02 x 1023 อะตอม รวมกับ O2 4
x 6.02 x 1023 อะตอม จะได ้ผลิตภัณฑ์ CO2 3
x 6.02 x 1023 อะตอม และ H2O 6 x
6.02 x 1023อะตอม
• CH4 16 กรัม รวมกับ O2 2 x 32 กรัม จะได ้
ผลิตภัณฑ์ CO2 44 กรัม และ H2O 2
x 18 กรัม
การคานวณมวลร ้อยละของ
ธาตุจากสูตรเคมี
ถ ้าทราบสูตรโมเลกุลของสารประกอบ และ
มวลอะตอมสามารถคานวณหามวลร ้อยละของ
ธาตุจากสูตรเคมีได ้ซึ่งมวลร ้อยละของธาตุใน
สารประกอบแต่ละชนิดเป็นค่าคงที่
ร ้อยละของธาตุ A ในสารประกอบ =
มวลของธาตุ A x 100
มวลของ
สารประกอบ
มวลร ้อยละของธาตุ = จานวนอะตอม x
มวลอะตอม x 100
มวลสูตรของ
• จงหามวลร ้อยละของ C และ H ใน C3H8
C3H8 มีมวลโมเลกุล = 44
มวลร ้อยละของ C ใน C3H8 = 3 x 12
x 100
44
= 81.81
มวลร ้อยละของ H ใน C3H8 = 8 x 1
x 100
44
การนาค่ามวลร ้อยละไป
ใช ้ประโยชน์
• ใช ้หาปริมาตรของธาตุในสารประกอบเพื่อ
เปรียบเทียบว่าสารประกอบชนิดใดมีธาตุใดเป็น
องค์ประกอบมากกกว่าหรือน้อยกว่า
ตัวอย่าง สารประกอบใดมีธาตุออกซิเจนเป็น
องค์ประกอบมากที่สุด
H2O2 H2SO4 Na2B4O7 SO2
(H=1, O=16, S=32, Na=23, B=11)
H2O2
แบบทดสอบครั้งที่ 2
เรื่องโมล
• กรดซัลฟิวริก 49 กรัม มี H, S และ O อย่างละกี่
อะตอม
• สารใดมีจานวนโมลมากที่สุด
ก. He 6.02 x 1023 อะตอม
ข. O2 25.5 g (O=16)
ค. H2 45.6 dm3 ที่ STP
ง. Cl2 7.1 g (Cl = 35.5)
• ปริมาตรของก๊าซ He ที่ STP จะทาให ้เกิด He
เหลวปริมาตร 1.00 dm3 จะเท่ากับกี่ dm3 ความ
3
ระบบกับการ
เปลี่ยนแปลง
ระบบ (system) คือ สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราและ
เป็นสิ่งที่เราสนใจศึกษา หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใน
ขอบเขตของเราที่ต ้องการจะศึกษา
สิ่งแวดล้อม (surrounding) คือ สิ่งต่างๆ ที่อยู่
นอกตัวเราที่ไม่ต ้องการศึกษา หรือสิ่งที่อยู่นอก
ขอบเขตที่ต ้องการศึกษา
ระบบที่ศึกษาทั่วไปแบ่งตามการเปลี่ยนแปลงมวลของสารในร
ระบบปิด (close system) หมายถึง ระบบที่มีการถ่ายเทพ
ระบบกับระบบ และระบบกับสิ่งแวดล ้อมได ้ แต่ไม่มีการถ่ายเ
ระบบเปิด (open system) คือ ระบบที่สามารถถ่ายเ
ให ้กับสิ่งแวดล ้อมได ้
ระบบอิสระ (Isolated system) คือ ระบบที่ไม่มีการถ
มวลของสารและพลังงาน เช่น กระติกน้าร ้อนที่มีฉนว
กฎทรงมวล (Law of
conservation of Mass)
• กฎทรงมวล “ ในปฏิกิริยาเคมีใดๆ มวลของสาร
ทั้งหมดก่อนทาปฏิกิริยาเท่ากับมวลของสาร
ทั้งหมดหลังทาปฏิกิริยา” เช่น
เมื่อให ้ก๊าซ H2 4 g ทาปฏิกิริยากับ O2 32 g
เกิดน้า 36 g
2 H2 (g) + O2(g)
2H2O (l)
36 g 36
g
กฎสัดส่วนคงที่ (Law of
constant proportion)
“เป็นกฎที่กล่าวถึงอัตราส่วนโดยมวลของธาตุที่มา
รวมกันเป็นสารประกอบ”
ผู้ที่ตั้งกฎนี้คือ โจเซฟ เพราสต์
กล่าวว่า “สารประกอบชนิดเดียวกันย่อมประกอบด
ตัวกัน โดยมีอัตราส่วนโดยมวลของธาตุต่างๆ ใน
มีค่าคงที่เสมอ ไม่ว่าสารประกอบนั้นจะเตรียมขึ้น
าส่วนโดยมวลของธาตุที่มารวมตัวกันเป
็ นสารประกอบ
จะมีค่าคงที่”
การ
ทดลองที่
มวลสารที่ทาปฏิกิริยาพอดี
กัน
มวลของ
Cu
มวลของ S
1 1.0 0.5
2 1.9 1.0
3 2.9 1.5
4 4.0 2.0
5 4.9 2.5
จากการทดลอง
ทราบว่า
อัตราส่วนโดยมวล
ที่ทองแดง และ
กามะถันทา
ปฏิกิริยาพอดีกัน =
2:1
ข ้อสังเกต กฎสัดส่วนคงที่ มี
หลักการง่ายๆ ดังนี้
• โจทย์จะกาหนดการทดลองมาอย่างน้อย 2 ครั้ง
• หาอัตราส่วนโดยมวลของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ
ของทั้งสองการทดลอง
- ถ ้าอัตราส่วนโดยมวลของทั้ง 2 การทดลอง
เท่ากัน แสดงว่าเป็นไปตามกฎสัดส่วนคงที่
- ถ ้าอัตราส่วนโดยมวลของทั้ง 2 การทดลอง
ไม่เท่ากัน แสดงว่าไม่เป็นไปตามกฎสัดส่วน
คงที่
ตัวอย่างการคานวณ
• นาทองแดงมา 0.35 g มาละลายในกรดไนตริก
แล ้วทาให ้แห ้ง จากนั้นจึงนาไปเผาอย่างรุนแรง
จะได ้คอปเปอร์ออกไซด์หนัก 0.438 g ในการ
ทดลองอีกวิธีหนึ่งโดยการนาคอปเปอร์
คาร์บอเนตจานวนหนึ่งมาเผาจนสลายตัวหมดได ้
คอปเปอร์ออกไซด์หนัก 1.62 g แล ้วนาคอป
เปอร์ออกไซด์ไปเผาให ้ร ้อนจัดในบรรยากาศ
แก๊สไฮโดรเจนจะได ้ทองแดง 1.29 g จะแสดง
ว่าองค์ประกอบของคอปเปอร์ออกไซด์เป็นจริง
ตามกฎสัดส่วนคงที่
• นาโลหะ Na มา 1.021 g ไปละลายในกรดไน
ตริก จะได ้โซเดียมไนเตรดแล ้วนา NaNO3 ไป
เผาจนสลายตัวได ้NaO หนัก 1.1 g ในการ
ทดลองอีกวิธีหนึ่ง โดยการนา NaO มา 5 g ไป
เผาในบรรยากาศแก๊สไฮโดรเจนที่มากเกินพอ
จะได ้โลหะ Na หนัก 4.64 g ข ้อมูลนี้เป็นไปตาม
กฎสัดส่วนคงที่หรือไม่
• ธาตุ A ทาปฏิกิริยากับธาตุ B ด ้วยอัตราส่วนโดย
มวลเป็น 1:16 ได ้สาร C เพียงอย่างเดียว ถ ้ามี
ธาตุ A และ B อย่างละ 8 g เมื่อทาปฏิกิริยากัน
• การวิเคราะห์อะลูมิเนียมคาร์ไบด์ ซึ่งเป็น
สารประกอบระหว่างอะลูมิเนียมกับคาร์บอน
ให ้ผลดังนี้
ครั้งที่ 1 ใช ้อะลูมิเนียมคาร์ไบด์ 1.44 g
พบว่ามีอะลูมิเนียม 1.08 g
ครั้งที่ 2 ใช ้อะลูมิเนียมคาร์ไบด์ 3.6 g
พบว่ามีคาร์บอน 0.9g อยากทราบ
ว่าผลการวิเคราะห์นี้เชื่อถือได ้หรือไม่
เพราะเหตุใด
• ก๊าซแอมโมเนีย(NH3) ประกอบด ้วยธาตุ
ไนโตรเจนร ้อยละ 82.4 และธาตุไฮโดรเจน
ร ้อยละ 17.6 โดยมวล ถ ้าใช ้ธาตุ
ไนโตรเจน 10 g ทาปฏิกิริยากับธาตุ
ไฮโดรเจน 3 g จะได ้ก๊าซแอมโมเนียกี่กรัม
ปริมาตรของแก๊สใน
ปฏิกิริยาเคมี
ในการศึกษาปริมาณสัมพันธ์ของสารในสถานะ
แก๊สในปฏิกิริยาเคมีต่างๆ
ไม่สะดวกที่จะวัดมวลของแก๊สเหมือนกับของแข็ง
และของเหลว “จึงใช้วิธี
วัดปริมาตรแทน”
ในปฏิกิริยาเคมีของสารที่มีสถานะเป็นแก๊ส
ปริมาตรรวมของแก๊สที่เข ้าทา
ปฏิกิริยากันและปริมาตรรวมของแก๊สที่เกิดจาก
ปฏิกิริยาจะเท่ากันหรือไม่เท่า
กฎของเกย์-ลูสแซก (Law of
Gay-Lussac)
• ได ้ทาการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร
ของแก๊สที่ทาปฏิกิริยาพอดีกัน และปริมาตรของ
แก๊สที่เกิดจากปฏิกิริยา โดยทาการทดลองวัด
ปริมาตรของแก๊สที่ทาปฏิกิริยาพอดีกัน และที่
เกิดจากปฏิกิริยาที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน
เขาได ้ทาการทดลองซ้าหลายครั้ง จนสรุปเป็น
กฎเรียกว่า “กฎการรวมปริมาตรของแก๊ส”
“อัตราส่วนระหว่างปริมาตรของแก๊สที่ทา
ปฏิกิริยาพอดีกันและปริมาตรของแก๊สที่ได้
จากปฏิกิริยาซึ่งวัดที่อุณหภูมิและความดัน
• เช่น
ไฮโดรเจน + คลอรีน ไฮโดรเจน
คลอไรด์
ไฮโดรเจน + ออกซิเจน ไอน้า
ไนโตรเจน + ไฮโดรเจน แอมโน
เนีย
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรของแก๊สที่ทา
ปฏิกิริยากัน และที่ได ้จากปฏิกิริยาดังกล่าวเป็น
แก๊สและปริมาตรของแก๊สที่ทา
ปฏิกิริยากัน
แก๊สและปริมาตร
ของแก๊สที่ได ้จาก
ปฏิกิริยา
อัตราส่วน
โดย
ปริมาตร
ของแก๊ส
แก๊ส ปริมาต
ร
cm3
แก๊ส ปริมา
ตร
cm3
แก๊ส ปริมาตร
cm3
ไฮโดรเ
จนH2
10 คลอรีน
Cl2
10 ไฮโดรเจ
นคลอ
ไรด์HCl
20 1:1:2
ไฮโดรเ
จนH2
20 ออกซิเ
จน O2
10 ไอน้า
H2O
20 2:1:2
กฎของอาโวกา
โดร
• ได ้ศึกษากฎของเกย์-ลูสแซก และได ้ให ้เหตุผล
ว่า การที่อัตราส่วนระหว่างปริมาตรของแก๊สที่ทา
ปฏิกิริยากัน(สารตั้งต ้น) และของแก๊สที่ได ้จาก
ปฏิกิริยา(สารผลิตภัณฑ์) เป็นเลขจานวนเต็มลง
ตัวน้อยๆ นั้นคงเป็นเพราะปริมาตรของแก๊สมี
ความสัมพันธ์กับจานวนอนุภาคที่รวมกันเป็น
สารประกอบ
อาโวกาโดรจึงตั้งสมมติฐานขึ้นว่า “แก๊สซึ่งมี
ปริมาตรเท่ากันที่อุณหภูมิและความดัน
เดียวกันจะมีจานวนอนุภาคเท่ากัน”
เช่น แก๊สไฮโดรเจน + แก๊สคลอรีน แก๊ส
ไฮโดรเจนคลอไรด์
1 cm3 1 cm3
2 cm3
สมมติให ้แก๊ส 1 cm3 มีจานวนอนุภาค เท่ากับ n
อนุภาค และถ ้าอนุภาคนี้คือ อะตอมจะเขียนแสดงได ้
ดังนี้
แก๊สไฮโดรเจน + แก๊สคลอรีน แก๊ส
ไฮโดรเจนคลอไรด์
n อนุภาค n อนุภาค
2n อนุภาค
n อะตอม n อะตอม
• ถ ้าเป็นจริงตามนี้แสดงว่าอะตอมของแก๊ส
ไฮโดรเจน และอะตอมของแก๊สคลอรีนแบ่งแยก
ได ้ซึ่งค ้านกับทฤษฎีอะตอมของดอลตันที่ว่า
อะตอมแบ่งแยกไม่ได ้ ดังนั้นจึงเสนอให ้เรียก
อนุภาคดังกล่าวว่า โมเลกุล ทาให้สมมติฐาน
ของอาโวกาโดรไม่เป
็ นที่ยอมรับ
ปี ค.ศ.1860 สตานิสลาฟ คันนีซซาโร
(Stanislav Cannizzaro) ได ้ศึกษาเกี่ยวกับ
ปริมาตรของแก๊สที่ทาปฏิกิริยาพอดีกัน และที่ได ้
จากปฏิกิริยาเพิ่มเติม ได ้เสนอว่า ธาตุที่เป็นแก๊ส
จะอยู่เป็นโมเลกุล และ 1 โมเลกุลของธาตุที่
“แก๊สที่ปริมาตรเท่ากันวัดที่อุณภูมิและความ
ดันเดียวกันจะมีจานวนโมเลกุลเท่ากัน” จึง
เป็นที่ยอมรับทั่วไป
แก๊สไฮโดรเจน + แก๊สคลอรีน
แก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์
ผลทดลอง 1 cm3 1 cm3
2 cm3
กฎอาโวกาโดร n โมเลกุล n โมเลกุล
2n โมเลกุล
การคานวณหาปริมาตรของแก๊สโดยใช้กฎ
ของเกย์-ลูซแซก
และกฎของอาโวกาโดร
ตัวอย่าง แก๊สไฮโดรเจน 120 cm3 รวมพอดีกับ
แก๊สออกซิเจน 180 cm3 ได ้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น
แก๊สปริมาตร 120 cm3 จงหาสูตรโมเลกุลของ
แก๊สที่เกิดขึ้น
เขียนสมการ N2(g) +
O2(g) NxOy (g)
ปริมาตรของแก๊สที่รวมพอดีกัน 120
180 120 cm3
อัตราส่วนโดยปริมาตร(เกย์-ลูซแซก) 2 3
3
สารกาหนดปริมาณ
เนื่องจากสารเข้าทาปฏิกิริยาเคมี
กันในอัตราส่วน โมลต่อโมลที่
แน่นอน สารที่มีปริมาณน้อยกว่า
จึงเป็ นตัวกาหนดว่าปฏิกิริยา
สามารถเกิดผลผลิตได้อย่างมาก
ที่สุดเท่าใด เราเรียกสารที่มี
้
• การคานวณเกี่ยวกับสมการเคมีที่มีสาร
กาหนดปริมาณมีขั้นตอนดังนี้
1. คานวณหาสารกาหนดปริมาณ โดย
หาจานวนโมลของสารตั้งต ้นที่น้อยที่สุด
เป็นสารกาหนดปริมาณ
2. นาสารตั้งต ้นที่ถูกใช ้หมดไป
คานวณหาสิ่งที่ต ้องการ เช่น คานวณหา
ปริมาณสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น คานวณหา
ปริมาณสารตั้งต ้นชนิดอื่นที่ถูกใช ้ไป และที่
Ex จงคานวณว่าจะเตรียม
ลิเทียมออกไซด์ได้กี่โมล
จากลิเทียม 1.0 g และ
ออกซิเจน 1.5 g สารใดเป็ นสาร
กาหนดปริมาณ สารใดเหลือและ
เหลือกี่กรัม
4Li + O
วิธีทา
ลิเทียม 1.0 g = 1.0
g
6.9g/mol
= 0.144
mol
พิจารณาจากสมการ จะเห็นว่า
ลิเทียม 4 mol ทาปฏิกิริยาพอดี
กับออกซิเจน 1 mol
ดังนั้น ลิเทียม 0.144 mol ทา
ปฏิกิริยาพอดีกับออกซิเจน
= 0.144 mol
แต่มีออกซิเจนอยู่ถึง 0.0469
mol ดังนั้น ออกซิเจนจะมีอยู่
มากเกินพอ และจะมีออกซิเจนที่
เหลือจากปฏิกิริยา
0.0469 – 0.036 =
0.0109 mol
ผลผลิตตามทฤษฎีและผลผ
ผลผลิตร้อยละ= ผลผลิตจริง x
ผลผลิตตา
ผลผลิตตามทฤษฎี (theoretical
ปริมาณของผลผลิตที่อาจเกิดข
ซึ่งคานวณได้จากสมการเคมีที่ด
ผลผลิตแท้จริง (actual yield)
ปริมาณของผลผลิตที่เกิดขึ้นจร
ได้จากการทดลองจะน้อยกว่าผล
เกือบเสมอไป
(น้อยครั้งมากที่จะเท่ากัน แต่มีม
Ex เมื่อนา C2H4 1.93 กรัม
มาเผาไหม้กับ
ออกซิเจนที่มากเกินพอ
พบ CO2 เกิดขึ้น
เพียง 3.44 กรัม เท่านั้น
จงคานวณผลผลิตร้อยละ
วิธีทา สมการที่ดุลของ
ปฏิกิริยานี้คือ
C2H4 + 3O2 2CO2 +
2H2O
1 mol 2 mol
28.0 g 88.0 g
C2H4 28.0 g เกิด CO2
88.0 g
 C2H4 1.93 g เกิด CO2 X
CO2 6.07 g นี้ คือ ผลผลิต
ตามทฤษฎี
แต่การทดลองพบ CO2 เกิด
เพียง 3.48 g
คือ ผลผลิตแท้จริง
 ผลผลิตร้อยละของ CO2
= 3.48 x 100
ความเข้มข้นของ
สารละลาย
1. ร้อยละของตัวถูกละลาย
(%)
2. โมลาริตี (Molarity)
3. โมแลลิตี (Molality)
4. ฟอร ์มาลิตี (Formality)
5. นอร ์มาลิตี (Normality)
1.ร้อยละของตัวถูก
ละลาย
1.3 ร้อยละมวลต่อปริมาตร (weight/volume)
% (w/v) = น้าหนักของตัวถูก
ละลายเป็ นกรัม x 100%
1.2 ร้อยละโดยปริมาตร (volume/volume)
% (v/v) = ปริมาตรตัวถูกละลายเป็ น
cm3 x 100%
ปริมาตรสารละลาย
เป็ น cm3
1.1 ร้อยละโดยน้าหนัก (weight/weight)
% (w/w) = น้าหนักของตัวถูกละลาย
เป็ นกรัม x 100%
น้าหนักสารละลาย
เป็ นกรัม
วิธีทา BaCl2 เข้มข้น 12% โดยน้าหนัก หมายถึง
สารละลายหนัก 100 g มี BaCl2 ละลายอยู่ 12
g
สารละลายหนัก 50 g มี BaCl2 ละลายอยู่ =
50 g x 12 g = 6 g
100
g
ถ้าต้องการ BaCl2 208.3 g ต้อง
ใช้ BaCl2 . 2H2O 244.3 g
ดังนั้น เมื่อต้องการ BaCl2 6 g ต้อง
ใช้ BaCl2 . 2H2O = 6 g x 244.3
208.3 g
= 7.04
g ดังนั้น ต้องใช้ BaCl2 . 2H2O หนัก 7.04
Ex ถ้าต้องการเตรียมสารละลาย BaCl2 เข้มข้น
12 % โดยน้าหนัก ปริมาณ 50 g จากเกลือ
BaCl2.2H2O และน้าบริสุทธิ์ จะเตรียม ได้
อย่างไร
จานวนโมลของตัวถูกละลายที่ละลายอยู่ใน
สารละลายปริมาตร
1 dm3 (1 L, 1000 cm3)
mol = MV =
จานวนสาร (กรัม)
1000
มวลโมเลกุล
เมื่อ M = ความเข้มข้น หน่วย
2. โมลาริตี (Molarity
ใช้บอกจานวนโมลของตัวถูกละลายในตัวทา
ละลาย 1 กิโลกรัม
m = W(ตัวถูกละลาย) x
1000
M.W. x W(ตัวทา
ละลาย)
เมื่อ m = ความเข้มข้น
(โมลต่อกิโลกรัม)
3. โมแลลลิตี (Molalit
Ex น้าตาลซึ่งมีสูตร C12H22O11 หนัก 10 g
ละลายน้า 125 g จะมี
ความเข้มข้นกี่โมแลล
น้า 125 g มีน้าตาลละลายอยู่ 10 g
น้า 1000 g มีน้าตาลละลายอยู่ 10 g
x 1000 g = 0.23
342 x 125 g
ดังนั้น สารละลายเข้มข้น 0.23 โมแลล
จานวนกรัมสูตรของตัวถูกละลายที่
ละลายอยู่ในสารละลาย 1 dm3
หน่วย เป็ น ฟอร ์มาล (Farmal, F)
Ex ถ้าต้องการเตรียมสารละลาย Pb(NO3)2
เข้มข้น 0.1 F 1 dm3
จะต้องใช้ Pb(NO3)2 หนักเท่าใด
สารละลาย Pb(NO3)2 เข้มข้น 0.1 F
หมายถึง สารละลาย Pb(NO3)2 1 dm3 มี
Pb(NO3)2 ละลายอยู่ 0.1 กรัมสูตร
4. ฟอร ์มาลิตี (Forma
จานวนกรัมสมมูลของตัวถูกละลายที่
ละลายอยู่ในสารละลาย 1 dm3 หน่วย
เป็ น นอร ์มาล (Normal, N)
จานวนกรัมสมมูล = น้าหนัก (g)
น้าหนักกรัมสมมูล
5. นอร ์มาลิตี (Norma
ก.) HNO3 7.88 g ในสารละลาย 1
dm3
น้าหนักสูตร
ของ HNO3 = 63.0 g
น้าหนักสมมูลของ HNO3 = 63
/ 1 = 63.0 g
ดังนั้น สารละลาย 1 dm3 มี HNO3 ละลาย
อยู่ = 7.88
63.0
จงคานวณหานอร ์มาลิตีของสา
ข.) Na2CO3 26.5 g ในสารละลาย 1 dm3
น้าหนักสูตร
ของ Na2CO3 = 106.0 g
น้าหนักสมมูลของ Na2CO3 =
106 / 2 = 53.0 g
ดังนั้นสารละลาย 1
dm3 มี Na2CO3 ละลายอยู่ = 26.5
53.0
= 0.5 กรัม
สมมูล
ดังนั้น นอร ์มาลิตีของสารละลาย Na2CO3
จงคานวณหานอร ์มาลิตีของสา
คือ จานวนโมล ของสารองค์ประกอบ
นั้นหารด้วยจานวน โมลของสาร
องค์ประกอบทั้งหมดในสารละลาย เช่น ถ้า
สารละลายประกอบด้วยองค์ประกอบ 2 ชนิด
เศษส่วนโมล ของแต่ละสารองค์ประกอบ
เขียนได้ดังนี้
X1 = n1 X2 =
n2
n1 + n2
n1 + n2
6. เศษส่วนโมล (Mole F
เมื่อ X1 และ X2 เป็ นเศษส่วนโมลของสาร
องค์ประกอบที่ 1 และ 2 ในสารละลาย
ตามลาดับ n1 และ n2 เป็ นจานวนโมลของ
สารองค์ประกอบที่ 1 และ 2 ในสารละลาย
ตามลาดับผลบวกของเศษส่วนโมลของสาร
องค์ประกอบทั้งหมดเท่ากับ 1 เสมอนั่นคือ
X1 + X2 + X3 + ... = 1
จานวนโมลของของน้า = 36 /
18 = 2.0 mol
จานวนโมลของกลีเซอรีน =
46 / 92 = 0.5 mol
ดังนั้นจานวนโมลทั้งหมด =
2.0 + 0.5 = 2.5 mol
ดังนั้นเศษส่วนโมลของน้า =
2.0 / 2.5 = 0.8
ดังนั้นเศษส่วนโมลของกลีเซอรีน =
0.5 / 2.5 = 0.2
Ex สารละลายประกอบด้วยน้า 36 g และ
กลีเซอรีน (C3H5(OH)3)
46 g จงคานวณหาเศษส่วนโมลของน้า
และกลีเซอรีน
ประเภทของปฏิกิริยาเคมี
1.ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลข oxidation ของสารใน
ปฏิกิริยา เช่น
ปฏิกิริยากรด - เบส
NaOH(aq) + HCl(aq) ----------->
NaCl(aq) + H2O(aq)
2.มีการเปลี่ยนแปลงเลข oxidation ได ้แก่
ปฏิกิริยา oxidation- reduction หรือปฏิกิริยา
redox
• มีการเพิ่มเลข oxidation -----------> oxidation
reaction
• มีการลดเลข oxidation -----------> reduction
ปฏิกิริยารีดอกซ ์
2Ca(s) + O2(g)  2CaO(s)
Ca(s) + 2H+(aq)  Ca2+(aq) +
H2(g)
Oxidation Reaction
• สารที่เกิด oxidation reaction อะตอมมีเลข
oxidation เพิ่มขึ้น
• ตัวรีดิวซ์ (reducing agent) : สารให ้
อิเล็กตรอน
Reduction Reaction
• สารที่เกิด reduction reaction อะตอมมีเลข
เลขออกซิเดชัน
(Oxidation number)
หลักการกาหนดเลขออกซิเดชัน
1. ธาตุอิสระ มีเลขออกซิเดชันเป็น 0
2. ไอออนที่มีอะตอมเดียวเลขออกซิเดชัน เท่ากับ
ประจุบนไอออนนั้น
• Li+ เลขออกซิเดชัน เป็น +1
• Ba2+ เลขออกซิเดชัน เป็น +2
• O2- เลขออกซิเดชัน เป็น -2
ออกซิเดชัน: จานวนประจุบนอะตอมในโมเ
มมติว่ามีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนอย่างสมบูร
3. โลหะหมู่ IA มีเลขออกซิเดชัน เป็น +1
โลหะหมู่ IIA มีเลขออกซิเดชัน เป็น +2
4. เลขออกซิเดชัน ของoxygen ใน
สารประกอบเป็น -2
• H2O
• MgO
• ยกเว ้น peroxide เป็น -1 เช่น H2O2
5. เลขออกซิเดชันของ H เป็น +1 แต่ถ ้าเกิด
พันธะกับโลหะ
อัลคาไลน์จะมีค่าเป็น -1
• LiH
เลขออกซิเดชัน
(Oxidation number)
6. ธาตุหมู่ VII A มีเลขออกซิเดชันเป็น -1
ยกเว ้นมื่อรวมกับ oxygen
• HClO เป็น +1
7. โมเลกุลที่เป็นกลาง ผลบวกของเลข
ออกซิเดชันของอะตอมทั้งหมดมีค่าเป็นศูนย์
เช่น
• HCl H เลขออกซิเดชัน +1 Cl
เลขออกซิเดชัน -1
8. ไอออนที่มีหลายอะตอม ผลบวกของเลข
ออกซิเดชันของอะตอมทั้งหมดมีค่าเท่ากับ
ประจุสุทธิของไอออน
2- -
เลขออกซิเดชัน
(Oxidation number)
การดุลสมการเคมีอย่างง่าย
1. เริ่มจากโมเลกุลใหญ่สุด หรือโมเลกุลที่
ประกอบด ้วยธาตุมากสุด
2. ดุลโลหะ
3. ดุลอโลหะ (ยกเว ้น H และ O)
4. ดุล H และ O
5. ตรวจจานวนทุกธาตุในสมการ
6. ถ ้ายังไม่ดุลทาซ้าข ้อ 2 - 5 อีกครั้งหนึ่ง
ตัวอย่าง
Na2O2 + H2O  NaOH + O2
ข ้อ 1,2 Na2O2 + H2O  2
NaOH + O2
ข ้อ 3 ไม่ต ้องใช ้
ข ้อ 4 Na2O2 + 2H2O  2
NaOH + O2
ข ้อ 5 H ไม่ดุล
การดุลสมการรีดอกซ ์
• ดุลแบบเลขออกซิเดชัน
• ดุลแบบครึ่งปฏิกิริยา
ในสารละลายกรด
ในสารละลายเบส
ดุลแบบเลขออกซิเดชัน
• หาเลขออกซิเดชัน
• ดุลเฉพาะอะตอมที่มีการเปลี่ยนเลขออกซิเดชัน
• หาอัตราส่วนอย่างต่าของการเพิ่มและการลด
ของเลขออกซิเดชัน
• คูณไขว ้อัตราส่วนที่หาได ้
• ดุลประจุรวมของสมการทั้งสองข ้างให ้เท่ากัน
• ตรวจดูว่าจานวนอะตอมแต่ละธาตุในสมการ
เท่ากันหรือไม่
• ถ ้าสัมประสิทธิ์ที่ดุลแล ้วยังไม่เป็นสัดส่วนอย่าง
ตัวอย่างการดุลแบบเลข
ออกซิเดชัน
CrO4
2- + SO3
2- + H2O --------
Cr(OH)4
- + SO4
2- + OH-
ดุลแบบครึ่งปฏิกิริยา
• พิจารณาเลขออกซิเดชัน
• แยกสมการเป็น 2 ปฏิกิริยา (รีดักชันและ
ออกซิเดชันพร ้อมดูอิเล็กตรอน)
• ดุล O ด ้วย H2O
• ดุล H ด ้วย H+
• ดุล H+ ด ้วย OH- (ในสารละลายเบส
เท่านั้น)
• ดุลอิเล็กตรอนให ้เท่ากันทั้ง 2 ปฏิกิริยา
ตัวอย่างการดุลแบบครึ่ง
ปฏิกิริยา
ในสารละลายกรด Zn + NO3
- -----------
 Zn2+ + NH4
+
ในสารละลายเบส Al + NO3
- -------------
 Al(OH)4
- + NH3
ตัวอย่างการดุลแบบครึ่ง
ปฏิกิริยา
แบบฝึ กหัดท้ายบท
จงคานวณจานวนโมลของ Sn 1
วิธีทา ใช้สูตร โมล = น้าหน
น
Sn 17.5 g = 17.5
118.7 g/m
= 0.147
วิธีทา
CH3OH 0.20 mol = (
= 6
จงคานวณมวลเป็ นกรัมของเมทิลแ
(CH3OH) 0.20 mol
แบบฝึ กหัดท้ายบท
เบนซีน (C6H6) 6.0 g มีจานวนโม
แบบฝึ กหัดท้ายบท
วิธีทา
C6H6 6.0 g = (6.0 g)
(6.02 x 1023 molecule/mol)
(78
g/mol)
= 4.62 x 1022
ออกไซด์หนึ่งมีไนโตรเจน 30.4 %
เป็ นองค์ประกอบ
จงหาสูตรเอมพิริกัลของสารนี้ วิธี
ทา มี N 30.4 %
 มี 0 = 100 - 30.4 = 69.6 %
อัตราส่วนโดยน้าหนัก N : O =
30.4 : 69.6
อัตราส่วนโดยโมลของ N : O =
แบบฝึ กหัดท้ายบท
ไดไนโตรเจนเพนตะออกไซด์(N2O5)
25.0 g มี
ไนโตรเจนอะตอมกี่โมลและกี่กรัม
วิธีทา N2O5 25.0 g = 25.0 g
= 0.231 mol
108 g/mol
N2O5 1 mol มี N อยู่ 2 mol
N2O5 0.231 mol มี N อยู่ = (2
mol)(0.231 mol) = 0.462 mol
แบบฝึ กหัดท้ายบท
เอทิลีนโบรไมด์(C2H4Br2) ทาปฏิกิริยาเผา
ไหม้กับตะกั่ว (Pb) ดังสมการ ถ้าใช้
C2H4Br2 0.80 mol ทาปฏิกิริยากับ Pb
145.0 g และมีออกซิเจนอย่างเหลือเฟื อ
C2H4Br2 + Pb + O2 --------> PbBr4 +
CO2 + H2O
ก. สารใดเป็ นสารกาหนดปริมาณ
ข. มีสารใดเหลือและเหลือกี่กรัม
ค. O2 ถูกใช้ไปกี่โมล
ง. มี CO2 เกิดขึ้นกี่ลิตร STP
แบบฝึ กหัดท้ายบท
ได้สมการที่ดุลแล้วดังนี้
2C2H4Br2 + Pb + 6O2 ----->
PbBr4 + 4CO2 + 4H2O
แบบฝึ กหัดท้ายบท
ก. Pb 145.0 g =
145.0 g
207.2 g/mol
=
0.700 mol
่
ข. C2H4Br2 2 mol ทาปฏิกิริยากับ Pb
207.2 g
C2H4Br2 0.80 mol ทาปฏิกิริยากับ
Pb (207.2 g)(0.80 mol)
2 mol
= 82.88 g
 Pb เหลือ
แบบฝึ กหัดท้ายบท
ค. O2 ใช้ไป = (0.80 mol) (6)
2
= 2.4 mol
ง. CO2 เกิดขึ้น = (0.80 mol) (4)
2
= 1.60 mol
= (1.60 mol)(22.4
= 35.84 l ที่ STP
แบบฝึ กหัดท้ายบท
จ. จากสมการที่ดุลได้ PbBr4 = (0.80
mol)(1) = 0.40 mol
2
=
(0.40 mol)(527.2 g/mol)
=
210.9 g
=
ผลผลิตตามทฤษฎี
แบบฝึ กหัดท้ายบท
จากการทดลองเตรียม C6H5Br จากปฏิกิริยา
ของ C6H6 และ Br2 เกิดขึ้นตามสมการ
C6H6 (l) + Br2 (g) C6H5Br (l) +
HBr (g)
การทดลองนี้มีผลผลิตจากปฏิกิริยาข้างเคียง
เกิดขึ้นด้วยคือ C6H4Br2 จงหา
ก.เมื่อใช้ C6H6 15.0 g จงคานวณหาผลผลิต
ตามทฤษฎีของ C6H5Br
ข.ถ้าการทดลองนี้มี C6H4Br2 เกิดขึ้น 2.50 g จง
แบบฝึ กหัดท้ายบท
แบบฝึ กหัด : การดุลสมการ
เคมี
• B2O3(s) + H2O(l)  H3BO3(aq)
• Cu(s) + AgNO3(aq)  Ag(s) +
Cu(NO3)2(aq)
• NH3(g) + O2(g)  NO(g) +
H2O(l)
• C3H6O(l) + O2(g)  CO2(g) +
H2O(l)
• NH3(g) + O2(g)  NO(g) + H2O(g)
• C12H22O11(s) + O2(g)  CO2(g) +
1. เคมีเล่ม 1 (ทบวงมหาวิทยาลัย),
พิมพ์ครั้งที่ 9,
สานักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ อจท.
จากัด. กรุงเทพฯ, 2539.
2. ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์, หลักเคมี1
(ฉบับปรับปรุง),
พิมพ์ครั้งที่ 3, สานักพิมพ์โอเดียนส
โตร ์, กรุงเทพฯ, 2539.
หนังสือ
อ้างอิง

1482139114.ppt