ห น า | 1
ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง
ใบความรู เรื่อง การทํานายรูปรางโมเลกุลโคเวเลนต
• รูปรางโมเลกุลโคเวเลนต
รูปรางโมเลกุลโคเวเลนต คือ การจัดอะตอมตางๆแบบสามมิติ ในโมเลกุลโคเวเลนตรูปราง
โมเลกุลมีความสัมพันธตอสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของสารนั้น โมเลกุลที่มีรูปรางตางๆกันจะมี
การจัดเรียงอะตอมที่ทําใหมุมพันธะและความยาวพันธะแตกตางกัน
การทํานายรูปรางโมเลกุลโคเวเลนต พิจารณาจาก
1. จํานวนอิเล็กตรอนคูรวมพันธะรอบอะตอมกลาง (Bond pair electrons)
2. จํานวนอิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยวรอบอะตอมกลาง (Lone pair electrons)
ปจจัยที่มีผลตอขนาดมุมพันธะของรูปรางโมเลกุลโคเวเลนต มีดังนี้
1. แรงผลักระหวางอิเล็กตรอน มี 2 แบบ คือ อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว กับ อิเล็กตรอนคูรวมพันธะ ซึ่งมี
ความสัมพันธของแรงผลักของอิเล็กตรอน ดังนี้
2. คา EN ของอะตอมกลาง
• ถาอะตอมกลาง มีคา EN มาก : อะตอมลอมรอบเขาใกลอะตอมกลาง อิเล็กตรอนเกิดการผลักกัน
มุมพันธะกวาง
• ถาอะตอมกลาง มีคา EN นอย : อะตอมลอมรอบออกหางจากอะตอมกลาง อิเล็กตรอนไมเกิดการ
ผลักกัน พันธะแคบ
ห น า | 2
ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง
รูปรางโมเลกุลสามารถพิจารณาไดจาก ทฤษฎีการผลักคูอิเล็กตรอนในวงเวเลนซ (valence
shell electron pair repulsion theory ; VSEPR) ซึ่งใชทํานายรูปรางโมเลกุลโคเวเลนตในกรณีที่มี
อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว (อิเล็กตรอนที่ไมไดใชสรางพันธะ) เหลืออยูในโมเลกุล สามารถเขียนสูตรไดเปน
ABE
เมื่อ A เปนอะตอมกลาง
B เปนอะตอมลอมรอบ หรือ ลิแกนด
E เปนสัญลักษณแทน คูอิเล็กตรอนที่ไมใชสรางพันธะ (อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว)
1. ถานับจํานวนพันธะได 2 จะมีรูปรางดังนี้
AB2 เสนตรง เชน CO2 BeCl2
AB2E มุมงอ เชน SO2 O3
AB2E2 มุมงอ เชน H2O SCl2
AB2E3 เสนตรง เชน XeF2 KrF2
2. ถานับจํานวนพันธะได 3 จะมีรูปรางดังนี้
AB3 สามเหลี่ยมแบนราบ เชน BF3 SO3
AB3E พีระมิดฐานสามเหลี่ยม เชน NH3 PCl3
AB3E2 T – Shaped เชน ICl3 BrF3
ห น า | 3
ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง
3. ถานับจํานวนพันธะได 4 จะมีรูปรางดังนี้
AB4 ทรงสี่หนา เชน CCl4 SiH4
AB4E See-saw (ทรงสี่หนาบิดเบี้ยว) เชน SF4 TeCl4
AB4E2 สี่เหลี่ยมแบนราบ (Square planar) เชน XeF4 KrF4
4. ถานับจํานวนพันธะได 5 จะมีรูปรางดังนี้
AB5 พีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม เชน PCl5 AsF5
AB5E พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม เชน IF5 XeOF4
5. ถานับจํานวนพันธะได 6 จะมีรูปรางดังนี้
AB6 ทรงแปดหนา เชน SF6 SeF6
ห น า | 4
ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง
รูปราง มุมระหวางพันธะ สัญลักษณ ตัวอยางสารประกอบ
รูปเสนตรง (Linear) 180o
, 1 มุม AB2 H2,N2,HCl
(มีพันธะโคเวเลนต 1 พันธะ)
BeCl2, CO2 , HCN , C2H2 , N2O
รูปสามเหลี่ยมแบนราบ
(Trigonal plane)
120o
, 3 มุม AB3 BF3,GaI3,SO3,NO3
-
,CO3
2-
C2H4 สามเหลี่ยมแบนราบ 2 รูป
รูปทรงสี่หนา
(Tetrahedral)
109.5o
, 6 มุม AB4 CH4, SiCl4, CCl4,NH4
+
,SO4
2-
,BF4
-
,PO4
3-
,HPO3
2-
,MnO4
-
,ClO4
-
รูปพีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม
(Trigonal bipyramidal)
90o
, 6 มุม
120o
, 3 มุม
AB5 PCl5 , SbCl5 , AsF5 , BiCl5
รูปทรงแปดหนา
(Octahedral)
90o
และ 180o
AB6 SeF6 , TeF6, PCl6
-
, SF6 , SiF6
2-
,
Fe(CN)6
3-
รูปพีระมิดฐานสามเหลี่ยม
(Trigonal pyramidal)
นอยกวา 109.5o
AB3E1 NH3,PH3,NCl3,PCl3,AsCl3,H3O+
,SOCl2
, XeO3 , ClO3
-
,SO3
2-
รูปมุมงอหรือรูปตัววี
(V-shaped)
นอยกวา 180o
AB2E1 SO2 , O3 , NO2
-
,NOBr , SnCl2 , SnF2
AB2E2 H2O , H2S , ClO2
-
รูปตัวที
(T-shaped)
90o
และ 180o
AB3E2 ClF3 , ICl3
รูปเสนตรง
(Linear)
180o
AB2E3 KrF2,XeF2 , I3
-
, ICl2
-
รูปพีระมิดฐานสี่เหลี่ยม
(Square pyramidal)
90o
และ 180o
AB5E1 IF5 , BrF5 , AlF5
รูปสี่เหลี่ยมแบนราบ
(Square planar)
90o
และ 180o
AB4E2 XeF4 , BrF4
-
, KrF4
รูปมากระดานหกหรือรูปทรงสี่
หนาบิดเบี้ยว
(See-saw or Irregular
tetrahedral)
90o
, 120o
และ 180o
AB4E1 SF4 , SeF4,TeCl4
หมายเหตุ โมเลกุลที่มีรูปรางดังตอไปนี้ รูปเสนตรง มุมงอ สามเหลี่ยมแบนราบ ตัวที สี่เหลี่ยมแบนราบ เปนรูป 2 มิติ
สวนรูปพีระมิดฐานสามเหลี่ยม ทรงสี่หนา พีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม ทรงแปดหนา พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม มากระดานหก เปนรูปแบบ 3 มิติ
กําหนดให A คืออะตอมกลาง B คือ อะตอมขางเคียง และ E คือ อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว
แรงผลักระหวางคูอิเล็กตรอน : e-
คูโดดเดี่ยว กับ e-
คูโดดเดี่ยว > e-
คูโดดเดี่ยว กับ e-
คูรวมพันธะ > e-
คูรวมพันธะ กับ e-
คูรวม
มาลองฝกวาดโครงสรางกัน 

ใบความรู้ เรื่อง การทำนายรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์

  • 1.
    ห น า| 1 ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง ใบความรู เรื่อง การทํานายรูปรางโมเลกุลโคเวเลนต • รูปรางโมเลกุลโคเวเลนต รูปรางโมเลกุลโคเวเลนต คือ การจัดอะตอมตางๆแบบสามมิติ ในโมเลกุลโคเวเลนตรูปราง โมเลกุลมีความสัมพันธตอสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของสารนั้น โมเลกุลที่มีรูปรางตางๆกันจะมี การจัดเรียงอะตอมที่ทําใหมุมพันธะและความยาวพันธะแตกตางกัน การทํานายรูปรางโมเลกุลโคเวเลนต พิจารณาจาก 1. จํานวนอิเล็กตรอนคูรวมพันธะรอบอะตอมกลาง (Bond pair electrons) 2. จํานวนอิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยวรอบอะตอมกลาง (Lone pair electrons) ปจจัยที่มีผลตอขนาดมุมพันธะของรูปรางโมเลกุลโคเวเลนต มีดังนี้ 1. แรงผลักระหวางอิเล็กตรอน มี 2 แบบ คือ อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว กับ อิเล็กตรอนคูรวมพันธะ ซึ่งมี ความสัมพันธของแรงผลักของอิเล็กตรอน ดังนี้ 2. คา EN ของอะตอมกลาง • ถาอะตอมกลาง มีคา EN มาก : อะตอมลอมรอบเขาใกลอะตอมกลาง อิเล็กตรอนเกิดการผลักกัน มุมพันธะกวาง • ถาอะตอมกลาง มีคา EN นอย : อะตอมลอมรอบออกหางจากอะตอมกลาง อิเล็กตรอนไมเกิดการ ผลักกัน พันธะแคบ
  • 2.
    ห น า| 2 ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง รูปรางโมเลกุลสามารถพิจารณาไดจาก ทฤษฎีการผลักคูอิเล็กตรอนในวงเวเลนซ (valence shell electron pair repulsion theory ; VSEPR) ซึ่งใชทํานายรูปรางโมเลกุลโคเวเลนตในกรณีที่มี อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว (อิเล็กตรอนที่ไมไดใชสรางพันธะ) เหลืออยูในโมเลกุล สามารถเขียนสูตรไดเปน ABE เมื่อ A เปนอะตอมกลาง B เปนอะตอมลอมรอบ หรือ ลิแกนด E เปนสัญลักษณแทน คูอิเล็กตรอนที่ไมใชสรางพันธะ (อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว) 1. ถานับจํานวนพันธะได 2 จะมีรูปรางดังนี้ AB2 เสนตรง เชน CO2 BeCl2 AB2E มุมงอ เชน SO2 O3 AB2E2 มุมงอ เชน H2O SCl2 AB2E3 เสนตรง เชน XeF2 KrF2 2. ถานับจํานวนพันธะได 3 จะมีรูปรางดังนี้ AB3 สามเหลี่ยมแบนราบ เชน BF3 SO3 AB3E พีระมิดฐานสามเหลี่ยม เชน NH3 PCl3 AB3E2 T – Shaped เชน ICl3 BrF3
  • 3.
    ห น า| 3 ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง 3. ถานับจํานวนพันธะได 4 จะมีรูปรางดังนี้ AB4 ทรงสี่หนา เชน CCl4 SiH4 AB4E See-saw (ทรงสี่หนาบิดเบี้ยว) เชน SF4 TeCl4 AB4E2 สี่เหลี่ยมแบนราบ (Square planar) เชน XeF4 KrF4 4. ถานับจํานวนพันธะได 5 จะมีรูปรางดังนี้ AB5 พีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม เชน PCl5 AsF5 AB5E พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม เชน IF5 XeOF4 5. ถานับจํานวนพันธะได 6 จะมีรูปรางดังนี้ AB6 ทรงแปดหนา เชน SF6 SeF6
  • 4.
    ห น า| 4 ใบความรูนี้เปนสวนหนึ่งของนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู เรียบเรียงโดย นายวิทวัส จําปาทอง รูปราง มุมระหวางพันธะ สัญลักษณ ตัวอยางสารประกอบ รูปเสนตรง (Linear) 180o , 1 มุม AB2 H2,N2,HCl (มีพันธะโคเวเลนต 1 พันธะ) BeCl2, CO2 , HCN , C2H2 , N2O รูปสามเหลี่ยมแบนราบ (Trigonal plane) 120o , 3 มุม AB3 BF3,GaI3,SO3,NO3 - ,CO3 2- C2H4 สามเหลี่ยมแบนราบ 2 รูป รูปทรงสี่หนา (Tetrahedral) 109.5o , 6 มุม AB4 CH4, SiCl4, CCl4,NH4 + ,SO4 2- ,BF4 - ,PO4 3- ,HPO3 2- ,MnO4 - ,ClO4 - รูปพีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม (Trigonal bipyramidal) 90o , 6 มุม 120o , 3 มุม AB5 PCl5 , SbCl5 , AsF5 , BiCl5 รูปทรงแปดหนา (Octahedral) 90o และ 180o AB6 SeF6 , TeF6, PCl6 - , SF6 , SiF6 2- , Fe(CN)6 3- รูปพีระมิดฐานสามเหลี่ยม (Trigonal pyramidal) นอยกวา 109.5o AB3E1 NH3,PH3,NCl3,PCl3,AsCl3,H3O+ ,SOCl2 , XeO3 , ClO3 - ,SO3 2- รูปมุมงอหรือรูปตัววี (V-shaped) นอยกวา 180o AB2E1 SO2 , O3 , NO2 - ,NOBr , SnCl2 , SnF2 AB2E2 H2O , H2S , ClO2 - รูปตัวที (T-shaped) 90o และ 180o AB3E2 ClF3 , ICl3 รูปเสนตรง (Linear) 180o AB2E3 KrF2,XeF2 , I3 - , ICl2 - รูปพีระมิดฐานสี่เหลี่ยม (Square pyramidal) 90o และ 180o AB5E1 IF5 , BrF5 , AlF5 รูปสี่เหลี่ยมแบนราบ (Square planar) 90o และ 180o AB4E2 XeF4 , BrF4 - , KrF4 รูปมากระดานหกหรือรูปทรงสี่ หนาบิดเบี้ยว (See-saw or Irregular tetrahedral) 90o , 120o และ 180o AB4E1 SF4 , SeF4,TeCl4 หมายเหตุ โมเลกุลที่มีรูปรางดังตอไปนี้ รูปเสนตรง มุมงอ สามเหลี่ยมแบนราบ ตัวที สี่เหลี่ยมแบนราบ เปนรูป 2 มิติ สวนรูปพีระมิดฐานสามเหลี่ยม ทรงสี่หนา พีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม ทรงแปดหนา พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม มากระดานหก เปนรูปแบบ 3 มิติ กําหนดให A คืออะตอมกลาง B คือ อะตอมขางเคียง และ E คือ อิเล็กตรอนคูโดดเดี่ยว แรงผลักระหวางคูอิเล็กตรอน : e- คูโดดเดี่ยว กับ e- คูโดดเดี่ยว > e- คูโดดเดี่ยว กับ e- คูรวมพันธะ > e- คูรวมพันธะ กับ e- คูรวม มาลองฝกวาดโครงสรางกัน 