Physics Online III                      http://www.pec9.com              บทที่ 10 ความรอน

                               ฟ สิ ก ส บทที่ 10 ความร อ น
  ตอนที่ 1 ความรอน
     พลังงานความรอนที่ใชเปลี่ยนอุณหภูมิ หาคาไดจาก
               υQ = c m υt           หรอ ื      υQ = C υt

           เมือ
              ่      υ   Q = พลงงานความรอน (จล)
                                    ั                 ู
                          c = คาความจความรอนจาเพาะ (จล/กิโลกรัม.เคลวน)
                                        ุ          ํ     ู        ิ
                         υt = อุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ( K หรือ oC )

                         m = มวล (กิโลกรัม)
                          C = คาความจความรอน (จล / เคลวน)
                                      ุ                ู   ิ
1. จงหาพลังงานความรอนที่ทําใหเหล็กมวล 200 กรัม ทอณหภมิ 20 องศาเซลเซียส มี
                                                  ่ี ุ ู
   อณหภมสงขนเปน 60 องศาเซลเซียส
    ุ ู ิ ู ้ึ 
        ( กําหนด คาความจุความรอนจําเพาะของเหล็กเทากับ 450 J /kg.K )          ( 3600 จล )
                                                                                        ู
วธทา
 ิี ํ



2. ใหพลังงานความรอนแกตะกั่ว 252 จล ถาตะกั่วมีมวล 1 กิโลกรัม จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเทาใด
                                    ู
   (ความจความรอนจาเพาะของตะกว = 126 จล/กิโลกรัม.เคลวน)
          ุ     ํ               ่ั           ู             ิ                (2 K(oC))
วธทา
 ิี ํ



3. ใหพลังงานความรอนขนาด 3000 จล กับเหล็กทอนหนึ่ง ปรากฏวาเหล็กมีอุณหภูมิสูงขึ้น
                                ู
   จาก 30 องศาเซลเซียส เปน 80 องศาเซลเซียส จงหามวลของเหล็กกอนนี้
                           
   (กําหนด เหลกมคาความจความรอนจาเพาะ 0.500 กิโลจูล/กิโลกรัม.เคลวน) (0.12 kg)
               ็ ี      ุ     ํ                               ิ
วธทา
 ิี ํ



                                                30
Physics Online III                  http://www.pec9.com                  บทที่ 10 ความรอน
4. ยิงกระสุนปนทองแดง กระสุนกระทบเปาดวยความเร็ว 385 m/s กระสุนจะหยุดทันทีที่ชน
   เปาถา 3 ใน 4 ของพลังงานจลนเปลี่ยนเปนพลังงานความรอน จงหาวากระสุนปนจะมี
   อณหภมเิ พมเปนเทาใด ถาเดิมกระสุนมีอุณหภูมิ 27oC
      ุ ู ่ิ  
       กําหนด คาความจความรอนจาเพาะของทองแดง 0.385 kJ / kg.K
                     ุ      ํ                                       (171.38oC)
วธทา
 ิี ํ




5. น้าตก ตกจากหนาผาสูง 50 m ปรากฏวาพลังงานศักยเปลี่ยนเปนพลังงานความรอนเพียง
      ํ
   50 % ถาคาความจุความรอนจําเพาะของน้ําเทากับ 4.180 kJ/kg.k ถามวาน้ําจะมีอุณหภูมิ
   สูงขึ้นจากเดิมกี่องศาเซลเซียส                                                ( 0.059 )
วธทา
 ิี ํ




       พิจารณาการเปลี่ยนแปลงจากน้ําแข็งเปลี่ยนเปนน้ํา และจากน้ําเดือดกลายเปนไอตอ
  อุณหภูมิระหวางการเปลี่ยนแปลงเปนดังนี้
                    อุณหภูมิ ( o )
                                                          ไอน้า
                                                              ํ
                 100


                                         น้ํา
                     0
                                                                  เวลา


                         น้ําแข็ง
                                                31
Physics Online III               http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
       การเปลี่ยนแปลงจาก ของแขง ไปเปนของเหลว และจากของเหลวไปเปนไอ ทุกขันตอน
                                 ็                                        ้
          จะเปนการเปลยนแปลงแบบดดความรอน
                        ่ี         ู      
          ( ถาเปลี่ยนยอนกลับ จากไอเปนของเหลว หรือจากของเหลวเปนของแข็ง จะเปน
                                      
             การเปลี่ยนแปลงแบบคายความรอน )
       พลังงานความรอนที่ดูดเขาไปในชวงเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเปนของเหลว ( ชวง
                                                                             
        ในรูปภาพ ) จะใชไปเพื่อสลายแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลของแข็ง ทําใหโมเลกุลของ
          แข็งถอยหางออกจากกัน แลวของแข็งจะเกิดการเปลี่ยนสถานะเปนของเหลว พลัง
          งานที่ใชเปลี่ยนสถานะชวงนี้ เรียก ความรอนแฝงสาหรบการหลอมเหลว
                                                       ํ ั
   พลังงานความรอนที่ดูดเขาไปในชวงเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเปนไอ ( ชวง ในรูป )
                                                                    
      จะใชไปเพื่อสลายแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลของเหลว ทําใหโมเลกุลของเหลวถอยหาง
      ออกจากกัน แลวของเหลวจะเกิดการเปลี่ยนสถานะเปนไอ พลังงานที่ใชเปลี่ยนสถานะ
      ชวงนี้ เรียก ความรอนแฝงสําหรับการกลายเปนไอ
   พลังงานความรอนที่ใชเปลี่ยนสถานะ หรือ ความรอนแฝง สามารถหาคาไดจาก
                      υQ = m.L

           เมือ υQ = พลงงานความรอน (จล)
              ่                ั            ู
                  m = มวล (กิโลกรัม)
                   L = คาความรอนแฝงจําเพาะ (จล/กิโลกรัม)
                                                  ู
6. น้ําแข็งมวล 5 kg อุณหภูมิ 0oC เปลี่ยนเปนน้ําที่ 0oC ตองใชพลังงานความรอนเทาใด
    กําหนด คาความรอนแฝงจาเพาะของการหลอมเหลวของนา 333 kJ / kg
                         ํ                            ํ้                 (1665 kJ)
วธทา
 ิี ํ



7. ถาจะทําใหน้ํา 100oC มวล 5 kg เปลี่ยนเปนไอน้ําหมดที่ 100oC ตองใชความรอนเทาใด
   กําหนด คาความรอนแฝงจําเพาะการกลายเปนไอของน้ํา 2256 kJ / kg          (11280 kJ)
วธทา
 ิี ํ


                                         32
Physics Online III              http://www.pec9.com               บทที่ 10 ความรอน
8. ใหพลังงานความรอนแกน้ําแข็ง (0oC) มวล 2 กิโลกรัม เปนปริมาณเทาไร เพอใหนาแขง
                                                                         ่ื  ํ้ ็
   กลายเปนน้ําและเหลือน้ําแข็ง 0.5 กิโลกรัม ใหความรอนแฝงจาเพาะของนาแขง 336 kJ/ kg
                                                         ํ          ํ้ ็
      1. 504 kJ         2. 336 kJ              3. 168 kJ          4. 94 kJ (ขอ 1)
วธทา
 ิี ํ




9(En 44/2) จงหาปรมาณความรอนททาใหนาแขงมวล 100 กรัม อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส
                     ิ          ่ี ํ  ํ้ ็
   กลายเปนน้ํามวล 100 กรัม อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส กําหนดใหความจุความรอนจําเพาะ
   ของน้ําเทากับ 4200 จูลตอกิโลกรัม เคลวน และความรอนแฝงจําเพาะของการหลอมเหลว
                                           ิ
   ของน้ําแข็งเทากับ 333 กิโลจูลตอกิโลกรัม
      1. 33.7 kJ          2. 37.5 kJ         3. 75.3 kJ       4. 4233 kJ (ขอ 2)
วธทา
 ิี ํ




10. ตองการทาใหนาแขง 1 kg อุณหภูมิ –10o C เปลี่ยนเปนน้ํา 10oC ตองใชพลังงานความ
          ํ  ํ้ ็
   รอนเทาใด กําหนด คาความจความรอนจาเพาะของนาแขง 2.1 kJ/kg.k
                             ุ   ํ              ํ้ ็
                    คาความรอนแฝงจาเพาะการหลอมเหลวของนา 333 kJ/kg
                                  ํ                        ํ้
                    คาความจความรอนจาเพาะของนา 4.2 kJ/kg.k
                             ุ    ํ            ํ้                       (396 kJ)
วธทา
 ิี ํ




                                        33
Physics Online III                http://www.pec9.com                 บทที่ 10 ความรอน
11. นําเหล็กมวล 1 kg อุณหภูมิ 60oC ใสในน้ํา 1 kg อุณหภูมิ 0oC ในเวลาตอมา
   อุณหภูมิของน้ําและเหล็กเทากัน อยากทราบวาอุณหภูมินี้มีคาเทาใด ถาความจุความรอน
   จําเพาะของน้ําและเหล็กมีคา 4180 และ 500 J/kg.k ตามลําดับ                   (6.41oC)
วธทา
 ิี ํ




12. กอนอะลูมิเนียมมวล 200 กรัม อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส อยูในภาชนะที่เปนฉนวน
   เมอเทนาแขงอณหภมิ 0 องศาเซลเซียส มวล 70 กรัม ลงในภาชนะ จากนั้นปดภาชนะดวย
     ่ื ํ้ ็ ุ ู
   ฝาฉนวน อุณหภูมิสุดทายภายในภาชนะเปนเทาใด
   ( กําหนด คาความจุความรอนจําเพาะของอลูมเิ นียม = 0.9 KJ /kg.K
            คาความจุความรอนจําเพาะของน้า = 4.2 KJ /kg.K
                                         ํ
            คาความรอนแฝงของการหลอมเหลวของนา = 333 KJ / Kg )
                                                  ํ้                          ( 64.7o )
วธทา
 ิี ํ




                                          34
Physics Online III                 http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
13. ลกแซคเปนเครองดนตรชนดหนงทใชเ ขยาเปนจงหวะ การเขยาลูกแซคจนจบเพลง
      ู       ่ื      ี ิ ่ึ ่ี         ั
   อุณหภูมิภายในลูกแซคจะเปลี่ยนแปลงหรือไม อยางไร           ( อุณหภูมิเพิ่มขึ้น )
วธทา
 ิี ํ

14. แทงเหล็กมวล 5 กิโลกรัม และ 10 กิโลกรัม จะมีคาความรอนและคาความจุความรอน
   จาเพาะเทากนหรอตางกน อยางไร
      ํ      ั ื  ั                                                    ( เทากัน )
วธทา
 ิี ํ

15. A กบ B เปนวัตถุชนิดเดียวกัน แต A มีมวลมากกวา B ถา A และ B อยในทเ่ี ดยวกนขอใดถก
       ั                                                            ู      ี ั  ู
      ก. A มความรอนมากกวา B
             ี                               ข. A และ B มีความรอนเทากัน
      ค. A และ B มอณหภมเิ ทากน
                      ีุ ู  ั                 ง. ขอ ก. และ ค. ถูก
                                                                                (ขอ ง)
วธทา
 ิี ํ


   การนาความรอน คือ การสงผานความรอนโดยโมเลกุลของตัวกลางที่สงผานความรอนไม
       ํ       
                       ไดเคลื่อนที่ไปพรอมกับความรอนที่สงผาน
   การพาความรอน คือ การสงผานความรอนโดยโมเลกุลของตัวกลางที่สงผานความรอน
                 
                       เคลื่อนที่ไปพรอมกับความรอนที่สงผาน
   การแผรงสีความรอน คือ การสงพลังงานความรอนโดยไมตองอาศัยตัวกลาง เชน การสง
          ั                                                             
                       พลังงานความรอนขากดวงอาทิตยมาสูโลกของเรา เปนตน
                      ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦



  ตอนที่ 2 สมบตของแกส
              ั ิ   
    สมบัติของแกสจากการทดลอง
      กฏของบอยส กลาววา "เมออณหภมและมวลของแกสคงท่ี ปรมาตรของแกสจะแปรผก
                             ่ื ุ ู ิ                 ิ        
                            ผันกับความดันของแกสนั้น"
           เขียนเปนสมการจะได       P1V1 = P2V2
                 เมือ P1 = ความดนตอนแรก
                    ่                ั                  V1 = ปรมาตรตอนแรก
                                                                  ิ
                        P2 = ความดนตอนหลง
                                       ั      ั         V2 = ปรมาตรตอนหลง
                                                                    ิ   ั
               ควรระวัง สูตรนีใชไดเมืออุณหภูมิ และ มวลแกสคงที่
                              ้          ่
                                           35
Physics Online III                    http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
       กฏของชาลล กลาววา "เมื่อความดัน และมวลของแกสคงท่ี ปริมาตรของแกสใดๆ จะ
                                                    
                             แปรผนตรงกบอณหภมเิ คลวน"
                                    ั     ั ุ ู       ิ
                                       V1 V2
           เขียนเปนสมการจะได         T1 ν T2

               เมือ T1 = อุณหภูมเิ คลวินตอนแรก
                  ่                                V1 = ปรมาตรตอนแรก
                                                           ิ
                    T2 = อุณหภูมิเคลวินตอนหลัง     V2 = ปรมาตรตอนหลง
                                                             ิ     ั
               ควรระวัง สตรนใชไดเ มอ ความดัน และ มวลแกสคงที่
                         ู ้ี  ่ื
       กฏรวมของแกส
         เมอเรานากฏของบอลย และ กฏของชาลล มารวมกัน
           ่ื   ํ        
                                          PV    P2V
           จะไดกฏรวมของแกส คือ          11
                                           T1
                                              = T
                                                  2
                                                    2


               ควรระวัง สูตรนี้ใชไดเมื่อมวลของแกสที่มีคงที่เทานั้น
     หากมวลของแกสไมคงที่ ตองใชสมการ
                       P1V1 P2V2
                       m1T1 = m2T2
          เมือ P1 , P2 = ความดนตอนแรกและตอนหลง (atm , N/m2 , Pascal ,.)
                ่                   ั              ั
                  V1 , V2 = ปรมาตรตอนแรก และตอนหลัง (m3 , Lit , …)
                               ิ
                  T1 , T2 = อุณหภูมตอนแรก และตอนหลัง (K)
                                      ิ
                  m1 , m2 = มวลตอนแรก และตอนหลัง (g , kg , …)
     หากมความหนาแนนของแกสมาเกยวของ ตองใชสมการ
              ี                       ่ี 
                      P1      P
                    ≥1T1   = ≥2
                              2T2
         เมือ ≥1 , ≥2 = ความหนาแนนตอนแรก และตอนหลัง (kg/m3 , g/cm3 ,.)
            ่                             
16(มช 42) อากาศปริมาตร 2 ลูกบาศกฟุต อุณหภูมิ 17oC เคลอนผานพนผวทมอณหภมิ 77oC
                                                         ่ื  ้ื ิ ่ี ี ุ ู
   ถาความดันอากาศไมเปลี่ยนแปลงปริมาตรอากาศจะกลายเปนกี่ลูกบาศกฟุต        (ขอ 3)
                                                                              
         1. 0.4               2. 1.7            3. 2.4               4. 9.0
วธทา
 ิี ํ

                                                 36
Physics Online III                http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
17. ความดันแกสในภาชนะปดอันหนึ่งเปน 8x105 N/m2 ทอณหภมิ 27oC ถาอุณหภูมิเพิ่ม
                                                  ่ี ุ ู
   ขึ้น อก 900oC ความดันในระบบจะเปนเทาใด
         ี                                                    (32x105 N/m2)
วธทา
 ิี ํ




18(มช 45) แกสชนิดหนึ่งมีปริมาตร 1x10–3 ลูกบาศกเมตรที่ 27oC ความดัน 1 บรรยากาศ
   ขยายตวจนมปรมาตรเปน 1.5x10–3 ลูกบาศกเมตร และความดันเปน 1.1 บรรยากาศ
         ั    ี ิ       
   จงหาอุณหภูมิสุดทายของแกสนี้วาเปนกี่องศาเซลเซียส                   (ขอ 4)
                                                                           
      1. 49.5              2. 495                  3. 22.2       4. 222
วธทา
 ิี ํ




19. ที่ 0oC ความดัน 1 atm อากาศ 1 ลิตร มีมวล 1.29 g และที่อุณหภูมิ 27oC ความดัน
   2 atm อากาศมวล 2.73 g จะมีปริมาตรกี่ลิตร                            (1.16 ลิตร)
วธทา
 ิี ํ




20(En 32) ถาความหนาแนนของแกสที่อุณหภูมิ 27oC ความดัน 1 บรรยากาศ มีคาเทากับ
   1.3 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร จงคานวณหาความหนาแนนของแกสนทอณหภมิ 127oC และ
                                  ํ                       ้ี ่ี ุ ู
   มีความดัน 2 บรรยากาศ                                                          (ขอ 3)
      1. 0.55 kg/m3         2. 0.81 kg/m3     3. 1.95 kg/m3        4. 2.35 kg/m3
วธทา
 ิี ํ


                                          37
Physics Online III                 http://www.pec9.com                 บทที่ 10 ความรอน
21. ฟองอากาศปริมาตร 20 cm3 อยูกนทะเลสาบลึก 40 m และมอณหภมิ 2oC ถาฟองอากาศ
                                                      ีุ ู
   ลอยขนสผวนาซงมอณหภมิ 27oC จงหาปริมาตรของฟองอากาศซึ่งอยูที่ผิวน้ําพอดี (109 cm3)
        ้ึ ู ิ ํ้ ่ึ ี ุ ู
   กําหนด ความหนาแนนของนา = 1x103 kg/m3 และ ความดันบรรยากาศ = 1x105 N/m2
                           ํ้
วธทา
 ิี ํ




       สมการทใชคานวณเกยวกบการผสมแกส
              ่ี  ํ    ่ี ั          
           Pรวม . Vรวม = P1V1 + P2 V2 + …
           nรวม . tรวม = n1t1 + n2 t2 + …
           เมือ n = จานวนโมลแกส
              ่      ํ                 และ t = อุณหภูมิ (oC)
22. ถัง A มปรมาตร 40 cc บรรจแกสความดน 80 mm–Hg และ ถัง B มปรมาตร 60 cc บรรจุ
           ี ิ               ุ         ั                           ี ิ
   แกสความดัน 70 mm-Hg โดยที่ถังทั้งสองมีทอตอกันและมีลิ้นปดเปดอยู เมือเปดทอใหแกส
                                                                           ่
   ผสมกันแลวแกสจะมีความดันเทาใด                                             (74 mm-Hg)
วธทา
 ิี ํ




                                           38
Physics Online III               http://www.pec9.com                 บทที่ 10 ความรอน
23 (En 42/1) แกสฮีเลียมบรรจุในถังสองใบซึ่งเชื่อมตอกันผานวาลว ถังแรกมีความดัน 2
   บรรยากาศ ปรมาตร 10 ลิตร ถังที่สองมีความดัน 3 บรรยากาศ ปรมาตร 15 ลิตร
                   ิ                                                 ิ
   ถาเปดวาลวใหแกสรวมกัน โดยไมมีการถายเทความรอน จากนอกระบบความดันของแกส
   ผสมเปนกี่บรรยากาศ                                                          (2.60)
วธทา
 ิี ํ




24(มช 38) ผสมแกสฮีเลียม 2 โมล อุณหภูมิ 60oC กับแกสอารกอน 1 โมล อุณหภูมิ 30oC
   จงหาวาอุณหภูมิผสมเปนเทาใด                                           (ขอ 3)
                                                                            
      1. 40oC              2. 45oC           3. 50oC             4. 55oC
วธทา
 ิี ํ



25. เมื่อนําแกสฮีเลียม 5 mol ที่ 40oC และแกสนีออน 3 mol ที่ 20oC กับแกสอารกอน 4 mol
   ที่ 25oC มาผสมกัน จงหาอุณหภูมิของแกสผสม                                      (30oC)
วธทา
 ิี ํ




       สมการสถานะ
          PV = n R T        ถา R   =   คานจของแกส = 0.0821 Lit atm / mol.K
                                          ิ         
                                P   =   ความดันแกส (atm)
                                V   =   ปรมาตรแกส (Lit)
                                            ิ    
                            ถา R   =   คานจของแกส = 8.31 N.m / mol.K
                                           ิ          
                                P   =   ความดันแกส (N/m2)
                                V   =   ปรมาตรแกส (m3)
                                              ิ    
                                          39
Physics Online III             http://www.pec9.com                  บทที่ 10 ความรอน
       g       N
    n =m =
           6.02x1023
                     g = มวล (กรัม)                  1 m3 = 1000 Lit
                     m = มวลโมเลกุล                  1 Lit = 1000 cm3
                     N = จานวนโมเลกล
                          ํ         ุ                1 atm = 1.01 x 105 N/m2
26. ภาชนะ 2 ลิตร บรรจแกส CO2 มความดน 20.5 atm ทอณหภมิ –23oC มกโมล
                     ุ            ี ั           ่ี ุ ู          ี ่ี
      1. 4.0 โมล       2. 3.0 โมล   3. 2.0 โมล       4. 1.0 โมล      (ขอ 3)
                                                                       
วธทา
 ิี ํ




27. แกส (ก) 1 mol กับแกส (ข) 1 mol บรรจในกลองเดยวกนซงมปรมาตร 1 m3 โดยไมทา
                                       ุ    ี ั ่ึ ี ิ                  ํ
   ปฏิกิริยากันที่ 27oC ความดนแกสในกลองเปนเทาใด
                             ั                              (4986 N/m2)
วธทา
 ิี ํ



28. มีแกสอยู 4 โมล บรรจในภาชนะ 8.31 ลิตร ถาแกสมอณหภมิ 27oC จะมความดนเทาไร
                         ุ                     ีุ ู           ี    ั 
       1. 1.0 x 106 N/m2                   2. 1.1 x 106 N/m2
       3. 1.2 x 106 N/m2                   4. 1.4 x 106 N/m2          (ขอ 3)
                                                                        
วธทา
 ิี ํ




29. ถังบรรจุแกสออกซิเจน 560 ลิตร อณหภมิ 273 เคลวิน ความดัน 1 บรรยากาศ จงหามวล
                                   ุ ู
   ของออกซิเจนในถงน้ี
                   ั                                                  (800 กรัม)
วธทา
 ิี ํ



                                       40
Physics Online III              http://www.pec9.com              บทที่ 10 ความรอน
30. แกส N2 100 cm3 ทอณหภมิ 0oC ความดน 2 atm มกโมเลกล
                    ่ี ุ ู             ั          ี ่ี  ุ             (ขอ 3)
                                                                         
      1. 6.02 x 1023     2. 1.25 x 1020   3. 5.37 x 1021   4. 4.20 x 1015
วธทา
 ิี ํ




31. แกส N2 จํานวน 4.8 x 1024 โมเลกุล บรรจในภาชนะ 67.2 ลิตร ท่ี 0oC มความดันเทาไร
                                          ุ                            ี        
      1. 3.3 atm           2. 2.6 atm         3. 2.1 atm         4. 1.6 atm (ขอ 2)
                                                                              
วธทา
 ิี ํ




32(En 43/1) ถาอณหภมภายในหองเพมขนจาก 27oC เปน 37oC และ ความดันในหองไมเ ปลยน
              ุ ู ิ       ่ิ ้ึ                                            ่ี
   แปลงจะมีอากาศไหลออกจากหองกี่โมล หากเดิมมีอากาศอยูในหองจํานวน 2000 โมล
      1. 65          2. 940              3. 1620                4. 1940 (ขอ 1)
                                                                            
วธทา
 ิี ํ




                                        41
Physics Online III                                http://www.pec9.com                                  บทที่ 10 ความรอน
33. แกสออกซเิ จนในถงทมปรมาตร 40 ลกบาศกเ ดซเิ มตร เดมมความดน 20 บรรยากาศ
                  ั ่ี ี ิ      ู                   ิ ี   ั
   และมอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส ตอมาแกสรวไปบางสวนจนมความดน 4.0 บรรยากาศ
        ีุ ู                        ่ั                ี   ั
   และมอณหภมิ 20 องศาเซลเซียส จงหาวาแกสรวไปกกโลกรม
        ีุ ู                         ่ั       ่ี ิ ั
    ( กําหนด ออกซิเจน 1 โมลมีมวล 32 กรม )
                                      ั                                                                    ( 0.827 กิโลกรัม)
วธทา
 ิี ํ




                              ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦



  ตอนที่ 3 ทฤษฏจลนของแกส
               ี      
      เพอความสะดวกในการศกษาเรองราวเกยวกบแกส นกวทยาศาสตรจงไดสรางแบบ
        ่ื                                            ึ         ่ื           ่ี ั  ั ิ                         ึ  
 จาลองของแกสในอดมคตขน ซงมความดงน้ี
  ํ                            ุ              ิ ้ ึ ่ึ ี                ั
      1) แกสประกอบดวยโมเลกลจานวนมาก ทุกโมเลกุลมีลักษณะเปนกอนกลมที่มีขนาด
                                                        ุ ํ
            เทากน มความยดหยนสง ดงนนโมเลกลเหลานจะชนผนงและกระดอนแบบยดหยน
                   ั ี                       ื ุ ู ั ้ ั                      ุ  ้ี                   ั                   ื ุ
      2) ถอวาปรมาตรรวมของโมเลกลทกตวนอยมาก เมอเปรยบเทยบกบปรมาตรของกาซ
              ื  ิ                                                 ุ ุ ั                   ่ื ี ี ั ิ
            ทงภาชนะ จงสามารถตดปรมาตรของโมเลกลทงไปได
               ้ั                 ึ                      ั ิ                            ุ ้ิ
      3) ไมมแรงใดๆ กระทาตอโมเลกลไมวาจะเปนแรงผลกหรอแรงดด หรอแมกระทงแรง
                    ี                              ํ               ุ                          ั ื        ู    ื           ่ั
            โนมถวงโลกทกระทาตอโมเลกลดวย
                                     ่ี            ํ               ุ 
      4) โมเลกลทกโมเลกลจะเคลอนทเ่ี ปนเสนตรงแบบสบสนไรทศทาง และอาจเปลยนแนว
                           ุ ุ                  ุ          ่ื                                ั         ิ               ่ี
            การเคลอนทไดหากไปชนใสผนงภาชนะหรอชนกบโมเลกลแกสดวยกนเอง เรยกการ
                            ่ื ่ี                                  ั              ื            ั         ุ   ั            ี
            เคลอนทแบบนวา การเคลอนทแบบบราวนเ นยน
                       ่ื ่ี              ้ี                 ่ื ่ี                      ี
    และนกวทยาศาสตรยงสามารถหาความสมพนธระหวางความดนกบพลงานจลนเ ฉลยของ
           ั ิ                      ั                                     ั ั                       ั ั ั           ่ี
โมเลกุลแกสได ดงน้ี          ั                P V = 1 N m v2
                                                           3                     หรอ P V = 2 N m E k
                                                                                      ื                     3
34. เหตใดแกสจงฟงกระจายเตมภาชนะทบรรจุ และ สามารถบบอดใหมปรมาตรนอยลงกวา
       ุ  ึ ุ          ็          ่ี                   ี ั  ี ิ                    
   เดมไดมาก ( เพราะแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลแกสมีนอย โมเลกุลแกสจึงฟุงกระจายไดเต็มภาชนะ
     ิ 
                       บรรจุ และ โมเลกุลแกสจะอยูหางกัน ทีวางระหวางโมเลกุลมีมาก ดังนันเมือเราทําการบีบ
                                                              ่                        ้ ่
                       อัดโมเลกุลจะเบียดชิดเขาใกลกันได จึงทําใหปริมาตรของแกสโดยรวมลดลงได )
                                                               42
Physics Online III                    http://www.pec9.com                     บทที่ 10 ความรอน
35. เมออดแกสใหมปรมาตรลดลง ความดนของแกสจะเพมขนเพราะเหตใด
      ่ื ั   ี ิ             ั         ่ิ ้ึ      ุ
           ( เพราะเมื่อปริมาตรลดลง จะทําใหโมเลกุลพุงชนผนังภาชนะบรรจุแกสบอยขึ้น จึงทําให
               ความดันแกสที่กระทําตอภาชนะมีคาเพิ่มขึ้น )
                       ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦



   ตอนที่ 4 อตราเรวโมเลกลแกส
             ั    ็     ุ 
                                   Vrms =       v   2



                                   Vrms =    12 Ι 32 Ι 52 Ι 62
                                                     4
                                        =    1 Ι 9 Ι 25 Ι 36
                                                    4
                                        = 17.75
                                   Vrms = 4.21 m/s
                        3RT                  3kBT                           3P
           Vrms =        M         Vrms =      m         Vrms =             ″
           เมือ Vrms
              ่         =   อัตราเร็วรากทีสองของกําลังสองเฉลีย
                                          ่                  ่
                  T     =   อุณหภูมิ (K)
                  R     =   8.31 N.m/mol.K
                 kB     =   คานิจของโบสธมาล = 1.38 x 10–23 N.m/mol.K
                  P     =   ความดันแกส (N/m2)
                  ″     =   ความหนาแนน (kg/m3)
                  m     =   มวลแกส 1 โมเลกุล (kg) = มวลโมเลกุล x 1.66 x 10–27 kg
                  M     =   มวลแกส 1 โมล (kg) = มวลโมเลกุล x 10–3 kg
36(En 39) สมมตวาสามารถทดลองวดคาอตราเรวของโมเลกล แตละตัวไดทงหมด 5 โมเลกุล
                 ิ                ั  ั     ็           ุ          ้ั
   ไดการกระจายอัตราเร็วโมเลกุลดังตาราง จงหาคารากทีสองของกําลังสองเฉลียของอัตราเร็ว
                                                      ่                ่
                    อตราเรวโมเลกล (เมตรตอวนาที)
                      ั   ็      ุ        ิ            3 4 5
                    จํานวนโมเลกุล                       2 2 1
      1. 3.5 m/s            2. 3.9 m/s         3. 4.2 m/s        4. 4.5 m/s (ขอ 2)
                                                                               
วธทา
 ิี ํ

                                                43
Physics Online III              http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
37. จงหาอตราเรวของโมเลกุลแกสไฮโดรเจน (H2) ทอณหภมิ 27oC
         ั    ็                             ่ี ุ ู                        (1934 m/s)
วธทา
 ิี ํ




38. จงหา Vrms ของโมเลกุลของแกสออกซิเจน (O2) ทีมอณหภูมิ 300 เคลวิน
                                               ่ ีุ                       (483 m/s)
วธทา
 ิี ํ




39. อากาศทีอณหภูมปกติ มความหนาแนน 1.24 kg/m3 ทีความดัน 1 atm จงหาวาโมเลกุล
           ุ่    ิ      ี                      ่
   ของแกสจะมี Vrms เทาใด   (1 atm = 1 x 105 N/m2)            (491.87 m/s)
วธทา
 ิี ํ




40. อัตราเร็วเฉลียของโมเลกุลไฮโดรเจนเทากับ 400 m/s ที่ 27oC ถาอุณหภูมเิ ปลียนเปน
                 ่                                                           ่
   927oC อตราเรวจะเปนเทาใด
              ั    ็                                                     (800 m/s)
วธทา
 ิี ํ




                                         44
Physics Online III                     http://www.pec9.com               บทที่ 10 ความรอน
41. แกสที่ 927oC แกสมีคา Vrms เปน 800 m/s ถาตองการใหแกสมีคา Vrms เปนครึงหนึง
                                                                                 ่ ่
   ของคาเดิม ตองทําใหมอณหภูมเิ ทาใด
                         ีุ                                                    (27oC)
วธทา
 ิี ํ




                           ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦



    ตอนที่ 5 พลังงานจลนโมเลกุลแกส
                                                 3
                                         E k = 2 kB T                   3
                                                                  E k = 2 PV N
                                    เมือ E k = พลังงานจลนเฉลี่ยของโมเลกุลแกส (J)
                                       ่
                                                (มีคาเปนพลังงานจลนของแกส 1 โมเลกุล)
                                                    
                                         kB = 1.38 x 10–23 N.m / mol.k
                                          T = อณหภมิ (K)
                                                 ุ ู
                                          P = ความดัน (N/m2)
        Ekรวม        =   N Ek
                           3              V = ปริมาตร (m3)
            U        =   N 2 kB T
                         3                N = จํานวนโมเลกุลแกส
            U        =   2 PV             n คอ จํานวนโมลแกส
                                              ื
            U        =   3
                         2 nRT            R = 8.31 J / mol . K
42. พลังงานจลนเฉลี่ยของแกส 1 โมเลกุล ทอณหภมิ 27oC มีคากี่จูล
                                         ่ี ุ ู                                      (ขอ ง)
                                                                                       
      ก. 1.38 x 10–21      ข. 2.07 x 10–21      ค. 2.67 x 10–21         ง. 6.21 x 10–21
วธทา
 ิี ํ




                                               45
Physics Online III              http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
43. บรรจุแกสในถังทีมปริมาตร 0.2 m3 ทีความดัน 104 N/m2 ภายใตภาวะนี้ แกสนี้ 0.2 m3
                    ่ ี               ่
   มี 0.6x1022 โมเลกุล อยากทราบวาพลังงานจลนเฉลี่ยของแตละโมเลกุลของแกสมีคาเทาใด
วธทา
 ิี ํ                                                                   (5x10–19 จล)
                                                                                  ู




44. พลังงานของแกส 1 โมล ( 6.02 x 1023 โมเลกุล ) ทอณหภมิ 27oC มีคากี่จูล
                                                  ่ี ุ ู
      ก. 3.7 x 103       ข. 7.4 x 103      ค. 11.1 x 103     ง. 14.8 x 103 (ขอ ก)
                                                                             
วธทา
 ิี ํ




45. ณ.อุณหภูมิ 37oC แกสชนิดหนึง 2 โมล จะมีพลังงานเทาใด (R = 8.3 J/mol.K) (7719 J)
                               ่
วธทา
 ิี ํ




46. จงหาพลังงานจลนเฉลี่ยของโมเลกุลแกสที่ 30oC                     (6.27x10–21 จูล)
วธทา
 ิี ํ




                                         46
Physics Online III                 http://www.pec9.com                 บทที่ 10 ความรอน
47. จงหาพลังงานจลนของโมเลกุลแกสทั้งหมดซึ่งมีปริมาตร 2 ลิตร ความดัน 2.5 บรรยากาศ
   (กําหนด ความดัน 1 บรรยากาศ = 1.01 x 105 N/m2)                             (ขอ ง)
                                                                               
       ก. 1.7 x 102 จล
                     ู   ข. 3.4 x 102 จล
                                       ู       ค. 3.8 x 102 จล
                                                             ู     ง. 7.6 x 102 จล
                                                                                 ู
วธทา
 ิี ํ




48. ถาพลังงานจลนเฉลี่ยของแกสในภาชนะปดเทากับ 6.3x10–21 จล และ จํานวนโมเลกุล
                                                                ู
      ตอปริมาตรของแกสเทากับ 2.4x1025 โมเลกุลตอลูกบาศกเมตร จงหาความดันของแกสน้ี
                                                                                  
วธทา
 ิี ํ                                                                ( 1.008x105 N /m2 )




49. แกสชนิดหนึงมีอณหภูมิ 300 K ถาจะใหแกสพลังงานจลนเฉลี่ยของโมเลกุลเพิ่มเปน 2
                ่ ุ
    เทาของเดิมจะตองทําใหอณหภูมเิ ปนเทาใด
                            ุ                                                  (600 K)
วธทา
 ิี ํ




50. ถาพลังงานจลนเฉลี่ยของแกสเพิ่มขึ้น 25% จากพลังงานจลน ณ อุณหภูมิ 31oC ขณะ
   นันแกสมีอณหภูมเิ ปนเทาไร
      ้      ุ                                                              (107oC)
วธทา
 ิี ํ




                                           47
Physics Online III                    http://www.pec9.com               บทที่ 10 ความรอน
51. แกสตางชนิดกัน ถามีอณหภูมเิ ทากัน พลังงานจลนเฉลียของโมเลกุลเทากันหรือไม (เทากัน)
                          ุ                             ่
วธทา
 ิี ํ


52. ถาความดันและปริมาตรของแกสเปลียนไปโดยจํานวนโมเลกุลและอุณหภูมคงตัว พลังงาน
                                   ่                             ิ
   ภายในของระบบจะเปลียนแปลงหรือไม อยางไร
                       ่
                               ( พลังงานภายในระบบจะแปรผันตรงกับผลคูณของความดันกับปริมาตร )
วธทา
 ิี ํ



                        ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦



 ตอนที่ 6 พลังงานภายในระบบ
       3
   U = 2 NkB T เมือ
                  ่           U   =   พลังงานภายในระบบ (พลังงานจลนรวม) (J)
       3
   U = 2 PV                   N   =   จํานวนโมเลกุล
       3
   U = 2 nRT                 kB   =   คาคงที่ของโบสชมาล = 1.38 x 10–23 J / mol.K
                              T   =   อุณหภูมิ (K)
                              P   =   ความดัน (N/m2)
                              V   =   ปรมาตร (m3)
                                         ิ
                            χQ    =   χU + χW
                            χW    =   งานเนองจากการขยายตวของแกส
                                            ่ื             ั      
                            χU    =   พลังงานภายในระบบทีเ่ พิมขึน
                                                             ่ ้
                            χW    =   PχV                      3
                                                      χU = 2 NkB χT
                            χW = n R χT                    3
                                                      χU = 2 n R χT
                                                           3         3
                                                      χU = 2 P2 V2 – 2 P1 V1
                     เมือ P คือ ความดันแกส (N/m2)
                        ่
                       χV คือ ปริมาตรทีเ่ ปลียนแปลง
                                             ่
                       χT คือ อุณหภูมทเ่ี ปลียนไป ( K หรือ oC )
                                       ิ ่
                          n คือ จํานวนโมล                 R = 8.31 J / mol.K
                                              48
Physics Online III               http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
53. จงหาพลังงานภายในระบบของแกสไฮโดรเจนเมือ ่
      ก. ปริมาณ 2 โมล ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส
                         ่ี ุ ู                                            (7479 จูล)
      ข. ปริมาตร 10 ลิตร ความดัน 2 x 105 พาสคัล                               (3x103)
วธทา
 ิี ํ




54. พลังงานภายในของแกสฮีเลียม 10 โมล จะเปลี่ยนไปเทาใด เมืออุณหภูมของแกสฮีเลียม
                                                           ่       ิ
   เปลี่ยนไป 20 องศาเซลเซียส                                            (2493 จูล)
วธทา
 ิี ํ




55. แกสโมเลกุลอะตอมเดียวชนิดหนึงมีมวล 60 กรัม เมืออุณหภูมเิ ปลียนไป 10 K พลังงาน
                        ่          ่               ่            ่
   ของแกสนี้จะเปลี่ยนไปเทาไร กําหนดใหมวลโมเลกุลของแกสนี้ = 15         (498.6 J)
วธทา
 ิี ํ




56. แกสปริมาตร 2 ลูกบาศกเมตร อุณหภูมิ 0oC ความดัน 105 N/m2 มีปริมาตรเพิมขึนเปน
                                                                             ่ ้
   12 ลูกบาศกเมตร มีความดันเดิม การขยายตัวนี้แกสทํางานไดกี่จูล              (ขอ ก)
                                                                                 
      ก. 1.0 x 106         ข. 1.2 x 106         ค. 2 x 106        ง. 4.0 x 106
วธทา
 ิี ํ


                                         49
Physics Online III              http://www.pec9.com             บทที่ 10 ความรอน
57. แกสในระบบขยายตัวดวยความดันคงที่ 2x105 N/m2 ในกระบวนการนี้วัดงานได 104 จล
                                                                              ู
   โดยพลังงานภายในระบบไมเปลี่ยนแปลงปริมาตรของระบบเปลี่ยนแปลงกี่ลูกบาศกเมตร
      ก. 0.05            ข. 0.02             ค. 0.2             ง. 0.3 (ขอ ก)
                                                                           
วธทา
 ิี ํ




     สมการ          βQ = βU + βW
     การใชสมการนีตองคํานึงถึงคาบวก ลบ ของตัวแปรทุกตัวดังนี้
                  ้ 
   สาหรบ βQ หากความรอนเขาสูระบบ (ดูดความรอน)
    ํ ั                                                        χQ   มีคา +
            หากความรอนออกจากระบบ (คายความรอน)
                                                               χQ   มีคา –
            หากความรอนไมเ ขาหรอออก ระบบ
                                 ื                            χQ   มีคา 0
   สาหรบ βU หากพลังงานภายในเพิม (อุณหภูมเิ พิม)
    ํ ั                             ่        ่                  χU   มีคา +
            หากพลงงานภายในลด (อุณหภูมลด)
                     ั                   ิ                      χU   มีคา –
            หากพลงงานภายในไมเ ปลยน (อุณหภูมิคงท)
                       ั              ่ี        ี่              χU   มีคา 0
   สาหรบ βW หากปริมาตรแกสเพิม
     ํ ั                          ่                             χW   มีคา +
            หากปรมาตรแกสลด
                 ิ                                             χW   มีคา –
            หากปรมาตรแกสคงท่ี
                   ิ                                           χW   มีคา 0
58. แกสในกระบอกสูบรับความรอนจากภายนอก 142 จล ขณะที่แกสขยายตัวมันทํางานบน
                                             ู
   ระบบภายนอก 160 จล ถามวาพลังงานภายในของแกสเพิ่มขึ้นหรือลดลงเทาใด และ
                      ู
   อุณหภูมของแกสเพิมขึนหรือลดลง
          ิ         ่ ้                                            ( ลดลง 18 จล )
                                                                              ู
วธทา
 ิี ํ


59. แกสในกระบอกสูบคายความรอน 240 จล ขณะที่พลังงานภายในเพิ่มขึ้น 50 จล ถามวา
                                    ู                                 ู
    แกสหดตัวหรือขยายตัว                                                ( หดตัว )
วธทา
 ิี ํ

                                        50
Physics Online III              http://www.pec9.com               บทที่ 10 ความรอน
60. อดแกสในกระบอกสบดวยความดันคงท่ี 1x105 N/m2 ทาใหปรมาตรเปลยนลดลง 0.004 m3
      ั             ู                          ํ  ิ        ่ี
   ถาพลังงานภายในระบบของแกสในกระบอกคงที่ จงหาพลังงานความรอนที่เกิดขึ้น (400 J)
วธทา
 ิี ํ




61. เมอเพมความรอนใหแกระบบแกส 8400 จล พรอมกับทํางานใหระบบ 4000 จล พลังงาน
      ่ื ่ิ                    ู                             ู
   ภายในระบบเปลี่ยนไปเทาใด                                        (12400 จูล)
วธทา
 ิี ํ




62. ในการอัดแกส 2 โมล ในกระบอกสูบตองทํางานใหระบบ 400 จล ถาระบบไมถายเท
                                                         ู
   ความรอนเลย อยากทราบวาอุณหภูมของแกสจะสูงขึนเทาใด
                                 ิ             ้                   (16.04 K)
วธทา
 ิี ํ




63. เมือใหความรอน 64.9 จล แกแกส 0.5 โมล ทีบรรจุในกระบอกสูบ แกสทํางานได 40 จล
       ่                    ู                  ่                                 ู
   ดันลูกสูบใหเคลื่อนที่ อุณหภูมของแกสเพิมขึนกีเ่ คลวิน (R = 8.3 J/mol.k)
                                 ิ         ่ ้                               (4 K)
วธทา
 ิี ํ




                                        51
Physics Online III              http://www.pec9.com               บทที่ 10 ความรอน
64 ระบบหนึง เมอไดรบความรอน 8000 จล จะทําใหพลังงานภายในระบบเพิ่มขึ้น 6000 จล
           ่ ่ื  ั                ู                                        ู
    อยากทราบวาในการนีตองทํางานใหแกระบบหรือระบบทํางานเทาไร
                      ้                                             (2000 จูล)
วธทา
 ิี ํ



65. ใหพลังงานความรอนแกแกส 2 โมล จํานวน 830 จล แกสมีการเปลี่ยนแปลงแบบ
                               3                   ู
   ปรมาตรคงตว จงหาอุณหภูมของแกสทีเ่ พิมขึน (R = 8.3 J / mol.K)
      ิ         ั            ิ         ่ ้                              (ขอ 2)
                                                                          
        1. 10 K        2. 100 K            3. 150 K            4. 200 K
วธทา
 ิี ํ




66. แกสในกระบอกสูบมีความดัน 1 kPa และปริมาตร 2 m3 ถาแกสนีไดรบความรอน 10
                                                            ้ ั
   kJ จนมความดน 2 kPa และปริมาตร 4 m3 จงหางานทีกระทําโดยแกสในกระบวนการนี้
           ี   ั                                 ่
      1. 1 kJ         2. 4 kJ            3. 7 kJ             4. 8 kJ     (ขอ 1)
วธทา
 ิี ํ




67. แกสฮีเลียมจํานวน 1 โมล บรรจอยในภาชนะปดทแขงแรงมาก อยากทราบวาเมือให
                                  ุ ู     ่ี ็                      ่
   ความรอนเขาไป 600 จล ความดันแกสในภาชนะจะเพิมขึนจากเดิมเทาใด ถาถังมี
                         ู                        ่ ้
   ปริมาตร 0.5 ลูกบาศกเมตร                                                (ขอ 2)
       1. 600 N/m2       2. 800 N/m2      3. 1000 N/m2       4. 1200 N/m2
วธทา
 ิี ํ

                     ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦

                                        52
Physics Online III                http://www.pec9.com                  บทที่ 10 ความรอน
                       แบบฝกหด ฟสกส บทที่ 10 ความรอน
                            ั    ิ
 ความรอน
1. ลูกปนทองแดง อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส ถูกยิงออกไปดวยความเร็ว 300 เมตร/วินาที
   กระทบเปา แลวหยุดนิงในเปา ลูกปนจะมีอณหภูมเิ ปนเทาใด (ความจุความรอนจําเพาะของ
                        ่                     ุ
   ทองแดง 385 J/kg. K) (กําหนดพลังงานจลนทงหมดเปลียนเปนความรอน)
                                                ้ั        ่
2. น้าตกจากหนาผาสูง 200 เมตร ถาในการเปลี่ยนรูปของพลังงานเปลี่ยนเปนพลังงานความ
     ํ
   รอนทังหมด ถาน้ําตกถึงพื้นดานลาง จะมีอณหภูมเิ พิมขึนเทาไร (ความจุความรอนจําเพาะ
         ้                                  ุ         ่ ้
    ของน้า 4.2 kJ.kg.K )
           ํ
3. ในการทดลองการเปลียนรูปพลังงานกลเปนพลังงานความรอน โดยใชกระบอกยาว 0.4 เมตร
                      ่
    บรรจุลกกลมโลหะมีความจุความรอนจําเพาะ 500 จล / กิโลกรัม.เคลวิน มีมวล 100 กรัม
          ู                                       ู
    ทําการทดลองพลิกกลับกระบอกขึ้นลงใหลูกกลมหลนในกระบอก 200 ครัง จงหาวา
                                                                    ้
    อุณหภูมิของลูกกลมโลหะเพิ่มขึ้นมากที่สุดเทาไร
4. ผลักกอนเหล็กมวล 15 กิโลกรัม ใหเคลือนทีไปบนพืนฝดดวยความเร็วคงทีเ่ ปนระยะทาง
                                       ่ ่       ้
   80 เมตร พบวาอุณหภูมของเหล็กทังกอนเปลียน 0.24 องศาเซลเซียส ถาสมมติวางานของ
                        ิ          ้      ่
   แรงเสียดทานทังหมดกลายเปนความรอน และไมมีความรอนสูญหายไปจากระบบ
                 ้
   สัมประสิทธิ์ของความเสียดทานของพื้นและกอนเหล็กมีคาเทาใด
   กาหนด ความจความรอนจาเพาะของเหลก = 0.5 kJ/kg – K
    ํ              ุ    ํ              ็
      1. 0.10              2. 0.15            3. 0.20                    4. 0.25
5. ลากวัตถุมวล 10 กิโลกรัม อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ทีวางบนพืนดวยแรงคงที่ 40 นวตน
                                                      ่       ้                   ิ ั
    เปนระยะทาง 25 เมตร ปรากฏวาวัตถุมความเร็ว 10 เมตร/วินาที ถาพลังงานที่สูญเสียไป
                                       ี
    เปลียนเปนพลังงานความรอนทังหมด ( c ของวัตถุ 200 J/kg.K) จงหา
        ่                          ้
        ก) พลังงานความรอนทีเ่ กิด           ข) อุณหภูมสุดทายของวัตถุ
                                                        ิ
6. ถานหิน 1 กรัม เมือเผาไหมหมดจะคายพลังงานความรอนเทากับ 3.34 x 104 จล ถาเครือง
                     ่                                                     ู        ่
   จักรหนึงใชถานหินเปนเชือเพลิงและเครืองจักรนีไดถกใชในการยกของมวล 50 กิโลกรัม
           ่              ้            ่       ้ ู
   ขึ้นไปจากพื้นสูง 50 เมตร จะตองใชถานหินเผากีกรัม ถาหากพลังงานความรอนไดสูญเสีย
                                                ่
   ออกจากเตาเผารอยละ 95
                   
       1. 0.71               2. 0.75               3. 0.79           4. 14.97
                                           53
Physics Online III                http://www.pec9.com                 บทที่ 10 ความรอน
7. น้าแข็งมวล 20 กรัม อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ละลายกลายเปนน้ําหมดที่ 0 องศา
     ํ
   เซลเซียสจะตองใชความรอนเทาไร (L น้าแข็ง = 333 x 103 J/kg)
                                        ํ
8. กอนน้าแข็งมวล 1 กิโลกรัม มีอุณหภูมิศูนยองศาเซลเซียส ตกลงไปในทะเลสาปที่น้ํามี
          ํ
    อุณหภูมศนยองศาเซลเซียสเชนเดียวกัน ปรากฏวาน้ําแข็งละลายไป 0.01 กิโลกรัม น้าแข็ง
            ิู                                                                   ํ
    ตกลงมาจากระดับความสูงเทาใด
    (ความรอนแฝงจําเพาะของการหลอมเหลวของน้า = 300 x 103 J/kg )
                                               ํ
       1. 10 เมตร            2. 30 เมตร          3. 300 เมตร       4. 1000 เมตร
9. ใหพลังงานความรอนแกนาแข็ง (0o C) มวล 2 กิโลกรัม เปนปริมาณเทาไรเพือใหนาแข็ง
                          ํ้                                             ่    ํ้
   กลายเปนน้ํา และเหลือน้าแข็ง 0.5 กิโลกรัม กาหนดใหความรอนแฝงจาเพาะของนาแขง
                          ํ                   ํ              ํ          ํ้ ็
   336 kJ/kg
      1. 504 kJ             2. 336 kJ            3. 168 kJ        4. 94 kJ
10. กอนน้าแข็งมวล 5 กิโลกรัม ไถลลงจากที่สูง 5 เมตร แลวไถลตอไปบนพืนระดับจนหยุด
          ํ                                                           ้
    อยากทราบวาน้ําแข็งจะละลายไปเทาไร ถาพืนมีอณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส
                                            ้ ุ
    (กาหนด L น้าแข็ง เทากับ 333 kJ/kg )
      ํ         ํ
11. ถาตองการใหนาแข็งมวล 1 กิโลกรัม อุณหภูมิ –10 องศาเซลเซียส กลายเปนน้าทีอณหภูมิ
                    ํ้                                                          ํ ุ่
    100 องศาเซลเซียส ทั้งหมด จงหาวาตองใชพลังงานความรอนเทาไร
    กําหนด               Cนา = 4.18 กิโลจูล / กก.เคลวิน
                           ํ้
                  Cน้าแข็ง = 2.10 กิโลจูล / กก.เคลวิน
                         ํ
                  Lน้าแข็ง = 333 กิโลจูล / กก.
                       ํ
        1. 231 กิโลจูล         2. 649 กิโลจูล        3. 772 กิโลจูล       4. 793 กิโลจูล
12. นําน้าแข็ง 60 กรัม ที่ 0o C ใสเขาไปในคาลอริมเิ ตอร (ทีถอวาไมมคาความรอนจําเพาะ)
          ํ                                                  ่ื       ี
    ซึงบรรจุนา 400 กรัม อุณหภูมิ 70o C อยู ภายหลังจากกวนจนเกิดสมดุลทางความรอน
      ่        ํ้
     อุณหภูมสดทายจะเปนเทาใด
             ิ ุ
       1. 0o C เพราะน้ําแข็งละลายไมหมด           2. ประมาณ 5o C
       3. ใกลเคียงกับ 50o C                      4. ใกลๆ กบจดเดอด (100o C)
                                                            ั ุ ื


                                          54
Physics Online III                 http://www.pec9.com                บทที่ 10 ความรอน
13. แกสในกระบอกสูบอักลูกสูบใหมีปริมาตรลดลงจาก 10 cc เปน 5 cc ความดันเดิม 1 atm
    จงหาความดันของแกสในกระบอกสูบหลังอัดแลว เมอกาหนดใหอณหภมของแกสคงตว?
                                                  ่ื ํ      ุ ู ิ           ั
       1. 4.0 atm            2. 2.0 atm        3. 1.5 atm          4. 1.0 atm
14. แกสจํานวนหนึงปริมาณ 0.5 ลูกบาศกเมตร ทีความดัน 105 นวตน/ตารางเมตร อุณหภูมิ
                  ่                         ่             ิ ั
    0 องศาเซลเซียส ถาจะทําใหแกสนี้มีปริมาตร 1 ลูกบาศกเมตร โดยความดันไมเปลียน
                                                                               ่
    แปลง อุณหภูมสดทายเปนเทาไร
                 ิ ุ
15. Idealgas จํานวนหนึงอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ ถาความดันลดลง
                       ่
    เปน 0.6 บรรยากาศ ปริมาตรเพิมเปน 2 เทา อุณหภูมสดทายของแกสจะเปนเทาไร
                                   ่                   ิ ุ
16. แกสชนิดหนึ่งถูกบังคับใหมีความดันคงที่ และอุณหภูมิของแกสถูกทําใหเพิ่มขึ้นจาก 27o C
    ไปเปน 127o C ปริมาตรของแกสจะเปลียนไปเปนอัตราสวนเทาใดของปริมาตรเดิม
                                         ่
       1. 4/3            2. 3 /4                3. 127/27            4. ไมเปลี่ยน
17. แกสชนิดหนึงมีปริมาตรและอุณหภูมสมบูรณเพิมเปน 1.5 เทา และ 2 เทา ตามลําดับ
               ่                    ิ ั      ่
    จงหาวาความดนของแกสนเ้ี ปนกเ่ี ทาของความดนเดม
                ั                       ั ิ
18. แกสในถังใบหนึ่ง เมือทําใหอณหภูมลดลงจาก 27 องศาเซลเซียส –6 องศาเซลเซียส ความ
                        ่       ุ    ิ
    ดันของแกส จะเพิมหรือลดลงจากเดิมกีเ่ ปอรเซ็นต
                    ่
19. ในการทดลองเพือหาความสัมพันธระหวางความดันและปริมาตรของแกสชนิดหนึง พบวา
                   ่                                                       ่
    ถาเราเพิมความดันขึนเปน 3 เทาของความดนเรมตนปรมาตรของแกสในระบบจะลดลง
             ่         ้                 ั ่ิ  ิ               
   เปนครึงหนึง จงหาวาอุณหภูมของแกสควรจะเพิมขึนกีเ่ ปอรเซ็นต
           ่ ่                 ิ             ่ ้
       1. 0%             2. 50%              3. 75%                4. 150%
20. ที่ S.T.P. อากาศ 1 ลิตร มีมวล 1.293 กรัม จงหาความดันของอากาศมวล 12.93 กรัม
    ปริมาตร 10 ลิตร ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส
                       ่ี ุ ู
21. แกสจํานวนหนึงบรรจุในถังทีมอณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส แกสนี้มีมวล 10 กิโลกรัม
                 ่            ่ ีุ
    และมีความดัน 2 บรรยากาศ ถาแกสรัวออกไปจํานวนหนึง ทําใหอุณหภูมิลดลงเหลือ
                                     ่                ่
    27 องศาเซลเซียส และมีความดัน 1 บรรยากาศ แกสรัวออกไปกีกโลกรัม
                                                  ่        ่ิ


                                           55
Physics Online III             http://www.pec9.com              บทที่ 10 ความรอน
22. ความหนาแนนของอากาศท่ี 27 องศาเซลเซียส ความดัน 760 มิลลิเมตร ของปรอทเปน
                   
    2.5 กรัม / ลิตร ถา ณ อณหภมเิ ดยวกน ความดันเปน 860 มิลลิเมตร ของปรอท ความ
                           ุ ู ี ั
    หนาแนนของอากาศเปนเทาไร
23. หองประชมมอณหภมิ 32o C เมือเปดเครืองปรับอากาศ ทําใหอณหภูมของหองเปน 26o C
                ุ ีุ ู              ่   ่                    ุ    ิ
    จงหาอัตราสวนความหนาแนนของอากาศทีอณหภูมิ 26o C ตอความหนาแนนของอากาศ
                                           ุ่
     ทอณหภมิ 32o C
        ่ี ุ ู
              26
          1. 32               2. 32             3. 299               4. 305
                                  26                305                   299
24. ถาความดันบรรยากาศเทากับความดันของน้าลึก 10 เมตร ถาฟองอากาศใตผวนาลึก
                                            ํ                           ิ ํ้
     50 เมตร มีปริมาตร 1 ลูกบาศกมิลลิเมตร ลอยขึนมาอยูทตาแหนงต่ากวาระดับผิวน้า
                                                ้       ่ี ํ    ํ             ํ
     10 เมตร จะมปรมาตรเทาใด
                     ี ิ    
          1. 4 mm3            2. 3 mm3          3. 2 mm3             4. 1 mm3
25. ถัง A มีปริมาตร 5 ลิตร บรรจแกสความดน 2 บรรยากาศ ถัง B มีปริมาตร 10 ลิตร
                                    ุ      ั
    บรรจแกสความดน 3 บรรยากาศ นําทอเล็กๆ ตอระหวาง ถัง A และ B ความดนของ
         ุ         ั                                              ั
    แกสในถังทั้งสองเปนเทาใด เมืออุณหภูมไมเปลียนแปลง
                                  ่       ิ      ่
26. Idel gas ทีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ปริมาตร 20 ลิตร จะมี
               ่
    ปริมาณแกสกี่โมล (R = 8.31 J/mol.K , 1 atm = 1.01 x 105 N/m2 )
27. แกส 4 โมล บรรจุในภาชนะ 8.31 ลิตร ถาแกสมีอุณหภูมิ 27o C จะมีความดันเทาไร
      1. 1.0 x 106 N/m2                          2. 1.1 x 106 N/m2
      3. 1.2 x 106 N/m2                          4. 1.4 x 106 N/m2
28. แกสไฮโดรเจน 10 ลิตร ความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส จะมีมวล
      
    ของ แกสเทาใด ( H = 1 )
29. ภาชนะปริมาตร 2 x 10–2 ลูกบาศกเมตร บรรจแกส CO2 20 กรัม อุณหภูมิ 57 องศา
                                           ุ
    เซลเซียส จงหาความดนของแกส CO2 น้ี ( C = 12 , O = 16)
                        ั      
30. อากาศทีความดัน 105 นวตน/ตารางเมตร อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส จะมีกี่โมเลกุลใน
           ่              ิ ั
    1 ลูกบาศกเมตร ( kB = 1.38 10–23 J/K )

                                       56
Physics Online III             http://www.pec9.com               บทที่ 10 ความรอน
31. ภาชนะบรรจุแกสในอุดมคติ เดิมบรรจุแกสไว n โมล มีความดัน 4 บรรยากาศ ถาตองการ
   ใหความดันลดลงเหลือ 3 บรรยากาศ จะตองปลอยแกสออกมากีโมล โดยอุณหภูมคงตัว
                                                           ่              ิ
         n
      1. 4               2. n3                 3. 2n
                                                   3                 4. 3n
                                                                         4
32. แกสในถังใบหนึงมีอณหภูมคงตัวเมือใชแกสไปจนความดันลดลงครึงหนึงของความดันเดิม
                  ่ ุ       ิ      ่                         ่ ่
    จํานวนโมเลกุลของแกสทีออกจากถังมีคาเปนกีเ่ ทาของเดิม
                          ่            
33. หลอดแกวทดลองบรรจุแกสปริมาตร 50 ลูกบาศกเซนติเมตร อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส
    ความดัน 1 บรรยากาศ ดานบนมีจกไมกอกแตไมสนิทแกสพอรัวออกมาได จุมหลอดแกว
                                  ุ                     ่            
    นีลงไปในน้าอุณหภูมิ 87 องศาเซลเซียส ทิงไวนานพอสมควร จงหาวามีแกสรัวไปกีโมล
      ้       ํ                           ้                             ่    ่
34. มีแกสอยูในภาชนะ ถาตองการรูจานวนโมลของแกส จะตองทราบปริมาณใดบาง
                                  ํ
       1. ความดัน , ปริมาตร , อุณหภูมิ        2. ความดัน , อุณหภูมิ
       3. ความดัน , ปริมาตร                   4. ปริมาตร , อุณหภูมิ
35. ภาชนะบรรจุแกส ความดัน P มอณหภมิ T มีปริมาณ N โมเลกุล จงหาปริมาตรแกส
                                     ีุ ู
          Nk T                                       2Nk T
      1. PB                    2. nRT
                                   P               3. PB          4. nRT
                                                                      2P
36. สมมตวาในการทดลองวดอตราเรวของโมเลกลแตละตวไดทงหมด 6 โมเลกุล ไดการ
          ิ                 ั ั     ็        ุ  ั  ้ั
    กระจายอตราเรวโมเลกลดงตาราง จงหาคารากทสองของกาลงสองเฉลยของอตราเรว
             ั        ็    ุ ั                 ่ี      ํ ั    ่ี  ั   ็
      อตราเรวโมเลกล (เมตร/วนาท)
        ั      ็        ุ        ิ ี      10         20     30
                 จํานวนโมเลกุล              1        3      2
37. จงหา vrms ของแกส H2 ที่ 0 องศาเซลเซียส (H = 1)
                         
38. โมเลกุลของแกสออกซิเจนท่ี 27 องศาเซลเซียส จะมคาเฉลยกาลงสองของอตราเรวเทาใด
                                                 ี  ่ี ํ ั      ั     ็ 
     (จล / กิโลกรัม) ถามวลอะตอมของออกซิเจนเทากบ 15
       ู                                      ั
       1. 4.2 x 10–27          2. 250          3. 490        4. 2.5 x 105
39. ออกซิเจนมีมวลโมเลกุลเปน 16 เทาของไฮโดรเจน ถามวลโมเลกุลไฮโดรเจนเทากับ 2
    และแกสไฮโดรเจนมอณหภมเิ ปน 4 เทาของแกสออกซเิ จนอตราเรวรากทสองของกาลง
                    ีุ ู                             ั   ็    ่ี        ํ ั
    สองเฉลยของแกสไอโดรเจนตอแกสออกซเิ จนคอ
             ่ี                          ื
      1. 2 : 1               2. 4 : 1           3. 8 : 1         4. 16 : 1
                                       57
Physics Online III                http://www.pec9.com                 บทที่ 10 ความรอน
40. ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส แกสชนดหนงมอตราเรวเฉลย 300 เมตร/วนาที ถาอณหภมิ
     ่ี ุ ู                       ิ ่ึ ี ั     ็ ่ี           ิ      ุ ู
    เปลี่ยนเปน 927 องศาเซลเซียส อยากทราบวา แกสนจะมอตราเรวเฉลยโมเลกลเปนเทาไร
                                            ้ี ี ั     ็ ่ี      ุ  
41. ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส แกสไฮโดรเจน มอตราเฉลย 2000 เมตร/วนาที อยากทราบ
      ่ี ุ ู                             ีั     ่ี           ิ
    วา ทอณหภมิ 47 องศาเซลเซียส แกสออกซิเจน จะมอตราเรวเฉลยเทาใด (H = 1 , O = 16)
      ่ี ุ ู                                ีั    ็ ่ี 
42. ถาความดันของแก็สในถังใบหนึ่งเพิ่มขึ้น 21 เปอรเ ซนต อยากทราบวา อัตราเร็วเฉลียของ
                                                      ็                          ่
    แกสจะเพมหรอลดลงกเ่ี ปอรเ ซนต
            ่ิ ื              ็
43. แกสชนดหนงบรรจภายในภาชนะปดทมความดน 1 บรรยากาศ อณหภมิ 15o C มีความ
        ิ ่ึ        ุ              ่ี ี       ั               ุ ู
    หนาแนน 1.225 กิโลกรัมตอลูกบาศกเมตร เมื่ออัดแกสนี้ใหมีปริมาตรนอยลงและมีความดัน
           
    3 บรรยากาศ อณหภมิ 100o C จงหาอตราเรวรากทสองของกาลงสองเฉลยของโมเลกล
                   ุ ู                ั      ็      ่ี         ํ ั        ่ี          ุ
    ของแกสนนในหนวย เมตรตอวนาที (1 บรรยากาศ = 1.01 x 105 N/m2 )
           ้ั              ิ
      1. 4.9 x 102       2. 5.4 x 102            3. 5.7 x 102            4. 8.6 x 102
44. ถาอตราสวนของอตราเรวรากทสองของกาลงสองเฉลย (Vrms ) ของแกสออกซิเจนตอ
      ั         ั     ็     ่ี     ํ ั        ่ี                   
   แกสไนโตรเจนเปน 3 ตอ 2 และแกสออกซเิ จนมความดนเปน 2 เทาของแกสไนโตรเจน
                                       ี        ั 
   อตราสวนของความหนาแนนของแกสออกซิเจนตอกาซไนโตรเจน
    ั                                 
        1. 2/9            2. 8/9             3. 4/3         4. 3 / 4
45. กระบอกสูบแกสชนิดหนึงบรรจุจานวน n โมล เมือใหความรอนจํานวนหนึงแกกระบอก
                         ่          ํ        ่                    ่
    สูบ พบวา Vrms ของแกสเพมขนเปน 2 เทา และปริมาตรเพิมขึนเปน 3 เทา ความดัน
                            ่ิ ้ึ                  ่ ้           
    ของแกสจะเปลยนเปนกเ่ี ทาของความดนเดม
                ่ี                 ั ิ
      1. 3/2                2. 4 /3         3. 3/2             3. 3/4
46. บรรจแกสในภาชนะปดจานวนหนง อัตราเร็วรากทีสองของกําลังสองเฉลียของแกสเปน
           ุ             ํ        ่ึ            ่                ่
    0.5 เมตร/วินาที ถาอุณหภูมสมบูรณของแกสเพิมขึนเปน 4 เทาของเดม อตราเรวราก
                               ิ ั             ่ ้               ิ ั     ็
    ทีสองของกําลังเฉลียของแกสเปนเทาไร
      ่                ่
        1. 1 m/s             2. 2 m/s            3. 4 m/s            4. 4 2 m/s
47. แกสไฮโดรเจนบรรจุภาชนะมีอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ถาแกสไฮโดรเจน 1 โมเลกุล
                                                       
    มีมวล 3.32 x 10–27 กิโลกรัม เมอโมเลกลของแกสไฮโดรเจนชนฝาผนงในแนวตงฉาก
                                  ่ื    ุ                    ั       ้ั
    จะมโมเมนตมเปลยนไปเทาใด
        ี       ั ่ี        
                                           58
Physics Online III              http://www.pec9.com                 บทที่ 10 ความรอน
48. แกส (อะตอมเดยว) นออน อารกอน และครปตอน มีนาหนักโมเลกุลเปน 10, 18 และ 36
                   ่ี ี               ิ       ํ้
    ตามลาดบทอณหภมิ 300 องศาเคลวน แกสชนิดไหนจะมีอตราเร็วรากทีสองของกําลังสอง
          ํ ั ่ี ุ ู              ิ               ั           ่
    เฉลียสูงทีสด
        ่     ่ ุ
      1. นออน
            ี           2. อารกอน
                                    3. ครปตอน
                                          ิ          4. ไมมี เพราะเทากันหมด
49. Ideal gas ณ อณหภมิ 27 องศาเซลเซียส จะมีพลังงานจลนเฉลียเทาใด
                  ุ ู                                     ่
    (kB = 1.38 x 10–23 J/K )
50. ทีความดัน 2 บรรยากาศ แกสชนิดหนึงมีความหนาแนนของโมเลกุล 4 x 1025 โมเลกุล/
        ่                            ่
    ลูกบาศกเมตร อยากทราบวาแกส 0.2 ลูกบาศกเมตร จะมีพลังงานจลนเฉลียเทาใด
                                                                     ่
    (1 atm = 1.01 x 105 N/m2 )
51. ณ อณหภมิ 37 องศาเซลเซียส แกสชนิดหนึง 2 โมล จะมีพลังงานเทาใด
          ุ ู                               ่
    (R = 8.3 J/mol.K)
52. ถาความดนของอากาศในหองปดหองหนงเปน a N/m2 พลังงานจลนของอากาศตอหนึง
             ั                     ่ึ                                   ่
    หนวยปริมาตรเปนเทาไร
        1. 2a J/m2
           3             2. 3a J/m2
                            2             3. 2a J/m3
                                              3                4. 3a J/m3
                                                                   2
53. ทีความดัน 4 x 105 นวตน/ตารางเมตร แกสจะมีพลังงานกีจลตอลูกบาศกเมตร
      ่                 ิ ั                           ู่
54. เมืออุณหภูมของแกสลดลงจาก 27 องศาเซลเซียสเปน 9 องศาเซลเซียสอยากทราบวา
       ่       ิ                                                         
    พลงงานจลนเ ฉลยของโมเลกลของแกสจะเพมหรอลดลงกเ่ี ปอรเซนต
         ั        ่ี        ุ          ่ิ ื
55. เมือความดันเฉลียของแกสภายในถังใบหนึง เพิม 20 เปอรเซ็นต อยากทราบวา พลังงาน
       ่           ่                    ่ ่
    จลนเฉลียของแกสภายในถังนีจะเปลียนแปลงอยางไร
            ่                 ้     ่
56. พลังงานภายในของแกสฮีเลียม 10 โมล จะเปลียนไปเทาใด เมออณหภมของแกสฮเี ลยม
                                            ่            ่ื ุ ู ิ    ี
    เปลียนไป 20 องศาเซลเซียส
        ่
57. แกสโมเลกลอะตอมเดยวชนดหนงมมวล 60 กรัม เมืออุณหภูมเิ ปลียนไป 10 K พลังงาน
              ุ       ่ี   ิ ่ึ ี               ่           ่
    ของแกสนีจะเปลียนไปเทาไร กําหนดใหมวลโมเลกุลของแกสนี้ = 15
             ้     ่
58. แกสจํานวนหนึงมีจานวนโมเลกุล 1025 โมเลกุล ถาตองการใหแกสจานวนนมอณหภมิ
                 ่ ํ                                       ํ  ้ี ี ุ ู
    เพิมขึน 1 องศาเซลเซียส ตองใหความรอนแกแกสนเ้ี ทาไร เมอปรมาตรของแกสคงท่ี
       ่ ้                                        ่ื ิ        
                                        59
Physics Online III                http://www.pec9.com              บทที่ 10 ความรอน
59. ระบบหนึง เมอไดรบความรอน 8,000 จล จะทําใหพลังงานภายในระบบเพิมขึน 6,000 จล
           ่ ่ื  ั                  ู                           ่ ้         ู
    อยากทราบวาในการนีตองทํางานใหแกระบบหรือระบบทํางานเทาไร
                      ้
60. ในการอัดแกสฮีเลียมจํานวน 0.2 กิโลโมล จากปริมาตร 0.4 ลูกบาศกเมตร ใหเหลือ 0.2
    ลูกบาศกเมตร ดวยความดันคงที่ 2 x 105 พาสคัล ถาระบบหมดวยฉนวนทหนามาก จงหา
                                                        ุ         ่ี
    พลังงานภายในระบบของแกสเปลียนไปอยางไร
                                   ่
61. ในการอัดแกส 2 โมล ในกระบอกสูบตองทํางานใหระบบ 400 จล ถาระบบไมถายเท
                                                           ู              
    ความรอนเลย อยากทราบวา อุณหภูมของแกสจะสูงขึนเทาใด
                                   ิ             ้
62. เมอระบบขยายตวอยางชาๆ โดยความดันและอุณหภูมคงที่ เมือวัดความดันได 5 x 105
      ่ื          ั                              ิ    ่
     พาสคัลและปริมาตรของระบบเพิมจาก 5 ลิตร เปน 10 ลิตร จงหาพลงงานความรอน
                               ่                            ั        
     ทีใหแกระบบ
       ่




                     เฉลยแบบฝกหัดฟสกส บทที่ 10 เรอง ความรอน
                                     ิ              ่ื
1. (126.88o C)                 2. (0.48o C)                3. (1.6o C)
4. ขอ 2                       5. ก) 500 J , ข) 25.25o C   6. ขอ 4
7. (6,660 จล)
           ู                   8. ขอ 3                    9. ขอ 1
10. (0.75 กรัม)                11. ขอ 3                   12. ขอ 3
13. ขอ 1                      14. (546 k)                 15. (87o C)
16. ขอ 1                      17. ( 4 เทา )
                                      3                   18. ลดลง 11%
19. ขอ 2                      20. (1.1 atm )              21. (4.95 kg)
22. (2.83 g/  )               23. ขอ 4                   24. ขอ 2
25. (2.67 atm)                 26. (0.81)                  27. ขอ 3
28. (0.81 กรัม)                29. (6.23 x 104 N/m2 )      30. (2.34 x 1025 )
31. ขอ 1                      32. (0.5)                   33. (3.38 x 10–4 )

                                          60
Physics Online III               http://www.pec9.com          บทที่ 10 ความรอน
34. ตอบขอ 1
วธทา จากสูตร
 ิี ํ                     PV = nRT
        จะได              n = PV
                                RT
        นนคอตองทราบคา ความดัน (P) , ปริมาตร (V) และอุณหภูมิ (T) จงจะหาคาจานวน
          ่ั ื                                                 ึ      ํ
        โมล (n) ได สวน R นนเปนคาคงท่ี
                             ้ั  

35. ตอบขอ 1
วธทา จากสูตร PV = NkB T
 ิี ํ
                  Nk T
         จะได V = PB

36. (22.73 w )
           s               37.   (1844.7 w )
                                           s              38. ขอ 4
39. ขอ 3                  40.   (600 m )
                                        s                 41. (516.4 m )
                                                                      s
42. เพิมขึน 10%
       ่ ้                 43.   ขอ 3                    44. ขอ 2
45. ขอ 2                  46.   ขอ 1                 47. (1.28 x 10–23 N.S)
48. ขอ 1                  49.   (6.21 x 10–21 )       50. (7.58 x 10–21 J )
51. (7719 J)               52.   ขอ 4                 53. (6 x 105 )
54. ลดลง 6%                55.   เพิมขึน 20%
                                    ่ ้                56. (2493 J)
57. (498.6 J)              58.   (207 จล)ู             59. ระบบทํางาน 2000 จล ู
60. (4 x 10–4 J)           61.   (16.04 k)             62. (2500 )




                                         61

ความร้อน

  • 1.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน ฟ สิ ก ส บทที่ 10 ความร อ น ตอนที่ 1 ความรอน พลังงานความรอนที่ใชเปลี่ยนอุณหภูมิ หาคาไดจาก υQ = c m υt หรอ ื υQ = C υt เมือ ่ υ Q = พลงงานความรอน (จล) ั  ู c = คาความจความรอนจาเพาะ (จล/กิโลกรัม.เคลวน)  ุ  ํ ู ิ υt = อุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ( K หรือ oC ) m = มวล (กิโลกรัม) C = คาความจความรอน (จล / เคลวน)  ุ  ู ิ 1. จงหาพลังงานความรอนที่ทําใหเหล็กมวล 200 กรัม ทอณหภมิ 20 องศาเซลเซียส มี ่ี ุ ู อณหภมสงขนเปน 60 องศาเซลเซียส ุ ู ิ ู ้ึ  ( กําหนด คาความจุความรอนจําเพาะของเหล็กเทากับ 450 J /kg.K ) ( 3600 จล ) ู วธทา ิี ํ 2. ใหพลังงานความรอนแกตะกั่ว 252 จล ถาตะกั่วมีมวล 1 กิโลกรัม จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเทาใด ู (ความจความรอนจาเพาะของตะกว = 126 จล/กิโลกรัม.เคลวน) ุ  ํ ่ั ู ิ (2 K(oC)) วธทา ิี ํ 3. ใหพลังงานความรอนขนาด 3000 จล กับเหล็กทอนหนึ่ง ปรากฏวาเหล็กมีอุณหภูมิสูงขึ้น ู จาก 30 องศาเซลเซียส เปน 80 องศาเซลเซียส จงหามวลของเหล็กกอนนี้  (กําหนด เหลกมคาความจความรอนจาเพาะ 0.500 กิโลจูล/กิโลกรัม.เคลวน) (0.12 kg) ็ ี ุ  ํ ิ วธทา ิี ํ 30
  • 2.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 4. ยิงกระสุนปนทองแดง กระสุนกระทบเปาดวยความเร็ว 385 m/s กระสุนจะหยุดทันทีที่ชน เปาถา 3 ใน 4 ของพลังงานจลนเปลี่ยนเปนพลังงานความรอน จงหาวากระสุนปนจะมี อณหภมเิ พมเปนเทาใด ถาเดิมกระสุนมีอุณหภูมิ 27oC ุ ู ่ิ   กําหนด คาความจความรอนจาเพาะของทองแดง 0.385 kJ / kg.K  ุ  ํ (171.38oC) วธทา ิี ํ 5. น้าตก ตกจากหนาผาสูง 50 m ปรากฏวาพลังงานศักยเปลี่ยนเปนพลังงานความรอนเพียง ํ 50 % ถาคาความจุความรอนจําเพาะของน้ําเทากับ 4.180 kJ/kg.k ถามวาน้ําจะมีอุณหภูมิ สูงขึ้นจากเดิมกี่องศาเซลเซียส ( 0.059 ) วธทา ิี ํ พิจารณาการเปลี่ยนแปลงจากน้ําแข็งเปลี่ยนเปนน้ํา และจากน้ําเดือดกลายเปนไอตอ อุณหภูมิระหวางการเปลี่ยนแปลงเปนดังนี้ อุณหภูมิ ( o ) ไอน้า ํ 100 น้ํา 0 เวลา น้ําแข็ง 31
  • 3.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน การเปลี่ยนแปลงจาก ของแขง ไปเปนของเหลว และจากของเหลวไปเปนไอ ทุกขันตอน ็  ้ จะเปนการเปลยนแปลงแบบดดความรอน  ่ี ู  ( ถาเปลี่ยนยอนกลับ จากไอเปนของเหลว หรือจากของเหลวเปนของแข็ง จะเปน  การเปลี่ยนแปลงแบบคายความรอน ) พลังงานความรอนที่ดูดเขาไปในชวงเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเปนของเหลว ( ชวง  ในรูปภาพ ) จะใชไปเพื่อสลายแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลของแข็ง ทําใหโมเลกุลของ แข็งถอยหางออกจากกัน แลวของแข็งจะเกิดการเปลี่ยนสถานะเปนของเหลว พลัง งานที่ใชเปลี่ยนสถานะชวงนี้ เรียก ความรอนแฝงสาหรบการหลอมเหลว  ํ ั พลังงานความรอนที่ดูดเขาไปในชวงเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเปนไอ ( ชวง ในรูป )  จะใชไปเพื่อสลายแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลของเหลว ทําใหโมเลกุลของเหลวถอยหาง ออกจากกัน แลวของเหลวจะเกิดการเปลี่ยนสถานะเปนไอ พลังงานที่ใชเปลี่ยนสถานะ ชวงนี้ เรียก ความรอนแฝงสําหรับการกลายเปนไอ พลังงานความรอนที่ใชเปลี่ยนสถานะ หรือ ความรอนแฝง สามารถหาคาไดจาก υQ = m.L เมือ υQ = พลงงานความรอน (จล) ่ ั  ู m = มวล (กิโลกรัม) L = คาความรอนแฝงจําเพาะ (จล/กิโลกรัม) ู 6. น้ําแข็งมวล 5 kg อุณหภูมิ 0oC เปลี่ยนเปนน้ําที่ 0oC ตองใชพลังงานความรอนเทาใด กําหนด คาความรอนแฝงจาเพาะของการหลอมเหลวของนา 333 kJ / kg   ํ ํ้ (1665 kJ) วธทา ิี ํ 7. ถาจะทําใหน้ํา 100oC มวล 5 kg เปลี่ยนเปนไอน้ําหมดที่ 100oC ตองใชความรอนเทาใด กําหนด คาความรอนแฝงจําเพาะการกลายเปนไอของน้ํา 2256 kJ / kg (11280 kJ) วธทา ิี ํ 32
  • 4.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 8. ใหพลังงานความรอนแกน้ําแข็ง (0oC) มวล 2 กิโลกรัม เปนปริมาณเทาไร เพอใหนาแขง ่ื  ํ้ ็ กลายเปนน้ําและเหลือน้ําแข็ง 0.5 กิโลกรัม ใหความรอนแฝงจาเพาะของนาแขง 336 kJ/ kg   ํ ํ้ ็ 1. 504 kJ 2. 336 kJ 3. 168 kJ 4. 94 kJ (ขอ 1) วธทา ิี ํ 9(En 44/2) จงหาปรมาณความรอนททาใหนาแขงมวล 100 กรัม อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ิ  ่ี ํ  ํ้ ็ กลายเปนน้ํามวล 100 กรัม อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส กําหนดใหความจุความรอนจําเพาะ ของน้ําเทากับ 4200 จูลตอกิโลกรัม เคลวน และความรอนแฝงจําเพาะของการหลอมเหลว ิ ของน้ําแข็งเทากับ 333 กิโลจูลตอกิโลกรัม 1. 33.7 kJ 2. 37.5 kJ 3. 75.3 kJ 4. 4233 kJ (ขอ 2) วธทา ิี ํ 10. ตองการทาใหนาแขง 1 kg อุณหภูมิ –10o C เปลี่ยนเปนน้ํา 10oC ตองใชพลังงานความ  ํ  ํ้ ็ รอนเทาใด กําหนด คาความจความรอนจาเพาะของนาแขง 2.1 kJ/kg.k    ุ  ํ ํ้ ็ คาความรอนแฝงจาเพาะการหลอมเหลวของนา 333 kJ/kg   ํ ํ้ คาความจความรอนจาเพาะของนา 4.2 kJ/kg.k  ุ  ํ ํ้ (396 kJ) วธทา ิี ํ 33
  • 5.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 11. นําเหล็กมวล 1 kg อุณหภูมิ 60oC ใสในน้ํา 1 kg อุณหภูมิ 0oC ในเวลาตอมา อุณหภูมิของน้ําและเหล็กเทากัน อยากทราบวาอุณหภูมินี้มีคาเทาใด ถาความจุความรอน จําเพาะของน้ําและเหล็กมีคา 4180 และ 500 J/kg.k ตามลําดับ (6.41oC) วธทา ิี ํ 12. กอนอะลูมิเนียมมวล 200 กรัม อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส อยูในภาชนะที่เปนฉนวน เมอเทนาแขงอณหภมิ 0 องศาเซลเซียส มวล 70 กรัม ลงในภาชนะ จากนั้นปดภาชนะดวย ่ื ํ้ ็ ุ ู ฝาฉนวน อุณหภูมิสุดทายภายในภาชนะเปนเทาใด ( กําหนด คาความจุความรอนจําเพาะของอลูมเิ นียม = 0.9 KJ /kg.K คาความจุความรอนจําเพาะของน้า = 4.2 KJ /kg.K ํ คาความรอนแฝงของการหลอมเหลวของนา = 333 KJ / Kg )  ํ้ ( 64.7o ) วธทา ิี ํ 34
  • 6.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 13. ลกแซคเปนเครองดนตรชนดหนงทใชเ ขยาเปนจงหวะ การเขยาลูกแซคจนจบเพลง ู  ่ื ี ิ ่ึ ่ี   ั อุณหภูมิภายในลูกแซคจะเปลี่ยนแปลงหรือไม อยางไร ( อุณหภูมิเพิ่มขึ้น ) วธทา ิี ํ 14. แทงเหล็กมวล 5 กิโลกรัม และ 10 กิโลกรัม จะมีคาความรอนและคาความจุความรอน จาเพาะเทากนหรอตางกน อยางไร ํ  ั ื  ั ( เทากัน ) วธทา ิี ํ 15. A กบ B เปนวัตถุชนิดเดียวกัน แต A มีมวลมากกวา B ถา A และ B อยในทเ่ี ดยวกนขอใดถก ั ู ี ั  ู ก. A มความรอนมากกวา B ี   ข. A และ B มีความรอนเทากัน ค. A และ B มอณหภมเิ ทากน ีุ ู  ั ง. ขอ ก. และ ค. ถูก  (ขอ ง) วธทา ิี ํ การนาความรอน คือ การสงผานความรอนโดยโมเลกุลของตัวกลางที่สงผานความรอนไม ํ  ไดเคลื่อนที่ไปพรอมกับความรอนที่สงผาน การพาความรอน คือ การสงผานความรอนโดยโมเลกุลของตัวกลางที่สงผานความรอน  เคลื่อนที่ไปพรอมกับความรอนที่สงผาน การแผรงสีความรอน คือ การสงพลังงานความรอนโดยไมตองอาศัยตัวกลาง เชน การสง ั  พลังงานความรอนขากดวงอาทิตยมาสูโลกของเรา เปนตน ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 2 สมบตของแกส ั ิ  สมบัติของแกสจากการทดลอง กฏของบอยส กลาววา "เมออณหภมและมวลของแกสคงท่ี ปรมาตรของแกสจะแปรผก ่ื ุ ู ิ  ิ  ผันกับความดันของแกสนั้น" เขียนเปนสมการจะได P1V1 = P2V2 เมือ P1 = ความดนตอนแรก ่ ั V1 = ปรมาตรตอนแรก ิ P2 = ความดนตอนหลง ั ั V2 = ปรมาตรตอนหลง ิ ั ควรระวัง สูตรนีใชไดเมืออุณหภูมิ และ มวลแกสคงที่ ้ ่ 35
  • 7.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน กฏของชาลล กลาววา "เมื่อความดัน และมวลของแกสคงท่ี ปริมาตรของแกสใดๆ จะ  แปรผนตรงกบอณหภมเิ คลวน" ั ั ุ ู ิ V1 V2 เขียนเปนสมการจะได T1 ν T2 เมือ T1 = อุณหภูมเิ คลวินตอนแรก ่ V1 = ปรมาตรตอนแรก ิ T2 = อุณหภูมิเคลวินตอนหลัง V2 = ปรมาตรตอนหลง ิ ั ควรระวัง สตรนใชไดเ มอ ความดัน และ มวลแกสคงที่ ู ้ี  ่ื กฏรวมของแกส เมอเรานากฏของบอลย และ กฏของชาลล มารวมกัน ่ื ํ  PV P2V จะไดกฏรวมของแกส คือ 11 T1 = T 2 2 ควรระวัง สูตรนี้ใชไดเมื่อมวลของแกสที่มีคงที่เทานั้น หากมวลของแกสไมคงที่ ตองใชสมการ P1V1 P2V2 m1T1 = m2T2 เมือ P1 , P2 = ความดนตอนแรกและตอนหลง (atm , N/m2 , Pascal ,.) ่ ั ั V1 , V2 = ปรมาตรตอนแรก และตอนหลัง (m3 , Lit , …) ิ T1 , T2 = อุณหภูมตอนแรก และตอนหลัง (K) ิ m1 , m2 = มวลตอนแรก และตอนหลัง (g , kg , …) หากมความหนาแนนของแกสมาเกยวของ ตองใชสมการ ี   ่ี  P1 P ≥1T1 = ≥2 2T2 เมือ ≥1 , ≥2 = ความหนาแนนตอนแรก และตอนหลัง (kg/m3 , g/cm3 ,.) ่  16(มช 42) อากาศปริมาตร 2 ลูกบาศกฟุต อุณหภูมิ 17oC เคลอนผานพนผวทมอณหภมิ 77oC ่ื  ้ื ิ ่ี ี ุ ู ถาความดันอากาศไมเปลี่ยนแปลงปริมาตรอากาศจะกลายเปนกี่ลูกบาศกฟุต (ขอ 3)  1. 0.4 2. 1.7 3. 2.4 4. 9.0 วธทา ิี ํ 36
  • 8.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 17. ความดันแกสในภาชนะปดอันหนึ่งเปน 8x105 N/m2 ทอณหภมิ 27oC ถาอุณหภูมิเพิ่ม ่ี ุ ู ขึ้น อก 900oC ความดันในระบบจะเปนเทาใด ี (32x105 N/m2) วธทา ิี ํ 18(มช 45) แกสชนิดหนึ่งมีปริมาตร 1x10–3 ลูกบาศกเมตรที่ 27oC ความดัน 1 บรรยากาศ ขยายตวจนมปรมาตรเปน 1.5x10–3 ลูกบาศกเมตร และความดันเปน 1.1 บรรยากาศ ั ี ิ  จงหาอุณหภูมิสุดทายของแกสนี้วาเปนกี่องศาเซลเซียส (ขอ 4)  1. 49.5 2. 495 3. 22.2 4. 222 วธทา ิี ํ 19. ที่ 0oC ความดัน 1 atm อากาศ 1 ลิตร มีมวล 1.29 g และที่อุณหภูมิ 27oC ความดัน 2 atm อากาศมวล 2.73 g จะมีปริมาตรกี่ลิตร (1.16 ลิตร) วธทา ิี ํ 20(En 32) ถาความหนาแนนของแกสที่อุณหภูมิ 27oC ความดัน 1 บรรยากาศ มีคาเทากับ 1.3 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร จงคานวณหาความหนาแนนของแกสนทอณหภมิ 127oC และ ํ   ้ี ่ี ุ ู มีความดัน 2 บรรยากาศ (ขอ 3) 1. 0.55 kg/m3 2. 0.81 kg/m3 3. 1.95 kg/m3 4. 2.35 kg/m3 วธทา ิี ํ 37
  • 9.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 21. ฟองอากาศปริมาตร 20 cm3 อยูกนทะเลสาบลึก 40 m และมอณหภมิ 2oC ถาฟองอากาศ ีุ ู ลอยขนสผวนาซงมอณหภมิ 27oC จงหาปริมาตรของฟองอากาศซึ่งอยูที่ผิวน้ําพอดี (109 cm3) ้ึ ู ิ ํ้ ่ึ ี ุ ู กําหนด ความหนาแนนของนา = 1x103 kg/m3 และ ความดันบรรยากาศ = 1x105 N/m2  ํ้ วธทา ิี ํ สมการทใชคานวณเกยวกบการผสมแกส ่ี  ํ ่ี ั  Pรวม . Vรวม = P1V1 + P2 V2 + … nรวม . tรวม = n1t1 + n2 t2 + … เมือ n = จานวนโมลแกส ่ ํ  และ t = อุณหภูมิ (oC) 22. ถัง A มปรมาตร 40 cc บรรจแกสความดน 80 mm–Hg และ ถัง B มปรมาตร 60 cc บรรจุ ี ิ ุ  ั ี ิ แกสความดัน 70 mm-Hg โดยที่ถังทั้งสองมีทอตอกันและมีลิ้นปดเปดอยู เมือเปดทอใหแกส ่ ผสมกันแลวแกสจะมีความดันเทาใด (74 mm-Hg) วธทา ิี ํ 38
  • 10.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 23 (En 42/1) แกสฮีเลียมบรรจุในถังสองใบซึ่งเชื่อมตอกันผานวาลว ถังแรกมีความดัน 2 บรรยากาศ ปรมาตร 10 ลิตร ถังที่สองมีความดัน 3 บรรยากาศ ปรมาตร 15 ลิตร ิ ิ ถาเปดวาลวใหแกสรวมกัน โดยไมมีการถายเทความรอน จากนอกระบบความดันของแกส ผสมเปนกี่บรรยากาศ (2.60) วธทา ิี ํ 24(มช 38) ผสมแกสฮีเลียม 2 โมล อุณหภูมิ 60oC กับแกสอารกอน 1 โมล อุณหภูมิ 30oC จงหาวาอุณหภูมิผสมเปนเทาใด (ขอ 3)  1. 40oC 2. 45oC 3. 50oC 4. 55oC วธทา ิี ํ 25. เมื่อนําแกสฮีเลียม 5 mol ที่ 40oC และแกสนีออน 3 mol ที่ 20oC กับแกสอารกอน 4 mol ที่ 25oC มาผสมกัน จงหาอุณหภูมิของแกสผสม (30oC) วธทา ิี ํ สมการสถานะ PV = n R T ถา R = คานจของแกส = 0.0821 Lit atm / mol.K  ิ  P = ความดันแกส (atm) V = ปรมาตรแกส (Lit) ิ  ถา R = คานจของแกส = 8.31 N.m / mol.K  ิ  P = ความดันแกส (N/m2) V = ปรมาตรแกส (m3) ิ  39
  • 11.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน g N n =m = 6.02x1023 g = มวล (กรัม) 1 m3 = 1000 Lit m = มวลโมเลกุล 1 Lit = 1000 cm3 N = จานวนโมเลกล ํ ุ 1 atm = 1.01 x 105 N/m2 26. ภาชนะ 2 ลิตร บรรจแกส CO2 มความดน 20.5 atm ทอณหภมิ –23oC มกโมล ุ ี ั ่ี ุ ู ี ่ี 1. 4.0 โมล 2. 3.0 โมล 3. 2.0 โมล 4. 1.0 โมล (ขอ 3)  วธทา ิี ํ 27. แกส (ก) 1 mol กับแกส (ข) 1 mol บรรจในกลองเดยวกนซงมปรมาตร 1 m3 โดยไมทา  ุ  ี ั ่ึ ี ิ  ํ ปฏิกิริยากันที่ 27oC ความดนแกสในกลองเปนเทาใด ั     (4986 N/m2) วธทา ิี ํ 28. มีแกสอยู 4 โมล บรรจในภาชนะ 8.31 ลิตร ถาแกสมอณหภมิ 27oC จะมความดนเทาไร ุ   ีุ ู ี ั  1. 1.0 x 106 N/m2 2. 1.1 x 106 N/m2 3. 1.2 x 106 N/m2 4. 1.4 x 106 N/m2 (ขอ 3)  วธทา ิี ํ 29. ถังบรรจุแกสออกซิเจน 560 ลิตร อณหภมิ 273 เคลวิน ความดัน 1 บรรยากาศ จงหามวล ุ ู ของออกซิเจนในถงน้ี ั (800 กรัม) วธทา ิี ํ 40
  • 12.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 30. แกส N2 100 cm3 ทอณหภมิ 0oC ความดน 2 atm มกโมเลกล  ่ี ุ ู ั ี ่ี ุ (ขอ 3)  1. 6.02 x 1023 2. 1.25 x 1020 3. 5.37 x 1021 4. 4.20 x 1015 วธทา ิี ํ 31. แกส N2 จํานวน 4.8 x 1024 โมเลกุล บรรจในภาชนะ 67.2 ลิตร ท่ี 0oC มความดันเทาไร ุ ี  1. 3.3 atm 2. 2.6 atm 3. 2.1 atm 4. 1.6 atm (ขอ 2)  วธทา ิี ํ 32(En 43/1) ถาอณหภมภายในหองเพมขนจาก 27oC เปน 37oC และ ความดันในหองไมเ ปลยน  ุ ู ิ  ่ิ ้ึ  ่ี แปลงจะมีอากาศไหลออกจากหองกี่โมล หากเดิมมีอากาศอยูในหองจํานวน 2000 โมล 1. 65 2. 940 3. 1620 4. 1940 (ขอ 1)  วธทา ิี ํ 41
  • 13.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 33. แกสออกซเิ จนในถงทมปรมาตร 40 ลกบาศกเ ดซเิ มตร เดมมความดน 20 บรรยากาศ  ั ่ี ี ิ ู ิ ี ั และมอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส ตอมาแกสรวไปบางสวนจนมความดน 4.0 บรรยากาศ ีุ ู   ่ั  ี ั และมอณหภมิ 20 องศาเซลเซียส จงหาวาแกสรวไปกกโลกรม ีุ ู   ่ั ่ี ิ ั ( กําหนด ออกซิเจน 1 โมลมีมวล 32 กรม ) ั ( 0.827 กิโลกรัม) วธทา ิี ํ ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 3 ทฤษฏจลนของแกส ี   เพอความสะดวกในการศกษาเรองราวเกยวกบแกส นกวทยาศาสตรจงไดสรางแบบ ่ื ึ ่ื ่ี ั  ั ิ ึ   จาลองของแกสในอดมคตขน ซงมความดงน้ี ํ  ุ ิ ้ ึ ่ึ ี ั 1) แกสประกอบดวยโมเลกลจานวนมาก ทุกโมเลกุลมีลักษณะเปนกอนกลมที่มีขนาด   ุ ํ เทากน มความยดหยนสง ดงนนโมเลกลเหลานจะชนผนงและกระดอนแบบยดหยน  ั ี ื ุ ู ั ้ ั ุ  ้ี ั ื ุ 2) ถอวาปรมาตรรวมของโมเลกลทกตวนอยมาก เมอเปรยบเทยบกบปรมาตรของกาซ ื  ิ ุ ุ ั  ่ื ี ี ั ิ ทงภาชนะ จงสามารถตดปรมาตรของโมเลกลทงไปได ้ั ึ ั ิ ุ ้ิ 3) ไมมแรงใดๆ กระทาตอโมเลกลไมวาจะเปนแรงผลกหรอแรงดด หรอแมกระทงแรง  ี ํ  ุ   ั ื ู ื  ่ั โนมถวงโลกทกระทาตอโมเลกลดวย   ่ี ํ  ุ  4) โมเลกลทกโมเลกลจะเคลอนทเ่ี ปนเสนตรงแบบสบสนไรทศทาง และอาจเปลยนแนว ุ ุ ุ ่ื   ั  ิ ่ี การเคลอนทไดหากไปชนใสผนงภาชนะหรอชนกบโมเลกลแกสดวยกนเอง เรยกการ ่ื ่ี   ั ื ั ุ   ั ี เคลอนทแบบนวา การเคลอนทแบบบราวนเ นยน ่ื ่ี ้ี  ่ื ่ี ี และนกวทยาศาสตรยงสามารถหาความสมพนธระหวางความดนกบพลงานจลนเ ฉลยของ ั ิ ั ั ั   ั ั ั ่ี โมเลกุลแกสได ดงน้ี ั P V = 1 N m v2 3 หรอ P V = 2 N m E k ื 3 34. เหตใดแกสจงฟงกระจายเตมภาชนะทบรรจุ และ สามารถบบอดใหมปรมาตรนอยลงกวา ุ  ึ ุ ็ ่ี ี ั  ี ิ   เดมไดมาก ( เพราะแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลแกสมีนอย โมเลกุลแกสจึงฟุงกระจายไดเต็มภาชนะ ิ  บรรจุ และ โมเลกุลแกสจะอยูหางกัน ทีวางระหวางโมเลกุลมีมาก ดังนันเมือเราทําการบีบ ่ ้ ่ อัดโมเลกุลจะเบียดชิดเขาใกลกันได จึงทําใหปริมาตรของแกสโดยรวมลดลงได ) 42
  • 14.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 35. เมออดแกสใหมปรมาตรลดลง ความดนของแกสจะเพมขนเพราะเหตใด ่ื ั   ี ิ ั  ่ิ ้ึ ุ ( เพราะเมื่อปริมาตรลดลง จะทําใหโมเลกุลพุงชนผนังภาชนะบรรจุแกสบอยขึ้น จึงทําให ความดันแกสที่กระทําตอภาชนะมีคาเพิ่มขึ้น ) ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 4 อตราเรวโมเลกลแกส ั ็ ุ  Vrms = v 2 Vrms = 12 Ι 32 Ι 52 Ι 62 4 = 1 Ι 9 Ι 25 Ι 36 4 = 17.75 Vrms = 4.21 m/s 3RT 3kBT 3P Vrms = M Vrms = m Vrms = ″ เมือ Vrms ่ = อัตราเร็วรากทีสองของกําลังสองเฉลีย ่ ่ T = อุณหภูมิ (K) R = 8.31 N.m/mol.K kB = คานิจของโบสธมาล = 1.38 x 10–23 N.m/mol.K P = ความดันแกส (N/m2) ″ = ความหนาแนน (kg/m3) m = มวลแกส 1 โมเลกุล (kg) = มวลโมเลกุล x 1.66 x 10–27 kg M = มวลแกส 1 โมล (kg) = มวลโมเลกุล x 10–3 kg 36(En 39) สมมตวาสามารถทดลองวดคาอตราเรวของโมเลกล แตละตัวไดทงหมด 5 โมเลกุล ิ ั  ั ็ ุ ้ั ไดการกระจายอัตราเร็วโมเลกุลดังตาราง จงหาคารากทีสองของกําลังสองเฉลียของอัตราเร็ว ่ ่ อตราเรวโมเลกล (เมตรตอวนาที) ั ็ ุ  ิ 3 4 5 จํานวนโมเลกุล 2 2 1 1. 3.5 m/s 2. 3.9 m/s 3. 4.2 m/s 4. 4.5 m/s (ขอ 2)  วธทา ิี ํ 43
  • 15.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 37. จงหาอตราเรวของโมเลกุลแกสไฮโดรเจน (H2) ทอณหภมิ 27oC ั ็ ่ี ุ ู (1934 m/s) วธทา ิี ํ 38. จงหา Vrms ของโมเลกุลของแกสออกซิเจน (O2) ทีมอณหภูมิ 300 เคลวิน ่ ีุ (483 m/s) วธทา ิี ํ 39. อากาศทีอณหภูมปกติ มความหนาแนน 1.24 kg/m3 ทีความดัน 1 atm จงหาวาโมเลกุล ุ่ ิ ี  ่ ของแกสจะมี Vrms เทาใด (1 atm = 1 x 105 N/m2) (491.87 m/s) วธทา ิี ํ 40. อัตราเร็วเฉลียของโมเลกุลไฮโดรเจนเทากับ 400 m/s ที่ 27oC ถาอุณหภูมเิ ปลียนเปน ่ ่ 927oC อตราเรวจะเปนเทาใด ั ็   (800 m/s) วธทา ิี ํ 44
  • 16.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 41. แกสที่ 927oC แกสมีคา Vrms เปน 800 m/s ถาตองการใหแกสมีคา Vrms เปนครึงหนึง ่ ่ ของคาเดิม ตองทําใหมอณหภูมเิ ทาใด ีุ (27oC) วธทา ิี ํ ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 5 พลังงานจลนโมเลกุลแกส 3 E k = 2 kB T 3 E k = 2 PV N เมือ E k = พลังงานจลนเฉลี่ยของโมเลกุลแกส (J) ่ (มีคาเปนพลังงานจลนของแกส 1 โมเลกุล)  kB = 1.38 x 10–23 N.m / mol.k T = อณหภมิ (K) ุ ู P = ความดัน (N/m2) Ekรวม = N Ek 3 V = ปริมาตร (m3) U = N 2 kB T 3 N = จํานวนโมเลกุลแกส U = 2 PV n คอ จํานวนโมลแกส ื U = 3 2 nRT R = 8.31 J / mol . K 42. พลังงานจลนเฉลี่ยของแกส 1 โมเลกุล ทอณหภมิ 27oC มีคากี่จูล ่ี ุ ู (ขอ ง)  ก. 1.38 x 10–21 ข. 2.07 x 10–21 ค. 2.67 x 10–21 ง. 6.21 x 10–21 วธทา ิี ํ 45
  • 17.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 43. บรรจุแกสในถังทีมปริมาตร 0.2 m3 ทีความดัน 104 N/m2 ภายใตภาวะนี้ แกสนี้ 0.2 m3 ่ ี ่ มี 0.6x1022 โมเลกุล อยากทราบวาพลังงานจลนเฉลี่ยของแตละโมเลกุลของแกสมีคาเทาใด วธทา ิี ํ (5x10–19 จล) ู 44. พลังงานของแกส 1 โมล ( 6.02 x 1023 โมเลกุล ) ทอณหภมิ 27oC มีคากี่จูล ่ี ุ ู ก. 3.7 x 103 ข. 7.4 x 103 ค. 11.1 x 103 ง. 14.8 x 103 (ขอ ก)  วธทา ิี ํ 45. ณ.อุณหภูมิ 37oC แกสชนิดหนึง 2 โมล จะมีพลังงานเทาใด (R = 8.3 J/mol.K) (7719 J) ่ วธทา ิี ํ 46. จงหาพลังงานจลนเฉลี่ยของโมเลกุลแกสที่ 30oC (6.27x10–21 จูล) วธทา ิี ํ 46
  • 18.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 47. จงหาพลังงานจลนของโมเลกุลแกสทั้งหมดซึ่งมีปริมาตร 2 ลิตร ความดัน 2.5 บรรยากาศ (กําหนด ความดัน 1 บรรยากาศ = 1.01 x 105 N/m2) (ขอ ง)  ก. 1.7 x 102 จล ู ข. 3.4 x 102 จล ู ค. 3.8 x 102 จล ู ง. 7.6 x 102 จล ู วธทา ิี ํ 48. ถาพลังงานจลนเฉลี่ยของแกสในภาชนะปดเทากับ 6.3x10–21 จล และ จํานวนโมเลกุล ู ตอปริมาตรของแกสเทากับ 2.4x1025 โมเลกุลตอลูกบาศกเมตร จงหาความดันของแกสน้ี  วธทา ิี ํ ( 1.008x105 N /m2 ) 49. แกสชนิดหนึงมีอณหภูมิ 300 K ถาจะใหแกสพลังงานจลนเฉลี่ยของโมเลกุลเพิ่มเปน 2 ่ ุ เทาของเดิมจะตองทําใหอณหภูมเิ ปนเทาใด ุ (600 K) วธทา ิี ํ 50. ถาพลังงานจลนเฉลี่ยของแกสเพิ่มขึ้น 25% จากพลังงานจลน ณ อุณหภูมิ 31oC ขณะ นันแกสมีอณหภูมเิ ปนเทาไร ้ ุ (107oC) วธทา ิี ํ 47
  • 19.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 51. แกสตางชนิดกัน ถามีอณหภูมเิ ทากัน พลังงานจลนเฉลียของโมเลกุลเทากันหรือไม (เทากัน) ุ ่ วธทา ิี ํ 52. ถาความดันและปริมาตรของแกสเปลียนไปโดยจํานวนโมเลกุลและอุณหภูมคงตัว พลังงาน ่ ิ ภายในของระบบจะเปลียนแปลงหรือไม อยางไร ่ ( พลังงานภายในระบบจะแปรผันตรงกับผลคูณของความดันกับปริมาตร ) วธทา ิี ํ ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 6 พลังงานภายในระบบ 3 U = 2 NkB T เมือ ่ U = พลังงานภายในระบบ (พลังงานจลนรวม) (J) 3 U = 2 PV N = จํานวนโมเลกุล 3 U = 2 nRT kB = คาคงที่ของโบสชมาล = 1.38 x 10–23 J / mol.K T = อุณหภูมิ (K) P = ความดัน (N/m2) V = ปรมาตร (m3) ิ χQ = χU + χW χW = งานเนองจากการขยายตวของแกส ่ื ั  χU = พลังงานภายในระบบทีเ่ พิมขึน ่ ้ χW = PχV 3 χU = 2 NkB χT χW = n R χT 3 χU = 2 n R χT 3 3 χU = 2 P2 V2 – 2 P1 V1 เมือ P คือ ความดันแกส (N/m2) ่ χV คือ ปริมาตรทีเ่ ปลียนแปลง ่ χT คือ อุณหภูมทเ่ี ปลียนไป ( K หรือ oC ) ิ ่ n คือ จํานวนโมล R = 8.31 J / mol.K 48
  • 20.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 53. จงหาพลังงานภายในระบบของแกสไฮโดรเจนเมือ ่ ก. ปริมาณ 2 โมล ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส ่ี ุ ู (7479 จูล) ข. ปริมาตร 10 ลิตร ความดัน 2 x 105 พาสคัล (3x103) วธทา ิี ํ 54. พลังงานภายในของแกสฮีเลียม 10 โมล จะเปลี่ยนไปเทาใด เมืออุณหภูมของแกสฮีเลียม ่ ิ เปลี่ยนไป 20 องศาเซลเซียส (2493 จูล) วธทา ิี ํ 55. แกสโมเลกุลอะตอมเดียวชนิดหนึงมีมวล 60 กรัม เมืออุณหภูมเิ ปลียนไป 10 K พลังงาน ่ ่ ่ ่ ของแกสนี้จะเปลี่ยนไปเทาไร กําหนดใหมวลโมเลกุลของแกสนี้ = 15 (498.6 J) วธทา ิี ํ 56. แกสปริมาตร 2 ลูกบาศกเมตร อุณหภูมิ 0oC ความดัน 105 N/m2 มีปริมาตรเพิมขึนเปน ่ ้ 12 ลูกบาศกเมตร มีความดันเดิม การขยายตัวนี้แกสทํางานไดกี่จูล (ขอ ก)  ก. 1.0 x 106 ข. 1.2 x 106 ค. 2 x 106 ง. 4.0 x 106 วธทา ิี ํ 49
  • 21.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 57. แกสในระบบขยายตัวดวยความดันคงที่ 2x105 N/m2 ในกระบวนการนี้วัดงานได 104 จล ู โดยพลังงานภายในระบบไมเปลี่ยนแปลงปริมาตรของระบบเปลี่ยนแปลงกี่ลูกบาศกเมตร ก. 0.05 ข. 0.02 ค. 0.2 ง. 0.3 (ขอ ก)  วธทา ิี ํ สมการ βQ = βU + βW การใชสมการนีตองคํานึงถึงคาบวก ลบ ของตัวแปรทุกตัวดังนี้ ้  สาหรบ βQ หากความรอนเขาสูระบบ (ดูดความรอน) ํ ั  χQ มีคา + หากความรอนออกจากระบบ (คายความรอน)  χQ มีคา – หากความรอนไมเ ขาหรอออก ระบบ   ื χQ มีคา 0 สาหรบ βU หากพลังงานภายในเพิม (อุณหภูมเิ พิม) ํ ั ่ ่ χU มีคา + หากพลงงานภายในลด (อุณหภูมลด) ั ิ χU มีคา – หากพลงงานภายในไมเ ปลยน (อุณหภูมิคงท) ั ่ี ี่ χU มีคา 0 สาหรบ βW หากปริมาตรแกสเพิม ํ ั ่ χW มีคา + หากปรมาตรแกสลด ิ  χW มีคา – หากปรมาตรแกสคงท่ี ิ  χW มีคา 0 58. แกสในกระบอกสูบรับความรอนจากภายนอก 142 จล ขณะที่แกสขยายตัวมันทํางานบน ู ระบบภายนอก 160 จล ถามวาพลังงานภายในของแกสเพิ่มขึ้นหรือลดลงเทาใด และ ู อุณหภูมของแกสเพิมขึนหรือลดลง ิ ่ ้ ( ลดลง 18 จล ) ู วธทา ิี ํ 59. แกสในกระบอกสูบคายความรอน 240 จล ขณะที่พลังงานภายในเพิ่มขึ้น 50 จล ถามวา ู ู แกสหดตัวหรือขยายตัว ( หดตัว ) วธทา ิี ํ 50
  • 22.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 60. อดแกสในกระบอกสบดวยความดันคงท่ี 1x105 N/m2 ทาใหปรมาตรเปลยนลดลง 0.004 m3 ั  ู ํ  ิ ่ี ถาพลังงานภายในระบบของแกสในกระบอกคงที่ จงหาพลังงานความรอนที่เกิดขึ้น (400 J) วธทา ิี ํ 61. เมอเพมความรอนใหแกระบบแกส 8400 จล พรอมกับทํางานใหระบบ 4000 จล พลังงาน ่ื ่ิ     ู ู ภายในระบบเปลี่ยนไปเทาใด (12400 จูล) วธทา ิี ํ 62. ในการอัดแกส 2 โมล ในกระบอกสูบตองทํางานใหระบบ 400 จล ถาระบบไมถายเท ู ความรอนเลย อยากทราบวาอุณหภูมของแกสจะสูงขึนเทาใด ิ ้ (16.04 K) วธทา ิี ํ 63. เมือใหความรอน 64.9 จล แกแกส 0.5 โมล ทีบรรจุในกระบอกสูบ แกสทํางานได 40 จล ่ ู ่ ู ดันลูกสูบใหเคลื่อนที่ อุณหภูมของแกสเพิมขึนกีเ่ คลวิน (R = 8.3 J/mol.k) ิ ่ ้ (4 K) วธทา ิี ํ 51
  • 23.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 64 ระบบหนึง เมอไดรบความรอน 8000 จล จะทําใหพลังงานภายในระบบเพิ่มขึ้น 6000 จล ่ ่ื  ั  ู ู อยากทราบวาในการนีตองทํางานใหแกระบบหรือระบบทํางานเทาไร ้  (2000 จูล) วธทา ิี ํ 65. ใหพลังงานความรอนแกแกส 2 โมล จํานวน 830 จล แกสมีการเปลี่ยนแปลงแบบ 3 ู ปรมาตรคงตว จงหาอุณหภูมของแกสทีเ่ พิมขึน (R = 8.3 J / mol.K) ิ ั ิ ่ ้ (ขอ 2)  1. 10 K 2. 100 K 3. 150 K 4. 200 K วธทา ิี ํ 66. แกสในกระบอกสูบมีความดัน 1 kPa และปริมาตร 2 m3 ถาแกสนีไดรบความรอน 10 ้ ั kJ จนมความดน 2 kPa และปริมาตร 4 m3 จงหางานทีกระทําโดยแกสในกระบวนการนี้ ี ั ่ 1. 1 kJ 2. 4 kJ 3. 7 kJ 4. 8 kJ (ขอ 1) วธทา ิี ํ 67. แกสฮีเลียมจํานวน 1 โมล บรรจอยในภาชนะปดทแขงแรงมาก อยากทราบวาเมือให ุ ู  ่ี ็ ่ ความรอนเขาไป 600 จล ความดันแกสในภาชนะจะเพิมขึนจากเดิมเทาใด ถาถังมี ู ่ ้ ปริมาตร 0.5 ลูกบาศกเมตร (ขอ 2) 1. 600 N/m2 2. 800 N/m2 3. 1000 N/m2 4. 1200 N/m2 วธทา ิี ํ ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ 52
  • 24.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน แบบฝกหด ฟสกส บทที่ 10 ความรอน  ั ิ ความรอน 1. ลูกปนทองแดง อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส ถูกยิงออกไปดวยความเร็ว 300 เมตร/วินาที กระทบเปา แลวหยุดนิงในเปา ลูกปนจะมีอณหภูมเิ ปนเทาใด (ความจุความรอนจําเพาะของ ่ ุ ทองแดง 385 J/kg. K) (กําหนดพลังงานจลนทงหมดเปลียนเปนความรอน) ้ั ่ 2. น้าตกจากหนาผาสูง 200 เมตร ถาในการเปลี่ยนรูปของพลังงานเปลี่ยนเปนพลังงานความ ํ รอนทังหมด ถาน้ําตกถึงพื้นดานลาง จะมีอณหภูมเิ พิมขึนเทาไร (ความจุความรอนจําเพาะ ้ ุ ่ ้ ของน้า 4.2 kJ.kg.K ) ํ 3. ในการทดลองการเปลียนรูปพลังงานกลเปนพลังงานความรอน โดยใชกระบอกยาว 0.4 เมตร ่ บรรจุลกกลมโลหะมีความจุความรอนจําเพาะ 500 จล / กิโลกรัม.เคลวิน มีมวล 100 กรัม ู ู ทําการทดลองพลิกกลับกระบอกขึ้นลงใหลูกกลมหลนในกระบอก 200 ครัง จงหาวา ้ อุณหภูมิของลูกกลมโลหะเพิ่มขึ้นมากที่สุดเทาไร 4. ผลักกอนเหล็กมวล 15 กิโลกรัม ใหเคลือนทีไปบนพืนฝดดวยความเร็วคงทีเ่ ปนระยะทาง ่ ่ ้ 80 เมตร พบวาอุณหภูมของเหล็กทังกอนเปลียน 0.24 องศาเซลเซียส ถาสมมติวางานของ ิ ้ ่ แรงเสียดทานทังหมดกลายเปนความรอน และไมมีความรอนสูญหายไปจากระบบ ้ สัมประสิทธิ์ของความเสียดทานของพื้นและกอนเหล็กมีคาเทาใด กาหนด ความจความรอนจาเพาะของเหลก = 0.5 kJ/kg – K ํ ุ  ํ ็ 1. 0.10 2. 0.15 3. 0.20 4. 0.25 5. ลากวัตถุมวล 10 กิโลกรัม อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ทีวางบนพืนดวยแรงคงที่ 40 นวตน ่ ้ ิ ั เปนระยะทาง 25 เมตร ปรากฏวาวัตถุมความเร็ว 10 เมตร/วินาที ถาพลังงานที่สูญเสียไป ี เปลียนเปนพลังงานความรอนทังหมด ( c ของวัตถุ 200 J/kg.K) จงหา ่ ้ ก) พลังงานความรอนทีเ่ กิด ข) อุณหภูมสุดทายของวัตถุ ิ 6. ถานหิน 1 กรัม เมือเผาไหมหมดจะคายพลังงานความรอนเทากับ 3.34 x 104 จล ถาเครือง ่ ู ่ จักรหนึงใชถานหินเปนเชือเพลิงและเครืองจักรนีไดถกใชในการยกของมวล 50 กิโลกรัม ่  ้ ่ ้ ู ขึ้นไปจากพื้นสูง 50 เมตร จะตองใชถานหินเผากีกรัม ถาหากพลังงานความรอนไดสูญเสีย  ่ ออกจากเตาเผารอยละ 95  1. 0.71 2. 0.75 3. 0.79 4. 14.97 53
  • 25.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 7. น้าแข็งมวล 20 กรัม อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ละลายกลายเปนน้ําหมดที่ 0 องศา ํ เซลเซียสจะตองใชความรอนเทาไร (L น้าแข็ง = 333 x 103 J/kg) ํ 8. กอนน้าแข็งมวล 1 กิโลกรัม มีอุณหภูมิศูนยองศาเซลเซียส ตกลงไปในทะเลสาปที่น้ํามี ํ อุณหภูมศนยองศาเซลเซียสเชนเดียวกัน ปรากฏวาน้ําแข็งละลายไป 0.01 กิโลกรัม น้าแข็ง ิู ํ ตกลงมาจากระดับความสูงเทาใด (ความรอนแฝงจําเพาะของการหลอมเหลวของน้า = 300 x 103 J/kg ) ํ 1. 10 เมตร 2. 30 เมตร 3. 300 เมตร 4. 1000 เมตร 9. ใหพลังงานความรอนแกนาแข็ง (0o C) มวล 2 กิโลกรัม เปนปริมาณเทาไรเพือใหนาแข็ง ํ้ ่ ํ้ กลายเปนน้ํา และเหลือน้าแข็ง 0.5 กิโลกรัม กาหนดใหความรอนแฝงจาเพาะของนาแขง ํ ํ   ํ ํ้ ็ 336 kJ/kg 1. 504 kJ 2. 336 kJ 3. 168 kJ 4. 94 kJ 10. กอนน้าแข็งมวล 5 กิโลกรัม ไถลลงจากที่สูง 5 เมตร แลวไถลตอไปบนพืนระดับจนหยุด ํ ้ อยากทราบวาน้ําแข็งจะละลายไปเทาไร ถาพืนมีอณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ้ ุ (กาหนด L น้าแข็ง เทากับ 333 kJ/kg ) ํ ํ 11. ถาตองการใหนาแข็งมวล 1 กิโลกรัม อุณหภูมิ –10 องศาเซลเซียส กลายเปนน้าทีอณหภูมิ ํ้ ํ ุ่ 100 องศาเซลเซียส ทั้งหมด จงหาวาตองใชพลังงานความรอนเทาไร กําหนด Cนา = 4.18 กิโลจูล / กก.เคลวิน ํ้ Cน้าแข็ง = 2.10 กิโลจูล / กก.เคลวิน ํ Lน้าแข็ง = 333 กิโลจูล / กก. ํ 1. 231 กิโลจูล 2. 649 กิโลจูล 3. 772 กิโลจูล 4. 793 กิโลจูล 12. นําน้าแข็ง 60 กรัม ที่ 0o C ใสเขาไปในคาลอริมเิ ตอร (ทีถอวาไมมคาความรอนจําเพาะ) ํ ่ื ี ซึงบรรจุนา 400 กรัม อุณหภูมิ 70o C อยู ภายหลังจากกวนจนเกิดสมดุลทางความรอน ่ ํ้ อุณหภูมสดทายจะเปนเทาใด ิ ุ 1. 0o C เพราะน้ําแข็งละลายไมหมด 2. ประมาณ 5o C 3. ใกลเคียงกับ 50o C 4. ใกลๆ กบจดเดอด (100o C) ั ุ ื 54
  • 26.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 13. แกสในกระบอกสูบอักลูกสูบใหมีปริมาตรลดลงจาก 10 cc เปน 5 cc ความดันเดิม 1 atm จงหาความดันของแกสในกระบอกสูบหลังอัดแลว เมอกาหนดใหอณหภมของแกสคงตว? ่ื ํ ุ ู ิ  ั 1. 4.0 atm 2. 2.0 atm 3. 1.5 atm 4. 1.0 atm 14. แกสจํานวนหนึงปริมาณ 0.5 ลูกบาศกเมตร ทีความดัน 105 นวตน/ตารางเมตร อุณหภูมิ ่ ่ ิ ั 0 องศาเซลเซียส ถาจะทําใหแกสนี้มีปริมาตร 1 ลูกบาศกเมตร โดยความดันไมเปลียน ่ แปลง อุณหภูมสดทายเปนเทาไร ิ ุ 15. Idealgas จํานวนหนึงอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ ถาความดันลดลง ่ เปน 0.6 บรรยากาศ ปริมาตรเพิมเปน 2 เทา อุณหภูมสดทายของแกสจะเปนเทาไร ่ ิ ุ 16. แกสชนิดหนึ่งถูกบังคับใหมีความดันคงที่ และอุณหภูมิของแกสถูกทําใหเพิ่มขึ้นจาก 27o C ไปเปน 127o C ปริมาตรของแกสจะเปลียนไปเปนอัตราสวนเทาใดของปริมาตรเดิม ่ 1. 4/3 2. 3 /4 3. 127/27 4. ไมเปลี่ยน 17. แกสชนิดหนึงมีปริมาตรและอุณหภูมสมบูรณเพิมเปน 1.5 เทา และ 2 เทา ตามลําดับ ่ ิ ั ่ จงหาวาความดนของแกสนเ้ี ปนกเ่ี ทาของความดนเดม  ั    ั ิ 18. แกสในถังใบหนึ่ง เมือทําใหอณหภูมลดลงจาก 27 องศาเซลเซียส –6 องศาเซลเซียส ความ ่ ุ ิ ดันของแกส จะเพิมหรือลดลงจากเดิมกีเ่ ปอรเซ็นต ่ 19. ในการทดลองเพือหาความสัมพันธระหวางความดันและปริมาตรของแกสชนิดหนึง พบวา ่ ่ ถาเราเพิมความดันขึนเปน 3 เทาของความดนเรมตนปรมาตรของแกสในระบบจะลดลง ่ ้  ั ่ิ  ิ  เปนครึงหนึง จงหาวาอุณหภูมของแกสควรจะเพิมขึนกีเ่ ปอรเซ็นต ่ ่ ิ ่ ้ 1. 0% 2. 50% 3. 75% 4. 150% 20. ที่ S.T.P. อากาศ 1 ลิตร มีมวล 1.293 กรัม จงหาความดันของอากาศมวล 12.93 กรัม ปริมาตร 10 ลิตร ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส ่ี ุ ู 21. แกสจํานวนหนึงบรรจุในถังทีมอณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส แกสนี้มีมวล 10 กิโลกรัม ่ ่ ีุ และมีความดัน 2 บรรยากาศ ถาแกสรัวออกไปจํานวนหนึง ทําใหอุณหภูมิลดลงเหลือ ่ ่ 27 องศาเซลเซียส และมีความดัน 1 บรรยากาศ แกสรัวออกไปกีกโลกรัม ่ ่ิ 55
  • 27.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 22. ความหนาแนนของอากาศท่ี 27 องศาเซลเซียส ความดัน 760 มิลลิเมตร ของปรอทเปน  2.5 กรัม / ลิตร ถา ณ อณหภมเิ ดยวกน ความดันเปน 860 มิลลิเมตร ของปรอท ความ ุ ู ี ั หนาแนนของอากาศเปนเทาไร 23. หองประชมมอณหภมิ 32o C เมือเปดเครืองปรับอากาศ ทําใหอณหภูมของหองเปน 26o C  ุ ีุ ู ่ ่ ุ ิ จงหาอัตราสวนความหนาแนนของอากาศทีอณหภูมิ 26o C ตอความหนาแนนของอากาศ ุ่ ทอณหภมิ 32o C ่ี ุ ู 26 1. 32 2. 32 3. 299 4. 305 26 305 299 24. ถาความดันบรรยากาศเทากับความดันของน้าลึก 10 เมตร ถาฟองอากาศใตผวนาลึก ํ  ิ ํ้ 50 เมตร มีปริมาตร 1 ลูกบาศกมิลลิเมตร ลอยขึนมาอยูทตาแหนงต่ากวาระดับผิวน้า ้  ่ี ํ ํ ํ 10 เมตร จะมปรมาตรเทาใด ี ิ  1. 4 mm3 2. 3 mm3 3. 2 mm3 4. 1 mm3 25. ถัง A มีปริมาตร 5 ลิตร บรรจแกสความดน 2 บรรยากาศ ถัง B มีปริมาตร 10 ลิตร ุ  ั บรรจแกสความดน 3 บรรยากาศ นําทอเล็กๆ ตอระหวาง ถัง A และ B ความดนของ ุ  ั   ั แกสในถังทั้งสองเปนเทาใด เมืออุณหภูมไมเปลียนแปลง ่ ิ ่ 26. Idel gas ทีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ปริมาตร 20 ลิตร จะมี ่ ปริมาณแกสกี่โมล (R = 8.31 J/mol.K , 1 atm = 1.01 x 105 N/m2 ) 27. แกส 4 โมล บรรจุในภาชนะ 8.31 ลิตร ถาแกสมีอุณหภูมิ 27o C จะมีความดันเทาไร 1. 1.0 x 106 N/m2 2. 1.1 x 106 N/m2 3. 1.2 x 106 N/m2 4. 1.4 x 106 N/m2 28. แกสไฮโดรเจน 10 ลิตร ความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส จะมีมวล  ของ แกสเทาใด ( H = 1 ) 29. ภาชนะปริมาตร 2 x 10–2 ลูกบาศกเมตร บรรจแกส CO2 20 กรัม อุณหภูมิ 57 องศา ุ เซลเซียส จงหาความดนของแกส CO2 น้ี ( C = 12 , O = 16) ั  30. อากาศทีความดัน 105 นวตน/ตารางเมตร อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส จะมีกี่โมเลกุลใน ่ ิ ั 1 ลูกบาศกเมตร ( kB = 1.38 10–23 J/K ) 56
  • 28.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 31. ภาชนะบรรจุแกสในอุดมคติ เดิมบรรจุแกสไว n โมล มีความดัน 4 บรรยากาศ ถาตองการ ใหความดันลดลงเหลือ 3 บรรยากาศ จะตองปลอยแกสออกมากีโมล โดยอุณหภูมคงตัว ่ ิ n 1. 4 2. n3 3. 2n 3 4. 3n 4 32. แกสในถังใบหนึงมีอณหภูมคงตัวเมือใชแกสไปจนความดันลดลงครึงหนึงของความดันเดิม ่ ุ ิ ่ ่ ่ จํานวนโมเลกุลของแกสทีออกจากถังมีคาเปนกีเ่ ทาของเดิม ่  33. หลอดแกวทดลองบรรจุแกสปริมาตร 50 ลูกบาศกเซนติเมตร อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ ดานบนมีจกไมกอกแตไมสนิทแกสพอรัวออกมาได จุมหลอดแกว ุ  ่  นีลงไปในน้าอุณหภูมิ 87 องศาเซลเซียส ทิงไวนานพอสมควร จงหาวามีแกสรัวไปกีโมล ้ ํ ้ ่ ่ 34. มีแกสอยูในภาชนะ ถาตองการรูจานวนโมลของแกส จะตองทราบปริมาณใดบาง ํ 1. ความดัน , ปริมาตร , อุณหภูมิ 2. ความดัน , อุณหภูมิ 3. ความดัน , ปริมาตร 4. ปริมาตร , อุณหภูมิ 35. ภาชนะบรรจุแกส ความดัน P มอณหภมิ T มีปริมาณ N โมเลกุล จงหาปริมาตรแกส ีุ ู Nk T 2Nk T 1. PB 2. nRT P 3. PB 4. nRT 2P 36. สมมตวาในการทดลองวดอตราเรวของโมเลกลแตละตวไดทงหมด 6 โมเลกุล ไดการ ิ ั ั ็ ุ  ั  ้ั กระจายอตราเรวโมเลกลดงตาราง จงหาคารากทสองของกาลงสองเฉลยของอตราเรว ั ็ ุ ั  ่ี ํ ั ่ี ั ็ อตราเรวโมเลกล (เมตร/วนาท) ั ็ ุ ิ ี 10 20 30 จํานวนโมเลกุล 1 3 2 37. จงหา vrms ของแกส H2 ที่ 0 องศาเซลเซียส (H = 1)  38. โมเลกุลของแกสออกซิเจนท่ี 27 องศาเซลเซียส จะมคาเฉลยกาลงสองของอตราเรวเทาใด  ี  ่ี ํ ั ั ็  (จล / กิโลกรัม) ถามวลอะตอมของออกซิเจนเทากบ 15 ู  ั 1. 4.2 x 10–27 2. 250 3. 490 4. 2.5 x 105 39. ออกซิเจนมีมวลโมเลกุลเปน 16 เทาของไฮโดรเจน ถามวลโมเลกุลไฮโดรเจนเทากับ 2 และแกสไฮโดรเจนมอณหภมเิ ปน 4 เทาของแกสออกซเิ จนอตราเรวรากทสองของกาลง  ีุ ู    ั ็ ่ี ํ ั สองเฉลยของแกสไอโดรเจนตอแกสออกซเิ จนคอ ่ี    ื 1. 2 : 1 2. 4 : 1 3. 8 : 1 4. 16 : 1 57
  • 29.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 40. ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส แกสชนดหนงมอตราเรวเฉลย 300 เมตร/วนาที ถาอณหภมิ ่ี ุ ู  ิ ่ึ ี ั ็ ่ี ิ  ุ ู เปลี่ยนเปน 927 องศาเซลเซียส อยากทราบวา แกสนจะมอตราเรวเฉลยโมเลกลเปนเทาไร   ้ี ี ั ็ ่ี ุ   41. ทอณหภมิ 27 องศาเซลเซียส แกสไฮโดรเจน มอตราเฉลย 2000 เมตร/วนาที อยากทราบ ่ี ุ ู  ีั ่ี ิ วา ทอณหภมิ 47 องศาเซลเซียส แกสออกซิเจน จะมอตราเรวเฉลยเทาใด (H = 1 , O = 16)  ่ี ุ ู  ีั ็ ่ี  42. ถาความดันของแก็สในถังใบหนึ่งเพิ่มขึ้น 21 เปอรเ ซนต อยากทราบวา อัตราเร็วเฉลียของ ็  ่ แกสจะเพมหรอลดลงกเ่ี ปอรเ ซนต  ่ิ ื ็ 43. แกสชนดหนงบรรจภายในภาชนะปดทมความดน 1 บรรยากาศ อณหภมิ 15o C มีความ  ิ ่ึ ุ  ่ี ี ั ุ ู หนาแนน 1.225 กิโลกรัมตอลูกบาศกเมตร เมื่ออัดแกสนี้ใหมีปริมาตรนอยลงและมีความดัน  3 บรรยากาศ อณหภมิ 100o C จงหาอตราเรวรากทสองของกาลงสองเฉลยของโมเลกล ุ ู ั ็ ่ี ํ ั ่ี ุ ของแกสนนในหนวย เมตรตอวนาที (1 บรรยากาศ = 1.01 x 105 N/m2 )  ้ั   ิ 1. 4.9 x 102 2. 5.4 x 102 3. 5.7 x 102 4. 8.6 x 102 44. ถาอตราสวนของอตราเรวรากทสองของกาลงสองเฉลย (Vrms ) ของแกสออกซิเจนตอ  ั  ั ็ ่ี ํ ั ่ี  แกสไนโตรเจนเปน 3 ตอ 2 และแกสออกซเิ จนมความดนเปน 2 เทาของแกสไนโตรเจน     ี ั  อตราสวนของความหนาแนนของแกสออกซิเจนตอกาซไนโตรเจน ั     1. 2/9 2. 8/9 3. 4/3 4. 3 / 4 45. กระบอกสูบแกสชนิดหนึงบรรจุจานวน n โมล เมือใหความรอนจํานวนหนึงแกกระบอก ่ ํ ่ ่ สูบ พบวา Vrms ของแกสเพมขนเปน 2 เทา และปริมาตรเพิมขึนเปน 3 เทา ความดัน  ่ิ ้ึ   ่ ้  ของแกสจะเปลยนเปนกเ่ี ทาของความดนเดม  ่ี   ั ิ 1. 3/2 2. 4 /3 3. 3/2 3. 3/4 46. บรรจแกสในภาชนะปดจานวนหนง อัตราเร็วรากทีสองของกําลังสองเฉลียของแกสเปน ุ   ํ ่ึ ่ ่ 0.5 เมตร/วินาที ถาอุณหภูมสมบูรณของแกสเพิมขึนเปน 4 เทาของเดม อตราเรวราก ิ ั ่ ้  ิ ั ็ ทีสองของกําลังเฉลียของแกสเปนเทาไร ่ ่ 1. 1 m/s 2. 2 m/s 3. 4 m/s 4. 4 2 m/s 47. แกสไฮโดรเจนบรรจุภาชนะมีอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ถาแกสไฮโดรเจน 1 โมเลกุล   มีมวล 3.32 x 10–27 กิโลกรัม เมอโมเลกลของแกสไฮโดรเจนชนฝาผนงในแนวตงฉาก ่ื ุ  ั ้ั จะมโมเมนตมเปลยนไปเทาใด ี ั ่ี  58
  • 30.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 48. แกส (อะตอมเดยว) นออน อารกอน และครปตอน มีนาหนักโมเลกุลเปน 10, 18 และ 36 ่ี ี  ิ ํ้ ตามลาดบทอณหภมิ 300 องศาเคลวน แกสชนิดไหนจะมีอตราเร็วรากทีสองของกําลังสอง ํ ั ่ี ุ ู ิ ั ่ เฉลียสูงทีสด ่ ่ ุ 1. นออน ี 2. อารกอน  3. ครปตอน ิ 4. ไมมี เพราะเทากันหมด 49. Ideal gas ณ อณหภมิ 27 องศาเซลเซียส จะมีพลังงานจลนเฉลียเทาใด ุ ู ่ (kB = 1.38 x 10–23 J/K ) 50. ทีความดัน 2 บรรยากาศ แกสชนิดหนึงมีความหนาแนนของโมเลกุล 4 x 1025 โมเลกุล/ ่ ่ ลูกบาศกเมตร อยากทราบวาแกส 0.2 ลูกบาศกเมตร จะมีพลังงานจลนเฉลียเทาใด ่ (1 atm = 1.01 x 105 N/m2 ) 51. ณ อณหภมิ 37 องศาเซลเซียส แกสชนิดหนึง 2 โมล จะมีพลังงานเทาใด ุ ู ่ (R = 8.3 J/mol.K) 52. ถาความดนของอากาศในหองปดหองหนงเปน a N/m2 พลังงานจลนของอากาศตอหนึง  ั    ่ึ  ่ หนวยปริมาตรเปนเทาไร 1. 2a J/m2 3 2. 3a J/m2 2 3. 2a J/m3 3 4. 3a J/m3 2 53. ทีความดัน 4 x 105 นวตน/ตารางเมตร แกสจะมีพลังงานกีจลตอลูกบาศกเมตร ่ ิ ั ู่ 54. เมืออุณหภูมของแกสลดลงจาก 27 องศาเซลเซียสเปน 9 องศาเซลเซียสอยากทราบวา ่ ิ  พลงงานจลนเ ฉลยของโมเลกลของแกสจะเพมหรอลดลงกเ่ี ปอรเซนต ั ่ี ุ  ่ิ ื 55. เมือความดันเฉลียของแกสภายในถังใบหนึง เพิม 20 เปอรเซ็นต อยากทราบวา พลังงาน ่ ่ ่ ่ จลนเฉลียของแกสภายในถังนีจะเปลียนแปลงอยางไร ่ ้ ่ 56. พลังงานภายในของแกสฮีเลียม 10 โมล จะเปลียนไปเทาใด เมออณหภมของแกสฮเี ลยม ่ ่ื ุ ู ิ  ี เปลียนไป 20 องศาเซลเซียส ่ 57. แกสโมเลกลอะตอมเดยวชนดหนงมมวล 60 กรัม เมืออุณหภูมเิ ปลียนไป 10 K พลังงาน  ุ ่ี ิ ่ึ ี ่ ่ ของแกสนีจะเปลียนไปเทาไร กําหนดใหมวลโมเลกุลของแกสนี้ = 15 ้ ่ 58. แกสจํานวนหนึงมีจานวนโมเลกุล 1025 โมเลกุล ถาตองการใหแกสจานวนนมอณหภมิ ่ ํ     ํ ้ี ี ุ ู เพิมขึน 1 องศาเซลเซียส ตองใหความรอนแกแกสนเ้ี ทาไร เมอปรมาตรของแกสคงท่ี ่ ้       ่ื ิ  59
  • 31.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 59. ระบบหนึง เมอไดรบความรอน 8,000 จล จะทําใหพลังงานภายในระบบเพิมขึน 6,000 จล ่ ่ื  ั ู ่ ้ ู อยากทราบวาในการนีตองทํางานใหแกระบบหรือระบบทํางานเทาไร ้ 60. ในการอัดแกสฮีเลียมจํานวน 0.2 กิโลโมล จากปริมาตร 0.4 ลูกบาศกเมตร ใหเหลือ 0.2 ลูกบาศกเมตร ดวยความดันคงที่ 2 x 105 พาสคัล ถาระบบหมดวยฉนวนทหนามาก จงหา  ุ  ่ี พลังงานภายในระบบของแกสเปลียนไปอยางไร ่ 61. ในการอัดแกส 2 โมล ในกระบอกสูบตองทํางานใหระบบ 400 จล ถาระบบไมถายเท ู  ความรอนเลย อยากทราบวา อุณหภูมของแกสจะสูงขึนเทาใด ิ ้ 62. เมอระบบขยายตวอยางชาๆ โดยความดันและอุณหภูมคงที่ เมือวัดความดันได 5 x 105 ่ื ั   ิ ่ พาสคัลและปริมาตรของระบบเพิมจาก 5 ลิตร เปน 10 ลิตร จงหาพลงงานความรอน ่  ั  ทีใหแกระบบ ่ เฉลยแบบฝกหัดฟสกส บทที่ 10 เรอง ความรอน ิ ่ื 1. (126.88o C) 2. (0.48o C) 3. (1.6o C) 4. ขอ 2 5. ก) 500 J , ข) 25.25o C 6. ขอ 4 7. (6,660 จล) ู 8. ขอ 3 9. ขอ 1 10. (0.75 กรัม) 11. ขอ 3 12. ขอ 3 13. ขอ 1 14. (546 k) 15. (87o C) 16. ขอ 1 17. ( 4 เทา ) 3  18. ลดลง 11% 19. ขอ 2 20. (1.1 atm ) 21. (4.95 kg) 22. (2.83 g/ ) 23. ขอ 4 24. ขอ 2 25. (2.67 atm) 26. (0.81) 27. ขอ 3 28. (0.81 กรัม) 29. (6.23 x 104 N/m2 ) 30. (2.34 x 1025 ) 31. ขอ 1 32. (0.5) 33. (3.38 x 10–4 ) 60
  • 32.
    Physics Online III http://www.pec9.com บทที่ 10 ความรอน 34. ตอบขอ 1 วธทา จากสูตร ิี ํ PV = nRT จะได n = PV RT นนคอตองทราบคา ความดัน (P) , ปริมาตร (V) และอุณหภูมิ (T) จงจะหาคาจานวน ่ั ื   ึ  ํ โมล (n) ได สวน R นนเปนคาคงท่ี ้ั   35. ตอบขอ 1 วธทา จากสูตร PV = NkB T ิี ํ Nk T จะได V = PB 36. (22.73 w ) s 37. (1844.7 w ) s 38. ขอ 4 39. ขอ 3 40. (600 m ) s 41. (516.4 m ) s 42. เพิมขึน 10% ่ ้ 43. ขอ 3 44. ขอ 2 45. ขอ 2 46. ขอ 1 47. (1.28 x 10–23 N.S) 48. ขอ 1 49. (6.21 x 10–21 ) 50. (7.58 x 10–21 J ) 51. (7719 J) 52. ขอ 4 53. (6 x 105 ) 54. ลดลง 6% 55. เพิมขึน 20% ่ ้ 56. (2493 J) 57. (498.6 J) 58. (207 จล)ู 59. ระบบทํางาน 2000 จล ู 60. (4 x 10–4 J) 61. (16.04 k) 62. (2500 ) 61