1

                                                   ข้ อสอบ ชุ ดที่ 1
                            กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้ นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 เล่ม 1
แบบปรนัย
คาชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำเดียว
1. เกณฑ์ การจาแนกสิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวกับสิ่ งมีชีวต
                              ิ                        ิ       4. สิ่ งทีเ่ หมือนกันของสิ่ งมีชีวิตเซลล์เดียวกับ
   หลายเซลล์คืออะไร                                               สิ่ งมีชีวตหลายเซลล์คืออะไร
                                                                               ิ
  1 จำนวนเซลล์                                                    1 ขนำดของเซลล์
  2 ขนำดของเซลล์                                                  2 รู ปร่ ำงของเซลล์
  3 รู ปร่ ำงของเซลล์                                             3 ควำมแข็งของเซลล์
  4 ส่ วนประกอบของเซลล์                                          4 ส่ วนประกอบพื้นฐำนของเซลล์
2. “เซลล์ มีลักษณะค่ อนข้ างกลม มีส่วนที่เป็ นแขนยื่น          5. ส่ วนประกอบของเซลล์ที่พบในเซลล์พช แต่ ไม่ พบ
                                                                                                             ื
   ออกมาจากตัวเซลล์ เพื่อช่ วยส่ งกระแสความรู้ สึก                 ในเซลล์สัตว์คืออะไร
   ไปยังจุดอื่น” เซลล์ดังกล่าวคือเซลล์อะไร                        1 นิวเคลียส
   1 เซลล์อะมีบำ                                                  2 เยือหุมเซลล์
                                                                        ่ ้
  2 เซลล์ประสำท                                                   3 ไซโทพลำซึม
  3 เซลล์กล้ำมเนื้อ                                               4 คลอโรพลำสต์
  4 เซลล์เม็ดเลือดแดง                                          6. ส่ วนประกอบทีทาให้ เซลล์ พชแตกต่ างจากเซลล์
                                                                                       ่           ื
3. เพราะเหตุใดนักวิทยาศาสตร์ จึงจาแนกสิ่ งมีชีวต   ิ              สั ตว์คืออะไร
   ออกเป็ นสิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวกับสิ่ งมีชีวตหลาย
                          ิ                  ิ                    1 ไซโทพลำซึ มกับไรโบโซม
   เซลล์                                                                 ่ ้             ั
                                                                  2 เยือหุ มเซลล์กบนิวเคลียส
  1 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีควำมแข็งของเซลล์มำกกว่ำ
              ิ                                                                    ั
                                                                  3 ผนังเซลล์กบคลอโรพลำสต์
    สิ่ งมีชีวตหลำยเซลล์
                ิ                                                 4 ไมโทคอนเดรี ยกับนิวคลีโอลัส
  2 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีส่วนประกอบพื้นฐำนของ
                  ิ                                            7. สิ่ งใดทีทาให้ เซลล์พชแตกต่ างจากเซลล์สัตว์
                                                                             ่               ื
    เซลล์ที่แตกต่ำงจำกสิ่ งมีชีวตหลำยเซลล์
                                    ิ                             1 ไซโทพลำซึ มกับไรโบโซม
  3 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีรูปร่ ำงของเซลล์ที่เหมือนกัน
                    ิ                                                                      ั
                                                                  2 เยือหุ มเซลล์กบนิวเคลียส
                                                                          ่ ้
    ส่ วนสิ่ งมีชีวตหลำยเซลล์มีรูปร่ ำงของ เซลล์ที่
                        ิ                                                            ั
                                                                  3 ผนังเซลล์กบคลอโรพลำสต์
    แตกต่ำงกัน                                                    4 ไมโทคอนเดรี ยกับนิวคลีโอลัส
  4 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีเพียงเซลล์เดียวก็ดำรงชีวต
                      ิ                              ิ
         ่
    อยูได้ แต่สิ่งมีชีวิตหลำยเซลล์ตองมีเซลล์มำรวม
                                      ้
    กลุ่มกันจึงจะดำรงชีวิตอยูได้  ่
2

8. เซลล์ พชมีอยู่ทส่วนใดของพืช
              ื     ี่                                12. เซลล์ทไม่ มีนิวเคลียสเป็ นส่ วนประกอบคือเซลล์
                                                                  ี่
   1 ใบและลำต้น ที่อื่น ๆ ไม่มี                            อะไร
   2 ปลำยใบและปลำยรำกเท่ำนั้น                              1 เซลล์ประสำท
   3 ใบและลำต้นกับที่ปลำยรำกเท่ำนั้น                       2 เซลล์กล้ำมเนื้อ
            ่
   4 มีอยูทุกส่ วนของพืช เพรำะพืชมีเซลล์เป็ น              3 เซลล์เยือบุขำงแก้ม
                                                                       ่ ้
     ส่ วนประกอบ                                           4 เซลล์เม็ดเลือดแดง
9. เมื่อเรานาเซลล์ ของใบสาหร่ ายหางกระรอกและ          13. ปัจจัยทีส่งผลต่ อความช้ าหรือเร็วของอัตราการ
                                                                     ่
   เซลล์ เยือหอมมาส่ องดูด้วยกล้ องจุลทรรศน์ เม็ดสี
                ่                                         แพร่ ของสารคืออะไร
   เขียวเล็ก ๆ ทีพบในเซลล์ของใบสาหร่ ายหาง
                  ่                                       1 ชนิดของสำร
   กระรอกแต่ ไม่ พบในเซลล์เยือหอมคืออะไร
                              ่                           2 ชนิดของเยือกั้น
                                                                         ่
  1 นิวเคลียส                                             3 ขนำดอนุภำคของสำร
  2 เยือหุมเซลล์
        ่ ้                                               4 ควำมแตกต่ำงระหว่ำงควำมเข้มข้นของสำร 2
  3 ไซโทพลำซึม                                              บริ เวณ
  4 คลอโรพลำสต์                                       14.                           จากรู ป อนุภาคทีแพร่  ่
10. ส่ วนประกอบของพืชทีทาหน้ าทีถ่ายทอดลักษณะ
                           ่         ่                                              เข้ าสู่ ลาต้ นได้ คืออะไร
     ทางพันธุกรรมจากพ่ อแม่ ไปสู่ ลกหลานคืออะไร
                                   ู
    1 ผนังเซลล์
    2 นิวเคลียส                                           1 น้ ำ น้ ำเกลือ
    3 เยือหุมเซลล์
         ่ ้                                              2 น้ ำ น้ ำตำลทรำย
    4 ไซโทพลำซึม                                          3 น้ ำ น้ ำตำลกลูโคส
11. ส่ วนประกอบของเซลล์พชทีทาหน้ าทีคล้ายยาม
                             ื ่        ่                 4 น้ ำ น้ ำเกลือ น้ ำตำลกลูโคส
     คืออะไร                                          15. ความแตกต่ างของการแพร่ กบออสโมซิสคืออะไร
                                                                                        ั
    1 ผนังเซลล์                                           1 ออสโมซิสเป็ นกำรเคลื่อนที่ของเยือบำง ๆ
                                                                                                 ่
    2 นิวเคลียส                                           2 กำรแพร่ ไม่ตองผ่ำนเยือบำง ๆ แต่ออสโมซิ ส
                                                                            ้        ่
    3 เยือหุมเซลล์
          ่ ้                                               ต้องผ่ำนเยือบำง ๆ
                                                                         ่
    4 ไซโทพลำซึม                                          3 กำรแพร่ เกิดจำกสำรเคลื่อนที่จำกที่ที่มีโมเลกุล
                                                            น้อยไปสู่ ที่ที่มีโมเลกุลมำกเท่ำนั้น
                                                          4 ถูกทุกข้อ
3

16. เมื่อหย่อนเกล็ดด่ างทับทิมลงในบีกเกอร์ ทบรรจุ
                                            ี่       19. นอกจากแสงอาทิตย์ แล้วพืชสามารถสั งเคราะห์
    นาจะเกิดการแพร่ กระจายขึน นักเรียนคิดว่าถ้ ามี
      ้                        ้                         ด้ วยแสงได้ ดีทสุดในแสงสี ใด
                                                                           ี่
    การเพิมอุณหภูมิให้ สูงขึน อัตราการแพร่ จะเป็ น
             ่              ้                           1 ส้ม
   อย่างไร                                              2 แดง
   1 ช้ำลง                                              3 เหลือง
   2 เร็ วขึ้น                                          4 น้ ำเงิน
   3 เท่ำเดิม                                        20. ข้ อความใดถูกต้ อง
   4 ไม่มีผลต่ออัตรำกำรแพร่                              1 กำรสังเครำะห์ดวยแสงของพืชเกิดขึ้นที่บริ เวณ
                                                                                  ้
17. กระบวนการสั งเคราะห์ ด้วยแสงของพืชมีการ                   ใบเท่ำนั้น
    เปลียนแปลงดังนี้
         ่                                               2 พืชส่ งอำหำรไปเลี้ยงส่ วนต่ำง ๆ ของลำต้นใน
                                                              รู ปของน้ ำตำล
                                                         3 แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์เกิดจำกกระบวนกำร
                                                               สังเครำะห์ดวยแสง
                                                                              ้
                                                         4 แก๊สออกซิ เจนเป็ นวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนกำร
   ถ้ า B เป็ นสารที่เข้ าทางปากใบของพืช A และ B               สังเครำะห์ดวยแสง ้
   คืออะไร                                           21. ในกระบวนการสั งเคราะห์ ด้วยแสงของพืชสิ่ งแรก
  1 น้ ำและแก๊สออกซิ เจน                                 ทีได้ คืออะไร
                                                            ่
  2 แก๊สออกซิ เจนและน้ ำ                                 1 น้ ำ
  3 แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์และน้ ำ                         2 แป้ ง
  4 น้ ำและแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์                         3 น้ ำตำล
18. สิ่ งทีไม่ ใช่ ปัจจัยทีสาคัญในกระบวนการ
           ่               ่                             4 แก๊สออกซิ เจน
    สั งเคราะห์ ด้วยแสงคืออะไร
   1 น้ ำ
   2 แสง
   3 ออกซิเจน
   4 คำร์บอนไดออกไซด์
4

22.                               จากรู ป เป็ นใบไม้ ที่   26.“ในบรรยากาศที่มีแก๊ สคาร์ บอนไดออกไซด์ น้อย
                                  สกัดคลอโรฟิ ลล์ออก           หรื อไม่ มีเลยจะมีผลต่ อการเจริ ญเติบโตของพืช”
                                  แล้วนาไปหยดสาร               นักเรียนเห็นด้ วยกับคากล่าวข้ างต้ นหรือไม่
                                  ละลายไอโอดีนได้ ผล           เพราะเหตุใด
     การทดลองดังรู ป นักเรี ยนคิดว่ าส่ วนใดของ                1 เห็นด้วย เพรำะพืชใช้แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์
      ใบไม้ ทไม่ มีการสั งเคราะห์ ด้วยแสง
               ี่                                                 สำหรับกำรหำยใจ
     1 1 และ 2                                                 2 เห็นด้วย เพรำะแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์เป็ น
     2 2 และ 3                                                   ปัจจัยสำคัญสำหรับกำรสังเครำะห์ดวยแสงของ
                                                                                                      ้
     3 3 และ 4                                                   พืช
     4 4 และ 1                                                 3 ไม่เห็นด้วย เพรำะพืชต้องกำรแก๊สออกซิ เจน
23. ผลิตภัณฑ์ ทได้ จากกระบวนการสั งเคราะห์ ด้วย
                  ี่                                              ช่วยในกำรเจริ ญเติบโตของพืช
    แสงคืออะไร                                                 4 ไม่เห็นด้วย เพรำะกำรสังเครำะห์ดวยแสงของ
                                                                                                    ้
    1 น้ ำตำล แป้ ง น้ ำ                                          พืชไม่จำเป็ นต้องใช้แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์
    2 น้ ำตำล แก๊สออกซิ เจน น้ ำ                           27. ผลดีทจะได้ รับจากการปลูกพืชในบริเวณทีเ่ กิด
                                                                      ี่
    3 แป้ ง น้ ำตำล คลอโรฟิ ลล์ น้ ำ                           มลภาวะของอากาศคืออะไร
    4 น้ ำตำล แก๊สออกซิ เจน คลอโรฟิ ลล์                        1 เพิ่มปริ มำณออกซิ เจนในอำกำศ
24. การทดสอบหาแปงในใบพืชทีถูกแสงกับใบพืชที่
                        ้           ่                                       ่
                                                               2 เป็ นที่อยูอำศัยของสัตว์นำนำชนิด
    ไม่ ถูกแสง มีสิ่งใดเป็ นตัวแปรต้ นและตัวแปรตาม             3 เป็ นแหล่งอำหำรและพลังงำนของสิ่ งมีชีวต   ิ
    1 แสงและแป้ ง                                              4 ทำให้ชุมชนบริ เวณนั้นมีควำมร่ มรื่ นสบำยตำ
    2 ขนำดใบพืชและแสง                                      28.                                  จากแผนภาพ
    3 แสงและชนิดของพืช                                                                          แก๊ส A ควรเป็ น
    4 ชนิดของพืชและปริ มำณแป้ ง                                                                 แก๊สอะไร
25. กระบวนการสั งเคราะห์ ด้วยแสงมีความสั มพันธ์
    กับสิ่ งใดมากทีสุด
                     ่
    1 ปริ มำณแร่ ธำตุอำหำรที่จำเป็ นในพื้นดิน                      1 ออกซิเจน
    2 ปริ มำณอำหำรที่จำเป็ นต่อสิ่ งมีชีวตทุกชนิ ด
                                         ิ                         2 ไนโตรเจน
                                      ่
    3 จำนวนพืชและสัตว์ที่อำศัยอยูในบริ เวณต่ำง ๆ                   3 ไฮโดรเจน
    4 กำรหมุนเวียนของแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์                         4 คำร์บอนไดออกไซด์
      และแก๊สออกซิ เจน
5

29. การศึกษาเนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ ของพืชต้ อง
                            ้ ่            ้                33. โครงสร้ างทีพชใช้ ในการลาเลียงนา–เกลือแร่ ขึนสู่
                                                                               ่ ื               ้          ้
     ใส่ หมึกแดงลงไปในนาที่แช่ ต้นพืชด้ วยเพราะเหตุ
                                       ้                        ลาต้ น กิง และใบคืออะไร
                                                                         ่
     ใด                                                         1 ไซเล็ม
    1 ช่วยให้พืชลำเลียงน้ ำได้ดีข้ ึน                           2 โฟลเอ็ม
    2 ช่วยให้พืชสังเครำะห์ดวยแสงดีข้ ึน  ้                      3 ระบบรำก
    3 ช่วยให้เห็นเซลล์ท่ีเป็ นส่ วนประกอบของลำต้น                4 แคมเบียม
       ชัดเจน                                               34. การคายนาของพืชมีความสาคัญต่ อกระบวนการ
                                                                           ้
    4 ช่วยให้เห็นเซลล์ท่ีเป็ นเนื้อเยื่อลำเลียงน้ ำ–เกลือ        ใด
         แร่ ชดเจน
               ั                                                1 หำยใจ
30. กลุ่มเซลล์ ททาหน้ าทีเ่ ป็ นท่ อลาเลียงนาพบได้ ใน
                         ี่                       ้             2 ลำเลียงน้ ำ
    ส่ วนใดของพืช                                               3 สร้ำงน้ ำตำล
   1 เฉพำะรำก                                                   4 สังเครำะห์ดวยแสง ้
   2 รำกและลำต้น                                            35. การคายนาของพืชไม่ มีส่วนช่ วยในกระบวนการ
                                                                             ้
   3 รำก ลำต้น และกิ่ง                                           ใด
   4 รำก ลำต้น กิ่ง และใบ                                       1 ลำเลียงเกลือแร่
31. ข้ อความใดถูกต้ อง                                          2 ลดอุณหภูมิที่ใบ
                 ่                           ่ ั่
    1 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ-เกลือแร่ มีอยูทวไปในลำต้น            3 ลำเลียงน้ ำทำงไซเล็ม
    2 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ–เกลือแร่ ไม่มีในพืชใบเลี้ยงคู่
                   ่                                            4 ลำเลียงอำหำรทำงโฟลเอ็ม
    3 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ–เกลือแร่ ไม่มีในพืชใบเลี้ยง
                     ่                                      36. เนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ ส่วนใหญ่ของพืชเป็ น
                                                                    ้ ่                  ้
       เดี่ยว                                                   เซลล์แบบใด
    4 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ–เกลือแร่ กระจำยทัวลำต้นใน
                       ่                            ่           1 เซลล์ที่มีชีวต ิ
         พืชใบเลี้ยงเดี่ยว                                      2 เซลล์ที่ตำยแล้ว
32. เนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ ในลาต้ นพืชใบเลียงคู่มี
        ้ ่                     ้                     ้         3 เซลล์ที่มีนิวเคลียส
    ลักษณะเป็ นแบบใด                                            4 เซลล์ที่มีไซโทพลำซึม
    1 เรี ยงกันอยูเ่ ป็ นวง                                 37. ส่ วนประกอบทีทาให้ ดอกครบส่ วนเหมือนกับ
                                                                                       ่
    2 กระจัดกระจำยอยูทวไป         ่ ั่                           ดอกสมบูรณ์ เพศคืออะไร
    3 อยูเ่ ป็ นกลุ่มตรงกลำงลำต้น                                1 มีรังไข่และกลีบดอก
    4 อยูเ่ ป็ นชั้น ๆ ระหว่ำงเซลล์                              2 มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก
                                                                 3 มีเกสรเพศผูและเกสรเพศเมีย
                                                                                     ้
                                                                 4 มีกลีบเลี้ยง กลีบดอก และเกสรเพศผู ้
6

38. ข้ อสรุ ปใดถูกต้ อง                               42.                 จากรู ปขณะที่เมล็ดงอกจะได้
    1 ดอกครบส่ วนจะเป็ นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ                           อาหารจากหมายเลขใด
    2 ดอกสมบูรณ์เพศต้องเป็ นดอกครบส่ วนเสมอ
    3 ดอกไม่ครบส่ วนต้องเป็ นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ             11
    4 ดอกไม่สมบูรณ์เพศอำจจะเป็ นดอกครบส่ วนก็              22
       ได้                                                 33
39. ถ้ านักเรียนทดลองนาสารละลายนาตาลเข้ มข้ น
                                        ้                  44
    5% หยดลงบนสไลด์ ทมีอบเรณูของดอกแพง
                              ี่ ั                    43. คากล่าวใดไม่ ถกต้ อง
                                                                            ู
    พวยอยู่ จากนั้นสั งเกตการเปลียนแปลงที่เกิดขึน
                                   ่              ้       1 ถ้ำมีกำรถ่ำย(ละออง)เรณูแล้วจะต้องมีกำร
    ทุก ๆ 15 นาทีเป็ นเวลา 1 ชั่วโมง นักเรียนจะพบ            ปฏิสนธิ เกิดขึ้นเสมอ
    การเปลียนแปลงของสิ่ งใด
               ่                                          2 กำรถ่ำย(ละออง)เรณู ตองอำศัยลมน้ ำ สัตว์ หรื อ
                                                                                    ้
   1 ไม่เกิดกำรเปลี่ยนแปลงใด ๆ                               คนช่วยให้เกิดขึ้น
   2 ละอองเรณูของดอกแพงพวยลดจำนวนลง                       3 กำรถ่ำย(ละออง)เรณูในดอกเดียวกันจะเกิด
   3 สำรละลำยน้ ำตำลเข้มข้น 5% เพิ่มปริ มำณมำก               เฉพำะดอกสมบูรณ์เพศเท่ำนั้น
     ขึ้นเรื่ อย ๆ                                        4 กำรถ่ำย(ละออง)เรณู หมำยถึง กำรที่ละอองเรณู
   4 ละอองเรณูของดอกแพงพวยค่อย ๆ งอกหลอด                      ไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมียเท่ำนั้น
     ยำวออกมำ                                         44. ถ้ าสมศักดิ์ต้องการจะปลูกส้ มเขียวหวานให้ มี
40. ส่ วนประกอบของดอกไม้ ถ้าเรียงจากชั้ นนอกสุ ด          ลักษณะผลและรสเหมือนต้ นพ่อแม่ แล้ว สมศักดิ์
    ไปยังชั้ นในสุ ดได้ แก่ อะไร                          ต้ องใช้ วธีการใด
                                                                    ิ
   1 กลีบเลี้ยง กลีบดอก อับเรณู รังไข่                    1 กำรติดตำ
   2 กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู ้ เกสรเพศเมีย           2 กำรตอนกิ่ง
   3 เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู ้ กลีบดอก กลีบเลี้ยง           3 กำรทำบกิ่ง
   4 เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู ้ ก้ำนเกสรเพศผู ้ รังไข่       4 กำรเพำะด้วยเมล็ด
41. การสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศได้ แก่ วธีการใด
                                      ิ               45. พืชเศรษฐกิจทีนิยมใช้ วธีการเพาะเลียงเนื้อเยือพืช
                                                                          ่       ิ          ้        ่
    1 กำรปักชำ                                             ในการขยายพันธุ์ได้ แก่ พืชชนิดใด
    2 กำรต่อกิ่ง                                          1 ข้ำวโพด
    3 กำรแตกหน่อ                                          2 กล้วย ไม้
    4 กำรเพำะเมล็ด                                        3 ยำงพำรำ
                                                          4 มันสำปะหลัง
7

46. การเพาะเลียงพืชทีสามารถคัดเลือกพันธุ์ใหม่ ทดี
                  ้         ่                       ี่   50.“ดอกบัวจะหุบในตอนกลางคืนและบานในตอน
    ได้ คราวละมาก ๆ คืออะไร                                  กลางวัน” พฤติกรรมดังกล่าวเป็ นการตอบสนอง
   1 กำรชำ                                                   ต่ อสิ่ งเร้ าใด
   2 กำรตอน                                                  1 แสง
   3 กำรติดตำ                                                2 ควำมชื้น
   4 กำรเพำะเลี้ยงเนื้ อเยือพืช ่                            3 อุณหภูมิ
47. ส่ วนของพืชที่นิยมนามาใช้ ในการเพาะเลียง    ้            4 ควำมดันอำกำศ
    เนือเยือพืชคืออะไร
        ้ ่                                              51. การหุบของใบไมยราบอย่ างรวดเร็ว เมื่อเราแตะ
   1 ใบแก่ ๆ                                                 เบา ๆ เกิดจากการตอบสนองต่ อสิ่ งเร้ าใด
   2 กิ่งแก่ ๆ                                              1 แก๊ส
   3 รำกอ่อน                                                2 ควำมชื้น
   4 ปลำยยอดอ่อน                                            3 อุณหภูมิ
48. การตัดต่ อยีนโดยวิธีทางพันธุวศวกรรมทาได้ โดย
                                          ิ                 4 กำรสัมผัส
    วิธีใด                                               52. เซลล์ใดต่ อไปนีไม่ มีนิวเคลียส
                                                                                  ้
    1 นำพืชไปผสมข้ำมพันธุ์เพื่อให้ได้ยนใหม่   ี              1 เซลล์ประสำท
                        ั               ั
    2 แยกยีนที่มีลกษณะดีไวั้ใช้กบพันธุ์พืชพื้นเมือง          2 เซลล์เม็ดเลือดแดง
    3 ตัดยีนที่ตองกำรของพืช สัตว์ ไปใส่ ในเซลล์พืช
                    ้                                        3 เซลล์กล้ำมเนื้อลำย
       เพื่อให้เกิดเซลล์ใหม่ที่มีลกษณะตำมที่ตองกำร
                                      ั           ้          4 เซลล์กล้ำมเนื้อเรี ยบ
    4 เพำะเลี้ยงเซลล์พืชที่มีลกษณะที่ตองกำรใน
                                    ั       ้            53. เซลล์เม็ดเลือดแดงมีหน้ าทีอะไร  ่
       ห้องทดลอง แล้วนำยีนมำตัดแต่งโดยกำรเชื่ อม              1 นำแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์ไปยังปอด
       ยีนที่มีลกษณะที่ตองกำรเข้ำด้วยกัน
                ั             ้                               2 นำแก๊สออกซิ เจนจำกปอดไปยังอวัยวะต่ำง ๆ
49. สาเหตุที่ทาให้ พชแสดงพฤติกรรมการตอบสนอง
                          ื                                   3 นำสำรที่เป็ นพิษต่อร่ ำงกำยไปกำจัดออกนอก
    โดยการเคลือนไหวแบบอัตโนมัติคืออะไร
                      ่                                          เซลล์
   1 ควำมเข้มแสง                                              4 ขนส่ งแก๊สออกซิ เจนและแก๊สคำร์ บอน
   2 อุณหภูมิของอำกำศ                                            ไดออกไซด์ไปยังเซลล์ต่ำง ๆ
                                  ่
   3 ปริ มำณควำมชื้นที่มีอยูในอำกำศ                      54. เม็ดสี เขียวทีเ่ ป็ นอวัยวะสร้ างอาหารภายในเซลล์
   4 กำรเปลี่ยนแปลงของแรงดันเต่งภำยในเซลล์                   พืชเรียกว่าอะไร
                                                             1 นิวเคลียส
                                                             2 คลอโรฟิ ลล์
                                                             3 ไซโทพลำซึม
                                                             4 คลอโรพลำสต์
8

55. ถ้ าเด็ดใบไม้ ในตอนเช้ ามืดมาทดสอบแปงจะพบ้              แสง
    หรือไม่ เพราะเหตุใด                                  3 คลอโรฟิ ลล์จำเป็ นต่อกำรสังเครำะห์ดวยแสง
                                                                                              ้
         1 พบ เพราะพืชมีการสั งเคราะห์ ด้วยแสง              ของพืช
         2 พบ เพราะพืชสะสมนาตาลไว้ ในรู ปของ
                                 ้                        4 ใบเป็ นตำแหน่งสำคัญในกำรสังเครำะห์ดวย  ้
            แปง
              ้                                              แสงของพืช
         3 ไม่ พบ เพราะแปงถูกเปลี่ยนเป็ นนาตาล
                           ้                   ้      58. กิจกรรมใดช่ วยเพิมอัตราการสั งเคราะห์ ด้วยแสง
                                                                                ่
         4 ไม่ พบ เพราะยังไม่ มีการสั งเคราะห์ ด้วย        ของพืช
            แสง                                            1 ใส่ ปุ๋ยเคมีให้พืชก่อนฝนตก
    11                                                     2 ใส่ ปุ๋ยเคมีให้พืชหลังฝนตก
    23                                                     3 เผำหญ้ำแห้งในเวลำกลำงวัน
    3 1 และ 2                                              4 เผำหญ้ำแห้งในเวลำกลำงคืน
    4 3 และ 4                                         59. การขาดธาตุใดทาให้ พชมีปริมาณคลอโรฟิ ลล์
                                                                                    ื
56. ข้ อความใดอธิบายการสั งเคราะห์ ด้วยแสงของ             ลดลง
    พืชได้ ถูกต้ อง                                       1 เหล็ก
    1 เปลี่ยนพลังงำนแสงเป็ นพลังงำนเคมี                   2 สังกะสี
    2 เปลี่ยนพลังงำนแสงเป็ นพลังงำนจลน์                   3 แคลเซียม
    3 เปลี่ยนพลังงำนศักย์เป็ นพลังงำนจลน์                4 แมกนีเซียม
    4 เปลี่ยนพลังงำนแสงเป็ นพลังงำนควำมร้อน           60. ความแตกต่ างของเนือเยื่อลาเลียงอาหารและ
                                                                                  ้
57. จากการทดสอบหาแปงในใบชบาด่ าง พบว่าส่ วนสี
                        ้                                  เนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ คืออะไร
                                                              ้ ่             ้
    ขาวของใบชบาด่ างไม่ มีแปง ข้ อสรุ ปทีเ่ หมาะสม
                               ้                           1 เซลล์ยงมีชีวต
                                                                      ั ิ
    กับกาทดลองนีคืออะไร
                    ้                                      2 ไม่มีนิวเคลียส
   1 กำรหำยใจเกิดขึ้นบริ เวณที่มีสีขำวของใบ               3 ลักษณะของท่อ
   2 กำรสังเครำะห์ดวยแสงของพืชจำเป็ นต้องใช้
                      ้                                   4 ลักษณะของเซลล์
9

แบบอัตนัย
คาชี้แจง ตอบคำถำมต่อไปนี้ ให้ถูกต้อง
1. “ถ้ าต้ องการศึกษาเกี่ยวกับการเจริ ญเติบโตของพืช เราควรศึกษาการเจริ ญเติบโตของลาต้ นและใบของพืชนั้น”
นักเรี ยนเห็นด้วยกับคำกล่ำวนี้หรื อไม่ เพรำะเหตุใด


2. นักเรี ยนคิดว่ำเซลล์บริ เวณใดของพืชน่ำจะมีคลอโรพลำสต์มำก และถ้ำพืชไม่มีคลอโรพลำสต์อยูเ่ ลยจะมี
ผลกระทบต่อสิ่ งมีชีวตชนิดอื่นหรื อไม่
                     ิ


เฉลย ข้ อสอบกลางภาค ชุดที่ 1
แบบปรนัย
1. 1      2. 2      3. 4       4. 4    5. 4      6. 3      7. 3     8. 4   9. 4   10. 2 11. 3 12. 4 13. 4
14. 3 15. 2 16. 4 17. 4 18. 3 19. 4 20. 2 21. 3 22. 4 23. 2 24. 1 25. 4 26. 2
27. 1 28. 1 29. 4 30. 2 31. 4 32. 1 33. 1 34. 2 35. 4 36. 2 37. 3 38. 1 39. 4
40. 2 41. 4 42. 4 43. 1 44. 2 45. 2 46. 4 47. 4 48. 3 49. 4 50. 1 51. 4 52. 2
53. 4 54. 4 55. 4 56. 1 57. 3 58. 3 59. 1 60. 1
แบบอัตนัย
1. พืชต้องเปลี่ยนแป้ งเป็ นน้ ำตำลก่อนจะลำเลียงไปยังส่วนอื่น ๆ เพรำะ
          1) น้ ำตำลละลำยน้ ำได้
          2) น้ ำตำลที่มีกำรย่อยจะมีอนุภำคเล็ก เช่น น้ ำตำลกลูโคส จะทำให้สะดวกต่อกำรแพร่
                                                         ่
2. พืชมีคลอโรพลำสต์จำนวนมำกในไซโทพลำซึมที่อยูบริ เวณใบ คลอโรพลำสต์จะทำหน้ำที่สำคัญในกระบวนกำร สังเครำะห์ดวย       ้
                                                                  ่
แสงของพืช ได้น้ ำตำลเพื่อใช้ในกำรเจริ ญเติบโต และเก็บสะสมอยูในส่วนต่ำง ๆ ของพืช ถ้ำพืชไม่มี คลอโรพลำสต์จะไม่มีกำรสร้ำง
อำหำร ทำให้สิ่งมีชีวตที่กินพืชขำดอำหำร และส่งผลต่อสิ่ งมีชีวตชนิดอื่น ๆ ในโซ่ อำหำร อีกด้วย
                     ิ                                          ิ

ข้อสอบวิทย์เรื่องเซลล์ 1

  • 1.
    1 ข้ อสอบ ชุ ดที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้ นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 เล่ม 1 แบบปรนัย คาชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำเดียว 1. เกณฑ์ การจาแนกสิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวกับสิ่ งมีชีวต ิ ิ 4. สิ่ งทีเ่ หมือนกันของสิ่ งมีชีวิตเซลล์เดียวกับ หลายเซลล์คืออะไร สิ่ งมีชีวตหลายเซลล์คืออะไร ิ 1 จำนวนเซลล์ 1 ขนำดของเซลล์ 2 ขนำดของเซลล์ 2 รู ปร่ ำงของเซลล์ 3 รู ปร่ ำงของเซลล์ 3 ควำมแข็งของเซลล์ 4 ส่ วนประกอบของเซลล์ 4 ส่ วนประกอบพื้นฐำนของเซลล์ 2. “เซลล์ มีลักษณะค่ อนข้ างกลม มีส่วนที่เป็ นแขนยื่น 5. ส่ วนประกอบของเซลล์ที่พบในเซลล์พช แต่ ไม่ พบ ื ออกมาจากตัวเซลล์ เพื่อช่ วยส่ งกระแสความรู้ สึก ในเซลล์สัตว์คืออะไร ไปยังจุดอื่น” เซลล์ดังกล่าวคือเซลล์อะไร 1 นิวเคลียส 1 เซลล์อะมีบำ 2 เยือหุมเซลล์ ่ ้ 2 เซลล์ประสำท 3 ไซโทพลำซึม 3 เซลล์กล้ำมเนื้อ 4 คลอโรพลำสต์ 4 เซลล์เม็ดเลือดแดง 6. ส่ วนประกอบทีทาให้ เซลล์ พชแตกต่ างจากเซลล์ ่ ื 3. เพราะเหตุใดนักวิทยาศาสตร์ จึงจาแนกสิ่ งมีชีวต ิ สั ตว์คืออะไร ออกเป็ นสิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวกับสิ่ งมีชีวตหลาย ิ ิ 1 ไซโทพลำซึ มกับไรโบโซม เซลล์ ่ ้ ั 2 เยือหุ มเซลล์กบนิวเคลียส 1 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีควำมแข็งของเซลล์มำกกว่ำ ิ ั 3 ผนังเซลล์กบคลอโรพลำสต์ สิ่ งมีชีวตหลำยเซลล์ ิ 4 ไมโทคอนเดรี ยกับนิวคลีโอลัส 2 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีส่วนประกอบพื้นฐำนของ ิ 7. สิ่ งใดทีทาให้ เซลล์พชแตกต่ างจากเซลล์สัตว์ ่ ื เซลล์ที่แตกต่ำงจำกสิ่ งมีชีวตหลำยเซลล์ ิ 1 ไซโทพลำซึ มกับไรโบโซม 3 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีรูปร่ ำงของเซลล์ที่เหมือนกัน ิ ั 2 เยือหุ มเซลล์กบนิวเคลียส ่ ้ ส่ วนสิ่ งมีชีวตหลำยเซลล์มีรูปร่ ำงของ เซลล์ที่ ิ ั 3 ผนังเซลล์กบคลอโรพลำสต์ แตกต่ำงกัน 4 ไมโทคอนเดรี ยกับนิวคลีโอลัส 4 สิ่ งมีชีวตเซลล์เดียวมีเพียงเซลล์เดียวก็ดำรงชีวต ิ ิ ่ อยูได้ แต่สิ่งมีชีวิตหลำยเซลล์ตองมีเซลล์มำรวม ้ กลุ่มกันจึงจะดำรงชีวิตอยูได้ ่
  • 2.
    2 8. เซลล์ พชมีอยู่ทส่วนใดของพืช ื ี่ 12. เซลล์ทไม่ มีนิวเคลียสเป็ นส่ วนประกอบคือเซลล์ ี่ 1 ใบและลำต้น ที่อื่น ๆ ไม่มี อะไร 2 ปลำยใบและปลำยรำกเท่ำนั้น 1 เซลล์ประสำท 3 ใบและลำต้นกับที่ปลำยรำกเท่ำนั้น 2 เซลล์กล้ำมเนื้อ ่ 4 มีอยูทุกส่ วนของพืช เพรำะพืชมีเซลล์เป็ น 3 เซลล์เยือบุขำงแก้ม ่ ้ ส่ วนประกอบ 4 เซลล์เม็ดเลือดแดง 9. เมื่อเรานาเซลล์ ของใบสาหร่ ายหางกระรอกและ 13. ปัจจัยทีส่งผลต่ อความช้ าหรือเร็วของอัตราการ ่ เซลล์ เยือหอมมาส่ องดูด้วยกล้ องจุลทรรศน์ เม็ดสี ่ แพร่ ของสารคืออะไร เขียวเล็ก ๆ ทีพบในเซลล์ของใบสาหร่ ายหาง ่ 1 ชนิดของสำร กระรอกแต่ ไม่ พบในเซลล์เยือหอมคืออะไร ่ 2 ชนิดของเยือกั้น ่ 1 นิวเคลียส 3 ขนำดอนุภำคของสำร 2 เยือหุมเซลล์ ่ ้ 4 ควำมแตกต่ำงระหว่ำงควำมเข้มข้นของสำร 2 3 ไซโทพลำซึม บริ เวณ 4 คลอโรพลำสต์ 14. จากรู ป อนุภาคทีแพร่ ่ 10. ส่ วนประกอบของพืชทีทาหน้ าทีถ่ายทอดลักษณะ ่ ่ เข้ าสู่ ลาต้ นได้ คืออะไร ทางพันธุกรรมจากพ่ อแม่ ไปสู่ ลกหลานคืออะไร ู 1 ผนังเซลล์ 2 นิวเคลียส 1 น้ ำ น้ ำเกลือ 3 เยือหุมเซลล์ ่ ้ 2 น้ ำ น้ ำตำลทรำย 4 ไซโทพลำซึม 3 น้ ำ น้ ำตำลกลูโคส 11. ส่ วนประกอบของเซลล์พชทีทาหน้ าทีคล้ายยาม ื ่ ่ 4 น้ ำ น้ ำเกลือ น้ ำตำลกลูโคส คืออะไร 15. ความแตกต่ างของการแพร่ กบออสโมซิสคืออะไร ั 1 ผนังเซลล์ 1 ออสโมซิสเป็ นกำรเคลื่อนที่ของเยือบำง ๆ ่ 2 นิวเคลียส 2 กำรแพร่ ไม่ตองผ่ำนเยือบำง ๆ แต่ออสโมซิ ส ้ ่ 3 เยือหุมเซลล์ ่ ้ ต้องผ่ำนเยือบำง ๆ ่ 4 ไซโทพลำซึม 3 กำรแพร่ เกิดจำกสำรเคลื่อนที่จำกที่ที่มีโมเลกุล น้อยไปสู่ ที่ที่มีโมเลกุลมำกเท่ำนั้น 4 ถูกทุกข้อ
  • 3.
    3 16. เมื่อหย่อนเกล็ดด่ างทับทิมลงในบีกเกอร์ทบรรจุ ี่ 19. นอกจากแสงอาทิตย์ แล้วพืชสามารถสั งเคราะห์ นาจะเกิดการแพร่ กระจายขึน นักเรียนคิดว่าถ้ ามี ้ ้ ด้ วยแสงได้ ดีทสุดในแสงสี ใด ี่ การเพิมอุณหภูมิให้ สูงขึน อัตราการแพร่ จะเป็ น ่ ้ 1 ส้ม อย่างไร 2 แดง 1 ช้ำลง 3 เหลือง 2 เร็ วขึ้น 4 น้ ำเงิน 3 เท่ำเดิม 20. ข้ อความใดถูกต้ อง 4 ไม่มีผลต่ออัตรำกำรแพร่ 1 กำรสังเครำะห์ดวยแสงของพืชเกิดขึ้นที่บริ เวณ ้ 17. กระบวนการสั งเคราะห์ ด้วยแสงของพืชมีการ ใบเท่ำนั้น เปลียนแปลงดังนี้ ่ 2 พืชส่ งอำหำรไปเลี้ยงส่ วนต่ำง ๆ ของลำต้นใน รู ปของน้ ำตำล 3 แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์เกิดจำกกระบวนกำร สังเครำะห์ดวยแสง ้ 4 แก๊สออกซิ เจนเป็ นวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนกำร ถ้ า B เป็ นสารที่เข้ าทางปากใบของพืช A และ B สังเครำะห์ดวยแสง ้ คืออะไร 21. ในกระบวนการสั งเคราะห์ ด้วยแสงของพืชสิ่ งแรก 1 น้ ำและแก๊สออกซิ เจน ทีได้ คืออะไร ่ 2 แก๊สออกซิ เจนและน้ ำ 1 น้ ำ 3 แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์และน้ ำ 2 แป้ ง 4 น้ ำและแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์ 3 น้ ำตำล 18. สิ่ งทีไม่ ใช่ ปัจจัยทีสาคัญในกระบวนการ ่ ่ 4 แก๊สออกซิ เจน สั งเคราะห์ ด้วยแสงคืออะไร 1 น้ ำ 2 แสง 3 ออกซิเจน 4 คำร์บอนไดออกไซด์
  • 4.
    4 22. จากรู ป เป็ นใบไม้ ที่ 26.“ในบรรยากาศที่มีแก๊ สคาร์ บอนไดออกไซด์ น้อย สกัดคลอโรฟิ ลล์ออก หรื อไม่ มีเลยจะมีผลต่ อการเจริ ญเติบโตของพืช” แล้วนาไปหยดสาร นักเรียนเห็นด้ วยกับคากล่าวข้ างต้ นหรือไม่ ละลายไอโอดีนได้ ผล เพราะเหตุใด การทดลองดังรู ป นักเรี ยนคิดว่ าส่ วนใดของ 1 เห็นด้วย เพรำะพืชใช้แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์ ใบไม้ ทไม่ มีการสั งเคราะห์ ด้วยแสง ี่ สำหรับกำรหำยใจ 1 1 และ 2 2 เห็นด้วย เพรำะแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์เป็ น 2 2 และ 3 ปัจจัยสำคัญสำหรับกำรสังเครำะห์ดวยแสงของ ้ 3 3 และ 4 พืช 4 4 และ 1 3 ไม่เห็นด้วย เพรำะพืชต้องกำรแก๊สออกซิ เจน 23. ผลิตภัณฑ์ ทได้ จากกระบวนการสั งเคราะห์ ด้วย ี่ ช่วยในกำรเจริ ญเติบโตของพืช แสงคืออะไร 4 ไม่เห็นด้วย เพรำะกำรสังเครำะห์ดวยแสงของ ้ 1 น้ ำตำล แป้ ง น้ ำ พืชไม่จำเป็ นต้องใช้แก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์ 2 น้ ำตำล แก๊สออกซิ เจน น้ ำ 27. ผลดีทจะได้ รับจากการปลูกพืชในบริเวณทีเ่ กิด ี่ 3 แป้ ง น้ ำตำล คลอโรฟิ ลล์ น้ ำ มลภาวะของอากาศคืออะไร 4 น้ ำตำล แก๊สออกซิ เจน คลอโรฟิ ลล์ 1 เพิ่มปริ มำณออกซิ เจนในอำกำศ 24. การทดสอบหาแปงในใบพืชทีถูกแสงกับใบพืชที่ ้ ่ ่ 2 เป็ นที่อยูอำศัยของสัตว์นำนำชนิด ไม่ ถูกแสง มีสิ่งใดเป็ นตัวแปรต้ นและตัวแปรตาม 3 เป็ นแหล่งอำหำรและพลังงำนของสิ่ งมีชีวต ิ 1 แสงและแป้ ง 4 ทำให้ชุมชนบริ เวณนั้นมีควำมร่ มรื่ นสบำยตำ 2 ขนำดใบพืชและแสง 28. จากแผนภาพ 3 แสงและชนิดของพืช แก๊ส A ควรเป็ น 4 ชนิดของพืชและปริ มำณแป้ ง แก๊สอะไร 25. กระบวนการสั งเคราะห์ ด้วยแสงมีความสั มพันธ์ กับสิ่ งใดมากทีสุด ่ 1 ปริ มำณแร่ ธำตุอำหำรที่จำเป็ นในพื้นดิน 1 ออกซิเจน 2 ปริ มำณอำหำรที่จำเป็ นต่อสิ่ งมีชีวตทุกชนิ ด ิ 2 ไนโตรเจน ่ 3 จำนวนพืชและสัตว์ที่อำศัยอยูในบริ เวณต่ำง ๆ 3 ไฮโดรเจน 4 กำรหมุนเวียนของแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์ 4 คำร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สออกซิ เจน
  • 5.
    5 29. การศึกษาเนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ ของพืชต้อง ้ ่ ้ 33. โครงสร้ างทีพชใช้ ในการลาเลียงนา–เกลือแร่ ขึนสู่ ่ ื ้ ้ ใส่ หมึกแดงลงไปในนาที่แช่ ต้นพืชด้ วยเพราะเหตุ ้ ลาต้ น กิง และใบคืออะไร ่ ใด 1 ไซเล็ม 1 ช่วยให้พืชลำเลียงน้ ำได้ดีข้ ึน 2 โฟลเอ็ม 2 ช่วยให้พืชสังเครำะห์ดวยแสงดีข้ ึน ้ 3 ระบบรำก 3 ช่วยให้เห็นเซลล์ท่ีเป็ นส่ วนประกอบของลำต้น 4 แคมเบียม ชัดเจน 34. การคายนาของพืชมีความสาคัญต่ อกระบวนการ ้ 4 ช่วยให้เห็นเซลล์ท่ีเป็ นเนื้อเยื่อลำเลียงน้ ำ–เกลือ ใด แร่ ชดเจน ั 1 หำยใจ 30. กลุ่มเซลล์ ททาหน้ าทีเ่ ป็ นท่ อลาเลียงนาพบได้ ใน ี่ ้ 2 ลำเลียงน้ ำ ส่ วนใดของพืช 3 สร้ำงน้ ำตำล 1 เฉพำะรำก 4 สังเครำะห์ดวยแสง ้ 2 รำกและลำต้น 35. การคายนาของพืชไม่ มีส่วนช่ วยในกระบวนการ ้ 3 รำก ลำต้น และกิ่ง ใด 4 รำก ลำต้น กิ่ง และใบ 1 ลำเลียงเกลือแร่ 31. ข้ อความใดถูกต้ อง 2 ลดอุณหภูมิที่ใบ ่ ่ ั่ 1 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ-เกลือแร่ มีอยูทวไปในลำต้น 3 ลำเลียงน้ ำทำงไซเล็ม 2 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ–เกลือแร่ ไม่มีในพืชใบเลี้ยงคู่ ่ 4 ลำเลียงอำหำรทำงโฟลเอ็ม 3 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ–เกลือแร่ ไม่มีในพืชใบเลี้ยง ่ 36. เนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ ส่วนใหญ่ของพืชเป็ น ้ ่ ้ เดี่ยว เซลล์แบบใด 4 เนื้อเยือลำเลียงน้ ำ–เกลือแร่ กระจำยทัวลำต้นใน ่ ่ 1 เซลล์ที่มีชีวต ิ พืชใบเลี้ยงเดี่ยว 2 เซลล์ที่ตำยแล้ว 32. เนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ ในลาต้ นพืชใบเลียงคู่มี ้ ่ ้ ้ 3 เซลล์ที่มีนิวเคลียส ลักษณะเป็ นแบบใด 4 เซลล์ที่มีไซโทพลำซึม 1 เรี ยงกันอยูเ่ ป็ นวง 37. ส่ วนประกอบทีทาให้ ดอกครบส่ วนเหมือนกับ ่ 2 กระจัดกระจำยอยูทวไป ่ ั่ ดอกสมบูรณ์ เพศคืออะไร 3 อยูเ่ ป็ นกลุ่มตรงกลำงลำต้น 1 มีรังไข่และกลีบดอก 4 อยูเ่ ป็ นชั้น ๆ ระหว่ำงเซลล์ 2 มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก 3 มีเกสรเพศผูและเกสรเพศเมีย ้ 4 มีกลีบเลี้ยง กลีบดอก และเกสรเพศผู ้
  • 6.
    6 38. ข้ อสรุปใดถูกต้ อง 42. จากรู ปขณะที่เมล็ดงอกจะได้ 1 ดอกครบส่ วนจะเป็ นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ อาหารจากหมายเลขใด 2 ดอกสมบูรณ์เพศต้องเป็ นดอกครบส่ วนเสมอ 3 ดอกไม่ครบส่ วนต้องเป็ นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ 11 4 ดอกไม่สมบูรณ์เพศอำจจะเป็ นดอกครบส่ วนก็ 22 ได้ 33 39. ถ้ านักเรียนทดลองนาสารละลายนาตาลเข้ มข้ น ้ 44 5% หยดลงบนสไลด์ ทมีอบเรณูของดอกแพง ี่ ั 43. คากล่าวใดไม่ ถกต้ อง ู พวยอยู่ จากนั้นสั งเกตการเปลียนแปลงที่เกิดขึน ่ ้ 1 ถ้ำมีกำรถ่ำย(ละออง)เรณูแล้วจะต้องมีกำร ทุก ๆ 15 นาทีเป็ นเวลา 1 ชั่วโมง นักเรียนจะพบ ปฏิสนธิ เกิดขึ้นเสมอ การเปลียนแปลงของสิ่ งใด ่ 2 กำรถ่ำย(ละออง)เรณู ตองอำศัยลมน้ ำ สัตว์ หรื อ ้ 1 ไม่เกิดกำรเปลี่ยนแปลงใด ๆ คนช่วยให้เกิดขึ้น 2 ละอองเรณูของดอกแพงพวยลดจำนวนลง 3 กำรถ่ำย(ละออง)เรณูในดอกเดียวกันจะเกิด 3 สำรละลำยน้ ำตำลเข้มข้น 5% เพิ่มปริ มำณมำก เฉพำะดอกสมบูรณ์เพศเท่ำนั้น ขึ้นเรื่ อย ๆ 4 กำรถ่ำย(ละออง)เรณู หมำยถึง กำรที่ละอองเรณู 4 ละอองเรณูของดอกแพงพวยค่อย ๆ งอกหลอด ไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมียเท่ำนั้น ยำวออกมำ 44. ถ้ าสมศักดิ์ต้องการจะปลูกส้ มเขียวหวานให้ มี 40. ส่ วนประกอบของดอกไม้ ถ้าเรียงจากชั้ นนอกสุ ด ลักษณะผลและรสเหมือนต้ นพ่อแม่ แล้ว สมศักดิ์ ไปยังชั้ นในสุ ดได้ แก่ อะไร ต้ องใช้ วธีการใด ิ 1 กลีบเลี้ยง กลีบดอก อับเรณู รังไข่ 1 กำรติดตำ 2 กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู ้ เกสรเพศเมีย 2 กำรตอนกิ่ง 3 เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู ้ กลีบดอก กลีบเลี้ยง 3 กำรทำบกิ่ง 4 เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู ้ ก้ำนเกสรเพศผู ้ รังไข่ 4 กำรเพำะด้วยเมล็ด 41. การสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศได้ แก่ วธีการใด ิ 45. พืชเศรษฐกิจทีนิยมใช้ วธีการเพาะเลียงเนื้อเยือพืช ่ ิ ้ ่ 1 กำรปักชำ ในการขยายพันธุ์ได้ แก่ พืชชนิดใด 2 กำรต่อกิ่ง 1 ข้ำวโพด 3 กำรแตกหน่อ 2 กล้วย ไม้ 4 กำรเพำะเมล็ด 3 ยำงพำรำ 4 มันสำปะหลัง
  • 7.
    7 46. การเพาะเลียงพืชทีสามารถคัดเลือกพันธุ์ใหม่ ทดี ้ ่ ี่ 50.“ดอกบัวจะหุบในตอนกลางคืนและบานในตอน ได้ คราวละมาก ๆ คืออะไร กลางวัน” พฤติกรรมดังกล่าวเป็ นการตอบสนอง 1 กำรชำ ต่ อสิ่ งเร้ าใด 2 กำรตอน 1 แสง 3 กำรติดตำ 2 ควำมชื้น 4 กำรเพำะเลี้ยงเนื้ อเยือพืช ่ 3 อุณหภูมิ 47. ส่ วนของพืชที่นิยมนามาใช้ ในการเพาะเลียง ้ 4 ควำมดันอำกำศ เนือเยือพืชคืออะไร ้ ่ 51. การหุบของใบไมยราบอย่ างรวดเร็ว เมื่อเราแตะ 1 ใบแก่ ๆ เบา ๆ เกิดจากการตอบสนองต่ อสิ่ งเร้ าใด 2 กิ่งแก่ ๆ 1 แก๊ส 3 รำกอ่อน 2 ควำมชื้น 4 ปลำยยอดอ่อน 3 อุณหภูมิ 48. การตัดต่ อยีนโดยวิธีทางพันธุวศวกรรมทาได้ โดย ิ 4 กำรสัมผัส วิธีใด 52. เซลล์ใดต่ อไปนีไม่ มีนิวเคลียส ้ 1 นำพืชไปผสมข้ำมพันธุ์เพื่อให้ได้ยนใหม่ ี 1 เซลล์ประสำท ั ั 2 แยกยีนที่มีลกษณะดีไวั้ใช้กบพันธุ์พืชพื้นเมือง 2 เซลล์เม็ดเลือดแดง 3 ตัดยีนที่ตองกำรของพืช สัตว์ ไปใส่ ในเซลล์พืช ้ 3 เซลล์กล้ำมเนื้อลำย เพื่อให้เกิดเซลล์ใหม่ที่มีลกษณะตำมที่ตองกำร ั ้ 4 เซลล์กล้ำมเนื้อเรี ยบ 4 เพำะเลี้ยงเซลล์พืชที่มีลกษณะที่ตองกำรใน ั ้ 53. เซลล์เม็ดเลือดแดงมีหน้ าทีอะไร ่ ห้องทดลอง แล้วนำยีนมำตัดแต่งโดยกำรเชื่ อม 1 นำแก๊สคำร์ บอนไดออกไซด์ไปยังปอด ยีนที่มีลกษณะที่ตองกำรเข้ำด้วยกัน ั ้ 2 นำแก๊สออกซิ เจนจำกปอดไปยังอวัยวะต่ำง ๆ 49. สาเหตุที่ทาให้ พชแสดงพฤติกรรมการตอบสนอง ื 3 นำสำรที่เป็ นพิษต่อร่ ำงกำยไปกำจัดออกนอก โดยการเคลือนไหวแบบอัตโนมัติคืออะไร ่ เซลล์ 1 ควำมเข้มแสง 4 ขนส่ งแก๊สออกซิ เจนและแก๊สคำร์ บอน 2 อุณหภูมิของอำกำศ ไดออกไซด์ไปยังเซลล์ต่ำง ๆ ่ 3 ปริ มำณควำมชื้นที่มีอยูในอำกำศ 54. เม็ดสี เขียวทีเ่ ป็ นอวัยวะสร้ างอาหารภายในเซลล์ 4 กำรเปลี่ยนแปลงของแรงดันเต่งภำยในเซลล์ พืชเรียกว่าอะไร 1 นิวเคลียส 2 คลอโรฟิ ลล์ 3 ไซโทพลำซึม 4 คลอโรพลำสต์
  • 8.
    8 55. ถ้ าเด็ดใบไม้ในตอนเช้ ามืดมาทดสอบแปงจะพบ้ แสง หรือไม่ เพราะเหตุใด 3 คลอโรฟิ ลล์จำเป็ นต่อกำรสังเครำะห์ดวยแสง ้ 1 พบ เพราะพืชมีการสั งเคราะห์ ด้วยแสง ของพืช 2 พบ เพราะพืชสะสมนาตาลไว้ ในรู ปของ ้ 4 ใบเป็ นตำแหน่งสำคัญในกำรสังเครำะห์ดวย ้ แปง ้ แสงของพืช 3 ไม่ พบ เพราะแปงถูกเปลี่ยนเป็ นนาตาล ้ ้ 58. กิจกรรมใดช่ วยเพิมอัตราการสั งเคราะห์ ด้วยแสง ่ 4 ไม่ พบ เพราะยังไม่ มีการสั งเคราะห์ ด้วย ของพืช แสง 1 ใส่ ปุ๋ยเคมีให้พืชก่อนฝนตก 11 2 ใส่ ปุ๋ยเคมีให้พืชหลังฝนตก 23 3 เผำหญ้ำแห้งในเวลำกลำงวัน 3 1 และ 2 4 เผำหญ้ำแห้งในเวลำกลำงคืน 4 3 และ 4 59. การขาดธาตุใดทาให้ พชมีปริมาณคลอโรฟิ ลล์ ื 56. ข้ อความใดอธิบายการสั งเคราะห์ ด้วยแสงของ ลดลง พืชได้ ถูกต้ อง 1 เหล็ก 1 เปลี่ยนพลังงำนแสงเป็ นพลังงำนเคมี 2 สังกะสี 2 เปลี่ยนพลังงำนแสงเป็ นพลังงำนจลน์ 3 แคลเซียม 3 เปลี่ยนพลังงำนศักย์เป็ นพลังงำนจลน์ 4 แมกนีเซียม 4 เปลี่ยนพลังงำนแสงเป็ นพลังงำนควำมร้อน 60. ความแตกต่ างของเนือเยื่อลาเลียงอาหารและ ้ 57. จากการทดสอบหาแปงในใบชบาด่ าง พบว่าส่ วนสี ้ เนือเยือลาเลียงนา–เกลือแร่ คืออะไร ้ ่ ้ ขาวของใบชบาด่ างไม่ มีแปง ข้ อสรุ ปทีเ่ หมาะสม ้ 1 เซลล์ยงมีชีวต ั ิ กับกาทดลองนีคืออะไร ้ 2 ไม่มีนิวเคลียส 1 กำรหำยใจเกิดขึ้นบริ เวณที่มีสีขำวของใบ 3 ลักษณะของท่อ 2 กำรสังเครำะห์ดวยแสงของพืชจำเป็ นต้องใช้ ้ 4 ลักษณะของเซลล์
  • 9.
    9 แบบอัตนัย คาชี้แจง ตอบคำถำมต่อไปนี้ ให้ถูกต้อง 1.“ถ้ าต้ องการศึกษาเกี่ยวกับการเจริ ญเติบโตของพืช เราควรศึกษาการเจริ ญเติบโตของลาต้ นและใบของพืชนั้น” นักเรี ยนเห็นด้วยกับคำกล่ำวนี้หรื อไม่ เพรำะเหตุใด 2. นักเรี ยนคิดว่ำเซลล์บริ เวณใดของพืชน่ำจะมีคลอโรพลำสต์มำก และถ้ำพืชไม่มีคลอโรพลำสต์อยูเ่ ลยจะมี ผลกระทบต่อสิ่ งมีชีวตชนิดอื่นหรื อไม่ ิ เฉลย ข้ อสอบกลางภาค ชุดที่ 1 แบบปรนัย 1. 1 2. 2 3. 4 4. 4 5. 4 6. 3 7. 3 8. 4 9. 4 10. 2 11. 3 12. 4 13. 4 14. 3 15. 2 16. 4 17. 4 18. 3 19. 4 20. 2 21. 3 22. 4 23. 2 24. 1 25. 4 26. 2 27. 1 28. 1 29. 4 30. 2 31. 4 32. 1 33. 1 34. 2 35. 4 36. 2 37. 3 38. 1 39. 4 40. 2 41. 4 42. 4 43. 1 44. 2 45. 2 46. 4 47. 4 48. 3 49. 4 50. 1 51. 4 52. 2 53. 4 54. 4 55. 4 56. 1 57. 3 58. 3 59. 1 60. 1 แบบอัตนัย 1. พืชต้องเปลี่ยนแป้ งเป็ นน้ ำตำลก่อนจะลำเลียงไปยังส่วนอื่น ๆ เพรำะ 1) น้ ำตำลละลำยน้ ำได้ 2) น้ ำตำลที่มีกำรย่อยจะมีอนุภำคเล็ก เช่น น้ ำตำลกลูโคส จะทำให้สะดวกต่อกำรแพร่ ่ 2. พืชมีคลอโรพลำสต์จำนวนมำกในไซโทพลำซึมที่อยูบริ เวณใบ คลอโรพลำสต์จะทำหน้ำที่สำคัญในกระบวนกำร สังเครำะห์ดวย ้ ่ แสงของพืช ได้น้ ำตำลเพื่อใช้ในกำรเจริ ญเติบโต และเก็บสะสมอยูในส่วนต่ำง ๆ ของพืช ถ้ำพืชไม่มี คลอโรพลำสต์จะไม่มีกำรสร้ำง อำหำร ทำให้สิ่งมีชีวตที่กินพืชขำดอำหำร และส่งผลต่อสิ่ งมีชีวตชนิดอื่น ๆ ในโซ่ อำหำร อีกด้วย ิ ิ