1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5
ปีการศึกษา 2562
ชื่อโครงงาน ภัยเงียบของชานมไข่มุก
ชื่อผู้ทาโครงงาน
ชื่อ นางสาวกานติศา ชื่นใจ เลขที่ 41 ชั้น ม.6 ห้อง 12
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) ครูนภดล ขอดคา
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
2
สมาชิกในกลุ่ม
1 นางสาวกานติศา ชื่นใจ เลขที่ 41
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
ภัยเงียบของชานมไข่มุก
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
The Silent Threat of “Pearl Milk Tea”
ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษาค้นคว้า
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวกานติศา ชื่นใจ
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่อที่ปรึกษาร่วม ครูนภดล ขอดคา
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่1 และ 2 ปีการศึกษา 2562
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
ชานมไข่มุกนั้น เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของวัยรุ่นที่ฮิตฮอตแทบทุกที่ มีคนหลากหลายที่เปิด
กิจการเกี่ยวกับชานมไข่มุก เพื่อตอบสนองความต้องการ และการตลาดเจาะกลุ่มวัยรุ่นให้เข้ามาบริโภคสินค้า แต่
ถึงจะดัง,ฮิตฮอตมากในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามทุกคนที่บริโภคชานมไข่มุกอาจจะมองข้ามภัยของมัน ที่ตามมาทา
ร้ายโดยที่คุณไม่รู้ตัว ในตัวของชานมไข่มุกนั้นมีรสชาติที่เป็นหลักๆเลยคือ ความหวาน หากเราบริโภคเป็นปริมาณ
ที่มากเกินไป บางคนอาจจะบริโภค 1-3 แก้วต่อวัน ซึ่งจะส่งผลที่ไม่ดีต่อร่างกายในอนาคตได้ แถมยังมีโรคต่างๆที่
คอยตามติดมาด้วย ไม่ใช่ว่าชานมไข่มุกไม่ดีไปซะหมด มันก็เป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนชอบและคลายร้อนได้ แต่แค่ต้อง
บริโภคในปริมาณที่สมควร ที่ดิฉันจัดทาโครงงานเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพราะดิฉันชอบบริโภคชานมไข่มุกทุกวัน แต่ก็
ไม่ใช่ไม่เคย เพียงบริโภคนานๆครั้ง เหตุผลหลักคือเพื่อนของดิฉันชอบบริโภคชานมไข่มุกมากๆ บางคนก็บริโภค
ทุกวัน บางคนก็บริโภค 1-3 แก้วต่อวัน ดิฉันคิดว่า มันจะส่งผลเสียต่อร่างกายของพวกเขา จึงอยากจะหาข้อมูลที่
เป็นประโยชน์ต่อการบริโภคที่สมควร แต่ก็ไม่ได้จะห้ามให้บริโภคเลย ควรจะเป็นนานๆครั้งมากกว่า เพราะราคา
ของชานมไข่มุกบางสาชาก็มีราคาสูง ตามกระแสนิยมของมัน นอกจากการความเหมาะสมในการบริโภคแล้ว ก็จะ
ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ หากบริโภคชานมไข่มุกมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อร่างกายของ
ผู้บริโภค เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สนใจ และเพื่อนของคุณที่ชอบบริโภคชานมไข่มุกด้วย
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
 เพื่อให้ทุกคนระมัดระวังในการบริโภคมากขึ้น
 เพื่อให้รู้จักการบริโภคตามปริมาณที่เหมาะสม
 เพื่อให้ตระหนักถึงโรคภัย ที่มาในรูปแบบของเครื่องดื่ม
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
 เพื่อให้รู้ถึงโทษของชานมไข่มุก
 โรคที่เสี่ยงของการบริโภคชานมไข่มุก
3
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
ปัจจุบันหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น คนวัยทางาน ต้องมีชานมไข่มุกเป็นตัวเลือกอยู่ใน
นั้น ด้วยรสชาติหวาน มัน เกินห้ามใจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้บริโภคจะยอมเสียเงินตั้งแต่ 20-100 บาท ซื้อชานมไข่มุก
มารับประทานตามความต้องการหรือถ่ายรูปอัพเดตลงโซเชียล แม้ชานมไข่มุกจะอร่อย ถูกปากเพียงใดก็ตาม แต่รู้
หรือไม่ว่าของที่เราชอบนั้นแฝงไปด้วยภัยอันตรายที่แฝงมาอย่างไม่รู้ตัว นั่นคือ “โรคอ้วนง่าย” และ “แก่ก่อนวัย”
นั่นเอง จากข้อมูลของมูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) เผยว่า ชานมไข่มุกมีส่วนผสมที่ประกอบด้วย ชา ครีมเทียม
น้าตาลทราย นมข้นหวาน ไข่มุก และผงเครื่องดื่มสาเร็จรูปที่แต่งกลิ่นตามรสชาติต่างๆ และยิ่งมีส่วนผสมของกาเฟอีน
ด้วย ซึ่งส่งผลต่อร่างกายเราคือ 1.ส่งผลต่อสมอง 2.ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต 3.ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร 4.
ส่งผลต่อการนอนหลับ 5.ส่งผลต่อกระดูก แต่ด้วยปริมาณที่ใส่ไม่มากนักในชานมไข่มุก อาจะไม่ส่งผลอะไรมากแล้ว
หลายคนมองข้ามไป แต่ด้วยที่เป็นกาเฟอีน ยิ่งจะทาให้ผู้บริโภคติดใจ อยากกินชานมไข่มุกแก้วต่อไปอยู่เรื่อยๆ เข้าไป
อีก นอกจากนี้ หากดูในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการด้วยแล้ว จะพบว่าชานมไข่มุกจะให้ปริมาณแคลอรี่ตั้งแต่ 200-400
กิโลแคลอรี่ แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาไปกว่านั้น คือปริมาณน้าตาลที่มีตั้งแต่ 8- 11 ช้อนชาต่อแก้ว ซึ่งโดยปกติตามหลัก
โภชนาการสาหรับคนทั่วไปไม่ควรบริโภคน้าตาล 6 ช้อนชา (สาหรับผู้หญิง) และ 9 ช้อนชา (สาหรับผู้ชาย) เพราะมี
โทษต่อร่างกายถึง 7 ประการคือ 1.ภาวะเลือดเป็นกรด 2.เกิดไขมันสะสม 3.ก่อให้เกิดความดันเลือดเพิ่มสูง 4.ทาให้
เกิดอาการง่วงนอน 5.ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ 6.ก่อให้เกิดโรคกระดูกเปราะหรือฟันผุในเด็ก 7.กระตุ้นความ
รุนแรงของโรคให้เพิ่มมากขึ้น และหนึ่งในนั้นก็มีโรคอ้วน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนที่ชอบกินชานมไข่มุก จะมีโรคอ้วน
ถามหา ซึ่งวัยรุ่นเป็นส่วนมากจะที่จะเป็นโรคนี้ เพราะส่งผลให้กับรูปลักษณ์ที่น่าภูมิใจหรือความมั่นใจน้อยลง ไม่เพียง
เท่านั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ชานมไข่มุกมีส่วนผสมของครีมเทียมอยู่ด้วย ซึ่งครีมเทียมมีไขมันทรานส์อยู่ เสี่ยงเป็น
อันตรายต่อสุขภาพเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็งอย่างยิ่ง ส่วนแป้งที่ใช้ทาเป็นไข่มุก ขอบอกได้เลยว่าไม่มี
คุณค่าทางสารอาหารแต่อย่างใด เป็นเหมือนแค่เพิ่มจุดขายให้กับสินค้ามากกว่า แต่ก็ยังได้รับกระแสตอบรับอยู่ดี
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
เผยแพร่ข้อมูลที่มีประโยชน์และให้ความรู้ผ่านทางSocial สังคมออนไลน์ เกี่ยวกับภัยเงียบของชานม
ไข่มุก เพื่อให้ทุกคนบริโภคอย่างเหมาะสมและระมัดระวังโรคภัยที่จะเกิดขึ้น
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
 คอมพิวเตอร์
 โทรศัพท์มือถือ,เครื่องมือสื่อสารต่างๆ
 นิตยสารที่อาจมีข้อมูลเกี่ยวข้อง
งบประมาณ
ค่าอินเทอร์เน็ตในการเผยแพร่ข้อมูล 100บาท/สัปดาห์
4
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
ทุกคนที่บริโภคชานมไข่มุกปริมาณมากๆต่อวัน ได้ตระหนักถึงโทษของมัน และระมัดระวังในการบริโภคชานม
ไข่มุกมากขึ้น
สถานที่ดาเนินการ
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
วิทยาศาสตร์
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
 https://www.smartsme.co.th/content/110212
 https://health.kapook.com/view210938.html

2562 final-project

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5 ปีการศึกษา 2562 ชื่อโครงงาน ภัยเงียบของชานมไข่มุก ชื่อผู้ทาโครงงาน ชื่อ นางสาวกานติศา ชื่นใจ เลขที่ 41 ชั้น ม.6 ห้อง 12 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) ครูนภดล ขอดคา ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
  • 2.
    2 สมาชิกในกลุ่ม 1 นางสาวกานติศา ชื่นใจเลขที่ 41 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) ภัยเงียบของชานมไข่มุก ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) The Silent Threat of “Pearl Milk Tea” ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษาค้นคว้า ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวกานติศา ชื่นใจ ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่อที่ปรึกษาร่วม ครูนภดล ขอดคา ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่1 และ 2 ปีการศึกษา 2562 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) ชานมไข่มุกนั้น เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของวัยรุ่นที่ฮิตฮอตแทบทุกที่ มีคนหลากหลายที่เปิด กิจการเกี่ยวกับชานมไข่มุก เพื่อตอบสนองความต้องการ และการตลาดเจาะกลุ่มวัยรุ่นให้เข้ามาบริโภคสินค้า แต่ ถึงจะดัง,ฮิตฮอตมากในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามทุกคนที่บริโภคชานมไข่มุกอาจจะมองข้ามภัยของมัน ที่ตามมาทา ร้ายโดยที่คุณไม่รู้ตัว ในตัวของชานมไข่มุกนั้นมีรสชาติที่เป็นหลักๆเลยคือ ความหวาน หากเราบริโภคเป็นปริมาณ ที่มากเกินไป บางคนอาจจะบริโภค 1-3 แก้วต่อวัน ซึ่งจะส่งผลที่ไม่ดีต่อร่างกายในอนาคตได้ แถมยังมีโรคต่างๆที่ คอยตามติดมาด้วย ไม่ใช่ว่าชานมไข่มุกไม่ดีไปซะหมด มันก็เป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนชอบและคลายร้อนได้ แต่แค่ต้อง บริโภคในปริมาณที่สมควร ที่ดิฉันจัดทาโครงงานเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพราะดิฉันชอบบริโภคชานมไข่มุกทุกวัน แต่ก็ ไม่ใช่ไม่เคย เพียงบริโภคนานๆครั้ง เหตุผลหลักคือเพื่อนของดิฉันชอบบริโภคชานมไข่มุกมากๆ บางคนก็บริโภค ทุกวัน บางคนก็บริโภค 1-3 แก้วต่อวัน ดิฉันคิดว่า มันจะส่งผลเสียต่อร่างกายของพวกเขา จึงอยากจะหาข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ต่อการบริโภคที่สมควร แต่ก็ไม่ได้จะห้ามให้บริโภคเลย ควรจะเป็นนานๆครั้งมากกว่า เพราะราคา ของชานมไข่มุกบางสาชาก็มีราคาสูง ตามกระแสนิยมของมัน นอกจากการความเหมาะสมในการบริโภคแล้ว ก็จะ ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ หากบริโภคชานมไข่มุกมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อร่างกายของ ผู้บริโภค เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สนใจ และเพื่อนของคุณที่ชอบบริโภคชานมไข่มุกด้วย วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)  เพื่อให้ทุกคนระมัดระวังในการบริโภคมากขึ้น  เพื่อให้รู้จักการบริโภคตามปริมาณที่เหมาะสม  เพื่อให้ตระหนักถึงโรคภัย ที่มาในรูปแบบของเครื่องดื่ม ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)  เพื่อให้รู้ถึงโทษของชานมไข่มุก  โรคที่เสี่ยงของการบริโภคชานมไข่มุก
  • 3.
    3 หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการหรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) ปัจจุบันหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น คนวัยทางาน ต้องมีชานมไข่มุกเป็นตัวเลือกอยู่ใน นั้น ด้วยรสชาติหวาน มัน เกินห้ามใจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้บริโภคจะยอมเสียเงินตั้งแต่ 20-100 บาท ซื้อชานมไข่มุก มารับประทานตามความต้องการหรือถ่ายรูปอัพเดตลงโซเชียล แม้ชานมไข่มุกจะอร่อย ถูกปากเพียงใดก็ตาม แต่รู้ หรือไม่ว่าของที่เราชอบนั้นแฝงไปด้วยภัยอันตรายที่แฝงมาอย่างไม่รู้ตัว นั่นคือ “โรคอ้วนง่าย” และ “แก่ก่อนวัย” นั่นเอง จากข้อมูลของมูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) เผยว่า ชานมไข่มุกมีส่วนผสมที่ประกอบด้วย ชา ครีมเทียม น้าตาลทราย นมข้นหวาน ไข่มุก และผงเครื่องดื่มสาเร็จรูปที่แต่งกลิ่นตามรสชาติต่างๆ และยิ่งมีส่วนผสมของกาเฟอีน ด้วย ซึ่งส่งผลต่อร่างกายเราคือ 1.ส่งผลต่อสมอง 2.ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต 3.ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร 4. ส่งผลต่อการนอนหลับ 5.ส่งผลต่อกระดูก แต่ด้วยปริมาณที่ใส่ไม่มากนักในชานมไข่มุก อาจะไม่ส่งผลอะไรมากแล้ว หลายคนมองข้ามไป แต่ด้วยที่เป็นกาเฟอีน ยิ่งจะทาให้ผู้บริโภคติดใจ อยากกินชานมไข่มุกแก้วต่อไปอยู่เรื่อยๆ เข้าไป อีก นอกจากนี้ หากดูในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการด้วยแล้ว จะพบว่าชานมไข่มุกจะให้ปริมาณแคลอรี่ตั้งแต่ 200-400 กิโลแคลอรี่ แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาไปกว่านั้น คือปริมาณน้าตาลที่มีตั้งแต่ 8- 11 ช้อนชาต่อแก้ว ซึ่งโดยปกติตามหลัก โภชนาการสาหรับคนทั่วไปไม่ควรบริโภคน้าตาล 6 ช้อนชา (สาหรับผู้หญิง) และ 9 ช้อนชา (สาหรับผู้ชาย) เพราะมี โทษต่อร่างกายถึง 7 ประการคือ 1.ภาวะเลือดเป็นกรด 2.เกิดไขมันสะสม 3.ก่อให้เกิดความดันเลือดเพิ่มสูง 4.ทาให้ เกิดอาการง่วงนอน 5.ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ 6.ก่อให้เกิดโรคกระดูกเปราะหรือฟันผุในเด็ก 7.กระตุ้นความ รุนแรงของโรคให้เพิ่มมากขึ้น และหนึ่งในนั้นก็มีโรคอ้วน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนที่ชอบกินชานมไข่มุก จะมีโรคอ้วน ถามหา ซึ่งวัยรุ่นเป็นส่วนมากจะที่จะเป็นโรคนี้ เพราะส่งผลให้กับรูปลักษณ์ที่น่าภูมิใจหรือความมั่นใจน้อยลง ไม่เพียง เท่านั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ชานมไข่มุกมีส่วนผสมของครีมเทียมอยู่ด้วย ซึ่งครีมเทียมมีไขมันทรานส์อยู่ เสี่ยงเป็น อันตรายต่อสุขภาพเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็งอย่างยิ่ง ส่วนแป้งที่ใช้ทาเป็นไข่มุก ขอบอกได้เลยว่าไม่มี คุณค่าทางสารอาหารแต่อย่างใด เป็นเหมือนแค่เพิ่มจุดขายให้กับสินค้ามากกว่า แต่ก็ยังได้รับกระแสตอบรับอยู่ดี วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน เผยแพร่ข้อมูลที่มีประโยชน์และให้ความรู้ผ่านทางSocial สังคมออนไลน์ เกี่ยวกับภัยเงียบของชานม ไข่มุก เพื่อให้ทุกคนบริโภคอย่างเหมาะสมและระมัดระวังโรคภัยที่จะเกิดขึ้น เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้  คอมพิวเตอร์  โทรศัพท์มือถือ,เครื่องมือสื่อสารต่างๆ  นิตยสารที่อาจมีข้อมูลเกี่ยวข้อง งบประมาณ ค่าอินเทอร์เน็ตในการเผยแพร่ข้อมูล 100บาท/สัปดาห์
  • 4.
    4 ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 12 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) ทุกคนที่บริโภคชานมไข่มุกปริมาณมากๆต่อวัน ได้ตระหนักถึงโทษของมัน และระมัดระวังในการบริโภคชานม ไข่มุกมากขึ้น สถานที่ดาเนินการ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง วิทยาศาสตร์ แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)  https://www.smartsme.co.th/content/110212  https://health.kapook.com/view210938.html