1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6
ปีการศึกษา 2560
ชื่อโครงงาน ความมหัศจรรย์ของการออกกาลังกาย
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นาย รณัสถ์ชัย ชัยมงคล เลขที่ 45 ชั้น ม.6 ห้อง 4
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม
นาย รณัสถ์ชัย ชัยมงคล ม.6/4 เลขที่ 45
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
ความมหัศจรรย์ของการออกกาลังกาย
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
The magic of exercise
ประเภทโครงงาน ให้ความรู้เชิงสุขภาพ
ชื่อผู้ทาโครงงาน นาย รณัสถ์ชัย ชัยมงคล เลขที่ 45 ชั้น ม.6 ห้อง 4
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันร่างกายมนุษย์มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพื่อความเจริญเติบโตและรักษาสภาพการทางานที่ดี
เอาไว้ การที่ไม่ค่อยได้ออกกาลังกาย ไม่เพียงแต่จะทาให้เกิดความเสื่อมโทรมของสมรรถภาพทางกายหรือสุขภาพ แต่
ยังเป็นสาเหตุของความผิดปกติของร่างกายและโรคร้ายหลายชนิดที่ป้องกันได้ ซึ่งเป็นโรคที่เป็นปัญหาทางการแพทย์ที่
พบมากในปัจจุบัน ในทางการแพทย์ การออกกาลังกายอาจเปรียบได้กับยาสารพัดประโยชน์ เพราะใช้เป็นยาบารุง
เป็นยาป้องกันและเป็นยาบาบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่การที่ได้ชื่อว่ายาแล้วไม่ว่าจะวิเศษเพียงไรก็จะต้องใช้
ด้วยขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสมกับคนแต่ละคน ในคนที่ใช้โดยไม่คานึงถึงขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสม นอกจาก
อาจไม่ได้ผลแล้วยังอาจเกิดโทษจากยาได้ด้วย การออกกาลังกายให้เกิดประโยชน์แก่สุขภาพคือ การจัดชนิดของความ
หนัก ความนาน และความบ่อยของการออกกาลังกายให้เหมาะสมกับเพศ วัย สภาพร่างกาย สภาพแวดล้อม และ
จุดประสงค์ของแต่ละคน
ด้วยเหตุนี้จึงสนใจศึกษาเรื่องของความมหัศจรรย์ของการออกกาลังกาย
3
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1.เพื่อศึกษาว่าการออกกาลังกายคืออะไร
2.เพื่อศึกษาว่าสามารถออกกาลังกายด้วยวิธีใดได้บ้าง
3.เพื่อศึกษาประโยชน์ของการออกกาลังกาย
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
การศึกษาดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาเกี่ยวกับการออกกาลังกาย
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
1.)การออกกาลังกาย หมายถึง กิจกรรมที่ทีกระทาแล้วทาให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี มีความฟิต การออกกาลังกายจะทา
ให้กล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็ง
2.)ชนิดของการออกกาลังกาย
1.Aerobic exercise คือ การออกกาลังกายที่ไม่รุนแรงมากแต่มีความต่อเนื่อง เช่น เดิน วิ่งเหยาะ ๆ วิ่ง
ทางไกล ว่ายน้า ถีบจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิค เป็นต้น เป็นการออกกาลังกายเพื่อสุขภาพควรทาเป็นประจา
2.Anaerobic exercise คือ การออกกาลังกายแบบช่วยกลั้นลมหายใจ เช่น วิ่งระยะสั้น ยกน้าหนัก เทนนิส
เป็นต้น
3.)ขั้นตอนการออกกาลังกาย
1. การอบอุ่นร่างกายหรือการอุ่นเครื่อง (warm up)
เป็นการเตรียมร่างกายโดยเฉพาะปอดและหัวใจให้พร้อมที่จะรับการออกกาลังกาย การอบอุ่นร่างกายที่ดีก็คือกิจกรรม
ที่สามารถทาให้อุณหภูมิร่างกาย อุณหภูมิกล้ามเนื้อและปริมาณเลือดที่ไหลเวียนสู่กล้ามเนื้อที่จะใช้งานเพิ่มสูงขึ้นจาก
สภาวะพัก อาจเริ่มด้วยการเดินช้าๆ แล้วค่อยๆเดินเร็วขึ้นจนชีพจรของเราเริ่มเต้นเร็วขึ้น จาก 70 ครั้งต่อนาทีมาเป็น
100 หรือ 110 ครั้งต่อนาที ช่วงนี้ร่างกายของเราจะค่อยๆปรับตัว ทาให้ไม่เกิดอันตรายในการออกกาลังกาย การ
อบอุ่นร่างกายควรใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 นาที
2. การยืดกล้ามเนื้อ (stretching)
เป็นการเตรียมกล้ามเนื้อ เอ็น และเอ็นข้อต่อของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่จะรับการออกกาลังกาย ทาให้ไม่เกิดการ
บาดเจ็บขึ้นเมื่อเราเริ่มออกกาลังกาย ช่วงนี้ก็ใช้เวลา 5-10 นาที
3. ช่วงของการออกกาลังกาย (training zone exercise)
ช่วงนี้ก็คือช่วงของการออกกาลังกายแบบแอโรบิค (aerobic exercise) เช่นถ้าวิ่ง ก็จะวิ่งให้มีความหนักเพียงพอ คือ
ให้หัวใจเต้นประมาณ 60-80 % ของชีพจรสูงสุด ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผลต่อการฝึกปอดและหัวใจโดยที่ไม่มีอันตรายต่อ
ร่างกาย
4. การผ่อนกาย (cool down)
หลังการออกกาลังกายเป็นการปรับสภาพร่างกายจากการออกกาลังกายมาเป็นสภาพปกติ ถ้าเราหยุดทันที หัวใจที่เคย
เต้น 130 ? 140 ครั้งต่อนาที จะกลับมาสู่สภาพปกติ คือเต้น 70 ครั้งต่อนาทีในเวลาสั้น ๆ ก็อาจเกิดอันตรายได้
เพราะปอดและหัวใจปรับตัวไม่ทัน เนื่องจากปริมาณเลือดของร่างกายส่วนใหญ่จะไหลเวียนไปยังกล้ามเนื้อขณะออก
กาลังกาย หากหยุดออกกาลังกายทันทีทันใดจะทาให้เลือดที่ไหลเวียนกลับสู่หัวใจน้อยลงโดยเลือดจะคั่งค้างอยู่ที่หลอด
เลือดภายในกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อของขา (pooling effect) ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่บีบออกจากหัวใจเพื่อ
4
ส่งไปอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายลดลงโดยเฉพาะสมองจึงทาให้เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้ เราจึงต้องใช้เวลา 5-10
นาทีในการปรับตัวคือ ค่อยๆลดชีพจรลงจนเป็นปกติ
5. การยืดกล้ามเนื้อหลังการออกกาลังกาย (stretching)
เพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการออกกาลังกายและช่วยลดอาการตึงหรือเกร็งของกล้ามเนื้อและจะเป็นการเพิ่ม
ความยืดหยุ่นของร่างกาย
4.)ประโยชน์ของการออกกาลังกาย
1. ช่วยทาให้ระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายมีการเคลื่อนไหว แข็งแรง คงทน และทาให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และ
อดทนยิ่งขึ้น
2. ทาให้ทรวดทรงสง่างาม
3. ทาให้ร่างกายมีการพัฒนาการตามวัยและแข็งแรง
4. ทาให้จิตใจแจ่มใส
5. ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอด หัวใจทางานดีขึ้น เพื่อป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และช่วยให้ไม่เป็นลม
หน้ามืดง่าย
6. ช่วยผ่อนคลายความเครียด ไม่ซึมเศร้า ไม่วิตกกังวล
สุขภาพจิตดีขึ้น และนอนหลับสบาย
7. ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
8. ควบคุมน้าหนักตัว
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
งบประมาณ
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
__________________________________________________________________
___________________________________________________________________
5
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
สถานที่ดาเนินการ
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
6

2560 project ออกกำลังกาย2

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ปีการศึกษา 2560 ชื่อโครงงาน ความมหัศจรรย์ของการออกกาลังกาย ชื่อผู้ทาโครงงาน นาย รณัสถ์ชัย ชัยมงคล เลขที่ 45 ชั้น ม.6 ห้อง 4 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม นาย รณัสถ์ชัย ชัยมงคลม.6/4 เลขที่ 45 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) ความมหัศจรรย์ของการออกกาลังกาย ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) The magic of exercise ประเภทโครงงาน ให้ความรู้เชิงสุขภาพ ชื่อผู้ทาโครงงาน นาย รณัสถ์ชัย ชัยมงคล เลขที่ 45 ชั้น ม.6 ห้อง 4 ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ในปัจจุบันร่างกายมนุษย์มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพื่อความเจริญเติบโตและรักษาสภาพการทางานที่ดี เอาไว้ การที่ไม่ค่อยได้ออกกาลังกาย ไม่เพียงแต่จะทาให้เกิดความเสื่อมโทรมของสมรรถภาพทางกายหรือสุขภาพ แต่ ยังเป็นสาเหตุของความผิดปกติของร่างกายและโรคร้ายหลายชนิดที่ป้องกันได้ ซึ่งเป็นโรคที่เป็นปัญหาทางการแพทย์ที่ พบมากในปัจจุบัน ในทางการแพทย์ การออกกาลังกายอาจเปรียบได้กับยาสารพัดประโยชน์ เพราะใช้เป็นยาบารุง เป็นยาป้องกันและเป็นยาบาบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่การที่ได้ชื่อว่ายาแล้วไม่ว่าจะวิเศษเพียงไรก็จะต้องใช้ ด้วยขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสมกับคนแต่ละคน ในคนที่ใช้โดยไม่คานึงถึงขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสม นอกจาก อาจไม่ได้ผลแล้วยังอาจเกิดโทษจากยาได้ด้วย การออกกาลังกายให้เกิดประโยชน์แก่สุขภาพคือ การจัดชนิดของความ หนัก ความนาน และความบ่อยของการออกกาลังกายให้เหมาะสมกับเพศ วัย สภาพร่างกาย สภาพแวดล้อม และ จุดประสงค์ของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้จึงสนใจศึกษาเรื่องของความมหัศจรรย์ของการออกกาลังกาย
  • 3.
    3 วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.เพื่อศึกษาว่าการออกกาลังกายคืออะไร 2.เพื่อศึกษาว่าสามารถออกกาลังกายด้วยวิธีใดได้บ้าง 3.เพื่อศึกษาประโยชน์ของการออกกาลังกาย ขอบเขตโครงงาน(คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) การศึกษาดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาเกี่ยวกับการออกกาลังกาย หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) 1.)การออกกาลังกาย หมายถึง กิจกรรมที่ทีกระทาแล้วทาให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี มีความฟิต การออกกาลังกายจะทา ให้กล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็ง 2.)ชนิดของการออกกาลังกาย 1.Aerobic exercise คือ การออกกาลังกายที่ไม่รุนแรงมากแต่มีความต่อเนื่อง เช่น เดิน วิ่งเหยาะ ๆ วิ่ง ทางไกล ว่ายน้า ถีบจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิค เป็นต้น เป็นการออกกาลังกายเพื่อสุขภาพควรทาเป็นประจา 2.Anaerobic exercise คือ การออกกาลังกายแบบช่วยกลั้นลมหายใจ เช่น วิ่งระยะสั้น ยกน้าหนัก เทนนิส เป็นต้น 3.)ขั้นตอนการออกกาลังกาย 1. การอบอุ่นร่างกายหรือการอุ่นเครื่อง (warm up) เป็นการเตรียมร่างกายโดยเฉพาะปอดและหัวใจให้พร้อมที่จะรับการออกกาลังกาย การอบอุ่นร่างกายที่ดีก็คือกิจกรรม ที่สามารถทาให้อุณหภูมิร่างกาย อุณหภูมิกล้ามเนื้อและปริมาณเลือดที่ไหลเวียนสู่กล้ามเนื้อที่จะใช้งานเพิ่มสูงขึ้นจาก สภาวะพัก อาจเริ่มด้วยการเดินช้าๆ แล้วค่อยๆเดินเร็วขึ้นจนชีพจรของเราเริ่มเต้นเร็วขึ้น จาก 70 ครั้งต่อนาทีมาเป็น 100 หรือ 110 ครั้งต่อนาที ช่วงนี้ร่างกายของเราจะค่อยๆปรับตัว ทาให้ไม่เกิดอันตรายในการออกกาลังกาย การ อบอุ่นร่างกายควรใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 นาที 2. การยืดกล้ามเนื้อ (stretching) เป็นการเตรียมกล้ามเนื้อ เอ็น และเอ็นข้อต่อของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่จะรับการออกกาลังกาย ทาให้ไม่เกิดการ บาดเจ็บขึ้นเมื่อเราเริ่มออกกาลังกาย ช่วงนี้ก็ใช้เวลา 5-10 นาที 3. ช่วงของการออกกาลังกาย (training zone exercise) ช่วงนี้ก็คือช่วงของการออกกาลังกายแบบแอโรบิค (aerobic exercise) เช่นถ้าวิ่ง ก็จะวิ่งให้มีความหนักเพียงพอ คือ ให้หัวใจเต้นประมาณ 60-80 % ของชีพจรสูงสุด ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผลต่อการฝึกปอดและหัวใจโดยที่ไม่มีอันตรายต่อ ร่างกาย 4. การผ่อนกาย (cool down) หลังการออกกาลังกายเป็นการปรับสภาพร่างกายจากการออกกาลังกายมาเป็นสภาพปกติ ถ้าเราหยุดทันที หัวใจที่เคย เต้น 130 ? 140 ครั้งต่อนาที จะกลับมาสู่สภาพปกติ คือเต้น 70 ครั้งต่อนาทีในเวลาสั้น ๆ ก็อาจเกิดอันตรายได้ เพราะปอดและหัวใจปรับตัวไม่ทัน เนื่องจากปริมาณเลือดของร่างกายส่วนใหญ่จะไหลเวียนไปยังกล้ามเนื้อขณะออก กาลังกาย หากหยุดออกกาลังกายทันทีทันใดจะทาให้เลือดที่ไหลเวียนกลับสู่หัวใจน้อยลงโดยเลือดจะคั่งค้างอยู่ที่หลอด เลือดภายในกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อของขา (pooling effect) ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่บีบออกจากหัวใจเพื่อ
  • 4.
    4 ส่งไปอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายลดลงโดยเฉพาะสมองจึงทาให้เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้ เราจึงต้องใช้เวลา 5-10 นาทีในการปรับตัวคือค่อยๆลดชีพจรลงจนเป็นปกติ 5. การยืดกล้ามเนื้อหลังการออกกาลังกาย (stretching) เพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการออกกาลังกายและช่วยลดอาการตึงหรือเกร็งของกล้ามเนื้อและจะเป็นการเพิ่ม ความยืดหยุ่นของร่างกาย 4.)ประโยชน์ของการออกกาลังกาย 1. ช่วยทาให้ระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายมีการเคลื่อนไหว แข็งแรง คงทน และทาให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และ อดทนยิ่งขึ้น 2. ทาให้ทรวดทรงสง่างาม 3. ทาให้ร่างกายมีการพัฒนาการตามวัยและแข็งแรง 4. ทาให้จิตใจแจ่มใส 5. ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอด หัวใจทางานดีขึ้น เพื่อป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และช่วยให้ไม่เป็นลม หน้ามืดง่าย 6. ช่วยผ่อนคลายความเครียด ไม่ซึมเศร้า ไม่วิตกกังวล สุขภาพจิตดีขึ้น และนอนหลับสบาย 7. ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น 8. ควบคุมน้าหนักตัว วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ งบประมาณ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ __________________________________________________________________ ___________________________________________________________________
  • 5.
    5 ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 12 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ สถานที่ดาเนินการ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________
  • 6.