1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร5- 6
ปีการศึกษา 2561
ชื่อโครงงาน โรคไข้เลือดออก
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาวปิญชาน์ฎา เสนาพงษ์ เลขที่ 20 ชั้น ม.6 ห้อง 10
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม
นางสาวปิญชาน์ฎาเสนาพงษ์ เลขที่20
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน(ภาษาไทย)
โรคไข้เลือดออก
ชื่อโครงงาน(ภาษาอังกฤษ)
Dengue hemorrhagic fever (DHF)
ประเภทโครงงาน
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวปิญชาน์ฎา เสนาพงษ์
ชื่อที่ปรึกษาคุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา2561
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
การจัดทาโครงงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจโรคไข้เลือดออก
โดยการสร้างเว็บไซต์ในการเผยแพร่ความรู้ผลจากการจัดทาโครงงานผลว่า
การพัฒนาโครงงานสร้างบล็อกโรคไข้เลือดออกเพื่อเผยแพร่ความรู้นั้น
3
ผู้จัดทาได้ดาเนินงานตามขั้นตอนที่วางแผนไว้และได้นาเสนอผลงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ในโลกออนไลน์ที่มีความรวดเร็วในการรับข้อมูล
ซึ่งบุคลทั่วไปสามารถเข้ารับชมข้อมูลได้เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่มีประโยชน์
วัตถุประสงค์
โรคไข้เลือดออกที่พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงในเอเชียอาคเนย์เกิดจากไวรัส
dengue จึงเรียกชื่อว่าDengue hemorrhagic fever (DHF)
ซึ่งนับว่าเป็นโรคที่เป็นปัญหาสาคัญทางด้านสาธารณสุขและการแพทย์
อาการของโรคนี้มีความคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดในช่วงแรก
จึงทาให้ผู้ป่วยเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ว่าตนเป็นเพียงโรคไข้หวัด
และทาให้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องในทันที
โรคไข้เลือดออกมีอาการและความรุนแรงของโรคหลายระดับตั้งแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยไ
ปจนถึงเกิดภาวะช็อกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทาให้ผู้ป่วยเสียชีวิต
ผู้จัดทาจึงศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก
เพื่อเป็นความรู้แก่ผู้ที่ศึกษาและสนใจในโรคไข้เลือดออก
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องโรคไข้เลือดออก
2.เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกลงในเว็บไซต์
ขอบเขตโครงงาน
เป็นการสร้างสื่อให้ความรู้ เรื่องโรคไข้เลือดออก จากโปรแกรม
เพื่อการศึกษาเรื่องโรคไข้เลือดออก และศึกษาสาเหตุการเกิดโรคไข้เลือดออก
4
รวมไปถึงศึกษาวิธีการป้องกันและรักษาการเกิดโรคไข้เลือดออก
เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกให้แก่ผู้ที่สนใจในเรื่องนี้
หลักการและทฤษฎีในการจัดทาโครงงานเรื่องโรคไข้เลือดออก ผู้จัดทาได้ศึกษาข้อมูลต่างๆดังนี้
1.โรคไข้เลือดออก
2.การติดต่อ
3.อาการ
4.การรักษา
5.การป้องกัน
1.โรคไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออก คือโรคติดเชื้อซึ่งมีสาเหตุมาจากไวรัสเดงกี่(Denguevirus)
อาการของโรคนี้มีความคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดในช่วงแรก
จึงทาให้ผู้ป่วยเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ว่าตนเป็นเพียงโรคไข้หวัด
และทาให้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องในทันที
โรคไข้เลือดออกมีอาการและความรุนแรงของโรคหลายระดับตั้งแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยไ
ปจนถึงเกิดภาวะช็อกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทาให้ผู้ป่วยเสียชีวิตสถิติในปี พ.ศ.2554 รายงานโดย
กลุ่มโรคไข้เลือดออกสานักโรคติดต่อนาโดยแมลงกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขพบว่า
มีอัตราป่วย 107.02และอัตราป่วยตาย0.10ซึ่งหมายความว่าในประชากรทุก100,000คน
จะมีผู้ที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกได้ถึง107.02คนและมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 0.1คน
2.การติดต่อ
ไวรัสเดงกี่ที่เป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออกสามารถมีชีวิตรอดและเพิ่มจานวนภายในตัวของยุงลาย
ยุงลายจึงเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกและกล่าวได้ว่าโรคไข้เลือดออกติดต่อจากคนสู่คน
ยุงลายที่เป็นพาหะนี้มีชื่อว่าAedesaegypti ยุงชนิดนี้ออกหากินเวลากลางวัน
ยุงจะกัดและดูดเลือดที่มีเชื้อไวรัสเดงกี่จากผู้ที่กาลังป่วยเป็นไข้เลือดออกเมื่อยุงลายไปกัดคนใหม่
ก็จะถ่ายทอดเชื้อให้กับคนที่ถูกยุงกัดต่อไปยุงชนิดนี้อาศัยอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น
ประเทศไทยจึงเป็นอีกบริเวณหนึ่งที่มีการระบาดของโรคนี้ค่อนข้างสูง
โดยพบการระบาดมากที่สุดในฤดูฝนช่วงอายุของคนที่พบว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมากที่สุดคือ
5
คนอายุ 10-14 ปี รองลงมาคืออายุ 15-24ปี และอายุ 5-9 ปี ตามลาดับส่วนช่วงอายุ0-4ปี และมากกว่า
25 ปี จนถึง65ปี เป็นช่วงอายุที่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจานวนน้อยที่สุด
3.อาการ
อาการของโรคนี้คล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดกล่าวคือมีอาการไข้อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
แต่แตกต่างกันที่ ไข้จะสูงกว่ามากโดยอาจมีไข้สูงกว่า40องศาเซลเซียสผู้ป่วยจะมีหน้าแดง
และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อค่อนข้างมากกว่าหากทาการทดสอบโดยการรัดต้นแขนด้วยสายรัด
(Touniquettest) จะพบจุดเลือดออกผู้ป่วยอาจมีเลือดออกผิดปกติ เช่นเลือดกาเดาไหล
เลือดออกตามไรฟัน หรืออาการเลือดออกผิดปกติอื่นๆ และในบางรายที่มีอาการรุนแรงมากๆ
อาจพบอาการซึมเหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็วปวดท้องโดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา
ปัสสาวะลดลงอาจถึงกับช็อกและเสียชีวิตได้โดยอาการนาของภาวะช็อกมักเริ่มจากการมีไข้ลดลง
ดังนั้นหากพบว่าผู้ป่วยเริ่มมีไข้ลดลงตามด้วยอาการดังที่กล่าวมา
ควรรีบแจ้งแพทย์หรือนาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
ในเด็กที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมักพบว่ามีอาการในระยะเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ซึ่งหากผู้ปกครองละเลยการพาผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล
ก็มีโอกาสที่ผู้ป่วยเด็กจะเสียชีวิตเนื่องจากการรักษาที่ล่าช้าได้
ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรสงสัยไว้ก่อนว่าบุตรหลานที่มีอาการไข้สูงในฤดูฝนอาจเป็นโรคไข้เลือดออก
และควรรีบพาบุตรหลานไปรับการรักษา
4.การรักษา
เนื่องจากยังไม่มีการพัฒนายาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่การรักษาโรคนี้จึงเป็นการรักษาตามอาการเป็นสาคัญ
กล่าวคือมีการใช้ยาลดไข้เช็ดตัวและการป้องกันภาวะช็อก
ยาลดไข้ที่ใช้มีเพียงชนิดเดียวคือยาพาราเซตามอล (paracetamol) ขนาดยาที่ใช้ในผู้ใหญ่คือ
พาราเซตามอลชนิดเม็ดละ500มิลลิกรัมรับประทานครั้งละ1-2เม็ดทุก4-6 ชั่วโมง
6
โดยไม่ควรรับประทานเกินวันละ8เม็ด(4 กรัม) ส่วนขนาดยาที่ใช้ในเด็กคือพาราเซตามอลชนิดน้า
10-15 มิลลิกรัมต่อน้าหนักตัว1กิโลกรัมต่อครั้งทุก4-6ชั่วโมงโดยไม่ควรรับประทานเกินวันละ5
ครั้งหรือ 2.6 กรัม ยาพาราเซตามอลนี้เป็นยารับประทานตามอาการดังนั้น
หากไม่มีไข้ก็สามารถหยุดยาได้ทันที
ผลิตภัณฑ์พาราเซตามอลชนิดน้าสาหรับเด็กมีจาหน่ายในหลายความแรงได้แก่120มิลลิกรัมต่อ
1ช้อนชา (1 ช้อนชา เท่ากับ5มิลลิลิตร),250 มิลลิกรัมต่อ1 ช้อนชา,และ60 มิลลิกรัมต่อ0.6 มิลลิลิตร
ส่วนใหญ่เป็นยาน้าเชื่อมที่ต้องรินใส่ช้อนเพื่อป้อนเด็ก ในกรณีทารก
การป้อนยาทาได้ค่อนข้างยากจึงมีผลิตภัณฑ์ยาที่ทาจาหน่ายโดยบรรจุในขวดพร้อมหลอดหยด
เวลาใช้ก็เพียงแต่ใช้หลอดหยดดูดยาออกจากขวดและนาไปป้อนเด็กได้เลย
ด้วยเหตุที่ผลิตภัณฑ์พาราเซตามอลชนิดน้าสาหรับเด็กมีหลายความแรงจึงควรอ่านฉลากและวิธีใช้ให้ดี
ก่อนนาไปป้อนเด็กกล่าวคือหากเด็กหนัก10กิโลกรัมและมียาน้าความแรง120มิลลิกรัมต่อ1
ช้อนชา ก็ควรป้อนยาเด็กครั้งละ1ช้อนชาหรือ5 มิลลิลิตรและป้อนซ้าได้ทุก4-6
ชั่วโมงแต่ไม่ควรป้อนยาเกินวันละ5ครั้งหากไม่มีไข้ก็สามารถหยุดยาได้ทันที
แอสไพรินและไอบูโปรเฟน เป็นยาลดไข้เช่นกันแต่ยาทั้งสองชนิดนี้ห้ามนามาใช้ในโรคไข้เลือดออก
เนื่องจากยาทั้งสองชนิดนี้จะยิ่งส่งเสริมการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติจนอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้ใ
นส่วนการป้องกันภาวะช็อกนั้น
กระทาได้โดยการชดเชยน้าให้ร่างกายเพื่อไม่ให้ปริมาตรเลือดลดต่าลงจนทาให้ความดันโลหิตตก
แพทย์จะพิจารณาให้สารน้าตามความรุนแรงของอาการโดยอาจให้ผู้ป่วยดื่มเพียงสารละลายเกลือแร่
โอ อาร์ เอ็ส หรือผู้ป่วยบางรายอาจได้รับน้าเกลือเข้าทางหลอดเลือดดา
ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติจนเกิดภาวะเสียเลือดอาจต้องได้รับเลือดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตามจะต้องเฝ้าระวังภาวะช็อกดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นเนื่องจากภาวะนี้มีความอันตรายต่อ
ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก
5.การป้องกัน
แม้ว่าในปัจจุบันกาลังมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเดงกี่
แต่ก็ยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่ได้ดังนั้นคาตอบที่ดีที่สุดของโรคไข้เลือดออกในปัจจุบันนี้
คือ
การป้องกันไม่ให้เป็นโรคโดยการควบคุมยุงลายให้มีจานวนลดลงซึ่งทาได้โดยการควบคุมแหล่งเพาะ
7
พันธุ์ของยุงลายและการกาจัดยุงลายทั้งลูกน้าและตัวเต็มวัยและป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด
ทั้งนี้การป้องกันทาได้3ลักษณะคือ
1. การป้องกันทางกายภาพได้แก่
-ปิดภาชนะเก็บน้าด้วยฝาปิดเช่นมีผาปิดปากโอ่งน้าตุ่มน้าถังเก็บน้าหรือถ้าไม่มีฝาปิด
ก็วางคว่าลงหากยังไม่ต้องการใช้เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นที่วางไข่ของยุงลาย
-เปลี่ยนน้าในแจกันดอกไม้สดบ่อยๆ อย่างน้อยทุกๆ 7 วัน
-ปล่อยปลากินลูกน้าลงในภาชนะเก็บน้าเช่นโอ่งตุ่มภาชนะละ2-4 ตัว
รวมถึงอ่างบัวและตู้ปลาก็ควรมีปลากินลูกน้าเพื่อคอยควบคุมจานวนลูกน้ายุงลายเช่นกัน
-ใส่เกลือลงน้าในจานรองขาตู้กับข้าวเพื่อควบคุมและกาจัดลูกน้ายุงลายโดยใส่เกลือ2ช้อนชา
ต่อความจุ250มิลลิลิตรพบว่าสามารถควบคุมลูกน้าได้นานกว่า7วัน
2. การป้องกันทางเคมีได้แก่
-เติมทรายทีมีฟอส ซึ่งเป็นสารเคมีที่องค์การอนามัยโลกแนะนาให้ใช้และรับรองความปลอดภัย
เหมาะสมกับภาชนะที่ไม่สามารถใส่ปลากินลูกน้าได้
-การพ่นสารเคมีหรือยากันยุงเพื่อกาจัดยุงตัวเต็มวัยมีข้อดีคือประสิทธิภาพสูง แต่ข้อเสียคือ
มีราคาแพงและเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง
จึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการฉีดพ่นและฉีดเฉพาะเมื่อจาเป็นเท่านั้น
เพื่อป้องกันความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง
8
ควรเลือกฉีดในเวลาที่มีคนอยู่น้อยที่สุดและฉีดพ่นลงในแหล่งที่คาดว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเช่น
ท่อระบายน้า กระถางต้นไม้เป็นต้น
-การใช้สารเคมีเพื่อกาจัดยุงในบ้านเรือน ที่ใช้กันมี2 ชนิด คือยาจุดกันยุงและสเปรย์ฉีดไล่ยุง
โดยสารออกฤทธิ์อาจเป็นยาในกลุ่มไพรีทรอยด์ (Pyrethroids), ดีท (DEET,diethyltoluamide) เป็นต้น
เมื่อก่อนมียาฆ่ายุงด้วยมีชื่อว่า ดีดีที
แต่สารนี้ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้วเนื่องจากเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตและตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลา
นานมากอย่างไรก็ตาม สารเคมีไม่ว่าจากยาจุดกันยุงหรือสเปรย์ฉีดไล่ยุง
ก็มีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์
ดังนั้นเพื่อลดความเป็นพิษดังกล่าวควรจุดยากันยุงในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
ล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสส่วนยาฉีดไล่ยุงจะมีความเป็นพิษมากกว่าดังนั้นห้ามฉีดลงบนผิวหนัง
และควรปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุข้างกระป๋ องอย่างเคร่งครัด
3. การปฏิบัติตัว ได้แก่
-นอนในมุ้ง หรือนอนในห้องที่มีมุ้งลวดเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด
โดยจะต้องปฏิบัติเหมือนกันทั้งกลางวันและกลางคืน
-หากไม่สามารถนอนในมุ้งหรือนอนในห้องที่มีมุ้งลวดได้
ควรใช้ยากันยุงชนิดทาผิวซึ่งมีสารสาคัญที่สกัดจากธรรมชาติ เช่นน้ามันตะไคร้หอม(oil of
citronella), น้ามันยูคาลิปตัส(oil of eucalyptus)
ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่ามาทาหรือหยดใส่ผิวหนังใช้เป็นยากันยุงแต่ประสิทธิภาพจะต่ากว่า DEET
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
1. เลือกเรื่องที่สนใจ เสนอหัวข้อโครงงานกับครูที่ปรึกษาโครงงาน
2. สืบค้นข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้องจากอินเทอร์เน็ตและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
4. รวบรวมและสรุปข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้า
5. นาไปให้ครูที่ปรึกษาตรวจความถูกต้องสมบูรณ์
9
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
เครื่องคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดั
บ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอ
บ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
1
6
1
7
1 คิดหัวข้อโครงงาน ✓ ✓ ✓
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมู
ล
✓ ✓ ✓
3 จัดทาโครงร่างงาน ✓ ✓
4 ปฏิบัติการสร้างโครง
งาน
✓ ✓ ✓
5 ปรับปรุงทดสอบ ✓
6 การทาเอกสารรายงาน ✓
7 ประเมินผลงาน ✓ ✓ ✓
10
8 นาเสนอโครงงาน ✓
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
จากการที่ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกเพื่อทาโครงงาน
และหลังจากการที่ได้ศึกษาข้อมูลแล้วผู้จัดทาได้รับความรู้ดังนี้
1. ได้รับความรู้ในเรื่องโรคไข้เลือดออก
2. ได้รับความรู้สาเหตุการเกิดโรคไข้เลือดออก
3. ได้รู้วิธีการป้องกันและรักษาการเกิดโรคไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedesaegypti
ตัวเมียบินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง
เชื้อไวรัสแดงกี่จะเพิ่มจานวนในตัวยุงลายประมาณ8-10วัน
เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้าลายของยุงเมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน
เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ2– 7 วันใช่ช่วงที่มีไข้
หากยุงกัดคนในช่วงนี้จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่นซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก
โรคนี้ระบาดในฤดูฝนยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือนและโรงเรียน
ชอบวางไข้ตามภาชนะที่มีน้าขังเช่นกะลากระป๋ องแต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อน้าห้วยหนอง
การป้องกันแม้ว่าในปัจจุบันกาลังมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสแดงกี่
แต่ก็ยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสแดงกี่ได้ดังนั้นคาตอบที่ดีที่สุดของโรคไข้เลือดออกในปัจจุบันนี้
คือ
การป้องกันไม่ให้เป็นโรคโดยการควบคุมยุงลายให้มีจานวนลดลงซึ่งทาได้โดยการควบคุมแหล่งเพาะ
พันธุ์ของยุงลายและการกาจัดยุงลายทั้งลูกน้าและตัวเต็มวัยและป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด
สรุปผลการศึกษา
ในการจัดทาโครงงานโรคไข้เลือดออกผู้จัดทาได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
และข่าวสารจากสื่อโทรทัศน์
11
ในการศึกษาครั้งนี้ทาให้ตระหนักได้ว่าโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้และควรให้ความ
สาคัญกับโรคนี้ ต้องมีความพร้อมหลายด้านทั้งการศึกษาด้านวิชาการ
การศึกษาซึ่งผู้จัดทาได้มีความรู้เป็นอย่างมาก
และคาดว่าจะต้องมีการศึกษาต่อเพื่อได้รับความรู้เพิ่มเติมและเป็นการเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วย
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ได้รับความรู้ในเรื่องโรคไข้เลือดออก
2. ได้รับความรู้สาเหตุการเกิดโรคไข้เลือดออก
3. ได้รู้วิธีการป้องกันและรักษาการเกิดโรคไข้เลือดออก
สถานที่ดาเนินการ
โรงเรียน ยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
วิทยาศาสตร์ ชีววิทยา
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สุขศึกษา
แหล่งอ้างอิง
Kapook. ไข้เลือดออก โรคตัวร้ายที่มียุงลายเป็นพาหะอันตรายถึงชีวิต!.(ออนไลน์). แหล่งที่มา:
http://health.kapook.com/view2522.html.
12
เภสัชกรหญิงวิภารักษ์บุญมาก.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนโรคไข้เลือดออก.(ออนไลน์).
แหล่งที่มา: http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/.
Sanook.โรคไข้เลือดออก (Dengue Haemorrhagic Fever) . (ออนไลน์). แหล่งที่มา:
http://guru.sanook.com/3873/.
ธัญชนกบูรัมย์. โครงงานคอมพิวเตอร์เรื่องโรคไข้เลือดออก.(ออนไลน์). แหล่งที่มา:
http://veclever.blogspot.com/2015/09/blog-post_20.html.
วนันต์เปี่ยมท่าน.โครงงานโรคไข้เลือดออก.(ออนไลน์).แหล่งที่มา:
http://nimmal.blogspot.com/2016/08/1.html

ใบงานที่ 5 โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง ไข้เลือดออก