ข้อสอบแบบจับคู่ (Matching Item)
ความหมายของข้อสอบแบบจับคู่
ข้อสอบแบบจับคู่เป็นข้อสอบที่กำหนดคำหรือข้อควำมเป็น 2
คอลัมน์ แล้วกำหนดให้ผู้ตอบเลือกคำหรือข้อควำมจำกคอลัมน์หนึ่งไปใส่ใน
คำหรือข้อควำมอีกคอลัมน์หนึ่ง ที่มีควำมสัมพันธ์หรือสอดคล้องกัน ข้อสอบ
ประเภทนี้คล้ำยกับข้อสอบแบบเลือกตอบ แต่ตัวเลือกไม่แน่นอนตำยตัว
เพรำะตัวเลือกจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเลือกตอบไปแล้ว
ชื่อคน คู่กับ สิ่งประดิษฐ์
ชื่อสถานที่ คู่กับ ที่ตั้ง
เหตุการณ์ คู่กับ วันเดือนปีเกิด
ศัพท์ คู่กับ ความหมาย นิยาม ตัวอย่าง
กฎเกณฑ์ คู่กับ ตัวอย่าง
เครื่องมือ คู่กับ ประโยชน์ เจ้าของ
ผู้แต่ง คู่กับ ผลงาน
รูปแบบคำถำม ข้อสอบแบบจับคู่นี้สำมำรถจำแนกรูปแบบคำถำมเป็น
สำมแบบ ดังนี้
1. แบบหำควำมสัมพันธ์ระหว่ำงกัน แบบนี้จะประกอบด้วยข้อควำม
สองชุดที่มีควำมสัมพันธ์สอดคล้องกัน โดยเขียนไว้คนละสดมภ์
ข้อควำมที่นำมำสัมพันธ์กันมักจะเป็นข้อควำมดังต่อไปนี้ เช่น
2. แบบตัวเลือกคงที่ โดยทั่วไปแล้วข้อสอบแบบจับคู่จะกำหนดให้
ตัวเลือกมำกกว่ำตัวคำถำมเสมอ ยกเว้นกำรเขียนข้อสอบในบำงเนื้อหำที่มี
หัวข้อหลักอยู่ไม่มำกนัก และต้องกำรทรำบรำยละเอียดของแต่ละหัวข้อ
หลักนั้น ควรเขียนข้อสอบจับคู่โดยใช้ตัวเลือกคงที่ หรือเรียกว่ำแบบจัด
ประเภท เช่น จับเหตุกำรณ์ไปใส่ในยุคสมัย จับชื่อสัตว์ไปใส่ในไฟลั่ม นำชื่อ
สูตรสำรประกอบไปใส่กลุ่มของสำรประกอบ
3. แบบจัดเรียงใหม่ แบบนี้ต้องกำรให้ผู้ตอบจัดเรียงลำดับข้อ
ปัญหำใหม่ เช่น จัดเรียงลำดับเหตุกำรณ์ใหม่ จัดเรียงข้อพิสูจน์
กฎเกณฑ์ ควำมสำคัญ หรือน้ำหนักเสียใหม่
หลักการสร้างข้อสอบที่ดี
ข้อสอบแบบจับคู่มีหลักในกำรสร้ำงดังนี้
1. ให้คำหรือข้อควำมในคอลัมน์หนึ่งจับคู่ได้กับคำหรือข้อควำมในอีก
คอลัมน์หนึ่งเพียงข้อเดียว
2. ตัวเลือกที่อยู่ทำงขวำมือควรมีจำนวนข้อมำกกว่ำตัวคำถำมที่อยู่
ทำงซ้ำยมืออย่ำงน้อย 3-4 ข้อ
3. ระบุให้ชัดเจนว่ำจะให้จับคู่โดยยึดหลักอะไร
4. พยำยำมให้ตัวเลือกหรือคำตอบที่อยู่ทำงขวำมือเป็นข้อควำมสั้น ๆ
เรียงตำมลำดับมำกน้อย เพื่อสะดวกในกำรค้นหำคำตอบ
5. ควรเรียงลำดับคำตำมลำดับตัวอักษร และถ้ำเป็นตัวเลขหรือ
พ.ศ. ก็ควรเรียงตำมลำดับมำกน้อยเพื่อสะดวกในกำรค้นหำคำตอบ และ
ข้อควำมที่จับคู่กันควรอยู่กระจำยออกไป
หลักการสร้างข้อสอบที่ดี
6. ข้อควำมจับคู่ชุดหนึ่งไม่ควรมีมำกข้อเกินไป ชุดหนึ่ง ๆ ควรมี
คำถำมไม่เกิน 10 ข้อ
7. คำที่เป็นคู่กันควรจัดให้กระจำยกัน ไม่ควรให้อยู่ตรงกันหรือเรียง
กันอย่ำงเป็นระบบ
8. ข้อสอบแต่ละชุดควรจัดให้อยู่ในกระดำษหน้ำเดียวกัน
9. วิธีกำรตอบไม่ควรกำหนดให้ยุ่งยำก อำจตอบง่ำย ๆ โดยเอำ
ตัวเลข หรืออักษรกำกับข้อควำมมำใส่ไว้หน้ำหรือหลังข้อควำมนั้น ๆ
10. คำหรือข้อควำมที่จะนำมำจับคู่กันควรเป็นเรื่องรำวหรือเนื้อหำ
เดียวกัน
ข้อดีของข้อสอบแบบจับคู่
ข้อสอบแบบจับคู่มีข้อดี ดังนี้
1. สร้ำงได้ง่ำยและรวดเร็ว
2. ตรวจให้คะแนนได้ง่ำย
3. ถ้ำสร้ำงข้อสอบดีแล้ว ประมำณ 10 ข้อ โอกำสที่จะเดำถูกมีน้อย
4. เหมำะสำหรับวัดควำมสำมำรถในกำรหำควำมสัมพันธ์
5. ประหยัดกระดำษและเนื้อที่ในกำรออกข้อสอบ
ข้อจากัดของข้อสอบแบบจับคู่
ข้อสอบแบบจับคู่มีข้อจำกัด ดังนี้
1. มักเป็นข้อสอบวัดควำมจำมำกกว่ำที่จะวัดสมรรถภำพสมองขั้นสูง
2. แต่ละข้อมีโอกำสในกำรเดำถูกไม่เท่ำกัน ข้อแรกๆ โอกำสในกำร
เดำถูกน้อย ส่วนข้อหลัง ๆ โอกำสในกำรเดำถูกมำกขึ้นเพรำะตัวเลือกมีน้อยลง
3. เป็นกำรยำกที่จะทำให้ปัญหำและคำตอบทั้งหมดเป็นเรื่อง
เดียวกัน ซึ่งทำให้โอกำสที่จะเสนอแนะคำตอบหรือช่วยในกำรเดำมีมำกขึ้น
4. บำงครั้งคำหรือข้อควำมหนึ่งอำจจับคู่กับคำหรือข้อควำมอีกด้ำน
หนึ่งได้มำกกว่ำ 1 คำตอบ
เนื้อหาหรือประเด็นที่นักศึกษาสนใจ
จำกกรอบมำตรฐำนกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ปฐมวัย ได้กำหนดสำระ
และมำตรฐำนกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ปฐมวัย ตำมหลักสูตรกำรศึกษำ
ปฐมวัย พุทธศักรำช 2546
มำตรฐำนกำรเรียนรู้ เป็นเป้ำหมำยสำคัญในกำรจัดประสบกำรณ์
กำรเรียนรู้ให้กับเด็ก รวมทั้งเป็นแนวทำงในกำรกำกับ ตรวจสอบ และ
ประเมินผล
โดยรำยงำนฉบับนี้ จะขอกล่ำวถึง มำตรฐำนกำรเรียนรู้ที่ใช้ในกำรสร้ำง
ข้อสอบ คือ
สาระที่ 1 : จำนวนและกำรดำเนินกำร
มำตรฐำน ค.ป. 1.1 : เข้ำใจถึงควำมหลำกหลำย
ของกำรแสดงจำนวนและกำรใช้จำนวนในชีวิตจริง
สาระการเรียนรู้
จานวน
- กำรใช้จำนวนบอกปริมำณที่ได้จำกกำรนับ
- กำรอ่ำนตัวเลขฮินดูอำรบิก และตัวเลขไทย
- กำรเขียนตัวเลขฮินดูอำรบิกแสดงจำนวน
- กำรเปรียบเทียบจำนวน
- กำรแสดงลำดับจำนวน
ตัวชี้วัด
อายุ 5 ปี
• นับปำกเปล่ำจำก 1 ถึง 20
• นับปำกเปล่ำถอยหลังจำก 10 ถึง 1
• บอกจำนวนของสิ่งต่ำงๆไม่เกิน 20 สิ่ง โดยกำรนับ
• แสดงสิ่งต่ำงๆตำมจำนวนที่กำหนดให้ 1 ถึง 20
• อ่ำนและเขียนตัวเลขฮินดูอำรบิก 1 ถึง 20
• อ่ำนตัวเลขไทย ๑ ถึง ๙
• เปรียบเทียบจำนวนของสิ่งต่ำงๆสองกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมี
จำนวนไม่เกิน 20 ว่ำมีจำนวนเท่ำกันหรือไม่เท่ำกัน กลุ่มใด
มีจำนวนมำกกว่ำหรือน้อยกว่ำ
• บอกอันดับที่ของสิ่งต่ำงๆไม่เกิน 5 สิ่ง
• ระบุสิ่งที่อยู่ในอันดับที่ที่กำหนด
การเรียนรู้ของเด็ก การจัดประสบการณ์ของครู
 นับปากเปล่า 1-30 นับนิ้ว นับจานวนสิ่ง
ต่างๆ ด้วยความเข้าใจและรู้ค่าของจานวน
ในกลุ่มสิ่งต่างๆ
 ขีดเส้นหรือวาดรูปแทนสัญลักษณ์เมื่อนับ
จานวนสิ่งต่างๆ
 จับคู่หนึ่งต่อหนึ่งเช่นช้อนกับส้อมแปรงสี
ฟันกับยาสีฟัน
 เชื่อมโยงระหว่างจานวนและค่าของตัวเลข
โดยใช้สื่อที่หลากหลายแทนจานวน
 สอนให้เด็กนับโดยใช้เพลง กลอน คำคล้อง
จอง และเป็นแบบอย่ำงในกำรนับ
 จัดหำหนังสือเกี่ยวกับจำนวนและกำรนับ
 จัดเตรียมสื่อตัวเลขบัตรตัวเลขและเกม
เกี่ยวกับจำนวน เช่น bingo lotto
 จัดประกำศในชีวิตประจำวันให้เด็กนับและ
ตรวจสอบ เช่น จำนวนขนมที่เป็นอำหำรว่ำง
 ใช้คำที่แสดงภำพของจำนวนใน
ชีวิตประจำวัน
การเรียนรู้ของเด็กและการจัดประสบการณ์ของครู
สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินงาน (Number and Operations)
มฐ.ค.ป. 1.1 : เข้ำใจถึงควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจำนวนและกำรใช้จำนวน
ในชีวิตจริง
การเรียนรู้ของเด็ก การจัดประสบการณ์ของครู
 พัฒนาความเข้าใจ เกี่ยวกับตาแหน่ง
ที่สัมพันธ์กันและขนาดของจานวน
รวมทั้งการเรียงลาดับตัวเลข และ
ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน
 ใช้สิ่งต่างๆแทนจานวนโดยมีการ
แสดงจานวนที่มากกว่าหรือน้อยกว่า
 จัดกลุ่มสิ่งของให้เป็นจานวนที่
เท่าๆกัน
 พัฒนาความรู้สึกเกี่ยวกับจานวนใน
กลุ่มใหญ่การแสดงจานวนและใช้
วิธีการที่หลากหลายประกอบด้วยการ
แสดงความสัมพันธ์ การรวมและการ
แยก
 รู้จักตัวเลข 0-9
 จัดประสบกำรณ์ทำงคณิตศำสตร์ที่
สัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน เช่น กำรนับ
จำนวนเด็กที่มำโรงเรียนเรียน รู้วันที่ใน
ปฏิทิน สภำพอำกำศ
 ใช้สื่อที่แสดงให้เห็นกำรรวมและกำรแยก
สิ่งต่ำงๆ เช่น พิซซ่ำในถำดกำรปักหมุด
ในกระดำน
 ถำมเด็กเกี่ยวกับกำรจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง
ของสิ่งต่ำงๆ เช่น กำรจัดขนมใส่ถ้วยของ
ว่ำง
 ในรูปแบบที่หลำกหลำยในกำรพัฒนำ
ควำมเข้ำใจพื้นฐำนในกำรแทนค่ำจำนวน
และระบบฐำนสิบ
วิจารณ์ข้อสอบ
ข้อสอบที่จัดทำขึ้นเป็นแบบจับคู่มีควำมถูกต้องตำมหลักใน
กำรสร้ำงดังนี้
1. ให้คำหรือข้อควำมในคอลัมน์หนึ่งจับคู่ได้กับ
คำหรือข้อควำมในอีกคอลัมน์หนึ่งเพียงข้อเดียว
2. ระบุได้ชัดเจนว่ำจะให้จับคู่โดยยึดหลักอะไร
3. ให้ตัวเลือกหรือคำตอบที่อยู่ทำงขวำมือเป็น
ข้อควำมสั้นๆ เรียงตำมลำดับมำกน้อย เพื่อสะดวกในกำร
ค้นหำคำตอบ
4. ข้อควำมจับคู่ชุดหนึ่งไม่มีมำกข้อเกินไป ชุด
หนึ่งมีคำถำมไม่เกิน 10 ข้อ
5. ควรเรียงลำดับคำตำมลำดับตัวอักษร และ
ถ้ำเป็นตัวเลขหรือ พ.ศ. ก็ควรเรียงตำมลำดับมำกน้อย
เพื่อสะดวกในกำรค้นหำคำตอบ และข้อควำมที่จับคู่กัน
ควรอยู่กระจำยออกไป
วิจารณ์ข้อสอบ
6. คำที่เป็นคู่กันควรจัดให้กระจำยกัน ไม่ให้อยู่
ตรงกันหรือเรียงกันอย่ำงเป็นระบบ
7. ข้อสอบแต่ละชุดจัดให้อยู่ในกระดำษหน้ำ
เดียวกัน
8. วิธีกำรตอบง่ำย ๆ โดยกำรลำกเส้น
9. คำหรือข้อควำมที่จะนำมำจับคู่กันเป็นเรื่องรำว
หรือเนื้อหำเดียวกัน
แต่ข้อสอบยังไม่ถูกต้องตำมหลักกำรทั้งหมด เพรำะ
1. ตัวเลือกที่อยู่ทำงขวำมือควรมีจำนวนข้อมำกกว่ำตัว
คำถำมที่อยู่ทำงซ้ำยมืออย่ำงน้อย 3-4 ข้อ แต่เพรำะ
ข้อสอบที่สร้ำงใช้สำหรับเด็กระดับชั้นปฐมวัย จึงจำเป็นต้อง
ปรับให้เหมำะสมกับวัย
อ้างอิง
- บทที่ 5 กำรประเมินด้ำนพุทธิพิสัย,อำจำรย์ ดร.ชวลิต ชูกำแพง วันที่
สืบค้น 19 ตุลำคม 2559
Website :
http://www.elearning.msu.ac.th/opencourse/0506704/page05_03_05.ht
ml
- คู่มือกรอบมำตรฐำนกำรเรียนรู้ปฐมวัย, สสวท. 2551 วันที่สืบค้น 19
ตุลำคม 2559
จัดทาโดย
นำงปิยนุช ลิ้มถวิล
รหัสนักศึกษำ 590425010076
นักศึกษำหลักสูตรประกำศนียบัตรบัณฑิต
สำขำวิชำชีพครู รุ่นที่ 2 หมู่ 3

ข้อสอบแบบจับคู่