ารพัฒนาการเรียนการสอนประวัตศาสตร์
             ี             ิ

       ด้วยวิธโ รง าน
              ี            ง

                                           ทม เกตุวงศา
        ภาควิชาประวัตศาสตร์์ คณะมนุ ษยศาสตร์และสังคมศาสตร์์
             ิ ป ัิ                         ์ ั
                                     มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2
3
พระราชเสาวนี ยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
                         พระราชเสาวนยสมเดจพระนางเจา พระบรมราชนนาถ
                                       ์
              พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ทีเข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
                                           ่
                             ณ ศาลาดุสดาลัย พระตําหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสต
                                       ิ                                         ิ
                                     วนจนทร์ที ่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑
                                      ั ั ์           ิ


        ่
“... ทีประเทศไทย บรรพบุรุษของเราสละชีวตมาเพือปกป้ องผืนแผ่นดิน มาด้วยเลือดเนื้ อ
                                           ิ     ่
ด้วยชีวต แต่เสียดายตอนนี้ท่านนายก ฯ เขาไม่ได้เรียนประวัตศาสตร์แล ้วนะ ฉันก็ไม่เข้าใจ
          ิ                                                 ิ
              ่ั          ี่
เพราะตอนทีฉนเรียนอยู่ทสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มประวัตศาสตร์อะไรเท่าไหร่
                                              ี    ิ
แต่เราก็ตองเรียนประวัตศาสตร์ของสวิส แต่เมืองไทยนี ่ บรรพบุรุษเลือดทาแผ่นดิน
            ้           ิ
               ่
กว่าจะมาถึงทีให้พวกเราอยู่ นัง่ อยู่กนสบาย มีประเทศชาติ เรากลับไม่ให้เรียนประวัตศาสตร์
                                     ั                                          ิ
                                       ่                  ่
ไม่รูวาใครมาจากไหน เป็ นความคิดทีแปลกประหลาด อย่างทีอเมริกาถามไป
     ้่
                                         ่
เขาก็สอนประวัตศาสตร์บา้ นเมืองเขา ทีประเทศไหนเขาก็สอน แต่ประเทศไทยไม่มี
                 ิ
ไม่ทราบว่าแผ่นดินนี้ รอดไปอยู่จนบัดนี้เพราะใคร หรือว่ายังไงกัน
อันนี้ น่าตกใจ ชาวต่างชาติยงไม่ทราบว่านักเรียนไทยไม่มการสอนประวัตศาสตร์ชาติเลย...”
                             ั                       ี              ิ
บรรณานุกรม   5
6
7
www.yuwawijai.msu.ac.th




                          9
10
11
12
สืบค้นตัวอย่างเรื่องที่เราสนใจศึกษา
                            ใ
                                      13
มความสุข สะท้อนผล
มีความสข สะทอนผล และผลกระทบ
                              14
นัักเรีียน                              เปาหมาย
                                        เป้ าหมาย
 ยุววิจยประวัตศาสตร์ทองถิ่น
        ั          ิ       ้
        ทักษะ “นักวิจย” ใช้ในการเรียน ใช้ในชีวต
                         ั                    ิ
             วิธีการทางประวัตศาสตร์” ใช้ในการเรียน ใช้ในชีวต
                                ิ                          ิ
          ความรู ้ ความรัก “ท้องถิ่น”
ครู
คร
          การเรียนการสอน
                     วิทยฐานะ
                       ิ
สพท อบจ เทศบาล ผ้นําในท้องถิ่น
สพท. อบจ.            ผู าในทองถน
    บทเรียนสนับสนุ น ผลักดันการเรียนการสอน
    ฐานคิดใ
          ในการพัฒนา
ลักษณะของ “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น”
    เห็น “คน”
    คนจํานวนมาก, คนมีความสัมพันธ์กบบริบท (ธรรมชาติ สิงเหนื อธรรมชาติ และคน),
                                  ั                 ่
คนปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง

    มี “มิตเิ วลา” : ช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่ อง
        ฐ ้                   ฐ ้
    หลักฐานชันต้น มากกว่า หลักฐานชันรอง
    อธิบาย (Why?
           ( y      How?)) มากกว่า   บรรยาย (Who? What? Where? When?))
                                            (

    เกดพลง (สานกในคุณคา ต่อยอดกิจกรรม ฟนฟู อนรักษ์ สืบสาน พฒนา)
    เกิดพลัง (สํานึ กในคณค่า ตอยอดกจกรรม ฟื้ นฟ อนุ รกษ สบสาน พัฒนา)
หวข้้อ
                 ั
การออกแบบและวางแผน
การศึึกษาประวัตศาสตร์ทองถิ่น
               ิ     ์้
(โ             ิั       ิ ั ในชั้ั ี
(โครงงาน, การวิจย, การวิจยใ นเรียน))
  ้
ขันตอนการศึกษาประวัตศาสตร์ทองถิ่น
                    ิ      ้
การออกแบบและวางแผน

ทบทวนความรู ้ ประเด็น
กําหนดทิศทาง
สร้างความเข้าใ วมกัน
   ้        ้ ใจร่่ ั
What ทําอะไร ?
     ทาอะไร              คาถาม
                         คําถาม
Who ใครทํา ?
Why ทําไมถึงทํา ?
For What ทําเพืออะไร ?
               ่
For Whom ทําเพือใคร ?
                 ่
How ทําอย่างไร ?
When ทําเมื่ือไ ?
        ํ ได
Where ทําที่ไหน ?
      ทาทไหน
หวขอ
หัวข้อ                      ชื่อโครงงาน
                         ผูรบผิดชอบ
                               ้ั
         เอกสารหรองานวจยทเกยวของ
         เอกสารหรืองานวิจยที่เกี่ยวข้อง
                          ั
                                    ภูมิหลัง
                   ปัญหา คําถามหลัก
                         วตถุประสงค
                         วัตถประสงค์
                             พื้นที่ศึกษา
                                  กิจกรรม
                                    ิ
                      แผนการทํางาน
            ประโยชน์ท่คาดว่าจะได้รบ
                      ี                   ั
                            งบประมาณ
                                  ป
1.ชื่อโครงงาน
    ระบุให้ชดเจนว่าจะทําอะไร
                   ั
    ภาษาที่งาย กะทัดรัด ได้ใจความ
                 ่
    คําที่เี ด่่น ดึึงดูดความสนใจ ชวนให้ตดตาม
      ํ                        ใ     ใ ้ิ
    อยากรู ยากเหน
    อยากร้อยากเห็น

        เลี้ยงปี : พลังแห่งผีบานทรายขาว
                              ้
2. ผูรบผิดชอบ
    ้ ั
2.1 ทีม (ครูและนักเรียน)
        ให้ความสําคัญกับนักเรียน สร้างความรูสกการเป็ นเจ้าของ
                                            ้ึ

2.2 ที่ปรึกษา
    - ผูบริหารสถานศึกษา
         ้
    - ผูนํ าทองถนและคนในทองถน
           ้ ้ ่ิ     ใ ้ ่ิ
                     สรางกระบวนการมสวนรวม ให้เกียรติ ใหเครดต
                     สร้างกระบวนการมีสวนร่วม ใหเกยรต ให้เครดิต
                                      ่
3. เอกสารหรืืองานวิ จยทีี่เกีี่ยวข้้อง
                     ั

   สํารวจเอกสารหรืองานวิจยที่เกี่ยวข้อง
                           ั
   อ้างอิงว่าเอามาจากหนังสือหรือเอกสารเล่มใด
   องค์ประกอบมี 2 ส่วน คือ เนื้ ื อหา และ บริบท
                                             ิ
     เนื้ อหา การเลี้ยงปี หรือประเพณี พธีกรรมอืน ๆ
                                       ิ      ่
     บริบท บ้านทรายขาว
พรมแดนความรู ้ หรือวรรณกรรมปริทศน์์
                        ื        ปิ ั
    สิงที่ตองทํา คือ สรุปจากความคิดเห็นของตัวเองให้ได้ว่า
     ่ ้
              เอกสารหรืองานวิจยเรื่องนั้น ๆ ใ อะไร
                       ื     ิ ั ื ั ให้้ ไ
          เชน ความร้ ความเหน แนวคิด เทคนค วธการ
          เช่น ความรู ความเห็น แนวคด เทคนิ ค วิธีการ
แหลงเอกสารทมความสาคญ คือ ในท้องถิ่น เชน โรงเรยน วด ผู อปท.
แหล่งเอกสารที่มีความสําคัญ คอ ในทองถน เช่น โรงเรียน วัด ผ้รู ้ อปท
         โอกาสในการรวบรวมเอกสารที่สาคัญของท้องถิ่น
                                     ํ
4.ภูมิ หลัง
          ั
              ข้อมูลทัวไ
                ้ ั ่ ไปของเรื่องที่จะศึึกษา
                               ื ี
              ปญหา หรือประเด็นที่น่าสนใจ
              ปัญหา หรอประเดนทนาสนใจ
              ความสัมพันธ์และสําคัญต่อท้องถิน่
              แนวทางการดําเนิ นงานอย่างคร่าว ๆ
              ประโยชน์ท่จะเกิดขึ้น
              ประโยชนทจะเกดขน
                         ี
               แสดงให้้เห็นว่่าโ
                    ใ ็ โครงงานนีี้
   มีผล (Out put) และผลกระทบ (Impact) ที่มีประโยชน์
5.ปัญหาและคําถามหลัก
            ํ      ั
    ค้นให้พบประเด็นปัญหา
      ้ใ ้          ็ ั
    ถามในสิงที่ตองการรูู ้ และยังไม่รู ้
               ่ ้
                                              ้
    ถามเพือหาคําตอบที่สามารถอธิบายเรื่องราวทังหมด
           ่
    ไดอยางชดเจน
    ไ ้ ่ ชั
    ควรเน้น “มิตเิ วลา” และ “ความสัมพันธ์กบผููคน”
                                          ั ้
    อาจมีคาถามที่มองไปในอนาคตก็ได้
             ํ
     ผลการศึกษาจะต้องตอบคําถามหลักได้
เลยงป พลงแหงผบานทรายขาว
      เลี้ยงปี : พลังแห่งผีบานทรายขาว
                            ้
     ปญหา ชาวบานทรายขาวใหความสาคญและเขารวม
     ปัญหา : ชาวบ้านทรายขาวให้ความสําคัญและเข้าร่วม
     พิธีเลี้ยงปี นอยลง
                    ้
     คําถามหลัก :
        1. พิธีเลี้ ยงปี ของชาวบ้านทรายขาว
เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่่างไรบ้างนับแต่่อดีีตจนถึงปัจจุบน
   ิ          ปี ป             ไ ้ ั              ึ   ั
        2. จะอนุ รกษ์และฟื้ นฟพิธีเลี้ยงปี บานทรายขาว
        2 จะอนรักษและฟนฟูพธเลยงปบานทรายขาว  ้
ได้อย่างไร
6.วัตถุประสงค์
   ถ้าจะตอบคําถามหลักได้จะต้องศึกษาอะไร
   หรือทําอะไรบ้าง
            ไ
   คาถามหลกและวตถุประสงคตองสอดคลองกน
   คําถามหลักและวัตถประสงค์ตองสอดคล้องกัน
                              ้

    คําถามหลัก 1 ข้้อ อาจมีวตถุประสงค์หลายข้้อ
                            ั         ์
 วัตถประสงค์จะนําไปส่การวางแผนการจัดกิจกรรม
 วตถุประสงคจะนาไปสู ารวางแผนการจดกจกรรม
คําถามหลัก :
 1. พิธีเลี้ยงปี ของชาวบ้านทรายขาวเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
นบแตอดตจนถงปจจุบ
นับแต่อดีตจนถึงปัจจบัน
 2. จะอนุ รกษ์และสืบสานพิธีเลี้ยงปี บานทรายขาวได้อย่างไร
             ั                       ้
    วัตถุประสงค์ :
 1. เพือศึึกษาลักษณะและรูปแบบของพิธเลี้ ยงปี ของชาวบ้านทรายขาว
          ่ื    ั                    ิ ี ี ปี         ้
จากอดีตจนถึงปัจจุบน
                  ุ ั
 2. เพือศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านทรายขาวกับพิธีเลี้ยงปี
      ่
จากอดตจนถงปจจุบ
จากอดีตจนถึงปัจจบัน
 3. เพือศึกษาแนวทางการฟื้ นฟู อนุ รกษ์ และสืบสานพิธีเลี้ยงปี
        ่                          ั
บ้านทรายขาว
7.พืนที่ศึกษา
    ้
   ระบุขอบเขตของพืนที่ที่ใช้ในการศึกษา
                  ้

   พื้นที่ศึกษาจะเป็ นกรอบสําคัญที่จะอธิบายความเป็ น
                            “ท้องถิ่น”
      ”คือ พื้ นที่ซ่ึงกําหนดขอบเขตหรืออาณาเขตโดย
                                              โ
       ความสมพนธของผู ไมใช เสนเขตแดน
       ความสัมพันธ์ของผ้คน ไม่ใช่ เส้นเขตแดน”
8.กิ จกรรม
    พจารณาวาจะมกจกรรมหรอวธการอยางไรบางเพอใหไดผล
    พิจารณาว่าจะมีกจกรรมหรือวิธีการอย่างไรบ้างเพือให้ได้ผล
                      ิ                         ่
                                 ้ั
    ตามวัตถุประสงค์แต่ละข้อที่ตงไว้
     ตัวอย่่างกิจกรรม เช่่น
       ั        ิ
       1) การสัมภาษณ์ (Oral History)
       2) การสังเกต (มี/ไม่มีสวนร่วม)
                              ่
       3) การสนทนากล่ม (G Discussion, Focus Group,
          การสนทนากลุ (Group Di i F G
 การจัดเวทีเสวนา)
       4) กิจกรรมอืน ๆ เช่น แผนผังสายตระกูล
                    ่
 การศกษาประวตชวต การศึกษาสถานที่สาคัญในท้องถิ่น
 การศึกษาประวัตชีวต การศกษาสถานทสาคญในทองถน
                  ิ ิ                 ํ
9.แผนการดําเนิ นงาน
          ํ

   การระบุช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมในข้อ 8
   แผนการดําเนิิ นงานต้องสอดคล้องกับ
             ํ         ้       ้ ั
   - แผนการจัดการเรียนการสอน
     แผนการจดการเรยนการสอน
   - ปฏิทนของท้องถิ่น
      ฏิ
   - ความพร้อมของผูให้ขอมูล
                     ้ ้
ตารางแผนการดําเนิ นงาน
                       ํ
คาถามหลก วตถุประสงค์
 ํ     ั  ั     ส       ิ
                       กจกรรม      ระยะเวลา
10. ประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รบ
                            ั

   ประโยชน์ท่จะเกิดขึ้นต่อตัวเรา ท้องถิน และสังคม
              ี                          ่
   ประโยชน์ท่จะเกิดขึ้นระหว่างการศึกษา
                ี
   และประโยชน์ท่จะเกิดขึ้ นเมื่อดําเนิ นการแล้วเสร็จ
         โ        ี
   ป โ ท่จะเกิดขึ้ ึนเมื่ือมีีการนาไปใชหรือขยายผล
   ประโยชน์์ ี ิ                    ํ ไปใ ้ ื
11. งบประมาณ
   ระบุงบประมาณที่ตองการใช้และแหล่งที่มาของงบประมาณ
                   ้


เอกสารอ้างอิง (ถ้ามี)
ชื่อผูแต่ง. ชื่อหนังสือหรือเอกสาร. พิมพ์ท่ไหนหรือพิมพ์เนื่ องในโอกาสอะไร,
      ้                                   ี
        ปี ท่พมพ์.์
             ี ิ
ขันตอนการศึึกษาประวัติศาสตร์ท้องถ่ิ น
  ั้                ั       ์

การแตกกรอบ กําหนดประเด็น
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การนํ าเสนอ
การสะท้อนข้อมูลสูทองถิ่น
         ้ ้ ่ ้ ิ


                                        36
การแตกกรอบ กําหนดประเด็น

   คนหาประเดน (หวขอ) จากความรู ละข้อมลพื้นฐาน
   ค้นหาประเด็น (หัวข้อ) จากความร้และขอมูลพนฐาน
   เพื่อให้เห็นภาพรวม (Big Picture)
                      ( g           )
     และระบุกิจกรรมหรือวิธีการศึกษา
(สามารถเพิมเติมหรือตัดทอนได้ตลอดเวลาระหว่างการศึกษา)
         ่
             ใหความสาคญกบผู ้ นท้องถิ่น
             ให้ความสําคัญกับผ้รูในทองถน
สัตว์            ความเชื่อ                 หน้าที่
    พืช
               ป่ าดอนปู่ตา                                    ้
                                                          เฒ่าจํา               บทบาท


เลี้ยงขึ้น,
 เลี้ยงลง                            ผีปตา
                                        ู่                              ?
              ประเพณี ,                                                       ตัวศาล
               พธกรรม
               พิธกรรม
                  ี
                                เสียงทาย
                                   ่                    ศาลปู่ตา
    บ๋า
                                                บังไฟ
                                                  ้
                                                                        เครองเซนไหว
                                                                        เครื่องเซ่นไหว้
                           คางไก่
ปลูก
                    ปลก                   เกบเกยว
                                          เก็บเกี่ยว           เกบรกษา
                                                               เก็บรักษา
                                                                                                 จ้าว
                                                                                    เหนียว
           เตรยม
           เตรียม                                                        บรโภค
                                                                         บริโภค                           ดอ
                                                                          ค้าขาย
                                           ้
                                         ขันตอน                         แลกเปลียน
                                                                               ่
  แถน             ผปู
                  ผีป่ตา                                                             พันธุุขาว
                                                                                           ์้                 กํา่
                                         ผีตาแฮก
           ผี สิงศักดิ์สทธิ์
               ่        ิ
                                                               การทานา
                                                               การทํานา                      ?
แม่โพสพ
                                 ความเชื่อ,
             ข้าวสาก             ประเพณี ,               ดึงครกดึงสาก
                                                                                                        เกษตร
ซําฮะ                             พิธกรรม
                                     ี                                                                  อินทรีย ์
              บุญ                                       บน เสียงทาย
                                                              ่                     อน
                                                                                    อืน ๆ
                                                                                     ่
                               ข้าวจี่                                                       เศรษฐกจพอเพยง
                                                                                             เศรษฐกิจพอเพียง
 บังไ
   ั้ ไฟ                                           แห่นางแมว             นางด้ง
              คูนลาน
การเก็บรวบรวมข้อมล 3 มิติ
การเกบรวบรวมขอมูล มต
ใช้กระบวนการมีสวนร่วม
               ่
    1. มิตความสัมพันธ์
          ิ
                         ธรรมชาติ
                         (รูปธรรม)
                         (รปธรรม)


           คน                        สงเหนอธรรมชาต
                                     สิงเหนื อธรรมชาติ
                                      ่
         (สังคม)          คน             (นามธรรม)
ด้านรูปธรรม (สิงที่สมผัสได้) เช่น รูปร่าง ลักษณะ วัตถุดิบ
                  ่ ั
ทมา วธการทา วธการใช ้ วธการเกบรกษา เครองมอเครองใชตาง ๆ
 ่ี ิ ี ํ ิ ี ใ ิ ี ็ ั               ่ื ื ่ื ใ ้ ่

    ด้านนามธรรม (สิงที่สมผัสไม่ได้) เช่น ความคิด คติ ความเชื่อ
                  ่ ั
  ํ                ื ่         ้ั ประเพณีี พิธีกรรม
ตํานาน นิิ ทาน เรื่องเล่า รวมทัง ป           ิ

    ด้านสังคม (เกี่ยวข้องกันตังแต่สองคนขึ้นไป) เช่น ภาษา
                              ้
 ศ ิ         ซื้
เศรษฐกจ ((การซอขาย แลกเปลยน ทดแทน การจดสรรผลประโยชน))์
                       ป ่ี              ัส ป โช
ระบบครอบครัว ระบบเครือญาติ บรรทัดฐ
                      ญ          ฐานทางสังคม ระบบศาสนา
มตเวลา (ขดเสนเวลา อธบายเปนชวงเวลา)
มิตเิ วลา (ขีดเส้นเวลา อธิบายเป็ นช่วงเวลา)
                                                              ั
                                                             ปจจุบ
                                                             ปจจบัน

           จุดเปลียน 1
                  ่          จุดเปลียน 2
                                    ่          จุดเปลียน x
                                                      ่
                                                                   Time  Line
อธิบายจุดเปลียน
        ุ ่                                                        ของเรื่องทีศึกษา
                                                                              ่
- เปลียนอย่างไร
     ่
                                           ถ้าเกิดความเปลี่ยนแปลงใกล้ ๆ กัน
- เปลียนเมื่อใ
     ่       ใหร่                          ให้ ุ ไ
                                           ใ ยบรวมไปอธิบายด้วยกัน
                                           เพราะมีผลกระทบซึ่งกันและกัน
- ก่อนเปลียนเป็ นอย่างไร
  กอนเปลยนเปนอยางไร
         ่
- มีปจจัย เงือนไขอะไรที่ทาให้เปลี่ยน
     ั       ่           ํ
- เปลียนแล้วเป็ นอย่างไร (การปรับตัว / ผลที่เกิดขึ้น)
     ่
Time Line Analysis
     2500       2510      2520          2530   2540     2550   2553

            จุดเปลียน 1
                   ่        จุดเปลียน 2
                                   ่             จุดเปลียน x
                                                        ่
                                                                      Time Line ประเด็น ก
                                                                                ประเดน

จุดเปลียน 1 จุดเปลียน 2
       ่           ่        จุดเปลียน 3
                                   ่             จุดเปลียน x
                                                        ่
                                                                      Time Line ป น ข
                                                                                ประเด็็

           จุดเปลียน 1
                  ่       จุดเปลียน 2
                                 ่               จุดเปลียน x
                                                        ่
                                                                      Time Line ประเด็น ค

          จุดเปลียน 1
                 ่        จุดเปลียน 2
                                 ่               จุดเปลียน x
                                                        ่
                                                                      Time Line ประเด็น ง


                          อธิบายความเปลี่ยนแปลง
3. มตความเชอมโยง
    3 มิตความเชือมโยง
         ิ     ่

เปรียบเทียบกับที่อนหรือเรื่องอืนที่มีความสัมพันธ์กนหรือ
                    ่ื         ่                  ั
มีีลกษณะคล้ายคลึงกัน เพือใ มองเห็นเรื่องที่ศึกษาชัดเจน
    ั          ้ ึ ั ่ื ให้้          ็ ื ี         ั
ยิ่งขึ้น เชน
ยงขน เช่น
        เหมือน – ต่าง ดี – ไม่ดี มาก – น้อย ถูก – แพง
                                               ู
                              ฯลฯ
เครื่องมืออื่น ๆ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
แผนผังสายตระกูล
การศึกษาสถานที่สาคัญ (PlaceName) ในท้องถิ่น
                 ํ
การศึึกษาประวัตชีวต
         ป ัิ ิ
การจดเวทเสวนา
การจัดเวทีเสวนา
แผนผังสายตระกูล
?               ?                                                                      ซ้าย : ชาย,, อายุุมาก

        ฏ                                     ฐ (?)
                                                                              ?
                        ง              จ (อรุณสวัสดิ ์)          ฉ             ช (มีความสุข)            ญ          ฎ
? (?)       ฑ
                                                                                                       ยกไปเขยนหนาใหม
                                                                                                       ยกไปเขียนหน้าใหม่
                          1
                        ก สวัสดี         ข (ราตรีสวัสดิ)์   ฆ        ซ             ฌ

                                   ค สวัสดี



                                                                 1 นาย ก สวัสดี เกิดเมือ.....................................
                                                                                      ่
    ยกไปเขยนหนาใหม
    ยกไปเขียนหน้าใหม่                                           มบทบาทและความสาคญตอทองถน อยางไรบาง.....
                                                                มีบทบาทและความสําคัญต่อท้องถิน อย่างไรบ้าง
                                                                                             ่
สายตระกูลกบสายสมพนธและพฒนาการเมองกนทรวชย
    สายตระกลกับสายสัมพันธ์และพัฒนาการเมืองกันทรวิชย
                                                  ั
        กลุมที่ 1 พระปทุมวิเสศ (คํามูล) ต้นตระกูล “ศิรกจ”
           ่                                          ิิ
สัมพันธ์กบตระกูล“กันทรพันธ์ (แซ่โคว้)” ฐานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
         ั
        กลุ ท
        กล่มที่ 2 นายหมวก ต้นตระกล “เรืองศรีมน” อพยพจากโคราช
                            ตนตระกูล เรองศรมน   ั่
     ้
การปันหม้อ (นายฮ้อย อุปถัมภ์ศาสนา)
        กลุมที่ 3 ชาวญ้อจากท่าขอนยาง ต้นตระกูล “สุวรรณภักดี” รากฐาน
             ่
แหงการอนุ รกษภูมิปญญา
แห่งการอนรักษ์ภมปญญา ั



                                                              48
ผลและผลกระทบของแผนผงสายตระกูล
                    ัส

มตเวลา (ความเปลยนแปลงในแตละชวงเวลา)
มิตเิ วลา (ความเปลียนแปลงในแต่ละช่วงเวลา)
                    ่
         ุ        ิ             ้ ฐ
บนสด คือ ประวัตศาสตร์การตังถิ่นฐาน
มิตความสัมพันธ์ (ธรรมชาติ,สิงเหนื อธรรมชาติ และคน)
     ิ                        ่
มิตความเชื่อมโยง
       ิ
กระตุนสํานึึ กในคุณค่่าของผูคนและท้องถิ่น
           ้ ํ ใ            ้       ้ ิ
การศึึกษาสถานทีี่สาคัญในท้้องถ่ิ น
                      ํ ั ใ
สถานที่สาคัญด้านต่าง ๆ
            ํ
ทังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนษย์สร้างขึ้น
  ้
ทงทเกดขนเองตามธรรมชาตและทมนุ ษยสรางขน
      เริ่มจากเขียนแผนที่สถานที่สาคัญในท้องถิ่น
                                    ํ
      เขียนสถานที่สาคัญในอดีตซ้อนลงในแผนที่เดียวกัน
                    ํ
      ใชการศกษา ิ
      ใช้ ศึ 3 มติ
      ( ิ
      (มิตความสัมพันธ์, มิตเิ วลา,, มิตความเชื่อมโยง))
                                       ิ
      เรียบเรียง
บ้านวังกําแพง ตาบลชบน อําเภอบ้านเขว้า จงหวดชยภูมิ
บานวงกาแพง ตําบลชีบน อาเภอบานเขวา จังหวัดชัยภม
ใชวธการศกษาสถานทสาคญในทองถน
ใช้วธีการศึกษาสถานที่สาคัญในท้องถิ่น
    ิ                 ํ
   ตํานานชะบน ชาวบน ญัฮกูร : กลุมชาติพนธุเ์ จ้าของพื้นที่
                                         ่      ั
                                                   ้
   ชาวบนบ้านวังกําแพง : บรรพบุรุษและการตังถิ่นฐานของชาวบนบ้านวังกําแพง
   วันวานกับวิถทางแห่งการดํารงชีพเพือความอยูู่รอดของเผ่าพันธ์ุ
                ี                          ่
   เรียนรูการค้าจากของป่ าและชาวท่ง
           ้
   ปอ : ความพอเพียงส่พาณิ ชย์ สมพนธภาพทเปลยนไป
          ความพอเพยงสู าณชย สัมพันธภาพที่เปลี่ยนไป
   ถนน ไฟฟ้ า ย้ายถิ่น : การเลือนหายของอัตลักษณ์
   ผลกระทบต่่อป่ าและลํานํ้ํ าชีีท่ไม่่อาจหลีกเลี่ยง
                        ํ          ี         ี ี
   ภูมิปญญา ศรัทธา และความเชื่อ : ทางเลือกและทางออก
        ั
การศึึกษาประวัติ ชีวิ ต
                ป ั
                                ้
ประวัตชีวตบุคคลสําคัญ เช่น เฒ่าจํา หมอยา หมอลํา
           ิ ิ
ผูรู ้ ((ภูมิป ั ้ ่ิ ้ั ่ ิ ึ ปั ั
  ้ ปญญาทองถน)) ตงแตเกดจนถงปจจุบน

เมื่อได้ขอมูลแล้วจึงวิเคราะห์จุดเปลี่ยนและ
          ้
ความสัมพันธ์ในท้องถิ่น
         ั ั ์ ้ ิ
การจดเวทเสวนา
    การจัดเวทีเสวนา
รวบรวม เพิมเติม ตรวจสอบ ข้อมูล
          ่ิ ิ            ้
เผยแพรขอมูล
เผยแพร่ขอมล
        ้
การนําเสนอ
การนาเสนอ
 ตองตอบคาถามการวจย
 ต้องตอบคําถามการวิจย
                    ั

  ทบทวน “ลักษณะของประวัตศาสตร์ทองถิ่น”
         ลกษณะของประวตศาสตรทองถน
                        ิ      ้
                          ้
  คน มิตเิ วลา หลักฐานชันต้น การอธิบาย          พลัง

  วางโครงเรื่อง และอธิบายให้เห็นความเชื่อมโยง
  การอ้างอิง
ลักษณะของ “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น”
    เห็น “คน”
    คนจํานวนมาก, คนมีความสัมพันธ์กบบริบท (ธรรมชาติ สิงเหนื อธรรมชาติ และคน),
                                  ั                 ่
คนปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง

    มี “มิตเิ วลา” : ช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่ อง
        ฐ ้                   ฐ ้
    หลักฐานชันต้น มากกว่า หลักฐานชันรอง
    อธิบาย (Why?
           ( y      How?)) มากกว่า   บรรยาย (Who? What? Where? When?))
                                            (

    เกดพลง (สานกในคุณคา ฟื้ นฟ อนรักษ์ สืบสาน พัฒนา)
    เกิดพลัง (สํานึ กในคณค่า ฟนฟู อนุ รกษ สบสาน พฒนา)
พลังศรัทธามหาชนกับบารมีีหลวงพ่อคูณ ปริสทโ
                                       ุ โธ
โรงเรยนบานไรทองคูณ (คุรุราษฎรสามคค)
โรงเรียนบ้านไร่ทองคณ (ครราษฎร์สามัคคี)
1. กว่าจะเป็ นหลวงพ่อคูณ
2. ใ ละช่วงเวลา
   ในแต่
- สถานการณ์ท่เี กิดขึ้นท้องถิ่น
  สถานการณทเกดขนทองถน
- ท่านคิดอะไร ท่านทําอะไร (บารมี คําสอน สาธารณกุศล)
  ทําไ ่านถึงคิดและทําอย่่างนั้น
     ํ ไมท่ ึ ิ          ํ        ั
- ชาวบ้านได้อะไร ชาวบ้านคิดอย่างไรต่อสิงที่หลวงพ่อทํา
                                             ่
- สิงที่เกิดขึ้นส่งผลต่อท้องถิ่นอย่างไร (ทังคน และบริบทในท้องถิ่น)
   ่                                       ้
3.
3 อนาคตจะเปนอยางไร
                ป็ ่ ไ
บ้านเขวา                            หนองกระทุม
                                                ่
                                                     บ้านดอนดู่
          จ.มหาสารคาม 13 kms

                                       กูู่บานเขวา
                                            ้


วิทยาลัยเกษตรฯ

                 จ. ร้ อยเอ็ด 27 kms
กูบานเขวา : ที่อาศัย รักษา และพึงพาของผูคน
  ่ ้                          ่        ้




ดอนดู่ : สถานที่กลุมคนต่างถิ่น ได้มาพึงพิง พักอาศัย
                     ่                 ่
อโรคยาศาล : สถานที่เยียวยา รักษาชีวตและจิตใจของผูคน
 โ                                   ิ        ใ     ้
เจ้าปู่ : ที่พงทางใจของผูคน
   ้ ป่ ี ึ ใ            ้
คาถาม
                        คําถาม
 การปลูกพริกที่บานปากปวนมีประวัตความเป็็ นมาและความสําคัญต่อ
                ้                ิ
วิถชีวตชาวบ้านปากปวนอย่างไร
   ี ิ
 ความสัมพันธ์ระหว่างการปลูกพริกและวิถชีวตชาวบ้านปากปวนมีการ
                                      ี ิ
เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา
                      ใ
 แนวทางในการพฒนาปรบปรุงการปลูกพรกและเทศกาลพรกของ
 แนวทางในการพัฒนาปรับปรงการปลกพริกและเทศกาลพริกของ
ชาวบ้านปากปวน
วัตถุุประสงค์
 เพือศึกษาการปลูกพริกกับวิถชีวตชาวบ้านปากปวน ประวัตความ
       ่                   ี ิ                     ิ
เป็ นมา และการเปลี่ยนแปลงจากอดีีตจนถึงปัจจุบน
 ป็            ปี ป                   ึ     ั
 เพอศกษาแนวทางการอนุ รกษ์และสืบสานการปลกพริกบ้านปากปวน
 เพือศึกษาแนวทางการอนรักษและสบสานการปลูกพรกบานปากปวน
     ่
พริกกับวิถชีวตชาวบ้ านปากปวน
                            ี ิ
    ลักษณะภูมิประเทศของบ้านปากปวนเป็ นที่ราบระหว่างภูเขา และที่ราบลุม
                                                                   ่
แม่่น้ํ าเลย มีีอณหภูมิเฉลี่ย ประมาณ 23 องศาเซลเซีียส ประมาณนํ้ํ าฝน
                 ุ          ี
1,200 มิลลิเมตรต่อปี สภาพดินเป็ นดินร่วนป่ นทราย เหมาะสําหรับ
 ,
ปลูกพริก การปลูกพริกบ้านปากปวนแบ่งออกเป็ น 5 ยุค ดังนี้
ยุคที่ 1 ยุคเริ่มต้ นของการปลูกพริก
การปลูกพริกบ้านปากปวน เมื่อประมาณ 100 ปี บ้านปากปวนยังเป็ นชุมชน
เลก ที่ผ ้ นอพยพมาจากอาเภอดานซายจงหวดเลย ผ้ นสวนใหญมฐานะ
เล็ก ๆ ทผูคนอพยพมาจากอําเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย ผูคนส่วนใหญ่มีฐานะ
ยากจน เดิมที่ชาวบ้านปากปวนนิ ยมปลูกฝ้ ายเป็ นส่วนใหญ่ แต่กนิยมปลูก ็
พริกไ ตามหัวไ ปลายนา และบริเิ วณโพน(จอมปลวกขนานใหญ่่ ) และ
     ิ ไว้้ ั ไร่่                    โ          ป        ใ
บริเวณลุมแม่น้ํ าเลย พันธุุนิยมปลููกครังแรกได้แก่ พริกน้อยหรือพริกส้ม
             ุ่            ์            ้
เนื่ องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์จงมีผลผลิตพริกมากเหลือกินเหลือใช้ จึง
                                   ึ
นิ ยมทําเป็ นพริกแห้งเก็บไว้ เมื่อมีมากจึงนํ าพริกไปแลกเปลียนกันสิ้นค้าที่
นยมทาเปนพรกแหงเกบไว เมอมมากจงนาพรกไปแลกเปลยนกนสนคาท       ่
ชาวบ้านต้องการ เช่น เกลือ ปลาร้า ปลาแห้ง กับชุมชนใกล้เคียง เช่น
อําเภอวังสะพุง อําเภอเมืืองเลย
  ํ        ั       ํ
ยุคท ยุคเรมตนการคาขายพรก ระหวางป
ยคที่ 2 ยคเริ่มต้ นการค้ าขายพริก ระหว่ างปี พ.ศ. 2480 – 2502

   พริกบ้านปากปวนเริ่มมีช่ือเสียงมากขึ้ ึน เริ่มมีการนํ าพริกไ
           ้                                                     ไป
   แลกเปลี่ยนกับ จังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองบัวลําภู ขอนแก่น
   อุดรธานี โดยนํ าพริกแห้งไปแลกกับ ข้าวเปลือก ปลาร้า ปลาแห้ง
   มากขึ้ ึน ชาวบ้านมีีความเป็ นอยู่ดีข้ ึน เริ่มมีีการขยายพื้ นที่ปลูกพริก
                  ้         ป็                  ิ              ื ี        ิ
   มากขึ้น มีการนํ าพริกแลกเป็ นปลาร้าจากเขื่อนอุบลรัตน์ มากักตุนไว้
                                                        ุ               ุ
   แล้วขายปลาร้าให้กบชุมชนใกล้เคียง
                       ั
ยุคที่ 3 ยุคของการปลูกพริกเป็ นพืชเศรษฐกิจ ระหว่ างปี พ.ศ. 2503 –
                                2518


    มีการขายการปลูกพริกเป็็ นลําเป็็ นสัน มีการขยายพื้ นที่ปลูกเป็็ น
                               ่
    จํานวนมาก มีการนํ าพริกส่งไปขายตามจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศ
      ้
    ทังภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนื อ เพือส่งให้พอค้าขายปลีก
                                               ่         ่
    โดยตรง ซึ่ึงไ ทาไปพร้อมกับการค้าขายแบบเดิิมคือ การแลก
    โ           ได้้ ํ ไป ้ ั            ้             ื
    ข้าวเปลือก แลกปลาร้า แลกปลาแห้ง แลกปลาส้ม และเสือ กับ           ่
    ผูคนใน จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี จ.หนองบัวลําภู จ.นครพนม เมื่อ ปี
        ้
    พ.ศ.
    พ ศ 2518 เริ่มส่งพริกไปขายภาคเหนื อ ได้แก่ จ แพร่ จ เชียงราย
               เรมสงพรกไปขายภาคเหนอ ไดแก จ.แพร จ. เชยงราย
    อ. แม่จน และ จ.สุโขทัย
            ั
ยุคท ยุคทองของการปลูกพรก
                    ยคที่ 4 ยคทองของการปลกพริก
     ระหว่าง พ.ศ. 2519 ถึง พ.ศ. 2540 เศรษฐกิจมีการขายการปลูกพริกเป็ นลําเป็ นสัน
                                                                           ่
     มีการขยายพื้ นที่ปลูกเป็ นจํานวนมาก จนมีคากล่าวว่าไร่พริกบ้านปากปวน นั้นมองดู
                                                ํ
     สดลกหลกตา มีการนํ าพริกส่งไปขายตามภมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ทังภาคอีสาน
      ุ ู ูู                                  ู                          ้
     และภาคเหนื อ เพือส่งให้พอค้าขายปลีกโดยตรง เช่น จ. อุบลราชธานี จ.อุดรธานี
                        ่         ่
     จ.ขอนแกน จ.
     จ ขอนแก่น จ หนองคาย จ สกลนคร จ นครพนม จ ร้อยเอ็ด จ.สารคาม
                                  จ.สกลนคร จ.นครพนม จ.รอยเอด จ สารคาม
   จ.กาฬสินธุ ์ จ.ชัยภูมิ จ.นครราชสีมา จ.แพร่ จ. ชียงราย อ.แม่จน จ. สุโขทัย
                                                                    ั
     พ.ศ. 2523 – พ.ศ.2526 และ 2533 -2534 เป็ นช่วงที่พริกมีราคาดีท่สดนอกจากมี
                                                                      ีุ
     การนํ าพริกแห้งและสดไปขายตามที่ต่าง ๆ แลว ยังมีพอค้าคนกลางมารับซื้อถึง
     การนาพรกแหงและสดไปขายตามทตาง แล้ว ยงมพอคาคนกลางมารบซอถง
                                                         ่
บ้านปากปวน วันละ 50 – 80 ตัน มีการทําพริกป่ น ช่วง พ.ศ. 2520 – 2525
เพือเดินขายตามร้านค้า ที่ จ.อุดรธานี จ.เลย
   ่
ยุคท ยุคของการแขงขน
              ยคที่ 5 ยคของการแข่ งขัน
       หลงจาก พ ศ 2540 เปนตนมาเกดปญหาฟองสบู
       หลังจาก พ.ศ.2540 เป็ นต้นมาเกิดปัญหาฟองสบ่ของ
ประเทศ จนถึงปัจจุุบน ทําให้การค้าขายพริกลดน้อยลงไป
                       ั
ด้วย ประกอบกับได้มีชมชนใกล้เคียงเริ่มมีการปลูกพริกมา
                         ุ
ขึ้ นจึงมีคู่แข่งทางการค้า ตลอดจบบางจังหวัดได้หนมาปลูก
                                                  ั
พริกมาขึ้ ึนการสงซื้ ือพริกจึงมีีนอยลง แต่่บานปากปวนก็ยงคง
     ิ             ั่      ิ ึ ้            ้ ป ป ็ ั
จดเทศกาลพรกเปนประจาทุกป
จัดเทศกาลพริกเป็ นประจําทกปี
ยุคที่ 6 ยุคปัจจุบันและอนาคต
ปัจจุบนการปลูกพริกในตําบลปากปวนลดน้อยลงมากสืบเนื่ องมาจากพ่อค้า
     ุ ั      ู
คนกลางที่เคยมาซื้อพริกในอดีดลดน้อยลงมาก เนื่ องจากมีการปลูกพริกกัน
อยางแพรหลายในอาเภอตาง ของจังหวัดเลย และมการปลูกพรกใน
อย่างแพร่หลายในอําเภอต่าง ๆ ของจงหวดเลย และมีการปลกพริกใน
จังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน เช่น ชัยภูมิ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ใน
อนาคตควรมีการส่งเสริมการปลูกพริกโดยไม่ใช้สารเคมี ควรใช้ชีวะภาพ
รฐควรประกนราคา หรอสงเสรมการแปรรูปพรกเพอเพมมูลคา ควรสงเสรม
 ั ป ั              ื ส่ ส ิ      ป        ิ ่ื ่ิ ่ ส่ ส ิ
ประเพณี การจัดเทศกาลพริกให้สบเนื่ องไปในอนาคตเพือให้ชมชนอืนรููจก
                              ื                    ่ ุ      ่ ้ั
เพือกระตุนการซื้อขายพริกเพือเศรษฐกิจที่ดีต่อชาวบ้านปากปวนต่อไป
   ่      ้                ่
การสะทอนขอมูลสู องถิ่น
การสะท้อนข้อมลส่ท้องถน

ระหว่างการศึกษา และ หลังจากเสร็จสิ้นการศึกษา

                   เกดพลง
                   เกิดพลัง
    (สานกในคุณคา ฟื้ นฟ อนุ รกษ์ สบสาน พฒนา)
    (สํานึ กในคณค่า ฟนฟู อนรักษ สืบสาน พัฒนา)
การพัฒนาการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ โครงงาน

การพัฒนาการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ โครงงาน

  • 1.
    ารพัฒนาการเรียนการสอนประวัตศาสตร์ ี ิ ด้วยวิธโ รง าน ี ง ทม เกตุวงศา ภาควิชาประวัตศาสตร์์ คณะมนุ ษยศาสตร์และสังคมศาสตร์์ ิ ป ัิ ์ ั มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • 2.
  • 3.
  • 4.
    พระราชเสาวนี ยสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ พระราชเสาวนยสมเดจพระนางเจา พระบรมราชนนาถ ์ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ทีเข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ่ ณ ศาลาดุสดาลัย พระตําหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสต ิ ิ วนจนทร์ที ่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ั ั ์ ิ ่ “... ทีประเทศไทย บรรพบุรุษของเราสละชีวตมาเพือปกป้ องผืนแผ่นดิน มาด้วยเลือดเนื้ อ ิ ่ ด้วยชีวต แต่เสียดายตอนนี้ท่านนายก ฯ เขาไม่ได้เรียนประวัตศาสตร์แล ้วนะ ฉันก็ไม่เข้าใจ ิ ิ ่ั ี่ เพราะตอนทีฉนเรียนอยู่ทสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มประวัตศาสตร์อะไรเท่าไหร่ ี ิ แต่เราก็ตองเรียนประวัตศาสตร์ของสวิส แต่เมืองไทยนี ่ บรรพบุรุษเลือดทาแผ่นดิน ้ ิ ่ กว่าจะมาถึงทีให้พวกเราอยู่ นัง่ อยู่กนสบาย มีประเทศชาติ เรากลับไม่ให้เรียนประวัตศาสตร์ ั ิ ่ ่ ไม่รูวาใครมาจากไหน เป็ นความคิดทีแปลกประหลาด อย่างทีอเมริกาถามไป ้่ ่ เขาก็สอนประวัตศาสตร์บา้ นเมืองเขา ทีประเทศไหนเขาก็สอน แต่ประเทศไทยไม่มี ิ ไม่ทราบว่าแผ่นดินนี้ รอดไปอยู่จนบัดนี้เพราะใคร หรือว่ายังไงกัน อันนี้ น่าตกใจ ชาวต่างชาติยงไม่ทราบว่านักเรียนไทยไม่มการสอนประวัตศาสตร์ชาติเลย...” ั ี ิ
  • 5.
  • 6.
  • 7.
  • 9.
  • 10.
  • 11.
  • 12.
  • 13.
  • 14.
  • 15.
    นัักเรีียน เปาหมาย เป้ าหมาย ยุววิจยประวัตศาสตร์ทองถิ่น ั ิ ้ ทักษะ “นักวิจย” ใช้ในการเรียน ใช้ในชีวต ั ิ วิธีการทางประวัตศาสตร์” ใช้ในการเรียน ใช้ในชีวต ิ ิ ความรู ้ ความรัก “ท้องถิ่น” ครู คร การเรียนการสอน วิทยฐานะ ิ สพท อบจ เทศบาล ผ้นําในท้องถิ่น สพท. อบจ. ผู าในทองถน บทเรียนสนับสนุ น ผลักดันการเรียนการสอน ฐานคิดใ ในการพัฒนา
  • 16.
    ลักษณะของ “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” เห็น “คน” คนจํานวนมาก, คนมีความสัมพันธ์กบบริบท (ธรรมชาติ สิงเหนื อธรรมชาติ และคน), ั ่ คนปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง มี “มิตเิ วลา” : ช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่ อง ฐ ้ ฐ ้ หลักฐานชันต้น มากกว่า หลักฐานชันรอง อธิบาย (Why? ( y How?)) มากกว่า บรรยาย (Who? What? Where? When?)) ( เกดพลง (สานกในคุณคา ต่อยอดกิจกรรม ฟนฟู อนรักษ์ สืบสาน พฒนา) เกิดพลัง (สํานึ กในคณค่า ตอยอดกจกรรม ฟื้ นฟ อนุ รกษ สบสาน พัฒนา)
  • 17.
    หวข้้อ ั การออกแบบและวางแผน การศึึกษาประวัตศาสตร์ทองถิ่น ิ ์้ (โ ิั ิ ั ในชั้ั ี (โครงงาน, การวิจย, การวิจยใ นเรียน)) ้ ขันตอนการศึกษาประวัตศาสตร์ทองถิ่น ิ ้
  • 18.
  • 19.
    What ทําอะไร ? ทาอะไร คาถาม คําถาม Who ใครทํา ? Why ทําไมถึงทํา ? For What ทําเพืออะไร ? ่ For Whom ทําเพือใคร ? ่ How ทําอย่างไร ? When ทําเมื่ือไ ? ํ ได Where ทําที่ไหน ? ทาทไหน
  • 20.
    หวขอ หัวข้อ ชื่อโครงงาน ผูรบผิดชอบ ้ั เอกสารหรองานวจยทเกยวของ เอกสารหรืองานวิจยที่เกี่ยวข้อง ั ภูมิหลัง ปัญหา คําถามหลัก วตถุประสงค วัตถประสงค์ พื้นที่ศึกษา กิจกรรม ิ แผนการทํางาน ประโยชน์ท่คาดว่าจะได้รบ ี ั งบประมาณ ป
  • 21.
    1.ชื่อโครงงาน ระบุให้ชดเจนว่าจะทําอะไร ั ภาษาที่งาย กะทัดรัด ได้ใจความ ่ คําที่เี ด่่น ดึึงดูดความสนใจ ชวนให้ตดตาม ํ ใ ใ ้ิ อยากรู ยากเหน อยากร้อยากเห็น เลี้ยงปี : พลังแห่งผีบานทรายขาว ้
  • 22.
    2. ผูรบผิดชอบ ้ ั 2.1 ทีม (ครูและนักเรียน) ให้ความสําคัญกับนักเรียน สร้างความรูสกการเป็ นเจ้าของ ้ึ 2.2 ที่ปรึกษา - ผูบริหารสถานศึกษา ้ - ผูนํ าทองถนและคนในทองถน ้ ้ ่ิ ใ ้ ่ิ สรางกระบวนการมสวนรวม ให้เกียรติ ใหเครดต สร้างกระบวนการมีสวนร่วม ใหเกยรต ให้เครดิต ่
  • 23.
    3. เอกสารหรืืองานวิ จยทีี่เกีี่ยวข้้อง ั สํารวจเอกสารหรืองานวิจยที่เกี่ยวข้อง ั อ้างอิงว่าเอามาจากหนังสือหรือเอกสารเล่มใด องค์ประกอบมี 2 ส่วน คือ เนื้ ื อหา และ บริบท ิ เนื้ อหา การเลี้ยงปี หรือประเพณี พธีกรรมอืน ๆ ิ ่ บริบท บ้านทรายขาว
  • 24.
    พรมแดนความรู ้ หรือวรรณกรรมปริทศน์์ ื ปิ ั สิงที่ตองทํา คือ สรุปจากความคิดเห็นของตัวเองให้ได้ว่า ่ ้ เอกสารหรืองานวิจยเรื่องนั้น ๆ ใ อะไร ื ิ ั ื ั ให้้ ไ เชน ความร้ ความเหน แนวคิด เทคนค วธการ เช่น ความรู ความเห็น แนวคด เทคนิ ค วิธีการ แหลงเอกสารทมความสาคญ คือ ในท้องถิ่น เชน โรงเรยน วด ผู อปท. แหล่งเอกสารที่มีความสําคัญ คอ ในทองถน เช่น โรงเรียน วัด ผ้รู ้ อปท โอกาสในการรวบรวมเอกสารที่สาคัญของท้องถิ่น ํ
  • 25.
    4.ภูมิ หลัง ั ข้อมูลทัวไ ้ ั ่ ไปของเรื่องที่จะศึึกษา ื ี ปญหา หรือประเด็นที่น่าสนใจ ปัญหา หรอประเดนทนาสนใจ ความสัมพันธ์และสําคัญต่อท้องถิน่ แนวทางการดําเนิ นงานอย่างคร่าว ๆ ประโยชน์ท่จะเกิดขึ้น ประโยชนทจะเกดขน ี แสดงให้้เห็นว่่าโ ใ ็ โครงงานนีี้ มีผล (Out put) และผลกระทบ (Impact) ที่มีประโยชน์
  • 26.
    5.ปัญหาและคําถามหลัก ํ ั ค้นให้พบประเด็นปัญหา ้ใ ้ ็ ั ถามในสิงที่ตองการรูู ้ และยังไม่รู ้ ่ ้ ้ ถามเพือหาคําตอบที่สามารถอธิบายเรื่องราวทังหมด ่ ไดอยางชดเจน ไ ้ ่ ชั ควรเน้น “มิตเิ วลา” และ “ความสัมพันธ์กบผููคน” ั ้ อาจมีคาถามที่มองไปในอนาคตก็ได้ ํ ผลการศึกษาจะต้องตอบคําถามหลักได้
  • 27.
    เลยงป พลงแหงผบานทรายขาว เลี้ยงปี : พลังแห่งผีบานทรายขาว ้ ปญหา ชาวบานทรายขาวใหความสาคญและเขารวม ปัญหา : ชาวบ้านทรายขาวให้ความสําคัญและเข้าร่วม พิธีเลี้ยงปี นอยลง ้ คําถามหลัก : 1. พิธีเลี้ ยงปี ของชาวบ้านทรายขาว เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่่างไรบ้างนับแต่่อดีีตจนถึงปัจจุบน ิ ปี ป ไ ้ ั ึ ั 2. จะอนุ รกษ์และฟื้ นฟพิธีเลี้ยงปี บานทรายขาว 2 จะอนรักษและฟนฟูพธเลยงปบานทรายขาว ้ ได้อย่างไร
  • 28.
    6.วัตถุประสงค์ ถ้าจะตอบคําถามหลักได้จะต้องศึกษาอะไร หรือทําอะไรบ้าง ไ คาถามหลกและวตถุประสงคตองสอดคลองกน คําถามหลักและวัตถประสงค์ตองสอดคล้องกัน ้ คําถามหลัก 1 ข้้อ อาจมีวตถุประสงค์หลายข้้อ ั ์ วัตถประสงค์จะนําไปส่การวางแผนการจัดกิจกรรม วตถุประสงคจะนาไปสู ารวางแผนการจดกจกรรม
  • 29.
    คําถามหลัก : 1.พิธีเลี้ยงปี ของชาวบ้านทรายขาวเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง นบแตอดตจนถงปจจุบ นับแต่อดีตจนถึงปัจจบัน 2. จะอนุ รกษ์และสืบสานพิธีเลี้ยงปี บานทรายขาวได้อย่างไร ั ้ วัตถุประสงค์ : 1. เพือศึึกษาลักษณะและรูปแบบของพิธเลี้ ยงปี ของชาวบ้านทรายขาว ่ื ั ิ ี ี ปี ้ จากอดีตจนถึงปัจจุบน ุ ั 2. เพือศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านทรายขาวกับพิธีเลี้ยงปี ่ จากอดตจนถงปจจุบ จากอดีตจนถึงปัจจบัน 3. เพือศึกษาแนวทางการฟื้ นฟู อนุ รกษ์ และสืบสานพิธีเลี้ยงปี ่ ั บ้านทรายขาว
  • 30.
    7.พืนที่ศึกษา ้ ระบุขอบเขตของพืนที่ที่ใช้ในการศึกษา ้ พื้นที่ศึกษาจะเป็ นกรอบสําคัญที่จะอธิบายความเป็ น “ท้องถิ่น” ”คือ พื้ นที่ซ่ึงกําหนดขอบเขตหรืออาณาเขตโดย โ ความสมพนธของผู ไมใช เสนเขตแดน ความสัมพันธ์ของผ้คน ไม่ใช่ เส้นเขตแดน”
  • 31.
    8.กิ จกรรม พจารณาวาจะมกจกรรมหรอวธการอยางไรบางเพอใหไดผล พิจารณาว่าจะมีกจกรรมหรือวิธีการอย่างไรบ้างเพือให้ได้ผล ิ ่ ้ั ตามวัตถุประสงค์แต่ละข้อที่ตงไว้ ตัวอย่่างกิจกรรม เช่่น ั ิ 1) การสัมภาษณ์ (Oral History) 2) การสังเกต (มี/ไม่มีสวนร่วม) ่ 3) การสนทนากล่ม (G Discussion, Focus Group, การสนทนากลุ (Group Di i F G การจัดเวทีเสวนา) 4) กิจกรรมอืน ๆ เช่น แผนผังสายตระกูล ่ การศกษาประวตชวต การศึกษาสถานที่สาคัญในท้องถิ่น การศึกษาประวัตชีวต การศกษาสถานทสาคญในทองถน ิ ิ ํ
  • 32.
    9.แผนการดําเนิ นงาน ํ การระบุช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมในข้อ 8 แผนการดําเนิิ นงานต้องสอดคล้องกับ ํ ้ ้ ั - แผนการจัดการเรียนการสอน แผนการจดการเรยนการสอน - ปฏิทนของท้องถิ่น ฏิ - ความพร้อมของผูให้ขอมูล ้ ้
  • 33.
    ตารางแผนการดําเนิ นงาน ํ คาถามหลก วตถุประสงค์ ํ ั ั ส ิ กจกรรม ระยะเวลา
  • 34.
    10. ประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รบ ั ประโยชน์ท่จะเกิดขึ้นต่อตัวเรา ท้องถิน และสังคม ี ่ ประโยชน์ท่จะเกิดขึ้นระหว่างการศึกษา ี และประโยชน์ท่จะเกิดขึ้ นเมื่อดําเนิ นการแล้วเสร็จ โ ี ป โ ท่จะเกิดขึ้ ึนเมื่ือมีีการนาไปใชหรือขยายผล ประโยชน์์ ี ิ ํ ไปใ ้ ื
  • 35.
    11. งบประมาณ ระบุงบประมาณที่ตองการใช้และแหล่งที่มาของงบประมาณ ้ เอกสารอ้างอิง (ถ้ามี) ชื่อผูแต่ง. ชื่อหนังสือหรือเอกสาร. พิมพ์ท่ไหนหรือพิมพ์เนื่ องในโอกาสอะไร, ้ ี ปี ท่พมพ์.์ ี ิ
  • 36.
    ขันตอนการศึึกษาประวัติศาสตร์ท้องถ่ิ น ั้ ั ์ การแตกกรอบ กําหนดประเด็น การเก็บรวบรวมข้อมูล การนํ าเสนอ การสะท้อนข้อมูลสูทองถิ่น ้ ้ ่ ้ ิ 36
  • 37.
    การแตกกรอบ กําหนดประเด็น คนหาประเดน (หวขอ) จากความรู ละข้อมลพื้นฐาน ค้นหาประเด็น (หัวข้อ) จากความร้และขอมูลพนฐาน เพื่อให้เห็นภาพรวม (Big Picture) ( g ) และระบุกิจกรรมหรือวิธีการศึกษา (สามารถเพิมเติมหรือตัดทอนได้ตลอดเวลาระหว่างการศึกษา) ่ ใหความสาคญกบผู ้ นท้องถิ่น ให้ความสําคัญกับผ้รูในทองถน
  • 38.
    สัตว์ ความเชื่อ หน้าที่ พืช ป่ าดอนปู่ตา ้ เฒ่าจํา บทบาท เลี้ยงขึ้น, เลี้ยงลง ผีปตา ู่ ? ประเพณี , ตัวศาล พธกรรม พิธกรรม ี เสียงทาย ่ ศาลปู่ตา บ๋า บังไฟ ้ เครองเซนไหว เครื่องเซ่นไหว้ คางไก่
  • 39.
    ปลูก ปลก เกบเกยว เก็บเกี่ยว เกบรกษา เก็บรักษา จ้าว เหนียว เตรยม เตรียม บรโภค บริโภค ดอ ค้าขาย ้ ขันตอน แลกเปลียน ่ แถน ผปู ผีป่ตา พันธุุขาว ์้ กํา่ ผีตาแฮก ผี สิงศักดิ์สทธิ์ ่ ิ การทานา การทํานา ? แม่โพสพ ความเชื่อ, ข้าวสาก ประเพณี , ดึงครกดึงสาก เกษตร ซําฮะ พิธกรรม ี อินทรีย ์ บุญ บน เสียงทาย ่ อน อืน ๆ ่ ข้าวจี่ เศรษฐกจพอเพยง เศรษฐกิจพอเพียง บังไ ั้ ไฟ แห่นางแมว นางด้ง คูนลาน
  • 40.
    การเก็บรวบรวมข้อมล 3 มิติ การเกบรวบรวมขอมูลมต ใช้กระบวนการมีสวนร่วม ่ 1. มิตความสัมพันธ์ ิ ธรรมชาติ (รูปธรรม) (รปธรรม) คน สงเหนอธรรมชาต สิงเหนื อธรรมชาติ ่ (สังคม) คน (นามธรรม)
  • 41.
    ด้านรูปธรรม (สิงที่สมผัสได้) เช่นรูปร่าง ลักษณะ วัตถุดิบ ่ ั ทมา วธการทา วธการใช ้ วธการเกบรกษา เครองมอเครองใชตาง ๆ ่ี ิ ี ํ ิ ี ใ ิ ี ็ ั ่ื ื ่ื ใ ้ ่ ด้านนามธรรม (สิงที่สมผัสไม่ได้) เช่น ความคิด คติ ความเชื่อ ่ ั ํ ื ่ ้ั ประเพณีี พิธีกรรม ตํานาน นิิ ทาน เรื่องเล่า รวมทัง ป ิ ด้านสังคม (เกี่ยวข้องกันตังแต่สองคนขึ้นไป) เช่น ภาษา ้ ศ ิ ซื้ เศรษฐกจ ((การซอขาย แลกเปลยน ทดแทน การจดสรรผลประโยชน))์ ป ่ี ัส ป โช ระบบครอบครัว ระบบเครือญาติ บรรทัดฐ ญ ฐานทางสังคม ระบบศาสนา
  • 42.
    มตเวลา (ขดเสนเวลา อธบายเปนชวงเวลา) มิตเิวลา (ขีดเส้นเวลา อธิบายเป็ นช่วงเวลา) ั ปจจุบ ปจจบัน จุดเปลียน 1 ่ จุดเปลียน 2 ่ จุดเปลียน x ่ Time  Line อธิบายจุดเปลียน ุ ่ ของเรื่องทีศึกษา ่ - เปลียนอย่างไร ่ ถ้าเกิดความเปลี่ยนแปลงใกล้ ๆ กัน - เปลียนเมื่อใ ่ ใหร่ ให้ ุ ไ ใ ยบรวมไปอธิบายด้วยกัน เพราะมีผลกระทบซึ่งกันและกัน - ก่อนเปลียนเป็ นอย่างไร กอนเปลยนเปนอยางไร ่ - มีปจจัย เงือนไขอะไรที่ทาให้เปลี่ยน ั ่ ํ - เปลียนแล้วเป็ นอย่างไร (การปรับตัว / ผลที่เกิดขึ้น) ่
  • 43.
    Time Line Analysis 2500 2510 2520 2530 2540 2550 2553 จุดเปลียน 1 ่ จุดเปลียน 2 ่ จุดเปลียน x ่ Time Line ประเด็น ก ประเดน จุดเปลียน 1 จุดเปลียน 2 ่ ่ จุดเปลียน 3 ่ จุดเปลียน x ่ Time Line ป น ข ประเด็็ จุดเปลียน 1 ่ จุดเปลียน 2 ่ จุดเปลียน x ่ Time Line ประเด็น ค จุดเปลียน 1 ่ จุดเปลียน 2 ่ จุดเปลียน x ่ Time Line ประเด็น ง อธิบายความเปลี่ยนแปลง
  • 44.
    3. มตความเชอมโยง 3 มิตความเชือมโยง ิ ่ เปรียบเทียบกับที่อนหรือเรื่องอืนที่มีความสัมพันธ์กนหรือ ่ื ่ ั มีีลกษณะคล้ายคลึงกัน เพือใ มองเห็นเรื่องที่ศึกษาชัดเจน ั ้ ึ ั ่ื ให้้ ็ ื ี ั ยิ่งขึ้น เชน ยงขน เช่น เหมือน – ต่าง ดี – ไม่ดี มาก – น้อย ถูก – แพง ู ฯลฯ
  • 45.
    เครื่องมืออื่น ๆ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แผนผังสายตระกูล การศึกษาสถานที่สาคัญ(PlaceName) ในท้องถิ่น ํ การศึึกษาประวัตชีวต ป ัิ ิ การจดเวทเสวนา การจัดเวทีเสวนา
  • 46.
    แผนผังสายตระกูล ? ? ซ้าย : ชาย,, อายุุมาก ฏ ฐ (?) ? ง จ (อรุณสวัสดิ ์) ฉ ช (มีความสุข) ญ ฎ ? (?) ฑ ยกไปเขยนหนาใหม ยกไปเขียนหน้าใหม่ 1 ก สวัสดี ข (ราตรีสวัสดิ)์ ฆ ซ ฌ ค สวัสดี 1 นาย ก สวัสดี เกิดเมือ..................................... ่ ยกไปเขยนหนาใหม ยกไปเขียนหน้าใหม่ มบทบาทและความสาคญตอทองถน อยางไรบาง..... มีบทบาทและความสําคัญต่อท้องถิน อย่างไรบ้าง ่
  • 48.
    สายตระกูลกบสายสมพนธและพฒนาการเมองกนทรวชย สายตระกลกับสายสัมพันธ์และพัฒนาการเมืองกันทรวิชย ั กลุมที่ 1 พระปทุมวิเสศ (คํามูล) ต้นตระกูล “ศิรกจ” ่ ิิ สัมพันธ์กบตระกูล“กันทรพันธ์ (แซ่โคว้)” ฐานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ั กลุ ท กล่มที่ 2 นายหมวก ต้นตระกล “เรืองศรีมน” อพยพจากโคราช ตนตระกูล เรองศรมน ั่ ้ การปันหม้อ (นายฮ้อย อุปถัมภ์ศาสนา) กลุมที่ 3 ชาวญ้อจากท่าขอนยาง ต้นตระกูล “สุวรรณภักดี” รากฐาน ่ แหงการอนุ รกษภูมิปญญา แห่งการอนรักษ์ภมปญญา ั 48
  • 49.
    ผลและผลกระทบของแผนผงสายตระกูล ัส มตเวลา (ความเปลยนแปลงในแตละชวงเวลา) มิตเิ วลา (ความเปลียนแปลงในแต่ละช่วงเวลา) ่ ุ ิ ้ ฐ บนสด คือ ประวัตศาสตร์การตังถิ่นฐาน มิตความสัมพันธ์ (ธรรมชาติ,สิงเหนื อธรรมชาติ และคน) ิ ่ มิตความเชื่อมโยง ิ กระตุนสํานึึ กในคุณค่่าของผูคนและท้องถิ่น ้ ํ ใ ้ ้ ิ
  • 50.
    การศึึกษาสถานทีี่สาคัญในท้้องถ่ิ น ํ ั ใ สถานที่สาคัญด้านต่าง ๆ ํ ทังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนษย์สร้างขึ้น ้ ทงทเกดขนเองตามธรรมชาตและทมนุ ษยสรางขน เริ่มจากเขียนแผนที่สถานที่สาคัญในท้องถิ่น ํ เขียนสถานที่สาคัญในอดีตซ้อนลงในแผนที่เดียวกัน ํ ใชการศกษา ิ ใช้ ศึ 3 มติ ( ิ (มิตความสัมพันธ์, มิตเิ วลา,, มิตความเชื่อมโยง)) ิ เรียบเรียง
  • 51.
    บ้านวังกําแพง ตาบลชบน อําเภอบ้านเขว้าจงหวดชยภูมิ บานวงกาแพง ตําบลชีบน อาเภอบานเขวา จังหวัดชัยภม ใชวธการศกษาสถานทสาคญในทองถน ใช้วธีการศึกษาสถานที่สาคัญในท้องถิ่น ิ ํ ตํานานชะบน ชาวบน ญัฮกูร : กลุมชาติพนธุเ์ จ้าของพื้นที่ ่ ั ้ ชาวบนบ้านวังกําแพง : บรรพบุรุษและการตังถิ่นฐานของชาวบนบ้านวังกําแพง วันวานกับวิถทางแห่งการดํารงชีพเพือความอยูู่รอดของเผ่าพันธ์ุ ี ่ เรียนรูการค้าจากของป่ าและชาวท่ง ้ ปอ : ความพอเพียงส่พาณิ ชย์ สมพนธภาพทเปลยนไป ความพอเพยงสู าณชย สัมพันธภาพที่เปลี่ยนไป ถนน ไฟฟ้ า ย้ายถิ่น : การเลือนหายของอัตลักษณ์ ผลกระทบต่่อป่ าและลํานํ้ํ าชีีท่ไม่่อาจหลีกเลี่ยง ํ ี ี ี ภูมิปญญา ศรัทธา และความเชื่อ : ทางเลือกและทางออก ั
  • 52.
    การศึึกษาประวัติ ชีวิ ต ป ั ้ ประวัตชีวตบุคคลสําคัญ เช่น เฒ่าจํา หมอยา หมอลํา ิ ิ ผูรู ้ ((ภูมิป ั ้ ่ิ ้ั ่ ิ ึ ปั ั ้ ปญญาทองถน)) ตงแตเกดจนถงปจจุบน เมื่อได้ขอมูลแล้วจึงวิเคราะห์จุดเปลี่ยนและ ้ ความสัมพันธ์ในท้องถิ่น ั ั ์ ้ ิ
  • 53.
    การจดเวทเสวนา การจัดเวทีเสวนา รวบรวม เพิมเติม ตรวจสอบ ข้อมูล ่ิ ิ ้ เผยแพรขอมูล เผยแพร่ขอมล ้
  • 54.
    การนําเสนอ การนาเสนอ ตองตอบคาถามการวจย ต้องตอบคําถามการวิจย ั ทบทวน “ลักษณะของประวัตศาสตร์ทองถิ่น” ลกษณะของประวตศาสตรทองถน ิ ้ ้ คน มิตเิ วลา หลักฐานชันต้น การอธิบาย พลัง วางโครงเรื่อง และอธิบายให้เห็นความเชื่อมโยง การอ้างอิง
  • 55.
    ลักษณะของ “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” เห็น “คน” คนจํานวนมาก, คนมีความสัมพันธ์กบบริบท (ธรรมชาติ สิงเหนื อธรรมชาติ และคน), ั ่ คนปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง มี “มิตเิ วลา” : ช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่ อง ฐ ้ ฐ ้ หลักฐานชันต้น มากกว่า หลักฐานชันรอง อธิบาย (Why? ( y How?)) มากกว่า บรรยาย (Who? What? Where? When?)) ( เกดพลง (สานกในคุณคา ฟื้ นฟ อนรักษ์ สืบสาน พัฒนา) เกิดพลัง (สํานึ กในคณค่า ฟนฟู อนุ รกษ สบสาน พฒนา)
  • 56.
    พลังศรัทธามหาชนกับบารมีีหลวงพ่อคูณ ปริสทโ ุ โธ โรงเรยนบานไรทองคูณ (คุรุราษฎรสามคค) โรงเรียนบ้านไร่ทองคณ (ครราษฎร์สามัคคี) 1. กว่าจะเป็ นหลวงพ่อคูณ 2. ใ ละช่วงเวลา ในแต่ - สถานการณ์ท่เี กิดขึ้นท้องถิ่น สถานการณทเกดขนทองถน - ท่านคิดอะไร ท่านทําอะไร (บารมี คําสอน สาธารณกุศล) ทําไ ่านถึงคิดและทําอย่่างนั้น ํ ไมท่ ึ ิ ํ ั - ชาวบ้านได้อะไร ชาวบ้านคิดอย่างไรต่อสิงที่หลวงพ่อทํา ่ - สิงที่เกิดขึ้นส่งผลต่อท้องถิ่นอย่างไร (ทังคน และบริบทในท้องถิ่น) ่ ้ 3. 3 อนาคตจะเปนอยางไร ป็ ่ ไ
  • 57.
    บ้านเขวา หนองกระทุม ่ บ้านดอนดู่ จ.มหาสารคาม 13 kms กูู่บานเขวา ้ วิทยาลัยเกษตรฯ จ. ร้ อยเอ็ด 27 kms
  • 58.
    กูบานเขวา : ที่อาศัยรักษา และพึงพาของผูคน ่ ้ ่ ้ ดอนดู่ : สถานที่กลุมคนต่างถิ่น ได้มาพึงพิง พักอาศัย ่ ่ อโรคยาศาล : สถานที่เยียวยา รักษาชีวตและจิตใจของผูคน โ ิ ใ ้ เจ้าปู่ : ที่พงทางใจของผูคน ้ ป่ ี ึ ใ ้
  • 60.
    คาถาม คําถาม การปลูกพริกที่บานปากปวนมีประวัตความเป็็ นมาและความสําคัญต่อ ้ ิ วิถชีวตชาวบ้านปากปวนอย่างไร ี ิ ความสัมพันธ์ระหว่างการปลูกพริกและวิถชีวตชาวบ้านปากปวนมีการ ี ิ เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา ใ แนวทางในการพฒนาปรบปรุงการปลูกพรกและเทศกาลพรกของ แนวทางในการพัฒนาปรับปรงการปลกพริกและเทศกาลพริกของ ชาวบ้านปากปวน
  • 61.
    วัตถุุประสงค์ เพือศึกษาการปลูกพริกกับวิถชีวตชาวบ้านปากปวน ประวัตความ ่ ี ิ ิ เป็ นมา และการเปลี่ยนแปลงจากอดีีตจนถึงปัจจุบน ป็ ปี ป ึ ั เพอศกษาแนวทางการอนุ รกษ์และสืบสานการปลกพริกบ้านปากปวน เพือศึกษาแนวทางการอนรักษและสบสานการปลูกพรกบานปากปวน ่
  • 62.
    พริกกับวิถชีวตชาวบ้ านปากปวน ี ิ ลักษณะภูมิประเทศของบ้านปากปวนเป็ นที่ราบระหว่างภูเขา และที่ราบลุม ่ แม่่น้ํ าเลย มีีอณหภูมิเฉลี่ย ประมาณ 23 องศาเซลเซีียส ประมาณนํ้ํ าฝน ุ ี 1,200 มิลลิเมตรต่อปี สภาพดินเป็ นดินร่วนป่ นทราย เหมาะสําหรับ , ปลูกพริก การปลูกพริกบ้านปากปวนแบ่งออกเป็ น 5 ยุค ดังนี้
  • 63.
    ยุคที่ 1 ยุคเริ่มต้นของการปลูกพริก การปลูกพริกบ้านปากปวน เมื่อประมาณ 100 ปี บ้านปากปวนยังเป็ นชุมชน เลก ที่ผ ้ นอพยพมาจากอาเภอดานซายจงหวดเลย ผ้ นสวนใหญมฐานะ เล็ก ๆ ทผูคนอพยพมาจากอําเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย ผูคนส่วนใหญ่มีฐานะ ยากจน เดิมที่ชาวบ้านปากปวนนิ ยมปลูกฝ้ ายเป็ นส่วนใหญ่ แต่กนิยมปลูก ็ พริกไ ตามหัวไ ปลายนา และบริเิ วณโพน(จอมปลวกขนานใหญ่่ ) และ ิ ไว้้ ั ไร่่ โ ป ใ บริเวณลุมแม่น้ํ าเลย พันธุุนิยมปลููกครังแรกได้แก่ พริกน้อยหรือพริกส้ม ุ่ ์ ้ เนื่ องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์จงมีผลผลิตพริกมากเหลือกินเหลือใช้ จึง ึ นิ ยมทําเป็ นพริกแห้งเก็บไว้ เมื่อมีมากจึงนํ าพริกไปแลกเปลียนกันสิ้นค้าที่ นยมทาเปนพรกแหงเกบไว เมอมมากจงนาพรกไปแลกเปลยนกนสนคาท ่ ชาวบ้านต้องการ เช่น เกลือ ปลาร้า ปลาแห้ง กับชุมชนใกล้เคียง เช่น อําเภอวังสะพุง อําเภอเมืืองเลย ํ ั ํ
  • 64.
    ยุคท ยุคเรมตนการคาขายพรก ระหวางป ยคที่2 ยคเริ่มต้ นการค้ าขายพริก ระหว่ างปี พ.ศ. 2480 – 2502 พริกบ้านปากปวนเริ่มมีช่ือเสียงมากขึ้ ึน เริ่มมีการนํ าพริกไ ้ ไป แลกเปลี่ยนกับ จังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองบัวลําภู ขอนแก่น อุดรธานี โดยนํ าพริกแห้งไปแลกกับ ข้าวเปลือก ปลาร้า ปลาแห้ง มากขึ้ ึน ชาวบ้านมีีความเป็ นอยู่ดีข้ ึน เริ่มมีีการขยายพื้ นที่ปลูกพริก ้ ป็ ิ ื ี ิ มากขึ้น มีการนํ าพริกแลกเป็ นปลาร้าจากเขื่อนอุบลรัตน์ มากักตุนไว้ ุ ุ แล้วขายปลาร้าให้กบชุมชนใกล้เคียง ั
  • 65.
    ยุคที่ 3 ยุคของการปลูกพริกเป็นพืชเศรษฐกิจ ระหว่ างปี พ.ศ. 2503 – 2518 มีการขายการปลูกพริกเป็็ นลําเป็็ นสัน มีการขยายพื้ นที่ปลูกเป็็ น ่ จํานวนมาก มีการนํ าพริกส่งไปขายตามจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศ ้ ทังภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนื อ เพือส่งให้พอค้าขายปลีก ่ ่ โดยตรง ซึ่ึงไ ทาไปพร้อมกับการค้าขายแบบเดิิมคือ การแลก โ ได้้ ํ ไป ้ ั ้ ื ข้าวเปลือก แลกปลาร้า แลกปลาแห้ง แลกปลาส้ม และเสือ กับ ่ ผูคนใน จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี จ.หนองบัวลําภู จ.นครพนม เมื่อ ปี ้ พ.ศ. พ ศ 2518 เริ่มส่งพริกไปขายภาคเหนื อ ได้แก่ จ แพร่ จ เชียงราย เรมสงพรกไปขายภาคเหนอ ไดแก จ.แพร จ. เชยงราย อ. แม่จน และ จ.สุโขทัย ั
  • 66.
    ยุคท ยุคทองของการปลูกพรก ยคที่ 4 ยคทองของการปลกพริก ระหว่าง พ.ศ. 2519 ถึง พ.ศ. 2540 เศรษฐกิจมีการขายการปลูกพริกเป็ นลําเป็ นสัน ่ มีการขยายพื้ นที่ปลูกเป็ นจํานวนมาก จนมีคากล่าวว่าไร่พริกบ้านปากปวน นั้นมองดู ํ สดลกหลกตา มีการนํ าพริกส่งไปขายตามภมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ทังภาคอีสาน ุ ู ูู ู ้ และภาคเหนื อ เพือส่งให้พอค้าขายปลีกโดยตรง เช่น จ. อุบลราชธานี จ.อุดรธานี ่ ่ จ.ขอนแกน จ. จ ขอนแก่น จ หนองคาย จ สกลนคร จ นครพนม จ ร้อยเอ็ด จ.สารคาม จ.สกลนคร จ.นครพนม จ.รอยเอด จ สารคาม จ.กาฬสินธุ ์ จ.ชัยภูมิ จ.นครราชสีมา จ.แพร่ จ. ชียงราย อ.แม่จน จ. สุโขทัย ั พ.ศ. 2523 – พ.ศ.2526 และ 2533 -2534 เป็ นช่วงที่พริกมีราคาดีท่สดนอกจากมี ีุ การนํ าพริกแห้งและสดไปขายตามที่ต่าง ๆ แลว ยังมีพอค้าคนกลางมารับซื้อถึง การนาพรกแหงและสดไปขายตามทตาง แล้ว ยงมพอคาคนกลางมารบซอถง ่ บ้านปากปวน วันละ 50 – 80 ตัน มีการทําพริกป่ น ช่วง พ.ศ. 2520 – 2525 เพือเดินขายตามร้านค้า ที่ จ.อุดรธานี จ.เลย ่
  • 67.
    ยุคท ยุคของการแขงขน ยคที่ 5 ยคของการแข่ งขัน หลงจาก พ ศ 2540 เปนตนมาเกดปญหาฟองสบู หลังจาก พ.ศ.2540 เป็ นต้นมาเกิดปัญหาฟองสบ่ของ ประเทศ จนถึงปัจจุุบน ทําให้การค้าขายพริกลดน้อยลงไป ั ด้วย ประกอบกับได้มีชมชนใกล้เคียงเริ่มมีการปลูกพริกมา ุ ขึ้ นจึงมีคู่แข่งทางการค้า ตลอดจบบางจังหวัดได้หนมาปลูก ั พริกมาขึ้ ึนการสงซื้ ือพริกจึงมีีนอยลง แต่่บานปากปวนก็ยงคง ิ ั่ ิ ึ ้ ้ ป ป ็ ั จดเทศกาลพรกเปนประจาทุกป จัดเทศกาลพริกเป็ นประจําทกปี
  • 68.
    ยุคที่ 6 ยุคปัจจุบันและอนาคต ปัจจุบนการปลูกพริกในตําบลปากปวนลดน้อยลงมากสืบเนื่องมาจากพ่อค้า ุ ั ู คนกลางที่เคยมาซื้อพริกในอดีดลดน้อยลงมาก เนื่ องจากมีการปลูกพริกกัน อยางแพรหลายในอาเภอตาง ของจังหวัดเลย และมการปลูกพรกใน อย่างแพร่หลายในอําเภอต่าง ๆ ของจงหวดเลย และมีการปลกพริกใน จังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน เช่น ชัยภูมิ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ใน อนาคตควรมีการส่งเสริมการปลูกพริกโดยไม่ใช้สารเคมี ควรใช้ชีวะภาพ รฐควรประกนราคา หรอสงเสรมการแปรรูปพรกเพอเพมมูลคา ควรสงเสรม ั ป ั ื ส่ ส ิ ป ิ ่ื ่ิ ่ ส่ ส ิ ประเพณี การจัดเทศกาลพริกให้สบเนื่ องไปในอนาคตเพือให้ชมชนอืนรููจก ื ่ ุ ่ ้ั เพือกระตุนการซื้อขายพริกเพือเศรษฐกิจที่ดีต่อชาวบ้านปากปวนต่อไป ่ ้ ่
  • 69.
    การสะทอนขอมูลสู องถิ่น การสะท้อนข้อมลส่ท้องถน ระหว่างการศึกษา และหลังจากเสร็จสิ้นการศึกษา เกดพลง เกิดพลัง (สานกในคุณคา ฟื้ นฟ อนุ รกษ์ สบสาน พฒนา) (สํานึ กในคณค่า ฟนฟู อนรักษ สืบสาน พัฒนา)