บทที่ 1 ระบบนิเวศ (Ecosystem)
สิ่ งมีชีวต (Organism)
                         ิ

   สิ่ งมีชีวตคือ สิ่ งที่สามารถ แพร่ พนธุ์ ขยายพันธุ์ให้
              ิ                         ั
    ลูกและหลานรุ่ นต่อๆไปได้
ประชากร (Population)

   ประชากรคือ สิ่ งมีชีวตชนิดเดียวกันมาอยูร่วมกัน
                         ิ                 ่
    ในแหล่งที่อยูอาศัยเดียวกัน
กลุ่มสิ่ งมีชีวต (Community)
                           ิ
 กลุ่มสิ่ งมีชีวต คือ สิ่ งมีชีวต หลายชนิ ดมาอยูรวม ใน
                 ิ               ิ               ่
        ่
  ที่อยูอาศัยบริ เวณเดียวกัน
ระบบนิเวศ คือ
   ระบบนิเวศ คือ บริ เวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทาง
    ชีวภาพ (ได้แก่ กลุ่มสิ่ งมีชีวต) และปั จจัยทาง
                                  ิ
    กายภาพที่เอื้อต่อการดารงชีวต (ได้แก่ อุณหภูมิ
                                    ิ
    แสงสว่าง หรื อสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม) ซึ่ ง
                                      ั
    ปั จจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์กน เช่น ความสัมพันธ์
    ระหว่างสิ่ งมีชีวตชนิดเดียวกัน , ความสัมพันธ์
                      ิ
    ระหว่างสิ่ งมีชีวตต่างชนิดกัน หรื อ ความสัมพันธ์
                        ิ
    ระหว่างสิ่ งมีชีวตกับสิ่ งไม่มีชีวต นอกจากนี้ภายใน
                          ิ             ิ
    ระบบนิเวศยังต้องมีการถ่ายทอดพลังงาน และมีการ
ระบบนิเวศ
    ประกอบด้ วย
1.   ปัจจัยทางชีวภาพ ได้ แก่ กลุ่มสิ่ งมีชีวต
                                            ิ
2.   ปัจจัยทางกายภาพ ได้ แก่ อุณหภูมิ แสงสว่ าง ดิน อากาศ ค่ าความเป็ น
     กรด-เบสฯลฯ
3.   ความสั มพันธ์ ภายในระบบนิเวศ
4.   การถ่ ายทอดพลังงาน
5.   การหมุนเวียนของสาร
 ระบบนิเวศ ในโลกมีหลายระบบ ทั้ง
                             ่
ระบบนิเวศในน้ า บนบก แต่ไม่วาจะเป็ น
 ระบบนิเวศใดก็ตาม รวมกันเป็ น โลกของ
    สิ่ งมีชีวต หรือ ไบโอเฟี ยร์ (Biosphere)
              ิ
2. ไบโอม (Biomes) ชีวนิเวศ

   ระบบนิเวศ ที่มีความคล้ายคลึงกันขององค์ประกอบ
    ทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และความ
    คล้ายคลึงกันของปั จจัยทางชีวภาพ คือ ชนิดของพืช
    และสัตว์ท่ีมีความคล้ายคลึงกัน เรี ยกระบบนิเวศ
    ที่มีความคล้ายคลึงกันทั้งปัจจัยทางกายภาพและ
    ชีวภาพว่า ไบโอม(Biomes) หรื อ ชีวนิเวศ
ประเภทของไบโอม (Biomes)
   ไบโอมบนบก แบ่งเป็ น      ไบโอมในน้ า แบ่งเป็ น
    - ไบโอมป่ าดิบชื้น        - ไบโอมแหล่งน้ าจืด

    - ไบโอมป่ าผลัดใบใน       - ไบโอมแหล่งน้ าเค็ม
    เขตอบอุ่น
    - ไบโอมป่ าสน

    - ไบโอมทุ่งหญ้าเขต
    อบอุ่น
3. ความหลากหลายของระบบนิเวศ
ระบบนิเวศ คือ
 บริ เวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพ และ
  ปัจจัยทางกายภาพที่เอื้อต่อการดารงชีวต และสิ่ ง
                                            ิ
  เหล่านี้มีความสัมพันธ์กน ั
       - ปั จจัยทางกายภาพได้แก่ แสง อุณหภูมิ ดิน
  อากาศ ฯลฯ
       - ปั จจัยทางชีวภาพ ได้แก่ กลุ่มสิ่ งมีชีวต
                                                ิ
*** โดยกลุ่มสิ่ งมีชีวตในระบบนิ เวศ มีบทบาท
                       ิ
บทบาทของสิ่ งมีชีวตในระบบนิเวศ
                         ิ
แบ่ งได้ 3 พวก คือ
     ผู้ผลิต (Producer)
     ผู้บริโภค (Consumer)
     ผู้ย่อยสลาย (Decomposer)
ผู้ผลิต (producer)
 คือสิ่ งมีชีวต ที่สามารถสร้ างอาหาร เองได้ ด้ วยกระบวนการสั งเคราะห์
               ิ
   แสง (Photosynthesis) เช่ น พืช สาหร่ าย แพงตอนพืช
   เป็ นต้ น
ผู้บริโภค (consumer)
คือ สิ่ งมีชีวต ที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้
               ิ
   ส่ วนมากคือสัตว์ที่กินสิ่ งมีชีวตอื่นเป็ นอาหาร แบ่ง
                                   ิ
   ได้ 3 ประเภท คือ
   1. ผูบริ โภคพืช (Herbivore)
         ้
   2. ผูบริ โภคสัตว์ (Carnivore)
           ้
   3. ผูบริ โภคทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore)
             ้
ผู้บริโภคพืช (Herbivore)

   ผูบริ โภค พืช คือสัตว์ที่กินพืชเป็ นอาหาร เช่น ช้าง
      ้
    ม้า วัว ควาย กวาง กระต่าย ปลาตะเพียน ปลานิล
    ฯลฯ
ผูบริ โภคสัตว์ (Carnivore)
         ้
   คือ สัตว์ที่กินสัตว์เป็ นอาหาร เช่น สิ งโต เสื อ ไฮยีน่า
    (หมาไน) ฯลฯ
ผู้บริโภคพืชและสั ตว์ (Omnivore)
   คือ สัตว์ที่กินได้ท้ งพืชและสัตว์ เช่น คน สุ นข ไก่
                         ั                        ั
    เป็ ด ลิง
ผู้ย่อยสลาย (Decomposer)

   หมายถึง สิ่ งมีชีวตที่สร้างอาหารเองไม่ได้ ได้รับ
                      ิ
    อาหารจากการปล่อยเอนไซม์ ออกมาย่อยสลายซาก
    สิ่ งมีชีวตต่างๆ แล้วดูดซึมเข้าสู่ ร่างกาย เช่น
              ิ
    แบคทีเรี ย เห็ด รา
ประเภทของระบบนิเวศ




ระบบนิเวศในน้ า                  ระบบนิเวศ
ระบบนิเวศในนา (Aquatic ecosystem)
                ้
   แบ่งเป็ น 2 ระบบ คือ




    ระบบนิเวศนาจืด (Freshwater)
              ้                   ระบบนิเวศนาเค็ม (marine)
                                            ้
ระบบนิเวศนาจืด
                                     ้
แบ่งเป็ น 2 ชนิด




         ระบบนิเวศนานิ่ง
                   ้                        ระบบนิเวศนาไหล
                                                      ้
ระบบนิเวศนานิ่ง
                              ้

   ระบบนิเวศน้ านิ่งแบ่งได้ 3
    บริ เวณ คือ
    - บริ เวณชายฝั่ง

    - บริ เวณผิวน้ า

    - บริ เวณน้ าชั้นล่าง
ระบบนิเวศนาไหล
                              ้

   แบ่งได้ 2 บริ เวณ คือ บริ เวณแอ่งน้ า และ บริ เวณ
                                              บริเวณแอ่ งนา
                                                          ้
    น้ าไหล
                                             บริเวณนาไหลเชี่ยว
                                                    ้
ระบบนิเวศแหล่งนากร่ อย้
 เป็ นบริ เวณที่น้ าจื ด และน้ าเค็ม มาบรรจบกัน มักพบ

  ตามบริ เวณปากแม่น้ า ปากอ่าว และช่องแคบ เป็ น
  บริ เวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ มี แร่ ธาตุอาหารสู ง
                                                ้
  มักพบสัตว์น้ าที่เป็ นอาหารของมนุษย์ เช่นกุง หอย
                                                   ่
  ปู ปลา และเป็ นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ า (เป็ นที่อยูของ
  ลูกปลา ลูกกุง ฯลฯ) พืชที่พบบริ เวณนี้ได้แก่ ต้น
                ้
  โกงกาง ต้อนแสม เป็ นต้น
ระบบนิเวศนาเค็ม (Marine)
                      ้

   แบ่งได้ 2 บริ เวณใหญ่ คือ
         บริเวณชายฝั่ง
         บริเวณทะเลเปิ ด ซึ่ งเป็ นบริ เวณที่อยูห่างออกจาก
                                                ่
    ชายฝั่ง แบ่งออกเป็ นเขตต่างๆ 3 เขต คือ
              - เขตที่แสงส่ องถึง

              - เขตที่มีแสงน้อย

              - เขตที่ไม่มีแสง
ระบบนิเวศบนบก (Terrestrial ecosystem)

   ระบบนิเวศบนบกที่มีขนาดใหญ่ คือ ป่ าไม้
       ป่ าไม้ในประเทศไทย แบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
              ป่ าไม่ผลัดใบ (Evergreen forest)
              ป่ าผลัดใบ (Deciduous forest)
ป่ าไม่ ผลัดใบ       ป่ าผลัดใบ
ได้แก่               ได้แก่
-   ป่ าดิบชื้น
                     - ป่ าเบญจพรรณ
-   ป่ าดิบแล้ง
                     - ป่ าเต็งรังหรื อ ป่ า
-   ป่ าดิบเขา
                     แดง
-   ป่ าสนเขา
-   ป่ าชายเลน
-   ป่ าพรุ
ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
ความสั มพันธ์ ในระบบนิเวศ
   แบ่งเป็ น
-   ความสั มพันธ์ ระหว่ างสิ่ งมีชีวต กับ ปัจจัยทางกายภาพ
                                    ิ
-   ความสั มพันธ์ ของสิ่ งมีชีวต กับปัจจัยทางชีวภาพ
                               ิ
ความสั มพันธ์ ระหว่ างสิ่ งมีชีวตกับปัจจัยทางกายภาพ
                                   ิ

อะไร คือ ปั จจัยทางกายภาพ ???
  คือสิ่ งต่างๆ ที่ไม่มีชีวต เช่น อากาศ อุณหภูมิ
                           ิ
  ความชื้น ค่าความเป็ นกรด-เบส ฯลฯ
นักเรียนลองพิจารณาปัจจัยทางกายภาพต่ อไปนีว่ามีผลต่ อ
                                            ้
          การดารงชีวตของสิ่ งมีชีวตอย่ างไร
                    ิ             ิ
                   อุณหภูมิ
                   แสง
                   ความชื้น
                   แก๊ส
                   ดิน
                   แร่ ธาตุ
                   เสี ยง
ตัวอย่าง : ความสัมพันธ์ของสิ่ งมีชีวต
                                     ิ
                     กังบ้ อุณหภูมิ
 มีผลต่อสิ่ งมีชีวตดั นี
                   ิ
 - มีผลต่อการควบคุมการเจริ ญเติบโตการสื บพันธุ์การ
 แพร่ กระจายพันธุ์
 - การปรับตัวด้านโครงสร้าง

 - การปรับตัวด้านพฤติกรรม
 ให้นกเรี ยนแบ่งกลุ่มออกเป็ น 5 กลุ่ม ให้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง
      ั
   ปั จจัยทางกายภาพ กับ สิ่ งมีชีวิตดังต่อไปนี้
          กลุ่ม 1 ผลของแสง ต่อ สิ่ งมีชีวิต
          กลุ่ม 2 ผลของความชื้น ต่อ สิ่ งมีชีวต
                                              ิ
          กลุ่ม 3 ผลของแก็ส ต่อ สิ่ งมีชีวิต
          กลุ่ม 4 ผลของดิน ต่อ สิ่ งมีชีวต
                                         ิ
   ให้ นาเสนอ ในรูปของ PowerPoint ในคาบหน้ า
ความสั มพันธ์ ของสิ่ งมีชีวต กับปัจจัยทางชีวภาพ
                                 ิ
     ั                                  ่
 ให้นกเรี ยนพิจารณา สานวนไทยต่อไปนี้วาสิ่ งมีชีวตเหล่านี้มีความสัมพันธ์
                                                ิ
  แบบใดความสัมพันธ์ดงกล่าวก่อให้เกิดผลดีผลเสี ยต่อสิ่ งมีชีวตเหล่านั้น
                          ั                                  ิ
  อย่างไร
- นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า
- แมงกะซอนตกน้ าปลาตอด
- มองเห็นผึ้งวนเวียนเฝ้ าเปลี่ยน เชยชมเกสรดอกไม้
นักเรียนลองพิจารณาดูว่าความสั มพันธ์ ของ
สิ่ งมีชีวตกับสิ่ งมีชีวตในโลกจะแบ่ งได้ กลกษณะ
          ิ             ิ                 ี่ ั
                      
ความสั มพันธ์ ระหว่ างสิ่ งมีชีวตกับปัจจัยทางชีวภาพ
                                      ิ
   พบว่าสามารถแบ่งความสัมพันธ์ ได้ 4 ลักษณะ คือ
    1. ความสัมพันธ์ที่ได้ประโยชน์ท้ งสองฝ่ าย
                                        ั
    สัญลักษณ์แทนด้วย (+,+)
    2. ความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่ งได้ประโยชน์อีกฝ่ ายเสี ย
    ประโยชน์ (+,-)
    3. ความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ ายต่างเสี ยประโยชน์ (-,-)

    4. ความสัมพันธ์แบบฝ่ ายหนึ่ งได้ประโยชน์ อีกฝ่ าย
    ไม่ได้เสี ยประโยชน์ใด (+,0)
ความสั มพันธ์ ที่ได้ ประโยชน์ ท้งสองฝ่ าย
                                        ั
            สั ญลักษณ์ แทนด้ วย (+,+)
แบ่งเป็ น 2 ชนิดคือ
1. ภาวะพึ่งพาอาศัย (Mutualism)
2. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน (Protocooperation)
ภาวะพึ่งพาอาศัย (Mutualism)
   เป็ นภาวะที่ต่างฝ่ ายต่างได้ประโยชน์ โดย
    สองฝ่ ายต้องอยูร่วมกันชัวคราวหรื อต้อง
                    ่         ่
    อยูร่วมกันตลอดไป โดยไม่สามารถแยก
        ่
    จากกันได้ ถ้าแยกจากกันฝ่ ายใด ฝ่ าย
    หนึ่ง หรื อทั้งสองฝ่ ายจะตาย เช่น
ส่ าหร่ ายสี เขียว กับ รา
ไรโซเบียมกับปมรากถั่ว
ภาวะได้ ประโยชน์ ร่วมกัน
                                ิ          ่
    เป็ นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวตสองชนิดอยูรวมกัน
                                              ่
    โดยได้ประโยชน์ท้ งสองฝ่ ายแต่แยกกันอยูได้ เช่น
                      ั
ดอกไม้ กับ แมลง
   โดยแมลงกินน้ าหวานจากดอกไม้ และแมลงช่วย
               ั
    ผสมเกสรให้กบดอกไม้
ควาย กับ นกเอี้ยง
ความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์อีก
       ฝ่ ายเสี ยประโยชน์ (+,-)

Ecology (2) 3

  • 1.
  • 2.
    สิ่ งมีชีวต (Organism) ิ  สิ่ งมีชีวตคือ สิ่ งที่สามารถ แพร่ พนธุ์ ขยายพันธุ์ให้ ิ ั ลูกและหลานรุ่ นต่อๆไปได้
  • 3.
    ประชากร (Population)  ประชากรคือ สิ่ งมีชีวตชนิดเดียวกันมาอยูร่วมกัน ิ ่ ในแหล่งที่อยูอาศัยเดียวกัน
  • 4.
    กลุ่มสิ่ งมีชีวต (Community) ิ  กลุ่มสิ่ งมีชีวต คือ สิ่ งมีชีวต หลายชนิ ดมาอยูรวม ใน ิ ิ ่ ่ ที่อยูอาศัยบริ เวณเดียวกัน
  • 5.
    ระบบนิเวศ คือ  ระบบนิเวศ คือ บริ เวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทาง ชีวภาพ (ได้แก่ กลุ่มสิ่ งมีชีวต) และปั จจัยทาง ิ กายภาพที่เอื้อต่อการดารงชีวต (ได้แก่ อุณหภูมิ ิ แสงสว่าง หรื อสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม) ซึ่ ง ั ปั จจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์กน เช่น ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่ งมีชีวตชนิดเดียวกัน , ความสัมพันธ์ ิ ระหว่างสิ่ งมีชีวตต่างชนิดกัน หรื อ ความสัมพันธ์ ิ ระหว่างสิ่ งมีชีวตกับสิ่ งไม่มีชีวต นอกจากนี้ภายใน ิ ิ ระบบนิเวศยังต้องมีการถ่ายทอดพลังงาน และมีการ
  • 6.
    ระบบนิเวศ  ประกอบด้ วย 1. ปัจจัยทางชีวภาพ ได้ แก่ กลุ่มสิ่ งมีชีวต ิ 2. ปัจจัยทางกายภาพ ได้ แก่ อุณหภูมิ แสงสว่ าง ดิน อากาศ ค่ าความเป็ น กรด-เบสฯลฯ 3. ความสั มพันธ์ ภายในระบบนิเวศ 4. การถ่ ายทอดพลังงาน 5. การหมุนเวียนของสาร
  • 7.
     ระบบนิเวศ ในโลกมีหลายระบบทั้ง ่ ระบบนิเวศในน้ า บนบก แต่ไม่วาจะเป็ น ระบบนิเวศใดก็ตาม รวมกันเป็ น โลกของ สิ่ งมีชีวต หรือ ไบโอเฟี ยร์ (Biosphere) ิ
  • 8.
    2. ไบโอม (Biomes)ชีวนิเวศ  ระบบนิเวศ ที่มีความคล้ายคลึงกันขององค์ประกอบ ทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และความ คล้ายคลึงกันของปั จจัยทางชีวภาพ คือ ชนิดของพืช และสัตว์ท่ีมีความคล้ายคลึงกัน เรี ยกระบบนิเวศ ที่มีความคล้ายคลึงกันทั้งปัจจัยทางกายภาพและ ชีวภาพว่า ไบโอม(Biomes) หรื อ ชีวนิเวศ
  • 9.
    ประเภทของไบโอม (Biomes)  ไบโอมบนบก แบ่งเป็ น  ไบโอมในน้ า แบ่งเป็ น - ไบโอมป่ าดิบชื้น - ไบโอมแหล่งน้ าจืด - ไบโอมป่ าผลัดใบใน - ไบโอมแหล่งน้ าเค็ม เขตอบอุ่น - ไบโอมป่ าสน - ไบโอมทุ่งหญ้าเขต อบอุ่น
  • 10.
  • 11.
    ระบบนิเวศ คือ  บริเวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพ และ ปัจจัยทางกายภาพที่เอื้อต่อการดารงชีวต และสิ่ ง ิ เหล่านี้มีความสัมพันธ์กน ั - ปั จจัยทางกายภาพได้แก่ แสง อุณหภูมิ ดิน อากาศ ฯลฯ - ปั จจัยทางชีวภาพ ได้แก่ กลุ่มสิ่ งมีชีวต ิ *** โดยกลุ่มสิ่ งมีชีวตในระบบนิ เวศ มีบทบาท ิ
  • 12.
    บทบาทของสิ่ งมีชีวตในระบบนิเวศ ิ แบ่ งได้ 3 พวก คือ  ผู้ผลิต (Producer)  ผู้บริโภค (Consumer)  ผู้ย่อยสลาย (Decomposer)
  • 13.
    ผู้ผลิต (producer)  คือสิ่งมีชีวต ที่สามารถสร้ างอาหาร เองได้ ด้ วยกระบวนการสั งเคราะห์ ิ แสง (Photosynthesis) เช่ น พืช สาหร่ าย แพงตอนพืช เป็ นต้ น
  • 14.
    ผู้บริโภค (consumer) คือ สิ่งมีชีวต ที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ิ ส่ วนมากคือสัตว์ที่กินสิ่ งมีชีวตอื่นเป็ นอาหาร แบ่ง ิ ได้ 3 ประเภท คือ 1. ผูบริ โภคพืช (Herbivore) ้ 2. ผูบริ โภคสัตว์ (Carnivore) ้ 3. ผูบริ โภคทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore) ้
  • 15.
    ผู้บริโภคพืช (Herbivore)  ผูบริ โภค พืช คือสัตว์ที่กินพืชเป็ นอาหาร เช่น ช้าง ้ ม้า วัว ควาย กวาง กระต่าย ปลาตะเพียน ปลานิล ฯลฯ
  • 16.
    ผูบริ โภคสัตว์ (Carnivore) ้  คือ สัตว์ที่กินสัตว์เป็ นอาหาร เช่น สิ งโต เสื อ ไฮยีน่า (หมาไน) ฯลฯ
  • 17.
    ผู้บริโภคพืชและสั ตว์ (Omnivore)  คือ สัตว์ที่กินได้ท้ งพืชและสัตว์ เช่น คน สุ นข ไก่ ั ั เป็ ด ลิง
  • 18.
    ผู้ย่อยสลาย (Decomposer)  หมายถึง สิ่ งมีชีวตที่สร้างอาหารเองไม่ได้ ได้รับ ิ อาหารจากการปล่อยเอนไซม์ ออกมาย่อยสลายซาก สิ่ งมีชีวตต่างๆ แล้วดูดซึมเข้าสู่ ร่างกาย เช่น ิ แบคทีเรี ย เห็ด รา
  • 19.
  • 20.
    ระบบนิเวศในนา (Aquatic ecosystem) ้  แบ่งเป็ น 2 ระบบ คือ ระบบนิเวศนาจืด (Freshwater) ้ ระบบนิเวศนาเค็ม (marine) ้
  • 21.
    ระบบนิเวศนาจืด ้ แบ่งเป็ น 2 ชนิด ระบบนิเวศนานิ่ง ้ ระบบนิเวศนาไหล ้
  • 22.
    ระบบนิเวศนานิ่ง ้  ระบบนิเวศน้ านิ่งแบ่งได้ 3 บริ เวณ คือ - บริ เวณชายฝั่ง - บริ เวณผิวน้ า - บริ เวณน้ าชั้นล่าง
  • 23.
    ระบบนิเวศนาไหล ้  แบ่งได้ 2 บริ เวณ คือ บริ เวณแอ่งน้ า และ บริ เวณ บริเวณแอ่ งนา ้ น้ าไหล บริเวณนาไหลเชี่ยว ้
  • 24.
    ระบบนิเวศแหล่งนากร่ อย้  เป็นบริ เวณที่น้ าจื ด และน้ าเค็ม มาบรรจบกัน มักพบ ตามบริ เวณปากแม่น้ า ปากอ่าว และช่องแคบ เป็ น บริ เวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ มี แร่ ธาตุอาหารสู ง ้ มักพบสัตว์น้ าที่เป็ นอาหารของมนุษย์ เช่นกุง หอย ่ ปู ปลา และเป็ นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ า (เป็ นที่อยูของ ลูกปลา ลูกกุง ฯลฯ) พืชที่พบบริ เวณนี้ได้แก่ ต้น ้ โกงกาง ต้อนแสม เป็ นต้น
  • 25.
    ระบบนิเวศนาเค็ม (Marine) ้  แบ่งได้ 2 บริ เวณใหญ่ คือ บริเวณชายฝั่ง บริเวณทะเลเปิ ด ซึ่ งเป็ นบริ เวณที่อยูห่างออกจาก ่ ชายฝั่ง แบ่งออกเป็ นเขตต่างๆ 3 เขต คือ - เขตที่แสงส่ องถึง - เขตที่มีแสงน้อย - เขตที่ไม่มีแสง
  • 27.
    ระบบนิเวศบนบก (Terrestrial ecosystem)  ระบบนิเวศบนบกที่มีขนาดใหญ่ คือ ป่ าไม้ ป่ าไม้ในประเทศไทย แบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ป่ าไม่ผลัดใบ (Evergreen forest) ป่ าผลัดใบ (Deciduous forest)
  • 28.
    ป่ าไม่ ผลัดใบ ป่ าผลัดใบ ได้แก่ ได้แก่ - ป่ าดิบชื้น - ป่ าเบญจพรรณ - ป่ าดิบแล้ง - ป่ าเต็งรังหรื อ ป่ า - ป่ าดิบเขา แดง - ป่ าสนเขา - ป่ าชายเลน - ป่ าพรุ
  • 29.
  • 30.
    ความสั มพันธ์ ในระบบนิเวศ  แบ่งเป็ น - ความสั มพันธ์ ระหว่ างสิ่ งมีชีวต กับ ปัจจัยทางกายภาพ ิ - ความสั มพันธ์ ของสิ่ งมีชีวต กับปัจจัยทางชีวภาพ ิ
  • 31.
    ความสั มพันธ์ ระหว่างสิ่ งมีชีวตกับปัจจัยทางกายภาพ ิ อะไร คือ ปั จจัยทางกายภาพ ??? คือสิ่ งต่างๆ ที่ไม่มีชีวต เช่น อากาศ อุณหภูมิ ิ ความชื้น ค่าความเป็ นกรด-เบส ฯลฯ
  • 32.
    นักเรียนลองพิจารณาปัจจัยทางกายภาพต่ อไปนีว่ามีผลต่ อ ้ การดารงชีวตของสิ่ งมีชีวตอย่ างไร ิ ิ  อุณหภูมิ  แสง  ความชื้น  แก๊ส  ดิน  แร่ ธาตุ  เสี ยง
  • 33.
    ตัวอย่าง : ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวต ิ กังบ้ อุณหภูมิ  มีผลต่อสิ่ งมีชีวตดั นี ิ - มีผลต่อการควบคุมการเจริ ญเติบโตการสื บพันธุ์การ แพร่ กระจายพันธุ์ - การปรับตัวด้านโครงสร้าง - การปรับตัวด้านพฤติกรรม
  • 34.
     ให้นกเรี ยนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม ให้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ั ปั จจัยทางกายภาพ กับ สิ่ งมีชีวิตดังต่อไปนี้ กลุ่ม 1 ผลของแสง ต่อ สิ่ งมีชีวิต กลุ่ม 2 ผลของความชื้น ต่อ สิ่ งมีชีวต ิ กลุ่ม 3 ผลของแก็ส ต่อ สิ่ งมีชีวิต กลุ่ม 4 ผลของดิน ต่อ สิ่ งมีชีวต ิ ให้ นาเสนอ ในรูปของ PowerPoint ในคาบหน้ า
  • 35.
    ความสั มพันธ์ ของสิ่งมีชีวต กับปัจจัยทางชีวภาพ ิ ั ่ ให้นกเรี ยนพิจารณา สานวนไทยต่อไปนี้วาสิ่ งมีชีวตเหล่านี้มีความสัมพันธ์ ิ แบบใดความสัมพันธ์ดงกล่าวก่อให้เกิดผลดีผลเสี ยต่อสิ่ งมีชีวตเหล่านั้น ั ิ อย่างไร - นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า - แมงกะซอนตกน้ าปลาตอด - มองเห็นผึ้งวนเวียนเฝ้ าเปลี่ยน เชยชมเกสรดอกไม้
  • 36.
    นักเรียนลองพิจารณาดูว่าความสั มพันธ์ ของ สิ่งมีชีวตกับสิ่ งมีชีวตในโลกจะแบ่ งได้ กลกษณะ ิ ิ ี่ ั 
  • 37.
    ความสั มพันธ์ ระหว่างสิ่ งมีชีวตกับปัจจัยทางชีวภาพ ิ  พบว่าสามารถแบ่งความสัมพันธ์ ได้ 4 ลักษณะ คือ 1. ความสัมพันธ์ที่ได้ประโยชน์ท้ งสองฝ่ าย ั สัญลักษณ์แทนด้วย (+,+) 2. ความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่ งได้ประโยชน์อีกฝ่ ายเสี ย ประโยชน์ (+,-) 3. ความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ ายต่างเสี ยประโยชน์ (-,-) 4. ความสัมพันธ์แบบฝ่ ายหนึ่ งได้ประโยชน์ อีกฝ่ าย ไม่ได้เสี ยประโยชน์ใด (+,0)
  • 38.
    ความสั มพันธ์ ที่ได้ประโยชน์ ท้งสองฝ่ าย ั สั ญลักษณ์ แทนด้ วย (+,+) แบ่งเป็ น 2 ชนิดคือ 1. ภาวะพึ่งพาอาศัย (Mutualism) 2. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน (Protocooperation)
  • 39.
    ภาวะพึ่งพาอาศัย (Mutualism)  เป็ นภาวะที่ต่างฝ่ ายต่างได้ประโยชน์ โดย สองฝ่ ายต้องอยูร่วมกันชัวคราวหรื อต้อง ่ ่ อยูร่วมกันตลอดไป โดยไม่สามารถแยก ่ จากกันได้ ถ้าแยกจากกันฝ่ ายใด ฝ่ าย หนึ่ง หรื อทั้งสองฝ่ ายจะตาย เช่น
  • 40.
    ส่ าหร่ ายสีเขียว กับ รา
  • 41.
  • 42.
    ภาวะได้ ประโยชน์ ร่วมกัน  ิ ่ เป็ นความสัมพันธ์ที่สิ่งมีชีวตสองชนิดอยูรวมกัน ่ โดยได้ประโยชน์ท้ งสองฝ่ ายแต่แยกกันอยูได้ เช่น ั
  • 43.
    ดอกไม้ กับ แมลง  โดยแมลงกินน้ าหวานจากดอกไม้ และแมลงช่วย ั ผสมเกสรให้กบดอกไม้
  • 44.
  • 45.