สําหรับการรายงานผลขอสรุ ปเป็ นประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

         1. หน่ วยงานที่จด กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการศึกษา สาธารณรัฐเกาหลี
                          ั                                                                  โดยความ
ร่ วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย
         2. สถานที่จดอบรม กรุ งโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี
                     ั
            สถานที่พก  ั        โรงแรม Grand Ambassador
         3. ระหว่างวันที่ วันที่ 12 - 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2553 (รวมวันเดินทางไป-กลับ)
                 เป็ นระยะเวลาทั้งสิ้น 12 วัน
         4. การเดินทาง เดินทางโดยสายการบิน Korean Air เที่ยวบินที่ KG561 ทั้งไปและกลับ




   ครอบครัวเดินทางไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ                 เตรี ยมพร้อมก่อนขึ้นเครื่ องบินสู่ประเทศเกาหลี




      ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศเกาหลีใต้                      ภาพแสดงการเดินทางของเราใน ไฟล์ทนี้
5. ผู้เข้ าร่ วมการอบรม จานวน 15 คน
           1. นายสมิต                  วิโรจน์ วรรณ หัวหน้ ากลุ่มระบบคอมพิวเตอร์
           ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
           2. นายกษิตพัฒ               ภูลงกา
                                            ั       นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชานาญการพิเศษ
           สํานักงาน กศน.
           3. นางสาวอาไพ               รุ่งวิจารณ์  นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชานาญการ
           ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
           4. นางสาวขชล                รัตนกิจ      นักวิชาการศึกษาปฏิบัตการ
                                                                           ิ
           สํานักบริ หารงานคณะกรรมการส่งเสริ มการศึกษาเอกชน
           5. นางสาวณัฐพร              หอมสุ วรรณ นักวิชาการศึกษาปฏิบัตการ   ิ
           สํานักบริ หารงานคณะกรรมการส่งเสริ มการศึกษาเอกชน
           6. นางสาววรุณรักษ์          สมหวัง       นักวิเทศสัมพันธ์ ปฏิบัตการ ิ
           สํานักบริ หารงานคณะกรรมการส่งเสริ มการศึกษาเอกชน
           7. นายนิพนธ์                ฝ่ ายบุญ     ข้ าราชการครู
           โรงเรี ยนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคําแหง
           8. ดร.สมปอง                 ทองงามดี     ข้ าราชการครู
           โรงเรี ยนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม
           9. นางอัญชลีพร              วิรัชกุล     นักวิชาการศึกษาชานาญการพิเศษ
           สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรี ยนการสอน สพฐ.
           10.นางสาวดุจดาว             ทิพย์มาตย์   นักวิชาการศึกษาชานาญการ
           สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.
           11. นายสุ มงคล              ดีมาก        ข้ าราชการครู
           โรงเรี ยนบ้านโนนสังข์ นครราชสีมา
           12. นายไตรรงค์              สาดแว        ศึกษานิเทศก์ชานาญการ
           สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรี ธรรมราช
           13. นายอารี                 มีนา         ข้ าราชการครู
           โรงเรี ยนบ้านตูเวาะ ปัตตานี
           14. นายกมลพัฒน์             เอกศิริ      ข้ าราชการครู
           โรงเรี ยนวัดมกุฎกษัตริ ย ์ กรุ งเทพฯ
           15. นายกอบวิทย์             พิริยะวัฒน์  ข้ าราชการครู
           โรงเรี ยนนนทรี วิทยา กรุ งเทพฯ
6. สรุปความรู้ ประสบการณ์ และประโยชน์ ที่ได้ รับจากการอบรม
        จากการเข้าร่ วมฝึ กอบรมหลักสูตร ICT Innovation Training Programe for Thai Teachers
ระหว่างวันที่ 13 -22 ธันวาคม พ .ศ. 2553 ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี นั้นทําให้ขาพเจ้าได้รับความรู้และ
                                                                           ้
ประสบการณ์ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรี ยนการสอน ซึ่งจะขอสรุ ป
เป็ นประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

6.1 ด้ านการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเพือการเรียนการสอนของประเทศเกาหลี
                                    ่
- ด้านการพัฒนาการจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ ICT
                                                     จากการฟังบรรยายของวิทยากร ในหัวข้อ
                                             “ e-Learning in Korea : Current Status and Challenge of
                                             ICT in Education” โดย Mr.Min KIM ซึ่งมาจากหน่วยงาน
                                             Korea Education and Research Information Service
                                             ( KERIS) ทําให้ได้เรี ยนรู้ว่า ในการจัดการศึกษาของ
                                             ประเทศเกาหลี ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีชื่อย่อว่า
                                             ( KERIS) ที่มีบทบาทสําคัญในการกําหนดนโยบาย วางแผน
   Mr.Min KIM วิทยากรบรรยายให้ ความรู้      และส่งเสริ มการจัดการศึกษาโดยใช้ ICT และการศึกษาวิจยั

         จากการฟังการนําเสนอ พบว่า ปัจจุบนประเทศ
                                             ั
เกาหลีใต้ประสบผลสําเร็ จในการจัดการศึกษาเป็ นอย่างมาก
สังเกตได้จาก ข้อมูลทางสถิติที่มีการสํารวจในระดับนานาชาติ
ซึ่งประเทศเกาหลีใต้ มีผลสัมฤทธิ์อยูในอันดับต้นๆในด้านต่างๆ
                                     ่
(แสดงดังเอกสารในภาคผนวก) ตลอดจนมีสถิติต่างๆ ที่น่าสนใจ
เช่น อัตราส่วนระหว่างครู ต่อนักเรี ยน ที่ประเทศเกาหลีมีอตรา
                                                        ั
ส่วนครู 1 คนต่อนักเรี ยนประมาณ 20 คน เท่านั้น                คณะครูไทย กาลังฟังบรรยายจากวิทยากร

                                                       นอกจากนี้ ยงพบว่า รัฐบาลเกาหลีให้ความสําคัญ
                                                                   ั
                                             กับการศึกษา ทั้งในด้านงบประมาณ และการสนับสนุน
                                             ทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยได้มีการกําหนดนโยบาย
                                             และวางแผน โดยจัดทําเป็ นแผนงานระยะยาวล่วงหน้า
                                             ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 – ปัจจุบน
                                                                         ั

 Mr.Min KIM เสนอข้ อมูลทางสถิตที่น่าสนใจ
                               ิ
ประวัตความเป็ นมาของ ICT ในสาธารณรัฐเกาหลีใต้
                   ิ
            ประเทศเกาหลีใต้เป็ นประเทศที่มีระดับการเจริ ญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 1996-2006 อยูใน          ่
อันดับ 5 ของโลก และการใช้จ่ายในด้านการศึกษาอยูในอันดับที่ 4 ของโลก รองจากประเทศสหรัฐอเมริ กา
                                                           ่
            การพัฒนาการศึกษา
            นําเสนอโดย Min Kim จาก Korean Education & Research information Service (KERIS)
ภาพรวมการใช้ ICT เพื่อการศึกษาในประเทศเกาหลีใต้ คือ
1. การมีเครื่ องคอมพิวเตอร์ (PCs) และอินเตอร์เน็ตใช้ในทุกชั้นเรี ยน ซึ่งสามารถทําได้ตามแผนร้อยละ 99
2. มีเครื่ องคอมพิวเตอร์ใช้ในระบบการศึกษาอย่างน้อย 1 เครื่ องต่อนักเรี ยน 5.1 คน
3. ครู แต่ละคนมีเครื่ องคอมพิวเตอร์ใช้ 1 เครื่ อง (สําเร็ จตามเป้ าหมาย)
4. ครู แต่ละคนได้รับการฝึ กอบรมทุกคนได้รับการฝึ กอบรมทุกปี จาก KERIS
5. มีโปรแกรมให้ขอมูลข่าวสารแก่ครู (EDUNET, Cyber home Learning Service, NEIS)
                        ้
6. มีตาราเรี ยนในระบบ Digital, มีการดูแลระบบความปลอดภัยทางด้านการศึกษาออนไลน์
       ํ
            ปัจจัยที่ส่งผลให้ การส่ งเสริมด้ าน ICT ในการศึกษาประสบความสาเร็จ คือ
1. มีนโยบายที่เข้มแข็งจากฝ่ ายกําหนดนโยบาย (Top Policy Maker) คือ มีฝ่ายบริ หารที่จริ งจังในการกําหนด
   นโยบาย การดําเนินการ และการติดตามงาน
2. การเพิ่มขีดความสามารถให้กบสถานศึกษา “Empowerment” ใช้วิธีการปรับปรุ งองค์กรภาคธุรกิจมาใช้กบ
                                     ั                                                                       ั
   การจัดการองค์กรทางการศึกษา
3. การเน้นการให้บริ การที่คานึงถึงผูใช้เป็ นหลัก (User-oriented) หมายถึง อํานวยความสะดวก และให้
                                ํ         ้
   ประโยชน์ต่อผูใช้ คือ นักเรี ยน นักศึกษา ครู อาจารย์ ได้ใช้ประโยชน์จากระบบ และปรับปรุ งระบบให้เป็ นไป
                      ้
   ตามการใช้ประโยชน์น้ น เช่น การจัดให้มีระบบเครื อข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็ วสูง ผูเ้ รี ยนสามารถเรี ยนได้จาก
                              ั
   หลากหลายที่ เช่น ที่โรงเรี ยน ศูนย์การเรี ยน หรื อที่บาน เป็ นต้น
                                                               ้
4. การมีกลไกการติดตามผลและประเมินผล (Monitoring & Evaluation) ทุกปี
5. ความร่ วมมือกันในส่วนราชการ
6. การให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเพียงพอ คือ รัฐบาลส่งเสริ มให้มีการเรี ยนฟรี จนถึงระดับมัธยมศึกษา
   ตอนปลายทั้งในโรงเรี ยนรัฐและเอกชน
7. ความร่ วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อการศึกษา (Public-private partnership)
8. การมีส่วนร่ วมอย่างจริ งจังของผูมีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษา
                                        ้
            โครงการการฝึ กอบรมครู ซึ่งเป็ นโครงการที่รัฐมอบหมายให้ บริษทเอกชนเป็ นผู้ดูแลให้ การอบรม
                                                                         ั
1. นโยบายเร่ งขยายการใช้ ICT เพื่อการศึกษา
2. การเร่ งสร้างเนื้อหา และกระจายความรู้ โดยให้บริ ษทเอกชนเข้ามามีส่วนร่ วมในการสร้างโปรแกรมและ
                                                             ั
   จัดทํา Digital text book
3. การฝึ กอบรมครู ที่สอดคล้องกับนโยบาย
4. การสนับสนุนให้ครู แต่ละคนได้ใช้ความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถด้วยตนเอง         (Self-directed efforts)
สําหรับ Master Plan ของรัฐบาลเกาหลี ในด้าน ICT เพื่อการศึกษา แบ่งออกเป็ น 4 ระยะ ดังนี้
     1. Initial Infra Stage     ปี ค.ศ.1996-2000
     2. ICT Utilization Stage ปี ค.ศ.2001-2003
     3. E-Learning Stage        ปี ค.ศ.2004-2005
     4. U-Learning Stage        ปี ค.ศ.2006-ปัจจุบน
                                                  ั
         โดยแต่ละ Master Plan จะมีการกําหนดวิสยทัศน์ และเป้ าหมายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเน้นหลักการพัฒนา
                                                ั
ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ดานเทคโนโลยีก่อนจึงพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆให้มีความพร้อม ในการ
                                        ้
จัดการศึกษา
                                                                   นอกจากนี้สาหรับเป้ าหมายในอนาคตของ
                                                                              ํ
                                                         การจัดการศึกษาของประเทศเกาหลี คือการ
                                                         ประสานความร่ วมมือในการจัดการศึกษาของ
                                                         ภาคีเครื อข่ายต่างๆ ตลอดจนส่งเสริ มให้มีการใช้
                                                         Digital Textbook ในการเรี ยนการสอนมากขึ้น
                                                         ตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา จนถึงระดับ
                                                         มหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงเป็ นแนวทางให้กบการใช้
                                                                                               ั
     บรรยากาศในการฟังบรรยายจากวิทยากร                   ICT เพื่อการศึกษาในประเทศไทยได้เป็ นอย่างดี




                                                                 คณะครูไทยถ่ ายภาพร่ วมกับวิทยากร




 มอบของที่ระลึกให้ กบ Mr.Min KIM
                     ั
นอกจากนี้ได้ อบรมหลักสูตร Teaching and Learning
Method in ICT โดยวิทยากร Prof. H.J. Kim and 3 Teachers
ซึ่งได้เรี ยนรู้เกี่ยวกับ วิธีการสอน และ การจัดการเรี ยนรู้
โดยใช้ ICT ของประเทศเกาหลี เป็ นระยะเวลา 3 วัน ระหว่าง
วันที่ 15-17 ธันวาคม 2553 ที่มีรูปแบบการทํากิจกรรมที่
น่าสนใจ และเป็ นประโยชน์อย่างยิง พอสรุ ปได้ดงนี้
                               ่            ั
                                                                   วิทยากรบรรยายประกอบการอบรม
        การอบรมหลักสูตร Teaching and Learning Method in ICT เป็ นการบรรยายการนํา ICT มาประยุกต์ใช้
ในการเรี ยนการสอน โดยมีวตถุประสงค์ คือ
                         ั
        - การเน้นให้ตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการศึกษาในยุคปัจจุบน       ั
        - การแสวงหาและการประเมินความเหมาะสมของเว็บไซต์ที่จะนํามาใช้เป็ นสื่อการเรี ยนการสอน
        - การใช้และพัฒนาสภาวะแวดล้อมของการเรี ยนการสอนด้วยเว็บ 2.0
        - การหาวิธีการสอนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ สําหรับผูเ้ รี ยนในศตวรรษที่ 21

                                                                  กิจกรรมแรกเป็ นกิจกรรมที่ให้ครู ไทย
                                                          ที่เข้าร่ วมอบรมได้แบ่งกลุ่มทํากิจกรรม แนะนํา
                                                          ตนเอง โดยคิดชื่อกลุ่ม คติพจน์และคําขวัญ
                                                          ประจํากลุ่มแล้วออกมานําเสนอหน้าห้อง ซึ่งเป็ น
                                                          กิจกรรมที่สนุกสนานและเน้นการมีส่วนร่ วม
          แนะนากลุ่ม โดยนาเสนอหน้ าห้ องอบรม
         ในประเทศเกาหลีมีการจัดทําเว็บไซต์หลักของประเทศที่เป็ นแหล่งรวมรวมแบบเรี ยน ผลงานวิจยต่างๆ     ั
สําหรับใช้ในการเรี ยนการสอนของครู เช่น http://www.edunet4u.net , http://classroom.re.kr เป็ น ต้น และ
เว็บสําหรับการสร้างสังคมการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ระหว่างครู ในประเทศเกาหลีเอง indiscool และ
มีการนําเว็บ 2.0 จากภายนอกมาใช้ในการเรี ยนการสอน ซึ่งเว็บ 2.0 นี้ เป็ นเว็บไซต์ ที่มีลกษณะส่งเสริ มให้เกิด
                                                                                        ั
การแบ่งปันข้อมูล การพัฒนาในด้านแนวความคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่ วมสร้างข้อมูลในโลก
ของอินเทอร์เน็ต เช่น บล็อก เครื อข่ายสังคมออนไล น์ วิกิ พีเดีย เป็ นต้น แต่ท้งนี้การนําเว็บไซต์เหล่านี้มาใช้
                                                                             ั
จําเป็ นอย่างยิงที่จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินผลก่อนนํามาใช้จริ ง ตัวอย่างของเว็บที่เป็ นแหล่งให้ขอมูล
               ่                                                                                         ้
ด้านการศึกษาและเป็ นสื่อการเรี ยนการสอนของครู เช่น
         http://www.skool.com
         http://www.bbc.co.uk/learning
         http://www.pbskids.com
         http://www.education-world.com เป็ นต้น
เว็บไซต์เหล่านี้มีอยูมากมาย ดังนั้นการเลือกใช้ จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและจุดประสงค์ของ
                              ่
การใช้เป็ นหลัก ซึ่งในประเทศเกาหลีน้ น การเลือกใช้เว็บ 2.0 จะมีเกณฑ์การประเมินเว็บไซต์ โดยการให้คะแนน
                                       ั
ซึ่งแบ่งออกเป็ นสองส่วน คือ ส่วนเนื้อหา ปแบบ, ข้อจํากัด, ความน่าเชื่อถือ และ ความเหมาะสมทางด้านจริ ยธรรม
                                           (รู                                                        )
และการออกแบบการสอน(ประโยชน์ของการใช้งาน สื่อต่างๆ , การออกแบบ และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
                                                   ,                                                )
         กิจกรรมที่กาหนดนั้น คือ ให้พฒนากฎเกณฑ์การ
                     ํ                   ั
ประเมิน web 2.0 ที่ใช้เป็ นเครื่ องมือในการศึกษาหรื อการ
เรี ยนรู้ผาน e-learning โดยการสร้างกฎเกณฑ์การประเมิน
          ่
ที่ใช้ควรจะสอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทย และ
ให้ยกตัวอย่างเว็บไซต์ของประเทศไทยมาใช้ในการประเมิน
จากนั้นจึงให้ครู ไทยแต่ละกลุ่ม ออกแบบเกณฑ์การประเมิน
บทเรี ยน E-learning พร้อมทั้งทดลองนําไปประเมินกับ
เว็บไซต์บทเรี ยน E-learning ของประเทศไทย โดยจัดทําใน                 เป็ นตัวแทนนาเสนองานหน้ าห้ องอบรม
รู ปแบบเอกสาร Online ใน Springnote แล้วออกมานําเสนอ
สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม
     - ได้เรี ยนรู้ถึงการใช้เว็บ 2.0 เป็ นเครื่ องมือในการเรี ยนการสอน วิธีการคัดเลือก การจัดทําแบบแผน
        กฎเกณฑ์การประเมินเว็บไซต์ เนื่องจากเว็บไซต์เพื่อการศึกษาสามารถขยายโอกาสการเรี ยนรู้ของครู
        และนักเรี ยน และเปิ ดโอกาสให้ครู สามารถเลือกใช้สื่ออิเล็กทรอนิคส์ มาใช้เป็ นเครื่ องมือในการเรี ยน
        การสอนได้อย่างหลากหลาย
ข้ อเสนอแนะและการนามาประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย
    - สืบเนื่องจากประเทศไทยยังไม่มการตั้งกฎเกณฑ์กลางเพื่อใช้ประเมินเว็บไซต์ดานการศึกษาของ
                                     ี                                             ้
      ประเทศ การเข้าถึงเว็บไซต์เพื่อการศึกษาต่างๆ ที่มีอยูมากมายนั้น จึงยังไม่ผานการกลันกรอง และยัง
                                                          ่                    ่       ่
      ขาดการส่งเสริ มและสนับสนุนจากรัฐและหน่วยงานทางการศึกษา ดังนั้นแล้ว หากมีการจัดทํากฎเกณฑ์
      การประเมินที่เป็ นแบบแผนเดียวกันและส่งเสริ มให้ครู นักเรี ยน และบุคคลทัวไป รับทราบและใช้
                                                                                 ่
      ประโยชน์แล้วนั้น จะช่วยขยายโอกาสการเรี ยนรู้ออกไปได้อย่างกว้างขวาง และสร้างความเชื่อมัน  ่
      แก่ผใช้ได้อย่างแท้จริ ง
          ู้

          กิจกรรมการอบรมในวันที่สอง (16 ธันวาคม 2553) เป็ นการอบรมวิธีการสอนและการเรี ยนรู้ ICT
ในทางปฏิบติ เพื่อเตรี ยมความพร้อมสําหรับการศึกษาในศตวรรษที่
              ั                                                                  21 โดยมีการแนะนําเว็บไซต์ต่างๆ
ที่สามารถนํามาประยุกต์ใช้ในการเรี ยนการสอนให้แก่ครู และให้ครู สามารถนําเว็บไซต์ 2.0 มาประยุกต์ใช้
ร่ วมกัน เพื่อสร้างเครื่ องมือการเรี ยนรู้ให้แก่เด็กนักเรี ยน ตัวอย่างเว็บไซต์ที่สามารถนํามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เช่น
igoogle, Rollyo, Springnote, Google Docs, Twitter, Mindmeister และ timetoast เป็ นต้น
วิทยากรได้บรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับการ
ใช้ Web 2.0                                                เพื่อการศึกษา ซึ่งได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับลักษณะของ
                                                           ความแตกต่างระหว่าง Web 1.0 กับ Web 2.0 ที่มี
                                                           การเปลี่ยนแปลงไปเป็ นอย่างมาก เน้นการมี
                                                           ปฏิสมพันธ์มากขึ้น แบ่งปันมากขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้
                                                               ั
   วิทยากร แนะนา Website ต่างๆ ที่เป็ น Web 2.0           มากขึ้น และผูใช้มีส่วนร่ วมมากขึ้น
                                                                        ้
        นอกจากนี้ Prof. H.J. Kim ได้เสนอ Web 2.0 ที่น่าสนใจ ที่ประเทศเกาหลีได้นามาใช้ในการจัดการ
                                                                               ํ
เรี ยนการสอน เช่น igoogle , googledocs , springnote , Timetoast , picturestory , mindmister , facebook ,
Twitter ฯลฯ (รายละเอียดเพิ่มเติมตามเอกสารในภาคผนวก) โดยแบ่งเป็ นการใช้ Web 2.0 ใน 3 ลักษณะ คือ
        1. Develop web 2.0 learning environments for collaboration
                 ได้แก่ Springnote , Google Docs , Facebook, Twitter ฯลฯ
        2. Develop web 2.0 learning environments for self-directed learning
                 ได้แก่ i-Google , RSS, Google Earth ฯลฯ
        3. Develop web 2.0 learning environments for creativity
                 ได้แก่ Youtube, Photostory, Blog, Flickr ฯลฯ
        หลังจากนั้น วิทยากรได้มอบหมายให้แต่ละกลุ่ม ออกแบบ
การเรี ยนรู้โดยนําWeb 2.0 มาใช้ในการจัดการเรี ยนการสอน
ที่สามารถพิจารณาเลือกเนื้อหาและเลือกเว็บไซต์
                                          ในการจัดกิจกรรม
การเรี ยนรู้ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีคุณครู ชาวเกาหลี
เป็ นวิทยากร คอยให้คาแนะนําแล ความช่วยเหลือในการทํา
                    ํ       ะให้
กิจกรรมด้วย                                                คุณครูชาวเกาหลี ช่ วยอธิบายในการใช้ Web 2.0 

        สําหรับกลุ่มของเราได้ออกแบบการเรี ยนรู้ เกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเลือกเนื้อหาเกี่ยวกับ
ดาราศาสตร์ และเลือกใช้เว็บไซต์ i-google , wordpress , slideshare และ twitter ในการจัดการเรี ยนรู้
ซึ่งได้ทดลองปฏิบติจริ ง ในการสร้างเนื้อหาใน wordpress และสร้างการติดต่อสื่อสารใน i-google ตลอดจน
                ั
มีการจัดทําแผนการจัดการเรี ยนรู้ที่สอดคล้องกับการจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ web 2.0 ด้วย
 นาเสนอการออกแบบการเรียนรู้ โดยใช้ Web 2.0                 ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ผ่าน i-google

สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม
     - ได้เรี ยนรู้วิธีการนําเว็บไซต์ 2.0 มาประยุกต์ใช้ร่วมกันในการนําเสนอโครงการหรื อการสอน เพื่อเพิ่ม
        ความน่าสนใจในการเรี ยนการสอน โดยกิจกรรมที่ได้นาเสนอคือ การนําเว็บไซต์
                                                               ํ                             springnote,
        mindmeister และ timetoast มาใช้ในการนําเสนอโครงการ “pioneer school” ซึ่งเป็ นโครงการ
        ที่เกี่ยวข้องในด้านนโยบายการส่งเสริ มและสนับสนุนให้โรงเรี ยนมีการใช้ ICT ในการเรี ยนการสอน
ข้ อเสนอแนะและการนามาประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย
    - ควรมีการส่งเสริ มให้ครู นาเว็บต่างๆ เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ โดยให้การอบรมการใช้งานและกา รจัดทํา
                               ํ
      สื่อการอบรมออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์เพื่อให้ครู สามารถนําความรู้ที่ได้ไปสร้าง
      เครื่ องมือการสอนของตนเอง

          ในวันที่สามของการอบรมหลักสูตร Teaching and
Learning Method in ICT เป็ นการอบรมวิธีการสอนและ
การเรี ยนรู้ ICT ในทางปฏิบติ เพื่อเตรี ยมความพร้อมสําหรับ
                          ั
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งวิทยากรได้บรรยายให้ความรู้
เกี่ยวกับ การวางพื้นฐานการเรี ยนรู้สาหรับศตวรรษที่ 21 และ
                                    ํ
กรอบแนวคิดนโยบายการให้การอบรมด้าน ICT ของประเทศ
เกาหลี ที่น่าสนใจมาก ตลอดจนได้นาเสนอกิจกรรมการพัฒนา
                                       ํ                     บรรยากาศการอบรมในวันที่สาม
นโยบายด้าน ICT โดยให้เสนอนโยบายหรื อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
โครงการ ICT, อภิปรายถึงปัญหาและสถานะของการเรี ยนการสอนโดยใช้ ICT ในประเทศไทย และนําเสนอ
โครงการความร่ วมมือ ร่ วมกับประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยงได้เห็นถึงต้นแบบของโรงเรี ยน ในอนาคตของ
                                                          ั
ประเทศเกาหลี ตามเป้ าหมายในปี ค.ศ. 2020 อีกด้วย
 ภาพแสดงต้นแบบของโรงเรียนในอนาคตของประเทศเกาหลี ตามเปาหมายในปี ค.ศ. 2020
                                                              ้

      สําหรับ การวางพื้นฐานการเรี ยนรู้สาหรับศตวรรษที่ 21 และการศึกษาในอนาคต : กรอบแนวคิด
                                        ํ
นโยบายการให้การอบรมด้าน ICT ของประเทศเกาหลี มีดงนี้ั

                                ช่วงที่ 2 : ปี 2001 -                                 ช่วงที่ 4 : ปี 2006 เป็ นต้น
    ช่วงที่ 1 : ปี 1996 - 2000                            ช่วงที่ 3 : ปี 2004- 2005
                                        2003                                                        ไป
 - การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน - การใช้ ICT ใน             - พัฒนาวิธีการเรี ยนการ       - ปรับเปลี่ยนการเรี ยนรู้
 - การให้ความรู้พ้ืนฐานด้าน การศึกษา                      สอน
                                                                                      - แนะนําการใช้
   ICT                       - การพัฒนาและ
                                                        - สร้างศูนย์การเรี ยนการ        แบบเรี ยนดิจิตอล
 - การให้บริ การอินเตอร์เน็ต   เผยแพร่ ข้อมูล
                                                          สอน
 - การเปิ ดใช้ EDUNET        - การสร้างระบบ                                           - สร้างสังคมการเรี ยนรู้
                               แบ่งปัน ข้อมูลด้าน       - Cyber home learning
                                                                                        อย่างกว้างขวาง
                               การศึกษาของประเทศ        - BES lectures และ
                             - สร้างระบบห้องสมุด          แบบทดสอบ              - การให้การอบรมแก่ครู
                               ดิจิตอล                    ความสามารถทาง           ทั้งประเทศ
                                                          วิชาการของมหาวิทยาลัย
สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม
     - แนวคิดการพัฒนานโยบายการส่งเสริ มการเรี ยนรู้ดาน ICT ในสถานศึกษาและการสร้างความร่ วมมือ
                                                         ้
        กับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริ มให้เกิดการเรี ยนรู้ผานทาง ICT
                                                                        ่
ข้ อเสนอแนะและการนามาประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย
        1. ควรมีนโยบายการส่งเสริ มการเรี ยนรู้ดาน ICT ในประเทศไทย อย่างชัดเจนและวางแผนระยะยาว
                                                   ้
            ในการพัฒนาด้าน ICT
        2. กระทรวงศึกษาธิการควรร่ วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร , สํานักงาน
            พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ดําเนินการ
            จัดทําเว็บไซต์กลางเพื่อรวบรวมข้อมูลความรู้ , ผลงานทางวิชาการ, งานวิจย และ สื่อต่างๆ, เพื่อเป็ น
                                                                                       ั
            ศูนย์กลางการเรี ยนรู้ของคนไทย และจัดทําเว็บไซต์ e-learning สําหรับการศึกษาของประเทศไทย
        3. จัดตั้งระบบเครื อข่ายการให้บริ การอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
            ต่างๆ เพื่อใช้ในการเรี ยนรู้ และจัดทําแผนการส่งเสริ มการเรี ยนรู้เพื่อเผยแพร่ ความรู้ดาน ICT
                                                                                                  ้
        4. ให้การอบรม ICT แก่ครู เพื่อนําไปใช้ประยุกต์กบการเรี ยนการสอนในโรงเรี ยน และจัดทําเว็บไซต์
                                                           ั
            เพื่อสร้างเครื อข่ายสังคมออนไลน์ของครู ในการพบปะและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน
        5. การสร้างโรงเรี ยนต้นแบบในการใช้ ICT ในการเรี ยนการสอน




                ถ่ ายภาพร่ วมกับ Ph.d. Hyeonjin KIM and Facilitator รวมทั้งคณะครูไทย
                                           ที่เข้ ารับการอบรม
สําหรับอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ
การอบรมเกี่ยวกับ Teaching and Learning Method
in ICT และ ICT Applied Teaching and Learning
Methodology โดย Prof. J.H.RYU ซึ่งได้มีเทคนิค
ในการจัดกิจกรรมการอบรมที่เน้นการมีส่วนร่ วม
สนุกสนานและน่าสนใจ เพื่อเชื่อมโยงว่า ครู สามารถ
นํา ICT มาใช้ในการเรี ยนการสอนได้อย่างไร                 Prof. J.H.RYU วิทยากรบรรยายให้ ความรู้

                                                                  Prof. J.H.RYU ได้มอบหมายให้ครู ไทย
                                                      ที่เข้าร่ วมการอบรมแบ่งเป็ นกลุ่มๆละ 5 คน จํานวน
                                                      3 กลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มเลือกการละเล่นไทย
                                                      มากลุ่มละ 1 อย่าง โดยให้ใช้ ICT ประกอบการ
                                                      อธิบายเพื่อสอนการเล่นเกมนั้นๆ ให้วิทยากรเข้าใจ
                                                      ซึ่งต้องพิจารณาเลือกใช้วิธีการสอนและสื่อการ
                                                      สอนที่หลากหลาย ที่เน้นการนํา ICT มาใช้ส่งเสริ ม
   สมาชิกในกลุ่มร่ วมกันอภิปรายให้ วทยากรฟัง
                                     ิ                การเรี ยนรู้ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มออกมานําเสนอ
                                                      หน้าห้องอบรม




         มอบของที่ระลึกให้ กบวิทยากร
                             ั                         นาเสนอการออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ ICT

สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม
    - ได้เรี ยนรู้ถึงวิธีการนํา ICT มาประยุกต์ใช้กบการสอนและแบบเรี ยน โดยเน้นในเรื่ องของกระบวนการ
                                                  ั
      คิดและลําดับขั้นตอนในการเชื่อมโยงความรู้ที่มีอยูเ่ ข้าประสบการณ์ของเด็กและปรับปรุ งให้มีรูปแบบ
      การนําเสนอที่น่าสนใจ สามารถนํามาเป็ นแนวทางในการออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ได้เป็ นอย่างดี
6.2 ด้ านความก้าวหน้ าทางด้ านเทคโนโลยีเพือการศึกษาของประเทศเกาหลี
                                          ่
- ศึกษาดูงาน โรงเรี ยน Guil-ro ซึ่งเป็ นโรงเรี ยนระดับ ประถมศึกษา ที่จดการเรี ยนการสอนโดยใช้
                                                                                 ั
Digital Textbook
                                                         จากการศึกษาดูงาน พบว่า โรงเรี ยน Guil-ro
                                                เป็ นโรงเรี ยนที่เปิ ดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-6
                                                เป็ นโรงเรี ยนนําร่ องที่จดการเรี ยนการสอนโดยใช้
                                                                          ั
                                                Digital Textbook ในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5-6
                                                มีนกเรี ยนจํานวนประมาณ 1,400 คน มีครู จานวนประมาณ
                                                     ั                                     ํ
                                                60 คน มีหองเรี ยนทั้งหมด 51 ห้อง
                                                            ้
      ถ่ ายภาพบริเวณด้ านหน้ าของโรงเรียน

       สภาพโดยทัวไปของโรงเรี ยน เป็ นโรงเรี ยน
                ่
ขนาดกลาง มีอาคารสถานที่สวยงามเป็ นระเบียบ
มีการออกแบบ ตกแต่งและพัฒนาแหล่งเรี ยนรู้ ได้อย่าง
เหมาะสมกับวัยของนักเรี ยนอย่างน่าสนใจ
                                                          ถ่ ายภาพร่ วมกันบริเวณสนามด้ านหน้ าโรงเรียน

                                                          ท่านผูอานวยการโรงเรี ยน Guil-ro ได้กล่าวต้อนรับ
                                                                 ้ํ
                                                  และชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรี ยน ในด้านการ
                                                  บริ หารจัดการและการจัดการเรี ยนการสอน ซึ่งพบว่า
                                                  จุดเด่นของโรงเรี ยนนี้คือ การใช้ ICT เพื่อยกระดับ
                                                  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนของนักเรี ยนที่เรี ยนอ่อน และ
   ท่ านผู้อานวยการโรงเรียนกล่าวต้อนรับ          การส่งเสริ ม พัฒนาครู ทุกคนในการใช้ ICT ในการสอน

         ในการจัดการเรี ยนการสอนของโรงเรี ยน
ในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-4 เป็ นห้องเรี ยนปกติ
ใช้กระดานดํา และจอโทรทัศน์ เป็ นสื่อในการสอน
ส่วนในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5-6 ได้มีการนํา
Digital Textbook มาใช้ โดยนักเรี ยนทุกคนจะได้รับ
แจกจากรัฐบาลคนละ 1 เครื่ องให้พกติดตัวมาโรงเรี ยน
และนํากลับบ้านด้วย ซึ่งนักเรี ยนไม่ตองใช้หนังสือเรี ยน
                                     ้
และสมุดจดงาน สามารถใช้ Digital Textbook นี้ในการ
ศึกษาบทเรี ยน และทํางานตามที่ครู มอบหมายได้ทนที  ั        เยียมชมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ICT
                                                              ่
สําหรับ Digital Textbook ที่นกเรี ยนใช้ มีลกษณะ
                                                                                               ั           ั
                                                      คล้ายๆ Computer Notebook แต่เป็ นจอสัมผัส ซึ่งนักเรี ยน
                                                      สามารถ ใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอเพื่อปฏิสมพันธ์กบเครื่ อง
                                                                                                 ั    ั
                                                      คอมพิวเตอร์ ในการเรี ยนบทเรี ยนต่างๆตลอดจนสามารถ
                                                      เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ดวย นอกจากนี้ หน้าจอยังสามารถ
                                                                                 ้
                                                      พลิกหมุนได้ ซึ่งเป็ นประโยชน์อย่างยิง คือ เวลาที่ครู อธิบาย
                                                                                             ่
 นักเรียนกาลังฟังครูสอน โดยหมุนหน้ าจอ               จะให้นกเรี ยนหมุนหน้าจอออกด้านนอก เพื่อให้ต้งใจฟังครู
                                                              ั                                          ั
         Digital Textbook ออกด้ านนอก                 และเมื่อครู อธิบายเสร็ จ จึงให้นกเรี ยนหมุนหน้าจอเข้าหาตัว
                                                                                      ั
                                                      เพื่อศึกษาเรี ยนรู้และทํางานที่ครู มอบหมาย
วิชาที่ใช้ Digital Textbook ในการเรี ยนการสอน ได้แก่ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ ภาษาเกาหลี และสังคมศึกษา
          ส่วนสื่อการสอนของครู น้ น หน้าห้องเรี ยน
                                      ั
จะมีจอสัมผัสขนาดใหญ่ ที่ครู สามารถนําเสนอสื่อ
บทเรี ยนต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ โดยจัดกิจกรรมให้
นักเรี ยนมีส่วนร่ วมในการออกมาแสดงความคิดเห็น
หรื อเขียนแผนผังมโนทัศน์บนหน้าจอ ตลอดจนครู
สามารถเรี ยกดูภาพหน้าจอของนักเรี ยนในห้องได้
เพื่อตรวจสอบว่ากําลังทําอะไรอยู่ ทําการบ้านได้
ถูกต้องหรื อไม่ ซึ่งนับว่าน่าสนใจมากๆ                       ครูกาลังนาอภิปรายให้ นักเรียนออกมาร่ วมกิจกรรม
ครู ส่วนใหญ่ที่ใช้ ICT ในการเรี ยนการสอน
ส่วนใหญ่เป็ นครู รุ่นใหม่ ที่มีอายุยงไม่มากนัก ซึ่งก็มีปัญหาพอสมควรสําหรับครู ที่มีอายุมาก ที่ไม่ถนัดในการใช้
                                    ั
ICT แต่ทางโรงเรี ยนก็ให้ความสําคัญกับการพัฒนาครู การใช้ ICT ให้กบครู ทุกคน ั
                                                              สําหรับนักเรี ยนระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4-6
                                                    โรงเรี ยนจัดให้มีหองปฏิบติการคอมพิวเตอร์จานวน 2 ห้อง
                                                                         ้     ั                ํ
                                                    โดยนักเรี ยนจะได้เรี ยนสัปดาห์ละ 1 ชัวโมง และเนื้อหา
                                                                                          ่
                                                    จะเพิ่มขึ้น เน้นทักษะพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์และ
                                                    เทคโนโลยี ซึ่งมีลกษณะคล้ายกับการจัดการเรี ยนการสอน
                                                                       ั
                                                    วิชาคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยเป็ นอย่างมาก
    เยียมชมห้ องปฏิบัตการคอมพิวเตอร์
        ่              ิ
         การจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ Digital Textbook ของโรงเรี ยน Guil-ro จึงเป็ นรู ปแบบหนึ่งของการ
จัดการเรี ยนการสอนที่น่าสนใจในการจัดการศึกษาของประเทศเกาหลี ซึ่งสามารถนํามาปรับใช้ในการจัดการ
เรี ยนการสอนในประเทศไทยได้ แต่ตองคํา นึงถึงความพร้อมและบริ บทของแต่ละสถานศึกษา ในด้าน
                                 ้
งบประมาณ อาคารสถานที่ บุคลากร และนักเรี ยน ซึ่งนับว่าบริ บททางการศึกษาของประเทศไทย และประเทศ
เกาหลีแตกต่างกันเป็ นอย่างมาก
- ศึกษาดูงาน มหาวิทยาลัย Hanyang Institute of Technology ซึ่งเป็ น Cyber University ของประเทศเกาหลี

                                                             จากการศึกษาดูงาน พบว่า Hanyang
                                                   Institute of Technology เป็ นสถาบันการศึกษา
                                                   ระดับอุดมศึกษาที่มีการนํา ICT มาใช้ในการบริ หารจัดการ
                                                   และในการจัดการเรี ยนการสอน เพื่อส่งเสริ มการศึกษาให้
                                                   กับนักศึกษาแบบ Real time ที่สามารถลงทะเบียนเข้ามา
                                                   ศึกษาได้แบบ Anyone Anytime Anywhere ซึ่งมีนกศึกษา
                                                                                                  ั
                                                   เข้ามาลงทะเบียนเรี ยนจํานวนมาก
  ถ่ ายภาพบริเวณปายด้ านหน้ าของสถาบัน
                  ้

          ทางคณะของเราได้รับเกียรติจาก ผูอานวยการ
                                          ้ํ
ของ Hanyang Institute of Technology กล่าวต้อนรับ
และอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบัน ซึ่งเป็ นสถาบันที่มี
ชื่อเสียง และเป็ นที่ยอมรับในการเข้ามาศึกษา นอกจากนี้
ยังได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่ วมกับ ผอ.
ของสถาบันด้วย                                          สนทนาแลกเปลียนความคิดเห็นร่ วมกับ ผอ.สถาบัน
                                                                    ่
       นอกจากนี้ยงได้ศึกษาเยียมชมห้อง Studio บันทึกการสอนเพื่อใช้ในการเรี ยนการสอน ซึ่งมีการจัด
                  ั          ่
ตกแต่งได้อย่างสวยงาม น่าสนใจ คํานึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย ตลอดจน




         ทดลองบันทึกการสอน เพือถ่ ายทอดสด
                               ่                                รับฟังวิทยากรบรรยายการใช้ สื่อในการสอน

        จากการศึกษาดูงาน Hanyang Institute of Technology จึงเป็ นแนวทางหนึ่งของการจัดการศึกษาใน
ระดับอุดมศึกษา ที่เป็ นการนําICT มาใช้ส่งเสริ มการศึกษาเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน โดยลดข้อจํากัดในด้านต่างๆและเป็ น
                                                                    ั
การขยายโอกาสในการศึกษา ซึ่งในประเทศไทยก็มีการจัดการเรี ยนการสอน กษณะนี้ในหลายๆมหาวิทยาลัย แต่
                                                                             ในลั
Hanyang Institute of Technology นั้นมีการใช้สื่อที่ทนสมัยและหลากหลายมากกว่า จึงเป็ นแนวทาง ห้กบประเทศ
                                                    ั                                            ใ ั
ไทย ในการนําสื่อการเรี ยนการสอนที่ทนสมัย มาพัฒนาการจัดการเรี ยนรู้ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
                                       ั
- ศึกษาดูงาน Korea Education and Research Information Service ( KERIS)

                                                                 Korea Education and Research Information
                                                         Service ( KERIS) เป็ นหน่วยงานหนึ่ง ในการกํากับของ
                                                         กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของ
                                                         ประเทศเกาหลี มีบทบาทสําคัญในการออกแบบ วางแผน
                                                         และกําหนดนโยบายให้กบรัฐบาลในด้านการศึกษา
                                                                                  ั
                                                         ตลอดจนส่งเสริ มและสนับสนุนให้โรงเรี ยน นํา ICT มาใช้
     ถ่ ายภาพกับปายของ KERIS
                    ้                                    ในการจัดการเรี ยนการสอน รวมทั้งการศึกษาวิจยเพื่อพัฒนา
                                                                                                        ั
                                                         การศึกษา
         ที่ KERIS เป็ นที่ทีได้เรี ยนรู้เกี่ยวกับ วิวฒนาการ
                                                      ั
และประวัติศาสตร์ในการนํา ICT มาใช้ในการศึกษา
ของประเทศเกาหลี ซึ่งมีพฒนาการที่น่าสนใจแบบ
                            ั
ก้าวกระโดด นอกจากนี้ยงได้เยียมชมต้นแบบห้องเรี ยน
                              ั     ่
ในอนาคตของประเทศเกาหลี ที่มีการใช้ ICT ในการเรี ยน
การสอนอย่างเต็มรู ปแบบ โดยมีเจ้าหน้าที่มานําเสนอ
การใช้สื่อ ICT ต่างๆ ในห้องอย่างมากมาย อาทิเช่น
                                                                 เจ้าหน้ าที่ของ KERIS สาธิตการใช้ สื่อ ICT ต่างๆ

                                                           - การใช้หน้าจอ แบบ Interactive Board เป็ นสื่อ
                                                               การสอนสําหรับครู ซึ่งมีรูปแบบการนําเสนอที่
                                                               น่าสนใจ มีปฏิสมพันธ์ และเปิ ดโอกาสให้
                                                                                      ั
                                                               ผูเ้ รี ยนมีส่วนร่ วมในการเรี ยนการสอน
                                                           - นักเรี ยนทุกคน มี Digital textbook และมีที่
                                                               จัดเก็บในห้องเรี ยนอย่างเรี ยบร้อย สวยงาม
 รับฟังการสาธิตการใช้ สื่อ ICT จากเจ้าหน้ าที่ของ KERIS - โต๊ะเรี ยนมีการออกแบบเป็ นพิเศษให้สามารถ
                                                               ใช้งานได้หลากหลาย เน้นการเรี ยนรู้เป็ นกลุ่ม
- นักเรี ยนทุกคนมีการ์ดสําหรับ ลงทะเบียนเรี ยน ซึ่งต้องเสียบที่โต๊ะเรี ยน ซึ่งจะปรากฏภาพของนักเรี ยนบน
หน้าจอของครู ตลอดจนนักเรี ยนสามารถกดปุ่ มที่โต๊ะเรี ยนเพื่อตอบคําถามของครู ได้ดวย       ้
- เยียมชม Samsung d’light
     ่
                                                              Samsung d’light เป็ นสถานที่จดแสดงั
                                                      ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีต่างๆ ของบริ ษทซัมซุง  ั
                                                      ซึ่งภายในได้จดเป็ นนิทรรศการถาวร มีเทคโนโลยี
                                                                    ั
                                                      ที่ทนสมัย ไม่ว่าจะเป็ นเครื่ องใช้ไฟฟ้ า สิ่งอํานวย
                                                          ั
                                                      ความสะดวกในบ้าน ครัวเรื อน ตลอดจน
                                                      เทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร
                                                      รวมทั้งเทคโนโลยีในด้านการศึกษา ซึ่งล้วนแต่
                                                      มีความน่าสนใจเป็ นอย่างยิง   ่
 ถ่ ายภาพเป็ นที่ระลึกหน้ าอาคาร Samsung d’light




 เจ้าหน้ าที่พาเยียมชมเทคโนโลยีโทรศัพท์ มอถือ
                   ่                      ื              ทดลองใช้ เทคโนโลยีโทรทัศน์ จอแอลอีดี




 เจ้าหน้ าที่พาเยียมชมเทคโนโลยีต่างๆของห้ องครัว
                   ่                                   เจ้าหน้ าที่พาเยียมชมเทคโนโลยีเพือการศึกษา
                                                                         ่               ่

        จากการศึกษาเยียมชม Samsung d’light ในครั้งนี้ทาให้ได้เห็นถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ
                        ่                                ํ
บริ ษทซัมซุง ที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด มีความก้าวลํ้านําสมัย แสดงให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถของ
     ั
คนเกาหลีในการคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆอยูเ่ สมอเพราะการศึกษาของประเทศเกาหลีสอนให้รู้จก  ั
การคิด ในขณะที่ประเทศไทยเราเป็ นเพียงผูใช้เทคโนโลยีเท่านั้น ดัง นั้นจึงต้องกลับมามองย้อนดูว่าการจัด
                                        ้
การศึกษาของประเทศไทยควรเน้นให้ผเู้ รี ยนได้คิดเพื่อเป็ นผูผลิตนวัตกรรมใหม่ดวยเช่นเดียวกัน
                                                           ้               ้
6.3 ด้ านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศเกาหลี
- วิถีชีวิต ความเป็ นอยู่ ภูมิปัญญาของชาวเกาหลี
          + เยียมชม Yong-in Folk Village
               ่
          ถือเป็ นพิพิธภัณฑ์แห่งการดํารงชีพ ภายในประกอบด้วยบ้านสไตล์ด้งเดิมต่าง ๆ กว่า 240 หลัง เครื่ องใช้
                                                                        ั
ไม้สอยที่ใช้ บ้านข้าราชการ ลานกว้างสําหรับแสดงศิลปพื้นบ้านของชาวเกาหลีในเทศกาลต่าง ๆ นอกจากนี้
ยังจัดแสดงตลาดพื้นเมืองและอื่น ๆอีกมากมายทําให้ได้สมผัสและเรี ยนรูถึงวัฒนธรรมของชาวเกาหลี างแท้จริ ง
                                                    ั             ้                        อย่




 ถ่ ายภาพบริเวณด้ านหน้ าของ Yong-in Folk Village        ถ่ ายภาพบริเวณสถานที่ถ่ายทาซีรีย์ “แดจึงกึม”




    เยียมชมบ้ านของชาวเกาหลีโบราณ
        ่                                                    เยียมชมวัฒนธรรมของชาวเกาหลี
                                                                 ่




     เยียมชมเตาหุงต้มในอดีตของชาวเกาหลี
         ่                                               เยียมชมการแสดงกลอง เอกลักษณ์ของชาวเกาหลี
                                                             ่
- ประวัติศาสตร์และเรื่ องที่น่าสนใจ
          + เยียมชม Gyeong-bok gung Palace
               ่
          พระราชวังคยองบก / พระราชวังคยองบกกุง หรื อ เคียงบก
(경복궁) ตั้งอยูที่ตอนเหนือของกรุ งโซล สาธารณรัฐเกาหลี
                    ่
เป็ นหนึ่งในห้าพระราชวังใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยราชวงศ์โชซอน
 สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1937 (ค.ศ. 1394) โดย ชองโดจอน (정도전)
และได้กลายเป็ นพระราชวังหลวงหรื อวังหลักสําหรับประทับว่าราชการ
ของกษัตริ ย ์ และเหล่าเชื้อพระวงศ์ของเกาหลีมาโดยตลอด และได้รับ
การต่อเติมโดยพระเจ้าแทจงและพระเจ้าเซจงมหาราช แต่บางส่วนของ
พระราชวังนั้นถูกเพลิงเผาวอดในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกประเทศเกาหลี
                                                          พระราชวังมีเนื้อที่ 5.4 ล้านตารางฟุต โดยในช่วง
                                                 ต้นราชวงศ์โชซอนมีตาหนักอาคารมากถึง 200 อาคาร
                                                                         ํ
                                                 กระทังปี พ.ศ. 2135 ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกรุ กประเทศเกาหลี
                                                       ่
                                                 ตําหนักต่างๆ ได้ถกทุบทําลาย ถูกเผาทิ้งไปเป็ นจํานวนมาก
                                                                    ู
                                                 ก่อนที่จะได้รับการบูรณะซ่อมแซม และสร้างพระราชวัง
                                                 ขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับเดิม โดยในปัจจุบนมีตาหนักทั้งสิ้น
                                                                                           ั ํ
                                                 10 ตําหนัก คําว่า "เคียงบกกุง" ในภาษาเกาหลี แปลว่า
  ถ่ ายภาพบริเวณซุ้ มประตูหน้ าพระราชวัง        "พระราชวังแห่งพรที่ส่องสว่าง (The Palace of Shining
                                                 Blessings)"




   ถ่ ายภาพร่ วมกันบริเวณ ศาลาเคียงฮวยรู            การแสดงของทหารเกาหลีโบราณในพระราชวัง

      พระราชวังเคียงบกกุ ทําให้ได้ซึมซับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวเกาหลีอย่างลึกซึ้ง
ได้เที่ยวชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลี และวิถีชีวิตความเป็ นอยูในอดีต ไม่ว่าจะ
                                                                                        ่
เป็ น พระที่นงคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งตั้งอยูกลางสระ ศาลายางวอนจอง หรื ออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่น
             ั่                                   ่
หลายอาคาร ล้วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของ สวนอันน่า
อภิรมย์ โดยมีไกด์สาวชาวเกาหลีคอยบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชวังแห่งนี้ได้อย่างน่าสนใจ
+ เยียมชม National Museum of Korea
               ่
          พิพธภัณฑสถานแห่ งชาติเกาหลี ตั้งอยูในเขตยงซาน
             ิ                               ่
ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ใหญ่โตโอ่อา มีความยาวถึง 400 เมตร
สูง 3 ชั้น รวบรวมผลงานและศิลปวัตถุของชาติไว้กว่า 11,000 ชิ้น
แบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็ นโซน ต่าง ๆ ดังนี้
 ชั้น 1
          ห้องโบราณคดี (Archaeological Gallery) จัดแสดงวัตถุ
ต่าง ๆในยุคโบราณตั้งแต่สมัยอาณาจักรแพ็จเจ จนถึงสมัยชิลล่า                 ภายนอกของอาคารพิพธภัณฑ์ ิ
เช่น ภาชนะรู ปเป็ ด มงกุฎทองคํา รวมทั้งภาชนะ เครื่ องประดับของใช้ในชีวิตประจําวันสมัยนั้น
                                                  ห้องประวัติศาสตร์ (Historical Gallery) จัดแสดงมรดก
                                        ด้านภาษาของเกาหลีคือ “อักษรฮันกึล” แม่พิมพ์โลหะคําจารึ ก แผนที่
                                        โบราณ และโบราณวัตถุที่ถก ขุดค้นพบในที่ต่าง ๆ ทัวเกาหลี
                                                                       ู                         ่
                                                  ตรงห้องโถงทางเดินทางชั้น 1 จะมีแบบจําลองเจดีย ์ 10 ชั้น
                                        แห่งวัดเกียงชอนชา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็ นสมบัติของชาติ
                                        ลําดับที่ 86 ตั้งอยูเ่ ท่าขนาดของจริ งที่สูง 13.5 เมตร ของจริ งตั้งอยูที่
                                                                                                              ่
                                        วัดในเมืองแกพัง จังหวัดเคียงจิ สร้างขึ้นในสมัยโคเรี ยว เคยถูก
                                        ลักลอบออกนอกประเทศครั้งหนึ่งโดยชาวญี่ปุ่น จนสามารถตามคืน
                                        มาได้ นอกจากนี้ยงมีผลงานการแกะสลักหินตั้งจําลองไว้ให้ชม
                                                               ั
                                        ตลอดสองข้างทางเดิน



 ถ่ ายภาพร่ วมกันกับแบบจาลองเจดีย์ 10 ชั้น
          แห่ งวัดเกียงชอนชา

ชั้น 2
        ห้องวิจิตรศิลป์ แกลลอรี่ 1(Fine Ar Gallery)
จัดแสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะพื้นบ้านของ              ฟังบรรยายจากมัคคุเทศน์ของพิพธภัณฑ์
                                                                                        ิ
เกาหลี ทั้งการเขียน การวาด ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ
ทางศาสนา มีงานศิลปะพวกเครื่ องปั่นดินเผา
กระเบื้องเคลือบ
ชั้น 3
         ห้องวิจิตรศิลป์ แกลลอรี่ 2 (Fine Art Gallery 2)
เป็ นห้องที่รวบรวมผลงานศิลปะของเกาหลี อาทิ
พระพุทธรู ป ศิลปวัตถุที่ทาจากโลหะมากกว่า 630 ชิ้น
                           ํ
         ห้องศิลปะจากเอเชีย (Asian Arts Gallery)
รวบรวมศิลปวัตถุโบราณจากจีน ญี่ปุ่น และแหล่ง
อารยธรรมจากเอเชียกว่า 970 ชิ้น เช่น ตุ๊กตาดินที่ขุดพบ
ในประเทศจีน เครื่ องเคลือบจากประเทศต่าง ๆเป็ นต้น
                                                            ฟังบรรยายเกียวกับศิลปกรรมของพระพุทธรูป
                                                                         ่




 ฟังบรรยายเกียวกับเครื่องใช้ ในพิธีของกษัตริย์เกาหลี
              ่                                               ฟังบรรยายจากมัคคุเทศน์ ด้วยความสนใจ




                         ถ่ ายภาพร่ วมกันเป็ นที่ระลึก ณ National Museum of Korea
+ อาหารการกินของชาวเกาหลี
          อาหารนับเป็ นหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดํารงชีวิต
ในการเดินทางมาพักอาศัยที่ประเทศเกาหลีในครั้งนี้
อาหารเกาหลี จึงเป็ นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ตองเรี ยนรู้
                                          ้
และลองรับประทาน ซึ่งคณะของเราได้รับการดูแล
เรื่ องอาหารเป็ นอย่างดีจากทางคณะกรรมการจัดอบรม
                                                                      อิมอร่ อยกับข้ าวยาสไตล์ เกาหลี
                                                                         ่

                                                             สําหรับอาหารในมื้อเช้าของทุกวัน เป็ นการ
                                                      รับประทานเช้าแบบบุฟเฟ่ ต์ ในร้านอาหารของโรงแรม
                                                      แกรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ส่วนใหญ่เป็ นอาหารเช้าแบบฝรั่ง



    ทุกๆวันกับอาหารเช้ าแบบบุฟเฟ่ ต์ที่โรงแรม
        สําหรับอาหารกลางวัน ส่วนใหญ่ถาเป็ นการอบรม
                                             ้
ที่โรงแรม จะเป็ นอาหารชุดแบบญี่ปุ่น ผสมผสานกับสไตล์
เกาหลี โดยมีกิมจิเป็ นเครื่ องเคียง แต่ถาวันไหนออกไปนอก
                                        ้
สถานที่อาหารก็จะเป็ นอาหารเกาหลีที่หลากเมนู ไม่ซ้ ากัน
                                                   ํ
ในแต่ละวัน                                                          รับประทานอาหารกลางวันแบบญี่ปุ่น

                                                                ส่วนอาหารเย็น ส่วนใหญ่ทางคณะกรรมการ
                                                      จัดอบรมของเกาหลี จะพาไปตามร้านอาหารเกาหลี
                                                      ในละแวกใกล้เคียง กับโรงแรม เช่น ข้าวยําเกาหลี ชาบู ชาบู
                                                      สไตล์เกาหลี หมูยางเกาหลี ก๋ วยเตี๋ยวเกาหลี ฯลฯ แต่มีม้ือ
                                                                        ่
                                                      พิเศษ 2 มื้อคือ Welcome Dinner เป็ นการรับประทานแบบ
                                                      บุฟเฟ่ ต์อาหารเย็นสุดหรู ที่โรงแรม และ Goodbye Dinner
 อิมอร่ อยกับอาหารเย็นหลาหลายเมนูทุกวัน
    ่                                                  เป็ นการรับประทานอาหารเกาหลี แบบดั้งเดิมที่ภตตาคาร
                                                                                                     ั
                                                      ชื่อดังของเกาหลี ซึ่งมีอาหารเกาหลีนานาชนิด

        อาหารเกาหลี จึงเป็ นอีกหนึ่งสิ่งที่ทาให้ได้เรี ยนรู้ถึง
                                              ํ
วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวเกาหลี ที่ทุกมื้อ
จะต้องมีกิมจิ หรื อผักดอกรสเปรี้ ยวเป็ นเครื่ องเคียงเสมอ
ส่วนรสชาติอาหารอย่างไรก็คงสูอาหารไทยเราไม่ได้
                                 ้
+ เรี ยนรู้ภาษาเกาหลีเบื้องต้น (Hangul)

        เรี ยนภาษาเกาหลี โดยProf S.W.Bang เพื่อเรี ยนรู้
ให้มีความรู้ ความเข้าใจในภาษาและวัฒนธรรมของประเทศ
เกาหลี ตลอดจนสามารถสื่อสารภาษาเกาหลีเบื้องต้นได้
อักษรเกาหลี เรี ยกว่าอักษรฮันกึล ใช้แทนเสียงของแต่ละ
พยางค์ นอกจากนี้ใช้ยงตัวอักขระแบบจีนเรี ยกว่า
                       ั
อักษรฮันจา ในการเขียนด้วย ในขณะที่คาศัพท์ที่ใช้กน
                                       ํ            ั
ส่วนใหญ่เป็ นคําภาษาเกาหลีแท้ โดยที่มีคาศัพท์มากกว่า  Prof S.W.Bang สอนเกียวกับภาษาเกาหลีเบืองต้น
                                         ํ                                 ่                 ้
50% มาจากภาษาจีนทั้งทางตรงและทางอ้อม

                                                              ชื่อเรี ยกคําว่า "ภาษาเกาหลี" ในเกาหลีเหนือและ
                                                    เกาหลีใต้มีความแตกต่างกัน ในเกาหลีเหนือ ชาวเกาหลี
                                                    เหนือส่วนใหญ่มกเรี ยกว่า โชซอนมัล (조선말) หรื อ
                                                                          ั
                                                    หากเป็ นทางการขึ้นจะเรี ยกว่า โชซอนอ (조선어)
                                                             ในเกาหลีใต้ ประชาชนส่วนใหญ่เรี ยกภาษาของตน
                                                    ว่า ฮันกุกมัล (한국말) หรื อ ฮันกุกอ (한국어) หรื อ
                                                    กุกอ (국어) บางครั้งอาจเรี ยกในแบบภาษาพื้นเมืองหรื อ
       เรียนรู้ภาษาเกาหลีด้วยความตั้งใจ            ภาษาถิ่นว่า อูรีมล (แปลว่า "ภาษาของเรา"; มาจากคําว่า
                                                                        ั
우리말 (เขียนติดกันในเกาหลีใต้),หรื อ 우리 말 (เขียนแยกกันในเกาหลีเหนือ))
          อักษรเกาหลี เรี ยกว่าอักษรฮันกึล โดยผิวเผินแล้ว อักษรฮันกึลคล้ายกับอักษรรู ปภาพเหมือนอักษรจีน
แต่จริ งๆ แล้ว อักษรฮันกึลอยูในระบบอักษรแทนเสียง (ตัวพยัญชนะเป็ นอักษรรู ปภาพเลียนแบบอวัยวะการออก
                               ่
เสียงในขณะที่ออกเสียงนั้นๆ สระเป็ นอักษรรู ปภาพใช้แนวคิดเชิงปรัชญา เกี่ยวกับ ท้องฟ้ า พื้นดิน และมนุษย์)
คือประกอบด้วยพยัญชนะและสระ ซึ่งมีท้งหมด 24 ตัว ประกอบด้วย
                                           ั
       พยัญชนะ 14 ตัว คือ ㄱ ㄴ ㄷ ㄹ ㅁ ㅂ ㅅ ㅇ ㅈ ㅊ ㅋ ㅌ ㅍ และ ㅎ

       สระ 10 ตัว คือ ㅏ ㅑ ㅓ ㅕ ㅗ ㅛ ㅜ ㅠ ㅡและ ㅣ

          พยัญชนะและสระดังกล่าวเรี ยกว่า พยัญชนะเดี่ยว และสระเดี่ยว ตามลําดับ นอกจากนี้ยงมีส่วนที่
                                                                                                 ั
เรี ยกว่าพยัญชนะซํ้า และสระประสมด้วย คือ
       พยัญชนะซํ้า 5 ตัว ได้แก่ ㄲ ㄸ ㅃ ㅆ และ ㅉ

       สระประสม 11 ตัว ได้แก่ ㅐ ㅒ ㅔ ㅖ ㅚ ㅟ ㅘ ㅙ ㅝ ㅞ และ ㅢ

          อักษรเกาหลีมีลาดับการเขียนคล้ายอักษรจีน คือ ลากจากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา นอกจากนี้การ
                           ํ
เขียนพยางค์หนึ่งๆ จะเริ่ มเขียนจากพยัญชนะต้น ไปสระ และตัวสะกดตามลําดับ
เลขเกาหลี

จานวน คาอ่าน       ภาษาเขียน
  1    ฮา-นา / ฮัน 하나/한
  2         ทูล / ทู 둘/두
  3     เซด / เซ 셋/세
  4     เนด / เน 넷/네
  5     ทา-ซอด 다섯
  6     ยอ-ซอด 여섯
  7         อิล-กบ 일곱
  8     ยอ-ดอล 여덟
  9         อา-ฮบ 아홉
  10        ยอล    열



ตัวอย่างประโยคหรือวลีที่มกพบ
                         ั

              ประโยคเกาหลี                  คาอ่านไทย                        คาแปล
안녕하세요.                         อัน-นยอง-ฮา-เซ-โย                 สวัสดี
감사합니다./고맙습니다.                  คัม-ซา-ฮัม-นิ-ดะ / โค-มับ-ซึม-นิ-ดะ ขอบคุณ
사랑해.                           ซา-รัง-แฮ                         ฉันรักคุณ
실례지만.                          ชิล-รเย-จี-มัน                    ขอประทานโทษครับ
안녕히 주무세요.                      อัน-นยอง-ฮี๊ จู-มู-เซ-โย          ราตรี สวัสดิ์
반갑습니다.                         พัน-กับ-ซึม-นี-ดา
                                     ๊                           ยินดีที่ได้รู้จก
                                                                                ั
죄송합니다. 저 먼저                    ชเว-ซง-ฮัม-นี-ดา. ชอ-มอน-จอ-กัม- ขอโทษครับ ผมไปก่อนนะ
갑니다                            นี-ดา.                           ครับ
6.4 ด้ านอืนๆ
           ่
         จากการเข้าร่ วมฝึ กอบรมหลักสูตร ICT Innovation Training Programe for Thai Teachers
ระหว่างวันที่ 13 -22 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี นอกจากความรู้และประสบการณ์ต่างๆ
ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีความประทับใจและได้รับประโยชนฺ ในด้านอื่นๆอีก เช่น

- ด้านสังคม ความเป็ นระเบียบเรี ยบร้อยของบ้านเมือง ความเป็ นชาตินิยม ความศิวิไลซ์ของบ้านเมือง

                                                              สภาพแวดล้อมและอาคารบ้านเรื อนของ
                                                     ประเทศเกาหลี มีความสะอาดเป็ นระเบียบเรี ยบร้อย
                                                     อาคารต่างๆ มีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์
                                                     แปลกตา ตกแต่งบริ เวณต่างๆด้วยผลงาน
                                                     ศิลปกรรมลํ้าสมัย สร้างเสน่ห์ให้กบบ้านเมืองนี้
                                                                                     ั
                                                     เป็ นอย่างมาก




            ภาพบรรยากาศ สภาพแวดล้อมและอาคารบ้ านเรือนของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
- ประสบการณ์ในการสัมผัสอากาศหนาวจัด และความประทับใจที่ได้เห็นหิมะครั้งแรกในชีวิต



        การพักอาศัยที่ประเทศเกาหลี เป็ นเวลา 10 วันนี้
ทําให้ได้พบกับประสบการณ์ใหม่อีกหนึ่งสิ่ง คือการได้
สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นในกรุ งโซล ที่มีอุณหภูมิ
ประมาณ – 15 ถึง 0 องศาเซลเซียส




                                                                 โชคดีอีกอย่างหนึ่ง คือการได้เห็นและ
                                                         สัมผัสกับหิมะ ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งทําให้บรรยากาศ
                                                         ของกรุ งโซลเปลี่ยนแปลงไป เป็ นาพแห่งความ
                                                         ประทับใจที่ยากลือมเลือน




- ฝึ กฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

                                                                 ในการเข้าร่ วมการอบรมครั้งนี้ ได้มการใช้
                                                                                                   ี
                                                         ภาษาอังกฤษ ในการติดต่อ สื่อสาร ฟังบรรยายและ
                                                         นําเสนองาน จึงเป็ นโอกาสอันดีที่ได้ฝึกทักษะการ
                                                         ใช้ภาษาอังกฤษ ให้มีความชํานาญและใช้ได้
                                                         อย่างถูกต้องมากขึ้น
- ความประทับใจในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
        นอกจากการศึกษาดูงาน ตามสถานที่ที่สาคัญต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกหลายสถานที่ที่เรา
                                             ํ
ได้ไปท่องเที่ยว และมีความประทับใจเป็ นอย่างมาก เช่น
        + High1 Resort
                                                                High1 Resort หรื อที่คนไทยเรี ยกกันว่า
                                                    Ski Resort อยูในตัวจังหวัด Gangwon อยูห่าง
                                                                      ่                         ่
                                                    ออกไปจากกรุ งโซล ทางทิศตะวันออกใช้เวลา
                                                    เดินทางประมาณ 2-3 ชัวโมง(ขึ้นอยูกบสถานที่)
                                                                             ่           ่ ั
                                                    เป็ นสถานที่สาหรับการเล่นกีฬา สกี ชั้นนําของโลก
                                                                    ํ
                                                    ซึ่งมีที่พก มีวิวที่สวยงามและมีสนามให้
                                                              ั
                                                    นักท่องเที่ยวเล่นสกีในหลากหลายรู ปแบบ



        การเดินทางท่องเที่ยวใช้ Cable car เดินทางจาก
ส่วนล่าง ไปยังส่วนสูงสุดหรื อส่วนยอดของภูเขา
ทําให้ได้เห็นทัศนียภาพรอบๆอย่างชัดเจน เป็ นภาพ
บรรยากาศแห่งความสุขและความทรงจําที่ดีอย่างยิง   ่
+ Namsan Tower ,
          สวนสาธารณะนัมซานและหอคอยกรุ งโซล นังกระเช้า่
ไฟฟ้ าสู่สวนสาธารณะนัมซานซึ่งตั้งอยูบนเขานัมซานใจกลาง
                                       ่
เมืองหลวงชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุ งโซลบนหอคอย
กรุ งโซล 1 ใน 10 หอคอยเมือง ที่สูงที่สุดในโลก สูงถึง
480 เมตร เหนือระดับนํ้าทะเล
          นัมซาน โซลทาวเวอร์ได้กลายเป็ นสถานที่ยอดนิยม
สําหรับคนเกาหลีและนักท่องเที่ยว ที่โด่งดังคือ
"Locks of Love" กุญแจแห่งความรักที่เป็ นที่ระลึกและแปลกตา
นอกจากนี้ยงมีกระเบื้องแห่งความรักด้วย
             ั

                                                        การใช้แม่กุญแจเพื่อแสดงความรักเริ่ มในปี 1980
                                              ที่เมือง Pécs ของ ฮังการี ได้กล่าวไว้ว่ากุญแจกับความรัก
                                              มีความหมายที่เหมือนกัน ดังนั้นคู่รักจึงสามารถทิ้งข้อความ
                                              ลงบนกุญแจเพื่อแสดงออกถึงความรักของพวกเขา ตามรั้ว
                                              ชั้นล่างของโซลทาวเวอร์ในนัมซานคุณจะพบกุญแจเป็ น
                                              พันๆ ที่เป็ นสัญลักษณ์ของความรักของคู่รักเหล่านั้น
                                              ข้อความบนกุญแจมักจะมีลายเซ็นต์ของคูรักและข้อความว่า
                                                                                         ่
                                              เราจะไม่แยกจากกัน ด้วยเหตุน้ ีสถานที่น้ ีจึงกลายเป็ นจุด
                                              ดึงดูดนักท่องเที่ยววัยรุ่ น
+ Blue House
          บ้ านประธานาธิบดี หรื อ เรี ยกอีกชื่อว่า Blue House
Blue House เป็ นทําเนียบหรื อที่พกของประธานาธิบดี
                                 ั
ประธานาธิบดีคนปัจจุบนชื่อ นาย โน มู เฮียน ที่บานพักนี้
                        ั                            ้
ได้ชื่อว่า Blue Hose เพราะว่าหลังของบ้านเป็ นสีฟ้า




                                                              ถัดมาอีกนิดจะเป็ นจุดให้ถ่ายรู ปที่ระลึก
                                                    จะมีอนุสารีย์รูปนกหงส์ เหยียบโลก ความหมายคือ
                                                    มีเสรีภาพเหนือโลก ที่อนุสาวรี ยน้ ีจะมีน้ าพุอยูดวย เชื่อว่า
                                                                                          ์       ํ ่ ้
                                                    ที่ต้งอนุสาวรี ยน้ ีเป็ นจุดที่ฮวงจุยดีที่สุดในกรุ งโซล
                                                         ั          ์                   ้



         + คลองชอนเกซอน
         ตั้งอยูใจกลางเมืองกรุ งโซล มีมาตั้งเเต่สมัยกษัตริ ยยองโจ
                ่                                           ์
ราชวงค์โชซอนที่ใช้กาลังคนในการขุดคลองนี้นบเเสนคน
                        ํ                         ั
กาลเวลาล่วงเลยมาหลายสมัย นํ้าในคลองเเห่งนี้ไดเน่าเสีย
สภาพเเวดล้อมเป็ นพิษ จนเมือปี ค.ศ. 2003 รัฐบาลเกาหลีจึงมี
โครงการฟื้ นฟูบริ เวณคลองชองเกซอนให้มีความทันสมัยน่าอยู่
พร้อมทําให้เป็ นเเหล่งท่องเที่ยวเเห่งใหม่เสียเลย เปิ ดให้ประชาชน
เข้าเยียมชมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2005 ที่ผานมานี่เอง นํ้าในคลอง
       ่                                 ่
จากเน่าเหม็น กลายมาเป็ นสีฟ้าสดใส มีน้ าตก นํ้าพุ ต้องเเสงไฟ
                                           ํ
ส่องสว่างในยามกลางคืน สวยงาม สองฝั่งคลองก็มีหางร้าน    ้
ห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นมาเเทนเขตสลัมเดิมไม่เหลือเค้าความ
เสื่อมโทรมให้เห็นเลยเเม้ต่นอย ้
7. แนวทางการนาความรู้และประสบการณ์ที่ได้ รับจากการฝึ กอบรมมาปรับใช้
         จากการที่ขาพเจ้าได้รับการคัดเลือกเป็ นตัวแทนของข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่ วม
                     ้
ฝึ กอบรมหลักสูตร ICT Innovation Training Programe for Thai Teachers ระหว่างวันที่ 13 -22 ธันวาคม
พ.ศ. 2553 ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ในครั้งนี้ นับเป็ นโอกาสอั นดีที่ขาพเจ้าได้ศึกษาเรี ยนรู้ เรื่ องราวต่างๆ
                                                                     ้
เกี่ยวกับประเทศเกาหลี โดยเฉพาะในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการเรี ยนการสอน ซึ่งหลังจากที่
ข้าพเจ้าได้เข้าร่ วมการอบรมแล้วนั้น ได้วางแนวทางในการนําความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึ กอบรม
มาปรับใช้ ดังนี้
         7.1 นํา ความรู้และประสบการณ์ มาปรับการเรี ยนเปลี่ยนการสอน ในการจัดการเรี ยนการสอนใน
ห้องเรี ยนที่ขาพเจ้าปฏิบติการสอนตามความพร้อมและบริ บทของโรงเรี ยน
              ้          ั
         - นํารู ปแบบการจัดการเรี ยนการสอน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ของโรงเรี ยนในประเทศเกาหลี
มาปรับใช้ในการจัดการเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน
                                   ั
         - นําความรู้จากการอบรมเกี่ยวกับ Teaching and Learning Method in ICT และ ICT Applied Teaching
and Learning Methodology มาปรับใช้ในการออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ที่มีการบูรณาการการใช้ ICT ในการ
เรี ยนการสอน
         7.2 นําความรู้และประสบการณ์มาจัด โครงการฝึ กอบรมพัฒนาครู โรงเรี ยนนนทรี วิทยา โดยเสนอ
โครงการไปยังฝ่ ายบริ หาร เพื่อขอดําเนินการจัดอบรมด้านการบูรณาการ ICT ในการจัดการเรี ยนการสอน เพื่อ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนและพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีให้กบนักเรี ยน ซึ่งขณะนี้อยูได้รับ
                                                                            ั                         ่
การอนุมติให้ดาเนินการ เป็ นส่วนหนึ่งของโครงการ Thinking School ในการฝึ กอบรมและพัฒนาครู แกนนํา
          ั       ํ
ของโรงเรี ยนนนทรี วิทยา และโรงเรี ยนใกล้เคียง
         7.3 นําความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ โดยเฉพาะในด้านนโยบายและการบริ หารจัดการ ด้านการ
พัฒนาการจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ ICT เสนอโครงการเพื่อดําเนินงานร่ วมกับสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรี ยน
การสอน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

        ทั้งนี้ขาพเจ้า ใคร่ ขอเสนอแนวทางในการจัดอบรมขยายผลจากการอบรม ตามที่ขาพเจ้าได้เข้าร่ วม
                ้                                                           ้
โครงการส่งเสริ มการใช้ Social media ในการจัดการเรี ยนรู้ ซึ่งเป็ นโครงการของกลุ่มเผยแพร่ และพัฒนา
บุคลากรด้านเทคโนโลยี สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรี ยนการสอน ที่มีวตถุประสงค์ในการนํา Web 2.0 ต่างๆ
                                                               ั
มาช่วยส่งเสริ มการเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน ซึ่งสอดคล้องกับความรู้ใหม่ๆที่ได้รับการอบรมที่ประเทศเกาหลี
                               ั
จึงมีแนวคิดในการจัดทําคู่มือการใช้งาน และแนะนําให้ครู ที่เข้าร่ วมอบรมนําเครื่ องมือออนไลน์ที่น่าสนใจและ
เป็ นประโยชน์ใปใช้ในการจัดการเรี ยนรู้ ตัวอย่างของเว็บไซต์ เช่น เช่น igoogle , googledocs , springnote ,
Timetoast , picturestory , mindmister , facebook ,Twitter ฯลฯ โดยข้าพเจ้าจะได้ติดต่อประสานงาน ดําเนินงาน
ร่ วมกัมทาง สทร. ต่อไป
สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณ ผอ.เอนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ผูอานวยการสํานักเทคโนโลยี
                                                                     ้ํ
เพื่อการเรี ยนการสอน ท่านรอง ผอ.อัจฉรา จันทพลาบูรณ์ รองผูอานวยการสํานักเทคโนโลยี เพื่อการเรี ยนการ
                                                         ้ํ
สอน หัวหน้ากลุ่มเผยแพร่ และพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี และบุคลากรของ สทร. ทุกท่าน ที่ได้ให้โอกาส
ข้าพเจ้าในการไปศึกษาเรี ยนรู้ ฝึ กอบรม ณ ประเทศเกาหลี ในครั้งนี้เพื่อนําความรู้กลับมาพัฒนาการจัดการศึกษา
ของประเทศไทย
        ขอขอบคุณ ท่าน ผอ.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ ผูอานวยการโรงเรี ยนนนทรีวิทยา ท่าน รอง ผอ. สาคร
                                              ้ํ
กฤษดารัตน์ รองผูอานวยการกลุ่มบริ หารวิชาการ คณะครู และนักเรี ยน โรงเรี ยนนนทรี วิทยา ที่ได้ให้โอกาส
                ้ํ
ข้าพเจ้า ให้ไปราชการเพื่อฝึ กอบรม ณ ประเทศเกาหลี




                                                                กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์
                                                        ตําแหน่ง ครู ค.ศ. 1 โรงเรี ยนนนทรี วิทยา
                                                                        ผูรายงาน
                                                                          ้

รายงานอบรม Ict innovation at korea

  • 2.
    สําหรับการรายงานผลขอสรุ ปเป็ นประเด็นต่างๆดังต่อไปนี้ 1. หน่ วยงานที่จด กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการศึกษา สาธารณรัฐเกาหลี ั โดยความ ร่ วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย 2. สถานที่จดอบรม กรุ งโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ั สถานที่พก ั โรงแรม Grand Ambassador 3. ระหว่างวันที่ วันที่ 12 - 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2553 (รวมวันเดินทางไป-กลับ) เป็ นระยะเวลาทั้งสิ้น 12 วัน 4. การเดินทาง เดินทางโดยสายการบิน Korean Air เที่ยวบินที่ KG561 ทั้งไปและกลับ ครอบครัวเดินทางไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรี ยมพร้อมก่อนขึ้นเครื่ องบินสู่ประเทศเกาหลี ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ ภาพแสดงการเดินทางของเราใน ไฟล์ทนี้
  • 3.
    5. ผู้เข้ าร่วมการอบรม จานวน 15 คน 1. นายสมิต วิโรจน์ วรรณ หัวหน้ ากลุ่มระบบคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2. นายกษิตพัฒ ภูลงกา ั นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชานาญการพิเศษ สํานักงาน กศน. 3. นางสาวอาไพ รุ่งวิจารณ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชานาญการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 4. นางสาวขชล รัตนกิจ นักวิชาการศึกษาปฏิบัตการ ิ สํานักบริ หารงานคณะกรรมการส่งเสริ มการศึกษาเอกชน 5. นางสาวณัฐพร หอมสุ วรรณ นักวิชาการศึกษาปฏิบัตการ ิ สํานักบริ หารงานคณะกรรมการส่งเสริ มการศึกษาเอกชน 6. นางสาววรุณรักษ์ สมหวัง นักวิเทศสัมพันธ์ ปฏิบัตการ ิ สํานักบริ หารงานคณะกรรมการส่งเสริ มการศึกษาเอกชน 7. นายนิพนธ์ ฝ่ ายบุญ ข้ าราชการครู โรงเรี ยนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคําแหง 8. ดร.สมปอง ทองงามดี ข้ าราชการครู โรงเรี ยนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม 9. นางอัญชลีพร วิรัชกุล นักวิชาการศึกษาชานาญการพิเศษ สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรี ยนการสอน สพฐ. 10.นางสาวดุจดาว ทิพย์มาตย์ นักวิชาการศึกษาชานาญการ สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. 11. นายสุ มงคล ดีมาก ข้ าราชการครู โรงเรี ยนบ้านโนนสังข์ นครราชสีมา 12. นายไตรรงค์ สาดแว ศึกษานิเทศก์ชานาญการ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรี ธรรมราช 13. นายอารี มีนา ข้ าราชการครู โรงเรี ยนบ้านตูเวาะ ปัตตานี 14. นายกมลพัฒน์ เอกศิริ ข้ าราชการครู โรงเรี ยนวัดมกุฎกษัตริ ย ์ กรุ งเทพฯ 15. นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ข้ าราชการครู โรงเรี ยนนนทรี วิทยา กรุ งเทพฯ
  • 4.
    6. สรุปความรู้ ประสบการณ์และประโยชน์ ที่ได้ รับจากการอบรม จากการเข้าร่ วมฝึ กอบรมหลักสูตร ICT Innovation Training Programe for Thai Teachers ระหว่างวันที่ 13 -22 ธันวาคม พ .ศ. 2553 ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี นั้นทําให้ขาพเจ้าได้รับความรู้และ ้ ประสบการณ์ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรี ยนการสอน ซึ่งจะขอสรุ ป เป็ นประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้ 6.1 ด้ านการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเพือการเรียนการสอนของประเทศเกาหลี ่ - ด้านการพัฒนาการจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ ICT จากการฟังบรรยายของวิทยากร ในหัวข้อ “ e-Learning in Korea : Current Status and Challenge of ICT in Education” โดย Mr.Min KIM ซึ่งมาจากหน่วยงาน Korea Education and Research Information Service ( KERIS) ทําให้ได้เรี ยนรู้ว่า ในการจัดการศึกษาของ ประเทศเกาหลี ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีชื่อย่อว่า ( KERIS) ที่มีบทบาทสําคัญในการกําหนดนโยบาย วางแผน  Mr.Min KIM วิทยากรบรรยายให้ ความรู้ และส่งเสริ มการจัดการศึกษาโดยใช้ ICT และการศึกษาวิจยั จากการฟังการนําเสนอ พบว่า ปัจจุบนประเทศ ั เกาหลีใต้ประสบผลสําเร็ จในการจัดการศึกษาเป็ นอย่างมาก สังเกตได้จาก ข้อมูลทางสถิติที่มีการสํารวจในระดับนานาชาติ ซึ่งประเทศเกาหลีใต้ มีผลสัมฤทธิ์อยูในอันดับต้นๆในด้านต่างๆ ่ (แสดงดังเอกสารในภาคผนวก) ตลอดจนมีสถิติต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น อัตราส่วนระหว่างครู ต่อนักเรี ยน ที่ประเทศเกาหลีมีอตรา ั ส่วนครู 1 คนต่อนักเรี ยนประมาณ 20 คน เท่านั้น  คณะครูไทย กาลังฟังบรรยายจากวิทยากร นอกจากนี้ ยงพบว่า รัฐบาลเกาหลีให้ความสําคัญ ั กับการศึกษา ทั้งในด้านงบประมาณ และการสนับสนุน ทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยได้มีการกําหนดนโยบาย และวางแผน โดยจัดทําเป็ นแผนงานระยะยาวล่วงหน้า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 – ปัจจุบน ั  Mr.Min KIM เสนอข้ อมูลทางสถิตที่น่าสนใจ ิ
  • 5.
    ประวัตความเป็ นมาของ ICTในสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ิ ประเทศเกาหลีใต้เป็ นประเทศที่มีระดับการเจริ ญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 1996-2006 อยูใน ่ อันดับ 5 ของโลก และการใช้จ่ายในด้านการศึกษาอยูในอันดับที่ 4 ของโลก รองจากประเทศสหรัฐอเมริ กา ่ การพัฒนาการศึกษา นําเสนอโดย Min Kim จาก Korean Education & Research information Service (KERIS) ภาพรวมการใช้ ICT เพื่อการศึกษาในประเทศเกาหลีใต้ คือ 1. การมีเครื่ องคอมพิวเตอร์ (PCs) และอินเตอร์เน็ตใช้ในทุกชั้นเรี ยน ซึ่งสามารถทําได้ตามแผนร้อยละ 99 2. มีเครื่ องคอมพิวเตอร์ใช้ในระบบการศึกษาอย่างน้อย 1 เครื่ องต่อนักเรี ยน 5.1 คน 3. ครู แต่ละคนมีเครื่ องคอมพิวเตอร์ใช้ 1 เครื่ อง (สําเร็ จตามเป้ าหมาย) 4. ครู แต่ละคนได้รับการฝึ กอบรมทุกคนได้รับการฝึ กอบรมทุกปี จาก KERIS 5. มีโปรแกรมให้ขอมูลข่าวสารแก่ครู (EDUNET, Cyber home Learning Service, NEIS) ้ 6. มีตาราเรี ยนในระบบ Digital, มีการดูแลระบบความปลอดภัยทางด้านการศึกษาออนไลน์ ํ ปัจจัยที่ส่งผลให้ การส่ งเสริมด้ าน ICT ในการศึกษาประสบความสาเร็จ คือ 1. มีนโยบายที่เข้มแข็งจากฝ่ ายกําหนดนโยบาย (Top Policy Maker) คือ มีฝ่ายบริ หารที่จริ งจังในการกําหนด นโยบาย การดําเนินการ และการติดตามงาน 2. การเพิ่มขีดความสามารถให้กบสถานศึกษา “Empowerment” ใช้วิธีการปรับปรุ งองค์กรภาคธุรกิจมาใช้กบ ั ั การจัดการองค์กรทางการศึกษา 3. การเน้นการให้บริ การที่คานึงถึงผูใช้เป็ นหลัก (User-oriented) หมายถึง อํานวยความสะดวก และให้ ํ ้ ประโยชน์ต่อผูใช้ คือ นักเรี ยน นักศึกษา ครู อาจารย์ ได้ใช้ประโยชน์จากระบบ และปรับปรุ งระบบให้เป็ นไป ้ ตามการใช้ประโยชน์น้ น เช่น การจัดให้มีระบบเครื อข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็ วสูง ผูเ้ รี ยนสามารถเรี ยนได้จาก ั หลากหลายที่ เช่น ที่โรงเรี ยน ศูนย์การเรี ยน หรื อที่บาน เป็ นต้น ้ 4. การมีกลไกการติดตามผลและประเมินผล (Monitoring & Evaluation) ทุกปี 5. ความร่ วมมือกันในส่วนราชการ 6. การให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเพียงพอ คือ รัฐบาลส่งเสริ มให้มีการเรี ยนฟรี จนถึงระดับมัธยมศึกษา ตอนปลายทั้งในโรงเรี ยนรัฐและเอกชน 7. ความร่ วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อการศึกษา (Public-private partnership) 8. การมีส่วนร่ วมอย่างจริ งจังของผูมีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษา ้ โครงการการฝึ กอบรมครู ซึ่งเป็ นโครงการที่รัฐมอบหมายให้ บริษทเอกชนเป็ นผู้ดูแลให้ การอบรม ั 1. นโยบายเร่ งขยายการใช้ ICT เพื่อการศึกษา 2. การเร่ งสร้างเนื้อหา และกระจายความรู้ โดยให้บริ ษทเอกชนเข้ามามีส่วนร่ วมในการสร้างโปรแกรมและ ั จัดทํา Digital text book 3. การฝึ กอบรมครู ที่สอดคล้องกับนโยบาย 4. การสนับสนุนให้ครู แต่ละคนได้ใช้ความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถด้วยตนเอง (Self-directed efforts)
  • 6.
    สําหรับ Master Planของรัฐบาลเกาหลี ในด้าน ICT เพื่อการศึกษา แบ่งออกเป็ น 4 ระยะ ดังนี้ 1. Initial Infra Stage ปี ค.ศ.1996-2000 2. ICT Utilization Stage ปี ค.ศ.2001-2003 3. E-Learning Stage ปี ค.ศ.2004-2005 4. U-Learning Stage ปี ค.ศ.2006-ปัจจุบน ั โดยแต่ละ Master Plan จะมีการกําหนดวิสยทัศน์ และเป้ าหมายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเน้นหลักการพัฒนา ั ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ดานเทคโนโลยีก่อนจึงพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆให้มีความพร้อม ในการ ้ จัดการศึกษา นอกจากนี้สาหรับเป้ าหมายในอนาคตของ ํ การจัดการศึกษาของประเทศเกาหลี คือการ ประสานความร่ วมมือในการจัดการศึกษาของ ภาคีเครื อข่ายต่างๆ ตลอดจนส่งเสริ มให้มีการใช้ Digital Textbook ในการเรี ยนการสอนมากขึ้น ตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา จนถึงระดับ มหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงเป็ นแนวทางให้กบการใช้ ั  บรรยากาศในการฟังบรรยายจากวิทยากร ICT เพื่อการศึกษาในประเทศไทยได้เป็ นอย่างดี  คณะครูไทยถ่ ายภาพร่ วมกับวิทยากร  มอบของที่ระลึกให้ กบ Mr.Min KIM ั
  • 7.
    นอกจากนี้ได้ อบรมหลักสูตร Teachingand Learning Method in ICT โดยวิทยากร Prof. H.J. Kim and 3 Teachers ซึ่งได้เรี ยนรู้เกี่ยวกับ วิธีการสอน และ การจัดการเรี ยนรู้ โดยใช้ ICT ของประเทศเกาหลี เป็ นระยะเวลา 3 วัน ระหว่าง วันที่ 15-17 ธันวาคม 2553 ที่มีรูปแบบการทํากิจกรรมที่ น่าสนใจ และเป็ นประโยชน์อย่างยิง พอสรุ ปได้ดงนี้ ่ ั  วิทยากรบรรยายประกอบการอบรม การอบรมหลักสูตร Teaching and Learning Method in ICT เป็ นการบรรยายการนํา ICT มาประยุกต์ใช้ ในการเรี ยนการสอน โดยมีวตถุประสงค์ คือ ั - การเน้นให้ตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการศึกษาในยุคปัจจุบน ั - การแสวงหาและการประเมินความเหมาะสมของเว็บไซต์ที่จะนํามาใช้เป็ นสื่อการเรี ยนการสอน - การใช้และพัฒนาสภาวะแวดล้อมของการเรี ยนการสอนด้วยเว็บ 2.0 - การหาวิธีการสอนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ สําหรับผูเ้ รี ยนในศตวรรษที่ 21 กิจกรรมแรกเป็ นกิจกรรมที่ให้ครู ไทย ที่เข้าร่ วมอบรมได้แบ่งกลุ่มทํากิจกรรม แนะนํา ตนเอง โดยคิดชื่อกลุ่ม คติพจน์และคําขวัญ ประจํากลุ่มแล้วออกมานําเสนอหน้าห้อง ซึ่งเป็ น กิจกรรมที่สนุกสนานและเน้นการมีส่วนร่ วม  แนะนากลุ่ม โดยนาเสนอหน้ าห้ องอบรม ในประเทศเกาหลีมีการจัดทําเว็บไซต์หลักของประเทศที่เป็ นแหล่งรวมรวมแบบเรี ยน ผลงานวิจยต่างๆ ั สําหรับใช้ในการเรี ยนการสอนของครู เช่น http://www.edunet4u.net , http://classroom.re.kr เป็ น ต้น และ เว็บสําหรับการสร้างสังคมการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ระหว่างครู ในประเทศเกาหลีเอง indiscool และ มีการนําเว็บ 2.0 จากภายนอกมาใช้ในการเรี ยนการสอน ซึ่งเว็บ 2.0 นี้ เป็ นเว็บไซต์ ที่มีลกษณะส่งเสริ มให้เกิด ั การแบ่งปันข้อมูล การพัฒนาในด้านแนวความคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่ วมสร้างข้อมูลในโลก ของอินเทอร์เน็ต เช่น บล็อก เครื อข่ายสังคมออนไล น์ วิกิ พีเดีย เป็ นต้น แต่ท้งนี้การนําเว็บไซต์เหล่านี้มาใช้ ั จําเป็ นอย่างยิงที่จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินผลก่อนนํามาใช้จริ ง ตัวอย่างของเว็บที่เป็ นแหล่งให้ขอมูล ่ ้ ด้านการศึกษาและเป็ นสื่อการเรี ยนการสอนของครู เช่น http://www.skool.com http://www.bbc.co.uk/learning http://www.pbskids.com http://www.education-world.com เป็ นต้น
  • 8.
    เว็บไซต์เหล่านี้มีอยูมากมาย ดังนั้นการเลือกใช้ จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและจุดประสงค์ของ ่ การใช้เป็ นหลัก ซึ่งในประเทศเกาหลีน้ น การเลือกใช้เว็บ 2.0 จะมีเกณฑ์การประเมินเว็บไซต์ โดยการให้คะแนน ั ซึ่งแบ่งออกเป็ นสองส่วน คือ ส่วนเนื้อหา ปแบบ, ข้อจํากัด, ความน่าเชื่อถือ และ ความเหมาะสมทางด้านจริ ยธรรม (รู ) และการออกแบบการสอน(ประโยชน์ของการใช้งาน สื่อต่างๆ , การออกแบบ และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน , ) กิจกรรมที่กาหนดนั้น คือ ให้พฒนากฎเกณฑ์การ ํ ั ประเมิน web 2.0 ที่ใช้เป็ นเครื่ องมือในการศึกษาหรื อการ เรี ยนรู้ผาน e-learning โดยการสร้างกฎเกณฑ์การประเมิน ่ ที่ใช้ควรจะสอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทย และ ให้ยกตัวอย่างเว็บไซต์ของประเทศไทยมาใช้ในการประเมิน จากนั้นจึงให้ครู ไทยแต่ละกลุ่ม ออกแบบเกณฑ์การประเมิน บทเรี ยน E-learning พร้อมทั้งทดลองนําไปประเมินกับ เว็บไซต์บทเรี ยน E-learning ของประเทศไทย โดยจัดทําใน  เป็ นตัวแทนนาเสนองานหน้ าห้ องอบรม รู ปแบบเอกสาร Online ใน Springnote แล้วออกมานําเสนอ สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม - ได้เรี ยนรู้ถึงการใช้เว็บ 2.0 เป็ นเครื่ องมือในการเรี ยนการสอน วิธีการคัดเลือก การจัดทําแบบแผน กฎเกณฑ์การประเมินเว็บไซต์ เนื่องจากเว็บไซต์เพื่อการศึกษาสามารถขยายโอกาสการเรี ยนรู้ของครู และนักเรี ยน และเปิ ดโอกาสให้ครู สามารถเลือกใช้สื่ออิเล็กทรอนิคส์ มาใช้เป็ นเครื่ องมือในการเรี ยน การสอนได้อย่างหลากหลาย ข้ อเสนอแนะและการนามาประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย - สืบเนื่องจากประเทศไทยยังไม่มการตั้งกฎเกณฑ์กลางเพื่อใช้ประเมินเว็บไซต์ดานการศึกษาของ ี ้ ประเทศ การเข้าถึงเว็บไซต์เพื่อการศึกษาต่างๆ ที่มีอยูมากมายนั้น จึงยังไม่ผานการกลันกรอง และยัง ่ ่ ่ ขาดการส่งเสริ มและสนับสนุนจากรัฐและหน่วยงานทางการศึกษา ดังนั้นแล้ว หากมีการจัดทํากฎเกณฑ์ การประเมินที่เป็ นแบบแผนเดียวกันและส่งเสริ มให้ครู นักเรี ยน และบุคคลทัวไป รับทราบและใช้ ่ ประโยชน์แล้วนั้น จะช่วยขยายโอกาสการเรี ยนรู้ออกไปได้อย่างกว้างขวาง และสร้างความเชื่อมัน ่ แก่ผใช้ได้อย่างแท้จริ ง ู้ กิจกรรมการอบรมในวันที่สอง (16 ธันวาคม 2553) เป็ นการอบรมวิธีการสอนและการเรี ยนรู้ ICT ในทางปฏิบติ เพื่อเตรี ยมความพร้อมสําหรับการศึกษาในศตวรรษที่ ั 21 โดยมีการแนะนําเว็บไซต์ต่างๆ ที่สามารถนํามาประยุกต์ใช้ในการเรี ยนการสอนให้แก่ครู และให้ครู สามารถนําเว็บไซต์ 2.0 มาประยุกต์ใช้ ร่ วมกัน เพื่อสร้างเครื่ องมือการเรี ยนรู้ให้แก่เด็กนักเรี ยน ตัวอย่างเว็บไซต์ที่สามารถนํามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เช่น igoogle, Rollyo, Springnote, Google Docs, Twitter, Mindmeister และ timetoast เป็ นต้น
  • 9.
    วิทยากรได้บรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับการ ใช้ Web2.0 เพื่อการศึกษา ซึ่งได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับลักษณะของ ความแตกต่างระหว่าง Web 1.0 กับ Web 2.0 ที่มี การเปลี่ยนแปลงไปเป็ นอย่างมาก เน้นการมี ปฏิสมพันธ์มากขึ้น แบ่งปันมากขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้ ั  วิทยากร แนะนา Website ต่างๆ ที่เป็ น Web 2.0 มากขึ้น และผูใช้มีส่วนร่ วมมากขึ้น ้ นอกจากนี้ Prof. H.J. Kim ได้เสนอ Web 2.0 ที่น่าสนใจ ที่ประเทศเกาหลีได้นามาใช้ในการจัดการ ํ เรี ยนการสอน เช่น igoogle , googledocs , springnote , Timetoast , picturestory , mindmister , facebook , Twitter ฯลฯ (รายละเอียดเพิ่มเติมตามเอกสารในภาคผนวก) โดยแบ่งเป็ นการใช้ Web 2.0 ใน 3 ลักษณะ คือ 1. Develop web 2.0 learning environments for collaboration ได้แก่ Springnote , Google Docs , Facebook, Twitter ฯลฯ 2. Develop web 2.0 learning environments for self-directed learning ได้แก่ i-Google , RSS, Google Earth ฯลฯ 3. Develop web 2.0 learning environments for creativity ได้แก่ Youtube, Photostory, Blog, Flickr ฯลฯ หลังจากนั้น วิทยากรได้มอบหมายให้แต่ละกลุ่ม ออกแบบ การเรี ยนรู้โดยนําWeb 2.0 มาใช้ในการจัดการเรี ยนการสอน ที่สามารถพิจารณาเลือกเนื้อหาและเลือกเว็บไซต์ ในการจัดกิจกรรม การเรี ยนรู้ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีคุณครู ชาวเกาหลี เป็ นวิทยากร คอยให้คาแนะนําแล ความช่วยเหลือในการทํา ํ ะให้ กิจกรรมด้วย คุณครูชาวเกาหลี ช่ วยอธิบายในการใช้ Web 2.0  สําหรับกลุ่มของเราได้ออกแบบการเรี ยนรู้ เกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเลือกเนื้อหาเกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ และเลือกใช้เว็บไซต์ i-google , wordpress , slideshare และ twitter ในการจัดการเรี ยนรู้ ซึ่งได้ทดลองปฏิบติจริ ง ในการสร้างเนื้อหาใน wordpress และสร้างการติดต่อสื่อสารใน i-google ตลอดจน ั มีการจัดทําแผนการจัดการเรี ยนรู้ที่สอดคล้องกับการจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ web 2.0 ด้วย
  • 10.
     นาเสนอการออกแบบการเรียนรู้ โดยใช้Web 2.0  ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ผ่าน i-google สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม - ได้เรี ยนรู้วิธีการนําเว็บไซต์ 2.0 มาประยุกต์ใช้ร่วมกันในการนําเสนอโครงการหรื อการสอน เพื่อเพิ่ม ความน่าสนใจในการเรี ยนการสอน โดยกิจกรรมที่ได้นาเสนอคือ การนําเว็บไซต์ ํ springnote, mindmeister และ timetoast มาใช้ในการนําเสนอโครงการ “pioneer school” ซึ่งเป็ นโครงการ ที่เกี่ยวข้องในด้านนโยบายการส่งเสริ มและสนับสนุนให้โรงเรี ยนมีการใช้ ICT ในการเรี ยนการสอน ข้ อเสนอแนะและการนามาประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย - ควรมีการส่งเสริ มให้ครู นาเว็บต่างๆ เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ โดยให้การอบรมการใช้งานและกา รจัดทํา ํ สื่อการอบรมออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์เพื่อให้ครู สามารถนําความรู้ที่ได้ไปสร้าง เครื่ องมือการสอนของตนเอง ในวันที่สามของการอบรมหลักสูตร Teaching and Learning Method in ICT เป็ นการอบรมวิธีการสอนและ การเรี ยนรู้ ICT ในทางปฏิบติ เพื่อเตรี ยมความพร้อมสําหรับ ั การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งวิทยากรได้บรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับ การวางพื้นฐานการเรี ยนรู้สาหรับศตวรรษที่ 21 และ ํ กรอบแนวคิดนโยบายการให้การอบรมด้าน ICT ของประเทศ เกาหลี ที่น่าสนใจมาก ตลอดจนได้นาเสนอกิจกรรมการพัฒนา ํ  บรรยากาศการอบรมในวันที่สาม นโยบายด้าน ICT โดยให้เสนอนโยบายหรื อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ โครงการ ICT, อภิปรายถึงปัญหาและสถานะของการเรี ยนการสอนโดยใช้ ICT ในประเทศไทย และนําเสนอ โครงการความร่ วมมือ ร่ วมกับประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยงได้เห็นถึงต้นแบบของโรงเรี ยน ในอนาคตของ ั ประเทศเกาหลี ตามเป้ าหมายในปี ค.ศ. 2020 อีกด้วย
  • 11.
     ภาพแสดงต้นแบบของโรงเรียนในอนาคตของประเทศเกาหลี ตามเปาหมายในปีค.ศ. 2020 ้ สําหรับ การวางพื้นฐานการเรี ยนรู้สาหรับศตวรรษที่ 21 และการศึกษาในอนาคต : กรอบแนวคิด ํ นโยบายการให้การอบรมด้าน ICT ของประเทศเกาหลี มีดงนี้ั ช่วงที่ 2 : ปี 2001 - ช่วงที่ 4 : ปี 2006 เป็ นต้น ช่วงที่ 1 : ปี 1996 - 2000 ช่วงที่ 3 : ปี 2004- 2005 2003 ไป - การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน - การใช้ ICT ใน - พัฒนาวิธีการเรี ยนการ - ปรับเปลี่ยนการเรี ยนรู้ - การให้ความรู้พ้ืนฐานด้าน การศึกษา สอน - แนะนําการใช้ ICT - การพัฒนาและ - สร้างศูนย์การเรี ยนการ แบบเรี ยนดิจิตอล - การให้บริ การอินเตอร์เน็ต เผยแพร่ ข้อมูล สอน - การเปิ ดใช้ EDUNET - การสร้างระบบ - สร้างสังคมการเรี ยนรู้ แบ่งปัน ข้อมูลด้าน - Cyber home learning อย่างกว้างขวาง การศึกษาของประเทศ - BES lectures และ - สร้างระบบห้องสมุด แบบทดสอบ - การให้การอบรมแก่ครู ดิจิตอล ความสามารถทาง ทั้งประเทศ วิชาการของมหาวิทยาลัย
  • 12.
    สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม - แนวคิดการพัฒนานโยบายการส่งเสริ มการเรี ยนรู้ดาน ICT ในสถานศึกษาและการสร้างความร่ วมมือ ้ กับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริ มให้เกิดการเรี ยนรู้ผานทาง ICT ่ ข้ อเสนอแนะและการนามาประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย 1. ควรมีนโยบายการส่งเสริ มการเรี ยนรู้ดาน ICT ในประเทศไทย อย่างชัดเจนและวางแผนระยะยาว ้ ในการพัฒนาด้าน ICT 2. กระทรวงศึกษาธิการควรร่ วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร , สํานักงาน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ดําเนินการ จัดทําเว็บไซต์กลางเพื่อรวบรวมข้อมูลความรู้ , ผลงานทางวิชาการ, งานวิจย และ สื่อต่างๆ, เพื่อเป็ น ั ศูนย์กลางการเรี ยนรู้ของคนไทย และจัดทําเว็บไซต์ e-learning สําหรับการศึกษาของประเทศไทย 3. จัดตั้งระบบเครื อข่ายการให้บริ การอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ต่างๆ เพื่อใช้ในการเรี ยนรู้ และจัดทําแผนการส่งเสริ มการเรี ยนรู้เพื่อเผยแพร่ ความรู้ดาน ICT ้ 4. ให้การอบรม ICT แก่ครู เพื่อนําไปใช้ประยุกต์กบการเรี ยนการสอนในโรงเรี ยน และจัดทําเว็บไซต์ ั เพื่อสร้างเครื อข่ายสังคมออนไลน์ของครู ในการพบปะและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน 5. การสร้างโรงเรี ยนต้นแบบในการใช้ ICT ในการเรี ยนการสอน  ถ่ ายภาพร่ วมกับ Ph.d. Hyeonjin KIM and Facilitator รวมทั้งคณะครูไทย ที่เข้ ารับการอบรม
  • 13.
    สําหรับอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การอบรมเกี่ยวกับ Teachingand Learning Method in ICT และ ICT Applied Teaching and Learning Methodology โดย Prof. J.H.RYU ซึ่งได้มีเทคนิค ในการจัดกิจกรรมการอบรมที่เน้นการมีส่วนร่ วม สนุกสนานและน่าสนใจ เพื่อเชื่อมโยงว่า ครู สามารถ นํา ICT มาใช้ในการเรี ยนการสอนได้อย่างไร  Prof. J.H.RYU วิทยากรบรรยายให้ ความรู้ Prof. J.H.RYU ได้มอบหมายให้ครู ไทย ที่เข้าร่ วมการอบรมแบ่งเป็ นกลุ่มๆละ 5 คน จํานวน 3 กลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มเลือกการละเล่นไทย มากลุ่มละ 1 อย่าง โดยให้ใช้ ICT ประกอบการ อธิบายเพื่อสอนการเล่นเกมนั้นๆ ให้วิทยากรเข้าใจ ซึ่งต้องพิจารณาเลือกใช้วิธีการสอนและสื่อการ สอนที่หลากหลาย ที่เน้นการนํา ICT มาใช้ส่งเสริ ม  สมาชิกในกลุ่มร่ วมกันอภิปรายให้ วทยากรฟัง ิ การเรี ยนรู้ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มออกมานําเสนอ หน้าห้องอบรม  มอบของที่ระลึกให้ กบวิทยากร ั  นาเสนอการออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ ICT สิ่งที่ได้ รับจากการอบรม - ได้เรี ยนรู้ถึงวิธีการนํา ICT มาประยุกต์ใช้กบการสอนและแบบเรี ยน โดยเน้นในเรื่ องของกระบวนการ ั คิดและลําดับขั้นตอนในการเชื่อมโยงความรู้ที่มีอยูเ่ ข้าประสบการณ์ของเด็กและปรับปรุ งให้มีรูปแบบ การนําเสนอที่น่าสนใจ สามารถนํามาเป็ นแนวทางในการออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ได้เป็ นอย่างดี
  • 14.
    6.2 ด้ านความก้าวหน้าทางด้ านเทคโนโลยีเพือการศึกษาของประเทศเกาหลี ่ - ศึกษาดูงาน โรงเรี ยน Guil-ro ซึ่งเป็ นโรงเรี ยนระดับ ประถมศึกษา ที่จดการเรี ยนการสอนโดยใช้ ั Digital Textbook จากการศึกษาดูงาน พบว่า โรงเรี ยน Guil-ro เป็ นโรงเรี ยนที่เปิ ดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-6 เป็ นโรงเรี ยนนําร่ องที่จดการเรี ยนการสอนโดยใช้ ั Digital Textbook ในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5-6 มีนกเรี ยนจํานวนประมาณ 1,400 คน มีครู จานวนประมาณ ั ํ 60 คน มีหองเรี ยนทั้งหมด 51 ห้อง ้  ถ่ ายภาพบริเวณด้ านหน้ าของโรงเรียน สภาพโดยทัวไปของโรงเรี ยน เป็ นโรงเรี ยน ่ ขนาดกลาง มีอาคารสถานที่สวยงามเป็ นระเบียบ มีการออกแบบ ตกแต่งและพัฒนาแหล่งเรี ยนรู้ ได้อย่าง เหมาะสมกับวัยของนักเรี ยนอย่างน่าสนใจ  ถ่ ายภาพร่ วมกันบริเวณสนามด้ านหน้ าโรงเรียน ท่านผูอานวยการโรงเรี ยน Guil-ro ได้กล่าวต้อนรับ ้ํ และชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรี ยน ในด้านการ บริ หารจัดการและการจัดการเรี ยนการสอน ซึ่งพบว่า จุดเด่นของโรงเรี ยนนี้คือ การใช้ ICT เพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนของนักเรี ยนที่เรี ยนอ่อน และ  ท่ านผู้อานวยการโรงเรียนกล่าวต้อนรับ การส่งเสริ ม พัฒนาครู ทุกคนในการใช้ ICT ในการสอน ในการจัดการเรี ยนการสอนของโรงเรี ยน ในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-4 เป็ นห้องเรี ยนปกติ ใช้กระดานดํา และจอโทรทัศน์ เป็ นสื่อในการสอน ส่วนในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5-6 ได้มีการนํา Digital Textbook มาใช้ โดยนักเรี ยนทุกคนจะได้รับ แจกจากรัฐบาลคนละ 1 เครื่ องให้พกติดตัวมาโรงเรี ยน และนํากลับบ้านด้วย ซึ่งนักเรี ยนไม่ตองใช้หนังสือเรี ยน ้ และสมุดจดงาน สามารถใช้ Digital Textbook นี้ในการ ศึกษาบทเรี ยน และทํางานตามที่ครู มอบหมายได้ทนที ั  เยียมชมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ICT ่
  • 15.
    สําหรับ Digital Textbookที่นกเรี ยนใช้ มีลกษณะ ั ั คล้ายๆ Computer Notebook แต่เป็ นจอสัมผัส ซึ่งนักเรี ยน สามารถ ใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอเพื่อปฏิสมพันธ์กบเครื่ อง ั ั คอมพิวเตอร์ ในการเรี ยนบทเรี ยนต่างๆตลอดจนสามารถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ดวย นอกจากนี้ หน้าจอยังสามารถ ้ พลิกหมุนได้ ซึ่งเป็ นประโยชน์อย่างยิง คือ เวลาที่ครู อธิบาย ่  นักเรียนกาลังฟังครูสอน โดยหมุนหน้ าจอ จะให้นกเรี ยนหมุนหน้าจอออกด้านนอก เพื่อให้ต้งใจฟังครู ั ั Digital Textbook ออกด้ านนอก และเมื่อครู อธิบายเสร็ จ จึงให้นกเรี ยนหมุนหน้าจอเข้าหาตัว ั เพื่อศึกษาเรี ยนรู้และทํางานที่ครู มอบหมาย วิชาที่ใช้ Digital Textbook ในการเรี ยนการสอน ได้แก่ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ ภาษาเกาหลี และสังคมศึกษา ส่วนสื่อการสอนของครู น้ น หน้าห้องเรี ยน ั จะมีจอสัมผัสขนาดใหญ่ ที่ครู สามารถนําเสนอสื่อ บทเรี ยนต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ โดยจัดกิจกรรมให้ นักเรี ยนมีส่วนร่ วมในการออกมาแสดงความคิดเห็น หรื อเขียนแผนผังมโนทัศน์บนหน้าจอ ตลอดจนครู สามารถเรี ยกดูภาพหน้าจอของนักเรี ยนในห้องได้ เพื่อตรวจสอบว่ากําลังทําอะไรอยู่ ทําการบ้านได้ ถูกต้องหรื อไม่ ซึ่งนับว่าน่าสนใจมากๆ  ครูกาลังนาอภิปรายให้ นักเรียนออกมาร่ วมกิจกรรม ครู ส่วนใหญ่ที่ใช้ ICT ในการเรี ยนการสอน ส่วนใหญ่เป็ นครู รุ่นใหม่ ที่มีอายุยงไม่มากนัก ซึ่งก็มีปัญหาพอสมควรสําหรับครู ที่มีอายุมาก ที่ไม่ถนัดในการใช้ ั ICT แต่ทางโรงเรี ยนก็ให้ความสําคัญกับการพัฒนาครู การใช้ ICT ให้กบครู ทุกคน ั สําหรับนักเรี ยนระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4-6 โรงเรี ยนจัดให้มีหองปฏิบติการคอมพิวเตอร์จานวน 2 ห้อง ้ ั ํ โดยนักเรี ยนจะได้เรี ยนสัปดาห์ละ 1 ชัวโมง และเนื้อหา ่ จะเพิ่มขึ้น เน้นทักษะพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยี ซึ่งมีลกษณะคล้ายกับการจัดการเรี ยนการสอน ั วิชาคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยเป็ นอย่างมาก  เยียมชมห้ องปฏิบัตการคอมพิวเตอร์ ่ ิ การจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ Digital Textbook ของโรงเรี ยน Guil-ro จึงเป็ นรู ปแบบหนึ่งของการ จัดการเรี ยนการสอนที่น่าสนใจในการจัดการศึกษาของประเทศเกาหลี ซึ่งสามารถนํามาปรับใช้ในการจัดการ เรี ยนการสอนในประเทศไทยได้ แต่ตองคํา นึงถึงความพร้อมและบริ บทของแต่ละสถานศึกษา ในด้าน ้ งบประมาณ อาคารสถานที่ บุคลากร และนักเรี ยน ซึ่งนับว่าบริ บททางการศึกษาของประเทศไทย และประเทศ เกาหลีแตกต่างกันเป็ นอย่างมาก
  • 16.
    - ศึกษาดูงาน มหาวิทยาลัยHanyang Institute of Technology ซึ่งเป็ น Cyber University ของประเทศเกาหลี จากการศึกษาดูงาน พบว่า Hanyang Institute of Technology เป็ นสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาที่มีการนํา ICT มาใช้ในการบริ หารจัดการ และในการจัดการเรี ยนการสอน เพื่อส่งเสริ มการศึกษาให้ กับนักศึกษาแบบ Real time ที่สามารถลงทะเบียนเข้ามา ศึกษาได้แบบ Anyone Anytime Anywhere ซึ่งมีนกศึกษา ั เข้ามาลงทะเบียนเรี ยนจํานวนมาก  ถ่ ายภาพบริเวณปายด้ านหน้ าของสถาบัน ้ ทางคณะของเราได้รับเกียรติจาก ผูอานวยการ ้ํ ของ Hanyang Institute of Technology กล่าวต้อนรับ และอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบัน ซึ่งเป็ นสถาบันที่มี ชื่อเสียง และเป็ นที่ยอมรับในการเข้ามาศึกษา นอกจากนี้ ยังได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่ วมกับ ผอ. ของสถาบันด้วย  สนทนาแลกเปลียนความคิดเห็นร่ วมกับ ผอ.สถาบัน ่ นอกจากนี้ยงได้ศึกษาเยียมชมห้อง Studio บันทึกการสอนเพื่อใช้ในการเรี ยนการสอน ซึ่งมีการจัด ั ่ ตกแต่งได้อย่างสวยงาม น่าสนใจ คํานึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย ตลอดจน  ทดลองบันทึกการสอน เพือถ่ ายทอดสด ่  รับฟังวิทยากรบรรยายการใช้ สื่อในการสอน จากการศึกษาดูงาน Hanyang Institute of Technology จึงเป็ นแนวทางหนึ่งของการจัดการศึกษาใน ระดับอุดมศึกษา ที่เป็ นการนําICT มาใช้ส่งเสริ มการศึกษาเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน โดยลดข้อจํากัดในด้านต่างๆและเป็ น ั การขยายโอกาสในการศึกษา ซึ่งในประเทศไทยก็มีการจัดการเรี ยนการสอน กษณะนี้ในหลายๆมหาวิทยาลัย แต่ ในลั Hanyang Institute of Technology นั้นมีการใช้สื่อที่ทนสมัยและหลากหลายมากกว่า จึงเป็ นแนวทาง ห้กบประเทศ ั ใ ั ไทย ในการนําสื่อการเรี ยนการสอนที่ทนสมัย มาพัฒนาการจัดการเรี ยนรู้ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ั
  • 17.
    - ศึกษาดูงาน KoreaEducation and Research Information Service ( KERIS) Korea Education and Research Information Service ( KERIS) เป็ นหน่วยงานหนึ่ง ในการกํากับของ กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของ ประเทศเกาหลี มีบทบาทสําคัญในการออกแบบ วางแผน และกําหนดนโยบายให้กบรัฐบาลในด้านการศึกษา ั ตลอดจนส่งเสริ มและสนับสนุนให้โรงเรี ยน นํา ICT มาใช้  ถ่ ายภาพกับปายของ KERIS ้ ในการจัดการเรี ยนการสอน รวมทั้งการศึกษาวิจยเพื่อพัฒนา ั การศึกษา ที่ KERIS เป็ นที่ทีได้เรี ยนรู้เกี่ยวกับ วิวฒนาการ ั และประวัติศาสตร์ในการนํา ICT มาใช้ในการศึกษา ของประเทศเกาหลี ซึ่งมีพฒนาการที่น่าสนใจแบบ ั ก้าวกระโดด นอกจากนี้ยงได้เยียมชมต้นแบบห้องเรี ยน ั ่ ในอนาคตของประเทศเกาหลี ที่มีการใช้ ICT ในการเรี ยน การสอนอย่างเต็มรู ปแบบ โดยมีเจ้าหน้าที่มานําเสนอ การใช้สื่อ ICT ต่างๆ ในห้องอย่างมากมาย อาทิเช่น  เจ้าหน้ าที่ของ KERIS สาธิตการใช้ สื่อ ICT ต่างๆ - การใช้หน้าจอ แบบ Interactive Board เป็ นสื่อ การสอนสําหรับครู ซึ่งมีรูปแบบการนําเสนอที่ น่าสนใจ มีปฏิสมพันธ์ และเปิ ดโอกาสให้ ั ผูเ้ รี ยนมีส่วนร่ วมในการเรี ยนการสอน - นักเรี ยนทุกคน มี Digital textbook และมีที่ จัดเก็บในห้องเรี ยนอย่างเรี ยบร้อย สวยงาม  รับฟังการสาธิตการใช้ สื่อ ICT จากเจ้าหน้ าที่ของ KERIS - โต๊ะเรี ยนมีการออกแบบเป็ นพิเศษให้สามารถ ใช้งานได้หลากหลาย เน้นการเรี ยนรู้เป็ นกลุ่ม - นักเรี ยนทุกคนมีการ์ดสําหรับ ลงทะเบียนเรี ยน ซึ่งต้องเสียบที่โต๊ะเรี ยน ซึ่งจะปรากฏภาพของนักเรี ยนบน หน้าจอของครู ตลอดจนนักเรี ยนสามารถกดปุ่ มที่โต๊ะเรี ยนเพื่อตอบคําถามของครู ได้ดวย ้
  • 18.
    - เยียมชม Samsungd’light ่ Samsung d’light เป็ นสถานที่จดแสดงั ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีต่างๆ ของบริ ษทซัมซุง ั ซึ่งภายในได้จดเป็ นนิทรรศการถาวร มีเทคโนโลยี ั ที่ทนสมัย ไม่ว่าจะเป็ นเครื่ องใช้ไฟฟ้ า สิ่งอํานวย ั ความสะดวกในบ้าน ครัวเรื อน ตลอดจน เทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร รวมทั้งเทคโนโลยีในด้านการศึกษา ซึ่งล้วนแต่ มีความน่าสนใจเป็ นอย่างยิง ่  ถ่ ายภาพเป็ นที่ระลึกหน้ าอาคาร Samsung d’light  เจ้าหน้ าที่พาเยียมชมเทคโนโลยีโทรศัพท์ มอถือ ่ ื  ทดลองใช้ เทคโนโลยีโทรทัศน์ จอแอลอีดี  เจ้าหน้ าที่พาเยียมชมเทคโนโลยีต่างๆของห้ องครัว ่  เจ้าหน้ าที่พาเยียมชมเทคโนโลยีเพือการศึกษา ่ ่ จากการศึกษาเยียมชม Samsung d’light ในครั้งนี้ทาให้ได้เห็นถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ ่ ํ บริ ษทซัมซุง ที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด มีความก้าวลํ้านําสมัย แสดงให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถของ ั คนเกาหลีในการคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆอยูเ่ สมอเพราะการศึกษาของประเทศเกาหลีสอนให้รู้จก ั การคิด ในขณะที่ประเทศไทยเราเป็ นเพียงผูใช้เทคโนโลยีเท่านั้น ดัง นั้นจึงต้องกลับมามองย้อนดูว่าการจัด ้ การศึกษาของประเทศไทยควรเน้นให้ผเู้ รี ยนได้คิดเพื่อเป็ นผูผลิตนวัตกรรมใหม่ดวยเช่นเดียวกัน ้ ้
  • 19.
    6.3 ด้ านศิลปวัฒนธรรมประเพณีของประเทศเกาหลี - วิถีชีวิต ความเป็ นอยู่ ภูมิปัญญาของชาวเกาหลี + เยียมชม Yong-in Folk Village ่ ถือเป็ นพิพิธภัณฑ์แห่งการดํารงชีพ ภายในประกอบด้วยบ้านสไตล์ด้งเดิมต่าง ๆ กว่า 240 หลัง เครื่ องใช้ ั ไม้สอยที่ใช้ บ้านข้าราชการ ลานกว้างสําหรับแสดงศิลปพื้นบ้านของชาวเกาหลีในเทศกาลต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงตลาดพื้นเมืองและอื่น ๆอีกมากมายทําให้ได้สมผัสและเรี ยนรูถึงวัฒนธรรมของชาวเกาหลี างแท้จริ ง ั ้ อย่  ถ่ ายภาพบริเวณด้ านหน้ าของ Yong-in Folk Village  ถ่ ายภาพบริเวณสถานที่ถ่ายทาซีรีย์ “แดจึงกึม”  เยียมชมบ้ านของชาวเกาหลีโบราณ ่  เยียมชมวัฒนธรรมของชาวเกาหลี ่  เยียมชมเตาหุงต้มในอดีตของชาวเกาหลี ่  เยียมชมการแสดงกลอง เอกลักษณ์ของชาวเกาหลี ่
  • 20.
    - ประวัติศาสตร์และเรื่ องที่น่าสนใจ + เยียมชม Gyeong-bok gung Palace ่ พระราชวังคยองบก / พระราชวังคยองบกกุง หรื อ เคียงบก (경복궁) ตั้งอยูที่ตอนเหนือของกรุ งโซล สาธารณรัฐเกาหลี ่ เป็ นหนึ่งในห้าพระราชวังใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยราชวงศ์โชซอน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1937 (ค.ศ. 1394) โดย ชองโดจอน (정도전) และได้กลายเป็ นพระราชวังหลวงหรื อวังหลักสําหรับประทับว่าราชการ ของกษัตริ ย ์ และเหล่าเชื้อพระวงศ์ของเกาหลีมาโดยตลอด และได้รับ การต่อเติมโดยพระเจ้าแทจงและพระเจ้าเซจงมหาราช แต่บางส่วนของ พระราชวังนั้นถูกเพลิงเผาวอดในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกประเทศเกาหลี พระราชวังมีเนื้อที่ 5.4 ล้านตารางฟุต โดยในช่วง ต้นราชวงศ์โชซอนมีตาหนักอาคารมากถึง 200 อาคาร ํ กระทังปี พ.ศ. 2135 ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกรุ กประเทศเกาหลี ่ ตําหนักต่างๆ ได้ถกทุบทําลาย ถูกเผาทิ้งไปเป็ นจํานวนมาก ู ก่อนที่จะได้รับการบูรณะซ่อมแซม และสร้างพระราชวัง ขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับเดิม โดยในปัจจุบนมีตาหนักทั้งสิ้น ั ํ 10 ตําหนัก คําว่า "เคียงบกกุง" ในภาษาเกาหลี แปลว่า  ถ่ ายภาพบริเวณซุ้ มประตูหน้ าพระราชวัง "พระราชวังแห่งพรที่ส่องสว่าง (The Palace of Shining Blessings)"  ถ่ ายภาพร่ วมกันบริเวณ ศาลาเคียงฮวยรู  การแสดงของทหารเกาหลีโบราณในพระราชวัง พระราชวังเคียงบกกุ ทําให้ได้ซึมซับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวเกาหลีอย่างลึกซึ้ง ได้เที่ยวชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลี และวิถีชีวิตความเป็ นอยูในอดีต ไม่ว่าจะ ่ เป็ น พระที่นงคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งตั้งอยูกลางสระ ศาลายางวอนจอง หรื ออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่น ั่ ่ หลายอาคาร ล้วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของ สวนอันน่า อภิรมย์ โดยมีไกด์สาวชาวเกาหลีคอยบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชวังแห่งนี้ได้อย่างน่าสนใจ
  • 21.
    + เยียมชม NationalMuseum of Korea ่ พิพธภัณฑสถานแห่ งชาติเกาหลี ตั้งอยูในเขตยงซาน ิ ่ ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ใหญ่โตโอ่อา มีความยาวถึง 400 เมตร สูง 3 ชั้น รวบรวมผลงานและศิลปวัตถุของชาติไว้กว่า 11,000 ชิ้น แบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็ นโซน ต่าง ๆ ดังนี้ ชั้น 1 ห้องโบราณคดี (Archaeological Gallery) จัดแสดงวัตถุ ต่าง ๆในยุคโบราณตั้งแต่สมัยอาณาจักรแพ็จเจ จนถึงสมัยชิลล่า  ภายนอกของอาคารพิพธภัณฑ์ ิ เช่น ภาชนะรู ปเป็ ด มงกุฎทองคํา รวมทั้งภาชนะ เครื่ องประดับของใช้ในชีวิตประจําวันสมัยนั้น ห้องประวัติศาสตร์ (Historical Gallery) จัดแสดงมรดก ด้านภาษาของเกาหลีคือ “อักษรฮันกึล” แม่พิมพ์โลหะคําจารึ ก แผนที่ โบราณ และโบราณวัตถุที่ถก ขุดค้นพบในที่ต่าง ๆ ทัวเกาหลี ู ่ ตรงห้องโถงทางเดินทางชั้น 1 จะมีแบบจําลองเจดีย ์ 10 ชั้น แห่งวัดเกียงชอนชา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็ นสมบัติของชาติ ลําดับที่ 86 ตั้งอยูเ่ ท่าขนาดของจริ งที่สูง 13.5 เมตร ของจริ งตั้งอยูที่ ่ วัดในเมืองแกพัง จังหวัดเคียงจิ สร้างขึ้นในสมัยโคเรี ยว เคยถูก ลักลอบออกนอกประเทศครั้งหนึ่งโดยชาวญี่ปุ่น จนสามารถตามคืน มาได้ นอกจากนี้ยงมีผลงานการแกะสลักหินตั้งจําลองไว้ให้ชม ั ตลอดสองข้างทางเดิน  ถ่ ายภาพร่ วมกันกับแบบจาลองเจดีย์ 10 ชั้น แห่ งวัดเกียงชอนชา ชั้น 2 ห้องวิจิตรศิลป์ แกลลอรี่ 1(Fine Ar Gallery) จัดแสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะพื้นบ้านของ  ฟังบรรยายจากมัคคุเทศน์ของพิพธภัณฑ์ ิ เกาหลี ทั้งการเขียน การวาด ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ทางศาสนา มีงานศิลปะพวกเครื่ องปั่นดินเผา กระเบื้องเคลือบ
  • 22.
    ชั้น 3 ห้องวิจิตรศิลป์ แกลลอรี่ 2 (Fine Art Gallery 2) เป็ นห้องที่รวบรวมผลงานศิลปะของเกาหลี อาทิ พระพุทธรู ป ศิลปวัตถุที่ทาจากโลหะมากกว่า 630 ชิ้น ํ ห้องศิลปะจากเอเชีย (Asian Arts Gallery) รวบรวมศิลปวัตถุโบราณจากจีน ญี่ปุ่น และแหล่ง อารยธรรมจากเอเชียกว่า 970 ชิ้น เช่น ตุ๊กตาดินที่ขุดพบ ในประเทศจีน เครื่ องเคลือบจากประเทศต่าง ๆเป็ นต้น  ฟังบรรยายเกียวกับศิลปกรรมของพระพุทธรูป ่  ฟังบรรยายเกียวกับเครื่องใช้ ในพิธีของกษัตริย์เกาหลี ่  ฟังบรรยายจากมัคคุเทศน์ ด้วยความสนใจ  ถ่ ายภาพร่ วมกันเป็ นที่ระลึก ณ National Museum of Korea
  • 23.
    + อาหารการกินของชาวเกาหลี อาหารนับเป็ นหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดํารงชีวิต ในการเดินทางมาพักอาศัยที่ประเทศเกาหลีในครั้งนี้ อาหารเกาหลี จึงเป็ นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ตองเรี ยนรู้ ้ และลองรับประทาน ซึ่งคณะของเราได้รับการดูแล เรื่ องอาหารเป็ นอย่างดีจากทางคณะกรรมการจัดอบรม  อิมอร่ อยกับข้ าวยาสไตล์ เกาหลี ่ สําหรับอาหารในมื้อเช้าของทุกวัน เป็ นการ รับประทานเช้าแบบบุฟเฟ่ ต์ ในร้านอาหารของโรงแรม แกรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ส่วนใหญ่เป็ นอาหารเช้าแบบฝรั่ง  ทุกๆวันกับอาหารเช้ าแบบบุฟเฟ่ ต์ที่โรงแรม สําหรับอาหารกลางวัน ส่วนใหญ่ถาเป็ นการอบรม ้ ที่โรงแรม จะเป็ นอาหารชุดแบบญี่ปุ่น ผสมผสานกับสไตล์ เกาหลี โดยมีกิมจิเป็ นเครื่ องเคียง แต่ถาวันไหนออกไปนอก ้ สถานที่อาหารก็จะเป็ นอาหารเกาหลีที่หลากเมนู ไม่ซ้ ากัน ํ ในแต่ละวัน  รับประทานอาหารกลางวันแบบญี่ปุ่น ส่วนอาหารเย็น ส่วนใหญ่ทางคณะกรรมการ จัดอบรมของเกาหลี จะพาไปตามร้านอาหารเกาหลี ในละแวกใกล้เคียง กับโรงแรม เช่น ข้าวยําเกาหลี ชาบู ชาบู สไตล์เกาหลี หมูยางเกาหลี ก๋ วยเตี๋ยวเกาหลี ฯลฯ แต่มีม้ือ ่ พิเศษ 2 มื้อคือ Welcome Dinner เป็ นการรับประทานแบบ บุฟเฟ่ ต์อาหารเย็นสุดหรู ที่โรงแรม และ Goodbye Dinner  อิมอร่ อยกับอาหารเย็นหลาหลายเมนูทุกวัน ่ เป็ นการรับประทานอาหารเกาหลี แบบดั้งเดิมที่ภตตาคาร ั ชื่อดังของเกาหลี ซึ่งมีอาหารเกาหลีนานาชนิด อาหารเกาหลี จึงเป็ นอีกหนึ่งสิ่งที่ทาให้ได้เรี ยนรู้ถึง ํ วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวเกาหลี ที่ทุกมื้อ จะต้องมีกิมจิ หรื อผักดอกรสเปรี้ ยวเป็ นเครื่ องเคียงเสมอ ส่วนรสชาติอาหารอย่างไรก็คงสูอาหารไทยเราไม่ได้ ้
  • 24.
    + เรี ยนรู้ภาษาเกาหลีเบื้องต้น(Hangul) เรี ยนภาษาเกาหลี โดยProf S.W.Bang เพื่อเรี ยนรู้ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในภาษาและวัฒนธรรมของประเทศ เกาหลี ตลอดจนสามารถสื่อสารภาษาเกาหลีเบื้องต้นได้ อักษรเกาหลี เรี ยกว่าอักษรฮันกึล ใช้แทนเสียงของแต่ละ พยางค์ นอกจากนี้ใช้ยงตัวอักขระแบบจีนเรี ยกว่า ั อักษรฮันจา ในการเขียนด้วย ในขณะที่คาศัพท์ที่ใช้กน ํ ั ส่วนใหญ่เป็ นคําภาษาเกาหลีแท้ โดยที่มีคาศัพท์มากกว่า  Prof S.W.Bang สอนเกียวกับภาษาเกาหลีเบืองต้น ํ ่ ้ 50% มาจากภาษาจีนทั้งทางตรงและทางอ้อม ชื่อเรี ยกคําว่า "ภาษาเกาหลี" ในเกาหลีเหนือและ เกาหลีใต้มีความแตกต่างกัน ในเกาหลีเหนือ ชาวเกาหลี เหนือส่วนใหญ่มกเรี ยกว่า โชซอนมัล (조선말) หรื อ ั หากเป็ นทางการขึ้นจะเรี ยกว่า โชซอนอ (조선어) ในเกาหลีใต้ ประชาชนส่วนใหญ่เรี ยกภาษาของตน ว่า ฮันกุกมัล (한국말) หรื อ ฮันกุกอ (한국어) หรื อ กุกอ (국어) บางครั้งอาจเรี ยกในแบบภาษาพื้นเมืองหรื อ  เรียนรู้ภาษาเกาหลีด้วยความตั้งใจ ภาษาถิ่นว่า อูรีมล (แปลว่า "ภาษาของเรา"; มาจากคําว่า ั 우리말 (เขียนติดกันในเกาหลีใต้),หรื อ 우리 말 (เขียนแยกกันในเกาหลีเหนือ)) อักษรเกาหลี เรี ยกว่าอักษรฮันกึล โดยผิวเผินแล้ว อักษรฮันกึลคล้ายกับอักษรรู ปภาพเหมือนอักษรจีน แต่จริ งๆ แล้ว อักษรฮันกึลอยูในระบบอักษรแทนเสียง (ตัวพยัญชนะเป็ นอักษรรู ปภาพเลียนแบบอวัยวะการออก ่ เสียงในขณะที่ออกเสียงนั้นๆ สระเป็ นอักษรรู ปภาพใช้แนวคิดเชิงปรัชญา เกี่ยวกับ ท้องฟ้ า พื้นดิน และมนุษย์) คือประกอบด้วยพยัญชนะและสระ ซึ่งมีท้งหมด 24 ตัว ประกอบด้วย ั  พยัญชนะ 14 ตัว คือ ㄱ ㄴ ㄷ ㄹ ㅁ ㅂ ㅅ ㅇ ㅈ ㅊ ㅋ ㅌ ㅍ และ ㅎ  สระ 10 ตัว คือ ㅏ ㅑ ㅓ ㅕ ㅗ ㅛ ㅜ ㅠ ㅡและ ㅣ พยัญชนะและสระดังกล่าวเรี ยกว่า พยัญชนะเดี่ยว และสระเดี่ยว ตามลําดับ นอกจากนี้ยงมีส่วนที่ ั เรี ยกว่าพยัญชนะซํ้า และสระประสมด้วย คือ  พยัญชนะซํ้า 5 ตัว ได้แก่ ㄲ ㄸ ㅃ ㅆ และ ㅉ  สระประสม 11 ตัว ได้แก่ ㅐ ㅒ ㅔ ㅖ ㅚ ㅟ ㅘ ㅙ ㅝ ㅞ และ ㅢ อักษรเกาหลีมีลาดับการเขียนคล้ายอักษรจีน คือ ลากจากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา นอกจากนี้การ ํ เขียนพยางค์หนึ่งๆ จะเริ่ มเขียนจากพยัญชนะต้น ไปสระ และตัวสะกดตามลําดับ
  • 25.
    เลขเกาหลี จานวน คาอ่าน ภาษาเขียน 1 ฮา-นา / ฮัน 하나/한 2 ทูล / ทู 둘/두 3 เซด / เซ 셋/세 4 เนด / เน 넷/네 5 ทา-ซอด 다섯 6 ยอ-ซอด 여섯 7 อิล-กบ 일곱 8 ยอ-ดอล 여덟 9 อา-ฮบ 아홉 10 ยอล 열 ตัวอย่างประโยคหรือวลีที่มกพบ ั ประโยคเกาหลี คาอ่านไทย คาแปล 안녕하세요. อัน-นยอง-ฮา-เซ-โย สวัสดี 감사합니다./고맙습니다. คัม-ซา-ฮัม-นิ-ดะ / โค-มับ-ซึม-นิ-ดะ ขอบคุณ 사랑해. ซา-รัง-แฮ ฉันรักคุณ 실례지만. ชิล-รเย-จี-มัน ขอประทานโทษครับ 안녕히 주무세요. อัน-นยอง-ฮี๊ จู-มู-เซ-โย ราตรี สวัสดิ์ 반갑습니다. พัน-กับ-ซึม-นี-ดา ๊ ยินดีที่ได้รู้จก ั 죄송합니다. 저 먼저 ชเว-ซง-ฮัม-นี-ดา. ชอ-มอน-จอ-กัม- ขอโทษครับ ผมไปก่อนนะ 갑니다 นี-ดา. ครับ
  • 26.
    6.4 ด้ านอืนๆ ่ จากการเข้าร่ วมฝึ กอบรมหลักสูตร ICT Innovation Training Programe for Thai Teachers ระหว่างวันที่ 13 -22 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี นอกจากความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีความประทับใจและได้รับประโยชนฺ ในด้านอื่นๆอีก เช่น - ด้านสังคม ความเป็ นระเบียบเรี ยบร้อยของบ้านเมือง ความเป็ นชาตินิยม ความศิวิไลซ์ของบ้านเมือง สภาพแวดล้อมและอาคารบ้านเรื อนของ ประเทศเกาหลี มีความสะอาดเป็ นระเบียบเรี ยบร้อย อาคารต่างๆ มีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ แปลกตา ตกแต่งบริ เวณต่างๆด้วยผลงาน ศิลปกรรมลํ้าสมัย สร้างเสน่ห์ให้กบบ้านเมืองนี้ ั เป็ นอย่างมาก ภาพบรรยากาศ สภาพแวดล้อมและอาคารบ้ านเรือนของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
  • 27.
    - ประสบการณ์ในการสัมผัสอากาศหนาวจัด และความประทับใจที่ได้เห็นหิมะครั้งแรกในชีวิต การพักอาศัยที่ประเทศเกาหลี เป็ นเวลา 10 วันนี้ ทําให้ได้พบกับประสบการณ์ใหม่อีกหนึ่งสิ่ง คือการได้ สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นในกรุ งโซล ที่มีอุณหภูมิ ประมาณ – 15 ถึง 0 องศาเซลเซียส โชคดีอีกอย่างหนึ่ง คือการได้เห็นและ สัมผัสกับหิมะ ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งทําให้บรรยากาศ ของกรุ งโซลเปลี่ยนแปลงไป เป็ นาพแห่งความ ประทับใจที่ยากลือมเลือน - ฝึ กฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ในการเข้าร่ วมการอบรมครั้งนี้ ได้มการใช้ ี ภาษาอังกฤษ ในการติดต่อ สื่อสาร ฟังบรรยายและ นําเสนองาน จึงเป็ นโอกาสอันดีที่ได้ฝึกทักษะการ ใช้ภาษาอังกฤษ ให้มีความชํานาญและใช้ได้ อย่างถูกต้องมากขึ้น
  • 28.
    - ความประทับใจในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นอกจากการศึกษาดูงาน ตามสถานที่ที่สาคัญต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกหลายสถานที่ที่เรา ํ ได้ไปท่องเที่ยว และมีความประทับใจเป็ นอย่างมาก เช่น + High1 Resort High1 Resort หรื อที่คนไทยเรี ยกกันว่า Ski Resort อยูในตัวจังหวัด Gangwon อยูห่าง ่ ่ ออกไปจากกรุ งโซล ทางทิศตะวันออกใช้เวลา เดินทางประมาณ 2-3 ชัวโมง(ขึ้นอยูกบสถานที่) ่ ่ ั เป็ นสถานที่สาหรับการเล่นกีฬา สกี ชั้นนําของโลก ํ ซึ่งมีที่พก มีวิวที่สวยงามและมีสนามให้ ั นักท่องเที่ยวเล่นสกีในหลากหลายรู ปแบบ การเดินทางท่องเที่ยวใช้ Cable car เดินทางจาก ส่วนล่าง ไปยังส่วนสูงสุดหรื อส่วนยอดของภูเขา ทําให้ได้เห็นทัศนียภาพรอบๆอย่างชัดเจน เป็ นภาพ บรรยากาศแห่งความสุขและความทรงจําที่ดีอย่างยิง ่
  • 29.
    + Namsan Tower, สวนสาธารณะนัมซานและหอคอยกรุ งโซล นังกระเช้า่ ไฟฟ้ าสู่สวนสาธารณะนัมซานซึ่งตั้งอยูบนเขานัมซานใจกลาง ่ เมืองหลวงชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุ งโซลบนหอคอย กรุ งโซล 1 ใน 10 หอคอยเมือง ที่สูงที่สุดในโลก สูงถึง 480 เมตร เหนือระดับนํ้าทะเล นัมซาน โซลทาวเวอร์ได้กลายเป็ นสถานที่ยอดนิยม สําหรับคนเกาหลีและนักท่องเที่ยว ที่โด่งดังคือ "Locks of Love" กุญแจแห่งความรักที่เป็ นที่ระลึกและแปลกตา นอกจากนี้ยงมีกระเบื้องแห่งความรักด้วย ั การใช้แม่กุญแจเพื่อแสดงความรักเริ่ มในปี 1980 ที่เมือง Pécs ของ ฮังการี ได้กล่าวไว้ว่ากุญแจกับความรัก มีความหมายที่เหมือนกัน ดังนั้นคู่รักจึงสามารถทิ้งข้อความ ลงบนกุญแจเพื่อแสดงออกถึงความรักของพวกเขา ตามรั้ว ชั้นล่างของโซลทาวเวอร์ในนัมซานคุณจะพบกุญแจเป็ น พันๆ ที่เป็ นสัญลักษณ์ของความรักของคู่รักเหล่านั้น ข้อความบนกุญแจมักจะมีลายเซ็นต์ของคูรักและข้อความว่า ่ เราจะไม่แยกจากกัน ด้วยเหตุน้ ีสถานที่น้ ีจึงกลายเป็ นจุด ดึงดูดนักท่องเที่ยววัยรุ่ น
  • 30.
    + Blue House บ้ านประธานาธิบดี หรื อ เรี ยกอีกชื่อว่า Blue House Blue House เป็ นทําเนียบหรื อที่พกของประธานาธิบดี ั ประธานาธิบดีคนปัจจุบนชื่อ นาย โน มู เฮียน ที่บานพักนี้ ั ้ ได้ชื่อว่า Blue Hose เพราะว่าหลังของบ้านเป็ นสีฟ้า ถัดมาอีกนิดจะเป็ นจุดให้ถ่ายรู ปที่ระลึก จะมีอนุสารีย์รูปนกหงส์ เหยียบโลก ความหมายคือ มีเสรีภาพเหนือโลก ที่อนุสาวรี ยน้ ีจะมีน้ าพุอยูดวย เชื่อว่า ์ ํ ่ ้ ที่ต้งอนุสาวรี ยน้ ีเป็ นจุดที่ฮวงจุยดีที่สุดในกรุ งโซล ั ์ ้ + คลองชอนเกซอน ตั้งอยูใจกลางเมืองกรุ งโซล มีมาตั้งเเต่สมัยกษัตริ ยยองโจ ่ ์ ราชวงค์โชซอนที่ใช้กาลังคนในการขุดคลองนี้นบเเสนคน ํ ั กาลเวลาล่วงเลยมาหลายสมัย นํ้าในคลองเเห่งนี้ไดเน่าเสีย สภาพเเวดล้อมเป็ นพิษ จนเมือปี ค.ศ. 2003 รัฐบาลเกาหลีจึงมี โครงการฟื้ นฟูบริ เวณคลองชองเกซอนให้มีความทันสมัยน่าอยู่ พร้อมทําให้เป็ นเเหล่งท่องเที่ยวเเห่งใหม่เสียเลย เปิ ดให้ประชาชน เข้าเยียมชมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2005 ที่ผานมานี่เอง นํ้าในคลอง ่ ่ จากเน่าเหม็น กลายมาเป็ นสีฟ้าสดใส มีน้ าตก นํ้าพุ ต้องเเสงไฟ ํ ส่องสว่างในยามกลางคืน สวยงาม สองฝั่งคลองก็มีหางร้าน ้ ห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นมาเเทนเขตสลัมเดิมไม่เหลือเค้าความ เสื่อมโทรมให้เห็นเลยเเม้ต่นอย ้
  • 31.
    7. แนวทางการนาความรู้และประสบการณ์ที่ได้ รับจากการฝึกอบรมมาปรับใช้ จากการที่ขาพเจ้าได้รับการคัดเลือกเป็ นตัวแทนของข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่ วม ้ ฝึ กอบรมหลักสูตร ICT Innovation Training Programe for Thai Teachers ระหว่างวันที่ 13 -22 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ในครั้งนี้ นับเป็ นโอกาสอั นดีที่ขาพเจ้าได้ศึกษาเรี ยนรู้ เรื่ องราวต่างๆ ้ เกี่ยวกับประเทศเกาหลี โดยเฉพาะในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการเรี ยนการสอน ซึ่งหลังจากที่ ข้าพเจ้าได้เข้าร่ วมการอบรมแล้วนั้น ได้วางแนวทางในการนําความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึ กอบรม มาปรับใช้ ดังนี้ 7.1 นํา ความรู้และประสบการณ์ มาปรับการเรี ยนเปลี่ยนการสอน ในการจัดการเรี ยนการสอนใน ห้องเรี ยนที่ขาพเจ้าปฏิบติการสอนตามความพร้อมและบริ บทของโรงเรี ยน ้ ั - นํารู ปแบบการจัดการเรี ยนการสอน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ของโรงเรี ยนในประเทศเกาหลี มาปรับใช้ในการจัดการเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน ั - นําความรู้จากการอบรมเกี่ยวกับ Teaching and Learning Method in ICT และ ICT Applied Teaching and Learning Methodology มาปรับใช้ในการออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ที่มีการบูรณาการการใช้ ICT ในการ เรี ยนการสอน 7.2 นําความรู้และประสบการณ์มาจัด โครงการฝึ กอบรมพัฒนาครู โรงเรี ยนนนทรี วิทยา โดยเสนอ โครงการไปยังฝ่ ายบริ หาร เพื่อขอดําเนินการจัดอบรมด้านการบูรณาการ ICT ในการจัดการเรี ยนการสอน เพื่อ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนและพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีให้กบนักเรี ยน ซึ่งขณะนี้อยูได้รับ ั ่ การอนุมติให้ดาเนินการ เป็ นส่วนหนึ่งของโครงการ Thinking School ในการฝึ กอบรมและพัฒนาครู แกนนํา ั ํ ของโรงเรี ยนนนทรี วิทยา และโรงเรี ยนใกล้เคียง 7.3 นําความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ โดยเฉพาะในด้านนโยบายและการบริ หารจัดการ ด้านการ พัฒนาการจัดการเรี ยนการสอนโดยใช้ ICT เสนอโครงการเพื่อดําเนินงานร่ วมกับสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรี ยน การสอน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ขาพเจ้า ใคร่ ขอเสนอแนวทางในการจัดอบรมขยายผลจากการอบรม ตามที่ขาพเจ้าได้เข้าร่ วม ้ ้ โครงการส่งเสริ มการใช้ Social media ในการจัดการเรี ยนรู้ ซึ่งเป็ นโครงการของกลุ่มเผยแพร่ และพัฒนา บุคลากรด้านเทคโนโลยี สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรี ยนการสอน ที่มีวตถุประสงค์ในการนํา Web 2.0 ต่างๆ ั มาช่วยส่งเสริ มการเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน ซึ่งสอดคล้องกับความรู้ใหม่ๆที่ได้รับการอบรมที่ประเทศเกาหลี ั จึงมีแนวคิดในการจัดทําคู่มือการใช้งาน และแนะนําให้ครู ที่เข้าร่ วมอบรมนําเครื่ องมือออนไลน์ที่น่าสนใจและ เป็ นประโยชน์ใปใช้ในการจัดการเรี ยนรู้ ตัวอย่างของเว็บไซต์ เช่น เช่น igoogle , googledocs , springnote , Timetoast , picturestory , mindmister , facebook ,Twitter ฯลฯ โดยข้าพเจ้าจะได้ติดต่อประสานงาน ดําเนินงาน ร่ วมกัมทาง สทร. ต่อไป
  • 32.
    สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณ ผอ.เอนกรัตน์ปิยะภาภรณ์ ผูอานวยการสํานักเทคโนโลยี ้ํ เพื่อการเรี ยนการสอน ท่านรอง ผอ.อัจฉรา จันทพลาบูรณ์ รองผูอานวยการสํานักเทคโนโลยี เพื่อการเรี ยนการ ้ํ สอน หัวหน้ากลุ่มเผยแพร่ และพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี และบุคลากรของ สทร. ทุกท่าน ที่ได้ให้โอกาส ข้าพเจ้าในการไปศึกษาเรี ยนรู้ ฝึ กอบรม ณ ประเทศเกาหลี ในครั้งนี้เพื่อนําความรู้กลับมาพัฒนาการจัดการศึกษา ของประเทศไทย ขอขอบคุณ ท่าน ผอ.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ ผูอานวยการโรงเรี ยนนนทรีวิทยา ท่าน รอง ผอ. สาคร ้ํ กฤษดารัตน์ รองผูอานวยการกลุ่มบริ หารวิชาการ คณะครู และนักเรี ยน โรงเรี ยนนนทรี วิทยา ที่ได้ให้โอกาส ้ํ ข้าพเจ้า ให้ไปราชการเพื่อฝึ กอบรม ณ ประเทศเกาหลี กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ตําแหน่ง ครู ค.ศ. 1 โรงเรี ยนนนทรี วิทยา ผูรายงาน ้