ระบบต่อ ม
ไร้ท ่อ
(Endocrine
System)

1
วัต ถุป ระส
1.เพื่อพัฒนาโปรแกรม Power point
งค์ ้วิชาเทคโนโลยี
2. เพื่อบรรณาการความรู
สารสนเทศกับวิชาชีววิทยา
3. เพื่อเป็นกรเสริมความรู้พื้นฐานในการ
เรียนวิชาชีววิทยา
4. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการการทำา
โครงงานเป็นกลุ่ม
5. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นเพื่อนวัย
เรียนที่ต้องการเสริมความรู้ให้ตนเอง

2
ต่อ มไร้ท อ (endocrine
่
gland)


หมายถึง ต่อมที่ทำาหน้าที่สร้างสารเคมีที่
เรียกว่าฮอร์โมนแล้วถูกลำาเลียงไปออกฤทธิ์
อย่างจำาเพาะที่อวัยวะเป้าหมาย (target
organ) โดยอาศัยระบบหมุนเวียนโลหิต



อวัยวะในร่างกายที่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมน
เช่น ต่อม thyroid, parathyroid, adrenal,
pituitary เป็นต้น
3
ชนิด ของต่อ มไร้ท อ
่




ต่อ มไร้ท อ ชนิด ทีแ ยกอยูเ ดี่ย ว ผลิต ฮอร์โ มนเป็น
่
่
่
หน้า ทีห ลัก ได้แ ก่
่
 ต่อ มใต้ส มอง (Hypophysis, Pituitary
gland),
 ต่อ มไธรอยด์ (Thyroid gland),
 ต่อ มพาราไธรอยด์ (Parathyroid gland),
 ต่อ มหมวกไต (Adrenal gland),
 ต่อ มไพเนีย ล (Pineal gland, Epiphysis)
ต่อ มไร้ท อ ชนิด ทีอ ยูร ่ว มกับ ต่อ มมีท อ
่
่ ่
่
 ตับ อ่อ นส่ว น Islets of Langerhans,
 รัง ไข่ (Ovary) และอัณ ฑะ (Testes),
 กลุ่ม เซลล์ใ นรก (Placenta),


4
โมเลกุล สัญ ญาณ








Hormones เป็น สารเคมีท ห ลั่ง จากต่อ มไร้ท อ
ี่
่
เมือ หลั่ง ออกมาแล้ว ถูก นำา ไปยัง เป้า หมายทีห ่า ง
่
่
ไกล โดยไหลไปตามกระแสไหลเวีย นเลือ ด
Neurotransmitters เป็น สารสื่อ ประสาทที่
หลั่ง จากปลายของเซลล์ป ระสาท
Local signalling molecules เป็น สารทีห ลั่ง
่
จากเซลล์ข องเนือ เยื่อ ชนิด ต่า งๆทำา ให้ส ภาพ
้
ทางเคมีข องบริเ วณใกล้เ คีย งเปลี่ย นไป
Pheromones หลั่ง จากต่อ มมีท อ (exocrine
่
glands) บางชนิด และมีเ ป้า หมายอยู่น อก
ร่า งกาย และสารนีม ผ ลทางด้า นพฤติก รรม
้ ี
5
ฮอร์โ มน (hormone)
• หมายถึง สารเคมีท ี่ส ร้า งจาก
เซลล์จ ำา เพาะของต่อ มไร้ท อ
่
อาจมีค ณ สมบัต ิเ ป็น กรดอะมิโ น
ุ
เพปไทด์ ไกลโคโปรตีน หรือ ส
เตีย รอยด์
• เมื่อ สร้า งขึ้น แล้ว จะถูก ปล่อ ยเข้า
สู่ก ระแสเลือ ดแล้ว กระจายไปทั่ว
ร่า งกายโดยจะมีผ ลต่อ อวัย วะ
เป้า หมายอย่า งจำา เพาะเจาะจง
6
การสัง เคราะห์โ ปรตีน ฮอร์โ มน
• โปรตีน ฮอร์โ มนและไกลโคโปรตีน ฮอร์โ มนมีก าร
สัง เคราะห์ท ี่บ ริเ วณของเอนโดพลาสมิก เรติค ูล ัม
ชนิด หยาบ (RER)
• ไกลโคโปรตีน ฮอร์โ มนจะมีก ารเติม ส่ว นของคาร์
โบไฮเดรทภายหลัง จากการสัง เคราะห์ส ่ว นของ
โปรตีน เสร็จ แล้ว
• ฮอร์โ มนทีส ร้า งจะถูก ส่ง ไปเก็บ สะสมในรูป ของถุง
่
ซึ่ง หลุด จากส่ว นปลายของกอลไจแอปพาราตัส
(golgi apparatus) เรีย กว่า secretory
granules
• ฮอร์โ มนเมือ แรกสร้า งจะอยูใ นรูป prohormone
่
่
หรือ prehormone ซึ่ง ยัง ไม่ส ามารถออกฤทธิ์
7
ทำา งานได้
การทำา ลายฤทธิแ ละการ
์
กำา จัด ฮอร์โ มน

• เกิด ขึ้น ที่เ ซลล์เ ป้า หมายทัน ทีห รือ อาจถูก
ส่ง ไปทำา ลายที่ต ับ หรือ ไต
• เช่น สเตีย รอยด์ฮ อร์โ มนหลัง จากหมด
หน้า ที่แ ล้ว จะจับ กับ พวก
กลูโ คโร
ไนด์ (glucoronide) หรือ ซัล เฟต
(sulphate) แล้ว กำา จัด ออกมากับ ปัส สาวะ
• สำา หรับ เมทาบอไลท์ข องฮอร์โ มนที่ไ ม่
สามารถละลายนำ้า ได้จ ะถูก กำา จัด ออกทาง
นำ้า ดีแ ละอุจ จาระ
8
• อาจพบฮอร์โ มนที่ย ัง ไม่ถ ูก ทำา ลายฤทธิ์ถ ูก






ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งไฮโปธา
ลามัส กับ ต่อ มใต้ส มอง

ฐานของไฮโปธาลามัส มีก ้า นยื่น (stalk)
โดยที่ป ลายของก้า นยืน คือ ต่อ มใต้ส มอง
่
ไฮโปธาลามัส หลั่ง releasing hormone
เข้า สูต ่อ มใต้ส มองส่ว นหน้า ทางเส้น เลือ ด
่
ดำา hypothalamo-pituitary portal
system ที่อ ยู่ใ น pituitary stalk
ไฮโปธาลามัส และต่อ มใต้ส มองส่ว นหลัง มี
การเชือ มต่อ กัน โดยระบบประสาท
่
สรุป ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งไฮโปธาลามั
สกับ ต่อ มใต้ส มอง
► ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งไฮโปธาลามัส และต่อ ม

ใต้ส มองส่ว นหน้า
- ไฮโปธาลามัส หลั่ง releasing hormone
มาควบคุม การทำา งานของต่อ มใต้ส มองส่ว น
หน้า
► ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งไฮโปธาลามัส และต่อ ม
ใต้ส มองส่ว นหลัง
- ต่อ มใต้ส มองส่ว นหลัง ทำา หน้า ที่เ ก็บ
ฮอร์โ มน 2 ชนิด ที่ถ ูก สร้า งจากไฮโปธาลามั
สคือ ADH และ oxytocin
ฮอร์โ มนที่ส ง เคราะห์แ ละหลั่ง จากต่อ ม
ั
ใต้ส มองส่ว นหน้า (anterior
pituitary)

มี 6 ชนิด ได้แ ก่
• Follicle stimulating hormone
(FSH)
• Lutenizing hormone (LH)
• Thyroid
stimulating
hormone (TSH)
• Adrenocorticotropic
hormone (ACTH)
• Growth hormone (GH) หรือ
Follicle stimulating hormone
(FSH)
► เป็น ฮอร์โ มนประเภทไกลโคโปรตีน
► ออกฤทธิท ี่ร ัง ไข่
์

(ovaries) ของเพศเมีย
หรือ อัณ ฑะ (testes) ของเพศผู้
► ในเพศเมีย FSH จะทำา หน้า ที่ก ระตุ้น การ
เจริญ เติบ โตของถุง ไข่ (ovarian follicle)
► ในสัต ว์เ พศผู้FSH จะมีผ ลกระตุน
้
FSH
ให้seminiferous tubule สร้า งเซลล์อ สุจ ิ
seminiferous
Hypothalamus

Pituitary gland

Ovary
Estrogen
Progesterone
Lutenizing hormone (LH)
► เป็น ฮอร์โ มนประเภทไกลโคโปรตีน

LH จะมีผ ลทำำ ให้graafian follicles เกิด
graafian
กำรตกไข่
► LH มีผ ลต่อ กำรพัฒ นำของ คอร์ป ส ลูเ ทีย ม
ั
(corpus luteum)
► สำำ หรับ สัต ว์เ พศผู้ LH จะทำำ หน้ำ ที่ใ นกำรก
ระตุ้น leydig cell ในกำรสัง เครำะห์
ฮอร์โ มน testosterone
►
Thyroid stimulating
hormone (TSH)
►เป็น ฮอร์โ มนประเภทไกลโคโปรตีน
►กระตุ้น กำรหลั่ง ฮอร์โ มนจำกต่อ ม

ไทรอยด์ และกระตุ้น กำรเจริญ เติบ โต
ของต่อ มไทรอยด์
Adrenocorticotropic
hormone (ACTH)
►เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน
►กระต้น ต่อ มหมวกไตชั้น นอก

(adrenal cortex) ให้ผ ลิต และหลั่ง
ฮอร์โ มน aldosterone และ
cortisol
Growth hormone (GH) หรือ
Somatotrophin (STH)
► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน
► เกี่ย วกับ กำรสร้ำ งควำมเจริญ เติบ โตของ

ร่ำ งกำย โดยเฉพำะกำรเจริญ เติบ โตของ
กระดูก หรือ กล้ำ มเนือ
้
► GH จะถูก ควบคุม โดยฮอร์โ มนที่ส ร้ำ งจำก
สมองส่ว นไฮโพทำลำมัส คือ Growth
hormone inhibiting hormone (GHIH)
และ Somatostatin จำก delta cell ของ
ตับ อ่อ น
Prolactin
► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน
► มีห น้ำ ที่เ กี่ย วข้อ งกับ กำรสร้ำ งนำ้ำ นมและกำร

เจริญ เติบ โตของเซลล์เ ต้ำ นมโดยทำำ งำน
ร่ว มกับ GH อีก ทั้ง ยัง มีผ ลต่อ พฤติก รรมของ
ควำมเป็น แม่
► มีผ ลทำำ ห้ค อร์ป ส ลูเ ตีย มบนรัง ไข่ค งสภำพอยู่
ั
ไม่ฝ อ ตัว
่
► ในสัต ว์เ พศเมีย ที่ไ ม่ต ั้ง ท้อ ง หรือ ผสมไม่ต ิด
ไฮโปธำลำมัส จะหลั่ง โดปำมีน (dopamine)
มำที่ต ่อ มใต้ส มองส่ว นหน้ำ เพื่อ ยับ ยั้ง กำร
ฮอร์โ มนทีห ลั่ง จำกต่อ มใต้
่
สมองส่ว นหลัง
(posterior pituitary)
Oxytocin
Antidiuretic hormone
(ADH) หรือ vasopressin
Oxytocin
►เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน
►หน้ำ ทีค ือ
่

จะมีผ ลโดยตรงที่ก ล้ำ ม

เนื้อ เรีย บ
- กระตุน กำรหลั่ง นำ้ำ นม
้
- กระตุน กำรคลอด
้
Antidiuretic hormone (ADH)
หรือ vasopressin
► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน
► หน้ำ ที่ค อ รัก ษำระดับ นำ้ำ ภำยในร่ำ งกำยเอำ
ื

ไว้
► กระตุ้น กำรบีบ ตัว ของเส้น เลือ ดแดงทำำ ให้
ควำมดัน โลหิต สูง ขึ้น
► กำรควบคุม กำรหลั่ง ฮอร์โ มน ADH จะเกิด
ขึ้น เมื่อ ร่ำ งกำยเกิด สภำวะขำดนำ้ำ
(dehydration)
ฮอร์โ มนที่ห ลั่ง จำกต่อ มไธรอยด์
(thyroid gland)
► ไธรอกซิน

(thyroxin) หรือ
tetraiodothyronine (T4 ) และ
triiodothyronine (T3)
► Calcitonin (thyrocalcitonin)
ไธรอกซิน (thyroxin)
► เป็น ฮอร์โ มนที่ส ร้ำ งมำจำกกรดอะมิโ นไทโร

ซีน กับ ไอโอดีน
► ควบคุม กระบวนกำรเมตำบอลิซ ม ของ
ึ
โภชนะ โดยเร่ง ปฏิก ิร ิย ำ oxidation ขั้น
ต่ำ งๆของ Kreb’s cycle ภำยใน
mitochondria
► ทำำ งำนร่ว มกับ GH ในกำรควบคุม กำรเจริญ
เติบ โตของร่ำ งกำยให้เ ป็น ไปตำมปกติ
► ควบคุม กระบวนกำร metamorphosis ใน
สัต ว์ค รึ่ง บกครึ่ง นำ้ำ
บวนกำร metamorphosis ในสัต ว์ค รึ่ง บกคร
Calcitonin (thyrocalcitonin)
► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน
► สัง เครำะห์จ ำกต่อ มไธรอยด์

โดยกลุ่ม เซลล์
parafollicular cell (C-cell)
► มีห น้ำ ที่ล ดระดับ แคลเซีย มในกระแสเลือ ด
(รวมทั้ง ฟอสเฟตด้ว ย ) โดยนำำ ไปเก็บ ที่
กระดูก
► กำรสัง เครำะห์ฮ อร์โ มน calcitonin จะถูก
ควบคุม โดยระดับ ของแคลเซีย มและ
ฟอสเฟต (PO4-) ในกระแสเลือ ด และ
ฮอร์โ มนจำกต่อ มพำรำไธรอยด์
ฮอร์โ มนที่ห ลัง จำกต่อ มพำรำไธรอย
่
ด์(parathyroid gland)

► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน

มีห น้ำ ที่เ พิ่ม ระดับ Ca2+
และ ฟอสเฟตในกระแสเลือ ด
► กำรควบคุม กำรหลัง ฮอร์โ มนเป็น แบบ
่
negative feedback โดยเมื่อ ระดับ Ca2+
ในเลือ ดสูง ขึ้น จะมีผ ลทำำ ให้ต ่อ มพำรำไธ
รอยด์ห ลั่ง PTH ลดน้อ ยลง
ฮอร์โ มนที่ผ ลิต จำกตับ อ่อ น
(pancrease)
► เป็น ฮอร์โ มนประเภทโปรตีน ฮอร์โ มน

ผลิต ที่
เนือ เยื่อ ส่ว น islets of langerhans ของตับ
้
อ่อ น
- alpha cells ผลิต ฮอร์โ มนกลูค ำกอน
(glucagon)
- beta cells ซึ่ง เป็น เซลล์ท ี่พ บมำกที่ส ด ทำำ
ุ
หน้ำ ที่ผ ลิต ฮอร์โ มนอิน ซูล น (Insulin)
ิ
- delta cells ผลิต ฮอร์โ มนโซมำโตสแตติน
(somatostatin)
Insulin
► สร ้้างจากกลุjมเบตาเซลล ้์ (β า งจากกลุ

cell) ซึ่ง
อยู้่บริเ วณส ้่ว นกลางของของ Islet of
้ บ ริ
่
Langerhans
► ทํา หน้า ที่ล ดระดับ กลูโ คสในกระแสเลือ ดที่
สูง เกิน กว่า ปกติ
► โดยนํา ไปเก็บ สะสมไว้ใ นรูป ไกลโคเจนที่ต บ
ั
และกล้า มเนือ
้
► ซึ่ง ถ้า หากกลูโ คสมีม ากเกิน ที่จ ะเก็บ ในรูป
ไกลโคเจนก็จ ะนํา ไปสัง เคราะห์เ ป็น ไขมัน
และเก็บ ที่เ นือ เยื่อ ไขมัน (adipose tissue)
้
Glucagon
► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน

สร้า งจากแอลฟา

เซลล์(α -cell)
► α -cell เป็น เซลล์ท ี่ม ีข นาดใหญ่แ ละมีจ ํา นวน
น้อ ยกว่า เบตาเซล
► ทํา หน้า ที่เ พิ่ม ระดับ ของนํ้า ตาลในเลือ ด
► กระตุ้น การสลายตัว ของไกลโคเจนที่ต ับ
และกล้า มเนือ
้
► หรือ กระตุน ให้เ กิด ขบวนการสร้า งกลูโ คส
้
จากสารอืน (gluconeogenesis) ที่เ ซลล์ต ับ
่
ต่อ มหมวกไตชั้น นอก (adrenal
cortex)
►

มีต ้น กํา เนิด มาจากเนือ เยื่อ ชัน mesoderm
้
้
ถูก ควบคุม โดย ACTH แบ่ง เป็น 3 ชัน คือ
้

1.

zona glomerulosa สัง เคราะห์

ฮอร์โ มนกลุ่ม mineralocorticoid คือ




อัล โดสเตอโรน (aldosterone) เป็น สเต
อรอยด์ฮ อร์โ มนทํา หน้า ทีค วบคุม การดูด กลับ
่
ของ Na+ ทีห ลอดไต
่
การหลั่ง ฮอร์โ มน aldosterone เกิด จาก
สภาวะทีเ ลือ ดมีค วามดัน ตํ่า เนือ งจากการขาด
่
่
นํ้า หรือ การมี Na+ ลดลงในเลือ ด
zona fasciculata สัง เคราะห์ฮ อร์โ มน

2.

กลุม กลูโ คอร์ต ค อยด์ คือ
่
ิ





คอร์ต ิซ อล (cortisol) มีห น้า ทีล ดการใช้
่
กลูโ คสภายในเซลล์
กระตุ้น การสลายไขมัน และเพิม การสลายตัว
่
ของโปรตีน ในเซลล์ เพือ ทํา ให้ร ่า งกายเตรีย ม
่
พร้อ มต่อ การปรับ ตัว เมือ เกิด สภาวะเครีย ด
่
นอกจากนีย ง มีผ ลทางการรัก ษาสมดุล เกลือ แร่
้ ั
ด้ว ย

zona reticularis สร้า งพวกฮอร์โ มนเพศ

2.


ส่ว นใหญ่เ ป็น ฮอร์โ มนเพศชาย
(Testosterone) ฮอร์โ มนเพศหญิง มีน ้อ ยมาก
ต่อ มหมวกไตชั้น ใน (adrenal
medulla)
► การทํา งานของต่อ มหมวกไตชัน ในมีค วาม
้

สัม พัน ธ์ก ับ ระบบประสาทอัต โนมัต ิ
(sympathetic)
► การหลั่ง ฮอร์โ มนจากต่อ มหมวกไตส่ว นนีจ ะ
้
อยู่ภ ายใต้ก ารควบคุม ของไฮโพทาลามัส
► ต่อ มหมวกไตชัน ในสร้า งฮอร์โ มนกลุม ที่
้
่
เรีย กว่า cathecholamine คือ
Epinephrine (adrenaline) ~ 80 % และ
Norepinephrine (noradrenaline)
อะดรีน าลิน (Adrenalin hormone)
► หรือ

อิพ ิเ นฟริน (Epinephrine hormone)
► มีห น้า ที่ก ระตุ้น ให้ไ กลโคเจนในตับ สลายตัว
เป็น กลูโ คส ทํา ให้ร ะดับ กลูโ คสในเลือ ดเพิ่ม
สูง ขึ้น
► กระตุ้น หัว ใจให้เ ต้น เร็ว ขึ้น ความดัน เลือ ด
สูง ขึ้น ทํา ให้เ มทาบอลิซ ึม เพิ่ม ขึ้น มาก
► ซึ่ง เป็น ฮอร์โ มนที่ห ลั่ง ออกมาเมือ ร่า งกายอยู่
่
ในสภาวะฉุก เฉิน
นอร์อ ะดรีน าลิน (Noradrenalin
hormone)
หรือ นอร์เ อพิเ นฟริน ฮอร์โ มน
(Norepinephrin hormone)
► ทํา ให้ค วามดัน เลือ ดสูง ขึ้น
► ทํา ให้ห ลอดเลือ ดที่ไ ปเลี้ย งอวัย วะต่า งๆ บีบ
ตัว
►
ฮอร์โ มนจากต่อ มไพเนีย ล
(pineal gland)
► ต่อ มไพเนีย ลอยู่บ ริเ วณกึ่ง กลางของสมอง

ส่ว น cerebrum
► ในสัต ว์เ ลี้ย งลูก ด้ว ยนมต่อ มไพเนีย ลเป็น
neuroendocrine gland โดยประสาทที่ม า
เลี้ย งมีท ั้ง parasympathetic และ
sympathetic
► ฮอร์โ มนที่ส ร้า งจากต่อ มไพเนีย ล คือ
Melatonin
Pineal gland
Melatonin
► ทํา หน้า ที่เ กี่ย วกับ การควบคุม การเจริญ

เติบ โตของอวัย วะสืบ พัน ธุ์
► ทํา งานตรงกัน ข้า มกับ ฮอร์โ มน
melanocyte stimulating hormone จาก
ต่อ มใต้ส มองส่ว นกลาง โดยทํา ให้ส ข องสัต ว์
ี
เลือ ดเย็น จางลง
► ระงับ การหลั่ง ของฮอร์โ มนกลุ่ม
gonadotropin ให้น อ ยลง
้
► หากขาดฮอร์โ มน melatonin จะทํา ให้ห นุ่ม
เร็ว กว่า ปกติ แต่ถ ้า สร้า งมากเกิน ไปจะทํา ให้
ฮอร์โ มนที่ห ลั่ง จากต่อ มเพศ
(Gonad)

► แบ่ง ออกเป็น

2 กลุ่ม คือ ฮอร์โ มนจากอวัย วะ
เพศชาย (Testes) และฮอร์โ มนจากอวัย วะ
เพศหญิง (ovary)
ฮอร์โ มนจากอวัย วะเพศชาย
(Testes)
► อัณ ฑะมีก ลุ่ม เซลล์ท ี่ท ํา หน้า ที่ใ นการสร้า ง

ฮอร์โ มนคือ interstitial cell ซึ่ง อยู่ร ะหว่า ง
หลอดสร้า งอสุจ ิ (seminiferous tubule)
► โดยเมื่อ ถูก กระตุ้น โดย LH จะสร้า งฮอร์โ มน
แอนโดรเจน (androgen) ที่ส ํา คัญ ที่ส ด คือ
ุ
เทสโทสเตอโรน (Testosterone)
► Testosterone จะหลั่ง ออกมามากในช่ว ง
การพัฒ นาของตัว อ่อ น และจะลดลงเหลือ
น้อ ยมากในช่ว งวัย เด็ก แต่จ ะเพิ่ม ขึ้น สูง มาก
ในช่ว งวัย หนุม สาว
่
อัณ ฑะ (Testes)
Estrogens
► เป็น ฮอร์โ มนประเภทสเตีย รอยด์
► ซึ่ง พบว่า

ในระหว่า งการพัฒ นาของ
follicles เซลล์ท ี่อ ยู่ใ น graafian follicles
คือ granulose cells และ theca cells
► ฮอร์โ มนที่ส ร้า งคือ estrogens ได้แ ก่ estradiol, estriol และ estrone ซึ่ง estradiol มีฤ ทธิแ รงที่ส ด ในกลุม
์
ุ
่
► ฮอร์โ มน estrogens มีผ ลต่อ การพัฒ นา
ของเพศเมีย และกระตุน การพัฒ นาของต่อ ม
้
นํ้า นม
Progesterone
►เป็น ฮอร์โ มนประเภทสเตีย รอยด์

ผลิต
โดย คอร์ป ส ลูเ ทีย ม (corpus luteum)
ั
 กระตุ้น การคัด หลั่ง ของสารที่ผ นัง มดลูก
(endometrium) เพื่อ เตรีย มพร้อ มในการ
ฝัง ตัว ของไข่
 กระตุ้น การเจริญ ของต่อ มนำ้า นม
 รัก ษาสภาพการตั้ง ท้อ ง

►corpus

PGF2α

luteum ถูก สลายโดยฮอร์โ มน
►Relaxin เป็น โปรตีน ฮอร์โ มนสร้า งมา

จากรัง ไข่ข ณะที่ต ั้ง ท้อ ง มีห น้า ที่ก ระตุน การ
้
คลายตัว ของเอ็น ที่ย ึด กระดูก เชิง กราน เพื่อ
ให้ค ลอดลูก ได้ง า ยขึ้น
่

►PGF2α เป็น อนุพ ัน ธ์ข องกรดไขมัน
สามารถสร้า งได้จ าก granular cell หลาย
แห่ง มีห น้า ที่ท ำา ให้ follicle แตกปริใ นช่ว ง
ตกไข่ และเกี่ย วข้อ งกับ การสลายตัว ของ
ฮอร์โ มนจากมดลูก (Uterus)
► มดลูก สร้า งฮอร์โ มนที่ส ำา คัญ คือ

prostaglandins
► พบครั้ง แรกใน accessory gland โดย
เฉพาะ prostate gland ต่อ มาพบทั่ว
ร่า งกาย มีอ ายุส น ถูก ทำา ลายเมือ ผ่า นตับ และ
ั้
่
ไต
► มีห น้า ที่เ กี่ย วกับ การบีบ ตัว ของกล้า มเนือ
้
เรีย บในระบบสืบ พัน ธุแ ละระบบทางเดิน
์
อาหาร การหลั่ง นำ้า อสุจ ิ การสลาย corpus
luteum (luteolysis)
ฮอร์โ มนจากรก (placental
hormone)
► รกของสัต ว์ส ามารถสร้า งฮอร์โ มนได้ห ลาย

ชนิด เช่น
 Pregnant Mare Serum Gonadotropin
(PMSG)
 Human Chorionic Gonadotropin
(HCG)
ฮอร์โ มนจากต่อ มไทมัส
(Thymus gland)
► ต่อ มไทมัส

มีล ัก ษณะเป็น พู 2 พู อยู่บ ริเ วณ
ทรวงอกรอบหลอดเลือ ดใหญ่ข องหัว ใจ
(บริเ วณขั้ว หัว ใจ )
► ต่อ มนีจ ะเจริญ ตั้ง แต่อ ยู่ใ นครรภ์ม ารดาและ
้
เมือ มีอ ายุม ากขึ้น จะมีข นาดเล็ก ลงและฝ่อ ไป
่
เรื่อ ย ๆ
► ต่อ มนีส ร้า งฮอร์โ มนไทโมซิน (Thymosin)
้
► ฮอร์โ มนไทโมซิน มีห น้า ที่ก ระตุ้น ให้เ นื้อ เยื่อ
ต่อ มไทมัส สร้า งลิม โฟไซต์ช นิด เซลลที (Tlymphocyte) หรือ เซลลที(T-cell)
(T-cell)
แกสตริน (Gastrin)
► สร้า งจากเนือ เยื่อ ชัน ในของกระเพาะอาหาร
้
้
► มีห น้า ที่ก ระตุ้น ให้

parietal cell หลั่ง กรด

ไฮโดรคลอริก
► มีห น้า ที่ก ระตุน ให้ chief cell หลั่ง เอนไซม์
้
pepsinogen
ซีค รีต ริน (Secretin)
► สร้า งมาจากเนือ เยื่อ ชัน ในของลำา ไส้เ ล็ก
้
้

บริเ วณดูโ อดีน ม
ั
► ทำา หน้า ที่ก ระตุ้น ให้ต ับ อ่อ นหลั่ง สาร ไบ
คาร์บ อเนต
► สนับ สนุน การทำา งานของเอนไซม์ CCK
โคเลซีส โตไคนิน
(Cholecystokinin;CCK)
► สร้า งมาจากลำา ไส้เ ล็ก
► มีห น้า ที่ก ระตุ้น การสร้า งและหลั่ง นำ้า ย่อ ย

จากตับ อ่อ น
► และกระตุ้น การหดตัว ของถุง นำ้า ดี
เอนเทอโรแกสโตรน
(Enterogastron)
► สร้า งมาจากลำา ไส้เ ล็ก
► ทำา หน้า ที่ล ดการเคลื่อ นไหวของกระเพาะ

อาหาร
► ทำา ให้อ าหารผ่า นลำา ไส้เ ล็ก ช้า ลง โดย
เฉพาะอาหารพวกไขมัน
► ยัง ยับ ยั้ง การขับ นำ้า ย่อ ยของกระเพาะอาหาร
1.นางสาวเนตรนภา อัตฤทธิ์
เลขที่ 18
2.นางสาวอริสรา
ดำารงชาติ
เลขที่ 33
3.นางสาวศศิประภา ปะโพเทติ
เลขที่ 40
4.นางสาวนฤมล
เพียรจิตร
เลขที่ 45

53

Biology Computer Project

  • 1.
  • 2.
    วัต ถุป ระส 1.เพื่อพัฒนาโปรแกรมPower point งค์ ้วิชาเทคโนโลยี 2. เพื่อบรรณาการความรู สารสนเทศกับวิชาชีววิทยา 3. เพื่อเป็นกรเสริมความรู้พื้นฐานในการ เรียนวิชาชีววิทยา 4. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการการทำา โครงงานเป็นกลุ่ม 5. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นเพื่อนวัย เรียนที่ต้องการเสริมความรู้ให้ตนเอง 2
  • 3.
    ต่อ มไร้ท อ(endocrine ่ gland)  หมายถึง ต่อมที่ทำาหน้าที่สร้างสารเคมีที่ เรียกว่าฮอร์โมนแล้วถูกลำาเลียงไปออกฤทธิ์ อย่างจำาเพาะที่อวัยวะเป้าหมาย (target organ) โดยอาศัยระบบหมุนเวียนโลหิต  อวัยวะในร่างกายที่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมน เช่น ต่อม thyroid, parathyroid, adrenal, pituitary เป็นต้น 3
  • 4.
    ชนิด ของต่อ มไร้ทอ ่   ต่อ มไร้ท อ ชนิด ทีแ ยกอยูเ ดี่ย ว ผลิต ฮอร์โ มนเป็น ่ ่ ่ หน้า ทีห ลัก ได้แ ก่ ่  ต่อ มใต้ส มอง (Hypophysis, Pituitary gland),  ต่อ มไธรอยด์ (Thyroid gland),  ต่อ มพาราไธรอยด์ (Parathyroid gland),  ต่อ มหมวกไต (Adrenal gland),  ต่อ มไพเนีย ล (Pineal gland, Epiphysis) ต่อ มไร้ท อ ชนิด ทีอ ยูร ่ว มกับ ต่อ มมีท อ ่ ่ ่ ่  ตับ อ่อ นส่ว น Islets of Langerhans,  รัง ไข่ (Ovary) และอัณ ฑะ (Testes),  กลุ่ม เซลล์ใ นรก (Placenta),  4
  • 5.
    โมเลกุล สัญ ญาณ     Hormonesเป็น สารเคมีท ห ลั่ง จากต่อ มไร้ท อ ี่ ่ เมือ หลั่ง ออกมาแล้ว ถูก นำา ไปยัง เป้า หมายทีห ่า ง ่ ่ ไกล โดยไหลไปตามกระแสไหลเวีย นเลือ ด Neurotransmitters เป็น สารสื่อ ประสาทที่ หลั่ง จากปลายของเซลล์ป ระสาท Local signalling molecules เป็น สารทีห ลั่ง ่ จากเซลล์ข องเนือ เยื่อ ชนิด ต่า งๆทำา ให้ส ภาพ ้ ทางเคมีข องบริเ วณใกล้เ คีย งเปลี่ย นไป Pheromones หลั่ง จากต่อ มมีท อ (exocrine ่ glands) บางชนิด และมีเ ป้า หมายอยู่น อก ร่า งกาย และสารนีม ผ ลทางด้า นพฤติก รรม ้ ี 5
  • 6.
    ฮอร์โ มน (hormone) •หมายถึง สารเคมีท ี่ส ร้า งจาก เซลล์จ ำา เพาะของต่อ มไร้ท อ ่ อาจมีค ณ สมบัต ิเ ป็น กรดอะมิโ น ุ เพปไทด์ ไกลโคโปรตีน หรือ ส เตีย รอยด์ • เมื่อ สร้า งขึ้น แล้ว จะถูก ปล่อ ยเข้า สู่ก ระแสเลือ ดแล้ว กระจายไปทั่ว ร่า งกายโดยจะมีผ ลต่อ อวัย วะ เป้า หมายอย่า งจำา เพาะเจาะจง 6
  • 7.
    การสัง เคราะห์โ ปรตีนฮอร์โ มน • โปรตีน ฮอร์โ มนและไกลโคโปรตีน ฮอร์โ มนมีก าร สัง เคราะห์ท ี่บ ริเ วณของเอนโดพลาสมิก เรติค ูล ัม ชนิด หยาบ (RER) • ไกลโคโปรตีน ฮอร์โ มนจะมีก ารเติม ส่ว นของคาร์ โบไฮเดรทภายหลัง จากการสัง เคราะห์ส ่ว นของ โปรตีน เสร็จ แล้ว • ฮอร์โ มนทีส ร้า งจะถูก ส่ง ไปเก็บ สะสมในรูป ของถุง ่ ซึ่ง หลุด จากส่ว นปลายของกอลไจแอปพาราตัส (golgi apparatus) เรีย กว่า secretory granules • ฮอร์โ มนเมือ แรกสร้า งจะอยูใ นรูป prohormone ่ ่ หรือ prehormone ซึ่ง ยัง ไม่ส ามารถออกฤทธิ์ 7 ทำา งานได้
  • 8.
    การทำา ลายฤทธิแ ละการ ์ กำาจัด ฮอร์โ มน • เกิด ขึ้น ที่เ ซลล์เ ป้า หมายทัน ทีห รือ อาจถูก ส่ง ไปทำา ลายที่ต ับ หรือ ไต • เช่น สเตีย รอยด์ฮ อร์โ มนหลัง จากหมด หน้า ที่แ ล้ว จะจับ กับ พวก กลูโ คโร ไนด์ (glucoronide) หรือ ซัล เฟต (sulphate) แล้ว กำา จัด ออกมากับ ปัส สาวะ • สำา หรับ เมทาบอไลท์ข องฮอร์โ มนที่ไ ม่ สามารถละลายนำ้า ได้จ ะถูก กำา จัด ออกทาง นำ้า ดีแ ละอุจ จาระ 8 • อาจพบฮอร์โ มนที่ย ัง ไม่ถ ูก ทำา ลายฤทธิ์ถ ูก
  • 9.
       ความสัม พัน ธ์ระหว่า งไฮโปธา ลามัส กับ ต่อ มใต้ส มอง ฐานของไฮโปธาลามัส มีก ้า นยื่น (stalk) โดยที่ป ลายของก้า นยืน คือ ต่อ มใต้ส มอง ่ ไฮโปธาลามัส หลั่ง releasing hormone เข้า สูต ่อ มใต้ส มองส่ว นหน้า ทางเส้น เลือ ด ่ ดำา hypothalamo-pituitary portal system ที่อ ยู่ใ น pituitary stalk ไฮโปธาลามัส และต่อ มใต้ส มองส่ว นหลัง มี การเชือ มต่อ กัน โดยระบบประสาท ่
  • 10.
    สรุป ความสัม พันธ์ร ะหว่า งไฮโปธาลามั สกับ ต่อ มใต้ส มอง ► ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งไฮโปธาลามัส และต่อ ม ใต้ส มองส่ว นหน้า - ไฮโปธาลามัส หลั่ง releasing hormone มาควบคุม การทำา งานของต่อ มใต้ส มองส่ว น หน้า ► ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งไฮโปธาลามัส และต่อ ม ใต้ส มองส่ว นหลัง - ต่อ มใต้ส มองส่ว นหลัง ทำา หน้า ที่เ ก็บ ฮอร์โ มน 2 ชนิด ที่ถ ูก สร้า งจากไฮโปธาลามั สคือ ADH และ oxytocin
  • 12.
    ฮอร์โ มนที่ส งเคราะห์แ ละหลั่ง จากต่อ ม ั ใต้ส มองส่ว นหน้า (anterior pituitary) มี 6 ชนิด ได้แ ก่ • Follicle stimulating hormone (FSH) • Lutenizing hormone (LH) • Thyroid stimulating hormone (TSH) • Adrenocorticotropic hormone (ACTH) • Growth hormone (GH) หรือ
  • 13.
    Follicle stimulating hormone (FSH) ►เป็น ฮอร์โ มนประเภทไกลโคโปรตีน ► ออกฤทธิท ี่ร ัง ไข่ ์ (ovaries) ของเพศเมีย หรือ อัณ ฑะ (testes) ของเพศผู้ ► ในเพศเมีย FSH จะทำา หน้า ที่ก ระตุ้น การ เจริญ เติบ โตของถุง ไข่ (ovarian follicle) ► ในสัต ว์เ พศผู้FSH จะมีผ ลกระตุน ้ FSH ให้seminiferous tubule สร้า งเซลล์อ สุจ ิ seminiferous
  • 14.
  • 15.
    Lutenizing hormone (LH) ►เป็น ฮอร์โ มนประเภทไกลโคโปรตีน LH จะมีผ ลทำำ ให้graafian follicles เกิด graafian กำรตกไข่ ► LH มีผ ลต่อ กำรพัฒ นำของ คอร์ป ส ลูเ ทีย ม ั (corpus luteum) ► สำำ หรับ สัต ว์เ พศผู้ LH จะทำำ หน้ำ ที่ใ นกำรก ระตุ้น leydig cell ในกำรสัง เครำะห์ ฮอร์โ มน testosterone ►
  • 16.
    Thyroid stimulating hormone (TSH) ►เป็นฮอร์โ มนประเภทไกลโคโปรตีน ►กระตุ้น กำรหลั่ง ฮอร์โ มนจำกต่อ ม ไทรอยด์ และกระตุ้น กำรเจริญ เติบ โต ของต่อ มไทรอยด์
  • 17.
    Adrenocorticotropic hormone (ACTH) ►เป็น โปรตีนฮอร์โ มน ►กระต้น ต่อ มหมวกไตชั้น นอก (adrenal cortex) ให้ผ ลิต และหลั่ง ฮอร์โ มน aldosterone และ cortisol
  • 18.
    Growth hormone (GH)หรือ Somatotrophin (STH) ► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน ► เกี่ย วกับ กำรสร้ำ งควำมเจริญ เติบ โตของ ร่ำ งกำย โดยเฉพำะกำรเจริญ เติบ โตของ กระดูก หรือ กล้ำ มเนือ ้ ► GH จะถูก ควบคุม โดยฮอร์โ มนที่ส ร้ำ งจำก สมองส่ว นไฮโพทำลำมัส คือ Growth hormone inhibiting hormone (GHIH) และ Somatostatin จำก delta cell ของ ตับ อ่อ น
  • 19.
    Prolactin ► เป็น โปรตีนฮอร์โ มน ► มีห น้ำ ที่เ กี่ย วข้อ งกับ กำรสร้ำ งนำ้ำ นมและกำร เจริญ เติบ โตของเซลล์เ ต้ำ นมโดยทำำ งำน ร่ว มกับ GH อีก ทั้ง ยัง มีผ ลต่อ พฤติก รรมของ ควำมเป็น แม่ ► มีผ ลทำำ ห้ค อร์ป ส ลูเ ตีย มบนรัง ไข่ค งสภำพอยู่ ั ไม่ฝ อ ตัว ่ ► ในสัต ว์เ พศเมีย ที่ไ ม่ต ั้ง ท้อ ง หรือ ผสมไม่ต ิด ไฮโปธำลำมัส จะหลั่ง โดปำมีน (dopamine) มำที่ต ่อ มใต้ส มองส่ว นหน้ำ เพื่อ ยับ ยั้ง กำร
  • 20.
    ฮอร์โ มนทีห ลั่งจำกต่อ มใต้ ่ สมองส่ว นหลัง (posterior pituitary) Oxytocin Antidiuretic hormone (ADH) หรือ vasopressin
  • 21.
    Oxytocin ►เป็น โปรตีน ฮอร์โมน ►หน้ำ ทีค ือ ่ จะมีผ ลโดยตรงที่ก ล้ำ ม เนื้อ เรีย บ - กระตุน กำรหลั่ง นำ้ำ นม ้ - กระตุน กำรคลอด ้
  • 22.
    Antidiuretic hormone (ADH) หรือvasopressin ► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน ► หน้ำ ที่ค อ รัก ษำระดับ นำ้ำ ภำยในร่ำ งกำยเอำ ื ไว้ ► กระตุ้น กำรบีบ ตัว ของเส้น เลือ ดแดงทำำ ให้ ควำมดัน โลหิต สูง ขึ้น ► กำรควบคุม กำรหลั่ง ฮอร์โ มน ADH จะเกิด ขึ้น เมื่อ ร่ำ งกำยเกิด สภำวะขำดนำ้ำ (dehydration)
  • 23.
    ฮอร์โ มนที่ห ลั่งจำกต่อ มไธรอยด์ (thyroid gland) ► ไธรอกซิน (thyroxin) หรือ tetraiodothyronine (T4 ) และ triiodothyronine (T3) ► Calcitonin (thyrocalcitonin)
  • 24.
    ไธรอกซิน (thyroxin) ► เป็นฮอร์โ มนที่ส ร้ำ งมำจำกกรดอะมิโ นไทโร ซีน กับ ไอโอดีน ► ควบคุม กระบวนกำรเมตำบอลิซ ม ของ ึ โภชนะ โดยเร่ง ปฏิก ิร ิย ำ oxidation ขั้น ต่ำ งๆของ Kreb’s cycle ภำยใน mitochondria ► ทำำ งำนร่ว มกับ GH ในกำรควบคุม กำรเจริญ เติบ โตของร่ำ งกำยให้เ ป็น ไปตำมปกติ ► ควบคุม กระบวนกำร metamorphosis ใน สัต ว์ค รึ่ง บกครึ่ง นำ้ำ
  • 25.
    บวนกำร metamorphosis ในสัตว์ค รึ่ง บกคร
  • 26.
    Calcitonin (thyrocalcitonin) ► เป็นโปรตีน ฮอร์โ มน ► สัง เครำะห์จ ำกต่อ มไธรอยด์ โดยกลุ่ม เซลล์ parafollicular cell (C-cell) ► มีห น้ำ ที่ล ดระดับ แคลเซีย มในกระแสเลือ ด (รวมทั้ง ฟอสเฟตด้ว ย ) โดยนำำ ไปเก็บ ที่ กระดูก ► กำรสัง เครำะห์ฮ อร์โ มน calcitonin จะถูก ควบคุม โดยระดับ ของแคลเซีย มและ ฟอสเฟต (PO4-) ในกระแสเลือ ด และ ฮอร์โ มนจำกต่อ มพำรำไธรอยด์
  • 27.
    ฮอร์โ มนที่ห ลังจำกต่อ มพำรำไธรอย ่ ด์(parathyroid gland) ► เป็น โปรตีน ฮอร์โ มน มีห น้ำ ที่เ พิ่ม ระดับ Ca2+ และ ฟอสเฟตในกระแสเลือ ด ► กำรควบคุม กำรหลัง ฮอร์โ มนเป็น แบบ ่ negative feedback โดยเมื่อ ระดับ Ca2+ ในเลือ ดสูง ขึ้น จะมีผ ลทำำ ให้ต ่อ มพำรำไธ รอยด์ห ลั่ง PTH ลดน้อ ยลง
  • 28.
    ฮอร์โ มนที่ผ ลิตจำกตับ อ่อ น (pancrease) ► เป็น ฮอร์โ มนประเภทโปรตีน ฮอร์โ มน ผลิต ที่ เนือ เยื่อ ส่ว น islets of langerhans ของตับ ้ อ่อ น - alpha cells ผลิต ฮอร์โ มนกลูค ำกอน (glucagon) - beta cells ซึ่ง เป็น เซลล์ท ี่พ บมำกที่ส ด ทำำ ุ หน้ำ ที่ผ ลิต ฮอร์โ มนอิน ซูล น (Insulin) ิ - delta cells ผลิต ฮอร์โ มนโซมำโตสแตติน (somatostatin)
  • 29.
    Insulin ► สร ้้างจากกลุjมเบตาเซลล้์ (β า งจากกลุ cell) ซึ่ง อยู้่บริเ วณส ้่ว นกลางของของ Islet of ้ บ ริ ่ Langerhans ► ทํา หน้า ที่ล ดระดับ กลูโ คสในกระแสเลือ ดที่ สูง เกิน กว่า ปกติ ► โดยนํา ไปเก็บ สะสมไว้ใ นรูป ไกลโคเจนที่ต บ ั และกล้า มเนือ ้ ► ซึ่ง ถ้า หากกลูโ คสมีม ากเกิน ที่จ ะเก็บ ในรูป ไกลโคเจนก็จ ะนํา ไปสัง เคราะห์เ ป็น ไขมัน และเก็บ ที่เ นือ เยื่อ ไขมัน (adipose tissue) ้
  • 30.
    Glucagon ► เป็น โปรตีนฮอร์โ มน สร้า งจากแอลฟา เซลล์(α -cell) ► α -cell เป็น เซลล์ท ี่ม ีข นาดใหญ่แ ละมีจ ํา นวน น้อ ยกว่า เบตาเซล ► ทํา หน้า ที่เ พิ่ม ระดับ ของนํ้า ตาลในเลือ ด ► กระตุ้น การสลายตัว ของไกลโคเจนที่ต ับ และกล้า มเนือ ้ ► หรือ กระตุน ให้เ กิด ขบวนการสร้า งกลูโ คส ้ จากสารอืน (gluconeogenesis) ที่เ ซลล์ต ับ ่
  • 31.
    ต่อ มหมวกไตชั้น นอก(adrenal cortex) ► มีต ้น กํา เนิด มาจากเนือ เยื่อ ชัน mesoderm ้ ้ ถูก ควบคุม โดย ACTH แบ่ง เป็น 3 ชัน คือ ้ 1. zona glomerulosa สัง เคราะห์ ฮอร์โ มนกลุ่ม mineralocorticoid คือ   อัล โดสเตอโรน (aldosterone) เป็น สเต อรอยด์ฮ อร์โ มนทํา หน้า ทีค วบคุม การดูด กลับ ่ ของ Na+ ทีห ลอดไต ่ การหลั่ง ฮอร์โ มน aldosterone เกิด จาก สภาวะทีเ ลือ ดมีค วามดัน ตํ่า เนือ งจากการขาด ่ ่ นํ้า หรือ การมี Na+ ลดลงในเลือ ด
  • 32.
    zona fasciculata สังเคราะห์ฮ อร์โ มน 2. กลุม กลูโ คอร์ต ค อยด์ คือ ่ ิ    คอร์ต ิซ อล (cortisol) มีห น้า ทีล ดการใช้ ่ กลูโ คสภายในเซลล์ กระตุ้น การสลายไขมัน และเพิม การสลายตัว ่ ของโปรตีน ในเซลล์ เพือ ทํา ให้ร ่า งกายเตรีย ม ่ พร้อ มต่อ การปรับ ตัว เมือ เกิด สภาวะเครีย ด ่ นอกจากนีย ง มีผ ลทางการรัก ษาสมดุล เกลือ แร่ ้ ั ด้ว ย zona reticularis สร้า งพวกฮอร์โ มนเพศ 2.  ส่ว นใหญ่เ ป็น ฮอร์โ มนเพศชาย (Testosterone) ฮอร์โ มนเพศหญิง มีน ้อ ยมาก
  • 33.
    ต่อ มหมวกไตชั้น ใน(adrenal medulla) ► การทํา งานของต่อ มหมวกไตชัน ในมีค วาม ้ สัม พัน ธ์ก ับ ระบบประสาทอัต โนมัต ิ (sympathetic) ► การหลั่ง ฮอร์โ มนจากต่อ มหมวกไตส่ว นนีจ ะ ้ อยู่ภ ายใต้ก ารควบคุม ของไฮโพทาลามัส ► ต่อ มหมวกไตชัน ในสร้า งฮอร์โ มนกลุม ที่ ้ ่ เรีย กว่า cathecholamine คือ Epinephrine (adrenaline) ~ 80 % และ Norepinephrine (noradrenaline)
  • 34.
    อะดรีน าลิน (Adrenalinhormone) ► หรือ อิพ ิเ นฟริน (Epinephrine hormone) ► มีห น้า ที่ก ระตุ้น ให้ไ กลโคเจนในตับ สลายตัว เป็น กลูโ คส ทํา ให้ร ะดับ กลูโ คสในเลือ ดเพิ่ม สูง ขึ้น ► กระตุ้น หัว ใจให้เ ต้น เร็ว ขึ้น ความดัน เลือ ด สูง ขึ้น ทํา ให้เ มทาบอลิซ ึม เพิ่ม ขึ้น มาก ► ซึ่ง เป็น ฮอร์โ มนที่ห ลั่ง ออกมาเมือ ร่า งกายอยู่ ่ ในสภาวะฉุก เฉิน
  • 35.
    นอร์อ ะดรีน าลิน(Noradrenalin hormone) หรือ นอร์เ อพิเ นฟริน ฮอร์โ มน (Norepinephrin hormone) ► ทํา ให้ค วามดัน เลือ ดสูง ขึ้น ► ทํา ให้ห ลอดเลือ ดที่ไ ปเลี้ย งอวัย วะต่า งๆ บีบ ตัว ►
  • 36.
    ฮอร์โ มนจากต่อ มไพเนียล (pineal gland) ► ต่อ มไพเนีย ลอยู่บ ริเ วณกึ่ง กลางของสมอง ส่ว น cerebrum ► ในสัต ว์เ ลี้ย งลูก ด้ว ยนมต่อ มไพเนีย ลเป็น neuroendocrine gland โดยประสาทที่ม า เลี้ย งมีท ั้ง parasympathetic และ sympathetic ► ฮอร์โ มนที่ส ร้า งจากต่อ มไพเนีย ล คือ Melatonin
  • 37.
  • 38.
    Melatonin ► ทํา หน้าที่เ กี่ย วกับ การควบคุม การเจริญ เติบ โตของอวัย วะสืบ พัน ธุ์ ► ทํา งานตรงกัน ข้า มกับ ฮอร์โ มน melanocyte stimulating hormone จาก ต่อ มใต้ส มองส่ว นกลาง โดยทํา ให้ส ข องสัต ว์ ี เลือ ดเย็น จางลง ► ระงับ การหลั่ง ของฮอร์โ มนกลุ่ม gonadotropin ให้น อ ยลง ้ ► หากขาดฮอร์โ มน melatonin จะทํา ให้ห นุ่ม เร็ว กว่า ปกติ แต่ถ ้า สร้า งมากเกิน ไปจะทํา ให้
  • 39.
    ฮอร์โ มนที่ห ลั่งจากต่อ มเพศ (Gonad) ► แบ่ง ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ฮอร์โ มนจากอวัย วะ เพศชาย (Testes) และฮอร์โ มนจากอวัย วะ เพศหญิง (ovary)
  • 40.
    ฮอร์โ มนจากอวัย วะเพศชาย (Testes) ►อัณ ฑะมีก ลุ่ม เซลล์ท ี่ท ํา หน้า ที่ใ นการสร้า ง ฮอร์โ มนคือ interstitial cell ซึ่ง อยู่ร ะหว่า ง หลอดสร้า งอสุจ ิ (seminiferous tubule) ► โดยเมื่อ ถูก กระตุ้น โดย LH จะสร้า งฮอร์โ มน แอนโดรเจน (androgen) ที่ส ํา คัญ ที่ส ด คือ ุ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ► Testosterone จะหลั่ง ออกมามากในช่ว ง การพัฒ นาของตัว อ่อ น และจะลดลงเหลือ น้อ ยมากในช่ว งวัย เด็ก แต่จ ะเพิ่ม ขึ้น สูง มาก ในช่ว งวัย หนุม สาว ่
  • 41.
  • 42.
    Estrogens ► เป็น ฮอร์โมนประเภทสเตีย รอยด์ ► ซึ่ง พบว่า ในระหว่า งการพัฒ นาของ follicles เซลล์ท ี่อ ยู่ใ น graafian follicles คือ granulose cells และ theca cells ► ฮอร์โ มนที่ส ร้า งคือ estrogens ได้แ ก่ estradiol, estriol และ estrone ซึ่ง estradiol มีฤ ทธิแ รงที่ส ด ในกลุม ์ ุ ่ ► ฮอร์โ มน estrogens มีผ ลต่อ การพัฒ นา ของเพศเมีย และกระตุน การพัฒ นาของต่อ ม ้ นํ้า นม
  • 43.
    Progesterone ►เป็น ฮอร์โ มนประเภทสเตียรอยด์ ผลิต โดย คอร์ป ส ลูเ ทีย ม (corpus luteum) ั  กระตุ้น การคัด หลั่ง ของสารที่ผ นัง มดลูก (endometrium) เพื่อ เตรีย มพร้อ มในการ ฝัง ตัว ของไข่  กระตุ้น การเจริญ ของต่อ มนำ้า นม  รัก ษาสภาพการตั้ง ท้อ ง ►corpus PGF2α luteum ถูก สลายโดยฮอร์โ มน
  • 44.
    ►Relaxin เป็น โปรตีนฮอร์โ มนสร้า งมา จากรัง ไข่ข ณะที่ต ั้ง ท้อ ง มีห น้า ที่ก ระตุน การ ้ คลายตัว ของเอ็น ที่ย ึด กระดูก เชิง กราน เพื่อ ให้ค ลอดลูก ได้ง า ยขึ้น ่ ►PGF2α เป็น อนุพ ัน ธ์ข องกรดไขมัน สามารถสร้า งได้จ าก granular cell หลาย แห่ง มีห น้า ที่ท ำา ให้ follicle แตกปริใ นช่ว ง ตกไข่ และเกี่ย วข้อ งกับ การสลายตัว ของ
  • 45.
    ฮอร์โ มนจากมดลูก (Uterus) ►มดลูก สร้า งฮอร์โ มนที่ส ำา คัญ คือ prostaglandins ► พบครั้ง แรกใน accessory gland โดย เฉพาะ prostate gland ต่อ มาพบทั่ว ร่า งกาย มีอ ายุส น ถูก ทำา ลายเมือ ผ่า นตับ และ ั้ ่ ไต ► มีห น้า ที่เ กี่ย วกับ การบีบ ตัว ของกล้า มเนือ ้ เรีย บในระบบสืบ พัน ธุแ ละระบบทางเดิน ์ อาหาร การหลั่ง นำ้า อสุจ ิ การสลาย corpus luteum (luteolysis)
  • 46.
    ฮอร์โ มนจากรก (placental hormone) ►รกของสัต ว์ส ามารถสร้า งฮอร์โ มนได้ห ลาย ชนิด เช่น  Pregnant Mare Serum Gonadotropin (PMSG)  Human Chorionic Gonadotropin (HCG)
  • 47.
    ฮอร์โ มนจากต่อ มไทมัส (Thymusgland) ► ต่อ มไทมัส มีล ัก ษณะเป็น พู 2 พู อยู่บ ริเ วณ ทรวงอกรอบหลอดเลือ ดใหญ่ข องหัว ใจ (บริเ วณขั้ว หัว ใจ ) ► ต่อ มนีจ ะเจริญ ตั้ง แต่อ ยู่ใ นครรภ์ม ารดาและ ้ เมือ มีอ ายุม ากขึ้น จะมีข นาดเล็ก ลงและฝ่อ ไป ่ เรื่อ ย ๆ ► ต่อ มนีส ร้า งฮอร์โ มนไทโมซิน (Thymosin) ้ ► ฮอร์โ มนไทโมซิน มีห น้า ที่ก ระตุ้น ให้เ นื้อ เยื่อ ต่อ มไทมัส สร้า งลิม โฟไซต์ช นิด เซลลที (Tlymphocyte) หรือ เซลลที(T-cell) (T-cell)
  • 48.
    แกสตริน (Gastrin) ► สร้างจากเนือ เยื่อ ชัน ในของกระเพาะอาหาร ้ ้ ► มีห น้า ที่ก ระตุ้น ให้ parietal cell หลั่ง กรด ไฮโดรคลอริก ► มีห น้า ที่ก ระตุน ให้ chief cell หลั่ง เอนไซม์ ้ pepsinogen
  • 49.
    ซีค รีต ริน(Secretin) ► สร้า งมาจากเนือ เยื่อ ชัน ในของลำา ไส้เ ล็ก ้ ้ บริเ วณดูโ อดีน ม ั ► ทำา หน้า ที่ก ระตุ้น ให้ต ับ อ่อ นหลั่ง สาร ไบ คาร์บ อเนต ► สนับ สนุน การทำา งานของเอนไซม์ CCK
  • 50.
    โคเลซีส โตไคนิน (Cholecystokinin;CCK) ► สร้างมาจากลำา ไส้เ ล็ก ► มีห น้า ที่ก ระตุ้น การสร้า งและหลั่ง นำ้า ย่อ ย จากตับ อ่อ น ► และกระตุ้น การหดตัว ของถุง นำ้า ดี
  • 51.
    เอนเทอโรแกสโตรน (Enterogastron) ► สร้า งมาจากลำาไส้เ ล็ก ► ทำา หน้า ที่ล ดการเคลื่อ นไหวของกระเพาะ อาหาร ► ทำา ให้อ าหารผ่า นลำา ไส้เ ล็ก ช้า ลง โดย เฉพาะอาหารพวกไขมัน ► ยัง ยับ ยั้ง การขับ นำ้า ย่อ ยของกระเพาะอาหาร
  • 53.
    1.นางสาวเนตรนภา อัตฤทธิ์ เลขที่ 18 2.นางสาวอริสรา ดำารงชาติ เลขที่33 3.นางสาวศศิประภา ปะโพเทติ เลขที่ 40 4.นางสาวนฤมล เพียรจิตร เลขที่ 45 53

Editor's Notes

  • #32 เลือดมีความดันต่ำ = water potential คือเลือดมีความเข้มข้นสูง