บทที่ 2 การพยากรณ์ Forecasting
การพยากรณ์ คือ อะไร 
เป็นกระบวนการคาดการณ์เหตุการณ์ใน อนาคต 
เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางธุรกิจในเรื่อง 
การผลิต Production 
สินค้าคงคลัง Inventory 
ทรัพยากรมนุษย์ Personnel 
??
การพยากรณ์ระยะสั้น Short-Term Forecasting 
โดยทั่วไปไม่เกิน 3 เดือน 
เช่น การวางแผนการจัดซื้อ, การจัดตารางการทางาน 
การพยากรณ์ระยะกลาง Medium-Term Forecasting 
3 เดือน ถึง 3 ปี 
เช่น การวางแผนการขาย การผลิต, การจัดทางบประมาณ 
การพยากรณ์ระยะยาว Long-Term Forecasting 
3 ปีขึ้นไป 
เช่น การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การวิจัยพัฒนา การขยายทาเลที่ตั้ง 
ระยะเวลาของการพยากรณ์
ขั้นตอนการพยากรณ์ 
การตัดสินใจใช้การพยากรณ์ 
เลือกรายการการพยากรณ์ 
ตัดสินใจเวลาที่ใช้ในการพยากรณ์ 
เลือกรูปแบบการพยากรณ์ 
รวบรวมข้อมูลที่จาเป็นต่อการทาการพยากรณ์ 
ทาการพยากรณ์ 
สร้างความเที่ยงตรงและปฏิบัติการวิเคราะห์ผลลัพธ์
ประเภทของการพยากรณ์ 
1. การพยากรณ์เชิงคุณภาพ 
•การพยากรณ์จากรายงานของพนักงานขาย 
•การพยากรณ์จากความเห็นของฝ่ายบริหาร 
• การสารวจตลาด 
• วิธีเดลฟาย
ประเภทของการพยากรณ์ 
โมเดลอนุกรมเวลา Time-series models 
โมเดลเหตุผล Associative models, Causal models 
2. การพยากรณ์เชิงปริมาณ
รูปแบบการพยากรณ์แบบอนุกรมเวลา 
 รูปแบบการพยากรณ์ระดับ 
 รูปแบบแนวโน้ม 
 รูปแบบวัฏจักร 
 รูปแบบฤดูกาล
© 2006 Prentice Hall, Inc. 
4 – 8 
เป็นการนาข้อมูลในอดีตมาใช้ในการ พยากรณ์ ลักษณะของข้อมูลขึ้นลงไม่ สม่าเสมอ ทาให้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยในช่วงเวลานั้นๆ 
รูปแบบการพยากรณ์ระดับ
เป็นอนุกรมเวลาที่พิจารณาถึงการเคลื่อนไหว คงที่ขึ้นหรือลงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ช่วงเวลาที่ต้องการขยายธุรกิจหรือขอบเขต ผลิตภัณฑ์ 
รูปแบบแนวโน้ม (Trend) 
2 
3 
4 
5 
0 
1 
2 
3 
4 
5 
6 
2006 
2007 
2008 
2009
แสดงถึงการผกผันซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มากกว่า 1 ปีถ้าช่วงเวลาหรือระบบของวัฎจักรยาวขึ้นอาจจะมี ผลกระทบกับองค์การ เกิดจากผลกระทบจากปัจจัย ด้านการเมือง เศรษฐกิจ วงจรธุรกิจ 
รูปแบบวัฎจักร (Cycles) 
0 5 10 15 20
สะท้อนความผันแปรของข้อมูล ซึ่งกลับมา เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาหรือฤดูกาลในแต่ละปี รูปแบบนี้อาจเป็นช่วงฤดูกาลที่เป็นเดือน ไตรมาสหรือปี และอาจเป็นฤดูกาลที่เป็น สัปดาห์หรือรายวัน หรือแม้กระทั่วรายชั่วโมง ก็เป็นได้ สาเหตุการเปลี่ยนแปลงเกิดจาก พฤติกรรมของลูกค้า หรืออากาศ 
รูปแบบฤดูกาล (Seasonal)
เกิดในกรณีที่มีความแปรปรวนของวิกฤติการณ์การเมือง การนัดหยุดงาน การประท้วงหรือเหตุการณ์ไม่อาจ คาดการณ์ได้อื่น ๆ ซึ่งไม่อาจใช้การพยากรณ์อนุกรมเวลา แบบใดได้เหมาะสมเพียงพอผู้บริหารจะใช้แบบสุ่มตัวอย่าง โดยทั่วไปแล้วใช้กับเหตุการณ์ที่ไม่ได้กลับมาเกิดขึ้นใหม่อีก ครั้งหรือเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว 
รูปแบบสุ่ม (Random) 
M T W T F
วิธีการพยากรณ์เชิงปริมาณ โมเดลอนุกรมเวลา 
1.1 วิธีการหาค่าแบบตรง Naive approach 
1.2 วิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ Moving Averages 
1.3 วิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ่วงน้าหนัก Weighted moving Averages 
1.4 วิธีปรับเรียบเอ็กซ์โพเนลเชียล Exponential smoothing 
1.5 การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นตรง Linear Regression Analysis
1.1 วิธีการหาค่าแบบตรง (Naive Approach) 
ความต้องการของผลิตภัณฑ์ในอนาคตจะเท่ากับ ความต้องการปัจจุบัน เช่น ถ้าเดือน พ.ค.ขายได้ 48 เครื่อง ยอดขายเดือน มิ.ย.ก็สามารถพยากรณ์ได้ว่าจะเท่ากับ 48 เครื่อง
January 10 
February 12 
March 13 
April 16 
May 19 
June 23 
July 26 
Actual 3-Month Month Shed Sales Moving Average 
(12 + 13 + 16)/3 = 13 2/3 (13 + 16 + 19)/3 = 16 (16 + 19 + 23)/3 = 19 1/3 
(10 + 12 + 13)/3 = 11 2/3 
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ = 
Σ ความต้องการในช่วงเวลาก่อนหน้าช่วงเวลา n n 
1.2 วิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย Simple Moving Average Method
ตัวอย่าง 
จากข้อมูลในตารางต่อไปนี้ จงพยากรณ์ยอดขายในเดือนมกราคมปีถัดไป 
วิธีทา ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน 
F13 = Y12 + Y11 + Y10 
3 
= 14 + 16 + 18 
3 
= 16
ใช้ข้อมูลปัจจุบันมาถ่วงน้าหนัก เพื่อให้การพยากรณ์มี ความถูกต้องมากขึ้น 
1.3 วิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ่วงน้าหนัก Weighted Moving Average 
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ่วงน้าหนัก 
= 
Σ [(ค่าถ่วงนน. สาหรับช่วงเวลา n) x (ค่าความต้องการของช่วงเวลา n)] Σ ค่าถ่วงน้าหนักทั้งหมด
January 10 February 12 March 13 April 16 May 19 June 23 July 26 
Actual 3-Month Weighted Month Shed Sales Moving Average 
(.5 x 16) + (.3 x 13) + (.2 x 12) = 14.30 (.5 x 19) + (.3 x 16) + (.2 x 13) = 16.90 (.5 x 23) + (.3 x 19) + (.2 x 16) = 20.40 
Weighted Moving Average 
10 
12 
13 
(.5 x 13) + (.3 x 12) + (.2 x 10)= 12.10 
Weights Applied Period .50 1 เดือนก่อนหน้า .30 2 เดือนก่อนหน้า .20 3 เดือนก่อนหน้า
© 2006 Prentice Hall, Inc. 
4 – 19 
1.4 วิธีปรับเรียบเอ็กซ์โพเนลเชียล Exponential smoothing 
การพยากรณ์โดยใช้การเฉลี่ยเคลื่อนที่วิธีหนึ่ง ซึ่งให้น้าหนัก ข้อมูลที่ผ่านมาแล้วนั้นต่าง ๆ กัน ข้อมูลที่ผ่านมาแล้วนั้นจะ ให้น้าหนักน้อยแล้วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ข้อมูลปัจจุบัน จะให้น้าหนักมากที่สุด วิธีนี้ค่าพยากรณ์จะถูกกาหนดโดยค่า พยากรณ์ของงวดที่แล้ว บวกกับส่วนแตกต่างระหว่างข้อมูล จริงของงวดที่แล้วกับค่าพยากรณ์ของงวดที่แล้ว
© 2006 Prentice Hall, Inc. 
4 – 20 
วิธีปรับเรียบเอ็กซ์โพเนลเชียล Exponential smoothing 
สูตรในการคานวณ 
Ft = Ft-1 +  (Xt-1 – Ft) 
เมื่อ Ft ค่าพยากรณ์ความต้องการใหม่ 
Ft-1 ค่าพยากรณ์ ช่วงที่ผ่านมา 
 คือน้าหนักหรือค่าคงที่ปรับเรียบ 
Xt-1 ความต้องการที่แท้จริงที่ผ่านมา
© 2006 Prentice Hall, Inc. 
4 – 21 
วิธีปรับเรียบเอ็กซ์โพเนลเชียล Exponential smoothing
1.5 การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นตรง Linear Regression Analysis 
ค่าข้อมูลต่าง ๆ บนเส้นกราฟจะแสดงความสัมพันธ์เป็น เส้นตรง โดยมีค่าเบี่ยงเบนของข้อมูลที่อยู่ห่างจากเส้นกราฟ ไม่มากโดยสามารถหาค่าได้จาก 
y = a + bx 
y = ค่าพยากรณ์ตัวแปรตาม a = ค่าคงที่ที่ตัดแกน y b = ค่าความชันของเส้นตรงแนวโน้ม x = ค่าตัวแปรอิสระ
b = 
nSxy - SxSy nSx2 – (Sx)2 
y = a + bx 
a = y - bx 
y = Sy 
n 
x = Sx 
n 
1.5 การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นตรง Linear Regression Analysis 
สูตรในการคานวณ
© 2006 Prentice Hall, Inc. 
4 – 24 
1.5 การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นตรง Linear Regression Analysis
© 2006 Prentice Hall, Inc. 
4 – 25 
1.5 การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นตรง Linear Regression Analysis 
a = y – bx แทนค่า a = 12.5 – 1.254 x 4.25 a = 12.5 – 5.33 a = 7.17
© 2006 Prentice Hall, Inc. 
4 – 26 
1.5 การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นตรง Linear Regression Analysis 
ถ้าในปีถัดไปจานวนหน่วยผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านชิ้น บริษัทแห่งนี้จะมีต้นทุนการผลิตเป็นกี่ล้านบาท 
y = a + bx 
y = 7.17 + 1.254 x 10 
y = 7.17 + 12.54 
y = 19.71 
ดังนั้น ถ้าในปีถัดไปจานวนหน่วยผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้าน ชิ้น บริษัทแห่งนี้จะมีต้นทุนการผลิตเป็น 19.71ล้านบาท

บทที่ 2