1
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ
	 	   • ความหมายของเด็กพิเศษ
	 	   • ประเภทของเด็กพิเศษ
	 	   • กฎหมายเกี่ยวกับเด็กพิเศษ
บทที่
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ2
ความหมายของเด็กพิเศษ
	
	 เด็กพิเศษ เป็นค�ำสั้น ๆ ที่มาจากค�ำเต็ม ๆ ว่า  เด็กที่มีความ
ต้องการพิเศษ  หรืออาจใช้ค�ำอื่นที่มีความหมายท�ำนองเดียวกัน  เช่น  ผู้เรียน
ลักษณะพิเศษ  
	 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี
เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 บัญญัติไว้ในมาตรา  4 ว่า  “เด็ก”
หมายความว่า บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์	
	 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก “เด็กหมายถึงมนุษย์ทุกคนที่มีอายุ
ต�่ำกว่า 18  ปี  ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ใน  พระราชบัญญัติ
คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4 ที่ว่า “เด็ก” หมายความว่า บุคคล     
ซึ่งมีอายุต�่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์   แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะโดยการ
สมรส ตามความหมายนี้ก็คือ ผู้มีอายุต�่ำกว่า  18 ถ้ายังไม่สมรสเรียก
“เด็ก” ทั้งหมด
	 ส่วนในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
พ.ศ. 2550 ปรากฏค�ำอธิบายความหมายของคนพิการไว้ดังนี้
	 “คนพิการ” หมายความว่า  บุคคลซึ่งมีข้อจ�ำกัดในการปฏิบัติ
กิจกรรมในชีวิตประจ�ำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม  เนื่องจากมีความ
บกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์
พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมี
อุปสรรคในด้านต่าง ๆ และมีความจ�ำเป็นเป็นพิเศษที่จะต้องได้รับความ
ช่วยเหลือด้านหนึ่งด้านใด เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน
หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป
	 ส่วนค�ำที่เกี่ยวข้องกับค�ำว่า “พิเศษ” มาจากค�ำ “มีความต้องการ
พิเศษ” องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อธิบายเกี่ยวกับขอบเขตของ
ความต้องการพิเศษไว้ใน Disability Quarterly (1980: 3) ไว้ 3 ประการ
ดังนี้
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 3
	 1. ความบกพร่อง  (Impairment)  หมายถึง มีการสูญเสียหรือ
มีความผิดปกติของจิตใจ หรือสรีระหรือโครงสร้างและหน้าที่ของร่างกาย
	 2. ไร้สมรรถภาพ (Disability) หมายถึง การมีข้อจ�ำกัดใด ๆ หรือ
การขาดความสามารถอันเป็นผลมาจากความบกพร่อง  จนไม่สามารถกระท�ำ
กิจกรรมในลักษณะหรือภายในขอบเขตที่ถือว่าปกติส�ำหรับมนุษย์ได้
	 3. ความเสียเปรียบ (Handicap) หมายถึง การมีความจ�ำกัด
หรืออุปสรรคกีดกั้นอันเนื่องมาจากความบกพร่อง และการไร้สมรรถภาพ
ที่จ�ำกัดหรือขัดขวางจนท�ำให้บุคคลไม่สามารถบรรลุการกระท�ำตามบทบาท
ปกติของเขาได้ส�ำเร็จ
	 จึงพอสรุปได้ว่า เด็กพิเศษ หมายถึง  บุคคลที่มีอายุต�่ำกว่า 18 ปี
ที่มีลักษณะแตกต่างจากเด็กปกติทั่วไปในด้านร่างกาย  สติปัญญา  อารมณ์
หรือสังคม ซึ่งมีความต้องการจ�ำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือเป็น
พิเศษด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้ได้รับการพัฒนา สามารถเรียนรู้ และปฏิบัติ
กิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน  ตลอดจนด�ำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างเต็มที่ตาม
ศักยภาพของแต่ละบุคคล
	 ส�ำหรับความหมายของ “การศึกษาพิเศษ” มีผู้อธิบายไว้หลาก
หลาย จึงจะขอยกมาเป็นตัวอย่างไว้พอสังเขปดังนี้
	 องค์การยูเนสโก (UNESCO, 2006) อธิบายความหมายของการ
จัดการศึกษาพิเศษไว้ว่า  หมายถึง  การจัดการศึกษาและบริการสนับสนุน
ให้กับบุคคลที่มีความต้องการทางการศึกษาพิเศษเป็นพิเศษ  ซึ่งครอบคลุม
บุคคลที่มีความบกพร่องหรือพิการ   และบุคคลที่มีปัญหาหรือประสบความ
ล้มเหลวในการเรียนด้วยรูปแบบและวิธีการจัดการศึกษา 
	 ส่วนความหมายของ การศึกษาพิเศษ หรือที่เรียกว่า การศึกษา
ส�ำหรับผู้มีความต้องการพิเศษที่แสดงไว้ใน  Encyclopedia  Britannica
(2011) อธิบายว่า  หมายถึง การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กที่มีความแตก
ต่าง จากเด็กทั่วไปทางด้านสังคม จิตใจ และร่างกาย ได้แก่ เด็กที่มีความ
บกพร่องทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม  เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ4
เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา  เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  
เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น  เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด  
เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย  เด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง รวม
ทั้งเด็กที่มีความสามารถพิเศษ   ซึ่งต้องมีการจัดการศึกษาที่แตกต่างจาก
เด็กปกติ
	 ในประเทศไทย ได้มีการระบุความหมายของการจัดการเรียนรู้
ส�ำหรับผู้มีความต้องการพิเศษไว้หลายแห่ง ได้แก่
	 ข้อความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ
ที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 ในหมวด 2 มาตรา 10 อธิบายความ
หมายของการศึกษาพิเศษว่า  หมายถึง การจัดการศึกษาส�ำหรับบุคคล
ซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา  อารมณ์ สังคม การ
สื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่ง
ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคล
ดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ
	 ศรียา  นิยมธรรม (2546) อธิบายเกี่ยวกับการจัดการศึกษา
พิเศษว่าหมายถึง การให้การศึกษาแก่ผู้เรียนเป็นพิเศษ ทั้งโดยวิธีการสอน
การจัดด�ำเนินการวิธีการสอน  และการให้บริการ  ทั้งนี้เพราะบุคคลเหล่านี้
เป็นผู้ด้อยโอกาส   และขาดความเสมอภาคในการได้รับสิทธิตามที่รัฐจัดการ
ศึกษาภาคบังคับให้แก่เด็กในวัยเรียนโดยทั่วไป   ซึ่งสาเหตุแห่งความด้อย
โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญาและ
อารมณ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดการศึกษาให้แก่เด็กปัญญาเลิศ ซึ่ง
เป็นเด็กที่มีระดับสติปัญญาสูงกว่าเด็กปกติ
	 ผดุง  อารยะวิญญู  (2542)  อธิบายว่า  การศึกษาพิเศษ  หมายถึง
การศึกษาที่จัดส�ำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ   เด็กที่มีความบกพร่อง
ทางสติปัญญา  เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา  เด็กที่มีความบกพร่องทาง
การได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ เด็กที่มีปัญหา 
ทางอารมณ์/พฤติกรรม  เด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้  และเด็กพิการ
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 5
ซ�้ำซ้อน  ซึ่งเด็กเหล่านี้ไม่อาจได้รับประโยชน์เต็มที่จากการศึกษาที่จัดให้
กับเด็กปกติ  ดังนั้น การศึกษาพิเศษจึงแตกต่างไปจากการศึกษาส�ำหรับ
เด็กปกติ  ในด้านวิธีสอน  ขบวนการ  เนื้อหาวิชา  (หลักสูตร)  เครื่องมือและ
อุปกรณ์การสอนที่จ�ำเป็น  การศึกษาพิเศษควรจัดให้สนองความต้องการ
และความสามารถของแต่ละบุคคล  เด็กที่มีความต้องการพิเศษมีความ
แตกต่างกันมาก  ดังนั้น  การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กประเภทนี้จึงควร
สนองความต้องการและความสามารถของเด็ก
	 กล่าวได้ว่า  การจัดการศึกษาพิเศษเป็นการจัดประสบการณ์ด้าน
การศึกษาส�ำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษทั้งที่อยู่ในกลุ่มผู้มีความบกพร่อง
ได้แก่ ผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา  บกพร่องทางสายตา  บกพร่อง
ทางการได้ยิน บกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ บกพร่องในการเรียนรู้   
มีปัญหาทางอารมณ์/พฤติกรรมและพิการซ้อน นอกจากนี้ยังมีผู้มีความ
ต้องการพิเศษที่อยู่ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสซึ่งไม่สามารถพึ่งตัวเองได้หรือไม่มี
ผู้ดูแล และผู้ที่มีความสามารถพิเศษซึ่งมีความต้องการรับบริการด้านการ
ศึกษาที่แตกต่างไปจากบุคคลทั่วไป
ประเภทของเด็กพิเศษ
	 จากการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งประเภท
ของเด็กพิเศษพบว่า  มีการแบ่งประเภทของเด็กพิเศษไว้คล้ายกัน  คือ  มี
3 กลุ่มใหญ่ ๆ ประกอบด้วย
	 1. เด็กปัญญาเลิศ เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษกลุ่มหนึ่งที่มี
ระดับสติปัญญาสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของเด็กทั่วไป อาจได้ยินในชื่อของ
“เด็กกิฟเต็ด” (gifted child) ในที่นี้หมายรวมถึงเด็กที่มีพรสวรรค์ เด็ก  
ที่มีความสามารถพิเศษรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
	 2. เด็กบกพร่อง  เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษอีกประเภทหนึ่งที่
หลายหน่วยงานแบ่งประเภทของความบกพร่องหรือความพิการไว้แตกต่างกัน
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ6
ซึ่งจะอธิบายประเภทของเด็กบกพร่องต่อไป
	 3. เด็กด้อยโอกาส   เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษอีกกลุ่มหนึ่ง
ต้องการความช่วยเหลือ เด็กกลุ่มนี้ไม่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย
หรือสติปัญญา  แต่มีความต้องการความช่วยเหลือในด้านอื่น เช่น การ
ช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย การช่วยเหลือด้านการศึกษา เนื่องจากเป็นเด็ก
จรจัด  หรือเป็นเด็กก�ำพร้าที่ขาดผู้ปกครองดูแลช่วยเหลือ  
	 ประเภทของเด็กพิเศษที่มีความบกพร่อง
	 เมื่อเปรียบเทียบโอกาสของการได้พบเด็กพิเศษในระบบโรงเรียน
จะปรากฏว่าเราจะพบเด็กในกลุ่มเด็กบกพร่องได้บ่อยที่สุดในการจัดการ
ศึกษาในระบบโรงเรียน  ในหนังสือเล่มนี้จึงจะขออธิบายถึงเด็กกลุ่มนี้ไว้
ในล�ำดับต่อไป เพื่อให้ผู้อ่านทราบแหล่งที่มาของการแบ่งประเภทของเด็ก
พิเศษที่มีความบกพร่อง จึงขอยกตัวอย่างการจัดประเภทของเด็กพิเศษ
ที่มีความบกพร่องที่จัดโดยองค์กรต่าง ๆ ไว้พอสังเขป ส�ำหรับที่จะแสดง
ไว้ในที่นี้จะกล่าวถึงการจัดประเภทกลุ่มเด็กพิเศษขององค์การยูนิเซฟ
กระทรวงศึกษาธิการ  กองการศึกษาเพื่อคนพิการ  ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
	 คณะกรรมการร่วมขององค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ
หรือยูนิเซฟ (UNICEF) กับองค์การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการระหว่าง
ประเทศ ได้ก�ำหนดประเภทของเด็กพิเศษโดยอาศัยลักษณะของความ
พิการและปัญหาของเด็กเป็นเกณฑ์ ท�ำให้ก�ำหนดประเภทของเด็กพิเศษ
ได้เป็น 10 ประเภท (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 2555)  คือ
	 1. ตาบอด
	 2. มองเห็นได้อย่างเลือนราง หรือบางส่วน
	 3. มีความบกพร่องทางการได้ยิน
	 4. ปัญญาอ่อน
	 5. พิการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว  ซึ่งเกิดจากความพิการทางสมอง
ความพิการทางแขน  ขา  ล�ำตัว
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 7
	 6. มีความบกพร่องทางการพูด  หรือการใช้ภาษา
	 7. มีปัญหาการเรียนรู้เฉพาะด้าน
	 8. มีปัญหาทางพฤติกรรมต่าง ๆ
	 9. เรียนหนังสือได้ช้า 
	 10. มีปัญหาความพิการซ้อน
	 กระทรวงศึกษาธิการ (2552) ได้ออกประกาศ เรื่อง ก�ำหนด
ประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา  พ.ศ. 2552 โดยมี
ข้อความในข้อ 2 ของประกาศนี้ ซึ่งกล่าวถึงประเภทของคนพิการว่ามี 9
ประเภท  ดังนี้
	 1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น
	 2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
	 3. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
	 4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย  หรือการเคลื่อนไหว  หรือ
สุขภาพ
	 5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
	 6. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
	 7. บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์
	 8. บุคคลออทิสติก
	 9. บุคคลพิการซ้อน
	 กองการศึกษาเพื่อคนพิการ  กระทรวงศึกษาธิการ  (มหาวิทยาลัย
ราชภัฏนครราชสีมา,  2555)  ได้ก�ำหนดประเภทเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
ตามลักษณะที่ได้ด�ำเนินการจัดให้บริการทางการศึกษา  โดยแบ่งเป็น
	 1. เด็กพิเศษประเภทตาบอด
	 2. เด็กพิเศษประเภทหูหนวก
	 3. เด็กพิเศษประเภทปัญญาอ่อน
	 4. เด็กพิเศษประเภทพิการทางร่างกาย  รวมทั้งเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง
ในโรงพยาบาล
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ8
	 5. เด็กขาดโอกาสที่จะเรียน  หรือเด็กศึกษาสงเคราะห์  ได้แก่
เด็กชาวป่า ชาวเขา ชาวเรือ ชาวเกาะ เด็กที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมี
ปัญหาทางสภาพภูมิศาสตร์   เด็กยากจนที่ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียน
เด็กก�ำพร้า หรือเด็กที่ขาดผู้อุปการะ เด็กที่มีปัญหาทางสังคม หรือเด็กที่
ขาดโอกาสทางการศึกษาในลักษณะอื่น ๆ
เด็กที่มีความสามารถพิเศษ
	 เด็กที่มีความสามารถพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง
หรือมีความถนัดเฉพาะทางอยู่ในระดับสูงกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน   อาจ
เป็นเด็กที่มีความสามารถมากหรือเด่นจนเป็นที่ยอมรับของผู้เชี่ยวชาญ
ในวงการที่เกี่ยวข้อง  ได้แก่  เด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง  หรือเด็ก
ที่มีความถนัดเฉพาะทางซึ่งอาจเป็นด้านใดด้านหนึ่ง  หรือรวมกันหลาย ๆ
ด้าน เช่น ด้านการเป็นผู้น�ำ ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านศิลปะ และ
ดนตรี การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กกลุ่มนี้จ�ำเป็นต้องท�ำแผนการศึกษา
เฉพาะบุคคล   และให้บริการพิเศษนอกเหนือไปจากเด็กปกติเพื่อพัฒนา
ศักยภาพที่มีอยู่ให้ถึงขีดสูงสุด  วิธีการจัดการเรียนรู้ในแบบปกติทั่วไป
ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้ได้  ท�ำให้เด็ก
กลุ่มนี้เกิดความเบื่อหน่าย  และขาดโอกาสในการแสดงความสามารถพิเศษ
ที่มีอยู่ไม่ได้แสดงออกอย่างเต็มศักยภาพ   การจัดกลุ่มเด็กที่มีความสามารถ
พิเศษ จัดได้เป็น 3 กลุ่ม (กลุ่มการศึกษาพิเศษ ส�ำนักการศึกษา 
กรุงเทพมหานคร, 2550)  ดังนี้
	 1. เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง คือ กลุ่มเด็กที่มีระดับสติปัญญา 
(IQ) ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป
	 2.  เด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน  อาจไม่ใช่เด็กที่มีระดับ
สติปัญญาสูง   แต่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านที่โดดเด่นกว่าคนอื่นใน
วัยเดียวกัน  เช่น  ด้านคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  การใช้ภาษา  ศิลปะ     
ดนตรี  กีฬา  การแสดง
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 9
	 3. เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ดี
	 ลักษณะบางอย่างที่สังเกตได้
	 1. มีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่เจริญเติบโตได้เร็วกว่าเด็ก
ปกติ
	 2. มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ  ได้อย่างรวดเร็วและ
เรียนรู้ได้ง่าย
	 3. มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงจัง ชอบซักถาม มีความ   
ใฝ่เรียนรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจ  ชอบแสวงหาสิ่งท้าทายความคิดอยู่เสมอ
	 4. มีความสามารถในการแก้ปัญหา  การใช้สามัญส�ำนึก  และ
สามารถน�ำความรู้ที่มีไปใช้ได้ในชีวิตจริง
	 5. มีเหตุผล  มีความสามารถในการคิดดี
	 6. มีความจ�ำดี  สามารถจดจ�ำสิ่งที่เคยเห็นเคยอ่านได้รวดเร็วและ
แม่นย�ำ
	 7. มีความรู้กว้างขวางเกินวัย
	 8. มีความคิดริเริ่ม มีวิธีการคิดและแนวคิดแปลก ๆ แต่ใช้การ  
ได้ดีและมีอารมณ์ขัน
	 9. เป็นคนตื่นตัวอยู่เสมอ  สติปัญญาเฉียบแหลม  ช่างสังเกต
	 10. มีแรงจูงใจและมีความมานะบากบั่น  มีความจริงจังในการ
ท�ำงาน
	 พฤติกรรมบางอย่างในห้องเรียน
	 1. เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว มักมีค�ำถามชวนคิด
	 2. มีสมาธิในการเรียนและการท�ำงานดี
	 3. สนใจและสนุกกับปัญหาที่ยากซับซ้อน
	 4. อ่านหนังสือได้เร็วกว่าอายุ
	 5. ชอบประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ หรือในแนวใหม่ ๆ
	 6. ใช้ภาษาได้ดี รู้จักค�ำศัพท์กว้างขวางเกินวัย
	 7. ชอบเรียนหนังสือ
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ10
	 8. แก้ปัญหาด้วยวิธีการหลากหลาย
	 9. มีลักษณะเป็นผู้น�ำในกลุ่มเด็กวัยเดียวกัน
	 ความต้องการพิเศษ
        	 เด็กที่มีความสามารถพิเศษเป็นเด็กที่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็ว  
ดังนั้น การใช้เนื้อหาและวิธีการสอนที่ใช้กับเด็กปกติจึงมักท�ำให้เด็กเกิด
ความเบื่อหน่าย เพราะไม่มีสิ่งที่ท้าทายความคิดหรือความสนใจ หากครู
ไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา  ก่อให้เกิดปัญหาในการเรียน บาง
ครั้งเด็กอาจก่อกวนความสงบของชั้นเรียนได้ ครูควรจัดบริการสอนเสริม
ให้กับเด็ก ซึ่งท�ำได้หลายรูปแบบ ดังนี้
	 1. การจัดชั้นพิเศษ  โดยคัดแยกเด็กเก่งมาเรียนในกลุ่มเดียวกันและ
จัดหลักสูตรพิเศษให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของเด็ก
          	2.  การสอนเร่ง  เป็นการเรียนหลักสูตรปกติในเวลาที่น้อยลง  เช่น
การเรียนข้ามชั้น  หรือการเรียนควบชั้น  
          	3.  การสอนเพิ่ม  เป็นการเสริมความรู้และประสบการณ์ของเด็ก
ให้กว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น นอกเหนือจากกิจกรรมในชั้นเรียน และ/
หรือให้โอกาสได้ฝึกฝนเล่าเรียนในแขนงวิชาที่เด็กมีความถนัดเป็นพิเศษ
เด็กที่มีความบกพร่อง
	 ในประเทศไทยมีค�ำที่ใช้เกี่ยวกับเด็กที่มีความบกพร่องหลายค�ำ
ได้แก่ เด็กบกพร่อง  เด็กพิการ  เด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จ�ำเป็นต้องได้รับการ
ดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้านการใช้
ชีวิตประจ�ำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนา
เต็มตามศักยภาพของเขาเอง โดยออกแบบการดูแลช่วยเหลือเด็กตาม
ลักษณะความจ�ำเป็นและความต้องการของเด็กแต่ละคน
	 กระทรวงศึกษาธิการ  (2552)  แบ่งเด็กกลุ่มบกพร่องออกเป็น  
9  กลุ่ม  เด็กแต่ละกลุ่มมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละกลุ่ม  แต่ละคน

9789740335535

  • 1.
    1 เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ • ความหมายของเด็กพิเศษ • ประเภทของเด็กพิเศษ • กฎหมายเกี่ยวกับเด็กพิเศษ บทที่
  • 2.
    ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ2 ความหมายของเด็กพิเศษ เด็กพิเศษ เป็นค�ำสั้นๆ ที่มาจากค�ำเต็ม ๆ ว่า เด็กที่มีความ ต้องการพิเศษ หรืออาจใช้ค�ำอื่นที่มีความหมายท�ำนองเดียวกัน เช่น ผู้เรียน ลักษณะพิเศษ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ว่า “เด็ก” หมายความว่า บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก “เด็กหมายถึงมนุษย์ทุกคนที่มีอายุ ต�่ำกว่า 18 ปี ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4 ที่ว่า “เด็ก” หมายความว่า บุคคล ซึ่งมีอายุต�่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะโดยการ สมรส ตามความหมายนี้ก็คือ ผู้มีอายุต�่ำกว่า 18 ถ้ายังไม่สมรสเรียก “เด็ก” ทั้งหมด ส่วนในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ปรากฏค�ำอธิบายความหมายของคนพิการไว้ดังนี้ “คนพิการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีข้อจ�ำกัดในการปฏิบัติ กิจกรรมในชีวิตประจ�ำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากมีความ บกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมี อุปสรรคในด้านต่าง ๆ และมีความจ�ำเป็นเป็นพิเศษที่จะต้องได้รับความ ช่วยเหลือด้านหนึ่งด้านใด เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป ส่วนค�ำที่เกี่ยวข้องกับค�ำว่า “พิเศษ” มาจากค�ำ “มีความต้องการ พิเศษ” องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อธิบายเกี่ยวกับขอบเขตของ ความต้องการพิเศษไว้ใน Disability Quarterly (1980: 3) ไว้ 3 ประการ ดังนี้
  • 3.
    เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 3 1.ความบกพร่อง (Impairment) หมายถึง มีการสูญเสียหรือ มีความผิดปกติของจิตใจ หรือสรีระหรือโครงสร้างและหน้าที่ของร่างกาย 2. ไร้สมรรถภาพ (Disability) หมายถึง การมีข้อจ�ำกัดใด ๆ หรือ การขาดความสามารถอันเป็นผลมาจากความบกพร่อง จนไม่สามารถกระท�ำ กิจกรรมในลักษณะหรือภายในขอบเขตที่ถือว่าปกติส�ำหรับมนุษย์ได้ 3. ความเสียเปรียบ (Handicap) หมายถึง การมีความจ�ำกัด หรืออุปสรรคกีดกั้นอันเนื่องมาจากความบกพร่อง และการไร้สมรรถภาพ ที่จ�ำกัดหรือขัดขวางจนท�ำให้บุคคลไม่สามารถบรรลุการกระท�ำตามบทบาท ปกติของเขาได้ส�ำเร็จ จึงพอสรุปได้ว่า เด็กพิเศษ หมายถึง บุคคลที่มีอายุต�่ำกว่า 18 ปี ที่มีลักษณะแตกต่างจากเด็กปกติทั่วไปในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ หรือสังคม ซึ่งมีความต้องการจ�ำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือเป็น พิเศษด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้ได้รับการพัฒนา สามารถเรียนรู้ และปฏิบัติ กิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน ตลอดจนด�ำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างเต็มที่ตาม ศักยภาพของแต่ละบุคคล ส�ำหรับความหมายของ “การศึกษาพิเศษ” มีผู้อธิบายไว้หลาก หลาย จึงจะขอยกมาเป็นตัวอย่างไว้พอสังเขปดังนี้ องค์การยูเนสโก (UNESCO, 2006) อธิบายความหมายของการ จัดการศึกษาพิเศษไว้ว่า หมายถึง การจัดการศึกษาและบริการสนับสนุน ให้กับบุคคลที่มีความต้องการทางการศึกษาพิเศษเป็นพิเศษ ซึ่งครอบคลุม บุคคลที่มีความบกพร่องหรือพิการ และบุคคลที่มีปัญหาหรือประสบความ ล้มเหลวในการเรียนด้วยรูปแบบและวิธีการจัดการศึกษา ส่วนความหมายของ การศึกษาพิเศษ หรือที่เรียกว่า การศึกษา ส�ำหรับผู้มีความต้องการพิเศษที่แสดงไว้ใน Encyclopedia Britannica (2011) อธิบายว่า หมายถึง การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กที่มีความแตก ต่าง จากเด็กทั่วไปทางด้านสังคม จิตใจ และร่างกาย ได้แก่ เด็กที่มีความ บกพร่องทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
  • 4.
    ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ4 เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย เด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง รวม ทั้งเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ซึ่งต้องมีการจัดการศึกษาที่แตกต่างจาก เด็กปกติ ในประเทศไทย ได้มีการระบุความหมายของการจัดการเรียนรู้ ส�ำหรับผู้มีความต้องการพิเศษไว้หลายแห่ง ได้แก่ ข้อความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 ในหมวด 2 มาตรา 10 อธิบายความ หมายของการศึกษาพิเศษว่า หมายถึง การจัดการศึกษาส�ำหรับบุคคล ซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การ สื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่ง ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคล ดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ ศรียา นิยมธรรม (2546) อธิบายเกี่ยวกับการจัดการศึกษา พิเศษว่าหมายถึง การให้การศึกษาแก่ผู้เรียนเป็นพิเศษ ทั้งโดยวิธีการสอน การจัดด�ำเนินการวิธีการสอน และการให้บริการ ทั้งนี้เพราะบุคคลเหล่านี้ เป็นผู้ด้อยโอกาส และขาดความเสมอภาคในการได้รับสิทธิตามที่รัฐจัดการ ศึกษาภาคบังคับให้แก่เด็กในวัยเรียนโดยทั่วไป ซึ่งสาเหตุแห่งความด้อย โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญาและ อารมณ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดการศึกษาให้แก่เด็กปัญญาเลิศ ซึ่ง เป็นเด็กที่มีระดับสติปัญญาสูงกว่าเด็กปกติ ผดุง อารยะวิญญู (2542) อธิบายว่า การศึกษาพิเศษ หมายถึง การศึกษาที่จัดส�ำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่อง ทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา เด็กที่มีความบกพร่องทาง การได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ เด็กที่มีปัญหา ทางอารมณ์/พฤติกรรม เด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ และเด็กพิการ
  • 5.
    เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 5 ซ�้ำซ้อน ซึ่งเด็กเหล่านี้ไม่อาจได้รับประโยชน์เต็มที่จากการศึกษาที่จัดให้ กับเด็กปกติ ดังนั้น การศึกษาพิเศษจึงแตกต่างไปจากการศึกษาส�ำหรับ เด็กปกติ ในด้านวิธีสอน ขบวนการ เนื้อหาวิชา (หลักสูตร) เครื่องมือและ อุปกรณ์การสอนที่จ�ำเป็น การศึกษาพิเศษควรจัดให้สนองความต้องการ และความสามารถของแต่ละบุคคล เด็กที่มีความต้องการพิเศษมีความ แตกต่างกันมาก ดังนั้น การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กประเภทนี้จึงควร สนองความต้องการและความสามารถของเด็ก กล่าวได้ว่า การจัดการศึกษาพิเศษเป็นการจัดประสบการณ์ด้าน การศึกษาส�ำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษทั้งที่อยู่ในกลุ่มผู้มีความบกพร่อง ได้แก่ ผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา บกพร่องทางสายตา บกพร่อง ทางการได้ยิน บกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ บกพร่องในการเรียนรู้ มีปัญหาทางอารมณ์/พฤติกรรมและพิการซ้อน นอกจากนี้ยังมีผู้มีความ ต้องการพิเศษที่อยู่ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสซึ่งไม่สามารถพึ่งตัวเองได้หรือไม่มี ผู้ดูแล และผู้ที่มีความสามารถพิเศษซึ่งมีความต้องการรับบริการด้านการ ศึกษาที่แตกต่างไปจากบุคคลทั่วไป ประเภทของเด็กพิเศษ จากการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งประเภท ของเด็กพิเศษพบว่า มีการแบ่งประเภทของเด็กพิเศษไว้คล้ายกัน คือ มี 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ประกอบด้วย 1. เด็กปัญญาเลิศ เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษกลุ่มหนึ่งที่มี ระดับสติปัญญาสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของเด็กทั่วไป อาจได้ยินในชื่อของ “เด็กกิฟเต็ด” (gifted child) ในที่นี้หมายรวมถึงเด็กที่มีพรสวรรค์ เด็ก ที่มีความสามารถพิเศษรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย 2. เด็กบกพร่อง เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษอีกประเภทหนึ่งที่ หลายหน่วยงานแบ่งประเภทของความบกพร่องหรือความพิการไว้แตกต่างกัน
  • 6.
    ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ6 ซึ่งจะอธิบายประเภทของเด็กบกพร่องต่อไป 3. เด็กด้อยโอกาส เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษอีกกลุ่มหนึ่ง ต้องการความช่วยเหลือ เด็กกลุ่มนี้ไม่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย หรือสติปัญญา แต่มีความต้องการความช่วยเหลือในด้านอื่น เช่น การ ช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย การช่วยเหลือด้านการศึกษา เนื่องจากเป็นเด็ก จรจัด หรือเป็นเด็กก�ำพร้าที่ขาดผู้ปกครองดูแลช่วยเหลือ ประเภทของเด็กพิเศษที่มีความบกพร่อง เมื่อเปรียบเทียบโอกาสของการได้พบเด็กพิเศษในระบบโรงเรียน จะปรากฏว่าเราจะพบเด็กในกลุ่มเด็กบกพร่องได้บ่อยที่สุดในการจัดการ ศึกษาในระบบโรงเรียน ในหนังสือเล่มนี้จึงจะขออธิบายถึงเด็กกลุ่มนี้ไว้ ในล�ำดับต่อไป เพื่อให้ผู้อ่านทราบแหล่งที่มาของการแบ่งประเภทของเด็ก พิเศษที่มีความบกพร่อง จึงขอยกตัวอย่างการจัดประเภทของเด็กพิเศษ ที่มีความบกพร่องที่จัดโดยองค์กรต่าง ๆ ไว้พอสังเขป ส�ำหรับที่จะแสดง ไว้ในที่นี้จะกล่าวถึงการจัดประเภทกลุ่มเด็กพิเศษขององค์การยูนิเซฟ กระทรวงศึกษาธิการ กองการศึกษาเพื่อคนพิการ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้ คณะกรรมการร่วมขององค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ (UNICEF) กับองค์การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการระหว่าง ประเทศ ได้ก�ำหนดประเภทของเด็กพิเศษโดยอาศัยลักษณะของความ พิการและปัญหาของเด็กเป็นเกณฑ์ ท�ำให้ก�ำหนดประเภทของเด็กพิเศษ ได้เป็น 10 ประเภท (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 2555) คือ 1. ตาบอด 2. มองเห็นได้อย่างเลือนราง หรือบางส่วน 3. มีความบกพร่องทางการได้ยิน 4. ปัญญาอ่อน 5. พิการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากความพิการทางสมอง ความพิการทางแขน ขา ล�ำตัว
  • 7.
    เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 7 6.มีความบกพร่องทางการพูด หรือการใช้ภาษา 7. มีปัญหาการเรียนรู้เฉพาะด้าน 8. มีปัญหาทางพฤติกรรมต่าง ๆ 9. เรียนหนังสือได้ช้า 10. มีปัญหาความพิการซ้อน กระทรวงศึกษาธิการ (2552) ได้ออกประกาศ เรื่อง ก�ำหนด ประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552 โดยมี ข้อความในข้อ 2 ของประกาศนี้ ซึ่งกล่าวถึงประเภทของคนพิการว่ามี 9 ประเภท ดังนี้ 1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น 2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 3. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือ สุขภาพ 5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 6. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา 7. บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์ 8. บุคคลออทิสติก 9. บุคคลพิการซ้อน กองการศึกษาเพื่อคนพิการ กระทรวงศึกษาธิการ (มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครราชสีมา, 2555) ได้ก�ำหนดประเภทเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตามลักษณะที่ได้ด�ำเนินการจัดให้บริการทางการศึกษา โดยแบ่งเป็น 1. เด็กพิเศษประเภทตาบอด 2. เด็กพิเศษประเภทหูหนวก 3. เด็กพิเศษประเภทปัญญาอ่อน 4. เด็กพิเศษประเภทพิการทางร่างกาย รวมทั้งเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง ในโรงพยาบาล
  • 8.
    ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ8 5. เด็กขาดโอกาสที่จะเรียน หรือเด็กศึกษาสงเคราะห์ ได้แก่ เด็กชาวป่า ชาวเขา ชาวเรือ ชาวเกาะ เด็กที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมี ปัญหาทางสภาพภูมิศาสตร์ เด็กยากจนที่ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียน เด็กก�ำพร้า หรือเด็กที่ขาดผู้อุปการะ เด็กที่มีปัญหาทางสังคม หรือเด็กที่ ขาดโอกาสทางการศึกษาในลักษณะอื่น ๆ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง หรือมีความถนัดเฉพาะทางอยู่ในระดับสูงกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน อาจ เป็นเด็กที่มีความสามารถมากหรือเด่นจนเป็นที่ยอมรับของผู้เชี่ยวชาญ ในวงการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง หรือเด็ก ที่มีความถนัดเฉพาะทางซึ่งอาจเป็นด้านใดด้านหนึ่ง หรือรวมกันหลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านการเป็นผู้น�ำ ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านศิลปะ และ ดนตรี การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กกลุ่มนี้จ�ำเป็นต้องท�ำแผนการศึกษา เฉพาะบุคคล และให้บริการพิเศษนอกเหนือไปจากเด็กปกติเพื่อพัฒนา ศักยภาพที่มีอยู่ให้ถึงขีดสูงสุด วิธีการจัดการเรียนรู้ในแบบปกติทั่วไป ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้ได้ ท�ำให้เด็ก กลุ่มนี้เกิดความเบื่อหน่าย และขาดโอกาสในการแสดงความสามารถพิเศษ ที่มีอยู่ไม่ได้แสดงออกอย่างเต็มศักยภาพ การจัดกลุ่มเด็กที่มีความสามารถ พิเศษ จัดได้เป็น 3 กลุ่ม (กลุ่มการศึกษาพิเศษ ส�ำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, 2550) ดังนี้ 1. เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง คือ กลุ่มเด็กที่มีระดับสติปัญญา (IQ) ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป 2. เด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน อาจไม่ใช่เด็กที่มีระดับ สติปัญญาสูง แต่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านที่โดดเด่นกว่าคนอื่นใน วัยเดียวกัน เช่น ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การใช้ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา การแสดง
  • 9.
    เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 9 3.เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ดี ลักษณะบางอย่างที่สังเกตได้ 1. มีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่เจริญเติบโตได้เร็วกว่าเด็ก ปกติ 2. มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและ เรียนรู้ได้ง่าย 3. มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงจัง ชอบซักถาม มีความ ใฝ่เรียนรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจ ชอบแสวงหาสิ่งท้าทายความคิดอยู่เสมอ 4. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใช้สามัญส�ำนึก และ สามารถน�ำความรู้ที่มีไปใช้ได้ในชีวิตจริง 5. มีเหตุผล มีความสามารถในการคิดดี 6. มีความจ�ำดี สามารถจดจ�ำสิ่งที่เคยเห็นเคยอ่านได้รวดเร็วและ แม่นย�ำ 7. มีความรู้กว้างขวางเกินวัย 8. มีความคิดริเริ่ม มีวิธีการคิดและแนวคิดแปลก ๆ แต่ใช้การ ได้ดีและมีอารมณ์ขัน 9. เป็นคนตื่นตัวอยู่เสมอ สติปัญญาเฉียบแหลม ช่างสังเกต 10. มีแรงจูงใจและมีความมานะบากบั่น มีความจริงจังในการ ท�ำงาน พฤติกรรมบางอย่างในห้องเรียน 1. เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว มักมีค�ำถามชวนคิด 2. มีสมาธิในการเรียนและการท�ำงานดี 3. สนใจและสนุกกับปัญหาที่ยากซับซ้อน 4. อ่านหนังสือได้เร็วกว่าอายุ 5. ชอบประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ หรือในแนวใหม่ ๆ 6. ใช้ภาษาได้ดี รู้จักค�ำศัพท์กว้างขวางเกินวัย 7. ชอบเรียนหนังสือ
  • 10.
    ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ10 8. แก้ปัญหาด้วยวิธีการหลากหลาย 9. มีลักษณะเป็นผู้น�ำในกลุ่มเด็กวัยเดียวกัน ความต้องการพิเศษ เด็กที่มีความสามารถพิเศษเป็นเด็กที่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ดังนั้น การใช้เนื้อหาและวิธีการสอนที่ใช้กับเด็กปกติจึงมักท�ำให้เด็กเกิด ความเบื่อหน่าย เพราะไม่มีสิ่งที่ท้าทายความคิดหรือความสนใจ หากครู ไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา ก่อให้เกิดปัญหาในการเรียน บาง ครั้งเด็กอาจก่อกวนความสงบของชั้นเรียนได้ ครูควรจัดบริการสอนเสริม ให้กับเด็ก ซึ่งท�ำได้หลายรูปแบบ ดังนี้ 1. การจัดชั้นพิเศษ โดยคัดแยกเด็กเก่งมาเรียนในกลุ่มเดียวกันและ จัดหลักสูตรพิเศษให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของเด็ก 2. การสอนเร่ง เป็นการเรียนหลักสูตรปกติในเวลาที่น้อยลง เช่น การเรียนข้ามชั้น หรือการเรียนควบชั้น 3. การสอนเพิ่ม เป็นการเสริมความรู้และประสบการณ์ของเด็ก ให้กว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น นอกเหนือจากกิจกรรมในชั้นเรียน และ/ หรือให้โอกาสได้ฝึกฝนเล่าเรียนในแขนงวิชาที่เด็กมีความถนัดเป็นพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่อง ในประเทศไทยมีค�ำที่ใช้เกี่ยวกับเด็กที่มีความบกพร่องหลายค�ำ ได้แก่ เด็กบกพร่อง เด็กพิการ เด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จ�ำเป็นต้องได้รับการ ดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้านการใช้ ชีวิตประจ�ำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนา เต็มตามศักยภาพของเขาเอง โดยออกแบบการดูแลช่วยเหลือเด็กตาม ลักษณะความจ�ำเป็นและความต้องการของเด็กแต่ละคน กระทรวงศึกษาธิการ (2552) แบ่งเด็กกลุ่มบกพร่องออกเป็น 9 กลุ่ม เด็กแต่ละกลุ่มมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละกลุ่ม แต่ละคน