Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
CUPress
737 views
9789740335535
9789740335535
Education
◦
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 10
2
/ 10
3
/ 10
4
/ 10
5
/ 10
6
/ 10
7
/ 10
8
/ 10
9
/ 10
10
/ 10
More Related Content
PPTX
ปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับการสอนเด็กพิเศษ.pptx
by
nammindglory
PPTX
เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with special needs )
by
Pitchayakarn Nitisahakul
PDF
2
by
Pa'rig Prig
PPTX
เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with special needs )
by
Pitchayakarn Nitisahakul
PPT
การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม
by
guest5ec5625
PPT
การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม
by
guest5ec5625
PPTX
การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
by
Pitchayakarn Nitisahakul
PPT
Diversity And Inclusion
by
transformedgideon
ปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับการสอนเด็กพิเศษ.pptx
by
nammindglory
เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with special needs )
by
Pitchayakarn Nitisahakul
2
by
Pa'rig Prig
เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with special needs )
by
Pitchayakarn Nitisahakul
การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม
by
guest5ec5625
การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม
by
guest5ec5625
การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
by
Pitchayakarn Nitisahakul
Diversity And Inclusion
by
transformedgideon
Similar to 9789740335535
PDF
ชุดที่2การอ่าน เล่ม1 เทคนิค วิธีการและสื่อ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางก...
by
Napadon Yingyongsakul
PDF
เรียนรวมบทที่ 3 แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล [1 54]
by
CMRU
PDF
การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive education)
by
Pete Pitch
PDF
172
by
Noo Pick
PDF
ความรู้พื้นฐานและแนวทางพัฒนานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
by
Napadon Yingyongsakul
PDF
ชุดที่2 เล่ม3 เทคนิค วิธีการและสื่อสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนร...
by
Napadon Yingyongsakul
PDF
เรียนรวมบทที่ 3 [1 54]
by
CMRU
PDF
กฎหมายการจัดการเรียนรวม
by
iTylor
PDF
พรบ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ 2551
by
สายฝน ต๊ะวันนา
DOC
การศึกษาแบบเรียนรวม
by
Supakdee Wannatong
DOC
พรบ คนพิการ 2551 ย่อ
by
โทษฐาน ที่รู้จักกัน
DOC
พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ2551
by
Nanthapong Sornkaew
PDF
1
by
Pa'rig Prig
PPSX
พรบ2551 By BUNBUN
by
บันบัน ธีระชัย ใจใส
DOCX
โครงการช่วยเหลือเจือปัน
by
Pawitporn Piromruk
PDF
บทที่ 1.1
by
Pa'rig Prig
PDF
Utq2125
by
ยากเพราะคิด สัมฤทธิ์เพราะทำ
PPTX
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
by
Pitchayakarn Nitisahakul
DOC
P10
by
Wunwisa Punsi
PDF
ชื่นชมผลงาน
by
panidda3355
ชุดที่2การอ่าน เล่ม1 เทคนิค วิธีการและสื่อ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางก...
by
Napadon Yingyongsakul
เรียนรวมบทที่ 3 แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล [1 54]
by
CMRU
การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive education)
by
Pete Pitch
172
by
Noo Pick
ความรู้พื้นฐานและแนวทางพัฒนานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
by
Napadon Yingyongsakul
ชุดที่2 เล่ม3 เทคนิค วิธีการและสื่อสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนร...
by
Napadon Yingyongsakul
เรียนรวมบทที่ 3 [1 54]
by
CMRU
กฎหมายการจัดการเรียนรวม
by
iTylor
พรบ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ 2551
by
สายฝน ต๊ะวันนา
การศึกษาแบบเรียนรวม
by
Supakdee Wannatong
พรบ คนพิการ 2551 ย่อ
by
โทษฐาน ที่รู้จักกัน
พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ2551
by
Nanthapong Sornkaew
1
by
Pa'rig Prig
พรบ2551 By BUNBUN
by
บันบัน ธีระชัย ใจใส
โครงการช่วยเหลือเจือปัน
by
Pawitporn Piromruk
บทที่ 1.1
by
Pa'rig Prig
Utq2125
by
ยากเพราะคิด สัมฤทธิ์เพราะทำ
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
by
Pitchayakarn Nitisahakul
P10
by
Wunwisa Punsi
ชื่นชมผลงาน
by
panidda3355
More from CUPress
PDF
9789740337560
by
CUPress
PDF
9789740337027
by
CUPress
PDF
9789740336280
by
CUPress
PDF
9789740336099
by
CUPress
PDF
9789740337072
by
CUPress
PDF
9789740336457
by
CUPress
PDF
9789740336907
by
CUPress
PDF
9789740336242
by
CUPress
PDF
9789740336440
by
CUPress
PDF
9789740337102
by
CUPress
PDF
9789740336365
by
CUPress
PDF
9789740336389
by
CUPress
PDF
9789740337478
by
CUPress
PDF
9789740337737
by
CUPress
PDF
9789740337096
by
CUPress
PDF
9789740336235
by
CUPress
PDF
9789740337270
by
CUPress
PDF
9789740336303
by
CUPress
PDF
9789740336914
by
CUPress
PDF
9789740336686
by
CUPress
9789740337560
by
CUPress
9789740337027
by
CUPress
9789740336280
by
CUPress
9789740336099
by
CUPress
9789740337072
by
CUPress
9789740336457
by
CUPress
9789740336907
by
CUPress
9789740336242
by
CUPress
9789740336440
by
CUPress
9789740337102
by
CUPress
9789740336365
by
CUPress
9789740336389
by
CUPress
9789740337478
by
CUPress
9789740337737
by
CUPress
9789740337096
by
CUPress
9789740336235
by
CUPress
9789740337270
by
CUPress
9789740336303
by
CUPress
9789740336914
by
CUPress
9789740336686
by
CUPress
9789740335535
1.
1 เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ
• ความหมายของเด็กพิเศษ • ประเภทของเด็กพิเศษ • กฎหมายเกี่ยวกับเด็กพิเศษ บทที่
2.
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ2 ความหมายของเด็กพิเศษ เด็กพิเศษ เป็นค�ำสั้น
ๆ ที่มาจากค�ำเต็ม ๆ ว่า เด็กที่มีความ ต้องการพิเศษ หรืออาจใช้ค�ำอื่นที่มีความหมายท�ำนองเดียวกัน เช่น ผู้เรียน ลักษณะพิเศษ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ว่า “เด็ก” หมายความว่า บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก “เด็กหมายถึงมนุษย์ทุกคนที่มีอายุ ต�่ำกว่า 18 ปี ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4 ที่ว่า “เด็ก” หมายความว่า บุคคล ซึ่งมีอายุต�่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะโดยการ สมรส ตามความหมายนี้ก็คือ ผู้มีอายุต�่ำกว่า 18 ถ้ายังไม่สมรสเรียก “เด็ก” ทั้งหมด ส่วนในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ปรากฏค�ำอธิบายความหมายของคนพิการไว้ดังนี้ “คนพิการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีข้อจ�ำกัดในการปฏิบัติ กิจกรรมในชีวิตประจ�ำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากมีความ บกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมี อุปสรรคในด้านต่าง ๆ และมีความจ�ำเป็นเป็นพิเศษที่จะต้องได้รับความ ช่วยเหลือด้านหนึ่งด้านใด เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป ส่วนค�ำที่เกี่ยวข้องกับค�ำว่า “พิเศษ” มาจากค�ำ “มีความต้องการ พิเศษ” องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อธิบายเกี่ยวกับขอบเขตของ ความต้องการพิเศษไว้ใน Disability Quarterly (1980: 3) ไว้ 3 ประการ ดังนี้
3.
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 3 1.
ความบกพร่อง (Impairment) หมายถึง มีการสูญเสียหรือ มีความผิดปกติของจิตใจ หรือสรีระหรือโครงสร้างและหน้าที่ของร่างกาย 2. ไร้สมรรถภาพ (Disability) หมายถึง การมีข้อจ�ำกัดใด ๆ หรือ การขาดความสามารถอันเป็นผลมาจากความบกพร่อง จนไม่สามารถกระท�ำ กิจกรรมในลักษณะหรือภายในขอบเขตที่ถือว่าปกติส�ำหรับมนุษย์ได้ 3. ความเสียเปรียบ (Handicap) หมายถึง การมีความจ�ำกัด หรืออุปสรรคกีดกั้นอันเนื่องมาจากความบกพร่อง และการไร้สมรรถภาพ ที่จ�ำกัดหรือขัดขวางจนท�ำให้บุคคลไม่สามารถบรรลุการกระท�ำตามบทบาท ปกติของเขาได้ส�ำเร็จ จึงพอสรุปได้ว่า เด็กพิเศษ หมายถึง บุคคลที่มีอายุต�่ำกว่า 18 ปี ที่มีลักษณะแตกต่างจากเด็กปกติทั่วไปในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ หรือสังคม ซึ่งมีความต้องการจ�ำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือเป็น พิเศษด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้ได้รับการพัฒนา สามารถเรียนรู้ และปฏิบัติ กิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน ตลอดจนด�ำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างเต็มที่ตาม ศักยภาพของแต่ละบุคคล ส�ำหรับความหมายของ “การศึกษาพิเศษ” มีผู้อธิบายไว้หลาก หลาย จึงจะขอยกมาเป็นตัวอย่างไว้พอสังเขปดังนี้ องค์การยูเนสโก (UNESCO, 2006) อธิบายความหมายของการ จัดการศึกษาพิเศษไว้ว่า หมายถึง การจัดการศึกษาและบริการสนับสนุน ให้กับบุคคลที่มีความต้องการทางการศึกษาพิเศษเป็นพิเศษ ซึ่งครอบคลุม บุคคลที่มีความบกพร่องหรือพิการ และบุคคลที่มีปัญหาหรือประสบความ ล้มเหลวในการเรียนด้วยรูปแบบและวิธีการจัดการศึกษา ส่วนความหมายของ การศึกษาพิเศษ หรือที่เรียกว่า การศึกษา ส�ำหรับผู้มีความต้องการพิเศษที่แสดงไว้ใน Encyclopedia Britannica (2011) อธิบายว่า หมายถึง การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กที่มีความแตก ต่าง จากเด็กทั่วไปทางด้านสังคม จิตใจ และร่างกาย ได้แก่ เด็กที่มีความ บกพร่องทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
4.
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ4 เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย เด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง รวม ทั้งเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ซึ่งต้องมีการจัดการศึกษาที่แตกต่างจาก เด็กปกติ ในประเทศไทย ได้มีการระบุความหมายของการจัดการเรียนรู้ ส�ำหรับผู้มีความต้องการพิเศษไว้หลายแห่ง ได้แก่ ข้อความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 ในหมวด 2 มาตรา 10 อธิบายความ หมายของการศึกษาพิเศษว่า หมายถึง การจัดการศึกษาส�ำหรับบุคคล ซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การ สื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่ง ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคล ดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ ศรียา นิยมธรรม (2546) อธิบายเกี่ยวกับการจัดการศึกษา พิเศษว่าหมายถึง การให้การศึกษาแก่ผู้เรียนเป็นพิเศษ ทั้งโดยวิธีการสอน การจัดด�ำเนินการวิธีการสอน และการให้บริการ ทั้งนี้เพราะบุคคลเหล่านี้ เป็นผู้ด้อยโอกาส และขาดความเสมอภาคในการได้รับสิทธิตามที่รัฐจัดการ ศึกษาภาคบังคับให้แก่เด็กในวัยเรียนโดยทั่วไป ซึ่งสาเหตุแห่งความด้อย โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญาและ อารมณ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดการศึกษาให้แก่เด็กปัญญาเลิศ ซึ่ง เป็นเด็กที่มีระดับสติปัญญาสูงกว่าเด็กปกติ ผดุง อารยะวิญญู (2542) อธิบายว่า การศึกษาพิเศษ หมายถึง การศึกษาที่จัดส�ำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่อง ทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา เด็กที่มีความบกพร่องทาง การได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ เด็กที่มีปัญหา ทางอารมณ์/พฤติกรรม เด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ และเด็กพิการ
5.
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 5 ซ�้ำซ้อน
ซึ่งเด็กเหล่านี้ไม่อาจได้รับประโยชน์เต็มที่จากการศึกษาที่จัดให้ กับเด็กปกติ ดังนั้น การศึกษาพิเศษจึงแตกต่างไปจากการศึกษาส�ำหรับ เด็กปกติ ในด้านวิธีสอน ขบวนการ เนื้อหาวิชา (หลักสูตร) เครื่องมือและ อุปกรณ์การสอนที่จ�ำเป็น การศึกษาพิเศษควรจัดให้สนองความต้องการ และความสามารถของแต่ละบุคคล เด็กที่มีความต้องการพิเศษมีความ แตกต่างกันมาก ดังนั้น การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กประเภทนี้จึงควร สนองความต้องการและความสามารถของเด็ก กล่าวได้ว่า การจัดการศึกษาพิเศษเป็นการจัดประสบการณ์ด้าน การศึกษาส�ำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษทั้งที่อยู่ในกลุ่มผู้มีความบกพร่อง ได้แก่ ผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา บกพร่องทางสายตา บกพร่อง ทางการได้ยิน บกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ บกพร่องในการเรียนรู้ มีปัญหาทางอารมณ์/พฤติกรรมและพิการซ้อน นอกจากนี้ยังมีผู้มีความ ต้องการพิเศษที่อยู่ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสซึ่งไม่สามารถพึ่งตัวเองได้หรือไม่มี ผู้ดูแล และผู้ที่มีความสามารถพิเศษซึ่งมีความต้องการรับบริการด้านการ ศึกษาที่แตกต่างไปจากบุคคลทั่วไป ประเภทของเด็กพิเศษ จากการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งประเภท ของเด็กพิเศษพบว่า มีการแบ่งประเภทของเด็กพิเศษไว้คล้ายกัน คือ มี 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ประกอบด้วย 1. เด็กปัญญาเลิศ เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษกลุ่มหนึ่งที่มี ระดับสติปัญญาสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของเด็กทั่วไป อาจได้ยินในชื่อของ “เด็กกิฟเต็ด” (gifted child) ในที่นี้หมายรวมถึงเด็กที่มีพรสวรรค์ เด็ก ที่มีความสามารถพิเศษรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย 2. เด็กบกพร่อง เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษอีกประเภทหนึ่งที่ หลายหน่วยงานแบ่งประเภทของความบกพร่องหรือความพิการไว้แตกต่างกัน
6.
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ6 ซึ่งจะอธิบายประเภทของเด็กบกพร่องต่อไป 3. เด็กด้อยโอกาส
เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษอีกกลุ่มหนึ่ง ต้องการความช่วยเหลือ เด็กกลุ่มนี้ไม่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย หรือสติปัญญา แต่มีความต้องการความช่วยเหลือในด้านอื่น เช่น การ ช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย การช่วยเหลือด้านการศึกษา เนื่องจากเป็นเด็ก จรจัด หรือเป็นเด็กก�ำพร้าที่ขาดผู้ปกครองดูแลช่วยเหลือ ประเภทของเด็กพิเศษที่มีความบกพร่อง เมื่อเปรียบเทียบโอกาสของการได้พบเด็กพิเศษในระบบโรงเรียน จะปรากฏว่าเราจะพบเด็กในกลุ่มเด็กบกพร่องได้บ่อยที่สุดในการจัดการ ศึกษาในระบบโรงเรียน ในหนังสือเล่มนี้จึงจะขออธิบายถึงเด็กกลุ่มนี้ไว้ ในล�ำดับต่อไป เพื่อให้ผู้อ่านทราบแหล่งที่มาของการแบ่งประเภทของเด็ก พิเศษที่มีความบกพร่อง จึงขอยกตัวอย่างการจัดประเภทของเด็กพิเศษ ที่มีความบกพร่องที่จัดโดยองค์กรต่าง ๆ ไว้พอสังเขป ส�ำหรับที่จะแสดง ไว้ในที่นี้จะกล่าวถึงการจัดประเภทกลุ่มเด็กพิเศษขององค์การยูนิเซฟ กระทรวงศึกษาธิการ กองการศึกษาเพื่อคนพิการ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้ คณะกรรมการร่วมขององค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ (UNICEF) กับองค์การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการระหว่าง ประเทศ ได้ก�ำหนดประเภทของเด็กพิเศษโดยอาศัยลักษณะของความ พิการและปัญหาของเด็กเป็นเกณฑ์ ท�ำให้ก�ำหนดประเภทของเด็กพิเศษ ได้เป็น 10 ประเภท (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 2555) คือ 1. ตาบอด 2. มองเห็นได้อย่างเลือนราง หรือบางส่วน 3. มีความบกพร่องทางการได้ยิน 4. ปัญญาอ่อน 5. พิการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากความพิการทางสมอง ความพิการทางแขน ขา ล�ำตัว
7.
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 7 6.
มีความบกพร่องทางการพูด หรือการใช้ภาษา 7. มีปัญหาการเรียนรู้เฉพาะด้าน 8. มีปัญหาทางพฤติกรรมต่าง ๆ 9. เรียนหนังสือได้ช้า 10. มีปัญหาความพิการซ้อน กระทรวงศึกษาธิการ (2552) ได้ออกประกาศ เรื่อง ก�ำหนด ประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552 โดยมี ข้อความในข้อ 2 ของประกาศนี้ ซึ่งกล่าวถึงประเภทของคนพิการว่ามี 9 ประเภท ดังนี้ 1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น 2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 3. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือ สุขภาพ 5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 6. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา 7. บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์ 8. บุคคลออทิสติก 9. บุคคลพิการซ้อน กองการศึกษาเพื่อคนพิการ กระทรวงศึกษาธิการ (มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครราชสีมา, 2555) ได้ก�ำหนดประเภทเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตามลักษณะที่ได้ด�ำเนินการจัดให้บริการทางการศึกษา โดยแบ่งเป็น 1. เด็กพิเศษประเภทตาบอด 2. เด็กพิเศษประเภทหูหนวก 3. เด็กพิเศษประเภทปัญญาอ่อน 4. เด็กพิเศษประเภทพิการทางร่างกาย รวมทั้งเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง ในโรงพยาบาล
8.
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ8 5. เด็กขาดโอกาสที่จะเรียน
หรือเด็กศึกษาสงเคราะห์ ได้แก่ เด็กชาวป่า ชาวเขา ชาวเรือ ชาวเกาะ เด็กที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมี ปัญหาทางสภาพภูมิศาสตร์ เด็กยากจนที่ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียน เด็กก�ำพร้า หรือเด็กที่ขาดผู้อุปการะ เด็กที่มีปัญหาทางสังคม หรือเด็กที่ ขาดโอกาสทางการศึกษาในลักษณะอื่น ๆ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง หรือมีความถนัดเฉพาะทางอยู่ในระดับสูงกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน อาจ เป็นเด็กที่มีความสามารถมากหรือเด่นจนเป็นที่ยอมรับของผู้เชี่ยวชาญ ในวงการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง หรือเด็ก ที่มีความถนัดเฉพาะทางซึ่งอาจเป็นด้านใดด้านหนึ่ง หรือรวมกันหลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านการเป็นผู้น�ำ ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านศิลปะ และ ดนตรี การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กกลุ่มนี้จ�ำเป็นต้องท�ำแผนการศึกษา เฉพาะบุคคล และให้บริการพิเศษนอกเหนือไปจากเด็กปกติเพื่อพัฒนา ศักยภาพที่มีอยู่ให้ถึงขีดสูงสุด วิธีการจัดการเรียนรู้ในแบบปกติทั่วไป ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้ได้ ท�ำให้เด็ก กลุ่มนี้เกิดความเบื่อหน่าย และขาดโอกาสในการแสดงความสามารถพิเศษ ที่มีอยู่ไม่ได้แสดงออกอย่างเต็มศักยภาพ การจัดกลุ่มเด็กที่มีความสามารถ พิเศษ จัดได้เป็น 3 กลุ่ม (กลุ่มการศึกษาพิเศษ ส�ำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, 2550) ดังนี้ 1. เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง คือ กลุ่มเด็กที่มีระดับสติปัญญา (IQ) ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป 2. เด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน อาจไม่ใช่เด็กที่มีระดับ สติปัญญาสูง แต่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านที่โดดเด่นกว่าคนอื่นใน วัยเดียวกัน เช่น ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การใช้ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา การแสดง
9.
เรื่องน่ารู้ส�ำหรับครูเด็กพิเศษ 9 3.
เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ดี ลักษณะบางอย่างที่สังเกตได้ 1. มีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่เจริญเติบโตได้เร็วกว่าเด็ก ปกติ 2. มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและ เรียนรู้ได้ง่าย 3. มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงจัง ชอบซักถาม มีความ ใฝ่เรียนรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจ ชอบแสวงหาสิ่งท้าทายความคิดอยู่เสมอ 4. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใช้สามัญส�ำนึก และ สามารถน�ำความรู้ที่มีไปใช้ได้ในชีวิตจริง 5. มีเหตุผล มีความสามารถในการคิดดี 6. มีความจ�ำดี สามารถจดจ�ำสิ่งที่เคยเห็นเคยอ่านได้รวดเร็วและ แม่นย�ำ 7. มีความรู้กว้างขวางเกินวัย 8. มีความคิดริเริ่ม มีวิธีการคิดและแนวคิดแปลก ๆ แต่ใช้การ ได้ดีและมีอารมณ์ขัน 9. เป็นคนตื่นตัวอยู่เสมอ สติปัญญาเฉียบแหลม ช่างสังเกต 10. มีแรงจูงใจและมีความมานะบากบั่น มีความจริงจังในการ ท�ำงาน พฤติกรรมบางอย่างในห้องเรียน 1. เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว มักมีค�ำถามชวนคิด 2. มีสมาธิในการเรียนและการท�ำงานดี 3. สนใจและสนุกกับปัญหาที่ยากซับซ้อน 4. อ่านหนังสือได้เร็วกว่าอายุ 5. ชอบประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ หรือในแนวใหม่ ๆ 6. ใช้ภาษาได้ดี รู้จักค�ำศัพท์กว้างขวางเกินวัย 7. ชอบเรียนหนังสือ
10.
ท�ำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ10 8. แก้ปัญหาด้วยวิธีการหลากหลาย
9. มีลักษณะเป็นผู้น�ำในกลุ่มเด็กวัยเดียวกัน ความต้องการพิเศษ เด็กที่มีความสามารถพิเศษเป็นเด็กที่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ดังนั้น การใช้เนื้อหาและวิธีการสอนที่ใช้กับเด็กปกติจึงมักท�ำให้เด็กเกิด ความเบื่อหน่าย เพราะไม่มีสิ่งที่ท้าทายความคิดหรือความสนใจ หากครู ไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา ก่อให้เกิดปัญหาในการเรียน บาง ครั้งเด็กอาจก่อกวนความสงบของชั้นเรียนได้ ครูควรจัดบริการสอนเสริม ให้กับเด็ก ซึ่งท�ำได้หลายรูปแบบ ดังนี้ 1. การจัดชั้นพิเศษ โดยคัดแยกเด็กเก่งมาเรียนในกลุ่มเดียวกันและ จัดหลักสูตรพิเศษให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของเด็ก 2. การสอนเร่ง เป็นการเรียนหลักสูตรปกติในเวลาที่น้อยลง เช่น การเรียนข้ามชั้น หรือการเรียนควบชั้น 3. การสอนเพิ่ม เป็นการเสริมความรู้และประสบการณ์ของเด็ก ให้กว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น นอกเหนือจากกิจกรรมในชั้นเรียน และ/ หรือให้โอกาสได้ฝึกฝนเล่าเรียนในแขนงวิชาที่เด็กมีความถนัดเป็นพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่อง ในประเทศไทยมีค�ำที่ใช้เกี่ยวกับเด็กที่มีความบกพร่องหลายค�ำ ได้แก่ เด็กบกพร่อง เด็กพิการ เด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จ�ำเป็นต้องได้รับการ ดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้านการใช้ ชีวิตประจ�ำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนา เต็มตามศักยภาพของเขาเอง โดยออกแบบการดูแลช่วยเหลือเด็กตาม ลักษณะความจ�ำเป็นและความต้องการของเด็กแต่ละคน กระทรวงศึกษาธิการ (2552) แบ่งเด็กกลุ่มบกพร่องออกเป็น 9 กลุ่ม เด็กแต่ละกลุ่มมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละกลุ่ม แต่ละคน
Download