บทที่ 7
การเขียนบทร้อยกรอง
อาจารย์มัลลิกา ผ่องแผ้ว
หลักและวิธีการเเต่งบทร้อยกรอง
ร้อยกรองเป็นมรดกทางภาษาที่คนไทยควรภาคภูมิใจ และอนุรักษ์ไว้ร้อยกรองมี
ลักษณะบังคับที่เรียกว่า "ฉันทลักษณ์" มีความเเตกต่างกันตามลักษณะของร้อยกรองทั้ง ๕
ประเภท ได้แก่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง
มี 9 ประการ ดังนี้
พยางค์
คณะ
สัมผัส
คาครุ-ลหุ
 คาเอก คาโท
คาเป็น คาตาย
 เสียงวรรณยุกต์
คานา
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
1. พยางค์ คือ เสียงที่เปล่งออกมา 1 ครั้ง จะมีความหมาย หรือไม่มีความหมายก็ได้
พยางค์ เกิดจากการเปล่งเสียงพยัญชนะเสียงสระและเสียงวรรณยุกต์ตามกันออกมา
อย่างกระชั้นชิด จนฟังดูเหมือนกับเปล่งเสียงออกมาในครั้งเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า การ
ประสมเสียงในภาษา เสียงที่เกิดจากการประสมเสียง จึงเรียกว่า พยางค์
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
1. พยางค์ (ต่อ)
พระยาอุปกิตศิลปสาร (๒๕๓๓ : ๑๘) กล่าวว่า “ถ้อยคาที่เราใช้พูดกันนั้น บางทีก็
เปล่งเสียงออกครั้งเดียว บางทีก็หลายครั้ง เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ นั้น ท่านเรียกว่า
“พยางค์” คือ ส่วนของคาพูด”
กาญจนา นาคสกุล (๒๕๒๐ : ๑๐๔) กล่าวว่า
“พยางค์จึงหมายถึง จานวนเสียงที่ดังเด่น ซึ่งปรากฏ
ในกลุ่มเสียงที่เรียงเป็นคาพูดเสียงอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง
ก็จะประกอบเข้าเป็นส่วนของพยางค์… โดยปกติเสียง
สระเป็นเสียงที่มีลักษณะประจาตัว เป็นเสียงก้องที่ดัง
กว่าเสียงอื่น ฉะนั้นเสียงสระจึงมักจะเป็นเสียงทาให้
เกิดพยางค์”
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
1. พยางค์ (ต่อ)
จากคาอธิบายความหมายของพยางค์ดังกล่าว สรุปได้ว่าพยางค์คือ เสียงที่เปล่ง
ออกมาครั้งหนึ่งๆ
ซึ่งมีเสียงสระเป็นเสียงที่ดังเด่น ๑ เสียง และเสียงที่อยู่ข้างเคียงอย่างน้อย ๒ เสียง
ได้แก่ เสียงพยัญชนะและ
เสียงวรรณยุกต์พยางค์อาจจะเป็นคาก็ได้ถ้าพยางค์นั้นมีความหมายดังตัวอย่าง
ต่อไปนี้
นา มี 1 พยางค์ 1 คา
นาที มี 2 พยางค์ 1 คา
นาฬิกา มี 3 พยางค์ 1 คา ฯลฯ
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
2. คณะ คือ ข้อกาหนดของบทร้อยกรองแต่ละประเภทว่าจะต้องมีจานวนคา จานวนวรรค
จานวนบาท และจานวนบทเท่าหมด เช่น
กลอนแปด
1 บท มี 2 บาท
1 บาท มี 2 วรรค
1 วรรค มี 8 คา (อาจมี 7-9 คาก็ได้)
กาพย์ยานี
1 บท มี 2 บาท
1 บาท มี 2 วรรค
วรรคหน้ามี 5 คา วรรคหลังมี 6 คา
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
2. คณะ (ต่อ)
ตัวอย่าง กลอนเเปด
ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
เเม้พูดชั่วตัวตายทาลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์
เพราะพูดจา
สุนทรภู่
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
3. สัมผัส คือ ลักษณะบังคับให้ใช้คาคล้องจองกันมี 4 ชนิด ได้แก่
1. สัมผัสสระ คือ คาที่ใช้สระคล้องจองเป็ฯเสียงเดียวกัน และถ้ามีตัวสะกด
มาตราเดียวกัน เช่น
สระอา มา-จา-ฝา-หา-ป่า
สระโอะ สะกดแม่กน จน-คน-ฝน-หน-ป่น
สระอา สะกดเเม่เกย กราย-ชาย-ลาย-หาย-อาย
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
3. สัมผัส (ต่อ)
2. สัมผัสพยัญชนะหรือสัมผัสอักษร คือ คาที่ใช้พยัญชนะต้นตัวเดียวหรือเสียง
เดียวกัน โดยไม่คานึงถึงตัวสะกด
เช่น จ - จิต ใจ จด จอด แจ๋ว
ด - เด็ก ดื่น ดึก ดื่ม ดาว
น - นก นอน แนบ น้า นิ่ง
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
3. สัมผัส (ต่อ)
3. สัมผัสนอก คือ สัมผัสบังคับของร้อยกรองทุกประเภท เป็นคาที่มีเสียงคล้อง
จองจากวรรคหนึ่ง ใช้เเต่สัมผัสสระไม่ใช้สัมผัสอักษร เช่น
มาถึงบางธรณีทวีโศก ยามวิโยคยากใจให้สะอื้น
โอ้สุธาหนาเเน่นเป็นแผ่นพื้น ถึงสี่หมื่นสองเเสนทั้งเเดนไตร
เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้ ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย
ล้วนหนามเหน็บเจ็บเเสบคับเเคบใจ
เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา ฯ
สุนทรภู่
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
3. สัมผัส (ต่อ)
4. สัมผัสใน คือ คาที่มีเสียงสระหรือเสียงพยัญชนะคล้องจองในวรรคเดียวกัน ทา
ให้บทร้อยกรองไพเราะ เช่น
จักจั่นเเจ้วเเว่วหวีดจังหรีดหริ่ง ปี่แก้วตริ่งตรบเสียงสาเนียงหนาว
ยิ่งเย็นฉ่าน้าค้างลงพร่าวพราว พระพายผ่าวพัดไหวทุกใบโพธิ์
สุนทรภู่
สัมผัสสระ เเจ้ว-แว่ว, หวีด-หรีด, เสียง-เนียง,
ฉ่า-น้า, ไหว-ใบ
สัมผัสอักษร จัก-จั่น-เเจ้ว, หวีด-หริ่ง, ยิ่ง-เย็น,
พร่าว-พราว
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
4. คาครุ-ลหุ คือ คาที่ที่เสียงหนักและเสียงเบา บังคับใช้ในบทร้อยกรองประเภทฉันท์
คาครุ มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. คาที่ประสมด้วยสระเสียงยาวในเเม่ ก กา เช่น เเม่จ๋า ฟ้าใส
2. คาที่มีตัวสะกด เช่น เด็กน้อย เขียนอ่าน
3. คาที่ประสมด้วย อา ไอ ใอ เอา เช่น ขา ได้ ให้ เขา
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
4. คาครุ-ลหุ (ต่อ)
คาลหุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา เช่น
กระทะ กะทิ ปะทุ สติ อริ กระบะ ขยะ
ตัวอย่าง คาประพันธ์ที่บังคับครุ ลหุ
เเสงสูรย์สาดส่องเเสง จรัสเเจ้งจรูญตา
เทียนทองส่องทาบฟ้า ประโลมหล้าภิรมย์ชม
ชวนคิดให้ไตร่ตรอง นราผอง ณ ยามตรม
ตกอับทุกข์ทับถม บ ฝังจมเสมอไป
ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
4. คาครุ-ลหุ (ต่อ)
คาลหุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา เช่น
กระทะ กะทิ ปะทุ สติ อริ กระบะ ขยะ
ตัวอย่าง คาประพันธ์ที่บังคับครุ ลหุ
เเสงสูรย์สาดส่องเเสง จรัสเเจ้งจรูญตา
เทียนทองส่องทาบฟ้า ประโลมหล้าภิรมย์ชม
ชวนคิดให้ไตร่ตรอง นราผอง ณ ยามตรม
ตกอับทุกข์ทับถม บ ฝังจมเสมอไป
ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
5. คาเอก คาโท คือ คาหรือพยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์เอกและโท ในตาแหน่งที่กาหนดไว้ใน
บทร้อยกรองประเภทโคลง และร่าย
- คาเอก คือ คาหรือพยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์เอก
- คาโท คือ คาหรือพยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์โท
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
6. คาเป็น คาตาย เป็นลักษณะบังคับที่ใช้ในการเเต่งโคลง และร่าย โดยเฉพาะโคลงสี่สุภาพ
คาเป็น มี 3 ลักษณะ คือ
1. คาหรือพยางค์ที่ประสมสระเสียงยาวในเเม่ ก กา
2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราเเม่ กง กน กม เกย เกอว
3. คาที่ประสมด้วยสระ อา ไอ ใอ เอา
คาตาย มี ๒ ลักษณะ คือ
1. คาที่ประสมสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา
2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราแม่ กก กด กบ
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
7. คาเป็น คาตาย เป็นลักษณะบังคับที่ใช้ในการเเต่งโคลง และร่าย โดยเฉพาะโคลงสี่สุภาพ
คาเป็น มี 3 ลักษณะ คือ
1. คาหรือพยางค์ที่ประสมสระเสียงยาวในเเม่ ก กา
2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราเเม่ กง กน กม เกย เกอว
3. คาที่ประสมด้วยสระ อา ไอ ใอ เอา
คาตาย มี ๒ ลักษณะ คือ
1. คาที่ประสมสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา
2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราแม่ กก กด กบ
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
8. เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี และเสียงจัตวา ในการเขียน
กลอนต้องรู้ว่าคาท้ายวรรคใดนิยมใช้หรือไม่นิยมใช้เสียงวรรณยุกต์ใด สาหรับโคลงสี่สุภาพมี
การบังคับเอกโทด้วย เช่น
เดินไพรชมหมู่ไม้ มากมี
พักผ่อนอารมณ์ดี ใช่น้อย
บุฟผากลิ่มรมณีย์ เเสนชื่น
ยามบ่ายตะวันคล้อย ร่มแท้ราวไพร
จตุภูมิ วงษ์แก้ว
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
9. คานา คือ คาขึ้นต้นสาหรับร้อยกรองบางประเภท
กลอนบทละคร คาว่า เมื่อนั้น บัดนั้น
ตัวอย่าง บัดนั้นพระยาเภกพิยักษี
เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี
กลอนดอกสร้อย คาว่าเอ๋ย (เป็นคาที่ ๒ ของวรรคเเรก)
ตัวอย่าง เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ)
9. คานา (ต่อ)
กลอนเสภา คาว่า ครานั้น
ตัวอย่าง ครานั้นท่านยายทองประศรี
กับยายปลียายเปลอยู่เคหา
นิทานคากลอน ไม่บังคับ
จบการบรรยาย บทที่ 7 บทร้อยกรอง

บทที่ 7 การเขียนบทร้อยกรอง

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง มี 9 ประการดังนี้ พยางค์ คณะ สัมผัส คาครุ-ลหุ  คาเอก คาโท คาเป็น คาตาย  เสียงวรรณยุกต์ คานา
  • 4.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 1. พยางค์คือ เสียงที่เปล่งออกมา 1 ครั้ง จะมีความหมาย หรือไม่มีความหมายก็ได้ พยางค์ เกิดจากการเปล่งเสียงพยัญชนะเสียงสระและเสียงวรรณยุกต์ตามกันออกมา อย่างกระชั้นชิด จนฟังดูเหมือนกับเปล่งเสียงออกมาในครั้งเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า การ ประสมเสียงในภาษา เสียงที่เกิดจากการประสมเสียง จึงเรียกว่า พยางค์
  • 5.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 1. พยางค์(ต่อ) พระยาอุปกิตศิลปสาร (๒๕๓๓ : ๑๘) กล่าวว่า “ถ้อยคาที่เราใช้พูดกันนั้น บางทีก็ เปล่งเสียงออกครั้งเดียว บางทีก็หลายครั้ง เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ นั้น ท่านเรียกว่า “พยางค์” คือ ส่วนของคาพูด” กาญจนา นาคสกุล (๒๕๒๐ : ๑๐๔) กล่าวว่า “พยางค์จึงหมายถึง จานวนเสียงที่ดังเด่น ซึ่งปรากฏ ในกลุ่มเสียงที่เรียงเป็นคาพูดเสียงอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง ก็จะประกอบเข้าเป็นส่วนของพยางค์… โดยปกติเสียง สระเป็นเสียงที่มีลักษณะประจาตัว เป็นเสียงก้องที่ดัง กว่าเสียงอื่น ฉะนั้นเสียงสระจึงมักจะเป็นเสียงทาให้ เกิดพยางค์”
  • 6.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 1. พยางค์(ต่อ) จากคาอธิบายความหมายของพยางค์ดังกล่าว สรุปได้ว่าพยางค์คือ เสียงที่เปล่ง ออกมาครั้งหนึ่งๆ ซึ่งมีเสียงสระเป็นเสียงที่ดังเด่น ๑ เสียง และเสียงที่อยู่ข้างเคียงอย่างน้อย ๒ เสียง ได้แก่ เสียงพยัญชนะและ เสียงวรรณยุกต์พยางค์อาจจะเป็นคาก็ได้ถ้าพยางค์นั้นมีความหมายดังตัวอย่าง ต่อไปนี้ นา มี 1 พยางค์ 1 คา นาที มี 2 พยางค์ 1 คา นาฬิกา มี 3 พยางค์ 1 คา ฯลฯ
  • 7.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 2. คณะคือ ข้อกาหนดของบทร้อยกรองแต่ละประเภทว่าจะต้องมีจานวนคา จานวนวรรค จานวนบาท และจานวนบทเท่าหมด เช่น กลอนแปด 1 บท มี 2 บาท 1 บาท มี 2 วรรค 1 วรรค มี 8 คา (อาจมี 7-9 คาก็ได้) กาพย์ยานี 1 บท มี 2 บาท 1 บาท มี 2 วรรค วรรคหน้ามี 5 คา วรรคหลังมี 6 คา
  • 8.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 2. คณะ(ต่อ) ตัวอย่าง กลอนเเปด ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต เเม้พูดชั่วตัวตายทาลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์ เพราะพูดจา สุนทรภู่
  • 9.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 3. สัมผัสคือ ลักษณะบังคับให้ใช้คาคล้องจองกันมี 4 ชนิด ได้แก่ 1. สัมผัสสระ คือ คาที่ใช้สระคล้องจองเป็ฯเสียงเดียวกัน และถ้ามีตัวสะกด มาตราเดียวกัน เช่น สระอา มา-จา-ฝา-หา-ป่า สระโอะ สะกดแม่กน จน-คน-ฝน-หน-ป่น สระอา สะกดเเม่เกย กราย-ชาย-ลาย-หาย-อาย
  • 10.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 3. สัมผัส(ต่อ) 2. สัมผัสพยัญชนะหรือสัมผัสอักษร คือ คาที่ใช้พยัญชนะต้นตัวเดียวหรือเสียง เดียวกัน โดยไม่คานึงถึงตัวสะกด เช่น จ - จิต ใจ จด จอด แจ๋ว ด - เด็ก ดื่น ดึก ดื่ม ดาว น - นก นอน แนบ น้า นิ่ง
  • 11.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 3. สัมผัส(ต่อ) 3. สัมผัสนอก คือ สัมผัสบังคับของร้อยกรองทุกประเภท เป็นคาที่มีเสียงคล้อง จองจากวรรคหนึ่ง ใช้เเต่สัมผัสสระไม่ใช้สัมผัสอักษร เช่น มาถึงบางธรณีทวีโศก ยามวิโยคยากใจให้สะอื้น โอ้สุธาหนาเเน่นเป็นแผ่นพื้น ถึงสี่หมื่นสองเเสนทั้งเเดนไตร เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้ ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย ล้วนหนามเหน็บเจ็บเเสบคับเเคบใจ เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา ฯ สุนทรภู่
  • 12.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 3. สัมผัส(ต่อ) 4. สัมผัสใน คือ คาที่มีเสียงสระหรือเสียงพยัญชนะคล้องจองในวรรคเดียวกัน ทา ให้บทร้อยกรองไพเราะ เช่น จักจั่นเเจ้วเเว่วหวีดจังหรีดหริ่ง ปี่แก้วตริ่งตรบเสียงสาเนียงหนาว ยิ่งเย็นฉ่าน้าค้างลงพร่าวพราว พระพายผ่าวพัดไหวทุกใบโพธิ์ สุนทรภู่ สัมผัสสระ เเจ้ว-แว่ว, หวีด-หรีด, เสียง-เนียง, ฉ่า-น้า, ไหว-ใบ สัมผัสอักษร จัก-จั่น-เเจ้ว, หวีด-หริ่ง, ยิ่ง-เย็น, พร่าว-พราว
  • 13.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 4. คาครุ-ลหุคือ คาที่ที่เสียงหนักและเสียงเบา บังคับใช้ในบทร้อยกรองประเภทฉันท์ คาครุ มี 3 ลักษณะ ดังนี้ 1. คาที่ประสมด้วยสระเสียงยาวในเเม่ ก กา เช่น เเม่จ๋า ฟ้าใส 2. คาที่มีตัวสะกด เช่น เด็กน้อย เขียนอ่าน 3. คาที่ประสมด้วย อา ไอ ใอ เอา เช่น ขา ได้ ให้ เขา
  • 14.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 4. คาครุ-ลหุ(ต่อ) คาลหุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา เช่น กระทะ กะทิ ปะทุ สติ อริ กระบะ ขยะ ตัวอย่าง คาประพันธ์ที่บังคับครุ ลหุ เเสงสูรย์สาดส่องเเสง จรัสเเจ้งจรูญตา เทียนทองส่องทาบฟ้า ประโลมหล้าภิรมย์ชม ชวนคิดให้ไตร่ตรอง นราผอง ณ ยามตรม ตกอับทุกข์ทับถม บ ฝังจมเสมอไป ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา
  • 15.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 4. คาครุ-ลหุ(ต่อ) คาลหุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา เช่น กระทะ กะทิ ปะทุ สติ อริ กระบะ ขยะ ตัวอย่าง คาประพันธ์ที่บังคับครุ ลหุ เเสงสูรย์สาดส่องเเสง จรัสเเจ้งจรูญตา เทียนทองส่องทาบฟ้า ประโลมหล้าภิรมย์ชม ชวนคิดให้ไตร่ตรอง นราผอง ณ ยามตรม ตกอับทุกข์ทับถม บ ฝังจมเสมอไป ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา
  • 16.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 5. คาเอกคาโท คือ คาหรือพยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์เอกและโท ในตาแหน่งที่กาหนดไว้ใน บทร้อยกรองประเภทโคลง และร่าย - คาเอก คือ คาหรือพยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์เอก - คาโท คือ คาหรือพยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์โท
  • 17.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 6. คาเป็นคาตาย เป็นลักษณะบังคับที่ใช้ในการเเต่งโคลง และร่าย โดยเฉพาะโคลงสี่สุภาพ คาเป็น มี 3 ลักษณะ คือ 1. คาหรือพยางค์ที่ประสมสระเสียงยาวในเเม่ ก กา 2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราเเม่ กง กน กม เกย เกอว 3. คาที่ประสมด้วยสระ อา ไอ ใอ เอา คาตาย มี ๒ ลักษณะ คือ 1. คาที่ประสมสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา 2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราแม่ กก กด กบ
  • 18.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 7. คาเป็นคาตาย เป็นลักษณะบังคับที่ใช้ในการเเต่งโคลง และร่าย โดยเฉพาะโคลงสี่สุภาพ คาเป็น มี 3 ลักษณะ คือ 1. คาหรือพยางค์ที่ประสมสระเสียงยาวในเเม่ ก กา 2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราเเม่ กง กน กม เกย เกอว 3. คาที่ประสมด้วยสระ อา ไอ ใอ เอา คาตาย มี ๒ ลักษณะ คือ 1. คาที่ประสมสระเสียงสั้นในเเม่ ก กา 2. คาที่มีตัวสะกดในมาตราแม่ กก กด กบ
  • 19.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 8. เสียงวรรณยุกต์คือ เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี และเสียงจัตวา ในการเขียน กลอนต้องรู้ว่าคาท้ายวรรคใดนิยมใช้หรือไม่นิยมใช้เสียงวรรณยุกต์ใด สาหรับโคลงสี่สุภาพมี การบังคับเอกโทด้วย เช่น เดินไพรชมหมู่ไม้ มากมี พักผ่อนอารมณ์ดี ใช่น้อย บุฟผากลิ่มรมณีย์ เเสนชื่น ยามบ่ายตะวันคล้อย ร่มแท้ราวไพร จตุภูมิ วงษ์แก้ว
  • 20.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 9. คานาคือ คาขึ้นต้นสาหรับร้อยกรองบางประเภท กลอนบทละคร คาว่า เมื่อนั้น บัดนั้น ตัวอย่าง บัดนั้นพระยาเภกพิยักษี เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี กลอนดอกสร้อย คาว่าเอ๋ย (เป็นคาที่ ๒ ของวรรคเเรก) ตัวอย่าง เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา
  • 21.
    ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง (ต่อ) 9. คานา(ต่อ) กลอนเสภา คาว่า ครานั้น ตัวอย่าง ครานั้นท่านยายทองประศรี กับยายปลียายเปลอยู่เคหา นิทานคากลอน ไม่บังคับ
  • 22.