บทที่ 5 ปัญหาและข้อบกพร่อง
ในการใช้ภาษาไทย
อาจารย์มัลลิกา ผ่องแผ้ว
เนื้อหารายละเอียดที่จะเรียนในบทนี้
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษาสื่อสาร
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา
บทนา
การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในปัจจุบันซึ่งจะบรรลุจุดม่งหมายของการสื่อสารตาม
ต้องการนั้น นอกจากคุณสมบัติเฉพาะในฐานะเป็นภาษา ตัวอักษร และการออกเสียง สิ่งที่
เป็นองค์ประกอบสาคัญที่สุดก็คือ การใช้ภาษาให้ชัดเจน ถูกต้อง จึงน่าจะได้มีการศึกษา
ข้อบกพร่องของการใช้ภาษาไทยที่ใช้สื่อสารภายในชีวิตประจาวัน เพื่อเป็นข้อมูลความรู้ที่
จะนาไปพัฒนาการสื่อสารภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น เพื่อนาไปใช้ในการเรียน
การสอนด้านการใช้ภาษาไทย ตลอดรวมถึงเป็นแนวทางในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร
รูปแบบอื่นๆ ให้ถูกต้องอีกด้วย
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษาสื่อสาร
การสื่อสารด้วยภาษาพูด โดยเป็นการพูดที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังโดยตรง ไม่ใช่การพูด
ผ่านสื่อ ผู้พูดสามารถสังเกตรับรู้ได้ว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่โดยดูจากปฏิกิริยา หรือคาถาม
ย้อนกลับ แต่ในกรณีที่เป็นการพูดผ่านสื่อ หรือการเขียนสื่อความ หากใช้ภาษาไม่ชัดเจน อาจ
ทาให้เข้าใจผิด การสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน เกิดจาก
1. ใช้คาฟุ่มเฟือย
2. ใช้คาทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
3. ใช้คาขัดแย้งกันในประโยค
4. ใช้ภาษาหนังสือพิมพ์แทนภาษาเขียน
มาตรฐาน
5. ใช้คาผิดความหมาย
6. ใช้คาต่างระดับ ไม่คงที่
7. ใช้สานวนภาษาต่างประเทศ
8. ใช้ภาษาพูดแทนภาษาเขียน
9. ประโยคมีความหมายกากวม
10. เรียงลาดับคาในประโยคไม่ถูกต้อง
11. ประโยคมีเนื้อความไม่สัมพันธ์กัน
12. การเว้นวรรคตอนผิด
13. ใช้คาไม่เหมาะสมกับโอกาส
กาลเทศะและบุคคล
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
1.ใช้คาฟุ่มเฟือย
การใช้คาฟุ่มเฟือยเกินความจาเป็นทั้งที่สามารถตัดออกได้โดยไม่ทาให้เสียความ เช่น
ตารวจทาการจัดกุมคนร้าย เขาออกเดินทางเมื่อเช้าตรู่ใกล้รุ่ง
2. ใช้คาทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
ในภาษาไทยมีคาทับศัพท์จานวนมาก เนื่องจากการรับเอาคาศัพท์ภาษาต่างประเทศ
เข้ามา ศัพท์บางคามีคาที่ใช้ในภาษาไทย ซึ่งจาเป็นต้องใช้เพื่อการสื่อสารให้ตรงความหมาย
เช่น ชื่อเฉพาะ ศัพท์ทางวิชาการ แต่คาศัพท์บางคามีคาไทยใช้หรือมีการบัญญัติคาศัพท์ใน
ภาษาไทยที่ใช้กันทั่วไปอยู่แล้ว ไม่จาเป็นต้องใช้คาทับศัพท์ เช่น แสตมป์ (ดวงตราไปรณี
ยากร) บอมพ์ (ระเบิด) กรุ๊ป (กลุ่ม) เซ็นเตอร์ ( ศูนย์กลาง)
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
3. ใช้คาขัดแย้งกันในประโยค
การใช้คาขัดแย้งกันในประโยคโดยไม่ระมัดระวัง อาจทาให้การสื่อสารสับสน เช่น
เขาสวมกางเกงขายาวเหนือเข่า ผู้หญิงคนนั้นเดินขวักไขว่อยู่คนเดียว
4. ใช้ภาษาหนังสือพิมพ์แทนภาษาเขียนมาตรฐาน
ภาษาหนังสือพิมพ์เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ เนื่องจากผู้เขียนมีเจตนาให้ดึงดูด
ความสนใจ เช่น การพาดหัวข่าวโดยใช้คากริยานาหน้าประโยค การใช้คาที่มีความหมาย
รุนแรงเกินความจาเป็น ฯลฯ จึงไม่ควรนามาใช้ในการพูดหรือเขียนโดยทั่วไป เช่น รวบมือมีด
สังหารโหด บอลไทยวืด
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
5. ใช้คาผิดความหมาย
การใช้คาผิดความหมายทาให้การสื่อสารคลาดเคลื่อน เช่น เขาทอดทิ้งเธอไว้ตาม
ลาพังเพียงชั่วครู่ เสื้อผ้าของเขาดูเก่าคร่าครึมาก
6. ใช้คาต่างระดับ ไม่คงที่
ระดับของภาษา ได้แก่ ภาษาปาก ภาษากึ่งแบบแผน และภาษาแบบแผน และยังมี
ภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาตามวัฒนธรรม และภาษากวี การใช้ภาษาต่างระดับทาให้มีความ
แตกต่างลักลั่น เช่น ดวงพระสุริยาฉายแสงกล้ามากในตอนบ่าย มนุษย์ทุกคนต้องละสังขาร
ในที่สุด
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
7. ใช้สานวนภาษาต่างประเทศ
ภาษาไทยกับภาษาต่างประเทศมีรูปแบบโครงสร้างทางภาษาที่แตกต่างกัน ในการแปลภาษา
ต่างประเทศ บางครั้งผู้แปลไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับลักษณะภาษาไทย ทาให้มี
ลักษณะสานวนต่างประเทศ และกลายมาเป็นรูปแบบที่จดจานามาใช้ เช่น เธอเข้ามาในห้อง
พร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ เขาจับรถไฟไปอย่างรีบร้อน สองสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเพื่อน
กัน
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
8. ใช้ภาษาพูดแทนภาษาเขียน
ภาษาพูดหรือภาษาปาก เป็นภาษาระดับหนึ่งที่ไม่เหมาะสาหรับใช้ในการเขียน
การนาภาษาพูดมาใช้ในการเขียนอาจใช้ได้การเขียนเรื่องประเภทบันเทิงคดี เพื่อให้ดูสมจริง
แต่ไม่สมควรนามาใช้ในภาษาเขียนทั่วไป โดยเฉพาะภาษาสะแลง หรือภาษาคะนอง เช่น
หนาวชะมัด เด็กคนนี้แสบจริงๆ
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
9. ประโยคมีความหมายกากวม
การใช้ภาษากากวม หมายถึงการใช้คาหรือภาษาที่อาจมีความหมายไม่ชัดเจน หรือ
สื่อความได้หลายอย่าง เช่น เครื่องบินขับรถชนเขา มีคนขนข้าวของเขาไป
10. เรียงลาดับคาในประโยคไม่ถูกต้อง
การเรียงลาดับคาในประโยคไม่ถูกต้องทาให้การสื่อสารไม่ชัดเจน เช่น หนังสือบนชั้น
เขาไม่เคยอ่านเลย หน้าตลาดตรงร้านขายปลาเขาได้พบเธอ
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
11. ประโยคมีเนื้อความไม่สัมพันธ์กัน
ประโยคที่มีเนื้อความไม่สัมพันธ์กันทาให้การสื่อสารสับสน เช่น เขาเรียนอุดมศึกษา
และไปจ่ายตลาด , ฝนตกหนัก แม่จึงคลุกข้าวให้แมว
12. การเว้นวรรคตอนผิด
การเว้นวรรคตอนผิด ทาให้การสื่อสารคลาดเคลื่อน เช่น เขาเป็นคนซื่อ/ ตรงมาก
อย่าอวด /อ้างมากเกินไป
การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ)
13. ใช้คาไม่เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคล
การเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคล เช่น คาราชาศัพท์ คา
ที่ใช้สาหรับพระภิกษุ และบุคคลระดับต่างๆ
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษามีประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้
 การใช้ภาษาผิด
 การใช้ภาษาไม่เหมาะสม
 การใช้ภาษาไม่กระจ่าง
 การใช้ภาษาไม่สละสลวย
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาผิด
การใช้ภาษาผิด หมายถึง การใช้ภาษาผิดหลักไวยากรณ์หรือผิดความหมายที่
ต้องการ เราจะพิจารณากันตั้งแต่ระดับคา กลุ่มคา จนถึงประโยคดังต่อไปนี้
1.การใช้ภาษาผิดความหมาย
การใช้คาต้องระวังเรื่องคาที่มีความหมายแฝง,คาที่เสียงคล้ายคลึงกัน,คาที่มี
ความหมายคล้ายคลึงกัน และคาไวยากรณ์ เช่น ลักษณะนาม บุพบท สันธาน ตัวอย่างเช่น
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาผิด (ต่อ)
องค์ประกอบของรังแค คือกรรมพันธุ์ ความเครียด อากาศแห้ง การขาด
สารอาหารบางชนิด
“องค์ประกอบ” หมายถึง ส่วนต่างๆ ที่ประกอบกันทาให้เป็นรูปขึ้นใหม่โดยเฉพาะ
ประโยคต้องใช้คาว่า “ปัจจัย” หรือ “สาเหตุ” เพราะสิ่งที่ตามหลังคากริยา “คือ” นั้น เป็น
ปัจจัยที่ทาให้เกิดรังแค มิใช่องค์ประกอบของรังแค
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
2. การใช้กลุ่มคาและสานวนผิด ตัวอย่างเช่น
ผู้เขียนพยายามชี้ให้เห็นว่าทางไปสู่ความสาเร็จไม่ได้ปูลาดด้วยกุหลาบสานวนคือ
“ทางที่ปูลาดด้วยกลีบกุหลาบ” เป็นการใช้ภาษาในเชิงเปรียบเทียบ เปรียบทางที่
ราบรื่นสะดวกสบายว่าเหมือนทางที่ปูหรือลาดด้วยกลีบกุหลาบ ความหมายเน้นที่กลีบกุหลาบ
ไม่ใช่ดอกกุหลาบเป็นดอกๆ
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
3. การเรียงคาหรือกลุ่มคาผิดลาดับ
การเรียงคาผิดลาดับ คือ เรียงคาในลาดับที่ทาให้ความหมายไม่ตรงกับที่ต้องการหรือ
เรียงคาในลักษณะที่ไม่ใช้ภาษา
การเรียงกลุ่มคาผิดลาดับ มักจะเกิดจากการวางกลุ่มคาขยายไว้ห่าง จากคาที่ต้องการ
ขยายมากเกินไป ตัวอย่างเช่น
- ฉันขยับขึ้นลุกนั่ง ในประโยคนี้ "ขึ้น" เป็นส่วนของหน่วยกริยาที่ต้องวางไว้หลัง
คากริยา "ลุก" ดังนี้ "ฉันขยับลุกขึ้นนั่ง"
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
4. การใช้ประโยคไม่สมบูรณ์
หมายถึง รวมประโยคที่ขาดส่วนสาคัญของประโยค และประโยคที่มีส่วนเกินเข้ามา
ทาให้ซ้าซ้อนหรือโครงสร้างของประโยคผิดไป ตัวอย่างเช่น
- ฉันรู้สึกเป็นสุขราวกับขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น เมื่อเขาคนนั้นยื่นดอกกุหลาบสีแดงที่
กาลังแย้มกลีบบานออกมารับแสงอาทิตย์ในยามเช้า พร้อมกับบอกว่า "สวัสดีปีใหม่"
ข้อความที่ขาดคาว่า "ให้" ซึ่งเป็นส่วนของหน่วยกริยา "ยื่น.....ให้" ถ้าไม่มีคาว่า "ให้"
ความหมายของประโยคจะต่างไป ในที่นี้เติมคาว่า "ให้" หลังจากคาว่า "ยามเช้า"
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่เหมาะสม
1. การใช้ภาษาพูดในภาษาเขียน ตัวอย่างเช่น
- บ้านของฉันดันมาตั้งอยู่ตรงหัวโค้งถนนพอดี (จาเพาะ)
2. การใช้คาต่างประเทศในภาษาเขียน ตัวอย่างเช่น
- เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ค่อนข้างแอนตี้สังคม (ต่อต้าน)
3. การใช้คาไม่เหมาะสมกับความรู้สึก ตัวอย่างเช่น
- คุณลุงเจ็บกระเสาะกระแสะมาปีกว่าแล้ว เมื่อสองสามวันก่อน ท่านต้อง
เข้าโรงพยาบาลอีก เราคาดหวังกันว่า เจ็บคราวนี้ท่านคงอยู่ได้ไม่นาน
ถ้าใครพูดเช่นนี้ก็หมายความว่ากาลังแช่งคุณลุงให้ตายเสียที ถ้าไม่ใช่ก็
เปลี่ยนใช้คาอื่น เช่น คาดคะเน คาดว่า คาดคิด เป็นต้น
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่เหมาะสม (ต่อ)
4. การใช้คาไม่เหมาะสมกับเนื้อความ ตัวอย่างเช่น
- เพียงแต่เราจะสละเวลาเพียงเล็กน้อยเดินไปที่หน่วยเลือกตั้ง
ในที่นี้ใช้คากริยา "เดิน" เจาะจงเกินไป โดยแท้จริงแล้ว การไปที่หน่วยเลือกตั้ง จะไปโดยวิธีใด
ก็ได้ ดังนั้นจึงควรตัดคาว่า "เดิน" ออกไป
5. การใช้คาต่างระดับ ตัวอย่างเช่น
- ในเมืองนี้ยังมีสถานที่ให้เที่ยวชมหลายแห่งล้วนแต่น่าทัศนาและน่าศึกษา
ควรเลือกคาที่อยู่ในระดับเดียวกันมาใช้ คือ เปลี่ยนคาว่า "ทัศนา" เป็น "น่าดู"
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่เหมาะสม (ต่อ)
6. การใช้คาไม่เหมาะกับโวหาร ตัวอย่างเช่น
- เขาเดินผ่านเข้าไปในซุ้มไม้ที่เขียวชอุ่มเป็นพุ่มงาม บังแสงอาทิตย์เสียสิ้น
ซุ้มไม้ที่เป็นพุ่มคงไม่สูงเสียดยอดและแน่นขนัดถึงขนาดบังแสงอาทิตย์จนมองไม่เห็น
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่กระจ่าง
1.การใช้คาไม่ชัดเจน
ระวังการใช้คาที่มีความหมายไม่แน่นอน เช่นคาที่มีความหมายแสดง
ความรู้สึกต่างๆ หรือประเมินคาว่า ดี เลว เป็นต้น ตัวอย่างเช่น
- ตัวผู้ปกครองเองไม่เข้าใจในระบอบนี้ หรือเข้าใจ แต่หวงอานาจ
ประเทศของเราจึงมิได้ประสบผลสาเร็จเท่าที่ควร แต่ละคนมีเกณฑ์การวัดความควรและไม่
ควรแตกต่างกันไป จึงควรแก้ไขให้ชัดเจนว่า “มิได้ประสบผลสาเร็จตามเป้าหมาย” ระวัง
การใช้คาที่มีความหมายกว้าง หรือการใช้คาที่ไม่ระบุความหมายให้ชัดเจน ลองเปรียบเทียบ
ประโยคต่อไปนี้
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่กระจ่าง (ต่อ)
1. การใช้คาไม่ชัดเจน (ต่อ)
- เขาถูกไล่ออกเพราะไม่ซื่อสัตย์
- เขาถูกไล่ออกเพราะยักยอกเงินของบริษัทไป 3 หมื่นบาท
ประโยคที่สองมีเนื้อความชัดเจนกว่าประโยคแรก
2. การแสดงความคิดไม่สอดคล้องกัน ตัวอย่างเช่น
- ปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนคิดว่าแก้ยาก แต่ถ้าจะแก้ก็ง่ายนิดเดียว
ในประโยคแรกกล่าวว่า ปัญหานั้นแก้ยาก แต่ประโยคหลังกลับบอกว่าแก้ง่าย จึงไม่รู้ว่าปัญหา
นั้นแก้ยากหรือแก้ง่าย ควรเปลี่ยนให้ชัดเจนว่า "ปัญหาดังกล่าวดูเหมือนจะแก้ยาก แต่ถ้า
จะแก้ก็ง่ายนิดเดียว
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่สละสลวย
1. การใช้คาฟุ่มเฟือย
ประโยคต่อไปนี้มีคาหรือกลุ่มคาที่ให้ความหมายอย่างเดียวกันซ้าซ้อนกัน
อยู่ วิธีแก้ไขคือตัดคาใดคาหนึ่งออก
- แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลอ้างอิงต่างๆ ในรายงานชิ้นนี้อย่างแน่ชัด แต่ผู้จัดทาขอ
รับผิดชอบ ความผิดพลาด ความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ในหลายๆ ด้านแต่เพียงผู้เดียว
ประโยคต่อไปนี้ใช้คาหรือกลุ่มคาที่บริบทบอกความหมายอยู่แล้ว และยังซ้อนคาหรือกลุ่มคา
อื่นๆ เข้ามาทาให้ประโยคเยิ่นเย้อ
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่สละสลวย (ต่อ)
1. การใช้คาฟุ่มเฟือย (ต่อ)
- บ้านเรือนของผู้คนมีอยู่เป็นระยะๆ
บ้านเรือน หมายถึง ที่อยู่ของมนุษย์ ไม่จาเป็นต้องเพิ่มส่วนขยายว่า
"ของผู้คน“ เข้ามาอีก
ประโยคต่อไปนี้ใช้คาหรือกลุ่มคาเกินความจาเป็น โดยเฉพาะสานวน
"ทาการ" "มีการ" "ในการ"
- ในศาลเจ้ามีกระถางธูป ที่จุดเทียนทาการสักการะพระพุทธรูป
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่สละสลวย (ต่อ)
2. การใช้คาไม่คงที่ ตัวอย่างเช่น
- แผ่นดินไทยเป็นของคนไทยทุกคน ถ้าเราไม่ช่วยกันรักษาพสุธาดลนี้ไว้ เรา
ก็ไม่มีธรณีจะอยู่อีกต่อไป
ไม่ควรใช้คาในภาษาร้อยกรองมาใช้ในภาษาบรรยาย ลักษณะเช่นนี้ ไม่ถือว่า
เป็นการหลากคาให้ฟังไพเราะขึ้น หากทาให้ประโยคไม่สละสลวยฟังแปร่งหู
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่สละสลวย (ต่อ)
3. การใช้ภาษาไม่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น
- เรามักจะให้ความหมายแก่ภาษาอันรวมหมายถึงภาษาพูดและภาษาเขียน
ว่าเป็นสิ่งสื่อสารอย่างหนึ่ง
- แทนที่ประชาชนที่อ่าน จะได้ประโยชน์กลับถูกยื่นยาพิษให้โดยไม่รู้ตัว
ทั้งสองประโยคสามารถสื่อความหมายได้ แต่ถ้าเปลี่ยนคาว่า "สิ่ง" เป็น "เครื่องมือ" และ
"ประชนที่อ่าน" เป็น "ผู้อ่าน" ประโยคก็จะสละสลวยขึ้น
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่สละสลวย (ต่อ)
4.การลาดับคาไม่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น
- ผู้อ่านเองก็สามารถจะสัมผัสถึงความละเอียดละมุนละไมของภาษาที่
ผู้เขียนใช้ได้
"ได้" ขยายกริยา "สัมผัส" จึงควรย้าย "ได้" ไปไว้หลังคากริยา "สัมผัส"
เป็น "สัมผัสได้ถึง"
ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)
 การใช้ภาษาไม่สละสลวย (ต่อ)
5.การใช้ประโยคที่มีลักษณะไม่เป็นภาษาไทย
ข้อนี้สาคัญมาก จะแยกได้ว่าประโยคใดไม่มีลักษณะเป็นภาษาไทย
ตัวอย่างเช่น
- ฉันพบตัวเองอยู่ในบ้านคนเดียว
จะเห็นได้ว่า ประโยคตัวอย่างข้างต้นเยิ่นเย้อ ประโยคเหล่านี้ได้รับอิทธิพล
จากสานวนหรือรูปประโยคของภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เราสามารถเขียน
ประโยคใหม่ ให้มีลักษณะเป็นภาษาไทย ดังนี้
- ฉันอยู่ในบ้านคนเดียว
พึงตระหนักว่าการใช้ภาษาไทยนั้น “ตัดออกสักคาก็ขาด เพิ่มเข้าสักคาก็เกิน
ใช้คาน้อย แต่ได้ความมาก”
บทสรุป
1. บกพร่องด้านการใช้คา ด้านการใช้คาบกพร่องในลักษณะต่างๆ คือ ใช้คาไม่กระชับ
ใช้คาผิด ฉีกคา ใช้คาลักลั่น สะกดคาผิด ใช้คาภาษาปากหรือคาไม่สุภาพ และพิมพ์ผิดพิมพ์ตก
2. เนื้อความไม่ชัดเจน มีความบกพร่อง 2 ลักษณะ คือ ขาดรายละเอียดที่จาเป็น และ
ข้อความไม่ชัดเจนด้วยการให้เนื้อ ความหรือใช้ข้อความที่ขาดความชัดเจน
3. เว้นวรรคไม่ถูกต้อง ลักษณะความบกพร่องด้านการเว้นวรรค ได้แก่ ไม่เว้นวรรคในจุด
ที่ต้องเว้นวรรค และเว้นวรรคในจุดที่ควรเขียนติดกัน
บทสรุป (ต่อ)
4. เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้อง ความบกพร่องด้านการใช้เครื่องหมายวรรคตอนไม่
ถูกต้องมี 3 ลักษณะ คือ ไม่ใช้เครื่องหมายในคาหรือความที่ควรใช้ ใช้เครื่องหมายวรรค
ตอนที่ครอบคลุมไปถึงคาประกอบ และใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อการเน้นย้า โดยซ้าซ้อน
5. ลาดับความไม่ต่อเนื่อง ลักษณะความบกพร่องด้านการลาดับความที่พบทั้งหมด
เป็นความบกพร่องด้านการระบุวัน เวลา ไม่ต่อเนื่อง โดยมักคั่นด้วยสถานที่
หรือรายละเอียดต่างๆ
6. ภาษาไม่สละสลวย ด้านการใช้ภาษาไม่สละสลวย มี 2 ลักษณะ คือ ใช้คาซ้า ในที่ใกล้
กัน และ ใช้ภาษาเยิ่นเย้อ ซ้าคา ซ้าความ ปรากฏเป็นข้อบกพร่อง
จบการบรรยาย
บทที่ 5 ปัญหาและข้อบกพร่อง

บทที่ 5 ปัญหาและข้อบกพร่อง

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    บทนา การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในปัจจุบันซึ่งจะบรรลุจุดม่งหมายของการสื่อสารตาม ต้องการนั้น นอกจากคุณสมบัติเฉพาะในฐานะเป็นภาษา ตัวอักษรและการออกเสียง สิ่งที่ เป็นองค์ประกอบสาคัญที่สุดก็คือ การใช้ภาษาให้ชัดเจน ถูกต้อง จึงน่าจะได้มีการศึกษา ข้อบกพร่องของการใช้ภาษาไทยที่ใช้สื่อสารภายในชีวิตประจาวัน เพื่อเป็นข้อมูลความรู้ที่ จะนาไปพัฒนาการสื่อสารภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น เพื่อนาไปใช้ในการเรียน การสอนด้านการใช้ภาษาไทย ตลอดรวมถึงเป็นแนวทางในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร รูปแบบอื่นๆ ให้ถูกต้องอีกด้วย
  • 4.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษาสื่อสาร การสื่อสารด้วยภาษาพูด โดยเป็นการพูดที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังโดยตรง ไม่ใช่การพูด ผ่านสื่อผู้พูดสามารถสังเกตรับรู้ได้ว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่โดยดูจากปฏิกิริยา หรือคาถาม ย้อนกลับ แต่ในกรณีที่เป็นการพูดผ่านสื่อ หรือการเขียนสื่อความ หากใช้ภาษาไม่ชัดเจน อาจ ทาให้เข้าใจผิด การสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล
  • 5.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน การใช้ภาษาไม่ชัดเจน เกิดจาก 1. ใช้คาฟุ่มเฟือย 2.ใช้คาทับศัพท์ภาษาอังกฤษ 3. ใช้คาขัดแย้งกันในประโยค 4. ใช้ภาษาหนังสือพิมพ์แทนภาษาเขียน มาตรฐาน 5. ใช้คาผิดความหมาย 6. ใช้คาต่างระดับ ไม่คงที่ 7. ใช้สานวนภาษาต่างประเทศ 8. ใช้ภาษาพูดแทนภาษาเขียน 9. ประโยคมีความหมายกากวม 10. เรียงลาดับคาในประโยคไม่ถูกต้อง 11. ประโยคมีเนื้อความไม่สัมพันธ์กัน 12. การเว้นวรรคตอนผิด 13. ใช้คาไม่เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคล
  • 6.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 1.ใช้คาฟุ่มเฟือย การใช้คาฟุ่มเฟือยเกินความจาเป็นทั้งที่สามารถตัดออกได้โดยไม่ทาให้เสียความ เช่น ตารวจทาการจัดกุมคนร้ายเขาออกเดินทางเมื่อเช้าตรู่ใกล้รุ่ง 2. ใช้คาทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ในภาษาไทยมีคาทับศัพท์จานวนมาก เนื่องจากการรับเอาคาศัพท์ภาษาต่างประเทศ เข้ามา ศัพท์บางคามีคาที่ใช้ในภาษาไทย ซึ่งจาเป็นต้องใช้เพื่อการสื่อสารให้ตรงความหมาย เช่น ชื่อเฉพาะ ศัพท์ทางวิชาการ แต่คาศัพท์บางคามีคาไทยใช้หรือมีการบัญญัติคาศัพท์ใน ภาษาไทยที่ใช้กันทั่วไปอยู่แล้ว ไม่จาเป็นต้องใช้คาทับศัพท์ เช่น แสตมป์ (ดวงตราไปรณี ยากร) บอมพ์ (ระเบิด) กรุ๊ป (กลุ่ม) เซ็นเตอร์ ( ศูนย์กลาง)
  • 7.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 3. ใช้คาขัดแย้งกันในประโยค การใช้คาขัดแย้งกันในประโยคโดยไม่ระมัดระวังอาจทาให้การสื่อสารสับสน เช่น เขาสวมกางเกงขายาวเหนือเข่า ผู้หญิงคนนั้นเดินขวักไขว่อยู่คนเดียว 4. ใช้ภาษาหนังสือพิมพ์แทนภาษาเขียนมาตรฐาน ภาษาหนังสือพิมพ์เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ เนื่องจากผู้เขียนมีเจตนาให้ดึงดูด ความสนใจ เช่น การพาดหัวข่าวโดยใช้คากริยานาหน้าประโยค การใช้คาที่มีความหมาย รุนแรงเกินความจาเป็น ฯลฯ จึงไม่ควรนามาใช้ในการพูดหรือเขียนโดยทั่วไป เช่น รวบมือมีด สังหารโหด บอลไทยวืด
  • 8.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 5. ใช้คาผิดความหมาย การใช้คาผิดความหมายทาให้การสื่อสารคลาดเคลื่อนเช่น เขาทอดทิ้งเธอไว้ตาม ลาพังเพียงชั่วครู่ เสื้อผ้าของเขาดูเก่าคร่าครึมาก 6. ใช้คาต่างระดับ ไม่คงที่ ระดับของภาษา ได้แก่ ภาษาปาก ภาษากึ่งแบบแผน และภาษาแบบแผน และยังมี ภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาตามวัฒนธรรม และภาษากวี การใช้ภาษาต่างระดับทาให้มีความ แตกต่างลักลั่น เช่น ดวงพระสุริยาฉายแสงกล้ามากในตอนบ่าย มนุษย์ทุกคนต้องละสังขาร ในที่สุด
  • 9.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 7. ใช้สานวนภาษาต่างประเทศ ภาษาไทยกับภาษาต่างประเทศมีรูปแบบโครงสร้างทางภาษาที่แตกต่างกันในการแปลภาษา ต่างประเทศ บางครั้งผู้แปลไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับลักษณะภาษาไทย ทาให้มี ลักษณะสานวนต่างประเทศ และกลายมาเป็นรูปแบบที่จดจานามาใช้ เช่น เธอเข้ามาในห้อง พร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ เขาจับรถไฟไปอย่างรีบร้อน สองสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเพื่อน กัน
  • 10.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 8. ใช้ภาษาพูดแทนภาษาเขียน ภาษาพูดหรือภาษาปากเป็นภาษาระดับหนึ่งที่ไม่เหมาะสาหรับใช้ในการเขียน การนาภาษาพูดมาใช้ในการเขียนอาจใช้ได้การเขียนเรื่องประเภทบันเทิงคดี เพื่อให้ดูสมจริง แต่ไม่สมควรนามาใช้ในภาษาเขียนทั่วไป โดยเฉพาะภาษาสะแลง หรือภาษาคะนอง เช่น หนาวชะมัด เด็กคนนี้แสบจริงๆ
  • 11.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 9. ประโยคมีความหมายกากวม การใช้ภาษากากวมหมายถึงการใช้คาหรือภาษาที่อาจมีความหมายไม่ชัดเจน หรือ สื่อความได้หลายอย่าง เช่น เครื่องบินขับรถชนเขา มีคนขนข้าวของเขาไป 10. เรียงลาดับคาในประโยคไม่ถูกต้อง การเรียงลาดับคาในประโยคไม่ถูกต้องทาให้การสื่อสารไม่ชัดเจน เช่น หนังสือบนชั้น เขาไม่เคยอ่านเลย หน้าตลาดตรงร้านขายปลาเขาได้พบเธอ
  • 12.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 11. ประโยคมีเนื้อความไม่สัมพันธ์กัน ประโยคที่มีเนื้อความไม่สัมพันธ์กันทาให้การสื่อสารสับสนเช่น เขาเรียนอุดมศึกษา และไปจ่ายตลาด , ฝนตกหนัก แม่จึงคลุกข้าวให้แมว 12. การเว้นวรรคตอนผิด การเว้นวรรคตอนผิด ทาให้การสื่อสารคลาดเคลื่อน เช่น เขาเป็นคนซื่อ/ ตรงมาก อย่าอวด /อ้างมากเกินไป
  • 13.
    การใช้ภาษาไม่ชัดเจน (ต่อ) 13. ใช้คาไม่เหมาะสมกับโอกาสกาลเทศะและบุคคล การเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคล เช่น คาราชาศัพท์ คา ที่ใช้สาหรับพระภิกษุ และบุคคลระดับต่างๆ
  • 14.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา ข้อบกพร่องในการใช้ภาษามีประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้  การใช้ภาษาผิด การใช้ภาษาไม่เหมาะสม  การใช้ภาษาไม่กระจ่าง  การใช้ภาษาไม่สละสลวย
  • 15.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาผิด การใช้ภาษาผิดหมายถึง การใช้ภาษาผิดหลักไวยากรณ์หรือผิดความหมายที่ ต้องการ เราจะพิจารณากันตั้งแต่ระดับคา กลุ่มคา จนถึงประโยคดังต่อไปนี้ 1.การใช้ภาษาผิดความหมาย การใช้คาต้องระวังเรื่องคาที่มีความหมายแฝง,คาที่เสียงคล้ายคลึงกัน,คาที่มี ความหมายคล้ายคลึงกัน และคาไวยากรณ์ เช่น ลักษณะนาม บุพบท สันธาน ตัวอย่างเช่น
  • 16.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาผิด(ต่อ) องค์ประกอบของรังแค คือกรรมพันธุ์ ความเครียด อากาศแห้ง การขาด สารอาหารบางชนิด “องค์ประกอบ” หมายถึง ส่วนต่างๆ ที่ประกอบกันทาให้เป็นรูปขึ้นใหม่โดยเฉพาะ ประโยคต้องใช้คาว่า “ปัจจัย” หรือ “สาเหตุ” เพราะสิ่งที่ตามหลังคากริยา “คือ” นั้น เป็น ปัจจัยที่ทาให้เกิดรังแค มิใช่องค์ประกอบของรังแค
  • 17.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ) 2. การใช้กลุ่มคาและสานวนผิดตัวอย่างเช่น ผู้เขียนพยายามชี้ให้เห็นว่าทางไปสู่ความสาเร็จไม่ได้ปูลาดด้วยกุหลาบสานวนคือ “ทางที่ปูลาดด้วยกลีบกุหลาบ” เป็นการใช้ภาษาในเชิงเปรียบเทียบ เปรียบทางที่ ราบรื่นสะดวกสบายว่าเหมือนทางที่ปูหรือลาดด้วยกลีบกุหลาบ ความหมายเน้นที่กลีบกุหลาบ ไม่ใช่ดอกกุหลาบเป็นดอกๆ
  • 18.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ) 3. การเรียงคาหรือกลุ่มคาผิดลาดับ การเรียงคาผิดลาดับคือ เรียงคาในลาดับที่ทาให้ความหมายไม่ตรงกับที่ต้องการหรือ เรียงคาในลักษณะที่ไม่ใช้ภาษา การเรียงกลุ่มคาผิดลาดับ มักจะเกิดจากการวางกลุ่มคาขยายไว้ห่าง จากคาที่ต้องการ ขยายมากเกินไป ตัวอย่างเช่น - ฉันขยับขึ้นลุกนั่ง ในประโยคนี้ "ขึ้น" เป็นส่วนของหน่วยกริยาที่ต้องวางไว้หลัง คากริยา "ลุก" ดังนี้ "ฉันขยับลุกขึ้นนั่ง"
  • 19.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ) 4. การใช้ประโยคไม่สมบูรณ์ หมายถึงรวมประโยคที่ขาดส่วนสาคัญของประโยค และประโยคที่มีส่วนเกินเข้ามา ทาให้ซ้าซ้อนหรือโครงสร้างของประโยคผิดไป ตัวอย่างเช่น - ฉันรู้สึกเป็นสุขราวกับขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น เมื่อเขาคนนั้นยื่นดอกกุหลาบสีแดงที่ กาลังแย้มกลีบบานออกมารับแสงอาทิตย์ในยามเช้า พร้อมกับบอกว่า "สวัสดีปีใหม่" ข้อความที่ขาดคาว่า "ให้" ซึ่งเป็นส่วนของหน่วยกริยา "ยื่น.....ให้" ถ้าไม่มีคาว่า "ให้" ความหมายของประโยคจะต่างไป ในที่นี้เติมคาว่า "ให้" หลังจากคาว่า "ยามเช้า"
  • 20.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่เหมาะสม 1.การใช้ภาษาพูดในภาษาเขียน ตัวอย่างเช่น - บ้านของฉันดันมาตั้งอยู่ตรงหัวโค้งถนนพอดี (จาเพาะ) 2. การใช้คาต่างประเทศในภาษาเขียน ตัวอย่างเช่น - เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ค่อนข้างแอนตี้สังคม (ต่อต้าน) 3. การใช้คาไม่เหมาะสมกับความรู้สึก ตัวอย่างเช่น - คุณลุงเจ็บกระเสาะกระแสะมาปีกว่าแล้ว เมื่อสองสามวันก่อน ท่านต้อง เข้าโรงพยาบาลอีก เราคาดหวังกันว่า เจ็บคราวนี้ท่านคงอยู่ได้ไม่นาน ถ้าใครพูดเช่นนี้ก็หมายความว่ากาลังแช่งคุณลุงให้ตายเสียที ถ้าไม่ใช่ก็ เปลี่ยนใช้คาอื่น เช่น คาดคะเน คาดว่า คาดคิด เป็นต้น
  • 21.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่เหมาะสม(ต่อ) 4. การใช้คาไม่เหมาะสมกับเนื้อความ ตัวอย่างเช่น - เพียงแต่เราจะสละเวลาเพียงเล็กน้อยเดินไปที่หน่วยเลือกตั้ง ในที่นี้ใช้คากริยา "เดิน" เจาะจงเกินไป โดยแท้จริงแล้ว การไปที่หน่วยเลือกตั้ง จะไปโดยวิธีใด ก็ได้ ดังนั้นจึงควรตัดคาว่า "เดิน" ออกไป 5. การใช้คาต่างระดับ ตัวอย่างเช่น - ในเมืองนี้ยังมีสถานที่ให้เที่ยวชมหลายแห่งล้วนแต่น่าทัศนาและน่าศึกษา ควรเลือกคาที่อยู่ในระดับเดียวกันมาใช้ คือ เปลี่ยนคาว่า "ทัศนา" เป็น "น่าดู"
  • 22.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่เหมาะสม(ต่อ) 6. การใช้คาไม่เหมาะกับโวหาร ตัวอย่างเช่น - เขาเดินผ่านเข้าไปในซุ้มไม้ที่เขียวชอุ่มเป็นพุ่มงาม บังแสงอาทิตย์เสียสิ้น ซุ้มไม้ที่เป็นพุ่มคงไม่สูงเสียดยอดและแน่นขนัดถึงขนาดบังแสงอาทิตย์จนมองไม่เห็น
  • 23.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่กระจ่าง 1.การใช้คาไม่ชัดเจน ระวังการใช้คาที่มีความหมายไม่แน่นอนเช่นคาที่มีความหมายแสดง ความรู้สึกต่างๆ หรือประเมินคาว่า ดี เลว เป็นต้น ตัวอย่างเช่น - ตัวผู้ปกครองเองไม่เข้าใจในระบอบนี้ หรือเข้าใจ แต่หวงอานาจ ประเทศของเราจึงมิได้ประสบผลสาเร็จเท่าที่ควร แต่ละคนมีเกณฑ์การวัดความควรและไม่ ควรแตกต่างกันไป จึงควรแก้ไขให้ชัดเจนว่า “มิได้ประสบผลสาเร็จตามเป้าหมาย” ระวัง การใช้คาที่มีความหมายกว้าง หรือการใช้คาที่ไม่ระบุความหมายให้ชัดเจน ลองเปรียบเทียบ ประโยคต่อไปนี้
  • 24.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่กระจ่าง(ต่อ) 1. การใช้คาไม่ชัดเจน (ต่อ) - เขาถูกไล่ออกเพราะไม่ซื่อสัตย์ - เขาถูกไล่ออกเพราะยักยอกเงินของบริษัทไป 3 หมื่นบาท ประโยคที่สองมีเนื้อความชัดเจนกว่าประโยคแรก 2. การแสดงความคิดไม่สอดคล้องกัน ตัวอย่างเช่น - ปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนคิดว่าแก้ยาก แต่ถ้าจะแก้ก็ง่ายนิดเดียว ในประโยคแรกกล่าวว่า ปัญหานั้นแก้ยาก แต่ประโยคหลังกลับบอกว่าแก้ง่าย จึงไม่รู้ว่าปัญหา นั้นแก้ยากหรือแก้ง่าย ควรเปลี่ยนให้ชัดเจนว่า "ปัญหาดังกล่าวดูเหมือนจะแก้ยาก แต่ถ้า จะแก้ก็ง่ายนิดเดียว
  • 25.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่สละสลวย 1.การใช้คาฟุ่มเฟือย ประโยคต่อไปนี้มีคาหรือกลุ่มคาที่ให้ความหมายอย่างเดียวกันซ้าซ้อนกัน อยู่ วิธีแก้ไขคือตัดคาใดคาหนึ่งออก - แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลอ้างอิงต่างๆ ในรายงานชิ้นนี้อย่างแน่ชัด แต่ผู้จัดทาขอ รับผิดชอบ ความผิดพลาด ความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ในหลายๆ ด้านแต่เพียงผู้เดียว ประโยคต่อไปนี้ใช้คาหรือกลุ่มคาที่บริบทบอกความหมายอยู่แล้ว และยังซ้อนคาหรือกลุ่มคา อื่นๆ เข้ามาทาให้ประโยคเยิ่นเย้อ
  • 26.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่สละสลวย(ต่อ) 1. การใช้คาฟุ่มเฟือย (ต่อ) - บ้านเรือนของผู้คนมีอยู่เป็นระยะๆ บ้านเรือน หมายถึง ที่อยู่ของมนุษย์ ไม่จาเป็นต้องเพิ่มส่วนขยายว่า "ของผู้คน“ เข้ามาอีก ประโยคต่อไปนี้ใช้คาหรือกลุ่มคาเกินความจาเป็น โดยเฉพาะสานวน "ทาการ" "มีการ" "ในการ" - ในศาลเจ้ามีกระถางธูป ที่จุดเทียนทาการสักการะพระพุทธรูป
  • 27.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่สละสลวย(ต่อ) 2. การใช้คาไม่คงที่ ตัวอย่างเช่น - แผ่นดินไทยเป็นของคนไทยทุกคน ถ้าเราไม่ช่วยกันรักษาพสุธาดลนี้ไว้ เรา ก็ไม่มีธรณีจะอยู่อีกต่อไป ไม่ควรใช้คาในภาษาร้อยกรองมาใช้ในภาษาบรรยาย ลักษณะเช่นนี้ ไม่ถือว่า เป็นการหลากคาให้ฟังไพเราะขึ้น หากทาให้ประโยคไม่สละสลวยฟังแปร่งหู
  • 28.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่สละสลวย(ต่อ) 3. การใช้ภาษาไม่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น - เรามักจะให้ความหมายแก่ภาษาอันรวมหมายถึงภาษาพูดและภาษาเขียน ว่าเป็นสิ่งสื่อสารอย่างหนึ่ง - แทนที่ประชาชนที่อ่าน จะได้ประโยชน์กลับถูกยื่นยาพิษให้โดยไม่รู้ตัว ทั้งสองประโยคสามารถสื่อความหมายได้ แต่ถ้าเปลี่ยนคาว่า "สิ่ง" เป็น "เครื่องมือ" และ "ประชนที่อ่าน" เป็น "ผู้อ่าน" ประโยคก็จะสละสลวยขึ้น
  • 29.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่สละสลวย(ต่อ) 4.การลาดับคาไม่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น - ผู้อ่านเองก็สามารถจะสัมผัสถึงความละเอียดละมุนละไมของภาษาที่ ผู้เขียนใช้ได้ "ได้" ขยายกริยา "สัมผัส" จึงควรย้าย "ได้" ไปไว้หลังคากริยา "สัมผัส" เป็น "สัมผัสได้ถึง"
  • 30.
    ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา (ต่อ)  การใช้ภาษาไม่สละสลวย(ต่อ) 5.การใช้ประโยคที่มีลักษณะไม่เป็นภาษาไทย ข้อนี้สาคัญมาก จะแยกได้ว่าประโยคใดไม่มีลักษณะเป็นภาษาไทย ตัวอย่างเช่น - ฉันพบตัวเองอยู่ในบ้านคนเดียว จะเห็นได้ว่า ประโยคตัวอย่างข้างต้นเยิ่นเย้อ ประโยคเหล่านี้ได้รับอิทธิพล จากสานวนหรือรูปประโยคของภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เราสามารถเขียน ประโยคใหม่ ให้มีลักษณะเป็นภาษาไทย ดังนี้ - ฉันอยู่ในบ้านคนเดียว พึงตระหนักว่าการใช้ภาษาไทยนั้น “ตัดออกสักคาก็ขาด เพิ่มเข้าสักคาก็เกิน ใช้คาน้อย แต่ได้ความมาก”
  • 31.
    บทสรุป 1. บกพร่องด้านการใช้คา ด้านการใช้คาบกพร่องในลักษณะต่างๆคือ ใช้คาไม่กระชับ ใช้คาผิด ฉีกคา ใช้คาลักลั่น สะกดคาผิด ใช้คาภาษาปากหรือคาไม่สุภาพ และพิมพ์ผิดพิมพ์ตก 2. เนื้อความไม่ชัดเจน มีความบกพร่อง 2 ลักษณะ คือ ขาดรายละเอียดที่จาเป็น และ ข้อความไม่ชัดเจนด้วยการให้เนื้อ ความหรือใช้ข้อความที่ขาดความชัดเจน 3. เว้นวรรคไม่ถูกต้อง ลักษณะความบกพร่องด้านการเว้นวรรค ได้แก่ ไม่เว้นวรรคในจุด ที่ต้องเว้นวรรค และเว้นวรรคในจุดที่ควรเขียนติดกัน
  • 32.
    บทสรุป (ต่อ) 4. เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้องความบกพร่องด้านการใช้เครื่องหมายวรรคตอนไม่ ถูกต้องมี 3 ลักษณะ คือ ไม่ใช้เครื่องหมายในคาหรือความที่ควรใช้ ใช้เครื่องหมายวรรค ตอนที่ครอบคลุมไปถึงคาประกอบ และใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อการเน้นย้า โดยซ้าซ้อน 5. ลาดับความไม่ต่อเนื่อง ลักษณะความบกพร่องด้านการลาดับความที่พบทั้งหมด เป็นความบกพร่องด้านการระบุวัน เวลา ไม่ต่อเนื่อง โดยมักคั่นด้วยสถานที่ หรือรายละเอียดต่างๆ 6. ภาษาไม่สละสลวย ด้านการใช้ภาษาไม่สละสลวย มี 2 ลักษณะ คือ ใช้คาซ้า ในที่ใกล้ กัน และ ใช้ภาษาเยิ่นเย้อ ซ้าคา ซ้าความ ปรากฏเป็นข้อบกพร่อง
  • 33.