ฉันทลักษณ์
่
ฉันทลักษณ์ คือ ตาราที่วาด้วย วิธีร้อยกรองถ้อยคา หรื อเรี ยบเรี ยง
ถ้อยคา ให้เป็ นระเบียบ ตาม ลักษณะบังคับ และบัญญัติ ที่นกปราชญ์ได้
ั
วางเป็ นแบบไว้ ถ้อยคาที่ร้อยกรองขึ้น ตามลักษณะบัญญัติแห่ ง
ฉันทลักษณ์ เรี ยกว่า 'คาประพันธ์'
คาประพันธ์ คือถ้อยคาที่ได้ร้อยกรอง หรื อเรี ยบเรี ยงขึ้น โดยมี
ข้อบังคับ จากัดคา และวรรคตอน ให้รับสัมผัสกัน ไพเราะ ตามกฎเกณฑ์
ที่ได้วางไว้ในฉันทลักษณ์
คาประพันธ์ จาแนกออกเป็ น ๗ ชนิด
คือ โคลง ร่ าย ลิลิต กลอน กาพย์ ฉันท์ กล
คาประพันธ์ที่ดี จะต้องประกอบด้วยลักษณะ ๓ ประการ คือ
๑.มีขอความดี
้
๒.มีสัมผัสดี
๓.แต่งถูกต้องตาม 'ลักษณะบังคับ'
ลักษณะบังคับ หรื อบัญญัติ ในการเรี ยบเรี ยงคาประพันธ์ท้ งปวง มีอยู่
ั
๘ อย่าง คือ
๑. ครุ ลหุ ๒. เอก โท
๓. คณะ
๔. พยางค์
๕. สัมผัส ๖. คาเป็ นคาตาย ๗. คานา
๘. คาสร้อย
ครุ คือพยางค์ที่มีเสี ยงหนัก ได้แก่ พยางค์ที่ประกอบด้วย สระ
เสี ยงยาว (ทีฆสระ) และ สระเกินทั้ง ๔ คือ สระ อา ใอ ไอ เอา และพยางค์
ที่มีตวสะกดทั้งสิ้ น เช่นตา ดา หัด เรี ยน ฯลฯ
ั
ลหุ คือพยางค์ที่มีเสี ยงเบา ได้แก่พยางค์ที่ประกอบด้วย สระสั้น
(รัสสระ) ที่ไม่มีตวสะกด เช่น พระ จะ มิ ดุ แกะ ฯลฯ
ั
เอก คือพยางค์ หรื อคาที่มีรูปวรรณยุกต์เอก และบรรดาคาตาย
ทั้งสิ้ น ซึ่ งในโคลง และร่ าย ใช้เอกแทนได้ เช่น พ่อ แม่ พี่ ปู่ ชิ ชะ มัก
มาก ฯลฯ
โท คือพยางค์หรื อคาที่มีรูปวรรณยุกต์โท เช่น น้า ป้ า ช้าง นี้นอง
้
ต้อง เลี้ยว ฯลฯ
พยางค์ คือ จังหวะเสี ยง ที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ หรื อหน่วยเสี ยง ที่
็
ประกอบด้วยสระตัวเดียว จะมีความหมาย หรื อไม่กตาม คาที่ใช้บรรจุใน
บทร้อยกรองต่างๆ นั้น ล้วนหมายถึง คาพยางค์ ทั้งสิ้ น คาพยางค์น้ ี ถ้ามี
เสี ยงเป็ น ลหุ จะรวม ๒ พยางค์ เป็ นคาหนึ่ง หรื อหน่วยหนึ่ ง ในการแต่ง
ร้อยกรองก็ได้ แต่ถามี เสี ยงเป็ น ครุ จะรวมกันไม่ได้ ต้องใช้พยางค์ละคา
้
สั มผัส คือลักษณะที่บงคับให้ใช้คาคล้องจองกัน คาที่คล้องจอง
ั
กันนั้น หมายถึง คาที่ใช้สระ และมาตราสะกดอย่างเดียวกัน แต่ตองไม่ซ้ า
้
อักษร หรื อซ้ าเสี ยงกัน (สระใอ, ไอ อนุญาตให้ใช้สัมผัสกับ อัย ได้) มี ๒
ชนิด คือ
๑. สั มผัสนอก ได้แก่คาที่บงคับให้คล้องจองกัน ในระหว่างวรรค
ั
หนึ่ง กับอีกวรรคหนึ่ง ซึ่ งมีตาแหน่งที่ต่างๆ กัน ตามชนิดของคาประพันธ์
นั้นๆ สัมผัสนอกนี้ เป็ นสัมผัสบังคับ ซึ่ งจาเป็ นต้องมี จะขาดไม่ได้ ดัง
ตัวอย่าง ที่โยงเส้นไว้ให้ดู ดังต่อไปนี้
่
๒.สั มผัสใน ได้แก่ คาที่คล้องจองกัน และอยูในวรรคเดียวกัน
จะเป็ นสัมผัสคู่ เรี ยงคาไว้ติดต่อกัน หรื อจะเป็ นสัมผัสสลับ คือเรี ยงคาอื่น
แทรกคันไว้ ระหว่างคาที่สัมผัสก็ได้สุดแต่จะเหมาะ ทั้งไม่มีกฎเกณฑ์
่
่
จากัดว่า จะต้องมีอยูตรงนั้น ตรงนี้ เหมือนอย่างสัมผัสนอก และไม่จาเป็ น
จะต้องใช้สระอย่างเดียวกันด้วย เพียงแต่ให้อกษรเหมือนกัน หรื อเป็ น
ั
ั
อักษรประเภทเดียวกัน หรื ออักษรที่มีเสี ยงคู่กน ก็ใช้ได้
สัมผัสใน แบ่งออกเป็ น ๒ ชนิด คือ
๒.๑ สั มผัสสระ ได้แก่คาคล้องจองที่มีสระและมาตรา
สะกดอย่างเดียวกัน เช่น

๒.๒ สั มผัสอักษร ได้แก่ คาคล้องจองที่ใช้ตวอักษรชนิดเดียวกัน
ั
ั
หรื อตัวอักษร ประเภทเดียวกัน หรื อใช้ตวอักษร ที่มีเสี ยงคู่กน ที่เรี ยกว่า
ั
"อักษรคู่" เช่น ข ค ฆ หรื อ ถ ท ธ เป็ นต้น เช่น
๑) ใช้ตวอักษรชนิดเดียวกัน คือใช้อกษรตัวเดียวกันตลอดทั้ง
ั
ั
วรรค ดังนี้
แลลิงลิงเล่นล้อ
ลางลิง
พาเพื่อนเพ่นพ่านพิง พวกพ้อง
ตื่นเต้นไต่ต่อติง
เตี้ยต่า
ั
ก่นกู่กนกึกก้อง
เกาะเกี้ยวกวนกัน
๒) ใช้ตวอักษรประเภทเดียวกัน คือใช้อกษรที่มีเสี ยงเหมือนกัน แต่
ั
ั
รู ปไม่เหมือนกัน เช่น ค ฆ ,ท ธ, ฬ ล, ศ ษ ส ซ เป็ นต้น ดังนี้
ศึกษาสาเร็ จรู้
ระลึกพระคุณครู บา
อุโฆษคุณาภา
นิเทศธรณิ นให้

ลีลา กลอนแฮ
บ่มไว้
หื่ นซ้องสาธุการ

กาพย์
กาพย์ คือ คาประพันธ์ชนิ ดหนึ่ งซึ่ งมีกาหนดคณะ พยางค์ และ
สัมผัส มีลกษณะคล้ายกับฉันท์ แต่ไม่นิยม ครุ ลหุ เหมือนกับฉันท์
ั
่
กาพย์ แปลตามรู ปศัพท์วา เหล่ากอแห่ งกวี หรื อ ประกอบด้วย
คุณแห่งกวี หรื อ คาที่กวี ได้ร้อยกรองไว้
กาพย์มาจากคาว่า กาวฺย หรื อ กาพฺย มาจากคา กวี มาจากคาเดิม ใน
ภาษาบาลี และสันสกฤต ว่ า กวิ แปลว่า
ผูคงแก่เรี ยน ผูเ้ ฉลียวฉลาด ผูมีปัญญาเปรื่ องปราด ผูประพันธ์กาพย์กลอน
้
้
้
คา กวิ หรือ กวี มาจากรากศัพท์เดิม คือ กุธาตุ แปลว่า เสี ยง ว่าทาให้
เกิดเสี ยง ว่าร้อง ว่าร้องระงม ว่าคราง ว่าร้องเหมือนเสี ยงนก หรื อเสี ยง
แมลงผึ้ง
กาพย์ ตามความหมายเดิม มีความหมายกว้ างกว่าที่เข้าใจกัน ใน
่
ภาษาไทย คือ บรรดาบทนิพนธ์ ที่กวีได้ ร้อยกรองขึ้น ไม่วาจะเป็ น โคลง
ฉันท์ กาพย์ หรื อ ร่ าย นับว่าเป็ นกาพย์ ทั้งนั้น
หมายความ แคบ หมายถึง คาประพันธ์ชนิ ดหนึ่ ง ของกวีเท่านั้น
กาพย์มีลกษณะผิดกับกลอนธรรมดา คือ
ั
๑. วางคณะ พยางค์ และสัมผัสคล้ายกับฉันท์
๒. ใช้แต่งปนกับฉันท์ได้ และคงเรี ยกว่า "คาฉันท์" เหมือนกัน
่
กาพย์ที่นิยมใช้อยูในภาษาไทย มี ๕ ชนิด คือ
๑. กาพย์ยานี ๑๑
๒. กาพย์ฉบัง ๑๖
๓. กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
๔. กาพย์ห่อโคลง
๕. กาพย์ขบไม้ห่อโคลง
ั
กาพย์ ๓ ชนิดข้างต้น ใช้เทียบเคียง แต่งปนไปกับฉันท์ได้ และเพราะ
เหตุที่ มีลกษณะคล้ายกับฉันท์ และแต่งปนไปกับฉันท์ได้ จึงเรี ยกว่า
ั
คาฉันท์ดวย
้
๑. กาพย์ยานี ๑๑
แผนผังบังคับกาพย์ยานี ๑๑

ตัวอย่ างกาพย์ ยานี ๑๑
๒. กาพย์ ฉบัง ๑๖
แผนผังบังคับกาพย์ฉบัง ๑๖

ตัวอย่ างกาพย์ ฉบัง ๑๖
๓. กาพย์ สุรางคนางค์
กาพย์สุรางคนางค์ มีอยู่ ๒ ชนิด คือ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ และ
กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒ ดังมีลกษณะต่อไปนี้
ั

๓.๑กาพย์ สุรางคนางค์ ๒๘
แผนผังบังคับกาพย์ สุรางคนางค์ ๒๘
ตัวอย่ างกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
๓.๒ กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒
แผนผังบังคับกาพย์ สุรางคนางค์ ๓๒

ตัวอย่ างกาพย์สุรางคนางค์ ๓๒
ฉันทลักษณ์

ฉันทลักษณ์

  • 1.
    ฉันทลักษณ์ ่ ฉันทลักษณ์ คือ ตาราที่วาด้วยวิธีร้อยกรองถ้อยคา หรื อเรี ยบเรี ยง ถ้อยคา ให้เป็ นระเบียบ ตาม ลักษณะบังคับ และบัญญัติ ที่นกปราชญ์ได้ ั วางเป็ นแบบไว้ ถ้อยคาที่ร้อยกรองขึ้น ตามลักษณะบัญญัติแห่ ง ฉันทลักษณ์ เรี ยกว่า 'คาประพันธ์' คาประพันธ์ คือถ้อยคาที่ได้ร้อยกรอง หรื อเรี ยบเรี ยงขึ้น โดยมี ข้อบังคับ จากัดคา และวรรคตอน ให้รับสัมผัสกัน ไพเราะ ตามกฎเกณฑ์ ที่ได้วางไว้ในฉันทลักษณ์ คาประพันธ์ จาแนกออกเป็ น ๗ ชนิด คือ โคลง ร่ าย ลิลิต กลอน กาพย์ ฉันท์ กล คาประพันธ์ที่ดี จะต้องประกอบด้วยลักษณะ ๓ ประการ คือ ๑.มีขอความดี ้ ๒.มีสัมผัสดี ๓.แต่งถูกต้องตาม 'ลักษณะบังคับ' ลักษณะบังคับ หรื อบัญญัติ ในการเรี ยบเรี ยงคาประพันธ์ท้ งปวง มีอยู่ ั ๘ อย่าง คือ ๑. ครุ ลหุ ๒. เอก โท ๓. คณะ ๔. พยางค์ ๕. สัมผัส ๖. คาเป็ นคาตาย ๗. คานา ๘. คาสร้อย
  • 2.
    ครุ คือพยางค์ที่มีเสี ยงหนักได้แก่ พยางค์ที่ประกอบด้วย สระ เสี ยงยาว (ทีฆสระ) และ สระเกินทั้ง ๔ คือ สระ อา ใอ ไอ เอา และพยางค์ ที่มีตวสะกดทั้งสิ้ น เช่นตา ดา หัด เรี ยน ฯลฯ ั ลหุ คือพยางค์ที่มีเสี ยงเบา ได้แก่พยางค์ที่ประกอบด้วย สระสั้น (รัสสระ) ที่ไม่มีตวสะกด เช่น พระ จะ มิ ดุ แกะ ฯลฯ ั เอก คือพยางค์ หรื อคาที่มีรูปวรรณยุกต์เอก และบรรดาคาตาย ทั้งสิ้ น ซึ่ งในโคลง และร่ าย ใช้เอกแทนได้ เช่น พ่อ แม่ พี่ ปู่ ชิ ชะ มัก มาก ฯลฯ โท คือพยางค์หรื อคาที่มีรูปวรรณยุกต์โท เช่น น้า ป้ า ช้าง นี้นอง ้ ต้อง เลี้ยว ฯลฯ พยางค์ คือ จังหวะเสี ยง ที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ หรื อหน่วยเสี ยง ที่ ็ ประกอบด้วยสระตัวเดียว จะมีความหมาย หรื อไม่กตาม คาที่ใช้บรรจุใน บทร้อยกรองต่างๆ นั้น ล้วนหมายถึง คาพยางค์ ทั้งสิ้ น คาพยางค์น้ ี ถ้ามี เสี ยงเป็ น ลหุ จะรวม ๒ พยางค์ เป็ นคาหนึ่ง หรื อหน่วยหนึ่ ง ในการแต่ง ร้อยกรองก็ได้ แต่ถามี เสี ยงเป็ น ครุ จะรวมกันไม่ได้ ต้องใช้พยางค์ละคา ้ สั มผัส คือลักษณะที่บงคับให้ใช้คาคล้องจองกัน คาที่คล้องจอง ั กันนั้น หมายถึง คาที่ใช้สระ และมาตราสะกดอย่างเดียวกัน แต่ตองไม่ซ้ า ้ อักษร หรื อซ้ าเสี ยงกัน (สระใอ, ไอ อนุญาตให้ใช้สัมผัสกับ อัย ได้) มี ๒ ชนิด คือ
  • 3.
    ๑. สั มผัสนอกได้แก่คาที่บงคับให้คล้องจองกัน ในระหว่างวรรค ั หนึ่ง กับอีกวรรคหนึ่ง ซึ่ งมีตาแหน่งที่ต่างๆ กัน ตามชนิดของคาประพันธ์ นั้นๆ สัมผัสนอกนี้ เป็ นสัมผัสบังคับ ซึ่ งจาเป็ นต้องมี จะขาดไม่ได้ ดัง ตัวอย่าง ที่โยงเส้นไว้ให้ดู ดังต่อไปนี้
  • 4.
    ่ ๒.สั มผัสใน ได้แก่คาที่คล้องจองกัน และอยูในวรรคเดียวกัน จะเป็ นสัมผัสคู่ เรี ยงคาไว้ติดต่อกัน หรื อจะเป็ นสัมผัสสลับ คือเรี ยงคาอื่น แทรกคันไว้ ระหว่างคาที่สัมผัสก็ได้สุดแต่จะเหมาะ ทั้งไม่มีกฎเกณฑ์ ่ ่ จากัดว่า จะต้องมีอยูตรงนั้น ตรงนี้ เหมือนอย่างสัมผัสนอก และไม่จาเป็ น จะต้องใช้สระอย่างเดียวกันด้วย เพียงแต่ให้อกษรเหมือนกัน หรื อเป็ น ั ั อักษรประเภทเดียวกัน หรื ออักษรที่มีเสี ยงคู่กน ก็ใช้ได้ สัมผัสใน แบ่งออกเป็ น ๒ ชนิด คือ ๒.๑ สั มผัสสระ ได้แก่คาคล้องจองที่มีสระและมาตรา สะกดอย่างเดียวกัน เช่น ๒.๒ สั มผัสอักษร ได้แก่ คาคล้องจองที่ใช้ตวอักษรชนิดเดียวกัน ั ั หรื อตัวอักษร ประเภทเดียวกัน หรื อใช้ตวอักษร ที่มีเสี ยงคู่กน ที่เรี ยกว่า ั "อักษรคู่" เช่น ข ค ฆ หรื อ ถ ท ธ เป็ นต้น เช่น ๑) ใช้ตวอักษรชนิดเดียวกัน คือใช้อกษรตัวเดียวกันตลอดทั้ง ั ั วรรค ดังนี้
  • 5.
    แลลิงลิงเล่นล้อ ลางลิง พาเพื่อนเพ่นพ่านพิง พวกพ้อง ตื่นเต้นไต่ต่อติง เตี้ยต่า ั ก่นกู่กนกึกก้อง เกาะเกี้ยวกวนกัน ๒) ใช้ตวอักษรประเภทเดียวกันคือใช้อกษรที่มีเสี ยงเหมือนกัน แต่ ั ั รู ปไม่เหมือนกัน เช่น ค ฆ ,ท ธ, ฬ ล, ศ ษ ส ซ เป็ นต้น ดังนี้ ศึกษาสาเร็ จรู้ ระลึกพระคุณครู บา อุโฆษคุณาภา นิเทศธรณิ นให้ ลีลา กลอนแฮ บ่มไว้ หื่ นซ้องสาธุการ กาพย์ กาพย์ คือ คาประพันธ์ชนิ ดหนึ่ งซึ่ งมีกาหนดคณะ พยางค์ และ สัมผัส มีลกษณะคล้ายกับฉันท์ แต่ไม่นิยม ครุ ลหุ เหมือนกับฉันท์ ั ่ กาพย์ แปลตามรู ปศัพท์วา เหล่ากอแห่ งกวี หรื อ ประกอบด้วย คุณแห่งกวี หรื อ คาที่กวี ได้ร้อยกรองไว้ กาพย์มาจากคาว่า กาวฺย หรื อ กาพฺย มาจากคา กวี มาจากคาเดิม ใน ภาษาบาลี และสันสกฤต ว่ า กวิ แปลว่า
  • 6.
    ผูคงแก่เรี ยน ผูเ้ฉลียวฉลาด ผูมีปัญญาเปรื่ องปราด ผูประพันธ์กาพย์กลอน ้ ้ ้ คา กวิ หรือ กวี มาจากรากศัพท์เดิม คือ กุธาตุ แปลว่า เสี ยง ว่าทาให้ เกิดเสี ยง ว่าร้อง ว่าร้องระงม ว่าคราง ว่าร้องเหมือนเสี ยงนก หรื อเสี ยง แมลงผึ้ง กาพย์ ตามความหมายเดิม มีความหมายกว้ างกว่าที่เข้าใจกัน ใน ่ ภาษาไทย คือ บรรดาบทนิพนธ์ ที่กวีได้ ร้อยกรองขึ้น ไม่วาจะเป็ น โคลง ฉันท์ กาพย์ หรื อ ร่ าย นับว่าเป็ นกาพย์ ทั้งนั้น หมายความ แคบ หมายถึง คาประพันธ์ชนิ ดหนึ่ ง ของกวีเท่านั้น กาพย์มีลกษณะผิดกับกลอนธรรมดา คือ ั ๑. วางคณะ พยางค์ และสัมผัสคล้ายกับฉันท์ ๒. ใช้แต่งปนกับฉันท์ได้ และคงเรี ยกว่า "คาฉันท์" เหมือนกัน ่ กาพย์ที่นิยมใช้อยูในภาษาไทย มี ๕ ชนิด คือ ๑. กาพย์ยานี ๑๑ ๒. กาพย์ฉบัง ๑๖ ๓. กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ๔. กาพย์ห่อโคลง ๕. กาพย์ขบไม้ห่อโคลง ั กาพย์ ๓ ชนิดข้างต้น ใช้เทียบเคียง แต่งปนไปกับฉันท์ได้ และเพราะ เหตุที่ มีลกษณะคล้ายกับฉันท์ และแต่งปนไปกับฉันท์ได้ จึงเรี ยกว่า ั คาฉันท์ดวย ้
  • 7.
  • 8.
    ๒. กาพย์ ฉบัง๑๖ แผนผังบังคับกาพย์ฉบัง ๑๖ ตัวอย่ างกาพย์ ฉบัง ๑๖
  • 9.
    ๓. กาพย์ สุรางคนางค์ กาพย์สุรางคนางค์มีอยู่ ๒ ชนิด คือ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ และ กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒ ดังมีลกษณะต่อไปนี้ ั ๓.๑กาพย์ สุรางคนางค์ ๒๘ แผนผังบังคับกาพย์ สุรางคนางค์ ๒๘
  • 10.
  • 11.
    ๓.๒ กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒ แผนผังบังคับกาพย์สุรางคนางค์ ๓๒ ตัวอย่ างกาพย์สุรางคนางค์ ๓๒