28 1 
THEORY 
ทฤษฏี 
ของสามเหลี่ยม 
โดย 
นายพุฒิพงศ์ วันภูงา 
563050119-7
2 
คานา 
หนังสือเล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยี ที่ผู้เขียนได้รวบรวมเอาเนื้อหาที่เกี่ยวกับทฤษฏี พื้นฐานของสามเหลี่ยมไว้ และผู้เขียนหวังว่าจะเป็นประโยชน์ สาหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง 
ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณ ทุกๆท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ให้ คาแนะนา และรวบรวมข้อมูล ในการทาหนังสือเล่นนี้ เป็นอย่าง ยิ่ง ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ 
นายพุฒิพงศ์ วันภูงา 
ผู้เขียน 27
26 
5. รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ 
 รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ หมายถึงรูปสามเหลี่ยมที่ไม่ได้ถูก วาดขึ้นบนพื้นผิวที่แบนราบ ตัวอย่างรูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บน ระนาบเช่น รูปสามเหลี่ยมบนทรงกลมในเรขาคณิตทรงกลม และ รูปสามเหลี่ยมเชิงไฮเพอร์โบลาในเรขาคณิตเชิงไฮเพอร์โบลา ซึ่ง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรขาคณิตแบบยุคลิด 
 ในขณะที่รูปสามเหลี่ยมธรรมดา (สองมิติ) มุมภายในรูป สามเหลี่ยมจะรวมกันได้ 180° แต่รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ มุมภายในอาจรวมกันได้มากกว่าหรือน้อยกว่านั้น บนพื้นผิวที่มี ความโค้งเป็นลบ (บุ๋มลงไป) จะบวกกันได้น้อยกว่า 180° และบน พื้นผิวที่มีความโค้งเป็นบวก (นูนขึ้นมา) จะบวกกันได้มากกว่า 180° นั่นหมายความว่า ถ้าเราวาดรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่มาก บนพื้นผิวโลก มุมภายในจะรวมกันได้มากกว่า 180° 3 
สารบัญ 
บทที่ หน้า 
คานา 2 
สารบัญ 3 
1. เราเรียกมันว่าอะไร 4 
1.1 แบ่งตามความยาวของด้าน 6 
1.2 แบ่งตามมุม 7 
2. รู้ไว้ใช่ว่า ใสบ่าฝึกฝน 8 
3. จุด เส้นตรง วงกลม สามเหลี่ยม 12 
4. พื้นที่ 5 แบบ 16 
4.1 สูตรทั่วไป 18 
4.2 ใช้เวกเตอร์ 19 
4.3 ใช้พิกัด 20 
4.4 ใช้สูตรของเฮรอน 21 
4.5 ใช้ตรีโกณมิติ 22 
5. รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ 24
4 
บทที่ 1 
เราเรียกมันว่าอะไร 25 
รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บน ระนาบ
24 
บทที่ 5 
รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ 5 
ประเภทของรูปสามเหลี่ยม 
แบ่งตามความยาวของด้าน 
แบ่งตามมุมภายใน
6 
1. เราเรียกมันว่าอะไร? 
การเรียกชื่อหรือประเภทของสามเหลี่ยม จะถูก 
1.1 แบ่งตามความยาวของด้าน 
รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว (isosceles) มี 
รูปสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า (scalene) 
รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า (equilateral) 23
22 
ใช้ตรีโกณมิติหาส่วนสูง h 
4.5 ใช้ตรีโกณมิติ 
 ส่วนสูงของรูปสามเหลี่ยมหาได้ด้วยตรีโกณมิติ จากรูปทางซ้าย ส่วนสูงจะเท่ากับ h = a sin γ นาไปแทนในสูตร S = ½bh ที่ได้ จากข้างต้น พื้นที่ของรูป สามเหลี่ยมจึงแสดงได้เป็น 
 นอกจากนั้น เมื่อ sin α = sin (π - α) = sin (β + γ) และเป็น เช่นนี้เหมือนกันกับอีกสองมุมที่เหลือ จะได้สูตร 7 
1.2 แบ่งตามมุม 
รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก (right, right- angled, rectangled) มีมุมภายในมุม 
รูปสามเหลี่ยมมุมป้าน (obtuse) มี 
รูปสามเหลี่ยมมุมแหลม (acute) มุม
8 
บทที่ 2 
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าฝึกฝน 21 
4.4 ใช้สูตรของเฮรอน 
 อีกวิธีที่ใช้ คานวณ S ได้คือใช้ สูตรของเฮรอน 
 เมื่อ s=(a+b+c)/2 คือครึ่งหนึ่งของเส้นรอบรูปของรูป สามเหลี่ยม 
 นอกจากนี้ก็มีสูตรอื่นที่เทียบเคียงกับสูตรของเฮรอน
20 
4.3 ใช้พิกัด 
 ถ้าจุดยอด A อยู่ที่จุดกาเนิด (0, 0) ในระบบพิกัดคาร์ทีเซียน และ กาหนดให้พิกัดของอีกสองจุดยอดอยู่ที่ B = (xB,yB) , C = (xC,yC) แล้วพื้นที่ S จะคานวณได้จาก ½ เท่าของค่า สัมบูรณ์ของดีเทอร์มิแนนต์ 
 สาหรับจุดยอดสามจุดใดๆ สมการคือ 121.12- 74258/4561*754120+54851 
 ในสามมิติ พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม A = (xA,yA,zA) , B=(xB,yB,zB) , C = (xC,yC,zC) คือผลบวกพีทาโกรัสของพื้นที่ 
9 
ข้อเท็จจริงพื้นฐานของสามเหลี่ยม
10 
2. รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าฝึกฝน 
 ในหนังสือชื่อ Elements เล่ม 1-4 เมื่อประมาณ 300 ปีก่อน คริสตกาล รูปสามเหลี่ยมเป็นรูปหลายเหลี่ยมชนิดหนึ่ง และเป็น 2-ซิมเพล็กซ์ (2-simplex) รูปสามเหลี่ยมทุกรูปเป็นรูปสองมิติ 
 ผลบวกของความยาวของสองด้านใดๆ ในรูปสามเหลี่ยม จะ มากกว่าความยาวของด้านที่สามเสมอ สิ่งนี้เรียกว่าอสมการอิงรูป สามเหลี่ยม 
 รูปสามเหลี่ยมสองรูปจะเรียกว่า คล้ายกัน ก็ต่อเมื่อทุกมุมของรูป หนึ่ง มีขนาดเท่ากับมุมที่สมนัยกันของอีกรูปหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้ ด้านที่สมนัยกันจะเป็นสัดส่วน (proportional) ต่อกัน 
 ถ้าด้านที่สมนัยกันสองด้านเป็นสัดส่วนต่อกัน และมุมที่ด้านทั้ง สองประกอบอยู่สมภาค (congruent) ต่อกัน แล้วรูปสามเหลี่ยม สองรูปนั้นจะคล้ายกัน 
 ถ้าด้านทั้งสามของรูปสามเหลี่ยมสองรูปเป็นสัดส่วนต่อกัน แล้วรูป สามเหลี่ยมสองรูปนั้นจะคล้ายกัน 
 การใช้รูปสามเหลี่ยมมุมฉากและแนวคิดเรื่องความคล้าย ฟังก์ชัน 
19 
4.2 ใช้เวกเตอร์ 
 พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานสามารถคานวณได้ด้วย เวกเตอร์ กาหนดให้ AB และ AC เป็นเวกเตอร์ที่ชี้ จาก A ไป B และ A ไป C ตามลาดับ พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้าน ขนาน ABCD คือ |AB×AC| ซึ่งเป็นขนาดของผลคูณไขว้ระหว่าง เวกเตอร์ AB กับ AC และ |AB×AC| มีค่า เท่ากับ |h×AC| เมื่อ h แทนส่วนสูงที่เป็นเวกเตอร์ 
 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม ABC เป็นครึ่งหนึ่งของพื้นที่ของรูป สี่เหลี่ยมด้านขนานรูปนี้ หรือ S = 12|AB×AC| 
 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม ABC ก็ยังสามารถเขียนได้ด้วยรูปแบบของ ผลคูณจุดดังนี้
18 
4. พื้นที่ 5 แบบ 
4.1 สูตรทั่วไป 
พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม สามารถแสดงได้เป็นครึ่งหนึ่งของพื้นที่ของรูป 
 การคานวณพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมเป็นปัญหาพื้นฐานที่มักจะพบ ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน สูตรที่ง่ายและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ S = 1/2bh 
 เมื่อ S หมายถึงพื้นที่ b คือความยาวของฐาน และ h คือความสูง หรือส่วนสูงของรูปสามเหลี่ยม คาว่าฐานในที่นี้สามารถหมายถึง ด้านในด้านหนึ่งของรูปสามเหลี่ยม และส่วนสูงคือระยะที่วัดจากมุม ที่อยู่ตรงข้ามด้านนั้นตั้งฉากไปยังฐาน 
 ถึงแม้ว่าสูตรนี้จะง่าย แต่ก็ใช้ประโยชน์ได้เฉพาะเมื่อสามารถหา ความสูงของรูปสามเหลี่ยมได้โดยง่าย ตัวอย่างเช่นการรังวัดที่ดินที่ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม จะวัดความยาวของด้านทั้งสามแล้ว 
11 
 ทฤษฎีบทพีทาโกรัส (Pythagorean theorem) เป็นอีกทฤษฎี บทหนึ่งที่สาคัญ กล่าวว่าในรูปสามเหลี่ยมมุมฉากใดๆ กาลังสอง ของความยาวของด้านตรงข้ามมุมฉาก จะเท่ากับผลรวมของกาลัง สองของความยาวของทั้งสองด้านที่เหลือ ถ้าด้านตรงข้ามมุมฉาก ยาว c หน่วย และด้านประกอบมุมฉากยาว a และ b หน่วย ดังนั้นทฤษฎีบทนี้จึงให้ความหมายว่า A2 + b2 = c2 
 มุมแหลมสองมุมในรูปสามเหลี่ยมมุมฉากเป็นมุมประกอบมุมฉาก (complementary angles) a + b + 90o = 180o => a + b = 90o => a = 90o − b 
 ถ้าหากด้านประกอบมุมฉากมีขนาดเท่ากัน มุมแหลมสองมุมก็จะ มีขนาดเท่ากันด้วยคือ 45° และจากทฤษฎีบทพีทาโกรัส ความ ยาวของด้านตรงข้ามมุมฉากจะมีขนาดเป็น √2 เท่าของด้าน ประกอบมุมฉาก 
 ถ้าหากมุมแหลมสองมุมมีขนาด 30° และ 60° ความยาวของด้าน ตรงข้ามมุมฉากจะมีขนาดเป็น 2 เท่าของด้านประกอบมุมฉากที่ สั้นกว่า 
 สาหรับรูปสามเหลี่ยมทุกรูป ขนาดของด้านและมุมมี
12 
บทที่ 3 
จุด เส้นตรง วงกลม สามเหลี่ยม 17 
การหาพื้นที่ของรูป สามเหลี่ยม 
สูตรทั่วไป 
ใช้เวกเตอร์ 
ใช้พิกัด 
ใช้สูตรของเฮรอน 
ใช้ตรีโกณมิติ
16 
บทที่ 4 
พื้นที่ 5 แบบ 13 
จุด เส้นตรง และรูปวงกลมที่เกี่ยวข้องกับ รูปสามเหลี่ยม
14 
3. จุด เส้นตรง 
จุดตัดของส่วนสูงคือ จุดออร์โทเซนเตอร์ 
ศูนย์กลางวงล้อม คือจุดศูนย์กลาง ของวงกลมที่ลากผ่านจุดยอดทั้ง สามของรูปสามเหลี่ยม 
จุดตัดของเส้นแบ่งครึ่งมุม ใช้หาจุด 
15 
เซนทรอยด์ เป็นศูนย์ถ่วง 
วงกลมเก้าจุด แสดงความสมมาตรที่จุด หกจุดอยู่บนวงกลมเดียวกัน 
เส้นออยเลอร์ คือเส้นที่ลากผ่าน เซนทรอยด์ (สีเหลือง) , จุดออร์โทเซนเตอร์ (สีน้าเงิน) , ศูนย์กลางวงล้อม (สีเขียว) และจุดศูนย์กลางของ วงกลมเก้าจุด (สีแดง)

สิ่งพิมพ์7

  • 1.
    28 1 THEORY ทฤษฏี ของสามเหลี่ยม โดย นายพุฒิพงศ์ วันภูงา 563050119-7
  • 2.
    2 คานา หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยี ที่ผู้เขียนได้รวบรวมเอาเนื้อหาที่เกี่ยวกับทฤษฏี พื้นฐานของสามเหลี่ยมไว้ และผู้เขียนหวังว่าจะเป็นประโยชน์ สาหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณ ทุกๆท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ให้ คาแนะนา และรวบรวมข้อมูล ในการทาหนังสือเล่นนี้ เป็นอย่าง ยิ่ง ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ นายพุฒิพงศ์ วันภูงา ผู้เขียน 27
  • 3.
    26 5. รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ  รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ หมายถึงรูปสามเหลี่ยมที่ไม่ได้ถูก วาดขึ้นบนพื้นผิวที่แบนราบ ตัวอย่างรูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บน ระนาบเช่น รูปสามเหลี่ยมบนทรงกลมในเรขาคณิตทรงกลม และ รูปสามเหลี่ยมเชิงไฮเพอร์โบลาในเรขาคณิตเชิงไฮเพอร์โบลา ซึ่ง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรขาคณิตแบบยุคลิด  ในขณะที่รูปสามเหลี่ยมธรรมดา (สองมิติ) มุมภายในรูป สามเหลี่ยมจะรวมกันได้ 180° แต่รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ มุมภายในอาจรวมกันได้มากกว่าหรือน้อยกว่านั้น บนพื้นผิวที่มี ความโค้งเป็นลบ (บุ๋มลงไป) จะบวกกันได้น้อยกว่า 180° และบน พื้นผิวที่มีความโค้งเป็นบวก (นูนขึ้นมา) จะบวกกันได้มากกว่า 180° นั่นหมายความว่า ถ้าเราวาดรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่มาก บนพื้นผิวโลก มุมภายในจะรวมกันได้มากกว่า 180° 3 สารบัญ บทที่ หน้า คานา 2 สารบัญ 3 1. เราเรียกมันว่าอะไร 4 1.1 แบ่งตามความยาวของด้าน 6 1.2 แบ่งตามมุม 7 2. รู้ไว้ใช่ว่า ใสบ่าฝึกฝน 8 3. จุด เส้นตรง วงกลม สามเหลี่ยม 12 4. พื้นที่ 5 แบบ 16 4.1 สูตรทั่วไป 18 4.2 ใช้เวกเตอร์ 19 4.3 ใช้พิกัด 20 4.4 ใช้สูตรของเฮรอน 21 4.5 ใช้ตรีโกณมิติ 22 5. รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ 24
  • 4.
    4 บทที่ 1 เราเรียกมันว่าอะไร 25 รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บน ระนาบ
  • 5.
    24 บทที่ 5 รูปสามเหลี่ยมที่ไม่อยู่บนระนาบ 5 ประเภทของรูปสามเหลี่ยม แบ่งตามความยาวของด้าน แบ่งตามมุมภายใน
  • 6.
    6 1. เราเรียกมันว่าอะไร? การเรียกชื่อหรือประเภทของสามเหลี่ยม จะถูก 1.1 แบ่งตามความยาวของด้าน รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว (isosceles) มี รูปสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า (scalene) รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า (equilateral) 23
  • 7.
    22 ใช้ตรีโกณมิติหาส่วนสูง h 4.5 ใช้ตรีโกณมิติ  ส่วนสูงของรูปสามเหลี่ยมหาได้ด้วยตรีโกณมิติ จากรูปทางซ้าย ส่วนสูงจะเท่ากับ h = a sin γ นาไปแทนในสูตร S = ½bh ที่ได้ จากข้างต้น พื้นที่ของรูป สามเหลี่ยมจึงแสดงได้เป็น  นอกจากนั้น เมื่อ sin α = sin (π - α) = sin (β + γ) และเป็น เช่นนี้เหมือนกันกับอีกสองมุมที่เหลือ จะได้สูตร 7 1.2 แบ่งตามมุม รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก (right, right- angled, rectangled) มีมุมภายในมุม รูปสามเหลี่ยมมุมป้าน (obtuse) มี รูปสามเหลี่ยมมุมแหลม (acute) มุม
  • 8.
    8 บทที่ 2 รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าฝึกฝน 21 4.4 ใช้สูตรของเฮรอน  อีกวิธีที่ใช้ คานวณ S ได้คือใช้ สูตรของเฮรอน  เมื่อ s=(a+b+c)/2 คือครึ่งหนึ่งของเส้นรอบรูปของรูป สามเหลี่ยม  นอกจากนี้ก็มีสูตรอื่นที่เทียบเคียงกับสูตรของเฮรอน
  • 9.
    20 4.3 ใช้พิกัด  ถ้าจุดยอด A อยู่ที่จุดกาเนิด (0, 0) ในระบบพิกัดคาร์ทีเซียน และ กาหนดให้พิกัดของอีกสองจุดยอดอยู่ที่ B = (xB,yB) , C = (xC,yC) แล้วพื้นที่ S จะคานวณได้จาก ½ เท่าของค่า สัมบูรณ์ของดีเทอร์มิแนนต์  สาหรับจุดยอดสามจุดใดๆ สมการคือ 121.12- 74258/4561*754120+54851  ในสามมิติ พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม A = (xA,yA,zA) , B=(xB,yB,zB) , C = (xC,yC,zC) คือผลบวกพีทาโกรัสของพื้นที่ 9 ข้อเท็จจริงพื้นฐานของสามเหลี่ยม
  • 10.
    10 2. รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าฝึกฝน  ในหนังสือชื่อ Elements เล่ม 1-4 เมื่อประมาณ 300 ปีก่อน คริสตกาล รูปสามเหลี่ยมเป็นรูปหลายเหลี่ยมชนิดหนึ่ง และเป็น 2-ซิมเพล็กซ์ (2-simplex) รูปสามเหลี่ยมทุกรูปเป็นรูปสองมิติ  ผลบวกของความยาวของสองด้านใดๆ ในรูปสามเหลี่ยม จะ มากกว่าความยาวของด้านที่สามเสมอ สิ่งนี้เรียกว่าอสมการอิงรูป สามเหลี่ยม  รูปสามเหลี่ยมสองรูปจะเรียกว่า คล้ายกัน ก็ต่อเมื่อทุกมุมของรูป หนึ่ง มีขนาดเท่ากับมุมที่สมนัยกันของอีกรูปหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้ ด้านที่สมนัยกันจะเป็นสัดส่วน (proportional) ต่อกัน  ถ้าด้านที่สมนัยกันสองด้านเป็นสัดส่วนต่อกัน และมุมที่ด้านทั้ง สองประกอบอยู่สมภาค (congruent) ต่อกัน แล้วรูปสามเหลี่ยม สองรูปนั้นจะคล้ายกัน  ถ้าด้านทั้งสามของรูปสามเหลี่ยมสองรูปเป็นสัดส่วนต่อกัน แล้วรูป สามเหลี่ยมสองรูปนั้นจะคล้ายกัน  การใช้รูปสามเหลี่ยมมุมฉากและแนวคิดเรื่องความคล้าย ฟังก์ชัน 19 4.2 ใช้เวกเตอร์  พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานสามารถคานวณได้ด้วย เวกเตอร์ กาหนดให้ AB และ AC เป็นเวกเตอร์ที่ชี้ จาก A ไป B และ A ไป C ตามลาดับ พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้าน ขนาน ABCD คือ |AB×AC| ซึ่งเป็นขนาดของผลคูณไขว้ระหว่าง เวกเตอร์ AB กับ AC และ |AB×AC| มีค่า เท่ากับ |h×AC| เมื่อ h แทนส่วนสูงที่เป็นเวกเตอร์  พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม ABC เป็นครึ่งหนึ่งของพื้นที่ของรูป สี่เหลี่ยมด้านขนานรูปนี้ หรือ S = 12|AB×AC|  พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม ABC ก็ยังสามารถเขียนได้ด้วยรูปแบบของ ผลคูณจุดดังนี้
  • 11.
    18 4. พื้นที่5 แบบ 4.1 สูตรทั่วไป พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม สามารถแสดงได้เป็นครึ่งหนึ่งของพื้นที่ของรูป  การคานวณพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมเป็นปัญหาพื้นฐานที่มักจะพบ ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน สูตรที่ง่ายและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ S = 1/2bh  เมื่อ S หมายถึงพื้นที่ b คือความยาวของฐาน และ h คือความสูง หรือส่วนสูงของรูปสามเหลี่ยม คาว่าฐานในที่นี้สามารถหมายถึง ด้านในด้านหนึ่งของรูปสามเหลี่ยม และส่วนสูงคือระยะที่วัดจากมุม ที่อยู่ตรงข้ามด้านนั้นตั้งฉากไปยังฐาน  ถึงแม้ว่าสูตรนี้จะง่าย แต่ก็ใช้ประโยชน์ได้เฉพาะเมื่อสามารถหา ความสูงของรูปสามเหลี่ยมได้โดยง่าย ตัวอย่างเช่นการรังวัดที่ดินที่ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม จะวัดความยาวของด้านทั้งสามแล้ว 11  ทฤษฎีบทพีทาโกรัส (Pythagorean theorem) เป็นอีกทฤษฎี บทหนึ่งที่สาคัญ กล่าวว่าในรูปสามเหลี่ยมมุมฉากใดๆ กาลังสอง ของความยาวของด้านตรงข้ามมุมฉาก จะเท่ากับผลรวมของกาลัง สองของความยาวของทั้งสองด้านที่เหลือ ถ้าด้านตรงข้ามมุมฉาก ยาว c หน่วย และด้านประกอบมุมฉากยาว a และ b หน่วย ดังนั้นทฤษฎีบทนี้จึงให้ความหมายว่า A2 + b2 = c2  มุมแหลมสองมุมในรูปสามเหลี่ยมมุมฉากเป็นมุมประกอบมุมฉาก (complementary angles) a + b + 90o = 180o => a + b = 90o => a = 90o − b  ถ้าหากด้านประกอบมุมฉากมีขนาดเท่ากัน มุมแหลมสองมุมก็จะ มีขนาดเท่ากันด้วยคือ 45° และจากทฤษฎีบทพีทาโกรัส ความ ยาวของด้านตรงข้ามมุมฉากจะมีขนาดเป็น √2 เท่าของด้าน ประกอบมุมฉาก  ถ้าหากมุมแหลมสองมุมมีขนาด 30° และ 60° ความยาวของด้าน ตรงข้ามมุมฉากจะมีขนาดเป็น 2 เท่าของด้านประกอบมุมฉากที่ สั้นกว่า  สาหรับรูปสามเหลี่ยมทุกรูป ขนาดของด้านและมุมมี
  • 12.
    12 บทที่ 3 จุด เส้นตรง วงกลม สามเหลี่ยม 17 การหาพื้นที่ของรูป สามเหลี่ยม สูตรทั่วไป ใช้เวกเตอร์ ใช้พิกัด ใช้สูตรของเฮรอน ใช้ตรีโกณมิติ
  • 13.
    16 บทที่ 4 พื้นที่ 5 แบบ 13 จุด เส้นตรง และรูปวงกลมที่เกี่ยวข้องกับ รูปสามเหลี่ยม
  • 14.
    14 3. จุดเส้นตรง จุดตัดของส่วนสูงคือ จุดออร์โทเซนเตอร์ ศูนย์กลางวงล้อม คือจุดศูนย์กลาง ของวงกลมที่ลากผ่านจุดยอดทั้ง สามของรูปสามเหลี่ยม จุดตัดของเส้นแบ่งครึ่งมุม ใช้หาจุด 15 เซนทรอยด์ เป็นศูนย์ถ่วง วงกลมเก้าจุด แสดงความสมมาตรที่จุด หกจุดอยู่บนวงกลมเดียวกัน เส้นออยเลอร์ คือเส้นที่ลากผ่าน เซนทรอยด์ (สีเหลือง) , จุดออร์โทเซนเตอร์ (สีน้าเงิน) , ศูนย์กลางวงล้อม (สีเขียว) และจุดศูนย์กลางของ วงกลมเก้าจุด (สีแดง)