เรื่องรายงานวิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง
การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยการทางานเป็นกลุ่ม
ผู้จัดทา
นายอารมย์ อินทรประเสริฐ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม อาเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงคเพื่อการศึกษาการพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/4
โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม จํานวน 34 คน โดยการทดลองใหนักเรียน ทํางานเปนกลุ่มสามารถพัฒนาทักษะ
การระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4 ไดดีขึ้นและ มีการประเมินผลการระบายสีไม้จากใบงาน
ทั้งหมด 3 ครั้ง และเก็บรวบรวมขอมูลจากคะแนนของ นักเรียนแตละคนมาเปรียบเทียบกันทั้ง 3 ครั้ง จะเห็น
ได้ว่า นักเรียนมีทักษะในการระบายสีไม้ สูงขึ้นตามลําดับ โดยครั้งที่ 1 อยูในระดับดีมากร้อยละ 14.50 ครั้งที่
2 รอยละ 27.20 และครั้งที่ 3 รอยละ 56.30 ตามลําดับ ผลการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ส่งผลใหนักเรียนมีความรู้
และเกิดการพัฒนาทักษะการระบาย สีไม้ดีขึ้นและบรรลุวัตถุประสงคเป็นที่นาพึงพอใจ
นายอารมย์ อินทรประเสริฐ
คานา
ตามที่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กําหนดมาตรฐานการเรียนรูช่วงชั้นในกลุมสาระการ
เรียนรู้ศิลปะโดยมวัตถุประสงคให้ผูเรียนรูไดพัฒนาดานสุนทรียภาพรางกาย จิตใจ สติปญญา อารมณและ
สังคม สงเสริมใหผู้เรียน กลาคิด กลาทํา กลาแสดงออก ในเชิง สรางสรรค์สามารถคนพบศักยภาพของตนเอง
อันเปนพื้นฐานในการศึกษาตอหรือประกอบอาชีพที่ สุจริตในอนาคตได้
การทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่
2/4 โดยการทํางานเปนกลุ่ม ซึ่งถือวาเป็นวิธีการนํามาใชแกปญหาในการจัดการเรียน การสอนวิธีหนึ่ง เพื่อใหผู
เรียนไดพัฒนาการเรียนรูด้านทัศนศิลปเกี่ยวกับการระบายสีไม้ให้ดีขึ้น ผู้วิจัยขอขอบพระคุณบุคคลที่ให้การ
สนับสนุนสงเสริมในการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้
นายอารมย์ อินทรประเสริฐ
สารบัญ
บทคัดย่อ หน้า
คํานํา
บทที่ 1 บทนํา
-ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา
-วัตถุประสงค์
-สมมุติฐาน
-นิยามศัพทเฉพาะ
- ประโยชนของการทําวิจัย
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ
เอกสารที่เกี่ยวของในการจัดการเรียนการสอน
เพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้
บทที่ 3 วิธีการวิจัย
กลุ่มเป้าหมาย
ตัวแปรที่ใชในการวิจัย
วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช
แผนภูมิการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาทักษะการระบายสีไม้
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการวิเคราะหข้อมูลเปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะ
การระบายสีไม้จากกิจกรรมการทํางานเป็นกลุ่ม ครั้งที่ 1
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะ
การระบายสีไม้จากกิจกรรมการทํางานเป็นกลุ่ม ครั้งที่ 2
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะ
การระบายสีไม้จากกิจกรรมการทํางานเป็นกลุ่ม ครั้งที่ 3
สรุปแบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม
บทที่ 5 สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผล
อภิปรายผล
ข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ตัวอยางภาพครั้งที่ 1
ตัวอยางภาพครั้งที่ 2
ตัวอยางภาพครั้งที่ 3
ภาพนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 ปฏิบัติงานกลุม
ใบความรูที่ 1
ใบความรูที่ 2
แบบสอบถามความคิดเห็น
ใบงานที่ 1
ใบความรูที่ 2
ใบงานที่ 3
แบบประเมินการทดสอบการระบายสีไม้ครั้งที่ 1
แบบประเมินการทดสอบการระบายสีไม้ครั้งที่ 2
แบบประเมินการทดสอบการระบายสีไม้ครั้งที่ 3
บทที่ 1
บทนา
การวิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1
โดยการทางานเปนกลุม
1. ความเปนมาและความสาคัญของปญหา
การจัดกระบวนการเรียนการสอนในรายวิชาศิลปะพื้นฐาน1ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2
สวนหนึ่งของเนื้อหาในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดกําหนดใหผูเรียนเกิด
การเรียนรูดานทัศนศิลปประเภทจิตรกรรมการวาดภาพระบายสีไม้ โดยเนนเพื่อใหเกิดการเรียนรูทั้ง
ทฤษฎีและการปฏิบัติ จากการประเมินผลการจัดการเรียนการสอนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 ซึ่งมี
นักเรียนทั้งหมดจํานวน 34 คนพบวานักเรียนจํานวน 34 คน ยังขาดทักษะในการระบายสีจะเห็น
ไดจากผลงานที่นักเรียนฝกปฏิบัติ ทั้งนี้เปนเพราะนักเรียนขาดกิจกรรมที่สงเสริมทักษะการระบาย
สี ซึ่งการระบายสีไม้เปนทักษะที่สําคัญและจําเปนในทางศิลปะ อันเปนทักษะพื้นฐานที่จะนําไปสู
งานศิลปะดานอื่น นอกจากนี้การวาดภาพระบายสีไม้ยังเปนกิจกรรมที่สรางความสนุกสนาน
เพลิดเพลิน ทําใหนักเรียนไดผอนคลายอารมณ ทําใหนักเรียนมีจิตใจออนโยน และถาหาก
นักเรียนขาดทักษะการระบายสี จะสงผลตอการเรียนศิลปะดานอื่น ๆ ทําใหนักเรียนขาดแรงจูงใจ
ที่จะเรียนศิลปะดานอื่น ๆอีกดวย
ดังนั้นหากไดใหนักเรียนฝกระบายสีไม้เปนกลุมจะทําใหนักเรียนมีทักษะในการระบายสีดีขึ้น
ได ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการในการทํางานเปนกลุมไดชวยสนับสนุนใหนักเรียนเกิดจินตนาการ
และความคิดสรางสรรคมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมกันภายในกลุม และมีการยกยองชมเชย
สรางแรงจูงใจและกําลังใจใหเกิดขึ้นภายในกลุม ซึ่งจะชวยใหนักเรียนมีทักษะในการระบายสีไม้
ตลอดจนการไดเปนผูพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคทางดานสุนทรียะ มีความพรอมที่จะเรียน
ในกลุมสาระการเรียนรูศิลปะในระดับชั้นที่สูงขึ้นตอไป
2. วัตถุประสงค
เพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการทํางานเปนกลุม
3. สมมุติฐาน
การทํางานเปนกลุมสามารถพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่2/4 ไดดีขึ้น
4. นิยามศัพทเฉพาะ
1.การทางานเปนกลุม หมายถึง การทํางานรวมกันของนักเรียนโดยแบงเปนกลุม
กลุมละ 3 - 8 คน โดยมีการจัดระบบการทํางานรวมกัน สมาชิกในกลุ่มทุกคนมีสวนรวมในการ
แสดงความคิดเห็นในการปฏิบัติงานไดเรียนรูการทํางานรวมกับผูอื่น
2.ทักษะการระบายสีไม้ หมายถึง ความสามารถในการระบายสีไม้ของนักเรียนประเมิน
ไดจากการฝกปฏิบัติการระบายสีไม้ใหเกิดความชํานาญตามขั้นตอนของทฤษฎีสีและหลักการ
จัดองคประกอบของศิลปะ เพื่อใหไดภาพระบายสีไม้ที่มีความสวยงามสามารถนําไปใชสอย
ใหเกิดประโยชนในชีวิตประจําวันไดตามความเหมาะสม
5. ประโยชนของการทาวิจัย
1. นักเรียนไดพัฒนาทักษะดานการระบายสีไม้
2. นักเรียนไดฝกการทํางานเปนกลุม
3. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสรางสรรคสามารถวาดภาพระบายสีไม้ไดสวยงาม
4. นักเรียนมีความภูมิใจในผลงานของตนเองและไดรับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
ในการทํางาน
5. นักเรียนมีความรักสามัคคีกันในการทํางานเปนกลุ่มและรูจักการเสียสละเพื่อ
ประโยชนของสวนรวม
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวของ
การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ผู้วิจัยไดศึกษาเอกสารและงานวิจัยเพื่อเปนแนวทางในการ
ดําเนินการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีของนักเรียน โดยศึกษาเอกสาร
ตามลําดับดังนี้
1.โชดก เกงเขตรกิจ, ปญญา ทรงเสรีย , ยศนันท แยมเมือง และเศรษฐศิริ สายกระสุน
( 2548 ) สรุปไดวา สีสันกับโลกสวยงาม เกี่ยวกับกับทัศนธาตุ และองคประกอบศิลปะ คือผูที
สรางสรรคผลงานศิลปะจะใชเปนสื่อความหมายในการแสดงออกโดยองคประกอบพื้นฐานคือ
ทัศนธาตุตางๆ ไดแก จุด เสน น้ําหนัก(แสง - เงา ) ทีวาง ลักษณะผิว และสี เพื่อนํามาจัดรวมเขา
ดวยกันจะเกิดเปนรูปทรงของงานศิลปะขึ้น
แสดงใหเห็นวาการระบายสีเปนองคประกอบศิลปะที่ทําใหผลงานมีความนาสนใจแกผูพบ
เห็นโดยมีความสวยงามเกิดความรูสึกทางอารมณจิตใจไดหลากหลาย สภาพแวดลอมของมนุษย
ลวนแตประกอบดวยสีสันไมวาจะเปนสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติหรือสิ่งแวดลอมที่มนุษยสรางขึ้น
ถาขาดการตกแตงดวยสีสันยอมไมนาสนใจและจะไมมีความสวยงาม
2.วัชรพงษ หงษสุวรรณ ( 2548 ) สรุปไดวาการเขียนภาพสีไม้(Crayola Colored Pencils)เปน
สีเคมีชนิดหนึ่งที่มีเชื้อสีไม้เปนสีซึ่งมีการผสมอยูในเนื้อสีเปนแท่งทําใหเนื้อสีเกาะติดอยูในเนื้อไม้
เขียนในกระดาษ สีไม้เปนสีทึบแสง (Opaque) ที่ใชผสมกับน้ําได้แลวใชพูกันระบายลงบนกระดาษ
การผสมสีเกิดจากการผสมระหวางสีหนึ่งกับอีกสีหนึ่ง หรือหลายสีผสมกัน เพื่อใหเกิดเปนการสร้างสรรค์
ตามตองการ เพราะสีไม้เปนสีทึบแสง ดังนั้นการระบายสีไม้จะตองใหสะอาดและใส การควบคุม
ปริมาณน้ําหนักของเส้น จึงเปนสิ่งที่จําเปนมาก สําหรับผูเขียนภาพสีไม้ การกระจายหรือการซอฟของสี
เปนลักษณะพิเศษของสีไม้ อีกอยางหนึ่งซึ่งไมมีในสีใด ๆ
แสดงใหเห็นวา การระบายสีไม้ เปนเทคนิคที่ใชระบายสีสําหรับภาพวาดดวยวิธีการ
ที่ไมยากมีความเพลิดเพลิน การที่จะระบายสีไม้ใหเกิดความสวยงามดูเปนธรรมชาติ จะตองเรียนรู
ทฤษฎีสีใหเขาใจ สามารถผสมสีไดดวยความชํานาญ
3. ประเทือง เอมเจริญ (2546) ไดกลาวถึงสิ่งที่ปรากฏเปนความงามของศิลปความชุม
นุมนวลเต็มพื้นที่ของภาพที่ดูกลมกลืนกัน การไหลอยางอิสระใช้เทคนิคน้ําหนักเส้น ความงามของ
สีที ทาของการขีดเขียนที่ดูเฉียบขาดเรียบงาย คาแตกตางของสี น้ําหนัก รูปทรงที่ดูมีเอกภาพ
ในตัวเอง พลังกระตุนจินตนาการจากภาพสูผูชมงานที่มีสมาธิในการดู สิ่งที่กอใหเกิดความสําเร็จใน
งานคือสีทุกสีไม้ บวกน้ําใจ
มิติแหงสีไม้
* แผซานไปทั่วแผนกระดาษเปยกฉ่ําดั่งมวลเมฆบนทองฟาคือ มิติแหงสีไม้
*เคลื่อนไหวอยางอิสระราเริงเพื่อเขารวมเปนหนึ่งเดียวกับความสงบ คือ มิติแหงสีไม้
*แทรกซึมสูใตผิวลื่นไหลอยูเบื้องบน มุงผสานความกลมกลืนคือ มิติแหงสีไม้
* แตกตัวเปนสีทุกสีดั่งดอกไมหลากสีบนพื้นพิภพคือ มิติแหงสีไม้
* ไมแยกตัวจากความดี หลีกหนีความชั่วคือ มิติแหงสีไม้
*เปดประตูแหงความไมรู ไปสูความรูแจงอันเบิกบานคือ มิติแหงสีไม้
แสดงใหเห็นวามิติแหงสีไม้เปนเอกลักษณเฉพาะตัวมีเสนหไมเหมือนสีอื่น ภาพที่เกิด
จากการระบายสีไม้ดูชุมชื่น มีชีวิตชีวา มีความสวยงามนาสนใจแกผู้พบเห็น
4. การทางานกลุ่ม
การทางานกลุม หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมในชมรมตาง ๆ เพื่อ
สงเสริมใหผูเรียนไดมีสวนรวมในการวางแผน ความรับผิดชอบและการบริหารเวลา
(http//:www.acp.assumption.ac.th/Homepage/self)
E-book หมายถึง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จากเว็บไซต์ครู www.peterfineart.com
ดังนั้นการทางานเปนกลุม จึงหมายถึง การรวมกันทํางานตั้งแต3 - 8คนขึ้นไป สมาชิกใน
กลุมมีสวนรวมในการวางแผนทํางานและไดแสดงความคิดเห็นรวมกัน สงผลใหไดชิ้นงานที่สําเร็จ
เปนที่พึงพอใจรวมกัน
ประโยชนของการทางานเปนกลุม
1. นักเรียนไดรูจักการวางแผนการจัดกิจกรรมรวมกัน
2. นักเรียนไดพัฒนาบุคลิกของตนเองใหปรับตัวเขากับผูอื่นได
3. นักเรียนไดรูจักการเสียสละเวลาและทุนทรัพยเพื่อใหเกิดประโยชนต่อสวนรวม
4. นักเรียนมีความรักสามัคคีในหมูคณะและมีความภูมิใจในงานที่ทํารวมกัน
บทที่ 3
วิธีการวิจัย
การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ เปนการวิจัยเชิงทดลอง โดยผู้วิจัยไดดําเนินการตามลําดับดังนี้
1. กลุมเปาหมาย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม
จํานวน 34 คน
2. ตัวแปรที่ใชในการวิจัย
2.1 ตัวแปรตน การทํางานเปนกลุม
2.2 ตัวแปรตาม การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้
3. วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช
1. แผนการเรียนรู เรื่อง ทัศนธาตุและองคประกอบศิลปะ
2. แผนการจัดกิจกรรมการทํางานเปนกลุ่ม
2.1 นักเรียนแบงกลุมกันทํางานตามอัธยาศัย ใหมีจํานวนกลุมละ 3 - 4 คน เสร็จแลว
ใหประชุมสมาชิกกลุม แบงงานกันรับผิดชอบ โดยแตละกลุมนัดหมาย เรื่องการเตรียมอุปกรณ
สําหรับวาดภาพระบายสีไม้มาใหพรอมในชั่วโมงเรียน
2.2 ใหนักเรียนทดลองวาดภาพระบายสีไม้ ครั้งที่ 1 ภาพตามจินตนาการของตนเอง
2.3 ครูจัดทําใบความรูที่ 1เรื่อง ทฤษฎีสี และ ใบความรูที่ 2 เรื่อง การเขียนภาพสีไม้
ใหนักเรียนศึกษาใบความรู้
2.4 นักเรียนแตละกลุมทุกคนทดลองวาดภาพระบายสีไม้ครั้งที่ 2
2.5 เพื่อนในกลุมและครูรวมกันประเมินผลการทํางานครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
2.6 หลังการประเมินผลงานนักเรียนบางคนไดคะแนนไมผานเกณฑเพื่อนในกลุม
และครูชวยกันแนะนําเพิ่มเติมโดยการสาธิต
2.7 หลังประเมินผลงานนักเรียนครั้งที่ 1 และครั้งที่2 ที่ไดคะแนนผานเกณฑใหทําใบ
งานที่ 3
2.8 นักเรียนแตละกลุ่มทุกคนทดลองวาดภาพระบายสีไม้ครั้งที่ 3
2.9 สรุปผลการประเมินการทํางานจากใบงานทั้ง 3 ครั้ง ใหนักเรียนทุกกลุมทราบ
แผนภูมิการจัดกิจกรรมการเรียนรูพัฒนาทักษะการระบายสีไม้
ของนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการทางานเปนกลุม
นักเรียนแบงกลุมทํางานตามอัธยาศัย กลุมละ 3-4
นักเรียนทําใบงานที่ 1
นักเรียนศึกษาใบความรู
นักเรียนทําใบงานที่ 2
นักเรียนและครูร่วมกันประเมินผลงานครั้งที่ 1และครั้งที่2 ไม่ผานเกณฑ เพื่อนในกลุมและครู
ผ่านเกณฑ์
นักเรียนทําใบงานที่ 3
สรุปการประเมินผลการทํางานจากใบงานทั้ง 3 ครั้ง
4. วิธีการเก็บรวบรวมขอมูล
ผู้วิจัยเก็บรวบรวมขอมูลดวยตนเอง ตามขั้นตอนดังนี้
1. ใหนักเรียนทํางานเปนกลุ่มทั้งหมด 3 ครั้ง เริ่มตั้งแตการประเมินผลกอนเรียน
โดยวาดภาพระบายสีไม้ตามจินตนาการ
2. นักเรียนปฏิบัติงาน ตามใบงานที่ 1 , ใบงานที่ 2 , ใบงานที่ 3
3. ครูแจกแบบการประเมินผลการใหคะแนนทั้ง 3 ครั้ง
4. ครูกําหนดเวลาใหนักเรียนสงผลงานที่ทําเสร็จแลวใหครูตรวจประเมินผล
5. ครูสรุปผลการตรวจผลงาน ครั้งที่ 1 และดําเนินการตอดังนี้
5.1 ครูแจกใบงาน นักเรียนปฏิบัติตามใบงานครั้งที่ 2 วาดภาพระบายสีไม้ยานพาหนะทางบก
และสงผลงานใหครูตรวจ ประเมินผล
5.2 ครูแจงผลคะแนนครั้งที่ 2
6. ครูแจกใบงานครั้งที่ 3 และดําเนินการตอดังนี้
6.1 นักเรียนปฏิบัติตามใบงานครั้งที่ 3 วาดภาพระบายสีไม้ ยานพาหนะทางบก
สงผลงานที่เสร็จแลวใหครูตรวจประเมินผล
6.2 ครูแจงผลคะแนน จากการทํางานครั้งที่ 3 และแจงผลการประเมินทั้ง
3 ครั้งใหนักเรียนทราบ
7. วิธีการวิเคราะหขอมูล
7.1 เปรียบเทียบผลคะแนนกอนเรียนและหลังเรียน โดยใชคารอยละ
7.2 รวบรวมขอมูลจากแบบประเมินผลการใหคะแนนทั้ง 3 ครั้ง
5. วิธีการวิเคราะห์ขอมูล
- ผูทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ใชวิธีการวิเคราะห์ขอมูลโดยวิธีหาคาเฉลี่ยรอยละ
บทที่ 4
ผลการวิเคราะหขอมูล
ผลการวิเคราะหขอมูล ปรากฏดังตารางที่ 1 , 2 และ 3 ดังนี้
ตารางที่ 1 เปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะการระบายสีไม้ จากกิจกรรมการทํางานเปนกลุม
จํานวนนักเรียน
มัธยมศึกษาปีที่ 2/4
เกณฑการประเมิน ผล
การพัฒนาทักษะการ
ผลการประเมินรอยละ หมายเหตุ
ระบายสีไม้
34 ดีมาก
พอใช
ปรับปรุง
9.52
50
40.48
นร. 4 คน
นร. 15 คน
นร. 15 คน
ตารางที่ 2 เปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะการระบายสีไม้ จากกิจกรรมการทํางานเปนกลุม ครั้งที่ 2
จํานวนนักเรียน
มัธยมศึกษาปีที่ 2/4
เกณฑการประเมิน ผล
การพัฒนาทักษะการ
ระบายสีไม้
ผลการประเมินรอยละ หมายเหตุ
34 ดีมาก
พอใช
ปรับปรุง
38.10
52.38
9.52
นร. 12 คน
นร. 20 คน
นร. 2 คน
ตารางที่ 3 เปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะการระบายสีไม้ จากกิจกรรมการทํางานเปนกลุม ครั้งที่ 3
จํานวนนักเรียน
มัธยมศึกษาปีที่ 2/4
เกณฑการประเมิน ผล
การพัฒนาทักษะการ
ระบายสีไม้
ผลการประเมินรอยละ หมายเหตุ
34 ดีมาก
พอใช
ปรับปรุง
64.28
33.34
2.38
นร. 29 คน
นร. 4 คน
นร. 1 คน
จากการเปรียบเทียบคะแนนทั้ง 3 ตาราง จะเห็นได้ว่านักเรียนมีทักษะในการระบายสีไม้ สูงขึ้นตามลําดับ
โดยครั้งที่ 1 อยูในระดับดีมาก รอยละ 9.52 ครั้งที่ 2 รอยละ 38.10 และ ครั้งที่ 3 รอยละ 64.28
ตามลําดับ และนักเรียนที่มีทักษะการระบายสีไม้อยูในระดับปรับปรุง
ตารางที่ 4 สรุปแบบสังเกตพฤติกรรมกลุม
จากการทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ พฤติกรรมกลุมที่สังเกตโดยเพื่อนในกลุม มี 4 ขอ คือ
1. ความรับผิดชอบตอหนาที่
2. การใหความรวมมือ
3. ความสนใจตอกิจกรรมกลุม
4. การแสดงความคิดเห็น
กลุมที่
คะแนนเฉลี่ย คาระดับคะแนน
ดาน 1 ด้าน 2 ด้าน 3 ด้าน 4
กลุมที่ 1 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 2 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 3 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 4 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 6 3 3 3 3 พอใช้
กลุมที่ 7 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 8 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 9 3 3 3 3 พอใช้
กลุมที่ 10 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
กลุมที่ 11 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี
บทที่ 5
สรุปอภิปรายผล และขอเสนอแนะ
การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการ
ทํางานเปนกลุม ในครั้งนี้ คือ
1. สรุปผล
- จากตารางเปรียบเทียบคะแนนการทํางาน เรื่อง การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการทํางานเปนกลุม จํานวน 3 ครั้ง พบวา จากการทํางาน
ครั้งที่ 1 มีนักเรียนจํานวน 4 คน ที่มีความสามารถในการระบายสีไม้ไดถูกตองตามหลักการ อยูใน
ขั้นเกณฑดีมาก และมีนักเรียนจํานวน 15 คน ที่มีความสามารถในการระบายสีไม้ อยูในเกณฑระดับ
พอใช นักเรียนจํานวน 15 คน มีความสามารถในการระบายสีไม้ อยู่ในระดับปรับปรุง
- คะแนนการทํางานครั้งที่ 2 พบวา นักเรียนสวนใหญทํางานอยูในระดับดีมากจํานวน
12 คน และอยู่ในระดับพอใช 20 คน มีนักเรียนจํานวน 2 คน ที่อยูในระดับปรับปรุง
- คะแนนการทํางานครั้งที่ 3 พบวา นักเรียนจํานวน 1 คน ที่อยูในระดับปรับปรุง
ดังนั้นการพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 2/4
โดยวิธีทํางานเปนกลุม ทําใหเกิดผลการเรียนรูที่ดีขึ้น และบรรลุวัตถุประสงคการทําวิจัยในชั้นเรียน
ครั้งนี้
2. อภิปรายผล
- จากการทําวิจัยในชั้นเรียนในครั้งนี้สงผลใหนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 ไดพัฒนาทักษะการระบาย
สีไม้โดยการทํางานเปนกลุม คือ กระบวนการที่ทําใหการทํางานแตละครั้งของนักเรียนเกิดผลสําเร็จและได
ผลงานเปนที่นาพึงพอใจเปนอยางยิ่ง ซึ่งผูทําวิจัยไดตรวจ ผลงานและประเมินผลการใหคะแนนตาม
ประเด็นและหลักเกณฑตามที่กําหนดไว ทําเปนขอมูล หลักฐานยืนยันได้ว่า การทํางานในครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2
และครั้งที่ 3 ทําใหนักเรียนมีการพัฒนาทักษะ การระบายสีไม้ จากทํางานอยูในขั้นเกณฑปรับปรุง พัฒนา
เปนพอใชและดีมาก ขึ้นมาตามลําดับ และนักเรียนที่มีความสามารถทํางานจากครั้งที่ 1 ดีมาก ก็ไดรักษา
ระดับความสามารถของตนเองไว ตลอดทั้ง 3 ครั้ง
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียน ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดย
วิธีการทํางานเปนกลุมซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการจัดการเรียนการสอนใน วิชาศิลปะพื้นฐาน 3 พบวา
นักเรียนขาดทักษะในการระบายสีไม้ ผูวิจัยจึงใชวิธีการทํางานเปนกลุ่ม
สรุปไดวา การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ สงผลใหนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 เกิดการพัฒนาการ
เรียนรูและประสบการณที่ใหมๆ ฝกใหนักเรียนเปนคนคิดริเริ่มสรางสรรค สามารถนําความรูที่ไดรับไปใชแก้
ปญหาใหเกิดประโยชนในชีวิตประจําวันไดเหมาะสม การวิจัย ในชั้นเรียนเปนกระบวนการทํางานโดยมีวีธีการ
วางแผนจนเกิดผลสําเร็จที่ดีในการทํางาน เพื่อ สนองตอบนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติ
การศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542
ขอเสนอแนะ
ในการทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ผูวิจัยมีขอเสนอแนะแนวทางสําหรับผูสนใจ จะนําไป พัฒนาการเรียน
การสอนหรือ ศึกษาการวิจัยในชั้นเรียนในกลุมสาระการเรียนรูศิลปะ และกลุมสาระการเรียนรูอื่น ๆ ไดดังนี้
1. ผูทําวิจัยในชั้นเรียนควรศึกษาสภาพปญหาในหองเรียน ที่สมควรให้มีการแกไขและ ปรับปรุงเพื่อใหการ
เรียนการสอนดีขึ้น
2. นักเรียนตอบแบบสอบถาม ขอดี – ขอเสีย โดยการทํางานเปนกลุม มีความพึงพอใจมาก นอยอยางไร ครู
เก็บรวบรวมขอมูลและได้ขอสรุป คือ รอยละ 95 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 เห็นดวยกับวิธีการเรียน
โดยการทํางานเปนกลุม
3. นักเรียนควรไดนําความรูและประสบการณที่ไดรับ ไปใชใหเกิดประโยชนทั้งตอตนเอง และครอบครัว
ตลอดจนในสังคมใหดีขึ้นตอไปในอนาคต
4. การจัดกระบวนการสอน โดยใหนักเรียนทํางานเปนกลุม ๆ ละ 3-4 คน เปนลักษณะ กลุมที่เหมาะสม
เพราะการแสดงความคิดเห็นรวมกันในกลุม หรือการนัดหมายแบงงานรับผิดชอบ แกสมาชิกในกลุมจะมีความ
คลองตัวง่าย สะดวกตอการประสานงานกัน
บรรณานุกรม
โชดก เกงเขตรกิจ, ปญญา ทรงเสรี, ยศนันท แยมเมือง, เศรษฐศิริ สายกระสุน.(2548) ทัศนศิลป ชั้น
มัธยมศึกษาปที่ 1 บริษัทโรงพิมพไทยวัฒนาพาณิชย จํากัด. กรุงเทพมหานคร. วัชรพงศ หงสสุวรรณ.(2548) สี
ไม้ภาคปฏิบัติ บริษัทวาดศิลป จํากัด. กรุงเทพมาหานคร. ประเทือง เอมเจริญ.(2546) มิติแหงสีไม้ 2003
บริษัทอัมรินทรพริ้นติ้ง แอนดพัลลิชชิ่งจํากัด. (มหาชน)
www.peterfineart.com E – book ทัศนศิลป์
www.acp.assumpton.ac.th/Homepasge/self การทํางานกลุม
ภาคผนวก
ตัวอยางภาพครั้งที่ 1
ผลงานนักเรียนม.2/4
ตัวอยางภาพครั้งที่ 2
ตัวอยางภาพครั้งที่ 3

เรื่องรายงานวิจัยในชั้นเรียนสีไม้64.pdf

  • 1.
    เรื่องรายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยการทางานเป็นกลุ่ม ผู้จัดทา นายอารมย์อินทรประเสริฐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม อาเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
  • 2.
    บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงคเพื่อการศึกษาการพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูมจํานวน 34 คน โดยการทดลองใหนักเรียน ทํางานเปนกลุ่มสามารถพัฒนาทักษะ การระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4 ไดดีขึ้นและ มีการประเมินผลการระบายสีไม้จากใบงาน ทั้งหมด 3 ครั้ง และเก็บรวบรวมขอมูลจากคะแนนของ นักเรียนแตละคนมาเปรียบเทียบกันทั้ง 3 ครั้ง จะเห็น ได้ว่า นักเรียนมีทักษะในการระบายสีไม้ สูงขึ้นตามลําดับ โดยครั้งที่ 1 อยูในระดับดีมากร้อยละ 14.50 ครั้งที่ 2 รอยละ 27.20 และครั้งที่ 3 รอยละ 56.30 ตามลําดับ ผลการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ส่งผลใหนักเรียนมีความรู้ และเกิดการพัฒนาทักษะการระบาย สีไม้ดีขึ้นและบรรลุวัตถุประสงคเป็นที่นาพึงพอใจ นายอารมย์ อินทรประเสริฐ
  • 3.
    คานา ตามที่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551ได้กําหนดมาตรฐานการเรียนรูช่วงชั้นในกลุมสาระการ เรียนรู้ศิลปะโดยมวัตถุประสงคให้ผูเรียนรูไดพัฒนาดานสุนทรียภาพรางกาย จิตใจ สติปญญา อารมณและ สังคม สงเสริมใหผู้เรียน กลาคิด กลาทํา กลาแสดงออก ในเชิง สรางสรรค์สามารถคนพบศักยภาพของตนเอง อันเปนพื้นฐานในการศึกษาตอหรือประกอบอาชีพที่ สุจริตในอนาคตได้ การทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 โดยการทํางานเปนกลุ่ม ซึ่งถือวาเป็นวิธีการนํามาใชแกปญหาในการจัดการเรียน การสอนวิธีหนึ่ง เพื่อใหผู เรียนไดพัฒนาการเรียนรูด้านทัศนศิลปเกี่ยวกับการระบายสีไม้ให้ดีขึ้น ผู้วิจัยขอขอบพระคุณบุคคลที่ให้การ สนับสนุนสงเสริมในการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ นายอารมย์ อินทรประเสริฐ
  • 4.
    สารบัญ บทคัดย่อ หน้า คํานํา บทที่ 1บทนํา -ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา -วัตถุประสงค์ -สมมุติฐาน -นิยามศัพทเฉพาะ - ประโยชนของการทําวิจัย บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ เอกสารที่เกี่ยวของในการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ บทที่ 3 วิธีการวิจัย กลุ่มเป้าหมาย ตัวแปรที่ใชในการวิจัย วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช แผนภูมิการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาทักษะการระบายสีไม้ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
  • 5.
    วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิเคราะหข้อมูลเปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะ การระบายสีไม้จากกิจกรรมการทํางานเป็นกลุ่มครั้งที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะ การระบายสีไม้จากกิจกรรมการทํางานเป็นกลุ่ม ครั้งที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะ การระบายสีไม้จากกิจกรรมการทํางานเป็นกลุ่ม ครั้งที่ 3 สรุปแบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม บทที่ 5 สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ สรุปผล อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม ภาคผนวก ตัวอยางภาพครั้งที่ 1 ตัวอยางภาพครั้งที่ 2 ตัวอยางภาพครั้งที่ 3 ภาพนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 ปฏิบัติงานกลุม ใบความรูที่ 1 ใบความรูที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็น ใบงานที่ 1
  • 6.
    ใบความรูที่ 2 ใบงานที่ 3 แบบประเมินการทดสอบการระบายสีไม้ครั้งที่1 แบบประเมินการทดสอบการระบายสีไม้ครั้งที่ 2 แบบประเมินการทดสอบการระบายสีไม้ครั้งที่ 3 บทที่ 1 บทนา การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยการทางานเปนกลุม 1. ความเปนมาและความสาคัญของปญหา การจัดกระบวนการเรียนการสอนในรายวิชาศิลปะพื้นฐาน1ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 สวนหนึ่งของเนื้อหาในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดกําหนดใหผูเรียนเกิด การเรียนรูดานทัศนศิลปประเภทจิตรกรรมการวาดภาพระบายสีไม้ โดยเนนเพื่อใหเกิดการเรียนรูทั้ง ทฤษฎีและการปฏิบัติ จากการประเมินผลการจัดการเรียนการสอนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 ซึ่งมี นักเรียนทั้งหมดจํานวน 34 คนพบวานักเรียนจํานวน 34 คน ยังขาดทักษะในการระบายสีจะเห็น ไดจากผลงานที่นักเรียนฝกปฏิบัติ ทั้งนี้เปนเพราะนักเรียนขาดกิจกรรมที่สงเสริมทักษะการระบาย สี ซึ่งการระบายสีไม้เปนทักษะที่สําคัญและจําเปนในทางศิลปะ อันเปนทักษะพื้นฐานที่จะนําไปสู งานศิลปะดานอื่น นอกจากนี้การวาดภาพระบายสีไม้ยังเปนกิจกรรมที่สรางความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ทําใหนักเรียนไดผอนคลายอารมณ ทําใหนักเรียนมีจิตใจออนโยน และถาหาก
  • 7.
    นักเรียนขาดทักษะการระบายสี จะสงผลตอการเรียนศิลปะดานอื่น ๆทําใหนักเรียนขาดแรงจูงใจ ที่จะเรียนศิลปะดานอื่น ๆอีกดวย ดังนั้นหากไดใหนักเรียนฝกระบายสีไม้เปนกลุมจะทําใหนักเรียนมีทักษะในการระบายสีดีขึ้น ได ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการในการทํางานเปนกลุมไดชวยสนับสนุนใหนักเรียนเกิดจินตนาการ และความคิดสรางสรรคมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมกันภายในกลุม และมีการยกยองชมเชย สรางแรงจูงใจและกําลังใจใหเกิดขึ้นภายในกลุม ซึ่งจะชวยใหนักเรียนมีทักษะในการระบายสีไม้ ตลอดจนการไดเปนผูพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคทางดานสุนทรียะ มีความพรอมที่จะเรียน ในกลุมสาระการเรียนรูศิลปะในระดับชั้นที่สูงขึ้นตอไป 2. วัตถุประสงค เพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการทํางานเปนกลุม 3. สมมุติฐาน การทํางานเปนกลุมสามารถพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่2/4 ไดดีขึ้น 4. นิยามศัพทเฉพาะ 1.การทางานเปนกลุม หมายถึง การทํางานรวมกันของนักเรียนโดยแบงเปนกลุม กลุมละ 3 - 8 คน โดยมีการจัดระบบการทํางานรวมกัน สมาชิกในกลุ่มทุกคนมีสวนรวมในการ แสดงความคิดเห็นในการปฏิบัติงานไดเรียนรูการทํางานรวมกับผูอื่น 2.ทักษะการระบายสีไม้ หมายถึง ความสามารถในการระบายสีไม้ของนักเรียนประเมิน ไดจากการฝกปฏิบัติการระบายสีไม้ใหเกิดความชํานาญตามขั้นตอนของทฤษฎีสีและหลักการ จัดองคประกอบของศิลปะ เพื่อใหไดภาพระบายสีไม้ที่มีความสวยงามสามารถนําไปใชสอย ใหเกิดประโยชนในชีวิตประจําวันไดตามความเหมาะสม 5. ประโยชนของการทาวิจัย 1. นักเรียนไดพัฒนาทักษะดานการระบายสีไม้ 2. นักเรียนไดฝกการทํางานเปนกลุม
  • 8.
    3. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสรางสรรคสามารถวาดภาพระบายสีไม้ไดสวยงาม 4. นักเรียนมีความภูมิใจในผลงานของตนเองและไดรับความสนุกสนานเพลิดเพลิน ในการทํางาน 5. นักเรียนมีความรักสามัคคีกันในการทํางานเปนกลุ่มและรูจักการเสียสละเพื่อ ประโยชนของสวนรวม บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ผู้วิจัยไดศึกษาเอกสารและงานวิจัยเพื่อเปนแนวทางในการ ดําเนินการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีของนักเรียน โดยศึกษาเอกสาร ตามลําดับดังนี้ 1.โชดก เกงเขตรกิจ, ปญญา ทรงเสรีย , ยศนันท แยมเมือง และเศรษฐศิริ สายกระสุน ( 2548 ) สรุปไดวา สีสันกับโลกสวยงาม เกี่ยวกับกับทัศนธาตุ และองคประกอบศิลปะ คือผูที สรางสรรคผลงานศิลปะจะใชเปนสื่อความหมายในการแสดงออกโดยองคประกอบพื้นฐานคือ ทัศนธาตุตางๆ ไดแก จุด เสน น้ําหนัก(แสง - เงา ) ทีวาง ลักษณะผิว และสี เพื่อนํามาจัดรวมเขา ดวยกันจะเกิดเปนรูปทรงของงานศิลปะขึ้น แสดงใหเห็นวาการระบายสีเปนองคประกอบศิลปะที่ทําใหผลงานมีความนาสนใจแกผูพบ เห็นโดยมีความสวยงามเกิดความรูสึกทางอารมณจิตใจไดหลากหลาย สภาพแวดลอมของมนุษย ลวนแตประกอบดวยสีสันไมวาจะเปนสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติหรือสิ่งแวดลอมที่มนุษยสรางขึ้น ถาขาดการตกแตงดวยสีสันยอมไมนาสนใจและจะไมมีความสวยงาม 2.วัชรพงษ หงษสุวรรณ ( 2548 ) สรุปไดวาการเขียนภาพสีไม้(Crayola Colored Pencils)เปน สีเคมีชนิดหนึ่งที่มีเชื้อสีไม้เปนสีซึ่งมีการผสมอยูในเนื้อสีเปนแท่งทําใหเนื้อสีเกาะติดอยูในเนื้อไม้ เขียนในกระดาษ สีไม้เปนสีทึบแสง (Opaque) ที่ใชผสมกับน้ําได้แลวใชพูกันระบายลงบนกระดาษ การผสมสีเกิดจากการผสมระหวางสีหนึ่งกับอีกสีหนึ่ง หรือหลายสีผสมกัน เพื่อใหเกิดเปนการสร้างสรรค์
  • 9.
    ตามตองการ เพราะสีไม้เปนสีทึบแสง ดังนั้นการระบายสีไม้จะตองใหสะอาดและใสการควบคุม ปริมาณน้ําหนักของเส้น จึงเปนสิ่งที่จําเปนมาก สําหรับผูเขียนภาพสีไม้ การกระจายหรือการซอฟของสี เปนลักษณะพิเศษของสีไม้ อีกอยางหนึ่งซึ่งไมมีในสีใด ๆ แสดงใหเห็นวา การระบายสีไม้ เปนเทคนิคที่ใชระบายสีสําหรับภาพวาดดวยวิธีการ ที่ไมยากมีความเพลิดเพลิน การที่จะระบายสีไม้ใหเกิดความสวยงามดูเปนธรรมชาติ จะตองเรียนรู ทฤษฎีสีใหเขาใจ สามารถผสมสีไดดวยความชํานาญ 3. ประเทือง เอมเจริญ (2546) ไดกลาวถึงสิ่งที่ปรากฏเปนความงามของศิลปความชุม นุมนวลเต็มพื้นที่ของภาพที่ดูกลมกลืนกัน การไหลอยางอิสระใช้เทคนิคน้ําหนักเส้น ความงามของ สีที ทาของการขีดเขียนที่ดูเฉียบขาดเรียบงาย คาแตกตางของสี น้ําหนัก รูปทรงที่ดูมีเอกภาพ ในตัวเอง พลังกระตุนจินตนาการจากภาพสูผูชมงานที่มีสมาธิในการดู สิ่งที่กอใหเกิดความสําเร็จใน งานคือสีทุกสีไม้ บวกน้ําใจ มิติแหงสีไม้ * แผซานไปทั่วแผนกระดาษเปยกฉ่ําดั่งมวลเมฆบนทองฟาคือ มิติแหงสีไม้ *เคลื่อนไหวอยางอิสระราเริงเพื่อเขารวมเปนหนึ่งเดียวกับความสงบ คือ มิติแหงสีไม้ *แทรกซึมสูใตผิวลื่นไหลอยูเบื้องบน มุงผสานความกลมกลืนคือ มิติแหงสีไม้ * แตกตัวเปนสีทุกสีดั่งดอกไมหลากสีบนพื้นพิภพคือ มิติแหงสีไม้ * ไมแยกตัวจากความดี หลีกหนีความชั่วคือ มิติแหงสีไม้ *เปดประตูแหงความไมรู ไปสูความรูแจงอันเบิกบานคือ มิติแหงสีไม้ แสดงใหเห็นวามิติแหงสีไม้เปนเอกลักษณเฉพาะตัวมีเสนหไมเหมือนสีอื่น ภาพที่เกิด จากการระบายสีไม้ดูชุมชื่น มีชีวิตชีวา มีความสวยงามนาสนใจแกผู้พบเห็น 4. การทางานกลุ่ม การทางานกลุม หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมในชมรมตาง ๆ เพื่อ สงเสริมใหผูเรียนไดมีสวนรวมในการวางแผน ความรับผิดชอบและการบริหารเวลา
  • 10.
    (http//:www.acp.assumption.ac.th/Homepage/self) E-book หมายถึง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จากเว็บไซต์ครู www.peterfineart.com ดังนั้นการทางานเปนกลุม จึงหมายถึง การรวมกันทํางานตั้งแต3 - 8คนขึ้นไป สมาชิกใน กลุมมีสวนรวมในการวางแผนทํางานและไดแสดงความคิดเห็นรวมกัน สงผลใหไดชิ้นงานที่สําเร็จ เปนที่พึงพอใจรวมกัน ประโยชนของการทางานเปนกลุม 1. นักเรียนไดรูจักการวางแผนการจัดกิจกรรมรวมกัน 2. นักเรียนไดพัฒนาบุคลิกของตนเองใหปรับตัวเขากับผูอื่นได 3. นักเรียนไดรูจักการเสียสละเวลาและทุนทรัพยเพื่อใหเกิดประโยชนต่อสวนรวม 4. นักเรียนมีความรักสามัคคีในหมูคณะและมีความภูมิใจในงานที่ทํารวมกัน บทที่ 3 วิธีการวิจัย การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ เปนการวิจัยเชิงทดลอง โดยผู้วิจัยไดดําเนินการตามลําดับดังนี้ 1. กลุมเปาหมาย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม จํานวน 34 คน 2. ตัวแปรที่ใชในการวิจัย 2.1 ตัวแปรตน การทํางานเปนกลุม 2.2 ตัวแปรตาม การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้
  • 11.
    3. วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช 1. แผนการเรียนรูเรื่อง ทัศนธาตุและองคประกอบศิลปะ 2. แผนการจัดกิจกรรมการทํางานเปนกลุ่ม 2.1 นักเรียนแบงกลุมกันทํางานตามอัธยาศัย ใหมีจํานวนกลุมละ 3 - 4 คน เสร็จแลว ใหประชุมสมาชิกกลุม แบงงานกันรับผิดชอบ โดยแตละกลุมนัดหมาย เรื่องการเตรียมอุปกรณ สําหรับวาดภาพระบายสีไม้มาใหพรอมในชั่วโมงเรียน 2.2 ใหนักเรียนทดลองวาดภาพระบายสีไม้ ครั้งที่ 1 ภาพตามจินตนาการของตนเอง 2.3 ครูจัดทําใบความรูที่ 1เรื่อง ทฤษฎีสี และ ใบความรูที่ 2 เรื่อง การเขียนภาพสีไม้ ใหนักเรียนศึกษาใบความรู้ 2.4 นักเรียนแตละกลุมทุกคนทดลองวาดภาพระบายสีไม้ครั้งที่ 2 2.5 เพื่อนในกลุมและครูรวมกันประเมินผลการทํางานครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 2.6 หลังการประเมินผลงานนักเรียนบางคนไดคะแนนไมผานเกณฑเพื่อนในกลุม และครูชวยกันแนะนําเพิ่มเติมโดยการสาธิต 2.7 หลังประเมินผลงานนักเรียนครั้งที่ 1 และครั้งที่2 ที่ไดคะแนนผานเกณฑใหทําใบ งานที่ 3 2.8 นักเรียนแตละกลุ่มทุกคนทดลองวาดภาพระบายสีไม้ครั้งที่ 3 2.9 สรุปผลการประเมินการทํางานจากใบงานทั้ง 3 ครั้ง ใหนักเรียนทุกกลุมทราบ แผนภูมิการจัดกิจกรรมการเรียนรูพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ ของนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการทางานเปนกลุม นักเรียนแบงกลุมทํางานตามอัธยาศัย กลุมละ 3-4
  • 12.
    นักเรียนทําใบงานที่ 1 นักเรียนศึกษาใบความรู นักเรียนทําใบงานที่ 2 นักเรียนและครูร่วมกันประเมินผลงานครั้งที่1และครั้งที่2 ไม่ผานเกณฑ เพื่อนในกลุมและครู ผ่านเกณฑ์ นักเรียนทําใบงานที่ 3 สรุปการประเมินผลการทํางานจากใบงานทั้ง 3 ครั้ง 4. วิธีการเก็บรวบรวมขอมูล ผู้วิจัยเก็บรวบรวมขอมูลดวยตนเอง ตามขั้นตอนดังนี้ 1. ใหนักเรียนทํางานเปนกลุ่มทั้งหมด 3 ครั้ง เริ่มตั้งแตการประเมินผลกอนเรียน โดยวาดภาพระบายสีไม้ตามจินตนาการ 2. นักเรียนปฏิบัติงาน ตามใบงานที่ 1 , ใบงานที่ 2 , ใบงานที่ 3 3. ครูแจกแบบการประเมินผลการใหคะแนนทั้ง 3 ครั้ง 4. ครูกําหนดเวลาใหนักเรียนสงผลงานที่ทําเสร็จแลวใหครูตรวจประเมินผล 5. ครูสรุปผลการตรวจผลงาน ครั้งที่ 1 และดําเนินการตอดังนี้ 5.1 ครูแจกใบงาน นักเรียนปฏิบัติตามใบงานครั้งที่ 2 วาดภาพระบายสีไม้ยานพาหนะทางบก และสงผลงานใหครูตรวจ ประเมินผล 5.2 ครูแจงผลคะแนนครั้งที่ 2
  • 13.
    6. ครูแจกใบงานครั้งที่ 3และดําเนินการตอดังนี้ 6.1 นักเรียนปฏิบัติตามใบงานครั้งที่ 3 วาดภาพระบายสีไม้ ยานพาหนะทางบก สงผลงานที่เสร็จแลวใหครูตรวจประเมินผล 6.2 ครูแจงผลคะแนน จากการทํางานครั้งที่ 3 และแจงผลการประเมินทั้ง 3 ครั้งใหนักเรียนทราบ 7. วิธีการวิเคราะหขอมูล 7.1 เปรียบเทียบผลคะแนนกอนเรียนและหลังเรียน โดยใชคารอยละ 7.2 รวบรวมขอมูลจากแบบประเมินผลการใหคะแนนทั้ง 3 ครั้ง 5. วิธีการวิเคราะห์ขอมูล - ผูทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ใชวิธีการวิเคราะห์ขอมูลโดยวิธีหาคาเฉลี่ยรอยละ บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล ผลการวิเคราะหขอมูล ปรากฏดังตารางที่ 1 , 2 และ 3 ดังนี้ ตารางที่ 1 เปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะการระบายสีไม้ จากกิจกรรมการทํางานเปนกลุม จํานวนนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 เกณฑการประเมิน ผล การพัฒนาทักษะการ ผลการประเมินรอยละ หมายเหตุ
  • 14.
    ระบายสีไม้ 34 ดีมาก พอใช ปรับปรุง 9.52 50 40.48 นร. 4คน นร. 15 คน นร. 15 คน ตารางที่ 2 เปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะการระบายสีไม้ จากกิจกรรมการทํางานเปนกลุม ครั้งที่ 2 จํานวนนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 เกณฑการประเมิน ผล การพัฒนาทักษะการ ระบายสีไม้ ผลการประเมินรอยละ หมายเหตุ 34 ดีมาก พอใช ปรับปรุง 38.10 52.38 9.52 นร. 12 คน นร. 20 คน นร. 2 คน ตารางที่ 3 เปรียบเทียบแสดงผลคะแนนทักษะการระบายสีไม้ จากกิจกรรมการทํางานเปนกลุม ครั้งที่ 3 จํานวนนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 เกณฑการประเมิน ผล การพัฒนาทักษะการ ระบายสีไม้ ผลการประเมินรอยละ หมายเหตุ 34 ดีมาก พอใช ปรับปรุง 64.28 33.34 2.38 นร. 29 คน นร. 4 คน นร. 1 คน จากการเปรียบเทียบคะแนนทั้ง 3 ตาราง จะเห็นได้ว่านักเรียนมีทักษะในการระบายสีไม้ สูงขึ้นตามลําดับ โดยครั้งที่ 1 อยูในระดับดีมาก รอยละ 9.52 ครั้งที่ 2 รอยละ 38.10 และ ครั้งที่ 3 รอยละ 64.28 ตามลําดับ และนักเรียนที่มีทักษะการระบายสีไม้อยูในระดับปรับปรุง
  • 15.
    ตารางที่ 4 สรุปแบบสังเกตพฤติกรรมกลุม จากการทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้พฤติกรรมกลุมที่สังเกตโดยเพื่อนในกลุม มี 4 ขอ คือ 1. ความรับผิดชอบตอหนาที่ 2. การใหความรวมมือ 3. ความสนใจตอกิจกรรมกลุม 4. การแสดงความคิดเห็น กลุมที่ คะแนนเฉลี่ย คาระดับคะแนน ดาน 1 ด้าน 2 ด้าน 3 ด้าน 4 กลุมที่ 1 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 2 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 3 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 4 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 6 3 3 3 3 พอใช้ กลุมที่ 7 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 8 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 9 3 3 3 3 พอใช้ กลุมที่ 10 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี กลุมที่ 11 4 - 5 4 - 5 4 - 5 4 - 5 ดี บทที่ 5 สรุปอภิปรายผล และขอเสนอแนะ การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการ ทํางานเปนกลุม ในครั้งนี้ คือ
  • 16.
    1. สรุปผล - จากตารางเปรียบเทียบคะแนนการทํางานเรื่อง การพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยการทํางานเปนกลุม จํานวน 3 ครั้ง พบวา จากการทํางาน ครั้งที่ 1 มีนักเรียนจํานวน 4 คน ที่มีความสามารถในการระบายสีไม้ไดถูกตองตามหลักการ อยูใน ขั้นเกณฑดีมาก และมีนักเรียนจํานวน 15 คน ที่มีความสามารถในการระบายสีไม้ อยูในเกณฑระดับ พอใช นักเรียนจํานวน 15 คน มีความสามารถในการระบายสีไม้ อยู่ในระดับปรับปรุง - คะแนนการทํางานครั้งที่ 2 พบวา นักเรียนสวนใหญทํางานอยูในระดับดีมากจํานวน 12 คน และอยู่ในระดับพอใช 20 คน มีนักเรียนจํานวน 2 คน ที่อยูในระดับปรับปรุง - คะแนนการทํางานครั้งที่ 3 พบวา นักเรียนจํานวน 1 คน ที่อยูในระดับปรับปรุง ดังนั้นการพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดยวิธีทํางานเปนกลุม ทําใหเกิดผลการเรียนรูที่ดีขึ้น และบรรลุวัตถุประสงคการทําวิจัยในชั้นเรียน ครั้งนี้ 2. อภิปรายผล - จากการทําวิจัยในชั้นเรียนในครั้งนี้สงผลใหนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 ไดพัฒนาทักษะการระบาย สีไม้โดยการทํางานเปนกลุม คือ กระบวนการที่ทําใหการทํางานแตละครั้งของนักเรียนเกิดผลสําเร็จและได ผลงานเปนที่นาพึงพอใจเปนอยางยิ่ง ซึ่งผูทําวิจัยไดตรวจ ผลงานและประเมินผลการใหคะแนนตาม ประเด็นและหลักเกณฑตามที่กําหนดไว ทําเปนขอมูล หลักฐานยืนยันได้ว่า การทํางานในครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ทําใหนักเรียนมีการพัฒนาทักษะ การระบายสีไม้ จากทํางานอยูในขั้นเกณฑปรับปรุง พัฒนา เปนพอใชและดีมาก ขึ้นมาตามลําดับ และนักเรียนที่มีความสามารถทํางานจากครั้งที่ 1 ดีมาก ก็ไดรักษา ระดับความสามารถของตนเองไว ตลอดทั้ง 3 ครั้ง การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาทักษะการระบายสีไม้ของนักเรียน ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 2/4 โดย วิธีการทํางานเปนกลุมซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการจัดการเรียนการสอนใน วิชาศิลปะพื้นฐาน 3 พบวา นักเรียนขาดทักษะในการระบายสีไม้ ผูวิจัยจึงใชวิธีการทํางานเปนกลุ่ม สรุปไดวา การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ สงผลใหนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/4 เกิดการพัฒนาการ เรียนรูและประสบการณที่ใหมๆ ฝกใหนักเรียนเปนคนคิดริเริ่มสรางสรรค สามารถนําความรูที่ไดรับไปใชแก้
  • 17.
    ปญหาใหเกิดประโยชนในชีวิตประจําวันไดเหมาะสม การวิจัย ในชั้นเรียนเปนกระบวนการทํางานโดยมีวีธีการ วางแผนจนเกิดผลสําเร็จที่ดีในการทํางานเพื่อ สนองตอบนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ขอเสนอแนะ ในการทําวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ผูวิจัยมีขอเสนอแนะแนวทางสําหรับผูสนใจ จะนําไป พัฒนาการเรียน การสอนหรือ ศึกษาการวิจัยในชั้นเรียนในกลุมสาระการเรียนรูศิลปะ และกลุมสาระการเรียนรูอื่น ๆ ไดดังนี้ 1. ผูทําวิจัยในชั้นเรียนควรศึกษาสภาพปญหาในหองเรียน ที่สมควรให้มีการแกไขและ ปรับปรุงเพื่อใหการ เรียนการสอนดีขึ้น 2. นักเรียนตอบแบบสอบถาม ขอดี – ขอเสีย โดยการทํางานเปนกลุม มีความพึงพอใจมาก นอยอยางไร ครู เก็บรวบรวมขอมูลและได้ขอสรุป คือ รอยละ 95 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 เห็นดวยกับวิธีการเรียน โดยการทํางานเปนกลุม 3. นักเรียนควรไดนําความรูและประสบการณที่ไดรับ ไปใชใหเกิดประโยชนทั้งตอตนเอง และครอบครัว ตลอดจนในสังคมใหดีขึ้นตอไปในอนาคต 4. การจัดกระบวนการสอน โดยใหนักเรียนทํางานเปนกลุม ๆ ละ 3-4 คน เปนลักษณะ กลุมที่เหมาะสม เพราะการแสดงความคิดเห็นรวมกันในกลุม หรือการนัดหมายแบงงานรับผิดชอบ แกสมาชิกในกลุมจะมีความ คลองตัวง่าย สะดวกตอการประสานงานกัน บรรณานุกรม โชดก เกงเขตรกิจ, ปญญา ทรงเสรี, ยศนันท แยมเมือง, เศรษฐศิริ สายกระสุน.(2548) ทัศนศิลป ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 1 บริษัทโรงพิมพไทยวัฒนาพาณิชย จํากัด. กรุงเทพมหานคร. วัชรพงศ หงสสุวรรณ.(2548) สี ไม้ภาคปฏิบัติ บริษัทวาดศิลป จํากัด. กรุงเทพมาหานคร. ประเทือง เอมเจริญ.(2546) มิติแหงสีไม้ 2003 บริษัทอัมรินทรพริ้นติ้ง แอนดพัลลิชชิ่งจํากัด. (มหาชน) www.peterfineart.com E – book ทัศนศิลป์
  • 18.