เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 1
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์
หลักและวิธีการสร้างสรรค์ การวิจารณ์นาฏศิลป์และละคร การชมการแสดงและการวิจารณ์
นาฏศิลป์และละคร (ม.4)
โดย
คุณครูพนมพร ชินชนะ
โรงเรียนจันทรุเบกษาอนุสรณ์
อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 2
คานา
เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง หลักสร้างสรรค์และการวิจารณ์ละคร หลักการชมการแสดง
และการแสดงนาฏศิลป์และละครในโอกาสต่างๆ ได้จัดทาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการ
สอนวิชา นาฏศิลป์ และสามารถใช้ควบคู่ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนได้ในขณะเวลาเดียวกัน
ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว และผู้เรียนสามารถนาไปศึกษาทั้งในห้องเรียน
หรือนอกห้องเรียน อ่านได้บ่อยครั้งตามต้องการ
สาหรับเอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ ได้จัดทาขึ้นสาหรับครูผู้สอนและนักเรียนได้ใช้ประกอบ
กิจกรรมการเรียนการสอน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจ อันเป็นประโยชน์ต่อการ
แก้ปัญหาและพัฒนาความสามารถในด้านทักษะนาฏศิลป์ ณ โอกาสต่อไป
พนมพร ชินชนะ
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 3
การสร้างสรรค์ละคร ควรคานึงถึงหลักในการสร้างสรรค์ดังนี้
แนวคิด คือความต้องการหรือจุดมุ่งหมายของการสร้างสรรค์ละครว่าต้องการสร้างสรรค์ละครที่มี
เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร มีตัวละครใด เมื่อผู้ชมได้รับชมแล้วจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง
วิธีการนำเสนอ ผู้สร้างสรรค์ต้องวิเคราะห์ว่าจะนาเสนอละครรูปแบบใด วัตถุประสงค์ของการแสดงคือ
อะไร เช่น ละครพูด พูดเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแก่ผู้ชม ละครร้อง ร้องเพื่อนาเสนอเรื่องราวและบทประพันธ์ที่ไพเราะ
ละครตลกต้องมีเนื้อเรื่องที่ตลกเหมาะสมกับทุกเพศและทุกวัย
องค์ประกอบเนื้อหา เป็นส่วนสาคัญที่ต้องศึกษา ซึ่งผู้สร้างสรรค์ต้องวิเคราะห์ข้อมูลในด้านต่างๆเพื่อให้เนื้อหา
ในละครมีความถูกต้องตามยุคสมัย เหตุการณ์ให้ใกล้เคียงกับความถูกต้องและเป็นจริงมากที่สุด และนามาสร้างสรรค์
การแสดงต่อไป
การสร้างสรรค์ออกแบบ เป็นขั้นตอนที่ผู้สร้างสรรค์ดาเนินการสร้างสรรค์ละครด้วยบทประพันธ์การจัดฉาก
อุปกรณ์การแสดง และเครื่องแต่งกายให้สมบูรณ์ เหมาะสม เพื่อให้ผู้ชมชื่นชอบ ประทับใจ สนุกสนานและได้รับ
ประโยชน์เมื่อได้ชม
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 4
การวิจารณ์การแสดงละคร ผู้วิเคราะห์วิจารณ์จะต้องมีความรู้ในเรื่ององค์ประกอบของละครและวิจารณ์
องค์ประกอบละครดังนี้
แนวคิดสำคัญ ผู้ชมการแสดงควร
คานึงถึงแก่นของเรื่องนั้นๆ ว่ามีแนว
คิดที่เป็นจริงได้หรือไม่ เช่น ละครที่
มีเรื่องราวเกี่ยวกับคนขอทานคนหนึ่ง
แต่จุดจบของเรื่อง คนขอทานกลาย
โครงเรื่อง พิจารณาโครงเรื่องว่า เป็นเศรษฐีผู้ชมควรพิจารณาว่ามีเค้า การสร้างตัวละคร
มีความกระชับหรือไม่ การดาเนิน ความเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร พิจารณาว่าตัวละครมีความ
เรื่องเป็นไปตามจุดประสงค์หรือไม่ เหมาะสมกับเรื่องราว อารมณ์
จุดจบเป็นอย่างไร ความน่าสนใจ อารมณ์ของเรื่องหรือไม่ อย่างไร
เป็นอย่างไร
บทสนทนา ฉาก แสง เสียง
พิจารณาบทสนทนาที่ใช้ ว่ามีความ การแสดง พิจาณาถึง ฉาก เวทีในการ
สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องและตัวละครหรือ พิจารณาถึงผู้แสดงว่าแสดงได้เหมาะสม แสดงว่าเหมาะสมกับเรื่องราวหรือ
ไม่ คาพูดที่ใช้ในบทสนทนาเหมาะ กับบทบาทหรือไม่ ถ่ายทอดอารมณ์ หรือไม่ แสง สี เข้ากับบรรยากาศ
สม ชัดเจนหรือไม่ ใช้ภาษาสุภาพ ในการแสดงเป็นอย่างไร และสถานการณ์ของเรื่องหรือไม่
เข้าใจง่าย
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 5
หลักในการวิจารณ์การละคร มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้
1) บทประพันธ์ เนื้อเรื่องมีความสอดคล้องกับเหตุผล มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงเหตุการณ์และมีเอกภาพหรือไม่
หากเป็นละครรา บทกลอนควรมีความไพเราะ สานวนภาษาดี และมีเนื้อหาสอดคล้องเหมาะสมต่อกระบวน
ขับร้อง และกระบวนท่ารา
2) ความสามารถของผู้แสดง นอกจากบทดีแล้ว ผู้แสดงต้องมีคุณภาพด้วย ทั้งฝีมือการแสดง บุคลิก รูปร่าง
น้าเสียง สามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครในเรื่องได้อย่างเหมาะสม
3) เครื่องแต่งกาย การแต่งกายของตัวละคร เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงบทบาท ฐานะของตัวละคร เป็นสิ่งที่บ่งบอก
ถึงบทบาท ฐานะของตัวละคร ผู้แสดงจะต้องสวมเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและบทบาทที่ได้รับ
รูปแบบเครื่องแต่งกาย
4) ดนตรี และเพลง เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยต้องจัดเตรียมให้ถูกต้องตามรูปแบบของละครนั้นๆ เช่น
ในการแสดงโขนนั่งราวจะต้องจัดเตรียมวงปี่พาทย์ 2 วง หากเป็นละครดึกดาบรรพ์ ก็ต้องใช้วงปี่พาทย์ดึก
ดาบรรพ์ประกอบการแสดง และในที่นี้อาจรวมถึงนักร้องประกอบการแสดงด้วย ซึ่งทั้งนักดนตรีและนักร้อง
จะต้องมีความรู้ความสามารถในการบรรเลง และขับร้องได้อย่างถูกต้อง และชานาญในละครแต่ละประเภทจึง
จะเป็นการช่วยส่งเสริมบทบาทการแสดงให้กับนักแสดงบนเวทีด้วย
5) ความถูกต้องของรูปแบบการแสดง ผู้วิจารณ์ควรคานึงถึงจารีตขนบธรรมเนียมแบบแผนที่มีมาแต่โบราณ
เช่น การดาเนินเรื่องการออกแบบท่ารา ดนตรีและเพลง เครื่องแต่งกายของละครประเภทต่างๆ
6) ฉาก แสง สี เสียงและเทคนิคในการแสดง มีความพร้อม สมบูรณ์ สวยงาม ช่วยส่งเสริมอารมณ์
บรรยากาศ ตามเนื้อเรื่องหรือไม่
7) คุณค่า ประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดงละคร ในการแสดงละครแต่ละเรื่อง แต่ละตอนทั้งผู้ประพันธ์บท
และผู้กากับจะต้องเข้าใจในแก่นเรื่อง และมีแนวคิด สาระหรือ ความมุ่งหมายที่จะสะท้อนหรือนาเสนอให้แก่
ผู้ชม เพื่อนากลับไปคิดประเมินคุณค่าว่าเกิดประโยชน์ในด้านใดบ้าง เช่น ความบันเทิง ความรู้ ความรู้สึก
ผิดชอบชั่วดี พัฒนาระดับจิตใจตนเองหรือเพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมทางด้านการแสดงของชาติ
ละครนอก เรื่องสังข์ทอง ละครร้องเรื่อง สาวเครือฟ้า
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 6
จุดมุ่งหมายของการวิจารณ์ละคร
การวิจารณ์การละคร มีจุดมุ่งหมายที่จะวิจารณ์ ผลงานการละครเพื่อให้ผู้สร้างผลงานได้ปรับปรุง
และพัฒนาผลงานให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ ดังนี้
1. การตอบสนองทางอารมณ์ เมื่อชมการแสดงละครแล้ว ผู้ชมจะต้องเกิดอารมณ์ร่วมกับการแสดง
ได้รับความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียดจากการแสดง
2. การตอบสนองทางความคิดและสติปัญญา ละครต้องสอดแทรกและให้ข้อคิดแก่ผู้ชมซึ่งผู้ชมสามารถ
นาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้
3. การตอบสนองทางจิตใจ เนื้อหาของละครจะต้องไม่ขัดแย้งต่อประเพณี วัฒนธรรม หรือ ความ
เชื่อ ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง กล่าวคือไม่ชักจูงผู้ชมงมงายให้เรื่องเหนือธรรมชาติใน
ขณะเดียวกันก็ไม่ต้านความเชื่อดังกล่าวด้วยเช่นกัน
เป็นแนวทางสาหรับการพัฒนาตนเองให้
เป็นผู้รู้จักเหตุผลและยอมรับความจริง
เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของวงการการแสดง
ประโยชน์ของ
การวิจารณ์การละคร
เป็นขวัญและกาลังใจให้กับผู้สร้าง
สรรค์ผลงาน
ได้ฝึกความสามารถและประสบการณ์
ในการประเมินผลงานการแสดงเพื่อฝึก
ทักษะความชานาญให้มากขึ้น
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 7
การวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย
การวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย คือการแสดงความคิดเห็นต่อการแสดงนาฏศิลป์และการ
ละครของไทยในแต่ละชุดที่ได้รับชมตามความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ซึ่งการวิจารณ์จะทาให้สามารถบอกถึง
ข้อดีและข้อเสียของการแสดงที่ชมได้ โดยการวิจารณ์นั้นผู้วิจารณ์ต้องทาความเข้าใจกับองค์ประกอบของการแสดง
นาฏศิลป์และการละครของไทยก่อนจากนั้นก็กาหนดหลักการวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย ซึ่งการ
ทาความเข้าใจกับองค์ประกอบของการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยก็เหมือนกับการศึกษาความรู้พื้นฐาน
เกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละครของไทยได้กล่าวมา
องค์ประกอบของการการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย
ผู้แสดง ลักษณะการแสดง วงดนตรี
ท่ารา บทเพลง การแต่งกาย
ภาษาท่า บทละคร การแต่งหน้า
การเคลื่อนไหวร่างกาย การขับร้อง อุปกรณ์ประกอบการแสดง
อารมณ์ความรู้สึก การบรรเลงเพลง ฉาก แสง สี เสียง
หลักการวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย คือ ข้อกาหนดที่ใช้ในวงการพิจารณาการแสดงที่ได้
ชมว่ามีคุณค่าและความงาม หรือข้อบกพร่องของการแสดงอย่างไรบ้าง รวมถึงการพิจารณาถึงสาระสาคัญของการ
แสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยที่สื่อความหมายให้เห็นในการแสดงชุดนั้นๆซึ่งจะมีการพิจารณาดังนี้
1)พิจารณาว่าการแสดงแต่ละชุดคัดเลือกผู้แสดงที่มีรูปร่างและขนาดเท่ากัน ดูแล้วสมดุลหรือไม่ หรือ
พิจารณาว่ผู้แสดงมีความเหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับหรือไม่ อย่างไร
2)พิจารณาว่าผู้แสดงท่าทางร่ายราได้ถูกต้องหรือไม่ และแสดงลีลาท่าราในลักษณะอย่างไร เช่น แสดงลีลา
ท่าราได้อ่อนช้อยสวยงาม เป็นต้น
3)พิจารณาว่าผู้แสดงสามารถใช้ภาษาท่าและภาษานาฏศิลป์ในการสื่อความหมายได้สอดคล้องกับบทเพลงและ
บทละครอย่างสวยงามหรือไม่
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 8
4)พิจารณาว่าผู้แสดงสามารถร่ายราหรือแสดงท่าทางตามบทละครพร้อมกับเคลื่อนไหวเท้าได้อย่างสอดคล้อง
กลมกลืนกันหรือไม่ อย่างไร
5)พิจารณาว่าผู้แสดงร่ายราและเคลื่อนไหวร่ายกายได้ตรงตามจังหวะเพลงหรือไม่ และถ้าเป็นการร่ายราเป็น
หมู่คณะต้องพิจารณาว่าผู้แสดงร่ายราได้พร้อมเพรียงกันหรือไม่
6)พิจารณาว่าผู้แสดงมีอารมณ์ร่วมกับการแสดงหรือไม่ ซึ่งผู้แสดงจะต้องยิ้มแย้มตลอดเวลาที่ร่ายรา หรือ
แสดงสีหน้าอารมณ์ความรู้สึกตามเนื้อเพลงและบทละคร
7)พิจารณาว่าบทเพลงของการแสดงแต่ละชุดและบทละครมีการใช้สานวนโวหารในการประพันธ์อย่างไรบ้าง
เช่น มีการใช้สานวนโวหารที่สละสลวยและสอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง
8)พิจารณาว่านักร้องสามารถขับร้องเพลงได้ไพเราะและออกเสียงอักขระถูกต้องชัดเจนหรือไม่
9)พิจารณาว่าผู้แสดงสามารถขับร้องเพลงได้ไพเราะพร้อมกับแสดงท่าราหรือท่าทางธรรมดาได้สอดคล้องกับบท
เพลงหรือไม่
10)พิจารณาว่าบทเพลงที่นักดนตรีบรรเลงมีทานองเพลงและจังหวะเพลงที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ผู้ชมให้คล้อย
ตาม และช่วยส่งเสริมให้การแสดงนั้นสมบูรณ์หรือไม่
11)พิจารณาว่านักดนตรีใช้วงดนตรีและบรรเลงเพลงได้ถูกต้องเหมาะสมกับชนิดของการแสดงหรือไม่
12)พิจารณาว่าการแสดงที่ชมมีการจัดการแสดงได้ถูกต้องตามลักษณะการแสดงหรือไม่
13)พิจารณาว่าการแต่งกายและการแต่งหน้าทาให้ผู้แสดงดูสวยงามหรือไม่ อย่างไร และพิจารณาว่าการแต่ง
กายของผู้แสดงแต่งกายถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับการแสดงและบทบาทฐานะที่ได้รับหรือไม่
14)พิจารณาว่าผู้แสดงเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดงถูกต้องเหมาะสมหรือไม่
15)พิจารณาว่าอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการแสดงมีความสวยงามและมีขนาดเหมาะสมกับตัวผู้แสดงหรือไม่
16)พิจารณาว่าการจัดฉากและการใช้เทคนิคการแสดง แสง สี เสียง มีความสวยงามและสามารถดึงดูดใจ
ผู้ชมหรือไม่ และมีการจัดฉากได้สอดคล้องกับท้องเรื่องในแต่ละตอนหรือไม่
17)วิเคราะห์ว่าการแสดงที่รับชมนั้นต้องการสื่อความหมายให้เห็นถึงสาระสาคัญหรือแง่คิดในเรื่องใด โดย
พิจารณาจาก คุณค่า ความงาม ความเป็นมา และวิวัฒนาการของการแสดงในแต่ละชุด แต่ละเรื่อง
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 9
หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร
การชมการแสดงนาฏศิลป์ และละครให้ออกรส เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งหรือที่เรียกว่า “ดูเป็น” นั้น ผู้ชม
จะต้องมีความรู้และเข้าใจวิชาการละครเป็นอย่างดี ดูแล้วจะเกิดสติปัญญา รู้จักที่จะหาแง่มุม วิพากษ์ วิจารณ์ การ
แสดงนาฏศิลป์และละครได้อย่างสร้างสรรค์ปราศจากอคติใดๆทั้งสิ้น
ผู้ชมการแสดงย่อมมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน เพราะบางคนไปชมการแสดงเพื่อผ่อนคลายความเครียด บางคน
ไปชมการแสดงเพราะต้องการศึกษาหาความรู้ การแสดงจึงให้ทั้งความบันเทิงกระตุ้นความคิดให้เกิดการศึกษาเรียนรู้
และสร้างความฝันที่คนดูปรารถนา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผู้ชมจึงควรมีหลักในการชมละคร ดังต่อไปนี้
1. ศึกษาหาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบ ประเภท และชนิดของการแสดงที่ชม
2. ศึกษาเอกสารและข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับการแสดง ตลอดจนสถานภาพของผู้มาชม
3. มีความสามารถในการรับสาร คือ เป็นผู้ชมที่ดูเป็น ฟังเป็น สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ เรื่องที่ชมได้
อย่างสร้างสรรค์
4. มีจิตใจผ่อนคลาย มีสมาธิในการชมการแสดง ไม่กังวลต่อสิ่งใดๆทั้งสิ้น
5. มีปฏิกิริยาโต้ตอบด้วยการแสดงออกทางอารมณ์ เช่น ผู้แสดงละครแสดงบทตลก ผู้ชมหัวเราะ และมี
อารมณ์คล้อยตามไปกับบทบาทของผู้แสดง เป็นต้น
6. เมื่อการแสดงจบลง ผู้ชมควรให้เกียรติผู้แสดงด้วยการปรบมือ
7. มีมารยาทในขณะชมการแสดง โดยปิดเครื่องมือสื่อสาร และขณะชมการแสดงต้องไม่ส่งเสียงดังรบกวน
ผู้ชมคนอื่น งดรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิด
หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยอย่างซาบซึ้ง
การชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยอย่างซาบซึ้ง คือ การชมการแสดงที่ต้องอาศัย
ความชานาญมากในการชมการแสดงและรับรู้ถึงรายละเอียดของการแสดง รวมทั้งสามารถแยกแยะข้ออีและข้อเสียได้
อย่างถูกต้อง ซึ่งสิ่งสาคัญในการชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยอย่างซาบซึ้ง คือ การมีความรู้พื้นฐาน
เกี่ยวกับการแสดงที่รับชมและมีมารยาทในการชมการแสดงเพื่อที่จะชมการแสดงได้อย่างเข้าใจ และมีความสนุกสนาน
กับการแสดงที่รับชมและมีอารมณ์ร่วมกับการแสดง ร่วมทั้งสามารถวิจารณ์การแสดงเพื่อบอกถึงข้อดีและข้อเสียของ
การแสดงที่รับชมได้ โดยหลักของการชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยคือ ต้องศึกษาความรู้พื้นฐาน
เกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละครของไทย และมารยาทในการชมการแสดง ดังนี้
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 10
1.1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละครของไทย
1) ควรศึกษาความหมายของท่ารา เพราะการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยจะใช้ท่าราเป็นภาษาที่ใช้
ในการถ่ายทอดเรื่องราว
2) ควรศึกษาภาษาในบทเพลงและบทละครที่ใช้ประกอบการแสดงนาฏศิลป์และการละครให้เข้าใจเพราะบท
เพลงและบทละครส่วนมากจะเป็นคาประพันธ์ประเภทร้อยกรอง ดังนั้นผู้ชมต้องแปลความหมายของบท
กลอนได้ว่ากล่าวถึงสิ่งใด ซึ่งเวลาชมการแสดงผู้ชมจะฟังกรขับร้องบทเพลงและบทละครควบคู่กับการดูผู้
แสดง แสดงท่าทางการร่ายราไปพร้อมกัน
3) ควรศึกษาเกี่ยวกับดนตรีและเพลงต่างๆที่ใช้ประกอบการแสดงนาฏศิลป์และการละครให้เข้าใจ ซึ่งผู้ชม
จะต้องเข้าใจถึงลีลา ทานอง สาเนียงเพลง จังหวะ และเข้าใจถึงประเภทของเพลงและอารมณ์ของ
เพลงที่บรรเลงประกอบการแสดงด้วย เพราะจะทาให้ผู้ชมชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยได้
อย่างเข้าใจและได้อรรถรสอย่างสมบูรณ์
4) ควรศึกษาเกี่ยวกับการแต่งกายของการแสดงแต่ละประเภท เพราะการแสดงนาฏศิลป์และละครของไทยมี
ลักษณะการแต่งกายที่หลากหลาย ดังนั้น ถ้าผู้ชมมีความเข้าใจในเรื่องนี้ก็จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิด
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
5) ควรศึกษาเกี่ยวกับอุปกรณ์ประกอบการแสดงและฉาก ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์ไทยบางชุดจะมีอุปกรณ์
ประกอบการแสดง เช่น ระบาตารีกีปัส ฟ้อนวี เป็นต้น ส่วนการแสดงละคร โขน จะมีอุปกรณ์
ประกอบการแสดงและการจัดทาฉากเพื่อให้การแสดงในแต่ละฉากมีความสมจริงและช่วยเสริมสร้าง
บรรยากาศให้กับการแสดง ซึ่งการศึกษาในเรื่องนี้จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและ
ให้ความสนใจกับกากรแสดงตลอดเวลาที่ชม
6) ควรศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของการแสดงนาฏศิลป์ไทยและการละครของไทยแต่ละประเภท เช่น การ
แสดงละครใน ละครดึกดาบรรพ์ โขน จะมีลักษณะการแสดงที่เป็นแบบแผนและมีขนบธรรมเนียมในกา
กรแสดงที่เคร่งครัดและเน้นความประณีตในการร่ายราเป็นอย่างมาก ส่วนราหมู่ ระบา ฟ้อน เซิ้ง มี
ลักษณะการแสดงเป็นหมู่คณะ มีการแปรแถวและการร่ายราที่พร้อมเพรียงสวยงาม เป็นต้น ซึ่ง
การศึกษาในเรื่องนี้จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและเกิดอรรถรสในการชมการ
แสดง
7) ควรศึกษาเกี่ยวกับบทบาทและฐานะของตัวละคร เพราะการแสดงที่เป็นเรื่องราว เช่น โขน ละคร จะมี
ตัวแสดงหลายบทบาทและฐานะในเรื่องนั้น ซึ่งการศึกษาในเรื่องนี้จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิดความ
เข้าใจอย่างลึกซึ้งและเกิดอรรถรสในการชมการแสดง
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 11
มารยาทในการชมการแสดง
1) ผู้ชมที่ดีควรชมการแสดงอย่างตั้งใจและมีอารมณ์ร่วมกับการแสดง คือ มีความสนุกสนาน หรือ
โศกเศร้าเสียใจกับการแสดงที่ได้รับชม เพราะจะทาให้ได้อรรถรสของการแสดงอย่างเต็มที่ และ
ทาให้ผู้แสดงมีความสนุกและมีกาลังใจในการแสดง
2) ควรมีมารยาทในการชมการแสดง คือ แต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่ ควรแต่งกายให้สุภาพ
เรียบร้อย แต่ถ้าเป็นสวนสาธารณะหรือสนามหญ้ากว้างก็สามารถแต่งกายตามสบายได้ แต่ควร
ให้มีความเรียบร้อย ควรไปถึงสถานที่แสดงก่อนเวลา เพื่อจะได้เข้าชมการแสดงทันเวลา และไม่
ต้องเดินผ่านผู้ชม เพราะจะวุ่นวายและทาลายสมาธิของผู้อื่น นอกจากนั้นควรปรบมือให้เกียรติผู้
แสดงก่อนเริ่มแสดงและหลังจบการแสดง และไม่ควรส่งเสียงโห่ร้อยเยาะเย้ยในขณะที่การแสดง
หรือผู้แสดงนั้นผิดพลาดหรือไม่ถูกใจ
3) ควรศึกษาสูจิบัตรให้เข้าใจก่อนที่จะชมการแสดง แต่ถ้าไม่มีสูจิบัตรก็ควรฟังพิธีกรบรรยาย
รายละเอียดเกี่ยวกับการแสดง เพื่อจะได้ชมการแสดงได้เข้าใจตั้งแต่ต้นจนจบ
มารยาทในการชมการแสดง
1. ปรบมือทุกครั้งเมื่อเริ่มหรือจบการแสดง
2. ไปถึงสถานที่การแสดงก่อนการแสดงเริ่ม
3. ตั้งใจชมการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
4. ไม่ส่งเสียงดัง ตะโกน โห่ร้องขณะที่ชมการแสดง
5. ปิดโทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารขณะชมการแสดง
6. ไม่คุยกับเพื่อนหรือคนที่นั่งข้างๆ ขณะชมการแสดง
7. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่ที่ไปชมการแสดงอย่างเคร่งครัด
8. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เพื่อให้เกียรติสถานที่ ผู้แสดงและผู้ชมคนอื่น
9. ไม่รับประทานอาหารหรือขนมขณะชมการแสดงเพราะเป็นการรบกวนสมาชิกผู้ชมและผู้แสดง
10. ไม่ลุกเดินไปมาขณะชมการแสดง แต่ถ้าจาเป็นควรทาความเคารพผู้แสดงและผู้ชมท่านอื่นก่อน
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 12
วิธีเลือกการแสดง
การแสดงนาฏศิลป์ไทยสามารถที่จะนามาจัดแสดงในโอกาสต่างๆโดยต้องคานึงถึงรูปแบบของงานว่าเป็นงาน
ประเภทใด สถานที่มีความเหมาะสมเพียงใด ระยะเวลาที่กาหนดให้มีการจัดการแสดง และวัยของผู้ชม เพื่อที่จะ
สามารถจัดการแสดงได้เหมาะสมกับโอกาสนั้นๆ การแสดงนาฏศิลป์ไทย เป็นการแสดงที่มีทั้งการแสดงเพื่องานมงคล
และงานอวมงคล ซึ่งการแสดงแต่และประเภทจะต้องคานึงถึงลักษณะของงาน
นาฏศิลป์ เป็นศิลปะคู่บ้านคู่เมืองที่นามาแสดงได้ทุกโอกาส ทั้งงานพระราชพิธี รัฐพิธี และ งานทั่วๆไปของ
เอกชน
โดยงานพระราชพิธี และรัฐพิธี เป็นงานในหน้าที่ของกรมศิลปากรที่ต้องจัดการแสดงในโอกาสสาคัญๆ เช่น
1. งานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวามหาราช
2. งานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม
3. งานพระราชพิธีพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่า พระราชอาคันตุกะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร
4. งานวันปิยมหาราช
5. งานต้อนรับแขกของรัฐบาล ณ ทาเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดเป็นประจา
6. งานเฉลิมฉลองวันสาคัญต่างๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ เป็นต้น
7. การจัดแสดงเพื่อเผยแพร่ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
สาหรับพิธีราษฎร์ จัดการแสดงเนื่องในวันสาคัญต่างๆ เช่น วันครู วันเด็ก วันสุนทรภู่
วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ วันลอยกระทง เป็นต้น
หลักในการเลือกชุดการแสดงให้เหมาะสม
1) เลือกชุดแสดงให้เหมาะสมกับโอกาสที่แสดง ถ้าเป็นงานเฉลิมฉลองความสาเร็จ หรือเป็นงานวันสถาปนา
โรงเรียน วันเกิดบุคคลสาคัญ ก็ต้องเลือกชุดการแสดงที่เป็นการอานวยพร มอบความเป็นสิริมงคลให้มั่งมีศรี
สุข เช่น ระบากฤดาภินิหาร ฟ้อนอวยพร เป็นต้น หรือแต่งเนื้อร้องขึ้นใหม่ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดย
กาหนดเนื้อหาของบทร้องให้ชัดเจนว่าการแสดงชุดนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร มีเป้าหมายอย่างไร
2) เลือกชุดการแสดงตามที่ผู้จัดต้องการ เช่น รูปแบบของการแสดง ผู้แสดงเครื่องแต่งกาย เวลาที่ใช้ในกากร
แสดง ขนาดของพื้นที่ในการแสดง งบประมาณ เพื่อให้เหมาะสมกับงานนั้นๆ
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 13
การเลือกรูปแบบการแสดงก็ต้องเป็นระบบ มีกฎเกณฑ์ถูกต้องตามแบบแผนโดยปฏิบัติดังนี้
1. แต่งบทร้องให้ได้ใจความเหมาะสมกับงานนั้นๆ
2. ตีท่าราให้ตรงตามความหมายของบทร้อง มีการแปรแถว ตั้งซุ้มให้สัมพันธ์กับบทร้อง
3. ใส่ทานองเพลงให้ถูกต้องเหมาะสมกับเนื้อเพลง
4. ปี่พาทย์ทาทานองเพลง ผู้แสดงใช้ลีลาท่ารา และตีบทได้ถูกต้อง
5. ช่วงจบปี่พาทย์ทาเพลงรัว ผู้รากลับไปนาพานดอกไม้ออกมาโปรย อันเป็นสัญลักษณ์ของการรา
อวยพร
6. คัดเลือกผู้แสดงที่มีความสามารถ มีฝีมือในการรา จานวนผู้แสดงและเครื่องแต่งกายเหมาะสม
สอดคล้องกับรูปแบบของการแสดงนั้นๆ
การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในโอกาสต่างๆ
การนาการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยไปแสดงในโอกาสต่างๆ ต้องคานึงถึง
รูปแบบของงานที่จัดว่าเป็นงานประเภทใด เช่น งานพระราชพิธี งานมงคล งานอวมงคล งานเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
และต้องคานึงสถานที่จัดการแสดงว่ามีบริเวณกว้างหรือแคบมากน้อยเพียงใด ระยะเวลาที่กาหนดให้มีการแสดง
รวมทั้งวัยของผู้ชม เพื่อที่จะได้จัดการแสดงได้เหมาะสมกับโอกาสนั้นๆและถูกใจผู้ชม
การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานพระราชพิธี
งานพระราชพิธี คือ งานที่จัดเพื่อพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ เช่น งานสมโภช งานเฉลิมฉลองสิริ
ราชสมบัติ งานโสกันต์ เป็นต้น ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยที่นามาจัดแสดงในงานพระราชพิธีนั้น
จะมีลักษณะแสดงที่มีแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เคร่งครัดและความงดงามในท่าทางการร่ายรา การแต่งกาย
ความไพเราะของการขับร้องและการบรรเลงเพลงประกอบการแสดง เช่น การละเล่นของหลวง การแสดงละครใน
การแสดงละครนอกแบบหลวง การแสดงโขน ซึ่งการแสดงโขนในงานพระราชพิธีนั้นเรียกว่า โขนหลวง การแสดง
หุ่นละครใหญ่หรือหุ่นละครหลวง และการแสดงรา ระบาแบบมาตรฐาน เป็นต้น
การแสดงโขน
ชุดทศกัณฑ์ รบพระราม
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 14
การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานมงคลทั่วไป
งานมงคลทั่วไป เช่น งานทาบุญบ้าน งานวันเกิด งานปีใหม่ เป็นต้น จะนิยมนาการแสดงที่สื่อความ
หมายถึงความเป็นสิริมงคล การแสดงที่มีความสนุกสนาน และใช้เวลาในการแสดงแต่ละชุดไม่นานจนผู้ชมไม่รู้สึกเกิด
ความเบื่อหน่ายมาจัดแสดงให้แขกท่าในงานได้รับชม เช่น ราอวยพร ระบากฤดาภินิหาร ระบาเทพบันเทิง ระบาไกร
ลาศสาเริง ฟ้อนอวยพร เป็นต้น และการแสดงพื้นเมืองที่มีจังหวะสนุกสนาน เช่น การแสดงพื้นเมืองที่มีจังหวะ
สนุกสนาน เช่น การแสดงเซิ้งโปงลาง ระบาร่อนแร่ เป็นต้น ส่วนละครไทยไม่ค่อยนิยมนามาแสดงในงานมงคลทั่วไป
เพราะเป็นการแสดงที่ใช้ระยะเวลาในการแสดงนาน
ระบากฤดาภินิหาร (ระบามาตรฐาน)
ระบาไตรรัตน์ (ราอวยพร)
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 15
การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานอวมงคลทั่วไป
งานอวมงคลทั่วไป ได้แก่ งานศพ จะนิยมกากรแสดงที่สื่อความหมายถึงความโศกเศร้าเสียใจ หรือการ
แสดงที่มีจังหวะช้าๆมาจัดแสดงในงานเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ผู้เสียชีวิต และให้แขกในงานได้รับชมเพื่อสร้างความ
เพลิดเพลินและผ่อนคลายความเครียด เช่น รามโนราห์บูชายัญ ราพลายชุมพล ราฉุยฉายวันทอง ราฉุยฉายเบญกาย
ราฉุยฉายพราหมณ์ ระบาโบราณคดี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนาการแสดงเป็นชุดเป็นตอนมาจัดแสดง เช่น รา
พระลอตามไก่ ราหนุมานจับนางเบญกาย และการแสดงโขน ซึ่งการแสดงโขนในงานมงคลทั่วไปนั้นที่เรียกว่าการ
แสดง โขนหน้าไฟ จะนามาแสดงในตอน เช่น ตอนนางลอย ตอนสีดาหาย เป็นต้น
ฉุยฉายวันทอง ราพลายชุมพล
การแสดงชุดหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 16
การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานเทศกาลต่างๆ
งานเทศกาลของไทยนิยมจัดให้มีการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยโดยได้รับการสนับสนุนจาก
หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการสร้างความสนุกสนานให้ผู้ที่มาร่วมงานอีกทั้งเป็นการอนุรักษ์และสืบสาน
นาฏศิลป์ไทย ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานเทศกาลต่างๆ ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจด้านการ
ท่องเที่ยว เนื่องจากชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงเทศกาลต่างๆกันมาก เพราะนอกจากจะได้ชม
สถาปัตยกรรมต่างๆที่งดงามของไทยแล้ว ยังได้ชมศิลปะการแสดงของไทยที่ทุกภาคทั่วไทยได้จัดขึ้นด้วย ซึ่ง
ศิลปะการแสดงของไทยเป็นที่ชื่นชมของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยทุก
ประเภทสามารถนามาจัดแสดงในงานเทศกาลต่างๆ ได้อย่างไม่มีข้อจากัดแต่ต้องเลือกเลือกนามาแสดงให้เหมาะกับ
เทศกาลนั้นๆ เช่น การแสดงระบาสุโขทัยในงานลอยกระทง รากลองยาวในงานสงกรานต์ ฟ้อนเทียน ฟ้อนเล็บใน
งานสืบสานล้านนา เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วการแสดงพื้นเมืองของภาคต่างๆจะนิยมนามาแสดงในงานเทศกาลต่างๆ
มากที่สุด
ฟ้อนเทียน
รากลองยาว (ภาคกลาง)
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 17
ขั้นตอนการดำเนินการจัดการแสดง
1. การจัดการแสดงจาเป็นต้องแบ่งหน้าที่ผู้รับผิดชอบออกเป็นฝ่ายต่างๆเพื่อสะดวกในการจัดการแสดง
ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายอานวยการแสดง ฝ่ายจัดการแสดง และฝ่ายธุรการ
2. คัดเลือกผู้แสดง ควรพิจารณาจากบุคลิกลักษณะของผู้แสดงให้มีความสอดคล้องกับบทบาทของตัว
ละครนั้นๆ ถ้าเป็นการแสดงประเภทรา ระบา หรือฟ้อนต่างๆ ควรเลือกผู้แสดงที่มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อ
ความสมดุลในการแสดง
3. เรียกประชุมเพื่อมอบหมายงานให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆเพื่อเตรียมการของงานในส่วนต่างๆ เช่น
มอบหมายเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆให้กับเจ้าหน้าที่ เหรัญญิก มอบหมายการจัดทาฉากให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค เป็นต้น
4. จัดการประชุมติดตามผลการทางานของแต่ละฝ่าย ซึ่งหัวหน้าจะเป็นผู้รายงานความคืบหน้าอุปสรรค
และปัญหาต่างๆให้ผู้กากับการแสดงและหัวหน้าฝ่ายต่างๆรับรู้ และร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
5. ฝึกซ้อมการแสดง จะมีการกาหนดการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่
6. จัดการแสดงจริง เป็นขั้นตอนที่มีความสาคัญมากที่สุด เพราะทุกฝ่ายจะต้องทาหน้าที่ของตนเอง
อย่างเต็มความสามารถ เพราะถ้าหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้นทุกฝ่ายจะต้องขอคาแนะนาจากผู้กากับการแสดง
7. การสรุปและประเมินผลการแสดง เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทุกฝ่ายจะมาประชุมสรุปและประเมินผลการ
จัดการแสดง และนาข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นสาหรับการจัดการแสดงในครั้งต่อไป
เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 18
หนังสืออ้างอิง
ดุษฏี มีป้อม – นิลวรรณ ถมังรักษ์สัตว์ ดนตรี-นาฏศิลป์ ครูมือการสอน เพื่อครูผู้สอน ม.4
คู่มือครูหนังสือเรียน นาฏศิลป์ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ( พว.) ขั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
อรวรรณ ชมวัฒนา หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน นาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร ม.4

  • 1.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 1 เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ หลักและวิธีการสร้างสรรค์ การวิจารณ์นาฏศิลป์และละคร การชมการแสดงและการวิจารณ์ นาฏศิลป์และละคร (ม.4) โดย คุณครูพนมพร ชินชนะ โรงเรียนจันทรุเบกษาอนุสรณ์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
  • 2.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 2 คานา เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง หลักสร้างสรรค์และการวิจารณ์ละคร หลักการชมการแสดง และการแสดงนาฏศิลป์และละครในโอกาสต่างๆ ได้จัดทาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการ สอนวิชา นาฏศิลป์ และสามารถใช้ควบคู่ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนได้ในขณะเวลาเดียวกัน ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว และผู้เรียนสามารถนาไปศึกษาทั้งในห้องเรียน หรือนอกห้องเรียน อ่านได้บ่อยครั้งตามต้องการ สาหรับเอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ ได้จัดทาขึ้นสาหรับครูผู้สอนและนักเรียนได้ใช้ประกอบ กิจกรรมการเรียนการสอน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจ อันเป็นประโยชน์ต่อการ แก้ปัญหาและพัฒนาความสามารถในด้านทักษะนาฏศิลป์ ณ โอกาสต่อไป พนมพร ชินชนะ
  • 3.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 3 การสร้างสรรค์ละคร ควรคานึงถึงหลักในการสร้างสรรค์ดังนี้ แนวคิด คือความต้องการหรือจุดมุ่งหมายของการสร้างสรรค์ละครว่าต้องการสร้างสรรค์ละครที่มี เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร มีตัวละครใด เมื่อผู้ชมได้รับชมแล้วจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง วิธีการนำเสนอ ผู้สร้างสรรค์ต้องวิเคราะห์ว่าจะนาเสนอละครรูปแบบใด วัตถุประสงค์ของการแสดงคือ อะไร เช่น ละครพูด พูดเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแก่ผู้ชม ละครร้อง ร้องเพื่อนาเสนอเรื่องราวและบทประพันธ์ที่ไพเราะ ละครตลกต้องมีเนื้อเรื่องที่ตลกเหมาะสมกับทุกเพศและทุกวัย องค์ประกอบเนื้อหา เป็นส่วนสาคัญที่ต้องศึกษา ซึ่งผู้สร้างสรรค์ต้องวิเคราะห์ข้อมูลในด้านต่างๆเพื่อให้เนื้อหา ในละครมีความถูกต้องตามยุคสมัย เหตุการณ์ให้ใกล้เคียงกับความถูกต้องและเป็นจริงมากที่สุด และนามาสร้างสรรค์ การแสดงต่อไป การสร้างสรรค์ออกแบบ เป็นขั้นตอนที่ผู้สร้างสรรค์ดาเนินการสร้างสรรค์ละครด้วยบทประพันธ์การจัดฉาก อุปกรณ์การแสดง และเครื่องแต่งกายให้สมบูรณ์ เหมาะสม เพื่อให้ผู้ชมชื่นชอบ ประทับใจ สนุกสนานและได้รับ ประโยชน์เมื่อได้ชม
  • 4.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 4 การวิจารณ์การแสดงละคร ผู้วิเคราะห์วิจารณ์จะต้องมีความรู้ในเรื่ององค์ประกอบของละครและวิจารณ์ องค์ประกอบละครดังนี้ แนวคิดสำคัญ ผู้ชมการแสดงควร คานึงถึงแก่นของเรื่องนั้นๆ ว่ามีแนว คิดที่เป็นจริงได้หรือไม่ เช่น ละครที่ มีเรื่องราวเกี่ยวกับคนขอทานคนหนึ่ง แต่จุดจบของเรื่อง คนขอทานกลาย โครงเรื่อง พิจารณาโครงเรื่องว่า เป็นเศรษฐีผู้ชมควรพิจารณาว่ามีเค้า การสร้างตัวละคร มีความกระชับหรือไม่ การดาเนิน ความเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร พิจารณาว่าตัวละครมีความ เรื่องเป็นไปตามจุดประสงค์หรือไม่ เหมาะสมกับเรื่องราว อารมณ์ จุดจบเป็นอย่างไร ความน่าสนใจ อารมณ์ของเรื่องหรือไม่ อย่างไร เป็นอย่างไร บทสนทนา ฉาก แสง เสียง พิจารณาบทสนทนาที่ใช้ ว่ามีความ การแสดง พิจาณาถึง ฉาก เวทีในการ สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องและตัวละครหรือ พิจารณาถึงผู้แสดงว่าแสดงได้เหมาะสม แสดงว่าเหมาะสมกับเรื่องราวหรือ ไม่ คาพูดที่ใช้ในบทสนทนาเหมาะ กับบทบาทหรือไม่ ถ่ายทอดอารมณ์ หรือไม่ แสง สี เข้ากับบรรยากาศ สม ชัดเจนหรือไม่ ใช้ภาษาสุภาพ ในการแสดงเป็นอย่างไร และสถานการณ์ของเรื่องหรือไม่ เข้าใจง่าย
  • 5.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 5 หลักในการวิจารณ์การละคร มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้ 1) บทประพันธ์ เนื้อเรื่องมีความสอดคล้องกับเหตุผล มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงเหตุการณ์และมีเอกภาพหรือไม่ หากเป็นละครรา บทกลอนควรมีความไพเราะ สานวนภาษาดี และมีเนื้อหาสอดคล้องเหมาะสมต่อกระบวน ขับร้อง และกระบวนท่ารา 2) ความสามารถของผู้แสดง นอกจากบทดีแล้ว ผู้แสดงต้องมีคุณภาพด้วย ทั้งฝีมือการแสดง บุคลิก รูปร่าง น้าเสียง สามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครในเรื่องได้อย่างเหมาะสม 3) เครื่องแต่งกาย การแต่งกายของตัวละคร เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงบทบาท ฐานะของตัวละคร เป็นสิ่งที่บ่งบอก ถึงบทบาท ฐานะของตัวละคร ผู้แสดงจะต้องสวมเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและบทบาทที่ได้รับ รูปแบบเครื่องแต่งกาย 4) ดนตรี และเพลง เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยต้องจัดเตรียมให้ถูกต้องตามรูปแบบของละครนั้นๆ เช่น ในการแสดงโขนนั่งราวจะต้องจัดเตรียมวงปี่พาทย์ 2 วง หากเป็นละครดึกดาบรรพ์ ก็ต้องใช้วงปี่พาทย์ดึก ดาบรรพ์ประกอบการแสดง และในที่นี้อาจรวมถึงนักร้องประกอบการแสดงด้วย ซึ่งทั้งนักดนตรีและนักร้อง จะต้องมีความรู้ความสามารถในการบรรเลง และขับร้องได้อย่างถูกต้อง และชานาญในละครแต่ละประเภทจึง จะเป็นการช่วยส่งเสริมบทบาทการแสดงให้กับนักแสดงบนเวทีด้วย 5) ความถูกต้องของรูปแบบการแสดง ผู้วิจารณ์ควรคานึงถึงจารีตขนบธรรมเนียมแบบแผนที่มีมาแต่โบราณ เช่น การดาเนินเรื่องการออกแบบท่ารา ดนตรีและเพลง เครื่องแต่งกายของละครประเภทต่างๆ 6) ฉาก แสง สี เสียงและเทคนิคในการแสดง มีความพร้อม สมบูรณ์ สวยงาม ช่วยส่งเสริมอารมณ์ บรรยากาศ ตามเนื้อเรื่องหรือไม่ 7) คุณค่า ประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดงละคร ในการแสดงละครแต่ละเรื่อง แต่ละตอนทั้งผู้ประพันธ์บท และผู้กากับจะต้องเข้าใจในแก่นเรื่อง และมีแนวคิด สาระหรือ ความมุ่งหมายที่จะสะท้อนหรือนาเสนอให้แก่ ผู้ชม เพื่อนากลับไปคิดประเมินคุณค่าว่าเกิดประโยชน์ในด้านใดบ้าง เช่น ความบันเทิง ความรู้ ความรู้สึก ผิดชอบชั่วดี พัฒนาระดับจิตใจตนเองหรือเพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมทางด้านการแสดงของชาติ ละครนอก เรื่องสังข์ทอง ละครร้องเรื่อง สาวเครือฟ้า
  • 6.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 6 จุดมุ่งหมายของการวิจารณ์ละคร การวิจารณ์การละคร มีจุดมุ่งหมายที่จะวิจารณ์ ผลงานการละครเพื่อให้ผู้สร้างผลงานได้ปรับปรุง และพัฒนาผลงานให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ ดังนี้ 1. การตอบสนองทางอารมณ์ เมื่อชมการแสดงละครแล้ว ผู้ชมจะต้องเกิดอารมณ์ร่วมกับการแสดง ได้รับความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียดจากการแสดง 2. การตอบสนองทางความคิดและสติปัญญา ละครต้องสอดแทรกและให้ข้อคิดแก่ผู้ชมซึ่งผู้ชมสามารถ นาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ 3. การตอบสนองทางจิตใจ เนื้อหาของละครจะต้องไม่ขัดแย้งต่อประเพณี วัฒนธรรม หรือ ความ เชื่อ ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง กล่าวคือไม่ชักจูงผู้ชมงมงายให้เรื่องเหนือธรรมชาติใน ขณะเดียวกันก็ไม่ต้านความเชื่อดังกล่าวด้วยเช่นกัน เป็นแนวทางสาหรับการพัฒนาตนเองให้ เป็นผู้รู้จักเหตุผลและยอมรับความจริง เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของวงการการแสดง ประโยชน์ของ การวิจารณ์การละคร เป็นขวัญและกาลังใจให้กับผู้สร้าง สรรค์ผลงาน ได้ฝึกความสามารถและประสบการณ์ ในการประเมินผลงานการแสดงเพื่อฝึก ทักษะความชานาญให้มากขึ้น
  • 7.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 7 การวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย การวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย คือการแสดงความคิดเห็นต่อการแสดงนาฏศิลป์และการ ละครของไทยในแต่ละชุดที่ได้รับชมตามความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ซึ่งการวิจารณ์จะทาให้สามารถบอกถึง ข้อดีและข้อเสียของการแสดงที่ชมได้ โดยการวิจารณ์นั้นผู้วิจารณ์ต้องทาความเข้าใจกับองค์ประกอบของการแสดง นาฏศิลป์และการละครของไทยก่อนจากนั้นก็กาหนดหลักการวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย ซึ่งการ ทาความเข้าใจกับองค์ประกอบของการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยก็เหมือนกับการศึกษาความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละครของไทยได้กล่าวมา องค์ประกอบของการการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย ผู้แสดง ลักษณะการแสดง วงดนตรี ท่ารา บทเพลง การแต่งกาย ภาษาท่า บทละคร การแต่งหน้า การเคลื่อนไหวร่างกาย การขับร้อง อุปกรณ์ประกอบการแสดง อารมณ์ความรู้สึก การบรรเลงเพลง ฉาก แสง สี เสียง หลักการวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทย คือ ข้อกาหนดที่ใช้ในวงการพิจารณาการแสดงที่ได้ ชมว่ามีคุณค่าและความงาม หรือข้อบกพร่องของการแสดงอย่างไรบ้าง รวมถึงการพิจารณาถึงสาระสาคัญของการ แสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยที่สื่อความหมายให้เห็นในการแสดงชุดนั้นๆซึ่งจะมีการพิจารณาดังนี้ 1)พิจารณาว่าการแสดงแต่ละชุดคัดเลือกผู้แสดงที่มีรูปร่างและขนาดเท่ากัน ดูแล้วสมดุลหรือไม่ หรือ พิจารณาว่ผู้แสดงมีความเหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับหรือไม่ อย่างไร 2)พิจารณาว่าผู้แสดงท่าทางร่ายราได้ถูกต้องหรือไม่ และแสดงลีลาท่าราในลักษณะอย่างไร เช่น แสดงลีลา ท่าราได้อ่อนช้อยสวยงาม เป็นต้น 3)พิจารณาว่าผู้แสดงสามารถใช้ภาษาท่าและภาษานาฏศิลป์ในการสื่อความหมายได้สอดคล้องกับบทเพลงและ บทละครอย่างสวยงามหรือไม่
  • 8.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 8 4)พิจารณาว่าผู้แสดงสามารถร่ายราหรือแสดงท่าทางตามบทละครพร้อมกับเคลื่อนไหวเท้าได้อย่างสอดคล้อง กลมกลืนกันหรือไม่ อย่างไร 5)พิจารณาว่าผู้แสดงร่ายราและเคลื่อนไหวร่ายกายได้ตรงตามจังหวะเพลงหรือไม่ และถ้าเป็นการร่ายราเป็น หมู่คณะต้องพิจารณาว่าผู้แสดงร่ายราได้พร้อมเพรียงกันหรือไม่ 6)พิจารณาว่าผู้แสดงมีอารมณ์ร่วมกับการแสดงหรือไม่ ซึ่งผู้แสดงจะต้องยิ้มแย้มตลอดเวลาที่ร่ายรา หรือ แสดงสีหน้าอารมณ์ความรู้สึกตามเนื้อเพลงและบทละคร 7)พิจารณาว่าบทเพลงของการแสดงแต่ละชุดและบทละครมีการใช้สานวนโวหารในการประพันธ์อย่างไรบ้าง เช่น มีการใช้สานวนโวหารที่สละสลวยและสอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง 8)พิจารณาว่านักร้องสามารถขับร้องเพลงได้ไพเราะและออกเสียงอักขระถูกต้องชัดเจนหรือไม่ 9)พิจารณาว่าผู้แสดงสามารถขับร้องเพลงได้ไพเราะพร้อมกับแสดงท่าราหรือท่าทางธรรมดาได้สอดคล้องกับบท เพลงหรือไม่ 10)พิจารณาว่าบทเพลงที่นักดนตรีบรรเลงมีทานองเพลงและจังหวะเพลงที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ผู้ชมให้คล้อย ตาม และช่วยส่งเสริมให้การแสดงนั้นสมบูรณ์หรือไม่ 11)พิจารณาว่านักดนตรีใช้วงดนตรีและบรรเลงเพลงได้ถูกต้องเหมาะสมกับชนิดของการแสดงหรือไม่ 12)พิจารณาว่าการแสดงที่ชมมีการจัดการแสดงได้ถูกต้องตามลักษณะการแสดงหรือไม่ 13)พิจารณาว่าการแต่งกายและการแต่งหน้าทาให้ผู้แสดงดูสวยงามหรือไม่ อย่างไร และพิจารณาว่าการแต่ง กายของผู้แสดงแต่งกายถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับการแสดงและบทบาทฐานะที่ได้รับหรือไม่ 14)พิจารณาว่าผู้แสดงเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดงถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ 15)พิจารณาว่าอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการแสดงมีความสวยงามและมีขนาดเหมาะสมกับตัวผู้แสดงหรือไม่ 16)พิจารณาว่าการจัดฉากและการใช้เทคนิคการแสดง แสง สี เสียง มีความสวยงามและสามารถดึงดูดใจ ผู้ชมหรือไม่ และมีการจัดฉากได้สอดคล้องกับท้องเรื่องในแต่ละตอนหรือไม่ 17)วิเคราะห์ว่าการแสดงที่รับชมนั้นต้องการสื่อความหมายให้เห็นถึงสาระสาคัญหรือแง่คิดในเรื่องใด โดย พิจารณาจาก คุณค่า ความงาม ความเป็นมา และวิวัฒนาการของการแสดงในแต่ละชุด แต่ละเรื่อง
  • 9.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 9 หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร การชมการแสดงนาฏศิลป์ และละครให้ออกรส เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งหรือที่เรียกว่า “ดูเป็น” นั้น ผู้ชม จะต้องมีความรู้และเข้าใจวิชาการละครเป็นอย่างดี ดูแล้วจะเกิดสติปัญญา รู้จักที่จะหาแง่มุม วิพากษ์ วิจารณ์ การ แสดงนาฏศิลป์และละครได้อย่างสร้างสรรค์ปราศจากอคติใดๆทั้งสิ้น ผู้ชมการแสดงย่อมมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน เพราะบางคนไปชมการแสดงเพื่อผ่อนคลายความเครียด บางคน ไปชมการแสดงเพราะต้องการศึกษาหาความรู้ การแสดงจึงให้ทั้งความบันเทิงกระตุ้นความคิดให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ และสร้างความฝันที่คนดูปรารถนา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผู้ชมจึงควรมีหลักในการชมละคร ดังต่อไปนี้ 1. ศึกษาหาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบ ประเภท และชนิดของการแสดงที่ชม 2. ศึกษาเอกสารและข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับการแสดง ตลอดจนสถานภาพของผู้มาชม 3. มีความสามารถในการรับสาร คือ เป็นผู้ชมที่ดูเป็น ฟังเป็น สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ เรื่องที่ชมได้ อย่างสร้างสรรค์ 4. มีจิตใจผ่อนคลาย มีสมาธิในการชมการแสดง ไม่กังวลต่อสิ่งใดๆทั้งสิ้น 5. มีปฏิกิริยาโต้ตอบด้วยการแสดงออกทางอารมณ์ เช่น ผู้แสดงละครแสดงบทตลก ผู้ชมหัวเราะ และมี อารมณ์คล้อยตามไปกับบทบาทของผู้แสดง เป็นต้น 6. เมื่อการแสดงจบลง ผู้ชมควรให้เกียรติผู้แสดงด้วยการปรบมือ 7. มีมารยาทในขณะชมการแสดง โดยปิดเครื่องมือสื่อสาร และขณะชมการแสดงต้องไม่ส่งเสียงดังรบกวน ผู้ชมคนอื่น งดรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิด หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยอย่างซาบซึ้ง การชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยอย่างซาบซึ้ง คือ การชมการแสดงที่ต้องอาศัย ความชานาญมากในการชมการแสดงและรับรู้ถึงรายละเอียดของการแสดง รวมทั้งสามารถแยกแยะข้ออีและข้อเสียได้ อย่างถูกต้อง ซึ่งสิ่งสาคัญในการชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยอย่างซาบซึ้ง คือ การมีความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับการแสดงที่รับชมและมีมารยาทในการชมการแสดงเพื่อที่จะชมการแสดงได้อย่างเข้าใจ และมีความสนุกสนาน กับการแสดงที่รับชมและมีอารมณ์ร่วมกับการแสดง ร่วมทั้งสามารถวิจารณ์การแสดงเพื่อบอกถึงข้อดีและข้อเสียของ การแสดงที่รับชมได้ โดยหลักของการชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยคือ ต้องศึกษาความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละครของไทย และมารยาทในการชมการแสดง ดังนี้
  • 10.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 10 1.1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละครของไทย 1) ควรศึกษาความหมายของท่ารา เพราะการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยจะใช้ท่าราเป็นภาษาที่ใช้ ในการถ่ายทอดเรื่องราว 2) ควรศึกษาภาษาในบทเพลงและบทละครที่ใช้ประกอบการแสดงนาฏศิลป์และการละครให้เข้าใจเพราะบท เพลงและบทละครส่วนมากจะเป็นคาประพันธ์ประเภทร้อยกรอง ดังนั้นผู้ชมต้องแปลความหมายของบท กลอนได้ว่ากล่าวถึงสิ่งใด ซึ่งเวลาชมการแสดงผู้ชมจะฟังกรขับร้องบทเพลงและบทละครควบคู่กับการดูผู้ แสดง แสดงท่าทางการร่ายราไปพร้อมกัน 3) ควรศึกษาเกี่ยวกับดนตรีและเพลงต่างๆที่ใช้ประกอบการแสดงนาฏศิลป์และการละครให้เข้าใจ ซึ่งผู้ชม จะต้องเข้าใจถึงลีลา ทานอง สาเนียงเพลง จังหวะ และเข้าใจถึงประเภทของเพลงและอารมณ์ของ เพลงที่บรรเลงประกอบการแสดงด้วย เพราะจะทาให้ผู้ชมชมการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยได้ อย่างเข้าใจและได้อรรถรสอย่างสมบูรณ์ 4) ควรศึกษาเกี่ยวกับการแต่งกายของการแสดงแต่ละประเภท เพราะการแสดงนาฏศิลป์และละครของไทยมี ลักษณะการแต่งกายที่หลากหลาย ดังนั้น ถ้าผู้ชมมีความเข้าใจในเรื่องนี้ก็จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิด ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง 5) ควรศึกษาเกี่ยวกับอุปกรณ์ประกอบการแสดงและฉาก ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์ไทยบางชุดจะมีอุปกรณ์ ประกอบการแสดง เช่น ระบาตารีกีปัส ฟ้อนวี เป็นต้น ส่วนการแสดงละคร โขน จะมีอุปกรณ์ ประกอบการแสดงและการจัดทาฉากเพื่อให้การแสดงในแต่ละฉากมีความสมจริงและช่วยเสริมสร้าง บรรยากาศให้กับการแสดง ซึ่งการศึกษาในเรื่องนี้จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและ ให้ความสนใจกับกากรแสดงตลอดเวลาที่ชม 6) ควรศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของการแสดงนาฏศิลป์ไทยและการละครของไทยแต่ละประเภท เช่น การ แสดงละครใน ละครดึกดาบรรพ์ โขน จะมีลักษณะการแสดงที่เป็นแบบแผนและมีขนบธรรมเนียมในกา กรแสดงที่เคร่งครัดและเน้นความประณีตในการร่ายราเป็นอย่างมาก ส่วนราหมู่ ระบา ฟ้อน เซิ้ง มี ลักษณะการแสดงเป็นหมู่คณะ มีการแปรแถวและการร่ายราที่พร้อมเพรียงสวยงาม เป็นต้น ซึ่ง การศึกษาในเรื่องนี้จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและเกิดอรรถรสในการชมการ แสดง 7) ควรศึกษาเกี่ยวกับบทบาทและฐานะของตัวละคร เพราะการแสดงที่เป็นเรื่องราว เช่น โขน ละคร จะมี ตัวแสดงหลายบทบาทและฐานะในเรื่องนั้น ซึ่งการศึกษาในเรื่องนี้จะทาให้ชมการแสดงแล้วเกิดความ เข้าใจอย่างลึกซึ้งและเกิดอรรถรสในการชมการแสดง
  • 11.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 11 มารยาทในการชมการแสดง 1) ผู้ชมที่ดีควรชมการแสดงอย่างตั้งใจและมีอารมณ์ร่วมกับการแสดง คือ มีความสนุกสนาน หรือ โศกเศร้าเสียใจกับการแสดงที่ได้รับชม เพราะจะทาให้ได้อรรถรสของการแสดงอย่างเต็มที่ และ ทาให้ผู้แสดงมีความสนุกและมีกาลังใจในการแสดง 2) ควรมีมารยาทในการชมการแสดง คือ แต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่ ควรแต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย แต่ถ้าเป็นสวนสาธารณะหรือสนามหญ้ากว้างก็สามารถแต่งกายตามสบายได้ แต่ควร ให้มีความเรียบร้อย ควรไปถึงสถานที่แสดงก่อนเวลา เพื่อจะได้เข้าชมการแสดงทันเวลา และไม่ ต้องเดินผ่านผู้ชม เพราะจะวุ่นวายและทาลายสมาธิของผู้อื่น นอกจากนั้นควรปรบมือให้เกียรติผู้ แสดงก่อนเริ่มแสดงและหลังจบการแสดง และไม่ควรส่งเสียงโห่ร้อยเยาะเย้ยในขณะที่การแสดง หรือผู้แสดงนั้นผิดพลาดหรือไม่ถูกใจ 3) ควรศึกษาสูจิบัตรให้เข้าใจก่อนที่จะชมการแสดง แต่ถ้าไม่มีสูจิบัตรก็ควรฟังพิธีกรบรรยาย รายละเอียดเกี่ยวกับการแสดง เพื่อจะได้ชมการแสดงได้เข้าใจตั้งแต่ต้นจนจบ มารยาทในการชมการแสดง 1. ปรบมือทุกครั้งเมื่อเริ่มหรือจบการแสดง 2. ไปถึงสถานที่การแสดงก่อนการแสดงเริ่ม 3. ตั้งใจชมการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง 4. ไม่ส่งเสียงดัง ตะโกน โห่ร้องขณะที่ชมการแสดง 5. ปิดโทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารขณะชมการแสดง 6. ไม่คุยกับเพื่อนหรือคนที่นั่งข้างๆ ขณะชมการแสดง 7. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่ที่ไปชมการแสดงอย่างเคร่งครัด 8. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เพื่อให้เกียรติสถานที่ ผู้แสดงและผู้ชมคนอื่น 9. ไม่รับประทานอาหารหรือขนมขณะชมการแสดงเพราะเป็นการรบกวนสมาชิกผู้ชมและผู้แสดง 10. ไม่ลุกเดินไปมาขณะชมการแสดง แต่ถ้าจาเป็นควรทาความเคารพผู้แสดงและผู้ชมท่านอื่นก่อน
  • 12.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 12 วิธีเลือกการแสดง การแสดงนาฏศิลป์ไทยสามารถที่จะนามาจัดแสดงในโอกาสต่างๆโดยต้องคานึงถึงรูปแบบของงานว่าเป็นงาน ประเภทใด สถานที่มีความเหมาะสมเพียงใด ระยะเวลาที่กาหนดให้มีการจัดการแสดง และวัยของผู้ชม เพื่อที่จะ สามารถจัดการแสดงได้เหมาะสมกับโอกาสนั้นๆ การแสดงนาฏศิลป์ไทย เป็นการแสดงที่มีทั้งการแสดงเพื่องานมงคล และงานอวมงคล ซึ่งการแสดงแต่และประเภทจะต้องคานึงถึงลักษณะของงาน นาฏศิลป์ เป็นศิลปะคู่บ้านคู่เมืองที่นามาแสดงได้ทุกโอกาส ทั้งงานพระราชพิธี รัฐพิธี และ งานทั่วๆไปของ เอกชน โดยงานพระราชพิธี และรัฐพิธี เป็นงานในหน้าที่ของกรมศิลปากรที่ต้องจัดการแสดงในโอกาสสาคัญๆ เช่น 1. งานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวามหาราช 2. งานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 3. งานพระราชพิธีพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่า พระราชอาคันตุกะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร 4. งานวันปิยมหาราช 5. งานต้อนรับแขกของรัฐบาล ณ ทาเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดเป็นประจา 6. งานเฉลิมฉลองวันสาคัญต่างๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ เป็นต้น 7. การจัดแสดงเพื่อเผยแพร่ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สาหรับพิธีราษฎร์ จัดการแสดงเนื่องในวันสาคัญต่างๆ เช่น วันครู วันเด็ก วันสุนทรภู่ วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ วันลอยกระทง เป็นต้น หลักในการเลือกชุดการแสดงให้เหมาะสม 1) เลือกชุดแสดงให้เหมาะสมกับโอกาสที่แสดง ถ้าเป็นงานเฉลิมฉลองความสาเร็จ หรือเป็นงานวันสถาปนา โรงเรียน วันเกิดบุคคลสาคัญ ก็ต้องเลือกชุดการแสดงที่เป็นการอานวยพร มอบความเป็นสิริมงคลให้มั่งมีศรี สุข เช่น ระบากฤดาภินิหาร ฟ้อนอวยพร เป็นต้น หรือแต่งเนื้อร้องขึ้นใหม่ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดย กาหนดเนื้อหาของบทร้องให้ชัดเจนว่าการแสดงชุดนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร มีเป้าหมายอย่างไร 2) เลือกชุดการแสดงตามที่ผู้จัดต้องการ เช่น รูปแบบของการแสดง ผู้แสดงเครื่องแต่งกาย เวลาที่ใช้ในกากร แสดง ขนาดของพื้นที่ในการแสดง งบประมาณ เพื่อให้เหมาะสมกับงานนั้นๆ
  • 13.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 13 การเลือกรูปแบบการแสดงก็ต้องเป็นระบบ มีกฎเกณฑ์ถูกต้องตามแบบแผนโดยปฏิบัติดังนี้ 1. แต่งบทร้องให้ได้ใจความเหมาะสมกับงานนั้นๆ 2. ตีท่าราให้ตรงตามความหมายของบทร้อง มีการแปรแถว ตั้งซุ้มให้สัมพันธ์กับบทร้อง 3. ใส่ทานองเพลงให้ถูกต้องเหมาะสมกับเนื้อเพลง 4. ปี่พาทย์ทาทานองเพลง ผู้แสดงใช้ลีลาท่ารา และตีบทได้ถูกต้อง 5. ช่วงจบปี่พาทย์ทาเพลงรัว ผู้รากลับไปนาพานดอกไม้ออกมาโปรย อันเป็นสัญลักษณ์ของการรา อวยพร 6. คัดเลือกผู้แสดงที่มีความสามารถ มีฝีมือในการรา จานวนผู้แสดงและเครื่องแต่งกายเหมาะสม สอดคล้องกับรูปแบบของการแสดงนั้นๆ การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในโอกาสต่างๆ การนาการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยไปแสดงในโอกาสต่างๆ ต้องคานึงถึง รูปแบบของงานที่จัดว่าเป็นงานประเภทใด เช่น งานพระราชพิธี งานมงคล งานอวมงคล งานเทศกาลต่างๆ เป็นต้น และต้องคานึงสถานที่จัดการแสดงว่ามีบริเวณกว้างหรือแคบมากน้อยเพียงใด ระยะเวลาที่กาหนดให้มีการแสดง รวมทั้งวัยของผู้ชม เพื่อที่จะได้จัดการแสดงได้เหมาะสมกับโอกาสนั้นๆและถูกใจผู้ชม การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานพระราชพิธี งานพระราชพิธี คือ งานที่จัดเพื่อพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ เช่น งานสมโภช งานเฉลิมฉลองสิริ ราชสมบัติ งานโสกันต์ เป็นต้น ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยที่นามาจัดแสดงในงานพระราชพิธีนั้น จะมีลักษณะแสดงที่มีแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เคร่งครัดและความงดงามในท่าทางการร่ายรา การแต่งกาย ความไพเราะของการขับร้องและการบรรเลงเพลงประกอบการแสดง เช่น การละเล่นของหลวง การแสดงละครใน การแสดงละครนอกแบบหลวง การแสดงโขน ซึ่งการแสดงโขนในงานพระราชพิธีนั้นเรียกว่า โขนหลวง การแสดง หุ่นละครใหญ่หรือหุ่นละครหลวง และการแสดงรา ระบาแบบมาตรฐาน เป็นต้น การแสดงโขน ชุดทศกัณฑ์ รบพระราม
  • 14.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 14 การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานมงคลทั่วไป งานมงคลทั่วไป เช่น งานทาบุญบ้าน งานวันเกิด งานปีใหม่ เป็นต้น จะนิยมนาการแสดงที่สื่อความ หมายถึงความเป็นสิริมงคล การแสดงที่มีความสนุกสนาน และใช้เวลาในการแสดงแต่ละชุดไม่นานจนผู้ชมไม่รู้สึกเกิด ความเบื่อหน่ายมาจัดแสดงให้แขกท่าในงานได้รับชม เช่น ราอวยพร ระบากฤดาภินิหาร ระบาเทพบันเทิง ระบาไกร ลาศสาเริง ฟ้อนอวยพร เป็นต้น และการแสดงพื้นเมืองที่มีจังหวะสนุกสนาน เช่น การแสดงพื้นเมืองที่มีจังหวะ สนุกสนาน เช่น การแสดงเซิ้งโปงลาง ระบาร่อนแร่ เป็นต้น ส่วนละครไทยไม่ค่อยนิยมนามาแสดงในงานมงคลทั่วไป เพราะเป็นการแสดงที่ใช้ระยะเวลาในการแสดงนาน ระบากฤดาภินิหาร (ระบามาตรฐาน) ระบาไตรรัตน์ (ราอวยพร)
  • 15.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 15 การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานอวมงคลทั่วไป งานอวมงคลทั่วไป ได้แก่ งานศพ จะนิยมกากรแสดงที่สื่อความหมายถึงความโศกเศร้าเสียใจ หรือการ แสดงที่มีจังหวะช้าๆมาจัดแสดงในงานเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ผู้เสียชีวิต และให้แขกในงานได้รับชมเพื่อสร้างความ เพลิดเพลินและผ่อนคลายความเครียด เช่น รามโนราห์บูชายัญ ราพลายชุมพล ราฉุยฉายวันทอง ราฉุยฉายเบญกาย ราฉุยฉายพราหมณ์ ระบาโบราณคดี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนาการแสดงเป็นชุดเป็นตอนมาจัดแสดง เช่น รา พระลอตามไก่ ราหนุมานจับนางเบญกาย และการแสดงโขน ซึ่งการแสดงโขนในงานมงคลทั่วไปนั้นที่เรียกว่าการ แสดง โขนหน้าไฟ จะนามาแสดงในตอน เช่น ตอนนางลอย ตอนสีดาหาย เป็นต้น ฉุยฉายวันทอง ราพลายชุมพล การแสดงชุดหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา
  • 16.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 16 การแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานเทศกาลต่างๆ งานเทศกาลของไทยนิยมจัดให้มีการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยโดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการสร้างความสนุกสนานให้ผู้ที่มาร่วมงานอีกทั้งเป็นการอนุรักษ์และสืบสาน นาฏศิลป์ไทย ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยในงานเทศกาลต่างๆ ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจด้านการ ท่องเที่ยว เนื่องจากชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงเทศกาลต่างๆกันมาก เพราะนอกจากจะได้ชม สถาปัตยกรรมต่างๆที่งดงามของไทยแล้ว ยังได้ชมศิลปะการแสดงของไทยที่ทุกภาคทั่วไทยได้จัดขึ้นด้วย ซึ่ง ศิลปะการแสดงของไทยเป็นที่ชื่นชมของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยการแสดงนาฏศิลป์และการละครของไทยทุก ประเภทสามารถนามาจัดแสดงในงานเทศกาลต่างๆ ได้อย่างไม่มีข้อจากัดแต่ต้องเลือกเลือกนามาแสดงให้เหมาะกับ เทศกาลนั้นๆ เช่น การแสดงระบาสุโขทัยในงานลอยกระทง รากลองยาวในงานสงกรานต์ ฟ้อนเทียน ฟ้อนเล็บใน งานสืบสานล้านนา เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วการแสดงพื้นเมืองของภาคต่างๆจะนิยมนามาแสดงในงานเทศกาลต่างๆ มากที่สุด ฟ้อนเทียน รากลองยาว (ภาคกลาง)
  • 17.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 17 ขั้นตอนการดำเนินการจัดการแสดง 1. การจัดการแสดงจาเป็นต้องแบ่งหน้าที่ผู้รับผิดชอบออกเป็นฝ่ายต่างๆเพื่อสะดวกในการจัดการแสดง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายอานวยการแสดง ฝ่ายจัดการแสดง และฝ่ายธุรการ 2. คัดเลือกผู้แสดง ควรพิจารณาจากบุคลิกลักษณะของผู้แสดงให้มีความสอดคล้องกับบทบาทของตัว ละครนั้นๆ ถ้าเป็นการแสดงประเภทรา ระบา หรือฟ้อนต่างๆ ควรเลือกผู้แสดงที่มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อ ความสมดุลในการแสดง 3. เรียกประชุมเพื่อมอบหมายงานให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆเพื่อเตรียมการของงานในส่วนต่างๆ เช่น มอบหมายเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆให้กับเจ้าหน้าที่ เหรัญญิก มอบหมายการจัดทาฉากให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค เป็นต้น 4. จัดการประชุมติดตามผลการทางานของแต่ละฝ่าย ซึ่งหัวหน้าจะเป็นผู้รายงานความคืบหน้าอุปสรรค และปัญหาต่างๆให้ผู้กากับการแสดงและหัวหน้าฝ่ายต่างๆรับรู้ และร่วมกันหาแนวทางแก้ไข 5. ฝึกซ้อมการแสดง จะมีการกาหนดการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ 6. จัดการแสดงจริง เป็นขั้นตอนที่มีความสาคัญมากที่สุด เพราะทุกฝ่ายจะต้องทาหน้าที่ของตนเอง อย่างเต็มความสามารถ เพราะถ้าหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้นทุกฝ่ายจะต้องขอคาแนะนาจากผู้กากับการแสดง 7. การสรุปและประเมินผลการแสดง เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทุกฝ่ายจะมาประชุมสรุปและประเมินผลการ จัดการแสดง และนาข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นสาหรับการจัดการแสดงในครั้งต่อไป
  • 18.
    เอกสารประกอบการเรียนวิชานาฏศิลป์ เรื่อง หลักและวิธีการสร้างสรรค์ฯ รวบรวมโดย คุณครูพนมพร ชินชนะ หน้า 18 หนังสืออ้างอิง ดุษฏี มีป้อม – นิลวรรณ ถมังรักษ์สัตว์ ดนตรี-นาฏศิลป์ ครูมือการสอน เพื่อครูผู้สอน ม.4 คู่มือครูหนังสือเรียน นาฏศิลป์ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ( พว.) ขั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 อรวรรณ ชมวัฒนา หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน นาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6