กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ (ทัศนศิลป์ )
สื่ อการสอนเกียวกับทัศนธาตุในงานศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2
่
โดย...นางสาวรัตติยา คาประชา
ทัศนธาตุ
ลองทำแบบทดสอบก่อนเรี ยน
ทัศนะ หมำยถึง กำรเห็น สิ่ งที่มองเห็น
ธำตุ หมำยถึง สิ่ งที่ถือว่ำเป็ นส่วนสำคัญที่รวมกัน เป็ นรู ปร่ ำงของสิ่ งทั้งหลำย
ทัศนธำตุ หมำยถึง ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็ นรู ปร่ ำงของสิ่ งทั้งหลำยตำมที่ตำมองเห็น
ทัศนธาตุ ได้ แก่
1. จุด (Dot)
2. เส้ น (Line)
3. สี (Color)
4. รู ปร่ างและรูปทรง (Shape and Form)
5. นาหนัก (Value)
้
6. บริเวณว่ าง (Space)
7. ลักษณะผิว (Texture)
1. จุด (Dot)
จุด หมำยถึง รอยหรื อแต้มที่มีลกษณะกลมๆ ปรำกฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนำด ควำมกว้ำง ควำมยำว ควำมหนำ เป็ นสิ่ งที่เล็กที่สุด
ั
และเป็ นธำตุเริ่ มแรกที่ทำให้เกิดธำตุอื่น ๆ ขึ้น
2.เส้ น (Line)
เส้น คือ จุดหลำย ๆ จุดต่อกันเป็ นสำย เป็ นแถวแนวไปในทิศทำงใดทิศทำงหนึ่งเป็ นทำงยำวหรื อจุดที่เคลื่อนที่ไปใน
ทิศทำงใดทิศทำงหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรื อรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็ นรอยยำว เส้นแบ่งเป็ นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ
ดังนี้
1. เส้นตรง
่
1.1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ต้ งฉำกกับพื้นระดับให้ควำมรู ้สึกมันคง แข็งแรง สง่ำ รุ่ งเรื อง สมดุล พุงขึ้น
ั
่
1.2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนรำบไปกับพื้นระดับ ให้ควำมรู ้สึกกว้ำงขวำง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลำย

1.3.เส้นเฉี ยง คือ เส้นตรงเอนไม่ต้งฉำกกับพื้นระดับให้ควำมรู ้สึกไม่มนคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
ั
ั่

1.4. เส้นฟันปลำ คือ เส้นตรงหลำยเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ำกัน ให้ควำมรู ้สึกรุ นแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตรำย
ขัดแย้ง
1.5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขำดเป็ นช่วง ๆ มีระยะเท่ำกัน ให้ควำมรู ้สึกต่อเนื่องขำดระยะใจหำย ไม่แน่นอน

2. เส้นโค้ง
2.1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็ นท้องกระทะคล้ำยเชือกหย่อน ให้ควำมรู ้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง

2.2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็ นหลังเต่ำคล้ำยคันธนูให้ควำมรู ้สึกแข็งแรง เชื่อมัน เคลื่อนไหว
่
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ำยคลื่นในทะเล ให้ควำมรู ้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล

4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้ำเล็กลงเป็ นจุดคล้ำยก้นหอย ให้ควำมรู ้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลำย

่
่
5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทำง คล้ำยเชือกพันกัน ให้ควำมรู ้สึกวุนวำย ยุงเหยิง ไม่เป็ นระเบียบ
3.สี (Colour)
สี หมำยถึง ลักษณะของแสงสว่ำง ปรำกฏแก่ตำให้เห็นเป็ นสี ขำว ดำ แดง เขียว น้ ำเงิน เหลือง เป็ นต้น ถ้ำไม่มีแสงจะ
มองไม่เห็นสี ซึ่งสี มี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีทเี่ ป็ นวัตถุ (Pigment) สี ที่เป็ นรงควัตถุสีผงหรื อธำตุในร่ ำงกำยที่ทำให้คนมีสีต่ำง ๆ สี ที่เกิดจำกวัตถุธำตุ เช่น จำกพืช
สัตว์ แร่ ธำตุ เป็ นต้น ซึ่งเป็ นสี ที่ใช้ในงำนศิลปะ

2. สีทเี่ ป็ นแสง (Spectrum) สี ที่เกิดจำกกำรหักเหของแสง แสงส่องผ่ำนแท่งแก้ว แสงแดดส่องผ่ำนละอองน้ ำในอำกำศจะ
เกิดกำรหักเหของแสงเป็ นสี รุ้ง 7 สี ได้แก่ สี แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ ำเงิน ครำม ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจำกกำรนำเอำแม่สีที่เป็ นวัตถุมำผสมกันเป็ นสี 3 ขั้น มี 12 สี คือ สี เหลือง เหลืองเขียว เขียว เขียวน้ ำเงิน น้ ำ
เงิน น้ ำเงินม่วง ม่วง ม่วงแดง แดง แดงส้ม ส้ม เหลืองส้ม หรื อเรี ยกว่ำ วงล้อของสี
ั้
1. สี ข้ นที่ 1 คือ สี ที่ไม่มีสีใดสำมำรถผสมให้ได้สีนน ได้แก่ สี แดง สี เหลือง สี น้ ำเงิน
ั

สีข้นที่ 2 (Secondary Colours)
ั
สี ข้ นที่ 2 เกิดจำกกำรนำเอำแม่สีที่เป็ นวัตถุท้ ง 3 สี มำผสมกันเกิดสี ใหม่ข้ ึนมำอีก 3 สี คือ
ั
ั
ส้ม เขียว ม่วง

สีข้นที่ 3 (Tertiory Colours)
ั
่ ่
เกิดจำกกำรนำเอำสี ข้ นที่ 1 กับสี ข้ นที่ 2 มำผสมกัน ทีละคูที่อยูติดกัน จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 6 สี
ั
ั
สี แดง = ตื่นเต้น เร้ำใจ อันตรำย พลัง อำนำจ รัก
สี สม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้ำใจ สนุกสนำน
้
สี เหลือง = สดใส ร่ ำเริ ง ฉลำด เปรี้ ยว
สี เขียวอ่อน = สดชื่น ร่ ำเริ ง เบิกบำน
สี เขียวแก่ = สะอำด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชำติ ชรำ
สี น้ ำเงิน = สุภำพ เชื่อมัน หนักแน่น ถ่อมตัว ผูชำย
้
่
สี ฟ้ำ = รำบรื่ น สว่ำง วัยรุ่ น ทันสมัย สี ม่วง = ฟุ่ มเฟื อย ลึกลับ ขี้เหงำ
สี ชมพู = ควำมรัก ผูหญิง อ่อนหวำน นุ่มนวล หอม
้
สี ขำว = ควำมบริ สุทธิ์ สะอำด ปลอดภัย เด็กทำรก
สี ดำ = ทุกข์ ลึกลับ สื บสวน หนักแน่น
สี เทำ = สุภำพ ขรึ ม
สี น้ ำตำล = อนุรักษ์ โบรำณ ธรรมชำติ
4. รู ปร่ างและรู ปทรง (Shape and Form)
รู ปร่ าง (Shape) หมำยถึง เส้นรอบนอกของ วัตถุ คน สัตว์ สิ่ งของ มีลกษณะเป็ น 2 มิติ (กว้ำง ยำว)
ั

รู ปทรง (Form) หมำยถึง โครงสร้ำงของรู ป วัตถุ คน สัตว์ สิ่ งของ มีลกษณะเป็ น 3 มิต (กว้ำง ยำว ลึก)
ั

5. นาหนัก (Value)
้
นาหนัก หมำยถึง ควำมอ่อนแก่ของสี หรื อแสงเงำที่นำมำใช้ในกำรเขียนภำพ น้ ำหนักทำให้รูปทรงมี ปริ มำตร และให้ระยะ
้
แก่ภำพ

แสงและเงา(Light & Shade)
่ ั
แสงและเงำ เป็ นองค์ประกอบที่อยูคู่กน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงำ
่ ั
แสงและเงำ เป็ นตัวกำหนดระดับของค่ำน้ ำหนัก ควำมเข้มของเงำจะขึ้นอยูกบควำมเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่ำงมำก
่ ั
แสงและเงำ เป็ นองค์ประกอบที่อยูคู่กน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงำ
่ ั
แสงและเงำ เป็ นตัวกำหนดระดับของค่ำน้ ำหนัก ควำมเข้มของเงำจะขึ้นอยูกบควำมเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่ำงมำก
6. บริเวณว่ าง (Space)
บริ เวณว่ำง หรื อ ช่องไฟ คือ
1. อำกำศที่โอบล้อมรู ปทรง
2. ระยะห่ำงระหว่ำงรู ปทรง

3. บริ เวณภำยในรู ปทรงที่มีลกษณะกลวงหรื อทะลุเป็ นช่องที่มีอำกำศผ่ำนเข้ำไปได้
ั
4. บริ เวณว่ำงของภำพเขียนหรื อภำพวำด ที่มองดูเป็ นช่องลึกเข้ำไปในภำพ เรี ยกว่ำ บริ เวณว่ำงลวงตำ
7. ลักษณะผิว (Texture)
ลักษณะผิว หมำยถึง ลักษณะภำยนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงควำมรู ้สึกหยำบ ละเอียด ขรุ ขระ มัน
ด้ำนเป็ นเส้น เป็ นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรื อสัมผัสได้จำกควำมรู ้สึกผิวเป็ นทัศนธำตุที่นำมำประกอบในกำรสร้ำงงำนศิลปะ
ลักษณะผิวที่แตกต่ำงกันจะทำให้เกิดควำมรู ้สึกแตกต่ำงกัน
สื่อการสอนเกี่ยวกับทัศนธาตุในงานศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2

สื่อการสอนเกี่ยวกับทัศนธาตุในงานศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

  • 1.
    กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ (ทัศนศิลป์) สื่ อการสอนเกียวกับทัศนธาตุในงานศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ่ โดย...นางสาวรัตติยา คาประชา ทัศนธาตุ ลองทำแบบทดสอบก่อนเรี ยน ทัศนะ หมำยถึง กำรเห็น สิ่ งที่มองเห็น ธำตุ หมำยถึง สิ่ งที่ถือว่ำเป็ นส่วนสำคัญที่รวมกัน เป็ นรู ปร่ ำงของสิ่ งทั้งหลำย ทัศนธำตุ หมำยถึง ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็ นรู ปร่ ำงของสิ่ งทั้งหลำยตำมที่ตำมองเห็น ทัศนธาตุ ได้ แก่ 1. จุด (Dot) 2. เส้ น (Line) 3. สี (Color) 4. รู ปร่ างและรูปทรง (Shape and Form) 5. นาหนัก (Value) ้ 6. บริเวณว่ าง (Space) 7. ลักษณะผิว (Texture) 1. จุด (Dot) จุด หมำยถึง รอยหรื อแต้มที่มีลกษณะกลมๆ ปรำกฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนำด ควำมกว้ำง ควำมยำว ควำมหนำ เป็ นสิ่ งที่เล็กที่สุด ั และเป็ นธำตุเริ่ มแรกที่ทำให้เกิดธำตุอื่น ๆ ขึ้น
  • 2.
    2.เส้ น (Line) เส้นคือ จุดหลำย ๆ จุดต่อกันเป็ นสำย เป็ นแถวแนวไปในทิศทำงใดทิศทำงหนึ่งเป็ นทำงยำวหรื อจุดที่เคลื่อนที่ไปใน ทิศทำงใดทิศทำงหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรื อรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็ นรอยยำว เส้นแบ่งเป็ นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. เส้นตรง ่ 1.1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ต้ งฉำกกับพื้นระดับให้ควำมรู ้สึกมันคง แข็งแรง สง่ำ รุ่ งเรื อง สมดุล พุงขึ้น ั ่
  • 3.
    1.2. เส้นนอน คือเส้นตรงที่นอนรำบไปกับพื้นระดับ ให้ควำมรู ้สึกกว้ำงขวำง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลำย 1.3.เส้นเฉี ยง คือ เส้นตรงเอนไม่ต้งฉำกกับพื้นระดับให้ควำมรู ้สึกไม่มนคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์ ั ั่ 1.4. เส้นฟันปลำ คือ เส้นตรงหลำยเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ำกัน ให้ควำมรู ้สึกรุ นแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตรำย ขัดแย้ง
  • 4.
    1.5. เส้นประ คือเส้นตรงที่ขำดเป็ นช่วง ๆ มีระยะเท่ำกัน ให้ควำมรู ้สึกต่อเนื่องขำดระยะใจหำย ไม่แน่นอน 2. เส้นโค้ง
  • 5.
    2.1. เส้นโค้งลง คือเส้นที่เป็ นท้องกระทะคล้ำยเชือกหย่อน ให้ควำมรู ้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง 2.2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็ นหลังเต่ำคล้ำยคันธนูให้ควำมรู ้สึกแข็งแรง เชื่อมัน เคลื่อนไหว ่
  • 6.
    3. เส้นคด คือเส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ำยคลื่นในทะเล ให้ควำมรู ้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล 4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้ำเล็กลงเป็ นจุดคล้ำยก้นหอย ให้ควำมรู ้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลำย ่ ่ 5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทำง คล้ำยเชือกพันกัน ให้ควำมรู ้สึกวุนวำย ยุงเหยิง ไม่เป็ นระเบียบ
  • 7.
    3.สี (Colour) สี หมำยถึงลักษณะของแสงสว่ำง ปรำกฏแก่ตำให้เห็นเป็ นสี ขำว ดำ แดง เขียว น้ ำเงิน เหลือง เป็ นต้น ถ้ำไม่มีแสงจะ มองไม่เห็นสี ซึ่งสี มี 2 ชนิด ดังนี้ 1. สีทเี่ ป็ นวัตถุ (Pigment) สี ที่เป็ นรงควัตถุสีผงหรื อธำตุในร่ ำงกำยที่ทำให้คนมีสีต่ำง ๆ สี ที่เกิดจำกวัตถุธำตุ เช่น จำกพืช สัตว์ แร่ ธำตุ เป็ นต้น ซึ่งเป็ นสี ที่ใช้ในงำนศิลปะ 2. สีทเี่ ป็ นแสง (Spectrum) สี ที่เกิดจำกกำรหักเหของแสง แสงส่องผ่ำนแท่งแก้ว แสงแดดส่องผ่ำนละอองน้ ำในอำกำศจะ เกิดกำรหักเหของแสงเป็ นสี รุ้ง 7 สี ได้แก่ สี แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ ำเงิน ครำม ม่วง
  • 8.
    วงจรสีธรรมชาติ วงจรสี เกิดจำกกำรนำเอำแม่สีที่เป็ นวัตถุมำผสมกันเป็นสี 3 ขั้น มี 12 สี คือ สี เหลือง เหลืองเขียว เขียว เขียวน้ ำเงิน น้ ำ เงิน น้ ำเงินม่วง ม่วง ม่วงแดง แดง แดงส้ม ส้ม เหลืองส้ม หรื อเรี ยกว่ำ วงล้อของสี ั้ 1. สี ข้ นที่ 1 คือ สี ที่ไม่มีสีใดสำมำรถผสมให้ได้สีนน ได้แก่ สี แดง สี เหลือง สี น้ ำเงิน ั สีข้นที่ 2 (Secondary Colours) ั สี ข้ นที่ 2 เกิดจำกกำรนำเอำแม่สีที่เป็ นวัตถุท้ ง 3 สี มำผสมกันเกิดสี ใหม่ข้ ึนมำอีก 3 สี คือ ั ั
  • 9.
    ส้ม เขียว ม่วง สีข้นที่3 (Tertiory Colours) ั ่ ่ เกิดจำกกำรนำเอำสี ข้ นที่ 1 กับสี ข้ นที่ 2 มำผสมกัน ทีละคูที่อยูติดกัน จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 6 สี ั ั
  • 10.
    สี แดง =ตื่นเต้น เร้ำใจ อันตรำย พลัง อำนำจ รัก สี สม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้ำใจ สนุกสนำน ้ สี เหลือง = สดใส ร่ ำเริ ง ฉลำด เปรี้ ยว สี เขียวอ่อน = สดชื่น ร่ ำเริ ง เบิกบำน สี เขียวแก่ = สะอำด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชำติ ชรำ สี น้ ำเงิน = สุภำพ เชื่อมัน หนักแน่น ถ่อมตัว ผูชำย ้ ่ สี ฟ้ำ = รำบรื่ น สว่ำง วัยรุ่ น ทันสมัย สี ม่วง = ฟุ่ มเฟื อย ลึกลับ ขี้เหงำ สี ชมพู = ควำมรัก ผูหญิง อ่อนหวำน นุ่มนวล หอม ้ สี ขำว = ควำมบริ สุทธิ์ สะอำด ปลอดภัย เด็กทำรก สี ดำ = ทุกข์ ลึกลับ สื บสวน หนักแน่น สี เทำ = สุภำพ ขรึ ม สี น้ ำตำล = อนุรักษ์ โบรำณ ธรรมชำติ 4. รู ปร่ างและรู ปทรง (Shape and Form)
  • 11.
    รู ปร่ าง(Shape) หมำยถึง เส้นรอบนอกของ วัตถุ คน สัตว์ สิ่ งของ มีลกษณะเป็ น 2 มิติ (กว้ำง ยำว) ั รู ปทรง (Form) หมำยถึง โครงสร้ำงของรู ป วัตถุ คน สัตว์ สิ่ งของ มีลกษณะเป็ น 3 มิต (กว้ำง ยำว ลึก) ั 5. นาหนัก (Value) ้ นาหนัก หมำยถึง ควำมอ่อนแก่ของสี หรื อแสงเงำที่นำมำใช้ในกำรเขียนภำพ น้ ำหนักทำให้รูปทรงมี ปริ มำตร และให้ระยะ ้ แก่ภำพ แสงและเงา(Light & Shade) ่ ั แสงและเงำ เป็ นองค์ประกอบที่อยูคู่กน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงำ ่ ั แสงและเงำ เป็ นตัวกำหนดระดับของค่ำน้ ำหนัก ควำมเข้มของเงำจะขึ้นอยูกบควำมเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่ำงมำก ่ ั แสงและเงำ เป็ นองค์ประกอบที่อยูคู่กน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงำ ่ ั แสงและเงำ เป็ นตัวกำหนดระดับของค่ำน้ ำหนัก ควำมเข้มของเงำจะขึ้นอยูกบควำมเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่ำงมำก
  • 12.
    6. บริเวณว่ าง(Space) บริ เวณว่ำง หรื อ ช่องไฟ คือ 1. อำกำศที่โอบล้อมรู ปทรง
  • 13.
    2. ระยะห่ำงระหว่ำงรู ปทรง 3.บริ เวณภำยในรู ปทรงที่มีลกษณะกลวงหรื อทะลุเป็ นช่องที่มีอำกำศผ่ำนเข้ำไปได้ ั
  • 14.
    4. บริ เวณว่ำงของภำพเขียนหรือภำพวำด ที่มองดูเป็ นช่องลึกเข้ำไปในภำพ เรี ยกว่ำ บริ เวณว่ำงลวงตำ
  • 15.
    7. ลักษณะผิว (Texture) ลักษณะผิวหมำยถึง ลักษณะภำยนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงควำมรู ้สึกหยำบ ละเอียด ขรุ ขระ มัน ด้ำนเป็ นเส้น เป็ นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรื อสัมผัสได้จำกควำมรู ้สึกผิวเป็ นทัศนธำตุที่นำมำประกอบในกำรสร้ำงงำนศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่ำงกันจะทำให้เกิดควำมรู ้สึกแตกต่ำงกัน