More Related Content
PDF
หน่วยที่ 3 การวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศ PDF
PPSX
ติว O net วิชา ภาษาไทย โดยครูเจริญ DOC
174 ภาษาไทย ม.3 ฉบับที่ 1 PDF
PPTX
นาย จักรพันธ์ รวบรัด เลขที่ 4 ห้อง 2/2 งานของอาจารย์สุวิชา ปัญญาไข พาวเวอร... PDF
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน DOC
What's hot
PDF
PDF
กระบวนการวิเคราะห์และกำหนดความต้องการสารสนเทศ PDF
8 การเขียนเชิงวิชาการ(238 262) PDF
หน่วยที่ 1 สารสนเทศกับการศึกษาระดับอุดมศึกษา PDF
แผนการจัดการาเรียนรู้ที่ 1 PDF
การวิเคราะห์และการกำหนดความต้องการสารสนเทศ PDF
การตั้งชื่อเรื่องปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และงานวิจัย PDF
การเขียนบทที่ 1 บทนำของปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และงานวิจัย (Introduction) PPTX
PDF
PDF
Similar to วิชาการศึกษาค้นคว้า ม.33333
PDF
PPT
PDF
DOC
แบบฝึกอ่านอย่างมีวิจารณญานจากข่าว PDF
PDF
ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ภาษาไทย_ม.1 DOC
เธง เน€เธเธฃเธฒเธฐเธซ เนเธ—เธฃเธ—_เธจเธ_ DOC
PDF
PDF
DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
DOCX
Bloom’s Taxonomy for Designing Achievement Test (in Thai) PDF
ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ภาษาไทย (Key)_ม.1 PDF
More from krujee
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ส่วนประกอบหนังสือและสิ่งพิมพ์ PDF
PDF
PDF
การเรียงหนังสือบนชั้นเนื้อหา DOC
PDF
DOC
PDF
1ความรู้เกี่ยวกับห้องสมุดpdf PDF
1ความรู้เกี่ยวกับห้องสมุดpdf PDF
1ความรู้เกี่ยวกับห้องสมุดpdf DOC
วิชาการศึกษาค้นคว้า ม.33333
- 1.
แบบทดสอบก่ อ นเรีย น
จงเลือกคำำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำำตอบเดียว
1. สำรสนเทศสำมำรถใช้ประโยชน์ ค. ปัญญำอ่ำนหนังสือนอกเหนือ
ในกำรพัฒนำ จำกที่คุณครู
ด้ำนใดบ้ำง สอนในห้องเรียนทำำให้ได้
ก. กำรเรียน ข. กำร เกรด ٤
ทำำงำน ง. รินปวดศีรษะจึงกินยำแอสไพริน
ค. กำรดำำเนินชีวิตประจำำวัน ง. โดยไม่ทรำบ
ถูกทุกข้อ ว่ำอำจมีผลทำำให้เป็นโรค
٢. ข้อใดเป็นควำมหมำยของผู้รู้ กระเพำะ
สำรสนเทศ ٥. ผู้ไม่รู้สำรสนเทศเปรียบได้กับข้อ
ก. เรียนรู้ด้วยตนเองอย่ำงอิสระ ใด
ข. สำมำรถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ก. ผู้ไม่รู้หนังสือ ข. ผู้ไม่อยู่ใน
ค. ฟังบรรยำยจำกผู้สอนเพียง ศีลธรรม
อย่ำงเดียว ค. ผู้ไม่มีวัฒนธรรม ง. ผู้ไม่
ง. เรียนรู้จำกระบบเครือข่ำย สำมำรถเข้ำสังคมได้
อินเทอร์เน็ตได้ ٦. ข้อใดคือลักษณะของผู้รู้
٣. ข้อใดไม่ใช่กำรเรียนในระดับ สำรสนเทศ
มัธยมในปัจจุบัน ก. สตำร์อ่ำนนวนิยำยทุกวัน
ก. กำรเรียนผ่ำนระบบเครือข่ำย ข. ลั้ลลำเล่นอินเทอร์เน็ตเสมอ
ข. กำรเรียนที่ไม่ต้องพึ่งพำผู้สอน ค. มำนะอ่ำนออกเขียนได้หลำย
ค. กำรเรียนแบบเน้นผู้เรียนเป็น ภำษำ
ศูนย์กลำง ง. เชื่อมั่นมีควำมสำมำรถในกำร
ง. กำรเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนศึกษำ ตัดสินใจและ
ค้นคว้ำเอง แก้ปัญหำโดยใช้ข้อมูล ควำมรู้
٤. สถำนกำรณ์ใดต่อไปนี้ที่บุคคลไม่ ٧. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของผู้รู้
ได้ใช้สำรสนเทศ สำรสนเทศ
ก. เพิ่มทรัพย์เลือกฝำกเงินกับ ก. ตระหนักถึงประโยชน์ของ
ธนำคำรที่ให้ สำรสนเทศ
ดอกเบี้ยสูง ข. รู้ว่ำสำรสนเทศที่ดีและมี
ข. วิชำเข้ำห้องสมุดเพื่อหำข้อมูล ประโยชน์เป็นอย่ำงไร
มำประกอบ ค. เชื่อว่ำสำรสนเทศที่ได้มำนั้น
กำรทำำรำยงำน ครบถ้วนสมบูรณ์
- 2.
- 3.
กำรศึ ก ษำค้น คว้ ำ เบื ้ อ งต้ น
ควำมหมำย
พจนำนุกรม ฉบับรำชบัณฑิตยสถำน พ.ศ.٢٥٤٢ ให้ควำมหมำยของ
คำำว่ำ กำรค้นคว้ำ หมำยถึง สืบสำวหำข้อมูลอย่ำงถี่ถ้วนตำมหลักวิชำ
เสำะหำเอำมำ
พวำ พันธุ์เมฆำ กล่ำวว่ำ หมำยถึง วิธีกำรหรือกระบวนกำรที่ผู้
เรียนใช้ในกำรศึกษำหำควำมรู้ด้วยตนเอง โดยสำมำรถปฏิบัติได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ เป็นขั้นตอนอย่ำงถูกต้อง
นิพนธ์ และสมำน กล่ำวว่ำ กำรค้นคว้ำ หมำยถึง กระบวนกำรที่ให้
ได้มำซึ่งควำมรู้ที่เชื่อถือได้ อย่ำงมีระเบียบแบบแผน และมีควำมมุ่งหมำย
ที่แน่นอน
นำ้ำทิพย์ วิภำวิน กล่ำวว่ำ กำรศึกษำค้นคว้ำ หมำยถึง กำรหำ
ข้อมูล หรือกำรหำควำมรู้เพิ่มเติมเพื่อหำคำำตอบ
กำรศึกษำค้นคว้ำ จึงเป็นกำรแสวงหำควำมรู้ เพื่อให้ได้รับคำำตอบ
หรือเพื่อนำำควำมรู้นั้นไปใช้ในกำรแก้ไขปัญหำ และประกอบกำรตัดสิน
ใจ
กำรศึกษำค้นคว้ำจึงมีควำมสำำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนมีควำมเข้ำใจใน
เรื่องที่เรียนมำกขึ้น และชัดเจนยิ่งขึ้น
เพรำะฉะนั้น กำรศึกษำค้นคว้ำจึงหมำยถึง วิธีหรือกระบวนกำรที่
ผู้เรียนใช้ในกำรศึกษำหำควำมรู้ด้วยตนเองตำมควำมสนใจ ควำม
ต้องกำรในกำรค้นหำข้อมูลสำรสนเทศ ซึ่งสำมำรถปฏิบัติได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ เป็นขั้นตอนอย่ำงถูกต้อง
ควำมสำ ำ คั ญ ของกำรศึ ก ษำค้ น คว้ ำ
กำรศึกษำค้นคว้ำ คือ กำรแสวงหำควำมรู้
กำรแสวงหำควำมรู้หรือกำรเรียนรู้ เป็นพื้นฐำนของกำรดำำเนิน
- 4.
ชีวิต เพรำะคนเรำจำำเป็นต้องเรียนรู้ตั้งแต่เกิดจนตำย
กำรเรียนรู้เป็นกระบวนกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้ำนควำมรู้
ทักษะ และเจตคติอันเนื่องมำจำกประสบกำรณ์
ดังนั้นกำรเรียนรู้สำรสนเทศจึงเป็นกุญแจสำำคัญที่จะนำำไปสู่จุด
หมำยนี้
วั ต ถุ ป ระสงค์ ข องกำรศึ ก ษำค้ น คว้ ำ
1. เพื่อฝึกให้ผู้เรียนรู้จักวิธีศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง
2. เพื่อส่งเสริมผู้เรียนให้ศึกษำหำควำมรู้เพิ่มเติมให้กว้ำงขวำง ลึก
ซึ้งกว่ำที่เรียนในชั้น และมีควำมทันสมัย ทันต่อเหตุกำรณ์ตลอด
เวลำ
3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีควำมสำมำรถในกำรค้นคว้ำหำควำมรู้
จำกแหล่งสำรสนเทศ
4. เพื่อให้เกิดกำรพัฒนำทักษะทำงกำรอ่ำน กำรเขียน กำรพูด กำร
ฟัง
5. ส่งเสริมให้รู้จักกำรคิด วิเครำะห์ สังเครำะห์ข้อมูลได้อย่ำงมี
เหตุผล
กระบวนกำรศึ ก ษำค้ น คว้ ำ
มี ٦ ขั้นตอน ได้แก่
1. ควำมรู้ (Knowledge) เกิดขึ้นจำกกำรได้รับข้อมูลข่ำวสำร
(Information) แล้วประมวลสำระที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์หลังจำกที่
แต่ละคนได้เรียนรู้ จึงเกิดเป็นควำมรู้ติดตัวผู้เรียนโดยวัดจำกกำรจำำได้
หรือปฏิบัติได้
٢. ควำมเข้ำใจ (Comprehension) คือ กำรที่บุคคลสำมำรถแปล
ควำมหมำย หรืออธิบำยควำมหมำยของสิ่งที่ได้เรียนมำแล้วในขั้นที่ ١
จนเกิดเป็นควำมเข้ำใจ
٣. กำรนำำไปใช้ (Application) เมื่อได้เรียนรู้จนมีควำมจำำและ
- 5.
ควำมเข้ำใจแล้ว สำมำรถนำำไปใช้ได้หรือนำำไปปฏิบัติได้อย่ำงดี เช่น
เรียนรู้เรื่องประโยค
٤. กำรวิเครำะห์ (Analysis) เมื่อได้เรียนรู้ถึงขั้นที่ ٣ แล้ว มีควำม
สำมำรถในกำรวิเครำะห์ชนิดของประโยคได้
٥. กำรสังเครำะห์ (Synthesis) เช่น มีควำมสังเครำะห์หรือแต่ง
ประโยคได้
٦. กำรประเมินผล (Evaluation) เมื่อได้เรียนรู้ถึงขั้นที่ ٥ แล้ว
สำมำรถตัดสินหรือประเมินสิ่งที่พบเห็นได้ว่ำถูกต้อง ดีงำม และเหมำะสม
หรือไม่
ควำมสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ ำ งสำรสนเทศกั บ กำรศึ ก ษำค้ น คว้ ำ
ปัจจุบันเป็นยุคสำรสนเทศ ควำมรู้ทำงสำรสนเทศมีควำมจำำเป็น
มำก เนื่องจำกข้อมูล ข่ำวสำรแพร่กระจำยอย่ำงรวดเร็ว ด้วยระบบกำร
สื่อสำรที่ทันสมัย กำรคมนำคมที่มีประสิทธิภำพสูง จึงทำำให้สำรสนเทศ
เกิดขึ้นมำอย่ำงมำกมำย ทำำให้เกิดควำมจำำเป็นในกำรเลือกสรร
สำรสนเทศมำใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มำกที่สุด นักเรียนจึงต้องฝึกฝน
ทักษะในกำรใช้ฐำนข้อมูลจำกคอมพิวเตอร์ สืบค้นสำรสนเทศ และต้องมี
ทักษะควำมรู้ ควำมเข้ำใจสำรสนเทศ จึงจะสำมำรถเลือกสำรสนเทศมำ
ใช้ประโยชน์ได้อย่ำงแท้จริง ทำำให้เกิดควำมจำำเป็นต้องเรียนเรื่องควำม
รู้ทำงสำรสนเทศกับกำรศึกษำค้นคว้ำ
สำรสนเทศเป็นทรัพยำกรที่สำำคัญ เพรำะจะช่วยในกำรตัดสินใจ
กำรแก้ปัญหำ หำคำำตอบ ข้อเท็จจริง และใช้ตอบสนองในเรื่องใดเรื่อง
หนึ่ง คนเรำมีควำมต้องกำรสำรสนเทศที่ทันสมัย ถูกต้องและสมบูรณ์
เพื่อนำำไปใช้ประโยชน์ตำมวัตถุประสงค์ของแต่ละคน
ปั จ จั ย ที ่ ม ี ผ ลต่ อ กำรใช้ ท รั พ ยำกรสำรสนเทศ
ประกอบด้วย ٣ ประกำร ดังนี้
١. สำมำรถบอกผู้ใช้ได้ว่ำจะหำสำรสนเทศได้จำกที่ไหน
٢. สำมำรถนำำสำรสนเทศถึงมือผู้ใช้เมื่อผู้ใช้ต้องกำร
٣. สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรของผู้ใช้ได้ในเวลำที่ต้องกำร
- 6.
แหล่ ง เรีย นรู ้
หมำยถึง แหล่งข้อมูลข่ำวสำร สำรสนเทศ และประสบกำรณ์ ที่
สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เรียนใฝ่เรียน ใฝ่รู้ แสวงหำควำมรู้และเรียนรู้ด้วย
ตนเองตำมอัธยำศัย อย่ำงกว้ำงขวำงและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้ำงให้ผู้
เรียนเกิดกระบวนกำรเรียนรู้ และเป็นบุคคลแห่งกำรเรียนรู้
ควำมสำ ำ คั ญ ของแหล่ ง เรี ย นรู ้
1. แหล่งกำรศึกษำตำมอัธยำศัย
2. แหล่งกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต
3. แหล่งปลูกฝังนิสัยรักกำรอ่ำน กำรศึกษำค้นคว้ำ แสวงหำ
ควำมรู้ด้วยตนเอง
4. แหล่งสร้ำงเสริมประสบกำรณ์ภำคปฏิบัติ
- 7.
5. แหล่งสร้ำงเสริมควำมรู้ ควำมคิดวิทยำกำรและ
ประสบกำรณ์
ประเภทของแหล่ ง เรี ย นรู ้
จำำแนกตำมลักษณะที่ตั้งได้ ดังนี้
١. แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน
2. แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น
แหล่ ง เรี ย นรู ้
วั ต ถุ ป ระสงค์ ข องกำรจั ด แหล่ ง เรี ย นรู ้ ใ นโรงเรี ย น
1. เพื่อพัฒนำโรงเรียนให้เป็นสังคมแห่งกำรเรียนรู้ มีแหล่ง
ข้อมูล ข่ำวสำร ควำมรู้ วิทยำกำร และสร้ำงเสริมประสบกำรณ์ ที่กว้ำง
ขวำงหลำกหลำย
2. เพื่อเสริมสร้ำงบรรยำกำศกำรเรียนรู้ในโรงเรียน โดยเน้นผู้
เรียนเป็นสำำคัญ
3. เพื่อจัดระบบและพัฒนำเครือข่ำยสำรสนเทศ และแหล่งกำร
เรียนรู้ในโรงเรียน
4. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะกำรเรียนรู้ เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่ำงต่อเนื่อง