1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6
ปีการศึกษา 2561
ชื่อโครงงาน กลัวการเข้าสังคมใช่คุณหรือไม่.
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาวกมลภัทร คาปัญญา เลขที่ 45 ชั้น ม.6 ห้อง 4
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม
1.นางสาวกมลภัทร คาปัญญา เลขที่ 45
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
YRC กลัวการเข้าสังคมใช่คุณหรือไม่
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
YRC Social Phobia, do you?
ประเภทโครงงาน แบบสารวจ
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวกมลภัทร คาปัญญา
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่2
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันการเข้าสังคมเพื่อพบปะผู้คนหรือทากิจกรรมร่วมกับบุคคลอื่นเป็นสิ่งสาคัญและต้องพบเจอทุก
วัน คนส่วนใหญ่สามารถปรับตัวเพื่อเข้ากับสถานการณ์ต่างๆเหล่านั้นได้ แม้จะมีอาการตื่นกลัวเวลาต้องออกไป
เจอผู้คนหรือตื่นกลัวที่ต้องออกไปพูดคุยนาเสนองานให้กับบุคคลอื่นบ้าง แต่ก็สามารถจัดการอารมณ์และ
ความรู้สึกตื่นกลัวเหล่านั้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือเรียนรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ในคนบางส่วน
กลับมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับสังคม บางคนมีอาการตื่นกลัวเวลาที่ต้องออกไปพบกับผู้คน บางคนไม่สามารถ
ควบคุมอารมณ์และร่างกายของตัวเองได้แม้จะพยายามเท่าไหร่ ทาให้เกิดความกลัวในการเข้าสังคมและเก็บตัว
เงียบอยู่คนเดียว สาเหตุที่ทาคนเหล่านี้มีอาการกลัวการเข้าสังคมมีอยู่หลายปัจจัย เช่น การเสพติดการอยู่ตัวคน
เดียว เคยทาความผิดพลาดในที่สาธารณะ การถูกล้อเลียนเมื่อยังเป็นเด็ก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทาให้เกิดอาการฝังใจจน
ทาให้ไม่กล้าที่จะพบเจอกับคนอื่น ในสังคมไทยมีคนที่มีกลัวการเข้าสังคมอยู่ค่อนข้างมากแต่กลับไม่สามารถแก้ไข
ปัญหาได้เพราะคิดว่าอาการของตนเองนั้นเป็นเรื่องปกติ หรือบางคนอาจไม่กล้าไปปรึกษากับจิตแพทย์หรือ
นักจิตวิทยา จึงไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลเสียกับคนรอบข้างและตัวเอง ผู้จัดทาจึงจัดทาโครงงานนี้
ขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอาการและจัดทาแบบสอบถามเพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนยุพราชสามารถเช็คว่าตนเองมี
โอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่
วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนยุพราชสามารถเช็คว่าตนเองมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่
2.เพื่อศึกษาวิธีการและแนวทางการรักษา
3
ขอบเขตโครงงาน
นักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
หลักการและทฤษฎี
โรคกลัวการเข้าสังคมพัฒนาจากหลายปัจจัย รวมไปถึงปัจจัยทางร่างกายและสภาพแวดล้อมเช่น –ปัจจัย
ทางพันธุกรรม
-โรคกลัวการเข้าสังคมเชื่อมโยงได้กับพันธุกรรม แต่ต้องมีทาการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าโรคดังกล่าว
เชื่อมโยงกับยีนพันธุกรรมจริงหรือไม่ ในทางกลับกัน นักวิจัยบางคนระบุว่าพฤติกรรมของโรคกลัวการเข้าสังคม
อาจเป็นผลจากการลอกเลียนแบบสมาชิกครอบครัวบางคน
-สารสื่อประสาทในสมอง
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าโรคกลัวการเข้าสังคมเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความไม่สมดุลของสารสื่อ
ประสาท เช่น สารสื่อประสาทอาจอ่อนไหวต่อเซโรโตนินซึ่งรับผิดชอบในการตรวจหาและกากับดูแลอารมณ์
นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมอาจมีปริมาณโดปามีนน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทอีกชนิด
หนึ่งในสมอง สารเหล่านี้อาจทาให้ผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมมากขึ้น
-ปฏิกิริยาต่อความกลัวที่รุนแรงเกินไป
โครงสร้างในสมองเรียกว่าอมิกดาลามีบทบาทในการติดตามและกากับดูแลปฏิกิริยาต่อความกลัว ผลวิจัย
บางตัวถือว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมมีอมิกดาลาที่มีปฏิกิริยารุนแรงเกินไปทาให้ปฏิกิริยาต่อความกลัว
เพิ่มสูงขึ้นและรู้สึกตื่นกลัวได้รวดเร็วเมื่อต้องเข้าสังคม
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
-เลือกหัวข้อ
-นาเสนอต่อครูผู้สอน
-ศึกษารวบรวมข้อมูล
-จัดทารายงาน
-นาเสนอครูผู้สอน
ปรับปรุงแก้ไข
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
-อินเตอร์เน็ต
-คอมพิวเตอร์
-โทรศัพท์
-หนังสือที่เกี่ยวข้อง
งบประมาณ
-200 บาท
4
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน กมลภัทร
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล กมลภัทร
3 จัดทาโครงร่างงาน กมลภัทร
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน กมลภัทร
5 ปรับปรุงทดสอบ กมลภัทร
6 การทาเอกสารรายงาน กมลภัทร
7 ประเมินผลงาน กมลภัทร
8 นาเสนอโครงงาน กมลภัทร
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนยุพราชสามารถเช็คว่าตนเองมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่
สถานที่ดาเนินการ
โรงเรียนยุพราช
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
-การงานและเทคโนโลยี
-วิทยาศาสตร์
แหล่งอ้างอิง
https://bit.ly/2Q56YCN

45 604

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6 ปีการศึกษา 2561 ชื่อโครงงาน กลัวการเข้าสังคมใช่คุณหรือไม่. ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวกมลภัทร คาปัญญา เลขที่ 45 ชั้น ม.6 ห้อง 4 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 1.นางสาวกมลภัทร คาปัญญา เลขที่45 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) YRC กลัวการเข้าสังคมใช่คุณหรือไม่ ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) YRC Social Phobia, do you? ประเภทโครงงาน แบบสารวจ ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวกมลภัทร คาปัญญา ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่2 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ในปัจจุบันการเข้าสังคมเพื่อพบปะผู้คนหรือทากิจกรรมร่วมกับบุคคลอื่นเป็นสิ่งสาคัญและต้องพบเจอทุก วัน คนส่วนใหญ่สามารถปรับตัวเพื่อเข้ากับสถานการณ์ต่างๆเหล่านั้นได้ แม้จะมีอาการตื่นกลัวเวลาต้องออกไป เจอผู้คนหรือตื่นกลัวที่ต้องออกไปพูดคุยนาเสนองานให้กับบุคคลอื่นบ้าง แต่ก็สามารถจัดการอารมณ์และ ความรู้สึกตื่นกลัวเหล่านั้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือเรียนรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ในคนบางส่วน กลับมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับสังคม บางคนมีอาการตื่นกลัวเวลาที่ต้องออกไปพบกับผู้คน บางคนไม่สามารถ ควบคุมอารมณ์และร่างกายของตัวเองได้แม้จะพยายามเท่าไหร่ ทาให้เกิดความกลัวในการเข้าสังคมและเก็บตัว เงียบอยู่คนเดียว สาเหตุที่ทาคนเหล่านี้มีอาการกลัวการเข้าสังคมมีอยู่หลายปัจจัย เช่น การเสพติดการอยู่ตัวคน เดียว เคยทาความผิดพลาดในที่สาธารณะ การถูกล้อเลียนเมื่อยังเป็นเด็ก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทาให้เกิดอาการฝังใจจน ทาให้ไม่กล้าที่จะพบเจอกับคนอื่น ในสังคมไทยมีคนที่มีกลัวการเข้าสังคมอยู่ค่อนข้างมากแต่กลับไม่สามารถแก้ไข ปัญหาได้เพราะคิดว่าอาการของตนเองนั้นเป็นเรื่องปกติ หรือบางคนอาจไม่กล้าไปปรึกษากับจิตแพทย์หรือ นักจิตวิทยา จึงไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลเสียกับคนรอบข้างและตัวเอง ผู้จัดทาจึงจัดทาโครงงานนี้ ขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอาการและจัดทาแบบสอบถามเพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนยุพราชสามารถเช็คว่าตนเองมี โอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่ วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนยุพราชสามารถเช็คว่าตนเองมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่ 2.เพื่อศึกษาวิธีการและแนวทางการรักษา
  • 3.
    3 ขอบเขตโครงงาน นักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย หลักการและทฤษฎี โรคกลัวการเข้าสังคมพัฒนาจากหลายปัจจัย รวมไปถึงปัจจัยทางร่างกายและสภาพแวดล้อมเช่น –ปัจจัย ทางพันธุกรรม -โรคกลัวการเข้าสังคมเชื่อมโยงได้กับพันธุกรรมแต่ต้องมีทาการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าโรคดังกล่าว เชื่อมโยงกับยีนพันธุกรรมจริงหรือไม่ ในทางกลับกัน นักวิจัยบางคนระบุว่าพฤติกรรมของโรคกลัวการเข้าสังคม อาจเป็นผลจากการลอกเลียนแบบสมาชิกครอบครัวบางคน -สารสื่อประสาทในสมอง นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าโรคกลัวการเข้าสังคมเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความไม่สมดุลของสารสื่อ ประสาท เช่น สารสื่อประสาทอาจอ่อนไหวต่อเซโรโตนินซึ่งรับผิดชอบในการตรวจหาและกากับดูแลอารมณ์ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมอาจมีปริมาณโดปามีนน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทอีกชนิด หนึ่งในสมอง สารเหล่านี้อาจทาให้ผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมมากขึ้น -ปฏิกิริยาต่อความกลัวที่รุนแรงเกินไป โครงสร้างในสมองเรียกว่าอมิกดาลามีบทบาทในการติดตามและกากับดูแลปฏิกิริยาต่อความกลัว ผลวิจัย บางตัวถือว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมมีอมิกดาลาที่มีปฏิกิริยารุนแรงเกินไปทาให้ปฏิกิริยาต่อความกลัว เพิ่มสูงขึ้นและรู้สึกตื่นกลัวได้รวดเร็วเมื่อต้องเข้าสังคม วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน -เลือกหัวข้อ -นาเสนอต่อครูผู้สอน -ศึกษารวบรวมข้อมูล -จัดทารายงาน -นาเสนอครูผู้สอน ปรับปรุงแก้ไข เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ -อินเตอร์เน็ต -คอมพิวเตอร์ -โทรศัพท์ -หนังสือที่เกี่ยวข้อง งบประมาณ -200 บาท
  • 4.
    4 ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 12 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน กมลภัทร 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล กมลภัทร 3 จัดทาโครงร่างงาน กมลภัทร 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน กมลภัทร 5 ปรับปรุงทดสอบ กมลภัทร 6 การทาเอกสารรายงาน กมลภัทร 7 ประเมินผลงาน กมลภัทร 8 นาเสนอโครงงาน กมลภัทร ผลที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนยุพราชสามารถเช็คว่าตนเองมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่ สถานที่ดาเนินการ โรงเรียนยุพราช กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง -การงานและเทคโนโลยี -วิทยาศาสตร์ แหล่งอ้างอิง https://bit.ly/2Q56YCN