1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6
ปีการศึกษา 2561
ชื่อโครงงาน เทคนิคการจดเลคเชอร์
ชื่อผู้ทาโครงงาน
1นางสาวศิวปรียา ดวงแก้วสุข เลขที่ 47 ชั้น ม.6 ห้อง 5
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
1 นางสาวศิวปรียา ดวงแก้วสุข เลขที่ 47
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
เทคนิคการจดเลคเชอร์
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Lecture
ประเภทโครงงาน โครงงานเพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวศิวปรียา ดวงแก้วสุข
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่อที่ปรึกษาร่วม -
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษาปีที่ 2561
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
ในการเรียนให้ได้ประสิทธิภาพนั้นจะต้องตั้งใจเรียนทั้งในห้องและนอกห้อง แต่นักเรียนส่วนใหญ่มักจะชอบ
เรียนนอกห้องเรียนมากกว่าการเรียนในห้อง เช่น การไปเรียนพิเศษ เป็นต้น แต่ถ้าหากเราตั้งใจเรียนในห้องเรียนแล้ว
เรากลับไปทบทวนบทเรียนที่บ้านเราจะเข้าใจและไม่จาเป็นที่จะต้องเรียนพิเศษ แต่เมื่อเราตั้งใจเรียนในห้องเรียนแล้ว
เรามักจะง่วงนอน ไม่มีสติ ฟุ้งซ่าน ไม่สามารถจดจ่อกับการสอนของอาจารย์ได้ เราจึงต้องหาวิธีการจดบันทึกหรือ
วิธีการเรียนในแบบของเรา สิ่งนี้จะส่งผลให้เราจับประเด็นในการเรียน เข้าใจในบทเรียนมากขึ้น ทาให้เรามีความคิด
สร้างสรรค์มีไอเดียในการจด และเกิดความสนใจในการเรียนมากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นเราควรที่จะมีเทคนิคในการเรียนใน
ห้องเรียนเพื่อจะได้มีประสิทธิภาพในการได้ความรู้เพิ่มขึ้น
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
-เพื่อศึกษาเทคนิคการจดเลคเชอร์ในการเรียน
-สามารถนาเทคนิคมาใช้ในชีวิตประจาวันได้
-มีวินัยในการเรียน
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
ศึกษาเทคนิคการจดเลคเชอร์ เพื่อนามาปรับใช้ในการเรียนของเรา
3
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
-ประโยชน์ของการจดเลคเชอร์
1.เพิ่มสมาธิในการฟัง
นึกภาพนักศึกษาในห้องเลคเชอร์ หรือมืออาชีพในห้องประชุม
หากต่างตั้งใจจดประเด็นของสิ่งที่มีการนาเสนอ เขาจะไม่เบลอ ไม่ใจลอย หรือไม่คอยแอบจ้องแต่นาฬิกา ว่า
เมื่อไหร่จะเลิกเสียที เหมือนพี่ข้างๆ
2.เพิ่มความเข้าใจ
การฟังแล้วกลั่นให้เป็นข้อความสั้นๆ เพื่อจดบันทึก ต้องใช้สมองกลั่นกรองประเด็น เห็นความโยงใย ความ
เข้าใจย่อมตามมา
3.เพิ่มความจดจา
ข้อมูลรอบกายมากมายที่กระหน่าพร่าร้องให้น้องสมองสนใจ ทั้งด้วยวัยที่ขยับขยายตามกาลเวลา คนทางาน
จึงตระหนักดีว่า อย่าพึ่งน้องสมองเพื่อจดจาสิ่งสาคัญอย่างเดียวโดยเด็ดขาด การบันทึกผ่านหู ตา สมอง มือ สู่
หน้ากระดาษ ช่วยให้เกิดความเข้าใจ และการจดจา
จากการวิจัยของ Longman and Atkinson พบว่าโดยเฉลี่ย คนเรามีโอกาสจาข้อมูลสาคัญๆที่เราได้ยินได้ฟัง
ประจาวัน เพียง 5% หากไม่จดบันทึกมันไว้ แต่หากได้บันทึก เรามีสิทธิ์จามันได้สูงขึ้นเป็น 34%!
4.ใช้เป็นแหล่งสืบค้น
5.ผู้ใดจดบันทึกอย่างตั้งใจ เป็นภาพลักษณ์ที่ดียิ่งของผู้นั้น
ลองจินตนาการอาจารย์สอนหนังสือ ยามท่านกราดตาดูลูกศิษย์ จะคิดกับนักศึกษา 2 คนต่างกันเช่นไร เมื่อ..
คนหนึ่งนั่งฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง ตอบ line เป็นระยะๆ ยามละมือถือ คือตอนสัปหงก
กับอีกคน..ที่จดจ้องใส่ใจ จดตามไปสม่าเสมอ
-9 เทคนิค จดโน้ตยังไงให้สนุกและใช้สอบได้ผล
1. ตั้งใจฟังให้ดีก่อนจด
2. อย่าจดทุกคา เน้นแค่ Keyword
3. ใช้องค์ประกอบ Hilight - ตัวอักษรเล็ก/ใหญ่ - ขีดเส้นใต้ - ตัวย่อ. - ภาพ/สัญลักษณ์
4. ถ้าจดไม่ทัน ให้เว้นที่ว่างเอาไว้
5. กาจัดสิ่งรบกวนสมาธิ
6. ทบทวนและพิมพ์เลคเชอร์เก็บไว้ทันทีเมื่อมีเวลา
7. แชร์โน้ตหรือเลคเชอร์กับเพื่อน
8. หาสไตล์การจดที่ใช่สาหรับเรา
9. ใช้ตัวช่วยบันทึกเสียง
4
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
-เลือกหัวข้อที่สนใจ
-ศึกษาและรวบรวมความรู้
-จัดทารายงาน
-นาเสนอครู
-ปรับปรุงและแก้ไข
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
-อินเตอร์เน็ต
-คอมพิวเตอร์
-โทรศัพท์
งบประมาณ
-50 บาท
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
1. ผู้จัดทามีความเข้าใจในหัวข้อที่สนใจมากขึ้น
2. สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการเรียนได้จริง
3. สามารถนาความรู้ไปเผยแพร่ให้เพื่อนได้
4. มีความเข้าใจในการทางานอย่างเป็นระบบ
สถานที่ดาเนินการ
ห้องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/641017
https://www.admissionpremium.com/content/3054

Project com 47

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6 ปีการศึกษา 2561 ชื่อโครงงาน เทคนิคการจดเลคเชอร์ ชื่อผู้ทาโครงงาน 1นางสาวศิวปรียา ดวงแก้วสุข เลขที่ 47 ชั้น ม.6 ห้อง 5 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ 1 นางสาวศิวปรียา ดวงแก้วสุขเลขที่ 47 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) เทคนิคการจดเลคเชอร์ ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Lecture ประเภทโครงงาน โครงงานเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวศิวปรียา ดวงแก้วสุข ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่อที่ปรึกษาร่วม - ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษาปีที่ 2561 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) ในการเรียนให้ได้ประสิทธิภาพนั้นจะต้องตั้งใจเรียนทั้งในห้องและนอกห้อง แต่นักเรียนส่วนใหญ่มักจะชอบ เรียนนอกห้องเรียนมากกว่าการเรียนในห้อง เช่น การไปเรียนพิเศษ เป็นต้น แต่ถ้าหากเราตั้งใจเรียนในห้องเรียนแล้ว เรากลับไปทบทวนบทเรียนที่บ้านเราจะเข้าใจและไม่จาเป็นที่จะต้องเรียนพิเศษ แต่เมื่อเราตั้งใจเรียนในห้องเรียนแล้ว เรามักจะง่วงนอน ไม่มีสติ ฟุ้งซ่าน ไม่สามารถจดจ่อกับการสอนของอาจารย์ได้ เราจึงต้องหาวิธีการจดบันทึกหรือ วิธีการเรียนในแบบของเรา สิ่งนี้จะส่งผลให้เราจับประเด็นในการเรียน เข้าใจในบทเรียนมากขึ้น ทาให้เรามีความคิด สร้างสรรค์มีไอเดียในการจด และเกิดความสนใจในการเรียนมากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นเราควรที่จะมีเทคนิคในการเรียนใน ห้องเรียนเพื่อจะได้มีประสิทธิภาพในการได้ความรู้เพิ่มขึ้น วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) -เพื่อศึกษาเทคนิคการจดเลคเชอร์ในการเรียน -สามารถนาเทคนิคมาใช้ในชีวิตประจาวันได้ -มีวินัยในการเรียน ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) ศึกษาเทคนิคการจดเลคเชอร์ เพื่อนามาปรับใช้ในการเรียนของเรา
  • 3.
    3 หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการหรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) -ประโยชน์ของการจดเลคเชอร์ 1.เพิ่มสมาธิในการฟัง นึกภาพนักศึกษาในห้องเลคเชอร์ หรือมืออาชีพในห้องประชุม หากต่างตั้งใจจดประเด็นของสิ่งที่มีการนาเสนอ เขาจะไม่เบลอ ไม่ใจลอย หรือไม่คอยแอบจ้องแต่นาฬิกา ว่า เมื่อไหร่จะเลิกเสียที เหมือนพี่ข้างๆ 2.เพิ่มความเข้าใจ การฟังแล้วกลั่นให้เป็นข้อความสั้นๆ เพื่อจดบันทึก ต้องใช้สมองกลั่นกรองประเด็น เห็นความโยงใย ความ เข้าใจย่อมตามมา 3.เพิ่มความจดจา ข้อมูลรอบกายมากมายที่กระหน่าพร่าร้องให้น้องสมองสนใจ ทั้งด้วยวัยที่ขยับขยายตามกาลเวลา คนทางาน จึงตระหนักดีว่า อย่าพึ่งน้องสมองเพื่อจดจาสิ่งสาคัญอย่างเดียวโดยเด็ดขาด การบันทึกผ่านหู ตา สมอง มือ สู่ หน้ากระดาษ ช่วยให้เกิดความเข้าใจ และการจดจา จากการวิจัยของ Longman and Atkinson พบว่าโดยเฉลี่ย คนเรามีโอกาสจาข้อมูลสาคัญๆที่เราได้ยินได้ฟัง ประจาวัน เพียง 5% หากไม่จดบันทึกมันไว้ แต่หากได้บันทึก เรามีสิทธิ์จามันได้สูงขึ้นเป็น 34%! 4.ใช้เป็นแหล่งสืบค้น 5.ผู้ใดจดบันทึกอย่างตั้งใจ เป็นภาพลักษณ์ที่ดียิ่งของผู้นั้น ลองจินตนาการอาจารย์สอนหนังสือ ยามท่านกราดตาดูลูกศิษย์ จะคิดกับนักศึกษา 2 คนต่างกันเช่นไร เมื่อ.. คนหนึ่งนั่งฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง ตอบ line เป็นระยะๆ ยามละมือถือ คือตอนสัปหงก กับอีกคน..ที่จดจ้องใส่ใจ จดตามไปสม่าเสมอ -9 เทคนิค จดโน้ตยังไงให้สนุกและใช้สอบได้ผล 1. ตั้งใจฟังให้ดีก่อนจด 2. อย่าจดทุกคา เน้นแค่ Keyword 3. ใช้องค์ประกอบ Hilight - ตัวอักษรเล็ก/ใหญ่ - ขีดเส้นใต้ - ตัวย่อ. - ภาพ/สัญลักษณ์ 4. ถ้าจดไม่ทัน ให้เว้นที่ว่างเอาไว้ 5. กาจัดสิ่งรบกวนสมาธิ 6. ทบทวนและพิมพ์เลคเชอร์เก็บไว้ทันทีเมื่อมีเวลา 7. แชร์โน้ตหรือเลคเชอร์กับเพื่อน 8. หาสไตล์การจดที่ใช่สาหรับเรา 9. ใช้ตัวช่วยบันทึกเสียง
  • 4.
    4 วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน -เลือกหัวข้อที่สนใจ -ศึกษาและรวบรวมความรู้ -จัดทารายงาน -นาเสนอครู -ปรับปรุงและแก้ไข เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ -อินเตอร์เน็ต -คอมพิวเตอร์ -โทรศัพท์ งบประมาณ -50 บาท ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) 1. ผู้จัดทามีความเข้าใจในหัวข้อที่สนใจมากขึ้น 2. สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการเรียนได้จริง 3. สามารถนาความรู้ไปเผยแพร่ให้เพื่อนได้ 4. มีความเข้าใจในการทางานอย่างเป็นระบบ สถานที่ดาเนินการ ห้องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/641017 https://www.admissionpremium.com/content/3054