1
สาลกชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๙. สาลกชาดก (จากพระไตรปิฎก ลาดับเรื่องที่ ๒๔๙)
ว่าด้วยสาลกวานร
(หมองูคิดจะจับลิง จึงเกลี้ยกล่อมลิงว่า)
[๑๙๘] พ่อสาลกวานร เจ้าเป็นลูกคนเดียวของพ่อ
และเจ้าจักได้เป็นใหญ่ในโภคะในตระกูลของพ่อ ลงมาจากต้นไม้เถิด
มาเถิดลูกพ่อ เราจะพากันกลับบ้านเดี๋ยวนี้
(ลิงได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
[๑๙๙] ท่านเข้าใจว่าเราเป็ นสัตว์ใจดีมิใช่หรือ
ไฉนจึงเฆี่ยนตีเราด้วยเรียวไผ่ เราพอใจอยู่ในป่ามะม่วงที่มีผลสุก
ท่านจงกลับไปบ้านตามสบายเถิด
สาลกชาดกที่ ๙ จบ
--------------------------------
คาอธิบายเพิ่มเติมนามาจากบางส่วนของอรรถกถา
สาลกชาดก
ว่าด้วย สาลกวานร
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
ทรงปรารภพระมหาเถระรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
ได้ยินว่า พระมหาเถระนั้นให้กุมารน้อยบรรพชาแล้ว ทาให้ลาบากอยู่
ณ พระเชตวันนั้น. สามเณรนั้นไม่สามารถจะทนความลาบากได้จึงสึก.
พระเถระไปเกลี้ยกล่อมกุมารน้อยนั้นว่า ดูก่อนกุมารน้อย
จีวรของเธอคงเป็ นของเธอตามเดิม แม้บาตรก็คงเป็นของเธอ
ทั้งบาตรและจีวรก็คงเป็นของเธอ จงมาบรรพชาเถิด. กุมารน้อยนั้น แม้กล่าวว่า
ผมจักไม่บรรพชา ถูกพระเถระรบเร้าบ่อยๆ เข้าก็บรรพชา.
ครั้งนั้น พระเถระได้ทาให้สามเณรนั้นลาบากอีก ตั้งแต่วันที่บวช.
สามเณรทนความลาบากไม่ไหวจึงสึกอีก
แม้พระเถระเกลี้ยกล่อมอยู่หลายครั้งหลายครา ก็ไม่ยอมบวช โดยกล่าวว่า
หลวงพ่อไม่เห็นใจผม หลวงพ่อขาดผมจะไม่สามารถเป็นไปได้เทียวหรือ
ไปเถิดหลวงพ่อ ผมไม่บวชละ.
ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในโรงธรรมว่า อาวุโสทั้งหลาย
ทารกนั้นใจดีจริงหนอ ทราบอัธยาศัยของพระมหาเถระแล้ว จึงไม่ยอมบวช.
พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้
พวกเธอนั่งสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว
2
จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทารกนั้นมิใช่มีใจดีแต่ในบัดนี้เท่านั้น
แม้เมื่อก่อนก็ใจดี เห็นโทษของพระเถระนั้นคราวเดียวเท่านั้น ไม่ยอมเข้าใกล้อีก
ทรงนาเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี
พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลกุฎุมพี ครั้นเจริญวัย
เลี้ยงชีพด้วยการขายข้าวเปลือก. มีหมองูคนหนึ่ง
หัดลิงตัวหนึ่งให้ถือยาแล้วให้งูแสดงการละเล่นกับลิงนั่งเลี้ยงชีพ.
เมื่อมีการโฆษณาแสดงมหรสพที่กรุงพาราณสี. หมองูนั้นประสงค์จะชมมหรสพ
จึงมอบลิงนั้นไว้กับพ่อค้าขายข้าวเปลือกนั้น สั่งว่า ท่านอย่าดูดายลิงตัวนี้.
ครั้นชมมหรสพแล้วในวันที่ ๗ จึงไปหาพ่อค้าถามว่า ลิงอยู่ที่ไหน.
ลิงพอได้ยินเสียงเจ้าของรีบออกจากร้านขายข้าวเปลือก. ลาดับนั้น
หมองูจึงเอาไม้เรียวตีหลังลิง พาไปสวนผูกไว้ข้างหนึ่ง แล้วหลับไป.
ลิงรู้ว่าเจ้าของหลับ จึงแก้เชือกที่ผูกออกหนีไปขึ้นต้นมะม่วง กินผลมะม่วงสุก
แล้วทิ้งเมล็ดลงตรงหัวหมองู. หมองูตื่นแลดูเห็นลิงนั้นแล้ว จึงคิดว่า
เราจักลวงเจ้าลิงนั้นด้วยถ้อยคาไพเราะ ให้มันลงจากต้นไม้แล้วจึงจับมัน
เมื่อจะเกลี้ยกล่อมลิงนั้น ได้กล่าวคาถาแรกว่า :-
ดูก่อนพ่อสาลกวานร เจ้าเป็ นลูกคนเดียวของพ่อ อนึ่ง
พ่อจักได้เป็นใหญ่ในตระกูลของพ่อ ลงมาจากต้นไม้เถิด มาเถิดลูกพ่อ
จะพากลับไปบ้านของเรา.
ลิงได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ท่านสาคัญว่า เราเป็นสัตว์ใจดีจึงได้ตีเราด้วยเรียวไม้ไผ่
เราพอใจอยู่ในป่ามะม่วงที่มีผลสุก ท่านจงกลับไปบ้านตามสบายเถิด.
แม้หมองูก็ไม่พอใจได้กลับไปเรือนของตน.
พระศาสดาทรงนาพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
ลิงในครั้งนั้นได้เป็น สามเณร ในครั้งนี้
หมองูได้เป็นพระมหาเถระ
ส่วนพ่อค้าขายข้าวเปลือก คือ เราตถาคต นี้แล.
จบ อรรถกถาสาลกชาดกที่ ๙
-----------------------------------------------------

249 สาลกชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx

  • 1.
    1 สาลกชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. สาลกชาดก (จากพระไตรปิฎก ลาดับเรื่องที่ ๒๔๙) ว่าด้วยสาลกวานร (หมองูคิดจะจับลิง จึงเกลี้ยกล่อมลิงว่า) [๑๙๘] พ่อสาลกวานร เจ้าเป็นลูกคนเดียวของพ่อ และเจ้าจักได้เป็นใหญ่ในโภคะในตระกูลของพ่อ ลงมาจากต้นไม้เถิด มาเถิดลูกพ่อ เราจะพากันกลับบ้านเดี๋ยวนี้ (ลิงได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า) [๑๙๙] ท่านเข้าใจว่าเราเป็ นสัตว์ใจดีมิใช่หรือ ไฉนจึงเฆี่ยนตีเราด้วยเรียวไผ่ เราพอใจอยู่ในป่ามะม่วงที่มีผลสุก ท่านจงกลับไปบ้านตามสบายเถิด สาลกชาดกที่ ๙ จบ -------------------------------- คาอธิบายเพิ่มเติมนามาจากบางส่วนของอรรถกถา สาลกชาดก ว่าด้วย สาลกวานร พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระมหาเถระรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้. ได้ยินว่า พระมหาเถระนั้นให้กุมารน้อยบรรพชาแล้ว ทาให้ลาบากอยู่ ณ พระเชตวันนั้น. สามเณรนั้นไม่สามารถจะทนความลาบากได้จึงสึก. พระเถระไปเกลี้ยกล่อมกุมารน้อยนั้นว่า ดูก่อนกุมารน้อย จีวรของเธอคงเป็ นของเธอตามเดิม แม้บาตรก็คงเป็นของเธอ ทั้งบาตรและจีวรก็คงเป็นของเธอ จงมาบรรพชาเถิด. กุมารน้อยนั้น แม้กล่าวว่า ผมจักไม่บรรพชา ถูกพระเถระรบเร้าบ่อยๆ เข้าก็บรรพชา. ครั้งนั้น พระเถระได้ทาให้สามเณรนั้นลาบากอีก ตั้งแต่วันที่บวช. สามเณรทนความลาบากไม่ไหวจึงสึกอีก แม้พระเถระเกลี้ยกล่อมอยู่หลายครั้งหลายครา ก็ไม่ยอมบวช โดยกล่าวว่า หลวงพ่อไม่เห็นใจผม หลวงพ่อขาดผมจะไม่สามารถเป็นไปได้เทียวหรือ ไปเถิดหลวงพ่อ ผมไม่บวชละ. ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในโรงธรรมว่า อาวุโสทั้งหลาย ทารกนั้นใจดีจริงหนอ ทราบอัธยาศัยของพระมหาเถระแล้ว จึงไม่ยอมบวช. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว
  • 2.
    2 จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทารกนั้นมิใช่มีใจดีแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็ใจดีเห็นโทษของพระเถระนั้นคราวเดียวเท่านั้น ไม่ยอมเข้าใกล้อีก ทรงนาเรื่องอดีตมาตรัสเล่า. ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลกุฎุมพี ครั้นเจริญวัย เลี้ยงชีพด้วยการขายข้าวเปลือก. มีหมองูคนหนึ่ง หัดลิงตัวหนึ่งให้ถือยาแล้วให้งูแสดงการละเล่นกับลิงนั่งเลี้ยงชีพ. เมื่อมีการโฆษณาแสดงมหรสพที่กรุงพาราณสี. หมองูนั้นประสงค์จะชมมหรสพ จึงมอบลิงนั้นไว้กับพ่อค้าขายข้าวเปลือกนั้น สั่งว่า ท่านอย่าดูดายลิงตัวนี้. ครั้นชมมหรสพแล้วในวันที่ ๗ จึงไปหาพ่อค้าถามว่า ลิงอยู่ที่ไหน. ลิงพอได้ยินเสียงเจ้าของรีบออกจากร้านขายข้าวเปลือก. ลาดับนั้น หมองูจึงเอาไม้เรียวตีหลังลิง พาไปสวนผูกไว้ข้างหนึ่ง แล้วหลับไป. ลิงรู้ว่าเจ้าของหลับ จึงแก้เชือกที่ผูกออกหนีไปขึ้นต้นมะม่วง กินผลมะม่วงสุก แล้วทิ้งเมล็ดลงตรงหัวหมองู. หมองูตื่นแลดูเห็นลิงนั้นแล้ว จึงคิดว่า เราจักลวงเจ้าลิงนั้นด้วยถ้อยคาไพเราะ ให้มันลงจากต้นไม้แล้วจึงจับมัน เมื่อจะเกลี้ยกล่อมลิงนั้น ได้กล่าวคาถาแรกว่า :- ดูก่อนพ่อสาลกวานร เจ้าเป็ นลูกคนเดียวของพ่อ อนึ่ง พ่อจักได้เป็นใหญ่ในตระกูลของพ่อ ลงมาจากต้นไม้เถิด มาเถิดลูกพ่อ จะพากลับไปบ้านของเรา. ลิงได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- ท่านสาคัญว่า เราเป็นสัตว์ใจดีจึงได้ตีเราด้วยเรียวไม้ไผ่ เราพอใจอยู่ในป่ามะม่วงที่มีผลสุก ท่านจงกลับไปบ้านตามสบายเถิด. แม้หมองูก็ไม่พอใจได้กลับไปเรือนของตน. พระศาสดาทรงนาพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. ลิงในครั้งนั้นได้เป็น สามเณร ในครั้งนี้ หมองูได้เป็นพระมหาเถระ ส่วนพ่อค้าขายข้าวเปลือก คือ เราตถาคต นี้แล. จบ อรรถกถาสาลกชาดกที่ ๙ -----------------------------------------------------