Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
EN
Uploaded by
Adisorn Tanprasert
450 views
การเตรียมการรับมือหวัด 2009 ในโรงเรียน
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 11
2
/ 11
3
/ 11
4
/ 11
5
/ 11
6
/ 11
7
/ 11
8
/ 11
9
/ 11
10
/ 11
11
/ 11
More Related Content
PDF
Adult vaccine recommendation 2014
by
Utai Sukviwatsirikul
PDF
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Vis varicella-zoster
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
PDF
PC02 :Assessment in PC
by
CAPD AngThong
PDF
Vis ipv
by
Aimmary
PDF
Vis hib
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
Vis meningo-poly
by
Loveis1able Khumpuangdee
Adult vaccine recommendation 2014
by
Utai Sukviwatsirikul
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
Vis varicella-zoster
by
Loveis1able Khumpuangdee
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
PC02 :Assessment in PC
by
CAPD AngThong
Vis ipv
by
Aimmary
Vis hib
by
Loveis1able Khumpuangdee
Vis meningo-poly
by
Loveis1able Khumpuangdee
What's hot
PPTX
Ppt. วัณโรค
by
Prachaya Sriswang
PDF
Vis hpv
by
Aimmary
PDF
Tb update 2012_dr_petchawan_pdf
by
Utai Sukviwatsirikul
PPTX
การศึกษาค้นคว้า เรื่อง การศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
by
Pantakan Uton
PDF
Vaccineคู่มือประชาชน
by
Witsalut Saetae
PPT
H1n1 For Safe 040852
by
viroonya vindubrahmanakul
PDF
คู่มือสำหรับพ่อแม่เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอนวัยอนุบาล 3 6 ปี
by
Utai Sukviwatsirikul
PPTX
อีสุก อีใส
by
Dbeat Dong
PDF
แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสำหรับครอบครัว
by
Utai Sukviwatsirikul
Ppt. วัณโรค
by
Prachaya Sriswang
Vis hpv
by
Aimmary
Tb update 2012_dr_petchawan_pdf
by
Utai Sukviwatsirikul
การศึกษาค้นคว้า เรื่อง การศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
by
Pantakan Uton
Vaccineคู่มือประชาชน
by
Witsalut Saetae
H1n1 For Safe 040852
by
viroonya vindubrahmanakul
คู่มือสำหรับพ่อแม่เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอนวัยอนุบาล 3 6 ปี
by
Utai Sukviwatsirikul
อีสุก อีใส
by
Dbeat Dong
แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสำหรับครอบครัว
by
Utai Sukviwatsirikul
Viewers also liked
PPTX
NCVO Project 2015
by
NCVO - National Council for Voluntary Organisations
PPT
Interface with charity law and the Charity Commission - Rosamund McCarthy
by
NCVO - National Council for Voluntary Organisations
PPT
Institute for Government - Coalition Government in the UK
by
NCVO - National Council for Voluntary Organisations
PDF
Connecting Purpose-Driven Messaging to Your Employer Brand
by
N. Robert Johnson, APR
PDF
An Investigation of Behavioral Syndromes and Individual Differences in Explor...
by
Danielle N. Lee, PhD
PDF
Marketing to the Power of ONE
by
Joel Book
PPTX
Pvr multiplexes manendra
by
Manendra Shukla
DOCX
Sbi services marketing-project-pgexp13-15 _
by
Shambhu Mandal
PPTX
The 7Ps Of Next-Gen Marketing!
by
Ayesha Ambreen
PPTX
customer's prefrences for multiplexes in lucknow
by
SACHIN AWASTHI
PPTX
Kfc presentation
by
Humayun Khalid Qureshi
PPTX
PPT on Indian railway (LHB coaches)
by
kalyan kumar
PPT
Ppt of kfc case study
by
shivakumaranupama
PPTX
Presentation on KFC
by
Tanya Sharma
PPTX
Entertainment services
by
Nagarjuna Adiga
NCVO Project 2015
by
NCVO - National Council for Voluntary Organisations
Interface with charity law and the Charity Commission - Rosamund McCarthy
by
NCVO - National Council for Voluntary Organisations
Institute for Government - Coalition Government in the UK
by
NCVO - National Council for Voluntary Organisations
Connecting Purpose-Driven Messaging to Your Employer Brand
by
N. Robert Johnson, APR
An Investigation of Behavioral Syndromes and Individual Differences in Explor...
by
Danielle N. Lee, PhD
Marketing to the Power of ONE
by
Joel Book
Pvr multiplexes manendra
by
Manendra Shukla
Sbi services marketing-project-pgexp13-15 _
by
Shambhu Mandal
The 7Ps Of Next-Gen Marketing!
by
Ayesha Ambreen
customer's prefrences for multiplexes in lucknow
by
SACHIN AWASTHI
Kfc presentation
by
Humayun Khalid Qureshi
PPT on Indian railway (LHB coaches)
by
kalyan kumar
Ppt of kfc case study
by
shivakumaranupama
Presentation on KFC
by
Tanya Sharma
Entertainment services
by
Nagarjuna Adiga
Similar to การเตรียมการรับมือหวัด 2009 ในโรงเรียน
DOC
Hfm reccomment10072555
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
คู่มือจัดการโรงเรียน Covid-19
by
ยุทธกิจ สัตยาวุธ
PDF
คู่มือปฏิบัติการ Sandbox safety zone in school
by
FERN51
PDF
มาตรการการป้องกันโรคติดต่อในสถานศึกษา
by
Yui Yuyee
PDF
มาตรการการป้องกันโรคติดต่อในสถานศึกษา
by
Yui Yuyee
PDF
Vis meningo-poly
by
Aimmary
PDF
Aephnephchiyehtuorngeriiynwadsmuhraasdrbamrung
by
Thanawat Suwannalao
PDF
1
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Food poisoning 05 08 59 ok (1)
by
Sompet Chuamor
DOC
โรคมือเท้าปาก
by
sivapong klongpanich
PDF
4 การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่1.pdf
by
buaphan32203
PPTX
โครงงานคอม2.2
by
Yam Moo
PPTX
Ppt. influenza (25.8.57)
by
Prachaya Sriswang
PDF
Common cold
by
Aimmary
PDF
โรคไข้หวัด
by
Wan Ngamwongwan
PDF
แบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนักเรียน นักศึกษา
by
Anon
PDF
แนวทางการดาเน ํ นงานป ิ องก ้ นควบค ั มการระบาดของโรคม ุ ือ เท้า ปาก สําหรบแพ...
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
Poster h1n1 03
by
sivapong klongpanich
PDF
Knowledge
by
Loveis1able Khumpuangdee
PPT
แนะนำโรคต่างๆ หรือ โรคติดต่อ
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
Hfm reccomment10072555
by
Loveis1able Khumpuangdee
คู่มือจัดการโรงเรียน Covid-19
by
ยุทธกิจ สัตยาวุธ
คู่มือปฏิบัติการ Sandbox safety zone in school
by
FERN51
มาตรการการป้องกันโรคติดต่อในสถานศึกษา
by
Yui Yuyee
มาตรการการป้องกันโรคติดต่อในสถานศึกษา
by
Yui Yuyee
Vis meningo-poly
by
Aimmary
Aephnephchiyehtuorngeriiynwadsmuhraasdrbamrung
by
Thanawat Suwannalao
1
by
Anyamanee Kantawong
Food poisoning 05 08 59 ok (1)
by
Sompet Chuamor
โรคมือเท้าปาก
by
sivapong klongpanich
4 การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่1.pdf
by
buaphan32203
โครงงานคอม2.2
by
Yam Moo
Ppt. influenza (25.8.57)
by
Prachaya Sriswang
Common cold
by
Aimmary
โรคไข้หวัด
by
Wan Ngamwongwan
แบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนักเรียน นักศึกษา
by
Anon
แนวทางการดาเน ํ นงานป ิ องก ้ นควบค ั มการระบาดของโรคม ุ ือ เท้า ปาก สําหรบแพ...
by
Loveis1able Khumpuangdee
Poster h1n1 03
by
sivapong klongpanich
Knowledge
by
Loveis1able Khumpuangdee
แนะนำโรคต่างๆ หรือ โรคติดต่อ
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
More from Adisorn Tanprasert
PDF
Daily tensilon mc checksheet
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Pramo Thai Movie
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Performance Network Analysis of Nylon Filaments Process
by
Adisorn Tanprasert
DOC
แบบทดสอบทัศนคติด้านความปลอดภัย
by
Adisorn Tanprasert
DOC
รวมพระอรหันต์ที่อยู่ในประเทศไทยเวลานี้
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Quize 01
by
Adisorn Tanprasert
PDF
The Sulotion Focus
by
Adisorn Tanprasert
PPT
Solution Focus
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Chemical management procedure [th]
by
Adisorn Tanprasert
PPT
Intro to TS-16949
by
Adisorn Tanprasert
Daily tensilon mc checksheet
by
Adisorn Tanprasert
Pramo Thai Movie
by
Adisorn Tanprasert
Performance Network Analysis of Nylon Filaments Process
by
Adisorn Tanprasert
แบบทดสอบทัศนคติด้านความปลอดภัย
by
Adisorn Tanprasert
รวมพระอรหันต์ที่อยู่ในประเทศไทยเวลานี้
by
Adisorn Tanprasert
Quize 01
by
Adisorn Tanprasert
The Sulotion Focus
by
Adisorn Tanprasert
Solution Focus
by
Adisorn Tanprasert
Chemical management procedure [th]
by
Adisorn Tanprasert
Intro to TS-16949
by
Adisorn Tanprasert
การเตรียมการรับมือหวัด 2009 ในโรงเรียน
1.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา การเตรียมการรับมือการระบาดใหญ
ของไขหวัดใหญในสถานศึกษา โดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากปจจุบันโรคไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ในประเทศไทย มีการ แพรกระจายไปอยางมาก โดยจากขอมูลทางระบาดวิทยาขณะนี้พบวา สถานศึกษาเปนแหลงที่มีความ เสี่ยงสูงที่โรคจะแพรกระจายเขาไป ทําใหเกิดการระบาดในกลุมนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งอาจารย และเจาหนาที่อยางรวดเร็ว อีกทั้งสถานศึกษายังเปนแหลงที่จะกระจายเชื้อตอเนื่องออกไปในชุมชน ดังนั้น สถานศึกษาและเจาหนาที่สาธารณสุขควรรีบเรงเตรียมความพรอมรับมือกับการแพรระบาด ใหกับสถานศึกษาตางๆ อนึ่ง คําแนะนําตางๆ อาจปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณการระบาดที่เปลี่ยนไป และ สามารถปรับใหเหมาะสมกับแตละสถานศึกษา จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
2.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา หลักการทั่วไป
1. วัตถุประสงคของการปองกันการระบาดของไขหวัดใหญในครั้งนี้ไมใช การปองกันไมใหมีเด็กปวยเกิดขึ้นในโรงเรียนเลย (เปนเรื่องที่เปนไปได ยากมาก) แตเพื่อปองกันไมใหเกิดการระบาดใหญขึ้นในโรงเรียน 2. โรงเรียนควรจัดใหมีทีมงานรับผิดชอบประสานงานดานไขหวัดใหญขึ้น ในโรงเรียน (ในลักษณะที่เปนทีมงาน ไมควรมอบหมายใครคนใดคน หนึ่งเพียงคนเดียว) เชน โรงเรียนอาจมอบหมายใหรองผูอํานวยการ ฝายปกครองหรือครูฝายการพยาบาลเปนผูประสานงานหลัก (พรอมกับ ทีมงานอีกจํานวนหนึ่ง) ในการปองกันควบคุมโรค โดยประสานงานกับ เจาหนาที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณของพื้นที่ใกลเคียง และแจงสถานการณในโรงเรียนทันทีหากพบผูปวยสงสัยติดเชื้อไขหวัด ใหญ เพื่อใหเจาหนาที่สาธารณสุขเขาดําเนินการควบคุมการระบาด 3. เฝาระวัง โรงเรียนควรจะมีการจัดระบบการติดตามการขาดเรียนของเด็กนักเรียน ควรมีการ ตรวจสอบสาเหตุการขาดเรียนของนักเรียนดวย หากพบขาดเรียนผิดปกติ (ตั้งแต 3 คนขึ้นไปใน หองเรียนเดียวกัน)และสงสัยวาปวยเปนไขหวัดใหญ ใหแจงตอเจาหนาที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อ สอบสวนและควบคุมโรค 4. ถาสามารถทําได โรงเรียนควรจัดหองพยาบาลสําหรับ การแยกสําหรับผูปวยที่มีอาการคลายไขหวัดใหญหอง พยาบาลควรมีอากาศถายเทไดสะดวก 5. โรงเรียนควรแนะนําใหนักเรียนที่มีอาการปวยคลายไขหวัดใหญ (ไข ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวด เมื่อยตามตัว) พักรักษาตัวที่บานหรือหอพัก หากมีอาการปวยรุนแรง (หายใจเร็ว หายใจลําบาก หอบเหนื่อยอาเจียนมาก ซึม อาการไมดีขึ้นหลังจากเริ่มมีอาการไข 3 วัน) ควรรีบไปพบแพทย 6. โรงเรียนควรมีการจัดระบบการคัดกรองนักเรียน หากพบนักเรียนที่มีอาการปวยคลายไขหวัด ใหญ (ไข ไอเจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว) ใหโรงเรียนแยกนักเรียน และติดตอให ผูปกครองมารับนักเรียนกลับไปฟกฟนที่บาน จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
3.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา 7.
หากสถานศึกษาสามารถใหนักเรียนที่มีอาการปวยคลาย ไขหวัดใหญทุกคนหยุดเรียนได (ควรหยุดเรียนและพักอยู กับบาน 7 วัน) ก็จะปองกันการแพรกระจายเชื้อไดดี และ ไมจําเปนตองปดสถานศึกษา (การปดโรงเรียน สามารถชะลอการแพรระบาดของไขหวัดใหญได แตไม สามารถยุติการระบาดได จะมีนักเรียนปวยกลับมาใหม หลังจากโรงเรียนเปดกลับมาใหม โดยเฉพาะในชั้นเรียน อื่นที่ยังไมมีการระบาด หลังจากโรงเรียนเปดแลวจะมี การระบาดใหญ อี ก หรื อ ไม ขึ้ น อยู กั บ การเตรี ย มความ พรองของโรงเรียน) 8. โรงเรียนควรมีคําแนะนํา (เอกสาร โปสเตอร อีเมลล) ใหกับนักเรียน เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อปองกันการติดเชื้อ ไขหวัดใหญ รวมถึงการใหคําแนะนําการปฏิบัติตัวกับเด็ก ปวย 9. เตรียมเอกสารแนะนําผูปกครอง เพื่อทําความใจกับ ผูปกครอง และขอความรวมมือใหเด็กปวยหยุดเรียน 10. แนะนํา และสนับสนุนใหนักเรียนลางมือบอยๆ โดยการ จัดใหมีอางลางมือ น้ําและสบู อยางเพียงพอ 11. ควรทําความสะอาดอุปกรณ สิ่งของ เครื่องใชที่มีผูสัมผัส จํานวนมาก เชน โตะเรียน ลูกบิดประตู โทรศัพทราว บันได คอมพิวเตอร ฯลฯ โดยการใชน้ําน้ําละลาย ผงซักฟอกเช็ดทําความสะอาด ใหบอยที่สุดเทาที่สามารถ ทําได สําหรับเมาส แปนพิมพคอมพิวเตอร และอุปกรณ การเรียนอื่นๆ ที่นักเรียนตองใชในแตละชั่วโมงเรียนควร ทําความสะอาดทุกครั้งที่มีการผลัดเปลี่ยนชั้นเรียน 12. ควรเปดประตูหนาตางใหอากาศถายเทไดสะดวก และแสงแดดสองไดทั่วถึง จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
4.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา 13.
สถานศึกษาที่ยังไมพบการระบาดควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ตองมีการนํานักเรียนจํานวนมากมา รวมตัวกัน (เชน การซอมเชียร การแขงกีฬา เปนตน) หรือการเดินทางออกนอกพื้นที่เปนหมู คณะ สวนสถานศึกษาที่มีการระบาดแลวควรงดกิจกรรมดังกลาวโดยเด็ดขาด 14. โรงเรียนควรเตรียมมาตรการชดเชยทั้งดานการเรียน การสอน เวลาในการเรียน และการปฏิบัติงานของทั้งนักเรียน ครู อาจารย และเจาหนาที่อื่นๆ ที่จําเปนตองหยุดพักการเรียนหรือปฏิบัติงาน เนื่องจากการปวย 15. ในปจจุบัน ยังไมมีวัคซีนที่สามารถปองกันไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ได วัคซีนปองกันโรคไขหวัดใหญตามฤดูกาลไม สามารปองกันไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ได ซึ่ง คาดวาประเทศไทยนาจะมีวัคซีนปองกันไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อยางเร็วที่สุดในชวงปลายป พ.ศ. 2552 ลักษณะ บทบาท และหนาที่ของทีมงาน รับผิดชอบประสานงานดานไขหวัดใหญในโรงเรียน 1. ทีมงานรับผิดชอบประสานงานดานไขหวัดใหญในโรงเรียนควรมี รองผูอํานวยการสถานศึกษาเปนหัวหนาทีม และควรมีครูพยาบาล รวมอยูในทีมงาน (อาจทําหนาที่เปนผูประสานงานหลัก) 2. ทําบันทึกจํานวนนักเรียนปวยที่มารับบริการที่หองพยาบาล และ จํานวนนักเรียนที่ขาดเรียน (แยกตามหองเรียน) เปนรายวัน หาก พบจํานวนนักเรียนปวยมารับบริการมากขึ้นผิดปกติ ใหสงสัยวามี การระบาดเกิดขึ้นในโรงเรียนและรีบแจงผูบริหารโรงเรียนทราบ ทันที 3. เตรียมหนากากอนามัยไวใหพรอมในหองพยาบาล (เจาหนาที่ สาธารณสุขอาจจัดหาไปใหในครั้งแรก) จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
5.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา 4.
ครูประจําชั้นควรตรวจสอบประวัติสุขภาพของนักเรียน จัดทํา ทะเบียนนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิดอาการปวยรุนแรง ไดแก เด็กอายุต่ํากวา 5 ป ผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง ไดแก โรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด ผูท่ีมีภูมิคุมกันโรคต่ํา เชน เบาหวาน มะเร็ง โรคประจําตัวที่ตองกินยากดภูมิคุมกันหรือกิน ยาสเตียรอยด ผูท่ตองกินยาแอสไพรินเปนประจํา ผูที่อวน ี 5. ในโรงเรียนที่ยังไมมีผูปวยโรคไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) หากพบผูปวยที่ สงสัยโรคไขหวัดใหญ หมายถึง ผูปวยที่มีอาการอยางนอย 2 ใน 4 อาการ ไดแก ไข ไอ เจ็บคอ มีนํ้ามูก ใหแยกผูปวยและใหผูปวยสวมหนากากอนามัยทันที สงผูปวยไปยังจุดที่ใชสําหรับให ผูปวยรอผูปกครองมารับกลับ แจงใหผูปกครองมารับกลับไปพักรักษาตัวอยูกับบานเปนเวลา อยางนอย 7 วันนับจากวันเริ่มปวย 6. ในโรงเรียนที่พบผูปวยหลายรายแลว ครูประจําชั้นตองชวยคัดกรอง เด็กที่มีอาการอยางนอย 2 ใน 4 อาการไดแก ไข ไอ เจ็บคอ มีนํ้ามูก ทุกเชากอนเขาหองเรียน หากพบผูปวยสงสัย ใหแยกผูปวย ใหผูปวย สวมหนากากอนามัยทันที สงผูปวยไปยังจุดที่ใชสําหรับใหผูปวยรอ ผูปกครองมารับกลับ แจงใหผูปกครองมารับกลับไปพักรักษาตัวอยูกับ บานเปนเวลาอยางนอย 7 วันนับจากวันเริ่มปวย 7. จุดที่ใชสําหรับใหผูปกครองมารับกลับ ไมควรจะเปนหอง พยาบาลปกติ เนื่องจากจะทําใหหองพยาบาล (ซึ่งอาจมีเด็กที่ไม สบายจากสาเหตุอื่นมาใชบริการ) เปนแหลงแพรเชื้อโรคไขหวัด ใหญได โรงเรียนอาจพิจารณาหาหอง หรือบริเวณที่มีอากาศ ถายเทไดสะดวกอยูใกลประตูทางออกโรงเรียนสําหรับใชเปนที่ให นักเรียนที่ปวยรอผูปกครองมารับกลับ 8. หากพบนักเรียนที่อยูในทะเบียนนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิด อาการปวยรุนแรง ปวยดวยอาการอยางนอย 2 ใน 4 อาการ ไดแก ไข ไอ เจ็บคอ มีน้ํามูก ควรใหนักเรียนกลุมเสี่ยงสูงนี้ไปพบแพทยที่ โรงพยาบาลทันทีเพื่อทําการรักษา หรือกินยาปองกันตามมาตรฐานทาง การแพทยโดยไมตองรอใหมีอาการปวย จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
6.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา 9.
ใหสุขศึกษาแกนักเรียนเรื่องการปองกันตนเองจากการติดเชื้อไขหวัดใหญ เนนการลางมือดวยสบู ที่เฉพาะเจาะจง ไดแก การลางมือภายหลังไอจาม ขับถาย กอนหยิบจับอาหารใสปาก และทุก ครั้งภายหลังใชมือสัมผัสอุปกรณท่ีมีการใชรวมกันเปนจํานวนมาก เชน โทรศัพท เครื่อง คอมพิวเตอร ลูกบิดประตู ราวบันได จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
7.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา คําถามที่พบบอย
1. ทําไมตองปองกันการระบาดในโรงเรียนดวย? ตอบ เปาหมายของการปองกันการระบาดในโรงเรียนคงไมใชการปองกันไมใหมีเด็กปวยแมแตคน เดียว สวนใหญเด็กที่ปวยคนแรกๆ ของโรงเรียนมักจะติดมาจากขางนอก (ติดจากครอบครัวติดจาก โรงเรียนกวดวิชา ติดจากการไปเดินเที่ยวในที่ที่มีคนพลุกพลาน) แลวเขามาแพรเชื้อในโรงเรียน สิ่งที่ โรงเรียนจะตองพยายามทําก็คือการปองกันไมใหเกิดการระบาด นั่นคือ ปองกันไมใหมีเด็กหลายๆ คน (2-3 คนขึ้นไป) ปวยพรอมกัน จํานวนผูปวยรวมจะตางกันมากถาเกิดการระบาดใหญ กับการ เกิดผูปวยครั้งละ 1-2 คน ถาเกิดการระบาดใหญอาจมีผูปวยรวมมากกวา รอยละ 50 ของจํานวน เด็กและครูในโรงเรียนได แตถาเกิดผูปวยครั้งละ 1-2 คนอาจจะมีผูปวยรวมอยูที่ระดับประมาณรอย ละ 20-30 ได 2. ในชวงที่โรงเรียนมีการสอบ ทําใหเด็กไมอยากจะหยุดเรียน จึงทําใหเด็กปวย ยังคงมาโรงเรียนอยู? ตอบ เรื่องนี้ทางเราคงตองชี้แจงใหผูบริหารเขาใจ และใหโรงเรียนมีนโยบายที่ยืดหยุนในเรื่องการ สอบนักเรียน เชน อนุญาตใหเด็กปวยสามารถเลื่อนสอบได หรือหากเด็กมีอาการปวยไมรุนแรง อาจ พิจารณาจัดใหเด็กสอบแยกจากเพื่อน โดยใหนักเรียนที่ปวยใสหนากาก จัดเจลลางมือใหเด็กในหอง สอบ และเมื่อเสร็จกิจกรรมสอบแลวก็แนะนําใหเด็กกลับบานในกรณีที่โรงเรียนยังไมมีการระบาดก็คง ตองชี้แจงใหโรงเรียนเขาใจภาพการระบาด ระยะเวลาการระบาด และจํานวนนักเรียนและครูที่คาดวา จะปวย เพื่อใหโรงเรียนตัดสินใจและเตรียมความพรอมเชนกัน 3. ครูที่ปวยไมยอมหยุดงาน เพราะกลัวจะถูกหักเงินเดือน ตอบ เรื่องนี้ตองชี้แจงใหผูบริหารโรงเรียนถึงผลเสียของการปลอยใหครูที่ปวยมาทํางาน ควรแนะนํา ใหโรงเรียนมีความยืดหยุนในเรื่องของวันลาของบุคลากร (ครู และเจาหนาที่อื่นๆ) นอกจากนี้ ยัง ตองแนะนําใหโรงเรียนเตรียมความพรอมในกรณีที่มีครูหรือเจาหนาที่จะตองลาหยุดพรอมๆ กัน หลายๆ คนดวย ซึ่งหลักการเหลานี้ไดมการพูดถึงชัดเจนอยูแลวในหลักการของการจัดทํา Business ี Continuity Plan จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
8.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา 4.
เชื้อไวรัสสามารถอยูในสิ่งแวดลอมไดนานแคไหน? ตอบ เชื้อไวรัสเปนเชื้อที่อาศัยอยูในสิ่งมีชีวิต หากออกมาปนเปอนในสิ่งแวดลอมจะอยูไดไมเกิน2–8 ชั่วโมงและเชื้อไวรัสจะตายเร็วยิ่งขึ้นในอุณหภูมิที่สูงขึ้นและอากาศแหง ดังนั้นควรเปดหองเรียนให แสงแดดสองถึงและอากาศถายเทไดสะดวกอยางสม่ําเสมอ 5. การทําความสะอาดโรงเรียน โดยเฉพาะจุดที่ นักเรียนมักจะสัมผัสกันบอยๆ ควรดําเนินการอยางไร บอยแคไหน ตอบ การทําความสะอาดจุดที่นักเรียนมักจะสัมผัส แตะ จับ ควร ทําบอยๆ ในชวงระหวางที่มีการเรียนการสอนสวนจะตองทําถี่แค ไหน ขึ้นอยูกับลักษณะของสิ่งสัมผัส เชน ถาเปนหองคอมพิวเตอร อุปกรณคอมพิวเตอร ควรมีการเช็ดทําความสะอาดหลังจากหมด ชั่วโมงเรียน กอนที่นักเรียนคนใหมเขามาใชอุปกรณ การทําความ สะอาดราวบันได อาจเช็ดทําความสะอาดในชวงชั่วโมงเรียน หลังจากที่นักเรียนเขาหองเรียนแลวทุกชั่วโมงเรียนเปนตน การ ทําความสะอาดพื้นผิวที่นักเรียนมักสัมผัส แตะ จับจะในชวงเวลา ระหวางวันบอยๆ สําคัญกวาการทํา “Big Cleaning” ในชวงเย็น หลังจากที่โรงเรียนปดไปแลว 6. การทําความสะอาดโรงเรียนอยางถูกวิธี เมื่อมีการระบาด ควรทํา Big cleaning day หรือไม? ตอบ การทํา Big cleaning day แบบนานๆ ครั้งไมสามารถชวยลดการแพรกระจายของโรค จาก หลักการที่วาเชื้อสามารถมีชีวิตอยูในสิ่งแวดลอมไดเพียง 2-8 ชั่วโมง การทําความสะอาดที่สําคัญจึง เปนการทําความสะอาดในชวงระหวางวัน และเปนการทําความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสกันบอยๆ ให บอยที่สุดเทาที่จะสามารถทําได 7. ควรใชน้ํายาอะไรในการทําความสะอาดอุปกรณและสถานที่? ตอบ น้ําละลายผงซักฟอก มีประสิทธิภาพเพียงพอในการทําลายเชื้อไวรัส จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
9.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา 8.
ใครเปนกลุมเสี่ยงสูงตอการเกิดโรคไขหวัดใหญรุนแรงหรือเสียชีวิต? ตอบ 1) ผูที่มีอายุนอยกวา 5 ป 2) ผูที่มีอายุมากกวา 65 ป 3) หญิงตั้งครรภ 4) ผูที่มีโรคอวน 5) ผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง (เชน โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคหลอดเลือดหัวใจ) และ 6) ผูที่มีภูมิ ตานทานต่ํา (เชน ผูปวยโรคเอดส ผูที่ไดรับยากดภูมิคุมกัน) กลุมเสี่ยงเหลานี้ หากมีอาการคลาย ไขหวัดใหญ ควรไปพบแพทยทันทีเพื่อพิจารณาการรับยาตานไวรัส 9. ควรมีการดูแลกลุมเสี่ยง เชน เด็กเล็ก ครูและเด็กที่มี โรคประจําตัว ครูที่ปวยดวยโรคเบาหวาน หรือครูท่ีกําลัง ตั้งครรภ อยางไร ตอบ ถาโรงเรียนทําได ควรมีคนหาประชากรกลุมนี้ลวงหนา และให คําแนะนําเปนพิเศษในกรณีที่ครูหรือนักเรียนกลุมนี้ปวยดวยอาการที่ คลายไขหวัดใหญ เนื่องจากครูและนักเรียนกลุมนี้อาจมีอาการปวยที่ รุนแรงไดและหากโรงเรียนสามารถทําได อาจมอบหมายงานที่ไม จําเปนตองสัมผัสกับนักเรียนโดยตรงใหกับครูที่ทํากําลังตั้งครรภ 10. ครูประจําชั้นจะทราบไดอยางไรวาเด็กมีไข ตองวัด อุณหภูมิเด็กทุกคนกอนเขาหองเรียนหรือไม? ตอบ ในเด็กเล็ก เชน อนุบาล ที่ยังสื่อสารไดยาก อาจตองใชเทอรโม มีเตอรวัด หรืออาจใชแถบวัดอุณหภูมิชวยในการคัดกรอง สวนเด็ก ประถมศึกษาขึ้นไปที่สามารถสื่อสารไดดี ควรมีการใหสุขศึกษาแกเด็ก นักเรียนในการสังเกตและแจงอาการของตนเอง ทําความเขาใจกับ ผูปกครองและนักเรียนถึงความจําเปนในการแจงทางโรงเรียนเมื่อเด็ก มีอาการปวย และผลกระทบกับสวนรวมและตนเองจากการปดบัง อาการปวย เชน อาจทําใหเด็กไดรับการดูแลรักษาลาชา หรืออาจทําให เกิดการระบาดขยายวงกวางในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนเปนตน จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
10.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา 11.
ตองพานักเรียนที่ปวยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือไม? ตอบ หากนักเรียนไมไดจัดอยูในกลุมเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง 6 กลุม ไมจําเปนตองไปพบแพทย ในทันทีนักเรียนสามารถพักฟนอยูท่ีบาน และใชยารักษาตามอาการได หากโรคมีอาการรุนแรงขึ้น (เชน หายใจลําบากหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม) หรือไขไมลดใน 3 วัน (นับจากวันที่เริ่มมีอาการวัน แรก) จึงควรไปพบแพทย ในกรณีที่นักเรียนจัดอยูในกลุมเสี่ยง 6 กลุม (ไดแก 1) ผูที่มีอายุนอยกวา 5 ป 2) ผูท่ีมีอายุมากกวา 65ป 3) หญิงตั้งครรภ 4) ผูที่มีโรคอวน 5) ผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง (เชน โรคเบาหวาน โรคหอบหืด) และ 6) ผูที่มีภูมิตานทานต่ํา เชน ผูปวยโรคเอดส ผูที่ไดรับยากด ภูมิคุมกัน) ควรรีบไปพบแพทยทันทีที่มีอาการ 12. การลางมือจําเปนตองใชเจลลางมือฆาเชื้อหรือไม? ตอบ ไมจําเปน การลางมือดวยสบูอยางถูกวิธี นานอยางนอย 15 – 20 วินาที (รองเพลงชางจบ 1 รอบ) เพียงพอตอการปองกันโรค 13. นักเรียนที่สบายดี ไมปวย ควรใสหนากากอนามัยหรือไม ตอบ ผูที่ควรสวมใสหนากากอนามัยคือผูปวย เนื่องจากการใสหนากากอนามัยสามารถปองกันการ กระจายของน้ํามูกและน้ําลายเวลาที่ผูปวยไอหรือจามไดดี กระทรวงสาธารณสุขไมแนะนําใหสวมใส หนากากอนามัยในผูที่ยังไมมีอาการปวย 14. ถาใหเด็กปวยใสหนากากแลวจะใหนั่งเรียนตอไปไดหรือไม ตอบ ไมแนะนําใหเรียนตอ แนะนําใหผูปกครองมารับกลับบาน เนื่องจากเด็กที่ใสหนากากอนามัย หากยังคลุกคลีอยูกับนักเรียนคนอื่น ก็ยังอาจแพรเชื้อใหเพื่อนๆ ไดอยูดี 15. ผูปกครองมักอางวาเด็กของตัวเองปวยดวยไขหวัดธรรมดา ไมใชไขหวัดใหญไม จําเปนตองหยุดเรียน ในกรณีนี้ควรดําเนินการอยางไร ตอบ การแยกไขหวัดธรรมดา กับไขหวัดใหญทํายาก (ผูปวยไขหวัดใหญบางคนก็อาการไมรุนแรง อาการเหมือนไขหวัดธรรมดาไดเชนกัน แตถาไปติดคนอื่น คนอื่นอาจอาการรุนแรงได) แตในกรณี การคัดกรองอาจไมจําเปนตองแยกใหชัดวาคนนี้ปวยดวยไขหวัดธรรมดาหรือปวยดวยไขหวัดใหญ เนื่องจากเด็กที่ปวยเปนไขหวัดธรรมดา ก็ควรพักอยูบานไมควรมาแพรเชื้อที่โรงเรียนเชนกัน ดังนั้น กรณีที่เด็กเปนหวัดชัดเจนก็อาจขอใหผูปกครองมารับกลับบานไดเชนกัน จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
11.
การเตรียมการรับมือการระบาดใหญของไขหวัดใหญในสถานศึกษา จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ww.kmddc.go.th
Download