Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Anyamanee Kantawong
504 views
1
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 47
2
/ 47
3
/ 47
4
/ 47
5
/ 47
6
/ 47
7
/ 47
8
/ 47
9
/ 47
10
/ 47
11
/ 47
12
/ 47
13
/ 47
14
/ 47
15
/ 47
16
/ 47
17
/ 47
18
/ 47
19
/ 47
20
/ 47
21
/ 47
22
/ 47
23
/ 47
24
/ 47
25
/ 47
26
/ 47
27
/ 47
28
/ 47
29
/ 47
30
/ 47
31
/ 47
32
/ 47
33
/ 47
34
/ 47
35
/ 47
36
/ 47
37
/ 47
38
/ 47
39
/ 47
40
/ 47
41
/ 47
42
/ 47
43
/ 47
44
/ 47
45
/ 47
46
/ 47
47
/ 47
More Related Content
PDF
Infectious epidemic
by
taem
DOC
ข้อสอบชีววิทยา กสพท.54 ชุด1และ2
by
A'llegra Crane
PDF
ข้อสอบวิชาฟิสิกส์ กสพท. ปี 2555
by
Me'e Mildd
PDF
เซเรบอส Brands วิชาชีววิทยา (192 หน้า) new
by
findgooodjob
PDF
กสพท.ข้อสอบวิชาเคมี+เฉลย 55 อ.อุ๊
by
Pathitta Satethakit
PDF
เฉลยข้อสอบเคมี กสพท. ปี55
by
Me'e Mildd
PDF
เฉลยข้อสอบวิชาฟิสิกส์ กสพท. ปี 2555
by
Me'e Mildd
PDF
ข้อสอบและเฉลย 7 วิชาสามัญ วิชาฟิสิกส์ ปีการศึกษา 2556
by
Suttipa Kamsai
Infectious epidemic
by
taem
ข้อสอบชีววิทยา กสพท.54 ชุด1และ2
by
A'llegra Crane
ข้อสอบวิชาฟิสิกส์ กสพท. ปี 2555
by
Me'e Mildd
เซเรบอส Brands วิชาชีววิทยา (192 หน้า) new
by
findgooodjob
กสพท.ข้อสอบวิชาเคมี+เฉลย 55 อ.อุ๊
by
Pathitta Satethakit
เฉลยข้อสอบเคมี กสพท. ปี55
by
Me'e Mildd
เฉลยข้อสอบวิชาฟิสิกส์ กสพท. ปี 2555
by
Me'e Mildd
ข้อสอบและเฉลย 7 วิชาสามัญ วิชาฟิสิกส์ ปีการศึกษา 2556
by
Suttipa Kamsai
Similar to 1
PDF
ความถนัดทางแพทย์
by
Miewz Tmioewr
PDF
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
PPTX
โครงงานคอม2.2
by
Yam Moo
PPT
แนะนำโรคต่างๆ หรือ โรคติดต่อ
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
PPT
แนะนำโรคต่างๆ ศิรินวล สันติรักษ์โยธิน
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
PDF
ไวรัส วายร้าย
by
Patthanan Sornwichai
PPT
H1n1 For Safe 040852
by
viroonya vindubrahmanakul
PDF
โรคไข้หวัด
by
Wan Ngamwongwan
PPTX
Ppt. influenza (25.8.57)
by
Prachaya Sriswang
PDF
วัณโรค (Tuberculosis)
by
Wan Ngamwongwan
PDF
Topic meningoecephalitis
by
Bow A
PDF
4 การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่1.pdf
by
buaphan32203
PPT
2การจัดลำดับความสำคัญโรคติดต่อนำโดยแมลง
by
นายสามารถ เฮียงสุข
PDF
สาระวิทย์ ฉบับที่ 28 ประจำเดือนกรกฎาคม 2558
by
National Science and Technology Development Agency (NSTDA) - Thailand
PPTX
Coronavirus [autosaved]
by
Pann Palaco
PDF
คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19 (ฉบับภาษาไทย)
by
Klangpanya
DOCX
ไข้หวัดใหญ่
by
Lilrat Witsawachatkun
PDF
Poster h1n1 03
by
sivapong klongpanich
PDF
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
PDF
องค์ความรู้ (Factsheet) เรื่อง โรคติดต่ออุบัติใหม่
by
นายสามารถ เฮียงสุข
ความถนัดทางแพทย์
by
Miewz Tmioewr
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
โครงงานคอม2.2
by
Yam Moo
แนะนำโรคต่างๆ หรือ โรคติดต่อ
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
แนะนำโรคต่างๆ ศิรินวล สันติรักษ์โยธิน
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
ไวรัส วายร้าย
by
Patthanan Sornwichai
H1n1 For Safe 040852
by
viroonya vindubrahmanakul
โรคไข้หวัด
by
Wan Ngamwongwan
Ppt. influenza (25.8.57)
by
Prachaya Sriswang
วัณโรค (Tuberculosis)
by
Wan Ngamwongwan
Topic meningoecephalitis
by
Bow A
4 การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่1.pdf
by
buaphan32203
2การจัดลำดับความสำคัญโรคติดต่อนำโดยแมลง
by
นายสามารถ เฮียงสุข
สาระวิทย์ ฉบับที่ 28 ประจำเดือนกรกฎาคม 2558
by
National Science and Technology Development Agency (NSTDA) - Thailand
Coronavirus [autosaved]
by
Pann Palaco
คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19 (ฉบับภาษาไทย)
by
Klangpanya
ไข้หวัดใหญ่
by
Lilrat Witsawachatkun
Poster h1n1 03
by
sivapong klongpanich
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
องค์ความรู้ (Factsheet) เรื่อง โรคติดต่ออุบัติใหม่
by
นายสามารถ เฮียงสุข
More from Anyamanee Kantawong
DOC
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
DOC
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
DOC
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
DOC
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
DOC
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
DOC
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
DOC
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
PDF
K17
by
Anyamanee Kantawong
PDF
K16
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Thai
by
Anyamanee Kantawong
PDF
9be68fd865574bbbc9ae2d12d08fe6e8
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Gat1
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Brand s+summer+camp+2011_biology
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Vocab krusomsri
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Vocabulary
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Pat2
by
Anyamanee Kantawong
PDF
Calculus www.clipvidva.com
by
Anyamanee Kantawong
PDF
ใบงานที่ 8
by
Anyamanee Kantawong
PDF
ใบงานที่ 77
by
Anyamanee Kantawong
PDF
ใบงานที่ 6
by
Anyamanee Kantawong
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
608 112126
by
Anyamanee Kantawong
K17
by
Anyamanee Kantawong
K16
by
Anyamanee Kantawong
Thai
by
Anyamanee Kantawong
9be68fd865574bbbc9ae2d12d08fe6e8
by
Anyamanee Kantawong
Gat1
by
Anyamanee Kantawong
Brand s+summer+camp+2011_biology
by
Anyamanee Kantawong
Vocab krusomsri
by
Anyamanee Kantawong
Vocabulary
by
Anyamanee Kantawong
Pat2
by
Anyamanee Kantawong
Calculus www.clipvidva.com
by
Anyamanee Kantawong
ใบงานที่ 8
by
Anyamanee Kantawong
ใบงานที่ 77
by
Anyamanee Kantawong
ใบงานที่ 6
by
Anyamanee Kantawong
1
1.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตัวอย่ างข้ อสอบ และวิธีการตอบข้ อสอบ คําสั่ ง อ่านบทความเรื่ อง “นักเรี ยนดี” ในบทความมีขอความที่กาหนดซึ่งพิมพ์ดวยอักษรตัวเข้มอยู่ 8 ข้อความ ้ ํ ้ ํ ท้ายบทความจะมีตารางสรุ ปข้อความที่กาหนดซึ่งแต่ละข้อความจะมีตวเลข 2 หลักกํากับ แล้วสรุ ปความ ั ํ เชื่ อมโยงของข้อความที่ กาหนดแต่ ละข้อความกับข้อความอื่ นๆที่ เหลื อ ให้สอบคล้องกับเนื้ อหาใน ํ บทความ และเป็ นไปตามเกณฑ์ที่กาหนด ดังต่อไปนี้ ํ O ถ้าข้อความที่กาหนดมีขอความอื่น (ซึ่ งอาจมีได้หลายข้อความ) เป็ นผลโดยตรง หรื อที่ เกิดขึนใน ้ ้ ลําดับถัดมา ให้ระบายตัวเลข 2 หลักหน้าข้อความที่เป็ นผลโดยตรงหรื อที่เกิดขึ้นในลําดับถัดมา แล้วตาม ด้วยตัวอักษร “A” ํ O ถ้าข้อความที่กาหนดมีขอความอื่น (ซึ่ งอาจมีได้หลายข้อความ) เป็ นส่ วนประกอบ / องค์ ประกอบ / ้ ความหมาย ให้ระบายตัวเลข 2 หลักหน้าข้อความที่ เป็ นส่ วนประกอบ / องค์ประกอบ / ความหมาย แล้วตามด้วยตัวอักษร “D” ํ O ถ้าข้อความที่กาหนดมีขอความอื่น (ซึ่ งอาจมีได้หลายข้อความ) ถูกลด / ยับยั้ง / ปองกัน / ห้ าม / ้ ้ ขัดขวาง ให้ระบายตัวเลข 2 หลักหน้าข้อความที่ถูกลด / ยับยั้ง / ป้ องกัน / ห้าม / ขัดขวางนั้น แล้วตาม ด้วยตัวอักษร “F” ํ O ถ้าข้อความที่กาหนดไม่ มีข้อความอื่น ที่เป็ นผลโดยตรง หรื อที่เกิดขึ้นในลําดับถัดมา หรื อที่เป็ น ส่ วนประกอบ / องค์ประกอบ / ความหมาย หรื อที่ถูกลด / ยับยั้ง / ป้ องกัน / ห้าม / ขัดขวาง ดังกล่าว ข้างต้น ให้ระบายคําตอบเป็ นตัวเลข “99” แล้วตามด้วยตัวอักษร “H” ทั้งนีให้ ใช้ เลขกํากับข้ อความทีกาหนด 01,02,03,…08 เป็ นเลขข้ อ 1,2,3,…8 ในกระดาษคําตอบ ้ ่ํ ข้ อสอบแต่ ละข้ ออาจมีได้ หลายคําตอบ หากตอบผิดจะถูกหักคะแนนคําตอบทีผดคําตอบละ 3 คะแนน ่ ิ โดยหักจากคะแนนรวมของข้ อสอบข้ อนั้นๆ (ไม่ หักคะแนนข้ ามข้ อ) ดังนั้นถ้ าไม่ มั่นใจ อย่ าเดา หน้ า 1
2.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) คําแนะนําวิธีการทําข้ อสอบ นําข้อความพร้อมหมายเลขกํากับที่สรุ ปไว้ในตารางท้ายบทความ มาร่ างเป็ นแผนภูมิเพื่อแสดง ความเชื่อมโยงสัมพันธ์ตามบทความเรื่ อง นักเรี ยนดี โดยใช้สญลักษณ์ดงนี้ ั ั O เส้นที่มีหวลูกศร ( ั ํ ) ชี้ จากข้อความที่กาหนดไปยังข้อความที่ เป็ นผลโดยตรง หรื อที่ เกิดขึนในลําดับถัดมา ้ O เส้นที่ไม่มีหวลูกศร ( ั ํ ) ชี้ จากข้อความที่กาหนดไปยังข้อความที่เป็ นส่ วนประกอบ / องค์ ประกอบ / ความหมาย O เส้นที่มีหวลูกศรและกากบาท ( ั ํ ) ชี้ จากข้อความที่ กาหนดไปยังข้อความที่ ถูกลด / ยับยั้ง / ปองกัน / ห้ าม / ขัดขวาง ้ หน้ า 2
3.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 1 ไข้ หวัดใหญ่ สายพันธ์ ใหม่ 2009 ตามที่เป็ นข่าวอยู่ในปั จจุบนนี ้คงหนีไม่พ้นข่าวเกี่ยวกับยอดผู้ป่วยที่เป็ นโรคไข้ หวัดใหญ่สาย ั พันธ์ ใหม่ 2009 ซึงถือว่าในประเทศไทยนันได้ มีการระบาดอย่างรวดเร็ วในช่วงเดือนมิถนายน ทังนี ้จาก ่ ้ ุ ้ ข้ อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับแพร่ กระจายของเชื ้อนันพบว่า เชื ้อสายพันธ์นี ้มิได้ เกิดการแพร่ แต่เฉพาะคน ้ สู่คนเท่านัน แต่ยังสามารถแพร่ จากคนสู่สัตว์ เช่น สุกร ได้ อีกด้ วย ซึ่งได้ เกิดขึนมาแล้ วในประเทศ ้ ้ แคนาดา ดังนันจากข้ อมูลการแพร่ ระบาดของไข้ หวัดสายพันธ์ นี ้ ทํ าให้ คนไทยจํ านวนไม่น้อยที่ ตื่น ้ ตระหนกและเร่วหาวิธีปองกันจากเชื ้อโรคตัวนี ้ ้ ไข้ หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 คือไข้ หวัดใหญ่ ชนิดเอชวันเอ็นวัน ซึงจัดว่าคนละสายพันธ์ ่ กับไข้ หวัดนก ในช่วงแรกๆนันประเทศไทยได้ ใช้ ชื่อเรี ยกไข้ หวัดชนิดนี ้ว่าไข้ หวัดหมู จากนันก็เปลี่ยนเป็ น ้ ้ ไข้ หวัดแม็กซิโก และเปลี่ยนมาเป็ นไข้ หวัดใหญ่สายพันธ์ ใหม่ 2009 ตามการเรี ยกชื่อในระบบสากลใน ที่สด คนที่เป็ นโรคไข้ หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 นี ้เกิดจากการติดเชื ้อ H1N1 ซึงเชื ้อได้ เริ่มแพร่ระบาด ุ ่ จากแถบประเทศแมกซิโกและสหรั ฐอเมริ กา จากนันเมื่อประชากรในประเทศดังกล่าวที่ ติดเชื อได้ ้ ้ เดินทางไปยังทวีปอื่นหรื อประเทศอื่นก็เป็ นการนําเชื ้อโรคจากคนๆหนึ่งไปแพร่ ส่คนอีกจํานวนมากใน ู ทวีปต่อๆไป สําหรับอาการของคนที่เป็ นโรคไข้ หวัดใหญ่ สายพันธ์ ใหม่ 2009 นันจะทําให้ เกิดอาการต่างที่ ้ คล้ ายคลึงกับคนที่เป็ นโรคหวัดโดยทัวไป กล่าวคือ เมื่อเป็ นหวัดชนิดนี ้แล้ วจะทําให้ มีอาการปวดเมื่ อย ่ ตามร่ างกาย มีไข้ สง และไอ มีนํ ้ามูก ซึงด้ วยอาการที่คล้ ายกับหวัดชนิดธรรมดาที่มาตามฤดูนี ้เองทําให้ ู ่ ประชาชนจํานวนมากเกิดความวิตกว่าหวัดที่ตนเองเป็ นนันแท้ ที่จริ งแล้ วเกิดจากเชื ้อไวรัสตัวไหนกันแน่ ้ แต่ทงนี ้จากรายงานการเสียชีวิตเมื่อเทียบกับอัตราผู้ที่ติดเชื ้อแล้ วพบว่า ประเทศไทยยังคงอยู่ที่ร้อยละ ั้ 0.4 เท่านัน(ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 ) ดังนันจึงถือว่าโอกาสที่ผ้ ติดเชื ้อจะเสียชีวิตนันน้ อยมาก แต่ ้ ้ ู ้ ประเด็นสําคัญสําหรับไข้ หวัดสายพันธ์ นี ้ก็คือการแพร่ ระบาดของเชือดังที่ได้ กล่าวไปแล้ วในตอนต้ น ้ ซึงจะเป็ นการแพร่ ระบาดในสองส่วน โดยส่วนแรกจะเป็ นการแพร่ ระบาดจากคนสู่คน ในอีกส่วนหนึ่งก็ ่ คือการแพร่ จากคนสู่ สัตว์ ได้ อีกด้ วย ซึงโอกาสที่จะทําให้ เชื ้อไวรัส H1N1 เกิดการผ่าเหล่าย่อมมีสงขึ ้น ่ ู ซึงเชื ้อ ่ หน้ า 3
4.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) อาจจะไปผสมกับไวรั สสายพันอื่นๆที่ อยู่ในสัตว์ แล้ วทํ าให้ เชื อมีความรุ นแรงขึนก็เป็ นได้ สิ่งนี ทําให้ ้ ้ ้ นักวิทยาศาสตร์ การแพทย์เกิดความวิตกเป็ นอย่างยิ่ง สําหรับการรักษานันโดยหลักแล้ วแพทย์จะไม่จ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ในทันทีที ้ พบว่าติดเชื อ ทังนี ก็ เพราะคนที่ เป็ นโรคนี สามารถรั กษาให้ หายเองได้ โดยไม่ต้องทานยาต้ านไวรั ส ้ ้ ้ ้ ดังกล่าว วิธีการที่แพทย์แนะนําก็คือการกินยาลดไข้ และพักผ่อนให้ เพียงพอ ซึงหากร่างกายแข็งแรงก็จะ ่ ใช้ เวลาเพียง 2-3 วันก็จะสามารถหายเป็ นปกติ แต่หากรายใดที่ได้ รับเชื ้อไปมากๆ ผู้ป่วยก็จะปวดเมื่อย และมีไข้ สูงมาก แพทย์ ก็อาจตัดสินใจจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir)เพื่อยับยังเชื อไวรั ส แต่ ้ ้ สาเหตุที่แพทย์ไม่จายยาให้ สําหรับคนทุกคนก็เนื่องจากยามีอยูจํากัด และโดยสภาพแล้ วผู้ป่วยสามารถ ่ ่ หายได้ เอง และหากจ่ายยาทังๆที่ผ้ ป่วยไม่ได้ มีอาการรุนแรงก็อาจเป็ นการเสี่ยงที่เชื ้อจะดื ้อยา ซึงจะยาก ้ ู ่ ต่อการรักษา ดังนันหากผู้ใดทราบว่าตนเองติดเชือ H1N1 แล้ วเป็ นหวัดสายพันนี ้จนมีอาการของโรค ดังได้ ้ ้ กล่าวมาแล้ วนันก็ให้ กินยาลดไข้ และพักผ่ อนให้ เพียงพออยู่กบบ้ านก็สามารถช่วยลดหรื อบรรเทา ้ ั อาการต่างๆได้ แล้ ว เพราะโรคนี ้สามารถหายได้ เอง หากผู้ป่วยรายใดที่มีอาการไอ มีนํามูก ก็ไม่ควรไป ้ อยูใกล้ ชิดผู้อื่นหรื อาจหาผ้ าปิ ดจมูกมาปิ ดเพื่อปองกันการแพร่ระบาดของเชื ้อที่มีอยูในสารคัดหลัง ่ ้ ่ ่ หน้ า 4
5.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 1 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 กินยาลดไข้ และพักผ่ อนให้ เพียงพอ 02 ติดเชื้อ H1N1 03 คนสู่ คน 04 ไข้ หวัดใหญ่ สายพันธ์ ใหม่ 2009 05 ไข้ หวัดใหญ่ ชนิดเอชวันเอ็นวัน 06 การแพร่ ระบาดของเชื้อ 07 มีไข้ สูง 08 ไอ มีนํามูก ้ 09 ปวดเมื่อยตามร่ างกาย 10 คนสู่ สัตว์ หน้ า 5
6.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 2 คดีเขาพระวิหาร เมื่อปี 2501ราชอาณาจักไทย และราชอาณาจักกัมพูชาต่างก็อ่างกรรมสิทธิ์เหนือตัวปราสาท เขาพระวิหารว่าเป็ นของตนจนเกิดข้ อโต้ แย้ งกรรมสิทธิ์ในตัวปราสาทเขาพระวิหาร ด้ วยเหตุนี ้เอง หนทางที่ไทยและกัมพูชาจะหาทางเจรจาแบบทวิภาคีเพื่อให้ ได้ ข้อสรุปอย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ ในตัวปราสาทย่อมน้ อยลง เพราะต่างฝ่ ายต่างกล่าวอ้ างกรรมสิทธิ์ด้วยการยึดแผนที่คนละฉบับ ดังนัน ้ ราชอาณาทังสองจึงได้ ตกลงยินยอมที่จะนําคดีขึนศาลโลกซึ่งเป็ นศาลระหว่างประเทศที่ทงประเทศ ้ ้ ั้ ไทยและประเทศกัมพูชาต่างก็เป็ นภาคีภายใต้ ข้อบังคับของสหประชาชาติ สําหรับแผนที่ที่กัมพูชานํามาใช้ อ้างในชันพิจารณาคดีของศาลโลกนันเป็ นแผนที่ที่จัดทําขึ ้น ้ ้ โดยประเทศฝรั่งเศสซึงเคยไปยึดเอากัมพูชาเป็ นเมืองขึ ้นนานถึง 50 ปี โดยแผนที่ฉบับดังกล่าวได้ ทําขึ ้น ่ เมื่อปี 2450 ซึงได้ กําหนดเอาตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็ นดินแดนในจังหวัดหนึ่งของกัมพูชา ส่วนฝ่ าย ่ ไทยนันได้ อ้างแผนที่ซงได้ ทําไว้ กบฝรั่งเศสแต่เดิม ตังแต่ปี 2447 ซึงยึดถือเอาสันปั นนํ ้าของเขาพระวิหาร ้ ึ่ ั ้ ่ เป็ นสําคัญ ดังนันจะเห็นได้ วาแผนที่ที่กมพูชานํามาใช้ กล่าวอ้ างนันเป็ นแผนที่แบ่งเขตแดนประเทศที่ทํา ้ ่ ั ้ ขึ ้นในภายหลัง เมื่อนําคดีขึ ้นศาลโลกแล้ ว ในที่สดก็นํามาสูการที่ศาลโลกมีคาพิพากษาในเรื่ องนี ้ ซึงแบ่งออก ุ ่ ํ ่ แบ่งเป็ นสองประเด็น ด้ วยกันก็ คือ พิพากษาให้ ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในอาณาเขตภายใต้ อธิ ป ไตยของกั ม พู ช า ทัง นี เ้ นื่ อ งจากศาลได้ พิ จ ารณาแล้ ว เห็ น ว่า ฝ่ ายไทยมิ ไ ด้ โ ต้ แ ย้ ง แผนที่ ท่ ี ้ ฝรั่ งเศสได้ จดทําขึนใหม่ ศาลจึงถือหลักที่วา "ใครที่นิ่งจะถูกถือว่ายินยอม ถ้ าเขาสามารถพูดได้ " หรื อ ั ้ ่ หลักกฎหมายปิ ดปาก (estoppel) นันเองทังนี ้ก็เพราะฝ่ ายไทยเองถึงแม้ จะรู้ว่าแผนที่ที่ฝรั่งเศสได้ จดทํา ่ ้ ั ขึ ้นใหม่ในปี 2450 นันมีความผิดพลาดไปจากแผนที่ที่ได้ จดทําเมื่อปี 2447 แต่ไทยก็มิได้ โต้ แย้ งให้ เกิด ้ ั การแก้ ไขให้ ถูกต้ อง ซึ่งการไม่ดําเนินการเช่นนันโดยหลักของกฎหมายระหว่างประเทศถือว่ายินยอม ้ หรื อยอมรับนันเอง ส่วนคําพิพากษาอีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่ องโบราณวัตถุ ศาลโลกก็ได้ พิพากษาให้ ่ ไทยต้ องคืนโบราณวัตถุทงหลายจากปราสาทพระวิหารให้ แก่ กัมพูชา ซึงผลจากคําพิพากษาใน ั้ ่ หน้ า 6
7.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) สองประเด็นดังกล่าวนี ้ถึงแม้ ว่าไทยจะไม่ยอมรับในคําตัดสินแต่ไทยก็ยอมที่จะปฏิบติตามพันธกรณี ั จากคําพิพากษาดังกล่าว จากวันที่ศาลโลกได้ มีคําพิพากษาไม่เกินหนึ่งเดือนประเทศไทยก็ได้ ทําหนังสือไปยังเลขาธิการ สหประชาชาติเพื่อทําการประท้ วงคําพิพากษาของศาลโลก ทังนี ้ก็เพื่อรักษาสิทธิต่างๆ การประท้ วง ้ คําพิพากษาในครังนี ้ส่งผลให้ ไทยยังคงมีสิทธิท่ จะทวงปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ้ ี จากปี 2505 ซึงเป็ นปี ที่ศาลโลกได้ ตดสินจนถึงปี 2551 นันยังคมถือว่าประเทศไทยยังใช้ สทธิใน ่ ั ้ ิ การสงวนที่จะทวงคืนปราสาทเขาพระวิหารคืนมาด้ วยวิธีการทางกฎหมาย แต่ในปี 2551รัฐบาลไทยซึง ่ มีนายนพดล ปั ทมะ เป็ นรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศได้ ทําการลงนามในแถลงการณ์ ร่วมไทย กัมพูชาเกี่ยวกับการยินยอมให้ กมพูชาขึ ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่เพียงฝ่ ายเดียว ซึงก็ถือว่าไทย ั ่ ได้ ยอมรับโดยปริ ยายว่าปราสาทพระวิหารนันเป็ นของกัมพูชาแต่เพียงผู้เดียวหรื ออาจถือได้ ว่าไทยยอม ้ ที่จะสละสิทธิต่างๆตามที่ได้ โต้ แย้ งมาตังแต่ปี 2505 ดังนันแถลงการณ์ร่วมฉบับดังกล่าวนี ้จึงมีผลใน ้ ้ ลักษณะเป็ นการลดหรื อสละสิทธิของไทยที่จะทวงคืนปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา แต่หลังจากนัน ้ ไม่นานก็ได้ มีคนนําเรื่ องการลงนามในแถลงการณ์ ร่วมนีส่งฟองศาลรัฐธรรมนูญเอให้ วินิจฉัยว่าการ ้ ้ กระทําดังกล่าวนันขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หรื อไม่ ซึงในที่สดก็มีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ้ ่ ุ ออกมาว่าการลงนามแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวมิได้ นําเข้ าสู่การพิจารณาของรัฐสภาก่อนจึงเป็ นการฝ่ า ฝื นรัฐธรรมนูญ เป็ นผลให้ แถลงการณ์ร่วมฉบับดังกล่าวไม่ชอบด้ วยรัฐธรรมนูญไปในที่สด แต่ทงนี ้คํา ุ ั้ วินิจฉัยของศาลรั ฐธรรมนูญมิได้ มีผลไปยกเลิกเพิกถอนถึงการกระทําระหว่างรัฐกับรัฐ หน้ า 7
8.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 2 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 02 ประท้ วงคําพิพากษาของศาลโลก 03 พิพากษาให้ ไทยต้ องคืนโบราณวัตถุท้งหลาย ั จากปราสาทพระวิหารให้ แก่ กมพูชา ั 04 พิพากษาให้ ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในอาณา เขตภายใต้ อธิปไตยของกัมพูชา 05 ศาลโลกมีคาพิพากษา ํ 06 เกิดข้ อโต้ แย้งกรรมสิ ทธิ์ในตัวปราสาทเขา พระวิหาร 07 แถลงการณ์ ร่วมไทยกัมพูชา 08 นําคดีขึนศาลโลก ้ 09 ฝ่ ายไทยมิได้ โต้ แย้ งแผนทีทฝรั่งเศสได้ จัดทํา ่ ี่ ขึนใหม่ ้ 10 ไทยยังคงมีสิทธิทจะทวงปราสาทเขาพระ ี่ วิหารกลับคืนมา หน้ า 8
9.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 3 ปฏิบตตวอย่ างไรให้ เซลล์ สมองไม่ เสื่อมหรื อเสื่อมช้ าลง ั ิ ั เซลล์ร่างกายโดยปกติจะมีการผลัดเปลี่ยนไปเรื่ อยๆ ซึงสังเกตได้ จากขี ้ไคลที่หลุดลอกออกมา ่ ตอนที่เราถูตว แต่สําหรับเซลล์สมองนันหากเซลล์ได้ ตายลงไปแล้ วก็จะไม่มีการเกิดใหม่ทดแทน พูด ั ้ ง่ายๆก็คือตายแล้ วตายเลย ดังนันหากจะให้ เรามีความจําที่ดีและระบบการทํางานยังคงปกติจนแก่ เรา ้ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงปั จจัยที่ทําให้ เซลล์สมองเสื่อม ในส่วนของเซลล์ สมองนันจะมีการพัฒนาการที่ ้ รวดเร็วและเพิ่มจํานวนตังแต่ในครรภ์จนกระทังอายุประมาณ 6 ขวบ แล้ วเซลล์ก็จะหยุดเพิ่มจํานวน แต่ ้ ่ เซลล์จะมีการเพิ่มขนาดขึ ้นมาบ้ าง ในส่วนของคนแก่นนเซลล์สมองบางส่วนจะเสื่อมไปหรื ออาจตายไป ั้ เลย ซึงสิงเหล่านี ้จะเป็ นที่มาของการเกิดความจําเสื่อมและการทํางานของร่างกายที่ผิดปกติ ่ ่ ปั จจัยที่ ทําให้ เซลล์ สมองเสื่อมนันผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนพอจะทราบบ้ าง เช่น การไม่ค่อย ้ พักผ่อนสมองหรื อการหมกมุ่นอยู่กับความเครี ยด ก็จะทําให้ สมองทํางานจนจนเกิดการล้ าและอาจ เสื่อมได้ แต่ในบทความนี ้จะขอกล่าวถึงในเชิงบวกดังนี ้ ปั จจัยที่ทาให้ เซลล์ สมองไม่ เสื่อมนันจริ งๆ ํ ้ แล้ วมีด้วยกันหลายประการแต่สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี ้เป็ นสิ่งที่เกิดขึ ้นได้ ทกๆ วันและสามารถควบคุมได้ ุ คือ การไม่เคร่ งเครี ยด ไม่ นอนดึก และไม่ดื่มกาแฟ เพราะหากเรามัวเคร่ งเครี ยดแล้ วนอนดึกๆแถมยัง ดื่มกาแฟก็ ย่อมทํ าให้ เซลล์ สมองที่ต้องการจะพักกลับต้ องทํ างานหนักยิ่งขึน เพราะกาแฟนันมีสาร ้ ้ คาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ด้ วยเหตุนี ้เซลล์สมองจึงเหมือนกับถูกบังคับให้ ทํางานไปเรื่ อยๆแม้ กระทัวว่าในขณะนันจะล้ ามากแล้ วก็ตาม ่ ้ การที่เราไม่เครี ยดก็เป็ นผลดี กล่าวคือโดยปกติแล้ วใบหน้ าของคนเราก็จะแก่ลงไปตามการ เวลา หากอายุมากรอยเหี่ยวย่นก็จะมาก แต่หากเราไม่ เคร่ งเครี ยดก็จะทําให้ ใบหน้ าไม่แก่เกินวัย ซึ่ง จะต่างกับคนที่ต้องทํางานหนักๆหรื อคนที่ต้องครุ่ นคิดตลอดเวลา โดยคนเหล่านี ้หากมองจากใบหน้ าก็ จะคิดว่าเป็ นคนมีอายุมากกว่าความเป็ นจริ งเสมอๆ ดังนันเมื่อไม่เครี ยดแล้ วก็ทําให้ ใบหน้ าไม่ แก่ เกิน ้ วัย กับทังยังทําให้ เซลล์สมองไม่ทํางานหนักจนเกินไป เพราะการที่คนเราอยูในภาวะความเครี ยดนานๆ ้ ่ มันก็ จะทํ าให้ สมองต้ องทํ างานหนักนานๆนั่นเอง สําหรั บปั จจัยที่ ทํา ให้ เซลล์ สมองไม่เสื่อมอีกสอง ประการก็คือไม่นอนดึก และไม่ ด่ มกาแฟก็ยอมส่งผลเช่นเดียวกันกับการไม่เคร่งเครี ยดกล่าวคือทําให้ ื ่ หน้ า 9
10.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ใบหน้ าไม่แก่ เกิ นวัยและทํ าให้ เซลล์ สมองไม่ ทํางานหนั กเกินไป เมื่อเซลล์ สมองไม่ทํา งานหนัก จนเกินไปแล้ วก็ย่อมทําให้ เซลล์ สมองไม่ เสื่อม ซึ่งเป็ นหลักธรรมดาที่เข้ าใจได้ ง่าย ดังนันเมื่อรู้ เช่นนี ้ ้ แล้ วเราก็สามารถที่จะทําให้ เซลล์สมองเราไม่เสื่อมหรื อทําให้ เสื่อมอย่างช้ าที่สดได้ ด้วยการทําในสิ่งที่ได้ ุ กล่าวมาข้ างต้ น เมื่อไรก็ตามที่เซลล์สมองไม่เสื่อมก็ย่อมไม่ทําให้ เราความจําเสื่อม แต่เพื่อความไม่ประมาท ในตอนนี ้ก็ได้ มีงานวิจยที่ค้นพบว่าการดื่มชาเขียวและชาดํานันจะช่วยปองกันการเกิดความจําเสื่อม ั ้ ้ ได้ หากมีโอกาสก็อาจจะลองนํามาดื่มเพื่อช่วยปองกันเอาไว้ ก็จะดี เพราะอาจจะปองกันไว้ ได้ บ้าง ้ ้ ดังนันหากไม่ต้องการให้ เซลล์สมองเสื่อมก็ควรกระทําตามดังที่ได้ กล่าวมาแล้ วข้ างต้ น และ ้ ประเด็นที่หลายๆคนมักมองข้ ามก็คือการกินอาหารเช้ า ซึงสมองก็ย่อมต้ องการพลังงานในการทํางาน ่ ดังนันหากเรากินอาหารเช้ าทุกวัน สมองก็จะมีพลังงานในการที่จะคิดและสังการ ดังนันการกินอาหาร ้ ่ ้ เช้ าทุกวันก็ยอมเป็ นการปองกันเซลล์สมองเสื่อมได้ เช่นกัน ่ ้ สําหรับบางคนนันอาจจะต้ องอยู่ในภาวะเครี ยดบ่อยๆ ทางแก้ เพื่อที่จะไม่ให้ ตวเองเครี ยดก็คือ ้ ั การไปพักผ่อนหย่อนใจ หรื อไปเล่นกีฬาตอนหลังจากเลิกงานหรื อเลิกเรี ยนเพื่อให้ ร่างกายได้ ผ่อนคลาย แล้ วหลังสารเอนโดฟิ นออกมา ซึงสารตัวนี ้จะทําให้ ร่างกายมีความสุขและผ่อนคลายจากความเครี ยด ่ ่ ได้ ส่วนคนที่ตดกาแฟ ซึงต้ องดื่มทุกๆวัน สิ่งนี ้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะทําให้ เซลล์สมองเริ่ มเสื่อมลงไปช้ าๆ ิ ่ หากไม่ด่มชนิดที่เข้ มข้ นแบบติดต่อกันก็คงจะไม่ได้ ทําให้ เซลล์เสื่อมมากนัก ดังนันหากจะดื่มก็พอจะดื่ม ื ้ ได้ บ้าง แต่ต้องไม่บ่อย เพราะหากดื่มบ่อยๆก็เท่ากับการที่เราไปบังคับสมองให้ ทํางานบ่อยๆ สุดท้ ายก็ ย่อมนํามาสูการที่เซลล์สมองเสื่อมอีก ่ หน้ า 10
11.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 3 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 กินอาหารเช้ าทุกวัน 02 เซลล์ สมองไม่ เสื่ อม 03 ปัจจัยทีทาให้ เซลล์ สมองไม่ เสื่ อม ่ ํ 04 ความจําเสื่ อม 05 ใบหน้ าไม่ แก่ เกินวัย 06 ไม่ ดื่มกาแฟ 07 ไม่ เคร่ งเครียด 08 ไม่ นอนดึก 09 การดื่มชาเขียวและชาดํา 10 เซลล์ สมองไม่ ทางานหนักเกินไป ํ หน้ า 11
12.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 4 ผลไม้ กับมะเร็ง ประเทศไทยนันตามหลักวิชาการแล้ วจะแบ่งฤดูกาลออกเป็ น 3 ฤดู ก็คือ ฤดูฝน ฤดูหนาว และ ้ ฤดูร้อน แล้ วในแต่ละฤดูก็จะมีผลไม้ ที่ออกดอกออกผลแตกต่างกันตามแต่ละชนิด สําหรับในช่วงเดือน กรกฎาคมนี ้จะเป็ นช่วงหน้ าฝน ซึงเป็ นช่วงที่มีเงาะ ลําไย และลิ ้นจี่กําลังออกผล ดังนันหากจะกินเงาะ ่ ้ ลําไย และลิ ้นจี ้ในราคาที่ถกก็ควรจะกินในช่วงเดือนนี ้ เพราะเป็ นการกินผลไม้ ตามฤดู สาเหตุที่ทําให้ ผล ู ไม้ ราคาถูกในช่วงที่เป็ นฤดูเก็บเกี่ยวนันก็เพราะผลไม้ ชนิดนันๆโดยส่วนใหญ่แล้ วมักจะออกผลพร้ อมๆ ้ ้ กัน จึงทําให้ ปริ มาณผลไม้ ที่ออกมาสูท้องตลาดมีมาก เมื่อเป็ นเช่นนันหากพ่อค้ าและแม่ค้าอยากจะให้ ่ ้ ขายผลไม้ ของตนเองได้ ก็ต้องลดราคาแข่งกับคูแข่งคนอื่นเพื่อดึงดูดใจลูกค้ าให้ มาซื ้อผลไม้ ของตน ด้ วย ่ เหตุนี ้เองที่ทําให้ ราคาของผลไม้ จะค่อยๆลดลงในช่วงเก็บเกี่ยวผล ผลไม้ ที่กล่าวมาข้ างต้ นนันเมื่อสุกแล้ วก็จะมีรสหวาน ทังนี ้ก็เพราะในผลไม้ จะมีนําตาลฟลุกโต ้ ้ ้ สอยู่ ซึ่งเป็ นนํ ้าตาลโมเลกุลเดี่ยวและเป็ นชนิดเดียวกันกับที่พบในนํ ้าผึ ้ง ซึ่งนํ ้าตาลชนิดนี ้สามารถให้ พลังงานได้ เช่นเดียวกับนํ ้าตาลกลูโคส ดังนันหากเรารับประทานผลไม้ ที่มีรสหวานเพราะมีนํ ้าตาลฟลุก ้ โตสมากๆและบ่อยๆก็จะเสี่ ยงต่ อโรคอ้ วนได้ เช่นกัน ทังเงาะ ลําไย และลิ ้นจี ้นันนักวิทยาศาสตร์ ได้ ทําการวิจยแล้ วพบว่ามีสารต้ านอนุมูลอิสระที่ ้ ้ ั ช่วยในการต่อต้ านการก่อมะเร็ งได้ โดยสารต้ านอนุมลอิสระดังกล่าวก็คือสารอีลาจิก แอซิด (Ellagic ู acid) นันเอง ซึ่งสารต้ านอนุมลอิสระนี ้จะพบมากในเมล็ดของผลไม้ ดงกล่าว คุณสมบัติของสารต้ าน ่ ู ั อนุมลอิสระก็คือสามรถที่จะยับยังหรื อต้ านการก่ อมะเร็ งและการก่อกลายพันธุ์ได้ จากที่กล่าวมานัน ู ้ ้ จะเห็นได้ ว่าผลไม้ เหล่านี ้ล้ วนมีประโยชน์ทงสิ ้น สําหรับประโยชน์ ในการยับยังหรื อต้ านการก่อมะเร็ ง ั้ ้ และการก่ อกลายพั นธุ์ นัน มนุษ ย์ จะไม่สามารถรั บประโยชน์ นีไ้ ด้ โดยตรงจากการกิ น เพราะสาร ้ ดังกล่าวนี ้จะพบในเมล็ดของผลไม้ ทงสามชนิด ดังนันหากจะให้ ได้ ประโยชน์จากสารเหล่านี ้ก็จะต้ อง ั้ ้ นําเอาเมล็ดไปผ่านกระบวนการสกัดเอาสารต้ านอนุมลอิสระออกมาก่อน เพราะปกติแล้ วจะไม่มีใครกิน ู เมล็ดของเงาะ ลําไย และลินจี ้ ส่วนประโยชน์อีกประการหนึงที่ได้ กล่าวมาแล้ วก็คือผลไม้ ทงสามชนิดนี ้ ้ ่ ั้ หน้ า 12
13.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) จะมีนําตาลฟลุกโตส ซึ่งในเพศชายนําตาลชนิดนีจะมีบทบาทสําหรับตัวอสุจิเป็ นอย่างมาก เพราะ ้ ้ ้ นํ ้าตาลชนิดนี ้เป็ นอาหารของอสุจิ ผลไม้ ใ นช่ ว งเดือ นกรกฎาคมของทุก ๆปี ที่ เ ด่น ๆก็ มี ดัง นี ้ เงาะ ลํ า ไย ทุเ รี ย น ลิน จี่ และ ้ ลองกอง ถึงแม้ ในช่วงเดือนกรกฎาคมจะเป็ นช่วงที่ผลไม้ ออกสูตลาดเยอะ แต่กลับปรากฏว่าบางคนไม่ ่ สามารถที่จะกินผลไม้ ที่กล่าวมาได้ หรื ออาจกินได้ บ้างในบางชนิด ทังนี ้ก็เพราะผลไม้ เหล่านี ้มาพร้ อมกับ ้ หน้ าฝน ซึงบางคนก็มีอาการไข้ เจ็บคอ ตัวร้ อน หากกินผลไม้ เหล่านี ้ซึงมีรสหวานเข้ าไปอีกก็อาจทําให้ ่ ่ อาการเหล่านันเพิ่มขึ ้นได้ ้ จากที่ ก ล่าวมาทังหมดนี ้ จริ งๆแล้ วผลไม้ ไม่ได้ มีประโยชน์ เพียงเท่านี ้ แต่ยังมี ประโยชน์ อีก ้ มากมายซึ่ง ประโยชน์ บางอย่า งนัน มนุษ ย์ อ าจจะยัง ค้ น ไม่พ บก็ เ ป็ นได้ แต่ทัง นี ถึ ง แม้ ว่า ผลไม้ จ ะมี ้ ้ ้ ประโยชน์ ม ากก็ ต าม ในแต่ ล ะครั ง ก่ อ นที่ จ ะกิ น ก็ ค วรจํ า นํ า ไปล้ า งหรื อ ทํ า ความสะอาดก่ อ นจะ ้ รับประทาน เพื่อปองกันสารพิษตกค้ างหรื อเชื ้อโรคที่ติดมากับผลไม้ ซึ่งแทนที่จะได้ รับประโยชน์กลับ ้ ต้ องมารับสารพิษเข้ าไปด้ วย หากสารดังกล่าวมีฤทธิ์ร้ายแรงก็อาจทําให้ ถึงตายได้ ภายในเวลาไม่นาน แต่โดยมากแล้ วสารพิษในผลไม้ มกจะเป็ นสารที่ไปสะสมในร่างกายมากกว่า แล้ วจะค่อยๆเพิ่มปริ มาณ ั มากขึ ้นเรื่ อยๆ จนถึงระดับที่สามารถก่ออันตรายต่อร่างกายได้ เช่น เกิดมะเร็ง เป็ นต้ น หน้ า 13
14.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 4 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 เงาะ 02 ลินจี้ ้ 03 ลําไย 04 การก่ อมะเร็ง 05 มีสารต้ านอนุมูลอิสระ 06 เสี่ ยงต่ อโรคอ้ วน 07 มีนําตาลฟลุกโตส ้ 08 ผลไม้ ในช่ วงเดือนกรกฎาคม 09 การก่ อกลายพันธุ์ 10 สารอีลาจิก แอซิด (Ellagic acid) หน้ า 14
15.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 5 ผลกระทบของก๊ าซเรื อนกระจก สําหรับบางคนคิดว่าในปั จจุบนนี ้อากาศร้ อนขึ ้นกว่าสมัย 10 ปี ที่แล้ ว ซึ่งประเด็นในเรื่ องนี ้ ั นักวิทยาศาสตร์ ได้ ทําการศึกษาแล้ วพบว่า โลกเรานันเกิดภาวะโลกร้ อนขึ ้น โดยสาเหตุแทบทังสิ ้นเกิด ้ ้ จากการกระทํ า และกิ จ กรรมของมนุ ษ ย์ เช่ น การใช้ นํ า มั น ในโรงงานอุ ต สาหกรรม การเปิ ด ้ เครื่ องปรับอากาศ การคมนาคมขนส่ง แม้ กระทังอากาศที่เราหายใจออกมาก็มีส่วนในการทําให้ โลก ่ ร้ อนได้ เช่นกัน ก๊ าซในอากาศมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคณสมบัติเฉพาะตัว เช่น ช่วยให้ ติดไฟ หรื อ ุ อาจติดไฟ เป็ นต้ น แต่ก๊าซที่มีผลกระทบต่อธรรมชาติแบบวงกว้ างทัวโลก ก็คือก๊ าซเรื อนกระจก ซึ่งมี ่ ด้ วยกันหลายชนิด ได้ แก่ ก๊ าซไนตรั สออกไซด์ (NO) ก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊ าซมีเทน (CH4) และสารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอน (CFCs) ซึงก๊ าซหรื อสารแต่ละชนิดที่กล่าวมานี ้มีความ ่ ร้ ายแรงหรื อมีคณสมบัตในการทําให้ เกิดภาวะโลกร้ อนแตกต่างกัน ุ ิ ก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (CO2) นันถือว่าเป็ นก๊ าซที่ร่างกายมนุษย์และสัตว์ขบออกมาจาก ้ ั ร่ างและ เพราะจัดว่าเป็ นของเสีย และเมื่อขับออกมาแล้ ว พืชก็จะนําเอาก๊ าซนีไ้ ปใช้ ในกระบวนการ สังเคราะห์แสง ดังนันพืชจึงมีความสารถในการลดปริ มาณก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (CO2)ได้ เป็ นอย่าง ้ ดี ด้ วยเหตุนี ้จะพบว่าสหประชาชาติได้ มีการรนรงค์ให้ แต่ละประเทศช่วยกันปลูกต้ นไม้ เพื่อทําหน้ าที่เป็ น ปอดของโลก โดยหากประเทศใดปลูกต้ นไม้ ได้ เยอะสหประชาชาติก็จะมีงบประมาณสนับสนุนให้ สําหรับสารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอน (CFCs)นันโดยมากแล้ วจะพบในนํ ้ายาตู้เย็น ้ และนํ ้ายาแอร์ และสารที่ใช้ ในการทําความเย็นในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในบรรดาก๊ าซหรื อสารทัง 4 ้ ชนิดที่กล่าวมา สาร CFCs นี ้มีความสามารถในการดูดซับคลื่นรังสีความร้ อนได้ มากที่สด ดังนันสาร ุ ้ CFCs จึงถูกควบคุมการผลิตโดยพิธีสารมอนทรี ออล (Montreal Protocol on Substances that Deplete the Ozone Layer) ซึงเป็ นข้ อตกลงร่ วมกันระหว่างนานาประเทศในการควบคุมการผลิตและ ่ การบริโภคสารที่ทําลายชันของชันโอโซนที่ห่อหุ้มบรรยากาศโลก ้ ้ หน้ า 15
16.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ก๊ าซหรื อสารทังสี่ชนิดที่ได้ กล่าวมาในข้ างต้ น ล้ วนมีคณสมบัติสองประการ คือ ประการแรก ้ ุ ก๊ าซหรื อสารเหล่านี ้มีความสามารถดูดซับคลื่นรังสีความร้ อนได้ ซึงโดยปกติแล้ วรังสีความร้ อนที่มาจาก ่ ดวงอาทิตย์แทบทังหมดจะถูกสะท้ อนกลับไป แต่เมื่อในชันบรรยากาศของโลกมีก๊าซเรื อนกระจกเหล่านี ้ ้ ้ ก็ ทํ า ให้ รั ง สี ค วามร้ อนถูก ดูด ซับ เอาไว้ ม ากขึน สํ า หรั บ คุณ สมบัติอี ก ประการหนึ่ ง ก็ คื อ สารเหล่า นี ้ ้ สามารถทําลายชันโอนโซนได้ ซึงสิ่งที่เกิดขึ ้นตามมาก็คือ จะทําให้ เกิดรู โอโซน(Ozone hole) ทังนี ้ ้ ่ ้ นักวิทยาศาสตร์ ได้ พิสจน์และสํารวจแล้ วพบว่าบริ เวณขัวโลกใต้ ได้ เกิดรู โอโซน(Ozone hole)ขึ ้นแล้ ว ู ้ โดยมีขนาดพื ้นที่กว้ างกว่าประเทศไทย 60 เท่า ดังนันเมื่อชันบรรยากาศเกิดรู โอโซน(Ozone hole) ก็ ้ ้ ย่อมทําให้ คลื่นรั งสีความร้ อนผ่ านมายังโลกได้ มากขึน และในที่สดผลที่ตามมาก็คือเกิดภาวะโลก ้ ุ ร้ อน ซึ่งจากที่กล่าวมาแล้ วว่าคุณสมบัติของก๊ าซเรื อนกระจกที่สามารถดูดซับคลื่นรั งสีความร้ อน เอาไว้ ได้ นนเป็ นคุณสมบัติข้อสําคัญที่ทําให้ เกิดภาวะโลกร้ อนได้ เช่นกัน ดังนันในชีวิตประจําวันของ ั้ ้ มนุษย์นน หากสามารถหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้ เกิดก๊ าซเรื อนกระจกได้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง ั้ สําหรับประเทศไทยนันเป็ นประเทศที่กําลังพัฒนา ซึ่งศักยภาพในการก่อให้ เกิ ดก๊ าซเรื อน ้ กระจกนันถือว่าน้ อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในโลก ซึ่งประเทศไทยก่อให้ เกิดก๊ าซเรื อนกระจํา ้ เพียง 0.5% เท่านัน แต่หากพิจารณาดูข้อมูลของประเทศอื่นๆอย่างสหรัฐอเมริ กา จะพบว่า เป็ น ้ ประเทศที่ก่อให้ เกิดก๊ าซเรื อนกระจกมากเป็ นอันดับหนึ่ง คือ ประมาณ 26.4% รองลงมาก็คือประเทศ ญี่ปน ประมาณ 16.7% ดังนันประเทศที่ให้ กําเนิดก๊ าซเรื อนกระจกเหล่านี ้จะต้ องชดใช้ ค่าปล่อยก๊ าซ ุ่ ้ เรื อนกระจก เพราะก๊ าซเรื อนกระจกมิได้ ก่อให้ เกิดผลเสียแต่เฉพาะประเทศที่ให้ กําเนิดเท่านัน แต่ก๊าซเก ้ ล่านี ้จะส่งผลต่อประชากรทัวโลกพร้ อมๆกัน ่ หน้ า 16
17.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 5 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 คลืนรังสี ความร้ อนผ่ านมายังโลกได้ มากขึน ่ ้ 02 ก๊ าซเรือนกระจก 03 สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอน (CFCs) 04 ก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (CO2) 05 ก๊ าซมีเทน(CH4) 06 ก๊ าซไนตรัสออกไซด์ (NO) 07 สามารถดูดซับคลืนรังสี ความร้ อน ่ 08 สามารถทําลายชั้นโอนโซนได้ 09 เกิดภาวะโลกร้ อน 10 เกิดรู โอโซน(Ozone hole) หน้ า 17
18.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 6 แมลงวันกับนิตกีฎวิทยา ิ มีใครทราบบ้ างว่าแมลงวันสามารถที่จะบอกถึงระยะเวลาหลังการตายได้ ซึ่งมีประโยชน์ใน กระบวนการยุตธรรม ทังนี ้เนื่องจากแมลงวันนันมีนิสยชอบกินสิงปฏิกลหรื อซากเน่าของสัตว์ ดังนันหาก ิ ้ ้ ั ่ ู ้ มีการฆาตกรรมอําพรางคดีเกิดขึ ้น ถึงแม้ มนุษย์จะไม่ทราบแต่กลิ่นของศพหรื อกลิ่นคาวเลือดก็ไม่อาจ หลุด พ้ น จากต่อ มรั บ กลิ่ น ของแมลงวัน ได้ ดัง นัน แมลงวัน จึ ง สามารถทราบได้ ทัน ที ที่ ศ พเริ่ ม มี ส าร ้ บางอย่างที่ สามารถส่งกลิ่นได้ ซึ่งเมื่อแมลงวันบินไปยังศพที่พบแล้ วนันก็ จะทํ าการวางไข่เอาไว้ ยัง ้ บริ เวณต่างๆของศพ และเมื่อมีผ้ มาพบศพในภายหลังก็สามารถเก็บเอาระยะต่างๆของแมลงวันที่มี ู พัฒนาการตังแต่ไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัยไปวิเคราะห์ถึงระยะเวลาหลังการตายได้ ้ เกี่ ย วกับนิ ติ กี ฏวิท ยานัน ผู้เ ขี ย นได้ เ คยทํ า การวิ จัย มาแล้ ว ซึ่ง จะขอกล่า วไว้ อย่า งคร่ า วๆใน ้ บทความดังนี ้ เนื่องจากแมลงวันมีคณสมบัติพิเศษในการรับกลิ่น ดังนันนักนิติวิทยาศาสตร์ จึงสามารถ ุ ้ นําคุณสมบัติข้อนี ้มาใช้ เป็ นพื ้นฐานในการวิเคราะห์ถึงระยะเวลาหลังการตาย โดยจากงานวิจยซึ่งใช้ ั ซากศพหมูแทนศพมนุษย์พบว่าภายหลังที่นําศพไปวางไว้ ยงบริ เวณที่ใช้ ทําการวิจย แมลงวันได้ ทําการ ั ั วางไข่ตงแต่วนแรก โดยจะพบบริ เวณซอกหู จากนันเมื่อเวลาผ่านไปพัฒนาการจะเริ่ มจากไข่เปลี่ยนไป ั้ ั ้ เป็ นตัวอ่อน ซึ่งตัวอ่อนนี ้เป็ นกุญแจสําคัญและกุญแจหลักในการนํามาใช้ วิเคราะห์ถึงระยะเวลาหลัง การตาย โดยปกติตัวอ่ อนซึ่งหมายถึงหนอนแมลงวันนันจะแบ่งออกเป็ นสามขนาดหรื อสามระยะ แต่ ้ ละระยะใช้ เวลาประมาณหนึ่งวัน(อาจแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์) ซึงหนอนแมลงวันนันจะมีอวัยวะ ่ ้ สําคัญหรื อส่วนประกอบสําคัญสองส่วน คือ มี Posterior spiracle หรื อช่องหายใจส่วนท้ าย และ มี Cephalophalyngeal skeleton ซึงเป็ นส่วนที่เป็ นโครงสร้ างส่วนหัวของหนอนแมลงวัน คุณสมบัติหรื อ ่ ส่วนประกอบสองประการนี ้จะสามารมองเห็นได้ นนจะต้ องนําหนอนแมลงวันไปผ่าแล้ วส่องด้ วยกล้ อง ั้ จุลทรรศน์ ด้ วยส่วนประกอบหรื อคุณสมบัติทงส่องประการที่หนอนแมลงวันมีนีทําให้ สามารถบอก ั้ ้ สายพันธ์ และอายุของหนอนแมลงวันได้ กล่าวคือหนอนแมลงวันที่มีอายุเพียง 1 วัน จะมี Posterior spiracle เพียง 1 ช่อง และช่องจะเพิ่มขึ ้นไปจนครบ 3 ช่องในวันที่ 3 (กรณีนี ้เป็ นหนอนของแมลงวันหัว เขียว) หน้ า 18
19.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) จากนันเมื่อหนอนแมลงวันโตจนถึงระยะที่งดกินอาหาร พัฒนาการก็จะก้ าวเข้ าสู่ระยะดักแด้ ้ ซึ่งในระยะนี ้หนอนแมลงวันจะเคลื่อนที่ออกจากกองซากศพเพื่อไปหาบริ เวณที่แห้ งเพื่อฝั งตัวแล้ วทํา การเข้ าฝั กซึงก็คอการกลายเป็ นดักแด้ นนเอง สิงที่เกิดขึ ้นในลําดับถัดมาของพัฒนาการก็คือการเปลี่ยน ่ ื ั่ ่ จากดักแด้ มาเป็ นตัวเต็มวัย ซึงถือว่าเป็ นระยะสุดท้ ายของพัฒนาการ ่ จากที่กล่าวมานันล้ วนเป็ นข้ อมูลพัฒนาการของแมลงวันซึงประกอบด้ วย 4 ระยะที่เกิดขึ ้นเป็ น ้ ่ ลําดับๆโดยเริ่ มต้ นจากไข่ แมลงวัน ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ทังนี ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อ ้ ้ พัฒนาการของแมลงวันนันก็มีด้วยกันหลายปั จจัย แต่ปัจจัยที่สําคัญที่สดก็คืออุณหภูมิ โดยจากการ ้ ุ วิจยพบว่า หากอุณหภูมิสงพัฒนาการในแต่ละขันจะเร็ว แต่หากอุณหภูมิตํ่าพัฒนาการก็จะช้ าลง ั ู ้ ดังนันจากกงานวิจยสามารถนําข้ อมูลไปใช้ ในเชิงเปรี ยบเทียบกับกรณีที่พบศพของมนุษย์ได้ ้ ั เช่น หากเราพบขนาดของหนอนแมลงวันในระยะที่หนึง(ซึงเป็ นตัวที่โตที่สดในบรรดาหนอนแมลงวันที่ ่ ่ ุ พบบนซากศพนัน)ก็ย่อมแสดงว่าศพดังกล่าวน่าจะเสียชีวิตมาแล้ วประมาณสองวัน เพราะระยะเวลาที่ ้ แมลงวันวางไข่นนประมาณ 24 ชัวโมง รวมกับระยะเวลาของตัวอ่อนในระยะที่หนึง อีกหนึงวัน เป็ นสอง ั้ ่ ่ ่ วัน เป็ นต้ น แต่ทงนี ้เพื่อให้ เกิดความแม่นยําในการคํานวณระยะเวลาหลังการตายให้ มากยิ่งขึ ้นก็ควรจะ ั้ มีการทําการวิจยในฤดูกาลอื่นๆ และสถานการณ์ที่ตางๆเพิ่มเติม ั ่ หน้ า 19
20.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 6 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 หนอนแมลงวัน 02 ไข่ 03 ตัวอ่ อน 04 ดักแด้ 05 ตัวเต็มวัย 06 สามารถบอกสายพันธ์ และอายุของหนอน แมลงวันได้ 07 พัฒนาการของแมลงวัน 08 อุณหภูมิ 09 มี Posterior spiracle 10 มี Cephalophalyngeal skeleton หน้ า 20
21.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 7 การมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร สื่อนับว่ามีบทบาทอย่างมากต่อพฤติกรรมของคนในสังคม โดยเฉพาะพฤติกรรมของเด็กและ วัยรุ่น ทังนี ้เนื่องจากวัยเด็กและวัยรุ่นนันเป็ นวัยที่มีความสงสัย มีการเรี ยนรู้ และกําลังหาแบบอย่างเพื่อ ้ ้ เป็ นแนวทางของตนเอง ทังนี ้สื่อที่มีบทบาทต่อพฤติกรรมมากที่สดก็คือสื่อโทรทัศน์ เพราะสื่อโทรทัศน์ ้ ุ นันสามารถสื่อสารกับผู้รับสื่อทังด้ วยเสียงและภาพ และเป็ นสื่อที่สามารถรับชมได้ ตลอดเวลา แต่ส่ือที่ ้ ้ เห็นว่าจะมาแรงและอาจแซงความมีอิทธิพลของสื่อโทรทัศน์ได้ ก็คือสื่ออินเตอร์ เน็ต ที่เป็ นเช่นนี ้ก็เพราะ อิ น เตอร์ เ น็ ต นัน เป็ นระบบเชื่ อ มโยงทั่ว โลก ที่ ผ้ ูเ ข้ า ใช้ แล้ ว แต่ว่า จะเลื อ กชมอะไรก็ ไ ด้ ซึ่ง มี ใ ห้ เ ลือ ก ้ มากกว่าจํานวนช่องของทีวี ดังนันเมื่อสื่อที่อยู่ในระบบอินเตอร์ เน็ตเป็ นระบบไร้ พรมแดนก็ย่อมหลีกหนี ้ ไม่พ้นที่จะปนเปไปด้ วยสื่อที่ไม่เหมาะไม่ควร เช่น สื่อลามกอนาจาร สื่อความรุนแรง เป็ นต้ น ปั ญหาสังคมในปั จจุบนมีมากมาย เช่น ปั ญหาความรุ นแรง ปั ญหาเพศสัมพันธ์ เป็ นต้ น แต่ที่ ั เห็ น จะเป็ นปั ญ หาอัน เกิ ด จากพฤติ ก รรรมของวัย รุ่ น หรื อ วัย เด็ ก ก็ ค งหนี ไ ม่ พ้ น ปั ญ หาเรื่ อ งการมี เพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร ทังนี ปัจจัยที่ ส่งผลให้ มี เพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควรนันมีทัง ที่ เป็ นปั จจัย ้ ้ ้ ้ ภายนอกและทังที่เป็ นปั จจัยภายใน ได้ แก่ สื่อลามกอนาจาร ซึ่งจัดว่าเป็ นปั จจัยภายนอก เด็กอยากรู้ ้ อยากลอง เด็กขาดความเข้ าใจเรื่ องเพศสัมพันธ์ ซึงจัดว่าเป็ นปั จจัยภายใน เป็ นต้ น สําหรับในสอง ่ ปั จจัยแรกนันซึงก็คือ สื่อลามกอนาจาร และการที่เด็กอยากรู้อยากลองนันจะเป็ นตัวที่ก่อให้ เกิดอารม ้ ่ ้ ทางเพศขึ น โดยเฉพาะสื่ อ ลามกอนาจารที่ มี อ ยู่อ ย่ า งกลาดเกลื่ อ นทัง ในท้ องตลาดและในโลก ้ ้ อินเตอร์ เน็ต ซึ่งหากเด็กหรื อวัยรุ่ นไปดูหรื อใช้ สื่อเหล่านี ้แล้ วก็จะก่อให้ เกิดอารมทางเพศที่อาจขาดสติ จนกระทําการมิสมควรก่อนวัยซึงก็คือการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรนันเอง แต่สาเหตุที่ทําให้ เด็กหรื อ ่ ่ วัยรุ่ นมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควรนันมิได้ มาจากการที่พวกเขาเกิดอารมทางเพศอย่างเดียว แต่ยงมี ้ ั สาเหตุมาจากการขาดความรู้ความเข้ าใจเรื่ องเพศสัมพันธ์อีกด้ วย ดังนันเมื่อเกิดมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควรแล้ ว สิ่งที่อาจจะเกิดขึ ้นตามมาก็ไม่ยากเกินไปที่ ้ จะคาดเดา ก็คือ อาจติดโรคเพศสัมพันธ์จากการเพศสัมพันธ์ในครังนัน หรื อหากไม่ตดโรคก็อาจเกิดการ ้ ้ ิ ตังครรภ์ ไม่ พงประสงค์ ขึ ้นมาก็ได้ ซึงปั ญหานี ้ข้ อนี ้นับว่าได้ เพิ่มมากขึ ้นทุกวันๆ โดยสามารถสังเกตได้ ้ ึ ่ หน้ า 21
22.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) จากข่าวตามหน้ าหนังสือพิมพ์หรื อโทรทัศน์ที่บอกว่า “เด็กอายุ 14 ตังครรภ์” ซึงวัยที่มีอายุแค่นี ้ ้ ่ เป็ นวัยที่เพิ่งจะเริ่ มเข้ าสู่วยเจริ ญพันธ์ เท่านัน แต่ก็ต้องมาตังครรภ์เสียแล้ ว เมื่อเกิดการตังครรภ์เช่นนัน ั ้ ้ ้ ้ สิงที่เกิดขึ ้นตามมาก็อาจมีได้ สองกรณี ก็คือเด็กคนนันไปทําแท้ งหรื อไม่เช่นนันก็ต้องปล่อยให้ คลอดไป ่ ้ ้ ซึ่งถือว่าเป็ นการมีบุตรเมื่อยังไม่ พร้ อม ที่กล่าวเช่นนี ้ก็เพราะผู้ที่เป็ นแม่นนยังมีอายุน้อยอยู่มากจน ั้ เสมือนเป็ นรุ่นพี่ของลูกที่คลอดออกมา สําหรับคนที่ติดโรคทางเพศสัมพันธ์ นันหากจะโชคดีหน่อยก็อาจจะเป็ นพวกโรคหนองใน ้ หรื ออาจจะเป็ นโรคเริ่ ม แต่หากโชคร้ ายก็อาจจะรับเอาเชื ้อ HIV เข้ าไปก็เป็ นได้ ส่วนผู้หญิงก็อาจจะ แถมเชื ้อไวรัส HPV ที่ก่อให้ เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ ในส่วนของการปองกันปั ญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรนันควรที่จะแก้ สวนที่เป็ นปั จจัย ้ ้ ่ ที่ส่งผลให้ มีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร ซึงได้ กล่าวไว้ แล้ วว่าประกอบด้ วยสามประการคือ สื่อลามก ่ อนาจาร เด็กอยากรู้ อยากลอง และเด็กขาดความเข้ าใจ ซึงหากรัฐบาลเอาจริ งเกี่ยวกับการยับยังหรื อ ่ ้ ปองกัน ก็ ไ ม่ ย ากเกิ ดกํ า ลัง เพราะปั จ จัย เหล่า นี ล้ว นสามารถใช้ ก ลไกของรั ฐ เข้ า จัด การได้ เช่ น รั ฐ ้ ้ ปราบปรามสื่อลามกอนาจารอย่างจริ งจัง ปลูกฝั งศีลธรรมและจริ ยธรรมให้ แก่เด็ก รวมทังให้ ความรู้ แก่ ้ เด็กด้ วยการบรรจุประเด็นเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันอันควรไว้ ในหลักสูตรการศึกษาขันพื ้นฐาน ้ เป็ นต้ น หน้ า 22
23.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 7 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 สื่ อลามกอนาจาร 02 ตั้งครรภ์ ไม่ พงประสงค์ ึ 03 เกิดอารมทางเพศ 04 ติดโรคทางเพศสั มพันธ์ 05 ปัจจัยทีส่งผลให้ มีเพศสั มพันธ์ ก่อนวัยอันควร ่ 06 มีบุตรเมื่อยังไม่ พร้ อม 07 ทําแท้ ง 08 มีเพศสั มพันธ์ ก่อนวัยอันควร 09 เด็กอยากรู้อยากลอง 10 เด็กขาดความเข้ าใจเรื่องเพศสั มพันธ์ หน้ า 23
24.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 8 ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปั จจุบัน เนื่ อ งจากเศรษฐกิ จ ของแต่ล ะประเทศนัน มี ความเกี่ ย วโยงกับ เศรษฐกิ จ ของประเทศอื่ น ๆ ้ โดยเฉพาะประเทศที่ เ ป็ นมหาอํ า นาจอย่ า งสหรั ฐ อเมริ ก า และเมื่ อ เกิ ด ปั ญ หาหนี เ้ สี ย ในธุ ร กิ จ อสัง หาริ ม ทรั พ ย์ ใ นสหรั ฐ อเมริ ก าก็ ย่อ มส่ง ผลกระทบเป็ นทอดๆไปยัง ประเทศต่า งๆจนเกิ ด ภาวะ เศรษฐกิจโลกถดถอย ซึงภาวะเช่นนี ้ก็มีความคล้ ายคลึงกับเมื่อปี 2540 ที่ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะ ่ เศรษฐกิจต้ มยํากุ้งหรื อฟองสบู่นั่นเอง ดังนันถึงแม้ ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยจะส่งผลกระทบต่อ ้ ประเทศไทยแต่ก็มิได้ สาหัสเหมือนกับหลายๆประเทศ ทังนี ้ก็เพราะประเทศไทยเคยมีบทเรี ยนมาแล้ วจึง ้ พอจะรู้แนวทางในการรับมือพอสมควร สิ่งที่เป็ นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยในประเทศไทยก็คือ ทําให้ สินค้ าส่งออกได้ น้ อ ยลง ชาวต่า งชาติ ม าเที่ ย วน้ อยลง และประชาชนในประเทศมี ก ารออมมากขึ น ซึ่ง จะเห็ น ว่ า ้ ผลกระทบที่ เ กิ ด ขึน จากภาวะเศรษฐกิ จ โลกถดถอยนี ยัง มิ ใ ช่ ผ ลสุด ท้ า ยที่ จ ะเกิ ด เพราะในกรณี ที่ ้ ้ ประชาชนมีการออมมากขึ ้นนันย่อมส่งผลกระทบต่อจํานวนเงินระบบเศรษฐกิจของประเทศ กล่าวคือ ้ การออมที่มากขึ ้นจะทําให้ เงินในระบบน้ อยลง ที่เป็ นเช่นนี ้มิใช่เพราะประชาชนไม่มีเงินหรื อยากจน แต่เนื่องจากประชาชนเกิดความไม่มนใจถึงภาวะเศรษฐกิจที่อาจกลับไปฝื ดเคืองเหมือนที่เคยเป็ นมาก็ ั่ ได้ ดังนันจึงเป็ นเหตุให้ ประชาชนโดยส่วนใหญ่จะใช้ จ่ายเฉพาะส่วนที่จําเป็ นในการดํารงชีวิตเท่านัน ้ ้ สําหรับทางแก้ กรณีที่เงินในระบบน้ อยลงนัน รัฐบาลในปั จจุบนได้ ใช้ วิธีการกระตุ้นการใช้ จ่ายของภาค ้ ั ประชาชนด้ วยการแจกเช็คช่ วยชาติ มูลค่ า 2,000 บาท ให้ แก่ประชาชนผู้ที่มีรายได้ ประจําน้ อย ซึงผล ่ ที่ตามมาก็สามารถที่จะเพิ่มปริมาณเงินในระบบได้ มากพอสมควร กรณีที่ชาวต่ างชาติมาเที่ยวน้ อยลงนันก็สงผลกระทบโดยตรงไม่ตางจากการออม ก็คือทําให้ ้ ่ ่ เงินในระบบน้ อยลงเช่นกัน ทังนี ้เพราะจํานวนเม็ดเงินที่จะมาจากต่างประเทศในรูปของการบริการการ ้ ท่องเที่ยวนันได้ ลดลง สําหรับกรณีผลกระทบอันเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยกรณีสดท้ ายก็คือ ้ ุ ประเทศไทยส่ งสินค้ าออกได้ น้อยลง ทังนี ้ก็เพราะต่างประเทศก็ได้ รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ้ ถดถอยเช่นกัน ดังนันเพื่อเป็ นการปองกันเงินในประเทศรั่วไหลออกนอกประเทศ จึงทําให้ ยอดสังซื ้อ ้ ้ ่ หน้ า 24
25.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) สินค้ าจากประเทศไทยก็ลดลงด้ วย มิหนําซํ ้าสําหรับในบางประเทศได้ เริ่มใช้ วิธีการกีดกันทาง การค้ า และนําเข้ าสินค้ าน้ อยลง ซึงการที่ประเทศเหล่านันทําเช่นนี ้ก็มิได้ ถือว่าเป็ นเรื่ องเลวร้ ายสําหรับ ่ ้ ประเทศไทย เพราะทุกๆประเทศต่างก็จะต้ องรักษาสภาพคล่องของการเงินและการคลังภายในประเทศ ทังสิ ้น ้ ผลที่เกิดขึ ้นตามมาจากการส่งสินค้ าออกได้ น้อยลงก็คือ โรงงานลดปริ มาณการผลิตสินค้ า เพื่อปรับตัวตามคําสังซื ้อสินค้ าจากต่างประเทศที่ลดลง จากนันผลกระทบที่เกิดขึ ้นจากการที่โรงงานลด ่ ้ ปริ มาณการผลิตสินค้ า ก็คือการปลดคนงาน เพื่อปรับขนาดของการประกอบการ การปลดคนงาน จํานวนมากก็ย่อมส่งผลให้ เกิดคนว่างงานจํานวนมาก ซึ่งเป็ นปั ญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และ วิธีการปลดคนงานนี ้ก็เป็ นวิธีการที่ผ้ ประกอบการทุกขนาด ทังขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ทัวโลกใช้ กน ู ้ ่ ั เพื่อความอยูรอดขององค์กร ่ รัฐบาลภายใต้ การนําของนายอภิสทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ หาแนวทางในการลดปั ญหาคนว่ างงาน ิ ด้ วยการจัดโครงการต้ นกล้ าอาชีพขึ ้นทัวประเทศ เพื่อให้ คนที่ว่างงานได้ ฝึกฝนอาชีพและทักษะต่างๆ ที่ ่ สามารถนํ ามาใช้ ในการทํ ามาหากิ นได้ ด้วยตนเอง ซึ่งผลของการดําเนินโครงการต้ นกล้ าอาชีพก็ สามารถสร้ างงานและรายได้ ให้ แก่คนที่วางงามรวมทังคนที่มีรายได้ ประจําอยู่แล้ วได้ มากพอสมควร ซึง ่ ้ ่ ถือว่าเป็ นวิธีการแก้ ปัญหาที่ทนด่วนและได้ ผลดีในระยะยาว ั หน้ า 25
26.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 8 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 โครงการต้ นกล้าอาชีพ 02 แจกเช็คช่ วยชาติ มูลค่ า 2,000 บาท 03 โรงงานลดปริมาณการผลิตสิ นค้ า 04 ส่ งสิ นค้าออกได้ น้อยลง 05 มีการออมมากขึน ้ 06 ชาวต่ างชาติมาเทียวน้ อยลง ่ 07 ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย 08 คนว่ างงาน 09 การปลดคนงาน 10 เงินในระบบน้ อยลง หน้ า 26
27.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 9 ความฉลาดของสัตว์ เคียวเอือง ้ ้ มีสํานวนที่ติดปากคนไทยมานาน ซึงมักจะใช้ ว่าหรื อกล่าวหาคนที่คิดไม่เป็ น ไม่ฉลาด หรื อโง่ ่ สํานวนดังกล่าวก็คือ “โง่เหมือนควาย” ซึงคนที่ถกกล่าวหาเช่นนัน ก็จะเกิดอาการไม่พอใจที่ถกกล่าวหา ่ ู ้ ู เช่นนัน แต่หากจะถามทังคนที่กล่าวหาและคนที่ถกกกล่าวหาเช่นนันว่า “แล้ วควายโง่อย่างไร” ผู้เขียน ้ ้ ู ้ เชื่อว่าส่วนใหญ่มกจะไม่ทราบว่าทําไมต้ องเอาไปเปรี ยบเทียบกับควาย ในทางกลับกันผู้เขียนกลับเห็น ั ว่าควายนันฉลาดเสียด้ วยซํ ้า เพราะควายจัดเป็ นสัตว์เคี ้ยวเอื ้อง ที่สามารถกินหญ้ าเอาไว้ ได้ จํานวนมาก ้ แล้ วตอนที่ควายพักผ่อนหรื อนอน ควายจะสํารอกเอาหญ้ าที่กินเข้ าไป กลับออกมาเคี ้ยวใหม่ ซึงถือได้ ่ ว่าควายฉลาดมากที่รีบกักตุนอาหารเอาไว้ แล้ วค่อยมาเคี ้ยวให้ ละเอียดอีกครังในยามพักผ่อน ้ หากจะกล่าวถึงสัตว์เคี ้ยวเอื ้องนัน บางคนอาจจะเข้ าใจว่า หมายถึง วัว กับ ควายเท่านัน แต่ ้ ้ จริงๆแล้ ว ยังมีสตว์อีกหลายชนิดที่ได้ ชื่อว่าเป็ นสัตว์เคี ้ยวเอื ้อง เช่น กวาง แพะ แกะ เป็ นต้ น ซึงโดยหลัก ั ่ แล้ วอาหารที่กินจะเป็ นหญ้ าและธัญพืช และสัตว์เหล่านี ้จะมีเท้ าเป็ นกีบคู่ เหตุใดสัตว์เหล่านี ้จะต้ องมี การสํารอกอาหารออกมา และเหตุใดเราจึงเรี ยกสัตว์เหล่านันว่าเป็ นสัตว์เคี ้ยวเอื ้อง ้ สัตว์เคี ้ยวเอื ้องหมายถึงสัตว์ที่มีการกินอาหารเข้ าไป แล้ วมีการสํารอกอาหารออกมาเคียวอีก ้ ครั ง ทังนีก็เพื่อให้ อาหารซึ่งได้ แก่หญ้ าและธัญพืชนันละเอียดมากขึน ดังนันเราจึงถือว่าการสํารอก ้ ้ ้ ้ ้ ้ อาหารออกมาเคี ้ยวเป็ นคุณสมบัติสําคัญของสัตว์ที่จะจัดว่าเป็ นสัตว์เคี ้ยวเอื ้องหรื อไม่ และคุณสมบัติ อีกประการหนึ่ง ที่ เ ป็ นลักษณะเฉพาะของสัตว์ เ คียวเอือ งก็ คือ การที่ สัตว์ เ หล่า นี มีส่ ี กระเพาะหรื อ ้ ้ ้ กระเพาะสี่ห้อง โดยมีกระเพาะห้ องแรกที่ใช้ ในการหมักอาหารจําพวกหญ้ าและใช้ เป็ นที่เก็บกักอาหาร เอาไว้ ซึงสัตว์เคี ้ยวเอื ้องจะสํารอกอาหารออกมาจากกระเพาะส่วนนี ้เพื่อเคี ้ยวอีกครังหนึง กระเพาะส่วน ่ ้ ่ นี ้ชื่อว่ารูเมน (Rumen) ทังนี ้ในกระเพาะส่วนรูเมนนี ้จะมีแบคทีเรี ยจํานวนมากที่ทําหน้ าที่ในการย่อยพืช ้ ที่เป็ นเช่นนี ้ก็เพราะตัวสัตว์เคี ้ยวเอื ้องเองไม่สามารถย่อยหญ้ าหรื อพืชได้ ดังนันจึงต้ องสํารอกอาหาร ้ ออกมาเคี ้ยวให้ ละเอียดเพื่อให้ พื ้นที่อาหารเพิ่มขึ ้น แล้ วแบคทีเรี ยจะทําหน้ าที่ในการย่อยเซลล์พืชที่ถก ู หมักไว้ ในกระเพาะดังนันผลดีของการที่สตว์เคี ้ยวเอื ้องสํารอกอาหารออกมาเคี ้ยวใหม่ก็คือการที่พื ้นที่ ้ ั อาหารเพิ่มขึ ้น ซึงจะทําให้ แบคทีเรี ยย่อยเซลล์พืชได้ ดี การที่พืนที่อาหารเพิ่มขึนนันนอกจากจะทําให้ ่ ้ ้ ้ หน้ า 27
28.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) แบคทีเรี ยย่อยเซลล์ พืชได้ ดีแล้ ว ยังทํ าให้ อาหารจําพวกพืชนันได้ สมผัสกับนํ าย่อยในกระเพาะส่วน ้ ั ้ สุด ท้ า ยเพิ่ ม ขึ น ด้ ว ย สํ า หรั บ กระเพาะที่ เ หลื อ อี ก สามห้ อ ง ได้ แ ก่ เรติ คิ ว ลัม (Reticulum) โอมาซัม ้ (Omasum) อะโบมาซัม(Abomasum) ดังนันจะเห็ นได้ ว่าสัตว์ ที่กล่าวมาทังหมดเป็ นสัตว์ ที่กินหญ้ า และมี กระเพาะสี่ห้องหรื อมีสี่ ้ ้ กระเพาะ ซึงการที่สตว์เหล่านี ้มีสี่กระเพาะนัน ทําให้ มีการหมักอาหารเอาไว้ ในกระเพาะส่วนแรก ทังนี ้ก็ ่ ั ้ ้ เพื่ อ ให้ อ าหารเหล่า นัน เกิ ด การผุพัง และเพื่ อ ให้ แ บคที เ รี ย ย่ อ ยเซลล์ พื ช ได้ ดี แต่ สัต ว์ ที่ กิ น หญ้ า ้ เช่นเดียวกับวัวหรื อควายนันไม่ได้ หมายความว่าจะต้ องมีกระเพาะสี่ห้องหรื อต้ องมีการสํารอกอาหาร ้ ออกมาเคี ้ยวแต่อย่างใด สัตว์ดงกล่าวก็คือ ม้ า ซึ่งม้ านันจะมีกระเพาะเพียงกระเพาะเดียวเหมือนของ ั ้ มนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามม้ าก็ยงจัดว่าเป็ นสัตว์ที่มีเท้ าสองกีบเช่นกัน ั เนื่องจากมีการหมักอาหารและการที่พื ้นที่อาหารเพิ่มขึ ้น ย่อมก่อให้ เกิดผลดีตอแบคทีเรี ย ที่ ่ ทํ า หน้ า ที่ ห ลัก ในการเปลี่ ย นอาหารที่ มี เ ส้ น ใยจํ า พวกพื ช เป็ นสารอาหารที่ สัต ว์ เ คี ย วเอื อ งนํ า ไปใช้ ้ ้ ประโยชน์ได้ นักเรี ยนลองจินตนาการดูว่าหากมนุษย์มีกระเพาะสี่ห้องและมีการสํารอกอาหารออกมาเคี ้ยว เหมือนกับวัวหรื อแพะ มันจะเป็ นการดีหรื อไม่ แต่การที่สัตว์ เคียวเอืองมีคณสมบัติเช่นนันทําให้ สตว์ ้ ้ ุ ้ ั ได้ เปรี ยบเราตรงที่ เราต้ องเคียวอาหารให้ ละเอี ยดก่ อนที่ จะกลืน แต่สัตว์ เคียวเอืองไม่ต้องเคียวให้ ้ ้ ้ ้ ละเอียดให้ มากนักแต่ก็สามารถกลืนได้ เลย เพราะยังไงก็สามารถสํารอกอาหารออกมาเคี ้ยวใหม่ได้ และหากนักเรี ยนสังเกตลักษณะการเคี ้ยวของสัตว์เคี ้ยวเอื ้องจะเห็นว่าการเคี ้ยวนันจะเป็ นไปในลักษณะ ้ เอียงไปซ้ ายขวา หน้ า 28
29.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 9 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 แพะ 02 ม้า 03 วัว 04 ควาย 05 แบคทีเรี ยย่อยเซลล์พืชได้ดี 06 พื้นที่อาหารเพิมขึ้น ่ 07 มีสี่กระเพาะ 08 สัตว์เคี้ยวเอื้อง 09 สํารอกอาหารออกมาเคี้ยว 10 มีการหมักอาหาร หน้ า 29
30.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 10 นิสิตในมหาวิทยาลัยต้ องนอนดึกเพราะอะไร ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็ นอย่างไร เชื่อว่านักเรี ยนหลายๆคนคงอยากทราบและอยากสัมผัสทังนี ้ ้ ก็เพราะคิดว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยนันมีความเป็ นอิสระ และนักเรี ยนสามารถทําอะไรได้ ตามใจตนเอง ้ ซึงหากนักเรี ยนคิดเช่นนี ้ก็ถือว่าไม่ผิด แต่สิ่งที่น่าจะผิดก็คือความมุ่งหมายและความตังใจแต่แรกที่ม่ง ่ ้ ุ ไปแต่เพื่ออยากอิสระมากๆหรื ออยากทํ าอะไรตามใจซึ่งความคิดเหล่านี อาจเป็ นบ่อเกิ ดของความ ้ ผิดพลาดในการเรี ยน เช่น เมื่อเป็ นอิสระก็อาจเที่ ยวดึกได้ นอนดึกๆได้ เพราะอยู่หอพัก พ่อแม่ก็ไม่ ทราบ เป็ นต้ น ซึ่ง การนอนดึก ไม่ว่า จะด้ ว ยสาเหตุใดๆ ย่อ มเป็ นสิ่ ง ที่ อ ยู่คู่กับ นิ สิต ในมหาวิ ท ยาลัย ถึงแม้ ว่าการนอนดึกจะนําไปสูการที่นิสิตต้ องหลับในห้ องเรี ยนหรื อต้ องตื่นสายก็ตามดังนันบทความ ่ ้ นี ้จะนําเสนอบทวิเคราะห์อนเกี่ยวกับการนอนดึกในแง่เพื่อปองปราบนักเรี ยนไว้ ลวงหน้ า ว่าหากจะนอน ั ้ ่ ดึกนันควรมีสาเหตุใดที่ทําให้ ค้ มค่าแก่การนอนดึก และสาเหตุใดที่ทําให้ การนอนดึกนันได้ ประโยชน์ ้ ุ ้ การนอนดึกของนิสตในมหาวิทยาลัยนันเป็ นเรื่ องปกติ ทังนี ้สาเหตุท่ ทาให้ นิสิตนอนดึกอาจมี ิ ้ ้ ี ํ บางเหตุผลที่ฟังขึ ้นและเป็ นเหตุผลที่ดี แต่บางสาเหตุนันอาจสวนทางกับการเป็ นผู้ควรแก่การศึกษา ้ เช่น การอ่านหนังสือจนดึก การทํารายงานจนดึก การทํางานหารายได้ เสริ มจนดึก การดูทีวีดึก การ เที่ยวดึก เป็ นต้ น ที่เป็ นเช่นนี ้ก็เพราะนิสิตแต่ละคนมีพื ้นฐานชีวิตและนิสยส่วนตัวแตกต่างกัน บางคน ั ชอบเที่ยวตอนกลางคืน บางคนชอบดูทีวีดึกๆ บางคนชอบอ่านหนังสือก่อนนอน ดังนัน ผลของการมี ้ นิสยดังกล่าวย่อมแตกต่างกันในนิสิตแต่ละคน สําหรับคนที่นอนดึกเพราะอ่านหนังสือ ถึงแม้ ว่าจะเป็ น ั การนอนดึก แต่การนอนดึกนันก็เพื่อการศึกษา ซึงจะพัฒนาการคิดและความรู้ ของตนเอง จึงถือว่าคุ้ม ้ ่ ค่าที่จะนอนดึกได้ แต่หากจะต้ องนอนดึกเพราะเที่ยวดึก หรื อดูทีวีดก ก็เห็นว่านอกจากจะไม่เป็ นการ ึ ทําให้ เกิดการพัฒนาการคิดและความรู้แล้ ว ยังทําให้ สมองพักผ่อนไม่เพียงพอด้ วย ซึงโดยหลักแล้ วนิสต ่ ิ หรื อนักเรี ยนที่อยู่ในวัยเรี ยนนันจะต้ องมีการพักผ่อน หรื อต้ องนอนหลับให้ มากเพื่อให้ สมองได้ พกผ่อน ้ ั แต่เมื่อต้ องนอนดึกด้ วยเหตุผลดังกล่าวแล้ วสิ่งที่ตามมาก็คือสมองพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะสมองต้ อง ทํางานหนักตลอดเวลา แต่เวลาพักนันมีน้อยลง สิ่งที่เกิดขึ ้นตามมาก็คือการเป็ นคนที่มีสมาธิไม่ แน่ ว ้ แน่ ทังนี ้ก็เพราะ สมองได้ เหนื่อยล้ าจากการที่ได้ ต้องทํางานหนักและได้ พกผ่อนน้ อย ดังนันเมื่อไปเรี ยน ้ ั ้ หน้ า 30
31.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) หนังสือ ถึงแม้ วาจะไม่ตื่นสายหรื อขาดเรี ยนเลย แต่ผลจากการที่สมาธิไม่แน่วแน่ก็คือจะไม่เข้ าใจเนื ้อหา ่ ที่เรี ยน ทังนี ้ก็เพราะในตอนที่เรี ยนนันนิสิตต้ องคิดและวิเคราะห์ไปตามเนื ้อหาที่เรี ยน แต่เมื่อมีสมาธิไม่ ้ ้ แน่วแน่เสียแล้ วก็ยอมทําให้ การคิดวิเคราะห์นนขาดตอนไปหรื อคิดไม่ออกเลยก็ได้ ่ ั้ ผลร้ ายที่ตามมาของการดูทีวีดก การเที่ยวดึก ก็คือ การตื่นสาย ทําให้ ไปเรี ยนสาย ซึงจะเห็นว่า ึ ่ เกิดผลกระทบไปเป็ นทอดๆ ดังนันเมื่อไปเรี ยนสาย ก็ย่อมทําให้ ได้ เรี ยนเนือหาไม่ ครบ เพราะตอนที่ ้ ้ ไปถึงห้ องเรี ยนนันเพื่อนๆร่ วมห้ องได้ เรี ยนเนื อหาไปแล้ วบางส่วน ดังนันเมื่อเป็ นเช่นนีก็จะทํ าให้ ไม่ ้ ้ ้ ้ เข้ าใจเนือหาที่เรี ยน เพราะเนื ้อหาที่เรี ยนนันไม่ครบสมบูรณ์ สําหรับในบางคนถึงแม้ ว่าจะไม่ตื่นสาย ้ ้ แต่ก็จะไปหลับในห้ องเรี ยนซึงผลที่ตามมาก็ไม่ตางกับการไปเรี ยนสายนันเอง ่ ่ ่ เพราะฉะนันหากจะนอนดึกทังทีควรจะมีเหตุผลที่ดีๆ จึงจะทําให้ ไม่เสียทีที่ต้องอดตาหลับขับ ้ ้ ตานอน แต่บางทีการนอนดึกไม่วาด้ วยเหตุผลที่ดีหรื อไม่ดี ก็ทําให้ นิสตตื่นสายหรื อหลับในห้ องเรี ยนได้ ่ ิ เช่นกัน ดังนันหากจะให้ ดีที่สดก็คือการพักผ่อนเสียให้ เพียงพอ และควรจัดเวลาในแต่ละวันให้ ค้ มค่า ้ ุ ุ และให้ มีเวลาพักผ่อนบ้ าง ซึงตามหลักการแพทย์นน ในแต่ละวันเราควรจะหลับประมาณ 6 – 8 ชัวโมง ่ ั้ ่ เพื่อให้ สมองพักผ่อนให้ เพียงพอ และจะทําให้ ระบบทํางานต่างๆในร่ างกายทํางานเป็ นปกติ เมื่อไหร่ ที่ สมองพักผ่ อนไม่ เพียงพอนิสตก็อาจจะเกิดอาการแฮ้ งหรื ออาการสะลึมสะลือขึ ้นได้ ิ หน้ า 31
32.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 10 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 ไปเรี ยนสาย 02 สมองพักผ่อนไม่เพียงพอ 03 เรี ยนเนื้อหาไม่ครบ 04 สาเหตุที่ทาให้นิสิตนอนดึก ํ 05 สมาธิไม่แน่วแน่ 06 หลับในห้องเรี ยน 07 เที่ยวดึก 08 ตื่นสาย 09 ดูทีวีดึก 10 ไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรี ยน หน้ า 32
33.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 11 คนที่ชอบโกหกและชอบพูดเพ้ อเจ้ อ ได้ รับผลอย่ างไร คําพูดของคนนันสําคัญเป็ นอย่างยิ่ง ในบางครังอาจทําให้ ผ้ พดรุ่ งหรื อดับได้ ดังสํานวนไทยที่ว่า “ปลา ้ ้ ู ู หมอตายเพราะปาก” ดังนันก่อนที่จะพูดอะไรต้ องคิดก่อนที่จะพูด ไม่ใช่พดก่อนที่จะคิด ทังนี ้ก็เพราะ ้ ู ้ เมื่อไหร่ก็ตามที่พดก่อนคิด ย่อมเป็ นการเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะไปกระทบหรื อสร้ างความไม่พอใจให้ กบผู้อื่น ู ั ดังนันวิธีการง่ายๆที่จะทําให้ เราพูดดี พูดแล้ วไม่ทําให้ ใครเดือนร้ อน และไม่ทําให้ ตวเองเดือนร้ อนก็คือ ้ ั การมีวจีสจริต ซึงวจีสจริ ตนันประกอบด้ วย การเว้ นจากกการพูดเท็จ(โกหก) เว้ นจากกการพูดส่อเสียด ุ ่ ุ ้ เว้ นจากการพูดคําหยาบ และเว้ นจากการพูดเพ้ อเจ้ อเหลวไหล เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเป็ นคนวจีสุจริ ตได้ เมื่อนัน “เราก็จะไม่ตายเพราะปาก” และ “ปากจะไม่พาจน” ้ คนที่ไม่มีวจีสจริ ตก็ยอมกลายเป็ นคนที่มีแต่วจีทจริต อันประกอบด้ วยสิงที่ตรงข้ ามกับวจีสุจริต ุ ่ ุ ่ โดยวจีทุจริ ตประกอบไปด้ วย การโกหก การพูดส่อเสียด การพูดคําหยาบ การพูดเพ้ อเจ้ อ คําพูดที่มี ลักษณะแบบนี ไ้ ม่ได้ ทําให้ ผ้ ูพูดเจริ ญ หากแต่จะทําให้ เสื่อมไปเรื่ อยๆ เพราะเมื่อไหร่ ก็ตามที่ผ้ ูพูดได้ โกหก พูดส่อเสียด พูดคําหยาบ หรื อพูดเพ้ อเจ้ อ ผลร้ ายที่เกิดกับตัวผู้พดก็คือ ผู้พดนันเองจะกลายเป็ น ู ู ้ คนที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะ การโกหก หรื อการพูดเพ้ อเจ้ อที่เป็ นเรื่ องไร้ สาระหาแก่นสารมิได้ นน ย่อมไม่ ั้ เป็ นผลดีต่อผู้ฟัง มิหนําซํ ้ายังอาจทําให้ ผ้ ฟังเข้ าใจผิดอีกด้ วย ดังนันหากคนๆนันได้ พดเช่นนันบ่อยๆ ก็ ู ้ ้ ู ้ ย่อมทําให้ ความเป็ นคนที่ไม่ น่าเชื่อถือย่อมตกอยู่แก่ตวเขาเอง หากพิจารณาดูให้ ดีๆก็ย่อมจะเห็นได้ ั ว่า ผู้พดนันได้ ทําร้ ายตัวเองไปเรื่ อยๆ เพราะเมื่อไหร่ ก็ตามที่ผ้ พดกลายเป็ นคนที่ไม่น่าเชื่อถือแล้ วละก็ ู ้ ู ู สิ่งที่จะเกิดขึ ้นกับตัวเขาก็คือ เขาจะกลายเป็ นคนที่ไม่มีใครให้ ความสําคัญ ทังนีก็เพราะสิ่งที่เขาพูด ้ ้ ออกมานันไม่มีความสําคัญหรื อหาแก่นสารสาระมิได้ คําพูดก็จะทําให้ ตวผู้พดเองกลายเป็ นคนไร้ สาระ ้ ั ู ในที่สุด แต่ผลร้ ายที่ผ้ ูพูดกลายเป็ นคนที่ไม่น่านับถื อมิได้ มีเพียงแค่การที่ไม่ มีใครให้ ความสําคัญ เท่านัน แต่เขายังจะถูกผู้อื่นมองว่าเป็ นบุคคลที่ไว้ ใจไม่ได้ ทังนีก็เพราะ ผู้ฟังหรื อคนอื่นๆไม่ทราบว่า ้ ้ ้ คําพูดที่ผ้ พดนันเป็ นเรื่ องจริ งหรื อเรื่ องที่เขาโกหกขึ ้นมากันแน่ ดังนันผู้ฟังหรื อคนอื่นๆที่ได้ คยกับผู้พดนัน ู ู ้ ้ ุ ู ้ ก็ย่อมที่จะคิดไว้ ได้ ก่อนว่า “คนๆนี ้เป็ นคนที่ไว้ ใจไม่ ได้ หากจะฟั งเขาพูดก็ต้องเอาไปหารร้ อยก่อนแล้ ว ค่อยเชื่อ” หน้ า 33
34.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) จากการเพียงแค่การพูดเพ้ อเจ้ อ การโกหก การพูดคําหยาบ หรื อการพูดส่อเสียด สิ่งที่ตามมา นันชังเลวร้ ายยิ่งนักดังที่ได้ กล่าวมา และเมื่อใดก็ตามที่ผ้ พดนันกลายเป็ นคนที่ไว้ ใจไม่ได้ หรื อไม่มีใครให้ ้ ่ ู ู ้ ความสําคัญแล้ ว ผู้พดเองก็จะกลายเป็ นคนที่น่าสงสารเป็ นอย่างยิ่ง เพราะการอยู่ร่วมกันในสังคมนัน ู ้ ทุกคนจะต้ องได้ รับความไว้ ใจจากผู้อื่นบ้ างและควรจะเป็ นผู้หนึ่งในสังคมที่จะสามารถช่วยเหลือสังคม ได้ ซงจะทําให้ ผ้ นนเป็ นผู้ที่มีความสําคัญต่อสังคมบ้ างไม่มากก็น้อย แต่เมื่อตัวผู้พดหมดความสําคัญต่อ ึ่ ู ั้ ู สังคมและไม่ได้ รับการไว้ ใจแล้ วผู้นันก็จะเกิดความรู้ สึกโดดเดี่ยวเหมือนกับถูกสังคมทอดทิง ซึ่งดู ้ ้ เหมือนราวกับว่าสังคมนี ้ช่างเลวร้ ายกับเขาเสียเหลือเกิน แต่จริ งๆแล้ วตัวผู้พดเองที่ทําร้ ายตนเองด้ วย ู การพูดด้ วยคําพูดวจีทจริ ต ดังนันเมื่อผู้พดเกิดความรู้ว่าโดดเดี่ยวหรื อรู้สกว่าตนเป็ นส่วนเกินของสังคม ุ ้ ู ึ สิ่งที่จะเกิดขึ ้นต่อไปนันเป็ นไปได้ สองทาง ทางแรกก็คือคนๆนันจะทําทุกวิธีเพื่อเรี ยกร้ องความสนใจ ้ ้ จากผู้อื่ น ซึ่ง วิธี นี เ้ ป็ นการปรั บ ตัว ที่ ผิ ดวิ ธี เพราะโดยส่ว นใหญ่ ค นที่ เ รี ย กร้ องความสนใจนัน มัก จะ ้ พยายามโกหกมากขึ ้น หรื อกลับพูดเพ้ อเจ้ อมากขึ ้น ที่เป็ นเช่นนี ้ก็เพราะเมื่อไม่มีคนสนใจตัวเขา เขาก็ จะทําตัวให้ โดดเด่น เช่น การพยายามแต่งเรื่ องราวเพื่อให้ คนอื่นฟั งตน การพยายามพูดให้ คนอื่นไว้ ใจ ตนจนต้ องชักแม่นํ ้าทังห้ ามาพูด เป็ นต้ น ดังนันการเรี ยกร้ องความสนใจของผู้ที่พดเพ้ อเจ้ อ หรื อผู้ที่พด ้ ้ ู ู โกหกนันจะเป็ นเหตุทําให้ เกิดการโกหกซํ ้าอีก และพูดเพ้ อเจ้ อมากขึ ้นดังที่ได้ กล่าวมาแล้ ว ้ การปรับตัวไปในอีกเส้ นทางหนึ่งนันจะดีกว่าเส้ นทางแรกอย่างมาก และเป็ นเส้ นทางที่ถกต้ อง ้ ู เพราะเป็ นการแก้ ปัญหาที่ต้นเหตุ การปรับตัวในเส้ นทางนี ้ก็คือการปรับปรุ งตัวเอง ทังกริ ยามารยาท ้ และคําพูด ที่เป็ นเหตุให้ ตนเองต้ องกลายเป็ นคนโดดเดี่ยว เมื่อไหร่ ก็ตามที่ผ้ พดนันได้ ปรั บปรุ งตัวเอง ู ู ้ แล้ วผลที่เกิดขึ ้นก็จะตรงข้ ามกับตอนแรก เพราะตอนแระก็คือเขาเป็ นคนวจีทุจริ ต แต่เมื่อปรับปรุ งตัว แล้ ว เขาคนนันก็จะกลายเป็ นคนวจีสจริตไปในทันที ้ ุ หน้ า 34
35.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 11 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 ปรับปรุ งตัวเอง 02 รู ้สึกโดดเดี่ยว 03 ไม่มีใครให้ความสําคัญ 04 เป็ นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ 05 ไว้ใจไม่ได้ 06 เพ้อเจ้อ 07 วจีสุจริ ต 08 เป็ นคนวจีสุจริ ต 09 โกหก 10 เรี ยกร้องความสนใจ หน้ า 35
36.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 12 สัตว์ เคลื่อนที่ได้ 3 มิติ ได้ อย่ างไร หากจะกล่าวถึงนก หลายคนคงบอกว่าตนเองก็เลี ้ยงนก หรื ออาจจะบอกว่าตนเองชอบดูนก แต่นักเรี ยนเคยสงสัยหรื อไม่ว่านกควบคุมทิศทางในการบินได้ อย่างไร ทังๆที่ไม่มีจุดยึดเกาะใดๆใน ้ อากาศ และนอกจากนกแล้ วยังมีสตว์อื่นอีกหรื อไม่ที่สามารถควบคุมทิศทางได้ โดยที่ตวสัตว์เองลอยอยู่ ั ั หรื ออยู่ท่ามกลางสิ่งที่เป็ นของเหลวหรื ออากาศ และสัตว์เหล่านันมีคณสมบัติพิเศษใดที่ทําให้ สามารถ ้ ุ ทรงตัวได้ ดหรื อควบคุมทิศทางได้ ดขนาดนัน ี ี ้ สัตว์ที่เคลื่อนที่ได้ สามมิตินนมีอยู่หลายชนิดด้ วยกัน แต่ที่จะนํามาเสนอในบทความนี ้ ได้ แก่ ั้ นก ปลา ค้ างคาว ซึงสัตว์เหล่านี ้สามารถเคลื่อนที่สามมิติได้ อย่างไร ย่อมมีเหตุผลอธิบาย แต่ก่อนอื่น ่ คําว่าสามมิตินนหมายถึงอะไร เราต้ องมาทําความเข้ าใจก่อน การเคลื่อนที่สามมิตินนหมายถึงการ ั้ ั้ เคลื่อนที่ที่สามารถขึ ้น-ลง ไปด้ านซ้ าย-ขวา และไปข้ างหน้ า-เลี ้ยวไปด้ านหลังได้ ซึ่งการที่สตว์เหล่านี ้ ั สามารถทรงตัวได้ ดีและสามารถทําเช่นนี ้ได้ ก็เพราะมีคณสมบัติสําคัญสองประการ ประการแรกก็คือ ุ การที่สตว์เหล่านี ้ล้ วนมีสมอง Cerebellum เจริ ญดีมาก ซึงถือว่าสมองส่วนนี ้เจริ ญหรื อมีพฒนาการใน ั ่ ั สัตว์เหล่านี ้ดีกว่ามนุษย์อย่างมาก ทังนี ้ก็เพราะสมองส่วนนี ้เป็ นสมองที่ทําหน้ าที่หลักในการควบคุมการ ้ ทรงตัว ดังนันไม่วาสัตว์ใดๆในโลกนี ้มีคณสมบัตข้อนี ้ก็ยอมทําให้ สตว์นนๆสามรถที่จะทรงตัวได้ ดี ้ ่ ุ ิ ่ ั ั้ สําหรับคุณสมบัติอีกประการหนึ่งที่ทําให้ สตว์ ทรงตัวได้ ดีก็คือ การที่สตว์เหล่านันมีร่างกาย ั ั ้ สมมาตร ซึงก็คือการที่ร่างกายมีสองซีกเท่ากัน และหากเรานําเอามาผ่าซีกเพื่อแบ่งซ้ ายขวาแล้ วนําสอง ่ ซีกนันมาประกบกัน ก็จะสามารถประกบกันได้ พอดี ซึงคุณสมบัติข้อนี ้มนุษย์ก็มีเช่นกัน เพราะร่ างกาย ้ ่ มีสองซีกเท่ ากันเหมือนกับในสัตว์ที่กล่าวมา คุณสมบัติข้อนี ้จะช่วยให้ สตว์สามารถทรงตัวได้ ดีเพราะ ั ร่างกายจะมีการถ่วงดุลนํ ้าหนักและควบคุมให้ ร่างกายอยู่ในท่าที่สมดุลได้ ยกตัวอย่างเช่น หากนกปี ก หลุดไปหนึ่งข้ าง นกก็จะไม่สามารถบินหรื อยืนตรงๆได้ เพราะนําหนักตัวด้ านที่ยงมีปีกนันจะมากกว่า ั ้ ด้ านที่ไม่มีปีก เป็ นต้ น ด้ วยคุณสมบัติสําคัญดังกล่าวย่อมทําให้ สตว์สามารถที่จะทรงตัวได้ ดีและเมื่อ ั เป็ นเช่นนี ้แล้ วก็ยอมทําให้ สตว์สามารถเคลื่ อนที่ได้ สามมิติ ่ ั หน้ า 36
37.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) สําหรับปลานัน ส่วนประกอบสําคัญของตัวปลาที่เกี่ยวข้ องกับการทรงตัวก็คือ ครี บด้ านข้ างทัง ้ ้ สอง เพราะจะช่วยให้ เกิดการถ่วงดุลให้ ปลาสามารถลอยตัวอยู่ในนํ ้าได้ แบบสมดุล ดังนันหากเราตัด ้ ครี บปลาออกข้ างหนึ่ง ผลที่ตามมาก็คือ ปลาจะเอียงไปยังข้ างที่มีครี บเหลืออยู่ ซึงการที่ปลามีครี บทัง ่ ้ สองข้ างของลําตัวนันก็ทําให้ ปลามีร่างกายสมมาตร เราจึงจัดว่าปลาเป็ นสัตว์ ท่ ีเคลื่อนที่ได้ สามมิติ ้ ด้ วยเช่นกัน ส่วนค้ างคาวถึงแม้ วาจะไม่มีครี บเหมือนปลา แต่ค้างคาวก็มีปีกที่คอยรักษาความสมดุลในการ ่ เคลื่อนที่ได้ เช่นเดียวกับนก กับทังค้ างคาวก็ยงมีสมอง Cerebellum เจริ ญดีมากเช่นกัน ดังนันจึงไม่ ้ ั ้ แปลกที่เราจะเห็นค้ างคาวสามารถบินฉวัดเฉวียน หรื อโฉบไปมาได้ อย่างคล่องแคล่ว สําหรับมนุษย์นนสมองส่วน Cerebellum ไม่โดดเด่นเหมือนของสัตว์เหล่านัน แต่สมองส่วนนี ้ก็ ั้ ้ ทําหน้ าที่เช่นเดียวกัน ก็คือการควบคุมการทรงตัว ซึงเมื่อใดก็ตามที่สมองส่วนนี ้ถูกทําลายหรื อสารสื่อ ่ ประสาทในสมองส่วนนี ้ถูกยับยังก็จะทําให้ คนๆนันเกิดอาหารเดินโซเซ หรื อทําให้ การทรงตัวนันไม่ดี ้ ้ ้ เท่ากับคนปกติ สําหรับกรณีที่สมองส่วนนี ้ถูกทําลายนันอาจจะเกิดจากการโดนทุบศีรษะบริ เวณท้ าย ้ ทอย ซึงจะสะเทือนต่อสมองส่วน Cerebellum หรื อที่เราเรี ยกว่าสมองน้ อยได้ แต่กรณีที่พบบ่อยๆก็คือ ่ คนที่เมาสุรา ซึงจะเห็นได้ ชดเจนตอนที่เขาเดิน โดยลักษณะการเดินจะเซไปเซมา ไม่สามรถทรงตัวได้ ดี ่ ั เหมือนกับคนปกติ ทังนี ้ก็เพราะสารสื่อประสาทในสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัวถูกยับยังจากฤทธิ์ของ ้ ้ แอลกอฮอล์นนเอง ดังนันทังคนเมาสุราและคนที่ถกทุบบริ เวณท้ ายทอย การทรงตัวของเขาก็จะลดลง ั่ ้ ้ ู ส่งผมให้ เซไปเซมา เดินไม่ตรงทาง หน้ า 37
38.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 12 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 มีสมอง Cerebellum เจริ ญดีมาก 02 ร่ างกายสมมาตร 03 คนเมาสุ รา 04 นก 05 ค้างคาว 06 ปลา 07 เคลื่อนที่ได้สามมิติ 08 ทรงตัวได้ดี 09 สัตว์ที่เคลื่อนที่ได้สามมิติ 10 ร่ างกายมีสองซีกเท่ากัน หน้ า 38
39.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 13 ปั ญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ในขณะนี ้ประเทศต่างๆทัวโลกรวมทังประเทศไทยกําลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องฟื นฟูเศรษฐกิจของตน ่ ้ ้ จากผลกระทบที่ส่งต่อมาเป็ นทอดๆจากประเทศสหรัฐอเมริ กา นักเรี ยนยังคงจําได้ ว่าเมื่อปี 2540 นัน ้ ประเทศไทยประสบปั ญหาภาวะวิกฤติต้มยํากุ้ง หรื อ ต้ มยํากุ้งไครซิส (Tomyamkung crisis) แต่พอปี 2551-2552 นันประเทศที่ต้องประสบปั ญหาวิกฤติและเป็ นต้ นตอแห่งปั ญหาวิกฤติเศรษฐกิจทัวโลกก็คือ ้ ่ ประเทศสหรัฐอเมริ กา ดังนันปรากฏการวิกฤติที่เกิดขึ ้นนี ้จึงชื่อว่า แฮมเบอร์ เกอร์ ไครซิส (Hamburger ้ crysis) แต่ ทั ง นี ก็ มิ ใ ช่ ว่ า สาเหตุ ที่ ป ระเทศไทยมี เ ศรษฐกิ จ ตกตํ่ า ในทุ ก วั น นี มี ส าเหตุ ม าจาก ้ ้ ้ แฮมเบอร์ เกอร์ ไครซิส แต่เพียงอย่างเดียวหากแต่ยงเกิดจากปั จจัยภายในประเทศเอง ซึงก็คือความไม่ ั ่ สงบทางการเมือง ทังนี ้ก็เพราะ นักท่องเที่ยวประเทศต่างๆที่ได้ วางแผนจะมาเที่ยวประเทศไทยจะต้ อง ้ ยกเลิกแผนการเดินทาง รวมทังนักธุรกิจที่มีความประสงค์จะนําก้ อนเงินมาลงทุนในประเทศไทยกลับ ้ ต้ องระงับแผนการเอาไว้ ทัง นี ก็เ พราะความไม่ ส งบทางการเมื องที่ กํ า ลัง เป็ นฉนวนต้ น ตอความ ้ ้ แตกแยกของสังคม ทําให้ นกท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวต่างชาติเกิดความไม่มนใจในความปลอดภัย ั ั่ ทังชีวิตและทรัพย์สน ้ ิ แต่ประเทศไทยมิได้ ประสบแต่เฉพาะปั ญหาทางเศรษฐกิจเท่านัน ปั ญหาที่ได้ ก่อตัวและทวี ้ ความรุนแรงและส่งผลมากขึ ้นทุกวันๆก็คือสภาพสังคมเสื่อมโทรม อันจะเห็นได้ ชดเจน เช่น เด็กตังท้ อง ั ้ ตังแต่อายุ 14 ปี พ่อฆ่าลูกเพียงเพื่อไม่ให้ ออกไปเที่ยว ครู ข่มขืนศิษย์ เป็ นต้ น ซึงเราจะสังเกตเห็นได้ ้ ่ ชัดเจนว่าสาเหตุที่ทําให้ เกิดความเสื่อมโทรมเช่นนี ้ก็คือผู้คนในสังคมไร้ ศีลธรรมมากขึ ้น เพราะเมื่อใดก็ ตามที่มนุษย์หรื อผู้คนในสังคมไร้ ศีลธรรมแล้ ว พฤติกรรมต่างๆที่แสดงออกมาก็ไร้ ซงจิตสํานึก ึ่ เมื่อคนรุ่นใหม่ได้ เจริ ญเติบโตขึ ้นท่ามกลางสภาพสังคมที่เสื่อมโทรม ความเสื่อมโทรมดังกล่าวก็ ย่อมส่งผลให้ พวกเขาต้ องกลายเป็ นคนเห็นแก่ตว ทังนี ้ก็เพราะในสังคมนันเขาไม่อาจที่จะไว้ ใจใครได้ อีก ั ้ ้ เพราะไม่ร้ ู ว่าคนที่เข้ ามาเกี่ยวข้ องด้ วยนัน มีเจตนาดีหรื อร้ าย ดังนันการเห็นแก่ตวย่อมอาจปองกันภัย ้ ้ ั ้ ให้ กับตนเองได้ ในระดับหนึ่ง ผลกระทบจากการที่สังคมเสื่อมโทรมอีกประการก็คือการที่ผ้ ูคนใน สังคมใจร้ อนกันมากขึ ้น หรื อกล่าวง่ายๆว่าไม่คอยจะมีความอดทนสักเท่าไหร่ ซึงสังเกตเห็นได้ ชดจาก ่ ่ ั หน้ า 39
40.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) การที่บคคลที่มีความคิดคนละแบบแล้ วมานังคุยกับในเรื่ องที่คดไม่ตรงกันนัน จนทําให้ ต้องทะเลาะและ ุ ่ ิ ้ อาจถึงกับต้ องฆ่ากันตายก็มี ทังๆที่บคคลที่ทะเลาะกันนันเป็ นเพื่อนบ้ านกันมานาน ้ ุ ้ ดังนันปั ญหาที่เกิดขึ ้นและเป็ นปั ญหาของประเทศไทยในปั จจุบนนี ้หลักๆก็มีอยู่สองประการ ้ ั ดังกล่าวมาแล้ ว ก็คือสังคมเสื่อมโทร และเศรษฐกิจตกตํ่า ดังนันประชาชนคนไทยถึงแม้ ว่าจะมิได้ อยู่ใน ้ ฐานะที่ต้องมานังแก้ ปัญหาเศรษฐกิจเหมือนรัฐบาล แต่เราก็สามารถลดลดปั ญหาอื่นๆที่เกิดขึ ้นได้ เช่น ่ เมื่อรู้ ว่าการที่สังคมแตกแยกมีสาเหตุมาจากการที่แต่ละคนใจร้ อน หรื อเห็นแก่ ตว เราก็สามารถที่จะ ั แก้ ปัญหาสังคมแตกแยกได้ ด้วยการให้ อภัยซึ่งกันและกัน เพราะการให้ อภัยนันไม่ต้องซื ้อหา และ ้ สามารถทําได้ ไม่จํากัดเวลา เป็ นต้ น จากที่กล่าวมาข้ างต้ นนันจะเห็นว่าถึงแม้ ประเทศไทยจะประสบปั ญหาจากแฮมเบอร์ เกอร์ ้ ไครซิส จนทําให้ เศรษฐกิจตกตํ่าก็ตาม แต่ยงมีปัจจัยภายในจากความไม่สงบทางการเมืองอีกปั จจัย ั หนึงที่สามารถฉุดให้ เศรษฐกิจของไทยตกตํ่าลงได้ เช่นกัน ดังนันหากประชาชน หรื อนักการเมืองมีความ ่ ้ ประสงค์ดีที่จะให้ ประเทศไทยผ่านพ้ นวิกฤติในขณะนี ้ไปได้ ก็ควรที่จะรู้ จกการให้ อภัย เพราะนอกจาก ั จะทําให้ สงคมไม่แตกแยกแล้ ว นักการเมืองที่มวแต่จะทะเลาะกันด้ วยเจตนาที่หวังจะทําลายอีกฝ่ าย ั ั หนึ่งโดยไม่ชอบธรรมนัน หากนักการเมืองเหล่านี ้รู้ จกการให้ อภัยซึ่งกันและกันแล้ ว ความไม่สงบทาง ้ ั การเมืองที่เป็ นปั ญหาเรื อรังของประเทศนี ้ก็สามารถทุเลาลงได้ บ้างในระดับหนึง ้ ่ หน้ า 40
41.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 13 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 เศรษฐกิจตกตํ่า 02 ใจร้อน 03 เห็นแก่ตว ั 04 สังคมแตกแยก 05 การให้อภัย 06 ปั ญหาของประเทศไทย 07 ไร้ศีลธรรม 08 ความไม่สงบทางการเมือง 09 แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส 10 สังคมเสื่ อมโทรม หน้ า 41
42.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 14 สุขภาพสําคัญไฉน การออกกําลังกายหรื อการเล่นกีฬานันย่อมทําให้ สขภาพดีหรื ออย่างน้ อยก็ไม่ทําให้ เกิดปั ญหา ้ ุ สุขภาพ ดังนันหากใครที่ต้องการสุขภาพดีหรื อไม่อยากมีปัญหาสุขภาพก็ควรออกกําลังกายสมํ่าเสมอ ้ ดังคํากล่าวที่วา “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้ าอยากได้ ต้องออกกําลังกาย” เพราะฉะนันคนไหนออกกําลังกาย ่ ้ คนนันก็จะมีสุขภาพที่ดี การออกกําลังกายก็มีได้ กลายวิธี เช่น การวิ่ ง เล่นเทนนิส เล่นบาสเกตบอล ้ เล่นฟุตบอล เป็ นต้ น การออกกําลังกายมิได้ เพียงแค่ทําให้ ร่างกายแข็งแรงเท่านัน แต่การออกกําลังกาย ้ ยังทําให้ ฮอร์ โมนที่ชื่อว่าเอ็นโอฟิ น หลังออกมาแล้ วทําให้ คนที่ออกกําลังกายมีความสุข ดังนันปั ญหา ่ ้ สุขภาพที่ประกอบด้ วยปั ญหาสุขภาพกาย และปั ญหาสุขภาพจิต จะถูกปองกันได้ ด้วยการออกกําลัง ้ กาย ซึงพิจารณาดูแล้ วเหมือนกับยิงปื นนัดเดียวได้ นกสองตัว ่ หากจะกล่า วให้ ล ะเอี ย ดถึ ง ปั ญ หาสุข ภาพกายหรื อ โรคที่ เ ป็ นบ่อ เกิ ด ของปั ญ หานัน เราก็ ้ สามารถแยกองค์ประกอบได้ เป็ นสองส่วน ก็คือ โรคทั่วไป กับโรคตามอายุ โดยโรคที่ได้ ชื่อว่าเป็ นโรค ทัวไปนันก็คือโรคที่เป็ นได้ ตงแต่เด็กจนแก่ เช่น โรคหวัด โรคกลากเกลื ้อน โรคไข้ เลือดออก โรคเอดส์ ่ ้ ั้ เป็ นต้ น แต่สําหรับโรคที่เป็ นโรคตามอายุนันก็คือโรคที่จะเกิดขึ ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ ้น เพราะระบบ ้ ทํางานต่างๆในร่ างกายอาจเสื่อมลงไปตามกาลเวลา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคปวดข้ อ เป็ นต้ น เมื่อใดก็ตามที่เราเป็ นโรคไม่ว่าจะเป็ นโรคตามอายุ หรื อโรคทัวไป ก็ย่อมหลีกหนีไม่พ้นที่จะส่งผลให้ ่ เกิดปั ญหาสุขภาพจิต แต่ก็จะมีความหนักเบาแตกต่างกันตามสภาพจิตใจของแต่ละคน ที่เป็ นเช่นนี ้ก็ เพราะจิตนันมีความวิตกกังวลถึงความร้ ายแรงของโรค ดังตัวอย่างเช่น คนที่เป็ นโรคมะเร็ ง โดยส่วน ้ ใหญ่แล้ วมักจะมีอาการทรุ ดหนักหลังจากทราบว่าตัวเองเป็ น ที่เป็ นเช่นนี ้ก็เนื่องจากผู้ป่วยเกิดความ วิตกกังวล หรื อเกิดความเครี ยดจากการที่ตนเป็ นโรคร้ ายแรง จึงส่งผลให้ มีปัญหาสุขภาพจิตตามมา ส่วนปั ญหาสุขภาพจิ ตนัน อาจมี ได้ หลายๆปั ญหา เช่น ปั ญหาความเครี ย ด ความระแวง ้ ความกลัว ความเสียใจ ซึงสิ่งเหล่านี ้ล้ วนมีสาเหตุและต้ นตอทังสิ ้น แต่ทงนี ้ในแต่ละคนก็ย่อมมีสาเหตุ ่ ้ ั้ แตกต่างกัน เช่น คนที่สญเสียญาติหรื อสิ่งที่รักไปก็ย่อมเกิดความโศกเศร้ าเสียใจเป็ นธรรมดา แต่หาก ู ความเสียใจนันยังคงอยูในจิตใจตลอดเวลา ผลที่ตามมาก็จะเพิ่มความรุนแรงต่อใจมากขึ ้น หรื อ คนที่ ้ ่ หน้ า 42
43.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตกงานหรื อ คนที่ กํ า ลัง รอลุ้น ผลในการสอบเข้ า มหาวิ ท ยาลัย ก็ ย่อ มนํ า มาสู่ค วามเครี ย ด และโดย ธรรมชาติมนุษย์ก็พยายามที่จะหลีกหนีหรื อกําจัดความเครี ยดด้ วยวิธีการต่างๆนาๆ แต่หากเมื่อใดที่ใช้ วิธีการแก้ ปัญหาที่ผิดๆ ก็จะทําให้ เกิดปั ญหาอื่นขึ ้นมาอีก แต่ทงนี ้ทังนี ้ ทังความเครี ยด ความกลัว ความ ั้ ้ ้ เสียใจ ความระแวงนันก็นํามาสูปัญหาสุขภาพได้ เช่นกัน เช่น เมื่อเกิดความเสียใจ คนที่เสียใจก็อาจไม่ ้ ่ สนใจที่จะดูแลตัวเองหรื อไม่มีกระจิตกระใจที่จะทําอะไร ซึงผลที่ตามมาก็คือสุขภาพกายก็จะทรุ ดโทรม ่ ลงไปตามสุขภาพจิต เป็ นต้ น ดังนันจะเห็นได้ วาสุขภาพกายและจิตนันมีความเชื่อมโยงกัน ้ ่ ้ สําหรับวิธีการในการปองกันหรื อลดปั ญหาสุ ขภาพจิตก็คือการนันทนาการ ซึ่งมีได้ ด้วยกัน ้ กลายวิธี เช่น การไปเที่ยวยังสถานที่ตางๆ การไปดูหนัง หรื อการออกงานสังคม เป็ นต้ น ซึงสิ่งเหล่านี ้จะ ่ ่ ทําให้ ผ้ ปฏิบติร้ ู สึกสบายใจหรื อรู้ สึกผ่อนคลายลงไปได้ บ้าง เพราะอย่างน้ อยการหาอะไรมาทําซึ่งมิได้ ู ั หมายถึงแต่เฉพาะการนันทนาการเท่านันก็จะทําให้ ผ้ ที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้ มีอะไรทําและจะได้ ไม่ ้ ู หมกมุนกับความเสียใจ หรื อความเครี ยด หรื อความระแวงดังกล่าว ่ ดังนันจะเห็นได้ ว่าเมื่อใดก็ตามที่เรามีปัญหาสุขภาพไม่ว่าจะเป็ นปั ญหาสุขภาพกายหรื อจิต ้ แล้ ว ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตประจําวันไปเสียทุกเรื่ อง วิธีการแก้ ปองกันปั ญหาสุขภาพก็คือการออก ้ กําลังกายซึงทุกๆคนสามารถทําได้ แต่อยู่ที่ว่าจะทําหรื อไม่เท่านัน ดังนันหากใครที่รักตัวเองก็ควรที่จะ ่ ้ ้ รี บออกกําลังกายเสียตังแต่วนนี ้ ้ ั หน้ า 43
44.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 14 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 วิ่ง 02 ปัญหาสุ ขภาพกาย 03 ปัญหาสุ ขภาพจิต 04 การนันทนาการ 05 ปัญหาสุ ขภาพ 06 โรคทัวไป ่ 07 โรคตามอายุ 08 ความเสี ยใจ 09 ความเครี ยด 10 การออกกําลังกาย หน้ า 44
45.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) บทความที่ 15 เมฆฝนและรุ้งกินนํา ้ ช่วงเดือนมิ ถุนายนถึงเดือนตุลาคมเป็ นช่ วงมรสุม ตะวันตกเฉี ยงใต้ พัดผ่าน ซึ่ง จะส่งผลให้ หลายๆภาคของประเทศมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในภาคใต้ ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออก เพราะเป็ นเส้ นทางของลมที่พดผ่านแล้ วหอบเอาไอนํ ้าหรื อละอองนํ ้าจากทะเลขึ ้นมาแล้ วละอองนํ ้าหรื อ ั ไอนํ ้าเหล่านันจะรวมตัวกันเป็ นก้ อนเมฆ และตกลงมาเป็ นฝนในที่สด ้ ุ จากบทความข้ างต้ นจะเห็นได้ ว่าวัฏจักรของฝนนันมีด้วยกันสามขันตอนหลักๆ ซึ่งจะเกิดขึ ้น ้ ้ เป็ นลําดับๆดังนี ้ ละอองนํ ้าที่ระเหยมาจากแหล่งนี ้ ได้ ลอยขึ ้นไปสูชนบรรยากาศชันตํ่าสุด และเกิดการ ่ ั้ ้ รวมตัวกันเป็ นก้ อนเมฆ เมื่อก้ อนเมฆโตขึ ้นเรื่ อยๆก็ย่อมทําให้ เมฆมีนํ ้าหนักมากขึ ้น และละอองนําหรื อ ้ ไอ้ นําที่รวมตัวกันก็จะรวมกันเป็ นเม็ดนําที่ใหญ่มากขึ ้นๆ ซึ่งก้ อนเมฆที่มีนําหนักมากๆก็จะเคลื่อนที่ ้ ้ ้ ตํ่าลงมาเรื่ อยๆจนใกล้ กบพื ้นดินประมาณ 100 เมตร จากนันเม็ดนํ ้าที่รวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ก็จะตก ั ้ ลงมาเป็ นเม็ดฝนนั่นเอง จากนันเมื่อฝนหยุดตก นําที่ขังนองอยู่ในในแอ่งนํา หรื อในสระนําก็จะถูก ้ ้ ้ ้ แสดงแดดส่อง เป็ นผลให้ เกิดการระเหยของนํ ้ากลายเป็ นไอนํ ้า และเกิดเป็ นละอองนํ ้าขึ ้น และละออง นํ ้าหรื อไอนํ ้านี ้ก็จะรวมตัวกันเป็ นก้ อนเมฆอีกครังหนึง ซึงจะเกิดขึ ้นแบบนี ้ไปเรื่ อยๆเป็ นวัฎจักรของฝน ้ ่ ่ ก้ อ นเมฆคื อละอองนํ า และเกรดนํ า แข็ง รวมตัว กั น เป็ นกลุ่ มก้ อนในชั น บรรยายกาศ ้ ้ ้ ดังนันหากเราเห็นว่าก้ อนเมฆมีสีคลํ ้าๆ ก็น่าจะคาดเดาได้ ว่า ก้ อนเมฆก้ อนนันมีละอองหรื อไอนํ ้ามาก ้ ้ และพร้ อมที่จะตกลงมาเป็ นฝนในอีกไม่ช้า แต่ละอองนํ ้าไม่ได้ ทําให้ เกิดก้ อนเมฆแค่อย่างเดียว เพราะ เมื่อไหร่ก็ตามที่ละอองนํ ้าลอยขึ ้นไปในอากาศ โดยเฉพาะในช่วงหลังฝนตก แล้ วมีแดดส่องไปยังละออง นํ ้าเหล่านัน จะทําให้ เกิดการหักเหของแสงผ่ านผิวละอองนํา และจะทําให้ เกิดปรากฏการรุ้ งกินนํ ้า ้ ้ ในที่สด ดังนันจึงกล่าวได้ วา รุ้งกินนํ ้าก็ประกอบไปด้ วยละอองนํ ้านันเอง ุ ้ ่ ่ สําหรับการเกิดรุ่ งกินนํ ้านัน โดยหลักๆแล้ วจะเกิดในทิศทางตรงข้ ามกับแหล่งกําเนิดแสง ซึงก็ ้ ่ คือ จะเกิ ด ตรงข้ า มกับทิ ศ ทางที่ แ ดดส่ อ งซึ่ง ส่อ งมาจากดวงอาทิ ตย์ เช่ น ถ้ า ดวงอาทิ ต ย์ อ ยู่ใ นทิ ศ ตะวันออก รุ่ งกินนํ ้าก็จะเกิดในทิศตะวันตก แต่หากดวงอาทิตย์อยู่ในทิศตะวันตก รุ้ งกินนํ ้าก็จะเกิดใน ทิศตะวันออก เป็ นต้ น สําหรับความเชื่อในเรื่ องรุ้งกินนํ ้าก็คือ หากเราเห็นรุ้งกินนํ ้าแล้ ว ห้ ามชี ้เด็ดขาด หน้ า 45
46.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) หากใครชี ้รุ้ งกินนํ ้าก็จะทําให้ นิ ้วขาดได้ ดังนันวิธีแก้ เมื่อเผลอเอานิ ้วไปชี ้รุ้ งกินนําเข้ าแล้ วก็คือการเอา ้ ้ นิ ้วนันมากัด ซึงถือว่าเป็ นความเชื่อที่โบราณมาก เพราะการกินนํ ้าของรุ้งไม่ได้ มีสวนเกี่ยวข้ องกับการจะ ้ ่ ่ ทําให้ นิ ้วขาดแต่อย่างใด รุ้งกินนํ ้านันสามารถแบ่งออกเป็ นสองประเภทด้ วยกัน คือ แบบปฐมภูมิ ซึงรุ้งชี ้นิดนี ้จะมีเจ็ดสี ้ ่ แต่การเรี ยงสีนนจะมีการเรี ยงเอาสีสีม่วงไว้ ล่าง และเอาสีแดงไว้ ด้านบน แต่รุ่งอีกแบบหนึ่งก็คือแบบ ั้ ทุตยภูมจะมีการเรี ยงตัวของสีไม่เหมือนกับแบบปฐมภูมิ โดยจะเรี ยงเอาสีแดงไว้ ข้างล่างและจะมีสีม่วง ิ ิ อยูบนสุด ดังนันเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเห็นรุ้งก็ควรที่จะบอกให้ ได้ วารุ้งดังกล่าวนันเป็ นแบบใด ่ ้ ่ ้ หน้ า 46
47.
แนวข้ อสอบ วิชาเฉพาะ
แพทย์ กสพท. (การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง) ตารางสรุ ปข้ อความทีกาหนดและเลขกํากับบทความที่ 15 และทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ํ ่ เลขกํากับ ข้ อความทีกาหนด ่ํ ทีว่างสํ าหรับร่ างรหัสคําตอบ ่ 01 ทุติยภูมิ 02 ปฐมภูมิ 03 การหักเหของแสงผ่านผิวละอองนํ้า 04 ก้อนเมฆ 05 ฝน 06 ละอองนํ้า 07 รุ ้งกินนํ้า 08 แดดส่ อง 09 วัฏจักรของฝน 10 ละอองนํ้าและเกรดนํ้าแข็งรวมตัวกันเป็ นกลุ่ม ก้อนในชั้นบรรยากาศ หน้ า 47
Download