More Related Content
PPTX
พัฒนาการทางบุคลิกภาพตามแนวคิดซิกมันฟรอยด์ PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PDF
Personality , Emotion and Consumer Behavior (Ch.8) What's hot
PPT
PPTX
PPTX
PPT
PPT
PPT
KEY
PPT
ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา จอห์น เพียเจท์ PPT
PPTX
PPT
PPT
พัฒนาการของพฤติกรรมมนุษย์ Present2 PPT
PPT
PPT
Viewers also liked
PPTX
PPT
การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน PDF
PPTX
ทฤษฎีการเรียนรู้ของวัตสัน PDF
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ... PPTX
แนวคิด ทฤษฎี ที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบ PPTX
PPTX
บทที่2ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรี... PDF
Process instrumentation unit 10 PPTX
PPTX
5 behavior theory 15092558 (1) PPTX
ทฤษฎี การเรียนรู้ของพาฟลอฟ PDF
PPTX
PPT
Ch1 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการ PPTX
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม PPTX
PPTX
PPT
PPTX
ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theory Similar to 1051202 จิตวิทยาการเรียนรู้ ชุด 1
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
ทฤษฎีหลักการแนวคิดเกี่ยวกับการคิดและพัฒนาการคิด PDF
KEY
PPT
PPT
PPT
PDF
PPT
PPT
PPT
1051202 จิตวิทยาการเรียนรู้ ชุด 1
- 1.
1051202
จิต วิท ยาการเรียนรู้
(Learning Psychology)
ผศ.ดร.ธนศัก ดิ์ อัศ วจุฬ ามณี
• ความหมายของจิต วิท ยา
(Psychology)
ในอดีต Psychology = Psyche + Logos
Psyche = วิญ ญาณ
Logos = การศึก ษา
• ในช่ว งศตวรรษที่ 19 เป็น ต้น มา
จนถึง ปัจ จุบ ัน ได้น ำา หลัก การทาง
วิท ยาศาสตร์ม าใช้ใ นการศึก ษาวิช า
จิต วิท ยา การศึก ษาทางจิต วิท ยาจึง
ได้พ ัฒ นามาเป็น ศาสตร์ท ี่ศ ึก ษาเกี่ย ว
กับ พฤติก รรมและประสบการณ์ข อง
- 2.
พฤติกรรมของมนุษย์
• พฤติก รรม(Behavior) แบ่ง ออกเป็น 2
ประเภท คือ
1. พฤติก รรมภายนอก(Overt
behavior) แบ่ง เป็น
1.1 พฤติก รรมโมลา (Molar
behavior)
1.2 พฤติก รรมโมเลกุล (Molecular
- 3.
จิต วิท ยาสาขาต่างๆ
จิต วิท ยาพัฒ นาการ
จิต วิท ยาบุค ลิก ภาพ
จิต วิท ยาสัง คม
จิต วิท ยาการเรีย นรู้
จิต วิท ยาธุร กิจ
จิต วิท ยา
อุต สาหกรรม
• จิต วิท ยาการให้ค ำา
ปรึก ษา
• จิต วิท ยาคลีน ิค
•
•
•
•
•
•
- 4.
แนวคิด หลัก ทางจิตวิท ยาในการมอง
พฤติก รรมของมนุษ ย์
และการประยุก ต์ใ ช้ก ับ การเรีย นรู้
• แนวคิด ของกลุม จิต
่
วิเ คราะห์(Psychoanalysis)
• แนวคิด ของกลุม พฤติก รรมนิย ม
่
(Behavioralism)
• แนวคิด ของกลุม มานุษ ย
่
นิย ม(Humanism)
- 5.
แนวคิด ของกลุ่ม จิต
วิเมัน ด์ ฟรอยด์ (Sigmund
(Psychoanalysis)
ซิก คราะห์(Psychoanalysis)Freud) เชื่อ ว่า
จิต มี 3 ระดับ - จิต สำา นึก (Conscious mind)
- จิต ใต้ส ำา นึก (Subconscious
mind)
- จิต ไร้ส ำา นึก (Unconscious mind)
ฟรอยด์ เชือ ว่า จิต ไร้ส ำา นึก มีอ ิท ธิพ ลต่อ การเกิด
่
พฤติก รรมของมนุษ ย์
พลัง ที่ก ่อ ให้เ กิด พฤติก รรม ได้แ ก่ - Id
=ความอยาก
- Ego = เหตุผ ล/ความ
- 6.
แนวคิด ของกลุ่ม พฤติกรรมนิย ม
(Behavioralism)
• เน้น ศึก ษาพฤติก รรมที่ส ามารถ
สัง เกตเห็น ได้ โดยใช้
กระบวนการทางวิท ยาศาสตร์
และเชื่อ ว่า พฤติก รรมของคน
สามารถปรับ เปลี่ย นได้ นัก
จิต วิท ยาในกลุม นี้ ได้แ ก่ จอห์น บี
่
วัต สัน (John B. Watson) สกิน เนอร์
(Skinner) อีว าน พาฟลอฟ (Ivan
- 7.
แนวคิด ของกลุ่ม มานุษย
นิย ม (Humanism)
• แนวคิด ของกลุ่ม นี้ใ ห้ค วาม
สำา คัญ กับ คุณ ค่า ของมนุษ ย์
มาก โดยเฉพาะความเป็น
อิส ระที่จ ะกระทำา และความรับ
ผิด ชอบในสิ่ง ที่ต นเองตัด สิน
ใจ โดยมองว่า มนุษ ย์ม ีแ ต่ส ิ่ง ที่
ดีง าม และอยากทำา ความดี
- 8.
Maslow’s Hierarchy ofNeeds
5
SelfSelfactualization
actualization
Esteem needs
4 Esteem needs
((self-esteem,recognition)
self-esteem, recognition)
Social needs
Social needs
3 (sense of belonging, love)
(sense of belonging, love)
2
1
Safety needs
Safety needs
(security, protection & order)
(security, protection & order)
Physiological needs
Physiological needs
(food, water, sex, shelter)
(food, water, sex, shelter)
- 9.
กระบวนการสืบค้นความรูทาง
้
จิตวิทยา
• เป้า หมายของการสืบค้น ความรู้ท าง
จิต วิท ยา
1. เพื่อ การพรรณนาเหตุก ารณ์ต า งๆที่เ กิด
่
ขึ้น ทั้ง สภาพแวดล้อ ม
และพฤติก รรมของมนุษ ย์ท ี่เ กิด ตามมา
2. เพื่อ การอธิบ ายเหตุแ ละผล ที่เ กิด ขึ้น เพื่อ
สร้า งเป็น แนวคิด
ทฤษฎีต ่า งๆ
3. เพื่อ การทำา นายหรือ คาดการณ์เ หตุก ารณ์
และพฤติก รรมที่จ ะ
เกิด ขึ้น ล่ว งหน้า
- 10.
ประเภทต่า งๆของการสืบ ค้น
ความรู้ทางจิต วิท ยา
• การสืบ ค้น เชิง สำา รวจ
• การสืบ ค้น เชิง ความ
สัม พัน ธ์
• การสืบ ค้น เชิง เปรีย บ
เทีย บ
• การสืบ ค้น เชิง ทดลอง
• การวิจ ัย เอกสาร
• การสัง เคราะห์ง านวิจ ัย
• การประเมิน โครงการ
- 11.
- 12.
•
จิต วิท ยาพัฒนาการของ
มนุษ ย์
สุช า จัน ทร์เ อม (2540) สรุป ว่า พัฒ นาการของ
มนุษ ย์ หมายถึง กระบวนการเปลี่ย นแปลง
(Process of change) ของมนุษ ย์ท ุก ส่ว นที่ต ่อ เนือ ง
่
กัน ไปในระยะเวลาหนึง ๆ ตั้ง แต่แ รกเกิด จน
่
ตลอดชีว ิต การเปลี่ย นแปลงนีจ ะก้า วหน้า ไป
้
เรื่อ ย ๆ เป็น ขั้น ๆ จากระยะหนึ่ง ไปสูอ ีก ระยะ
่
หนึ่ง เพื่อ ที่จ ะไปสูว ุฒ ิภ าวะ ทำา ให้ม ล ัก ษณะและ
่
ี
ความสามารถใหม่ ๆ เกิด ขึ้น ซึ่ง มีผ ลทำา ให้
เจริญ ก้า วหน้า ยิ่ง ขึ้น ตามลำา ดับ
• วุฒ ิภ าวะ(Maturation) คือ การเปลี่ย นแปลงทีท ำา ให้
่
บุค คลมีค วามสามารถ พอที่จ ะกระทำา กิจ กรรมอย่า ง
ใดอย่า งหนึ่ง อย่า งเหมาะสมในแต่ล ะวัย เป็น
- 13.
ธรรมชาติแ ละ
พัฒ นาการของมนุษย์
• หลัก พัฒ นาการของมนุษ ย์
1. พัฒ นาการจะเป็น ไปในลัก ษณะต่อ เนือ ง
่
กัน (Continuity) หลัง จากมีก ารปฏิส นธิแ ล้ว
จะโดยธรรมชาติห รือ จากหลอดแก้ว ก็ต าม
จะเกิด เป็น ตัว อ่อ นขึ้น แล้ว พัฒ นาเป็น
ทารก เป็น เด็ก เป็น วัย รุ่น และเป็น ผูใ หญ่ใ น
้
ลัก ษณะต่อ เนือ งกัน
่
2. พัฒ นาการจะพัฒ นาไปตามขั้น ตอนตาม
ลำา ดับ (Sequence) พัฒ นาการของมนุษ ย์จ ะ
เป็น ไปตามขั้น ตอน
เช่น ทารกจะเอีย งตัว พลิก หงาย พลิก
- 14.
หลัก พัฒ นาการของมนุษย์
(ต่อ ) ศ ทางโดย
3. พัฒ นาการจะพัฒ นาตามทิ
เฉพาะ (Developmental Direction) ซึ่ง เป็น ไป
ตามกฎเกณฑ์ด ัง นี้
3.1 กฎจากส่ว นบนสูส ่ว นล่า ง (The
่
Cephalocaudal Law) มนุษ ย์จ ะพัฒ นาที่ศ ีร ษะ
ลำา ตัว และปลายเท้า ตามลำา ดับ
3.2 กฏจากส่ว นกลางสูภ ายนอก (The
่
Proximodistal Law) มนุษ ย์จ ะพัฒ นาจากส่ว น
อกสูส ว นแขน และมือ ตามลำา ดับ เช่น
่ ่
ทารกจะใช้แ ขนได้ก ่อ นใช้น ิ้ว มือ เป็น ต้น
- 15.
หลัก พัฒ นาการของมนุษย์
(ต่อ )
5. อัต ราของพัฒ นาการของแต่ล ะ
วัย จะแตกต่า งกัน (Different Age)
วัย ก่อ นคลอดอัต ราของ
พัฒ นาการจะสูง ทีส ุด (1-9 เดือ น)
่
เฉลีย นำ้า หนัก จาก 1 กรัม เป็น 2,8
่
00 กรัม และความสูง จาก 1
เซนติเ มตร เป็น 50 เซนติเ มตร
อัต ราพัฒ นาการของวัย ทารกอยู่
ในอัต ราสูง ต่อ จากนั้น จะลดลง
- 16.
หลัก พัฒ นาการของ
มนุษย์ (ต่อ )
6. อัต ราการเจริญ เติบ โตของอวัย วะของ
แต่ล ะคนจะแตกต่า งกัน (Different
Organs) อวัย วะที่ส ำา คัญ มีอ ัต ราการเจริญ
เติบ โตที่แ ตกต่า งกัน จัด แบ่ง เป็น 4
ประเภท คือ
6.1 การเจริญ เติบ โตของร่า งกาย
ทั่ว ไป (General Type) เป็น การเจริญ
เติบ โตของร่า งกายด้า นนำ้า หนัก ส่ว น
สูง ระบบการหายใจ ระบบทางเดิน
อาหาร ระบบทางเดิน ปัส สาวะ ระบบ
- 17.
หลัก พัฒ นาการของ
มนุษย์ (ต่อ )
6.2 การเจริญ เติบ โตของระบบ
ประสาท (Neural Type) ได้แ ก่ สมอง
ไขสัน หลัง ตา และประสาทของตา
ศีร ษะ อวัย วะเหล่า นี้เ ติบ โตรวดเร็ว ใน
ระยะ 2 ปีแ รกหลัง เกิด และเติบ โตเกือ บ
เต็ม ทีเ มื่อ เด็ก อายุป ระมาณ 6 ปี
่
6.3 การเจริญ เติบ โตของเนื้อ เยื่อ นำ้า
เหลือ ง (Iymphoid Type) ได้แ ก่ ต่อ มนำ้า
เหลือ ง ต่อ มไธมัส ต่อ มทอนซิล และอดิ
- 18.
หลัก พัฒ นาการของ
มนุษย์ (ต่อ )
6.4 การเจริญ เติบ โตของอวัย วะ
สืบ พัน ธุ์ (Genital Type) ได้แ ก่ ลูก
อัณ ฑะ ต่อ มลูก หมากในเด็ก ชาย
รัง ไข่แ ละมดลูก ในเด็ก หญิง อวัย วะ
เหล่า นี้จ ะเติบ โตอย่า งช้า ๆ ภาย
หลัง เกิด และจะเติบ โตอย่า งรวดเร็ว
เมื่อ ย่า งเข้า สู่ร ะยะวัย แรกรุ่น
(Puberty) และวัย รุ่น
- 19.
จิต วิท ยาพัฒนาการ
นัก เรีย นในวัย ต่า งๆ
• พัฒนาการนักเรียนประถมศึกษา
ช่วงชั้นที่ 1-2
• พัฒนาการนักเรียนประถมศึกษา
ช่วงชั้นที่ 3-4
• พัฒนาการนักเรียนมัธยมศึกษา
ตอนต้น
- 20.
ทฤษฎี
พัฒ นาการ
ฤษฎีก ารพัฒนาสติป ัญ ญาของเพีย เจท
(Piaget’s Cognitive Development Theory)
จท์ไ ด้เ น้น ว่า พัฒ นาการทางสติป ัญ ญาของ
ไปตามขั้น ตอน มีท ั้ง หมด 4 ขั้น ตอนตามลำา
การใช้ป ระสาทสัม ผัส (Sensorimoter Stage)
การทางสติป ญ ญาช่ว งแรกเกิด - 2 ขวบ เด็ก จะเรีย นร
ั
ยการรับ รู้ผ ่า นอวัย วะสัม ผัส โดยตรง ฉะนัน ควรส่ง เส
้
ด็ก โดยให้ส ม ผัส กับ สิง แวดล้อ มโดยใช้ป ระสาทสัม ผ
ั
่
- 21.
ทฤษฎีก ารพัฒ นาสติปัญ ญา
ของเพีย เจท์ (ต่อ )
• 2. ขั้น เตรีย มการ (Preoperational
Stage) เป็น พัฒ นาการทางสติป ัญ ญา
ขั้น ที่ส องของเด็ก วัย 3 - 7 ขวบ ซึ่ง
ถือ ว่า ตนเองเป็น ผู้ใ หญ่ หรือ เป็น
ศูน ย์ก ลางของสัง คม (Ego Centric) จึง
เอาแต่ใ จตนเอง ขาดความมีเ หตุม ี
ผล ขาดความรู้ส ึก ผิด ชอบชัว ดี
่
กฎหมายบ้า นเมือ งจึง ไม่เ อาผิด แก่
- 22.
ทฤษฎีการพัฒนาสติปัญญาของเพีย
เจท์ (ต่อ)
• 3.ขั้น เรีย นรู้ร ูป ธรรม (The Concrete
Operation Stage) เป็น พัฒ นาการของ
เด็ก วัย 8 - 12 ปี สติป ัญ ญาพัฒ นาดี
ขึ้น สามารถใช้ค วามคิด ในการเกิด
ความคิด รวบยอดของวัต ถุส ิ่ง ของมิต ิ
ต่า งๆ ได้แ ก่ ความกว้า ง ยาว ลึก
และมิต ิข องเวลา วัน นี้ พรุ่ง นี้ มะรืน นี้
เข้า ใจในการใช้เ หตุผ ลและการ
- 23.
ทฤษฎีก ารพัฒ นาสติ
ปัญญาของเพีย เจท์ (ต่อ )
• 4. ขั้น เรีย นรู้ส ิ่ง ทีเ ป็น นามธรรม (Formal
่
Operation Stage)เป็น พัฒ นาการของเด็ก
วัย รุ่น (13-16 ปี) เป็น พัฒ นาการของ
เด็ก วัน รุ่น (13-16 ปี) สติป ญ ญาของ
ั
เด็ก วัย รุ่น จะพัฒ นาได้ด ีป ระมาณ 90%
จึง สามารถเรีย นรู้ส ิ่ง ต่า งๆ ทั้ง ที่เ ป็น
รูป ธรรมนามธรรม ตลอดจนหลัก
ตรรกศาสตร์ไ ด้ นอกจากนี้ย ัง เข้า ใจ
กฎเกณฑ์ข องสัง คม สามารถตัด สิน
- 24.
ทฤษฎีพ ัฒ นาการทางเพศของฟ
รอยด์
(Freud’sPsychosexual Theory)
• ซิก มัน ต์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) เป็น นัก
จิต วิท ยาชาวยิว เป็น ผูท ี่ส ร้า งทฤษฎีจ ิต
้
วิเ คราะห์ (Psychoanalytic Theory) ซึ่ง เป็น ทฤษฎี
ทางด้า นการพัฒ นา Psychosexual โดยเชือ ว่า
่
เพศหรือ กามารมณ์ (sex) เป็น สิง ที่ม อ ท ธิพ ลต่อ
่
ี ิ
การพัฒ นาของมนุษ ย์
• ฟรอยด์เ ชือ ว่า มนุษ ย์ม ส ญ ชาตญาณติด ตัว มา
่
ี ั
แต่ก ำา เนิด พฤติก รรมของบุค คลเป็น ผลมาจาก
แรงจูง ใจหรือ แรงขับ พื้น ฐานที่ก ระตุน ให้
้
บุค คลมีพ ฤติก รรม คือ สัญ ชาตญาณทางเพศ
- 25.
ทฤษฎีพ ัฒ นาการทางเพศของฟ
รอยด์(ต่อ )
• ฟรอยด์ไ ด้ส รุป ถึง พัฒ นาการทางเพศ
ของบุค คลไว้ 5 ขั้น ตอน
1. ความสุข อยู่ท ี่ป าก (Oral Stage) เริ่ม
ตั้ง แต่ท ารกแรกเกิด ถึง 2 ขวบ จะ
ทำา การสนองความต้อ งการเพื่อ ให้
เกิด ความพอใจและเป็น ความสุข ของ
ตนโดยใช้ป ากเป็น การเปล่ง เสีย ง
ต่า งๆ กิน อม ดูด กัด และแทะ
- 26.
ทฤษฎีพ ัฒ นาการทางเพศ
ของฟรอยด์(ต่อ ) ก
• 2. ความสุข อยู่ท ี่ก ารใช้ท วารหนั
(Anal Stage) ความพอใจและความสุข
ของเด็ก วัย 2 -3 ขวบ อยู่ท ี่ก ารขับ
ถ่า ยและสามารถบัง คับ อวัย วะขับ
ถ่า ยของตนเองได้
• 3. ความสุข อยู่ท ี่ก ารผูก พัน กับ บิด า
หรือ มารดา (Phallic Stage) ความพอใจ
และความสุข ของวัย เด็ก 4-6 ขวบนี้
จะมีค วามรู้ส ึก ผูก พัน กับ มารดาและ
หวงมารดาเป็น พิเ ศษในทางตรงกัน
- 27.
ทฤษฎีพ ัฒ นาการทางเพศ
ของฟรอยด์(ต่อ )
• 4. ความสุข อยู่ท ก ารเก็บ กด
ี่
ความแฝงเร้น ทางเพศ (Latency
Stage ) ความพอใจและความสุข
ของเด็ก วัย 6-12 ปี อยูท ี่ก าร
่
เก็บ กดความแฝงเร้น ทางเพศ
ไว้ไ ปสนใจสิ่ง แวดล้อ มทีอ ยู่
่
รอบตัว มีค วามอยากรูอ ยาก
้
เห็น อยากมีเ พือ น ต้อ งการ
่
- 28.
ทฤษฎีพ ฒ นาการทางเพศ
ั
ของฟรอยด์(ต่อ )
• 5. ความสุข อยู่ท ี่ก ารได้ส นใจในเพศ
ตรงข้า ม (Genital Stage) ความพอใจ
และความสุข ของเด็ก วัย รุ่น 13-18 ปี
อยู่ท ี่ค วามสนใจในเพศตรงข้า ม จึง
อาจเรีย กวัย นี้ว ่า "วัย หวาน" เด็ก ชาย
จะเริ่ม ห่า งแม่ แต่ห ัน มาสนใจและ
เลีย นแบบพ่อ เด็ก หญิง จะเริ่ม ห่า งพ่อ
แต่ม าสนใจและเลีย นแบบแม่
พฤติก รรมดัง กล่า วจะติด ตัว เด็ก วัย รุ่น
จนถึง วัย ผู้ใ หญ่ พฤติก รรมที่ป รากฏ
- 29.
ทฤษฎีพฒนาการทางสังคมของอิริคสัน
ั
(Erikson’s Psychosocial Theory)
อิริค สัน ได้แ บ่ง พัฒ นาการทางสัง คมของ
บุค คลไว้ 8ขัน ดัง นี้
้
• 1. การสร้า งความรู้ส ก ไว้ว างทางใจ
ึ
ช่ว งอายุแ รกเกิด ถึง 1 ขวบ ถ้า เด็ก ได้
รับ อาหาร นำ้า ความรัก ความเอาใจ
ใส่ และความใกล้ช ิด จากมารดาหรือ พี่
เลี้ย งเป็น อย่า งดี เด็ก จะเกิด ความรู้ส ก
ึ
ไว้ว างใจและความอบอุ่น มั่น คง ในทาง
- 30.
ทฤษฎีพ ฒ นาการทางสังคม
ั
ของอิร ค สัน (ต่อ )
ิ
2. การสร้า งความรู้ส ก เป็น ตัว ของตัว
ึ
เอง วัย นี้เ ด็ก จะแสดงออกให้เ ห็น ว่า
ตนเองมีค วามสามารถ มีค วามเป็น
ตัว ของตัว เอง ในทางตรงข้า ม ถ้า
เด็ก มิไ ด้ร ับ ความสำา เร็จ หรือ ความ
พอใจ เด็ก จะเกิด ความอายและกลัว
การแสดงออก ในวัย เด็ก จะเกี่ย วข้อ ง
กับ บิด ามารดา และหรือ พีเ ลี้ย งมาก
่
3. การสร้า งความคิด ริเ ริม
่
วัย นี้เ ด็ก จะ
- 31.
ทฤษฎีพ ฒ นาการทางสังคม
ั
ของอิร ค สัน (ต่อ )
ิ
4. การสร้า งความรู้ส ก รับ ผิด ชอบ วัย นี้
ึ
เด็ก จะเริ่ม เกี่ย วข้อ งกับ สัง คมมากขึ้น
ตามลำา ดับ จะขยัน เรีย นขยัน อ่า น
หนัง สือ ประเภทต่า งๆ พูด คุย และอวด
โชว์ค วามเด่น และความสามารถของ
ตนเพื่อ ให้เ พื่อ นยอมรับ ถ้า เด็ก ทำา ไม่
ได้เ ขาจะผิด หวัง และมีค วามรูส ึก เป็น
้
ปมด้อ ย
5. การสร้า งบุค ลิก ภาพของตน ช่ว ง
- 32.
ทฤษฎีพ ฒ นาการทางสังคม
ั
ของอิร ค สัน ผู้น ำา ) ว งอายุ
ิ
(ต่อ ช่
6. การสร้า งความเป็น
19-40 ปี เป็น วัย ที่เ ปลี่ย นไปสู่ค วามเป็น
ผู้ใ หญ่ต ้อ งการเป็น ผูน ำา ต้อ งการติด ต่อ
้
และสัม พัน ธ์ก ับ เพื่อ นต่า งเพศ จนเป็น
เพือ นสนิท และหรือ เป็น คูช ีว ิต ยอมที่จ ะ
่
่
เป็น ผู้น ำา ในบางขณะ ถ้า ผิด หวัง จะแยก
ตนเองออกจากสัง คม หรือ อยูต ามลำา พัง
่
ในวัย นี้จ ะมีเ พื่อ นรัก เพือ นร่ว มงาน และ
่
เพือ นสนิท เป็น จำา นวนมาก
่
7. การสร้า งความเป็น ผู้ใ หญ่ เป็น วัย ทีม ี
่
ความรับ ผิด ชอบในการเป็น บิด ามารดาให้
- 33.
ทฤษฎีพ ฒ นาการทางสังคม
ั
ของอิร ค สัน (ต่อ )
ิ
8. การสร้างความมันคงของชีวิต
่
ตั้งแต่ 61 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่ต้องการ
ความมันคงสมบูรณ์ในชีวิต จะภาค
่
ภูมใจในความสำาเร็จแห่งชีวิตและผล
ิ
งานของตน ถ้าผิดหวังจะเกิดความ
รู้สึกล้มเหลวในชีวิต
- 34.
ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคล
เบอร์ก (Kohlberg’s PsychosocialTheory)
• โคลเบอร์ก ได้แบ่งขั้นตอนการพัฒนาการทาง
จริยธรรมไว้เป็น 6 ขั้นดังนี้
1. ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่เด็กแรก
เกิดจนถึงอายุประมาณ 7 ปี ซึ่งชอบใช้หลักการหลีก
เลี่ยงมิให้ได้รับโทษ และจะเลือกกระทำาในทางที่จะ
เกิดประโยชน์แก่ตนเองมากกว่า เด็กระยะนี้เข้าใจ
ความดีว่าหมายถึงสิงที่ทำาแล้วไม่ถูกลงโทษหรือถูก
่
ตำาหนิ เช่น เด็กยอมทำาการบ้าน เพราะกลัวครู
ทำาโทษ เป็นต้น ส่วนการตัดสินใจว่าอะไรถูกอะไร
ผิด เด็กจะมองที่ผลของการกระทำาว่า ถ้าเสียหาย
มากก็ตัดสินว่าการกระทำานั้นผิด ไม่ได้มองที่สาเหตุ
ของการกระทำา
- 35.
ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์
ก (ต่อ)
3. ขันการทำา ตามเพื่อ น อายุ 10-13 ปี ขั้นนี้
้
เด็กย่างเข้าสูวัยรุ่น จะให้ความสำาคัญแก่กลุ่ม
่
เพื่อนมาก ต้องการให้กลุ่มยอมรับจึงทำาตาม
บุคคลที่ตนเห็นว่าดีงาม คือ เอาอย่าง Good boy,
nice girl เด็กวัยนี้ส่วนมากจะทำาตามในสิงที่ตน
่
ตัดสินว่าคนอื่นจะเห็นด้วย เพื่อให้เป็นที่
ชอบพอของเพือนฝูงและเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม
่
เพื่อน จริยธรรม ของบุคคลในขั้นนี้เน้นหนัก
ด้านการทำาตามคนอื่นมากกว่าคำานึงถึงเรื่องการ
ถูกลงโทษ และรางวัล
4. ขั้น การทำา ตามหน้า ที่ อายุ อายุ 13-16 ปี
เด็กวัยนี้จะมีความรู้และประสบการณ์ว่าแต่ละ
กลุ่มจะมีกฎเกณฑ์ให้สมาชิกยึดถือ และเขาก็มี
ความเข้าใจในหน้าที่ของตนในกลุ่ม มีศรัทธา
- 36.
ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของ
โคลเบอร์ก (ต่อ)
5. ขั้นการทำา ตามสัญ ญา อายุ 16 ปีขึ้นไป
ขั้นนี้บคคลจะพยายามกระทำาเพือหลบหลีกมิให้
ุ
่
ถูกตราหน้าว่าเป็นคนขาดเหตุผล เป็นคนไม่
แน่นอน คำาว่าการทำาตามสัญญาของบุคคลใน
ขั้นนี้ หมายถึงการทำาตามที่ตกลงหรือให้
สัญญาไว้กับผู้อื่น แม้พยายามที่จะลิดรอนสิทธิ
ของผูอื่น เห็นประโยชน์สวนรวมมากกว่าส่วน
้
่
ตัว มีความเคารพตนเองและต้องการให้ผอื่น
ู้
เคารพตนเองด้วย
6. ขั้น หลัก อุด มคติส ากล ขันนี้เกิดกับวัย
้
- 37.
ทฤษฎีพ ัฒ นาการทางจริยธรรม
ของโคลเบอร์ก (ต่อ )
• โคลเบอร์ก เชื่อ ว่า พัฒ นาการ
ของการใช้เ หตุผ ลเชิง จริย ธรรม
จะดำา เนิน ไปตามขั้น ตอน จาก
ขั้น ที่ห นึ่ง เรื่อ ยไปจนถึง ขั้น ที่ห ก
จะข้า มขั้น มิไ ด้ และ
พัฒ นาการอาจจะชะงัก อยู่ใ น
ขั้น ใดขั้น หนึ่ง ก็ไ ด้ ทั้ง นี้ข ึ้น อยู่
กับ ความสามารถทางสติป ัญ ญา
- 38.
สมองกับการเรียนรู้
• ช่ว งอายุ3 ขวบแรก จะเป็น ช่ว ง
สำา คัญ สุด ของการพัฒ นาของเด็ก
• สมองคนเราเริ่ม ก่อ ตัว ตั้ง แต่อ ายุ 2
สัป ดาห์ใ นครรภ์
• ปัจ จัย ทีไ ด้ร ับ ขณะตั้ง ครรภ์ก ็จ ะมีผ ล
่
ต่อ การเจริญ เติบ โตของสมองเช่น
กัน เช่น แม่ต ้อ งมีอ ารมณ์ด ี ได้ร ับ
สารอาหารทีค รบ 5 หมู่ โดยเฉพาะ
่
ธาตุเ หล็ก ไอโอดีน โปรตีน กรดโฟ
- 39.
สมองกับ การเรีย นรู้
•จำา นวนเซลล์ส มองแรกเกิด มีป ระมาณ 1
(ต่อ )
แสนล้า นเซลล์ มีใ ยประสาทประมาณร้อ ย
ละ 20 ของผู้ใ หญ่ หลัง จากคลอดแล้ว
จำา นวนเซลล์ส มองไม่ไ ด้เ พิ่ม ขึ้น แต่จ ะ
ขยายตัว และเพิ่ม สายใยประสาทเพื่อ
เชื่อ มระหว่า งเซลล์ใ ยประสาทมากน้อ ย
ขึ้น กับ สิ่ง แวดล้อ มและการกระตุ้น ต่า งๆ
ยิง มีใ ยประสาทมากยิง ฉลาด และเรีย นรู้
่
่
ได้เ ร็ว
• ถึง แม้จ ำา นวนเซลล์ส มองเท่า เดิม แต่ก ็
อาจจะสูญ เสีย การติด ต่อ สื่อ สารระหว่า ง
- 40.
• เซลล์ส มองที่เกี่ย วกับ การเรีย นรู้ม ี 2
อย่า ง คือ Neurons และ Glial cells ซึ่ง
ส่ว นใหญ่จ ะอยู่ท ี่ส ่ว นบนของสมอง
ชั้น นอก ( Neocortex )
• การเรีย นรู้จ ะเกิด ขึ้น ได้เ มื่อ เซลล์
สมอง 2 เซลล์ ติด ต่อ กัน โดยผ่า น
ทางสายใยประสาทส่ง ผ่า นข้อ มูล
ซึ่ง กัน และกัน
• เซลล์ส มองมีส ่ว นประกอบ 3 ส่ว น
- 41.
• เซลล์ส มองจะเกิดการเรีย นรู้โ ดยข้อ มูล ที่
เราได้ร ับ จากสัม ผัส ทัง 5 คือ ผ่า นทางตา
้
หู จมูก ลิ้น สัม ผัส ผิว กาย จะส่ง ผ่า นเข้า
สูส มอง จากเซลล์ส มองส่ง ผ่า นทางสายใย
่
ประสาทส่ง ข้อ มูล ไปยัง สายใยประสาทรับ
ข้อ มูล ของเซลล์ป ระสาทสายใยตัว รับ โดย
จะมีจ ุด เชื่อ มระหว่า งกัน เมื่อ มีข ้อ มูล ผ่า น
มาบ่อ ยๆ จะทำา ให้จ ุก เชือ มนี้แ ข็ง แรง ซึ่ง
่
เซลล์ส มองแต่ล ะเซลล์จ ะเชื่อ มกัน 5,000 10,000 เซลล์ และมีต ัว เชื่อ มประมาณ 1
ล้า นล้า น และเด็ก ๆ จะสร้า งใยประสาทได้
เร็ว และง่า ยกว่า ผู้ใ หญ่ ยิง ใช้บ ่อ ยๆ ใย
่