พัฒนาการทางบุคลิกภาพตามแนวคิด
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud)
ซิกมันด์ ฟรอยด์
(Sigmund Freud)
 ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) เป็นจิตแพทย์ชาวออสเตรีย ฟรอยด์
ได้ศึกษากลไกทางจิตที่มีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรมของมนุษย์
( Psychological Mechanism of Behavior ) และใช้วิธีการสะกดจิตในการ
รักษาคนไข้ที่มีอาการทางโรคประสาท
 ฟรอยด์ เห็นว่าจิตใต้สานึกทาให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ
หรือจิตใต้สานึกทาให้เกิดบุคคลิกภาพของแต่ละบุคคลขึ้นมา
นั่นเองนอกจากนี้ฟรอยด์ยังเปรียบเทียบลักษณะจิตของมนุษย์ไว้
เหมือนเป็นก้อนน้าแข็งที่ลอยน้า จิตรู้สานึก(Conscious)
จิตใต้สานึก (Unconscious)
จิตกึ่งสานึก (Preconscious)
 ส่วนที่อยู่เหนือน้าเป็นจิตรู้สานึก(Conscious) ซึ่งเป็นส่วนที่
สามารถรับรู้และทดสอบได้ตามความเป็นจริง ส่วนที่อยู่ใต้น้า
เรียกว่า จิตใต้สานึก (Unconscious) และส่วนที่อยู่ระหว่างจิตรู้กับ
จิตใต้สานึกเรียกว่า จิตกึ่งสานึก (Preconscious) ซึ่งจิตใต้สานึกจะ
ส่งผลสะท้อนให้แสดงความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใต้สานึกออกมา
ในรูปของ ความฝัน การลืม การกิน การนอน สิ่งที่แสดงออกมา
หลังจากการสะกดจิต หรืออาการของโรคประสาท
 อิด (Id) คือ สิ่งที่เป็นความต้องการพื้นฐานตั้งแต่เกิด จัดอยู่ในจิตใต้
สานึก หรือเป็นสิ่งที่จัดว่าเป็นสัญชาติญาณ
 อีโก (Ego) คือ ความรู้สึกตัว เป็นการกระทาที่เกิดขึ้นด้วยแรงขับจาก
แรงดันจากสัญชาติญาณ จะคงอยู่ตลอดเวลา และบางครั้งจะมีการ
แสดงออกมาในรูปของความฝัน
ลักษณะโครงสร้างทางจิตของฟรอยด์
ประกอบด้วย
ซุปเปอร์อีโก (Supperego) ได้รับอิทธิพลมากจากความต้องการทางสังคม เช่น การ
อบรมเลี้ยงดูการเรียนการสอนซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปีแรกของชีวิต ถ้าบุคคลได้รับการ
อบรมในด้านจริยธรรมมากจะทาให้ซุปเปอร์อีโก้ควบคุมการทางานของอีโก้
นอกจากนี้ซุปเปอร์อีโก้จะทางานสัมพันธ์กับอิดด้วย
 ฟรอยด์กล่าวว่า มนุษย์เรามีสัญชาติญาณติดตัวมาแต่กาเนิด และได้แบ่ง
สัญชาติญาณออกเป็น 2 ชนิดคือ
1) สัญชาติญาณเพื่อการดารงชีวิต (Life instinct)
2) สัญชาติญาณเพื่อความตาย (Death instinct)
สัญชาตญาณบางอย่าง จะถูกเก็บกดไว้ในจิตไร้สานึก ฟรอยด์ได้อธิบาย
เกี่ยวกับสัญชาตญาณ เพื่อการดารงชีวิตไว้อย่างละเอียด ได้ตั้งสมมติฐานว่า
มนุษย์เรามีพลังงานอยู่ในตัวตั้งแต่เกิด เรียกพลังงานนี้ว่า "Libido” เป็น
พลังงานที่ทาให้คนเราอยากมีชีวิตอยู่ อยากสร้างสรรค์ และอยากจะมีความ
รัก มีแรงขับทางด้านเพศ หรือกามารมณ์ (Sex) เพื่อจุดเป้าหมาย คือ
ความสุขและความพึงพอใจ (Pleasure) โดยมีส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ไว
ต่อความรู้สึก และได้เรียกส่วนนี้ว่า อีโรจีเนียสโซน (Erogenous Zones)
 แบ่งออกเป็นส่วนต่างดังนี้
- ส่วนปาก ช่องปาก (Oral)
- ส่วนทางทวารหนัก (Anal)
- และส่วนทางอวัยวะสืบพันธุ์ (Genital Organ)
ฉะนั้น ฟรอยด์กล่าวว่าความพึงพอใจในส่วนต่างๆ ของร่างกายนี้ เป็นไป
ตามวัย เริ่มตั้งแต่วัยทารก จนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ขั้น คือ
1. ขั้นปาก (Oral Stage)
2. ขั้นทวารหนัก (Anal Stage)
3. ขั้นอวัยวะเพศ (Phallic Stage)
4. ขั้นแฝง (Latence Stage)
5. ขั้นสนใจเพศตรงข้าม (Genital Stage)
การแสวงหาความพึงพอใจในส่วนต่างๆ
ของร่างกายซึ่งแบ่งเป็น 5 ขั้นดังนี้
 1.ขั้นปาก(Oral Stage)วัย 0-2 ขวบ เป็นวัยที่แสวงหาความพึงพอใจ
จากการดูดนมแม่ นมขวด และการดูดนิ้ว ถ้าความพึงพอใจนี้ไม่ได้
รับการตอบสนองจะมีผลต่อบุคลิกภาพในวัยผู้ใหญ่ คือจะเป็นผู้ที่
แสวงหาความพึงพอใจโดยการใช้ปากอย่างไม่จากัด เช่นรับประทาน
มาก พูดมาก ชอบพูดถากถางผู้อื่น
 2.ชั้นทวารหนัก(Anal Stage) วัย 2-3 ปี เป็นวัยที่แสวงหาความพึง
พอใจจากการถ่ายอุจจาระ ถ้าความพึงพอใจนี้ไม่ได้รับการ
ตอบสนองจะมีผลต่อบุคลิกภาพในวัยผู้ใหญ่ คือ จะเป็นผู้ที่เจ้า
ระเบียบ เข้มงวด หรือรุงรังไม่เป็นระเบียบ สุรุ่ยสุร่าย หรือตระหนี่
ก็ได้
 3.ขั้นอวัยวะเพศ (Phillic Stage)วัย 3-5 ปี เป็นวัยที่แสวงหาความ
พึงพอใจจากอวัยวะเพศ เด็กผู้ชายจะติดแม่และรักแม่มาก
เด็กผู้หญิงจะรักพ่อมาก
 4.ขั้นแฝง (Latent Stage) วัย 6-12 ปี เป็นวัยที่เด็กเก็บกดความรู้สึก
ทางเพศหรือความต้องการทางเพศสงบลง เด็กผู้ชายมักเล่นหรือ
จับกลุ่มกับเด็กผู้ชาย และเด็กผู้หญิงมักเล่นหรือจับกลุ่มกับ
เด็กผู้หญิง
 5.ขั้นสนใจเพศตรงข้าม (Genital Stage) วัย 12 ปีขึ้นไป
เป็นวัยที่มีความสนใจเพศตรงข้ามเป็นระยะเริ่มต้นของวัยผู้ใหญ่
 ถ้าเด็กโชคดี และผ่านวัยแต่ละวัย โดยไม่มีปัญหาก็จะเจริญเติบโต เป็น
ผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกภาพปกติ แต่ถ้าเด็กมีปัญหา ในแต่ละขั้นของพันนาการ
ก็จะมีบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น "Oral Personalities” เป็นผลของพฤติกรรม
ในวัยทารกจนถึง 2 ปี ผู้ใหญ่ที่มี Oral Personality เป็นผู้ที่มีความต้องการที่
จะหาความพึงพอใจ ทางปากอย่างไม่จากัด เช่น สูบบุหรี่ กัดนิ้ว ดูดนิ้ว
รับประทานมาก มีความสุขในการกิน และชอบดื่ม คนที่มี Oral Personality
อาจจะเป็นผู้ที่เห็นโลกในทางดี (Optimist) มากเกินไป จนถึงกับเป็นคนที่
ไม่ยอมรับความจริงของชีวิต หรืออาจจะเป็น คนที่แสดงตนว่าเป็นคนเก่ง
ไม่กลัวใคร และใช้ปากเป็นเครื่องมือ เช่น ชอบพูดเยาะ
 ถ้า พฤติกรรม เกิดในระยะที่ 2 ของชีวิต คือ อายุราวๆ 2-3 ปี จะทาให้
บุคคลนั้น มีบุคลิกภาพแบบ Anal Personality ซึ่งอาจจะมีลักษณะ
ต่างๆ ดังนี้
(1) เป็นคนเจ้าสะอาดมากเกินไป (Obsessively Clean) และเรียบร้อย
เจ้าระเบียบ เข้มงวด และเป็นคนที่ต้องทาอะไรตามกฎเกณฑ์ เปลี่ยน
แนวไม่ได้
(2) อาจจะมีลักษณะตรงข้ามเลย คือ รุงรัง ไม่เป็นระเบียบ
(3) อาจจะเป็นคนสุรุ่ยสุร่าย หรือตระหนี่ก็ได้ผู้ชายที่แต่งงานก็คิดว่า
ตนเป็นเจ้าของ "ผู้หญิง” ที่เป็นภรรยาเก็บไว้แต่ในบ้าน หึงหวงจนทา
ให้ภรรยาไม่มีความสุข ผู้หญิงที่มี Anal personality ก็จะหึงหวงสามี
มาก จนทาให้ชีวิตสมรสไม่มีความสุข
จัดทำโดย
นางสาวนารี ศรีบุญทัน รหัส 55131113010
นางสาวพลอยไพลิน โลหะเวช รหัส 55131113011
นางสาวฉัตรฤดี ลิมปิพันธ์ รหัส 55131113012
นางสาวผกาแก้ว ชัยยะ รหัส 55131113028
นายกฤษฏิ์ คล้าจีน รหัส 55131113031
นายวุฒิพงษ์ ทับกระโทก รหัส 55131113035
สาขาการสอนวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
พัฒนาการทางบุคลิกภาพตามแนวคิดซิกมันฟรอยด์

พัฒนาการทางบุคลิกภาพตามแนวคิดซิกมันฟรอยด์

  • 1.
  • 2.
    ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) เป็นจิตแพทย์ชาวออสเตรีย ฟรอยด์ ได้ศึกษากลไกทางจิตที่มีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรมของมนุษย์ ( Psychological Mechanism of Behavior ) และใช้วิธีการสะกดจิตในการ รักษาคนไข้ที่มีอาการทางโรคประสาท
  • 3.
  • 4.
     ส่วนที่อยู่เหนือน้าเป็นจิตรู้สานึก(Conscious) ซึ่งเป็นส่วนที่ สามารถรับรู้และทดสอบได้ตามความเป็นจริงส่วนที่อยู่ใต้น้า เรียกว่า จิตใต้สานึก (Unconscious) และส่วนที่อยู่ระหว่างจิตรู้กับ จิตใต้สานึกเรียกว่า จิตกึ่งสานึก (Preconscious) ซึ่งจิตใต้สานึกจะ ส่งผลสะท้อนให้แสดงความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใต้สานึกออกมา ในรูปของ ความฝัน การลืม การกิน การนอน สิ่งที่แสดงออกมา หลังจากการสะกดจิต หรืออาการของโรคประสาท
  • 5.
     อิด (Id)คือ สิ่งที่เป็นความต้องการพื้นฐานตั้งแต่เกิด จัดอยู่ในจิตใต้ สานึก หรือเป็นสิ่งที่จัดว่าเป็นสัญชาติญาณ  อีโก (Ego) คือ ความรู้สึกตัว เป็นการกระทาที่เกิดขึ้นด้วยแรงขับจาก แรงดันจากสัญชาติญาณ จะคงอยู่ตลอดเวลา และบางครั้งจะมีการ แสดงออกมาในรูปของความฝัน ลักษณะโครงสร้างทางจิตของฟรอยด์ ประกอบด้วย
  • 6.
    ซุปเปอร์อีโก (Supperego) ได้รับอิทธิพลมากจากความต้องการทางสังคมเช่น การ อบรมเลี้ยงดูการเรียนการสอนซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปีแรกของชีวิต ถ้าบุคคลได้รับการ อบรมในด้านจริยธรรมมากจะทาให้ซุปเปอร์อีโก้ควบคุมการทางานของอีโก้ นอกจากนี้ซุปเปอร์อีโก้จะทางานสัมพันธ์กับอิดด้วย
  • 7.
     ฟรอยด์กล่าวว่า มนุษย์เรามีสัญชาติญาณติดตัวมาแต่กาเนิดและได้แบ่ง สัญชาติญาณออกเป็น 2 ชนิดคือ 1) สัญชาติญาณเพื่อการดารงชีวิต (Life instinct) 2) สัญชาติญาณเพื่อความตาย (Death instinct) สัญชาตญาณบางอย่าง จะถูกเก็บกดไว้ในจิตไร้สานึก ฟรอยด์ได้อธิบาย เกี่ยวกับสัญชาตญาณ เพื่อการดารงชีวิตไว้อย่างละเอียด ได้ตั้งสมมติฐานว่า มนุษย์เรามีพลังงานอยู่ในตัวตั้งแต่เกิด เรียกพลังงานนี้ว่า "Libido” เป็น พลังงานที่ทาให้คนเราอยากมีชีวิตอยู่ อยากสร้างสรรค์ และอยากจะมีความ รัก มีแรงขับทางด้านเพศ หรือกามารมณ์ (Sex) เพื่อจุดเป้าหมาย คือ ความสุขและความพึงพอใจ (Pleasure) โดยมีส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ไว ต่อความรู้สึก และได้เรียกส่วนนี้ว่า อีโรจีเนียสโซน (Erogenous Zones)
  • 8.
     แบ่งออกเป็นส่วนต่างดังนี้ - ส่วนปากช่องปาก (Oral) - ส่วนทางทวารหนัก (Anal) - และส่วนทางอวัยวะสืบพันธุ์ (Genital Organ) ฉะนั้น ฟรอยด์กล่าวว่าความพึงพอใจในส่วนต่างๆ ของร่างกายนี้ เป็นไป ตามวัย เริ่มตั้งแต่วัยทารก จนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ขั้น คือ 1. ขั้นปาก (Oral Stage) 2. ขั้นทวารหนัก (Anal Stage) 3. ขั้นอวัยวะเพศ (Phallic Stage) 4. ขั้นแฝง (Latence Stage) 5. ขั้นสนใจเพศตรงข้าม (Genital Stage)
  • 9.
    การแสวงหาความพึงพอใจในส่วนต่างๆ ของร่างกายซึ่งแบ่งเป็น 5 ขั้นดังนี้ 1.ขั้นปาก(Oral Stage)วัย 0-2 ขวบ เป็นวัยที่แสวงหาความพึงพอใจ จากการดูดนมแม่ นมขวด และการดูดนิ้ว ถ้าความพึงพอใจนี้ไม่ได้ รับการตอบสนองจะมีผลต่อบุคลิกภาพในวัยผู้ใหญ่ คือจะเป็นผู้ที่ แสวงหาความพึงพอใจโดยการใช้ปากอย่างไม่จากัด เช่นรับประทาน มาก พูดมาก ชอบพูดถากถางผู้อื่น
  • 10.
     2.ชั้นทวารหนัก(Anal Stage)วัย 2-3 ปี เป็นวัยที่แสวงหาความพึง พอใจจากการถ่ายอุจจาระ ถ้าความพึงพอใจนี้ไม่ได้รับการ ตอบสนองจะมีผลต่อบุคลิกภาพในวัยผู้ใหญ่ คือ จะเป็นผู้ที่เจ้า ระเบียบ เข้มงวด หรือรุงรังไม่เป็นระเบียบ สุรุ่ยสุร่าย หรือตระหนี่ ก็ได้
  • 11.
     3.ขั้นอวัยวะเพศ (PhillicStage)วัย 3-5 ปี เป็นวัยที่แสวงหาความ พึงพอใจจากอวัยวะเพศ เด็กผู้ชายจะติดแม่และรักแม่มาก เด็กผู้หญิงจะรักพ่อมาก
  • 12.
     4.ขั้นแฝง (LatentStage) วัย 6-12 ปี เป็นวัยที่เด็กเก็บกดความรู้สึก ทางเพศหรือความต้องการทางเพศสงบลง เด็กผู้ชายมักเล่นหรือ จับกลุ่มกับเด็กผู้ชาย และเด็กผู้หญิงมักเล่นหรือจับกลุ่มกับ เด็กผู้หญิง
  • 13.
     5.ขั้นสนใจเพศตรงข้าม (GenitalStage) วัย 12 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่มีความสนใจเพศตรงข้ามเป็นระยะเริ่มต้นของวัยผู้ใหญ่
  • 14.
     ถ้าเด็กโชคดี และผ่านวัยแต่ละวัยโดยไม่มีปัญหาก็จะเจริญเติบโต เป็น ผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกภาพปกติ แต่ถ้าเด็กมีปัญหา ในแต่ละขั้นของพันนาการ ก็จะมีบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น "Oral Personalities” เป็นผลของพฤติกรรม ในวัยทารกจนถึง 2 ปี ผู้ใหญ่ที่มี Oral Personality เป็นผู้ที่มีความต้องการที่ จะหาความพึงพอใจ ทางปากอย่างไม่จากัด เช่น สูบบุหรี่ กัดนิ้ว ดูดนิ้ว รับประทานมาก มีความสุขในการกิน และชอบดื่ม คนที่มี Oral Personality อาจจะเป็นผู้ที่เห็นโลกในทางดี (Optimist) มากเกินไป จนถึงกับเป็นคนที่ ไม่ยอมรับความจริงของชีวิต หรืออาจจะเป็น คนที่แสดงตนว่าเป็นคนเก่ง ไม่กลัวใคร และใช้ปากเป็นเครื่องมือ เช่น ชอบพูดเยาะ
  • 15.
     ถ้า พฤติกรรมเกิดในระยะที่ 2 ของชีวิต คือ อายุราวๆ 2-3 ปี จะทาให้ บุคคลนั้น มีบุคลิกภาพแบบ Anal Personality ซึ่งอาจจะมีลักษณะ ต่างๆ ดังนี้ (1) เป็นคนเจ้าสะอาดมากเกินไป (Obsessively Clean) และเรียบร้อย เจ้าระเบียบ เข้มงวด และเป็นคนที่ต้องทาอะไรตามกฎเกณฑ์ เปลี่ยน แนวไม่ได้ (2) อาจจะมีลักษณะตรงข้ามเลย คือ รุงรัง ไม่เป็นระเบียบ (3) อาจจะเป็นคนสุรุ่ยสุร่าย หรือตระหนี่ก็ได้ผู้ชายที่แต่งงานก็คิดว่า ตนเป็นเจ้าของ "ผู้หญิง” ที่เป็นภรรยาเก็บไว้แต่ในบ้าน หึงหวงจนทา ให้ภรรยาไม่มีความสุข ผู้หญิงที่มี Anal personality ก็จะหึงหวงสามี มาก จนทาให้ชีวิตสมรสไม่มีความสุข
  • 16.
    จัดทำโดย นางสาวนารี ศรีบุญทัน รหัส55131113010 นางสาวพลอยไพลิน โลหะเวช รหัส 55131113011 นางสาวฉัตรฤดี ลิมปิพันธ์ รหัส 55131113012 นางสาวผกาแก้ว ชัยยะ รหัส 55131113028 นายกฤษฏิ์ คล้าจีน รหัส 55131113031 นายวุฒิพงษ์ ทับกระโทก รหัส 55131113035 สาขาการสอนวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา