More Related Content
PPTX
แนวทางการบริโภคอาหารสำหรับผู้สูงอายุ PDF
DOC
ประโยชน์ที่ได้จากการกินผัก PDF
PDF
PDF
การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในโรงพยาบาลบางละมุง PPT
PDF
What's hot
PPT
PDF
การบริโภคอาหารในผู้สูงอายุ PDF
PPTX
PDF
Module 5 ntr dm htn ckd final PPT
อาหารแลกเปลี่ยนและอาหารเพื่อสุขภาพ PPTX
PPT
PPT
PPT
PDF
PPT
PDF
รู้ทันอาหารกับหัวใจของเรา PPTX
สื่อการสอน เรื่อง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ PDF
PDF
PDF
PPTX
PPT
Similar to งานนำเสนอ
DOCX
PDF
PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
ใยอาหารจากพืช: ยาลดความอ้วนจากธรรมชาติ PDF
PDF
PPT
PDF
PPTX
PPTX
DOC
PDF
PDF
DOCX
น ำผลไม ค__นสด บำร_งอว_ยวะภายในท__วร_างกาย PDF
โครงงานผลไม เพ _อส_ขภาพpdf PPT
10 สุดยอดอาหารที่ควรทานทุก PDF
งานนำเสนอ
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
** กระถินไทย **ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ใบอ่อน ฝักอ่อน เมล็ดอ่อน ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดทั้งปี คุณค่าทางโภชนาการ แคลเซียม 137 มก . เหล็ก 4.4 มก . วิตามินเอ 7,883 วิตามินซี 8 มก . การปรุงอาหาร ยอดอ่อน ใบอ่อน ฝักอ่อน - แก่ รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก ( ชาวอีสาน ) ใช้เมล็ดอ่อนผสมในส้มตำมะละกอหรือรับประทานกับส้มตำ ( ชาวใต้ ) ใช้เมล็ดอ่อน ใบอ่อนรับประทานกับหอยนางรม จะให้รสหวานอร่อย - 5.
** ข่า **ส่วนที่ใช้บริโภค เหง้าอ่อน - แก่ ต้นอ่อน ดอกอ่อนตูม สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชอบขึ้นตามที่ลุ่มดินโปร่งร่วนซุยที่ดอนมีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกได้ทุกฤดูกาล การปรุงอาหาร เหง้าอ่อนและดอก รับประทานเป็นผักสดหรือลวกให้สุก ร่วมกับน้ำพริก เหง้าอ่อน ใช้ปรุงเป็นอาหาร เช่น ด้มข่าไก่ ตำเมี่ยงข่าไก่ ตำเมี่ยง เหง้าแก่ ใช้ปรุงเป็นเครื่องปรุงรสและแต่งกลิ่นสำหรับน้ำพริกแกง เป็นเครื่องต้มยำ แกง เหง้าแก่ รสเผ็ดปร่าและรสร้อน สรรพคุณ ขับลม รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุดเสียด - 6.
** กระชาย **ส่วนที่ใช้บริโภค ราก สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชอบที่ร่ม มีการกระจายพันธุ์ในประเทศทั่วทุกภาค ในดินปนทราย ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดทั้งปี พักตัวฤดูแล้ง การปรุงอาหาร ราก เอาไปทำน้ำยาขนมจีนแกง ลำต้นอ่อนเอามากินเป็นผักกับส้มตำ แกง เช่น แกงเลา แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ หัวสด กินแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ราก มีกลิ่นรุนแรง - 7.
** มะละกอ **ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ผลดิบ ผลสุก การปรุงอาหาร ยอดอ่อน นำมาดองรับประทานเป็นผัก ผลดิบหั่นเป็นชิ้น นึ่งหรือต้ม ให้สุกรับประทานเป็น ผักจิ้มกับน้ำพริก หรือ ผัด แกงส้ม ส้มตำ แกงอ่อม ผลสุกนำมามานเป็นผลไม้ ผลสุกมีรสหวานมีคุณค่าเป็นยาระบายอ่อนๆ - 8.
** ถั่วเหลือง **ส่วนที่ใช้บริโภค เมล็ดในฝัก คุณสมบัติพิเศษ ช่วยชะลอความแก่ เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน เส้นใย วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 กรดโฟลิกคลอไรด์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไขมันไม่อิ่มตัว และที่สำคัญคือฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งช่วยลดคลอเรสเตอรอล ต้านโรคมะเร็งในเต้านม และรักษามวลกระดูก การกินโปรตีนจากถั่วเหลืองแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ จะช่วยลดคอเลสเตอรอลลง 10 เปอร์เซ็นต์ และในผู้ที่มีปริมาณคอเลสเตอรอลสูงมากๆ จะช่วยลดลงได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเต้าหู้และถั่วเหลืองเป็นอาหารที่นักโภชนาการ แนะนำให้ผู้หญิงวัยทองรับประทานจะช่วยลดอาการเนื่องมาจากปริมาณฮอร์โมน เอสโตรเจน ลดลงหลังจากหมดประจำเดือนและป้องกันโรคกระดูกพรุน การปรุงอาหาร การทานถั่วเหลืองโดยตรง มักไม่ค่อยเป็นที่นิยมจึงมีการแปรรูปถั่วเหลืองเป็นผลิตภัณฑ์อาหารมากมาย เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง - 9.
** ถั่วฝักยาว **ส่วนที่ใช้บริโภค ฝัก สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม คุณภาพของฝักที่ได้จะสมบูรณ์กว่าในช่วงฤดูร้อน การปรุงอาหาร ฝักดิบรับประทานสดๆได้ เป็นผักเครื่องเคียงน้ำพริก หรือจะลวกก่อน สามารถนำไปผัดรับประทานได้ด้วย ถั่วฝักยาวให้โปรตีนถึง 2.8 กรัม แคลเซียม 42 มก . วิตามินเอ 570 หน่วยสากล และวิตามินซี 22 มก . เมื่อบริโภคที่ 100 กรัม - 10.
** กระเพรา **ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ใบอ่อน การขยายพันธุ์ เมล็ด ปักชำกิ่งแก่ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลูกขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยระบายน้ำดี การปรุงอาหาร ยอดอ่อนใบอ่อน ใส่อาหารเช่น แกงป่า แกงเผ็ด ผัด ต้มยำ ทอดกรอบเป็นเครื่องเทศที่ช่วยดับกลิ่นคาวในอาหาร ใบกระเพรา รสเผ็ดร้อน เป็นยาตั้งธาตุ แก้ปวดท้อง จุกเสียดในท้อง ใช้แต่งกลิ่นแต่งรสได้ดี ใบสดของกระเพรามีน้ำมันหอมระเหยอยู่ซึ่งประกอบด้วย linaloo และ methyl chavicol เป็นยาแก้ขับลมท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้อง บำรุงธาตุ ขับลมแก้อาการจุกเสียดในท้อง - 11.
** กุยช่าย **ส่วนที่ใช้บริโภค ใบ ดอก ก้านดอก สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ดินชื้น การปรุงอาหาร ใบ ช่อดอก นำมาปรุงอาหาร เช่น ผัด ใบรับประทานสดกับผัดไทย ลาบ ใบมีฟอสฟอรัสสูง เป็นยาแก้หวัด บำรุงกระดูก แก้ลมพิษ แก้ท้องอืด - 12.
** ต้นหอม **คุณประโยชน์ ต้นหอมแม้จะมีกลิ่นฉุน แต่รสเผ็ดร้อนของต้นหอมก็แกล้มอาหารจีน แก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี จะสังเกตุว่าบนโต๊ะจีนมักนิยมทานต้นหอมจิ้มมัสตาร์ด ให้รสชาติที่เข้มขึ้นอีกทั้งความฉุนของต้นหอมเมื่อนำไปบุบแล้วพอกตรงที่ถูกแมลง กัดต่อย ก็แก้ปวดได้ชะงัด แถมยังแก้อาการเป็นหวัด คัดจมูก เมื่อบุบต้นหอมดม ทำให้จมูกโล่งได้นะคะ เมื่อบริโภคต้นหอมสดๆ ยังได้เบต้าแคโรทีน มากถึง 76.30 ไมโครกรัม วิตามินซีสด 22 มิลลิกรัม แคลเซียม 47 กรัม และฟอสฟอรัสถึง 33 กรัมต่อต้นหอมที่บริโภค 100 กรัม ต้นหอมยังช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือด ควบคุมความดันโลหิตสูง และป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตันอีกด้วย - 13.
** แตงกวา **ส่วนที่ใช้บริโภค ผลแตงกวา สามารถใช้บริโภคเป็นผักแนมสดๆได้ หรือจะนำผลดิบไปผัดหรือต้มก็ได้ หรือจะนำไปดองได้ในแตงกวาที่มีผลรูปทรงยาว คุณสมบัติพิเศษ เป็นหนึ่งในอาหารที่ช่วยรักษาสิวบนใบหน้าและลำตัว ด้วยการกินแตงกวาสดๆนี่เอง ทั้งยังช่วยลดความร้อนในร่างกาย หรือแก้ร้อนใน หากรับประทานเป็นผักสดด้วย - 14.
- 15.
** ส้ม **ส่วนที่นำมาทำยา น้ำส้มคั้น : คั้นเอาน้ำส้มทาบริเวณแผลที่ติดเชื้อ หรือไฟลวก ผิวหนังอักเสบ ในน้ำส้มมีสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เปลือกส้ม : เปลือกส้มแช่ในน้ำ ที่จะใช้ล้างหน้าหรืออาบน้ำ ใช้ล้างหน้าหรืออาบน้ำ ช่วยบรรเทาผิวหนังที่หนา หยาบกร้าน เปลือกส้มแห้ง : เปลือกส้มแห้งแช่ดองในเหล้าขาว ดื่มยาดองเหล้าสจำนวนพอเหมาะ ช่วยบำรุงปอด ละลายเสมหะ - 16.
** แตงโม **ส่วนที่นำมาทำยา เปลือกแตงโม รักษาโรคไตอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง เปลือกแตงโมแห้ง รักษา ริมฝีปากแตก เจ็บคอ เ ปลือกแตงโมตากแห้ง บดผสมกับเกล็ดการบูร ทาบริเวณ ฟันที่ปวด รักษาอาการปวดฟัน ดื่มน้ำคั้นจากแตงโมแช่เย็น บรรเทาอาการเป็นหวัด เหงื่อออกมากและกระหายน้ำ - 17.
** องุ่น ** การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง คนที่ร่างกายผอมแห้งแรงน้อย แก่ก่อนวัย ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ารับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยเสริมทำให้ร่างกายค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้ - 18.
** แอปเปิ้ล **แอปเปิลมีประโยชน์มากกับผู้ป่วยโรคไขข้อและเกาต์ ผู้ป่วยโรคเหล่านี้ ควรทานแอปเปิลสดเพียงอย่างเดียวสัก 1 ถึง 2 วัน เป็นการอดอาหาร ( fast ) เพื่อให้ร่างกายขับของเสียและสารพิษออกมา จากการวิจัยของฝรั่งเศสพบว่าการทาน แอปเปิลวันละ 2 ผล จะช่วยลดโคเลสเตอรอลลงได้ 10% ควรรับประทานแอปเปิลทั้งเปลือก เพราะสารเพกตินที่ช่วยลด โคเลสเตอรอลอยู่ที่เปลือก - 19.
** สัปปะรด **ชาวฮาวายจะดื่มน้ำสับปะรดเมื่อมีอาการอาหารไม่ย่อย ปัจจุบันเราทราบแล้วว่า สับปะรดสดมีเอนไซม์ชื่อว่า " โบรมีลีน " ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความสามารถในการย่อยโปรตีนได้ในเวลาอันรวดเร็ว น้ำสับปะรดสดยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอโดยใช้กลั้วคอ และเป็นส่วนผสมของตำรับยาพื้นบ้านรักษาโรคคอตีบ สับปะรดยังสามารถต่อต้านแบคทีเรียและบรรเทาอาการอักเสบได้ด้วย - 20.
** กล้วย **สรรพคุณ กล้วยหอม นำส่วนต่างๆ มารักษาโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง เอาเปลือกกล้วยหอมสดต้มรับประทานน้ำ นอกจากนี้ ถ้าเอาปลีกกล้วย ( ดอกกล้วย ) ต้มรับประทานน้ำเป็นประจำจะป้องกัน เส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งทำให้มีเลือดคลั่งในสมอง ริดสีดวงทวาร เลือดออก ท้องผูก รับประทานกลัวยหอมตอนเช้าขณะท้องว่าง วันละ 1-2 ผลเป็นประจำทุกวัน มีไข้ตัวร้อน กระหายน้ำ กระสับกระส่าย คอแห้ง เจ็บคอ : รับประทานกล้วยหอมครั้งละ 1-2 ผล วันละ 3 ครั้ง มือเท้าแตก เอากล้วยหอมที่สุกงอมเต็มที่ ถ้าเปลือกกล้วยสีดำยิ่งได้ผลดี ) บีบเอากล้วยที่สุกแล้วนี้ออกมา ทากล้วยหอมที่ได้นี้ที่มือ เท้าที่แตก หลังจากแห้งแล้วจะมีความรู้สึกลื่นเย็นสบาย และทาทิ้งไว้เช่นนั้นหลายชั่วโมงจึงล้างออก ให้ทำเช่นนี้ตอนก่อนนอนหลังจาก ล้างมือล้างเท้าสะอาดแล้ว ทำติดต่อกันหลายครั้งจะค่อยๆ ดีขึ้น ไอเรื้อรัง กล้วยหอม 1-2 ผล ใช้เนื้อของกล้วยหอมที่ปอกเปลือกออกแล้วผสมกับน้ำตาลทรายขาวพอเหมาะ และนำไปตุ๋น ใช้ไฟอ่อนๆ จนสุก รับประทานวันละ 1-2 ครั้ง กินติดต่อกันหลายวัน ฝีบวม เอาใบกล้วย หรือก้านใบกล้วย ตำให้แหลก ทาพอกบริเวณที่เป็นแผล - 21.
** สตรอเบอร์รี่ **สตรอเบอร์รีเป็นผลไม้เมืองหนาว เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์และไขข้ออักเสบ นั่นเป็นเพราะว่า สตรอเบอร์รีมีคุณสมบัติในการชำระล้างระบบต่างๆในร่างกาย นอกจากนี้สตรอเบอร์รียังเหมาะกับคนที่เป็นความดันโลหิตสูง การแพทย์แผนโบราณของยุโรปแนะนำให้ผู้ป่วยเป็นนิ่วในไตรับประทานสตรอเบอร์รี สตรอเบอร์รีมีเหล็กสูง จึงเหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคโลหิตจางและร่างกายอ่อนเพลีย ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังก็ควรรับประทานสตรอเบอร์รี หากจะรับประทานสตรอเบอร์รีเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย ควรรับประทาน สตรอเบอร์รีเพียงอย่างเดียวหรือก่อนอาหาร - 22.
- 23.
เส้นใยอาหาร เส้นใยอาหารโดยทั่วไป หมายถึง สารจากพืชที่ไม่ย่อยสลายด้วยเอนไซม์ ในทางเดินอาหารของคน การกินอาหารที่มีเส้นใยสูง มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และอาจลดความเสี่ยงของมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งเต้านม ช่องปาก กระเพาะอาหาร และทวารหนัก เป็นต้น - 24.
สารเม็ดสีในพืช สารเม็ดสีในพืชมีคุณสมบัติต้านมะเร็งหลายชนิด เช่น ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น แบ่งได้ 3 กลุ่ม ดังนี้ คลอโรฟิลล์ สารสีเขียว พบในพืชใบเขียวทั่วไป เช่น คะน้า ผักโขม ตำลึง และสาหร่าย เป็นต้น สารคาโรทีนอยด์ สารสีส้ม - เหลือง และ แดง - ส้ม มีหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ลูทีน ไลโคปีน เป็นต้น พบในแครอท ฟักทอง มะเขือเทศ และผักใบเขียวอื่นๆ สารแอนโทไซยานิดิน สารสีน้ำเงิน ม่วง แดง พบในหัวบีทเบอร์รี่ เชอร์รี่ องุ่นม่วง และแดง กะหล่ำม่วง เป็นต้น - 25.
สรุป นอกจากมีเส้นใยอาหาร แล้วยังประกอบไปด้วยสารต้านมะเร็งอีกมากมายหลายชนิด มะเร็งเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับหนึ่ง ในคนไทย มะเร็งเป็นโรคร้ายแต่สามารถป้องกันได้ กินอาหารที่ประกอบด้วยผัก - ผลไม้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารที่กิน หรือ 500 กรัมต่อวัน และลดอาหารไขมันสัตว์ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ 20-30% จากผลการศึกษาทางระบาดวิทยา ในประชากรที่กินอาหาร ประกอบด้วยพืชผัก และผลไม้มากเป็นประจำ จะมีอัตราการเกิดมะเร็งน้อยกว่า ในประชากรที่กินอาหารเนื้อสัตว์มาก และกินผักผลไม้น้อย ใน ผัก - ผลไม้ มีเส้นใยอาหาร เกลือแร่ วิตามัน และสารหลายชนิด ( bioactive compounds) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งขบวนการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งสามารถป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ และชะลอความแก่ชราได้อีกด้วย กินผัก ผลไม้สด วันละ 500 กรัม เป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้ 20% ( มะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร ปอด กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ใหญ่ ตับอ่อน เต้านม กระเพาะปัสสาวะ ) - 26.
ที่มาของข้อมูล http:// web.technicchan.ac.th/~peang/ http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/5-4/no04/fruit1.html http://www.pooyingnaka.com/story/story.php?Category=food&No=1165 http://www.vegetablenet.th.gs/ http://web.technicchan.ac.th/~peang/ - 27.