More Related Content
PPTX
แนวทางการบริโภคอาหารสำหรับผู้สูงอายุ PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
การบริโภคอาหารในผู้สูงอายุ What's hot
PDF
PPT
PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
รู้ทันอาหารกับหัวใจของเรา PPT
PDF
PPTX
PDF
PPT
อาหารแลกเปลี่ยนและอาหารเพื่อสุขภาพ PDF
PDF
PDF
พีระมิดอาหาร ( Food guide pyramid ) PDF
เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง อาหาร สารอาหาร และการเจริญเติบโตของร่างกาย PDF
DOC
PPT
10 สุดยอดอาหารที่ควรทานทุก Similar to ประโยชน์ที่ได้จากการกินผัก
DOCX
PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
Final project-614-no.6-no.16 PDF
PPTX
PPTX
PPTX
PPT
PPT
PPT
PDF
PDF
PDF
ใยอาหารจากพืช: ยาลดความอ้วนจากธรรมชาติ PDF
สาระพันธุ์ผลไม้และผักสวนครัวสุ่อาหารรสเด็ด PPTX
PPTX
PDF
ประโยชน์ที่ได้จากการกินผัก
- 1.
ประโยชน์ที่ได้จากการกินผัก
กระเจี๊ยบเขียว ผักที่คนไทยควรกินเพราะอาหารผักที่รกษาความดันโลหิตให้เป็นปกติ ช่วยบำารุงสมองแล้วยังมี
ั
วิตามิน และเกลือแร่อีกหลายชนิด เมือกกระเจี๊ยบจะช่วยหล่อลื่นเคลือบ และบรรเทาการระคายเคืองเยื่อหุ้ม
กระเพาะ หรือลำาไส้อักเสบ และยังช่วยขับไล่พยาธิตัวจี๊ด ที่มากับอาหารพวกเนื้อแถมยังเป็นยาระบายอ่อนๆอีกด้วย
กระชายหรือโสมไทย เป็นทั้งผัก และสมุนไพร คนไทยไม่นิยมเป็นอาหารหลัก สารอาหารที่พบมากในราก และ
เหง้าของกระชายคือแคลเซียม และ วิตามินเอ นำาราก หรือเหง้ามาต้มกับนำ้า ดืมช่วยขับลมได้ แก้ทองอืดท้องเฟ้อ
่ ้
จุกเสียด แน่น และแก้อาการปวดมวลในท้อง ขับระดูขาว ขับปัสสาวะ บำารุงหัวใจ
กระถิน เป็นผักพื้นบ้านที่คุ้นเคยกับคนไทยดี เรามียอดกระถิน กินกับนำ้าพริก ให้พลังงานสูง ให้โปรตีน และ
แคลเซียมมาก กระถินมีเบต้า-แคโรทีนมากกว่า กะหลำ่าปลีถึง 60 เท่า แต่ไม่ควรกินทั้ง 3 มื้อควรกินสลับกับผักอื่น
ควรกินผักให้สมำ่าเสมอ เพือตัวเราเองและคนที่เรารัก อย่าให้ใครต้องร้องไห้ เพราะโรคหัวใจและโรคมะเร็งมาพราก
่
เราที่เขารักไปอีกเลย
- 2.
กล้วย มีความสำาคัญและมีประโยชน์มากมายตั้งแต่ด้านการใช้สอยความเชื่อพิธีกรรม และประโยชน์ทางคุณค่า
อาหารทั้งยังเป็นยารักษาโรคอีกด้วยกล้วยนำ้าว้าให้พลังงานมากที่สุด รองลงมาคือกล้วยไข่ และกล้วยหอม ตาม
ลำาดับกล้วยยังมีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ และวิตามินซีสูงป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
สตรีที่คลอดบุตรใหม่ๆใช้หัวปลีเป็นอาหารช่วยบำารุงนำ้านมให้มีมาก ส่วนลูกเมืออายุ 3 เดือนแม่ก็เริ่มให้กินข้าวบดกับ
่
กล้วยนำ้าว้า ใครทีท้องผูกเป็นประจำาให้กินกล้วยเป็นประจำาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยไม่ให้ท้องผูกระบบขับถ่ายจะดี ถ้า
่
ท้องเสียให้กินกล้วยดิบหรือกล้วยห่ามครั้งละครึ่งถึงหนึ่งลูกกินกล้วยสุกช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและเจ็บหน้าอก ที่
มีอาการไอแห้งร่วมด้วยได้ให้กินวันละ 4-6 ลูกถ้าต้องการไม่ให้มีกลิ่นปากและผิวพรรณดี ให้กินกล้วยนำ้าว้าหลังตื่น
นอนแล้วค่อยแปรงฟันทำาอย่างนี้สัก 1 สัปดาห์ กลิ่นปากจะหายไป ผิวพรรณก็ดด้วยหัวปลีให้วิตามินสูง ได้ทั้ง
ี
แคลเซียมโปรตีนและกากใยอาหาร กินกล้วยทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ลูกเพื่อสุขภาพทีดี ่
กะหลำ่าปลี กะหลำ่าปลีสดมีวิตามินสูง ให้โปรตีน คาร์โบไฮเดรท ฟอสฟอรัส และเบต้า-แคโรทีน สารที่ช่วยป้องกัน
มะเร็ง
กวางตุ้ง กินได้ทั้งต้ม ลวก ผัด แต่ตอนต้มต้องเปิดฝาเวลาตั้งไฟ เพือความอร่อยและปลอดภัย ผักกวางตุ้งกินแล้ว
่
ได้โปรตีน คาร์โบไฮเดรท แคลเซียม วิตามินซีและเบต้า-แคโรทีน
- 3.
ขมิ้น กินเป็นเครื่องเคียงของนำ้าพริกให้สารอาหารฟอสฟอรัสและธาตุเหล็กที่สำาคัญ ในขมิ้นมีสารออกฤทธิ์ปองกัน ้
มะเร็งได้ จนมีผู้นำาไปทำาเป็นยาเม็ดขาย นำ้าต้มขมิ้นมีฤทธิช่วยกระตุ้นการหลั่งนำ้าดี ใช้รกษาอาการเป็นนิ่วในถุงนำ้าดี
์ ั
รวมทั้งโรคกระเพาะอาหาร
ขิง เป็นทั้งอาหารและยา สรรพคุณทางยามีมากมาย สุดแต่ใช้คนที่กำาลังเป็นหวัดเย็นที่เกิดจากความเย็นของ
อากาศที่เปลียนแปลง คือรู้สึกหนาวมีไข้ตำ่าไม่ค่อยมีเหงื่อ เสมหะเหลวใส ให้ดื่มนำ้าต้มขิงร้อนๆ แล้วจะหาย ส่วน
หวัดร้อนคือหวัดที่เกิดจากความร้อนจะปวดหัวตัวร้อน เหงื่อออก คอแห้ง เจ็บคอ เสมหะเหนียวข้น สีออกเหลือง
ห้ามดื่มนำ้าขิงเพราะจะทำาให้ทรุดลงไปอีก อาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจเช่น คัดจมูก หรือเกี่ยวกับระบบ
ย่อยอาหารเช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด ให้ดื่มนำ้าขิงแก่ๆ จะช่วยให้ทุเลาได้ ช่วยขับลม
ขี้เหล็ก ให้ยอดและดอกที่มีรสขม ให้พลังงานและสารอาหารสูง ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ที่สำาคัญขี้เหล็ก
กินร่วมกับไขมันจากกะทิแล้วจะเกิดปรโยชน์มากต่อสารเบต้า-แคโรทีนที่มีอยู่มาก ให้เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งมี
ประโยชน์ตอสายตาและสุขภาพของร่างกายช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง เป็นยาระบายและช่วยให้นอนหลับสบายด้วย
่
ข้าวโพดฝักอ่อน มีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างน้อย ได้เพียงวิตามินซีสูงจึงควรกินร่วมกับผักอื่น เช่น ผัดผักรวม
มิตร แกงเลียง ฯลฯ
- 4.
คะน้า ผักใบเขียวราคาถูก แหล่งรวมแร่ธาตุวิตามินคับคั่งและเข้มข้นตังแต่โปรตีนคาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส เหล็ก
้
โดยเฉพาะวิตามินซี และเบต้า-แคโรทีน มีมากเป็นพิเศษ คะน้ากินสดๆ (แต่ต้องล้างนำ้าให้สะอาด) จะได้วิตามินซี
สูง ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื่น และทำาให้ระบบภูมคุ้มกันโรคแข็งแรงและยังเป็นแหล่งของแคลเซียมที่ ช่วย
ิ
เสริมสร้างกระดูก
คื่นช่าย เป็นทั้งผักและยาเหมาะสำาหรับคนที่มีปัญหาเรื่องไต เพราะมีโซเดียมน้อย คืนช่ายมีสารพิเศษที่ทำาให้
่
หลอดเลือด ขยายตัวช่วยลดความดันได้ กินสดๆ จะได้รับวิตามินซีมาก ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค โดยเฉพาะเบต้า-แค
โรทีนมีมาก ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจขาดเลือด
แครอท เป็นผักที่ให้ฟอสฟอรัส เหล็กและโดยเฉพาะมีสารเบต้า-แคโรทีนที่สูง ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยง ของ
โรคมะเร็ง แต่ควรกินแครอทที่สกแล้ว เพราะจะให้เบต้า-แคโรทีน มากกว่าในรูปผักดิบถึง 5 เท่า
ุ
แครอท เป็นผักที่ให้ประโยชน์มากเพราะมีสารเบต้า-แคโรทีนสูง ยอดแคขีดหนึ่งให้สารนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของความ
ต้องการของร่างกายใน 1 วัน คนไทยนิยมกินใบแค หรือดอกแคแก้ไข เปลี่ยนอากาศหรือไข้หัวลม ยอดแคยังให้
พลังงาน และแคลเซียมสูงอีกด้วย
ชะพลู เป็นผักพื้นบ้าน ผักใบรูปหัวใจมีรสชาติเผ็ดเล็กน้อย ใช้ห่อเครื่องเมี่ยงคำากินอร่อยกินสัก 10 ใบร่างกายจะ
ได้สารเบต้า-แคโรทีน 1 ใน 4 ของที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน และยังได้แคลเซียมอีกด้วย แต่ควรกินกับผักอื่นๆ
เติมจนได้ครบเต็มดีกว่า คนฉลาดควรจะเลือกกินให้พอเหมาะ
- 5.
ชะอม ผักมีหนามคมแต่ชะอมชุบไข่ทอดหรือใบชะอมสดหยอดด้วยนำ้าพริก อร่อยนักชะอมให้คุณค่าทางอาหารสูง
ทั้ง ฟอสฟอรัส วิตามินซี เบต้า-แคโรทีน ป้องกันมะเร็งและให้กากใยช่วยระบบการย่อยและระบบขับถ่าย
ดอกกระหลำ่า เป็นผักมีวิตามินซีมากแต่ต้องทำาให้สุกอย่างรวดเร็ว จึงจะได้วิตามินซีสูง
ดอกโสน ผักคนจนเพราะส่วนมากเกิดริมคลอง ริมถนน ช่วงหน้าฝน โสนจะออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่ง คนรวยไม่
ค่อยมี โอกาสได้ชิม จะลงจากรถไปเก็บก็อายคน คนจนเก็บได้เก็บเอายอดโสนและดอกโสนต้มจิ้มนำ้าพริกเป็น
กับข้าวพื้นๆ ที่วิเศษสุดยิ่งดอกโสนผัดนำ้ามัน กลินหอม ช่วยเจริญอาหารเป็นอย่างดี ดอกโสนนอกจากจะมีวิตามิน
่
เกลือแร่ทคล้ายๆ กับผักอื่นๆแล้วยังมีโปรตีนและธาตุเหล็กที่ปริมาณมากกว่าผักอื่นๆ
ี่
แตงกวา ไม่มีสารอาหารที่ดีเด่นเป็นพิเศษ แต่ก็มีประโยชน์ทางยา คือขับปัสสาวะ แก้ไข้ กระหายนำ้า ให้ความ
สดชื่นใบแตงกวาแก้ท้องเสียและบิด ส่วนเถาช่วยลดความดันเลือดได้
ตำาลึง ผักริมรั้วที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก มีทั้งเบต้า-แคโรทีน ทีช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง และโรค
่
หัวใจขาดเลือดให้แคลเซียม และกากใยทีช่วยระบบขับถ่ายให้ดี
่
- 6.
ถั่วแขก ให้วิตามินซี ให้แคลเซียมที่เสริมสร้างกระดูกและฟันและยังมัธาตุเหล็กที่สำาคัญต่อการสร้างเลือด
ถั่วงอก มีคุณค่าทางอาหารไม่มาก ให้โปรตีนนิดหน่อย มีแคลเซียมพอควร มีฟอสฟอรัสมากหน่อย สิ่งสำาคัญของ
ถั่วงอกคือ ความอร่อยจากความกรุบกรอบเวลาเคี้ยวและทำาให้อิ่มเหมาะสำาหรับผู้ที่ต้องการอาหารแคลอรีตำ่า
ถั่วฝักยาว ให้แคลเซียม ฟอสฟอรัสและมีไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร ช่วยลดคอเลสเตอรอล ถั่วฝักยาวเป็นผักกิด
สดได้ดีไม่ว่าจะกินกับนำ้าพริก หรือส้มตำาถั่วฝักยาว
ถั่วพู กินได้ตั้งแตยอด ดอก ราก ใบ ฝัก เมล็ด ในบ้านเรากินฝักเป็นส่วนใหญ่ทั้งดิบและสุก แต่ในพม่า หัวถั่วพู
ใต้ดินกินได้ทั้งดิบและต้ม ถั่วพูให้โปรตีนสูงให้แคลเซียมฟอสฟอรัส และวิตามินซี เมนูจานเด็ด ยำาถั่วพูกับโปรตีน
เกษตรตำาพอแหลก
ถั่วลันเตา รูปร่างสวย น่ารัก น่ากิน ถั่วลันเตาอุดมด้วยแร่ธาตุแคลเซียมฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินต่างๆ และยัง
ให้โปรตีนมากกว่าผักทั่วไป
- 7.
บร็อคโคลี ผักนอก รสหวานกรอบ น่ากิน คล้ายกับดอกกระหลำ่าบ้านเรา บร็อคโคลีให้ฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซียม
และวิตามินต่างๆโดยเฉพาะวิตามินซี
บวบ บวบเหลี่ยม มีคุณค่าทางอาหารเหมือนผักอื่นๆทั่วไป มีแต่ฟอสฟอรัสมาก และแร่ธาตุต่างๆ ช่วยเสริมสร้าง
กระดูก และฟัน มีธาตุเหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือด
ใบบัวบก ผักบำารุงสมอง บำารุงหัวใจลดอาการแพ้ลดความดันโลหิต แก้ชำ้าใน ใบบัวบกให้แคลเซียม และเบต้า-แค
โรทีนสูง ทีสำาคัญ มีวิตามินบี 1 สูง เป็นวิตามินแห่งระบบสมอง
่
ใบแมงลัก มีกลิ่นพิเศษ หอมโปร่งจมูก ให้เบต้า-แคโรทีน ทีช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจขาดเลือด ใล
่
แมงลักมีนำ้าหอมระเหย ทีช่วยย่อยอาหาร มีแคลเซียม วิตามินซี และกากใยอาหาร ช่วยระบบการขับถ่าย
่
ปวยเล้ง ใช้ทำาอาหารได้สารพัด ไม่ว่าจะผัดนำ้ามัน กินสด หรือลวกใส่ก๋วยเตี๋ยวหรือจิ้มกับนำ้าจิ้มกับนำ้าพริกก็อร่อย มี
แคลอรีตำ่า ดังนั้นคนทีชอบกินปวยเล้งมักมีสายตาดีผิวพรรณผุดผ่อง ปวยเล้งให้แคลเซียม ฟอสฟอรัสโดยเฉพาะมี
่
เบต้า-แคโรทีนสูง ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
- 8.
ปูเล่ ผักที่ท้าทายมนุษย์ให้กินหรือปลูกเป็นไม้ประดับใส่กระถางเด็ดใบกิน เคี้ยวเพลินและได้คุณค่าจากวิตามิน แร่
ธาตุ สารเบต้า-แคโรทีน สารอาหารที่ร่างกายจะเปลี่ยน ให้เป็นวิตามินเอ นำาไปใช้ในการบำารุงดวงตาและเสริมภูมิ
ต้านทาน ร่างกาย ช่วยป้องกันมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือดได้
บทความนี้มาจาก สมุนไพร-->สมุนไพรดอทคอม
http://www.samunpri.com
ประโยชน์ และ โทษ ของการทานผักผลไม้
1. แห้ว
ให้พลังงานสูง เพราะมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบที่สำาคัญ ดังนั้นการบริโภคมากไปก็อาจทำาให้อ้วนได้ เพราะ
แห้วจะเปลี่ยนเป็นนำ้าตาลแล้วสะสมในร่างกายนั่นเอง
นอกจากคาร์โบไฮเดรตแล้ว ใยอาหารก็มีอยู่มากเช่นกัน ซึ่งใยอาหารนี้จ ะเป็นประโยชน์อ ย่างมากต่อการขั บถ่าย
และกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำา ไส้ สุขภาพจึงดี ท้องไม่อืดเฟ้อ และป้องกันการเกิด มะเร็ งลำา ไส้
เนื่องจากการตกค้างของอาหารนั่นเอง
แห้วยังมีวิตามิน B และ E สูง จึงป้องกันโรคเหน็บชา และปากนกกระจอกได้ อีกทั้งยังช่วยบำารุงผิวหนังให้มีสุขภาพ
ดี สวยเปล่งปลั่งจึงเหมาะสำาหรับสาวๆ อย่างมาก
นำ้าที่มีอยู่ในแห้ว จะช่วยเป็นยาขับปัสสาวะได้ดี จึงป้องกันอาการขัดเบา และปัสสาวะลำาบากได้ด้วย
2. ฝรั่ง
ผลแก่เต็มที่มีวิตามินซีสูง จะลดลงเมื่อสุก ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน มีวิตามินเอ วิตามินบี1 บี2 และบี6
ธาตุเหล็ก และแคลเซียม มีกรดอินทรีย์หลายชนิด และมีนำ้าตาลเล็กน้อย
ฝรั่งเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี และวิตามิน เอ นั้น มีม ากกว่ามะนาวถึง 4 เท่า ทำา ให้ฝรั่งมี
คุณค่าในการสร้างความต้านทานโรคหวัดได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังมีการแนะนำาให้รับประทานฝรั่งเพื่อลดความอ้วน เพราะฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีความกรอบ เคี้ยวเพลิน และ
ไม่เพิ่มนำ้าหนัก คุณค่าทางอาหารประกอบด้วย วิตามินเอ,วิตามินซี, B1,B2,แคลเซียม,ฟอสฟอรัส,นอกจากนี้ยังมี
สารพวกเพคตินและแทนนิน (TANNIN) จำานวนมากด้วย
- 9.
สำาหรับคุณประโยชน์ทางอาหารสรุปได้ดังนี้
⇒ วิตามินซีและวิตามินเอ ช่วยให้มีความต้านทานต่อโรคหวัดเพิ่มขึ้นบำารุงเหงือกและฟัน , ป้องกันโรคเลือดออก
ตามไรฟัน
⇒ สารเพคติน (PECTIN) เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้ท้องผูกได้ดี สารแทนนิน (TANNIN) มีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมาน
สามารถบรรเทาอาการท้องร่วงและห้ามเลือดได้ , ช่วยสมานแผลและบรรเทาอาหารเจ็บคอ นอกจากนี้ยังช่วย
ระงับกลิ่นปากและรักษาแผลเรื้อรังเช่น นำ้ากัดเท้า และผื่นคันจากผิวหนังที่ถกใบไม้คันได้ด้วย
ู
ดังนั้น การกินฝรั่ง อาจจะทำาให้น้องไปหาหมอด้วยโรคหวัดน้อยลง และทำาให้ร่างกายได้รับสารอาหารดังที่กล่าวมา
แล้ว แต่การรักษาสุขภาพให้แข็ งแรง รับประทานอาหารที่ มีป ระโยชน์ และผัก ผ่อนให้ เพี ยงพอ เป็นเรื่ องที่สำา คัญ
ที่สด ที่จะทำาให้น้องไม่ต้องไปพบแพทย์ด้วย
ุ
3.ส้ม
ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่หากินได้ทุกที่ทุกเวลา ส้มจะมีวิตามินซี ตัวนี้เองที่มีฤทธิ์ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตาม
ไรฟัน และอัดแน่นด้วยไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ส่วนกากใยด้านนอก ดังนั้นเวลาทานส้มจึง
ไม่ควรลอกเยือบุผิวขาวๆ ส่วนที่เป็นกากใยออก เพราะกากใยนี้ช่วยในการขับถ่ายได้ดี
่
นอกจากเนื้อในจะมีประโยชน์แล้ว นำ้า มันจากเปลือกส้มที่อยู่ด้านนอกยังกระตุ้นให้ เกิดการหลั่ งสารเอนโดรฟินใน
สมอง ซึ่งจะช่วยให้ ร่ างกายรู้ สึ ก กระปรี้ก ระเปร่ าและผ่ อ นคลายมากขึ้ น จากรายงานการวิ จั ย ประเทศญี่ ปุ่ นค้ นพบ
ว่าการรับประทานส้มจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับได้ เนื่องจากมีสารยับยั้งอย่างแคโรทีนอยด์บรรจุอยู่ใน
ผลแบบเต็มๆ
Did you know? รับประทานนำ้าส้มคั้มสดๆ สักหนึ่งแก้วก่อนอาหารเช้า จะช่วยเติมเต็มวิตามินซีให้ร่างกายได้ตลอด
วัน ส่วนสาวๆ ที่กำาลังไดเอทควรรับประทานส้มโดยไม่คายกากจะช่วยควบคุมนำ้าหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำาให้
รู้สึกอิ่มท้องและไม่อ้วน
4. แคนตาลูป
เป็นผลไม้ที่มีรูปร่าง ลักษณะคล้ายผลแตงไทย แต่จะแตกต่างกันตรงที่เปลือกนอกของแคนตาลูปจะค่อนข้างแข็ง
และมีเนื้อในขาวนวลกว่า รวมทั้งรสชาติจะหวานกรอบ ไม่นิ่มเหมือนแตงไทย นิยมรับประทานสด ทำาเป็นสลัด นำ้า
ผลไม้ และของหวานบางชนิดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
หลาย ๆ คนอาจไม่เคยทราบเลยว่า เนื้อแคนตาลูปนั้นมีวิตามินเอ ช่วยบำารุงสายตา มีวิตามินซี ที่ช่วยป้องกันโรค
เลือดออกตามไรฟัน และมีแคลเซียม ทีช่วยบำารุงกระดูกและฟัน
่
นอกจากนี้ยังมีความหวานของนำ้าตาลธรรมชาติ รวมถึงสารอาหารที่เป็นประโยชน์ตอร่างกายอีกมากมายด้วย
่
5. ข้าวโพด
มีคุณค่าทางอาหารมากมาย ประกอบไปด้วยสารอาหาร ดังนี้
- 10.
⇒ คาร์โบไฮเดรต "ข้าวโพด"มีคาร์โบไฮเดรตประมาณร้อยละ72 ข้าวโพดหนัก 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่
⇒ ไขมัน เมล็ดข้าวโพดมีไขมันอยู่ร้อยละ 4 มีฤทธิ์ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล ช่วยลดความดันโลหิตสูง
⇒ โปรตีน โปรตีนในข้าวโพดเป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ค่ะ เพราะจากกรดอะมิโนที่จำาเป็นต่อร่างกายคือไลซีนและ
ทริบโตฟาน ควรรับประทานข้าวโพดร่วมกับถั่วเมล็ดต่างๆ
⇒ วิตามิน อุดมด้วยวิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 รวมไปถึงเกลือแร่
ประโยชน์ของข้าวโพด นอกจากจะรับประทานฝักสดๆแล้ว ข้าวโพดฝักอ่อน มักจะนำามาบรรจุกระป๋องซึ่งเป็นสินค้า
อีก ชนิด หนึ่งที่ นำา มู ลค่ าส่ งออกให้ ป ระเทศค่ ะ นำ้า มั นข้ า วโพดนิ ย มนำา มาทำา ขนมหรื อ นำ้า มั น สลั ด ตลอดจนใช้ ท อด
อาหารต่างๆได้เป็นอย่างดี
นอกจากประโยชน์ในรูปของอาหารแล้ว ข้าวโพดยังมีประโยชน์ในอุตสาหกรรมเครื่องอุปโภคหลายชนิด เช่น ทำา
สบู่, นำ้ามันใส่ผม, นำ้าหอม, กระดาษ, ผ้า ตลอดจนฝัก, ใบ, ลำาต้น ยังนำามาใช้ทำาผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง อาทิ ปุ๋ย,
วัตถุฉนวนไฟฟ้า ซังข้าวโพดแห้งยังใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มได้
ข้าวโพดมีสรรพคุณทางยา อาทิ ช่วยบำารุงร่างกาย, หัวใจ, ปอด, ขับปัสสาวะ และนำามาพอกรักษาแผล
เขียนโดย Nuchjarin ที่ 2/05/2009
http://lirinyong.blogspot.com/2009/02/blog-post.html
ผักผลไม้ต่างสี มีดีต่างกัน
ผักผลไม้ สีนำ้าเงิน สีม่วง และสีแดง
ผักผลไม้ที่มีสีนำ้าเงิน สีม่วง และสีแดงจะมีส่วนประกอบของสารสำาคัญชื่อแอนโธไซ-ยานิน(anthocyanin)
ซึ่งสารกลุ่มนี้มฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิด
ี
โรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง (ด้วยการยับยั้งไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน) ชะลอความเสื่อมของดวงตา
นอกจากนี้ แอนโธไซยานิน ยังช่วยยับยั้งเชื้ออีโคไลใน ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง และ
อาหารเป็นพิษด้วย ได้แก่ กะหลำ่าปลีม่วง มันสีม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่แดง ลูกหว้า ข้าวแดง ข้าวนิล ข้าวเหนียวดำา
ถั่วแดง ถั่วดำา มันเทศสีม่วง หอมแดง ดอกอัญชัน นำ้าว่าน-กาบหอย เผือก หอมหัวใหญ่สีม่วง มะเขือม่วง พริกแดง
องุ่นแดง-ม่วง แอปเปิ้ลแดง ลูกไหน ลูกพรุน ลูกเกด ลูกหม่อน(มัลเบอรี) บลูเบอรี่ เชอรี่ แบล็กเบอรี่ ราสเบอรี่ สต
่
รอเบอรี่ ฯลฯ
ผักผลไม้สีเขียว
- 11.
ผักผลไม้ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียว เช่น สีเขียวเข้มเขียวอ่อน เขียวปนเหลือง และเขียวขาว ซึงมีสารอาหารสำาคัญอยู่
่
มากมาย เช่น คลอโรฟิลล์ และสารประกอบอื่นๆ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน แคโรทีนอยด์กลุมลูทีน(eutein) และซีแซ
่
นทิน (zeaxanthine) อินโดล (indoles) ไธโอไซยาเนต (thiocyanate) และฟลาโวนอยด์ (flavonoids)ลูทีนและซี
แซนทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก และโรคศูนย์จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ เพราะ
ฉะนั้นใครทีอยากถนอมสายตาไว้ ใช้งานนานๆ ก็ตองกินผักที่มลูทีนและซีแซนทีนบ่อยๆ ซึ่งมีอยู่มากในผักคะน้า
่ ้ ี
ผักบุ้ง ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักกาดหอม แตงกวาทั้งเปลือก ซูกินทั้งเปลือก ถัวแขก ถัวลันเตา ข้าวโพด อะโวคาโด
ี ่ ่
มัสตาร์ด ฯลฯ
อินโดล เป็นสารประกอบไนโตรเจน ทีช่วยกระตุ้นการทำางานของตับให้สร้างเอนไซม์ออกมาใช้ในการต้านมะเร็ง
่
ป้องกันไม่ให้ DNA ถูกทำาลายลุกลามจนกลายเป็นเนื้อร้าย และยังเป็นตัวเร่งการกำาจัดฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่วนเกิน
ออกจากร่างกาย จึงช่วยป้องกันการเกิด มะเร็งทีมดลูกและที่เต้านมที่มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนตัวนี้ได้ อินโดลมีมาก
่
ในผักวงศ์กะหลำ่า เช่น แขนงกะหลำ่า กะหลำ่าปลี กะหลำ่าดอก บร็อคโคลี คะน้า หัวไชเท้า ฯลฯ
ไธโอไซยาเนต สารตัวนี้มีอยู่ในผักสีเขียวแทบทุกชนิด ฟลาโวนอยด์ มีมากใน องุ่น เชอรี่ แอปเปิ้ล ส้ม มะนาว
นอกจากนี้แล้ว ผักผลไม้สีเขียวชนิดอื่นๆ เช่น ผักกาด ขาว บวบ หน่อไม้ฝรั่ง ชะอม ใบชะพลู ใบทองหลาง
ใบย่านาง สะตอ ขึ้นฉ่าย กุยช่าย มะเขือหลากชนิด ฯลฯ ซึ่งล้วนมีแร่ธาตุที่สำาคัญ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และ
ซีลีเนียม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำางานให้แก่ ร่างกาย
ผักผลไม้สีขาว
พืชผักและผลไม้ที่มีสีขาว สีชา และสีนำ้าตาล มีสารประกอบสำาคัญหลายชนิดที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น
สารประกอบกำามะถันจากกระเทียมและหอมหัวใหญ่ ฟลาโวนอยด์หลายชนิด เพ็กติน และเส้นใยจากผลไม้หลาย
อย่าง ผักสีขาวอย่างกระเทียม ต้นกระเทียม หัวหอม กุยช่าย ขึ้นฉ่าย เซเลอรี่ (ขึ้นฉ่ายฝรั่ง) เห็ด ฯลฯ มีสารสำาคัญ
ที่ เ ป็ น ประโยชน์ ต่ อ ร่ า งกายคื อ อั ล ลิ ซิ น ซึ่ ง เป็ น สารที่ มี ฤ ทธิ์ ต้ า นการเกิ ด เนื้ อ งอก หอมหั ว ใหญ่ แอปเปิ้ ล ต้ น
กระเทียม ผลฝรั่ง ชาขาว ชาเขียว มี ฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระลดการแบ่งตัวของ เซลล์มะเร็ง และลด
การต้านยา ในเซลล์มะเร็ง ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มีสารไอโซฟลาโวน ที่มี ฤทธิ์เป็นเอสโตรเจน
อย่างอ่อน เรียกว่า ไฟโตเอสโตรเจน (ฮอร์โมน ที่ได้จากพืช) ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็ง
ลำาไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื้อสีขาว และเปลือกของผลมังคุด มีสารแซนโทน (xanthone) (กลุ่มของฟ
ลาโวนอยด์) สารตัวนี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดอาการปวดข้อ เข่ า ต้านเชื้อ โรคหลายชนิด เช่น เชื้อวั ณโรค ต้าน
เซลล์ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ช่วยรักษาระดับนำ้าตาล ในเลือด ให้เหมาะ และรักษาระบบภูมิคุ้ม -กันให้อยู่ในสภาพที่ดี (
ปัจจุบันมีการจำาหน่ายสารสกัดและเครื่องดื่มแซนโทน จากมังคุด ในประเทศสหรัฐอเมริกา ) ลูกเดือย เป็นธัญพืชที่มี
ประโยชน์ มากต่อร่างกาย สารสำาคัญในลูกเดือยที่ชื่อ กรดไซแนปติก มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ในตำา รา การแพทย์
แผนจีนใช้ลูกเดือยรักษาโรคมะเร็งและอาการอื่นๆ มานานแล้ว และปัจจุบันก็มีการทดลองใช้ สารสกัดไขมัน จาก
ลูก เดือย ในการ รั ก ษาผู้ ป่ วยโรคมะเร็ งด้ วย ขิ ง และข่ า เป็ นพื ช อาหารที่ มี ฤทธิ์ เสริม สุ ขภาพและรั ก ษาโรค สาร
สำา คัญในขิงที่ ชื่อ 6-จิงเจอรอล (6-gingerol) มีฤทธิ์ต้าน การอัก เสบ ลดปริมาณไขมั นใน เลือด ต้านการรวมตัว
ของเกล็ดเลือด ดังนั้นการกินขิงจึงเหมาะ สำาหรับการดูแลความดันเลือด และป้องกันโรคหลอดเลือด หัวใจอุดตัน
ได้ เหง้าข่า มีสารกาลานาน เอ และ บี (galanal A, B) ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมี สารต้ านการ
หลั่งฮีสตามีน ซึ่งช่วยบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ได้
เมล็ดงา (ทั้งขาวและดำา) มีสารเซซามิน (และสารอื่นๆ อีกหลายชนิด) มีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระเพิ่มปริมาณวิตามินอี
ในร่างกาย การกินเมล็ดงาในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถลดไขมันในกระแสเลือด และลดปริมาณโคเลสเตอรอลใน
เลือดได้
ธัญพืช เมล็ดถั่วต่างๆ จมูกข้าวสาลี และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มีกรดไฟติก ซึ่งมีคุณสมบัตดูดจับโมเลกุล
ิ
ของโลหะ มีฤทธิ์ต้าน อนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ลดโคเลสเตอรอล ลดไขมันและปริมาณนำ้าตาลในเลือด
- 12.
แอปเปิ้ล ฝรั่ง แก้วมังกร(และผลไม้อื่นๆ ที่ทำาแยมได้) มีสารเพ็กตินซึ่งเป็นเส้นใยชนิดที่ละลายนำ้าได้ ซึ่งเส้นใยดัง
กล่าว มีความสามารถจับตัวกับนำ้าตาล และปลดปล่อยโมเลกุลของนำ้าตาลออกสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ ด้วย เหตุนี้
จึงทำาให้ปริมาณ นำ้าตาลในเลือดค่อนข้างคงที่ ช่วยลดความอยากอาหาร ให้ความรู้สึกอิ่มหลังกิน จึงเป็นอาหารที่ใช้
ในการควบคุมนำ้าหนักได้
นอกจากนี้ ยังมีผักผลไม้สีขาวอีก หลายชนิดที่เราควรกินสลับสับเปลี่ยนกันไป ได้แก่ กล้วย สาลี่ พุทรา
ลางสาด ลองกอง เงาะ ลินจี่ ละมุด แห้ว เมล็ดแมงลัก ผักผลไม้สีขาว และสีนำ้าตาลชนิดอื่นๆ
้
ผักผลไม้สี เหลือง-สีส้ม
พืชผักที่มีสีเหลือง และสีส้ม จะมีสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด เช่น วิตามินซี แคโรทีนอยด์ (สารกลุ่มแคโร
ทีนอยด์ได้แก่ เบต้า-แคโรทีน แอลฟา-แคโรทีนฯ) และสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งสารอาหารสำาคัญในพืชผัก ผลไม้กลุ่ม
นี้ จะช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยบำารุงสายตา ทำาให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสี่ยง ต่อ
การเป็นโรคต้อกระจก ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค มะเร็ง และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำางานได้ดีผัก
ผลไม้ที่มีสีส้ม ส้มอมเหลือง และเหลืองอ่อน เช่น แครอท มะละกอ ฟักทอง มะม่วง ส้ม ขนุน แคนตาลูป มันเทศ
ลูกพลับ ทุเรียน เสาวรส ขมิ้นชัน (ใช้รักษาโรคกระเพาะ) ฯลฯ ล้วนอุดมไปด้วย สารมหัศจรรย์ที่ชื่อว่า เบต้าแคโร
ทีน และ ความจริ งแล้ วสารเบต้ าแคโรที นก็ มีอ ยู่ ในผั ก ผลไม้ สี เข้ ม แทบทุ ก ชนิ ด เช่ น พริ ก แดง มะเขื อ เทศ ตำา ลึง
คะน้า ผักโขม ฯลฯ ซึงเราสามารถกินทดแทนกันได้ แต่อาจจะได้รับสารเบต้าแคโรทีนไม่มากเท่าพืชผักสีส้มเท่านั้น
่
เอง
ผักผลไม้ สีแดง
ผักผลไม้ต่างๆ ที่มีสีแดง จะมีสารตัวที่ชื่อว่า ไลโคพีน (lycopene) ซึ่งเป็นแคโรทีนอยด์ที่ให้สีแดงแก่พืชผัก ต่างๆ
เช่น มะเขือเทศ พริกแดง แตงโม กระเจี๊ยบแดง ฝรั่ง มะละกอ หัวบีทรูท สตรอเบอรี่ เชอรี่ เมล็ดทับทิม ฯลฯ คุณ
ประโยชน์ของ ไลโคพีนในพืชผักผลไม้เหล่านี้คือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูก
หมาก ช่วยชะลอ ความเสื่อม ของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ผิวหนัง (มะเขือเทศ จึงได้รับการขนาน
นามว่า เป็นพืชแห่ง ความงาม ทีสาวๆ รูจักกันดี) และช่วยลดปริมาณไขมันตัวร้ายในเลือด
่ ้
สำาหรับผู้ที่ไม่ชอบกินผักผลไม้ สุขภาพมักจะไม่คอยดี อาจป่วยเป็นหวัดได้ทั้งปี ทังนี้ก็เพราะร่าง กายขาด
่ ้
ภูมิคุ้มกันหรือขาดสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ที่มีอยู่ในพืชผัก สารพัดชนิด นั่นเอง และเมือเรารู้แล้ว
่
ว่าผักผลไม้หลากสีเหล่านี้มีคุณค่ามากต่อสุขภาพ ดังนั้นในการนำามาประกอบเป็นอาหาร เราก็ควรถนอมสาร
สำาคัญ เหล่านี้ไว้ไม่ให้ถูกทำาลายไปกับความร้อนให้ได้มากทีสุด
่
ขั้นตอนในการปรุงอาหารเพื่อรักษาวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารสำาคัญไว้ให้มากที่สุด คือ การหุงต้มในเวลาอันสั้น หรือ
ผัก บางชนิด กินสดได้เลยก็ยิ่งดี ควร ล้างผักให้สะอาดก่อนหั่น แล้วอย่าหั่นชิ้นเล็กจนเกินไปเพราะ
จะทำาให้มีชองทาง ทีสารอาหาร จะสลายออกไปมากขึ้น
่ ่
ฮิปโปเครตีสเคยพูดเอาไว้ว่า "อาหารคือยา ยาก็คืออาหาร" คำาพูด นี้ยังคงเป็นสัจธรรมอยู่เสมอ ซึ่งถ้าเรา
- 13.
กินอาหาร ได้ถูกส่วน อย่างพอเหมาะอาหารที่กินเข้าไปก็เปรียบเสมือนยาที่ช่วยรักษาดูแลร่างกายให้แข็งแรงและ
หากเกิดเจ็บป่วย ขึ้นมา นอกเหนือจากยาที่ต้องกิน เพื่อรักษาโรคโดยตรงแล้ว อาหารทุกชนิดก็ สามารถบรรเทา
อาการเจ็บป่วยได้ ถ้าเรารู้ และเลือกกิน ให้เหมาะกับโรคที่เป็นอยู่
ที่มา:นิตยสารหมอชาวบ้าน,สิงหาคม 2548
http://www.sukhaparb.com/index.php?mo=3&art=290280
ผักสีเขียว ผักสีเขียว เป็นผักธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่มีมากที่สุดในโลก สีเขียวมาจากคลอโรฟิลล์ซึ่งดีสำาหรับดวงตา ผัก
สีเขียวส่วนมากเป็นผักกินใบ ผักตระกูลบวบ (Gourd) ซึ่งรวมผักจำาพวกแตง และซูกินีด้วย ผักประเภทนี้มีสรรพคุณ
ในการขับปัสสาวะ
ผักสีขาว ผักสีขาว กะหลำ่าปลี ถือเป็นผักสีขาว (แม้จะมีสีเขียวอยู่บ้างก็เป็นสีเขียวส่วนตรงโคนกาบ) เป็นผักที่รู้จก
ั
บริโภคกันทั่วโลก เป็นผักที่มีสารต้านมะเร็ง และมีคุณสมบัติในการย่อยอาหาร
ในเกาหลี ปลูกกะหลำ่าปลีมากที่เกาะเซจู กะหลำ่าปลีชอบดินทราย และอากาศเย็น (ระหว่าง 15 - 20 องศา)
ปัจจุบันที่เกาะเซจูแห่งนี้นับเป็นแหล่งผลิตกะหลำ่าปลีที่ใหญ่ทสุด มีพื้นที่ปลูกประมาณ 1,500 เฮคแตร์ หรือ
ี่
ประมาณ 9,375 ไร่ และสามารถจะปลูกกะหลำ่าปลีได้ตลอดทั้งปี
ผักสีแดง มะเขือเทศจัดอยู่ในประเภทผักสีแดง สีแดงมาจากไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งช่วยชะลอความแก่ และ
เมื่อหลายปีก่อนมีบทความทางวิชาการยืนยันว่า ไลโคปีน สามารถป้องกันมะเร็งในตับอ่อนได้ ทำาให้ผู้คนหันมา
สนใจบริโภคมะเขือเทศกันมากขึ้น
ผักสีม่วง สีม่วงในมะเขือม่วง ซึ่งเป็นผักในตระกูลมะเขือยาว (Aubergines) จะมีสีม่วงเข้ม บางครั้งดูเหมือนจะ
เป็นสีดำา สีม่วงเข้มดังกล่าว มาจากสีของแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ทีอยู่ในผัก แอนโธไซยานินมีคุณสมบัติ
่
ในการป้องกันสารอันตรายไม่ให้สะสมในเส้นเลือด ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดใน
สมองแตก สารที่มอยู่ในมะเขือม่วงนี้เรียกว่า "สโคโพเลติน" (Scopoletin) และ "สโคโพเลติน" ช่วยยับยั้งการเกร็ง
ี
ของกล้ามเนื้อในร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำาให้รับประทานมะเขือม่วงเพื่อรักษาอาการทางประสานด้วย
ผักสีเหลือง พริกยักษ์หรือพริกหวาน มีหลายสี ทั้ง เขียว แดงและเหลือง สีเหลืองของพริกหวานประกอบด้วยเบต้า
แคโรทีน (Beta Carotene) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการเพิ่มออกซิเจน หรือ Oxidation ของสารในร่างกาย ซึ่งจะมีผลต่อ
การชะลอความแก่ และ ป้องกันมะเร็ง
นอกเหนือจากพริกหวานแล้ว ผักที่มีสีเหลือง หรือผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูงอีกบางชนิดที่น่าจะจัดอยู่ในผักสีเหลือง
ได้ คือ ฟักทองและแครอท โดยเฉพาะแครอทนั้น แม้ไม่ใช่ผกของไทย แต่ก็มีปลูกกันมากแล้ว โดยเฉพาะทาง
ั
พื้นทีที่สูงในภาคเหนือ
่
ที่มา: ข่าวสารสมาคมพืชสวน ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 ประจำาเดือนมกราคม - เมษายน 2549
http://chiangmai.doae.go.th/pak.htm
ผักผลไม้ 7 อย่าง ทีคุณผู้หญิงไม่ควรพลาด
่
- 14.
เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีของคุณสาวๆ ขอแนะนำาผักผลไม้ 7ชนิด สำาหรับคุณผู้หญิงที่ได้รับการพิสจน์แล้วว่ามีสาร
ู
ที่เป็นประโยชน์แก่หญิงทุกวัย ทำาให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงาม และยังช่วยชะลอความชราได้อีกด้วย ดังนี้
ลูกพรุน (Prunes)ลูกพรุน เป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ที่สำาคัญพรุนช่วยทำาให้ผิวพรรณมี
เลือดฝาด ผู้หญิงเราเมื่อผ่านช่วงสดใสของชีวิต คือวัยยี่สิบห้า ร่างกายก็จะเริ่มเสื่อมโทรม ไขมันเริ่มเข้าสะสมตามที่
ต่างๆมากมาย ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยเลือดฝาดก็เริ่มหมองคลำ้าผิวพรรณจะเป็นสีชมพู- ระเรื่อหรือซีดโทรม เกิดได้
หลายสาเหตุ เช่นผิวมีความหนามากขึ้นตามวัยจนมองไม่เห็น เลือดฝาด หรือเลือดไม่มีให้ฝาดคือเป็นโรคโลหิตจาง
นั่นเอง พรุนเป็นแหล่งธาตุเหล็กทีดี พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78 มิลลิกรัมและมีวิตามิน ซี ซึงช่วยในการดูด
่ ่
ซึมธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นหากคุณผู้หญิงอยากมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ริมฝีปากแดงสดเหมือนสตรอเบ
อรี่ แก้มแดงใสเหมือนลูกเชอรี่โดยไม่ตองใช้เครืองสำาอางดูเป็นคนที่มีสุขภาพดีสมบูรณ์ด้วยเลือดฝาด ลองรับ
้ ่
ประทานลูกพรุนสดๆ หรือลูกพลัมดูสค่ะไม่เลวเลยทีเดียว
ิ
ถั่ว ผู้หญิงทุกคนอยากมีหุ่นสวยเพรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินสะสม“ถั่วช่วยคุณได้ค่ะ”ถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วย
โปรตีน เหล็ก วิตามินบี นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่าเมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดที่ละลาย
นำ้าได้ ( ซึ่งถั่วมีอยู่แล้วมากมาย )ไฟเบอร์จะเคลือบผิวกระเพาะทำาให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่ม-นานความอยากอาหารจะ
ลดลง ซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์กับคุณสุภาพสตรีทต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างมาก
ี่
บรอคโคลี่ เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะอย่างยิ่งสำาหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลายเพราะบรอค-โคลี่เป็นแหล่งซีลีเนียม
ตามธรรมชาติซึ่งเจ้าตัวซีลีเนียมนี้แหละค่ะ ทีช่วยบำารุงผิวพรรณ ( ซีลี-เนียมจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง
่
จึงทำาให้ผิวดูอ่อนวัยนุ่มนิ่ม มีนำ้ามีนวลเหมือนหนุ่มสาว ) แถมยังช่วยลบริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย
กล้วยไข่ กล้วยทุกชนิดดีตอสุขภาพแต่กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จกกันดีคอเบต้า
่ ั ื
แคโรทีนโดยธรรมชาติ เมื่อเราอายุพ้นยี่สิบสองไปแล้วความเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสือม ่
ในส่วนต่างๆของร่างกายก็จะเริ่มมาเยือนอย่างช้าๆ ขณะนั้นเองมีสองสิ่งที่สำาคัญเกิดขี้นในร่างกายของเรา ซึงก็คอ ่ ื
สิ่งแรก เซลล์ในร่างกายทุกเซลล์จะผลิตอนุมลอิสระมากขึ้นสิ่งที่สองความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สกหรอ
ู ึ
ของร่างกายจะลดลงเรื่อยๆพร้อมกันนั้นความสามารถในการจำากัดอนุมูลอิสระ ( Detoxification )ก็ลดลงอย่างน่า
ตกใจเช่นกันดังนั้น กลยุทธ์ที่คุณจะสู้กับความแก่ด้วยตนเองก็คือคุณต้องรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมลอิสระ ู
ให้มากซึ่งสารนี้เรารู้จักในชื่อที่ เรียกว่า แอนตีออกซิแดนท์( Antioxidants )ซึ่งในกล้วยไข่ 1 ขีด มีสารเบต้าแคโร
้
ทีนถึง 492 มิลลิกรัม
ฝรั่ง คุณผู้หญิงทั้งหลายทราบหรือไม่คะว่าฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง 180 มิลลิกรัม วิตามินซีมีบทบาทในการ
สร้างคอลลาเจนที่ทำาให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึงไม่แก่กอนวัยวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้า
่
ตัวสารต้านอนุมูลอิสระนี้เองที่ทำาให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพผิวหนังแห้งเหี่ยว เกิดริ้วรอยตีนกาวิตามินซี
มีความสำาคัญต่อการสร้าง และบำารุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน(ConnectiveTissue) เซลล์นับล้านๆตัวเกาะเกี่ยวกันเป็น
ร่างกายได้ด้วยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า คอลลาเจนมันคือคอลลาเจนตัวเดียวกันกับคอลลาเจนที่ทำาให้ผิวพรรณบนใบหน้า
ของคุณผู้หญิงทั้งหลายเต่งตึงนั่นเอง และเพราะฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินซีนั่นเอง คุณๆทั้งหลายที่อยากคงความ
เป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่ผิวสวยไว้นานๆน่าจะลองหันมารับประทานฝรั่งเป็นประจำานะคะ
แอปเปิ้ล มีสารสำาคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายนำ้า ทีชอ “เพคติน”แต่ที่น่าสนใจ
่ ื่
สำาคัญคุณผู้หญิงทั้งหลายคือ เจ้าตัว “เพคติน”นี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดนำ้าหนัก และลด
โคเลสเตอรอลหากคุณหิวจนตาลายแต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารแอปเปิ้ลสักลูกจะช่วยลดความหิวได้เพราะแอปเปิ้ลมี
แป้งและนำ้าตาลในรูปของนำ้าตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 %ทำาให้ร่างกายสามารถดูดซึมนำ้าตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็ว
และนำาไปใช้ประโยชน์ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลงทำาให้คุณไม่รู้สึกหงุดหงิด หรือ
อ่อนเพลีย แอปเปิ้ล 2-3 ผลต่อวันช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ เพราะแอปเปิลมีเพคตินซึ่งเป็น
้
ไฟเบอร์ที่ละลายนำ้าได้ ผลจากการวิจัยชี้ว่า เมื่อกรดในทางเดินอาหารย่อยสลายไขมัน และแยกโคเลส-เตอรอลออ
กมาเสร็จสิ้น แล้วเพคตินจากแอปเปิลจะไปคอยดักจับโคเลสเตอรอลเหล่านั้น และพาไปทิ้งก่อนที่จะถูกดูดกลับเข้า
้
ร่างกาย
ส้ม แหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรม-ชาติการรับประทานส้มโดยไม่คายกากจะช่วยคุมนำ้าหนักได้อกวิธีหนึ่ง
ี
เพราะจะทำาให้รู้สกอิ่มท้องเร็วเป็นประโยชน์สำาหรับคนที่ตองการลดนำ้าหนักได้อย่างดีทีเดียวค่ะนอกจากนี้ หากรู้สึก
ึ ้
หิวก่อนเวลา แทนที่จะนึกถึงเค้กก้อนโต หรือโดนัทชิ้นใหญ่ให้ลองหยิบส้มสักลูกเข้าปากแทนจะได้ประโยชน์
มากกว่าในราคาที่ถูกกว่าด้วยนะคะ
ผักและผลไม้ทั้ง 7 ชนิดทีกล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นสำาหรับคุณๆผู้หญิงทุกท่านทีต้องการรักษา
่ ่
สุขภาพ นอกจากผักผลไม้ทั้งเจ็ดนี้แล้วผักและผลไม้อื่นๆ ก็มคุณประโยชน์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสถาบันโภชนาการ
ี
- 15.
แห่งชาติอเมริกาจึงได้แนะนำาขนาด-ในการรับประทานผักผลไม้ในแต่ละวันว่า ควรจะรับประทานรวมกันให้ได้วันละ
ครึ่งกิโล หรือ5 ขีดจะช่วยให้คุณๆทั้งหลายมีสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมารบกวนค่ะ
อ้างอิงจาก ข้อมูลจาก หนังสือเภสัชโภชนา โดย ภก. สรจักร ศิริบริรักษ์ ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ info@green-
x.com
ประโยชน์ผักและผลไม้ต่อผิวหน้า
ผิวหน้าเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนหวงมาก เพราะไม่ว่าจะทำาอะไรก็ตามใบหน้าอันงดงามของเราก็จะติดตามเราไปด้วย
ทุกที่เลย เราต้องเอาใบหน้างามๆ ไปพบปะผู้คนมากมายในแต่ละวัน ดังนั้นหากใบหน้าเราเกิดเป็นสิว เกิดริ้วรอยขึ้น
มา แน่นอนคุณสาวๆคงหมดความมั่นใจกันเลยทีเดียว
ดังนั้นเราจึงต้องมาหาสิ่งที่ช่วยทำาให้ผิวหน้าเราสวยสดใสตลอดเวลากันเลยดีกว่า ผักและผลไม้ที่เป็นประโยชน์ต่อ
ผิวหน้า
⇒ ว่านหางจระเข้ : บำารุงผิว ป้องกันฝ้า ลบรอยจุดด่างดำา รักษาสิว
⇒ แตงกวา : ช่วยสมานผิว ลบรอยเหี่ยววววว ย่น
⇒ ใบบัวบก : ลดรอยตีนกา
⇒ มะนาว : ลดสีเข้มของกระบนใบหน้า
⇒ แตงโม : บำารุงผิวหน้าชุ่มชื่นสดใส
⇒ มะเขือเทศ : ช่ายสมานผิว ลบรอยเหี่ยววววว ย่นและจุดด่างดำา
⇒ ขมิ้นสด : บำารุงผิวหน้าผุดผ่องสดใสอ่อนวัย และช่วยให้สิวยุบเร็ว
⇒ กล้วยนำ้าว้าสุก : บำารุงผิวนุ่มเนียนอ่อนวัย
⇒ หัวไชเท้า : ช่วยลดรอยฝ้าและกระให้จางหาย
⇒ ทุเรียน : ลดปัญหาสิวเสี้ยน
⇒ มะม่วงสุก : แก้ปัญหาฝ้าและสิว
⇒ กล้วยหอม : ลดรอยเหี่ยววววว ย่น ถนอมผิวหน้าให้ชุ่มชื่น
⇒ สับปะรด : บำารุงผิวหน้าขาวใส และช่วยขจัดเซลล์ตาย ให้หลุดออก
⇒ มะขามเปียก : บำารุงผิวหน้าขาวเนียน ลดรอยฝ้าจุดด่างดำา ชำาระสิ่งสกปรก
ผักผลไม้ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างการ ถ้าทานในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ
http://health.zen-beautycare.com/label/health
- 16.
ประโยชน์ของผัก 36 ชนิด
ลำาดับ ชนิด คุณสมบัติ
มีเบต้าแคโรทีนสูง บำารุงสายตา เสริมระบบภูมคุ้มกัน ทำาให้นอน
ิ
1 สะเดา (Neem tree)
หลับ
ผักกาดขาว (Chinese ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ มีโฟเลทสูง บำารุงคุณ
2
white cabbage) แม่ตั้งครรภ์
มีนำ้ามันหอมระเหย บรรเทาอาการหวัด มีสารฟลาโวนอยด์ต้าน
3 ต้นหอม (Shallot)
มะเร็ง
เบต้าแคโรทีนป้องกันโรคมะเร็ง มีแคลเซียม แพคเตท ลดระดับ
4 แครอท (Carrot)
คลอเลสเตอรอลได้
มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการของโรคหัวใจ ควบคุมระดับ
5 หอมหัวใหญ่ (Onion)
นำ้าตาลในเลือด
มีแคลเซียมและสารต้านอนุมลอิสระสูง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
ู
6 คะน้า (Chinese kale)
และมะเร็ง
มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ช่วยให้เจริญ
7 พริก (Chilli)
อาหาร ขับเหงื่อ
ลดความดันโลหิต บำารุงสมอง ลดอาการกระเพาะหรือลำาไส้
8 กระเจี๊ยบเขียว (Okra)
อักเสบ
ผักกระเฉด(Water ดับพิษไข้ กากใยช่วยระบบขับของเสีย เพิ่มการเผาผลาญสาร
9
mimosa) อาหาร
มีวิตามินเอสูง ดีต่อดวงตา เส้นใยจับไนเตรต ลดความเสี่ยงใน
10 ตำาลึง (Ivy gourd)
การเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
มะระ (Chinese bitter มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นยาระบายอ่อน ๆ นำ้าคั้นลดระดับ
11
cucumber) นำ้าตาลในเลือด
บรรเทาอาการร้อนใน มีวิตามินเอบำารุงสายตา ธาตุเหล็กบำารุง
12 ผักบุ้ง (Water spinach)
เลือด
กลินหอม ช่วยเจริญอาหาร มีวิตามินเอ บี และซี บำารุงสมอง
่
13 ขึ้นฉ่าย (Celery)
ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
แคลอรีน้อย ไขมันตำ่า มีวิตามินดีสูง ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
14 เห็ด (Mushroom)
เสริมกระดูกและฟัน
บัวบก มีวิตามินบีสูง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บำารุงสมองและความจำา
15
(Indian pennywort) บำารุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ
กลินหอมเย็นของใบให้ความสดชื่น ทำาให้ความคิดแจ่มใส แก้
่
16 สะระแหน่ (Kitchen mint)
ปวดหัว
17 ชะพลู (Cha-plu) รสชาติเผ็ดเล็กน้อย แก้จุกเสียด ขับเสมหะ มีแคลเซียมสูง
ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำาไส้ มีเส้นใยคอยจับ
18 ชะอม (Cha-om)
อนุมลอิสระ
ู
รสฝาด แก้ร้อนใน กระหายนำ้า และบำารุงนำ้านม มีกากใย โปรตีน
19 หัวปลี (Banana flower)
และวิตามินซีสูง
ลดไขมันในเลือด ป้องกันหัวใจขาดเลือด ใบกระเทียมมีโฟเลท
20 กระเทียม (Garlic)
เหล็ก วิตามินซีสูง
นำ้ามันหอมระเหยทำาให้โล่งจมูก ช่วยระบายลม มีเบต้าแคโรทีน
21 โหระพา (Sweet basil)
แคลเซียม
บรรเทาอาการหวัดเย็น ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อน แก้อาการ
22 ขิง (Ginger)
ท้องอืดท้องเฟ้อ
นำ้ามันหอมระเหย ช่วยระบบย่อยอาหารขับลม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ
23 ข่า (Galangal)
แบคทีเรีย และเชือรา้
บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ บำารุงธาตุ มีวิตามินเอและ
24 กระชาย (Wild ginger)
แคลเซียม
ให้คุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสาร
25 ถัวพู (Winged bean)
่
ช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว
- 17.
ดอกขจร กระตุ้นให้รู้รสอาหาร ให้พลังงานสูง ประกอบด้วย
26
(Cowslip creeper) คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน
มีเส้นใย ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูด
27 ถัวฝักยาว (Long bean)
่
ซึมธาตุเหล็ก บำารุงเลือด
มีวิตามินเอสูง วิตามินซี รสเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นนำ้าย่อย และแก้
28 มะเขือเทศ (Tomato)
อาการคอแห้ง
กะหลำ่าปลี (White มีกลูโคซิโนเลท เมื่อแตกตัวจะเป็นสารต้านมะเร็ง และมีวิตามินซี
29
cabbage) สูง
มะเขือพวง (Plate brush ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยลดความดันเลือด มีแคลเซียม และ
30
eggplant) ฟอสฟอรัส
ขับลม บำารุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร มีนำ้ามันหอมระเหย แก้หวัด
31 ผักชี (Chinese paraley)
มีวิตามินเอและซีสูง
กุยช่าย (Flowering มีกากใยช่วยระบายของเสีย มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ด
32
chives) เลือดแดง
ผักกาดหัว (Chinese แก้ไอ ขับเสมหะ เพิ่มภูมต้านทางโรค มีสารช่วยให้กระเพาะ
ิ
33
radish) อาหารและลำาไส้บีบตัวได้ดี
แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง มีเบต้าแคโรทีนสูง ป้องกันโรค
34 กะเพรา (Holy basil)
มะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือดได้
35 แมงลัก (Hairy basil) ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ขับลม ขับเหงื่อ
กินแก้ไขช่วงทีอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นยาระบายอ่อน ๆ มี
่
36 ดอกแค (Sesbania)
วิตามินเอสูง บำารุงสายตา
ที่มา http:// www.goodhealth.co.th/