Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
SS
Uploaded by
sangkeetwittaya stourajini
2,554 views
โขน
โขน
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 10
2
/ 10
3
/ 10
4
/ 10
Most read
5
/ 10
6
/ 10
7
/ 10
Most read
8
/ 10
9
/ 10
Most read
10
/ 10
More Related Content
DOCX
รายงาน การประสมวงดนตรีสากล
by
การ์ฟิวว' เกรนเจอร์
PDF
ภาพพิมพ์ Printmaking
by
peter dontoom
PPT
เพลงนันทนาการ
by
สุวิทย์ สารีแ้ก้ว
DOCX
ปัญหายาเสพติด
by
N'Name Phuthiphong
PDF
งานธุรการโรงเรียน
by
Sukanya Polratanamonkol
PDF
Gpp คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา
by
Utai Sukviwatsirikul
DOCX
วิทย์ ป.2
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
PDF
Business Plan for Klungya chaingkhum
by
Utai Sukviwatsirikul
รายงาน การประสมวงดนตรีสากล
by
การ์ฟิวว' เกรนเจอร์
ภาพพิมพ์ Printmaking
by
peter dontoom
เพลงนันทนาการ
by
สุวิทย์ สารีแ้ก้ว
ปัญหายาเสพติด
by
N'Name Phuthiphong
งานธุรการโรงเรียน
by
Sukanya Polratanamonkol
Gpp คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา
by
Utai Sukviwatsirikul
วิทย์ ป.2
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
Business Plan for Klungya chaingkhum
by
Utai Sukviwatsirikul
What's hot
PDF
แผนวิทยาการคำนวณ ป.6.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
ข้อสอบวิชาศิลปะ ม.3 ฉบับที่ 1 พร้อมเฉลย
by
Khunnawang Khunnawang
PPTX
ประเภทของนาฏศิลป์
by
นาฏยภิรมย์ พูลเจริญฯ
DOC
ตัวชี้วัดเวิร์ด
by
mouseza
DOC
วิจัยในชั้นเรียน เรื่องการไม่ส่งการบ้าน
by
Ni Aslan
PPTX
4 ยารักษาโรคเบาหวาน
by
Pa'rig Prig
DOCX
หน้าปก บทคัดย่อ สารบัญ ภาคผนวก บรรณานุกรม Is
by
Sasiyada Promsuban
PDF
พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ22
by
phornphan1111
PDF
ทัศนธาตุ นวัตกรรมเล่ม 2 ส่งเผยแพร่
by
Nichakorn Sengsui
PDF
ชนิดประโยค ม.2
by
Ponpirun Homsuwan
PDF
โครงงานวิชา Is2
by
LeoBlack1017
DOC
องค์ประกอบของการสัมมนา๒
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
PDF
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่อง การสร้างสรรค์ผลงานการแสดง และการป...
by
Panomporn Chinchana
PDF
ตัวอย่างรายงานโครงงาน
by
Thanawadee Prim
PDF
การบริหารจัดการข้อร้องเรียน
by
Suradet Sriangkoon
DOCX
สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศจากสมุนไพร
by
minmint
PDF
คู่มือการผลิตและประกันคุณภาพเภสัชตำรับโรงพยาบาลยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งช...
by
Vorawut Wongumpornpinit
PDF
คำศัพท์พื้นฐานชั้น ป.5
by
โรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก
DOCX
แผ่นพับIs...
by
Sasiyada Promsuban
PDF
ภาษาไทย
by
Suphatsorn Pennuanoong
แผนวิทยาการคำนวณ ป.6.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
ข้อสอบวิชาศิลปะ ม.3 ฉบับที่ 1 พร้อมเฉลย
by
Khunnawang Khunnawang
ประเภทของนาฏศิลป์
by
นาฏยภิรมย์ พูลเจริญฯ
ตัวชี้วัดเวิร์ด
by
mouseza
วิจัยในชั้นเรียน เรื่องการไม่ส่งการบ้าน
by
Ni Aslan
4 ยารักษาโรคเบาหวาน
by
Pa'rig Prig
หน้าปก บทคัดย่อ สารบัญ ภาคผนวก บรรณานุกรม Is
by
Sasiyada Promsuban
พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ22
by
phornphan1111
ทัศนธาตุ นวัตกรรมเล่ม 2 ส่งเผยแพร่
by
Nichakorn Sengsui
ชนิดประโยค ม.2
by
Ponpirun Homsuwan
โครงงานวิชา Is2
by
LeoBlack1017
องค์ประกอบของการสัมมนา๒
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่อง การสร้างสรรค์ผลงานการแสดง และการป...
by
Panomporn Chinchana
ตัวอย่างรายงานโครงงาน
by
Thanawadee Prim
การบริหารจัดการข้อร้องเรียน
by
Suradet Sriangkoon
สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศจากสมุนไพร
by
minmint
คู่มือการผลิตและประกันคุณภาพเภสัชตำรับโรงพยาบาลยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งช...
by
Vorawut Wongumpornpinit
คำศัพท์พื้นฐานชั้น ป.5
by
โรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก
แผ่นพับIs...
by
Sasiyada Promsuban
ภาษาไทย
by
Suphatsorn Pennuanoong
Similar to โขน
DOC
โขน
by
leemeanxun
PDF
Khone
by
kruyome
PPT
Khone
by
suneesa3
PPT
Khone
by
Chanikan
PPT
Khone
by
Chanikan
PPT
Khone
by
Chanikan
PPT
Khone
by
Chanikan
PDF
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่องรูปแบบการแสดง ชุดที่ 3
by
Panomporn Chinchana
PDF
เรื่องรูปแบบการแสดง นาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์พื้นเมือง และ นาฏศิลป์นานาชาติ
by
Panomporn Chinchana
PDF
โขน
by
พัน พัน
PPTX
เด็กโขนยุค ๔.๐
by
Chanaphat Viriyapuree
PDF
เรื่อง การแสดงโขน
by
Cholticha Chatanon
PDF
งานนำเสนอรามเกียรติ์
by
bambookruble
DOC
ละคร
by
leemeanxun
DOCX
ละครรำ
by
leemeanxun
DOCX
ละครรำ.docx
by
pinglada1
PDF
ประเภทของนาฏศิลป์ไทย
by
nasaporn
DOC
ลิเก
by
leemeanxun
PDF
9789740336440
by
CUPress
PDF
ละครไทย
by
พัน พัน
โขน
by
leemeanxun
Khone
by
kruyome
Khone
by
suneesa3
Khone
by
Chanikan
Khone
by
Chanikan
Khone
by
Chanikan
Khone
by
Chanikan
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่องรูปแบบการแสดง ชุดที่ 3
by
Panomporn Chinchana
เรื่องรูปแบบการแสดง นาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์พื้นเมือง และ นาฏศิลป์นานาชาติ
by
Panomporn Chinchana
โขน
by
พัน พัน
เด็กโขนยุค ๔.๐
by
Chanaphat Viriyapuree
เรื่อง การแสดงโขน
by
Cholticha Chatanon
งานนำเสนอรามเกียรติ์
by
bambookruble
ละคร
by
leemeanxun
ละครรำ
by
leemeanxun
ละครรำ.docx
by
pinglada1
ประเภทของนาฏศิลป์ไทย
by
nasaporn
ลิเก
by
leemeanxun
9789740336440
by
CUPress
ละครไทย
by
พัน พัน
More from sangkeetwittaya stourajini
DOCX
พระพุทธศาสนา
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
พระไตรปิฏก
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
ประวัติพุทธบริษัท ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
ประวัติพระพุทธเจ้า
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
ชาดก
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
ละครรำ
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
รำไทย รำวง มาตรฐานไทย
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
บรรณานุกรม ดนตรี นาฎศิลป์
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Dance
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music2
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music3
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music4
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music5
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music6
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music7
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music8
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music9
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music10
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music11
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
Thai music12
by
sangkeetwittaya stourajini
พระพุทธศาสนา
by
sangkeetwittaya stourajini
พระไตรปิฏก
by
sangkeetwittaya stourajini
ประวัติพุทธบริษัท ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
by
sangkeetwittaya stourajini
ประวัติพระพุทธเจ้า
by
sangkeetwittaya stourajini
ชาดก
by
sangkeetwittaya stourajini
ละครรำ
by
sangkeetwittaya stourajini
รำไทย รำวง มาตรฐานไทย
by
sangkeetwittaya stourajini
บรรณานุกรม ดนตรี นาฎศิลป์
by
sangkeetwittaya stourajini
Dance
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music2
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music3
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music4
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music5
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music6
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music7
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music8
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music9
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music10
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music11
by
sangkeetwittaya stourajini
Thai music12
by
sangkeetwittaya stourajini
โขน
1.
บทที่3นาฏศิลป์ตอนโขน บทนา การแสดงอีกอย่างหนึ่งให้ท่ารา และแสดงเป็นเรื่องราวโดยลาดับ วิธีการทุกอย่างเหมือนละคร
แต่ไม่เรียกว่า ละคร การแสดงที่จะกล่าวนี้ เรียกว่า "โขน" โขน เป็นการแสดงที่ใช้ท่าราตามแบบละครใน แต่เพิ่มท่าราที่มีตัวแสดงแปลกออกไป กับเปลี่ยนทานองเพลง ที่ดาเนินเรื่อง ไม่ให้เหมือนละคร โขน มีลักษณะสาคัญอยู่ที่ ผู้แสดงต้องสวมหัวโขนหมดทุกตัว ยกเว้นตัวนาง พระ และเทวดา ในสมัยโบราณตัวพระและตัวเทวดา ก็สวมหัว ภายหลังจึงเปลี่ยนแปลงให้ตัวพระ และตัวเทวดาไม่ต้องสวมหัว คงใช้หน้าของผู้แสดงเช่นเดียวกับละคร หัวโขน เป็นเครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูตรงตาให้มองเห็น สร้างตามลักษณะของตัวนั้นๆ เช่น ยักษ์ ลิง เทวดา และอื่นๆ ตบแต่งด้วยสี ปิดทอง ประดับกระจก สวยงาม บางท่านก็เรียกว่า "หน้าโขน" เรื่องดาเนินไปด้วยการกล่าวลานาเล่าเรื่อง เป็นทานองเรียกว่า "พากย์" อย่างหนึ่ง กับ เจรจาเป็นทานองอย่างหนึ่ง บทพากย์เป็นกาพย์ยานี และกาพย์ฉบัง การพูดของตัวโขน ไม่ว่าจะเป็นทานองพากย์ ทานองเจรจา หรือพูดอย่างสามัญชน มีผู้พูดแทนให้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวที่สวมหน้า หรือไม่สวมหน้า ผู้พูดแทนตัวโขนนี้ เรียกว่า "คนเจรจา" เครื่องแต่งตัว เป็นแบบเดียวกับละครใน นอกจากบางตัวสวมหัวโขนตามเนื้อเรื่อง เสื้อของตัวพระ และตัวยักษ์สมัยโบราณมักมี ๒ สี คือ เป็นเสื้อกั๊กสีหนึ่ง กับแขนสีหนึ่ง นัยว่า เสื้อกั๊กนั้นแทนเกราะ ส่วนตัวลิง ตัวเสื้อ และแขนลายวงทักษิณาวรรต สมมติเป็นขน ของลิงหรือหมี ตัวยักษ์จะต้องมีห้อยก้นเป็นผ้าปักผืนสั้นๆ ปิดชายกระเบน เรื่องที่แสดง โขนของไทยเราแสดงแต่เรื่องรามเกียรติ์เรื่องเดียว วิธีการแสดงโขนมีหลายชนิด แตกต่างกันด้วยวิธีการแสดง ดังจะอธิบายไปตามลาดับดังนี้ โขนกลางแปลง โขนกลางแปลง เป็นโขนที่แสดงกับพื้นดิน ที่เป็นลานกว้างใหญ่ สมมติพื้นที่นั้นเป็นกรุงลงกาด้านหนึ่ง เป็นพลับพลาพระรามด้านหนึ่ง ด้านกรุงลงกาสร้างเป็นปราสาทราชวัง มีกาแพงจาลองด้วยไม้และกระดาษ ด้านพลับพลา ก็สร้างพลับพลามีรั้วเป็นค่ายจาลอง เช่นเดียวกัน ปลูกร้านสูงประมาณ๒ เมตร ตั้งวงปี่พาทย์ด้านละวง คนเจรจามีด้านละ ๒ คนเป็นอย่างน้อย วงปี่พาทย์บรรเลง ประกอบกับการแสดงด้านที่วงประจาอยู่ แต่ถ้าเป็นส่วนกลาง เช่น การรบกันกลางสนามหรืออื่นๆ ก็แล้วแต่ วงไหนอยู่ใกล้ ก็เป็นผู้บรรเลง โขนกลางแปลงมีแต่พากย์กับเจรจาเท่านั้น
2.
โขนนั่งราว โขนนั่งราว เป็นการแสดงบนโรง เลียนแบบโขนกลางแปลง
คือ ปลูกโรงสูงพอตาคนยืนดู ปูกระดานพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฉากแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนกลางยาวประมาณ ๑๐ เมตร ทาภาพนูน เขียนสีเป็นป่าเขา ส่วนนอกด้านขวา (ของโรง) ยาวประมาณ ๓ เมตร ทาภาพนูนเขียนสี เป็นรูปพลับพลาและรั้ว สมมติเป็นพลับพลาพระราม ส่วนนอกด้านซ้ายยาวประมาณ ๓ เมตร ทาภาพนูน เขียนสีเป็นปราสาทราชวังมีกาแพงสมมติเป็นกรุงลงกา มีประตูเข้าออก ๒ ประตู อยู่คั่นระหว่างฉากส่วนกลางกับส่วนนอก ข้างละประตู ตรงหน้าฉากออกมา ห่างฉากประมาณ ๑.๕ เมตร ทาราวไม้กระบอก มีเสารับสูงประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ยาวเสมอขอบประตูข้างหนึ่งมาถึงขอบประตูอีกข้างหนึ่ง หัวท้ายของโรงทั้ง ๒ ข้าง ปลูกร้านให้สูงกว่าพื้น โรงประมาณ ๑ เมตร ตั้งวงปี่พาทย์ข้างละวง วิธีแสดง ราวไม้กระบอกที่อยู่หน้าฉากนั้น เป็นที่สาหรับนั่ง วิธีนั่ง ถ้าหันหน้าไปทางขวาหรือซ้าย ก็เอาเท้าข้างนั้นพับนั่งบนราว อีกเท้าหนึ่งห้อยลงเหยียบพื้นโรง ฝ่ายพระรามจะนั่งค่อนมาข้างขวา พระราม (ตัวประธานฝ่ายมนุษย์) นั่งสุดราวด้านขวา หันหน้าไปทางซ้าย บริวารทั้งหมดนั่งบนราวตามลาดับเรียงไป หันหน้ามาทางขวา และฝ่ายลงกา (ฝ่ายยักษ์) ตัวประธาน นั่งสุดราวด้านซ้าย หันหน้ามาทางขวา บริวารทั้งหมดนั่งหันหน้ามาทางซ้าย ส่วนการแสดง ในตอนที่ไม่นั่ง ก็แสดงได้ทั่วพื้นโรง ดาเนินเรื่องด้วยพากย์กับเจรจาเท่านั้น เหมือนโขนกลางแปลง ท่ารา เป็นท่าราที่ครบถ้วนตามแบบแผนศิลปะการรา ทาบทตามถ้อยคา และราหน้าพาทย์ตามเพลงปี่พาทย์ วิธีบรรเลงปี่พาทย์ ทั้ง ๒ วงจะผลัดกันบรรเลงวงละเพลง ตั้งแต่โหมโรงเป็นต้นไปจนจบการแสดง โขนโรงใน โขนโรงใน คือโขนผสมกับละครในสถานที่แสดงเป็นโรงอย่างโรงละครใน มีฉากเป็นม่านผืนเดียว มีประตูออก ๒ ข้าง แต่เตียงสาหรับนั่งมี ๒ เตียง ตั้งขวางใกล้กับประตูข้างละเตียง มีปี่พาทย์ ๒ วง อาจตั้งตรงหลังเตียงออกไป หรือกระเถิบมาทางหน้าโรงนิดหน่อย แล้วแต่สถานที่จะอานวย ดาเนินเรื่องด้วยบทพากย์ บทเจรจา และบทร้อง มีทั้งคนพากย์ คนเจรจา ต้นเสียง ลูกคู่ และคนบอกบท (ร้อง) วิธีแสดง เริ่มต้นอย่างละครใน คือ ตัวเอกออกนั่งเตียง แล้วร้องหรือพากย์ดาเนินเรื่องการแสดงต่อไป ก็แล้วแต่ว่า ตอนใดจะแสดงแบบโขน ตอนใดจะแสดงแบบละคร เช่นอุปกรณ์ที่สาคัญในการแสดงโขน ซึ่งต่างจากการแสดงละคร ก็คือ ราชรถมีตัวม้าหรือราชสีห์เทียม และกลด มีผู้ถือกางให้ตัวเอก เข้าใจว่า การที่โขนในสมัยหลังๆ มาจนปัจจุบัน ตัวพระ และตัวเทวดาไม่สวมหัวโขน คงจะเริ่มมาตั้งแต่โขนมาร่วมผสมกับละครใน เป็นโขนโรงในนี้เอง โขนหน้าจอ โขนหน้าจอ วิธีการแสดงทุกๆ อย่างเหมือนโขนงโรงในทุกประการ ผิดกันแต่สถานที่แสดงเท่านั้น เป็นโรงที่มีลักษณะต่างกัน
3.
โรงของโขนหน้าจอ ก็คือ โรงหนังใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงให้สะดวกแก่การแสดงโขนเท่านั้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากโรงหนังใหญ่
ก็คือ มีประตูเข้าออก ๒ ประตู ใต้จอตอนกลางมีมู่ลี่ หรือลูกกรงถี่ๆ เพื่อให้คนร้อง ซึ่งนั่งอยู่ภายในมองเห็นตัวโขน จอตอนนอกประตูทั้ง ๒ ข้าง เขียนภาพ ข้างขวาเขียนภาพพลับพลาพระราม ข้างซ้ายเขียนภาพปราสาทราชวัง สมมติเป็นกรุงลงกา ตั้งเตียงห่างจากประตูออกมาพอสมควร ๒ เตียง ข้างละเตียง วงปี่พาทย์สมัยก่อนตั้งด้านหน้าของที่แสดง สมัยปัจจุบัน ยกไปตั้งหลังจอตรงหลังคนร้อง โขนทุกประเภท ตั้งแต่โขนกลางแปลงมาจนถึงโขนหน้าจอ มีเครื่องดนตรีพิเศษ อย่างหนึ่งประกอบ คือ "โกร่ง" เป็นไม้ไผ่ลาโต ยาวประมาณ ๓ - ๔ เมตร มีเท้ารองหัวท้ายสูงประมาณ ๘ เซนติเมตร วางกับพื้น ผู้ที่นั่งเรียงกันประมาณ ๔-๕ คน ถือไม้กรับทั้งสองมือตีตามจังหวะ ใช้เฉพาะเพลงที่ต้องการความครึกครื้น เช่น เพลงกราวนอก กราวใน เชิด ตั้งอยู่หลังฉากหรือจอ พวกแสดงโขนที่มิได้แสดงเป็น โขนฉาก โขนฉาก มีลักษณะดังนี้ คือ โขนฉากแสดงบนเวที เปลี่ยนฉากตามเนื้อเรื่อง เช่นเดียวกับละครดึกดาบรรพ์ วิธีการแสดงเหมือนโขนโรงในทุกประการ นอกจากแบ่งเนื้อเรื่องให้เป็นตอนเข้ากับฉาก แต่ละฉากเท่านั้น ถ้าสถานที่แสดงมีที่แสดงที่หน้าม่านได้ เวลาปิดม่านก็อาจมีการแสดงหน้าม่าน เพื่อเชื่อมเนื้อเรื่องให้ติดต่อกันก็ได้
4.
โขน โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามหลักฐานจากจดหมายเหตุของ ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ได้กล่าวถึงการเล่นโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทางเข้ากับเสียงซอและเครื่องดนตรีอื่นๆ ผู้เต้นสวมหน้ากากและถืออาวุธ โขนเป็นที่รวมของศิลปะหลายแขนงคือ โขนนาวิธีเล่นและวิธีแต่งตัวบางอย่างมาจากการเล่นชักนาคดึกดาบรรพ์ โขนนาท่าต่อสู้โลดโผน ท่าราท่าเต้นมาจากกระบี่กระบอง และโขนนาศิลปะการพากย์การเจรจา หน้าพาทย์เพลงดนตรี การแสดงโขน ผู้แสดงสวมศีรษะคือหัวโขน ปิดหน้าหมด ยกเว้น เทวดา มนุษย์ และมเหสี ธิดาพระยายักษ์ มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้และมีคนพากย์และเจรจาให้ด้วย เรื่องที่แสดงนิยมแสดงเรื่องราม เกียรติ์และอุณรุฑ ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงโขนใช้วงปี่พาทย์ ประเภทของโขน แบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ ๑ โขนกลางแปลง ๒ โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว ๓ โขนหน้าจอ ๔ โขนโรงใน ๕ โขนฉาก ๑. โขนกลางแปลง คือ การเล่นโขนบนพื้นดิน ณ กลางสนาม ไม่ต้องสร้างโรงให้เล่น นิยมแสดงตอนยกทัพรบกัน โขนกลางแปลงได้วิวัฒนาการมาจากการเล่นชักนาคดึกดาบรรพ์ เรื่องกวนน้าอมฤต เรื่องมีอยู่ว่า เทวดาและอสูรใคร่จะเป็นอมตะ จึงไปทูลพระนารายณ์ พระนารายณ์จึงแนะนาให้กวนน้าอมฤต โดยใช้เขามนทคิรีเป็นไม้กวน เอาพระยาวาสุกรีเป็นเชือกพันรอบเขา เทวดาชักทางหาง หมุนเขาไปมา พระยาวาสุกรีพ่นพิษออกมา พระนารายณ์เชิญให้พระอิศวรดื่มพิษนั้นเสีย พระอิศวรจึงมีศอสีนิลเพราะพิษไหม้ ครั้นกวนต่อไป เขามนทคิรีทะลุลงไปใต้โลก พระนารายณ์จึงอวตารเป็นเต่าไปรองรับเขามนทคิรีไว้ ครั้นได้น้าอมฤตแล้ว เทวดาและอสูรแย่งชิงน้าอมฤตกันจนเกิดสงคราม พระนารายณ์จึงนาน้าอมฤตไปเสีย พวกอสูรไม่ได้ดื่มน้าอมฤตก็ตายในที่รบเป็นอันมาก เทวดาจึงเป็นใหญ่ในสวรรค์ พระนารายณ์เมื่อได้น้าอมฤตไปแล้ว ก็แบ่งน้าอมฤตให้เทวดาและอสูรดื่ม
5.
พระนารายณ์แปลงเป็นนางงามรินน้าอมฤตให้เทวดา แต่รินน้าธรรมดาให้อสูร ฝ่ายราหูเป็นพี่น้องกับพระอาทิตย์และพระจันทร์แต่ราหูเป็อสูร ราหูเห็นเทวดาสดชื่น แข็งแรงเมื่อได้ดื่มน้าอมฤต
แต่อสูรยังคงอ่อนเพลียอยู่ เห็นผิดสังเกต จึงแปลงเป็นเทวดาไปปะปนอยู่ในหมู่เทวดา จึงพลอยได้ดื่มน้าอมฤตด้วย พระอาทิตย์และพระจันทร์จึงแอบบอกพระนารายณ์ พระนารายณ์โกรธมากที่ราหูตบตาพระองค์ จึงขว้างจักรไปตัดกลางตัวราหู ร่างกายท่อนบนได้รับน้าอมฤตก็เป็นอมตะ แต่ร่างกายท่อนล่างตายไป ราหูจึงเป็นยักษ์มีกายครึ่งท่อน ราหูโกรธและอาฆาตพระอาทิตย์และพระจันทร์มา ก พบที่ไหนก็อมทันที เกิดเป็นราหูอมจันทร์หรือจันทรคราสและสุริยคราส ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้ามาเทศนาให้ร าหูเลิกพยาบาทจองเวร ราหูจึงได้คลายพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ออก การเล่นชักนาคดึกดาบรรพ์ เล่นในพิธีอินทราภิเษก มีปรากฏในกฎมณเฑียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา โขนกลางแปลงนาวิธีการแสดงคือการจัดกระบวนทัพ การเต้นประกอบหน้าพาทย์ มาจากการเล่นชักนาคดึกดาบรรพ์ แต่เปลี่ยนมาเล่นเรื่องรามเกียรติ์ และเล่นตอนฝ่ายยักษ์และฝ่ายพระรามยกทัพรบกัน จึงมีการเต้นประกอบหน้าพาทย์ และอาจมีบทพาทย์และเจรจาบ้างแต่ไม่มีบทร้อง ๒ โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว เป็นการแสดงบนโรงมีหลังคา ไม่มีเตียงสาหรับตัวโขนนั่ง แต่มีราวพาดตามส่วนยาวของโรงตรงหน้าฉาก (ม่าน) มีช่องทางให้ผู้แสดงเดินได้รอบราวแทนเตียง มีการพากย์และเจรจา แต่ไม่มีการร้อง ปี่พาทย์บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ มีปี่พาทย์ ๒ วง เพราะต้องบรรเลงมาก ตั้งหัวโรงท้ายโรง จึงเรียกว่าวงหัวและวงท้าย หรือวงซ้ายและวงขวา วันก่อนแสดงโขนนั่งราวจะมีการโหมโรง และให้พวกโขนออกมากระทุ้งเส้าตามจังหวะเพลง พอจบโหมโรงก็แสดงตอนพิราพออกเที่ยวป่า จับสัตว์กินเป็นอาหาร พระรามหลงเข้าสวนพวาทองของพราพ แล้วก็หยุดแสดง พักนอนค้างคืนที่โรงโขน รุ่งขึ้นจึงแสดงตามเรื่องที่เตรียมไว้ จึงเรียกว่า "โขนนอนโรง" ๓ โขนหน้าจอ คือโขนที่เล่นตรงหน้าจอ ซึ่งเดิมเขาขึงไว้สาหรับเล่นหนังใหญ่ ในการเล่นหนังใหญ่นั้น มีการเชิดหนังใหญ่อยู่หน้าจอผ้าขาว การแสดงหนังใหญ่มีศิลปะสาคัญ คือการพากย์และเจรจา มีดนตรีปี่พาทย์ประกอบการแสดง ผู้เชิดตัวหนังต้องเต้นตามลีลาและจังหวะดนตรี นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ต่อมามีการปล่อยตัวแสดงออกมาแสดงหนังจอ แทนการเชิดหนังในบางตอน เรียกว่า "หนังติดตัวโขน" มีผู้นิยมมากขึ้น เลยปล่อยตัวโขนออกมาแสดงหน้าจอตลอด ไม่มีการเชิดหนังเลย จึงกลายเป็นโขนหน้าจอ และต้องแขวะจอเป็นประตูออก ๒ ข้าง เรียกว่า "จอแขวะ"
6.
๔ โขนโรงใน คือ
โขนที่นาศิลปะของละครในเข้ามาผสม โขนโรงในมีปี่พาทย์บรรเลง ๒ วงผลัดกัน การแสดงก็มีทั้งออกท่าราเต้น ทีพากย์และเจรจาตามแบบโขน กับนาเพลงขับร้องและเพลงประกอบกิริยาอาการ ของดนตรีแบบละครใน และมีการนาระบาราฟ้อนผสมเข้าด้วย เป็นการปรับปรุงให้วิวัฒนาการขึ้นอีก การผสมผสานระหว่างโขนกับละครในสมัยรัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ ทั้งมีราชกวีภายในราชสานักช่วยปรับปรุงขัดเกลา และประพันธ์บทพากย์บทเจรจาให้ไพเราะสละสลวยขึ้นอีก โขนที่กรมศิลปากรนาออกแสดงในปัจจุบันนี้ ก็ใช้ศิลปะการแสดงแบบโขนโรงใน ไม่ว่าจะแสดงกลางแจ้งหรือแสดงหน้าจอก็ตาม ๕ โขนฉาก เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อมีผู้คิดสร้างฉากประกอบเรื่องเมื่อแสดงโขนบนเวที คล้ายกับละครดึกดาบรรพ์ ส่วนวิธีแสดงดาเนินเช่นเดียวกับโขนโรงใน แต่มีการแบ่งเป็นชุดเป็นตอน เป็นฉาก และจัดฉากประกอบตามท้องเรื่อง จึงมีการตัดต่อเรื่องใหม่ไม่ให้ย้อนไปย้อนมา เพื่อสะดวกในการจัดฉาก กรมศิลปากรได้ทาบทเป็นชุดๆ ไว้หลายชุด เช่น ชุดปราบกากนาสูร ชุดมัยราพณ์สะกดทัพ ชุดชุดนางลอย ชุดนาคบาศ ชุดพรหมาสตร์ ชุดศึกวิรุญจาบัง ชุดทาลายพิธีหุงน้าทิพย์ ชุดสีดาลุยไฟและปราบบรรลัยกัลป์ ชุดหนุมานอาสา ชุดพระรามเดินดง ชุดพระรามครองเมือง การแสดงโขน โดยทั่วไปนิยมแสดงเรื่อง "รามเกียรติ์" กรมศิลปากรเคยจัดแสดงเรื่องอุณรุฑ แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าเรื่องรามเกียรติ์ เรื่องรามเกียรติ์ที่นามาแสดงโขนนั้นมีหลายสานวน ทั้งที่ประพันธ์ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะบทในสมัยรัตนโกสินทร์ นิยมแสดงตามสานวนของรัชกาลที่ ๒ ที่กรมศิลปากรปรับปรุงเป็นชุดเป็นตอน เพื่อแสดงโขนฉาก ก็เดินเรื่องตามสานวนของรัชกาลที่ ๒ รัชกาลที่ ๖ ก็เคยทรงพระราชนิพนธ์บทร้องและบทพากย์ไว้ถึง ๖ ชุด คือ ชุดสีดาหาย ชุดเผาลงกา ชุดพิเภกถูกขับ ชุดจองถนน ชุดประเดิมศึกลงกา และชุดนาคบาศ การแต่งกายโขน แบ่งออกเป็น ๓ ฝ่าย คือ ฝ่ายมนุษย์เทวดา(พระ นาง) ฝ่ายยักษ์ ฝ่ายลิง (เชิญคลิกดูภาพ) ลักษณะบทโขน ประกอบด้วย บทร้อง ซึ่งบรรจุเพลงไว้ตามอารมณ์ของเรื่อง บทร้องแต่งเป็นกลอนบทละครเป็นส่วนใหญ่ อาจมีคาประพันธ์ชนิดอื่นบ้างแต่ไม่นิยม บทร้องนี้จะมีเฉพาะโขนโรงในและโขนฉากเท่านั้น บทพากย์ การแสดงโขนโดยทั่วไปจะเดินเรื่องด้วยบทพากย์ ซึ่งแต่งเป็นคาประพันธ์ชนิดกาพย์ฉบัง ๑๖ หรือกาพย์ยานี ๑๑ บทมีชื่อเรียกต่าง ๆ ดังนี้ ๑ พากย์เมือง หรือพากย์พลับพลา คือบทตัวเอก เช่น ทศกัณฐ์หรือพระรามประทับในปราสาทหรือพลับพลา เช่น
7.
ครั้นรุ่งแสงสุริยโอภา พุ่งพ้นเวหา คิรียอดยุคันธร สมเด็จพระหริวงศ์ทรงศร ฤทธิ์เลื่องลือขจร สะท้อนทั้งไตรโลกา เสด็จออกนั่งหน้าพลับพลา
พร้อมด้วยเสนา ศิโรตมก้มกราบกราน พิเภกสุครีพหนุมาน นอบน้อมทูลสาร สดับคดีโดยถวิล ๒ พากย์รถ เป็นบทชมพาหนะและกระบวนทัพ ไม่ว่าจะเป็นรถ ม้า ช้าง หรืออื่นใดก็ได้ ตลอดจนชมไพร่พลด้วย เช่น เสด็จทรงรถเพชรเพชรพราย พรายแสงแสงฉาย จารูญจารัสรัศมี อาไพไพโรจน์รูจี สีหราชราชสีห์ ชักรชรถรถทรง ดุมหันหันเวียนวง กึกก้องก้องดง เสทือนทั้งไพรไพรวัน ยักษาสารถีโลทัน เหยียบยืนยืนยัน ก่งศรจะแผลแผลงผลาญ ๓ พากย์โอ้ เป็นบทโศกเศร้า ราพัน คร่าครวญ ซึ่งตอนต้นเป็นพากย์ แต่ตอนท้ายเป็นทานองร้องเพลงโอ้ปี่ ให้ปี่พาทย์รับ เช่น อนิจจาเจ้าเพื่อนไร้ มาบรรลัยอยู่เอองค์ พี่จะได้สิ่งใดปอง พระศพน้องในหิมวา จะเชิญศพพระเยาวเรศ เข้ายังนิเวศน์อยุธยา ทั้งพระญาติวงศา จะพิโรธพิไรเรียม ว่าพี่พามาเสียชนม์ ในกมลให้ตรมเกรียม จะเกลี่ยทรายขึ้นทาเทียม ต่างแท่นทิพบรรทม จะอุ้มองค์ขึ้นต่างโกศ เอาพระโอษฐ์มาระงม ต่างเสียงพระสนม อันร่าร้องประจาเวร
8.
๔ พากย์ชมดง เป็นบทตอนชมป่าเขา
ลาเนาไพร ทานองตอนต้นเป็นทานองร้อง เพลงชมดงใน ตอนท้ายเป็นทานองพากย์ธรรมดา เช่น เค้าโมงจับโมงมองเมียง คู่เค้าโมงเคียง เคียงคู่อยู่ปลายไม้โมง ลางลิงลิงเหนี่ยวลดาโยง ค่อยยุดฉุดโชลง โลดไล่ในกลางลางลิง ชิงชังนกชิงกันสิง รังใครใครชิง ชิงกันจับต้นชิงชัน นกยูงจับพยูงยืนยัน แผ่หางเหียนหัน หันเหยีบเลียบไต่ไม้พยูง ๕ พากย์บรรยาย เป็นบทขยายความเป็นมา ความเป็นไป หรือพากย์ราพึงราพันใดๆ เช่น พากย์บรรยายตานานรัตนธนู เดิมทีธนูรัตน วรฤทธิเกรียงไกร องค์วิศวะกรรมไซร้ ประดิษฐะสองถวาย คันหนึ่งพระวิษณุ สุรราชะนารายณ์ คันหนึ่งนาทูลถวาย ศิวะเทวะเทวัน ครั้นเมื่อมุนีทัก- ษะประชาบดีนั้น กอบกิจจะการยัญ- ญะพลีสุเทวา ไม่เชิญมหาเทพ ธก็แสนจะโกรธา กุมแสงธนูคลา ณ พิธีพลีกรณ์ ๖ พากย์เบ็ดเตล็ด เป็นบทที่ใช้ในโอกาสทั่วๆ ไป เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เข้าประเภทใด เช่นกล่าวว่า ใครทาอะไร หรือพูดกับใคร ว่าอย่างไร เช่น ภูวกวักเรียกหนุมานมา ตรัสสั่งกิจจา ให้แจ้งประจักษ์ใจจง แล้วถอดจักรรัตน์ธามรงค์ กับผ้าร้อยองค์ ยุพินทรให้นาไป ผิวนางยังแหนงน้าใจ จงแนะความใน มิถิลราชพารา อันปรากฏจริงใจมา เมื่อตาต่อตา
9.
ประจวบบนบัญชรไชย บทเจรจา เป็นบทกวีที่แต่งเป็นร่ายยาว ส่งและรับสัมผัสกันไปเรื่อยๆ ใช้ได้ทุกโอกาส สมัยโบราณเป็นบทที่คิดขึ้นสดๆ
เป็นความสามารถของคนพากย์ คนเจรจา ที่จะใช้ปฏิภาณคิดขึ้นโดยปัจจุบัน ให้ได้ถ้อยคาสละสลวย มีสัมผัสแนบเนียน และได้เนื้อถ้อยกระทงความถูกต้องตามเนื้อเรื่อง ผู้พากย์เจรจาที่เก่งๆ ยังสามารถใช้ถ้อยคาคมคาย เหน็บแนมเสียดสี บางครั้งก็เผ็ดร้อน โต้ตอบกันน่าฟังมาก ปัจจุบันนี้ บทเจรจาได้แต่งไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้พากย์เจรจาก็ว่าตามบทให้เกิดอารมณ์คล้อยตามถ้อยคา โดยใช้เสียงและลีลาในการเจรจา ผู้พากย์และเจรจาต้องทาสุ้มเสียงให้เหมาะกับตัวโขน และใส่ความรู้สึกให้เหมาะกับอารมณ์ในเรื่อง คนพากย์และเจรจานี้ใช้ผู้ชาย คนหนึ่งต้องทาหน้าที่ทั้งพากย์และเจรจา และต้องมีไม่น้อยกว่า ๒ คน จะได้โต้ตอบกันทันท่วงที เมื่อพากย์หรือเจรจาจบกระบวนความแล้ว ต้องการจะให้ปี่พาทย์ทาเพลงอะไรก็ร้องบอกไป เรียกว่า "บอกหน้าพาทย์" และถ้าการแสดงโขนนั้นมีขับร้อง คนพากย์และเจรจายังจะต้องทาหน้าที่บอกบทด้วย การบอกบทจะต้องบอกให้ถูกจังหวะ วิธีดูโขน โขนเป็นละครใบ้ โดยเฉพาะโขนกลางแปลง ผู้ดูจึงต้องดูการแสดงท่าทาง ซึ่งจะบอกความหมาย ความรู้สึก ความคิด ความประสงค์ต่างๆ ได้ทุกอย่าง ท่าทางที่โขนแสดงออกย่อมสัมพันธ์กับดนตรี ฉะนั้น หน้าพาทย์ต่างๆ ที่ใช้ในการแสดงโขนจึงมีความสาคัญมาก เช่น เพลงกราวนอก กราวในที่ใช้ในเวลาจัดทัพ แสดงให้เห็นความเข้มแข็งคึกคักของทหาร ท่าทางของผู้แสดงก็แสดงให้เห็นความเข้มแข็งคึกคัก กระหยิ่ม องอาจ กล้าหาญ ความพร้อมเพรียงของกองทัพ หรือเพลงเชิดและท่ารบ ก็แสดงให้เห็นการรุกไล่หลบหลีก ปิดป้อง หลอกล่อต่างๆ ภาษาท่าทางของโขน จาแนกได้เป็น ๓ ประเภท คือ ๑. ท่าซึ่งใช้แทนคาพูด เช่น รับ ปฏิเสธ ๒. ท่าซึ่งใช้เป็นอิริยาบท และกิริยาอาการ เช่น เดิน ไหว้ ยิ้ม ร้องไห้ ๓. ท่าซึ่งแสดงถึงอารมณ์ภายใน เช่น รัก โกรธ ดีใจ เสียใจ โอกาสที่แสดงโขน ๑. แสดงเป็นมหกรรมบูชา เช่น ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ หรือพระศพ พระบรมอัฐิ หรืออัฐเจ้านาย ตลอดจนศพขุนนาง หรือผู้ใหญ่เป็นที่เคารพนับถือทั่วไป ๒. แสดงเป็นมหรสพสมโภช เช่น ในงานฉลองปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ พระพุทธบาท พระแก้วมรกต
10.
พระอาราม หรือสมโภชเจ้านายทรงบรรพชา สมโภชในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมโภชในงานเฉลิมพระชนม์พรรษา
สมโภชวันประสูติเจ้านายที่สูงศักดิ์ เป็นต้น ๓. แสดงเป็นมหรสพเพื่อความบันเทิง ในโอกาสทั่วๆ ไป
Download