ไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านเรือน




220V
ไฟฟ้า จาก กฟภ.
• เป็น กระเคลื่อ นที่ข องกระแส
                อิเ ล็ก ตรอน
              • อิเ ล็ก ตรอนต้น กำา เนิด มาจากภาษา
                กรีก “elektron”
              • ซึ่ง หมายถึง “อำา พัน (amber)”
André-Marie   • ไฟฟ้า มีอ ยู่ 2 ชนิด คือ :
Ampère'
(1775-1836)      – ไฟฟ้า สถิต ย์ (Static Electricity
                    )- ไม่ม ีก ารเคลือ นทีข อง
                                     ่    ่
                    ประจุไ ฟฟ้า อิส ระ
                 – ไฟฟ้า กระแส (Current
                    Electricity) - มีก ารเคลือ นที่
                                               ่
                    ของประจุไ ฟฟ้า อิส ระ แบ่ง เป็น
ฟฟ้า สถิต (Static electricity หรือ Electrostatic Charges)
นปรากฏการณ์ทปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุ
                 ี่
 ม่เท่ากันปกติจะแสดงในรูปการดึงดูด,การผลักกันและเกิดประกายไ
 ฟ้า สถิต
ณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมไม่เท่ากันทำาให้เกิดแรงด
                                        ี
นมีประจุต่างชนิดกันหรือเกิดแรงผลักกัน เมือวัสดุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุช
                                          ่
รถสร้างไฟฟ้าสถิตโดยการนำาผิวสัมผัสของวัสดุ 2 ชิ้นมาขัดสีกัน พ
ขัดสีกันทำาให้ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุจะเกิดการแลกเปลี่ยนกัน โดยจ
 นำาไฟฟ้า หรือทีเรียกว่า ฉนวน ตัวอย่างเช่น ยาง,พลาสติก และแก
                ่
ประเภททีนำาไฟฟ้านัน โอกาสเกิดปรากฏการณ์ประจุไฟฟ้าบนผิววัส
          ่         ้
 สามารถเกิดขึ้นได้
ฟ้า กระแส คือไฟฟ้าจากการหมุนของขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็ก
วลานานจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าขึ้น เราเรียกไฟฟ้าแบบนีว่า ไฟฟ้า
                                                 ้

าอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์ไฟฟ้า หรือเรียกอีกอย่างว่าแบตเตอรี่ ซึ่งเก
ยาของสารเคมีกับโลหะจนเกิดไฟฟ้าขึ้น เซลล์ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งคือเซลล
 รเคมีหลายชนิดบรรจุไว้ในก้อนเมื่อใช้งานจะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น เช่นถ
ยกไฟฟ้าชนิดนี้ว่าไฟฟ้ากระแสตรง

 เนิด ไฟฟ้า เกิด จาก
จากปฏิกิริยาทางเคมี เช่น ไฟฟ้าจากถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถย
ารเคมีบรรจุอยุ่ทำาให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับโลหะจนเกิดกระแส
จากเครื่องกำาเนิดไฟฟ้าหรือไดนาโม โดยอาศัยหลักการทำางาน
 เคลื่อนทีตดผ่านสนามแม่เหล็ก หรือแม่เหล็กเคลือนที่ในทองแด
          ่ ั                                  ่
ตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
• ตัว นำา ไฟฟ้า (Conductor)
       • วัส ดุท ม อ ิเ ล็ก ตรอนอิส ระ
                 ี่ ี
       • ได้แ ก่ ทองแดง, อลูม เ นีย ม, ทองคำา , โลหะ
                                  ิ
         ทุก ชนิด


•    ฉนวน        (Insulator)
    – วัส ดุท ไ ม่ม อ ิเ ล็ก ตรอนอิส ระ
              ี่    ี
    – ได้แ ก่ แก้ว , พลาสติก , เซรามิก , ไม้
วงจร
        ไฟฟ้า
อุป กรณ์ต ่า งๆ ของวงจร
  ไฟฟ้า ประกอบด้ว ย:
• แบตเตอรี่ (แหล่ง กำา เนิด
  พลัง งาน)
• สายไฟสำา หรับ ต่อ                I
  อุป กรณ์
• ตัว ต้า นทานไฟฟ้า (สาย
  ไฟ, หลอดไฟ, อุป กรณ์
  เป็น ต้น )
ไดอะแกรมของวงจรไฟฟ้า ดูแ ตกต่า งจาก วงจร
• สวิท ซ์ไ ฟ วัตถุประสงค์ของการแสดงทั้งสองแบบ
ไฟฟ้าจริงแต่
เพื่อ แสดงการต่อ วงจรไฟฟ้า ! นัน เอง
                                ่
วงจรไฟฟ้า
   อย่างง่าย

      +
      -


 ทิศ การไหลของกระแสไฟฟ้า จะมีท ิศ
เหมือ นกับ ทิศ การไหลของประจุไ ฟฟ้า
บวก คือ เคลื่อ นที่จ ากขัว ไฟฟ้า บวกของ
                         ้
 แบตเตอรี่ ผ่า นอุป กรณ์ภ ายนอกไปยัง
กระแสไฟฟ้า (Electric
                 Current)
•ถ้า ทำา การต่อ ขั้ว ไฟฟ้า ของแบตเตอรี่เ ข้า
                                      =∆
                                          Q
 กับ วงจรไฟฟ้า                      I
                                         ∆t
   – เกิด การไหลของประจุไ ฟฟ้า : กระแสไฟฟ้า
   – หน่ว ย : 1 Coulomb/second = 1 Ampere
     (A)
• ในตัว นำาไ ฟฟ้า ของอิตรอนจะเคลื่อ นทีา กับ ย่า ง
   – ประจุ ไฟฟ้า อิเ ล็ก เ ล็ก ตรอนมีค า เท่ ่ไ ด้อ 1.6 x
                                       ่
  อิส ระและทำา ให้เ กิด การเคลือ นที่ข อง
     10 C                        ่
       -19
                        r
  ประจุไ ฟฟ้า ซึ่ง กระแสไฟฟ้า จะถูก กำา หนดให้
                        coppe

  ไหลจากขั้ว ไฟฟ้า บวก (positive) ไปยัง ขั้ว
   สัญ ลัก ษณ์
                                d
                                aci
  ไฟฟ้า ลบ (negative) ของแบตเตอรี่
      + –                c

     หรือ
                         zin

     + V –
กระแสไฟฟ้า
 (Electric Current)
เมือพิจารณาการไหลของสิ่ง
   ่
ใดเรามักพิจารณาถึง
ประมาณการไหลของสิงนั้น่
ผ่านพื้นที่หน้าตัดในหนึ่ง
หน่วยวินาที สำาหรับกรณี
ของกระแสไฟฟ้า เราจะ
พิจ าณาที่ก ารไหลของ
ประจุไ ฟฟ้า ผ่า นสายไฟ
ในเวลา 1 วิน าที
กฎของโอห์ม : Ohm’s Law
ลัก ษณะความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งค่า แรงดัน
ไฟฟ้า (V) ที่จ ่า ยให้ก ับ วงจรไฟฟ้า , กระแส
ไฟฟ้า (I) ที่ไ หลผ่า นวงจรไฟฟ้า และความ
ต้า นทานของวงจรไฟฟ้า (R) มีร ูป แบบเป็น
อย่า งไร ?                     V
                            I=
                            R
              I มีห น่ว ยเป็น แอมแปร์ (A)
              V มีห น่ว ยเป็น โวลต์ (V)
Georg Simon Ohm มีห น่ว ยเป็น โอห์ม (Ω)
              R
(1789-1854)
• การเกิด กระแสไฟฟ้า จะต้อ งมีค วามต่า งศัก ย์
  V เกิด ขึ้น เสีย ก่อ น
  – ตัว นำา ไฟฟ้า ทุก ชนิด : ถ้า มี V ค่า สูง   จะ
    ทำา ให้เ กิด I ค่า สูง ด้ว ย
                 V=
  – กฎของโอห์ม (Ohm’s law) :
                IR
 ค่า ความต้า นทาน
 ไฟฟ้า
  units: Ω              R
                   ( ohm)
               I               I

    สัญ ลัก ษณ์
                       V
สภาพต้านทานไฟฟ้า
             (Resistivity)
• ความต้า นทานไฟฟ้า ของตัว นำา ไฟฟ้า จะ
  ขึ้น อยู่ก ับ รูป ทรงทางเรขาคณิต ของตัว นำา
  ไฟฟ้า นัน ๆ ้         L
             R =ρ
                    A
สภาพต้า นทานไฟฟ้า :           I    A
ρ (หน่ว ย m)                             L
 (หาได้จ ากตาราง )
 • ถ้า ความยาว (L) มาก จะ ขัด ขวาง
   การไหลของอิเ ล็ก ตรอน
 • ถ้า พืน ที่ห น้า ตัด (A) มาก
         ้
อัน ตรายที่เ กิด จากกระแสไฟฟ้า
      • ถ้าเราสัมผัสกัไหลผ่า น ที่มีประจุไฟฟ้า จะ
                      บตัวนำาไฟฟ้า
         เกิดอันตรายเนื่องจาก :
       – ความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างตัวนำาไฟฟ้ากับกราวด์
         (ground)
 • ความรุน แรงจะขึ้น อยู่ก ับ ปริม าณกระแส
       – เกิดกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายเรา !
   ไฟฟ้า ที่ไ หลผ่าน ไฟฟ้างกายของเรา
               แรงดั นร่า 120 V
       V
    I=
       R          ความต้า นทานไฟฟ้า ของร่า งกาย

R = 0.5 x 106 Ω    (สำา หรับ มือ แห้ง )           I = 0.24 mA

R = 0.5 x 104 Ω    (สำา หรับ มือ เปีย ก)          I = 24 mA
         จะเห็นว่า สำาหรับมือที่เปียกจะมีกระแสไฟฟ้าไหล
อันตรายจากกระแสไฟฟ้า
•     กระแสไฟฟ้า                   ผลกระทบ
           อัน ตราย ?
•        1 mA           ทำา ให้ส ะดุง
                                    ้             ไม่
    ตาย
•        5 mA           รู้ส ึก เจ็บ              ไม่
    ตาย
•      10 mA            กล้า มเนือ หยุด ทำา งาน
                                 ้
               อย ใน


           ไม่ต าย
                 ่าใ อ


•      20 mA            หยุด หายใจ                เป็น
                    ช้ไ ่าง


    นาทีต าย
                       ดย นำ้า



•    100 mA             หัว ใจหยุด ทำา งาน        เป็น
                         ์เป



    วิน าทีต าย
                             ่าผ
                                 ม


•   1000 mA             ไหม้เ กรีย ม              ตาย
    ทัน ที
แรงดัน ไฟฟ้า
    (Voltage)

• แรงดัน ไฟฟ้า คือ ศัก ย์ไ ฟฟ้า ที่ใ ช้ใ นการ
  เคลื่อ นที่ข องอิเ ล็ก ตรอน .

• แหล่ง กำา เนิด แรงดัน ไฟฟ้า
  – แบตเตอรี่ (DC)
  – ปลัก ซ์ไ ฟ (AC)


• เทอมของ กราวด์ (ground) จะอ้า งอิง ที่
  แรงดัน ไฟฟ้า ศูน ย์ห รือ ค่า ศัก ย์ไ ฟฟ้า ของ
  โลก
การเคลื่อ นที่ข องประจุไ ฟฟ้า (กระแส
ไฟฟ้า ) เกิด จากความ ต่า งศัก ย์ไ ฟฟ้า
(แรงดัน ไฟฟ้า ) ซึ่ง เกิด จากแบตเตอรี่
อุป กรณ์ไ ฟฟ้า และสายไฟจะต้า นทาน
การไหลของประจุไ ฟฟ้า .
กฎของโอห์ม (Ohm’s Law) จะแสดงถึง
ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า ง ศัก ย์ไ ฟฟ้า
(potential), กระแสไฟฟ้า (current)
และความต้า นทานไฟฟ้า (resistance)
คือ V = IR
การต่อ อนุก รมและขนานตัว
             ต้าา สองตัว หรือ มากกว่า ต่อ
ตัว ต้า นทานไฟฟ้
                 นทานไฟฟ้า
ปลายด้า นเดี่ย วเข้า ด้ว ยกัน แสดงดัง รูป
เรีย กว่า ต่อ แบบอนุก รม (series)




 การต่อ แบบอนุก รม กระแสไฟฟ้า ไหล
 ผ่า นตัว ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะตัว จะมีค า่
 เท่า กัน ถ้า มีต ัว ต้า นทานไฟฟ้า ตัว หนึ่ง
สำา หรับ การต่อ แบบ
อนุก รม แรงดัน ไฟฟ้า
คร่อ มตัว ต้า นทาน
ไฟฟ้า แต่ล ะตัว จะขึ้น
อยู่ก ับ ความต้า นทาน
ไฟฟ้า คำา นวณค่า ได้
จากสมการ V=IR เพื่อ
คำา นวณหาแรงดัน
ถ้า กระแสไฟฟ้า ที่ไ หล
ไฟฟ้า ตกคร่อ มตัว
ในวงจรไฟฟ้า มีค า
ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะ่
เท่า กับ 1 A แรงดัน
ตัว
ไฟฟ้า ที่ค ร่อ มตัว
ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะ
ตัว ต้า นทานไฟฟ้า สองตัว หรือ มากกว่า ต่อ ทั้ง
สองด้า นเข้า ด้ว ยกัน จะเกิด การไหลของ
กระแสไฟฟ้า ไปยัง แต่ล ะสาขาของวงจร
ไฟฟ้า แสดงดัง รูป เรีย กว่า การต่อ แบบ
ขนาน (parallel).




การต่อ วงจรไฟฟ้า แบบขนานจะเกิด กระแสไฟฟ้า
ไหลแยกไปยัง ตัว ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะตัว และ
กระแสไฟฟ้า ทีแ ต่ล ะสาขาของวงจรไฟฟ้า อาจมีค ่า
               ่
แตกต่า งกัน ถ้า มีต ัว ต้า นทานไฟฟ้า ตัว ใดตัว หนึง
                                                  ่
เกิด ความเสีย หาย กระแสไฟฟ้า จะไหลผ่า นตัว
มิเตอร์ (Meters)
•แอมมิเ ตอร์ (ammeter)

 – ในอุด มคติแ อมมิเ ตอร์ค วร
   มีค วามต้า นทานไฟฟ้า เป็น
   ศูน ย์
•โวลท์ม เ ตอร์ (voltmeter)
        ิ


 – ในอุด มคติโ วลท์ม เ ตอร์
                       ิ
   ควรมีค วามต้า นทานไฟฟ้า
   สูง มากหรือ เท่า กับ อนัน ต์
กำา ลัง ไฟฟ้า , พลัง งานไฟฟ้า
        และประสิท ธิภ าพ
•กำา ลัง ไฟฟ้า (Power) คือ อัต ราของการ
 เปลี่ย นรูป พลัง งานไฟฟ้า .
•ตัว ต้า นทานไฟฟ้า ทำา การเปลี่ย นรูป
 พลัง งานไฟฟ้า ไปเป็น พลัง งานความ
 ร้อ น.
•สมการของกำา ลัง ไฟฟ้า :
   P = IE    กำา ลัง ไฟฟ้า ที่จ ่า ยโดย
 แบตเตอรี่
   P = IV    กำา ลัง ไฟฟ้า ที่เ กิด กับ ตัว
กำา ลัง ไฟฟ้า (Electric
                Power)
• พลัง งานไฟฟ้า เป็น พลัง งานที่น ย มใช้ก ัน
                                  ิ
  อย่า งแพร่ห ลาย เนือ งจากสามารถเปลี่ย นไป
                        ่
  เป็น รูป พลัง งานอื่น ๆ ได้แ ก่
  – พลัง งานความร้อ น (thermal energy) ได้แ ก่
    heaters
  – พลัง งาน กล (mechanical energy) ได้แ ก่
 • อัต รา การเปลี่ย นรูป พลัง งานสามารถ
    มอเตอร์ (motors)
  กำา หนดในรูป ของ กำา ลัง         ไฟฟ้า
  – แสงสว่า ง (light) ได้แ ก่ หลอดไฟ
  (electric power) :
          P=       หรือ       P = V2/R
         IV        หรือ       P = I2R
ไฟฟ้า

ไฟฟ้า

  • 2.
  • 3.
    • เป็น กระเคลื่อนที่ข องกระแส อิเ ล็ก ตรอน • อิเ ล็ก ตรอนต้น กำา เนิด มาจากภาษา กรีก “elektron” • ซึ่ง หมายถึง “อำา พัน (amber)” André-Marie • ไฟฟ้า มีอ ยู่ 2 ชนิด คือ : Ampère' (1775-1836) – ไฟฟ้า สถิต ย์ (Static Electricity )- ไม่ม ีก ารเคลือ นทีข อง ่ ่ ประจุไ ฟฟ้า อิส ระ – ไฟฟ้า กระแส (Current Electricity) - มีก ารเคลือ นที่ ่ ของประจุไ ฟฟ้า อิส ระ แบ่ง เป็น
  • 4.
    ฟฟ้า สถิต (Staticelectricity หรือ Electrostatic Charges) นปรากฏการณ์ทปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุ ี่ ม่เท่ากันปกติจะแสดงในรูปการดึงดูด,การผลักกันและเกิดประกายไ ฟ้า สถิต ณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมไม่เท่ากันทำาให้เกิดแรงด ี นมีประจุต่างชนิดกันหรือเกิดแรงผลักกัน เมือวัสดุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุช ่ รถสร้างไฟฟ้าสถิตโดยการนำาผิวสัมผัสของวัสดุ 2 ชิ้นมาขัดสีกัน พ ขัดสีกันทำาให้ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุจะเกิดการแลกเปลี่ยนกัน โดยจ นำาไฟฟ้า หรือทีเรียกว่า ฉนวน ตัวอย่างเช่น ยาง,พลาสติก และแก ่ ประเภททีนำาไฟฟ้านัน โอกาสเกิดปรากฏการณ์ประจุไฟฟ้าบนผิววัส ่ ้ สามารถเกิดขึ้นได้
  • 5.
    ฟ้า กระแส คือไฟฟ้าจากการหมุนของขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็ก วลานานจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าขึ้นเราเรียกไฟฟ้าแบบนีว่า ไฟฟ้า ้ าอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์ไฟฟ้า หรือเรียกอีกอย่างว่าแบตเตอรี่ ซึ่งเก ยาของสารเคมีกับโลหะจนเกิดไฟฟ้าขึ้น เซลล์ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งคือเซลล รเคมีหลายชนิดบรรจุไว้ในก้อนเมื่อใช้งานจะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น เช่นถ ยกไฟฟ้าชนิดนี้ว่าไฟฟ้ากระแสตรง เนิด ไฟฟ้า เกิด จาก จากปฏิกิริยาทางเคมี เช่น ไฟฟ้าจากถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถย ารเคมีบรรจุอยุ่ทำาให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับโลหะจนเกิดกระแส จากเครื่องกำาเนิดไฟฟ้าหรือไดนาโม โดยอาศัยหลักการทำางาน เคลื่อนทีตดผ่านสนามแม่เหล็ก หรือแม่เหล็กเคลือนที่ในทองแด ่ ั ่
  • 6.
    ตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า • ตัว นำาไฟฟ้า (Conductor) • วัส ดุท ม อ ิเ ล็ก ตรอนอิส ระ ี่ ี • ได้แ ก่ ทองแดง, อลูม เ นีย ม, ทองคำา , โลหะ ิ ทุก ชนิด • ฉนวน (Insulator) – วัส ดุท ไ ม่ม อ ิเ ล็ก ตรอนอิส ระ ี่ ี – ได้แ ก่ แก้ว , พลาสติก , เซรามิก , ไม้
  • 7.
    วงจร ไฟฟ้า อุป กรณ์ต ่า งๆ ของวงจร ไฟฟ้า ประกอบด้ว ย: • แบตเตอรี่ (แหล่ง กำา เนิด พลัง งาน) • สายไฟสำา หรับ ต่อ I อุป กรณ์ • ตัว ต้า นทานไฟฟ้า (สาย ไฟ, หลอดไฟ, อุป กรณ์ เป็น ต้น ) ไดอะแกรมของวงจรไฟฟ้า ดูแ ตกต่า งจาก วงจร • สวิท ซ์ไ ฟ วัตถุประสงค์ของการแสดงทั้งสองแบบ ไฟฟ้าจริงแต่ เพื่อ แสดงการต่อ วงจรไฟฟ้า ! นัน เอง ่
  • 8.
    วงจรไฟฟ้า อย่างง่าย + - ทิศ การไหลของกระแสไฟฟ้า จะมีท ิศ เหมือ นกับ ทิศ การไหลของประจุไ ฟฟ้า บวก คือ เคลื่อ นที่จ ากขัว ไฟฟ้า บวกของ ้ แบตเตอรี่ ผ่า นอุป กรณ์ภ ายนอกไปยัง
  • 9.
    กระแสไฟฟ้า (Electric Current) •ถ้า ทำา การต่อ ขั้ว ไฟฟ้า ของแบตเตอรี่เ ข้า =∆ Q กับ วงจรไฟฟ้า I ∆t – เกิด การไหลของประจุไ ฟฟ้า : กระแสไฟฟ้า – หน่ว ย : 1 Coulomb/second = 1 Ampere (A) • ในตัว นำาไ ฟฟ้า ของอิตรอนจะเคลื่อ นทีา กับ ย่า ง – ประจุ ไฟฟ้า อิเ ล็ก เ ล็ก ตรอนมีค า เท่ ่ไ ด้อ 1.6 x ่ อิส ระและทำา ให้เ กิด การเคลือ นที่ข อง 10 C ่ -19 r ประจุไ ฟฟ้า ซึ่ง กระแสไฟฟ้า จะถูก กำา หนดให้ coppe ไหลจากขั้ว ไฟฟ้า บวก (positive) ไปยัง ขั้ว สัญ ลัก ษณ์ d aci ไฟฟ้า ลบ (negative) ของแบตเตอรี่ + – c หรือ zin + V –
  • 10.
    กระแสไฟฟ้า (Electric Current) เมือพิจารณาการไหลของสิ่ง ่ ใดเรามักพิจารณาถึง ประมาณการไหลของสิงนั้น่ ผ่านพื้นที่หน้าตัดในหนึ่ง หน่วยวินาที สำาหรับกรณี ของกระแสไฟฟ้า เราจะ พิจ าณาที่ก ารไหลของ ประจุไ ฟฟ้า ผ่า นสายไฟ ในเวลา 1 วิน าที
  • 11.
    กฎของโอห์ม : Ohm’sLaw ลัก ษณะความสัม พัน ธ์ร ะหว่า งค่า แรงดัน ไฟฟ้า (V) ที่จ ่า ยให้ก ับ วงจรไฟฟ้า , กระแส ไฟฟ้า (I) ที่ไ หลผ่า นวงจรไฟฟ้า และความ ต้า นทานของวงจรไฟฟ้า (R) มีร ูป แบบเป็น อย่า งไร ? V I= R I มีห น่ว ยเป็น แอมแปร์ (A) V มีห น่ว ยเป็น โวลต์ (V) Georg Simon Ohm มีห น่ว ยเป็น โอห์ม (Ω) R (1789-1854)
  • 12.
    • การเกิด กระแสไฟฟ้าจะต้อ งมีค วามต่า งศัก ย์ V เกิด ขึ้น เสีย ก่อ น – ตัว นำา ไฟฟ้า ทุก ชนิด : ถ้า มี V ค่า สูง จะ ทำา ให้เ กิด I ค่า สูง ด้ว ย V= – กฎของโอห์ม (Ohm’s law) : IR ค่า ความต้า นทาน ไฟฟ้า units: Ω R ( ohm) I I สัญ ลัก ษณ์ V
  • 13.
    สภาพต้านทานไฟฟ้า (Resistivity) • ความต้า นทานไฟฟ้า ของตัว นำา ไฟฟ้า จะ ขึ้น อยู่ก ับ รูป ทรงทางเรขาคณิต ของตัว นำา ไฟฟ้า นัน ๆ ้ L R =ρ A สภาพต้า นทานไฟฟ้า : I A ρ (หน่ว ย m) L (หาได้จ ากตาราง ) • ถ้า ความยาว (L) มาก จะ ขัด ขวาง การไหลของอิเ ล็ก ตรอน • ถ้า พืน ที่ห น้า ตัด (A) มาก ้
  • 14.
    อัน ตรายที่เ กิดจากกระแสไฟฟ้า • ถ้าเราสัมผัสกัไหลผ่า น ที่มีประจุไฟฟ้า จะ บตัวนำาไฟฟ้า เกิดอันตรายเนื่องจาก : – ความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างตัวนำาไฟฟ้ากับกราวด์ (ground) • ความรุน แรงจะขึ้น อยู่ก ับ ปริม าณกระแส – เกิดกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายเรา ! ไฟฟ้า ที่ไ หลผ่าน ไฟฟ้างกายของเรา แรงดั นร่า 120 V V I= R ความต้า นทานไฟฟ้า ของร่า งกาย R = 0.5 x 106 Ω (สำา หรับ มือ แห้ง ) I = 0.24 mA R = 0.5 x 104 Ω (สำา หรับ มือ เปีย ก) I = 24 mA จะเห็นว่า สำาหรับมือที่เปียกจะมีกระแสไฟฟ้าไหล
  • 15.
    อันตรายจากกระแสไฟฟ้า • กระแสไฟฟ้า ผลกระทบ อัน ตราย ? • 1 mA ทำา ให้ส ะดุง ้ ไม่ ตาย • 5 mA รู้ส ึก เจ็บ ไม่ ตาย • 10 mA กล้า มเนือ หยุด ทำา งาน ้ อย ใน ไม่ต าย ่าใ อ • 20 mA หยุด หายใจ เป็น ช้ไ ่าง นาทีต าย ดย นำ้า • 100 mA หัว ใจหยุด ทำา งาน เป็น ์เป วิน าทีต าย ่าผ ม • 1000 mA ไหม้เ กรีย ม ตาย ทัน ที
  • 16.
    แรงดัน ไฟฟ้า (Voltage) • แรงดัน ไฟฟ้า คือ ศัก ย์ไ ฟฟ้า ที่ใ ช้ใ นการ เคลื่อ นที่ข องอิเ ล็ก ตรอน . • แหล่ง กำา เนิด แรงดัน ไฟฟ้า – แบตเตอรี่ (DC) – ปลัก ซ์ไ ฟ (AC) • เทอมของ กราวด์ (ground) จะอ้า งอิง ที่ แรงดัน ไฟฟ้า ศูน ย์ห รือ ค่า ศัก ย์ไ ฟฟ้า ของ โลก
  • 17.
    การเคลื่อ นที่ข องประจุไฟฟ้า (กระแส ไฟฟ้า ) เกิด จากความ ต่า งศัก ย์ไ ฟฟ้า (แรงดัน ไฟฟ้า ) ซึ่ง เกิด จากแบตเตอรี่ อุป กรณ์ไ ฟฟ้า และสายไฟจะต้า นทาน การไหลของประจุไ ฟฟ้า . กฎของโอห์ม (Ohm’s Law) จะแสดงถึง ความสัม พัน ธ์ร ะหว่า ง ศัก ย์ไ ฟฟ้า (potential), กระแสไฟฟ้า (current) และความต้า นทานไฟฟ้า (resistance) คือ V = IR
  • 18.
    การต่อ อนุก รมและขนานตัว ต้าา สองตัว หรือ มากกว่า ต่อ ตัว ต้า นทานไฟฟ้ นทานไฟฟ้า ปลายด้า นเดี่ย วเข้า ด้ว ยกัน แสดงดัง รูป เรีย กว่า ต่อ แบบอนุก รม (series) การต่อ แบบอนุก รม กระแสไฟฟ้า ไหล ผ่า นตัว ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะตัว จะมีค า่ เท่า กัน ถ้า มีต ัว ต้า นทานไฟฟ้า ตัว หนึ่ง
  • 19.
    สำา หรับ การต่อแบบ อนุก รม แรงดัน ไฟฟ้า คร่อ มตัว ต้า นทาน ไฟฟ้า แต่ล ะตัว จะขึ้น อยู่ก ับ ความต้า นทาน ไฟฟ้า คำา นวณค่า ได้ จากสมการ V=IR เพื่อ คำา นวณหาแรงดัน ถ้า กระแสไฟฟ้า ที่ไ หล ไฟฟ้า ตกคร่อ มตัว ในวงจรไฟฟ้า มีค า ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะ่ เท่า กับ 1 A แรงดัน ตัว ไฟฟ้า ที่ค ร่อ มตัว ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะ
  • 20.
    ตัว ต้า นทานไฟฟ้าสองตัว หรือ มากกว่า ต่อ ทั้ง สองด้า นเข้า ด้ว ยกัน จะเกิด การไหลของ กระแสไฟฟ้า ไปยัง แต่ล ะสาขาของวงจร ไฟฟ้า แสดงดัง รูป เรีย กว่า การต่อ แบบ ขนาน (parallel). การต่อ วงจรไฟฟ้า แบบขนานจะเกิด กระแสไฟฟ้า ไหลแยกไปยัง ตัว ต้า นทานไฟฟ้า แต่ล ะตัว และ กระแสไฟฟ้า ทีแ ต่ล ะสาขาของวงจรไฟฟ้า อาจมีค ่า ่ แตกต่า งกัน ถ้า มีต ัว ต้า นทานไฟฟ้า ตัว ใดตัว หนึง ่ เกิด ความเสีย หาย กระแสไฟฟ้า จะไหลผ่า นตัว
  • 21.
    มิเตอร์ (Meters) •แอมมิเ ตอร์(ammeter) – ในอุด มคติแ อมมิเ ตอร์ค วร มีค วามต้า นทานไฟฟ้า เป็น ศูน ย์ •โวลท์ม เ ตอร์ (voltmeter) ิ – ในอุด มคติโ วลท์ม เ ตอร์ ิ ควรมีค วามต้า นทานไฟฟ้า สูง มากหรือ เท่า กับ อนัน ต์
  • 22.
    กำา ลัง ไฟฟ้า, พลัง งานไฟฟ้า และประสิท ธิภ าพ •กำา ลัง ไฟฟ้า (Power) คือ อัต ราของการ เปลี่ย นรูป พลัง งานไฟฟ้า . •ตัว ต้า นทานไฟฟ้า ทำา การเปลี่ย นรูป พลัง งานไฟฟ้า ไปเป็น พลัง งานความ ร้อ น. •สมการของกำา ลัง ไฟฟ้า : P = IE กำา ลัง ไฟฟ้า ที่จ ่า ยโดย แบตเตอรี่ P = IV กำา ลัง ไฟฟ้า ที่เ กิด กับ ตัว
  • 23.
    กำา ลัง ไฟฟ้า(Electric Power) • พลัง งานไฟฟ้า เป็น พลัง งานที่น ย มใช้ก ัน ิ อย่า งแพร่ห ลาย เนือ งจากสามารถเปลี่ย นไป ่ เป็น รูป พลัง งานอื่น ๆ ได้แ ก่ – พลัง งานความร้อ น (thermal energy) ได้แ ก่ heaters – พลัง งาน กล (mechanical energy) ได้แ ก่ • อัต รา การเปลี่ย นรูป พลัง งานสามารถ มอเตอร์ (motors) กำา หนดในรูป ของ กำา ลัง ไฟฟ้า – แสงสว่า ง (light) ได้แ ก่ หลอดไฟ (electric power) : P= หรือ P = V2/R IV หรือ P = I2R