DAY 1
Tutor P’Ploy
TUTOR HIGH Q
1
สารและสมบัติของสาร 2
จักรวาล ประกอบด้วย องค์ประกอบ 2 อย่าง
สสาร
พลังงาน
สารรอบตัว
บทนี้เราศึกษาเฉพาะเรื่องนี้
ศัพท์ที่ควรรู้
1.Matter (สสาร) หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่มีมวล (m) มีปริมาตร (V) และมีพื้นผิวสัมผัส (Texture)
***ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้
2.Substance (สาร) หมายถึง สสาร ที่เรากาลังพิจารณา หรือทราบสมบัติต่างๆ ชัดเจนแล้ว
3.Energy (พลังงาน) หมายถึง สิ่งที่นอกเหนือจากนิยามสสาร (ไม่มีมวล ไม่มีปริมาตร สัมผัสไม่ได้)
3
การพิจารณาสาร
โต๊ะเขียนหนังสือ
มนุษย์
อากาศ
แสงแดด
เสียง
4
การพิจารณาสาร
โต๊ะหนังสือ เป็นสสาร เพราะมี m, v และ สัมผัสได้
มนุษย์ เป็นสสาร เพราะมี m, v และ สัมผัสได้
อากาศ เป็นสสาร เพราะมี m, v และ สัมผัสได้
(รับรู้ได้ว่ามีลมพัด) *** แสดงว่าสสารไม่จาเป็นต้องมองเห็น
แสงแดด เป็นพลังงาน เพราะไม่สามารถชั่งน้าหนัก และไม่มีปริมาตร
เสียง เป็นพลังงาน เพราะไม่สามารถชั่งน้าหนัก และไม่มีปริมาตร
5
สมบัติของสสาร
สมบัติของสสาร
สมบัติที่สามารถสังเกตได้ง่าย และเป็น
ลักษณะภายนอกของสารสามารถตรวจวัด
ได้ด้วยวิธีทางกายภาพ ตรวจวัดได้ง่าย
สมบัติทางเคมี
(Chemical Properties)
สมบัติที่สามารถตรวจวัด
ได้ด้วยวิธีทางเคมี เกี่ยวข้อง
กับกระบวนการทางเคมี ไม่
สามารถตรวจวัดได้ด้วยการดู
หรือ การสัมผัสกับสารเท่านั้น
สมบัติทางภาพ
(Physical Properties)
สมบัติที่ไม่ขึ้นกับปริมาณสาร
(Intensive Properties : IP)
สมบัติทางกายภาพของสารที่ไม่มีความ
เปลี่ยนแปลงเมื่อปริมาณของสาร
เปลี่ยนแปลงไป
สมบัติที่ขึ้นกับปริมาณสาร
(Extensive Properties : EP)
สมบัติทางกายภาพของสารที่เกิดการ
เปลี่ยนแปลงเมื่อปริมาณของสาร
เปลี่ยนแปลงไป 6
ตัวอย่างสมบัติทางกายภาพ
สถานะของสาร (Intensive) การนาไฟฟ้ า (Intensive)
ผิวสัมผัส (Intensive) ความหนาแน่น (Intensive)
น้าหนัก (Extensive) สี (Intensive)
กลิ่น (Intensive) มวล (Extensive)
ปริมาตร (Extensive) ความแข็ง (Intensive)
จุดเดือด/จุดหลอมเหลว (Intensive) รูปทรงผลึก (Intensive)
7
ความเป็นกรด/เบส , การเกิดสนิม ,
พลังงานไออไนเซชัน , การระเบิด ,
ความเป็นพิษ
8
ตัวอย่างสมบัติทางเคมี
***พลังงานไอออไนเซชัน คือ พลังงานน้อยที่สุดที่ใช้ในการดึงอิเล็กตรอน 1
อนุภาค ออกจากอะตอมในสถานะแก๊สกลายเป็ นไอออนบวก
พูดง่ายๆคือพลังงานที่บ่งบอกว่าอะตอมนั้นๆสูญเสียอิเล็กตรอนได้ง่ายรรือยาก
ข้อสังเกต
สมบัติทางกายภาพจะสามารถสังเกตได้ง่ายกว่าสมบัติทางเคมี
การวัดสมบัติทางเคมีจะก่อให้เกิดสารใหม่ ในขณะที่การวัดสมบัติทาง
กายภาพจะไม่เกิดสารใหม่
9
การวัดสมบัติทางเคมี เช่นการกัดกร่อน ซึ่งเมื่อวัตถุเกิดการกัดกร่อน
วัตถุจะมีการเปลี่ยนสภาพไปเป็ นสารใรม่
การเปลี่ยนแปลงของสาร
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพไม่ก่อใร้เกิดสารใรม่
การดปลี่ยนแปลงทางเคมี
เกิดจากสารเข้าทาปฎิกิริยาเคมีกัน เกิดขึ้นในระดับอะตอม
ก่อใร้เกิดสารใรม่
10
ตัวอย่างการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของสาร
การควบแน่นของหยดน้า
การเผาไหม้ของถ่าน
การหายใจ
ฉีกกระดาษให้เล็กลง
11
ตัวอย่างการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของสาร
การควบแน่นของหยดน้า
เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เพราะเป็นการเปลี่ยนสถานะ
การเผาไหม้ของถ่าน
เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะเกิดสารใหม่ คือขี้เถ้าและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
การหายใจ
เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะออกซิเจนเปลี่ยนไปเป็นคาร์บอนไดออกไซด์
ฉีกกระดาษให้เล็กลง
เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดของกระดาษ
12
การจาแนกประเภทสาร (CLASSIFICATION OF MATTER)
จาแนกเพื่อให้ง่ายต่อการนาไปศึกษา และ นาไปใช้งานต่อไป
การจาแนก ขึ้นกับว่าผู้แบ่งใช้อะไรเป็ นเกณฑ์
สถานะของสาร
จะแบ่งสารได้เป็ น ของแข็ง(Solid)/ของเรลว(Liquid)/ก๊าซ(Gas)
การนาไฟฟ้ า
จะแบ่งสารได้เป็ น นาไฟฟ้ า(Conductor)/กึ่งนาไฟฟ้ า(Semi-
conductor)/ไม่นาไฟฟ้ า(Insulator)
ความเป็ นกรดขเบส
จะแบ่งสารได้เป็ น กรด(Acid)/กลาง(Neutral)/เบส(Base)
การละลายน้า
จะแบ่งสารได้เป็ น ละลายน้าได้(Soluble)/ไม่ละลายน้า(Insolube)
13
คาถาม: นักเคมีใช้อะไรเป็ นเกณฑ์ในการจาแนกสาร?
คาตอบ: นักเคมีใช้เนื้อสารในการจาแนกสาร
14
แผนภาพการจัดประเภทสารโดยใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์
15
สารเนื้อเดียว
สารบริสุทธิ์ สารละลาย สารแขวนลอย
ธาตุ สารประกอบ คอลลอยด์: มีสมบัติก้ากึ่งระหว่างสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม
สสาร
สารเนื้อผสม
คอลลอยด์
คาศัพท์เกี่ยวกับการจาแนกสาร
1.สารเนื้อเดียว (Homogeneous Substance) สารที่สายตามองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน
2.สารเนื้อผสม (Heterogeneous Substance) สารที่สายตามองเห็นว่าไม่เป็นเนื้อ
เดียวกันเลย
16
3.สารแขวนลอย (Suspension) หมายถึง สารเนื้อผสมที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอนุภาคใหญ่
กว่า 1 ไมโครเมตร สายตามองเร็นได้ชัดเจนว่ามีเนื้อสารมากกว่า 1 อย่าง
4.คอลลอยด์ (Colloid) หมายถึงสารที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
อนุภาคอยู่ระหว่าง 1 ไมโครเมตรถึง 1 นาโนเมตร สายตาไม่สามารถ
มองเร็นได้ชัดเจน แต่เมื่อส่องดูด้วยแสงไฟ จะเกิดการกระเจิงแสง
เช่น ฝุ่นในอากาศ , น้ากะทิ , น้านม , โฟม , หมอก , เจลใส่ผม , ครีมสลัด 17
คาศัพท์เกี่ยวกับการจาแนกสาร
5.สารละลาย (Solution) หมายถึงสารเนื้อเดียวที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 1
นาโนเมตร สายตามนุษย์ไม่สามารถแยกแยะองค์ประกอบได้ และเมื่อส่องด้วยแสงไฟก็ไม่
เกิดการกระเจิงแสง สารละลายเกิดจากการรวมตัวกันของธาตุหรือสารประกอบ ใน
อัตราส่วนไม่คงที่ ทาให้ไม่สามารถเขียนสูตรที่แน่นอนได้
เช่น น้าเกลือ , น้าเชื่อม , เหรียญบาท , อากาศ , โลหะกลม , เหล็กกล้า , นาก ,
นิโครม
6.ของผสม (Mixture) หมายถึงคาที่ใช้เรียกรวม สารแขวนลอย คอลลอยด์ และ
สารละลาย
7.สารบริสุทธิ์ (Pure) หมายถึง สารเนื้อเดียวที่มีจุดเดือดจุดรลอมเรลวคงที่ สมบัติ
ต่างๆคงที่ เกิดจากสารเพียงชนิดเดียว รรือรลายชนิดในอัตราส่วนคงที่ สามารถเขียน
สูตรโมเลกุลได้ แบ่งออกเป็นธาตุและสารประกอบ 18
คาศัพท์เกี่ยวกับการจาแนกสาร
8.ธาตุ (Elements) หมายถึงสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียว ไม่
สามารถแยกเป็นสารอื่นได้อีก
เช่น ธาตุในตารางธาตุ
19
คาศัพท์เกี่ยวกับการจาแนกสาร
9.สารประกอบ (Compound) หมายถึง สารบริสุทธิ์ที่เกิดจากธาตุ2 ธาตุขึ้นไป
รวมตัวกันด้วยวิธีทางเคมี
เช่น H2O(น้า) , NaCl(เกลือ) ,C12H22O6(น้าตาลทราย) ,
CO2(คาร์บอนไดออกไซด์) ,C12H5OH(แอลกอฮอล์)
20
คาศัพท์เกี่ยวกับการจาแนกสาร
เกณฑ์ในการจาแนกสาร
การจาแนกสารเนื้อเดียว และสารเนื้อผสม :ใช้สายตาจาแนก
การจาแนกสารละลายและสารบริสุทธิ์ :ใช้สัดส่วนองค์ประกอบในการจาแนก
การจาแนกสารละลาย , คอลลอยด์ และสารแขวนลอย : ใช้ขนาดอนุภาคในการ
จาแนก
การจาแนกธาตุ และ สารประกอบ : ใช้จานวนองค์ประกอบในการจาแนก
21

เคมีเตรียมมหิดล เรื่